สินค้าและของทรี่ ะลึกบนเกาะช้าง มหี ลายอย่างด้วยกัน ทั้งนี้ นกั ทอ่ งเที่ยวสามารถ
เลือกซ้อื สนิ ค้าในย่านแหล่งท่องเที่ยวริมหาด หรือรา้ นคา้ ของชาวบา้ นท่ีน�ำผลิตผลจากสวนและ
การประมงมาแปรรปู ทง้ั ของกนิ ของใชท้ มี่ ขี ายอยทู่ ว่ั ไปเพอ่ื เปน็ ทร่ี ะลกึ ในการมาเทยี่ วชมเกาะชา้ ง
หรอื แวะชมพิพิธภณั ฑ์เรอื ชา้ งท่ี อพท.เกาะชา้ ง หน้าทางเข้านำ้� ตกธารมะยมไดอ้ ีกดว้ ย
ชมรมนำ� เทย่ี วพนื้ บา้ นสลกั คอก
ทวิ ทศั นข์ องเกาะชา้ งจากมมุ สงู ทจ่ี ดุ ชมววิ บนเนนิ เขา
149
เมืองอญั มณี ตำ� บลบอ่ พลอย อำ� เภอบ่อไร่ จงั หวัดตราด เปน็ ทีต่ ้ังพิพธิ ภณั ฑจ์ ดั แสดง
เรอื่ งราวของอญั มณที บ่ี อ่ พลอย อยใู่ นความดแู ลของเทศบาลตำ� บลบอ่ พลอย ตวั อาคารจดั แสดง
มีทั้งหมด ๒ ชนั้ ๗ หอ้ ง โดยเร่ิมจากการหาสายแร่ ขดุ หาพลอย ร่อนพลอย กรรมวิธหี ุงพลอย
และเจยี ระไนจนได้พลอยน้�ำงาม
องคค์ วามรเู้ รอ่ื งขน้ั ตอนกรรมวธิ กี ารหาแรพ่ ลอยและหงุ พลอยของบอ่ ไรน่ นั้ เปน็ เทคนคิ
เฉพาะทส่ี ง่ั สมมาแตโ่ บราณ โดยหงุ พลอยในอณุ หภมู ทิ เ่ี หมาะสมเพอื่ ใหค้ วามรอ้ นไปเรง่ ปฏกิ ริ ยิ า
บางอย่างจนพลอยเม็ดน้ันมีสีสันสดใสโดดเด่นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของพลอยบ่อไร่ที่ขายได้
ราคาดี ซงึ่ สง่ิ นค้ี อื ภมู ปิ ญั ญาของบรรพบรุ ษุ ชาวบอ่ ไร๑่ ๘ เปดิ ใหเ้ ขา้ ชมทกุ วนั ยกเวน้ วนั จนั ทร์ โดย
มกี ารเก็บค่าธรรมเนยี ม
ในปัจจุบัน แร่พลอยเร่ิมหายากข้ึนเนื่องจากมีการขุดพลอยไปขายอย่างต่อเนื่อง
แตพ่ ลอยบอ่ ไรย่ งั คงมชี อ่ื เสยี ง ผคู้ า้ พลอยบางคนกลา่ ววา่ พลอยจากทอ่ี น่ื ทขี่ ายอยตู่ ามจงั หวดั ตา่ งๆ
ในภาคตะวันออกน้ันมีบางส่วนที่เป็นพลอยจากบ่อไร่แต่น�ำไปเจียระไนและให้ช่างฝีมือดีจาก
จงั หวดั อนื่ ๆ ทำ� เครอ่ื งประดบั ขาย ซง่ึ นบั วนั พลอยบอ่ ไรจ่ ะหายากขน้ึ เรอื่ ยๆ และไดร้ าคาดเี พราะ
เปน็ พลอยท่มี ีนำ�้ งามไมแ่ พท้ ใ่ี ดในตลาดคา้ พลอย๑๙
บางสว่ นของการจดั แสดงในพพิ ธิ ภณั ฑเ์ มอื งอญั มณี แสดงกรรมวธิ กี ารรอ่ นพลอย
ทบั ทมิ สยามจากบอ่ ไร่
๑๘ นางสาวจนั ทรา ลนิ ทมติ ร เจา้ หนา้ ทป่ี ระชาสมั พนั ธเ์ มอื งอญั มณ,ี ๑๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๖, สมั ภาษณ.์
๑๙ นางแกว้ ตา สำ� ราญจติ เจา้ ของรา้ นวงั พลอย, ๑๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๖, สมั ภาษณ.์
150
ศาลเจา้ พอ่ เขาสมงิ บา้ นทา่ กระทอ้ น หมู่ ๑ ตำ� บลเขาสมงิ อำ� เภอเขาสมงิ เปน็ ศาลทชี่ าว
บา้ นเขาสมงิ ใหค้ วามเคารพนบั ถอื เปน็ อยา่ งมาก เนอ่ื งจากมตี ำ� นานเกย่ี วกบั เจา้ พอ่ เขาสมงิ ทคี่ วาม
ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ิ จนชาวบา้ นรว่ มกนั สรา้ งศาลขนาดเลก็ ถวาย ปจั จบุ นั ไดย้ า้ ยมาอยบู่ รเิ วณรมิ นำ้� และสรา้ ง
ให้ใหญ่โตขนึ้ โดยมสี ถาปัตยกรรมแบบจีน เน่ืองจากชาวไทยเช้อื สายจีนไดร้ ว่ มจัดสร้างเมอ่ื พ.ศ.
๒๕๔๓ และไดจ้ ดั นำ� รปู ปน้ั จระเขเ้ ปน็ ตวั แทนเจา้ พอ่ เขาสมงิ ตง้ั ไวร้ มิ นำ้� หนา้ ศาลแหง่ นี้ เนอ่ื งจาก
ชาวบา้ นมคี วามเชอ่ื วา่ เจา้ พอ่ เขาสมงิ สามารถแปลงรา่ งเปน็ เสอื หรอื จระเขไ้ ด้ ทกุ วนั ที่ ๑๖ เมษายน
ของทุกปีจะมีงานฉลองวันเกิดเจ้าพ่อเขาสมิง ตามความเชื่อของชาวบ้าน โดยจะมีการจัดพิธี
บวงสรวงในชว่ งเช้า จากน้ันมีการละเล่นพนื้ บา้ น๒๐
ภายในศาลเจา้ พอ่ เขาสมงิ
วัดทุ่งเขา ต้ังอยู่บนเนินเขา ต�ำบลแสนตุ้ง อ�ำเภอเขาสมิง ด้วยศรัทธาจากชาวบ้าน
ที่ต้องการให้มีวัดอยู่ในบริเวณแถบนี้ จึงได้ร่วมกันบริจาคท่ีดินจ�ำนวนหน่ึงให้กับพระอธิการ
ยม กตปณุ โฺ ย ทไ่ี ดธ้ ดุ งคม์ าจนถงึ จงั หวดั ตราด จากนน้ั จงึ ไดก้ อ่ ตง้ั เปน็ สำ� นกั สงฆแ์ ละไดเ้ ลอื่ นฐานะ
ขน้ึ มาเปน็ วดั ในเวลาตอ่ มา๒๑
๒๐ นายพนิ จิ ศรเี จรญิ ผดู้ แู ลศาล, ๑๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๖, สมั ภาษณ.์
๒๑ พระอธกิ าร ยม กตปณุ โฺ ย และพระธราดล พระลกู วดั ทงุ่ เขา, ๑๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๖, สมั ภาษณ.์
151
ทวิ ทศั นท์ ม่ี องจากศาลา บนเชงิ เขาวดั ทงุ่ เขา
อโุ บสถหลงั เลก็ ทเ่ี รยี บงา่ ยโดยมเี สาเปน็ หลกั ปกั บอกเขตพทุ ธาวาสแทนใบเสมาทวี่ จิ ติ รแบบประเพณี
บง่ บอกถงึ ความลมุ่ ลกึ ในธรรมของเจา้ อาวาส ทไี่ มย่ ดึ ตดิ ในรปู
152
แมพ้ ระภกิ ษทุ จี่ ำ� พรรษาอยจู่ ะมเี พยี งไมก่ ร่ี ปู แตญ่ าตโิ ยมยงั คงมศี รทั ธามาทำ� บญุ บรจิ าค
เงินจนปัจจุบันวัดสามารถสร้างสถานปฏิบัติธรรมเพื่อรองรับอุบาสกอุบาสิกาหรือนักเรียนที่มา
เขา้ คา่ ยปฏิบัติธรรม ซงึ่ เน้นความเรียบงา่ ย บรรยากาศในวดั จึงดสู งบร่มเยน็ ดึงดดู ใจใหป้ ฏิบัติ
ธรรม นอกจากน้ี หากขนึ้ ไปบนศาลาทีเ่ ชงิ เขาด้านบน จะสามารถมองทิวเขาสลบั ซับซ้อนในมมุ
กวา้ ง สว่ นลานปฏบิ ตั ธิ รรมบรเิ วณเชงิ เขาใกลอ้ โุ บสถสามารถมองเหน็ ชายทะเล ทง้ั สวยงามและ
สงบเงยี บ เหมาะแกก่ ารเจรญิ ธรรมวิปัสสนาหรือถกปญั หาขอ้ คติธรรมเปน็ อยา่ งยิ่ง
นอกจากสถานทสี่ ำ� คญั ดงั ทกี่ ลา่ วมา
ขา้ งต้น จังหวดั ตราดยังมีหลากส่ิงหลายอย่าง
ที่น่าสนใจ เช่น สวนผลไม้ท่ีพบได้โดยท่ัวไป
ทัง้ สวนทเุ รยี น มังคดุ เงาะ ลองกอง ซึง่ หลาย
แห่งอนุญาตให้นักท่องเท่ียวเข้าไปเที่ยวชม
และเลือกซ้ือผลิตผลสดจากต้นได้ถงึ ในสวน
วิถีชีวิตของชาวชองในหมู่บ้านชอง
เป็นอีกแห่งที่น่าสนใจ และกลายเป็นสถานที่
ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากการประชาสัมพันธ์
ของหลายหนว่ ยงาน ซง่ึ นกั ทอ่ งเทย่ี วสว่ นใหญ่
จะสนใจพิธีกรรมผีห้ิง หรือผีละมด และ
สปาสุ่มไก่ ท่ีพัฒนาขึ้นมาเป็นธุรกิจใหม่จาก
ภูมิปัญญาชาวบ้าน ปัจจุบันหมู่บ้านชองมี สวนลองกองทพ่ี บทว่ั ไปในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ตราด
บรกิ ารบา้ นพกั แบบโฮมสเตยร์ องรบั นกั ทอ่ งเทยี่ วทตี่ อ้ งการคา้ งคนื เพอ่ื ชมพธิ เี ขา้ ผอี กี ดว้ ย (ดเู รอื่ ง
วิถวี ัฒนธรรมของชาวตราด)
ฟาร์มเพาะเล้ียงไก่ชน เป็นอีกแห่ง การฝกึ ซอ้ มไกช่ นของซมุ้ ไกช่ นรงุ่ ปยิ ะ
ท่ีแม้ไม่ได้เป็นสถานที่ส�ำหรับนักท่องเที่ยว
แต่ไก่ชนจากจังหวัดตราดเคยเป็นสิ่งขึ้นชื่อ
