The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

20กิจกรรมการทดลอง โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย แห่งประเทศไทย ประจำปี 2565 โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

20กิจกรรมการทดลอง

20กิจกรรมการทดลอง โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย แห่งประเทศไทย ประจำปี 2565 โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1

Keywords: บ้านนักวิทย์น้อย

นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 48 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กบอกสมบัติของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เบากว่าน้ำจึงลอย ขึ้นสู่ผิวน้ำ ซึ่งในระหว่างที่ฟองลอยสู่ขึ้นสู่ผิวน้ำนั้น ฟองก๊าซอาจนำวัตถุชิ้นเล็กๆในน้ำติดมาด้วย ดังเช่นกิจกรรม เมล็ดพืชเต้นระบำ 1.2 เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์ คือทักษะการสังเกต 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ กิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 49 กิจกรรมที่ 13 ภาพเคลื่อนไหว จุดประสงค์ 1. เด็กเล่าเกี่ยวกับการมองเห็นและภาพลวงตาได้ 2. เด็กสามารถพับกระดาษได้ตามแบบรูป ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทดลอง 2. ครูแจกกระดาษ เอ 4 ให้เด็กคนละ 1 แผ่น จากนั้นเด็กพับกระดาษแบ่งครึ่งให้เท่ากัน จากนั้นวาง กระดาษที่พับแล้วให้ด้านที่เปิดเข้าหาตัว 3. เด็กวาดรูปใกล้กับขอบของกระดาษแผ่นล่าง โดยวาดรูปเป็นภาพแสดงความรู้สึก 4. เด็กวาดภาพลงบนกระดาษแผ่นบนเช่นเดียวกับแผ่นล่าง แต่ให้ภาพแตกต่างกันเล็กน้อย 5. เด็กๆ ใช้ดินสอม้วนกระดาษแผ่นบน จนงอขึ้น จากนั้นให้ขยับดินสอขึ้นลงอย่างรวดเร็วเพื่อเปิดปิด กระดาษแผ่นบนที่โค้งงอ 6. เด็กสังเกตภาพทั้งสองและอธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 7. เด็กและครูร่วมกัน สรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ เมื่อเราขยับดินสอขึ้นลงบนกระดาษที่โค้ง งอจะเห็นเหมือนว่าภาพกำลังเคลื่อนไหว 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า เซลล์รับภาพในดวงตาของเราต้องใช้เวลารับภาพประมาณ 1/15 วินาที เพื่อ แยกแยะภาพที่กำลังเห็นออกจากภาพที่เห็นก่อนหน้านั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงภาพเร็วกว่า 20 ภาพต่อวินาที เรา จะเห็นภาพเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง 9. เด็กมานำเสนอผลงานให้เพื่อนฟังหน้าชั้นเรียน


