The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20กิจกรรมการทดลอง โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย แห่งประเทศไทย ประจำปี 2565 โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

20กิจกรรมการทดลอง

20กิจกรรมการทดลอง โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย แห่งประเทศไทย ประจำปี 2565 โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1

Keywords: บ้านนักวิทย์น้อย

นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | ก คำนำ แบบสรุปกิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ๒๐ กิจกรรม ของโรงเรียน บ้านปางบอนวัฒนาคาร ปีการศึกษา ๒๕๖๕ จัดทำขึ้นเพื่อสรุปกิจกรรมการทดลองบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย 20 กิจกรรม เป็นการเรียนรู้การทดลองวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการแสวงหาความรู้หรือการ ค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่เด็กๆ อยากรู้หรือสงสัยด้วยวิธีการต่างๆ เป็นวิธีการเรียนรู้ที่เด็กๆ ได้เลือกศึกษาตามความ สนใจของตนเองหรือของกลุ่มเป็นการตัดสินใจร่วมกัน เป็นกิจกรรมทดลอง วิทยาศาสตร์ที่เด็กอยากรู้และสนใจ มี การจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น กระบวนการกลุ่ม รายบุคคล การฝึกคิด การแก้ปัญหาและการร่วมมือกันคิด เด็กๆได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบด้วยตนเองและได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เด็กมีความ สนใจและกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี รู้จักหน้าที่ ความรับผิดชอบของตนเอง รู้จักการรอคอย เกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์มีความภาคภูมิใจในตนเองและผู้อื่น ขอขอบพระคุณ ผู้อำนวยการโรงเรียน ขอขอบพระคุณคณะทำงานทุกท่าน ที่สนับสนุนกิจกรรม การทดลองและโครงงานวิทยาศาสตร์ ให้กำลังใจและคำปรึกษาที่ดีตลอดมาหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมการทดลอง และโครงงานวิทยาศาสตร์ จะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจและหากท่านผู้รู้มีคำแนะนำเพื่อจะพัฒนากิจกรรมการ ทดลองและโครงงานวิทยาศาสตร์ ทางผู้จัดทำน้อมรับเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ตำแหน่งครูผู้ช่วย


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | ข สารบัญ เรื่อง หน้า กิจกรรมที่ 1 หมุดลอยน้ำ.................................................................................................................................1 กิจกรรมที่ 2 การเผาไหม้..................................................................................................................................5 กิจกรรมที่ 3 ไหลแรงหรือค่อย..........................................................................................................................9 กิจกรรมที่ 4 การจัดหมวดหมู่.........................................................................................................................13 กิจกรรมที่ 5 เรือสะเทินน้ำสะเทินบก.............................................................................................................17 กิจกรรมที่ 6 กักน้ำไว้ได้.................................................................................................................................21 กิจกรรมที่ 7 ปริมาณน้ำในแก้วเท่ากันหรือไม่.................................................................................................25 กิจกรรมที่ 8 ฟองสบู่รูปสี่เหลี่ยมและทรงกลม................................................................................................29 กิจกรรมที่ 9 แสงเลี้ยวเบน.............................................................................................................................33 กิจกรรมที่ 10 ภูเขาไฟระเบิด.........................................................................................................................37 กิจกรรมที่ 11 หลอดดำน้ำ.............................................................................................................................41 กิจกรรมที่ 12 เมล็ดพืชเต้นระบำ...................................................................................................................45 กิจกรรมที่ 13 ภาพเคลื่อนไหว........................................................................................................................49 กิจกรรมที่ 14 แสงสีขาวกับรุ้ง........................................................................................................................53 กิจกรรมที่ 15 ลูกข่างหลากสี..........................................................................................................................57 กิจกรรมที่ 16 การละลายของน้ำตาล.............................................................................................................61 กิจกรรมที่ 17 รู้จักกับเหลี่ยมและมุม..............................................................................................................65 กิจกรรมที่ 18 กรองน้ำให้ใส...........................................................................................................................69 กิจกรรมที่ 19 ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง..............................................................................................................73 กิจกรรมที่ 20 ทอร์นาโดในขวดแก้ว...............................................................................................................77