อยา่ งหนงึ่ ซง่ึ หาชมยากในปจั จบุ นั หากมโี อกาส
เดินทางผ่านถนนเส้นออกนอกเมืองมุ่งสู่
คลองใหญ่ จะมฟี ารม์ เลยี้ งไกช่ นบรเิ วณรมิ ทาง
ซึ่งสามารถขออนุญาตเจ้าของเข้าไปชมไก่ชน
ได้อย่างใกล้ชดิ
153
ชายหาดบานชนื่ ทช่ี าวตราดและชาวกมั พชู านยิ มมาพกั ผอ่ นยามวา่ ง
สถานที่พักผ่อนหย่อนใจทางธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวเมืองตราดท่ีชาวตราด รวมถึง
ชาวกัมพูชานิยมเดินทางไปพักผ่อน คือ หาดบานช่ืน อ�ำเภอคลองใหญ่ หาดทรายขาวสะอาด
เงยี บสงบ ชาวกัมพูชาที่มาทำ� งานในฝ่ังไทยและท่ีขา้ มมาจากฝั่งกัมพชู านยิ มมาพักผอ่ น ท�ำบุญ
และเท่ียวงานลอยกระทงในบริเวณนี้เป็นประจ�ำ ในปัจจุบัน หาดบานชื่นมีที่พักริมหาดรองรับ
นักทอ่ งเท่ียวตา่ งถ่ินทต่ี อ้ งการบรรยากาศสงบเงยี บและอยูไ่ มไ่ กลจากตวั เมอื งตราดอกี ดว้ ย
ทกี่ ลา่ วมาน้ี เปน็ เพยี งสว่ นหนงึ่ ของสถานทส่ี ำ� คญั ในจงั หวดั ตราด เนอ่ื งจากเปน็ จงั หวดั
ท่ีมีการบริหารจัดการเร่ืองการท่องเท่ียวได้อย่างดีเย่ียม ท�ำให้สถานท่ีแทบทุกแห่งในตราด
สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเท่ียวได้ เพราะมีทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความ
หลากหลายทางชีวภาพ รวมท้ังประวัติศาสตร์ที่เข้มข้นช่วงการสูญเสียดินแดน และเหตุการณ์
ยุทธนาวีเกาะช้าง ท�ำให้เกิดเรื่องราวเล่าขานและอนุสรณ์สถานวีรบุรุษขึ้นเพ่ือเตือนใจ
ชาวตราดให้สู้เพ่ือปกป้องประเทศชาติและดินแดนไทย ส่วนบริเวณด่านชายแดนไทยกัมพูชา
ที่มีทั้งพรมแดนทางบกและทางทะเล อันอาจก่อให้เกิดปัญหาการลักลอบเข้าเมืองอยู่บ่อยคร้ัง
แต่คนท้ังสองฝั่ง ไม่ได้แบ่งแยกชาวบ้านผู้อาศัยอยู่บริเวณจุดเช่ือมต่อระหว่างอ�ำเภอคลองใหญ่
จงั หวดั ตราด และอำ� เภอมงคลสมี า จังหวัดเกาะกง ประเทศกมั พชู า ออกจากกนั จึงเปน็ อีกสิง่
ทเี่ ตือนใจว่า แมพ้ รมแดนจะแบ่งแยกประเทศชาติ แต่ประวัติศาสตร์ก็อธิบายความสมั พนั ธอ์ นั
เหนยี วแนน่ ของพน่ี อ้ งชาวไทยทตี่ กคา้ งอยใู่ นเกาะกง ชาวบา้ นสองฝง่ั จงึ อยกู่ นั อยา่ งสงบสขุ ไมม่ ี
ปัญหาในการอยรู่ ่วมกนั และเปน็ เพอ่ื นบา้ นท่ดี ตี ่อกนั สิง่ นจ้ี ึงเป็นเร่ืองราวน่าประทับใจอกี เรอื่ ง
ท่จี ะสามารถสมั ผสั ได้หากมโี อกาสเดนิ ทางมาท่ดี า่ นชายแดนไทย กัมพูชา ในพืน้ ท่ีจังหวดั ตราด
154
แนวคิดด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อความรู้ความเข้าใจแก่ชุมชนและ
นกั ทอ่ งเท่ยี ว
นอกจากสภาพภมู อิ ากาศรอ้ นชนื้ และฝนตกชกุ ในจงั หวดั ตราดทส่ี ง่ ผลโดยตรงตอ่ การ
เส่ือมสภาพไปตามธรรมชาติของสถานที่ส�ำคัญและโบราณสถานเก่าแก่ ยังมีปัจจัยอ่ืนๆ เช่น
การรบกวนจากมนุษย์และสัตว์ ดงั นนั้ ทกุ ภาคส่วนควรใหค้ วามสำ� คัญกับการเขา้ ใจปัญหา และ
สง่ เสรมิ ความรเู้ พอ่ื ปลกู ฝงั แนวคดิ ดา้ นการทอ่ งเทย่ี วเชงิ อนรุ กั ษแ์ กช่ มุ ชนและนกั ทอ่ งเทยี่ ว เพราะ
ในปัจจุบันมนุษย์คือปัจจัยส�ำคัญที่ส่งผลดีร้ายต่อสภาพของโบราณสถานต่างๆ อย่างยิ่ง การ
ขาดความรคู้ วามเขา้ ใจในการเยยี่ มชมอาจกอ่ ใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ สถานทแี่ ละโบราณสถานเหลา่ นนั้
ซึง่ ควรคำ� นงึ ถึงหลกั ดงั ต่อไปน้ี
วิธีการเย่ยี มชมโบราณสถาน ทค่ี วรคำ� นึงถงึ คือ
๑. ควรใหค้ วามเคารพสถานท่ี ระลกึ ถงึ คณุ คา่ ของโบราณสถานซง่ึ เปน็ มรดกวฒั นธรรม
สำ� คญั ของชาตแิ ละของโลก ซงึ่ ภมู ปิ ญั ญาและคณุ คา่ ทางประวตั ศิ าสตรศ์ ลิ ปะทสี่ ง่ั สมมาเปน็ เวลา
นานไดแ้ สดงออกมาทางรปู แบบจติ รกรรม ประตมิ ากรรม และสถาปตั ยกรรม รวมทงั้ เปน็ หลกั ฐาน
ส�ำคัญที่สามารถน�ำมาศึกษาเทียบเคียงกับเอกสารทางโบราณคดี และประวัติศาสตร์ท่ีเป็น
ลายลักษณ์อักษรได้อีกด้วย ดังนั้น โบราณสถานทุกแห่ง ซากปรักหักพังทุกช้ิน ล้วนแล้วแต่มี
คณุ ค่าต่อการศกึ ษาอย่างยิ่ง จึงมคิ วรทำ� ลาย เคล่ือนย้าย หรอื ขโมยโบราณวัตถุทีอ่ ยู่ในโบราณ
สถานเหลา่ นน้ั
๒. มคิ วรจบั ตอ้ งโบราณวตั ถหุ รอื ภาพจติ รกรรมฝาผนงั เนอ่ื งจากเหงอื่ ทปี่ ระกอบดว้ ย
สารประกอบทางโปรตนี นำ�้ และไขมัน จะไปเกาะตดิ อยู่บนบริเวณที่เราจบั หรอื แตะต้อง ทำ� ให้
โบราณวัตถุ และจติ รกรรม เส่ือมสภาพรวดเร็วยิง่ ขึ้น
๓. มคิ วรถา่ ยภาพจติ รกรรมฝาผนงั โดยใชแ้ ฟลชโดยไมจ่ ำ� เปน็ หากมผี เู้ ยย่ี มชมโบราณ
สถานเข้ามาถ่ายภาพเป็นจ�ำนวนมากอย่างต่อเนื่อง แสงแฟลชดังกล่าวมีผลกระทบต่อภาพ
จติ รกรรมโดยตรง เนื่องจากท�ำใหส้ ที ี่เขียนบนจติ รกรรมซดี ลง และจะเลือนหายไปในทส่ี ดุ
๔. ไม่ควรจุดธูปเทียนหรือก่อให้เกิดควันไฟในโบราณสถานท่ีมีพระพุทธรูปเก่าแก่
หรือมีจิตรกรรมฝาผนังเก่า เน่ืองจากควันท่ีเกิดจากการเผาไหม้ธูป เทียน น้ันมีท้ังความร้อน
ฝุ่นละออง และน�้ำมนั จะไปเกาะตามโบราณวตั ถุ หรือจติ รกรรม ท�ำใหเ้ ส่อื มสภาพได้
๕. ไมค่ วรนำ� ทองคำ� เปลวตดิ ตามโบราณวตั ถุ ทงั้ พระพทุ ธรปู โบราณ หรอื โบราณวตั ถุ
อน่ื ๆ ทเ่ี ชื่อว่าศักด์ิสิทธ์ิ รวมท้งั การขูดขดี หาเลข หรือการบดท�ำลายเพอื่ ท�ำพระผง โดยเชือ่ วา่
หากน�ำมาผสมแล้วปลุกเสกจะก่อให้เกิดมงคลต่างๆ ซ่ึงหากค�ำนึงถึงคุณค่าทางวิชาการ การ
กระท�ำเช่นนั้นถือเป็นการท�ำลายโบราณวัตถุ ประวัติศาสตร์ และหลักฐานทางโบราณคดีที่มี
คุณคา่ อย่างยิ่ง ท้ังนี้ การนำ� ทองคำ� เปลวไปตดิ ลงบนโบราณวตั ถุหรือโบราณสถานน้นั หากปดิ
155
มากจนหนาจะไม่สามารถมองเห็นรูปแบบศิลปะเพื่อการศึกษาได้อีกต่อไป ทั้งน้ี หากเรามีคติ
วา่ วัตถเุ หลา่ น้ันมคี วามศักด์ิสทิ ธิแ์ ล้วตอ้ งปดิ ทอง ขอให้ค�ำนึงถงึ คุณค่าทแ่ี ทจ้ รงิ ว่า คติการสร้าง
พระพทุ ธรปู นน้ั สรา้ งขนึ้ เพอ่ื สบื ตอ่ พระศาสนา มไิ ดส้ รา้ งเพอื่ เปน็ วตั ถมุ งคล และหากมจี ารตี การ
ปดิ ทองพระพทุ ธรปู ศกั ดสิ์ ทิ ธม์ิ าแตโ่ บราณ เหตใุ ดพระพทุ ธรปู เกา่ แกท่ พ่ี บเจอจงึ ไมม่ รี อ่ งรอยการ
ปิดทองมาแตโ่ บราณ ดังน้นั การปิดทองลงบนพระพทุ ธรปู เกา่ แก่ จึงอาจเป็นการท�ำลายคณุ คา่
ทางศลิ ปกรรมทอ่ี าจคาดไม่ถงึ วธิ ีปฏบิ ตั ิในปจั จุบนั จึงนิยมท�ำพระพทุ ธรปู หรือวัตถจุ �ำลองขึน้
เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ปิดทองท่ีองค์จ�ำลอง เท่ากับเป็นการอนุรักษ์ของเดิมไว้ และไม่เป็นการ
ขดั ศรัทธาของชาวบา้ นอีกด้วย
๖. ไม่ควรน�ำผ้าไปห่มโบราณวัตถุสถาน เพราะจะท�ำให้เกิดความช้ืนและน�ำไปสู่การ
ผพุ งั จากเชอ้ื รา เนื่องจากพ้นื ท่แี ถบน้ีมีฝนตกชกุ และรอ้ นชืน้ หากน�ำผา้ ไปหม่ ใหเ้ กดิ การอบั ชนื้
ใตผ้ นื ผ้าจะเกิดเป็นเชื้อราและดูแลรักษายากขึน้ นอกจากน้ี หากบริเวณใตผ้ ้ามีลวดลายปนู ปั้น
เก่าแก่ เมื่อกระแสลมพัดผ้าที่ผูกทับอาจสะบัดเสียดสีกับช้ินส่วนต่างๆ จนส่งผลให้ปูนปั้น
เหลา่ นนั้ หลดุ รว่ งงา่ ยขนึ้ จนอาจกลายเปน็ การทำ� ลายหลกั ฐานโบราณคดอี นั ทรงคณุ คา่ และเมอื่
หลักฐานเหลา่ นนั้ ผุพงั แลว้ จะไมส่ ามารถหาส่ิงใดทดแทนไดอ้ กี
๗. หากจำ� เปน็ ตอ้ งปลกู สรา้ งสง่ิ ใดใกลโ้ บราณสถานหรอื สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วเชงิ นเิ วศ ควร
ค�ำนึงถงึ สภาพแวดล้อมของภมู ิทศั น์ เช่น สรา้ งอาคารใหม้ ีรูปแบบลกั ษณะสอดคล้องกบั สถานที่
ดังกล่าว เพื่อไมใ่ ห้เกดิ ทศั นะอจุ าด เป็นตน้
ส่วนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนั้น ควรค�ำนึงถึงชุมชนที่ไปเย่ียมชม ไปศึกษา
วฒั นธรรมเพอ่ื ความเขา้ ใจอนั ดซี งึ่ กนั และกนั มใิ ชไ่ ปโดยคำ� นงึ ถงึ อตุ สาหกรรมการทอ่ งเทยี่ วเพอื่
ธุรกิจจนไปท�ำลายวัฒนธรรมของชุมชนน้ันๆ จนก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนใน
ชมุ ชน แตค่ วรสนบั สนนุ สง่ เสรมิ แตล่ ะชมุ ชนใหเ้ กดิ ความเขม้ แขง็ ทางวฒั นธรรมของตน โดยตอ้ ง
เรยี นร้แู ละยอมรบั ซง่ึ กนั และกัน เพื่อการทอ่ งเที่ยวเชิงอนรุ ักษ์และสร้างสรรคอ์ ยา่ งแทจ้ ริง
การมหี วั ใจอนรุ กั ษค์ วบคกู่ บั พฒั นา จงึ เปน็ สง่ิ ทท่ี กุ คนควรคำ� นงึ ถงึ เพราะสงิ่ เหลา่ นคี้ อื
มรดกทางวฒั นธรรมของบรรพบรุ ษุ ทเี่ กบ็ สะสมมาจากรนุ่ สรู่ นุ่ และเมอื่ เราเหน็ คณุ คา่ ของตนแลว้
ตอ้ งใหเ้ กียรตชิ มุ ชนอ่ืน เมือ่ ไปท่องเทีย่ วจงึ ควรไปอยา่ งมหี ัวใจอนุรักษ์ ศกึ ษาหาความรู้ และไม่
ทำ� ลายสถานทหี่ รอื วตั ถเุ หลา่ นน้ั ทงั้ โดยตงั้ ใจและไมต่ ง้ั ใจ เพอ่ื สง่ ตอ่ คณุ คา่ ทเี่ ราไดม้ โี อกาสสมั ผสั
สคู่ นรนุ่ ต่อไปในสภาพท่ีดีที่สดุ
156
ภารกจิ กรมศิลปากรในจังหวัดตราด
โครงการส�ำคญั ของกรมศลิ ปากรในพ้นื ทจ่ี ังหวัดตราด*
๑. โครงการบรู ณปฏิสงั ขรณเ์ จดีย์วัดลำ� ดวน จงั หวัดตราด
เม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ พระครูปลดั เหลง็ ปภาโส เจ้าอาวาสวดั ล�ำดวนและคณะกรรมการ
วัดได้มีหนังสือขอให้กรมศิลปากรด�ำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์วัดล�ำดวน จังหวัดตราด ให้
สมบูรณเ์ ตม็ ทง้ั องค์เนื่องจากอยู่ในสภาพช�ำรดุ มากเหลอื เฉพาะเพียงส่วนฐานเทา่ นัน้ เพือ่ จะได้
เปน็ ทส่ี กั การบชู าของชาวจงั หวดั ตราดตอ่ ไป คณะกรรมการวชิ าการเพอื่ การอนรุ กั ษโ์ บราณสถาน
ฐานเจดยี ว์ ดั ลำ� ดวน กอ่ นการบรู ณปฏสิ งั ขรณ์
* นายเดชา สดุ สวาท นกั โบราณคดชี ำ� นาญการ กลมุ่ โบราณคดี สำ� นกั ศลิ ปากรที่ ๕ ปราจนี บรุ ี คน้ ควา้ เรยี บเรยี ง
157
เจดยี ว์ ดั ลำ� ดวน หลงั การบรู ณปฏสิ งั ขรณ์
กรมศลิ ปากร จึงไดม้ อบให้สำ� นกั ศิลปากรที่ ๕ ปราจนี บรุ ี ด�ำเนินการขดุ แตง่ เจดยี ์วัดลำ� ดวนเพ่ือ
รวบรวมข้อมลู เบอ้ื งต้น ซง่ึ กรมศิลปากรไดจ้ ดั สรรงบประมาณเหลอื จ่ายประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นเงิน ๑๔๕,๐๐๐.- บาท (หน่ึงแสนส่ีหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ให้ด�ำเนินการ และมอบให้
นายวงศฉ์ ตั ร ฉตั รกลุ ณ อยธุ ยา นักวิชาการช่างศลิ ป์ช�ำนาญการ เปน็ ผูด้ �ำเนินการวิเคราะห์และ
ออกแบบ จากหลักฐานทางโบราณคดีและศิลปกรรมสันนิษฐานเบ้ืองต้นได้ว่าเจดีย์วัดล�ำดวน
เป็นเจดยี ย์ ่อมุมไม้สิบสองกอ่ ดว้ ยศิลาแลงเสรมิ อฐิ ฉาบปนู
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ สำ� นักศิลปากรที่ ๕ ปราจนี บรุ ี กรมศลิ ปากร จึงด�ำเนินการ
บูรณปฏิสังขรณ์เจดีย์วัดล�ำดวน ตามโครงการฟื้นฟูบูรณะโบราณสถานจากเหตุอุทกภัย งบ
ประมาณจำ� นวน ๒,๓๒๗,๐๐๐.-บาท (สองล้านสามแสนสองหมืน่ เจด็ พนั บาทถ้วน) เมอ่ื ด�ำเนนิ
การแลว้ เสรจ็ ในวนั ที่ ๙ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๖ เจา้ อาวาสวดั ลำ� ดวน ขา้ ราชการ พอ่ คา้ และประชาชน
พทุ ธศาสนกิ ชนไดร้ ว่ มกนั ท�ำพธิ อี ญั เชญิ พระบรมสารรี กิ ธาตทุ สี่ มเดจ็ พระญาณสงั วร สมเดจ็ พระ
สงั ฆราชประทานใหน้ ำ� มาประดษิ ฐานบรรจไุ วใ้ นองคเ์ จดยี ว์ ดั ลำ� ดวน เพอื่ ใหเ้ ปน็ ทส่ี กั การบชู าของ
ชาวจงั หวัดตราดสืบไป
158
๒. โครงการจัดตง้ั พพิ ธิ ภัณฑสถานเมอื งตราด
สืบเน่ืองจากเมื่อวันท่ี ๑๐ เมษายน ๒๕๔๗ ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลากลางจังหวัด
ตราด (หลงั เกา่ ) ทสี่ รา้ งขน้ึ เมอ่ื ปี พ.ศ. ๒๔๖๕ สมยั รชั กาลท่ี ๖ มรี ปู แบบทางสถาปตั ยกรรมแบบ
อาณานคิ มเปน็ เรอื นไม้ ๒ ช้ัน หลงั คาเครอ่ื งไม้ทรงปั้นหยามุงกระเบอ้ื งซีเมนต์ใตถ้ นุ สงู ซึ่งกรม
ศลิ ปากรไดป้ ระกาศข้ึนทะเบยี นใหเ้ ป็นโบราณสถานของชาติ ในราชกิจจานเุ บกษา เล่ม ๑๑๓
ตอนพเิ ศษ ๕๐ ง ลงวนั ท่ี ๑๘ ธนั วาคม ๒๕๓๘ พนื้ ทโ่ี บราณสถานประมาณ ๒ ไร่ ๓ งาน ๕๑.๒๕
ตารางวา บรรดาข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดตราดจึงเห็นควรให้มีการบูรณ
ปฏสิ งั ขรณอ์ าคารศาลากลางจงั หวดั ตราด (หลงั เกา่ ) ขน้ึ ใหม่ เพอ่ื จดั ตง้ั เปน็ พพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื ง
ตราด เทศบาลเมอื งตราดจงึ จดั สรรงบประมาณประจำ� ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ เปน็ เงนิ ๑๖,๑๔๐,๐๐๐.-
บาท (สบิ หกลา้ นหนง่ึ แสนสหี่ มน่ื บาทถว้ น) เพอื่ ใหก้ รมศลิ ปากรดำ� เนนิ การบรู ณะซอ่ มแซมอาคาร
ตามรปู แบบเดมิ พรอ้ มปรบั ปรุงสภาพภมู ิทศั นจ์ นแลว้ เสร็จเมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จังหวัดตราดได้ขอความอนุเคราะห์กรมศิลปากรท�ำการ
ปรบั ปรงุ อาคารศาลากลางจงั หวัดตราด (หลงั เกา่ ) ให้เป็นพพิ ธิ ภณั ฑสถานเมืองตราด เพ่อื เปน็
