100
1 1) นักเรยี นขาดความม.ุงมัน่ และไม.สนใจในการเรียน มีพฤติกรรมชอบคยุ
ชอบเลน. หรอื นอนหลับขณะการเรยี นการสอน
2) นกั เรียนขาดความรับผดิ ชอบในงานที่ได(รับมอบหมายไมต. รงตาม
กำหนดเวลาทต่ี กลงไว(
9.2 ระดบั คณุ ภาพ หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลยี่ 3.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลยี่ 2.00 - 2.99 หมายถงึ พอใช(
คะแนนรวมเฉลี่ย 0.01 - 1.99
ดงั นน้ั นกั เรยี นตองไดคะแนนเฉล่ยี ทุกประเดน็ การประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับ
คุณภาพ ดี ถือวาผานเกณฑ#การประเมนิ ในแผนการจัดการเรยี นท่ี 7
101
บนั ทึกหลังการสอน
หนวยการเรียนรูที่ 5 ปฏิกิรยิ าเคมแี ละวัสดุในชีวิตประจำวนั .... ...... ... ...
แผนการสอนเรอื่ ง 7 ปฏกิ ริ ยิ าเคมีมีผลต1อส่ิงมีชีวติ และสิ่งตา1 ง ๆ รอบตัว
วนั ที่...............................เดอื น...............................................................พ.ศ.................
1. สรุปผลการเรยี นการสอน
1. นักเรียนจำนวน....................คน ผ.านจุดประสงค#การเรียนร(ู...........คน คดิ เปน6 ร(อยละ.............
ไมผ. า. นจดุ ประสงค#.......................คน คดิ เปน6 รอ( ยละ.............
ไดแ( ก...................................................................................................
2. สรปุ ผลตามรายจุดประสงคก# ารเรียนรู
2.1 นักเรยี นมีความรู(ความเข(าใจ ( K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 นักเรยี นมีความรู(เกดิ กระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 นกั เรียนมีเจตคติ (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขอเสนอแนะหลังการจดั การเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื ............................................ครผู สู อน ลงช่ือ.............................................หัวหนากลุมสาระ
() ()
ตำแหน.ง................................................... ลงชื่อ.............................................ผชู วย/รองฯวิชาการ
…………./……………./………… ()
ลงช่อื ............................................ผูอำนวยการ
()
102
แบบบนั ทกึ การประเมนิ คุณภาพการเรยี นรูของนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปท* ่ี 3
รายวิชาวิทยาศาสตรพ# น้ื ฐาน (ว23102) หนวยการเรยี นรูที่ 5 ปฏกิ ริ ยิ าเคมีและวัสดุในชีวติ ประจำวันI
แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 7 เร่อื ง ปฏกิ ริ ิยาเคมมี ีผลต1อสิ่งมชี วี ติ และสง่ิ ต1าง ๆ รอบตัว .
คำช้แี จง: ทำเคร่อื งหมาย ในชอ. งค.านำ้ คะแนนแต.ละด(านตามจุดประสงคก# ารเรียนรู( โดยประเมนิ ตามเกณฑ#
(Rubrics Score)
เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ที่ รหสั นักเรยี น คานำ้ หนักคะแนน คานำ้ หนักคะแนน คานำ้ หนักคะแนน
ระดับ
3 2 1 3 2 1 32 1 ุคณภาพ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
103
เลข ชื่อ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหัสนักเรียน คาน้ำหนกั คะแนน คานำ้ หนกั คะแนน คาน้ำหนกั คะแนน
ระดับ
321 32 1 32 1 ุคณภาพ
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
เกณฑ#การพิจารณาคณุ ภาพ หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 2.99 หมายถงึ พอใช(
คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01 - 1.99
ตองไดคะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเด็นการประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทานนั้
ถงึ จะผานการเรยี นรตู ามตวั ชว้ี ดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรขู องนักเรยี น
ผเู( รียนที่ ผา. น ตัวช้ีวัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปน6 รอ( ยละ………………………………………………..
ผ(ูเรยี นที่ ไม.ผา. น ตวั ชีว้ ดั
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เป6นรอ( ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
สื่อการเรียนรูแผนการจดั การเรียนรทู ่ี 7: 104
คลิปวีดีทศั น#: การเผาไหม สื่อวีดิทศั น
สื่อวีดิทัศน#เรื่อง การเผาไหม( อธิบายเกี่ยวข(องกับปฏิกิริยาเคมีระหว.างแก\สออกซิเจนกับสารประเภท
เชื้อเพลงิ
แหลงท่ีมา: เว็บไซตอ# า( งอิง ipst.me/10607
เผยแพรเ. ม่ือ 30 สงิ หาคม พ.ศ. 2562
(เจ(าของผลงาน สถาบนั สง. เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร#และเทคโนโลยี (สสวท.))
สื่อการเรยี นรูแผนการจัดการเรียนรทู ่ี 7: 105
คลปิ วีดีทศั น#: การเกิดฝนกรด สอื่ วีดิทัศน
สื่อวีดิทัศน#เรื่อง การเกิดฝนกรด อธิบายเกี่ยวข(องกับการเกิดฝนกรดในธรรมชาติและผลกระทบของฝน
กรดต.อส่ิงมีชวี ิตและส่งิ แวดล(อม
แหลงท่ีมา: เว็บไซตอ# (างอิง ipst.me/10649
เผยแพร.เม่ือ 2 กันยายน พ.ศ. 2562
(เจ(าของผลงาน สถาบันส.งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ# ละเทคโนโลยี (สสวท.))
