147
ที่ หวั เร่อื ง ตัวชีว้ ัด เนื้อหา เวลา
(ชั่วโมง)
3 อทุ กภัย 2. บอกประเภทของวาตภัย 2.1.2 ประเภทของวาตภยั
ดนิ โคลน 3. บอกสาเหตุ และปจั จยั การเกิด 25
ถลม่ วาตภยั 2.2 ลกั ษณะการเกิดวาตภัย
4. บอกผลกระทบที่เกิดจากวาตภัย 2.2.1 สาเหตแุ ละปจั จยั การเกิดวาตภัย
5. ตระหนกั ถงึ ภัยและผลกระทบ 2.2.2 ผลกระทบทเี่ กิดจากวาตภยั
ทเ่ี กดิ จากวาตภยั 2.2.3 พ้นื ทเ่ี สยี่ งภยั ต่อการเกิดวาตภัย
6. บอกพ้นื ทเ่ี สีย่ งภัยต่อการเกดิ วาตภัย ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวปี
ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ เอเชีย
ในทวีปเอเชยี
2.3 สถานการณ์วาตภยั
7. บอกสถานการณ์วาตภยั ในประเทศ 2.3.1 สถานการณว์ าตภัยในประเทศไทย
ไทย และประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี และประเทศในทวีปเอเชีย
8. นาเสนอผลการเปรยี บเทยี บสถิติ 2.3.2 สถติ ิการเกิดวาตภัยในประเทศไทย
การเกดิ วาตภยั ของประเทศต่าง ๆ และประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชยี
ในทวปี เอเชีย
9. บอกวิธีการเตรยี มความพร้อมรบั 2.4 แนวทางการปอ้ งกันและการแก้ไข
สถานการณ์การเกิดวาตภยั ปญั หาผลกระทบที่เกิดจากวาตภยั
10. บอกวธิ กี ารปฏบิ ัตขิ ณะเกิดวาตภัย 2.4.1 การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์
11. บอกวิธกี ารปฏบิ ัตติ นหลงั เกิด การเกดิ วาตภยั
วาตภัย 2.4.2 การปฏิบัติขณะเกดิ วาตภยั
2.4.3 การปฏิบัติตนหลังเกดิ วาตภัย
1. อธบิ ายความหมายของอุทกภยั 3.1 ความหมายของอทุ กภยั และดิน
และดินโคลนถลม่ โคลนถลม่
- ความหมายของอุทกภัย และดินโคลน
2. บอกสาเหตุ และปจั จยั การเกิด ถลม่
อทุ กภยั และดนิ โคลนถล่ม 3.2 ลกั ษณะการเกดิ อทุ กภัย และดนิ
3. บอกผลกระทบทเ่ี กดิ จากอุทกภยั โคลนถล่ม
และดินโคลนถล่ม 3.2.1 สาเหตุและปจั จยั การเกิดอทุ กภัย
และดนิ โคลนถล่ม
3.2.2 ผลกระทบท่เี กิดจากอุทกภัย และดนิ
โคลนถลม่
148
ที่ หวั เรือ่ ง ตัวช้ีวัด เน้อื หา เวลา
4 ไฟป่า (ชั่วโมง)
4. ตระหนักถงึ ภัยและผลกระทบทีเ่ กิด 3.2.3 สัญญาณบอกเหตกุ ่อนเกดิ อุทกภัย
จากอุทกภัย และดินโคลนถล่ม และดินโคลนถลม่
5. บอกสญั ญาณบอกเหตกุ ่อนเกดิ 3.2.4 พื้นทเ่ี สี่ยงภัยต่อการเกิดอทุ กภัย และ
อุทกภัย และดนิ โคลนถล่ม ดินโคลนถลม่ ในประเทศไทยและประเทศ
6. บอกพืน้ ทีเ่ สี่ยงภยั ตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย
ต่อการเกิดอทุ กภัย และดินโคลนถล่ม 3.3 สถานการณ์อทุ กภัย และดนิ โคลน
ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ถล่ม
ในทวีปเอเชีย 3.3.1 สถานการณ์อทุ กภัย และดินโคลน
7. บอกสถานการณ์อุทกภยั และดนิ ถล่มในประเทศไทย และประเทศตา่ ง ๆ
โคลนถล่มในประเทศไทยและประเทศ ในทวีปเอเชยี
ต่าง ๆ ในทวปี เอเชยี 3.3.2 สถิติการเกิดอทุ กภยั และดินโคลน
8. นาเสนอผลการเปรียบเทียบ ถล่มในประเทศไทย และประเทศต่าง ๆ
สถติ กิ ารเกิดอทุ กภยั และดินโคลนถลม่ ในทวปี เอเชีย
ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ 3.4 แนวทางการปอ้ งกนั และการแก้ไข
ในทวีปเอเชยี ปัญหาผลกระทบที่เกิดจากอุทกภัย และ
9. บอกวธิ กี ารเตรยี มความพร้อมรบั ดนิ โคลนถลม่
สถานการณ์การเกิดอุทกภยั และดนิ 3.4.1 การเตรยี มความพร้อมรับสถานการณ์
โคลนถล่ม การเกิดอทุ กภยั และดนิ โคลนถล่ม
10. บอกวธิ ีการปฏบิ ัตขิ ณะเกิดอุทกภยั 3.4.2 การปฏบิ ัติขณะเกดิ อุทกภยั และดนิ
และดนิ โคลนถลม่ โคลนถลม่
11. บอกวธิ ีการปฏบิ ัติตนหลังเกิด 3.4.3 การปฏบิ ตั ติ นหลงั เกิดอุทกภยั และ
อุทกภัย และดนิ โคลนถล่ม ดินโคลนถลม่
1. บอกความหมายของไฟปา่ 4.1 ความหมายของไฟปา่ 15
2. บอกสาเหตุ และปจั จัยการเกดิ ไฟป่า - ความหมายของไฟป่า
3. บอกชนดิ ของไฟป่า 4.2 ลกั ษณะการเกิดไฟป่า
4. บอกผลกระทบท่ีเกดิ จากไฟปา่ 4.2.1 สาเหตุและปจั จัยการเกิดไฟป่า
5. ตระหนกั ถงึ ภัยและผลกระทบท่เี กิด 4.2.2 ชนิดของไฟป่า
จากไฟป่า 4.2.3 ผลกระทบทเี่ กดิ จากไฟป่า
6. บอกฤดูกาลการเกิดไฟปา่ ในแต่ละ 4.2.4 ฤดูกาลการเกดิ ไฟป่าในแต่ละพน้ื ท่ี
พน้ื ท่ขี องประเทศไทยและประเทศ ของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ใน
ตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย ทวปี เอเชีย
149
ที่ หวั เรอ่ื ง ตวั ช้ีวดั เนอื้ หา เวลา
(ชั่วโมง)
7. อธบิ ายสถานการณ์ไฟปา่ ในประเทศ 4.3 สถานการณ์ไฟป่า
ไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย 4.3.1 สถานการณ์ไฟปา่ ในประเทศไทย
8. นาเสนอผลการเปรยี บเทยี บสถิติ และประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชยี
การเกดิ ไฟป่าของประเทศไทยและ 4.3.2 สถิติการเกดิ ไฟป่าของประเทศตา่ ง ๆ
ประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย ในทวีปเอเชีย
9. บอกวธิ กี ารเตรียมความพร้อมรับ 4.4 แนวทางการป้องกันและการแก้ไข
สถานการณ์การเกิดไฟปา่ ปญั หาผลกระทบที่เกดิ จากไฟป่า
10. บอกวธิ ีการปฏบิ ตั ิขณะเกิดไฟปา่ 4.4.1 การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์
11. บอกวธิ กี ารปฏิบัตติ นหลังเกิดไฟปา่ การเกิดไฟป่า
4.4.2 การปฏิบตั ขิ ณะเกดิ ไฟปา่
4.4.3 การปฏบิ ัติตนหลงั เกดิ ไฟป่า
5 หมวกควัน 1. บอกความหมายของหมอกควนั 5.1 ความหมายของหมอกควนั 15
2. บอกสาเหตุ และปัจจยั การเกดิ - ความหมายของหมอกควนั
หมอกควัน 5.2 ลักษณะการเกิดหมอกควนั
3. บอกผลกระทบทีเ่ กดิ จากหมอกควนั 5.2.1 สาเหตแุ ละปจั จยั การเกิดหมอกควัน
4. ตระหนักถงึ ภยั และผลกระทบที่เกดิ 5.2.2 ผลกระทบทเี่ กิดจากหมอกควนั
จากหมอกควนั 5.2.3 พนื้ ที่ที่ไดร้ ับผลกระทบจากหมอก
5. บอกพน้ื ท่ีพื้นท่ที ่ีไดร้ บั ผลกระทบ ควันในประเทศไทยและประเทศตา่ ง ๆ
จากหมอกควนั ในประเทศไทยและ ในทวีปเอเชีย
ประเทศต่าง ๆ ในทวปี เอเชีย
6. บอกสถานการณห์ มอกควันใน 5.3 สถานการณห์ มอกควนั
ประเทศไทย และประเทศในทวีป 5.3.1 สถานการณแ์ ผ่นดินไหวในประเทศ
เอเชีย ไทย และประเทศในทวีปเอเชีย
7. นาเสนอผลการเปรยี บเทียบ 5.3.2 สถติ ิการเกดิ หมอกควันในประเทศ
สถติ ิการเกิดหมอกควนั ในประเทศไทย ไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย
และประเทศต่าง ๆ ในทวปี เอเชีย
8. บอกวธิ กี ารเตรียมความพร้อมรบั 5.4 แนวทางการป้องกันและการแก้ไข
สถานการณ์การเกิดหมอกควัน ปัญหาผลกระทบที่เกิดจากหมอกควัน
9. บอกวธิ ีการปฏบิ ัตขิ ณะเกิดหมอก 5.4.1 การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์
ควนั การเกดิ หมอกควนั
10. บอกวิธีการปฏิบตั ิตนหลงั เกดิ 5.4.2 การปฏิบตั ขิ ณะเกิดหมอกควนั
หมอกควนั 5.4.3 การปฏบิ ัตติ นหลงั เกิดหมอกควนั
150
ที่ หัวเรอ่ื ง ตวั ช้วี ดั เนอ้ื หา เวลา
(ชัว่ โมง)
6 แผน่ ดนิ ไหว 1. อธิบายความหมายของแผ่นดินไหว 6.1 ความหมายของแผ่นดนิ ไหว