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 1 แบบสรุปกิจกรรม 20 กิจกรรม กิจกรรมที่ 1 หมุดลอยน้ำ จุดประสงค์ 1. เด็กวางหมุดและลวดเสียบกระดาษให้ลอยบนผิวน้ำได้ 2. เด็กบอกแรงตึงผิวของน้ำได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูสนทนาร่วมกันเกี่ยวกับแมลงที่สามารถเดินบนผิวน้ำได้ 2. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ดังนี้ กะละมังใส่น้ำ หมุด ลวดเสียบ กระดาษ น้ำเปล่า และผ้าเช็ดมือ 3. เด็กจับกลุ่ม กลุ่มละเท่ากันและให้ตัวแทนมารับอุปกรณ์ โดยแบ่งหมุดและลวดเสียบกระดาษให้สมาชิก คนละ 5 ตัว (ระวังอันตรายจากปลายแหลม ครูดูแลอย่างใกล้ชิด) 4. เด็กทุกคนค่อยๆ วางหมุดและลวดเสียบกระดาษลงบนผิวน้ำ โดยครูสาธิตวิธีการวางให้เด็กๆ ดูก่อนคือ ให้นำลวดเสียบกระดาษมาวางขวางบนนิ้วชี้ และปล่อยลงน้ำอย่างช้าๆ เพื่อให้ลวดเสียบกระดาษสัมผัสผิวน้ำทั้งตัว พร้อมกัน ขณะวางควรงอนิ้วด้วย (ระวังอันตรายจากปลายแหลม ครูดูแลอย่างใกล้ชิด) 5. เด็กๆ จดบันทึกจำนวนครั้งของลวดเสียบกระดาษของตนเองที่วางลอยได้ 6. เด็กสังเกตผิวน้ำรอบๆ ลวดเสียบกระดาษที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ และตอบว่าผิวน้ำมีลักษณะเป็นอย่างไร 7. เด็กและครูร่วมกันสรุปถึงสิ่งที่สังเกตเห็นจากกิจกรรม ได้ดังนี้ ถ้าหากเราวางลวดเสียบกระดาษหลายๆ ตัวบนผิวน้ำ ลวดเสียบจะจับตัวกันเป็นกลุ่ม ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าน้ำหนักของลวดเสียบกระดาษกดลงบนผิว น้ำโดยระดับน้ำจะลอยนูนขึ้นระหว่างช่องว่างของลวดเสียบ ซึ่งปกติลวดเสียบกระดาษจะจมน้ำเพราะมีน้ำหนัก มากกว่าน้ำ แต่โมเลกุลของน้ำยึดเหนี่ยวกันแน่นบนผิวน้ำด้วยพันธะไฮโดรเจนทำให้เกิดแรงตึงผิว แรงตึงผิวน้ำ สามารถรับน้ำหนักวัตถุที่หนักกว่าน้ำไม่ให้จมได้ แต่ต้องวางอย่างระมัดระวัง โดยวางขนานกับผิวน้ำ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 2 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 3 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จของเด็ก


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 4 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กวางหมุดและลวดเสียบกระดาษลอยบนผิวน้ำได้ โดยการทดลองใน 5 ครั้ง จากจำนวน 5 ตัว มีเพียง 1-2 ครั้งต่อเด็ก 1 คน ที่วางแล้วหมุดและลวดเสียบกระดาษจม 1.2 เด็กบอกแรงตึงผิวของน้ำได้ว่า เกิดจากโมเลกุลของน้ำยึดเหนี่ยวกันแน่นบนผิวน้ำด้วยพันธะ ไฮโดรเจน และแรงตึงผิวสามารถรับน้ำหนักวัตถุที่หนักกว่าน้ำไม่ให้จมได้ แต่ต้องวางอย่างระมัดระวัง โดยวางขนาน กับผิวน้ำ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ กิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กสนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 5 กิจกรรมที่ 2 การเผาไหม้ จุดประสงค์ 1. เด็กสามารถจุดเทียนและคว่ำแก้วขนาดต่างๆ ครอบเทียนที่จุดไฟได้ 2. เด็กบอกการเกิดการเผาไหม้ได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับอากาศมีตัวตนและต้องการที่อยู่ ซึ่งภายในแก้วเปล่าก็มีอากาศอยู่ เช่นกัน 2. เด็กและครูร่วมกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการทดลอง 3. เด็กตั้งเทียนถ้วย 2 อันขนาดเท่ากันไว้บนถาดให้ห่างกันพอสมควร และจุดเทียนถ้วย 4. เด็กนำแก้วน้ำที่มีขนาดต่างกันมาครอบเทียนพร้อมกัน และสังเกตแก้วทั้งสองใบ 5. เด็กและครูร่วมกันอภิปรายถึงสิ่งที่สังเกตเห็น คือ เปลวไฟของเทียนที่ถูกแก้วแต่ละขนาดครอบ จะใช้ เวลาในการดับต่างกัน ยิ่งแก้วมีขนาดเล็ก ไฟยิ่งดับเร็ว 6. จากนั้นเด็กเทน้ำผสมสีลงในจาน และนำเทียนถ้วยมาวางไว้ตรงกลางจานแล้วจุดไฟ 7. เด็กนำแก้วมาครอบเทียน และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของเทียน แก้ว เปลวไฟ และน้ำสีในแก้ว 8. เด็กและครูสนทนาและสรุปสิ่งที่เห็นร่วมกัน คือ ในขณะที่เทียนยังติดไฟอยู่ น้ำจะไหลเข้ามาในแก้ว หลังจากไฟดับแล้ว ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น 9. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 6 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 7 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 8 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กจุดเทียนและคว่ำแก้วขนาดต่างๆ ครอบเทียนที่จุดไฟได้โดยไม่เกิดอันตรายและ ระมัดระวัง 1.2 เด็กบอกการเกิดการเผาไหม้ได้ว่า การเผาไหม้ต้องใช้ก๊าซออกซิเจนเมื่อเอาแก้วครอบที่เทียน อากาศจะค่อยๆ หมดไปทำให้ไฟดับ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น และยอมรับความคิดเห็น ของผู้อื่น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ การทำกิจกรรมการ ทดลอง