ส่อื การเรียนรูแผนการจดั การเรียนรูที่ 7: 106
คลิปวีดีทัศน#: การสังเคราะหด# วยแสง สอ่ื วีดิทัศน
สื่อวีดิทัศน#เรื่อง การสังเคราะห#ด(วยแสง อธิบายเกี่ยวข(องกับการสร(างอาหารของพืชโดยการสังเคราะห#
ด(วยแสง
แหลงที่มา: เว็บไซตอ# า( งองิ ipst.me/10650
เผยแพร.เม่ือ 2 กนั ยายน พ.ศ. 2562
(เจ(าของผลงาน สถาบนั ส.งเสริมการสอนวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี (สสวท.))
107
สอื่ การเรียนรูแผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 7: ใบกิจกรรมท่ี 5.7
ใบกิจกรรมท่ี 5.7 ปฏิกริ ยิ าเคมมี ผี ลต!อสงิ่ มีชีวติ และสิ่งต!าง ๆ รอบตัวอย!างไร
หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ช้นั มธั ยมศึกษาป/ที่ 3 เลม1 2 ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธกิ าร หนา 26
กจิ กรรมท่ี 5.7 ปฏกิ ริ ยิ าเคมมี ีผลตอสิ่งมีชีวิตและส่งิ ตาง ๆ รอบตัวอยางไร?
จุดประสงค) 1. สบื ค(นและอธิบายเกยี่ วกับการเกิดปฏิกิรยิ าการเผาไหม( การเกดิ ฝนกรด และ
วสั ดอุ ุปกรณ) การสังเคราะห#ด(วยแสงพร(อมทง้ั บอกประโยชน#และโทษของปฏกิ ริ ยิ าเหลา. นี้
2. อภปิ รายและเสนอแนวทางการปอ„ งกันและแก(ไขปlญหาที่เกิดจากปฏิกิรยิ าเคมี
ท่ีมผี ลตอ. ส่งิ มชี วี ติ และสง่ิ ต.าง ๆ รอบตวั
อุปกรณ#ท่ใี ชใ( นการสืบค(น เช.น โทรศัพทเ# คล่ือนที่ คอมพวิ เตอร#
วธิ ดี ำเนนิ 1. สบื คนขอมลู การเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม การเกิดฝนกรด และการสังเคราะห
กิจกรรม ดวยแสง พรอมบอกประโยชนและโทษของปฏกิ ิริยาเหล1านี้ จากน้นั ร1วมกนั อภิปราย บนั ทึก
ผล
2. รว1 มกันอภิปรายแนวทาการปอN กันและแกไขปSญหาที่เกดิ จากปฏิกริ ิยาเคมที ี่มีผลต1อ
สงิ่ มีชวี ิตและสงิ่ ต1าง ๆ รอบตวั และนำเสนอ
ขอเสนอแนะ • ครอู าจมอบหมายให(นักเรียนสืบค(นขอ( มลู ล.วงหน(า โดยแนะนำแหล.งข(อมูลสำหรับการ
ในการทำ สบื ค(นทนี่ .าเช่อื ถือใหน( ักเรยี น
กิจกรรม
ส่อื การเรียนรู/ • กรมควบคมุ มลพษิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล(อม. สารกรดในบรรยากาศ :
แหลง! เรียนรู มลพษิ ไร(พรมแดน. สืบคน( เม่ือ 30 กรกฎาคม 2562, จาก
http://www.pcd.go.th/info_serv/air_aciddeposition.html
• โครงการสารานุกรมไทยสำหรบั เยาวชน โดยพระราชประสงค#พระบาทสมเด็จพระ
เจา( อยู.หัว.การเผาไหม(เชื้อเพลิงทำใหเ( กิดมลพิษ. สบื ค(นเมื่อ 30 กรกฎาคม 2562, จาก
http://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=15&chap=9&page=t15-
9-infodetail02.html
คำถามทายกิจกรรม
1. ปฏิกริ ยิ าการเผาไหม การเกิดฝนกรด และการสังเคราะหด# วยแสงเกดิ ข้นึ ไดอยางไร มสี ารใดเปนb สารต้ังตน
สารใดเปbนผลิตภัณฑ# และเขียนเปนb สมการขอความไดอยางไร
2. ปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม การเกิดฝนกรด และการสงั เคราะห#ดวยแสง มีประโยชนแ# ละโทษอยางไร
3. แนวทางการปrองกันและแกไขปญn หาทเี่ กิดจากปฏิกริ ิยาเคมที ่มี ีผลตอส่ิงมีชวี ติ และสิง่ ตาง ๆ รอบตัว
เปนb อยางไร
4. จากกจิ กรรม สรุปไดวาอยางไร
108
ส่ือการเรยี นรูแผนการจดั การเรียนรทู ่ี 7: แบบบนั ทึกการคนควากจิ กรรมท่ี 5.7