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 50 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 51 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 52 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กเล่าเกี่ยวกับการมองเห็นและภาพลวงตาได้ว่าเซลล์รับภาพในดวงตาของเราต้องใช้เวลา รับภาพประมาณ 1/15 วินาที เพื่อแยกแยะภาพที่กำลังเห็นออกจากภาพที่เห็นก่อนหน้านั้น เมื่อมีการ เปลี่ยนแปลงภาพเร็วกว่า 20 ภาพต่อวินาที เราจะเห็นภาพเหล่านั้นเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง 1.2. เด็กสามารถพับกระดาษได้ตามแบบรูป 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ กิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 53 กิจกรรมที่ 14 แสงสีขาวกับรุ้ง จุดประสงค์ 1. เด็กบอกการหักเหของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงได้ 2. เพื่อให้เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์คือ ทักษะการสังเกต ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. ครูถามเด็กๆ ว่า เคยถูกแสงสะท้อนจากกระจกหน้าต่างส่องเข้าตาหรือไม่ จากนั้นเด็กและครูร่วมกัน เตรียมวัสดุอุปกรณ์ที่จะนำมาทำกิจกรรมดังกล่าว คือ แผ่นซีดี กระจกเงาแบบพกพา แหล่งกำเนิดไฟ (ไฟฉาย เทียน ไฟแช็ค กรรไกร) 2. เด็กๆ นำแผ่นซีดีหรือกระจกไปวางรับแสง ให้แสงตกกระทบบนผนังหรือมุมห้อง โดยให้คนหนึ่งถือไฟ ฉาย และอีกคนพยายามใช้แผ่นซีดีสะท้อนแสงจากไฟฉายให้ไปปรากฏบนผนัง 3. เด็กสังเกตพร้อมกับบอกว่าสีของแสงที่ตกกระทบบนผนังมีสีอะไรบ้าง 4. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมคือ เมื่อนำแผ่นซีดีไปวางรับแสง โดยใช้ไฟฉาย ส่องไปที่แผ่นซีดี และให้แสงไปตกกระทบกับฝาผนัง พบว่า แสงส่องผ่านแผ่นซีดีไม่ได้จึงถูกสะท้อนกลับ ไปยังผนัง แทน และบนแผ่นซีดีมีร่องเล็กๆ ซึ่งเมื่อมีแสงตกกระทบจะหักเหแสงสีต่างๆออกเป็นสีสเปกตรัมเหมือนกับสีของรุ้ง 5. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 54 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 55 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 56 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กบอกการหักเหของแสงจากแหล่งกำเนิดแสงได้ว่าแผ่นซีดีมีร่องเล็กๆ ซึ่งเมื่อมีแสงตก กระทบจะหักเหแสงสีต่างๆออกเป็นสีสเปกตรัมเหมือนกับสีของรุ้ง 1.2 เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์คือ การสังเกต 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กเกิดทักษะการสังเกตและการเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองจากการลงมือปฏิบัติ กิจกรรม 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ สนุกสนาน และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกายจากการหยิบจับอุปกรณ์ และลงมือทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 57 กิจกรรมที่ 15 ลูกข่างหลากสี จุดประสงค์ 1. เด็กได้ปฏิบัติเรื่องการตอบสนองในการรับภาพ 2. เด็กได้สร้างลูกข่างหลากสีด้วยตนเอง ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กๆ ทำลูกข่าง โดยใช้แผ่นซีดีเป็นแบบวาดวงกลมลงบนกระดาษและตัดออกมา 2. เด็กๆช่วยกันระบายสีลงบนแผ่นกระดาษวงกลม 3. เด็กใช้กาวติดแผ่นซีดีกับกระดาษวงกลมที่เด็กระบายสีแล้ว จากนั้นใช้ดินน้ำมันแปะติดลูกแก้วกับแผ่น ซีดีไม่ให้หลุดออกจากกัน 4. เด็กๆ หมุนลูกข่างแผ่นซีดีด้วยความเร็วที่แตกต่างกัน และสังเกตลูกข่างที่หมุนว่ามีการเปลี่ยนแปลง อย่างไร 5. เด็กและครูร่วมกันสรุปกิจกรรมลูกข่างหลากสีได้คือ เมื่อลูกข่างแผ่นซีดีหมุนเร็วๆ ตาของเราจะไม่ สามารถแยกแยะลวดลายหรือสีสันของลูกข่างได้ แต่จะเห็นแถบสีบนลูกข่างที่มีลายสีขาวดำหรือสีที่ผสมกันได้ 6. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 58 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 59 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่เด็กทำสำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 60 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กได้ปฏิบัติเรื่องการตอบสนองในการรับภาพว่า เมื่อเกิดการเปลี่ยนสีอย่างรวดเร็ว ตาของ เราจะไม่สามารถแยกแยะสีที่เปลี่ยนแปลงได้ทัน 1.2 เด็กสร้างลูกข่างหลากสีด้วยตนเอง 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กมีการสนทนาโต้ตอบ แสดงความคิดเห็น รู้จักสังเกต 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น และยอมรับความคิดเห็น ของผู้อื่น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสุขกับการทำกิจกรรม ร่าเริง แจ่มใส 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีความสามารถในการหยิบจับอุปกรณ์ ในการทำกิจกรรมอย่างคล่องแคล่ว