แหลง่ รวบรวม ศกึ ษา วจิ ัย อนรุ กั ษ์สง่ เสริมศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนเปน็ แหล่งเรยี นร้สู ร้างความ
เข้าใจเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิตคนตราด ส�ำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
กรมศิลปากร จึงด�ำเนินการทางวิชาการและเทคนิคจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถาน ด้วยงบ
ประมาณประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๕๓ - ๒๕๕๕ ของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นระยะเวลา
ต่อเนอ่ื ง ๓ ปี เปน็ เงินทง้ั สน้ิ ๑๙,๗๐๐,๐๐๐.- บาท (สบิ เกา้ ล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน)
พพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื งตราด
159
พพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื งตราด
การจดั แสดงพพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื งตราดมพี นื้ ทใี่ ชส้ อย ๗๙๓ ตารางเมตร ประกอบดว้ ย
สว่ นตอ้ นรบั และประชาสมั พนั ธ์ หอ้ งปฏบิ ตั งิ านเจา้ หนา้ ท่ี หอ้ งจำ� หนา่ ยของทรี่ ะลกึ และหอ้ งจดั
แสดงนิทรรศการถาวร แบ่งออกเปน็ ๖ หัวข้อ ประกอบดว้ ย
๑. มรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งตราด จัดแสดงเร่ืองภมู ิศาสตร์ ภูมอิ ากาศ และ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละวฒั นธรรมของจังหวัดตราด
๒. ผู้คนเมืองตราดจดั แสดงกลุม่ ชาติพนั ธใ์ุ นจงั หวดั ตราด ไดแ้ ก่ ไทย จีน เขมร ญวน
และชอง
๓. ล�ำดับทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองตราด จัดแสดงเร่ืองราวของจังหวัด
ตราด ตัง้ แต่สมยั กอ่ นประวัติศาสตร์ ตน้ สมัยประวัติศาสตร์ สุโขทยั อยุธยา รตั นโกสินทร์ ชว่ ง
รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราชถงึ รชั สมยั พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้
เจ้าอยหู่ วั
๔. เหตุการณ์ส�ำคัญในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดแสดงเรื่องการส่ง
มอบเมืองตราดใหฝ้ รงั่ เศส การรับมอบเมอื งตราดคนื จากฝรง่ั เศส การพระราชทานพระแสงราช
ศาสตราประจ�ำเมือง และการเสด็จประพาสเมอื งตราด ๑๒ ครงั้
160
๕. เหตกุ ารณย์ ทุ ธนาวเี กาะชา้ ง จดั แสดงเรอ่ื งราวตามลำ� ดบั เหตกุ ารณย์ ทุ ธนาวเี กาะชา้ ง
รปู แบบเรือรบของไทยและฝรง่ั เศส รวมทง้ั ผลการรบในครัง้ นั้น
๖. ตลาดเมอื งตราด จดั แสดงเรอ่ื งราวการคา้ ในตลาดเกา่ เมอื งตราด และสภาพปจั จบุ นั
ของตลาดเมอื งตราด
นายสรุ ะ เตชะทตั ทปี่ รกึ ษารฐั มนตรวี า่ การกระทรวงวฒั นธรรม
ถา่ ยภาพรว่ มกบั แขกผมู้ เี กยี รตจิ งั หวดั ตราดและผบู้ รหิ ารกรมศลิ ปากร เนอ่ื งในพธิ เี ปดิ พพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื งตราด
เม่อื ด�ำเนนิ การจดั แสดงพิพธิ ภัณฑสถานเมอื งตราดแลว้ เสรจ็ ในปีงบประมาณ ๒๕๕๖
ส�ำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร ได้จัดอบรมพิพิธภัณฑสถานวิทยาแก่ข้าราชการ
และเจา้ หนา้ ทข่ี องเทศบาลเมอื งตราด เพอ่ื เตรยี มความพรอ้ มในการสง่ มอบภารกจิ บรหิ ารจดั การ
พพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื งตราด ซง่ึ ไดก้ ระทำ� พธิ เี ปดิ พพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื งตราดอยา่ งเปน็ ทางการ เมอื่
วนั อาทติ ยท์ ่ี ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ โดยนายสรุ ะ เตชะทตั ท่ปี รึกษารฐั มนตรีว่าการกระทรวง
วฒั นธรรมเปน็ ประธานในพธิ ีเปดิ
161
โบราณวตั ถจุ ากแหลง่ เรอื สำ� เภาจมซง่ึ เจา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจนำ�้ สถานตี ำ� รวจนำ�้ ๕ กอง
กจา�ำกกผับู้ตก้อารงห๕าลกักอลงอบบงั คงมับคกน้ารหตา�ำโรบวรจานณ้�ำวัตอำ�ถเใุ ภตอท้ แะหเลลบมรงเิ อวบณจจงังั หหววัดดั ตตรราาดดต*รวจยดึ ได้
เมอ่ื วันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ พพิ ธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติพาณชิ ยน์ าวี จันทบุรี
ไดร้ บั แจง้ จากสำ� นกั ศลิ ปากรท่ี ๕ ปราจนี บรุ ี วา่ เจา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจนำ�้ สถานตี ำ� รวจนำ้� ๕ กองกำ� กบั
การ ๕ กองบงั คบั การตำ� รวจน้�ำ อ�ำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ไดจ้ บั กุมผู้ตอ้ งหาลกั ลอบขน
ย้ายโบราณวัตถุท่ีลักลอบงมจากแหล่งเรือส�ำเภาจม จึงได้ตรวจยึดอายัดโบราณวัตถุไว้จ�ำนวน
หนึ่ง และมีความประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรเดินทางไปเพื่อตรวจสอบโบราณวัตถุท่ี
ยดึ มาไดว้ า่ เปน็ ของจรงิ หรอื ไม่ เพอื่ เปน็ หลกั ฐานท่ีจะใชใ้ นการด�ำเนนิ คดีกบั ผตู้ ้องหา
จากการสอบถามเจา้ หนา้ ทตี่ ำ� รวจนำ้� ทเี่ ขา้ ไปดำ� เนนิ การจบั กมุ ไดค้ วามวา่ เรอื ทจ่ี บั กมุ
ได้พร้อมหลักฐานโบราณวัตถุเป็นเรือประมงหาปลาดัดแปลงขนาดเล็กซ่ึงมีเจ้าของเป็นคนไทย
และผูต้ อ้ งหาเปน็ ชาวเวยี ดนาม และชาวกัมพชู าทีเ่ ข้ามาท�ำงานทเ่ี กาะช้าง ได้รบั การว่าจ้างจาก
นายทนุ ใหไ้ ปดำ� เนนิ การงมคน้ หาโบราณวตั ถุ จากแหลง่ เรอื สำ� เภาจมโบราณบรเิ วณพนื้ ทจี่ งั หวดั
ตราด จากการตรวจจบั นอกจากเรือแล้วยังพบอุปกรณท์ ี่ใชส้ �ำหรบั การด�ำน�ำ้ แบบแรงดนั ลม ซึง่
ประกอบดว้ ยเครอ่ื งปม๊ั ลม พรอ้ มสายยางทต่ี อ่ เขา้ กบั หนา้ กากด�ำนำ้� ตะกวั่ สำ� หรบั ดำ� นำ�้ ทด่ี ดั แปลง
มาจากตะก่ัวอวนปลา และทราบว่าผู้ต้องหาได้ใช้อุปกรณ์ด�ำน�้ำดังกล่าวงมค้นหาโบราณวัตถุ
ในบรเิ วณน้�ำลึกประมาณ ๖๐ เมตร หรอื มากกวา่ นั้น แต่ไมท่ ราบต�ำแหนง่ ของเรือสำ� เภาจมว่า
อย่ตู �ำแหนง่ ใด
ผลการตรวจสอบเบอี้ งตน้ พบวา่ เปน็ โบราณวตั ถทุ ไี่ ดม้ าจากแหลง่ เรอื สำ� เภาจมโบราณ
เนื่องจากมรี ่องรอยของเปลือกหอย เพรยี ง และกัลปังหาเกาะติดอยู่กบั โบราณวัตถุ โดยโบราณ
วตั ถดุ งั กลา่ ว แบง่ ออกไดเ้ ปน็ ๒ ประเภทใหญๆ่ คอื ประเภทเคลอื บสนี ำ�้ ตาล ผลติ จากแหลง่ เตา
แมน่ ำ�้ นอ้ ย จังหวดั สงิ หบ์ รุ ี และประเภทเคลอื บสเี ขียว ผลิตจากแหล่งเตาศรีสชั นาลยั จงั หวดั
