แผนการจัดการเรียนรู้
วิชา เคมี 3 ว32223
หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แก๊ส
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาล 3 บ้านเหล่า
นางสาวกาญจนา พานโน
รหัสประจำตัวนักศึกษา 62040112121
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและเคมี
การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1 )
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
วิชา เคมี 3 ว32223
กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง แกส๊
ระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรยี นเทศบาล 3 บ้านเหลา่
นางสาวกาญจนา พานโน
รหัสประจำตวั นักศึกษา 62040112121
สาขาวิชาวิทยาศาสตรท์ ั่วไปและเคมี
การฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา 1
รหัสวิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1)
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั อุดรธานี
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
ก
คำนำ
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าเคมี 3 รหัสวชิ า ว32223 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 เล่ม 1 นี้
จดั ทำข้นึ เพอื่ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการจดั การเรียนการสอนให้มีประสทิ ธภิ าพ และให้นักเรียนบรรลตุ ามมาตรฐานการ
เรยี นร้/ู ตัวช้ีวัด ผลการเรยี นรู้ ท่ีกำหนดไวใ้ นหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรบั ปรงุ 2560) ผู้จดั ทำจึงได้ศึกษาสาระการเรยี นรู้ เทคนิค วิธีการสอน การวัดและประเมนิ ผล มาจัดทำแผนการ
จัดการเรียนรูใ้ นคร้งั นี้
แผนการจัดการเรยี นรู้ในเล่ม 1 นี้ ประกอบไปดว้ ย เรียนรอู้ ะไรในวทิ ยาศาสตร์เพมิ่ เติม
สาระวทิ ยาศาสตรเ์ พ่มิ เติม คุณภาพผเู้ รยี น สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์สำคัญของผู้เรยี น
ผลการเรียนรูแ้ ละสาระการเรียนรู้เพ่ิมเตมิ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 คำอธิบายรายวชิ า โครงสร้างรายวชิ า ตาราง
วเิ คราะหห์ ลกั สูตร แผนการประเมินผลการเรียนรู้ การวิเคราะห์ตัวช้ีวัดเพอ่ื กำหนดนำ้ หนักคะแนน โครงสรา้ ง
กำหนดการสอน แผนการจัดการเรยี นรู้หน่วยท่ี 1 เรอ่ื ง แก๊ส เพ่อื ใหผ้ ้เู รยี นบรรลมุ าตรฐานการเรียนรูไ้ ด้เต็ม
ศักยภาพอยา่ งแทจ้ ริง
จงึ หวงั เป็นอยา่ งยงิ่ วา่ แผนการจัดการเรยี นร้ฉู บับนี้ จะสามารถนำไปใช้ปรกอบการจดั การเรียน
การสอนรายวิชาเคมี 3 นำไปสกู่ ารพฒั นาท่ีถกู ต้องและเกิดผลแกผ่ ู้เรยี นเป็นอย่างดี
กาญจนา พานโน
14 ตลุ าคม 2565
สารบัญ ข
เรอ่ื ง
หน้า
คำนำ
สารบญั ก
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ข
เรียนร้อู ะไรในวิทยาศาสตร์เพ่ิมเตมิ
สาระวิทยาศาสตรเ์ พ่ิมเติม ค
คณุ ภาพผูเ้ รียน ค-จ
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น จ-ซ
คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์สำคญั ของผเู้ รยี น ซ-ฌ
ผลการเรยี นรู้และสาระการเรยี นรเู้ พ่ิมเติม ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
คำอธบิ ายรายวชิ า ฌ
โครงสร้างรายวิชา ญ-ฏ
ตารางวิเคราะห์หลกั สตู ร ฐ-ฑ
แผนการประเมินผลการเรียนรู้ ฒ-ท
การวิเคราะห์ตวั ชี้วัดเพอื่ กำหนดนำ้ หนกั คะแนน
โครงสร้างกำหนดการสอน ธ
แผนการจัดการเรยี นรหู้ น่วยที่ 1 เรือ่ ง แก๊ส น
บ
แผนการจดั การเรียนรู้ท1ี่ เรอ่ื ง สมบัติของแกส๊ ป-ผ
แผนการจดั การเรียนรู้ท2ี่ เรอ่ื ง ความสมั พนั ธข์ องปริมาตร ความดัน และอณุ หภมู ิของแก๊ส
แผนการจดั การเรียนรู้ท3่ี เรื่อง กฎของบอยล์ 1 - 10
แผนการจัดการเรยี นรู้ท4่ี เรื่อง กฎของชาร์ล 11 - 18
แผนการจัดการเรยี นรู้ท5่ี เรอ่ื ง กฎของเกย-์ ลูสแซก 19 - 28
แผนการจดั การเรียนรู้ท6ี่ เรื่อง กฎรวมแกส๊ 29 -37
แผนการจดั การเรียนรู้ท7ึ่ เรอ่ื ง กฎของอาโวกาโดร 38 - 46
แผนการจดั การเรียนรู้ท8ี่ เร่ือง กฎแกส๊ อุดมคติและกฎความดันย่อยของดอลตัน 47 - 55
แผนการจัดการเรียนรู้ท9ี่ เรอ่ื ง การแพร่ของแกส๊ 56 - 64
แผนการจัดการเรยี นรู้ท1่ี 0 เรื่อง เทคโนโลยที ่ีเกยี่ วข้องกบั สมบตั ิของแกส๊ 65 - 77
78 - 87
88 - 99
ค
หลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560)
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพม่ิ เติม
เรียนรูอ้ ะไรในวทิ ยาศาสตร์เพิ่มเติม
วิทยาศาสตรเ์ พมิ่ เติม ผูเ้ รียนจะได้เรียนรู้สาระสำคัญ ดงั นี้
• ชีววิทยา เรยี นรู้เกย่ี วกบั การศกึ ษาชีววทิ ยา สารทเ่ี ปน็ องค์ประกอบของสง่ิ มชี วี ิต เซลลข์ องสิ่งมีชีวติ
พันธกุ รรมและการถ่ายทอด วิวฒั นาการ ความหลากหลายทางชวี ภาพโครงสร้างและการทำงานของสว่ นต่าง ๆ ใน
พืชดอก ระบบและการทำงานในอวัยวะตา่ ง ๆ ของสตั ว์และมนษุ ย์ และสงิ่ มชี วี ติ และสิง่ แวดลอ้ ม
• เคมี เรยี นรูเ้ กย่ี วกับ ปรมิ าณสาร องค์ประกอบและสมบัติของสาร การเปล่ียนแปลงของสาร ทกั ษะ
และการแกป้ ญั หาทางเคมี
• ฟสิ ิกส์ เรียนร้เู กีย่ วกับ ธรรมชาตแิ ละการค้นพบทางฟิสิกส์แรงและการเคล่ือนทแี่ ละพลังงาน
• โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ เรยี นร้เู กี่ยวกับ โลกและกระบวนการเปล่ียนแปลงทางธรณวี ิทยา
ขอ้ มูลทางธรณวี ทิ ยาและการนาํ ไปใช้ประโยชนก์ ารถ่ายโอนพลงั งานความร้อนของโลก การเปลีย่ นแปลงลักษณะ
ลมฟ้าอากาศกบั การดำรงชีวิตของมนษุ ย์ โลกในเอกภพ และดาราศาสตร์กบั มนุษย์
สาระวิทยาศาสตรเ์ พม่ิ เติม
สาระชีววิทยา
1. เขา้ ใจธรรมชาติของสิ่งมีชวี ติ การศึกษาชีววทิ ยาและวธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์สารท่ีเป็น
องคป์ ระกอบของส่ิงมชี วี ิต ปฏิกริ ิยาเคมใี นเซลลข์ องสง่ิ มีชวี ติ กล้องจลุ ทรรศน์ โครงสร้างและหนา้ ท่ีของเซลลก์ าร
ลําเลียงสารเข้าและออกจากเซลลก์ ารแบ่งเซลล์และการหายใจระดบั เซลล์
2. เขา้ ใจการถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม สมบตั ิและหน้าท่ีของ
สารพันธุกรรม การเกิดมิวเทชัน เทคโนโลยีทางดเี อ็นเอ หลกั ฐานขอ้ มูลและแนวคิดเกี่ยวกบั วิวฒั นาการของ
ส่ิงมีชวี ติ ภาวะสมดลุ ของฮาร์ดี-ไวนเ์ บิรก์ การเกดิ สปีชสี ์ใหม่ ความหลากหลายทางชวี ภาพ กําเนดิ ของสง่ิ มชี ีวติ
ความหลากหลายของสิง่ มชี วี ิต และอนุกรมวธิ าน รวมทงั้ นําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
3. เขา้ ใจส่วนประกอบของพชื การแลกเปลีย่ นแก๊สและคายน้ำของพืช การลาํ เลียงของพืช การ
สงั เคราะหด์ ้วยแสง การสืบพันธุข์ องพชื ดอกและการเจรญิ เติบโต และการตอบสนองของพชื รวมทงั้ นาํ ความรู้ไปใช้
ประโยชน์
4. เข้าใจการย่อยอาหารของสตั ว์และมนษุ ย์การหายใจและการแลกเปลี่ยนแกส๊ การลาํ เลียงสารและ
ง
การหมนุ เวยี นเลือด ภูมิคุ้มกันของรา่ งกาย การขบั ถา่ ย การรบั ร้แู ละการตอบสนองการเคลอ่ื นท่ี การสืบพันธุ์และ
การเจริญเติบโต ฮอร์โมนกบั การรักษาดุลยภาพ และพฤติกรรมของสตั วร์ วมท้ังนาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
5. เข้าใจแนวคิดเก่ียวกับระบบนิเวศ กระบวนการถ่ายทอดพลังงานและการหมุนเวียนสารในระบบ
นเิ วศ ความหลากหลายของไบโอม การเปลีย่ นแปลงแทนที่ของสิ่งมีชวี ติ ในระบบนเิ วศประชากรและรูปแบบการ
เพมิ่ ของประชากร ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ปัญหาและผลกระทบท่ีเกดิ จากการใชป้ ระโยชน์และแนว
ทางการแก้ไขปัญหา
สาระเคมี
1. เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบัติของ
สาร แกส๊ และสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลเิ มอร์ รวมทั้งการนําความรู้ไปใช้
ประโยชน์
2. เขา้ ใจการเขยี นและการดลุ สมการเคมปี ริมาณสัมพันธใ์ นปฏิกิริยาเคมีอตั ราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
สมดุลในปฏิกริ ิยาเคมีสมบัติและปฏกิ ิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซแ์ ละเซลลเ์ คมีไฟฟ้า รวมท้งั การนําความรู้
ไปใช้ประโยชน์
3. เขา้ ใจหลกั การทำปฏิบัติการเคมีการวัดปริมาณสาร หนว่ ยวัดและการเปลย่ี นหน่วยการคํานวณ
ปริมาณของสาร ความเขม้ ข้นของสารละลาย รวมทง้ั การบูรณาการความรแู้ ละทักษะ
สาระฟิสิกส์
1. เขา้ ใจธรรมชาติทางฟสิ ิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลือ่ นทีแ่ นวตรงแรงและกฎการ
เคล่ือนที่ของนิวตัน กฎความโนม้ ถว่ งสากล แรงเสยี ดทานสมดลุ กลของวัตถุงานและกฎการอนรุ ักษ์พลงั งานกล โม
เมนตัมและกฎการอนุรกั ษ์โมเมนตัม การเคล่ือนท่ีแนวโคง้ รวมทงั้ นําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
2. เข้าใจการเคลอื่ นท่ีแบบฮาร์มอนกิ ส์อย่างงา่ ย ธรรมชาติของคล่ืน เสยี งและการได้ยิน
ปรากฏการณ์ท่เี กีย่ วข้องกับเสียง แสงและการเหน็ ปรากฏการณ์ที่เก่ยี วข้องกับแสงรวมทั้งนาํ ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
3. เขา้ ใจแรงไฟฟา้ และกฎของคูลอมบ์สนามไฟฟ้า ศักยไ์ ฟฟ้า ความจไุ ฟฟา้ กระแสไฟฟ้าและกฎของ
โอหม์ วงจรไฟฟา้ กระแสตรง พลงั งานไฟฟา้ และกําลงั ไฟฟา้ การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเปน็ พลงั งานไฟฟา้
สนามแมเ่ หล็ก แรงแมเ่ หล็กที่กระทํากบั ประจไุ ฟฟา้ และกระแสไฟฟ้า การเหน่ียวนําแมเ่ หล็กไฟฟา้ และกฎของฟารา
เดย์ ไฟฟ้ากระแสสลับ คลนื่ แม่เหล็กไฟฟา้ และการส่ือสาร รวมทั้งนําความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
4. เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ของความรอ้ นกับการเปลย่ี นอุณหภูมิและสถานะของสสารสภาพยดื หยนุ่ ของ
วัสดแุ ละมอดุลัสของยงั ความดันในของไหล แรงพยงุ และหลกั ของอาร์คิมีดสี ความตงึ ผวิ และแรงหนืดของ
ของเหลว ของไหลอดุ มคตแิ ละสมการแบร์นูลลีกฎของแก๊ส ทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ อดุ มคติและพลงั งานในระบบ
จ
ทฤษฎอี ะตอมของโบร์ ปรากฏการณโ์ ฟโตอิเล็กทรกิ ทวิภาวะของคล่นื และอนภุ าค กัมมันตภาพรงั สแี รงนิวเคลียร์