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 61 กิจกรรมที่ 16 การละลายของน้ำตาล จุดประสงค์ 1. เด็กได้สังเกตการละลายของน้ำตาล 2. เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์คือ ทักษะการสังเกต ขั้นตอนการจัดกิจกรรม 1. เด็กและครูร่วมกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้เด็กดูว่ามีอะไรบ้าง (น้ำตาลทรายก้อน สีผสมอาหาร หลอด หยด กระดาษทิชชู จานรอง น้ำเปล่า) 2. เด็กย้อมสีของก้อนน้ำตาล โดยวางก้อนน้ำตาลลงบนกระดาษทิชชูสองก้อน จากนั้นให้ใช้หลอดหยด หยดสีลงบนก้อนน้ำตาลทั้งสองก้อน (ก้อนละสี) 3. เด็กวางก้อนน้ำตาลที่หยดสีแล้วไว้ในจานใส่น้ำ โดยเว้นระยะห่างกันเล็กน้อย 4. เด็กสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของก้อนน้ำตาลว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร 5. เด็กและครูร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นของกิจกรรม คือ น้ำตาลจะค่อยๆละลาย สีของน้ำตาลของทั้งสอง ก้อนไหลเข้าหากัน และเกิดการแบ่งแยกเป็นสองสีในช่วงแรก ซึ่งหมายถึงความเข้มข้นของน้ำตาลจากทั้งสองก้อน จะแพร่เข้ามาหากันทำให้การกระจายของน้ำสีช้าลงและความเข้มข้นของน้ำตาลเจือจางลง และสักครู่หนึ่งสีของ น้ำตาลทั้งสองก้อนจะผสมกันอย่างสมบูรณ์ 6. เด็กบันทึกผลการทดลองด้วยการวาดภาพและระบายสีลงบนกระดาษบันทึกกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 62 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 63 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 64 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1.1 เด็กได้เรียนรู้ว่าเมื่อน้ำตาลละลายในน้ำ บริเวณที่วางก้อนน้ำตาลไว้จะมีความเข้มข้นสูง จึง ทำให้สารละลายแต่ละบริเวณมีความเข้มข้นต่างกัน เมื่อวางทิ้งไว้สักพักน้ำตาลก้อนเล็กๆจะแพร่กระจายไปยัง บริเวณที่มีความเข้มข้นน้อยจนมีความเข้มข้นเท่ากันทั้งจาน 1.2 เด็กเกิดทักษะทางวิทยาศาสตร์คือทักษะการสังเกต และมีทักษะการใช้กล้ามเนื้อมือในการ หยิบจับอุปกรณ์ 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กมีเกิดการเรียนรู้จากการสังเกตการสนทนาโต้ตอบ แสดงความคิดเห็น 2.2 ด้านสังคม - เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ร่วมแสดงความคิดเห็น และยอมรับความคิดเห็น ของผู้อื่น 2.3 ด้านอารมณ์ จิตใจ - เด็กมีความสนใจ และมีความสุขกับการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว - เด็กมีการเคลื่อนไหวในการทำกิจกรรมอย่างคล่องแคล่ว ทั้งการหยิบจับอุปกรณ์ และ การทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 65 กิจกรรมที่ 17 รู้จักกับเหลี่ยมและมุม จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กสามารถทำกิจกรรม “รู้จักกับเหลี่ยมและมุม” เป็นกลุ่มได้ 2. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงเรขาคณิตต่างๆไม่ว่าจะเป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยมและหก เหลี่ยม 3. เพื่อให้เด็กสามารถนับมุม นับด้านของรูปทรงเรขาคณิต และบอกได้ว่าเป็นรูปทรงเรขาคณิตแบบใด 4. เพื่อให้เด็กสามารถหาสิ่งของในห้องเรียนที่มีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ 5. เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาระหว่างการทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆได้ ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ครูให้เด็กดูรูปเรขาคณิตแบบต่างๆ ได้แก่ รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปห้าเหลี่ยมและรูปหก เหลี่ยม 2. เด็กๆช่วยกันนับมุมภายในของรูปเรขาคณิต โดยครูอธิบายให้เด็กเห็นความสัมพันธ์ระหว่างจำนวน ด้านและจำนวนมุม เช่น รูปสี่เหลี่ยมจะมีด้านทั้งหมด 4 ด้าน และมีมุมภายในทั้งหมด 4 มุม 3. ตัวแทนเด็กออกมาหยิบรูปเรขาคณิตตามคำสั่งครู ที่ครูใส่ไว้ในถุงผ้า โดยเด็กจะไม่เห็นด้านใน เมื่อ หยิบออกมาแล้ว ให้ครูดูว่าถูกต้องตามคำสั่งหรือไม่ 4. เด็กๆช่วยกันหาสิ่งของในห้องเรียนที่มีลักษณะเป็นรูปเหลี่ยม และดูว่าพบสิ่งของรูปทรงใดมากที่สุดน้อยที่สุด 5. ครูสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรมขึงเชือกให้เป็นรูปทรงต่างๆ ตามคำสั่งครู โดยครูทำเป็นตัวอย่างให้ เด็กดูก่อน


