142 2.4 ให้นักเรียนนำข้อมูลเกี่ยวกับกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน สนามโน้มถ่วง และความเร่งโน้มถ่วง มาวิเคราะห์นำเสนอในรูปของแผนผังความคิด จากนั้นตกแต่งให้สวยงามใน กระดาษฟลิปชาร์ต ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้และลงข้อสรุป (E3 : Explanation) 3.1 ให้แต่ละกลุ่มนำแผนผังความคิดและแผนภาพไปติดที่ผนังห้อง 3.2 ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนจากกลุ่มต่าง ๆ ประมาณ 1-2 กลุ่ม จากนั้นร่วมกันอภิปราย สรุปจนเป็นที่เข้าใจตรงกัน โดยนักเรียนสามารถเข้าใจถึงกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน ความเร่งเนื่องจากความโน้มถ่วง และให้นักเรียนแต่ละกลุ่มผลัดเปลี่ยนกันตรวจผลงาน 3.3 ครูนำนักเรียนอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับกฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน โดยครู อธิบายความสัมพันธ์ของสมการ FG = G m1m2 R2 3.4 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมว่า กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน ช่วยให้สามารถ คำนวณหาแรงดึงดูดระหว่างวัตถุคู่หนึ่ง ๆ ได้ เมื่อทราบค่าคงตัว G 3.5 ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่า มวลที่ใช้ในห้องปฏิบัติการโดยทั่วไปแล้วจะทำให้เกิดแรง ดึงดูดน้อยมาก การจัดขนาดแรงดึงดูด FG จึงทำได้ยากมาก แต่มีนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ชื่อว่า คาเวนดิช สามารถคิดวิธีวัดแรงดึงดูดน้อย ๆ นี้ได้ โดยใช้เครื่องชั่งแบบแรงบิด (torsion balance) และสามารถหาค่าของ G ได้ ซึ่งประมาณ 100 ปี หลังจากนิวตันได้ตั้งกฎนี้ขึ้น ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (E4 : Elaboration) 4.1 ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างการคำนวณจากโจทย์ปัญหาในตัวอย่างที่ 3.12-3.14 พร้อมทั้งให้นักเรียนฝึกแก้โจทย์ปัญหาในหนังสือเรียน หน้า 115-117 ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ ปัญหา ดังนี้ • ขั้นที่ 1 ครูให้นักเรียนทุกคนทำความเข้าใจโจทย์ตัวอย่าง • ขั้นที่ 2 ครูถามนักเรียนว่า สิ่งที่โจทย์ต้องการถามหาคืออะไร และจะหาสิ่งที่โจทย์ ต้องการ ต้องทำอย่างไร • ขั้นที่ 3 ครูให้นักเรียนดูวิธีทำในการคำนวณหาคำตอบ • ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคำตอบของโจทย์ตัวอย่างว่าถูกต้อง หรือไม่ 4.2 ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 3 เรื่อง กฎแรงดึงดูดระหว่าง มวลของนิวตัน
143 ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจประเมินผล (E5 : Evaluation) 5.1 ครูประเมินผล โดยการสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และจากการ นำเสนอผลงาน 5.2 ครูสังเกตความสนใจ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ของนักเรียน 5.3 ครูวัดและประเมินผลจากใบงานที่ 2.7 เรื่อง กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน 5.4 ครูตรวจการทำแบบฝึกหัดจาก Unit Question 3 5.5 ครูตรวจแบบฝึกหัดที่ 21 เรื่อง กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน 5.6 ครูประเมินผลงานจากแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ที่นักเรียนได้สร้างขึ้น จากขั้นสำรวจค้นหาของนักเรียนเป็นรายกลุ่ม
144 แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 นายกิตติศักดิ์ สหะรัฐ 2 นายขจร เชื้อบัณฑิต 3 นายจักรชัย ชนะวาที 4 นายณัฏฐ์ บุญเพ็ง 5 นายณัฐพล คำทรัพย์ 6 นายณัฐวุฒิ พรมสิทธิ์ 7 นายธนวัฒน์ โภคทรัพย์ 8 นายพสุธา ทองใส 9 นายพิชิตชัย ศรีสำอางค์ 10 นายภมรชัย ไฉนรัตน์ 11 นายวุฒิพงษ์ สมศักดิ์ 12 นายสรวิชญ์ ดุจดา 13 นายอนุชิต กองสิน 14 นายอิดิเทพ ทองแจ่ม 15 นางสาวกัญญาวีร์ วิเศษโวหาร 16 นางสาวขวัญจิรา ทองสวัสดิ์ 17 นางสาวเขมจิรา ละดาดก 18 นางสาวฐิตาสิริ พิมพ์ทอง 19 นางสาวณัฐณิชา โคตรมะณี 20 นางสาวพิมพ์ละดา คงดี
145 ที่ รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 21 นางสาวภัทรธิดา ละครพล 22 นางสาวเยาวดี สุขดี 23 นายณัฐภูมิ ชัยลิ้นฟ้า เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
146 แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 นายฐิตินันท์ ปรองดอง 2 นายณัฐภูมิ ทวีธง 3 นายณัฐวุฒิ พันธุ์ปกครอง 4 นายธนากร คำอาจ 5 นายประเสริฐ พิมพไกรดี 6 นายปิติภัทร ปรองดอง 7 นายพงศภรณ์ ศรีแก้ว 8 นายพลพล สีคำ 9 นายพีรพัฒน์ ใหญ่ล้ำ 10 นายวิทยา ผลรักษ์ 11 นายวีระศักดิ์ กันยะ 12 นายศิรากร ดาวัลย์ 13 นายสิทธิชัย โนนจันทร์ 14 นายอติชาติ ทองสวัสดิ์ 15 นางสาวชรินรัตน์ สิงห์ละ 16 นางสาวณัฐชนิดา เจริญสมบัติ 17 นางสาวณัฐชา หินแก้ว 18 นางสาวบุญณิชา คูณตุ้ม 19 นางสาวผกามาศ กองคำแสน 20 นางสาวรุจิรา ชมภูประเภท
147 ที่ รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 21 นางสาววริศรา ชาวดง 22 นางสาวศิโรรัตน์ แสวงบุญ 23 นางสาวอัมพร ธงเงิน เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
148 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานของนักเรียนรายบุคคล เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. ความสนใจ สมาชิกส่วนใหญ่มี ความสนใจในกิจกรรม การทดลอง ได้อย่าง เหมาะสม สมาชิกทุกคนในกลุ่มมี ความสนใจในกิจกรรม การทดลอง ไม่ค่อย เหมาะสม สมาชิกส่วนใหญ่ไม่มี ความสนใจในกิจกรรม การทดลอง 2. การแสดง ความคิดเห็น ให้ความร่วมมือในการ แสดงความคิดเห็น ภายในกลุ่มดี ให้ความร่วมมือในการ แสดงความคิดเห็น ภายในกลุ่มเป็นส่วน ใหญ่ ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ในการแสดงความคิดเห็น ภายในกลุ่ม 3. การตอบคำถาม มีการตอบคำถาม ภายในห้องเป็นอย่างดี มีการตอบคำถาม ภายในห้องเป็นส่วน ใหญ่ ไม่ค่อยตอบคำถาม ภายในห้อง 4. การยอมรับฟังผู้อื่น ยอมรับฟังผู้อื่นอย่าง เต็มใจ ยอมรับฟังผู้อื่นอย่าง เต็มใจเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยยอมรับฟังผู้อื่น อย่างเต็มใจ 5. ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย ทำงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างเต็ม กำลังความสามารถ และได้ผลงานการ ปฏิบัติที่มีคุณภาพดี ทำงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างเต็ม กำลังความสามารถ บ้างเป็นบางครั้งและได้ ผลงานการปฏิบัติที่มี คุณภาพพอใช้ ทำงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างไม่เต็มกาลัง ความสามารถและได้ผล งานการปฏิบัติที่มี คุณภาพต่ำ
149 แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 1 นายกิตติศักดิ์ สหะรัฐ 2 นายขจร เชื้อบัณฑิต 3 นายจักรชัย ชนะวาที 4 นายณัฏฐ์ บุญเพ็ง 5 นายณัฐพล คำทรัพย์ 6 นายณัฐวุฒิ พรมสิทธิ์ 7 นายธนวัฒน์ โภคทรัพย์ 8 นายพสุธา ทองใส 9 นายพิชิตชัย ศรีสำอางค์ 10 นายภมรชัย ไฉนรัตน์ 11 นายวุฒิพงษ์ สมศักดิ์ 12 นายสรวิชญ์ ดุจดา 13 นายอนุชิต กองสิน 14 นายอิดิเทพ ทองแจ่ม 15 นางสาวกัญญาวีร์ วิเศษโวหาร 16 นางสาวขวัญจิรา ทองสวัสดิ์ 17 นางสาวเขมจิรา ละดาดก 18 นางสาวฐิตาสิริ พิมพ์ทอง 19 นางสาวณัฐณิชา โคตรมะณี 20 นางสาวพิมพ์ละดา คงดี
150 ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 21 นางสาวภัทรธิดา ละครพล 22 นางสาวเยาวดี สุขดี 23 นายณัฐภูมิ ชัยลิ้นฟ้า เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
