74
75
76
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง 77
ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ าร
ลงชือ่
(นางวราภรณ์ พนั ธะบุญ)
ครูพีเ่ ลี้ยง
…………../…………………/……………
ลงชื่อ
(นางสาวอารรี ตั น์ นุตะภิบาล)
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
…………../…………………/……………
78
แผนการจดั การเรยี นรู้(รายวิชาเพ่มิ เติม)
กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี5 ภาคเรียนท่ี 1
รหัสวชิ า ว32223 รายวชิ า เคมี
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่1 เร่อื งแกส๊ จำนวน 14 ช่วั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 9 เรื่อง การแพร่ของแกส๊ เวลา 2 ช่ัวโมง
วันท่ี .................เดือน....................................พ.ศ.2565 ผสู้ อน นางสาว กาญจนา พานโน
1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ช้ีวัด
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระเคมี
1. เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจดั เรียงธาตใุ นตารางธาตุ สมบตั ิของธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบตั ิของสาร แกส๊
และสมบตั ขิ องแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมทั้งการนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้
5. อธิบายการแพร่ของแกส๊ โดยใช้ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส คํานวณและเปรยี บเทียบอัตราการแพรข่ องแก๊ส โดยใช้
กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
2. สาระสำคัญ
ทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ สามารถใชอ้ ธบิ ายการแพรข่ องแกส๊ ได้โดยที่อุณหภมู ิเดยี วกัน อัตราการแพร่ของแก๊สเปน็
สดั ส่วนผกผนั กบั รากทส่ี องของมวลโมเลกุลของแก๊ส ซึง่ เปน็ ไปตามกฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮม
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกความสมั พนั ธร์ ะหว่างอตั ราการแพร่ของแกส๊ กบั มวลโมเลกลุ ของแกส๊ ได้ (K)
2. ทำการทดลองเพ่ือศึกษาการแพร่ของแก๊สได้ (P)
3. ต้งั ใจเรยี นรู้และแสวงหาความรู้ รบั ผิดชอบต่อหนา้ ทที่ ี่ได้รับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
แก๊สสามารถแพร่ได้ การแพร่ของแก๊สอธิบายได้ด้วยทฤษฎีจลน์ของแก๊ส ที่อุณหภูมิเดียวกันแก๊สจะแพร่ได้ช้า
หรือเร็วขึ้นอยู่กับมวลโมเลกุลของแก๊ส อัตราการแพร่ของแก๊สเป็นสัดส่วนผกผันกับรากทีส่ องของมวลโมเลกุล
ของแกส๊ สมั พนั ธ์กบั กฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮม
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา
3) ทักษะการวิเคราะห์
4) ทักษะการทำงานรว่ มกนั
79
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
7. การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั ท่ี 1 กระตุน้ ความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามคำถามกระตุ้นนักเรียน ดังนี้
1) นกั เรียนคดิ วา่ เพราะเหตใุ ดเราจึงไดก้ ลิน่ ของน้ำหอม
(แนวตอบ : เน่ืองจากโมเลกุลของนำ้ หอมเกิดการแพร่ไปในอากาศมากระทบกบั จมูก จึงทำให้ได้กลิน่ ของ