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 66 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 67 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 68 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1. เด็กสามารถทำกิจกรรม “รู้จักกับเหลี่ยมและมุม” เป็นกลุ่มได้ การขึงเชือกให้เป็นรูปทรง เรขาคณิตต่างๆ ต้องใช้ความสามัคคีร่วมกันภายในกลุ่ม 2. เด็กได้เรียนรู้เรื่องรูปทรงเรขาคณิตต่างๆไม่ว่าจะเป็นสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยมและหก เหลี่ยม สามารถจำแนกได้ว่ารูปทรงเรขาคณิตแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร 3. เด็กนับมุม นับด้านของรูปทรงเรขาคณิต และบอกได้ว่าเป็นรูปทรงเรขาคณิตแบบใดได้อย่าง ถูกต้อง แต่การหยิบกระดาษรูปทรงเรขาคณิตในถุงทึบตามคำสั่ง เด็กยังหยิบออกมาไม่ค่อย ถูกต้อง 4. เด็กสามารถหาสิ่งของในห้องเรียนที่มีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ และบอกได้ว่าสิ่งของแต่ ละชนิดมีรูปทรงแบบใด 5. เพื่อให้เด็กสามารถแก้ปัญหาระหว่างการทำกิจกรรมร่วมกับคนอื่นๆได้ เพราะการปฏิบัติตาม คำสั่งโดยการขึงเชือกเป็นรูปทรงต่างๆ ต้องใช้ทักษะการสังเกต บางกลุ่มมีเด็กจำนวน 3 คนก็ สามารถขึงเชือกเป็นรูปสี่เหลี่ยม ห้าเหลี่ยม หกเหลี่ยมได้ 2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กสามารถบอกชื่อวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนในการทำกิจกรรม “รู้จักกับเหลี่ยมและมุม” - เด็กได้สังเกตและร่วมค้นหาสิ่งของในห้องว่ามีรูปทรงเรขาคณิตแบบใดบ้าง - เด็กได้นับจำนวนมุมและจำนวนด้านของรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ และได้จำแนกว่าสิ่งของใดเป็น รูปทรงใด - เด็กได้ใช้ปฏิภาณไหวพริบในการสร้างรูปทรงเรขาคณิตโดยใช้เชือกที่ครูแจกให้เป็นกลุ่มอย่าง ถูกต้องตามคำสั่งครู 2.2 ด้านสังคม - เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของตนเองกับผู้อื่น - เด็กเกิดความร่วมมือกันในการทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม 2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ เด็กเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย เด็กได้หยิบจับวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม ได้แก่ การคลำและหยิบกระดาษแข็งรูปทรง เรขาคณิตในถุงผ้า การขึงเชือกให้เป็นรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ การใช้นิ้วมือวาดรูปทรงเรขาคณิตบนอากาศ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 69 กิจกรรมที่ 18 กรองน้ำให้ใส จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กได้แสดงความคิดเห็นระหว่างทำกิจกรรม “มาดูนาฬิกาน้ำกัน” ว่าเราจะใช้น้ำเมื่อใดบ้าง 2. เพื่อเด็กได้เรียนรู้เรื่องที่มาของน้ำสะอาดว่ามาจากไหน และวิธีการทำให้น้ำสกปรกกลับมาเป็นน้ำ สะอาด 3. เพื่อให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการกรองน้ำ ประโยชน์ของการกรองน้ำ 4. เพื่อให้เด็กสามารถกรองน้ำด้วยกระชอนที่มีรูขนาดต่างๆ กระดาษกรอง และผงถ่านแบบง่ายๆด้วย ตนเองได้ และสามารถเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจากการกรองน้ำด้วยวัสดุต่างๆ ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ครูให้เด็กดูรูปนาฬิกาที่ครูวาดบนกระดาษแข็ง แล้วถามเด็กๆว่าในชีวิตประจำวันเด็กๆใช้น้ำเมื่อไหร่ บ้าง ให้เด็กๆปะติดรูปกิจกรรมการใช้น้ำบนหน้าปัดนาฬิกา 2. ครูซักถามเด็กเกี่ยวกับน้ำ ว่าน้ำสะอาดมาจากไหน น้ำสกปรกเดินทางไปไหน และเราจะทำให้น้ำ สกปรกกลับมาเป็นน้ำสะอาดได้หรือไม่ 3. ครูให้เด็กสังเกตน้ำสกปรกในแก้ว และให้เด็กบอกสิ่งที่สังเกต 4. เด็กๆใช้กระชอนที่มีรูขนาดต่างๆและกระดาษกรองทำการกรองน้ำสกปรก ให้เด็กบอกว่าเห็นอะไร และเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้น 5. ครูและเด็กร่วมกันสร้างเครื่องกรองน้ำแบบง่าย โดยตัดส่วนก้นของขวดน้ำพลาสติกออก คว่ำให้ปาก ขวดลงมาอยู่ด้านล่างและปิดฝาให้แน่น ใช้ถุงน่องชนิดบางหรือกระดาษกรองปูรองเอาไว้ข้างในขวด แล้วใส่ทรายอย่างละเอียดลงไปชั้นแรก ตามด้วยก้อนกรวดขนาดเล็กในชั้นที่ และใส่ก้อนกรวดขนาด ใหญ่ไว้ชั้นบนสุด 6. ให้เด็กเทน้ำที่มีดินผสมลงไปในเครื่องกรองน้ำที่ทำขึ้น เปิดฝาขวดขวดแล้วถือแก้วเปล่ามารองไว้ใต้ ขวด เพื่อรอให้น้ำหยดออกมา เปรียบเทียบและอภิปรายผลการทดลอง 7. ทำกิจกรรมต่อไปโดยการหยดน้ำหมึกลงในน้ำเปล่า1แก้ว เติมผงถ่านลงในน้ำสีและคน แล้วเท ส่วนผสมที่ได้ผ่านกระดาษกรอง เพื่อแยกถ่านออกจากน้ำอีกครั้ง ให้เด็กสังเกตความเปลี่ยนแปลง