แบบบันทกึ การคนควากิจกรรมท่ี 5.7 ปฏกิ ิริยาเคมีมีผลต!อสง่ิ มีชีวิตและสิง่ ต!าง ๆ รอบตวั อยา! งไร
การสงั เคราะห# การเกดิ ฝนกรด ปฏิกริ ิยา ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ดวยแสง การเผาไหม
การเกดิ ปฏิกริ ยิ า
ประโยชน#
โทษ แนวทางการปrองกนั
109 การให(คะแนน (ดานกระบวนการ (P)
แนวทาง ับน ึทกการคนควา ิกจกรรม ี่ท 5.7 ปฏิกิริยาเค ีม ีมผลต!อ ่ิสง ีม ีช ิวตและ ิ่สงต!าง ๆ รอบตัวอ !ยางไร ปฏิกิริยาเคมี การเกดิ ปฏกิ ริ ยิ า ปร
ปฏิกิริยา เกดิ จากการทำปฏกิ ริ ยิ าระหว.างแก\ส ความรอ( นท่ีได
การเผาไหม ออกซเิ จนกับสารประเภทเชื้อเพลงิ การเผาไหมส( า
โดยต(องใชค( วามรอ( นในการเรม่ิ ตน( ประโยชนใ# นด
การเกิดฝนกรด ปฏกิ ิริยา และไดผ( ลิตภัณฑ#ชนดิ ใชผ( ลติ พลงั งา
ตา. ง ๆ พรอ( มทง้ั ความรอ( นและแสง พลงั งานในกา
โดยชนดิ ของผลติ ภณั ฑท# ไี่ ดข( ้ึนอยกู. ับ รถยนต#หรอื ใช
องคป# ระกอบของเช้ือเพลงิ อาหาร
เกิดจากปฏิกริ ิยาระหวา. งนำ้ ฝนกบั
ออกไซดข# องไนโตรเจน หรือ
ออกไซด#ของซลั เฟอร# ไดส( ารละลายที่
มคี .าพเี อช
ตำ่ กว.า 5.6
แนบทายแผนการจัดการเรียนรู ี่ท 7: การสงั เคราะห# เกดิ จากปฏิกริ ิยาระหวา. งแกส\ ไดน( ้ำตาลซ่ึงจ
ดวยแสง คาร#บอนไดออกไซด#กบั นำ้ โดยมี เจริญเตบิ โตขอ
แสงและคลอโรฟลz ลช# .วยในการ ออกซิเจนซึง่ จ
เกดิ ปฏกิ ริ ยิ า ได(ผลิตภัณฑเ# ป6น ดำรงชีวิตของ
นำ้ ตาลและแกส\ ออกซิเจน กระบวนการน
แกส\ คารบ# อนไ
สาเหตหุ นงึ่ ขอ
อีกด(วย
ระโยชน# โทษ แนวทางการปอr งกนั
ด(จากปฏิกริ ิยา ทำให(เกดิ แกส\ คารบ# อนไดออกไซด# ลดการใช(เชือ้ เพลิง เลิกการเผา
ามารถนำไปใช( ทเ่ี ปน6 สาเหตุหนงึ่ ของภาวะเรอื น ปBาและการเผาขยะ
ดา( นต.าง ๆ เชน. กระจก และอาจเกดิ เขมา. และแกส\
านไฟฟา„ เปล่ียนเป6น คาร#บอนมอนอกไซด# ซ่ึงเมื่อ
ารขบั เคล่อื น หายใจเขา( ไปจะเกดิ อันตรายต.อ
ช(ในการประกอบ ส่ิงมชี วี ติ
เกดิ อาการระคายเคอื งตอ. ลดการใช(เชือ้ เพลงิ โดยใช(ระบบ
เย่ือบตุ า. ง ๆ คนั ตามผวิ หนัง แสบ ขนสง. สาธารณะแทนการใช(
ตา ทำให(พชื แห(งและตาย ทำให( รถยนตส# ว. นบคุ คล เลอื กใช(
โครงสรา( งของอาคารท่ที ำดว( ย พลงั งานทดแทนแทนการใช(
โลหะและปนู ผกุ รอ. น ความเป6น พลงั งานจากเชื้อเพลงิ
กรดของแหล.งน้ำและดนิ เพม่ิ ขึ้น
จำเปน6 ตอ. การ
องพชื และแกส\
จำเป6นตอ. การ
งงมีชีวิตอน่ื
น้ยี ังช.วยลดปรมิ าณ
ไดออกไซด# ซง่ึ เปน6
องภาวะโลกรอ( น
แนบทายแผนการจัดการเรยี นรูท่ี 7: 110
การให(คะแนนดา( นความร(ู (K)
เฉลยใบกิจกรรมที่ 5.7 ปฏกิ ิริยาเคมมี ีผลต!อส่ิงมีชีวิตและส่ิงต!าง ๆ รอบตัวอยา! งไร
เฉลยคำถามทายกิจกรรม
1. ปฏกิ ิริยาการเผาไหม การเกดิ ฝนกรด และการสงั เคราะห#ดวยแสงเกิดขน้ึ ไดอยางไร มีสารใดเปbนสารตงั้ ตน
สารใดเปbนผลิตภณั ฑ# และเขียนเปbนสมการขอความไดอยางไร
แนวคำตอบ การเผาไหมเกิดจากการทำปฏกิ ิริยาระหวา. งเช้อื เพลิงและแก\สออกซเิ จน ในกรณที ีเ่ ช้อื เพลิง
เป6นสารประกอบไฮโดรคาร#บอน การเผาไหม(จะมสี ารประกอบไฮโดรคาร#บอนและแก\สออกซเิ จนเปน6 สารต้ังตน(
ถ(าเกดิ การเผาไหมอ( ยา. งสมบูรณ# จะได(น้ำและแกส\ คารบ# อนไดออกไซดเ# ปน6 ผลติ ภัณฑ# เขยี นเป6นสมการข(อความได( ดงั น้ี
สารประกอบไฮโดรคาร#บอน + แก\สออกซเิ จน → นำ้ + แกส\ คารบ# อนไดออกไซด#