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 9 กิจกรรมที่ 3 ไหลแรงหรือค่อย จุดประสงค์ 1. เด็กสามารถเจาะรูขวดพลาสติก 2 รูได้ในขวดเดียวกัน 2. เด็กบอกเรื่องแรงดันน้ำได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับถังเก็บน้ำประปาว่ามีวิธีการทำงานอย่างไร ทำไมถังเก็บน้ำต้องตั้งอยู่ สูงเสมอ 2. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทดลองเพื่อหาคำตอบ 3. เด็กๆ ช่วยกันลอกฉลากบนขวดน้ำออก จากนั้นใช้เข็มหมุดเจาะที่ขวดน้ำ 2 รู โดยรูแรกอยู่ใกล้ก้นขวด และรูที่สองอยู่กลางขวด 4. เด็กใช้เทปกาวใสปิดทับรูทั้งหมดที่เจาะ และนำขวดไปวางในกะละมังน้ำพลาสติก 5. เด็กเทน้ำลงไปในขวดให้เต็ม จากนั้นค่อยๆ ดึงเทปกาวออก น้ำจะไหลออกมาจากรู เด็กสังเกตว่าน้ำจะ ไหลจากรูไหนแรงที่สุด 6. เด็กและครูร่วมกัน สรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรม คือ เมื่อเราดึงเทปใสออก น้ำจะไหลออกมา จากรู โดยน้ำจะไหลออกจากรูด้านล่างแรงกว่ารูด้านบน 7. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้เด็กๆ ฟังว่า น้ำประกอบโมเลกุลจำนวนมากซึ่งมีน้ำหนัก ยิ่งโมเลกุลซ้อนทับกัน จำนวนมาก น้ำหนักที่กดลงด้านล่างยิ่งมากขึ้น ความดันน้ำจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีความลึกมากขึ้น เป็นผลให้น้ำที่ไหล ออกมาจากรูด้านล่างแรงกว่าด้านบน 8. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 10 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 11 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 12 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กสามารถเจาะรูขวดพลาสติก 2 รูได้ในขวดเดียวกัน โดยระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตรายจาก หมุดได้ และได้รูที่ห่างจากกัน 2 รู 1.2 เด็กบอกเรื่องแรงดันน้ำได้ว่า ความดันน้ำจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีความลึกมากขึ้น เป็นผลให้น้ำที่ไหล ออกมาจากรูด้านล่างแรงกว่าด้านบน 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติกิจกรร 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 13 กิจกรรมที่ 4 การจัดหมวดหมู่ จุดประสงค์ 1. เด็กได้เปรียบเทียบ แยกประเภท และจัดหมวดหมู่ของสิ่งต่างๆ 2. เด็กร่วมกันสร้างเครื่องชั่งน้ำหนักได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับน้ำหนักของบล็อกไม้ 1 ชิ้น กับดินสอจำนวน 10 แท่งว่าอะไรมี น้ำหนักที่มากกว่ากันเมื่อนำมาชั่งน้ำหนัก 2. เด็กและครูร่วมกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ดังนี้ ถ้วยโยเกิร์ตที่ล้างสะอาดแล้ว ไม้ แขวนเสื้อ เส้นลวดขนาดเล็ก สิ่งของต่างๆ ที่นำมาชั่งน้ำหนัก 3. เด็กแบ่งกลุ่ม กลุ่มละเท่ากันและให้ตัวแทนมารับอุปกรณ์ โดยจัดอุปกรณ์ใส่ตะกร้าไว้คละกัน เด็กแต่ละ กลุ่มแยกประเภทตามเงื่อนไขที่กำหนด 4. เด็กช่วยกันประดิษฐ์เครื่องชั่งจากไม้แขวนเสื้อ โดยนำถ้วยโยเกิร์ตที่ล้างสะอาดแล้วมาผูกด้วยลวดติด กับปลายทั้งสองด้านของไม้แขวนเสื้อ (ระวังอันตรายจากลวดและไม้แขวนเสื้อ ครูดูแลอย่างใกล้ชิด) 5. เด็กแต่ละคนหาสิ่งของในห้องที่สามารถนำมาชั่งในถ้วยโยเกิร์ตได้ โดยกองรวมกันไว้ จากนั้นให้เลือกมา 1 ชิ้นสำหรับเปรียบเทียบ 6. เด็กและครูร่วมกันคาดเดาน้ำหนักของสิ่งของที่จะชั่งเปรียบเทียบว่าสิ่งใดหนักกว่าจากนั้นนำสิ่งของ 2 สิ่ง ไปชั่งเพื่อตรวจสอบการคาดเดานั้น 7. เด็กและครูร่วมกันสรุปถึงสิ่งที่สังเกตเห็นจากกิจกรรม ได้ดังนี้ การจัดระเบียบสิ่งของในห้องเรียน สามารถนำหลักการนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ได้แก่ การเปรียบเทียบ การแยกประเภท และการจัดหมวดหมู่ ซึ่ง อาศัยการหาความแตกต่าง และความเหมือนของสิ่งที่ต้องการจัดระเบียบ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 14 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 15 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จของเด็ก