151 แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 1 นายฐิตินันท์ ปรองดอง 2 นายณัฐภูมิ ทวีธง 3 นายณัฐวุฒิ พันธุ์ปกครอง 4 นายธนากร คำอาจ 5 นายประเสริฐ พิมพไกรดี 6 นายปิติภัทร ปรองดอง 7 นายพงศภรณ์ ศรีแก้ว 8 นายพลพล สีคำ 9 นายพีรพัฒน์ ใหญ่ล้ำ 10 นายวิทยา ผลรักษ์ 11 นายวีระศักดิ์ กันยะ 12 นายศิรากร ดาวัลย์ 13 นายสิทธิชัย โนนจันทร์ 14 นายอติชาติ ทองสวัสดิ์ 15 นางสาวชรินรัตน์ สิงห์ละ 16 นางสาวณัฐชนิดา เจริญสมบัติ 17 นางสาวณัฐชา หินแก้ว 18 นางสาวบุญณิชา คูณตุ้ม 19 นางสาวผกามาศ กองคำแสน 20 นางสาวรุจิรา ชมภูประเภท
152 ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 21 นางสาววริศรา ชาวดง 22 นางสาวศิโรรัตน์ แสวงบุญ 23 นางสาวอัมพร ธงเงิน เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
153 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน ตั้งสมมติฐานได้ สอดคล้องกับปัญหา และแสดง ความสัมพันธ์ระหว่าง เหตุและผลได้อย่าง ชัดเจน ตั้งสมมติฐานได้ สอดคล้องกับปัญหา แต่แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างเหตุและผลไม่ ชัดเจน ตั้งสมมติฐานได้ สอดคล้องกับปัญหา บางส่วน 2. ทักษะการกำหนด นิยามเชิงปฏิบัติการ มีการกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน มีการกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ได้ถูกต้องส่วนใหญ่ มีการกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องได้ ถูกต้องบางส่วน 3. ทักษะการกำหนด และควบคุมตัวแปร สามารถระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัว แปรควบคุมได้ถูกต้อง ครบถ้วน สามารถระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัว แปรควบคุมได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ไม่สามารถระบุตัวแปร ต้น ตัวแปรตาม และตัว แปรควบคุมได้ 4. ทักษะการทดลอง - การออกแบบการ ทดลองสอดคล้องกับ สมมติฐาน และมีการ ควบคุมตัวแปรทั้งหมด - สามารถปฏิบัติการ ทดลองได้ทั้งหมด อย่างคล่องแคล่ว ใช้ อุปกรณ์ได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม - การออกแบบการ ทดลองสอดคล้องกับ สมมติฐาน และมีการ ควบคุมตัวแปรส่วน ใหญ่ - สามารถปฏิบัติการ ทดลองได้ส่วนใหญ่แต่ ไม่คล่องแคล่ว ต้องการ ความช่วยเหลือแนะนำ ในการใช้อุปกรณ์ให้ ถูกต้องและปลอดภัย - การออกแบบการ ทดลองสอดคล้องกับ สมมติฐานบางส่วน แต่ ไม่มีการควบคุมตัวแปร - สามารถปฏิบัติการ ทดลองเองได้บางส่วน
154 เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) - การบันทึกผลการ ทดลอง บันทึกข้อมูล โ ด ย ใ ช ้ ต า ร า ง ห รื อ วิธีการอื่นจัดระเบียบ ข้อมูล มีการระบุชนิด หรือหน่วยของ ข้อมูลที่ บันทึกทั้งหมด และมี ข้อมูลจากการทำซ้ำ อย่างน้อย 3 ครั้ง - การบันทึกผลการ ทดลอง บันทึกข้อมูล โดยมีการใช้ตารางหรือ วิธีการอื่นจัดระเบียบ ส่วนใหญ่ และมีการ ระบุชนิด หรือหน่วย ของข้อมูล ส่วนใหญ่ หรือ มีข้อมูลจากการ ทำซ้ำส่วนใหญ่ - การบันทึกผลการ ทดลอง บันทึกข้อมูลโดย มีการใช้ตารางหรือ วิธีการอื่นในการจัด ระเบียบข้อมูลบางส่วน และมีการ ระบุชนิดหรือ หน่วยของข้อมูลบางส่วน 5. ทักษะการ ตีความหมายและลง ข้อสรุป วิเคราะห์ข้อมูลโดย อาศัยผลที่ได้จากการ ทำกิจกรรม หรือ การ ทดลอง หรือ ความรู้ที่ เกี่ยวข้อง ทั้งหมด และ ส อ ด ค ล ้ อ ง ก ั บ ก า ร สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูลโดย อาศัยผลที่ได้จากการ ทำกิจกรรม หรือ การ ทดลอง หรือ ความรู้ที่ เกี่ยวข้อง เป็นส่วนใหญ่ และสอดคล้องกับการ สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัย ผลที่ได้จากการทำ กิจกรรม หรือ การ ทดลอง หรือ ความรู้ที่ เกี่ยวข้อง บางส่วน และ สอดคล้องกับการสรุปผล บางส่วน
155 แบบประเมินพฤติกรรมการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูล รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง กลุ่มที่ ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การวางแผนค้นคว้า แหล่งข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดกระทำข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การเขียนรายงานและ การสรุปผล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 4 5 เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน............................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ ________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ________/________/________
156 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินตามสภาพจริงตามพฤติกรรมการแสวงหาแหล่งข้อมูล เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. การวางแผน ค้นคว้าแหล่งข้อมูล มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าแหล่งข้อมูลจาก แหล่งการเรียนรู้ที่ หลากหลายเชื่อถือได้ มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าแหล่งข้อมูลจาก แหล่งการเรียนรู้ด้วย หลากหลายวิธี มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าแหล่งข้อมูลเพียง แหล่งเดียว และได้ ข้อมูลที่ตรงตาม จุดประสงค์ 2. การเก็บรวบรวม ข้อมูล มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ตามแผนที่กำหนดทุก ประการ มีการคัดเลือกและ/หรือ ประเมินข้อมูล มีการบันทึกข้อมูลเป็น ระยะ 3. การจัดกระทำ ข้อมูล มีการจัดทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ แยกแยะ ข้อมูล และจัดกลุ่ม ข้อมูลอย่างถูกต้อง ชัดเจน มีการจัดเรียงลำดับ ข้อมูลถูกต้อง ไม่มีการจัดกระทำข้อมูล 4. การนำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูลด้วยแบบ นำเสนอต่าง ๆ ได้ถูกต้อง กะทัดรัด ชัดเจน และสื่อความหมาย นำเสนอข้อมูลด้วยแบบ นำเสนอต่าง ๆ แต่ยังไม่ ถูกต้อง นำเสนอข้อมูล ไม่สื่อความหมาย ไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน 5. การสรุปผล สรุปผลได้อย่างถูกต้อง กระชับ และชัดเจน มีเหตุผลที่อ้างอิงจาก การสืบค้นได้ สรุปผลได้กระชับ กะทัดรัด แต่ไม่ชัดเจน สรุปผลโดยไม่ใช้ข้อมูล และไม่ถูกต้อง 6. การเขียนรายงาน เขียนรายละเอียดตรง ตามจุดประสงค์ ถูกต้อง และชัดเจน เขียนรายงานโดยใช้ ภาษาถูกต้อง เขียนรายงานโดย สื่อความหมายได้
157 แบบประเมินพฤติกรรมการจัดกระทำผังมโนทัศน์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง กลุ่มที่ ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความถูกต้องและความ ครบถ้วนของมโนทัศน์ ความสมบูรณ์ของ ผังมโนทัศน์ ความประณีตในการทำ ผังมโนทัศน์ ความรับผิดชอบในการทำ ผังมโนทัศน์ การปรับปรุง/แก้ไขการทำ ผังมโนทัศน์ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 4 5 เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน............................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ ________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ________/________/________