นำ้ หอม)
2) นักเรยี นคิดวา่ เพราะเหตุใดเม่ือเปิดขวดนำ้ หอมชนิดหนง่ึ จะได้กล่นิ น้ำหอมภายในเวลาไมก่ วี่ ินาที แต่เม่ือเปิด
ขวดน้ำหอมอีกชนดิ หนง่ึ อาจจะใชเ้ วลานานจึงจะได้กลิ่น
(แนวตอบ : เนื่องจากน้ำหอมแต่ละชนิดอาจมีมวลโมเลกลุ หรือความหนาแน่นไม่เท่ากนั ทำให้มีความสามารถ
ในการแพร่ไมเ่ ทา่ กนั น้ำหอมบางชนดิ อาจแพร่ไดเ้ ร็ว สว่ นนำ้ หอมบางชนดิ อาจแพร่ได้ช้า)
2. ครูถามคำถาม Prior Knowledge จากหนงั สือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 ว่า “การ
แพรม่ ีกี่ลกั ษณะ อะไรบ้าง” ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ตอบคำถาม จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายรว่ มกัน เพือ่ นำไปสู่
ขน้ั สอนตอ่ ไป
(แนวตอบ : การแพร่มี 2 ลักษณะ คือ การแพร่ เป็นการเคลื่อนที่ของแก๊สจากความเข้มข้นสูงไปยังความ
เข้มข้นต่ำ โดยโมเลกุลมีการชนกันตลอดเวลา และการแพร่ผ่าน เป็นการแพร่ของแก๊สภายใต้ความดันใน
ภาชนะหน่งึ หลุดผา่ นรูเล็ก ๆ ไปยังอกี ภาชนะหนึ่งที่เป็นสุญญากาศ โดยโมเลกลุ ไม่ชนกัน)
ขนั้ ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูใหน้ กั เรียนแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 5 คน แลว้ ทำการทดลองเรื่อง การแพร่ของแกส๊ แอมโมเนียและแก๊ส
ไฮโดรเจนคลอไรด์ จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิม่ เติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1
2. สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกันลงมือทำการทดลอง
ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทน (สมาชิกคนที่ 4 และ 5 ของกลุ่ม) มานำเสนอผลการทดลอง หลังจากน้นั ให้
นักเรียนทุกคนรว่ มกนั อภิปรายผลการทดลองจนมีความเข้าใจทต่ี รงกัน
2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบตั กิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม ดงั นี้
1) นักเรียนทราบไดอ้ ยา่ งไรวา่ แก๊สแอมโมเนยี และแก๊สไฮโดรเจนคลอไรดส์ ามารถแพร่ได้
(แนวตอบ : เนือ่ งจากมีควันและสารสีขาวเกาะอยู่ที่ผวิ ดา้ นในของหลอดแก้ว จึงทำให้ทราบวา่ แก๊สแอมโมเนีย
และแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์เกดิ การแพร่มาทำปฏกิ ิริยากันเกิดแอมโมเนียมคลอไรด์เกาะที่ผิวด้านในหลอดแก้ว)
2) นักเรียนทราบไดอ้ ย่างไรวา่ แกส๊ แอมโมเนียแพรไ่ ด้เร็วกวา่ แกส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์
80
(แนวตอบ : เนื่องจากตำแหน่งสีขาวทเ่ี กดิ ขึ้นในหลอดแกว้ คอ่ นไปทางดา้ นสารละลายกรดไฮโดรคลอริกมากกว่า
ดา้ นสารละลายแอมโมเนยี แสดงวา่ แกส๊ แอมโมเนยี แพร่ได้เร็วกวา่ แกส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์)
3. ครูให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อน โดยให้แต่ละคู่ศึกษาค้นคว้าขอ้ มูลเกี่ยวกับ เรื่อง การแพร่ของแก๊ส และกฎการ
แพร่ผ่านของเกรแฮม จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 หรือจาก PowerPoint
เรื่อง การแพร่ของแก๊สและกฎการแพร่ของเกรแฮม จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายความรู้ที่ได้จาก