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 16 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กได้เปรียบเทียบ แยกประเภท และจัดหมวดหมู่ และสามารถทำได้หลายวิธีและจำเป็นใน ชีวิตประจำวัน 1.2 เด็กร่วมกันสร้างเครื่องชั่งน้ำหนักได้เอง โดยอยู่ในความดูแลช่วยเหลือของครูอย่างใกล้ชิด 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ กิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 17 กิจกรรมที่ 5 เรือสะเทินน้ำสะเทินบก จุดประสงค์ 1. เด็กสร้างเรือสะเทินน้ำสะเทินบกที่ทำงานได้จริงได้ 2. เด็กเล่าได้ว่า พลังงานลมสามารถผลักวัตถุต่างๆ ได้อย่างไร ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม 2. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่ทำงานได้ด้วยพลังงานลม เช่น ว่าว กังหันลม 3. เด็กๆ ร่วมกันสร้างเรือสะเทินน้ำสะเทินบก โดยวางถ้วยพลาสติกไว้บนโต๊ะ แล้ววางแกนกระดาษให้ ตั้งอยู่ตรงกลางของก้นถ้วยจากนั้นใช้ปากกาลากเส้นรอบแกนกระดาษทิชชู 4. เด็กใช้มีดคัตเตอร์กรีดตามรอยที่ลากเส้นไว้ ครูช่วยเหลือและดูแลในขั้นตอนนี้อย่างใกล้ชิด 5. เด็กสอดแกนกระดาษทิชชูเข้าไปในรูตรงก้นถ้วยพลาสติกที่กรีดไว้ลึกประมาณ 1 ข้อนิ้วมือเด็ก จากนั้น เด็กใช้ดินน้ำมันอุดตรงช่องว่างระหว่างแกนกระดาษทิชชูกับถ้วยพลาสติกให้มิดไม่มีลมผ่าน เด็กร่วมกันทดลองเป่า จากด้านบนเข้าไปในแกนกระดาษทิชชู เด็กๆ แต่ละคนผลัดกันเป่า 6. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ เมื่อเด็กเป่าลมจากด้านบนเข้าไปในแกน กระดาษทิชชู เรือสะเทินน้ำสะเทินบกจะลอยตัวขึ้นจากพื้นและเคลื่อนที่ได้ ไม่เฉพาะบนพื้นเรียบเท่านั้นแต่เรือนี้ยัง สามารถลอยและเคลื่อนที่ไปบนพื้นพรมได้ด้วยเช่นกัน 7. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม และนำเสนอให้ เพื่อนๆ ฟังหน้าชั้นเรียน


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 18 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 19 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จของเด็ก