2. บอกสาเหตุ และปัจจัยการเกดิ - ความหมายของแผน่ ดนิ ไหว 15
แผน่ ดินไหว 6.2 ลักษณะการเกิดแผน่ ดนิ ไหว
3. บอกผลกระทบท่เี กดิ จาก 6.2.1 สาเหตแุ ละปัจจยั การเกิดแผน่ ดนิ ไหว
แผ่นดนิ ไหว 6.2.2 ผลกระทบทเี่ กดิ จากแผ่นดนิ ไหว
4. ตระหนกั ถงึ ภยั และผลกระทบท่ีเกดิ 6.2.3 พืน้ ที่เสย่ี งภยั ตอ่ การเกิดแผน่ ดินไหว
จากแผน่ ดนิ ไหว ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวปี
5. บอกพื้นที่เสยี่ งภยั ตอ่ การเกดิ เอเชยี
แผ่นดินไหวในประเทศไทยและ 6.3 สถานการณแ์ ผน่ ดนิ ไหว
ประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย 6.3.1 สถานการณ์แผ่นดนิ ไหวในประเทศ
6. บอกสถานการณ์แผ่นดนิ ไหว ไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชยี
ในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ 6.3.2 สถิติการเกดิ แผ่นดินไหวของประเทศ
ในทวปี เอเชยี ไทยและประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชยี
7. นาเสนอผลการเปรียบเทียบ 6.4 แนวทางการปอ้ งกันและการแกไ้ ข
สถติ ิการเกิดแผน่ ดินไหวของประเทศ ปัญหาผลกระทบท่ีเกิดจากแผน่ ดนิ ไหว
ไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย 6.4.1 การเตรยี มความพร้อมรับ
8. บอกวธิ ีการเตรยี มความพร้อมรบั สถานการณ์การเกิดแผ่นดินไหว
สถานการณ์การเกิดแผน่ ดนิ ไหว 6.4.2 การปฏบิ ัตขิ ณะเกดิ แผน่ ดินไหว
9. บอกวิธกี ารปฏิบัตขิ ณะเกิด 6.4.3 การปฏบิ ัติตนหลังเกดิ แผ่นดินไหว
แผ่นดินไหว
10. บอกวิธีการปฏบิ ัตติ นหลังเกดิ 7.1 ความหมายของสึนามิ 15
แผน่ ดนิ ไหว - ความหมายของสนึ ามิ
7.2 ลักษณะการเกิดสนึ ามิ
7 สึนามิ 1. บอกความหมายของสึนามิ 7.2.1 สาเหตแุ ละปจั จัยการเกิดสนึ ามิ
2. บอกสาเหตุ และปัจจยั การเกดิ 7.2.2 สญั ญาณบอกเหตุก่อนเกิดสึนามิ
สึนามิ 7.2.3 ผลกระทบทเี่ กิดจากสึนามิ
3. บอกสญั ญาณบอกเหตุก่อนเกดิ 7.2.4 พ้นื ทเี่ สย่ี งภยั ต่อการเกิดสึนามิใน
สึนามิ ประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ในทวีป
4. บอกผลกระทบทเี่ กิดจากสึนามิ เอเชีย
5. ตระหนกั ถงึ ภัยและผลกระทบ
ทีเ่ กิดจากสนึ ามิ
6. บอกพน้ื ท่เี ส่ยี งภัย
151
ที่ หัวเรื่อง ตวั ชวี้ ดั เนือ้ หา เวลา
(ชั่วโมง)
ต่อการเกดิ สนึ ามใิ นประเทศไทยและ 7.3 สถานการณส์ ึนามิ
ประเทศต่าง ๆ ในทวปี เอเชยี 7.3.1 สถานการณส์ ึนามิในประเทศไทย
7. บอกสถานการณส์ ึนามิในประเทศ และประเทศตา่ ง ๆ ในทวปี เอเชยี
ไทย และประเทศในทวีปเอเชีย 7.3.2 สถติ ิการเกิดสึนามิของประเทศไทย
8. นาเสนอผลการเปรยี บเทยี บ และประเทศต่าง ๆ ในทวีปเอเชีย
สถิตกิ ารเกิดสึนามขิ องประเทศไทยและ 7.4 แนวทางการป้องกนั และการแกไ้ ข
ประเทศในทวีปเอเชีย ปญั หาผลกระทบทเี่ กิดจากสึนามิ
9. บอกวธิ กี ารเตรียมความพร้อมรับ 7.4.1 การเตรยี มความพร้อมรับสถานการณ์
สถานการณ์การเกิดสึนามิ การเกดิ สนึ ามิ
10. บอกวธิ ีการปฏบิ ตั ขิ ณะเกิดสึนามิ 7.4.2 การปฏบิ ัติขณะเกดิ สึนามิ
11. บอกวธิ ีการปฏบิ ัติตนหลงั เกดิ 7.4.3 การปฏิบัติตนหลังเกดิ สึนามิ
สนึ ามิ
8 บุคลากร 12. ระบุบคุ ลากรทีเ่ กย่ี วข้องกับการให้ 8.1 บุคลากรทีเ่ กี่ยวข้องกับการใหค้ วาม 3
และหนว่ ย ความช่วยเหลอื ผู้ประสบภัยธรรมชาติ ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภยั ธรรมชาติต่าง ๆ
งานทเ่ี กี่ยว ตา่ ง ๆ 8.2 หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับการใหค้ วาม
ขอ้ งกับการ 13. ระบุหน่วยงานท่ีเกย่ี วข้องกบั การ ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภยั ธรรมชาติต่าง ๆ
ใหค้ วาม ให้ความชว่ ยเหลือผู้ประสบภัย
ช่วย เหลือ ธรรมชาตติ ่าง ๆ
การประสบ
ภัยธรรม
ชาติ
152
153
154
155
156
157
158
159
160
161
3333
162
163
164
165
สาระทักษะการดาเนินชีวิต
สาระทักษะการดาเนนิ ชวี ิต
เป้าหมายการเรยี นรู้
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
เศรษฐกิจพอเพียง
1. วิเคราะห์กระบวนการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพฒั นาชวี ิตในอยู่ดีมสี ุข
2. จัดระบบความสมั พนั ธข์ องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกบั การดาเนนิ ชีวติ
3. ปฏบิ ัติตนตามกระบวนการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
สุขศึกษา พลศึกษา
4. วิเคราะห์การมสี ุขภาพกาย สขุ ภาพจติ ทีด่ ีและการดาเนนิ ชีวติ ใหม้ คี วามปลอดภัย
5. จดั ระบบการมสี ขุ ภาพกาย สุขภาพจติ และการดาเนินชีวติ ให้มคี วามปลอดภัย
6. ปฏิบตั ิตนถูกต้องตามหลักสขุ บญั ญัติ
ศิลปศกึ ษา
7. วเิ คราะหว์ พิ ากษ์ วจิ ารณเ์ ก่ียวกบั ทศั นศลิ ป์ ดนตรี นาฏศิลปไ์ ทย
8. เข้าใจความสัมพันธข์ องศิลปะกบั การดาเนินชวี ติ
9. แสดงความคดิ เห็นในศิลปะอยา่ งมสี นุ ทรีภาพและถูกตอ้ ง
166
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับผลการเรยี นรทู้ ี่คาดหวัง
มาตรฐานท่ี 4.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ เจตคติทดี่ เี กี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และสามารถ
ประยกุ ตใ์ ช้ในการดาเนนิ ชีวิตไดอ้ ย่างเหมาะสม
มาตรฐานการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวัง
รู้ เขา้ ใจ ยอมรับ เห็นคุณค่า ปรัชญาของเศรษฐกิจ 1. อธบิ ายแนวคดิ หลักการ ความหมาย ความสาคัญ
พอเพียง และสามารถประยุกตใ์ ชใ้ นการประกอบ ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งได้
อาชพี และมีภูมิคุ้มกันในการดาเนนิ ชีวิตของตนเอง 2. บอกแนวทางในการนาปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
ครอบครัว และชุมชนอย่างมีความสขุ ไปประยุกต์ใช้ในการดาเนนิ ชีวติ
3. เหน็ คณุ คา่ และปฏิบตั ติ ามหลกั เศรษฐกิจพอเพียง
4. แนะนา สง่ เสริมสมาชิกในครอบครวั และชมุ ชนให้
เหน็ คณุ ค่าและนาไปปฏบิ ตั ใิ นการดาเนนิ ชวี ติ
มาตรฐานที่ 4.2 มีความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะและเจคติทีด่ ีเกยี่ วกบั การดูแล สง่ เสริมสุขภาพพลานามยั
และความปลอดภัยในการดาเนินชวี ิต
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวัง
รู้ เขา้ ใจ มคี ุณธรรม จริยธรรมและเจตคติที่ดี มี 1. อธบิ ายธรรมชาตกิ ารเจริญเติบโตและพัฒนาการ
ทักษะในการดแู ล และสร้างเสริมการมีพฤติกรรม ของมนษุ ยไ์ ดอ้ ย่างถกู ต้อง
สขุ ภาพทดี่ ี ปฏบิ ตั ิจนเปน็ กิจนิสยั หลกี เล่ยี ง 2. บอกหลกั การดูแลและสร้างเสริมพฤติกรรมสขุ ภาพ
พฤติกรรมเส่ียงต่อสขุ ภาพ ตลอดจนส่งเสรมิ สขุ ภาพ ทีด่ ขี องตนเองและครอบครวั
พลานามยั และสภาพ แวดล้อมทดี่ ีในชุมชน 3. ปอ้ งกนั และหลีกเลย่ี งพฤติกรรมเสยี่ งตอ่ สุขภาพ
และความปลอดภยั ด้วยกระบวนการทักษะชีวิต
4. แนะนาการปฏิบัติตนเกีย่ วกับการดแู ลและ
หลกี เลยี่ งพฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพแกค่ รอบครัวและ
ผอู้ นื่