การศึกษาจนมีความเขา้ ใจท่ตี รงกัน
4. ครูใหน้ กั เรียนแต่ละคูร่ ว่ มกนั ฝึกการคำนวณเกย่ี วกับกฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮม จากตัวอย่างที่ 1.26-1.28
ในหนงั สอื เรยี นรายวิชาเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1
5. ครูสุม่ นักเรียน 3 คู่ ออกมาแสดงวธิ ีการคำนวณตัวอย่างแตล่ ะข้อหนา้ ชน้ั เรียนใหถ้ ูกต้อง โดยครูคอยเสริม
ความร้ใู นสว่ นทีน่ กั เรียนยังไมเ่ ขา้ ใจ
6. ครตู งั้ คำถามให้นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเร่ือง การแพร่ของแก๊ส และกฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮม เชน่
1) การแพร่และการแพร่ผ่านของแก๊สแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวตอบ : การแพร่ของแก๊ส คือ กระบวนการที่แก๊สเคลื่อนที่จากความเข้มข้นสูงไปยังความเข้มข้นต่ำ โดย
โมเลกุลของแกส๊ เกดิ การชนกนั ตลอดเวลา
การแพร่ผ่านของแก๊ส คือ กระบวนการที่แก๊สภายใต้ความดันค่าหนึ่งเคลื่อนที่ออกจากภาชนะผ่านรูเล็ก ๆ ไป
ยงั สุญญากาศ โดยโมเลกลุ ของแกส๊ ไมเ่ กดิ การชนกนั )
2) แก๊สออกซเิ จนและแก๊สไฮโดรเจน แกส๊ ใดจะแพรผ่ ่านไดเ้ รว็ กวา่ กัน เพราะเหตุใด
(แนวตอบ : แกส๊ ไฮโดรเจนจะแพรผ่ ่านได้เร็วกวา่ แกส๊ ออกซเิ ขน เพราะมีมวลโมเลกลุ นอ้ ยกวา่ )
7. ครูยกตัวอย่างโจทย์เกี่ยวกับกฎการแพร่ของเกรแฮม โดยครูเขียนโจทย์และแสดงวิธีทำให้นักเรียนดูบน
กระดาน ดังน้ี
แกส๊ ทมี่ มี วลโมเลกลุ 36 จะแพรไ่ ด้เร็วหรือช้ากว่าแกส๊ ท่มี ีมวลโมเลกุล 144 กเ่ี ท่า
วธิ ีทำ R1 = √M2
R2 √M1
= √144 = 2
√36
R1 = 2R2
ดังน้ัน แก๊สท่ีมมี วลโมเลกลุ 36 จะแพร่ไดเ้ ร็วกวา่ แกส๊ ทม่ี มี วลโมเลกุล 144 2 เทา่
ขน้ั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครูถามคำถาม BIG QUESTION จากหนังสอื เรยี นรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1 อีกครัง้ ดงั นี้
• ทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ สามารถนำมาอธิบายการแพร่ของแกส๊ ได้อย่างไร
(แนวตอบ : ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส กลา่ วว่า ที่อุณหภมู เิ ดียวกัน แกส๊ ทกุ ชนิดจะมพี ลงั งานจลน์เฉลย่ี เทา่ กนั แต่มี
ความเรว็ เฉลี่ยไม่เทา่ กนั โดยทีแ่ กส๊ ที่มีมวลโมเลกลุ มาก จะมีความเร็วเฉลี่ยตำ่ จงึ แพร่ได้ช้า ส่วนแกส๊ ทมี่ มี วล
โมเลกุลนอ้ ย จะมีความเรว็ เฉลย่ี สงู จงึ แพรไ่ ดเ้ รว็ )
81
• กฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮมมีใจความสำคัญว่าอยา่ งไร
(แนวตอบ : เม่ืออณุ หภูมิและความดันคงที่ อตั ราการแพร่ของแก๊สใด ๆ จะแปรผกผันกบั รากทส่ี องของมวล
โมเลกุล หรือความหนาแนน่ ของแกส๊ )
2. ครเู ปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามขอ้ สงสัยในเนอื้ หา เรื่อง การแพร่ของแกส๊ วา่ มีส่วนไหนที่ยงั ไมเ่ ขา้ ใจ และ
ใหค้ วามรู้เพ่ิมเตมิ ในสว่ นน้ัน เพื่อจะใช้เป็นความร้เู บื้องตน้ สำหรับการเรยี นในเน้ือหาต่อ ๆ ไป
3. นักเรยี นทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สือแบบฝกึ หดั รายวชิ าเพ่ิมเตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคลและการทำงานกลุม่
3. ครูตรวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หัด
4. ครูวัดและประเมินผลจากการนำเสนอผลการทดลอง เรื่อง การแพร่ของแก๊สแอมโมเนียและแก๊สไฮโดรเจน
คลอไรด์
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ วิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 แก๊ส
2. หนงั สือแบบฝึกหดั รายวชิ าเพิ่มเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 แก๊ส
3. วัสดุ-อุปกรณท์ ่ใี ช้ในการทดลอง เรื่องการแพรข่ องแก๊สแอมโมเนยี และแกส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรยี น
9. กระบวนการวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เครือ่ งมอื /วธิ ีการวดั เกณฑค์ วามสำเรจ็
1. บอกความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอตั ราการแพร่ − แบบฝึกหัด เรือ่ ง การแพร่ของ รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ของแกส๊ กบั มวลโมเลกลุ ของแกส๊ ได้ (K) แกส๊
2. ทำการทดลองเพ่ือศึกษาการแพร่ของแกส๊ ประเมินการปฎิบตั ิการ ระดบั คุณภาพ 2
ได้ (P) ผ่านเกณฑ์
3. ต้งั ใจเรียนรูแ้ ละแสวงหาความรู้ แบบประเมินคุณลักษณะ ระดับคุณภาพ 2
รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ท่ไี ด้รับมอบหมาย (A) อนั พึงประสงค์ ผ่านเกณฑ์
82
แบบฝกึ หัด เรอ่ื ง การแพรข่ องแกส๊
1. แก๊ส SO2 และแก๊ส He
2. แก๊ส SO2 และแก๊ส CH4
3. แกส๊ He และแกส๊ CH4
83
เฉลยแบบฝกึ หัด เรอื่ ง การแพร่ของแกส๊
84
85
86
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง 87
ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ าร
ลงชือ่
(นางวราภรณ์ พนั ธะบุญ)
ครูพีเ่ ลี้ยง
…………../…………………/……………
ลงชื่อ
(นางสาวอารรี ตั น์ นุตะภิบาล)
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
…………../…………………/……………
88
แผนการจดั การเรยี นรู้(รายวชิ าเพม่ิ เติม)
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี5 ภาคเรยี นท่ี 1
รหสั วิชา ว32223 รายวชิ า เคมี
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี1 เรือ่ งแกส๊ จำนวน 14 ช่วั โมง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 10 เร่ือง เทคโนโลยที ่เี กย่ี วข้องกบั สมบตั ิของแก๊ส เวลา 1 ช่วั โมง
วันที่ .................เดอื น....................................พ.ศ.2565 ผ้สู อน นางสาว กาญจนา พานโน
1. มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
สาระเคมี
1. เขา้ ใจโครงสรา้ งอะตอม การจดั เรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัตขิ องธาตุ พนั ธะเคมแี ละสมบตั ิของสาร แกส๊
และสมบตั ขิ องแกส๊ ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรียแ์ ละพอลิเมอร์ รวมท้งั การนำความร้ไู ปใช้
ประโยชน์
ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
6. สืบคน้ ขอ้ มูล นำเสนอตัวอยา่ ง และอธิบายการประยุกต์ใชค้ วามรูเ้ กี่ยวกับสมบัตแิ ละกฎต่าง ๆ ของแกส๊ ใน
การอธิบายปรากฏการณ์ หรือแกป้ ัญหาในชวี ิตประจำวันและในอุตสาหกรรม