158 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินตามสภาพจริงของผังมโนทัศน์ เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. ความถูกต้อง และความครบถ้วน ของมโนทัศน์ เขียนมโนทัศน์ได้ ถูกต้องครบถ้วน และแสดงลำดับขั้นของ มโนทัศน์ได้อย่าง ถูกต้อง เขียนมโนทัศน์ได้ ถูกต้องครบถ้วน แต่แสดงลำดับขั้นของ มโนทัศน์ไม่ถูกต้อง เขียนมโนทัศน์ได้ ถูกต้องแต่ไม่ครบถ้วน และแสดงลำดับขั้นของ มโนทัศน์ไม่ถูกต้อง 2. ความสมบูรณ์ของ ผังมโนทัศน์ มีชื่อผังมโนทัศน์ คำเชื่อมมโนทัศน์ และมี การแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างมโนทัศน์ด้วย สัญลักษณ์อย่างชัดเจน มีชื่อผังมโนทัศน์ คำเชื่อมมโนทัศน์ แต่ไม่ มีการแสดง ความสัมพันธ์ระหว่าง มโนทัศน์ด้วยสัญลักษณ์ อย่างชัดเจน มีชื่อผังมโนทัศน์ไม่มี คำเชื่อมมโนทัศน์และ ไม่มีการแสดง ความสัมพันธ์ระหว่าง มโนทัศน์ด้วยสัญลักษณ์ อย่างชัดเจน 3. ความประณีต ในการทำผังมโนทัศน์ ผลงานมีความประณีต และขนาดตัวอักษรที่ใช้ เขียนผังมโนทัศน์ เหมาะสม ผลงานมีความประณีต แต่ขนาดตัวอักษรที่ใช้ เขียนผังมโนทัศน์เล็ก หรือใหญ่เกินไป ผลงานไม่มีความ ประณีตและขนาด ตัวอักษรที่ใช้เขียนผัง มโนทัศน์เล็กหรือใหญ่ เกินไป 4. ความรับผิดชอบใน การทำผังมโนทัศน์ ส่งผังมโนทัศน์ตรงเวลา ส่งผังมโนทัศน์ช้ากว่า เวลาที่กำหนด 1-2 วัน ส่งผังมโนทัศน์ ช้ากว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน 5. การปรับปรุง/แก้ไข การทำผังมโนทัศน์ มีการนำคำแนะนำ ข้อ ควรปรับปรุงที่ครูบอก ไปปรับปรุงงานของ ตนเองอยู่เสมอ มีการนำคำแนะนำ ข้อควรปรับปรุงที่ครู บอกไปปรับปรุงงาน ของตนเองบางครั้ง ไม่มีการนำคำแนะนำ ข้อควรปรับปรุงที่ครู บอกไปปรับปรุงงาน ของตนเอง
159 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการสอน ______________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ 2. ปัญหา / อุปสรรค _________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข _________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ลงชื่อ ________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ________/________/________
160 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. ลงชื่อ (นางสาวทัศน์วรรณ ขันทอง) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฯ ________/________/________ ความเห็นของหัวหน้างานหลักสูตรสถานศึกษา …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. ลงชื่อ (นางพัชรี คูณทอง) หัวหน้างานหลักสูตรสถานศึกษา ________/________/________ ความเห็นของหัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ ……………………………………………………………………..………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………..………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ (นางพัชรี คูณทอง) หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ ________/________/________ ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………..……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………..……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………..……………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นางสาวพรพนธ์ แพทย์เพียร) ผู้อำนวยการโรงเรียนโนนกลางวิทยาคม ________/________/________
161 แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนว Backward Design จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแบบวัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บทที่ 3 : แรงและกฎการเคลื่อนที่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 22 เรื่อง แรงเสียดทาน เวลา 3 ชั่วโมง วันที่........... เดือน..................................... พ.ศ. .................. เวลา....................................น. สาระฟิสิกส์ 1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรง และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทาน สมดุลกล ของวัตถุงานและกฎการอนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์ โมเมนตัม การเคลื่อนที่แนวโค้ง รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ 7. วิเคราะห์ อธิบาย และคำนวณแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของวัตถุคู่หนึ่ง ๆ ในกรณี ที่วัตถุหยุดนิ่งและวัตถุเคลื่อนที่ รวมทั้งทดลองหาสัมประสิทธิ์ความเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสของ วัตถุคู่หนึ่ง ๆ และนำความรู้เรื่องแรงเสียดทานไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. สามารถบอกความหมายแรงตั้งฉากและแรงเสียดทานได้ (K) 2. มีทักษะการคำนวณหาแรงตั้งฉากและแรงเสียดทานได้ถูกต้อง (P) 3. เพื่อให้มีเจตคติต่อวิชาฟิสิกส์ ในด้านคุณภาพการสอน ด้านเนื้อหา ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ และด้านบรรยากาศการเรียนรู้ (A) สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม - แรงที่เกิดขึ้นที่ผิวสัมผัสระหว่างวัตถุสองก้อนในทิศทางตรงข้ามกับทิศทาง การเคลื่อนที่ หรือแนวโน้มที่จะเคลื่อนที่ของวัตถุ เรียกว่า แรงเสียดทานแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัสคู่หนึ่ง ๆ ขึ้นกับสัมประสิทธิ์ความเสียดทาน และแรงปฏิกิริยาตั้งฉากระหว่างผิวสัมผัสคู่นั้น ๆ ขณะออกแรง พยายามแต่วัตถุยังคงอยู่นิ่งแรงเสียดทานมีขนาดเท่ากับแรงพยายามที่กระทำต่อวัตถุนั้น และแรง เสียดทานมีค่ามากที่สุดเมื่อวัตถุเริ่มเคลื่อนที่ เรียกแรงเสียดทานนี้ว่า แรงเสียดทานสถิต แรงเสียด
162 ทานที่กระทำต่อวัตถุขณะกำลังเคลื่อนที่ เรียกว่า แรงเสียดทานจลน์ โดยแรงเสียดทานที่เกิดระหว่าง ผิวสัมผัสของวัตถุคู่หนึ่ง ๆ คำนวณได้จากสมการ fs ≤ μsN fk = μkN - การเพิ่มหรือลดแรงเสียดทานมีผลต่อการเคลื่อนที่ของวัตถุ ซึ่งสามารถนำไปใช้ใน ชีวิตประจำวัน สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด แรงตั้งฉากหรือแรงปฏิกิริยาตั้งฉาก (normal force) คือ แรงที่วัตถุ 2 สิ่งที่กระทำซึ่งกัน และกัน จะเกิดแรงนี้ขึ้นเกือบทุกครั้งที่วัตถุสัมผัสกัน (แรงนี้จะไม่เกิดในกรณี เช่น ยกกล่องให้ลอย จากพื้นพอดี ผิวของกล่องกับพื้นสัมผัสกันแต่มันไม่มีแรงต่อกัน) ซึ่งแรงนี้มีทิศทางตั้งฉากกับผิวสัมผัส เสมอ แรงเสียดทาน (friction force) เป็นแรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ เกิดขึ้นระหว่างผิวสัมผัส ของวัตถุ แรงเสียดทานมี 2 ชนิด ดังนี้ แรงเสียดทานสถิติ (static friction) แทนด้วย fs คือ แรงเสียดทานที่เกิดในสภาวะวัตถุอยู่นิ่ง แรงเสียดทานสถิติจะมีค่าไม่คงที่ จะมีค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามแรงที่กระทำต่อวัตถุ แรงเสียดทานจลน์ (kinetic friction) แทนด้วย fk คือ แรงเสียดทานที่เกิดในสภาวะวัตถุ กำลังเคลื่อนที่ สาระการเรียนรู้ แรงเสียดทาน ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด 1. ทักษะการสังเกต 2. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 3. ทักษะการอภิปราย 4. ทักษะการลงข้อสรุป 5. ทักษะการจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ 6. ทักษะการสืบค้นโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
163 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1.1 สามารถเลือกใช้วิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ความสามารถในการคิด 2.1 สามารถคิดวิเคราะห์คิดสร้างสรรค์คิดอย่างเป็นระบบ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.1 สามารถประยุกต์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง 4.2 สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.1 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีและการเลือกใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุตจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักษ์ความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 รูปภาพเกี่ยวกับแรงเสียดทาน 1.2 PowerPoint เรื่อง แรงเสียดทาน 1.3 ใบงานที่ 22 เรื่อง แรงเสียดทาน 1.4 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ ชุดที่ 6 เรื่อง แรงเสียดทาน 1.5 หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อักษรเจริทัศน์ อจท. จำกัด