5. ปฏบิ ตั ิตนในการดแู ลสุขอนามัยและสรา้ งเสริม
พฤติกรรมสขุ ภาพทด่ี ีของตนเอง รวมทัง้
สภาพแวดลอ้ มในชมุ ชนจนเป็นกิจนสิ ัย
167
มาตรฐานท่ี 4.3 มีความรู้ ความเขา้ ใจ และเจตคติท่ีดี เกยี่ วกับศลิ ปะและสุนทรยี ภาพ
มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
รู้ เขา้ ใจ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ชื่นชม เห็นคณุ ค่า 1. อธบิ ายความหมายของธรรมชาติ ความงามและ
ความงาม ความไพเราะ ธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ มทาง ความไพเราะของทศั นศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศลิ ปไ์ ทย
ทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์ไทย 2. อธบิ ายความร้พู ืน้ ฐานของทัศนศลิ ป์ ดนตรี และ
นาฏศลิ ป์ไทย
3. สร้างสรรคผ์ ลงานโดยใช้ความรูพ้ นื้ ฐาน ดา้ น
ทศั นศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์ไทย
4. ช่นื ชม เหน็ คุณค่าของทศั นศลิ ป์ ดนตรี และ
นาฏศลิ ป์ไทย
5. อนุรักษส์ ืบทอดภมู ปิ ัญญาดา้ นทศั นศลิ ป์ ดนตรี และ
นาฏศิลปไ์ ทย
คาอธิบายรายวิชาบงั คบั 168
รายวชิ าบังคับ หนว่ ยกิต
สาระทักษะการดาเนินชีวิต 1
2
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ 2
มาตรฐานท่ี รหัสรายวชิ า รายวชิ า
4.1
4.2 ทช21001 เศรษฐกจิ พอเพียง
4.3
ทช21002 สขุ ศึกษา พลศึกษา
ทช21003 ศลิ ปศกึ ษา
169
คาอธบิ ายรายวชิ า ทช21001 เศรษฐกิจพอเพยี ง จานวน 1 หน่วยกติ
ระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น
มาตรฐานการเรยี นร้รู ะดับ
รู้ เข้าใจ ยอมรับ เห็นคุณค่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถประยุกต์ใช้ในการประกอบ
อาชพี และมีภมู คิ มุ้ กนั ในการดาเนินชวี ิตของตนเอง ครอบครวั และชมุ ชนอย่างมคี วามสขุ
ศึกษา ฝกึ ปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ เก่ยี วกบั เศรษฐกจิ พอเพยี ง ดังนค้ี ือ
ความเปน็ มา ความหมาย หลักการ แนวคิด ตามปรัชญาของเศรษฐกิจเพ่ือการประกอบอาชีพ การ
วางแผนการประกอบอาชพี การสรา้ งเครือขา่ ยเพื่อการดาเนินชีวิตอยา่ งพอเพยี ง เพอื่ ให้เป็นคนมีเหตผุ ล
พอประมาณ มภี ูมิคุ้มกัน มคี วามรู้ และมคี ุณธรรมจริยธรรมในการประกอบอาชีพ การดาเนนิ ชวี ิตของตนเอง
ครอบครวั และชมุ ชนอยา่ งมีความสุข
การจัดประสบการณก์ ารเรียนรู้
ศกึ ษาขอ้ มูลตนเอง ข้อมลู วิชาการ ข้อมูลส่ิงแวดลอ้ ม วิเคราะห์ สังเคราะห์ เช่อื มโยงเข้ากับความรู้และ
ประสบการณ์ โดยศึกษาจากกรณีตวั อยา่ ง สภาพจรงิ สื่อทุกประเภท การอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภูมิ
ปัญญา การทดลอง ฝึกปฏิบัติ ประเมินผลและวางแผนประยุกต์ในชีวิต
การวดั และประเมินผล
ประเมนิ ความรู้ ความเข้าใจ ความคิดเห็น ช้นิ งาน ผลงาน โดยวธิ กี ารทดสอบ สังเกต สมั ภาษณ์
ตรวจสอบ ประเมนิ การปฏิบตั ิจริง และประเมินสภาพจริง
170
คาอธิบายรายวิชา ทช21001 เศรษฐกิจพอเพยี ง จานวน 1 หน่วยกติ
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
มาตรฐานการเรียนรู้ระดบั
รู้ เข้าใจ ยอมรับ เห็นคุณค่า ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถประยุกต์ใช้ในการประกอบ
อาชพี และมภี ูมคิ ุม้ กันในการดาเนนิ ชีวติ ของตนเอง ครอบครวั และชุมชนอย่างมีความสุข
ท่ี หัวเรือ่ ง ตวั ช้ีวัด เนือ้ หา จานวน
(ช่วั โมง)
1 ความพอเพียง ร้เู ข้าใจแนวคิด หลักการ 1.ความเป็นมา ความหมาย 4
ความหมาย ความสาคัญปรัชญา หลกั แนวคิด
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2.ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
3.การแสวงหาความรู้
2 ประกอบอาชีพ 1.นาหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ 1.หลักปรัชญาเศรษฐกจิ เพียง 16
อยา่ งพอเพียง พอเพียงไปใช้ในการจัดการ กบั การจัดการทรัพยากรที่มอี ยู่
ทรพั ยากรท่มี ีอยู่ของตนเอง ของตนเอง ครอบครัว ชุมชน
ครอบครวั ชุมชน
2.กาหนดแนวทางและปฏบิ ัติตน 2.หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
ในการนาหลกั ปรัชญาของ พอเพียงกับการประกอบอาชพี
เศรษฐกิจพอเพยี งไปประยุกต์ใช้
ในการประกอบอาชีพ
3 การวางแผน 1.สามารถวางแผนในการ 1.การวางแผนประกอบอาชีพ 16
ประกอบอาชีพ ประกอบ อาชพี ท่เี หมาะสมกับ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ
แบบพอเพยี ง ตนเองไดอยางนอย 1 อาชพี พอเพียง
2.การวางแผน และจัดทา 2.โครงการและแผนงาน
โครงงานการ ประกอบอาชีพ ประกอบอาชีพ ตามหลัก
ตามแผนงานท่ีวางไวไดอยาง ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
เหมาะสม
3. สามารถนาความรูมาใชเปน 3. แนวทางการประกอบอาชีพ
ฐานใน การประกอบอาชีพ ใหประสบความสาเร็จ
4. มีคุณธรรมในการประกอบ
อาชีพ
171
ที่ หวั เรอ่ื ง ตัวช้ีวัด เนื้อหา จานวน
(ชว่ั โมง)
4 สร้างเครอื ข่าย ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอย่างของ 1.การสง่ เสริม เผยแพร่ ขยาย
ดาเนินชวี ิตแบบ ชมุ ชนในการประกอบอาชีพและ ผลงานการปฏิบตั ติ าม หลกั 10
พอเพียง การดาเนนิ ชีวิตตามหลักปรัชญา ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ของเศรษฐกจิ พอเพียง ของบุคคล ชมุ ชน ทป่ี ระสบ
ผลสาเรจ็ ในระดบั สากล
2.การสร้างเครอื ขา่ ยการ
ประกอบอาชีพและการดาเนิน
ชีวิตตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
3.กระบวนการขบั เคลื่อน
เศรษฐกจิ พอเพียง
172
คาอธบิ ายรายวชิ า ทช 21002 สุขศึกษา พลศกึ ษา จานวน 2 หนว่ ยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั
รู้ เข้าใจ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและเจตคติที่ดี มีทักษะในการดแู ล และสรา้ งเสรมิ การมพี ฤตกิ รรม
สุขภาพทด่ี ี ปฏบิ ัติจนเป็นกจิ นิสัย หลกี เลีย่ งพฤติกรรมเส่ียงตอ่ สุขภาพ ตลอดจนสง่ เสริมสุขภาพพลานามัยและ
สภาพ แวดลอ้ มท่ดี ีในชมุ ชนและสามารถเลือกประกอบอาชพี จากการแปรรูปสมุนไพรได้
ศึกษา ฝกึ ปฏิบัติ และประยกุ ตใ์ ช้ สุขศกึ ษา พลศึกษา ดงั น้ีคอื
สุขศึกษา พลศึกษา เก่ียวกับเร่ืองพัฒนาการของร่างกาย ความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชน
สุขภาพทางเพศ สารอาหาร สุขภาพกาย โรคระบาด ยาแผนโบราณ และสมุนไพร การป้องกันสารเสพติด
อันตรายจากการประกอบอาชีพ ทักษะชีวิตเพื่อการสื่อสาร เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีเจตคติที่ดี และ
สามารถดูแลสุขภาพ พลานามัย สร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพท่ีดี มีสรรถภาพทางกายและทางจิต ป้องกันโรค
ได้ ปฏิบัติเป็นกิจนิสัย ดารงสุขภาพท่ีดีและประยุกต์ใช้ในการดาเนินชีวิตของตนเอง ครอบครัว ชุมชนได้
อย่างเหมาะสม ปลอดภัย มคี วามสุข มีส่วนรว่ มในการส่งเสริมสุขภาพ พลานามัยและส่ิงแวดล้อมท่ีดีในชุมชน
การเลอื กประกอบอาชพี จากการแปรรปู สมนุ ไพรในชมุ ชน
การจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรู้
ศึกษาเอกสาร สื่อทกุ ประเภท วิเคราะห์ อภปิ รายแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ศกึ ษาจากสภาพจรงิ สาธติ
ทดลองฝึกปฏิบัติ ค้นคว้า สรุป บันทึก ตรวจสอบ การประเมินตนเอง จัดทาช้ินงาน/ผลงาน จัดแสดง
นทิ รรศการ ศึกษาดูงาน กิจกรรมคา่ ย ฯลฯ
การวดั และประเมินผล
ประเมินความรู้ ความเข้าใจ ตรวจสอบ ชนิ้ งาน/ผลงานและประเมินการปฏิบัติจรงิ โดยวิธีการทดสอบ
สงั เกต สัมภาษณ์ ประเมินสภาพจริง
173
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวิชา ทช 21002 สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา จานวน 2 หนว่ ยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
มาตรฐานการเรยี นรูร้ ะดับ
รู้ เข้าใจ มีคุณธรรม จริยธรรมและเจตคติที่ดี มีทักษะในการดูแล และสร้างเสริมการมีพฤติกรรม
สขุ ภาพท่ีดี ปฏิบัตจิ นเปน็ กจิ นสิ ัย หลกี เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ตลอดจนสง่ เสริมสุขภาพพลานามัยและ
สภาพ แวดลอ้ มทีด่ ีในชมุ ชน และสามารถเลือกประกอบอาชีพจากการแปรรปู สมุนไพรได้
ท่ี หัวเรื่อง ตวั ชีว้ ดั เน้อื หา จานวน
(ช่วั โมง)
1 พัฒนาการของ 1.อธบิ ายโครงสร้าง หน้าที่ และการ 1.โครงสรา้ ง หนา้ ที่ การทางาน 10
รา่ งกาย ทางานของระบบอวัยวะสาคัญของ และการดูแลรกั ษาระบบต่างๆที่
ร่างกาย 4 ระบบได้อยา่ งถูกต้อง สาคญั ของร่างกาย 4 ระบบ
2.ปฏิบัตติ นในการดแู ลรกั ษาและ -ระบบผวิ หนงั
ปอ้ งกนั อาการผดิ ปกติของระบบอวยั วะ -ระบบกล้ามเนื้อ
สาคญั 4 ระบบไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง -ระบบกระดูก
3. อธิบายพฒั นาการและการ -ระบบไหลเวียนโลหติ
เปลี่ยนแปลงตามวยั ของมนุษย์ 2. พฒั นาการและการ
ด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ เปล่ยี นแปลงตามวัยด้านร่างกาย
สังคม สตปิ ญั ญาไดอ้ ย่าง จติ ใจ อารมณ์
ถกู ต้อง สังคม สตปิ ัญญา
- วัยทารก
- วัยเด็ก
- วัยร่นุ
- วัยผู้ใหญ่
- วยั ชรา
2 การดแู ลรกั ษา 1. อธิบายประโยชนข์ องการออกกาลัง 1.หลักการดูแลสขุ ภาพเบ้อื งตน 20
สุขภาพ กายและโทษของการขาดการออกกาลงั การดูแลสขุ ภาพ ตามหลกั 5 อ
กายได้ ไดแก อาหาร อากาศ อารมณ
2. อธบิ ายรูปแบบและวิธกี ารออกกาลัง อจุ จาระ อนามยั
กายเพ่ือสขุ ภาพได้ 2. การออกกาลงั กาย รูปแบบ
3. ระบุการเปล่ียนแปลงเมื่อเข้าวัยหนมุ่ และวธิ ีออกกาลงั กายเพ่ือ
สาวได้ สุขภาพ
174
ที่ หวั เรื่อง ตัวชีว้ ดั เน้ือหา จานวน
3 สารอาหาร (ชั่วโมง)
4. อธบิ ายวธิ ีการหลกี เลี่ยงพฤตกิ รรมท่ี -ประโยชนและโทษของการ
นาไปสูก่ ารมีเพศสัมพนั ธ์ การลว่ งละเมดิ ออกกาลังกาย
ทางเพศและการต้งั ครรภ์ท่ีไม่พึง -รูปแบบและวิธกี ารออกกาลัง
ประสงค์ กายเพ่ือสุขภาพ
5. อธิบายวธิ กี ารดแู ลสุขภาพทางเพศท่ี -การเดนิ เรว็
เหมาะสมและไม่ทาให้เกิดปญั หาทาง -การวิ่งเหยาะ
เพศได้ -การขีจ่ กั รยาน
-การเลนโยคะ
-เตนแอโรบคิ
-วายํน้า ฯลฯ
3. สุขภาพทางเพศ
- การคุมกาเนดิ
- การทองไมพรอม
- การทาแทง
- การตดิ เชื้อ HIVS
4. พฤติกรรมทน่ี าไปสูการ
ลวงละเมิดทางเพศ การมเี พศ
สมั พันธ และการตั้งครรภท่ีไมพงึ
ประสงค
- การเปลย่ี นแปลงเมื่อเขาสูวัย
-หนมุ สาว
- การปองกนั และหลีกเลยี่ ง
พฤติกรรมเสยี่ งตอการลวง
ละเมิดทางเพศและการต้ังครรภ
ทไ่ี มพงึ ประสงค
1. วิเคราะหป์ ญั หาสุขภาพทเ่ี กิดจากการ 1. ปัญหาสขุ ภาพทีเ่ กดิ จากการ 10
บริโภคอาหารทีไ่ มถ่ ูกหลักโภชนาการได้ บรโิ ภคอาหารไม่ถูกหลกั
โภชนาการ
- ภาวะทุพโภชนาการ
- ภาวะโภชนาการเกิน
อาหาร
175
ท่ี หวั เรื่อง ตวั ชว้ี ัด เนอ้ื หา จานวน
(ชว่ั โมง)
2. บอกปริมาณสารอาหารท่ีร่างกาย 2. ปรมิ าณความต้องการ
ตอ้ งการตามเพศ วยั และสภาพ สารอาหารตาม เพศ วยั และ
รา่ งกายได้ สภาพรา่ งกาย
3.อธิบายวิธีการประกอบอาหารเพ่ือ 3.วิธีการประกอบอาหารเพ่ือคง
รักษาคุณคา่ ของสารอาหารได้ คุณคา่ ของสารอาหาร
4 โรคระบาด อธบิ ายสาเหตุ อาการ การป้องกนั และ สาเหตุ อาการ การปองกันและ 6
การรักษา โรคทเี่ ป็นปัญหาต่อสขุ ภาพได้ การรักษา โรคท่ีเปนปญหา
อยา่ งถูกต้อง สาธารณสุข
- โรคไข้เลือดออก
- โรคมาลาเรยี
- โรคไข้หวัดนก โรคซาร์
- โรคอหิวาตกโรค
ฯลฯ
5 ยาแผนโบราณและ 1. บอกหลกั และวิธีการใช้ยาไดอ้ ยา่ ง 1. หลักและวธิ กี ารใช้ยา 6
สมุนไพร ถกู ต้อง - ยาแผนโบราณ
2. อธบิ ายอันตรายจากการใชย้ า - ยาสมนุ ไพร
ประเภทตา่ ง ๆได้อย่างถูกตอ้ ง 2. อนั ตรายจากการใชย้ า
6 การป้องกัน 1. อธบิ ายปญหา สาเหตุ ประเภทและ 1.ปญั หา สาเหตุ ประเภทและ 6
สารเสพตดิ ชนิดของสารเสพติด และการ ปองกัน ชนดิ ของสารเสพตดิ และการ
แกไข ปอ้ งกันแก้ไข
2. บอกลักษณะอาการของผูติด 2. ลักษณะอาการของผตู้ ิดสาร
สารเสพติด เสพตดิ
3. อธิบายอันตราย วธิ กี ารปองกนั และ 3. อันตราย การป้องกันและการ
หลีกเลยี่ งพฤติกรรมเสีย่ งตอสารเสพ ตดิ หลกี เล่ียงพฤติกรรมเส่ียงต่อสาร
เสพตดิ
176
ที่ หัวเรื่อง ตวั ชวี้ ดั เนอ้ื หา จานวน
(ช่วั โมง)
7 อุบัตเิ หตุ อบุ ัติภัย 1. อธิบายปญหา สาเหตุของการเกดิ 1. ปญหา สาเหตุของการเกิด 12
อบุ ัติเหตุ อบุ ัตภิ ยั และภยั ธรรมชาติ อบุ ัตเิ หตุ อุบัตภิ ยั และภัย
ธรรมชาติ
2. วเิ คราะหพฤติกรรมเสย่ี งท่ีจะนาไปสู 2. การปองกนั อนั ตรายและ
ความไมปลอดภยั ในชวี ติ และ ทรพั ยสนิ หลกี เลย่ี งพฤติกรรมเสี่ยงที่ จะ
นาไปสูความไมปลอดภยั จาก
อบุ ัติเหตุ อุบัตภิ ยั และ ภัย
ธรรมชาติ
3. บอกเทคนิค วิธกี ารขอความชวยเหลือ 3. เทคนิค วิธกี ารขอความ ชวย
และการเอาชวี ิตรอดเมื่อ เผชญิ อันตราย เหลอื และการเอาชวี ติ รอดเม่ือ
และสถานการณคับ ขันไดอยาง เผชิญอันตรายและ สถานการณ
เหมาะสม คับขนั
4. อธบิ ายวธิ ีการปฐมพยาบาลเมอื่ ไดรบั 4. การปฐมพยาบาลเมือ่ ไดรบั
อนั ตรายจากอุบัติเหตุ อบุ ตั ภิ ัยไดอยาง อนั ตรายจากอุบัติเหตุ อบุ ตั ิภัย
ถกู ตอง และภยั ธรรมชาติ
8 ทกั ษะชีวิตเพ่ือการ 1.บอกความหมายและความสาคัญของ 1.ความหมาย ความสาคัญ ของ 10
ส่อื สาร ทักษะชวี ิต (Life Skill) ไดท้ งั้ 10 ประการ ทักษะชีวติ
2. บอกทักษะชวี ติ ทจ่ี าเป็นได้อย่างน้อย 2.ทักษะท่ีจาเป็น 3 ประการ
3 ประการ -ทักษะส่อื สารอย่างมี
3. ประยุกต์ใช้กระบวนการทักษะชวี ติ ประสิทธิภาพ
ในการดาเนินชวี ิตได้อย่างเหมาะสม -ทกั ษะสรา้ งสัมพนั ธภาพ
4.แนะนาผู้อื่นในการนาทกั ษะการ ระหวา่ งบคุ คล
แก้ปัญหาในครอบครัวและการ -ทักษะในการเข้าใจและเหน็ ใจ
ทางาน ผ้อู ืน่
9 อาชีพแปรรูป 1. อธบิ ายสมุนไพรกบั บทบาททาง 1. สมนุ ไพรกบั บทบาททาง 3
สมุนไพร เศรษฐกิจได เศรษฐกิจ
2. อธิบายรปู แบบการแปรรูป สมนุ ไพร 2. การแปรรูปสมนุ ไพรเพ่ือการ
เพอื่ การจาหนายได จาหนาย
3. อธิบายการขออนุญาตผลิตภัณฑ 3. การขออนุญาตผลิตภัณฑ
อาหารและยา (อย.) ได อาหารและยา (อย.)