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 20 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กสร้างเรือสะเทินน้ำสะเทินบกที่ทำงานได้จริงได้ 1.2 เด็กเล่าได้ว่า พลังงานลมสามารถผลักวัตถุต่างๆ ได้อย่างไร โดยอากาศสามารถผลักสิ่งต่างๆ ให้เคลื่อนไหวได้ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติกิจกรร 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 21 กิจกรรมที่ 6 กักน้ำไว้ได้ จุดประสงค์ 1. เด็กบอกเกี่ยวกับแรงดันอากาศได้ 2. เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ ทักษะการพยากรณ์ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ คือ กะละมังใส่น้ำ แก้วขนาดเล็ก กระดาษแข็งเรียบ 2. ครูแจกแก้ว และกระดาษแข็งให้เด็กคนละ 1 ใบ จากนั้นเด็กเทน้ำลงในแก้วให้เต็ม แล้วนำกระดาษแข็ง มาปิดปากแก้วให้สนิท โดยใช้มือกดกระดาษให้ติดกับปากแก้วให้แน่น แล้วคว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งอยู่บนปลาย ฝ่ามือ ซึ่งกระดาษจะอยู่ด้านล่าง 3. ครูถามเด็กๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราค่อยๆ ดึงแก้วขึ้นด้านบน เด็กค่อยๆ ยกแก้วขึ้นด้านบนช้าๆ แล้ว สังเกตว่าคนที่สามารถทำให้น้ำไม่ไหลออกจากแก้วที่คว่ำลงได้ น้ำจะถูกกักไว้ในแก้วได้นานเท่าใด 4. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ น้ำจะถูกกักไว้ในแก้วได้โดยไม่ไหลออกจาก แก้วก็ต่อเมื่อเราใช้กระดาษปิดปากแก้วสนิท และถือแก้วตั้งฉากกับพื้นในแนวดิ่งโดยที่ไม่เอียงแก้ว กระดาษแข็งจะ เปียกและอ่อนตัวมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งหล่นในที่สุด 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า แรงดันอากาศนอกแก้วจะออกแรงดันกับกระดาษที่ปิดปากแก้วอยู่ตลอดเวลา และสามารถเอาชนะแรงดันอากาศภายในแก้วได้ น้ำจึงถูกกักอยู่ในแก้ว และเมื่อเราใช้กระดาษบางๆ จะสังเกตเห็น ได้ชัดเจนว่าแผ่นกระดาษนั้นโค้งเว้าเข้าไปในแก้ว 6. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม และนำเสนอให้ เพื่อนๆ ฟังหน้าชั้นเรียน


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 22 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 23 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จของเด็ก


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 24 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กบอกเกี่ยวกับแรงดันอากาศได้ว่าแรงดันอากาศนอกแก้วจะออกแรงดันกับกระดาษที่ปิด ปากแก้วอยู่ตลอดเวลา และสามารถเอาชนะ แรงดัน อากาศภายในแก้วได้ น้ำจึงถูกกักอยู่ในแก้ว 1.2 เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ ทักษะการพยากรณ์ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติกิจกรร 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 25 กิจกรรมที่ 7 ปริมาณน้ำในแก้วเท่ากันหรือไม่ จุดประสงค์ 1. เด็กได้เปรียบเทียบภาชนะที่มีความจุต่างกัน 2. เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์คือ ทักษะการสังเกต ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ โดยหาภาชนะหลายๆแบบที่มีขนาดต่างกัน 2. เด็กเลือกภาชนะ 2 ใบ ที่มีขนาดต่างกัน จากนั้นเติมน้ำลงในภาชนะใบที่ 1 จากนั้นเทน้ำจากภาชนะใบ ที่ 1 ลงในใบที่ 2 และเทกลับลงในภาชนะใบที่ 1 เหมือนเดิม และถามเด็กว่า ภาชนะใดมีน้ำ มากกว่า และ มากกว่าเพราะอะไร 3. เด็กนำภาชนะที่มีขนาดต่างกันมา 2 ใบ และถามเพื่อนๆ ว่าภาชนะใบใดจุน้ำได้น้อยกว่า 4. เด็กทดลองหาคำตอบด้วยตนเองโดยการ เทน้ำลงในภาชนะใบที่ 1 ให้เต็ม แล้วเทใส่กระบอกตวง แล้ว ใช้ปากกาเคมีขีดระดับน้ำไว้ แล้วเทน้ำออก 5. จากนั้นเด็กเทน้ำลงในภาชนะใบที่ 2 ให้เต็ม แล้วเทลงในกระบอกตวงใบเดิม ใช้ปากกาเคมีขีดระดับน้ำ ไว้เหมือนเดิม 6. เด็กเปรียบเทียบดูว่าแก้วใบที่ 1 หรือใบที่ 2 ที่จุน้ำได้น้อยกว่ากันโดยให้ดูจากระดับน้ำที่ขีดไว้ 7. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ ความจุ หรือปริมาตรของภาชนะหนึ่งๆ นอกจากจะขึ้นอยู่กับความสูงแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความกว้างของเส้นรอบวงภาชนะอีกด้วย 8. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม และนำเสนอให้ เพื่อนๆฟังหน้าชั้นเรียน