164 1.6 แบบทดสอบหลังเรียน 2. แหล่งเรียนรู้ 2.1 ห้องสมุดโรงเรียนโนนกลางวิทยาคม 2.2 ห้องคอมพิวเตอร์โรงเรียนโนนกลางวิทยาคม (สืบค้นจากอินเทอร์เนต) กระบวนการวัดผลประเมินผล 1. วิธีการวัด 1.1 การประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม/พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 1.2 ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 1.3 ตรวจประเมินผลงานนักเรียน 2. เครื่องมือวัด 2.1 แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม/พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ชนิดรูบริค 5 รายการ 15 คะแนน 2.2 แบบทดสอบหลังเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน 2.3 แบบประเมินผลงานนักเรียนชนิดรูบริค 5 รายการ 15 คะแนน 3. เกณฑ์การวัด นักเรียนทุกคนต้องได้คะแนนจากกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้ระหว่างเรียน ร้อยละ 80 ซึ่งประกอบด้วย คะแนนจากการทดสอบย่อย 10 คะแนน คะแนนประเมินพฤติกรรม 15 คะแนน และผลงานนักเรียน 15 คะแนน รวมทั้งหมด 40 คะแนน รวมคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (E1 : Engagement) 1.1 ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ แรงและกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 1.2 ครูถามคำถาม Prior Knowledge ว่า “เหตุใดเวลาที่นักเรียนนั่งบนเก้าอี้ จึงรู้สึกว่า มีแรงมากระทำที่ก้นของนักเรียน” (ทิ้งช่วงให้นักเรียนได้คิด) (แนวตอบ เพราะเกิดแรงตั้งฉากหรือแรงปฏิกิริยาตั้งฉากระหว่างเก้าอี้ที่นักเรียนนั่งกับก้น ของนักเรียน)
165 1.3 ครูถามนักเรียนต่อว่า นักเรียนรู้จักแรงปฏิกิริยาตั้งฉากหรือไม่ แรงนี้มีความหมายว่า อย่างไร (แนวตอบ แรงปฏิกิริยาตั้งฉาก เป็นแรงคู่กิริยาที่วัตถุ 2 สิ่ง กระทำซึ่งกันและกัน จะเกิด แรงนี้ขึ้นเกือบทุกครั้งที่วัตถุสัมผัสกัน) 1.4 นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นคำตอบจากคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ การเรียนในเรื่อง เรื่อง แรงปฏิกิริยาตั้งฉาก 1.5 ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ แรงปฏิกิริยาตั้งฉาก 1.6 ครูถามคำถาม Prior Knowledge ว่า “เหตุใดเมื่อฝนตก แล้วถนนจึงลื่นกว่าปกติ” (ทิ้งช่วงให้นักเรียนได้คิด) (แนวตอบ สิ่งสำคัญที่อยู่ตรงกลางระหว่างตัวรถกับถนนก็คือยางรถยนต์ ยางรถยนต์โดน กดทับด้วยน้ำหนักอยู่ติดกับพื้นถนน ก็เกิดแรงเสียดทานขับเคลื่อนไปได้ปรกติ แต่ถ้ามีอะไรมาแทรก ตรงกลางระหว่างยางกับพื้นแล้วทำให้แรงเสียดทานนั้นหายไป ถนนจึงลื่นกว่าปกติ) 1.7 ครูให้นักเรียนสังเกตเวลาเดินตามบริเวณต่าง ๆ ของโรงเรียน เช่น พื้นทราย พื้นดิน พื้นไม้ พื้นยาง และพื้นกระเบื้อง แล้วถามว่า ลักษณะของพื้นผิวสัมผัสต่างกันหรือไม่ (ทิ้งช่วงให้ นักเรียนได้คิด) 1.8 ครูถามนักเรียนต่อว่า นักเรียนรู้จักแรงเสียดทานหรือไม่ แรงนี้มีความหมายว่าอย่างไร (แนวตอบ แรงเสียดทาน คือ แรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุซึ่งเกิดขึ้นระหว่างผิว วัตถุกับพื้นที่สัมผัสและมีทิศตรงกันข้ามกับทิศการเคลื่อนที่ของวัตถุเสมอ) 1.9 นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นคำตอบจากคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ การเรียนในเรื่อง เรื่อง แรงเสียดทาน 1.10 ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับแรงเสียดทาน ความหมายของ แรงเสียดทาน ชนิดของแรงเสียดทาน การหาค่าแรงเสียดทาน ประโยชน์ของแรงเสียดทาน 1.11 ครูตั้งคำถามเพื่อนำเข้าสู่การค้นหาคำตอบ แรงเสียดทานเกิดได้อย่างไร และแรง เสียดทานส่งผลให้เกิดอะไรได้บ้าง 1.12 นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษากิจกรรม เรื่อง แรงเสียดทาน จากหนังสือเรียน หน้า 126- 127 ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจค้นหาและค้นหา (E2 : Exploration) 2.1 ครูอธิบายความหมายแรงปฏิกิริยาตั้งฉากว่า เป็นแรงคู่กิริยาโดยมีขนาดเท่ากับแรง กิริยาแต่ทิศตรงกันข้ามจากที่นักเรียนนั่งบนเก้าอี้ นักเรียนมวล m นั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยนักเรียนนั่งด้วย
166 แรงเนื่องจากน้ำหนักของนักเรียน คือ mg พื้นเก้าอี้ออกแรงต้านน้ำหนักของนักเรียน ด้วยแรง N ซึ่งเป็นแรงปฏิกิริยา จะได้สมการความสัมพันธ์ N = mg 2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงปฏิกิริยาตั้งฉาก จากภาพตัวอย่าง แรงปฏิกิริยาตั้งฉากในหนังสือเรียนหน้า 118 2.3 ครูยกตัวอย่างภาพรถไฟเหาะตีลังกา แล้วถามนักเรียนว่า จากภาพเกิดแรงปฏิกิริยา ตั้งฉากหรือไม่ อย่างไร 2.4 นักเรียนช่วยกันคิดวิเคราะห์เพื่อตอบคำถาม 2.5 ครูอธิบายความหมายแรงเสียดทานว่า เป็น แรงที่ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุซึ่ง เกิดขึ้นระหว่างผิววัตถุกับพื้นที่สัมผัสและมีทิศตรงกันข้ามกับทิศการเคลื่อนที่ของวัตถุเสมอ 2.6 ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างแรงเสียดทาน จาก Physics Focus แรงเสียดทานช่วย ให้มนุษย์เดินได้อย่างไร ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หน้า 120 2.7 นักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับแรงเสียดทาน ในประเด็นว่า ในชีวิตประจำวันจะ พบว่า เมื่อเดินบนพื้นผิวที่มีลักษณะต่างกัน เช่น ผิวเรียบ ผิวลื่น ผิวขรุขระจะมีผลต่อการเดินแตกต่าง กัน ลักษณะของผิวสัมผัสมีผลต่อการเคลื่อนที่อย่างไร 2.8 ครูนำอภิปรายเรื่องลักษณะของผิวสัมผัส โดยอธิบายว่าลักษณะของพื้นผิวสัมผัส เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อแรงเสียดทาน ถ้าพื้นผิวเรียบ เช่น กระเบื้อง กระจก พลาสติก เป็นต้น จะเกิดแรงเสียดทานน้อย เนื่องจากพื้นผิวเรียบ มีการเสียดสีระหว่างกันน้อย ในทางกลับกัน ถ้าพื้นผิว ขรุขระ จะเกิดแรงเสียดทานมาก 2.9 ครูอาจยกตัวอย่างเพิ่มเติม เช่น การเตะฟุตบอล เวลาที่เราเตะลูกฟุตบอลไปบน สนามหญ้า จะเกิดแรงเสียดทานระหว่าพื้นผิวของลูกฟุตบอลและพื้นสนาม โดยทิศทางของแรงเสียด
167 ทานจะตรงข้ามกับทิศที่ลูกฟุตบอลเคลื่อนที่ไป จึงต้านการเคลื่อนที่ของลูกฟุตบอล ทำให้ลูกฟุตบอล เคลื่อนที่ช้าลงจนกระทั่งหยุดนิ่ง 2.10 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับแรงเสียดทาน ความหมายของแรงเสียด ทาน ชนิดของแรงเสียดทาน การหาค่าแรงเสียดทาน ประโยชน์ของแรงเสียดทาน จากแหล่งสืบค้น ต่าง ๆ เช่น หนังสือเรียน หนังสืออ้างอิงต่าง ๆ อินเทอร์เน็ต เป็นต้น แล้วสรุปผลการสืบค้นในรูปของ แผนผังความคิด ซึ่งนักเรียนสามารถใช้การวาดรูปประกอบเพื่อสื่อความหมายลงในกระดาษ ฟลิปชาร์ต และตกแต่งให้สวยงาม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตการณ์ทำงานกลุ่ม) 2.11 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม ซึ่งครูอาจใช้เทคนิคการแบ่งกลุ่มผลสัมฤทธิ์ (STAD) คือ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีสมาชิกกลุ่ม 4–5 คน มีระดับสติปัญญาแตกต่างกัน คือ เก่ง 1 คน : ปานกลาง 2–3 คน: อ่อน 1 คน พร้อมทั้งเลือกประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม เลขานุการกลุ่ม และสมาชิกกลุ่ม โดยสับเปลี่ยนหน้าที่ในการทำกิจกรรมกลุ่ม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตการณ์ทำงานกลุ่ม) 