2. สาระสำคญั
สมบัติและกฎต่าง ๆ ของแก๊สสามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและใน
อตุ สาหกรรม
3.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ยกตัวอย่างเทคโนโลยที เี่ กีย่ วข้องกบั สมบัตขิ องแก๊สได้ (K)
2. อธิบายเกีย่ วกับเทคโนโลยีทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั แกส๊ โดยใช้สมบตั ขิ องแกส๊ ได้ (K)
3. สื่อสารเกีย่ วกบั เทคโนโลยีทเ่ี ก่ียวข้องกบั สมบตั ขิ องแกส๊ ได้ (P)
4. ตง้ั ใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ รับผดิ ชอบตอ่ หน้าที่ที่ไดร้ ับมอบหมาย (A)
4. สาระการเรียนรู้
สมบัติและกฎต่าง ๆ ของแก๊สนำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และใน
อตุ สาหกรรมได้
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
1) ทักษะการสงั เกต
2) ทักษะการสำรวจคน้ หา
3) ทกั ษะการวิเคราะห์
4) ทักษะการทำงานรว่ มกัน
89
3. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวินัย รบั ผดิ ชอบ
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มัน่ ในการทำงาน
7. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันที่ 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engage)
1. ครทู บทวนเกี่ยวกบั ทฤษฎจี ลน์และสมบัติของแก๊ส ดังน้ี
• โมเลกลุ ของแกส๊ มีขนาดเล็กมากและไม่มีแรงยึดเหนีย่ วระหว่างกันและกนั เมื่อบรรจุแก๊สไวใ้ นภาชนะใดก็ตาม
แก๊สจะแพร่กระจายเต็มภาชนะแกส๊ จงึ มีรูปร่างและปริมาตรไมแ่ นน่ อนขน้ึ อยูก่ บั ภาชนะที่บรรจุ
• โมเลกุลของแกส๊ อยูห่ า่ งกันมากแรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกุลจึงน้อยมากสารที่อย่ใู นสถานะแกส๊ จึงมคี วาม
หนาแน่นนอ้ ย
• ทีอ่ ุณหภูมิเดียวกนั แกส๊ ทุกชนดิ จะมีพลังงานจลน์เฉลยี่ เทา่ กนั แต่จะมคี วามเร็วเฉล่ยี ไมเ่ ท่ากนั โดยแก๊สท่ีมีมวล
โมเลกุลน้อยจะมีความเรว็ เฉล่ียสูงแกส๊ นัน้ จะแพร่ไดเ้ ร็ว สว่ นแกส๊ ทม่ี ีมวลโมเลกุลมากจะมีความเรว็ เฉลี่ยนอ้ ย
แก๊สนนั้ จะแพร่ได้ชา้
2. ครูกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนเก่ียวกับเร่ือง เทคโนโลยีท่เี กี่ยวข้องกับสมบัติของแก๊ส โดยใช้คำถามเพ่ือ
กระตุ้นนักเรียน ดังน้ี
1) ให้นกั เรียนยกตวั อยา่ งการใช้ประโยชน์จากแกส๊ ในชวี ิตประจำวัน
(แนวตอบ : พิจารณาคำตอบของนักเรียน โดยขึน้ อยู่กบั ดลุ ยพนิ จิ ของครูผู้สอน ยกตัวอย่างเชน่ แกส๊ ออกซิเจน
ในอากาศใช้ในการหายใจ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ใชใ้ ส่ในนำ้ อัดลม เพื่อใหน้ ำ้ อดั ลมมฟี องซา่ แก๊สฮเี ลียมใช้
บรรจุลงในลูกโป่งหรอื บอลลนู เป็นต้น)
3. ครูถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียนรายวิชาเพิ่มเติมวิทยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 ว่า
“สมบัติของแก๊สสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในด้านใดได้บ้าง” ให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถาม จากนั้นครูและ
นกั เรียนมาอภิปรายร่วมกันเพ่ือนำไปสขู่ นั้ สอนต่อไป
ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