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 26 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 27 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 28 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กได้เปรียบเทียบภาชนะที่มีความจุต่างกัน และบอกได้ว่า ความจุ หรือปริมาตรของ ภาชนะหนึ่งๆ นอกจากจะขึ้นอยู่กับความสูงแล้ว ยังขึ้นอยู่กับความกว้างของเส้นรอบวงภาชนะอีกด้วย 1.2 เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือทักษะการสังเกต 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา -เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติกิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 29 กิจกรรมที่ 8 ฟองสบู่รูปสี่เหลี่ยมและทรงกลม จุดประสงค์ 1. เด็กสังเกตการเกิดของฟองสบู่ 2. เด็กเป่าฟองสบู่เป็นรูปทรงต่างๆ ด้วยตนเองได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ ดังนี้ ช้อนด้ามยาว สบู่ กะละมังใส่น้ำ เส้นลวดขนาดเล็ก เชือก กรรไกร น้ำสะอาด 2. เด็กเติมน้ำใส่กะละมังประมาณครึ่งกะละมัง จากนั้นใส่น้ำสบู่ลงไป 3. เด็กดัดลวดเป็นรูปต่างๆ คือ วงกลม สามเหลี่ยม และสี่เหลี่ยม โดยให้มีด้ามจับ 4. เด็กนำลวดที่ดัดแล้วจุ่มในกะละมังน้ำที่ผสมสบู่ จากนั้นยกขึ้น 5. ครูถามเด็กๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อยกลวดขึ้นมา จากนั้นให้เด็กเป่าลวดที่จุ่มน้ำยา โดยเป่าเบา และให้ สังเกตว่าฟองสบู่เป็นรูปอะไร 6. เด็กและครูร่วมกันสรุปถึงสิ่งที่สังเกตเห็นจากกิจกรรมนี้ ได้ดังนี้ คือ รูปทรงของของฟองสบู่ไม่ขึ้นอยู่กับ รูปร่างของลวด จะเป่าจากลวดที่ดัดเป็นรูปอะไรก็ตาม ฟองสบู่จะเป็นรูปทรงกลมเสมอ 7. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม และนำผลที่ได้มา เสนอให้เพื่อนๆ ได้ฟัง


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 30 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 31 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จของเด็ก


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 32 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ ทักษะการสังเกต 1.2 เด็กเป่าฟองสบู่เป็นรูปทรงต่างๆด้วยตนเองได้เด็กได้เรียนรู้ว่ารูปทรงของของฟองสบู่ไม่ ขึ้นอยู่กับรูปร่างของลวด จะเป่าจากลวดที่ดัดเป็นรูปอะไรก็ตาม ฟองสบู่จะเป็นรูปทรงกลมเสมอ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติกิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ การทำกิจกรรมการ ทดลอง