ฝนกรด เกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว.างน้ำและออกไซด#ของไนโตรเจนหรือออกไซด#ของซัลเฟอร#
ได(สารละลายที่มคี า. พเี อชน(อยกว.า 5.6 โดยปฏิกริ ยิ านม้ี นี ้ำและออกไซดข# องไนโตรเจนหรอื ออกไซด#ของซลั เฟอร#
เปน6 สารตงั้ ตน( ไดก( รดไนตริกหรอื กรดซัลฟzวรกิ เป6นผลิตภัณฑ# สามารถเขยี นเปน6 สมการข(อความได( ดังนี้
แกส\ ไนโตรเจนไดออกไซด# + น้ำ → กรดไนตริก + แก\สไนโตรเจนมอนอกไซด#
แกส\ ซัลเฟอรไ# ตรออกไซด# + นำ้ → กรดซัลฟzวริก
การสงั เคราะหด# วยแสงเป6นกระบวนการสรา( งอาหารของพืช เกดิ จากการทำปฏกิ ิรยิ าระหวา. งนำ้ และ
แก\สคารบ# อนไดออกไซด# โดยมแี สงและคลอโรฟลz ลช# .วยในการเกิดปฏกิ ิริยา ปฏิกิรยิ านี้มนี ้ำและแกส\
คารบ# อนไดออกไซดเ# ปน6 สารต้ังตน( นำ้ ตาลและแก\สออกซิเจนเปน6 ผลิตภัณฑ# สามารถเขยี นเปน6 สมการ
ขอ( ความได( ดงั นี้
พลังงานแสง
น้ำ + แกส\ คารบ# อนไดออกไซด# → นำ้ ตาล + แกส\ ออกซิเจน
คลอโรฟลz ล#
2. ฏกิ ิรยิ าการเผาไหม การเกดิ ฝนกรด และการสงั เคราะห#ดวยแสง มีประโยชนแ# ละโทษอยางไร
แนวคำตอบ การเผาไหมจะให(ความรอ( นซ่ึงสามารถนำไปใชป( ระโยชน#ในด(านต.าง ๆ เชน. ใชผ( ลติ
พลังงานไฟฟ„า เปล่ยี นเปน6 พลังงานในการขบั เคล่ือนรถยนต# หรอื ใช(ในการประกอบอาหาร แตก. ารเผาไหม(
กท็ ำให(เกิดแกส\ คาร#บอนไดออกไซด#ทเี่ ปน6 สาเหตหุ น่ึงของภาวะเรือนกระจก ทำใหอ( ุณหภมู ิเฉล่ียของโลกสูงข้นึ
นอกจากนี้อาจก.อให(เกดิ เขม.าและแกส\ คาร#บอนมอนอกไซด# ซึ่งเมอื่ หายใจเข(าไปจะเกดิ อันตรายต.อสิ่งมีชวี ิตอีกด(วย
ฝนกรดทำให(เกิดอาการระคายเคอื งต.อเยื่อบตุ .าง ๆ คันตามผวิ หนงั แสบตา ทำใหพ( ืชแหง( และตาย
ทำใหโ( ครงสรา( งอาคารที่ทำด(วยโลหะและปูนผุกร.อน ทำใหค( วามเปน6 กรดของแหล.งน้ำและดินเพมิ่ ขน้ึ สง. ผลต.อ
พชื และสตั ว#ท่ีดำรงชวี ิตในแหล.งนำ้
การสังเคราะห#ดวยแสงของพืชนอกจากจะไดน( ้ำตาลซึง่ จำเป6นต.อการเจริญเติบโตของพืช แล(วยังได(แกส\
ออกซเิ จนซง่ึ จำเป6นตอ. การดำรงชีวิตของสง่ิ มชี วี ิตอนื่ ๆ กระบวนการนี้ยงั ชว. ยลดปรมิ าณแกส\
111
คารบ# อนไดออกไซด# ซ่ึงเป6นสาเหตุหนึง่ ของภาวะโลกร(อนอีกด(วย
3. แนวทางการปrองกนั และแกไขปญn หาทเี่ กดิ จากปฏกิ ริ ิยาเคมที ่ีมผี ลตอสิ่งมีชีวิตและสิง่ ตาง ๆ รอบตัวเปนb อยางไร
แนวคำตอบ ลดการใชเ( ชอ้ื เพลิง เลกิ การเผาปาB และการเผาขยะ ใช(ระบบขนสง. สาธารณะแทนการใช(
รถยนตส# .วนบุคคล ตดิ ตั้งระบบกำจดั แก\สทีเ่ ป6นสาเหตุของการเกิดฝนกรดในโรงงานอตุ สาหกรรมก.อนปล.อยออก
ส.ชู น้ั บรรยากาศ เลือกใชพ( ลงั งานทดแทนแทนการใช(พลังงานจากเชอื้ เพลิง
4. จากกิจกรรม สรุปไดวาอยางไร
แนวคำตอบ ปฏกิ ิรยิ าเคมีทพ่ี บท่ัวไปในสิ่งแวดลอ( มมหี ลายชนดิ เชน. การเผาไหม( การเกิดฝนกรด
การสังเคราะหด# (วยแสง ปฏิกริ ิยาเคมเี หลา. นม้ี ีท้ังทีเ่ ปน6 ประโยชน#และเปน6 โทษต.อสงิ่ มชี วี ติ และส่ิงตา. ง ๆ รอบตวั
การเลอื กใชป( ฏกิ ริ ิยาเคมใี นการทำกิจกรรมต.าง ๆ ของมนุษยจ# ึงควรคำนึงถงึ ผลกระทบตอ. ส่งิ แวดลอ( ม ตลอดจน
ร(จู ักวธิ ีควบคุม ปอ„ งกนั และแก(ปlญหาท่ีเกิดข้ึน
แนบทายแผนการจดั การเรยี นรูท่ี 7: 112
แผนผังมโนทัศนส# ่งิ ทีไ่ ดเรยี นรูจากบทเรียนปฏกิ ิรยิ าเคมี แผนผังมโนทศั น#