สโุ ขทยั รวมทง้ั สิ้นจำ� นวน ๑๙๑ รายการ โบราณวัตถดุ งั กลา่ วเปน็ โบราณวัตถทุ ม่ี รี ูปแบบศิลปะ
สมยั กรุงศรอี ยธุ ยา ราวพทุ ธศตวรรษที่ ๒๑ อายปุ ระมาณ ๔๕๐ ปีมาแลว้ มลี กั ษณะคล้ายกับ
โบราณวัตถุที่พบจากแหล่งเรือส�ำเภาจมกลางอ่าว ทง้ั รปู แบบ ลกั ษณะ ลวดลาย
* นายอาภากร เกยี้ วมาศ ภณั ฑารกั ษช์ ำ� นาญการ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาตพิ าณชิ ยน์ าวี จนั ทบรุ ี ผตู้ รวจสอบและ
คน้ ควา้ เรยี บเรยี ง
162
การแถลงขา่ วการจบั กมุ โบราณวตั ถจุ ากแหลง่ เรอื สำ� เภาจม
หลังจากได้มีการแถลงข่าวโดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เจ้าหน้าที่ต�ำรวจน�้ำ
แหลมงอบ และเจ้าหน้าท่ีจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี กรมศิลปากร
เมื่อวนั ท ี่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เรยี บรอ้ ยแล้ว ในวนั ท่ี ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
เจ้าหน้าท่ีจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี จันทบุรี จึงได้ด�ำเนินการบันทึกหลักฐาน
คดั แยกประเภท ถา่ ยภาพ และบนั ทกึ ทะเบยี นโบราณวตั ถเุ บอื้ งตน้ และทำ� การรบั มอบโบราณวตั ถุ
ทัง้ หมดจากต�ำรวจนำ�้ แหลมงอบ เพอื่ น�ำไปอนุรกั ษ์ เกบ็ รกั ษา และจัดแสดง ณ พิพธิ ภณั ฑสถาน
แหง่ ชาตพิ าณิชย์นาวี จันทบรุ ี
163
โบราณวัตถุทีไ่ ด้จากแหล่งส�ำเภาจมโบราณมลี ะเอยี ดดงั นี้
๑. ไหสีห่ ู เคลือบสีนำ้� ตาล ขนาดกลาง จ�ำนวน ๔๓ รายการ
๒. ไหสห่ี ู เคลือบสนี ำ้� ตาล ขนาดใหญ่ จ�ำนวน ๗ รายการ
๓. อา่ ง เคลอื บสนี ำ�้ ตาล ขนาดใหญ่ จ�ำนวน ๒ รายการ
๔. อ่าง เคลือบสีนำ�้ ตาล ขนาดเล็ก จ�ำนวน ๒ รายการ
๕. โถ เคลือบสนี ำ�้ ตาล ขนาดใหญ่ จ�ำนวน ๑ รายการ
๖. โถ เคลอื บสนี ำ้� ตาล ขนาดกลาง จ�ำนวน ๑๑ รายการ
๗. โถ เคลือบสีนำ้� ตาล ขนาดเลก็ จ�ำนวน ๓ รายการ
๘. ถ้วย เคลอื บสนี ำ้� ตาล ขนาดกลาง จ�ำนวน ๙ รายการ
๙. ถ้วย เคลอื บสีนำ�้ ตาล ขนาดเลก็ จ�ำนวน ๓๕ รายการ
๑๐. คนโท เคลอื บสนี ำ�้ ตาล ขนาดใหญ ่ จ�ำนวน ๗ รายการ
๑๑. โถทรงสงู เคลือบสนี ำ้� ตาล จ�ำนวน ๕๐ รายการ
๑๒. กระปกุ ๒ หู เคลอื บสีเขยี ว จ�ำนวน ๑๕ รายการ
๑๓. กระปุกทรงกลม ๒ หู เคลือบสีเขยี ว จ�ำนวน ๑ รายการ
๑๔. จาน เคลอื บสีเขียว จ�ำนวน ๔ รายการ
๑๕. ชาม เคลอื บสเี ขยี ว จ�ำนวน ๑ รายการ
รวมทง้ั หมด จ�ำนวน ๑๙๑ รายการ
164
การจดั ทำ� ทะเบยี นโบราณวตั ถุ
165
แหล่งโบราณคดใี ต้น�ำ้ เรือสำ� เภาจมโบราณเกาะกระดาด จงั หวดั ตราด*
บรเิ วณพน้ื ทช่ี ายฝง่ั ทะเลภาคตะวนั ออกของประเทศไทย พบซากเรอื สำ� เภาจมโบราณ
อยู่หลายล�ำ หนึ่งในน้ันคือ เรือส�ำเภาจมโบราณเกาะกระดาด พบอยู่บริเวณใกล้เกาะกระดาด
จังหวดั ตราด ในบรเิ วณแนวปะการังนำ�้ ต้นื ประมาณ ๕ - ๘ ฟุต
การสำ� รวจและการขดุ ตรวจซากเรอื สำ� เภาจมโบราณเกาะกระดาด จงั หวดั ตราด มกี าร
ดำ� เนนิ การท้งั หมด ๓ ครัง้ คอื ครง้ั แรกเม่ือปี พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยคณะส�ำรวจโบราณคดใี ต้นำ�้ ใน
อ่าวไทยนำ� โดย ดร.เพญ็ ศักดิ์ จักษุจนิ ดา โฮวทิ ซ์ คร้ังที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยคณาจารยแ์ ละ
นกั เรยี นตามโครงการฝกึ อบรมโบราณคดใี ตน้ ำ้� ภาควชิ าโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลยั
ศลิ ปากร และครง้ั สดุ ทา้ ยเมอื่ วนั ท่ี ๒๐ - ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓ โดยความรว่ มมอื ระหวา่ งภาค
วชิ าโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวทิ ยาลยั ศลิ ปากร กบั แผนกโบราณคดที างทะเล (Maritime
Archaeology) แหง่ พพิ ธิ ภณั ฑสถานฟรเิ มนเทลิ (Freementle Museum) ประเทศออสเตรเลยี
ผลการส�ำรวจและและขุดตรวจท้ังสามครั้ง พบหลักฐานทางโบราณคดี ได้แก่
เครื่องป้ันดินเผา ไม้ หนิ และโลหะ โดยเฉพาะเครอ่ื งป้นั ดนิ เผา ซง่ึ ใช้เปน็ หลกั ฐานส�ำคญั ในการ
ก�ำหนดอายุเรือส�ำเภาจมโบราณเกาะกระดาด สามารถจ�ำแนกประเภทคร่ืองปั้นดินเผาออกได้
เป็น ๔ ประเภท ดงั น้ี
๑. เครอ่ื งปั้นดนิ เผาเนอื้ ดินไมเ่ คลือบ (Earthernwares) ได้แก่ เครอื่ งใชท้ วั่ ไป หมอ้
ดนิ เผา เตาเชิงกราน หม้อตาล ฐานของหม้อ ชามดินเผา ฝาหม้อ และ ไห เป็นต้น
๒. เครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาเนอ้ื หนิ ไมเ่ คลอื บ (Stonewares) ไดแ้ ก่ อา่ งดนิ เผา ไหรปู แบบและ
ขนาดต่างๆ ครก กาน้ำ�
๓. เคร่ืองปั้นดินเผาเนื้อหินเคลือบ (Glazed stonewares) ได้แก่ ตลับ กระปุก
เคลือบรูปแบบต่างๆ ทั้งท่ีมีลายเขียนสีด�ำและสีน้�ำตาลใต้เคลือบใสสีนวล (Black or Brown
underglazedwares) เคร่ืองเคลอื บสีนำ้� ตาลดำ� (Brown monochrome wares) และเครื่อง
เคลือบสขี าว เปน็ ตน้
๔. เศษเครื่องเคลือบลายครามจนี สมยั ราชวงศ์เหม็ง (Ming Dynasty : พ.ศ. ๑๙๑๑
- ๒๒๐๗) ซงึ่ เปน็ หลักฐานทส่ี ำ� คัญท่ีสดุ ที่ใชใ้ นการก�ำหนดอายเุ ครือ่ งเคลอื บอื่นๆ ท่ีพบรว่ มกนั
บริเวณเศษภาชนะเขียนลวดลายรปู เป็ด หา่ น คน พนั ธ์พุ ฤกษา นก แมลง และที่เขียนตัวอกั ษร
ภาษาจนี บอกสมยั ตั้งแต่สมยั พระเจ้าเกยี่ เจง็ (ChiaChing : พ.ศ. ๒๐๖๕ - ๒๑๐๙) สมยั พระเจ้า
ล่ังชงิ (LungChing : พ.ศ. ๒๑๑๐ - ๒๑๑๕) และสมัยพระเจ้าหวน่ั หลี (Wan-Li : พ.ศ. ๒๑๑๖
- ๒๑๖๒)
* นายอาภากร เกยี้ วมาศ ภณั ฑารกั ษช์ ำ� นาญการ พพิ ธิ ภณั ฑสถานแหง่ ชาตพิ าณชิ ยน์ าวี จนั ทบรุ ี คน้ ควา้ เรยี บเรยี ง
166
โบราณวตั ถทุ พี่ บในสำ� เภาจมเกาะกระดาด
ในการก�ำหนดอายุเครื่องปั้นดินเผาเคลือบจากเรือส�ำเภาจมโบราณเกาะกระดาด
สามารถทำ� ไดโ้ ดยอาศยั แนวทางการกำ� หนดคา่ อายเุ ชงิ เทยี บ (Relative Dating) ไดแ้ ก่ การเปรยี บ
เทียบจากอายุของเศษเคร่ืองเคลือบลายครามจีนที่พบร่วมกันในการขุดตรวจ กับเศษเคร่ือง
เคลอื บลายครามจนี ทพี่ บในบรเิ วณเตาเผาในเขตอำ� เภอศรสี ชั นาลยั จงั หวดั สโุ ขทยั คอื ประมาณ
๓๙๔ - ๔๙๑ ปี (พ.ศ. ๒๐๖๕ - ๒๑๖๒) อายขุ องเรอื สำ� เภาโบราณสตั หบี ซง่ึ กำ� หนดโดยวธิ คี ารบ์ อน
๑๔ มคี ่าอายุประมาณ ๔๖๓ - ๕๑๕ ปี (พ.ศ. ๒๐๔๑ - ๒๐๙๓) อายุของเรอื สำ� เภาโบราณพทั ยา
ซง่ึ กำ� หนดโดยวิธีคารบ์ อน ๑๔ มีค่าอายุประมาณ ๔๗๐ ปี (พ.ศ. ๒๐๘๖) และการเปรียบเทยี บ