ปฏกิ ริ ยิ านวิ เคลียร์ พลงั งานนิวเคลียร์ ฟสิ ิกส์อนภุ าค รวมท้ังนาํ ความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
สาระโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ
1. เข้าใจกระบวนการเปลีย่ นแปลงภายในโลก ธรณีพบิ ัติภัยและผลต่อสง่ิ มีชวี ิตและสิ่งแวดล้อม
รวมท้ังการศึกษาลาํ ดบั ชัน้ หนิ ทรพั ยากรธรณีแผนท่แี ละการนําไปใชป้ ระโยชน์
2. เขา้ ใจสมดุลพลงั งานของโลก การหมนุ เวียนของอากาศบนโลก การหมุนเวยี นของน้ำ
ในมหาสมุทร การเกดิ เมฆ การเปลีย่ นแปลงภมู ิอากาศโลกและผลต่อสง่ิ มีชีวิตและส่งิ แวดลอ้ ม รวมท้ัง
การพยากรณ์อากาศ
3. เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกดิ และวิวฒั นาการของเอกภพกาแลก็ ซดี าวฤกษแ์ ละ
ระบบสุรยิ ะ ความสัมพันธ์ของดาราศาสตร์กับมนุษยจ์ ากการศึกษาตําแหน่งดาวบนทรงกลมฟ้าและปฏิสัมพนั ธ์
ภายในระบบสรุ ิยะ รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศในการดาํ รงชวี ิต
คณุ ภาพผเู้ รยี น
ผู้เรยี นทเ่ี รยี นครบทุกผลการเรยี นรู้ มีคณุ ภาพดังน้ี
• เขา้ ใจวิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ในการค้นหาคาํ ตอบเก่ียวกบั สิ่งมีชวี ิต สารที่เปน็ องคป์ ระกอบของ
ส่งิ มีชีวติ และปฏิกริ ยิ าเคมีภายในเซลล์ การใช้กล้องจลุ ทรรศน์ โครงสร้างและหนา้ ท่ขี องเซลลก์ ารลาํ เลียงสารเข้า
และออกจากเซลลก์ ารแบง่ เซลลแ์ ละการหายใจระดบั เซลล์
• เขา้ ใจหลกั การถ่ายทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมของสิง่ มีชวี ิต การถา่ ยทอดยนี บนออโตโซมและ
โครโมโซมเพศ โครงสร้างและองคป์ ระกอบทางเคมีของดีเอ็นเอ การจําลองดีเอน็ เอ กระบวนการสังเคราะหโ์ ปรตีน
การเกดิ มวิ เทชันในส่งิ มชี ีวิต หลักการและการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีทางดีเอน็ เอ หลักฐานและข้อมลู ที่ใช้ใน
การศกึ ษาววิ ัฒนาการของสิง่ มีชวี ติ แนวคดิ เกีย่ วกับววิ ัฒนาการของส่งิ มีชีวติ เงอ่ื นไขของภาวะสมดุลของฮาร์ดี-ไวน์
เบริ ์ก กระบวนการเกิดสปชี ีสใ์ หม่ของสง่ิ มชี วี ิต ความหลากหลายทางชีวภาพ กาํ เนดิ ของส่ิงมชี ีวติ ลักษณะสําคัญ
ของสิ่งมีชวี ติ กลมุ่ แบคทเี รยี โพรทิสต์ พชื ฟงั ไจ และสัตว์การจําแนกสง่ิ มีชีวิตออกเปน็ หมวดหมู่และวธิ กี ารเขียนชื่อ
วทิ ยาศาสตร์
• เข้าใจโครงสร้างและสว่ นประกอบของพชื ทัง้ ราก ลาํ ตน้ และใบ การแลกเปลี่ยนแกส๊ การคายน้ำ การ
ลาํ เลียงน้ำและธาตอุ าหาร การลาํ เลยี งอาหาร การสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืช กระบวนการสร้างเซลล์สบื พันธแุ์ ละ
การปฏิสนธขิ องพชื ดอก การเกิดผลและเมล็ด บทบาทของสารควบคมุ การเจริญเตบิ โตของพชื และการประยกุ ต์ใช้
และการตอบสนองของพืช
• เข้าใจกลไกการรกั ษาดุลยภาพของส่งิ มชี ีวิต โครงสร้าง หนา้ ที่ และกระบวนการต่าง ๆ ของสัตว์และ
ฉ
มนษุ ย์ ได้แก่ การย่อยอาหาร การแลกเปลีย่ นแก๊ส การเคล่ือนท่ี การกาํ จดั ของเสียออกจากร่างกายของส่ิงมีชีวิต
ระบบหมนุ เวียนเลอื ด ระบบภูมิคุม้ กันในรา่ งกายของมนุษย์การทํางานของระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สกึ
ระบบสืบพันธก์ุ ารปฏสิ นธิการเจรญิ เตบิ โต ฮอรโ์ มนและพฤติกรรมของสตั ว์
• เข้าใจกระบวนการถ่ายทอดพลงั งานและการหมุนเวียนสารในระบบนิเวศความหลากหลายของไบโอม
การเปลี่ยนแปลงแทนท่แี บบต่าง ๆ ในระบบนเิ วศ การเปลย่ี นแปลงจาํ นวนประชากรมนุษย์ในระดบั ท้องถิ่น
ระดบั ประเทศ และระดบั โลก แนวทางการป้องกันและแกไ้ ขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
• เข้าใจการศกึ ษาโครงสร้างอะตอมของนักวทิ ยาศาสตร์การจดั เรียงอิเล็กตรอนในอะตอม สมบัตบิ าง
ประการของธาตุและการจดั เรียงธาตุในตารางธาตุ พนั ธะเคมีสมบัตขิ องสารทมี่ ีความสัมพันธ์กับพนั ธะเคมีกฎต่าง ๆ
ของแกส๊ และสมบัติของแกส๊ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอนิ ทรยี แ์ ละประเภทและสมบตั ิของพอลเิ มอร์
• เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมีการคาํ นวณปรมิ าณสารต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกบั ปฏกิ ริ ิยาเคมีอัตรา
การเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมีและปัจจัยทมี่ ผี ลตอ่ อตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมสี มดลุ ในปฏิกิริยาเคมีและปจั จัยท่มี ผี ลต่อสมดลุ
เคมีทฤษฎกี รด-เบส สมบตั แิ ละปฏกิ ริ ิยาของกรด-เบสสารละลายบฟั เฟอร์ปฏิกริ ิยารีดอกซ์และเซลล์เคมไี ฟฟ้า
• เขา้ ใจข้อปฏบิ ัติเบื้องตน้ เก่ียวกับความปลอดภัยในการทำปฏบิ ัตกิ ารเคมีการเลือกใช้อปุ กรณ์หรอื
เครื่องมอื ในการทำปฏิบตั กิ าร หน่วยวดั และการเปลี่ยนหนว่ ยวัดด้วยการใชแ้ ฟกเตอรเ์ ปลี่ยนหนว่ ย การคํานวณ
เกย่ี วกับมวลอะตอม มวลโมเลกลุ และมวลสตู ร ความสัมพันธ์ของโมล จำนวนอนภุ าค มวล และปริมาตรของแก๊สท่ี
STP การคํานวณสูตรอย่างง่ายและสตู รโมเลกลุ ของสาร ความเข้มขน้ ของสารละลาย การเตรยี มสารละลาย และ
การบรู ณาการความร้แู ละทักษะในการอธิบายปรากฏการณ์ในชวี ิตประจำวันและการแก้ปญั หาทางเคมี
• เขา้ ใจธรรมชาติของฟสิ ิกสก์ ระบวนการวดั ความสมั พันธ์ระหวา่ งปรมิ าณทเี่ กย่ี วขอ้ งกับการเคล่อื นที่
การเคล่ือนที่ในแนวตรง แรงลัพธก์ ฎการเคลื่อนที่ แรงเสียดทาน กฎความโน้มถ่วงสากล สนามโนม้ ถว่ ง งาน กฎ
การอนรุ ักษ์พลงั งานกล สมดุลกลของวัตถุ เครอ่ื งกลอย่างงา่ ยโมเมนตัมและการดล กฎการอนรุ กั ษโ์ มเมนตมั การ
ชน และการเคลื่อนที่ในแนวโค้ง
• เข้าใจการเคลอื่ นที่แบบคลนื่ ปรากฏการณ์คล่นื การสะท้อน การหักเห การเล้ียวเบนและการแทรก
สอด หลกั การของฮอยเกนส์การเคลือ่ นที่ของคลืน่ เสยี ง ปรากฏการณ์ท่เี ก่ยี วข้องกบั เสยี ง ความเข้มเสยี งและระดบั
เสยี ง การไดย้ ิน ภาพทีเ่ กิดจากกระจกเงาและเลนส์ปรากฏการณ์ทีเ่ ก่ียวข้องกบั แสงและการมองเหน็ แสงสี
• เขา้ ใจสนามไฟฟา้ แรงไฟฟา้ กฎของคูลอมบศ์ กั ย์ไฟฟา้ ตัวเกบ็ ประจตุ วั ต้านทานและกฎของโอห์ม
พลังงานไฟฟ้า การเปลยี่ นพลังงานทดแทนเปน็ พลังงานไฟฟา้ เทคโนโลยีดา้ นพลงั งาน สนามแม่เหลก็ ความสมั พันธ์
ระหว่างสนามแมเ่ หล็กกบั กระแสไฟฟา้ การเหนีย่ วนําแม่เหลก็ ไฟฟ้า ไฟฟา้ กระแสสลบั คล่นื แม่เหล็กไฟฟ้า และ
ประโยชน์ของคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้า
• เขา้ ใจผลของความร้อนต่อสสาร สภาพยดื หยนุ่ ความดนั ในของไหล แรงพยุงของไหลอดุ มคตทิ ฤษฎี
ช
จลนข์ องแกส๊ แนวคดิ ควอนตัมของพลังงาน ทฤษฎีอะตอมของโบร์ ปรากฏการณโ์ ฟโตอิเลก็ ทรกิ ทวภิ าวะของคลื่น
และอนภุ าค การสลายของนวิ เคลยี สกมั มนั ตรังสีกัมมันตภาพ ปฏกิ ิรยิ านิวเคลียร์ พลงั งานนวิ เคลยี รค์ วามสมั พนั ธ์
ระหวา่ งมวลและพลังงานแรงภายในนิวเคลยี ส และการค้นคว้าวจิ ยั ด้านฟสิ ิกสอ์ นภุ าค
• เข้าใจการแบ่งชนั้ และสมบัติของโครงสร้างโลก สาเหตุ และรปู แบบการเคลื่อนท่ีของแผน่ ธรณที ่ี
สมั พนั ธ์กบั การเกดิ ลักษณะธรณสี ณั ฐานและธรณโี ครงสรา้ งแบบต่าง ๆ หลักฐานทางธรณีวิทยาทีพ่ บในปัจจบุ นั และ
การลําดับเหตกุ ารณ์ทางธรณีวิทยาในอดีต สาเหตุ กระบวนการเกดิ แผน่ ดนิ ไหว ภเู ขาไฟระเบิด สนึ ามิผลกระทบ
แนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยสมบัติและการจาํ แนกชนิดของแร่ กระบวนการเกิดและการ
จําแนกชนิดหนิ กระบวนการเกิดและการสํารวจแหลง่ ปโิ ตรเลียมและถ่านหนิ การแปลความหมายจากแผนทีภ่ มู ิ
ประเทศและแผนท่ีธรณวี ิทยา และการนําข้อมูลทางธรณีวิทยาไปใช้ประโยชน์
• เขา้ ใจปจั จัยสําคญั ทม่ี ีผลตอ่ การรับและปลดปลอ่ ยพลงั งานจากดวงอาทิตย์กระบวนการทที่ ําใหเ้ กดิ
สมดลุ พลงั งานของโลก ผลของแรงเน่ืองจากความแตกตา่ งของความกดอากาศแรงคอริออลสิ แรงสศู่ ูนยก์ ลางและ
แรงเสียดทานท่ีมตี ่อการหมุนเวยี นของอากาศ การหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูด และผลท่ีมีต่อภูมอิ ากาศ
ปัจจยั ทที่ าํ ให้เกิดการแบ่งชน้ั น้ำและการหมนุ เวยี นของน้ำในมหาสมทุ ร รปู แบบการหมุนเวยี นของน้ำในมหาสมทุ ร
และผลของการหมุนเวียนของน้ำในมหาสมทุ รทมี่ ตี ่อลกั ษณะลมฟ้าอากาศ ส่งิ มชี ีวิตและสงิ่ แวดล้อม ความสัมพันธ์
ระหว่างเสถียรภาพอากาศและการเกดิ เมฆ การเกิดแนวปะทะอากาศแบบตา่ ง ๆ และลักษณะลมฟ้าอากาศที่
เก่ยี วขอ้ งปจั จัยต่าง ๆ ท่ีมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศของโลก รวมท้ังการแปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้า
อากาศและการพยากรณ์ลักษณะลมฟา้ อากาศเบื้องตน้ จากแผนที่อากาศและข้อมูลสารสนเทศ
• เข้าใจการกาํ เนดิ และการเปลย่ี นแปลงพลังงาน สสาร ขนาดอณุ หภูมขิ องเอกภพหลกั ฐานทส่ี นับสนุน
ทฤษฎีบิกแบง ประเภทของกาแลก็ ซีโครงสรา้ งและองคป์ ระกอบของกาแลก็ ซีทางชา้ งเผือก กระบวนการเกดิ ดาว
ฤกษ์และการสรา้ งพลงั งานของดาวฤกษ์ ปัจจัยทสี่ ่งผลตอ่ ความส่องสว่างของดาวฤกษ์และความสมั พันธ์ระหวา่ ง
ความสอ่ งสวา่ งกับโชติมาตรของดาวฤกษ์ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสีอณุ หภูมผิ วิ และสเปกตรัมของดาวฤกษว์ ธิ กี ารหา
ระยะทางของดาวฤกษ์ดว้ ยหลักการแพรลั แลกซ์ ววิ ฒั นาการและการเปล่ียนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์
กระบวนการเกดิ ระบบสรุ ิยะ การแบง่ เขตบรวิ ารของดวงอาทิตยล์ ักษณะของดาวเคราะห์ที่เอ้ือต่อการดํารงชีวติ
การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ยด์ ว้ ยกฎเคพเลอร์และกฎความโนม้ ถ่วงของนิวตัน โครงสรา้ งของดวง
อาทิตย์การเกดิ ลมสุรยิ ะ พายุสุริยะและผลที่มีต่อโลก การระบุพิกดั ของดาวในระบบขอบฟ้าและระบบศูนยส์ ตู ร
เสน้ ทางการข้ึนการตกของดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์ เวลาสุริยคติและการเปรียบเทยี บเวลาของแต่ละเขตเวลาบน
โลก การสํารวจอวกาศและการประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยีอวกาศ
• ระบุปัญหา ตั้งคําถามทจ่ี ะสาํ รวจตรวจสอบ โดยมกี ารกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรตา่ ง ๆ
สบื ค้นขอ้ มลู จากหลายแหล่ง ตงั้ สมมติฐานทเ่ี ป็นไปไดห้ ลายแนวทาง ตัดสนิ ใจเลอื กตรวจสอบสมมตฐิ านท่ีเปน็ ไปได้
• ต้งั คําถามหรอื กำหนดปญั หาที่อยูบ่ นพนื้ ฐานของความรแู้ ละความเขา้ ใจทางวทิ ยาศาสตร์ ทแี่ สดงให้
ซ
เหน็ ถึงการใชค้ วามคิดระดับสูงท่ีสามารถสาํ รวจตรวจสอบหรือศึกษาคน้ ควา้ ได้อยา่ งครอบคลมุ และเชื่อถือได้สรา้ ง
สมมตฐิ านท่มี ที ฤษฎรี องรบั หรือคาดการณส์ ิง่ ท่จี ะพบ เพื่อนําไปสกู่ ารสํารวจตรวจสอบ ออกแบบวิธกี ารสาํ รวจ
ตรวจสอบตามสมมตฐิ านท่กี ำหนดไว้ได้อย่างเหมาะสมมหี ลักฐานเชิงประจกั ษ์ เลอื กวัสดุ อุปกรณ์ รวมทง้ั วิธกี ารใน
การสาํ รวจตรวจสอบอยา่ งถูกต้องทงั้ ในเชงิ ปรมิ าณและคณุ ภาพ และบนั ทึกผลการสํารวจตรวจสอบอย่างเปน็ ระบบ
• วิเคราะห์แปลความหมายข้อมูล และประเมินความสอดคล้องของข้อสรปุ เพื่อตรวจสอบกับสมมตฐิ าน
ทตี่ งั้ ไว้ให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงวธิ ีการสาํ รวจตรวจสอบ จดั กระทำขอ้ มลู และนาํ เสนอขอ้ มูลดว้ ยเทคนิควธิ ีท่ี
เหมาะสม สอื่ สารแนวคดิ ความร้จู ากผลการสาํ รวจตรวจสอบ โดยการพูด เขียน จดั แสดงหรือใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ เพ่ือใหผ้ ูอ้ นื่ เขา้ ใจ โดยมีหลกั ฐานอา้ งองิ หรอื มที ฤษฎรี องรบั
• แสดงถงึ ความสนใจ มงุ่ ม่นั รบั ผิดชอบ รอบคอบ และซ่ือสัตย์ ในการสืบเสาะหาความร้โู ดยใช้เครือ่ งมือ
และวธิ กี ารที่ให้ไดผ้ ลถูกต้อง เชอ่ื ถือไดม้ ีเหตุผลและยอมรับไดว้ ่าความรู้ทางวิทยาศาสตรอ์ าจมีการเปล่ยี นแปลงได้
• แสดงถงึ ความพอใจและเหน็ คุณค่าในการคน้ พบความรู้พบคําตอบ หรอื แกป้ ัญหาไดท้ ำงานรว่ มกบั
ผู้อ่ืนอยา่ งสร้างสรรคแ์ สดงความคิดเห็นโดยมีขอ้ มูลอ้างอิงและเหตุผลประกอบเก่ียวกบั ผลของการพัฒนาและการ
ใชว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีอยา่ งมีคณุ ธรรมต่อสงั คมและส่งิ แวดล้อม และยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผู้อืน่
• เข้าใจความสัมพนั ธข์ องความรู้วิทยาศาสตร์ท่มี ผี ลต่อการพัฒนาเทคโนโลยปี ระเภทตา่ ง ๆ และการ
พฒั นาเทคโนโลยีที่ส่งผลให้มีการคิดค้นความรู้ทางวิทยาศาสตรท์ ีก่ ้าวหนา้ ผลของเทคโนโลยตี ่อชวี ติ สังคม และ
สง่ิ แวดล้อม
• ตระหนักถึงความสำคญั และเห็นคณุ คา่ ของความร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยที ี่ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ใช้
ความรูแ้ ละกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยใี นการดำรงชวี ติ และการประกอบอาชีพ แสดงความชน่ื ชม
ภูมิใจ ยกย่อง อ้างอิงผลงาน ช้นิ งานท่เี ป็นผลมาจากภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ และการพัฒนาเทคโนโลยีท่ที นั สมัย ศกึ ษาหา
ความรู้เพิ่มเติม ทำโครงงานหรือสรา้ งชนิ้ งานตามความสนใจ
• แสดงความซาบซ้ึง ห่วงใย มีพฤตกิ รรมเกี่ยวกับการใช้และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม
อย่างรูค้ ุณค่า เสนอตัวเองรว่ มมือปฏิบัติกบั ชมุ ชนในการป้องกนั ดแู ลทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ มของ
ทอ้ งถิ่น
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผเู้ รยี นให้มคี ุณภาพตามหลักมาตรฐานการเรียนรู้ ซ่งึ การ
พฒั นาผู้เรยี นให้บรรลมุ าตรฐานการเรยี นรู้ทก่ี ำหนดนั้น จะช่วยให้ผ้เู รียนเกดิ สมรรถนะสำคญั 5 ประการ ดังน้ี
1. ความสามารถในการส่อื สาร เปน็ ความสามารถในการรบั และสง่ สาร มวี ฒั นธรรมในการใชภ้ าษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเขา้ ใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพือ่ แลกเปลีย่ นข้อมลู ขา่ วสารและ
ประสบการณ์อนั จะเปน็ ประโยชนต์ ่อการพฒั นาตนเองและสงั คม รวมทง้ั การเจรจาตอ่ รองเพ่ือขจัดและลดปัญหา
ฌ
ความขัดแย้งตา่ ง ๆ การเลือกรับหรอื ไม่รับขอ้ มูลข่าวสารด้วยหลกั เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้
วธิ กี ารสอื่ สารทม่ี ปี ระสิทธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทมี่ ีต่อตนเองและสงั คม
2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวเิ คราะห์ การคดิ สังเคราะห์ การคดิ อย่าง
สรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อนำไปสู่การสรา้ งองค์ความรูห้ รอื สารสนเทศเพื่อ
การตดั สินใจเก่ยี วกับตนเองและสงั คมไดอ้ ย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา เป็นความสามารถในการแกป้ ญั หาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพนื้ ฐานของหลักเหตผุ ล คุณธรรมและข้อมลู สารสนเทศ เขา้ ใจความสัมพนั ธ์และการ
เปลยี่ นแปลงของเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ในสงั คม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใชใ้ นการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมกี ารตัดสินใจท่ีมีประสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทเ่ี กดิ ข้นึ ตอ่ ตนเอง สงั คมและสิง่ แวดลอ้ ม
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใชใ้ นการ
ดำเนนิ ชวี ิตประจำวัน การเรยี นรดู้ ้วยตนเอง การเรียนรู้อยา่ งต่อเน่ือง การทำงาน และการอยรู่ ว่ มกันในสงั คมด้วย
การสร้างเสริมความสมั พนั ธ์อันดรี ะหว่างบุคคล การจดั การปัญหาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อยา่ งเหมาะสม
การปรับตวั ใหท้ นั กับการเปล่ยี นแปลงของสงั คมและสภาพแวดล้อม และการรจู้ กั หลีกเล่ยี งพฤติกรรมไมพ่ ึงประสงค์
ท่ีสง่ ผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เปน็ ความสามารถในการเลอื กและใชเ้ ทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอ่ื การพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การส่ือสาร การทำงาน
การแก้ปัญหาอย่างสรา้ งสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมคี ุณธรรม
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์สำคญั ของผู้เรยี น
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน มงุ่ พัฒนาผู้เรียนใหม้ คี ุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ เพื่อให้สามารอยู่
รว่ มกับผู้อน่ื ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ ในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ
3. มีวินัย
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยู่อยา่ งพอเพียง
6. ม่งุ มัน่ ในการทำงาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
ญ
ผลการเรียนรูแ้ ละสาระการเรียนรูเ้ พ่ิมเติม ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5
สาระเคมี
1. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุพนั ธะเคมีและสมบัติของสาร
แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้ังการนาํ ความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้เพิ่มเตมิ
1. อธบิ ายความสมั พันธ์และคาํ นวณปรมิ าตร สมบตั ขิ องแกส๊
ความดัน หรืออุณหภูมขิ องแก๊สท่ีภาวะตา่ ง ๆตามกฎของ ความสมั พันธ์ของปรมิ าตร ความดนั และอุณหภมู ิ
บอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์-ลสู แซก ของแก๊ส
− กฎของบอยล์
− กฎของชารล์
− กฎของเกย-์ ลสู แซก
2. คํานวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแกส๊ ท่ี − กฎรวมแกส๊
ภาวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส
3. คาํ นวณปริมาตร ความดนั อุณหภูมจิ ำนวนโมล − กฎของอาโวกาโดร
หรอื มวลของแกส๊ จากความสัมพนั ธต์ ามกฎของ − กฎแกส๊ อดุ มคติ
อาโวกาโดร และกฎแกส๊ อดุ มคติ
4. คํานวณความดนั ย่อยหรือจำนวนโมลของแก๊ส − กฎความดันยอ่ ยของดอลตัน
ในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดันย่อยของดอลตัน
5. อธบิ ายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎจี ลน์ การแพรข่ องแก๊ส
ของแกส๊ คํานวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่ของแก๊ส − การแพร่ของแกส๊ โดยใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
โดยใชก้ ฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม − การแพรผ่ า่ นของเกรแฮม
6. สบื คน้ ข้อมลู นําเสนอตัวอยา่ ง และอธบิ ายการ เทคโนโลยที ่ีเกยี่ วข้องกับสมบัตขิ องแก๊ส
ประยกุ ต์ใช้ความรู้เก่ียวกับสมบตั ิและกฎตา่ ง ๆ ของแกส๊ ใน
การอธบิ ายปรากฏการณห์ รือแก้ปญั หาในชวี ิตประจำวัน
และในอตุ สาหกรรม
ฎ
2. เข้าใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสัมพันธใ์ นปฏกิ ริ ิยาเคมี อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี สมดลุ ใน
ปฏิกริ ิยาเคมี สมบตั ิและปฏิกิรยิ าของกรด-เบส ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์และเซลล์เคมไี ฟฟ้า รวมทั้งการนาํ ความรไู้ ปใช้
ประโยชน์
ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูเ้ พ่มิ เตมิ
1. ทดลอง และเขียนกราฟการเพ่ิมข้ึนหรือลดลง ความหมายเกีย่ วกับอตั ราการเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
ของสารที่ทำการวดั ในปฏกิ ิริยา
2. คํานวณอัตราการเกดิ ปฏิกิริยาเคมีและเขยี นกราฟ คาํ นวณเก่ียวกบั อตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
การลดลงหรอื เพ่มิ ข้นึ ของสารท่ไี ม่ได้วดั ในปฏกิ ิรยิ า
3. เขยี นแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกนั พลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกริ ิยาเคมี
ของอนภุ าคและพลังงานที่สง่ ผลต่ออตั ราการเกิดปฏิกิริยา
เคมี
4. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเข้มขน้ พ้ืนทผ่ี ิว ปจั จยั ที่มผี ลต่ออัตราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