113
แผนการจัดการเรียนรูที่ 8
เรอ่ื ง ออกแบบวิธีการลดปริมาณแกส\ เรือนกระจก รหสั วิชา ว23102 เวลา 1 ชัว่ โมง
หนวยการเรียนรทู ่ี 5 ชื่อหนวยการเรยี นรู ปฏกิ ิรยิ าเคมีและวัสดใุ นชีวิตประจำวัน รวม 17 ช่วั โมง
กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศึกษาปท* ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2
สาระท่ี 2 ช่ือสาระ วทิ ยาศาสตร#กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วัด
ว 2.1 เข(าใจสมบตั ขิ องสสาร องคป# ระกอบของสสาร ความสมั พนั ธร# ะหวา. งสมบตั ขิ องสสารกับโครงสร(าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว.างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
ตัวชี้วัด
ว 2.1 ม.3/8 ออกแบบวิธีแก(ปlญหาในชีวิตประจำวัน โดยใช(ความร(ูเก่ียวกบั ปฏิกิริยาเคมี โดยบูรณาการ
วทิ ยาศาสตร# คณติ ศาสตร# เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร#
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
1) ความรู(เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี สามารถนำไปใช(ประโยชน#ในชีวิตประจำวัน และสามารถบูรณาการกับ
คณิตศาสตร# เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร#เพื่อใช(ปรับปรุงผลิตภัณฑ#ให(มีคุณภาพตามต(องการหรืออาจสร(าง
นวัตกรรม เพื่อป„องกันและแก(ปlญหาที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยาเคมี โดยใช(ความรู(เกี่ยวกับปฏิกิริยาเคมี เช.น
การเปลี่ยนแปลงพลงั งาน ความรอ( นอนั เนอ่ื งมาจากปฏิกิริยาเคมี การเพม่ิ ปริมาณผลผลิต
3. จุดประสงคก# ารเรยี นรู นกั เรียนอธิบายการสรา( งนวัตกรรมทีเ่ ก่ยี วกับปฏกิ ริ ิยาเคมีโดยบรู ณาการ
1) ดานความรู (K) วิทยาศาสตร# คณติ ศาสตร# เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
นกั เรยี นใช(ทกั ษะการจัดกระทำและสื่อความหมายขอ( มูล โดยนำเสนอข(อมูล
2) ดานทกั ษะ (P) ทีไ่ ดจ( ากการออกแบบวธิ กี ารลดปรมิ าณแกส\ เรอื นกระจก
นักเรยี นมีความมงุ. มัน่ และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
3) ดานเจตคติ (A)
4. คณุ ลักษณะผเู รยี น
4.1 คณุ ลักษณะท่พี งึ ประสงค#
รกั ชาติ ศาสน# กษตั รยิ # อยอู. ยา. งพอเพียง ซอ่ื สัตยส# ุจริต มุง. ม่นั ในการทำงาน
มีวินัย รกั ความเป6นไทย ใฝเB รียนรู( มีจติ สาธารณะ
5. ดานสมรรถนะสำคัญของผเู รยี น
ความสามารถในการสอื่ สาร: นักเรียนสามารถสื่อสาร โดยการนำเสนอวธิ ีการแกป( ญl หา หรอื ผลของ
นวตั กรรมท่พี ฒั นาได( โดยใชค( วามร(เู ก่ียวกับปฏกิ ิรยิ าเคมี โดยใช(วิธีการสื่อสารท่เี หมาะสม
ความสามารถในการคดิ : นกั เรียนสามารถคดิ โดยวิเคราะห#ปlญหา แกป( lญหา และพัฒนานวัตกรรม
โดยใชค( วามรเ(ู ก่ยี วกับปฏกิ ิริยาเคมี
6. สาระการเรยี นรู
ผลปฏกิ ริ ิยาเคมตี อชวี ติ และส่งิ แวดลอม
114
ทำให(เกิดปฏิกิริยาเคมี ซึ่งบางปฏิกิริยาทำให(เกิดผลิตภัณฑ#ที่ก.อให(เกิดปlญหาด(านสิ่งแวดล(อม ซึ่งมี
ผลกระทบต.อสง่ิ แวดลอ( มดังน้ี
ปรากฏการณ#เรอื นกระจก (greenhouse gases) เกิดจากแก\สคาร#บอนไดออกไซด# (CO2) แก\สมีเทน
(CH4) แก็สไดไนโตรเจนมอนอกไซด# (N2O) และแก\สที่มีฟลูออรีนเป6นองค#ประกอบ (fluorinated gases)