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 70 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 71 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 72 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1. เด็กได้แสดงความคิดเห็นระหว่างทำกิจกรรม “มาดูนาฬิกาน้ำกัน” ว่าเด็กๆใช้น้ำในการอาบน้ำ แปรงฟัน ราดส้วม ในเวลาเช้า กลางวันและเย็น 2. เด็กได้เรียนรู้เรื่องที่มาของน้ำสะอาดว่ามาจากแหล่งน้ำต่างๆเช่นน้ำประปา น้ำจากฝาย น้ำจากก๊อก และวิธีการทำให้น้ำสกปรกกลับมาเป็นน้ำสะอาดโดยมีเครื่องกรองน้ำ หรือโรงงานที่มีเครื่องบำบัดน้ำเสีย 3. เด็กมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการกรองน้ำว่าการกรองน้ำคือการให้น้ำผ่านชั้นหินชั้นกรวดและ กระดาษกรอง และการกรองน้ำมีประโยชน์มากเพราะทำให้น้ำที่เราจะใช้สะอาด ไม่มีกลิ่น ไม่ขุ่น 4. เด็กสามารถกรองน้ำด้วยกระชอนที่มีรูขนาดต่างๆ กระดาษกรอง และผงถ่านแบบง่ายๆด้วยตนเอง และ สามารถเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจากการกรองน้ำด้วยวัสดุต่างๆว่ากระชอนที่มีรูเล็กและถี่จะกรองน้ำได้ สะอาดกว่ากระชอนที่มีรูใหญ่และห่าง และถ่านไม้มีคุณสมบัติดูสารสีของน้ำหมึก ทำให้น้ำกลับมาสีใส่ เหมือนเดิม 2. พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 1. ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กบอกชื่อวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนในการทำกิจกรรม “กรองน้ำ” - เด็กแสดงความคิดเห็นของตนเอง และบอกผลที่ได้จากการสังเกตขณะที่ทำกิจกรรม - เด็กได้เปรียบเทียบ และเรียงลำดับว่าการทดลองกรองน้ำด้วยวิธีใด จะได้น้ำที่สะอาดมากที่สุด - เด็กได้เรียนรู้ประโยชน์ของการกรองน้ำ ก่อนนำน้ำไปใช้ ว่าการกรองน้ำทำให้น้ำสะอาดขึ้น กรวดขนาดใหญ่จะกรองสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ ในขณะที่กรวดขนาดเล็กจะช่วยขจัดสิ่งสกปรกขนาดเล็ก ออกไปจากน้ำ 2.2 ด้านสังคม - เด็กรู้จักการรอคอยที่จะมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม - เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ได้แสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน 2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ - เด็กเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินขณะทำกิจกรรม - เด็กมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการทดลอง การสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย - เด็กได้หยิบจับวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรม “การกรองน้ำ” - เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อเล็กในการทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นการเทน้ำเพื่อผ่านการกรองด้วยวัสดุต่างๆ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 73 กิจกรรมที่ 19 ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กสามารถทำกิจกรรม “ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง” ด้วยตนเองได้ 2. เพื่อให้เด็กสามารถบอกวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนการทำกิจกรรม“ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง” ได้ 3. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้แนวคิดหลักของการทำกิจกรรม “ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง” ว่าลมสามารถพัดสิ่ง ต่างๆหลายอย่างได้ ทำให้วัตถุลอยได้หรือเคลื่อนที่ได้ เช่นกระดาษปลิว ผ้าปลิว ไฟจากเทียนไขดับ เป็นต้น 4. เพื่อให้เด็กสามารถบอกประโยชน์และโทษของลมได้ ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้เด็กใช้พัดกระดาษพัดตัวเองหรือพัดให้เพื่อน 2. ให้เด็กใช้พัดกระดาษพัดลูกปิงปองที่วางอยู่ที่พื้นให้เคลื่อนไหวไปมา 3. ครูอธิบายการทำกิจกรรมสร้างลมด้วยตนเอง