ของสารตั้งตน้ อณุ หภมู ิและตัวเรง่ ปฏิกริ ยิ าที่มตี ่ออตั ราการ
เกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
5. เปรยี บเทียบอตั ราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเมื่อมีการ ปัจจัยที่มผี ลต่ออัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
เปล่ียนแปลงความเข้มขน้ พืน้ ทผ่ี วิ ของสารต้ังตน้ อณุ หภมู ิ
และตัวเร่งปฏกิ ิริยา
6. ยกตวั อยา่ ง และอธบิ ายปัจจัยท่ีมผี ลตอ่ อัตราการ ปัจจยั ที่มผี ลต่ออัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีใน
เกดิ ปฏิกิริยาเคมีในชวี ิตประจำวันหรืออุตสาหกรรม ชวี ิตประจำวนั หรอื อุตสาหกรรม
7. ทดสอบ และอธบิ ายความหมายของปฏิกิรยิ าผนั กลบั การเปล่ียนแปลงท่ีผนั กลบั ได้
ไดแ้ ละภาวะสมดุล
8. อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงความเข้มขน้ ของสาร การเปลยี่ นแปลงทภ่ี าวะสมดุล
อัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าไปขา้ งหน้า และอตั ราการ
เกิดปฏกิ ริ ยิ าย้อนกลบั เม่ือเริ่มปฏกิ ริ ยิ าจนกระทง่ั ระบบอยู่
ในภาวะสมดุล
9. คาํ นวณคา่ คงท่ีสมดลุ ของปฏิกริ ยิ า ความสัมพนั ธร์ ะหว่างความเข้มขันของสารต่างๆ
ณ ภาวะสมดุล
− ค่าคงทสี่ มดุล
10. คํานวณความเขม้ ขน้ ของสารท่ภี าวะสมดลุ − คำนวณความเข้มข้นของสารทภ่ี าวะสมดลุ
11. คาํ นวณค่าคงท่สี มดุลหรือความเขม้ ข้นของ − คา่ คงทสี่ มดลุ กับสมการเคมี
ฏ
ปฏิกริ ยิ าหลายข้นั ตอน ปจั จัยท่ีมผี ลต่อภาวะสมดุล
12. ระบปุ ัจจยั ทม่ี ผี ลต่อภาวะสมดุลและค่าคงท่สี มดลุ ของ สมดุลเคมีในชีวติ ประจำวนั
ระบบ รวมทง้ั คาดคะเนการเปลี่ยนแปลงที่เกดิ ขน้ึ เมื่อภาวะ
สมดลุ ของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลักของ
เลอชาเตอลเิ อ
13. ยกตัวอยา่ ง และอธบิ ายสมดลุ เคมขี องกระบวนการท่ี
เกดิ ข้ึนในส่งิ มีชวี ติ ปรากฏการณ์ในธรรมชาติและ
กระบวนการในอตุ สาหกรรม
ฐ
คำอธบิ ายรายวิชา
รายวิชา เคมี รหัสวิชา ว32223 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี5
ภาคเรยี นท่ี1 ปีการศกึ ษา 2565 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต
ศึกษาและอธิบายความสมั พันธ์ของปรมิ าตร ความดนั และอณุ หภูมิ คำนวณหาปรมิ าตร
ความดนั หรืออุณหภมู ิ ของแกส๊ ตามกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูแซก และกฎรวมแกส๊ คำนวณหา
ปริมาตร ความดนั อุณหภูมิ จำนวนโมล หรอื มวลของแกส๊ ตามกฎของอาโวกาโดร และกฎแก๊สอดุ มคติ คำนวณ
ความดันย่อย หรือจำนวนโมลของแก๊สในแกส๊ ผสมโดยใช้กฎความดนั ย่อยของดอลตัน ศึกษาและทดลองการแพร่
และอตั ราการแพร่ของแก๊ส คำนวณเกยี่ วกบั กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม ศึกษาเทคโนโลยที ่เี ก่ยี วข้องกับสมบัติของ
แกส๊ ศกึ ษาและทดลองเกี่ยวกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี คำนวณหาอัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมีของสารจากกราฟ
ศกึ ษาและวิเคราะห์แนวคดิ เกี่ยวกับการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี โดยใชท้ ฤษฎีจลน์และการชนกันของอนุภาค ศึกษา
ทดลอง และอธิบายผลของความเข้มขน้ พืน้ ทผ่ี วิ ของสารตงั้ ต้น อณุ หภมู ิ และตวั เร่งปฏิกริ ิยาท่ีมีต่ออัตราการ
เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี ยกตวั อย่างและอธิบายปัจจัยท่ีมีผลตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมีในชวี ิตประจำวนั และ
อตุ สาหกรรม ศึกษาการเกิดปฏกิ ริ ยิ าไปขา้ งหน้า ปฏกิ ิรยิ าย้อนกลบั และปฏิกิริยาทีผ่ ันกลับได้ ทดลองเกีย่ วกับ
ปฏกิ ริ ยิ าทผี่ นั กลับได้ ศกึ ษาและทดลองสมดลุ เคมีในปฏิกริ ิยา วิเคราะหค์ วามสัมพนั ธ์ระหว่างความเข้มข้นของสาร
ต่างๆ ณ ภาวะสมดลุ ค่าคงที่สมดุลกบั สมการเคมี คำนวณหาคา่ คงที่สมดุล และห้าความเขม้ ขน้ ของสารในปฏกิ ริ ยิ า
ณ ภาวะสมดลุ ทดลองเพื่อศึกษาผลของความเข้มข้น ความดนั และอุณหภมู ติ อ่ ภาวะสมดลุ และค่าคงที่สมดุล
ศกึ ษาหลักของเลอชาเตอลิเอ และการนำหลักเลอชาเตอลเิ อไปใช้อธิบายสมดลุ เคมี ของกระบวนการท่เี กดิ ข้นึ ใน
สงิ่ มีชีวติ ปรากฏการณ์ในธรรมชาติ และกระบวนการในอตุ สาหกรรม
โดยใช้การเรยี นรดู้ ้วยกระบวนการวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจตรวจสอบ สามารถ
นำความรูแ้ ละหลักการไปใชป้ ระโยชน์ เชื่อมโยง อธบิ ายปรากฏการณ์ หรอื แกป้ ัญหาในชีวติ ประจำวนั สามารถจัด
กระทำและวิเคราะห์ข้อมลู สื่อสารสิง่ ทีเ่ รยี นรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจแกป้ ญั หา มีจิตวทิ ยาศาสตร์ เห็น
คณุ ค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความสมั พันธแ์ ละคํานวณปริมาตร ความดนั หรอื อุณหภูมิของแกส๊ ทภี่ าวะตา่ ง ๆตามกฎของบอยล์
กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลสู แซก
2. คาํ นวณปริมาตร ความดัน หรอื อุณหภูมขิ องแกส๊ ทีภ่ าวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส
3. คํานวณปริมาตร ความดนั อุณหภูมิจํานวนโมลหรอื มวลของแกส๊ จากความสมั พันธ์ตามกฎของอาโวกาโดร
และกฎแกส๊ อุดมคติ
4. คํานวณความดันย่อยหรอื จาํ นวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม โดยใชก้ ฎความดนั ย่อยของดอลตัน
ฑ
5. อธบิ ายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ คาํ นวณและเปรียบเทยี บอัตราการแพรข่ องแกส๊ โดยใช้
กฎการแพร่ผา่ นของเกรแฮม
6. สบื ค้นขอ้ มูล นาํ เสนอตวั อยา่ ง และอธิบายการประยุกตใ์ ช้ความร้เู กี่ยวกบั สมบตั ิและกฎต่าง ๆของแกส๊ ใน
การอธบิ ายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจําวันและในอุตสาหกรรม
7. ทดลอง และเขยี นกราฟการเพ่มิ ข้นึ หรือลดลงของสารที่ทาํ การวัดในปฏิกิรยิ า
8. คํานวณอตั ราการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมแี ละเขยี นกราฟการลดลงหรือเพ่ิมขนึ้ ของสารที่ไม่ไดว้ ัดในปฏิกิรยิ า
9. เขยี นแผนภาพ และอธิบายทิศทางการชนกนั ของอนุภาคและพลังงานท่สี ่งผลต่ออตั ราการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
10. ทดลอง และอธบิ ายผลของความเขม้ ขน้ พื้นทผ่ี ิวของสารตั้งต้น อณุ หภมู แิ ละตัวเร่งปฏกิ ริ ิยาทม่ี ีต่ออตั รา
การเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
11. เปรียบเทยี บอตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเม่ือมกี ารเปลีย่ นแปลงความเขม้ ขน้ พน้ื ที่ผิวของสารตั้งต้นอณุ หภมู ิและ
ตวั เรง่ ปฏกิ ิรยิ า
12. ยกตวั อย่าง และอธบิ ายปัจจัยท่มี ีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมใี นชีวิตประจาํ วันหรืออุตสาหกรรม
13. ทดสอบ และอธบิ ายความหมายของปฏิกิริยาผันกลับได้และภาวะสมดลุ
14. อธิบายการเปลี่ยนแปลงความเขม้ ข้นของสารอตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาไปขา้ งหน้า และอัตราการเกดิ ปฏิกิรยิ า
ยอ้ นกลับ เม่ือเรม่ิ ปฏกิ ิริยาจนกระท่ังระบบอยู่ในภาวะสมดุล
15. คาํ นวณค่าคงทสี่ มดลุ ของปฏิกิริยา
16. คํานวณความเข้มขน้ ของสารทภี่ าวะสมดลุ
17. คํานวณคา่ คงทส่ี มดลุ หรือความเข้มขน้ ของปฏิกริ ยิ าหลายข้ันตอน
18. ระบุปจั จยั ท่มี ีผลต่อภาวะสมดุลและคา่ คงทีส่ มดุลของระบบ รวมท้งั คาดคะเนการเปลยี่ นแปลงท่เี กิดขนึ้ เม่ือ
ภาวะสมดลุ ของระบบถูกรบกวน โดยใช้หลกั ของเลอชาเตอลิเอ
19. ยกตัวอย่าง และอธบิ ายสมดลุ เคมขี องกระบวนการท่ีเกดิ ขึ้นในสิง่ มชี ีวติ ปรากฏการณใ์ นธรรมชาติและ
กระบวนการในอุตสาหกรรม
รวมทั้งหมด 19 ผลการเรยี นรู้
ฒ
โครงสร้างรายวชิ า
รหัสวิชา ว32223 รายวิชา เคมี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ช่ัวโมง
หน่วย ชอื่ หน่วย สาระการเรียนร้/ู สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา นำ้ หนัก
ที่ การเรียนรู้
1 แก๊ส ผลการเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน
สาระเคมี ขอ้ 1 • พฤติกรรมของแกส๊ และความสมั พันธ์ 2 3
เขา้ ใจโครงสร้างอะตอม ระหว่างปริมาตร ความดัน และอุณหภูมิ
การจัดเรียงธาตุในตาราง ของแกส๊ อธบิ ายได้ดว้ ยกฎของบอยลก์ ฎ
ธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะ ของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก และกฎรวม
เคมีและสมบัติของสาร แกส๊ ซงึ่ สามารถนาํ มาใช้ในการคาํ นวณ
แกส๊ และสมบัติของแก๊ส ปรมิ าตร ความดัน หรอื อุณหภมู ิของแก๊สที่
ประเภทและสมบตั ิของ ภาวะตา่ ง ๆ ได้
สารประกอบอนิ ทรยี ์และ
พอลเิ มอร์ รวมทั้งการนํา
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความสัมพันธ์
และคํานวณปริมาตร
ความดนั หรืออุณหภูมขิ อง
แก๊สทภ่ี าวะต่าง ๆตามกฎ
ของบอยล์กฎของชาร์ล
กฎของเกย์-ลูสแซก
2. คาํ นวณปริมาตร 25
ความดนั หรืออณุ หภูมิของ
แก๊สทภ่ี าวะต่าง ๆ ตามกฎ
รวมแก๊ส
ณ
หน่วย ชอ่ื หน่วย สาระการเรียนรู้/ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา น้ำหนัก
ที่ การเรียนรู้
ผลการเรียนรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
3. คํานวณปรมิ าตร • ความสมั พนั ธ์ระหว่างปริมาตร 4 10
ความดนั อุณหภูมิจํานวน และจาํ นวนโมลหรอื มวลของแกส๊ อธิบาย
โมลหรือมวลของแกส๊ จาก ความสมั พนั ธไ์ ดด้ ว้ ยกฎของอาโวกาโดร
ความสมั พนั ธต์ ามกฎของ สําหรบั ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปริมาตร
อาโวกาโดร และกฎแกส๊ ความดัน อุณหภูมิและจํานวนโมลของแก๊ส
อดุ มคติ อธิบายไดด้ ้วยกฎแก๊สอุดมคติซึง่ สามารถ
นํามาใช้ในการคํานวณและการอธบิ ายการ
เปลี่ยนแปลงท่เี กยี่ วข้องกบั จาํ นวนโมลของ
แก๊สท่ีภาวะต่างๆได้
4. คํานวณความดันย่อย • ในธรรมชาตแิ กส๊ สว่ นใหญ่อยู่รวมกนั 3 7
หรือจาํ นวนโมลของแกส๊ เป็นแก๊สผสมในกรณีที่แก๊สในแก๊สผสมไม่
ในแก๊สผสม โดยใชก้ ฎ ทําปฏิกิริยากันความดันของแก๊สแต่ละ