1. ครูใหน้ กั เรยี นจบั กลุ่ม กลุม่ ละ 3 คน แล้วใหค้ นแรกศึกษาเร่ือง การทำนำ้ แข็งแหง้ คนทสี่ องศึกษาเรื่อง การ
ทำไนโตรเจนเหลว และคนที่สามศึกษาเรื่อง การสกัดสารโดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในรูปของไหล จาก
หนงั สือเรียนรายวชิ าเพมิ่ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1
2. นักเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าทำเป็นรูปแบบต่างๆตามความคิดเห็นของแต่ละกลุ่ม เช่น แผนภาพ
แผนผัง เขยี นบรรยาย
ขั้นที่ 3 อธบิ ายความรู้ (Explain)
1. ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน 1 กลุ่ม ออกมาอธิบายเรื่องที่ได้ศึกษาและผลงานการจัดทำข้อมูลของกลุ่มให้เพื่อน
กลุ่มอื่นฟังหนา้ ชัน้ เรียน โดยครูคอยเสรมิ ความรูเ้ พ่มิ เตมิ เพื่อใหน้ ักเรยี นเกดิ ความเขา้ ใจท่ีถูกต้อง
90
2. ครูตั้งคำถามใหน้ ักเรียนร่วมกันอภิปราย เร่อื ง เทคโนโลยีทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับสมบัตขิ องแกส๊ เชน่
1) จงอธิบายหลักในการทำนำ้ แข็งแหง้
(แนวตอบ : นำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาเพิ่มความดันและลดอุณหภูมิ จะได้คาร์บอนไดออกไซด์เหลว
จากนั้นทำให้แห้งและบริสุทธิ์ และทำการเพิ่มความดันและลดอุณหภูมิอีกครั้งหนึ่ง แล้วอัดผ่านรูพรุน จะได้
น้ำแข็งแห้งออกมา)
2) จงอธิบายหลกั ในการทำไนโตรเจนเหลว
(แนวตอบ : ดูดอากาศเข้าเครื่องอัดอากาศผ่านลงใน NaOH จากนั้นผ่านเข้าเครื่องกรองน้ำมัน และทำให้แห้ง
ด้วย Al2O3 จากนั้นลดอุณหภูมิลงจนถึง -183◦C เพื่อแยกแก๊สออกซิเจนออก จากนั้นลดอุณหภูมิลงจนถึง -
196◦C จะไดแ้ กส๊ ไนโตรเจนเหลวออกมา)
3) เพราะเหตใุ ดจึงนยิ มใชค้ ารบ์ อนไดออกไซดใ์ นรูปของไหลสกัดกาเฟอีนจากเมล็ดกาแฟ
(แนวตอบ : เนื่องจากการสกัดสารโดยใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในรูปของไหลเป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้ความร้อน จึงไม่
ทำใหร้ สหรือกลิ่นกาแฟเปล่ยี นแปลงไป)
4) น้ำแขง็ แหง้ และไนโตรเจนเหลวนิยมนำไปใชใ้ นอุตสาหกรรมใด
(แนวตอบ : อตุ สาหกรรมทเ่ี กี่ยวข้องกบั การทำความเยน็ )
3. นกั เรียนทำแบบฝึกหดั ในหนงั สอื แบบฝึกหัดรายวชิ าเพ่มิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1
ข้นั ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaborate)
1. ครถู ามคำถาม BIG QUESTION จากหนังสือเรียนรายวิชาเพ่มิ เตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 อกี ครงั้ ดังนี้
• สมบตั ิและกฎต่าง ๆ ของแก๊สสามารถนำมาประยุกต์ใชป้ ระโยชน์ในชวี ิตประจำวันไดอ้ ย่างไร
(แนวตอบ : ข้ึนอยกู่ บั ดุลยพนิ จิ ของครผู ู้สอน ตวั อยา่ งเช่น ใชผ้ ลติ น้ำแขง็ แห้ง ผลิตไนโตรเจนเหลว สกดั สารโดย
ใชค้ าร์บอนไดออกไซด์ในรูปของไหล เปน็ ตน้ )
2. ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมา หากส่วนใดที่นักเรียนยังมีข้อสงสัยให้ครูอธิบาย
เพ่ิมเติมเพือ่ ใหน้ กั เรียนเข้าใจ
3. ครูใหน้ กั เรียนเขียนแผนผังมโนทัศน์ หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 แก๊ส เพ่อื เปน็ การสรุปความเข้าใจท่ีได้รับจากการ