177
คาอธบิ ายรายวชิ า ทช21003 ศลิ ปศกึ ษา จานวน 2 หน่วยกิต
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น
มาตรฐานการเรียนรรู้ ะดบั
รู เขาใจ มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม ช่ืนชม เห็นคุณคาความงาม ความไพเราะ ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอมทาง
ทศั นศิลป ดนตรี และนาฏศลิ ปไทย และสามารถวิเคราะห วิพากษ วิจารณ ไดอยางเหมาะสม และสามารถ
เลอื กนาฏศลิ ปไทยเพ่อื นาไปประกอบอาชีพได
ศึกษา เรยี นรู้ เก่ยี วกบั ศลิ ปศึกษา ดังนี้คือ
ทัศนศิลป์ไทย ความสาคัญ ความเป็นมา คุณค่าและความงามของทัศนศิลป์ ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อมท่ีเป็นต้นกาเนิดของงานทัศนศิลป์ของไทย การอนุรักษ์ ภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมประเพณี
โบราณสถานของไทย
ดนตรีไทย ความสาคัญ ความเป็นมา วิวัฒนาการ รูปแบบเทคนิควิธีการ ของดนตรีประเภทต่างๆ
คณุ ค่าความงาม ความไพเราะของดนตรไี ทย การอนรุ กั ษภ์ ูมิปญั ญา วฒั นธรรม ประเพณี ทางด้านดนตรไี ทย
นาฏศลิ ป์ไทย ประวัติ ความเป็นมา วิวฒั นาการ รปู แบบเทคนิควธิ กี าร คุณค่า ความงามของนาฏศลิ ป์
พนื้ บ้าน นาฏศลิ ปไ์ ทย การอนรุ กั ษ์ ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณีนาฏศิลปไ์ ทย อาชีพนาฏศิลปไทย
การจดั ประสบการณ์การเรียนรู้
ศึกษา จากเอกสาร จากธรรมชาติ สื่อ ทุกประเภท และแหล่งเรียนรู้ ฝึกจินตนาการ วิเคราะห์
สร้างสรรค์ ฝึกปฏิบัติ ทัศนศึกษา กิจกรรมค่าย ฯลฯ ให้เห็นคุณค่าและช่ืนชมความงามของทัศนศิลป์ ดนตรี
นาฏศิลป์ และการอนุรักษ์ ภมู ิปัญญา วัฒนธรรม ประเพณี ส่ิงแวดล้อม ของทศั นศลิ ปไทย
การวัดและประเมนิ ผล
ประเมนิ ความรู้ ความเข้าใจ ความคิดเห็น ชนิ้ งาน ผลงาน โดย วธิ กี ารทดสอบ สงั เกต สมั ภาษณ์
178
รายละเอยี ดคาอธิบายรายวิชา ทช21003 ศิลปศกึ ษา จานวน 2 หน่วยกิต
ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้
มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั
รู เขาใจ มีคุณธรรม จริยธรรม ชื่นชม เห็นคุณคาความงาม ความไพเราะ ธรรมชาติ สิ่งแวดลอมทาง
ทัศนศิลป ดนตรี และนาฏศิลปไทย และสามารถวิเคราะห วิพากษ วิจารณ ไดอยางเหมาะสม และสามารถ
เลอื กนาฏศิลปไทยเพ่ือนาไปประกอบอาชีพได
ท่ี หวั เรือ่ ง ตัวชว้ี ัด เน้อื หา จานวน
ช่วั โมง
1 ทัศนศิลปไ์ ทย 1.อธิบายความสาคญั ของงานทัศนศลิ ป์ 1.ความสาคญั ของทัศนศลิ ป์ท่ีใช้ 30
ทใี่ ช้ของจุด เส้น สี แสง-เงา รูปร่าง ใน ของจดุ เสน้ สี แสง – เงา
การสรา้ งงานทัศนศิลป์ไทยได้อยา่ ง รปู ร่างและรูปทรง เพ่ือความ
เหมาะสม ซาบซึง้ ในงานทศั นศิลปข์ องไทย
2.อธิบายความเปน็ มาของงาน 2.ความเป็นมาของทศั นศิลป์
ทัศนศิลป์ไทยในดา้ นต่างๆได้ ไทยดา้ น
- จิตรกรรม
- ประตมิ ากรรม
- สถาปตั ยกรรม
- ภาพพมิ พ์
3.อธบิ าย วเิ คราะหวิพากษวจิ ารณ 3.ความงามของทศั นศลิ ป์ไทยท่ี
ความหมาย และความงามของทัศน เกดิ จากความงามตามธรรมชาติ
ศิลป ไทยท่เี กดิ จากความงามตาม เชน่ ตน้ ไม้ ทะเล แมน่ า้ ลา
ธรรมชาติ ธาร ภเู ขา และสัตวป์ ระเภท
ต่าง ๆ
4.อธบิ าย วเิ คราะหวพิ ากษวิจารณ 4.วธิ ีการนาความงามของ
วิธีการนาความงามจากธรรมชาติมา ธรรมชาตมิ าสร้างสรรคง์ าน
สรางสรรคจนิ ตนาการใหออกมาเปน
ความงามทางทัศนศลิ ปไทย 5. ความคิดสร้างสรรค์
5. อธิบายวเิ คราะหวิพากษวจิ ารณ เหมาะสม และความพอดีของ
คณุ คาของงานทัศนศิลปไทย เรือ่ งของ การนาวตั ถหุ รอื วัสดสุ ิ่งของ
ความงามท่เี กดิ จากความคดิ สรางสรรค ตา่ ง ๆ มาประดับตกแตง่
ของมนุษย ร่างกายและที่อยอู่ าศยั หรือ
ตกแต่งสถานที่ ส่งิ แวดลอ้ ม
ท่ัวๆไป
179
ท่ี หวั เรือ่ ง ตวั ชว้ี ัด เนื้อหา จานวน
2 ดนตรไี ทย ช่ัวโมง
3 นาฏศิลป์ไทย 6.อธบิ าย วเิ คราะหวิพากษวิจารณ 6.คุณค่าของความสาคัญความ
คณุ คาของความซาบซ้งึ ความรัก และ ดงี ามของวัฒนธรรม ประเพณี
ความหวงแหนวฒั นธรรม ประเพณี และความสวยงามของวัด โบสถ์
โบราณวตั ถุ และโบราณสถานของ ชาติ วหิ ารยคุ ตา่ งๆของชาติ
1. อธิบายความสาคญั ความเปนมาและ 1.ประวัติความเปน็ มาและ 20
วิวัฒนาการของเคร่ืองดนตรีไทยชนดิ ววิ ัฒนาการของเครื่องดนตรี
ตาง ๆ ไทย
2.อธบิ ายประเภทของดนตรี และ 2. เทคนคิ วิธกี ารเล่นของเครื่อง
เทคนคิ วิธีการเลนเคร่ืองดนตรีไทย ดนตรไี ทยแตล่ ะประเภท
3.อธิบายวิเคราะหวพิ ากษวิจารณ 3. คณุ คา่ ของความงามและ
คุณคาของความงามและความไพเราะ ไพเราะของเพลงและเครอื่ ง
ของเพลงและเครื่องดนตรีไทย ดนตรไี ทย
4. อธิบายประวัติ ของคณุ คาความรัก 4. ประวัตขิ องคุณคา่ ความรัก
และความหวงแหน ตลอดจนรวมสืบ และหวงแหน ของภมู ิปญั ญา
สานกระบวนการถายทอดของ ตลอดจน กจิ กรรมกระบวนการ
ภูมปิ ญญา ทางดานเพลงและดนตรีไทย ถา่ ยทอดของภมู ิปัญญาทางด้าน
เพลงและดนตรีไทย
1.อธบิ ายประวัติ ความเปน็ มา 1.ประวัติความเปน็ มา และ 30
ววิ ฒั นาการ การแสดงนาฏศลิ ปไ์ ทยใน ววิ ัฒนาการของการแสดง
แตล่ ะภาคต่างๆได้ นาฏศลิ ปไ์ ทยประเภทต่าง ๆ
2.บอกรูปแบบ องค์ประกอบ และ 2.รปู แบบ/องค์ประกอบและ
วิธีการแสดง วธิ ีการแสดงนาฏศิลป์ไทยในแต่
นาฏศิลป์ไทยประเภทตา่ ง ๆ ได้ ละภาคประเภทต่าง ๆ
3.แสดงความคิดเห็นและความ 3. การแสดงความคิดเห็นและ
รู้สกึ ตอ่ การแสดงประเภทตา่ ง ๆ ได้ ความรู้สกึ ต่อการแสดงนาฏศิลป์
4.บอกประโยชน์และเลอื กชม ไทยประเภทตา่ ง ๆ
การแสดงนาฏศลิ ป์ไทยทต่ี นสนใจ เพ่อื 4. ประโยชน์และวธิ ีเลือกชม
สร้างความสขุ และประโยชนต์ ่อ ตนเอง การแสดงนาฏศิลป์ไทย
5.อธบิ ายทา่ ราและสือ่ ความหมายของ 5.ทา่ ราและสือ่ ความหมายใน
นาฏศิลป์ไทยได้ นาฏศิลปไ์ ทย
6.บอกหลกั และวิธกี ารฝกึ การใช้ 6. การใช้ทา่ ทางส่ือความหมาย
ทา่ ทางส่ือความหมายได้ รวมทง้ั โอกาสท่ีใช้แสดง
180
ที่ หัวเรอื่ ง ตวั ชวี้ ัด เน้ือหา จานวน
ชั่วโมง
4 นาฏศิลปไทยกับ 7.บอกประโยชน์และคณุ ค่าของ
การประกอบ นาฏศลิ ป์และภาษาท่า เพ่ือการอนรุ กั ษ์ 7.ประโยชน์และคุณค่าของ
อาชพี ด้านนาฏศิลปไ์ ด้
นาฏศิลป์ไทยและภาษาท่าที่
8.อธิบายความสัมพันธ์ของประวตั ิ
ความเปน็ มา วัฒนธรรม ประเพณที ่ี เก่ยี วข้องกับการอนรุ ักษม์ รดก
เกีย่ วขอ้ งกบั ววิ ัฒนาการของราวง
มาตรฐานได้ ทางวัฒนธรรม
9.อธบิ ายการประยุกตท์ ่าราวง 8.ประวัติ ความเปน็ มา
มาตรฐานไปใชก้ ับเพลงอ่นื ๆ ในโอกาส
ต่าง ๆ ได้ วิวฒั นาการ ความหมายของ
10.บอกแนวทางอนรุ ักษ์การละเลน่ เน้อื เพลงทีใ่ ช้และการแตง่ กาย
ตามวฒั นธรรม ประเพณี ภมู ิปัญญา