ความดันย่อยของดอลตนั ชนิดแปรผันตามเศษส่วนโมลของแก๊ส ที่มี
อยใู่ นแกส๊ ผสมตามกฎความดนั ยอ่ ย
ของดอลตัน
5. อธบิ ายการแพรข่ อง • แกส๊ สามารถแพรไ่ ดก้ ารแพร่ 3 5
แกส๊ โดยใชท้ ฤษฎจี ลนข์ อง ของแกส๊ อธบิ ายได้ด้วยทฤษฎีจลนข์ องแก๊ส
แก๊ส คาํ นวณและ ที่อุณหภูมิเดียวกันแก๊สจะแพร่ได้ช้าหรือ
เปรียบเทียบอตั ราการแพร่ เร็วขึ้นอยู่กับมวลโมเลกุลของแก๊ส อัตรา
ของแกส๊ โดยใชก้ ฎการ การแพร่ของแก๊สเปน็ สัดสว่ นผกผันกับราก
แพร่ผ่านของเกรแฮม ที่สองของมวลโมเลกุลของแก๊สสัมพันธ์กับ
กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
ด
หน่วย ชอ่ื หน่วย สาระการเรยี นร/ู้ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นำ้ หนัก
ท่ี การเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน
6. สืบค้นข้อมูล นําเสนอ • สมบัติและกฎตา่ ง ๆ ของแก๊ส 2 5
ตัวอยา่ ง และอธบิ ายการ สามารถนําไปใช้อธบิ ายปรากฏการณ์หรอื
ประยกุ ต์ใช้ความรู้เก่ยี วกับ ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาํ วันและใน
สมบัติและกฎต่าง ๆของ อุตสาหกรรม
แกส๊ ในการอธบิ าย
ปรากฏการณ์หรือ
แกป้ ัญหาในชวี ติ ประจําวัน
และในอตุ สาหกรรม
2 อัตราการ สาระเคมี ขอ้ 2 • ปฏกิ ิริยาเคมแี ตล่ ะปฏกิ ริ ิยามี 3 5
เกดิ ปฏิกริ ิยา เขา้ ใจการเขียนและการดลุ อตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมีตา่ งกนั โดยอาจ
เคมี สมการเคมี ปริมาณ วัดจากการลดลงของสารตั้งต้นหรือการ
สมั พนั ธใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี เพิม่ ขึ้นของผลติ ภณั ฑ์ต่อหน่งึ หนว่ ยเวลา
อัตราการเกิด และหารดว้ ยเลขสมั ประสทิ ธข์ิ องสารนนั้ ๆ
ปฏกิ ริ ิยาเคมี สมดลุ ใน ในสมการเคมีเพ่ือให้ได้อัตราการ
ปฏกิ ิรยิ าเคมี สมบตั ิและ เกิดปฏิกิริยาเคมที ี่เท่ากันไมว่ ่าจะเปน็ การ
ปฏิกริ ิยาของกรด-เบส วัดจากสารตงั้ ตน้ หรือผลติ ภณั ฑ์
ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซแ์ ละเซลล์
เคมีไฟฟา้ รวมทง้ั การนํา
ความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้
1. ทดลอง และเขยี น
กราฟการเพ่ิมขน้ึ หรือ
ลดลงของสารท่ีทำการวัด
ในปฏิกริ ิยา
หน่วย ชอ่ื หน่วย สาระการเรียนรู้/ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด ต
ที่ การเรียนรู้ ผลการเรยี นรู้
2. คํานวณอัตราการ เวลา น้ำหนัก
เกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมีและเขียน (ช่วั โมง) คะแนน
กราฟการลดลงหรือ
เพิ่มขึ้นของสารท่ีไมไ่ ด้วัด 46
ในปฏิกริ ิยา
3. เขยี นแผนภาพ และ • ปฏกิ ิริยาเคมจี ะเกดิ ขน้ึ ได้ก็ 3 5
4 6
อธิบายทศิ ทางการชนกัน ตอ่ เม่ืออนุภาคของสารตั้งตน้ ชนกนั ใน 4 6
ของอนภุ าคและพลงั งานที่ ทศิ ทางท่ีเหมาะสมและมีพลังงานอยา่ ง
ส่งผลตอ่ อตั ราการ นอ้ ยเท่ากบั พลงั งานก่อกัมมันต์ดงั น้ันอตั รา
เกดิ ปฏิกริ ยิ าเคมี การเกิดปฏิกิริยาจึงขึ้นกบั ทิศทางการชน
และพลังงานทเ่ี กดิ จากการชน
4. ทดลอง และอธบิ าย • อตั ราการเกิดปฏิกริ ิยาเคมีของ
ผลของความเข้มขน้ พ้ืนท่ี สารหนึง่ ๆ ข้ึนอยกู่ บั ความเข้มขน้ พืน้ ที่ผิว
ผวิ ของสารตง้ั ต้น อุณหภูมิ อุณหภูมิตัวเร่งและตัวหน่วงปฏิกิริยา
และตวั เรง่ ปฏิกริ ยิ าท่ีมี นอกจากนี้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมียัง
ตอ่ อตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ า ขน้ึ อย่กู ับชนิดของสารทีท่ ําปฏกิ ิรยิ าดว้ ย
เคมี
5. เปรยี บเทียบอัตราการ
เกิดปฏิกริ ยิ าเมื่อมีการ
เปลีย่ นแปลงความเข้มขน้
พนื้ ที่ผวิ ของสารตง้ั ตน้
อุณหภูมแิ ละตวั เรง่
ปฏกิ ิริยา
ถ
หนว่ ย ชือ่ หน่วย สาระการเรยี นรู/้ สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นำ้ หนัก
ที่ การเรยี นรู้ ผลการเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
6. ยกตัวอยา่ ง และ • ความรู้เกยี่ วกับปจั จัยที่มีผลต่อ
3 สมดลุ เคมี อธบิ ายปจั จยั ที่มผี ลตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมีสามารถนาํ มาใช้ 2 2
อตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี อธิบายกระบวนการท่ีเกดิ ขึน้ ใน
ในชวี ิตประจาํ วนั หรอื ชวี ิตประจําวนั หรืออตุ สาหกรรม
อตุ สาหกรรม
7. ทดสอบ และอธบิ าย • ปฏิกิรยิ าเคมที ่ีสามารถดาํ เนนิ 4 6
ความหมายของปฏิกริ ิยา ไปขา้ งหนา้ และย้อนกลับได้ เรียกวา่ 4 6
ผนั กลบั ได้และภาวะสมดลุ ปฏกิ ิรยิ าผนั กลับไดเ้ ม่ือปฏิกริ ิยาดาํ เนนิ ไป
2 3
ความเขม้ ขน้ ของสารตัง้ ต้นและอัตราการ 2 3
เกิดปฏกิ ริ ยิ าไปข้างหนา้ จะลดลงส่วนความ
8. อธิบายการ เขม้ ขน้ ของผลติ ภณั ฑแ์ ละอตั ราการเกิด
เปล่ียนแปลงความเข้มข้น ปฏิกิริยายอ้ นกลับจะเพ่ิมขึน้ เม่อื อตั ราการ
ของสารอตั ราการ เกดิ ปฏิกิรยิ าไปขา้ งหนา้ เท่ากับอตั ราการ
เกิดปฏิกริ ยิ าไปขา้ งหนา้ เกิดปฏิกริ ยิ าย้อนกลับ ระบบจะอยู่ใน
และอัตราการเกิดปฏิกิรยิ า ภาวะสมดลุ ที่มีความเข้มขน้ ของสารต้ังต้น
ย้อนกลบั เมื่อเริม่ ปฏิกิรยิ า และผลิตภณั ฑค์ งท่เี รยี กวา่ สมดลุ พลวตั
จนกระทัง่ ระบบอยูใ่ น
ภาวะสมดุล
9. คํานวณค่าคงทีส่ มดุล • ณ ภาวะสมดลุ ความสมั พันธ์
ของปฏิกริ ิยา ระหวา่ งความเข้มข้นของผลติ ภัณฑก์ บั สาร
10. คํานวณความเข้มขน้ ตัง้ ตน้ แสดงได้ดว้ ยค่าคงทส่ี มดุล ซง่ึ เป็น
ของสารทภี่ าวะสมดุล ค่าคงที่ ณ อุณหภมู ิหนึ่ง
ท
หน่วย ชอ่ื หน่วย สาระการเรียนร้/ู สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด เวลา นำ้ หนัก
ที่ การเรยี นรู้
ผลการเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน
11. คาํ นวณคา่ คงท่ีสมดลุ • คา่ คงที่สมดลุ ของปฏิกริ ยิ าหลาย 5 8
หรอื ความเข้มขน้ ของ ข้นั ตอน หาไดจ้ ากผลคณู ของค่าคงท่ีสมดุล
ปฏิกิริยาหลายขนั้ ตอน ของปฏิกิริยาย่อยที่นําสมการเคมีมา
รวมกัน โดยถ้ามีการคูณสมการย่อยให้ยก
กําลังค่าคงที่สมดุลด้วยตัวเลขที่คูณ และ
หากมีการกลับข้างสมการ ให้กลับค่าคงท่ี
สมดลุ เปน็ ตัวหาร
12. ระบปุ จั จัยทม่ี ีผลต่อ • เมอ่ื ระบบที่อยู่ในภาวะสมดลุ 5 7
ภาวะสมดุลและคา่ คงท่ี ถกู รบกวน โดยการเปลี่ยนแปลงความ
สมดลุ ของระบบ รวมท้ัง เขม้ ขน้ ของสาร ความดนั หรอื
คาดคะเนการเปลยี่ นแปลง อุณหภมู ิระบบจะเกดิ การเปลีย่ นแปลงเพื่อ
ทเี่ กดิ ข้นึ เมื่อภาวะสมดลุ เข้าสภู่ าวะสมดุลอีกคร้งั ตามหลกั ของเลอ
ของระบบถูกรบกวน โดย ชาเตอลิเอท้ังนีก้ ารเปล่ยี นแปลงอุณหภูมมิ ี
ใชห้ ลกั ของเลอชาเตอลเิ อ ผลทำใหค้ ่าคงที่สมดลุ เปลย่ี นแปลง
13. ยกตัวอย่าง และ • ความรู้เก่ียวกับสมดลุ เคมี 2 2
อธบิ ายสมดลุ เคมีของ สามารถนำมาใช้อธบิ ายกระบวนการท่ี
กระบวนการทีเ่ กิดขึน้ ใน เกิดขึ้นในสงิ่ มชี วี ิต ปรากฏการณใ์ น
สิง่ มีชวี ติ ปรากฏการณใ์ น ธรรมชาตแิ ละกระบวนการในอุตสาหกรรม
ธรรมชาติและกระบวนการ
ในอตุ สาหกรรม
รวม 60 100
ธ
ตารางวิเคราะห์หลักสตู ร
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ปีการศกึ ษา 2565
รหสั วิชา ว32223 เคมี 3 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1
เวลา 3 ช่ัวโมง/สัปดาห์ เวลา 60 ชั่วโมง
สาระเคมี ลำดบั ท่ี หนว่ ยการเรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้
1 ช่ือหน่วยการเรียนรู้
สาระเคมี ข้อ1 2 แก๊ส ขอ้ 1 - 6
สาระเคมี ข้อ2 3 ขอ้ 1 - 6
สาระเคมี ข้อ2 อตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี ขอ้ 7 - 13
สมดลุ เคมี
แผนการประเมินผลการเรียนรู้ น
อตั ราส่วนคะแนน
กอ่ นสอบกลางภาค : สอบกลางภาค : กอ่ นสอบปลายภาค : สอบปลายภาค 5 คะแนน
10 คะแนน
15 : 20 : 35 : 30 20 คะแนน
แผนการประเมนิ ผลการเรยี นรู้และการมอบหมายภาระงาน 8 คะแนน
7 คะแนน
1. ก่อนสอบกลางภาค 15 คะแนน 20 คะแนน
1.1 ทดสอบเก็บคะแนนท้ายหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 30 คะแนน
1.2 สมดุ และแบบฝึกหัดวชิ าเคมี
100 คะแนน
2. ประเมินจากการสอบกลางภาค
3. กอ่ นสอบปลายภาค 35 คะแนน
3.1 ทดสอบเก็บคะแนนท้ายหนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2
3.2 ทดสอบเกบ็ คะแนนท้ายหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3
3.3 สมดุ และแบบฝึกหัดวชิ าเคมี
4. ประเมินจากการสอบปลายภาค
รวม
บ
การวิเคราะห์ผลการเรียนรู้เพ่อื กำหนดนำ้ หนักคะแนน
รายวชิ า เคมี 3 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1
รหสั วชิ า 32223 เวลา 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จำนวน 1.5 หน่วยกติ
คะแนนเกบ็
ลำ ัดบท่ี
ลำ ัดบ ่ัชวโมง ี่ทสอน
จำนวน ่ัชวโมงที่สอน
คะแนนผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
้ดานทักษะ(P)
คุณ ัลกษณะ
กลางภาค
ปลายภาค
สาระ/ผลการเรียนรู้
1 สาระเคมี ข้อ1 ผลการเรยี นรู้ 1-6 1-15 15 15 7 5 3
สอบกลางภาค 2 20
2 สาระเคมี ข้อ2 ผลการเรยี นรู้ 1-6 17- 20 18 7 8 3
36
3 สาระเคมี ข้อ2 ผลการเรยี นรู้ 7-13 37- 23 17 7 7 3
59
สอบปลายภาค 3 30
รวม 59 60 50 21 20 9 20 30
ป
โครงสร้างกำหนดการสอน
วิชา เคมี 3 รหสั วิชา ว 32223
รายวิชาเพ่ิมเติม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต เวลา 60 ชั่วโมง
วัน/เดือน/ปี ชื่อหน่วยการเรยี นรู้/หน่วยย่อย จำนวน
คาบ
บทที่ 1 แก๊ส 14
19 พ.ค. 2565 เรอ่ื ง สมบตั ขิ องแก๊ส 1
20 พ.ค. 2565 เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ของปริมาตร ความดนั และอณุ หภูมขิ องแก๊ส 1
20 พ.ค. 2565 เร่อื ง กฎของบอยล์ 1
23 พ.ค. 2565 เรื่อง กฎของชาร์ล 1
27 พ.ค. 2565 เรื่อง กฎของเกย์-ลสู แซก 1
27-30 พ.ค. 2565 เรอ่ื ง กฎรวมแกส๊ 2
6 มิ.ย. 2565 เรอ่ื ง กฎของอาโวกาโดร 1
10 มิ.ย. 2565 เรื่อง กฎแก๊สอุดมคติ 2
13 มิ.ย. 2565 เรอ่ื ง กฎความดันย่อยของดอลตัน 1
17 ม.ิ ย. 2565 เรื่อง การแพร่ของแกส๊ 2
20 ม.ิ ย. 2565 เรอ่ื ง เทคโนโลยที ี่เกยี่ วข้องกับสมบัติของแก๊ส 1
2
สอบกลางภาค 20
บทท่ี 2 อตั ราการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี 2