โดยใช้กรรไกรเจาะรูที่กล่องกระดาษ 1 รู จากนั้นหัน กล่องด้านที่มีรูไปทางเด็กคนหนึ่ง 4. ให้เด็กคนที่วางกล่องใช้มือตบด้านข้างของกล่องกระดาษเหมือนกับการปรบมือ และให้เด็กที่นั่งตรง ข้ามสังเกตว่ามีอะไรสัมผัสตัวของเขาบ้าง 5. ให้เด็กๆคลี่ผืนผ้าออก แล้ววางให้ห่างจากรูกล่องพอประมาณ โดยให้จุดกึ่งกลางของผ้าอยู่ในแนว เดียวกับรูที่กล่องกระดาษ ให้เด็กตบข้างกล่องอีกครั้ง ให้ทดลองดูว่าผืนผ้าอยู่ห่างออกไปจากรูกล่องได้ ไกลอีกเท่าไหร่ที่ยังคงเคลื่อนไหวได้ 6. ครูให้เด็กทดลองตบกล่องเพื่อทำให้ลูกปิงปองเคลื่อนไหวไปตามร่องกระดาษจนตกลงไปในชาม และ สังเกตว่าต้องใช้แรงตีขนาดไหน ลูกปิงปองถึงจะตกลงไปในชามพอดี 7. ครูให้เด็กทดลองตบกล่องเพื่อทำให้เทียนไขที่ครูจุดไฟนั้นดับ โดยเพิ่มระยะห่างออกไปเรื่อยๆ 8. เด็กและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของลม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 74 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 75 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 76 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1. เด็กสามารถทำกิจกรรม “ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง” ด้วยตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พัดกระดาษ พัดลูกปิงปอง การตบกล่องเพื่อทำให้ผ้าเคลื่อนไหว การตบกล่องเพื่อทำให้ลูกปิงปองหล่นลงใน ชาม การตบกล่องเพื่อทำให้เทียนไขที่จุดไฟดับ 2. เด็กสามารถบอกวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนการทำกิจกรรม“ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง” ได้ 3. เด็กได้เรียนรู้แนวคิดหลักของการทำกิจกรรม “ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง” ว่าลมสามารถพัดสิ่งต่างๆหลาย อย่างได้ ทำให้วัตถุลอยได้หรือเคลื่อนที่ได้ เช่นกระดาษปลิว ผ้าปลิว ไฟจากเทียนไขดับ ซึ่งลมคือ อากาศที่เคลื่อนที่ได้ และเมื่ออากาศเคลื่อนที่จะทำให้เกิดลม ถ้าอากาศเคลื่อนที่เร็วและแรงจะทำให้ เกิดพายุได้ 4. เด็กสามารถบอกประโยชน์และโทษของลมได้ ประโยชน์ของลมคือทำให้รู้สึกเย็นสบาย ไม่ร้อน ทำให้ หายใจได้สะดวก ส่วนโทษของลมคืออาจพัดสิ่งของให้เกิดความเสียหายได้ ถ้าลมนั้นคือลมพายุ 2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 2.1 ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กบอกชื่อวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนในการทำกิจกรรม “ลมอ่อนๆพัดผ่านห้อง” - เด็กได้เรียนรู้ว่าเมื่อใช้มือตบข้างกล่อง จะทำให้กล่องเล็กลง อากาศภายในจึงถูกอัดและหาทางออก เมื่อกล่องมีรูลมจึงเคลื่อนที่ผ่านรูออกไปด้วยความเร็วสูง ขณะที่ลมเคลื่อนที่ออกจากรูนั้น อากาศจะหมุนตัว และมีลักษณะเป็นเกลียว เมื่อเด็กๆออกแรงตบกล่องมากขึ้น ลมที่เคลื่อนที่ออกมาจะสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่เด็กตบกล่องแล้วไฟที่เทียนไขดับ - เด็กได้เรียนรู้ว่าอากาศสามารถเคลื่อนที่ได้ และเมื่ออากาศเคลื่อนที่จะทำให้เกิดลม แต่ถ้า อากาศเคลื่อนที่เร็วและแรงจะทำให้เกิดพายุได้ - เด็กได้เรียนรู้ว่าพลังลมให้ทั้งประโยชน์และโทษต่อมนุษย์ 2.2 ด้านสังคม - เด็กรู้จักการรอคอยที่จะมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม - เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของตนเองกับผู้อื่น 2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ เด็กเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการทำกิจกรรม มีความมุ่งมั่นที่จะทำกิจกรรมให้ประสบผลสำเร็จ 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย เด็กได้หยิบจับวัสดุอุปกรณ์ในการทดลอง คือทำใช้พัดที่ทำขึ้นเองพัดสิ่งของต่างๆให้ เคลื่อนที่ การใช้มือตบข้างกล่องเพื่อทำให้เทียนไขดับ และทำให้ลูกปิงปองเคลื่อนที่ไปยังที่หนึ่ง กิจกรรมที่ 20 ทอร์นาโดในขวด