2.12 ครูชี้แจงจุดประสงค์การทดลองให้นักเรียนทราบ ดังนี้ • เพื่อศึกษาแรงเสียดทานที่ผลต่อการเคลื่อนที่ • บอกและอธิบายความหมายของแรงเสียดทานสถิตและแรงเสียดทานจลน์ได้ 2.13 ครูให้นักร่วมกันวางแผนทำการทดลอง การบันทึกผลการทดลอง ตลอดจนการ กำหนดสมมุติฐาน และตัวแปรที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปร่วมกันวิเคราะห์ อภิปรายและลงข้อสรุป ปฏิบัติการทดลองตามที่กลุ่มนักเรียนได้วางแผนไว้ ซึ่งนักเรียนแต่ละกลุ่มต้องมีการแบ่งหน้าที่กัน ทำงานโดยไม่ให้ซ้ำกับหน้าที่เดิมที่เคยปฏิบัติมาแล้ว 2.14 ครูอาจถามกระตุ้นให้นักเรียนได้คิด ด้วยตัวอย่างคำถามต่อไปนี้ • ค่าของแรงเสียดทานขึ้นอยู่กับสิ่งใด • แรงเสียดทานมีขนาดและทิศทางเท่าใด 2.15 ครูให้นักเรียนลงมือทดลองตามขั้นตอนการทดลองที่กำหนดในหนังสือเรียน หน้า 126-127 และบันทึกผลการทดลอง 2.16 นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์สรุปผลการทดลอง และนำแสนอหน้าชั้นเรียน ครู และนักเรียนร่วมอภิปรายการทดลองตามแนวคำถามท้ายการทดลอง สรุปการเรียนรู้ 2.17 หลังจากที่ได้ร่วมกันอภิปรายข้อมูลจากการทดลองแล้ว ครูตั้งคำถามเพื่อเข้าสู่การ อภิปรายเพิ่มเติม ดังนี้ • แรงเสียดทานเกิดขึ้นบริเวณใด (ผิวสัมผัสของวัตถุกับพื้นผิวนั้น) • นักเรียนแรงเสียดทานส่งผลให้เกิดอะไรขึ้น (ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ)
168 • นักเรียนคิดว่าลักษณะทิศทางของแรงเสียดทานเป็นอย่างไร (ตรงข้ามกับแรงที่ กระทำกับวัตถุ) ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายความรู้และลงข้อสรุป (E3 : Explanation) 3.1 ครูอธิบายเกี่ยวกับภาพรถไฟเหาะตีลังกาว่า ภาพแสดงแรงปฏิกิริยาตั้งฉากที่กระทำ กับวัตถุมีทิศตั้งฉากกับผิวสัมผัสและสามารถเกิดขึ้นในทิศทางใดก็ได้ 3.2 จากนั้นครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างการคำนวณจากโจทย์ปัญหา พร้อมทั้งให้ นักเรียนฝึกแก้โจทย์ปัญหาในหนังสือเรียน หน้า 119 ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ดังนี้ • ขั้นที่ 1 ครูให้นักเรียนทุกคนทำความเข้าใจโจทย์ตัวอย่าง • ขั้นที่ 2 ครูถามนักเรียนว่า สิ่งที่โจทย์ต้องการถามหาคืออะไร และจะหาสิ่งที่ โจทย์ต้องการ ต้องทำอย่างไร • ขั้นที่ 3 ครูให้นักเรียนดูวิธีทำในการคำนวณหาคำตอบ • ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคำตอบของโจทย์ตัวอย่างว่าถูกต้อง หรือไม่ 3.3 ให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง แรงปฏิกิริยาตั้งฉาก 3.4 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนำข้อมูลที่รวบรวมที่ได้จากการศึกษามาวิเคราะห์ และหาลงข้อสรุปร่วมกันอภิปรายซักถามกันภายในกลุ่มจนเป็นที่เข้าใจตรงกัน 3.5 ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำแผนผังความคิดออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน 3.6 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับแรงเสียดทาน ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (E4 : Elaboration) 4.1 ครูนำนักเรียนอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับแรงปฏิกิริยาตั้งฉาก ดังนี้ • แรงปฏิกิริยาตั้งฉากสามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อมีจุดสัมผัสระหว่างวัตถุสองอย่าง • แรงปฏิกิริยาตั้งฉากสามารถเกิดขึ้นในทิศทางใดก็ได้ • แรงปฏิกิริยาตั้งฉากไม่จำเป็นต้องมีขนาดเท่ากับน้ำหนักของวัตถุที่กดทับอยู่ เสมอไป 4.2 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง แรงปฏิกิริยาตั้งฉาก ว่ามีส่วนไหนที่ยัง ไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น 4.3 ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 3 และแบบฝึกหัด เรื่อง แรงปฏิกิริยาตั้งฉาก
169 4.4 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับชนิดของแรงเสียดทาน แบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ แรง เสียดทานสถิต และแรงเสียดทานจลน์ ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาได้จากตัวอย่างการผลักตู้ที่วางอยู่บน พื้นไม้ ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หน้า 121 4.5 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ การคำนวณหาค่าแรงเสียดทาน และอธิบายคำว่า สัมประสิทธิ์ของความเสียดทาน ตามรายละเอียดในหนังสือเรียน หน้า 122-124 4.6 ครูอธิบายเกี่ยวกับการนำแรงเสียดทานไปใช้ประโยชน์ ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้มากมาย เช่น ทำให้วัตถุหยุดนิ่งไม่เคลื่อนที่ เช่น ช่วยหยุดรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่ ยางรถที่มีดอกยางช่วยให้รถ เป็นต้น 4.7 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง ชนิดและประโยชน์ของแรงเสียดทาน ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น 4.8 ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 3 และแบบฝึกหัด เรื่อง แรง เสียดทาน 4.9 นักเรียนจะนำความรู้เรื่องแรงเสียดทานไปอธิบายอะไรได้บ้าง (การเคลื่อนที่ของวัตถุ การสัมผัสต่าง ๆ) 4.10 ในชีวิตประจำวันนักเรียนพบเห็นการนำความรู้เรื่องแรงเสียดทานไปใช้ประโยชน์ อย่างไรบ้าง (ทำให้วัตถุหยุดนิ่งไม่เคลื่อนที่ เช่น ช่วยหยุดรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนที่ ยางรถที่มีดอกยาง ช่วยให้รถเกาะถนนได้ดี เป็นต้น) 4.11 ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง ค่าแรงเสียดทาน ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่ เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น 4.12 ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 3 และแบบฝึกหัด เรื่อง การคำนวณหาค่าแรงเสียดทาน 4.13 ครูและนักเรียนช่วยกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับแรงเสียดทานว่า แรงเสียดทานสถิต เป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อวัตถุขณะหยุดนิ่ง ส่วนแรงเสียดทานจลน์เป็นแรงเสียดทานที่กระทำต่อ วัตถุขณะเคลื่อนที่ 4.14 ครูตั้งคำถามเพื่ออภิปรายกับนักเรียนเพิ่มเติมเพื่อหาข้อสรุป ดังนี้ • แรงเสียดทานมีความหมายว่าอย่างไร (ผิวสัมผัสของวัตถุกับพื้นผิวนั้น) • นักเรียนแรงเสียดทานส่งผลให้เกิดอะไรขึ้น (ต้านการเคลื่อนที่ของวัตถุ) • นักเรียนคิดว่าลักษณะทิศทางของแรงเสียดทานเป็นอย่างไร (ตรงข้ามกับแรงที่ กระทำกับวัตถุ) 4.15 จากนั้นครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างการคำนวณจากโจทย์ปัญหา พร้อมทั้งให้ นักเรียนฝึกแก้โจทย์ปัญหาในหนังสือเรียน หน้า 125 ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ดังนี้
170 • ขั้นที่ 1 ครูให้นักเรียนทุกคนทำความเข้าใจโจทย์ตัวอย่าง • ขั้นที่ 2 ครูถามนักเรียนว่า สิ่งที่โจทย์ต้องการถามหาคืออะไร และจะหาสิ่งที่ โจทย์ต้องการ ต้องทำอย่างไร • ขั้นที่ 3 ครูให้นักเรียนดูวิธีทำในการคำนวณหาคำตอบ • ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคำตอบของโจทย์ตัวอย่างว่าถูกต้อง หรือไม่ 4.16 ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง แรงเสียดทาน ขั้นที่ 5 ขั้นตรวจประเมินผล (E5 : Evaluation) 5.1 ครูประเมินผล โดยการสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และจากการ นำเสนอผลงาน 5.2 ครูวัดและประเมินจากการทำใบงานที่ 22 เรื่อง แรงตั้งฉากและแรงเสียดทาน 5.3 ครูตรวจสอบผลการใบกิจกรรม เรื่อง แรงเสียดทาน 5.4 ครูวัดและประเมินผลจากการทำ Unit Question 3 ในหนังสือเรียน ฟิสิกส์ เล่ม 1 5.5 ครูวัดและประเมินผลจากแผนผังมโนทัศน์ที่นักเรียนได้สร้างขึ้นจากขั้นอธิบายความรู้ ของนักเรียนเป็นรายบุคคล