กบั ระยะเวลาในประวตั ศิ าสตรไ์ ทย กบั ระยะเวลาทพ่ี บเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาสมยั กรงุ ศรอี ยธุ ยา ทผ่ี ลติ
จากแหลง่ เตาศรสี ชั นาลยั จังหวดั สโุ ขทัย ทพ่ี บในหลมุ ฝังศพคนโบราณในฟิลปิ ปนิ ส์ (ที่ Santa
Ana และ Calatagan) กจ็ ะได้คา่ อายุของเครื่องเคลือบจากเรือสำ� เภาเกาะกระดาดอย่รู ะหวา่ ง
รัชกาลสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช (พ.ศ. ๒๑๑๒ - ๒๑๓๓) จนถึงรัชกาลสมเด็จพระเจ้า
ทรงธรรม (พ.ศ. ๒๑๕๓ - ๒๑๗๙) โดยถอื ค่าอายุของเครือ่ งลายครามจีนสมยั พระเจ้าหวนั่ หลี
(Wan-Li : พ.ศ. ๒๑๑๖ - ๒๑๖๒) ซึ่งเปน็ เครอื่ งเคลือบลายครามทมี่ ีอายหุ ลังสดุ จากผลการ
ก�ำหนดอายเุ ครอ่ื งเคลือบจากเรือโบราณเกาะกระดาด (อายุ ๓๗๗ - ๔๔๔ ป)ี นที้ �ำใหท้ ราบวา่
อตุ สาหกรรมการผลติ เครอ่ื งเคลอื บไทยในเขตอำ� เภอศรสี ชั นาลยั จงั หวดั สโุ ขทยั ดำ� เนนิ มาตงั้ แต่
เรม่ิ ต้นจนกระท่ังอยา่ งนอ้ ยทส่ี ดุ ก็ถึงสมัยสมเดจ็ พระเจา้ ทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยธุ ยา
167
ตลบั เคลอื บแบบตา่ งๆ พบในสำ� เภาจมเกาะกระดาด
168
กระปกุ เคลอื บพบในสำ� เภาจมเกาะกระดาด
หมอ้ ดนิ เผาแบบไมเ่ คลอื บพบในสำ� เภาจมเกาะกระดาด
169
บรรณานกุ รม
กาญจนา จนิ ตกานนท์. ครัวเมอื งตราด “ย�ำหอยปากเป็ด” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ได้จาก : http://
www.trat.go.th/modules/trat_public/public_12_55/12_55.html,
๒๘ สงิ หาคม ๒๕๕๖.
การรบท่ีเกาะช้าง 17 มกราคม พ.ศ. 2484. พิมพ์คร้ังที่ ๖. ธนบรุ ี : โรงพมิ พก์ รมอุทกศาสตร,์
๒๔๘๔. (คณะนายทหารเรอื ขา้ ราชการกรมเจา้ ท่า และบรรดาญาตมิ ิตรพิมพ์แจก
ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายนาวาตรี หลวงเรอื งรณฤทธิ (เร่มิ จารเุ หตุ) ณ เมรุ
วัดไตรมติ รวิทยาราม วนั ที่ ๒๐ ตลุ าคม พ.ศ. ๒๔๘๔).
การศาสนา, กรม. ประวัติวัดท่ัวราชอาณาจักร เล่ม ๒๐. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์การศาสนา,
๒๕๔๔.
เกาะช้าง, สภาวัฒนธรรมก่ิงอ�ำเภอ. การศึกษาคุณภาพชีวิตและวิถีวัฒนธรรมรายหมู่บ้าน
กิ่งอ�ำเภอเกาะช้าง จงั หวดั ตราด. ม.ป.ท., ๒๕๔๘. (เอกสารอดั สำ� เนา).
งานวันเกดิ เจา้ พ่อเกาะช้างและงานถอื ศีลกนิ เจ. ตราด : โรงพมิ พ์ประสงค์การพมิ พ,์ ม.ป.ป.
(เอกสารอดั สำ� เนา).
จังหวดั ตราด. พระนคร : โรงพมิ พอ์ ุดม, ๒๕๐๐. (พิมพ์เนอ่ื งในโอกาสฉลอง ๒๕ พทุ ธศตวรรษ).
จงั หวดั ตราดและวดั บุปผาราม. พพิ ิธภัณฑว์ ัดบปุ ผาราม. พิมพ์ครั้งท่ี ๒. กรงุ เทพฯ : อมรนิ ทร์
พริ้นต้งิ แอนดพ์ บั ลิชชง่ิ , ๒๕๔๑.
จามร ครุฑอรัญ¸ บรรณาธิการ. มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม : เอกลักษณ์แห่งปัญญา
สมบตั ลิ ำ�้ คา่ ของชาวเมอื งตราด. ตราด : กลมุ่ ยทุ ธศาสตรแ์ ละเฝา้ ระวงั ทางวฒั นธรรม
สำ� นกั งานวฒั นธรรม จังหวดั ตราด, ๒๕๕๔.
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. พระราชนิพนธ์เสด็จประพาสจันทบุรี และ
อกั ขรานกุ รมภมู ิศาสตร์จงั หวดั จันทบุร.ี พระนคร : การพมิ พไ์ ทย, ๒๔๘๔. (พระยา
มโหสถศรีพิพัฒน์ พิมพ์แจกในงานฌาปนกิจศพ คุณแม่เล่ียน แกลงแกล้วกล้า
ณ เมรุสุสานหลวงวดั เทพศิรินทราวาส วันท่ี ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔).
170
“ชนิดของประเพณ”ี [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก : http://thailandmedicaltourismcluster.
org/tabid/127/default.aspx, ๒ กันยายน ๒๕๕๖.
ชลพรรษ ดวงนภา. “ประเพณีปล่อยเรือ” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.
baanjomyut.com/library_2/Extension-2/traditional_boat_launch/index.
html, ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖.
ชาลี เอย่ี มกระสนิ ธ.ุ์ ศกึ อนิ โดจนี : กรณพี พิ าทไทยกบั อนิ โดจนี ฝรงั่ เศส พ.ศ. ๒๔๘๓. กรงุ เทพฯ :
เรืองศลิ ป,์ ๒๕๒๑.
“ตราดร�ำลึก” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.prapayneethai.com/ตราดร�ำลึก
tradition/347-trat-tradition, ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖.
“ตรีนิสิงเห” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://th.wiktionary.org/w/index.php?title=
ตรนี ิสิงเห&oldid=124672, ๒ กนั ยายน ๒๕๕๖.
“เทศกาลงานประเพณีประจ�ำปีเมืองตราด – เกาะช้าง” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://
www.kohchang2.com/koh_chang_trat_festival.html, ๒๘ สงิ หาคม ๒๕๕๖.
บ่อพลอย, เทศบาลตำ� บล. เมืองอญั มณี. ม.ป.ท., ม.ป.ป. (เอกสารแผน่ พบั ).
บัณฑิต ลว่ิ ชัยชาญ. พริกไทยในประวัตศิ าสตร์ไทย. นติ ยสารศลิ ปากร ๒ (มนี าคม - เมษายน
๒๕๔๕) : ๒๙ - ๓๕.
ประชาสัมพนั ธ์, กรม. สำ� นกั ข่าว. “เทศบาลต�ำบลนำ้� เชีย่ ว จ.ตราด ก�ำหนดจดั แขง่ ขนั พายเรือ
ประเพณีด้วยล�ำไม้ไผ่” [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://thainews.prd.go.th/
centerweb/News/News Detail? NT01_NewsID=TNSOC5511020010022,
๒๘ สงิ หาคม ๒๕๕๖.
ประชมุ จดหมายเหตุสมัยอยธุ ยา ภาค ๑. พระนคร : โรงพมิ พส์ �ำนักท�ำเนยี บนายกรัฐมนตร,ี
๒๕๑๐. (คณะกรรมการจดั พมิ พเ์ อกสารทางประวตั ศิ าสตร์ วฒั นธรรม และโบราณคดี
สำ� นกั นายกรฐั มนตรี พมิ พจ์ ำ� หนา่ ยเพอื่ เปน็ การสง่ เสรมิ ความรทู้ างวชิ าประวตั ศิ าสตร์
วัฒนธรรม และโบราณคดีของชาวไทย สมยั อยุธยา).
ประชมุ พงศาวดารฉบบั กาญจนาภเิ ษก เลม่ ๒. กรงุ เทพฯ : กองวรรณกรรมและประวตั ศิ าสตร์
กรมศลิ ปากร, ๒๕๔๒. (คณะกรรมการอำ� นวยการจดั งานฉลองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ ๕๐ ปี
จดั พมิ พเ์ ปน็ ทรี่ ะลกึ เนอ่ื งในมหามงคลสมยั ฉลองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ ๕๐ ปี พทุ ธศกั ราช
๒๕๓๙).
“ประเพณจี งั หวดั ตราด” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.thiahotelsdirectory.com/
index.php/thailand-tradition/347-trat-tradition, ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖.