เช.น คลอโรฟลูออโรคาร#บอน (CFCS) ซึ่งเป6นแก็สที่พบในบรรยากาศโลก เนื่องจากการกิจกรรมอันหลากหลาย
ของมนษุ ย# เมอื่ ไดร( บั พลังงานจากดวงอาทิตย# รังสอี ลั ตราไวโอเลต (UV) จากดวงอาทติ ย#มีพลงั งานสงู ทะลุผ.านช้ัน
กา\ ซเรอื นกระจก เมื่อผวิ โลกร(อนข้นึ จะคายพลงั งานความร(อนในรูปของรังสีอินฟาเรด ซง่ึ มพี ลังงานต่ำไม.สามารถ
ทะลุผ.านช้ันก\าซเรือนกระจกออกไปได( ทำให(อณุ หภมู ขิ องโลกสูงขึ้น คาดวา. อกี ประมาณ 100 ปขj (างหน(าอุณหภูมิ
ของโลกจะสูงขึ้น 1- 5 องศาเซลเซียส ส.วนใหญ.ก\าซที่ทำให(เกิดชั้นเรือนกระจก ได(แก. ก\าซคาร#บอนไดออกไซด#
(CO2) เกิดปรากฎการณ#เรือนกระจกได(ถึง 57 เปอร#เซ็นต# ซึ่งเกิดจากการเผาไหม(เชื้อเพลิงเป6นส.วนใหญ.
ดังสมการ
สารเช้ือเพลิง + ก\าซออกซเิ จน + ก\าซคาร#บอนไดออกไซด# + ไอน้ำ
ปรมิ าณก\าซคาร#บอนไดออกไซด#ที่เพิ่มขนึ้ เกดิ จากกิจกรรมตา. ง ๆ เช.น โรงงานอุตสาหกรรม การเผาไหม(
เชื้อเพลิงจากยานพาหนะ การตดั ไมท( ำลายปBา การเผาปBา
แนวทางในการป„องกันปริมาณก\าซคาร#บอนไดออกไซด#ที่เพิ่มขึ้น เช.น ควบคุมเครื่องยนต#ในยาพาหนะ
ให(มีสภาพดี และเลือกใช(น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพดี ลดปริมาณการใช(เชื้อเพลิงฟอสซิล แก(ไขปlญหาจราจร
หนาแน.นปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องควบคุมปริมาณควันไอเสียของโรงงาน และยานพาหนะสู.บรรยากาศ
ไม.ตัดไม(ทำลายปBา เผาปBา และเผาฟางข(าวในนา กำจัดขยะใหถ( ูกวิธี หลีกเลีย่ งการเผาขยะ ก\าซโอโซนถกู ทำลาย
การทกี่ า\ ซโอโซนถกู ทำลายทำใหบ( รรยากาศของโลกมีอณุ หภมู สิ ูงข้ึน เปน6 ต(น
7. กิจกรรมการเรียนรู
ใช(รูปแบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู( (Inquiry Cycles: 5Es) (1 ชว่ั โมง; 60นาที)
ข้ันที่ 1 กระตนุ ความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1) ครูกระต(ุนความสนใจของนักเรยี น เกย่ี วกบั เร่ือง ผลปฏิกิริยาเคมตี .อชีวิตและสงิ่ แวดลอ( ม
โดยใชส( ือ่ วดี ทิ ัศนเ# รือ่ ง เข(าใจ "ภาวะเรอื นกระจก" ใน 2 นาที - วิทยาศาสตร#รอบตัว (สบื ค(นได(จาก
https://www.youtube.com/watch?v=jUkWypOxKbM)
2) ครูและนักเรียนพดู คยุ แลกเปล่ยี นถึงปlญหาและส่ิงที่เกดิ ขน้ึ จากปรากฏการณ#เรือนกระจก ว.า
มผี ลกระทบตอ. สงิ่ มีชวี ติ และสิง่ แวดลอ( มอย.างไร
3) ครูเชื่อมโยงเข(าสู.กิจกรรมท(ายบท ออกแบบวิธีการลดปริมาณแก\สเรือนกระจกได(อย.างไร
โดยใช(คำถามว.า ผลของปฏิกิริยาเคมีต.อชีวิตและสิ่งแวดล(อม มีปรากฏการณ#หรือสถานการณ#ใดที่เห็นชัดใน
ปlจจุบัน และสง. ผลกระทบอย.างไรต.อการดำรงชวี ิตของมนุษย# (นกั เรยี นตอบตามความเขาใจ)
ขน้ั ท่ี 2 ขัน้ สำรวจและคนหา (Exploration) (20 นาที)
4) นักเรียนอ.านชื่อกิจกรรม จุดประสงค# และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปjที่ 3 เล.ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน(า 24 และครูตรวจสอบความ
เขา( ใจการอา. น โดยใชค( ำถามดังต.อไปน้ี
- กจิ กรรมนี้เก่ยี วกบั เรื่องอะไร (ออกแบบวธิ ีการลดปรมิ าณแกส5 เรอื นกระจก)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค#อะไร (ออกแบบวิธีการลดปริมาณแก5สเรือนกระจก โดยใชความรู