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 77 จุดประสงค์ 1. เพื่อให้เด็กสามารถทำกิจกรรม “ทอร์นาโดในขวด” ด้วยตนเองได้ 2. เพื่อให้เด็กสามารถบอกขั้นตอนการทำและวิธีการเล่น “ทอร์นาโดในขวด” ได้ 3. เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้แนวคิดหลักของการทดลอง “ทอร์นาโดในขวด” ว่า อากาศมีตัวตน อากาศ ต้องการที่อยู่ และน้ำกับอากาศไม่สามารถอยู่ในที่เดียวกัน ณ เวลาเดียวกันได้ ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ผสมน้ำเปล่ากับสีผสมอาหาร จากนั้นเติมน้ำใส่ขวดใบหนึ่งประมาณ2/3 ส่วน นำท่อที่เป็นข้อต่อติด ให้แน่นกับขวดใบที่เติมน้ำ แล้วนำขวดเปล่าอีกใบคว่ำลงด้านบน ทำให้ข้อต่อเชื่อมติดกัน 2. พลิกขวดกลับด้านให้ขวดเปล่าอยู่ด้านล่าง ให้เด็กคิดหาคำตอบว่าทำไมน้ำในขวดจึงไม่ไหลลงมาใน ขวดเปล่า ให้ช่วยกันคิดวิธีทำให้น้ำไหลลงมา 3. กระตุ้นให้เด็กๆคิดหาวิธีทำให้น้ำไหลจากขวดบนลงขวดล่าง โดยการเอียง เขย่า หรือกดขวดทั้งสองใบ 4. สร้างพายุทอร์นาโด โดยใช้มือข้างหนึ่งจับขวดล่าง ส่วนมืออีกข้างจับขวดด้านบนและหมุนคลาย เกลียวอย่างรวดเร็ว