171 แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 นายกิตติศักดิ์ สหะรัฐ 2 นายขจร เชื้อบัณฑิต 3 นายจักรชัย ชนะวาที 4 นายณัฏฐ์ บุญเพ็ง 5 นายณัฐพล คำทรัพย์ 6 นายณัฐวุฒิ พรมสิทธิ์ 7 นายธนวัฒน์ โภคทรัพย์ 8 นายพสุธา ทองใส 9 นายพิชิตชัย ศรีสำอางค์ 10 นายภมรชัย ไฉนรัตน์ 11 นายวุฒิพงษ์ สมศักดิ์ 12 นายสรวิชญ์ ดุจดา 13 นายอนุชิต กองสิน 14 นายอิดิเทพ ทองแจ่ม 15 นางสาวกัญญาวีร์ วิเศษโวหาร 16 นางสาวขวัญจิรา ทองสวัสดิ์ 17 นางสาวเขมจิรา ละดาดก 18 นางสาวฐิตาสิริ พิมพ์ทอง 19 นางสาวณัฐณิชา โคตรมะณี 20 นางสาวพิมพ์ละดา คงดี
172 ที่ รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 21 นางสาวภัทรธิดา ละครพล 22 นางสาวเยาวดี สุขดี 23 นายณัฐภูมิ ชัยลิ้นฟ้า เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
173 แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 นายฐิตินันท์ ปรองดอง 2 นายณัฐภูมิ ทวีธง 3 นายณัฐวุฒิ พันธุ์ปกครอง 4 นายธนากร คำอาจ 5 นายประเสริฐ พิมพไกรดี 6 นายปิติภัทร ปรองดอง 7 นายพงศภรณ์ ศรีแก้ว 8 นายพลพล สีคำ 9 นายพีรพัฒน์ ใหญ่ล้ำ 10 นายวิทยา ผลรักษ์ 11 นายวีระศักดิ์ กันยะ 12 นายศิรากร ดาวัลย์ 13 นายสิทธิชัย โนนจันทร์ 14 นายอติชาติ ทองสวัสดิ์ 15 นางสาวชรินรัตน์ สิงห์ละ 16 นางสาวณัฐชนิดา เจริญสมบัติ 17 นางสาวณัฐชา หินแก้ว 18 นางสาวบุญณิชา คูณตุ้ม 19 นางสาวผกามาศ กองคำแสน 20 นางสาวรุจิรา ชมภูประเภท
174 ที่ รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับฟังผู้อื่น ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 21 นางสาววริศรา ชาวดง 22 นางสาวศิโรรัตน์ แสวงบุญ 23 นางสาวอัมพร ธงเงิน เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
175 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติงานของนักเรียนรายบุคคล เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. ความสนใจ สมาชิกส่วนใหญ่มี ความสนใจในกิจกรรม การทดลอง ได้อย่าง เหมาะสม สมาชิกทุกคนในกลุ่มมี ความสนใจในกิจกรรม การทดลอง ไม่ค่อย เหมาะสม สมาชิกส่วนใหญ่ไม่มี ความสนใจในกิจกรรม การทดลอง 2. การแสดง ความคิดเห็น ให้ความร่วมมือในการ แสดงความคิดเห็น ภายในกลุ่มดี ให้ความร่วมมือในการ แสดงความคิดเห็น ภายในกลุ่มเป็นส่วน ใหญ่ ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ในการแสดงความคิดเห็น ภายในกลุ่ม 3. การตอบคำถาม มีการตอบคำถาม ภายในห้องเป็นอย่างดี มีการตอบคำถาม ภายในห้องเป็นส่วน ใหญ่ ไม่ค่อยตอบคำถาม ภายในห้อง 4. การยอมรับฟังผู้อื่น ยอมรับฟังผู้อื่นอย่าง เต็มใจ ยอมรับฟังผู้อื่นอย่าง เต็มใจเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยยอมรับฟังผู้อื่น อย่างเต็มใจ 5. ทำงานตามที่ได้รับ มอบหมาย ทำงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างเต็ม กำลังความสามารถ และได้ผลงานการ ปฏิบัติที่มีคุณภาพดี ทำงานที่ได้รับ มอบหมายอย่างเต็ม กำลังความสามารถ บ้างเป็นบางครั้งและได้ ผลงานการปฏิบัติที่มี คุณภาพพอใช้ ทำงานที่ได้รับมอบหมาย อย่างไม่เต็มกาลัง ความสามารถและได้ผล งานการปฏิบัติที่มี คุณภาพต่ำ
176 แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 1 นายกิตติศักดิ์ สหะรัฐ 2 นายขจร เชื้อบัณฑิต 3 นายจักรชัย ชนะวาที 4 นายณัฏฐ์ บุญเพ็ง 5 นายณัฐพล คำทรัพย์ 6 นายณัฐวุฒิ พรมสิทธิ์ 7 นายธนวัฒน์ โภคทรัพย์ 8 นายพสุธา ทองใส 9 นายพิชิตชัย ศรีสำอางค์ 10 นายภมรชัย ไฉนรัตน์ 11 นายวุฒิพงษ์ สมศักดิ์ 12 นายสรวิชญ์ ดุจดา 13 นายอนุชิต กองสิน 14 นายอิดิเทพ ทองแจ่ม 15 นางสาวกัญญาวีร์ วิเศษโวหาร 16 นางสาวขวัญจิรา ทองสวัสดิ์ 17 นางสาวเขมจิรา ละดาดก 18 นางสาวฐิตาสิริ พิมพ์ทอง 19 นางสาวณัฐณิชา โคตรมะณี 20 นางสาวพิมพ์ละดา คงดี
177 ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 21 นางสาวภัทรธิดา ละครพล 22 นางสาวเยาวดี สุขดี 23 นายณัฐภูมิ ชัยลิ้นฟ้า เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
178 แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง . ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 1 นายฐิตินันท์ ปรองดอง 2 นายณัฐภูมิ ทวีธง 3 นายณัฐวุฒิ พันธุ์ปกครอง 4 นายธนากร คำอาจ 5 นายประเสริฐ พิมพไกรดี 6 นายปิติภัทร ปรองดอง 7 นายพงศภรณ์ ศรีแก้ว 8 นายพลพล สีคำ 9 นายพีรพัฒน์ ใหญ่ล้ำ 10 นายวิทยา ผลรักษ์ 11 นายวีระศักดิ์ กันยะ 12 นายศิรากร ดาวัลย์ 13 นายสิทธิชัย โนนจันทร์ 14 นายอติชาติ ทองสวัสดิ์ 15 นางสาวชรินรัตน์ สิงห์ละ 16 นางสาวณัฐชนิดา เจริญสมบัติ 17 นางสาวณัฐชา หินแก้ว 18 นางสาวบุญณิชา คูณตุ้ม 19 นางสาวผกามาศ กองคำแสน 20 นางสาวรุจิรา ชมภูประเภท
179 ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การตั้งสมมติฐาน การกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการ การกำหนด และควบคุมตัวแปร การการทดลอง การตีความหมาย ข้อมูล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 (15) 21 นางสาววริศรา ชาวดง 22 นางสาวศิโรรัตน์ แสวงบุญ 23 นางสาวอัมพร ธงเงิน เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน..........................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ __________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ _______/________/_______
180 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. ทักษะการ ตั้งสมมติฐาน ตั้งสมมติฐานได้ สอดคล้องกับปัญหา และแสดง ความสัมพันธ์ระหว่าง เหตุและผลได้อย่าง ชัดเจน ตั้งสมมติฐานได้ สอดคล้องกับปัญหา แต่แสดงความสัมพันธ์ ระหว่างเหตุและผลไม่ ชัดเจน ตั้งสมมติฐานได้ สอดคล้องกับปัญหา บางส่วน 2. ทักษะการกำหนด นิยามเชิงปฏิบัติการ มีการกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน มีการกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง ได้ถูกต้องส่วนใหญ่ มีการกำหนดนิยามเชิง ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องได้ ถูกต้องบางส่วน 3. ทักษะการกำหนด และควบคุมตัวแปร สามารถระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัว แปรควบคุมได้ถูกต้อง ครบถ้วน สามารถระบุตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัว แปรควบคุมได้ถูกต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ไม่สามารถระบุตัวแปร ต้น ตัวแปรตาม และตัว แปรควบคุมได้ 4. ทักษะการทดลอง - การออกแบบการ ทดลองสอดคล้องกับ สมมติฐาน และมีการ ควบคุมตัวแปรทั้งหมด - สามารถปฏิบัติการ ทดลองได้ทั้งหมด อย่างคล่องแคล่ว ใช้ อุปกรณ์ได้อย่าง ถูกต้องและเหมาะสม - การออกแบบการ ทดลองสอดคล้องกับ สมมติฐาน และมีการ ควบคุมตัวแปรส่วน ใหญ่ - สามารถปฏิบัติการ ทดลองได้ส่วนใหญ่แต่ ไม่คล่องแคล่ว ต้องการ ความช่วยเหลือแนะนำ ในการใช้อุปกรณ์ให้ ถูกต้องและปลอดภัย - การออกแบบการ ทดลองสอดคล้องกับ สมมติฐานบางส่วน แต่ ไม่มีการควบคุมตัวแปร - สามารถปฏิบัติการ ทดลองเองได้บางส่วน