เก่ยี วกบั ปฏกิ ิรยิ าเคมี บรู ณาการกบั คณติ ศาสตร- เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม)
115
- วิธดี ำเนินกจิ กรรมมีขนั้ ตอนโดยสรุปอยา. งไร (รว1 มกันอภปิ รายสถานการณ- จากนั้นระบุปGญหา
ที่พบในสถานการณ-ที่กำหนดให แลววิเคราะห-สาเหตุของปGญหา สืบคนวิธีแกปGญหาที่เป4นไปไดหลาย ๆ วิธี
เลอื กออกแบบวิธแี กปญG หา อธิบายเหตุผลในการออกแบบ และนำเสนอวธิ แี กปGญหาในรปู แบบต1าง ๆ ทนี่ า1 สนใจ)
- ข(อเสนอแนะในการทำกิจกรรมมีอะไรบ(าง (นักเรียนสืบคนขอมูลล1วงหนา โดยสืบคนแหล1ง
คนควาทน่ี า1 เชอ่ื ถอื ใหนักเรยี น)
5) ขณะที่นักเรียนแต.ละกลุ.มทำกิจกรรม ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนแต.ละกล.ุม
และให(คำแนะนำ ถ(านักเรียนมีข(อสงสัยในประเด็นต.าง ๆ ที่อาจเป6นปlญหา ซึ่งครูควรรวบรวมปlญหา และข(อ
สงสัยที่พบจากการทำกิจกรรมของนกั เรียนเพ่อื ใช(เป6นขอ( มูลประกอบการอภปิ รายหลงั จากการทำกจิ กรรม
ขั้นท่ี 3 ข้ันอธิบายและลงขอสรุป (Explanation) (10 นาที)
6) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการคน( ควา( กิจกรรมท(ายบท ออกแบบวิธีการ
ลดปริมาณแก\สเรอื นกระจกไดอ( ย.างไร โดยการตอบคำถามทา( ยกิจกรรม และร.วมกนั สรุปผลของกจิ กรรม
ข้นั ที่ 4 ขนั้ ขยายความรู (Elaboration) (10 นาที)
7) ครูและนักเรียนร.วมกันสรุปผล เพื่อใหไดขอสรุปจากกิจกรรมวา การแก(ปlญหาใน
สถานการณ#นี้ ต(องใช(ความรู(ด(านวิทยาศาสตร#เพื่อหาปฏิกิริยาเคมีที่สามารถลดปริมาณแก\สคาร#บอนไดออกไซด#
ต(องใช(ความรู(ด(านคณิตศาสตร#ในการคำนวณหาปริมาณแก\สคาร#บอนไดออกไซด#ที่ลดลงด(วยวิธีต.าง ๆ ต(องใช(
ความรู(ด(านเทคโนโลยีในการสืบค(นและออกแบบ และใช(กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมในการดำเนินงาน
เพ่อื แกป( ญl หาอยา. งเปน6 ระบบ
ข้นั ท่ี 5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluation) (10 นาที)
8) นักเรยี นตรวจสอบการทำแบบบันทึกการค(นคว(าและส.งตามกำหนดท่ีวางไว(
9) ครูตรวจสอบการส.งแบบบันทึกการค(นคว(าของนักเรียนและให(คะแนนประเมินตามเกณฑ#
การประเมนิ (Rubrics Score)
8. ส่ือการเรยี นรู/แหลงเรียนรู
8.1 อปุ กรณ#ทำกิจกรรม: อปุ กรณ#ที่ใช(ในการสบื ค(น เชน. โทรศพั ท#เคล่ือนท่ี คอมพิวเตอร#
8.2 คลิปวดี ิทัศน#: เขา( ใจ "ภาวะเรอื นกระจก" ใน 2 นาที - วิทยาศาสตรร# อบตัว
8.3 ใบกิจกรรม: ใบกิจกรรมทายบท ออกแบบวิธกี ารลดปริมาณแก\สเรือนกระจกไดอ( ย.างไร
8.4 แบบบันทึกกจิ กรรม: แบบบันทกึ การคน( ควา( กจิ กรรมทายบท ออกแบบวธิ กี ารลดปรมิ าณ
8.5 แหลง. เรียนร:ู( แกส\ เรอื นกระจกได(อยา. งไร
หนังสือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตรแ# ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศึกษาปทj ่ี 3
เลม. 2 ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
9. การวัดและการประเมนิ
ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือวัด เกณฑ#ทีใ่ ชในการประเมนิ
1. อธิบายการสร(างนวตั กรรม - ตรวจการตอบ - คำถามทา( ยกจิ กรรมท(ายบท - ได(ไมน. (อยกวา. 2 คะแนน
116
ทเี่ กย่ี วกับปฏกิ ิรยิ าเคมีโดย คำถามทา( ยกิจกรรม ออกแบบวธิ ีการลดปริมาณ ระดบั คุณภาพดี ถือวา.