ตามแนวทางนาฏศิลป์ไทยของภาค ประกอบการแสดงราวง
ตา่ งๆ
1. บอกลักษณะอาชีพนาฏศลิ ปไทย มาตรฐาน
ประเภทตางๆ
2. บอกขน้ั ตอนและแนวทางในการ 9.การนาทา่ ราวงมาตรฐานไป
ประกอบอาชีพนาฏศิลปไทย
ประยุกตใ์ ชป้ ระกอบกับเพลงอน่ื
ๆ เพือ่ นาไปใช้ในชวี ิตประจาวัน
โดยใหส้ อดคลอ้ งกบั วฒั นธรรม
10.การอนุรักษ์ การละเล่น
ตามวฒั นธรรมประเพณี ของ
ภมู ิปญั ญาทางนาฏศิลปไ์ ทยของ
ภาคต่างๆ
อาชีพของนาฏศิลปไทย 3
- หนังตะลงุ
- ลิเก
- หมอลา
คาอธิบายรายวิชาวชิ าเลือก 181
รายวชิ าเลือก หนว่ ยกติ
สาระทักษะการดาเนินชีวิต 2
มาตรฐานที่ รหัสวชิ า ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้
4.1 ทช23045 รายวิชา
บญั ชีครวั เรอื น
182
คาอธบิ ายรายวชิ า ทช23045 บญั ชีครวั เรอื น จานวน 2 หน่วยกติ
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
มาตรฐานการเรียนร้รู ะดบั
มีความร้คู วามเขา้ ใจและเจตคติท่ีดีเกยี่ วกบั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถประยกุ ตใ์ ชใ้ นการ
ดาเนนิ ชวี ติ ไดอ้ ย่างเหมาะสม
ศกึ ษาและฝึกทกั ษะเก่ียวกับเรื่องต่อไปนี้
ศึกษาถึงความสาคัญและประโยชน์ เข้าใจหลักการ และรูปแบบวิธีการทาบัญชีครัวเรือน วิเคราะห์
รายรับ-รายจ่าย ให้สอดคล้องกบั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แนวทางการจัดทาบญั ชคี รวั เรือน การวางแผน
การประยุกต์ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตนเอง ครอบครัวซ่ึงเป็นไปตามหลักการและปรัชญาการศึกษานอก
โรงเรียนและระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ.2551 ให้ผู้เรียนมี
คุณธรรม จริยธรรม มีสติปัญญามีศักยภาพในการประกอบอาชีพและสามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข
การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้
ศึกษาข้อมูล ตนเอง ข้อมูลวิชาการ เช่ือมโยงกับประสบการณ์เข้ากับความรู้ เพ่ือนามาวิเคราะห์และ
ตัดสินใจในการลดรายจ่าย เพ่มิ รายได้โดยศกึ ษาจากกรณีตัวอย่างที่สอดคล้องกบั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
ส่ือทุกประเภท การแลกเปล่ียนเรียนรู้ ภมู ิปัญญา และวางแผนการนาบัญชคี รวั เรอื นไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวิต
การวัดและประเมินผล
ประเมนิ ความรู้ ความเขา้ ใจ ประเมนิ แผนปฏบิ ตั ิการ โดยสงั เกต สมั ภาษณ์ ตรวจสอบ ประเมนิ การ
ปฏบิ ตั จิ รงิ และประเมินสภาพจริง
183
รายละเอียดคาอธิบายรายวิชา ทช23045บัญชคี รัวเรือน จานวน 2 หนว่ ยกิต
ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
มาตรฐานการเรยี นรู้ระดับ
มคี วามรู้ ความเข้าใจและเจตคติที่ดีเกยี่ วกบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งและสามารถ
ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชีวติ ได้อยา่ งเหมาะสม
ที่ หวั เรื่อง ตัวชวี้ ดั เน้ือหา จานวน
ชัว่ โมง
1 บญั ชีงา่ ยนิดเดยี ว - อธบิ ายความหมาย 1. ความหมาย ประโยชน์ของ 10
ประโยชน์ และวิเคราะห์ การทาบญั ชีครวั เรือน
แนวคดิ หลักการของบัญชี 2. หลักการ แนวคิด การทาบัญชี
ครัวเรอื นได้ ครวั เรือน
3. รูปแบบและวิธีการทาบัญชี
ครวั เรือน (บญั ชีในครัวเรอื น
กับการประกบอาชีพ)
2 บัญชคี รวั เรอื นกบั 1. อธิบายแนวคิด หลักการ 1. แนวคิด หลักการของปรชั ญา 30
ปรัชญาของเศรษฐกิจ ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง เศรษฐกิจพอเพยี ง
พอเพยี ง 2. วิเคราะห์บัญชีครัวเรือนให้ 2. บญั ชคี รัวเรอื นตามหลักของ
สอดคล้องกบั ปรัชญา ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพยี ง
3 บัญชีครวั เรือนใน 1. วิเคราะห์รายรับ-รายจ่าย 1. วธิ ีการวเิ คราะหร์ ายรบั - 30
ครัวเรอื น และทาบัญชีตนเอง บัญชี รายจา่ ย
ครวั เรอื นได้ 2. วธิ ีการทาบัญชีรับ-จา่ ย
2. ตระหนักเห็นคุณค่าและนา ของตนเองและครอบครัว
หลักการและวิธีการทาบัญชี 3. แนวทางการทาบญั ชี
ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อย่าง ครัวเรือนและการประกอบอาชพี
ต่อเนอื่ ง อย่างง่าย
4 การลดรายจา่ ยเพิ่มรายได้ - กาหนดมาตรการควบคุม 1. แนวคดิ การกาหนด 10
คา่ ใชจ้ า่ ยของตนเองและ มาตรการควบคุมคา่ ใชจ้ า่ ย
ครวั เรอื นใหส้ มดุลกับรายรบั 2. การลดรายจ่าย
สามารถลดรายจ่ายและเพ่ิม - การวเิ คราะห์ รายรบั
รายได้ รายจา่ ย
- แนวทางการลดรายจ่าย
3. การเพ่มิ รายไดแ้ ละ
แนวทางการเพิม่ รายได้
184
ที่ หัวเรอื่ ง ตวั ชวี้ ัด เนื้อหา จานวน
ช่วั โมง
4. การวางแผนการลดรายจา่ ย
และเพิ่มรายได้ของตนเองและ
ครอบครวั
แผนการลงทะเบยี นเรยี น
185
186
วิธีการจัดการเรยี นรู้
การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พ้นื ฐานมีวิธีการจดั การเรยี นรู้ทีห่ ลากหลาย ดังน้ี
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนกาหนดแผนการเรียนรู้ของตนเองตาม
รายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน โดยมีครูเป็นท่ีปรึกษาและให้คาแนะนาในการการศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ภูมิ
ปญั ญา ผูร้ ู้ และส่อื ตา่ ง ๆ
2. การเรียนรู้แบบพบกลุ่ม เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีกาหนดให้ผู้เรียนมาพบกันโดยมีครูเป็น
ผดู้ าเนนิ การให้เกดิ กระบวนการกลุม่ เพอื่ ใหม้ กี ารอภิปรายแลกเปล่ียนเรยี นรู้ และหาข้อสรุปร่วมกนั
3. การเรียนรู้แบบทางไกล เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้จากส่ือต่าง ๆ โดยที่ผู้เรียนและครูจะสื่อสารกัน
ทางส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เปน็ สว่ นใหญ่ หรอื ถา้ มีความจาเป็นอาจพบกันเปน็ ครั้งคราว
4. การเรียนรู้แบบช้ันเรียน เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่สถานศึกษากาหนดรายวิชา เวลาเรียน และ
สถานท่ี ทช่ี ดั เจน ซึง่ วิธีการจัดการเรยี นรูเ้ หมาะสาหรับผเู้ รียนท่ีมเี วลามาเขา้ ชน้ั เรยี น
5. การเรยี นรู้ตามอัธยาศัย เป็นวธิ ีการจัดการเรียนรทู้ ี่ผเู้ รียนสามารถเรยี นรูไ้ ดต้ ามความต้องการ และ
ความสนใจ จากสือ่ เอกสาร ส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ หรือจากการฝึกปฏบิ ัตติ ามแหล่งเรียนรู้ตา่ ง ๆ
แล้วนาความรู้และประสบการณ์มาเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551
6. การเรียนรู้จากการทาโครงงาน เป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนกาหนดเร่ืองโดยสมัครใจ ตาม