181 เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) - การบันทึกผลการ ทดลอง บันทึกข้อมูล โ ด ย ใ ช ้ ต า ร า ง ห รื อ วิธีการอื่นจัดระเบียบ ข้อมูล มีการระบุชนิด หรือหน่วยของ ข้อมูลที่ บันทึกทั้งหมด และมี ข้อมูลจากการทำซ้ำ อย่างน้อย 3 ครั้ง - การบันทึกผลการ ทดลอง บันทึกข้อมูล โดยมีการใช้ตารางหรือ วิธีการอื่นจัดระเบียบ ส่วนใหญ่ และมีการ ระบุชนิด หรือหน่วย ของข้อมูล ส่วนใหญ่ หรือ มีข้อมูลจากการ ทำซ้ำส่วนใหญ่ - การบันทึกผลการ ทดลอง บันทึกข้อมูลโดย มีการใช้ตารางหรือ วิธีการอื่นในการจัด ระเบียบข้อมูลบางส่วน และมีการ ระบุชนิดหรือ หน่วยของข้อมูลบางส่วน 5. ทักษะการ ตีความหมายและลง ข้อสรุป วิเคราะห์ข้อมูลโดย อาศัยผลที่ได้จากการ ทำกิจกรรม หรือ การ ทดลอง หรือ ความรู้ที่ เกี่ยวข้อง ทั้งหมด และ ส อ ด ค ล ้ อ ง ก ั บ ก า ร สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูลโดย อาศัยผลที่ได้จากการ ทำกิจกรรม หรือ การ ทดลอง หรือ ความรู้ที่ เกี่ยวข้อง เป็นส่วนใหญ่ และสอดคล้องกับการ สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูลโดยอาศัย ผลที่ได้จากการทำ กิจกรรม หรือ การ ทดลอง หรือ ความรู้ที่ เกี่ยวข้อง บางส่วน และ สอดคล้องกับการสรุปผล บางส่วน
182 แบบประเมินพฤติกรรมการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูล รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง กลุ่มที่ ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) การวางแผนค้นคว้า แหล่งข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดกระทำข้อมูล การนำเสนอข้อมูล การเขียนรายงานและ การสรุปผล 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 4 5 เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน............................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ ________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ________/________/________
183 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินตามสภาพจริงตามพฤติกรรมการแสวงหาแหล่งข้อมูล เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. การวางแผน ค้นคว้าแหล่งข้อมูล มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าแหล่งข้อมูลจาก แหล่งการเรียนรู้ที่ หลากหลายเชื่อถือได้ มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าแหล่งข้อมูลจาก แหล่งการเรียนรู้ด้วย หลากหลายวิธี มีการวางแผนที่จะ ค้นคว้าแหล่งข้อมูลเพียง แหล่งเดียว และได้ ข้อมูลที่ตรงตาม จุดประสงค์ 2. การเก็บรวบรวม ข้อมูล มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ตามแผนที่กำหนดทุก ประการ มีการคัดเลือกและ/หรือ ประเมินข้อมูล มีการบันทึกข้อมูลเป็น ระยะ 3. การจัดกระทำ ข้อมูล มีการจัดทำข้อมูลอย่าง เป็นระบบ แยกแยะ ข้อมูล และจัดกลุ่ม ข้อมูลอย่างถูกต้อง ชัดเจน มีการจัดเรียงลำดับ ข้อมูลถูกต้อง ไม่มีการจัดกระทำข้อมูล 4. การนำเสนอข้อมูล นำเสนอข้อมูลด้วยแบบ นำเสนอต่าง ๆ ได้ถูกต้อง กะทัดรัด ชัดเจน และสื่อความหมาย นำเสนอข้อมูลด้วยแบบ นำเสนอต่าง ๆ แต่ยังไม่ ถูกต้อง นำเสนอข้อมูล ไม่สื่อความหมาย ไม่ถูกต้อง และไม่ชัดเจน 5. การสรุปผล สรุปผลได้อย่างถูกต้อง กระชับ และชัดเจน มีเหตุผลที่อ้างอิงจาก การสืบค้นได้ สรุปผลได้กระชับ กะทัดรัด แต่ไม่ชัดเจน สรุปผลโดยไม่ใช้ข้อมูล และไม่ถูกต้อง 6. การเขียนรายงาน เขียนรายละเอียดตรง ตามจุดประสงค์ ถูกต้อง และชัดเจน เขียนรายงานโดยใช้ ภาษาถูกต้อง เขียนรายงานโดย สื่อความหมายได้
184 แบบประเมินพฤติกรรมการจัดกระทำผังมโนทัศน์ รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรื่อง กลุ่มที่ ที่ ชื่อ – สกุล รายการประเมิน คะแนนรวม (15) ความถูกต้องและความ ครบถ้วนของมโนทัศน์ ความสมบูรณ์ของ ผังมโนทัศน์ ความประณีตในการทำ ผังมโนทัศน์ ความรับผิดชอบในการทำ ผังมโนทัศน์ การปรับปรุง/แก้ไขการทำ ผังมโนทัศน์ 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 1 2 3 4 5 เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน การสรุปผลการประเมิน 3 คะแนน หมายถึง ดีมาก 11 – 15 = ดีมาก 2 คะแนน หมายถึง ดี 6 – 10 = ดี 1 คะแนน หมายถึง ปรับปรุง 1 – 5 = ปรับปรุง เกณฑ์การผ่าน ระดับดีขึ้นไป นักเรียนได้คะแนน............................คะแนน มีระดับคุณภาพในระดับ.......................... ลงชื่อ ________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ________/________/________
185 เกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมินตามสภาพจริงของผังมโนทัศน์ เกณฑ์การประเมิน ระดับคะแนน 3 (11-15 คะแนน) 2 (6-10 คะแนน) 1 (1-5 คะแนน) 1. ความถูกต้อง และความครบถ้วน ของมโนทัศน์ เขียนมโนทัศน์ได้ ถูกต้องครบถ้วน และแสดงลำดับขั้นของ มโนทัศน์ได้อย่าง ถูกต้อง เขียนมโนทัศน์ได้ ถูกต้องครบถ้วน แต่แสดงลำดับขั้นของ มโนทัศน์ไม่ถูกต้อง เขียนมโนทัศน์ได้ ถูกต้องแต่ไม่ครบถ้วน และแสดงลำดับขั้นของ มโนทัศน์ไม่ถูกต้อง 2. ความสมบูรณ์ของ ผังมโนทัศน์ มีชื่อผังมโนทัศน์ คำเชื่อมมโนทัศน์ และมี การแสดงความสัมพันธ์ ระหว่างมโนทัศน์ด้วย สัญลักษณ์อย่างชัดเจน มีชื่อผังมโนทัศน์ คำเชื่อมมโนทัศน์ แต่ไม่ มีการแสดง ความสัมพันธ์ระหว่าง มโนทัศน์ด้วยสัญลักษณ์ อย่างชัดเจน มีชื่อผังมโนทัศน์ไม่มี คำเชื่อมมโนทัศน์ และไม่มีการแสดง ความสัมพันธ์ระหว่าง มโนทัศน์ด้วยสัญลักษณ์ อย่างชัดเจน 3. ความประณีต ในการทำผังมโนทัศน์ ผลงานมีความประณีต และขนาดตัวอักษรที่ใช้ เขียนผังมโนทัศน์ เหมาะสม ผลงานมีความประณีต แต่ขนาดตัวอักษรที่ใช้ เขียนผังมโนทัศน์เล็ก หรือใหญ่เกินไป ผลงานไม่มีความ ประณีตและขนาด ตัวอักษรที่ใช้เขียนผัง มโนทัศน์เล็กหรือใหญ่ เกินไป 4. ความรับผิดชอบใน การทำผังมโนทัศน์ ส่งผังมโนทัศน์ตรงเวลา ส่งผังมโนทัศน์ช้ากว่า เวลาที่กำหนด 1-2 วัน ส่งผังมโนทัศน์ ช้ากว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน 5. การปรับปรุง/แก้ไข การทำผังมโนทัศน์ มีการนำคำแนะนำ ข้อ ควรปรับปรุงที่ครูบอก ไปปรับปรุงงานของ ตนเองอยู่เสมอ มีการนำคำแนะนำ ข้อควรปรับปรุงที่ครู บอกไปปรับปรุงงาน ของตนเองบางครั้ง ไม่มีการนำคำแนะนำ ข้อควรปรับปรุงที่ครู บอกไปปรับปรุงงาน ของตนเอง
186 บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ 1. ผลการสอน ______________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ 2. ปัญหา / อุปสรรค _________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ 3. ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข _________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ________________________________________________________________________ ลงชื่อ ________________________ ผู้ประเมิน (นางพัชรี คูณทอง) ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูเชี่ยวชาญ ________/________/________
187 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้บังคับบัญชาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. ลงชื่อ (นางสาวทัศน์วรรณ ขันทอง) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฯ ________/________/________ ความเห็นของหัวหน้างานหลักสูตรสถานศึกษา …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. …………………………………………………………………….. ลงชื่อ (นางพัชรี คูณทอง) หัวหน้างานหลักสูตรสถานศึกษา ________/________/________ ความเห็นของหัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ ……………………………………………………………………..………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………..………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ลงชื่อ (นางพัชรี คูณทอง) หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ ________/________/________ ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………..……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………..……………………………………………………………………………………… ………………………………………………………..……………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นางสาวพรพนธ์ แพทย์เพียร) ผู้อำนวยการโรงเรียนโนนกลางวิทยาคม ________/________/________