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 33 กิจกรรมที่ 9 แสงเลี้ยวเบน จุดประสงค์ 1. เด็กเล่าเกี่ยวกับสมบัติพื้นฐานของแสงได้ 2. เพื่อเด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือ ทักษะการสังเกต ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมการทดลองแสงเลี้ยวเบน 2. เด็กนำเหรียญมาวางบนโต๊ะ แล้วนำแก้วมาวางทับบนเหรียญ จากนั้นให้เด็กมองแก้วน้ำจากมุมต่างๆ และครูถามเด็กๆ ว่า เด็กๆ มองเห็นเหรียญจากทุกมุมหรือไม่ 3. เด็กค่อยๆ รินน้ำลงในแก้วช้าๆ มองเหรียญที่อยู่ใต้แก้วน้ำจากด้านข้าง แล้วให้เด็กบอกว่ายังมองเห็น เหรียญอยู่หรือไม่ 4. เด็กนำแก้วน้ำมา 2 ใบ แก้วใบที่หนึ่งไม่ต้องเติมน้ำ แก้วใบที่สองเติมน้ำลงไปครึ่งแก้ว จากนั้นให้ใส่ หลอดดูดลงไปในแก้วแต่ละใบ ให้เด็กสังเกตว่าภาพหลอดดูดหักงอจากแก้วใบไหน 5. เด็กหยิบหลอดออกจากแก้วที่ไม่มีน้ำ จากนั้นเติมน้ำมันพืชลงไปครึ่งแก้ว แล้วจึงใส่หลอดดูดลงไปใน แก้ว ให้เด็กสังเกตดูว่า หลอดดูดมีรอยหักงอหรือไม่ 6. เด็กเติมน้ำลงไปในแก้วที่มีน้ำมันพืช ตั้งทิ้งไว้จนน้ำมันพืชแยกชั้นกับน้ำแล้วลอยขึ้นด้านบน จากนั้นใส่ หลอดดูดลงไปในแก้ว และสังเกตหลอดดูดว่าเป็นอย่างไร 7. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ เราจะมองเห็นเหรียญที่อยู่ใต้แก้วได้ ถ้าใน แก้วไม่มีน้ำ แต่เมื่อเติมน้ำลงไป และมองเหรียญจากข้างแก้วเหรียญจะหายไปจากมุมที่เรามอง และเมื่อใส่หลอดดูด ลงไปในภาชนะที่มีน้ำหรือน้ำมันพืช จะสังเกตเห็นว่า มีรอยหักงอเกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างอากาศกับน้ำ หรือ อากาศกับน้ำมันพืช ซึ่งรอยหักงอจะมากน้อยแตกต่างกันไป ในแก้วที่มีน้ำและน้ำมันพืช จะสังเกตเห็นรอยหักงอ สองรอยอย่างชัดเจนขึ้นที่รอยต่อของตัวกลางแต่ละชนิด 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า นักฟิสิกส์เรียกปรากฏการณ์ที่แสงเปลี่ยนแนวทางการเคลื่อนที่ เมื่อเคลื่อนผ่าน ตัวกลางชนิดต่างกันว่า การหักเหของแสง 9. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 34 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 35 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 36 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กเล่าเกี่ยวกับสมบัติพื้นฐานของแสงได้ว่า ปรากฏการณ์ที่แสงเปลี่ยนแนวทางการเคลื่อนที่ เมื่อเคลื่อนผ่านตัวกลางชนิดต่างกันว่า การหักเหของแสง 1.2 เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือทักษะการสังเกต 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติกิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 37 กิจกรรมที่ 10 ภูเขาไฟระเบิด จุดประสงค์ 1. เด็กปั้นดินน้ำมันให้เป็นภูเขาไฟจำลองได้ 2. เด็กบอกการเกิดของคาร์บอนไดออกไซด์ได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูช่วยกันเตรียมอุปกรณ์ในการทดลองกิจกรรมภูเขาไฟระเบิด 2. เด็กปั้นดินน้ำมันก้อนใหญ่เป็นรูปกรวยที่มีความสูงเท่าแกนกระดาษทิชชู แล้วนำมาตั้งไว้บนจาน 3. เด็กทำปากปล่องภูเขาที่กว้างและลึกลงไปถึงฐาน โดยให้ใช้นิ้วหรือดินสอกดลงไปในปากปล่องภูเขาไฟ จำลองให้ลึกและกว้าง 4. เด็กเทเบกกิ้งโซดา และน้ำส้มสายชูที่เตรียมไว้ลงในปากปล่องภูเขาไฟจำลอง เทสีผสมอาหารเล็ก น้อยลงไปจากนั้นหยดน้ำยาล้างจานลงไป 2 หยด และให้เด็กสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น 5. เด็กและครูร่วมกัน สรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ เมื่อเราหยดน้ำยาล้างจานลงไปผสมกับเบ กกิ้งโซดา จะเกิดน้ำไหลเป็นฟองพุ่งออกมาจากปล่องภูเขาไฟคล้ายกับลาวา และเมื่อผสมเบกกิ้งโซดากับกรด มะนาวจะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้น และสิ่งที่ทำให้เกิดฟองนั้นคือ น้ำยาล้างจานนั่นเอง 6. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรมและนำมาเสนอให้ เพื่อนฟัง