24 ม.ิ ย. 2565 เรื่อง ความหมายของการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี 3
27ม.ิ ย.–1ก.ค.2565 เรอ่ื ง แนวคิดเกี่ยวกบั การเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี 3
4 - 8ก.ค. 2565 เรอื่ ง พลังงานกับการดำเนินไปของปฏิกิรยิ าเคมี 3
11 – 15 ก.ค. 2565 เรื่อง ความเข้มขน้ ของสารตง้ั ต้นต่ออัตราการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี 2
18 – 22 ก.ค. 2565 เรอ่ื ง พนื้ ทผี่ วิ ของสารตง้ั ต้นต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี 2
22 – 25 ก.ค. 2565 เรอ่ื ง อุณหภมู ติ อ่ ต่ออตั ราการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี 3
29ก.ค.- 1ส.ค. 2565 เร่ือง ตวั เรง่ ปฏิกริ ยิ าเคมแี ละตวั หนว่ งปฏกิ ริ ิยาเคมี 2
5 ส.ค. 2565 เรอ่ื ง ผลทีเ่ กดิ จากปัจจยั ทีม่ ีต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี 21
บทที่ 3 สมดลุ เคมี
8 – 11 ส.ค. 2565 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทผ่ี ันกลบั ได้ ผ
11- 19 ส.ค. 2565 เรือ่ ง การเปลย่ี นแปลงที่ภาวะสมดุล
22ส.ค.-2ก.ย. 2565 เรื่อง คา่ คงที่สมดลุ 2
2 – 9 ก.ย. 2565 เรื่อง ผลของการเปล่ียนแปลงความเข้มขน้ ต่อภาวะสมดุล 4
12 – 23 ก.ย. 2565 เรื่อง ปัจจัยทีม่ ีผลต่อต่อภาวะสมดลุ 5
23 – 26 ก.ย. 2565 เรื่อง สมดุลเคมีในชวี ติ ประจำวัน 3
5
สอบปลายภาค 2
รวม 60 วัน 3
รวม60คาบ
1
แผนการจัดการเรยี นรู้(รายวิชาเพิ่มเตมิ )
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี5 ภาคเรยี นที่ 1
รหสั วชิ า ว32223 รายวชิ า เคมี
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี1 เรื่องแก๊ส จำนวน 14 ชวั่ โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง สมบัติของแกส๊ เวลา 1 ชว่ั โมง
วันท่ี .................เดือน....................................พ.ศ.2565 ผูส้ อน นางสาว กาญจนา พานโน
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระเคมี
1. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ พันธะเคมีและสมบัติของสาร แก๊ส
และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์และพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายความสัมพนั ธแ์ ละคำนวณปรมิ าตร ความดัน หรอื อุณหภูมิของแก๊สที่ภาวะต่าง ๆ ตามกฎของบอยล์
กฎของชารล์ กฎของเกย์-ลูสแซก
2. สาระสำคญั
แก๊สประกอบด้วยอนภุ าคทีม่ มี วลนอ้ ย และมีขนาดเลก็ มากจนถือไดว้ า่ อนุภาคของแก๊สไม่มีปรมิ าตร
โมเลกุลของแก๊สอยู่ห่างกันมากส่งผลให้แรงดึงดูดและแรงผลักระหว่างโมเลกุลน้อยมาก โมเลกุลของแก๊ส
เคลื่อนท่อี ย่างอิสระดว้ ยอัตราเร็วคงท่ีตลอดเวลาในแนวเส้นตรง สมบัติตา่ ง ๆ ของแก๊สสามารถอธิบายได้ด้วย
ทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายสมบัตบิ างประการของแก๊สได้ (K)
2. สรปุ หลกั การสำคัญของทฤษฎีจลน์ของแกส๊ ได้ (K)
3. ใชท้ ฤษฎจี ลน์ของแก๊สในการอธบิ ายสมบัตขิ องแกส๊ ได้ (P)
4. ต้งั ใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบต่อหน้าที่ท่ไี ดร้ บั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรยี นรู้
พฤติกรรมของแก๊ส และความสมั พันธ์ระหวา่ งปรมิ าตร ความดัน และอณุ หภูมิของแกส๊ อธบิ ายไดด้ ว้ ยกฎของ
บอยล์ กฎของชารล์ กฎของเกย์-ลูสแซก และกฎรวมแก๊ส ซงึ่ สามารถนำมาใชใ้ นการคำนวณปริมาตร ความดนั
หรืออณุ หภมู ิของแก๊สที่ภาวะตา่ ง ๆ ได้
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทกั ษะการสงั เกต
2
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
4) ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั รับผิดชอบ
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนเพือ่ วดั ความรเู้ ดิมของนักเรียนก่อนเข้าสู่กจิ กรรม
2. ครูนำนักเรียนเข้าสบู่ ทเรียนโดยใชค้ ำถามกระตุน้ ความคดิ นักเรยี นว่า “สารต่าง ๆ ที่อยู่ในสถานะแกส๊ จะมี
สมบตั อิ ย่างไร” ให้นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม จากน้นั ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปราย
(แนวตอบ : สารที่อยู่ในสถานะแก๊สจะมีรูปร่างและปริมาตรไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับภาชนะที่บรรจุ มีความ
หนาแน่นต่ำ และสามารถแพร่ได)้
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1.ครใู ห้นักเรียนแบง่ กลุม่ กลมุ่ ละ 5 คน โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มศกึ ษาคน้ ควา้ ข้อมลู เกีย่ วกับเรื่อง สมบัติของแกส๊ จาก
หนังสอื เรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1
2. นักเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าทำเป็นรูปแบบต่าง ๆ ตามความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม เช่น แผนภาพ
แผนผัง เขียนบรรยาย
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1.นกั เรยี นแต่ละกล่มุ ส่งตัวแทนมานำเสนอเรอ่ื งท่ไี ด้ศึกษาค้นควา้ ข้อมลู และผลงานการจดั ทำข้อมูลของกลมุ่
ตนเองหนา้ ชนั้ เรียนทลี ะกล่มุ เพอื่ แลกเปล่ียนความคดิ เห็นกันจนครบทุกกลุม่
2.ครตู ้ังคำถามให้นกั เรยี นรว่ มกันอภิปราย เรือ่ ง สมบัตขิ องแกส๊ เช่น
1) แก๊สมีสมบัตอิ ยา่ งไร
(แนวตอบ : สารที่อยู่ในสถานะแก๊สจะมีรูปร่างและปริมาตรไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับภาชนะที่บรรจุ มีความ
หนาแน่นตำ่ และสามารถแพรไ่ ด้)
2) เพราะเหตุใดแก๊สจึงมรี ูปรา่ งและปรมิ าตรไม่แน่นอนโดยขน้ึ อยู่กับภาชนะท่ีบรรจุ
(แนวตอบ :จากทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กล่าวว่า โมเลกุลของแก๊สมีขนาดเล็กมากและไม่มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง
กนั และกนั ดงั นนั้ โมเลกลุ ของแกส๊ จะแพร่กระจายเต็มพ้นื ที่ภาชนะทีบ่ รรจ)ุ
3) ความหนาแนน่ ของแก๊สจะมคี ่าเปน็ อยา่ งไร
(แนวตอบ : จากทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กล่าวว่า โมเลกุลของแก๊สอยู่ห่างกันมาก แรงดึงดูดและแรงผลักระหว่าง
โมเลกลุ จงึ น้อยมาก ดังน้ัน สารในสถานะแก๊สจงึ มีความหนาแนน่ ตำ่ )
3
4) เพราะเหตุใดแก๊สท่ีมมี วลโมเลกลุ แตกต่างกันจงึ มอี ัตราเร็วในการแพรแ่ ตกตา่ งกัน
(แนวตอบ : จากทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กล่าวว่า ที่อุณหภูมิเดียวกัน แก๊สทุกชนิดจะมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน
แต่แก๊สแต่ละชนิดจะมีมวลโมเลกุลไม่เท่ากัน ดังนั้น แก๊สแต่ละชนิดจะมีความเร็วเฉลี่ยไม่เท่ากัน แก๊สที่มีมวล
โมเลกุลน้อย จะมีความเร็วเฉลยี่ มาก จงึ แพรไ่ ด้เร็วกวา่ แกส๊ ทม่ี ีมวลโมเลกุลมาก)
ขั้นท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1.ครูเปดิ โอกาสให้นกั เรียนซกั ถามข้อสงสัยในเนื้อหาเร่ือง สมบัติของแกส๊ วา่ มสี ่วนไหนทีย่ ังไม่เข้าใจ และให้
ความรู้เพิม่ เตมิ ในสว่ นนน้ั เพื่อจะใช้เป็นความรูเ้ บ้ืองต้นสำหรบั การเรียนในเนื้อหาตอ่ ๆ ไป
2.นักเรียนทำใบงานท่ี 1 เรื่อง สมบัติของแก๊ส
ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1.ครูประเมนิ ผลนักเรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหน้าช้ันเรยี น
2.ครตู รวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน
3.ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 1 เรือ่ ง สมบัติของแกส๊
4.นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ เกย่ี วกบั สมบตั ขิ องแกส๊ ดังนี้
• แกส๊ ประกอบด้วยอนุภาคที่มีมวลนอ้ ย และมขี นาดเล็กมากจนถือได้ว่าอนุภาคของแกส๊ ไมม่ ปี ริมาตร
• โมเลกุลของแก๊สอยู่ห่างกันมาก สง่ ผลใหแ้ รงดงึ ดูดและแรงผลกั ระหว่างโมเลกุลนอ้ ยมาก
• โมเลกลุ ของแก๊สเคลื่อนท่อี ย่างอสิ ระดว้ ยอตั ราเรว็ คงท่ีตลอดเวลา ในแนวเสน้ ตรง
• ทีอ่ ุณหภูมิเดยี วกัน แกส๊ ทุกชนดิ จะมีพลังงานจลน์เฉลยี่ เท่ากัน และแปรผนั ตรงกับอณุ หภูมิเคลวิน
• แก๊สอุดมคติ (ideal gas) คือ แกส๊ ท่ีไมว่ า่ จะอยใู่ นสภาวะใดกต็ ามจะมีพฤติกรรมและสมบตั เิ ป็นไปตามกฎ
ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
• แกส๊ จรงิ (real gas) คือ แก๊สทีม่ พี ฤติกรรมไมเ่ ปน็ ไปตามกฎและทฤษฎีจลน์ของแก๊สในสภาวะปกติ
• แกส๊ ทม่ี ีมวลโมเลกุลมากจะมีความเรว็ เฉล่ียต่ำจึงแพร่ได้ช้า ส่วนแก๊สทม่ี มี วลโมเลกลุ นอ้ ยจะมีความเร็วเฉลี่ย
สงู จงึ แพรไ่ ด้เร็ว
• แกส๊ จรงิ จะมสี มบตั ิใกลเ้ คยี งกบั แก๊สอดุ มคติเม่ืออุณหภมู สิ งู และความดันตำ่
8. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 ส่ือการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพมิ่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 แก๊ส
2. ใบงานท่ี 1. เร่ือง สมบัตขิ องแกส๊
8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งเรยี น
4
9. การวดั และประเมินผล เครอื่ งมือ/วิธกี ารวัด เกณฑค์ วามสำเรจ็
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ใบงานท1ี่ เร่ืองสมบตั ิของแก๊ส ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ใบงานท1่ี เร่ืองสมบตั ิของแก๊ส รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1. อธิบายสมบัตบิ างประการได้ (K)
2. สรุปหลักการสำคญั ของทฤษฎีจลน์ ประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2
ของแกส๊ ได้ (K) ผ่านเกณฑ์
3. ใช้ทฤษฎีจลนข์ องแก๊สในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะ
อธบิ ายสมบตั ขิ องแก๊สได้ (P) อันพงึ ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2
4. ตง้ั ใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ ผ่านเกณฑ์
รบั ผิดชอบต่อหน้าที่ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย(A)
5
ช่ือ…………………………………………………………………………………………………………..ชัน้ ม5/2 เลขท…ี่ ………..