ความสนใจ ความต้องการ หรอื สภาพปัญหา ท่จี ะนาไปสู่การศึกษาค้นคว้า ทดลอง ลงมือปฏิบัตจิ ริง และมกี าร
สรุปผลการดาเนนิ การตามโครงการ โดยมีครเู ปน็ ผู้ให้คาปรกึ ษา แนะนา อานวยความสะดวกในการเรยี นรู้ และ
กระต้นุ เสริมแรงใหเ้ กิดการเรียนรู้
7. การเรยี นการสอนออนไลน์ โดยการใช้โปรแกร LMS (Learning Management System) ซง่ึ
เป็นโปรแกรมจัดการเรียนรูอ้ อนไลนท์ ่ีพัฒนาขึ้นโดยสานักงาน กศน.จงั หวัดศรสี ะเกษ (NFE-LMS) และ
Google Classroom โปรแกรมจดั การชน้ั เรยี น เป็นวธิ กี ารจัดการเรยี นรู้ผ่านเครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ผเู้ รียน
สามารถเลอื กอยู่ทใ่ี ดกไ็ ด้ เรียนเวลาก็ใด ตามความสะดวกของผ้เู รียนเปน็ สาคัญ ในสว่ นของเนื้อหาการเรียนรู้
ประกอบดว้ ย ใบความรู้ ใบงาน ภาพถา่ ย ข้อความ เสียง VDO และ Multimedia อนื่ ๆ
8. การเรียนรู้รูปแบบอื่น ๆ สถานศึกษาสามารถออกแบบวิธีการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบ อ่ืน ๆ ได้
ตามความต้องการของผเู้ รียน
วิธีการจัดการเรยี นรูด้ ังกลา่ วขา้ งต้น สถานศึกษาและผู้เรียนรว่ มกันกาหนดวธิ ีเรยี นโดยเลือกเรียนวิธใี ด
วิธีหน่ึง หรือหลายวิธีก็ได้ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของเน้ือหา และสอดคล้องกับวิถี ชีวิต และการทางานของ
ผู้เรียน โดยขณะเดียวกันสถานศึกษาสามารถจัดให้มีการสอนเสริมได้ทุกวิธีเรียน เพ่ือเติมเต็มความรู้ให้บรรลุ
มาตรฐานการเรยี นรู้
187
การจดั กระบวนการเรียนรู้
การจัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช
2551 มุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนสู่ความเป็นคน “คิดเป็น” โดยเน้นพัฒนาทักษะการแสวงหาความรู้ ประยุกต์ใช้
ความรู้ และสร้างองค์กรความรู้สาหรับตนเอง และชุมชน สังคม ซ่ึงกาหนดการจัดกระบวนการเรียนรู้ กศน.
หรือ ONIE MODEL ซ่ึงเป็นกระบวนการเรยี นรู้ท่จี ัดข้ึนอย่างเป็นระบบตามปรัชญา “คิดเป็น” ประกอบด้วย 4
ขั้นตอน ดงั นี้
1. ขั้นกาหนดสภาพ ปญั หา ความต้องการในการเรยี นรู้ (O: Orientation)
2. ขั้นแสวงหาขอ้ มูลและจดั การเรียนรู้ (N: New ways of learning)
3. ขน้ั ปฏบิ ัตแิ ละนาไปประยกุ ตใ์ ช้ ( I: Implementation)
4. ขั้นประเมินผลการเรียนรู้ (E:Evaluation)
ข้ันที่ 1 กาหนดสภาพ ปญั หา ความต้องการในการเรยี นรู้ (O: Orientation)
เป็นการเรียนรู้จากสภาพ ปัญหา หรือความต้องการของผู้เรียน และชุมชน สังคม โดยให้
เชอื่ มโยงกบั ประสบการณเ์ ดมิ และสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรขู้ องหลกั สูตร
ขั้นตอนการเรียนรู้
1. ครูและผู้เรียนร่วมกันกาหนดสภาพ ปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ ซ่ึงอาจจะได้มา
จากสถานการณ์ในขณะนั้น หรือเป็นเร่ืองท่ีเกิดขึ้นในชีวิตจริง หรือเป็นประเด็นท่ีกาลังขดั แย้ง และกาลังอยู่ใน
ความสนใจของชุมชน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนกระตือรือร้นท่ีคิดจะหาทางออกของปัญหา หรือความ
ตอ้ งการนน้ั ๆ
2. ทาความเข้าใจกับสภาพ ปัญหา ความต้องการในสิ่งท่ีต้องการเรียนรู้ โดยดึงความรู้และ
ประสบการณ์เดิมของผู้เรียน เน้นการมีส่วนร่วม มีการแลกเปล่ียนเรียนรู้สะท้อนความคิดและอภิปรายโดยให้
เชอ่ื มโยงกับความรู้ใหม่
3. วางแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสม โดยกิจกรรมการเรียนรู้ที่กาหนดสามารถมองเห็นแนวทาง
ในการค้นพบความรู้หรอื คาตอบไดด้ ว้ ยตนเอง
ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ แสวงหาขอ้ มูลและจดั การเรยี นรู้ (N: New ways of learning)
การแสวงหาข้อมูล และจัดการเรียนรู้ โดยศึกษา ค้นคว้าหาความรู้ และรวบรวมข้อมูลของ
ตนเอง ข้อมูลของชุมชน สังคม และข้อมูลทางวิชาการ จากส่ือและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เว็บไซต์
หอ้ งสมุดประชาชน แหล่งเรยี นรใู้ นชุมชน มีการระดมความคดิ เห็น วิเคราะห์ สงั เคราะห์ขอ้ มูล ดาเนินการถอด
บทเรยี น ถอดองค์ความรู้
ขน้ั ตอนการเรียนรู้
1. ผู้เรียนแสวงหาความรู้ตามแผนการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ โดยเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้
ผา่ นประสบการณ์ กระบวนการกลุม่ ศกึ ษาจากผู้รู้ / ภูมิปัญญา การถอดองค์ความรู้ และวิธอี นื่ ๆ ท่เี หมาะสม
2. ครูและผู้เรียนร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสรุปความรู้เบื้องต้น โดยใช้คาถามปลายเปิดในการ
ชวนคิด ชวนคยุ เปน็ เครอื่ งมือ ด้วยกระบวนการการระดมสมอง สะท้อนความคิด และอภปิ ราย
188
3. ผูเ้ รียนนาความร้ทู ่ีได้ไปตรวจสอบความถูกต้อง เพ่ือประเมนิ ความเป็นไปไดโ้ ดยวิธตี ่าง ๆ เชน่ การ
ทดลอง การทดสอบ การตรวจสอบกับผรู้ ู้
ขน้ั ท่ี 3 การปฏบิ ตั แิ ลละนาไปประยุกต์ใช้ ( I: Implementation)
นาความรทู้ ่ีได้ไปปฏิบัติ และประยุกต์ใชใ้ ห้สอดคล้องกับสถานการณ์ เหมาะสมกับวัฒนธรรม
และสังคม
ขั้นตอนการเรยี นรู้
ผูเ้ รียนปฏิบัติตามข้ันตอน โดยสังเกตปรากฏการณ์ จดบันทึก และสรุปผล เก็บรวบรวมไว้ใน
แฟ้มสะสมงาน ระหว่างดาเนินการต้องมีการตรวจสอบหาขอ้ บกพร่อง และรวบรวมไวใ้ นแฟ้มสะสมงาน
ขั้นท่ี 4 การประเมนิ ผลการเรียนรู้ (E:Evaluation)
ประเมิน ทบทวน แก้ไขข้อบกพร่อง ผลจากการนาความรู้ไปประยุกต์ใช้แล้วสรุปเป็นความรู้
ใหม่ พร้อมกบั เผยแพรผ่ ลงาน
ขัน้ ตอนการเรยี นรู้
1. ครู และผู้เรียนนาแฟ้มสะสมงาน และผลงานที่ได้จากกการปฏิบตั ิมาใช้เป็นสารสนเทศในการ
ประเมินคณุ ภาพการเรยี นรู้
2. ครู และผู้เรยี นร่วมกันสร้างเกณฑ์การประเมินคณุ ภาพการเรียนรู้
3. ครู ผู้เรียนและผู้เกี่ยวข้องร่วมกันประเมิน พัฒนาการเรียนรู้ให้เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพการ
เรียนรู้
ท้ัง 4 ขั้นตอนเป็นวงจรของกระบวนการเรียนรู้ ตามปรัชญาคิดเป็น ซ่ึงสถานศึกษาสามารถ
ปรับใช้ ขั้นตอนการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมตามสภาพของรายวิชา หรือเง่ือนไขอ่ืน ๆ ตามความต้องการของ
ผเู้ รยี น
สอื่ การเรยี นรู้
ในการจัดการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยการใช้สื่อการเรียนรู้ที่
หลากหลาย ได้แก่ ส่ือส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเล็กทรอนิกส์ สื่อบุคคล ภูมิปัญญา แหล่งเรียนรู้ท่ีมีอยู่ในท้องถิ่น ชุมชน
รูปภาพ เสียง VDO Multimedia และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ผู้เรียน ครู สามารถพัฒนาส่ือการเรียนรู้ข้ึนเองหรือ