เรยี นแลว้ สง่ เปน็ การบา้ นในคาบเรยี นต่อไป
ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูประเมนิ ผลนักเรียน โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงานรายบคุ คล
พฤติกรรมการทำงานกลุม่ และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าช้นั เรยี น
2. ครตู รวจสอบผลจากการทำแบบฝกึ หดั
91
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
8.1 สื่อการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียนรายวชิ าเพิ่มเตมิ วทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 แกส๊
2. หนงั สือแบบฝึกหัดรายวิชาเพ่ิมเติมวทิ ยาศาสตร์ เคมี ม.5 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 แกส๊
8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1. ห้องเรียน
9. กระบวนการวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ เคร่อื งมือ/วธิ ีการวัด เกณฑ์ความสำเรจ็
1. ยกตวั อยา่ งเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกบั แบบฝกึ หัด เร่ือง เทคโนโลยที ี่ รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
สมบัติของแก๊สได้ (K) เก่ยี วข้องกบั สมบตั ิของแกส๊
2. อธิบายเกย่ี วกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวขอ้ ง
กบั แก๊สโดยใช้สมบัติของแก๊สได้ (K)
3. สอ่ื สารเก่ียวกับเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้อง แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ 2
กบั สมบัตขิ องแกส๊ ได้ (P) ผา่ นเกณฑ์
4. ตั้งใจเรยี นรูแ้ ละแสวงหาความรู้ แบบประเมนิ คุณลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2
รบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ีทไี่ ดร้ ับมอบหมาย (A) อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
92
แบบฝึกหดั เรื่อง เทคโนโลยีที่เก่ยี วข้องกบั สมบตั ิของแก๊ส
1. เขียนภาพแสดงขน้ั ตอนการทำไนโตรเจนเหลว พรอ้ มตอบคำถาม
ยกตัวอย่างการนำไนโตรเจนเหลวมาใชป้ ระโยชน์ในดา้ นต่างๆ
2. เขยี นแผนภาพแสดงขน้ั ตอนการทาํ นาํ้ แข็งแหง้ พรอ้ มตอบคาํ ถาม
ขน้ั ตอนใดทใี่ ชท้ ฤษฎีของแกส๊ ในการผลติ นำ้ แข็งแห้ง และใช้ทฤษฎีใด
93
3.จากแผนภาพในข้อ2.ขัน้ ตอนการเพิ่มความดนั และลดอุณหภมู เิ พื่อเปล่ียนจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
เปน็ คาร์บอนไดออกไซดเ์ หลว เป็นไปตามทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
4.เพราะเหตุใด น้ำแข็งแหง้ จงึ มอี ุณหภมู เิ ย็นจดั ถงึ -79 องศาเซลเซยี ส แตใ่ นขณะนำ้ แข็งท่วั ไปมีอุณหภูมิ
ประมาณ 0 องศาเซลเซียส
5. เพราะเหตใุ ดจึงนิยมสกดั สารจากพืชโดยใชค้ าร์บอนไดออกไซด์ในรูปแบบของไหล
94
เฉลยแบบฝึกหดั เรื่อง เทคโนโลยที ี่เกยี่ วข้องกับสมบตั ิของแกส๊
95
96
97
98
ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง 99
ความคิดเหน็ ของผ้บู รหิ าร
ลงชือ่
(นางวราภรณ์ พนั ธะบุญ)
ครพู ี่เลี้ยง
…………../…………………/……………
ลงชื่อ
(นางสาวอารีรตั น์ นุตะภิบาล)
ผู้อำนวยการสถานศกึ ษา
…………../…………………/……………