ใบงานท1่ี เร่ืองสมบตั ิของแก๊ส
ตอบคำถามเกย่ี วกบั ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊สและสมบตั ขิ องแก๊ส
1. การเคลื่อนทข่ี องแก๊สตามทฤษฎีจลนข์ องแกส๊ เป็นอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. แก๊สสมบูรณ์และแก๊สจรงิ มคี วามเหมอื นหรือตา่ งกนั อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. แกส๊ ชนดิ ต่างๆ จะมีอตั ราการแพร่เท่ากนั หรอื ไม่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. เพราะเหตุใดสารในสถานะแก๊สจึงมีรูปร่างและปริมาตรไม่แน่นอน ข้นึ อยู่กับภาชนะท่บี รรจุ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. เพราะเหตุใดสารในสถานะแก๊สจงึ มคี วามหนาแนน่ น้อยกวา่ สารในสถานะของเหลวหรือของแข็ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6
7
8
9
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง 10
ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ าร
ลงชือ่
(นางวราภรณ์ พนั ธะบุญ)
ครูพี่เลี้ยง
…………../…………………/……………
ลงชื่อ
(นางสาวอารรี ตั น์ นุตะภิบาล)
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
…………../…………………/……………
11
แผนการจัดการเรยี นรู้(รายวชิ าเพ่ิมเติม)
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี5 ภาคเรยี นที่ 1
รหสั วชิ า ว32223 รายวิชา เคมี
หน่วยการเรียนรู้ท่ี1 เรื่องแก๊ส จำนวน 14 ชวั่ โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ความสัมพนั ธ์ของปรมิ าตร ความดัน และอุณหภมู ิของแก๊ส เวลา 1 ชั่วโมง
วันที่ .................เดือน....................................พ.ศ.2565 ผู้สอน นางสาว กาญจนา พานโน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระเคมี
1. เข้าใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตใุ นตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พันธะเคมีและสมบตั ขิ องสาร แกส๊ และ
สมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้ังการนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้
1. อธิบายความสมั พนั ธแ์ ละคำนวณปรมิ าตร ความดนั หรอื อุณหภูมขิ องแกส๊ ทีภ่ าวะต่าง ๆ ตามกฎของ
บอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลสู แซก
2. สาระสำคัญ
ความดันและอุณหภมู ิมีผลตอ่ ปริมาตรของแกส๊ โดยเม่ืออุณหภูมแิ ละมวลของแกส๊ คงที่ ปรมิ าตรของแก๊ส
จะแปรผกผนั กบั ความดัน และเมื่อความดนั และมวลของแก๊สคงท่ี ปริมาตรของแก๊สจะแปรผันตรงกับอุณหภูมิ
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความสัมพนั ธ์ของปรมิ าตร ความดัน และอุณหภูมขิ องแก๊ส โดยใชท้ ฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ ได้ (K)
2. ทำการทดลองเพื่อศึกษาผลของอุณหภมู ิและความดันที่มีตอ่ ปริมาตรของแกส๊ ได้ (P)
3. ปฏิบัตติ ามขัน้ ตอนการทดลองได้อย่างถกู ต้อง (P)
4. ต้งั ใจเรียนรแู้ ละแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
พฤติกรรมของแก๊ส และความสมั พนั ธร์ ะหว่างปรมิ าตร ความดัน และอณุ หภูมขิ องแกส๊ อธบิ ายได้ดว้ ย
กฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก และกฎรวมแก๊ส ซงึ่ สามารถนำมาใช้ในการคำนวณปรมิ าตร
ความดนั หรอื อณุ หภูมิของแก๊สที่ภาวะต่าง ๆ ได้
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทักษะการทำงานร่วมกัน
12
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน
7. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั ที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครูถามคำถามว่า “ปริมาตร ความดัน และอุณหภมู ิหมายถงึ อะไร” ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ตอบคำถาม
จากนน้ั ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปราย
(แนวตอบ : ปรมิ าตร หมายถึง ปรมิ าณของรูปทรงสามมติ ิซึ่งบรรจุอยใู่ นภาชนะ ไมว่ า่ จะอยู่ในสถานะใดก็ตาม
ความดัน หมายถึง แรงที่กระทำตอ่ พนื้ ทหี่ นึง่ หนว่ ยทตี่ ้ังฉากกบั แรงนัน้
อณุ หภมู ิ หมายถงึ ปรมิ าณท่ีใชบ้ อกระดับความร้อน)
2. ครูถามคำถามวา่ “นักเรียนคิดวา่ ปริมาตร ความดนั และอุณหภูมิของแก๊สมีความสัมพันธ์กันหรือไม่
อยา่ งไร” แล้วให้นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถาม โดยครูยงั ไม่ต้องเฉลยคำตอบ
3. ครเู ปิดสอ่ื การสอนเกยี่ วกับความสมั พนั ธร์ ะหว่างปริมาตร ความดนั และอุณหภูมิของแก๊สจาก
แหล่งข้อมลู สารสนเทศใหน้ ักเรยี นดู ดังน้ี
• วีดิทัศนเ์ กยี่ วกบั ความดันและปริมาตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=eR49g3ubTBg
• วดี ิทศั น์เกย่ี วกับอณุ หภมู ิและปริมาตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=NplVuTrr59U
• วีดทิ ศั นเ์ ก่ยี วกับความดนั และอณุ หภูมิ
จาก https://www.youtube.com/watch?v=N6DZRiSIK3s
4. เมอื่ นักเรียนดวู ีดทิ ัศนจ์ บครสู นทนาซักถามนักเรียนเกี่ยวกับวีดทิ ัศน์ท่ีไดด้ ู ดงั นี้
• เมือ่ นำลกู โป่งใส่ลงไปในกระบอกฉีดยา แลว้ ปรบั ก้านกระบอกฉีดยา ลกู โป่งมีการเปลี่ยนแปลงอยา่ งไร
(แนวตอบ : เม่ือดึงก้านกระบอกฉดี ยาขึน้ ลกู โป่งมขี นาดเล็กลง และเม่อื กดกา้ นกระบอกฉีดยาลงลูกโป่งมีขนาด
ใหญข่ น้ึ )
• ความดนั ท่เี ปลย่ี นไปมีผลตอ่ ปริมาตรเม่ืออุณหภูมคิ งที่หรือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : ความดนั มผี ลต่อปริมาตรของแกส๊ เมอ่ื อุณหภูมิคงท่ี เพราะเมื่อเพิม่ ความดันใหก้ ับอากาศใน
กระบอกฉีดยาปรมิ าตรของอากาศลดลงทำให้ลกู โปง่ ขนาดเล็กลง เมอ่ื ลดความดนั ลงปริมาตรของอากาศ
เพม่ิ ข้ึนทำใหล้ กู โป่งขนาดใหญ่ขนึ้ )
• เมื่อนำลกู โปง่ ใสล่ งไปในบกี เกอรท์ ี่มนี ำ้ รอ้ น ลูกโปง่ มกี ารเปลีย่ นแปลงอยา่ งไร
(แนวตอบ : ลูกโป่งมขี นาดใหญ่ขึ้น)
• เม่อื นำลกู โป่งใส่ไปในตแู้ ชแ่ ขง็ ท่มี ีอณุ หภูมติ ่ำ ลกู โปง่ มกี ารเปลย่ี นแปลงอยา่ งไร
13
(แนวตอบ : ลกู โป่งมขี นาดเล็กลง)
• อณุ หภมู ิที่เปลย่ี นไปมผี ลตอ่ ปรมิ าตรเมื่อความดันคงทีห่ รือไม่ อย่างไร
(แนวตอบ : อณุ หภูมิมีผลตอ่ ปรมิ าตรของแกส๊ เม่อื ความดันคงท่ี เพราะเม่ืออุณหภมู ิสูงขนึ้ ปรมิ าตรของอากาศ
จะเพิ่มขึน้ และเมอ่ื อณุ หภมู ิต่ำลงปรมิ าตรของอากาศจะลดลง)
• อุณหภูมทิ ีเ่ ปลีย่ นไปมีผลต่อความดันเม่ือปริมาตรคงท่หี รือไม่ อยา่ งไร
(แนวตอบ : อุณหภูมิมีผลต่อความดันของแก๊สเมื่อปริมาตรคงที่ เพราะเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นความดันจะเพิ่มข้ึน
และเมื่ออณุ หภมู ติ ำ่ ลงความดันจะลดลง)
ข้นั ที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 5 คน แลว้ ทำการทดลอง เรือ่ ง ผลของความดนั และอุณหภูมติ ่อปรมิ าตร
ของแกส๊ จากหนังสือเรยี นรายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1
2. สมาชิกทุกคนในกลุ่มชว่ ยกนั ลงมอื ทำการทดลอง
ข้นั ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทน (สมาชกิ คนที่ 4 และ 5 ของกลุม่ ) มานำเสนอผลการทดลอง
2. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รายและหาข้อสรุปจากการปฏิบตั ิกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ดงั น้ี
1) เมอื่ ปริมาตรของแก๊สในกระบอกฉดี ยาลดลง เพราะเหตใุ ดความดันของแกส๊ จึงเพิ่มข้ึน
(แนวตอบ : เนื่องจากเมื่อปริมาตรของแก๊สลดลง โมเลกุลของแกส๊ จะอยู่ใกล้กนั มากข้ึน ส่งผลให้โมเลกลุ ของ
แกส๊ ชนกนั เอง และชนผนงั ภาชนะมากขึ้น ความดันของแก๊สจึงเพมิ่ ข้นึ )
2) ถา้ นำกระบอกฉดี ยาไปจุม่ ในนำ้ เดือด ปรมิ าตรของน้ำในกระบอกฉดี ยาจะมากหรอื น้อยกวา่
เม่อื นำกระบอกฉีดยาไปจุม่ ในน้ำอุณหภมู ิ 80 องศาเซลเซียส เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : ปริมาตรของน้ำในกระบอกฉีดยาจะน้อยกว่า เนื่องจากเมื่อนำกระบอกฉีดยาไปจุ่มในน้ำที่มี
อุณหภูมิสูงกว่า จะทำให้โมเลกุลของแก๊สในกระบอกฉีดยามีความดันสูงกว่า จึงดันน้ำออกจากกระบอกฉีดยา
มากกวา่ ปริมาตรของน้ำจงึ น้อยกวา่ )
3) จากการทดลองน้มี ีปัจจัยใดบ้างท่ีมผี ลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของแกส๊
(แนวตอบ : ความดันและอุณหภูมิมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาตรของแก๊สการทดลองตอนที่ 1 อากาศมี
อุณหภมู คิ งทเี่ ทา่ กับอณุ หภูมิหอ้ ง เมื่อเพิ่มความดนั ใหก้ บั อากาศในกระบอกฉดี ยาปรมิ าตรของอากาศลดลง เม่อื
ลดความดันลงปริมาตรของอากาศเพ่มิ ขึน้ แสดงวา่ ความดนั มผี ลตอ่ ปริมาตรของแกส๊ เมอ่ื อุณหภูมคิ งที่
การทดลองตอนที่ 2 จากผลการทดลองพบว่าเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ปริมาตรของอากาศจะเพิ่มขึ้นและเมื่อ
อุณหภูมิต่ำลงปริมาตรของอากาศจะลดลง ซึ่งสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงระดับของน้ำในกระบอกฉีดยา
แสดงว่าอุณหภมู ิมีผลต่อปรมิ าตรของแกส๊ เม่อื ความดนั คงท)ี่
ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสยั ในเน้ือหา เรอ่ื ง ความสัมพนั ธ์ของปรมิ าตร ความดนั และ
อุณหภูมิของแก๊ส ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น เพื่อจะใช้เป็นความรู้เบื้องต้น
สำหรับการเรียนในเนอ้ื หาตอ่ ๆ ไป
14
2. นักเรียนตอบคำถามท้ายการทดลอง จากหนงั สือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1
ขน้ั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมนิ ผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล
พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ช้นั เรยี น
2. ครวู ดั และประเมนิ ผลจากการนำเสนอผลการทดลองเร่ือง ผลของความดันและอณุ หภมู ิต่อปริมาตรของแกส๊
3. นกั เรียนและครรู ว่ มกันสรุปเกยี่ วกับความสัมพนั ธ์ของปริมาตร ความดัน และอุณหภูมขิ องแก๊ส ดงั น้ี
• เมื่ออุณหภมู แิ ละมวลของแกส๊ คงท่ี ปรมิ าตรของแกส๊ จะแปรผกผันกับความดัน
• เมอ่ื ความดนั และมวลของแก๊สคงที่ ปริมาตรของแก๊สจะแปรผันตรงกบั อุณหภมู ิ
• เมอื่ ปรมิ าตรและมวลของแกส๊ คงท่ี ความดันของแกส๊ แปรผนั ตรงกบั อุณหภูมิ
8. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 แก๊ส
2. วีดทิ ศั นเ์ กย่ี วกับความดันและปรมิ าตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=eR49g3ubTBg
3. วดี ิทัศน์เกย่ี วกับอณุ หภูมิและปริมาตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=NplVuTrr59U
4. วดี ิทัศน์เกย่ี วกบั ความดนั และอณุ หภมู ิ
จาก https://www.youtube.com/watch?v=N6DZRiSIK3s
6. วัสดุ-อปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการทดลอง เร่อื งผลของความดนั และอุณหภูมิ
8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
2. แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
9. กระบวนการวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เครือ่ งมอื /วธิ ีการวัด เกณฑค์ วามสำเรจ็