นาส่ือต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ใกล้ตัวและข้อมูลสารสนเทศท่ีเกี่ยวข้องมาใช้ในการเรียนรู้ โดยใช้วิจารณญาณในการ
เลือกใช้ส่ือต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นไปอย่างมีคุณค่า น่าสนใจ ชวนคิด ชวนติดตาม เข้าใจ
ง่าย เป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักวิธีการแสวงหาความรู้ เกิดการเรียนรู้อย่างกว้างขวาง ลึกซึ้งและต่อเนื่อง
ตลอดเวลา
189
การเทยี บโอน
สถานศึกษาต้องจัดให้มีการเทียบโอนผลการเรียน หรือเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ของ
ผู้เรียน ให้เป็นส่วนหน่ึงของผลการเรียนตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้น
พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยสถานศึกษาต้องจัดทาระเบียบหรือแนวปฏิบัติการเทียบโอนให้สอดคล้องกับ
แนวทางการเทยี บโอนที่สานกั งาน กศน. กาหนด
การวดั และประเมนิ ผลการเรียน
การวัดและประเมินผลการเรียน เป็นกระบวนการท่ีให้ได้มาซ่ึงข้อมูลสารสนเทศที่แสดงถึงการ
พฒั นา ความก้าวหน้า ความสาเร็จ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และข้อมูลท่ีจะเป็นประโยชน์ต่อการ
สง่ เสริมใหผ้ ้เู รียนเกิดการพัฒนาและเรียนรูไ้ ด้เต็มศักยภาพ เกดิ ทกั ษะกระบวนการและคา่ นิยมท่ีพึงประสงค์ ซ่ึง
สถานศึกษาในฐานะเป็นผู้รับผิดชอบการจัดการศึกษาจะต้องจัดทาระเบียบและแนวปฏิบัติในการวัดและ
ประเมนิ ผลการเรยี นของสถานศึกษา เพอื่ ให้บคุ ลากรทเี่ ก่ยี วข้องทกุ ฝ่ายถือปฏิบตั ิร่วมกนั และเป็นไปใน
มาตรฐานเดียวกนั
1. การวัดและประเมินผลรายวิชา เป็นการประเมินผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาต้องดาเนินการ
ควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน เพ่ือให้ทราบว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางด้าน
ความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์อันเป็นผลเน่ืองมาจากการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้เพียงใด และต้องมีการประเมินผลรวมเพ่ือทราบว่าผ้เู รียนมีผลสัมฤทธิท์ างการเรียนบรรลุตามมาตรฐาน
การเรียนรู้หรือไม่อย่างไร ดังน้ัน การวัดและประเมินผลจึงต้องใช้เครื่องมือและวิธีการที่หลากหลายให้
สอดคล้องกับสาระและมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละผลการเรยี นรทู้ คี่ าดหวงั
2. การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นการประเมินส่ิงที่ผู้เรียนปฏิบัติเพ่ือการพัฒนา
ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คม โดยพิจารณาท้งั เวลาการเข้าร่วมกจิ กรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลจากการ
ปฏบิ ัติกิจกรรมของผเู้ รยี นตามเกณฑ์ที่สถานศกึ ษากาหนด
3. การประเมินคุณธรรม เป็นการประเมินส่ิงท่ีต้องการปลูกฝังในตัวผู้เรียน โดยประเมินจากกิจกรรม
การเรียนรู้ทางด้านการพัฒนาตน การพัฒนางาน การอยรู่ ่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข การพัฒนาคุณภาพ
ชวี ติ การเขา้ รว่ มกิจกรรม การเรียนรใู้ นรายวชิ าต่าง ๆ และกจิ กรรมในลักษณะอื่น ๆ ท่สี ถานศกึ ษาจดั ขน้ึ เพอ่ื
เสริมสร้างคุณธรรมใหเ้ กิดขึน้ กบั ผเู้ รียน
4. การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนเข้ารับการ
ประเมนิ คุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ ในภาคเรียนสุดท้ายของทุกระดบั การศึกษาในสาระการเรยี นรู้
ทีส่ านกั งาน กศน.กาหนด การประเมนิ คณุ ภาพการศึกษานอกระบบระดบั ชาติ มีวัตถปุ ระสงค์เพ่ือทราบผลการ
เรียนของผู้เรียนสาหรับนาไปใช้ ในการวางแผนปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษานอกระบบต่อไป การ
ประเมินดังกล่าว ไมม่ ผี ลต่อการไดห้ รอื ตกของผเู้ รยี น
190
การจบหลักสูตร
ผูจ้ บการศึกษาตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 ในแต่
ละระดับการศึกษาต้องผา่ นเกณฑ์การจบหลักสูตร ดงั น้ี
1. ผ่านการประเมนิ และได้รบั ผลการตัดสนิ การเรียนตามเกณฑท์ สี่ ถานศึกษากาหนดท้งั 5 สาระการ
เรียนรู้ และไดต้ ามจานวนหน่วยกิตที่กาหนดตามโครงสร้างหลักสูตร
2. ผา่ นกระบวนการประเมินกิจกรรมพฒั นาคุณภาพชวี ิตไม่น้อยกวา่ 200 ชั่วโมง
3. ผ่านกระบวนการประเมินคุณธรรม
4. เข้ารับการประเมินคณุ ภาพการศึกษานอกระบบระดบั ชาติ
เอกสารหลักฐานการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาให้เปน็ ไปตามที่กระทรวงศกึ ษาธกิ ารกาหนด สถานศกึ ษาทุกแหง่ ต้องใช้เอกสาร
หลักฐานการศึกษาเหมือนกัน เพ่อื ประโยชน์ในการสอื่ ความเข้าใจที่ตรงกนั และการส่งต่อได้แก่
1. ระเบยี นแสดงผลการเรียน
2. หลักฐานแสดงวฒุ ิการศกึ ษา(ประกาศนยี บัตร)
3. แบบรายงานผสู้ าเร็จการศึกษา
เอกสารหลักฐานการศึกษาอน่ื ๆ สถานศกึ ษาต้องพจิ ารณาจดั ทา เพ่ือใช้ประกอบการจัดการศึกษา
ตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ตามท่เี หน็ สมควร เชน่ แบบ
ประเมนิ ผลกจิ กรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต
191
บรรณานกุ รม
จงั หวัดศรสี ะเกษ. แผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ. 2561 – 2565 (ฉบับทบทวน ปี พ.ศ. 2563). (2563).
ศรสี ะเกษ : จงั หวัดศรีสะเกษ.
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั อาเภอขขุ ันธ.์ (2563). แผนปฏิบตั ิการ ประจาปี 2563.
ขุขันธ์ : ศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอาเภอขขุ นั ธ.์
สานักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2553). แนวทางการพฒั นาหลกั สตู ร
สถานศึกษา). กรงุ เทพฯ : กลุ่มพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน สานกั งาน กศน.
สานักงานส่งเสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2553). หลักสตู รสถานศึกษา หลกั สตู ร
การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ : กลุ่มพัฒนา
การศกึ ษานอกโรงเรียน สานกั งาน กศน.
สานกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. (2555). หลักสตู รการศึกษานอกระบบ
ระดับการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 สาระการเรยี นรู้ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2554).
กรงุ เทพฯ : กลุม่ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น สานักงาน กศน.
192
ภาคผนวก
193
194
195