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 78 วัสดุ/อุปกรณ์ เด็กทำกิจกรรม


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 79 เด็กนำเสนอผลงาน ผลงานที่สำเร็จ


นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ครูผู้ช่วย โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร | 80 ผลที่เกิดกับเด็ก 1. ผลที่เกิดขึ้นตามจุดประสงค์ 1. เด็กสามารถทำกิจกรรม “ทอร์นาโดในขวด” ด้วยตนเองได้ 2. เด็กสามารถบอกขั้นตอนการทำและวิธีการเล่น “ทอร์นาโดในขวด” ได้ 3. เด็กได้เรียนรู้แนวคิดหลักของการทดลอง “ทอร์นาโดในขวด” ว่าอากาศมีตัวตนซึ่งอยู่ในรูปของ ฟองอากาศในน้ำ ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ขณะที่เขย่าขวด และการที่เด็กจะสามารถสร้าง “พายุทอร์ นาโด” ในขวดขึ้นได้นั้นจะต้องใช้มือข้างหนึ่งจับขวดล่าง มืออีกข้างจับขวดด้านบนและหมุดคลาย เกลียวอย่างรวดเร็ว 2.พัฒนาการความสามารถพื้นฐาน และพัฒนาการของเด็กปฐมวัย 1. ด้านการเรียนรู้/ด้านภาษา/สติปัญญา - เด็กสามารถบอกชื่อวัสดุอุปกรณ์และขั้นตอนในการทำกิจกรรม “ทอร์นาโดในขวด” - เด็กได้เห็นลองผิดลองถูกจนสามารถค้นพบวิธีการที่จะสร้างพายุทอร์นาโดในขวดได้สำเร็จ - เด็กได้เรียนรู้ว่าอากาศมีตัวตน อากาศต้องการที่อยู่ แต่อากาศและน้ำไม่สามารถที่อยู่ในที่ เดียวกัน เวลาเดียวกันได้ 2.2 ด้านสังคม - เด็กรู้จักการรอคอยที่จะมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม - เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน รู้จักแบ่งปันผลัดเปลี่ยนกันเล่น 2.3 ด้านอารมณ์-จิตใจ เด็กเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการทำกิจกรรม 2.4 ด้านการเคลื่อนไหว / ร่างกาย เด็กได้หยิบจับวัสดุอุปกรณ์ในการทดลองทำกิจกรรม ได้ใช้กล้ามเนื้อเล็กในการเติมน้ำลงขวด การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ในการเขย่า บีบ หมุนขวด เพื่อให้เกิดพายุทอร์นาโดในขวด


คำสั่งโรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร ที่ 16/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕ ........................................................ ตามที่ โรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร ได้เข้าร่วมโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕ ตามนโยบายขยายผลโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาและ เครือข่ายโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กในระดับชั้นปฐมวัยได้ เรียนรู้มีประสบการณ์ในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี อย่างมี ประสิทธิภาพตรงตามเป้าหมายของหลักสูตร ตลอดจนพัฒนาครูระดับปฐมวัยให้สามารถจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์เชิงปฏิบัติการ (Hands-on) ได้อย่างเหมาะสม ตามปรัชญาการเรียนรู้ของโครงการซึ่งได้แก่ การเรียนรู้ร่วมกัน (CoConstruction) และการรู้คิด (Meta-Cognition) นั้น ดังนั้น เพื่อให้การดําเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และมาตราที่ ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงแต่งตั้งคณะกรรมการ ดำเนินงานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕ ดังนี้ 1. คณะกรรมการอำนวยการ 1. นายณัฐพงษ์ จรัญ ประธานกรรมการ 2. นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก กรรมการ 3. นางสาวอัญทิกา โมตาลี กรรมการ 4. ว่าที่ร้อยตรีวิภพ ศิลป์มนตรี กรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ แก้ไขปัญหา สนับสนุนทรัพยากร อำนวยความสะดวกใน การดำเนินงานแก่คณะกรรมการ และกำกับ ติดตาม ผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ๒. คณะกรรมการดำเนินงาน 1. นางสาวนัทธ์ชวัล เขตทองมาก ประธานกรรมการ 2. ว่าที่ร้อยตรีวิภพ ศิลป์มนตรี กรรมการ 3. นางสาวอัญทิกา โมตาลี กรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ ๑. วางแผนการดำเนินงาน และดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทาง โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับปฐมวัย ๒. สรุปและสะท้อนผลการจัดกิจกรรมในรูปแบบของเอกสารหรือวีดีทัศน์ และรายงานผล การดำเนินงานตามโครงการ เสนอผู้บริหารและหน่วยงานต้นสังกัด ตามลำดับ ๓. จัดเตรียมข้อมูลการประเมินเพื่อรับตราพระราชทาน “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย” ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา ๒๕๖๕


-2- ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความรับผิดชอบ เสียสละอย่างเต็ม กำลังความรู้ความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียนและโรงเรียนต่อไป สั่ง ณ วันที่ 23 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 (นายณัฐพงษ์ จรัญ) ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านน้ำฮูผาเสื่อ รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางบอนวัฒนาคาร


Click to View FlipBook Version