1. อธบิ ายความสมั พันธ์ของปริมาตร ความ สังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ดนั และอุณหภูมิของแก๊ส โดยใชท้ ฤษฎจี ลน์
ของแก๊สได้ (K)
2. ทำการทดลองเพอ่ื ศึกษาผลของอุณหภมู ิ แบบประเมินการปฏบิ ัติการ ระดับคุณภาพ 2
และความดนั ทม่ี ีต่อปรมิ าตรของแก๊สได้ (P) ผ่านเกณฑ์
3. ปฏิบตั ติ ามข้ันตอนการทดลองได้อย่าง แบบประเมินการปฏิบัตกิ าร ระดบั คุณภาพ 2
ถกู ต้อง (P) ผ่านเกณฑ์
4. ต้งั ใจเรยี นรแู้ ละแสวงหาความรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ระดับคุณภาพ 2
รบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ทไ่ี ด้รับมอบหมาย (A) อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
15
16
17
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง 18
ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ าร
ลงชือ่
(นางวราภรณ์ พนั ธะบุญ)
ครูพีเ่ ลี้ยง
…………../…………………/……………
ลงชื่อ
(นางสาวอารรี ตั น์ นุตะภิบาล)
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
…………../…………………/……………
19
แผนการจัดการเรยี นรู้(รายวิชาเพิ่มเตมิ )
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่5 ภาคเรยี นท่ี 1
รหสั วชิ า ว32223 รายวิชา เคมี
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี1 เรอ่ื งแก๊ส จำนวน 14 ชว่ั โมง
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง กฎของบอยล์ เวลา 1 ชวั่ โมง
วันท่ี .................เดือน....................................พ.ศ.2565 ผสู้ อน นางสาว กาญจนา พานโน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระเคมี
1. เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจัดเรยี งธาตุในตารางธาตุ สมบตั ิของธาตุ พนั ธะเคมีและสมบตั ิของสาร แก๊สและ
สมบตั ิของแกส๊ ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอนิ ทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้ังการนำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ตัวชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้
2. อธิบายความสมั พันธ์และคำนวณปริมาตร ความดัน หรอื อุณหภมู ขิ องแก๊สทีภ่ าวะตา่ ง ๆ ตามกฎของ
บอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก
2. สาระสำคญั
ความดนั และอุณหภูมิมีผลต่อปริมาตรของแก๊ส โดยเม่ืออุณหภูมแิ ละมวลของแกส๊ คงท่ี ปรมิ าตรของแก๊ส
จะแปรผกผันกบั ความดนั และเม่ือความดันและมวลของแก๊สคงท่ี ปริมาตรของแก๊สจะแปรผนั ตรงกบั อุณหภูมิ
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปริมาตรกับความดนั ของแกส๊ เมื่อมวลและอุณหภมู ิคงทีไ่ ด้ (K)
2. คำนวณหาปรมิ าตร ความดนั อณุ หภมู ิ โดยใช้ความสัมพันธร์ ะหว่างปริมาณเหลา่ นน้ั ตามกฎต่างๆ ของ
แกส๊ ได้ (P)
3. ต้งั ใจเรยี นรู้และแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบตอ่ หนา้ ท่ที ี่ได้รบั มอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
พฤติกรรมของแก๊ส และความสัมพนั ธร์ ะหว่างปริมาตร ความดนั และอณุ หภมู ขิ องแกส๊ อธบิ ายได้ดว้ ย
กฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลสู แซก และกฎรวมแกส๊ ซึ่งสามารถนำมาใชใ้ นการคำนวณปรมิ าตร
ความดนั หรอื อุณหภูมขิ องแก๊สท่ีภาวะต่าง ๆ ได้
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจค้นหา
3) ทักษะการวเิ คราะห์
20
4) ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน
3. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
7. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)
1. ครูและนักเรียนร่วมกันอภปิ รายและทบทวนความรู้เกีย่ วกับผลของอุณหภูมทิ ี่มีตอ่ ปริมาตรของแกส๊
จากผลการทดลอง เร่ือง ผลของความดันและอุณหภมู ติ ่อปรมิ าตรของแกส๊
(แนวตอบ : จากการทดลองท่ี1 ความดันกับปริมาตรจะแปรผกผันกันโดยเมือ่ ความดนั เพ่ิมขน้ึ ปรมิ าตรแกส๊ จะ
ลดลง และเมอื่ ความดันลดลง ปริมาตรแกส๊ จะเพ่มิ ขึน้
จากการทดลองท่ี 2 อณุ หภมู ิกับปรมิ าตรจะแปรผนั ตรงกันโดยเมื่ออุณหภมู ิเพ่ิมข้ึน ปริมาตรแกส๊ จะ
เพม่ิ ขึน้ และเมื่ออุณหภูมลิ ดลง ปรมิ าตรแก๊สจะลดลง)
2. ครเู ปดิ ส่ือการสอนเก่ียวกับความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปริมาตร ความดนั และอุณหภูมขิ องแก๊สจาก
แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศให้นักเรียนดูอกี คร้งั ดังนี้
• วีดิทศั น์เกย่ี วกับความดันและปริมาตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=eR49g3ubTBg
• วดี ิทศั นเ์ กีย่ วกบั อุณหภูมแิ ละปริมาตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=NplVuTrr59U
• วดี ิทัศน์เก่ยี วกบั ความดนั และอุณหภมู ิ
จาก https://www.youtube.com/watch?v=N6DZRiSIK3s
3. เมอ่ื นกั เรยี นดูวดี ทิ ศั น์จบครูสนทนาถามทบทวนนกั เรียนเกี่ยวกับวีดทิ ศั น์ที่ได้ดดู งั นี้
1) ความดนั และปริมาตรของแก๊สมคี วามสัมพันธ์กนั อย่างไร
(แนวตอบ : ความดันมีผลต่อปรมิ าตรของแก๊สเมื่ออณุ หภมู ิคงท่ี เพราะเมื่อเพมิ่ ความดันใหก้ ับอากาศใน
กระบอกฉีดยาปรมิ าตรของอากาศลดลงทำใหล้ กู โปง่ ขนาดเล็กลง เมอ่ื ลดความดันลงปริมาตรของอากาศ
เพิ่มขึน้ ทำใหเ้ ราเหน็ ลูกโปง่ ขนาดใหญ่ขึน้ )
2) อณุ หภมู ิและปริมาตรของแก๊สมคี วามสมั พนั ธ์กนั อย่างไร
(แนวตอบ : อุณหภมู ิมีผลตอ่ ปริมาตรของแก๊สเม่อื ความดันคงท่ี เพราะเมื่ออุณหภูมสิ งู ข้ึนปริมาตรของอากาศ
จะเพิ่มขึน้ ทำให้ลกู โป่งขนาดใหญ่ขน้ึ และเม่ืออุณหภมู ติ ำ่ ลงปรมิ าตรของอากาศจะลดลงทำใหล้ กู โปง่ มขี นาด
เล็กลง)
3) อณุ หภมู ิและความดันของแก๊สมีความสมั พันธ์กันอยา่ งไร
(แนวตอบ : อณุ หภูมิมีผลตอ่ ความดันของแก๊สเม่ือปรมิ าตรคงที่ เพราะเม่ืออุณหภมู ิสูงขึ้นความดนั จะเพ่ิมขึ้น
21
และเมื่ออุณหภูมิต่ำลงความดันจะลดลง)
ขั้นที่ 2 สำรวจคน้ หา (Explore)
1. ครูให้นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน โดยใหแ้ ต่ละกลุ่มศกึ ษาค้นคว้าข้อมลู เกยี่ วกับ เรื่อง กฎของ
บอยล์ จากหนังสือเรยี นรายวิชาเพ่มิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 จากนั้นให้นกั เรยี นร่วมกันอภิปราย
ความรู้ท่ีได้จากการศกึ ษาจนมีความเขา้ ใจที่ตรงกนั
2. ครูสอนคำนวณเกย่ี วกบั กฎของบอยลเ์ พ่ือให้นักเรยี นเกิดความเขา้ ใจมากขึ้น
ข้ันท่ี 3 อธบิ ายความร้(ู Explain)
1. ครูสุ่มนกั เรยี น 3 กลุม่ ออกมาแสดงวิธกี ารคำนวณตัวอย่างแต่ละขอ้ หนา้ ชั้นเรียนให้ถูกต้องโดยครคู อย
เสรมิ ความร้ใู นสว่ นท่ีนักเรยี นยังไมเ่ ขา้ ใจ
2. ครูตงั้ คำถามใหน้ กั เรียนรว่ มกันอภปิ ราย เร่ือง กฎของบอยล์ เช่น
1) ถ้าเปลีย่ นความดันเปน็ หลาย ๆ คา่ ปริมาตรของแกส๊ จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร
(แนวตอบ : เมอ่ื ความดนั เปล่ียนแปลง ปรมิ าตรของแกส๊ ก็จะเปลยี่ นแปลงไป โดยถ้าเพ่ิมความดนั ปรมิ าตร
ของแกส๊ จะลดลง แต่ถา้ ลดความดัน ปริมาตรของแกส๊ จะเพ่ิมข้ึน)
2) จากกฎของบอยล์ จะสรุปความสมั พันธ์ของความดนั และปริมาตรของแกส๊ ไดว้ า่ อย่างไร
(แนวตอบ : เมอื่ อุณหภมู ิและมวลของแก๊สคงท่ี ปริมาตรของแกส๊ จะแปรผกผันกับความดัน)
ขัน้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate)
1. ครยู กตวั อยา่ งปรากฏการณห์ รือสถานการณ์ในชีวิตประจำวันเกี่ยวกับกฎของบอยล์ดงั นี้
1) ตวั อยา่ งปรากฏการณห์ รอื สถานการณใ์ นชวี ติ ประจำวนั เก่ยี วกับกฎของบอยล์ เช่น การใช้หลอดฉีดยา
จะอาศัยหลักตามกฎของบอยล์ คือ เมื่อกา้ นหลอดฉีดยาถูกดึงขน้ึ ปรมิ าตรในหลอดฉดี ยาจะมากข้ึน สง่ ผลให้
ความดันในหลอดฉดี ยาลดลง ทำให้เกิดสุญญากาศในหลอดฉดี ยา และดงึ ของเหลวจากภายนอกหลอดฉีดยา
เขา้ มาภายในหลอดฉดี ยาได้
2) ครใู ห้นักเรยี นยกตัวอยา่ งกฎของบอยล์ ท่ีพบได้ในชวี ิตประจำวนั
(แนวตอบ : ยกตัวอย่างกฎของบอยล์ เช่น การพองตัวของถุงอาหารเมื่ออยู่บนภูเขา อาการหูอื้อเม่ือขึ้นที่สงู )
2. นกั เรียนร่วมกันอภปิ รายเกีย่ วกับกฎของบอยล์ โดยครคู อยเสริมความรู้ จนเกดิ ความเข้าใจทตี่ รงกัน
3. ครใู หน้ กั เรยี งในทำแบบฝึกหดั ในหนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1
ข้นั ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครปู ระเมินผลนกั เรยี น โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
พฤติกรรมการทำงานกลุม่
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัด
3. นกั เรียนและครูร่วมกนั สรุปเก่ียวกับกฎของบอยล์ดงั น้ี
• เม่อื อุณหภมู ิและมวลของแก๊สคงที่ ปริมาตรของแกส๊ จะแปรผกผันกบั ความดัน
22
8. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
8.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาเพิ่มเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 แก๊ส
2. หนังสือแบบฝึกหดั รายวชิ าเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 1 แกส๊
3. วดี ิทศั นเ์ กย่ี วกบั ความดันและปรมิ าตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=eR49g3ubTBg
4. วดี ิทัศนเ์ ก่ยี วกบั อุณหภมู ิและปริมาตร
จาก https://www.youtube.com/watch?v=NplVuTrr59U
5. วีดทิ ัศน์เก่ยี วกบั ความดนั และอุณหภูมิ
จาก https://www.youtube.com/watch?v=N6DZRiSIK3s
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งเรยี น
2. แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
9. กระบวนการวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ เคร่ืองมือ/วธิ ีการวัด เกณฑ์ความสำเรจ็
1. อธิบายความสัมพันธข์ องปรมิ าตร ความ สงั เกตพฤตกิ รรมการตอบคำถาม ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
ดนั และอุณหภมู ขิ องแก๊ส โดยใช้ทฤษฎจี ลน์
ของแก๊สได้ (K)
2. คำนวณหาปริมาตร ความดนั อณุ หภมู ิ − แบบฝึกหดั เรอื่ ง กฎของ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
โดยใช้ความสัมพันธร์ ะหว่างปริมาณ บอยล์
เหลา่ นน้ั ตามกฎตา่ งๆ ของแก๊สได้ (P) ระดับคุณภาพ 2
3. ตั้งใจเรยี นร้แู ละแสวงหาความรู้ แบบประเมินคณุ ลักษณะ ผ่านเกณฑ์
รับผิดชอบต่อหนา้ ที่ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย (A) อนั พึงประสงค์
23
แบบฝกึ หดั เรอื่ ง กฎของบอยล์
1. ทฤษฎีจลนข์ องแก๊สสามารถนาํ มาอธิบายกฎของบอยลไ์ ดว้ ่าอย่างไร
2. แก๊สในอดุ มคติชนิดหนึ่งมปี รมิ าตร 5,600 ลูกบาศก์เซนติเมตร ท่ีความดัน 0.8 บรรยากาศ เม่ือปริมาตร
เปลย่ี นไปเป็น 8,400 ลกู บาศก์เซนติเมตร แกส๊ นี้จะมคี วามดันเท่าใด กําหนดให้ อุณหภมู ิของระบบคงท่ี
3. ลกู โป่งใบหนง่ึ บรรจแุ ก๊สมเี ทนมีปรมิ าตรเท่ากบั 6.0 ลติ ร ภายใตค้ วามดนั 1.0 บรรยากาศ ท่รี ะดบั นา้ํ ทะเล ถา้ นาํ ลกู โป่ ง
ใบนลี้ งไปใตม้ หาสมทุ รซง่ึ มคี วามดนั มากกวา่ ท่รี ะดบั นาํ้ ทะเล 380 มิลลเิ มตรปรอท ลกู โป่งใบนจี้ ะมปี รมิ าตรเทา่ ใด
กาํ หนดใหอ้ ณุ หภมู ิคงท่ตี ลอดการทดลอง