188 แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนว Backward Design จัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามแบบวัฏจักรการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) รายวิชาฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บทที่ 3 : แรงและกฎการเคลื่อนที่ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 23 เรื่อง การประยุกต์ใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน เวลา 3 ชั่วโมง วันที่........... เดือน................................... พ.ศ. .................. เวลา....................................น. สาระฟิสิกส์ 1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรง และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทาน สมดุลกล ของวัตถุงานและกฎการอนุรักษ์พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์ โมเมนตัม การเคลื่อนที่แนวโค้ง รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ 5. เขียนแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุอิสระ ทดลองและอธิบายกฎการเคลื่อนที่ของ นิวตัน และการใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันกับสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุ รวมทั้งคำนวณปริมาณ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เข้าใจกฎการเคลื่อนที่ของนิวตันได้ดีขึ้นและสามารถนำไปประยุกต์อธิบายปรากฏการณ์ ต่าง ๆ ได้ (K) 2. มีทักษะการคำนวณหากฎการเคลื่อนที่ของนิวตันได้ถูกต้อง (P) 3. เพื่อให้มีเจตคติต่อวิชาฟิสิกส์ ในด้านคุณภาพการสอน ด้านเนื้อหา ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ และด้านบรรยากาศการเรียนรู้ (A) สาระการเรียนรู้เพิ่มเติม - สมบัติของวัตถุที่ต้านการเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ เรียกว่า ความเฉื่อย มวลเป็นปริมาณที่ บอกให้ทราบว่าวัตถุใดมีความเฉื่อยมากหรือน้อย - การหาแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุสามารถเขียนเป็นแผนภาพของแรงที่กระทำต่อวัตถุอิสระได้ - กรณีที่ไม่มีแรงภายนอกมากระทำ วัตถุจะไม่เปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ซึ่งเป็นไปตามกฎการ เคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตัน
189 - กรณีที่มีแรงภายนอกมากระทำโดยแรงลัพธ์ที่กระทำต่อวัตถุ ไม่เป็นศูนย์ วัตถุจะมีความเร่ง โดยความเร่งมีทิศทางเดียวกับแรงลัพธ์ ความสัมพันธ์ระหว่างแรงลัพธ์ มวลและความเร่ง เขียนแทนได้ด้วยสมการ ∑F⃑ i = ma⃑ n i=0 ตามกฎการเคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตัน - เมื่อวัตถุสองก้อนออกแรงกระทำต่อกัน แรงระหว่างวัตถุทั้งสองจะมีขนาดเท่ากัน แต่มีทิศ ทางตรงข้ามและกระทำต่อวัตถุคนละก้อน เรียกว่า แรงคู่กิริยา-ปฏิกิริยา ซึ่งเป็นไปตามกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่สามของนิวตัน และเกิดขึ้นได้ทั้งกรณีที่วัตถุทั้งสองสัมผัสกันหรือไม่สัมผัส กันก็ได้ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด กฎการเคลื่อนที่ของนิวตันทั้งสามข้อเป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญมากในวิชาฟิสิกส์ ซึ่งสามารถทำให้เข้าใจหรือใช้อธิบายสาเหตุของการเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ของวัตถุทุกชนิด และทุกกรณี ทั้งการเคลื่อนที่บนโลก นอกโลก และในเอกภพ และยังสามารถอธิบายเรื่องสมดุล และการเคลื่อนที่ของวัตถุต่าง ๆ ได้ทุกลักษณะ และยังเป็นพื้นฐานสำหรับนำไปใช้ศึกษาเรื่องอื่น ๆ เช่น งาน พลังงาน โมเมนตัม เป็นต้น สาระการเรียนรู้ การประยุกต์ใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด 1. ทักษะการสังเกต 2. ทักษะการคิดวิเคราะห์ 3. ทักษะการอภิปราย 4. ทักษะการลงข้อสรุป 5. ทักษะการจัดระบบความคิดเป็นแผนภาพ 6. ทักษะการสืบค้นโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
190 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1.1 สามารถเลือกใช้วิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ความสามารถในการคิด 2.1 สามารถคิดวิเคราะห์คิดสร้างสรรค์คิดอย่างเป็นระบบ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3.1 สามารถประยุกต์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4.1 สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง 4.2 สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสร้างสรรค์ 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5.1 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีและการเลือกใช้เทคโนโลยี คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์ สุตจริต 3. มีวินัย 4. ใฝ่เรียนรู้ 5. อยู่อย่างพอเพียง 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 7. รักษ์ความเป็นไทย 8. มีจิตสาธารณะ สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ 1.1 รูปภาพเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 1.2 PowerPoint เรื่อง การประยุกต์ใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 1.3 ใบงานที่ 23 เรื่อง การประยุกต์ใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 1.4 ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ฟิสิกส์ ชุดที่ 7 เรื่อง การประยุกต์ใช้กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
191 1.5 หนังสือเรียน รายวิชาเพิ่มเติม ฟิสิกส์ เล่ม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อักษรเจริทัศน์ อจท. จำกัด 1.6 แบบทดสอบหลังเรียน 2. แหล่งเรียนรู้ 2.1 ห้องสมุดโรงเรียนโนนกลางวิทยาคม 2.2 ห้องคอมพิวเตอร์โรงเรียนโนนกลางวิทยาคม (สืบค้นจากอินเทอร์เนต) กระบวนการวัดผลประเมินผล 1. วิธีการวัด 1.1 การประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม/พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 1.2 ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน 1.3 ตรวจประเมินผลงานนักเรียน 2. เครื่องมือวัด 2.1 แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม/พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ชนิดรูบริค 5 รายการ 15 คะแนน 2.2 แบบทดสอบหลังเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน 2.3 แบบประเมินผลงานนักเรียนชนิดรูบริค 5 รายการ 15 คะแนน 3. เกณฑ์การวัด นักเรียนทุกคนต้องได้คะแนนจากกระบวนการของแผนการจัดการเรียนรู้ระหว่างเรียน ร้อยละ 80 ซึ่งประกอบด้วย คะแนนจากการทดสอบย่อย 10 คะแนน คะแนนประเมินพฤติกรรม 15 คะแนน และผลงานนักเรียน 15 คะแนน รวมทั้งหมด 40 คะแนน รวมคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นกระตุ้นความสนใจ (E1 : Engagement) 2.1 ครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ เรื่อง แรง มวล และกฎการ เคลื่อนที่ของนิวตัน 2.2 ครูถามคำถาม Prior Knowledge ว่า “ถ้าชั่งน้ำหนักในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนที่ น้ำหนัก จะเป็นอย่างไร”