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 38 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 39 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 40 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กปั้นดินน้ำมันเป็นภูเขาไฟจำลอง ได้โดยใช้ความสูงเท่ากับแกนกระดาษทิชชู เป็นตัววัด เด็กได้เรียนรู้ว่าเบกกิ้งโซดาผสมกับกรดมะนาวจะทำให้เกิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 1.2 เด็กบอกการเกิดของคาร์บอนไดออกไซด์ได้ว่าเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำส้มสายชูจะทำให้เกิด ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ กิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 41 กิจกรรมที่ 11 หลอดดำน้ำ จุดประสงค์ 1. เด็กบอกสมบัติการลอยน้ำของวัตถุได้ 2. เด็กทำหลอดดำน้ำได้ ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมหลอดดำน้ำ คือ หลอดดูดแบบงอ ลวดเสียบ กระดาษ กะละมังใส่น้ำ กรรไกร ขวดน้ำพลาสติกใส 2. ครูแจกหลอดให้เด็กคนละ 1 อัน และให้เด็กตัดหลอด โดยงอหลอดตรงรอยพับและใช้กรรไกรตัด หลอดข้างที่ยาวกว่าให้เท่ากับข้างที่สั้น (ครูดูแลขั้นตอนนี้อย่างใกล้ชิดเนื่องจากอันตรายจากการใช้กรรไกร) 3. จากนั้นเด็กนำลวดเสียบกระดาษ 3-4 ตัว สอดเข้าไปเหนือบริเวณพับเล็กน้อย 4. เด็กทดสอบความสามารถในการลอยน้ำของหลอดในกะละมัง โดยวางหลอดให้ตั้งฉากกับผิวน้ำเหมือน ตัว A 5. ถ้าหลอดพลิกตะแคงให้นำลวดเสียบมาใส่เพิ่มจนกว่าหลอดตั้งตรง 6. เมื่อทดลองจนหลอดสามารถลอยน้ำได้แล้ว นำหลอดพร้อมลวดเสียบที่ได้มาใส่ในขวดพลาสติกที่บรรจุ น้ำอยู่เต็ม แล้วปิดฝาขวด 7. เด็กใช้มือบีบขวดพลาสติกอย่างแรงและบีบค้างไว้ ให้สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น 8. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ เมื่อขวดน้ำถูกบีบหลอดจะจมลง แม้จะใช้ แรงบีบเพียงเล็กน้อยก็ขม เนื่องจากหลอดมีน้ำหนักมากเพราะถูกถ่วงด้วยลวดเสียบ ถ้าหลอดจมลงอยู่ก้นขวด อากาศจะลอยขึ้นสู่ด้านบน 9. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสมบัติการลอยน้ำให้เด็กๆฟังว่า สมบัติการลอยน้ำของวัตถุขึ้นอยู่กับน้ำหนัก และขนาดของวัตถุ หลอดแบบงอได้จมน้ำเพราะมีน้ำหนักมากกว่าน้ำ 10. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 42 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 43 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 44 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กบอกสมบัติการลอยน้ำของวัตถุได้ว่าสมบัติการลอยน้ำของวัตถุขึ้นอยู่กับน้ำหนักและ ขนาดของวัตถุ 1.2 เด็กสามารถสร้างหลอดดำน้ำได้ด้วยตนเองและสามารถทำให้มันลอยน้ำได้จริง 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ กิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 45 กิจกรรมที่ 12 เมล็ดพืชเต้นระบำ จุดประสงค์ 1. เด็กบอกสมบัติของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 2. เพื่อให้เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์คือ ทักษะการสังเกต ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมเมล็ดพืชเต้นระบำ ดังนี้ เมล็ดพืชหลากชนิด ขวดแก้วเปล่า หลอดดูด น้ำเปล่า น้ำโซดา 2. เด็กเทน้ำเปล่าลงในขวดแก้วใบหนึ่ง และเทน้ำโซดาลงในขวดอีกใบหนึ่ง 3. จากนั้นเด็กนำเมล็ดพืชโรยลงในขวดแก้วทั้งสอง พร้อมกับสังเกตการเปลี่ยนแปลง และความแตกต่าง ของเมล็ดพืชทั้งสอง 4. เด็กทดลองต่อไปโดยการเตรียมขวดเปล่าอีก 2 ใบ ใบแรกเติมน้ำโซดา ใบที่สองเติมน้ำเปล่า จากนั้นใส่ หลอดดูดลงไปในขวดแต่ละใบ แล้วให้เด็กสังเกตดูว่าหลอดดูดเคลื่อนที่ไปมาในขวดหรือไม่ 5. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ เมื่อโรยเมล็ดพืชลงในน้ำโซดาและสังเกตสิ่ง ที่เกิดขึ้น พบว่า เมล็ดพืชเต้นลงในน้ำโซดาเป็นเวลานาน เมล็ดพืชบางชนิดเคลื่อนที่ไปมาอย่างรวดเร็ว โดยฟองก๊าซ จะดันเมล็ดพืชลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ และเมื่อฟองก๊าซแตกออก เมล็ดจะตกลงสู่ก้นภาชนะตามเดิม เช่นเดียวกับการจุ่ม หลอดดูดในน้ำโซดา หลอดดูดส่วนที่จมจะถูกฟองก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เกาะและเคลื่อนที่ขึ้นลงอยู่ในขวดอย่าง ช้าๆ 6. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 46 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 47 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


Click to View FlipBook Version