171
ปาลเลกัวซ์. เล่าเร่ืองกรุงสยาม. พิมพ์คร้ังที่ ๓. แปลโดย สันต์ ท. โกมลบุตร. นนทบุรี :
ศรปี ัญญา, ๒๕๒๙.
แผนที่ทหาร, กรม. แผนที่ระวาง 5533 IV. ลำ� ดบั ชดุ L7017 พมิ พ์ครง้ั ที่ 2-RTSD.
พระราชพงศาวดารกรงุ ธนบรุ ี ฉบบั พนั จนั ทนมุ าศ (เจมิ ). ประชมุ พงศาวดารฉบบั กาญจนาภเิ ษก
เล่ม ๓. กรุงเทพฯ : กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร, ๒๕๔๒.
(คณะกรรมการอ�ำนวยการจัดงานฉลองสิริราชสมบัตคิ รบ ๕๐ ปี จัดพมิ พเ์ ป็นทร่ี ะลึก
เนื่องในมหามงคลสมยั ฉลองสริ ริ าชสมบตั ิ ครบ ๕๐ ปี พุทธศกั ราช ๒๕๓๙).
เพ็ญศรี ดุ๊ก. การต่างประเทศกับเอกราชและอธิปไตยของไทย (ตั้งแต่สมัยรัชกาลท่ี ๔ ถึง
ส้ินสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม). กรงุ เทพฯ : เจา้ พระยาการพิมพ,์ ๒๔๙๕.
ราชกิจจานุเบกษาในรัชกาลที่ ๔. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นต้ิงแอนด์พับลิชช่ิง, ๒๕๓๗.
(ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์พระราชทานในงานพระราชทาน
เพลิงศพ นายประกอบ หุตะสงิ ห์ ป.จ., ม.ป.ช., ม.ว.ม. ณ เมรุหลวง หน้าพลับพลา
อศิ รยิ าภรณ์ วดั เทพศิรนิ ทราวาส วันเสารท์ ี่ ๒๔ ธนั วาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗).
ราชบณั ฑติ ยสถาน. พจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ : นานมีบุ๊คส์
พบั ลิเคชนั่ ส,์ ๒๕๔๖.
วฒั นธรรม, กระทรวง. กรมศลิ ปากร. พพิ ธิ ภณั ฑสถานเมอื งตราด. กรงุ เทพฯ : พระรามครเี อชน่ั ,
๒๕๕๖.
. สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั ตราด. เสน้ ทางวฒั นธรรมจงั หวดั ตราด. ม.ป.ท., ๒๕๕๔.
วัฒนธรรมไทยสายใยชุมชนต�ำบลห้วยแร้ง (วัดบางปรือ), ศูนย์. ภูมิปัญญาท้องถ่ินต�ำบล
หว้ ยแรง้ อำ� เภอเมอื งตราด จงั หวดั ตราด. ตราด : โรงพมิ พส์ ญั ลกั ษณก์ ารพมิ พ,์ ๒๕๕๓.
วดั ไผล่ อ้ ม. เจดียส์ ามทา่ นเจา้ คุณ. กรงุ เทพฯ : เพรส มเี ดีย, ๒๕๕๑.
วันชัย รตั นพาหริ ะ. ตราด, จังหวดั . สารานกุ รมวฒั นธรรมไทยภาคกลาง เลม่ ๕ ชุดดกั สัตว์ :
เครื่องใช้ - ไถนา : การละเล่น (๒๕๔๒) : ๒๑๘๑ - ๒๑๘๒.
ศิลปากร, กรม. กองโบราณคดี. จิตรกรรมฝาผนังในประเทศไทย ชุดท่ี ๐๐๒ เล่มท่ี ๒
วดั บุปผาราม จังหวดั ตราด. กรงุ เทพฯ : อมรินทร์ พริ้นตง้ิ กรพุ๊ , ๒๕๓๕.
. กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์. นิทานชาวบ้าน ภาคท่ี ๑. ธนบุรี : โรงพิมพ์
อกั ษรเพชรเกษม, ๒๕๑๓. (พมิ พเ์ ปน็ อนสุ รณใ์ นงานฌาปนกจิ ศพ นายเงนิ สขุ เกษม ณ
เมรวุ ัดนมิ มานรดี อำ� เภอภาษีเจริญ จังหวดั ธนบรุ ี วนั ท่ี ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓).
. ส�ำนกั หอสมดุ แห่งชาต.ิ กลุ่มหนังสอื ตัวเขียนและจารึก. จดหมายเหตุ ร.๓, ใบบอก
เร่อื งสบื ราชการเมอื งเขมร, เลขที่ ๓๔ (สมุดไทย).
172
ศลิ ปากร, กรม. อกั ขรานกุ รมประวตั ศิ าสตรไ์ ทย อกั ษร ฌ ญ ฎ ฐ ฑ ฒ ณ ด ต. กรงุ เทพฯ :
เกรท โปร, ๒๕๓๘.
ศึกษาธรรมชาตหิ าดทรายด�ำและป่าชายเลน และศูนยส์ ง่ เสรมิ การเรยี นรู้และพฒั นาทรัพยากร
ปา่ ชายเลนที่ ๑ (ตราด), ศนู ย์. หาดทรายด�ำ. ม.ป.ท., ๒๕๕๖. (ป้ายประกาศตดิ ผนัง).
ศึกษาธิการ และกระทรวงมหาดไทย, กระทรวง. วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์
เอกลักษณ์และภูมิปัญญาจังหวัดตราด. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว,
๒๕๔๒. (คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ ในคณะกรรมการ
อ�ำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดพิมพ์เน่ืองใน
โอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๖ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๒).
สกลุ ชาวนา. ทำ� มาหากนิ . “สบั ปะรดตราดสที อง” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.trat.
go.th/modules/trat_public/public_05_55/05_55.html, ๒๘ สงิ หาคม ๒๕๕๖.
สงวน ศรีสขุ . รายงานการวจิ ยั เรอื่ ง การวิเคราะหช์ อ่ื หมู่บ้าน ต�ำบล ในจงั หวดั ตราด. ตราด :
สำ� นักงานศกึ ษาธิการจงั หวัดตราด, ๒๕๔๐. (เอกสารอดั ส�ำเนา).
สาครคชเขตต,์ หลวง. ฝรง่ั เศสยดึ จนั ทบรุ แี ละปกครองตราด. ม.ป.ท. : บรรยงกก์ ารพมิ พ,์ ๒๔๙๕.
สายัณห์ ไพรชาญจิตร์. การก�ำหนดอายุเคร่ืองเคลือบจากเรือส�ำเภาโบราณเกาะกระดาด.
สารนิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต, ภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี
มหาวิทยาลยั ศลิ ปากร, ๒๕๒๓.
สุเรขา สุพรรณไพบูลย์. การศึกษากลุ่มชาติพันธ์ุชาวชอง. ม.ป.ท. : สมาคมสังคมศาสตร์
แหง่ ประเทศไทย, ๒๕๓๐.
สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และพรสวรรค์ พลอยแก้ว. สารานุกรมกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย :
กะซอง และซัมเร. กรุงเทพฯ : สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพ่ือพัฒนาชนบท
มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๔๘.
แหลมกลัด, องค์การบริหารส่วนต�ำบล. งานส่งเสริมการท่องเท่ียว. ยินดีต้อนรับสู่ต�ำบล
แหลมกลัด. ม.ป.ท., ม.ป.ป. (เอกสารแผน่ พับ).
อภิลักษณ์ เกษมผลกูล. โครงการวจิ ัยเชงิ ประวตั ิศาสตร์เฉลิมพระเกียรติฯ “ตามรอยเสด็จฯ
เกาะชา้ ง จังหวดั ตราด”. ม.ป.ท. : ส�ำนักงานวฒั นธรรมจงั หวดั ตราด และองคก์ าร
บริหารการพัฒนาพนื้ ทพี่ เิ ศษเพอ่ื การทอ่ งเทย่ี วอยา่ งย่งั ยนื , ๒๕๔๘.
Sorawit Changkhao. “ประเพณีไทย การท�ำบุญโคนไม้ จังหวัดตราด” [ออนไลน์]. เข้าถึง
ได้จาก : http:// ที่นี่ประเพณีไทย. blogspot.com/2012/12/http.html,
๒๘ สงิ หาคม ๒๕๕๖.
173
สมั ภาษณ์
นางแกว้ ตา สำ� ราญจิต. เจา้ ของร้านวังพลอย. สมั ภาษณ์, ๑๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๖.
นางนงคน์ าถ ตังสริ .ิ ช่างทำ� งอบ. สัมภาษณ,์ ๑๑ มถิ นุ ายน ๒๕๕๖.
นางสวงค์ ไทยเสถยี ร. สมาชิกกลมุ่ งอบใบจากบ้านนำ�้ เชย่ี ว. สมั ภาษณ์, ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๖.
นางสาวจันทรา ลินทมิตร. เจ้าหน้าท่ีประชาสัมพันธ์เมืองอัญมณี. สัมภาษณ์, ๑๓ มิถุนายน
๒๕๕๖.
นางสาวพศิ สวุ รรณ รมยานนท.์ พนกั งานศาลเจา้ พอ่ หลกั เมอื ง. สมั ภาษณ,์ ๑๑ มถิ นุ ายน ๒๕๕๖.
นางสาวมลวภิ า สลักเพชร. สัมภาษณ์, ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๖.
นายพนิ ิจ ศรเี จรญิ . ผู้ดูแลศาลเจ้าพ่อเขาสมิง. สัมภาษณ์, ๑๓ มถิ ุนายน ๒๕๕๖.
นายไพบลู ย์ และนางชมอ้ ย เปร่ืองเวช. สมั ภาษณ,์ ๑๓ มถิ นุ ายน ๒๕๕๖.
นายราชันย์ ภู่ทนิน. ผูจ้ ัดการชมรมน�ำเทีย่ วพน้ื บ้านสลักคอก. สัมภาษณ์, ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๖.
นายสนั ติ ดนิ มว่ ง. นกั วชิ าการศาสนาชำ� นาญการ สำ� นกั พระพทุ ธศาสนาจงั หวดั ตราด. สมั ภาษณ,์
๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖.
นายสมคิด ท่าพริก. เจ้าของซุ้มรุ่งปิยะ. สัมภาษณ์, ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๕๖.
นายสมโภชน์ ชศู ริ ิ. เจา้ ของสวนทอฝัน. สัมภาษณ,์ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๖.
นายสายหยดุ อาบสวุ รรณ. หวั หนา้ กลมุ่ สง่ เสรมิ และพฒั นาเกษตรกร สำ� นกั งานวฒั นธรรมจงั หวดั
ตราด. สมั ภาษณ์, ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖.
นายสทิ ธภิ ทั รชิ ์ วาเสฎฐริ งั ษ.ี คณะกรรมการบรหิ ารศาลเจา้ พอ่ เกาะชา้ ง. สมั ภาษณ,์ ๑๒ มถิ นุ ายน
๒๕๕๖.
นายสชุ าติ ถนอมวงศ.์ โต๊ะอหิ มา่ มประจ�ำมัสยดิ อลั กุบรอ. สมั ภาษณ์, ๑๑ มถิ ุนายน ๒๕๕๖.
พระมหาอวยชัย ปนาโท. ผู้ช่วยเจา้ อาวาสวดั บุปผาราม. สัมภาษณ,์ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖.
พระอธกิ ารยม กตปุณฺโย และพระธราดล พระลูกวดั ทุ่งเขา. สัมภาษณ,์ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๖.
174
รายช่อื พระอารามหลวง
ท่กี รมศลิ ปากรน�ำผา้ พระกฐินพระราชทานไปถวาย
พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๕๕๖
ลำ� ดับ พ.ศ. รายนามวดั จงั หวัด หมายเหตุ
๑ ๒๔๗๗ วดั เขมาภริ ตาราม จงั หวัดนนทบุรี ไมพ่ บหลกั ฐาน
๒ ๒๔๗๘ วดั พนัญเชงิ จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่พบหลกั ฐาน
๓ ๒๔๗๙ วดั มหาพฤฒาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ไมพ่ บหลกั ฐาน
๔ ๒๔๘๐ วดั อนิ ทาราม จังหวัดกรงุ เทพมหานคร ไมพ่ บหลกั ฐาน
๕ ๒๔๘๑ วดั คฤหบดี จงั หวดั กรุงเทพมหานคร ไม่พบหลกั ฐาน
๖ ๒๔๘๒ วดั สังเวชวิศยาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร
๗ ๒๔๘๓ วัดบุปผาราม จงั หวดั กรงุ เทพมหานคร งด
๘ ๒๔๘๔ วัดภคินนี าถ จงั หวัดกรงุ เทพมหานคร งด
๙ ๒๔๘๕ - - งด
๑๐ ๒๔๘๖ - - งด
๑๑ ๒๔๘๗ - -
๑๒ ๒๔๘๘ - -
๑๓ ๒๔๘๙ - -
๑๔ ๒๔๙๐ วัดโมลีโลกยาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร
๑๕ ๒๔๙๑ วัดยานนาวา จงั หวัดกรงุ เทพมหานคร
๑๖ ๒๔๙๒ วัดราชนัดดาราม จงั หวดั กรุงเทพมหานคร
๑๗ ๒๔๙๓ วดั กัลยาณมติ ร จังหวัดกรุงเทพมหานคร
๑๘ ๒๔๙๔ วดั พระบรมธาตไุ ชยา จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี
๑๙ ๒๔๙๕ - -
๒๐ ๒๔๙๖ - -
๒๑ ๒๔๙๗ - -
๒๒ ๒๔๙๘ - -
176
ล�ำดบั พ.ศ. รายนามวดั จังหวัด หมายเหตุ
งด
๒๓ ๒๔๙๙ - - งด
๒๔ ๒๕๐๐ - -
๒๕ ๒๕๐๑ วดั กาญจนสงิ หาสน์ จงั หวดั กรุงเทพมหานคร งด
๒๖ ๒๕๐๒ วดั ดุสดิ าราม จังหวัดกรงุ เทพมหานคร
๒๗ ๒๕๐๓ วดั พระยาท�ำ จังหวดั กรุงเทพมหานคร
๒๘ ๒๕๐๔ วัดกาญจนสงิ หาสน ์ จังหวดั กรุงเทพมหานคร
๒๙ ๒๕๐๕ วัดอัปสรสวรรค์ จงั หวัดกรงุ เทพมหานคร
๓๐ ๒๕๐๖ วดั ชนะสงคราม จังหวดั กรุงเทพมหานคร
๓๑ ๒๕๐๗ วดั เทพธิดาราม จงั หวัดกรงุ เทพมหานคร
๓๒ ๒๕๐๘ วดั สวุ รรณาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร
๓๓ ๒๕๐๙ วดั ราชสทิ ธาราม จงั หวดั กรุงเทพมหานคร
๓๔ ๒๕๑๐ วัดสังขก์ ระจาย จังหวัดกรงุ เทพมหานคร
๓๕ ๒๕๑๑ วดั ชนะสงคราม จงั หวดั กรุงเทพมหานคร
๓๖ ๒๕๑๒ วดั ใหญ่สวุ รรณาราม จังหวดั เพชรบุรี
๓๗ ๒๕๑๓ วัดเสาธงทอง จงั หวัดลพบรุ ี
๓๘ ๒๕๑๔ วดั เขาบางทราย จงั หวดั ชลบุรี
๓๙ ๒๕๑๕ วัดพระธาตดุ อยสเุ ทพ จังหวดั เชยี งใหม่
๔๐ ๒๕๑๖ วัดพนญั เชิง จังหวดั พระนครศรอี ยธุ ยา
๔๑ ๒๕๑๗ วัดช้างค้�ำวรวหิ าร จังหวัดนา่ น
๔๒ ๒๕๑๘ วดั พระธาตพุ นม จงั หวัดนครพนม
๔๓ ๒๕๑๙ วดั พระมหาธาต ุ จงั หวดั นครศรีธรรมราช
๔๔ ๒๕๒๐ วัดพระบรมธาตไุ ชยา จังหวัดสรุ าษฎรธ์ านี
๔๕ ๒๕๒๑ วัดเฉลิมพระเกยี รต ิ จงั หวดั นนทบุ รี
๔๖ ๒๕๒๒ วดั สทุ ธจินดา จงั หวัดนครราชสมี า
๔๗ ๒๕๒๓ วดั ชมุ พลนิกายาราม จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา
๔๘ ๒๕๒๔ - -
๔๙ ๒๕๒๕ วดั พระศรรี ัตนมหาธาตุ จังหวัดสุโขทยั
๕๐ ๒๕๒๖ วดั สุรชายาราม จังหวดั ราชบุรี
๕๑ ๒๕๒๗ วดั พระธาต ุ จงั หวดั ขอนแก่น
๕๒ ๒๕๒๘ วัดสริ จิ ันทรนมิ ิตร จงั หวดั ลพบุรี
177
ล�ำดับ พ.ศ. รายนามวดั จงั หวัด หมายเหตุ
๕๓ ๒๕๒๙ วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา
๕๔ ๒๕๓๐ วดั ใหญส่ ุวรรณาราม จังหวัดเพชรบุรี
๕๕ ๒๕๓๑ วดั กลางมิ่งเมอื ง จงั หวดั ร้อยเอด็
๕๖ ๒๕๓๒ วัดพระพทุ ธบาทตากผ้า จงั หวดั ล�ำพูน
๕๗ ๒๕๓๓ วดั เขมาภริ ตาราม จังหวัดนนทบุรี
๕๘ ๒๕๓๔ วดั ปา่ โมก จังหวดั อ่างทอง
๕๙ ๒๕๓๕ วดั จองค�ำ จังหวดั แมฮ่ อ่ งสอน
๖๐ ๒๕๓๖ วัดทา่ โพธ ์ิ จงั หวัดนครศรีธรรมราช
๖๑ ๒๕๓๗ วดั พระนอนจกั รสหี ์ จังหวดั สิงห์บุรี
๖๒ ๒๕๓๘ วดั ขนั เงนิ จังหวดั ชมุ พร
๖๓ ๒๕๓๙ วดั ธรรมิการาม จังหวดั ประจวบคีรขี นั ธ์
๖๔ ๒๕๔๐ วดั กลาง จงั หวดั กาฬสินธ์ุ
๖๕ ๒๕๔๑ วดั มหาธาตุ จงั หวดั เพชรบรู ณ์
๖๖ ๒๕๔๒ วดั พระศรรี ตั นมหาธาตุ จงั หวัดสโุ ขทัย
๖๗ ๒๕๔๓ วดั ศรีมงคลใต ้ จงั หวดั มุกดาหาร
๖๘ ๒๕๔๔ วัดพระแกว้ จงั หวัดเชียงราย
๖๙ ๒๕๔๕ วดั พระบรมธาตวุ รวิหาร จังหวัดชัยนาท
๗๐ ๒๕๔๖ วดั จฑุ าทศิ ธรรมสภาราม จังหวดั ชลบุรี
๗๑ ๒๕๔๗ วดั เกาะหลัก จงั หวัดประจวบคีรีขนั ธ์
๗๒ ๒๕๔๘ วดั ศรีอุบลรัตนาราม จงั หวดั อบุ ลราชธานี
๗๓ ๒๕๔๙ วัดพระแกว้ ดอนเตา้ สชุ าดาราม จงั หวดั ล�ำปาง
๗๔ ๒๕๕๐ วัดเฉลิมพระเกยี รต ิ จังหวดั นนทบุรี
๗๕ ๒๕๕๑ วัดปา่ ประด ู่ จังหวัดระยอง
๗๖ ๒๕๕๒ วดั พระประโทณเจดียว์ รวหิ าร จงั หวดั นครปฐม
๗๗ ๒๕๕๓ วัดชนาธปิ เฉลมิ จังหวดั สตลู
๗๘ ๒๕๕๔ วดั พระแทน่ ศลิ าอาสน ์ จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
๗๙ ๒๕๕๕ วัดมหาธาตุ จงั หวัดยโสธร
๘๐ ๒๕๕๖ วัดโยธานิมิต จงั หวดั ตราด
178
179
180
181
182
183
184
ส�ำ นกั วรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร จดั พมิ พ์เผยแพร่ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๖
http://www.literatureandhistory.go.th