บูรณาการฯได( ท(ายบท แก\สเรอื นกระจกได(อยา. งไร ผา. นการประเมิน
(ด(านความร(ู: K) จำนวน 4 ข(อ ด(านความรู(
2. การใช(ทกั ษะการจัดกระทำ - ตรวจการทำแบบ - แบบบนั ทกึ การคน( คว(า - ได(ไม.น(อยกว.า 2 คะแนน
และสอื่ ความหมายข(อมลู บนั ทึกการค(นควา( กจิ กรรมทายบทออกแบบ ระดับคุณภาพดี ถือวา.
โดยนำเสนอข(อมูลท่ีได( กิจกรรมท(ายบท วิธกี ารลดปรมิ าณแก\สเรือน ผ.านการประเมิน
จากการออกแบบวิธกี ารลด กระจกได(อยา. งไร ดา( นกระบวนการ
ปรมิ าณแกส\ เรือนกระจก
(ด(านกระบวนการ: P)
3. ความม.งุ มนั่ ในการทำงาน - สังเกตพฤติกรรม - เกณฑก# ารประเมนิ ความ - ไดไ( ม.น(อยกว.า2 คะแนน
มงุ. มัน่ และความรับผดิ ชอบ ระดบั คุณภาพดี ถือวา.
และความรบั ผดิ ชอบ ของนักเรยี นระหวา. ง ในการทำกิจกรรมการ ผ.านการประเมิน
เรยี นรู( ด(านเจตคติ
(ด(านเจตคติ: A) และหลงั การจัด
กิจกรรมการเรยี นรู(
9.1 เกณฑก# ารประเมนิ ผลนักเรยี น เกณฑก# ารประเมิน (Rubrics Score)
ประเดน็ การประเมนิ คานำ้ หนกั แนวทางการใหคะแนน
การใหค( ะแนนตอบ คะแนน
ตอบคำถามท(ายกิจกรรมท(ายบท ถูกต(อง จำนวน 4 ข(อ
คำถามท(าย 3 ตอบคำถามทา( ยกจิ กรรมท(ายบท ถูกต(อง จำนวน 3 ขอ(
กิจกรรมท(ายบท 2 ตอบคำถามท(ายกจิ กรรมท(ายบท ถูกต(อง จำนวน 1-2 ข(อ หรือไม.ถกู ต(อง
การให(คะแนนการบนั ทึก 1 บันทึกผลการทำกจิ กรรม ในแบบบันทึกการคน( คว(าได(ชดั เจน ถกู ตอ( ง
แบบบันทึกการคน( คว(า โดยออกแบบวิธกี ารลดปรมิ าณก\าซเรือนกระจก มีการอา( งองิ ข(อมูลจาก
กจิ กรรมท(ายบท 3 การสบื คน( ทน่ี า. เช่ือถือ ได(อยา. งสมเหตุสมผล สอดคล(องกับการบรู ณาการ
คณติ ศาสตร# เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
การใหค( ะแนนพฤติกรรม 2 บนั ทึกผลการทำกิจกรรม ในแบบบันทกึ การคน( คว(าได( โดยออกแบบ
ความม.งุ ม่นั และความ วธิ ีการลดปริมาณกา\ ซเรือนกระจก มีการอา( งองิ ข(อมูลจากการสบื ค(นที่
รับผิดชอบในการทำ 1 สอดคล(องกบั การบูรณาการความรท(ู ี่เกย่ี วข(องได(
กจิ กรรมการเรียนรู( 3 บนั ทกึ ผลการทำกิจกรรม ในแบบบันทกึ การค(นคว(า โดยออกแบบวธิ ีการ
ลดปรมิ าณก\าซเรอื นกระจก แต.ไม.มีการอ(างอิงข(อมูลจากการสืบคน(
2 สอดคลอ( งกับการบูรณาการความรท(ู ีเ่ ก่ียวข(องได(
1) นกั เรียนมีความสนใจและมุ.งมั่นในการทำกจิ กรรม ให(ความร.วมมือ
และปฏิบตั ิตามข้ันตอนการเรียนร(ูเปน6 อยา. งดี
2) นกั เรยี นมีความรับผิดชอบทำงานท่ีไดร( ับมอบหมายไดต( รงเวลาท่ี
กำหนดเปน6 อย.างดี
1) นกั เรยี นสนใจและม.ุงม่ันในการทำกจิ กรรมเปน6 บางคร้ัง และมกี ารคยุ
กันเลน. ขณะการเรยี นรู( แต.ไม.กระทบผู(อนื่
117
2) นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบทำงานที่ไดร( ับมอบหมายตรงตามเวลาท่ี
กำหนด แต.เกิดปlญหาระหวา. งการทำงาน
1 1) นกั เรยี นขาดความมุ.งมัน่ และไมส. นใจในการเรียน มีพฤติกรรมชอบคยุ
ชอบเลน. หรือนอนหลับขณะการเรยี นการสอน
2) นักเรยี นขาดความรบั ผดิ ชอบในงานท่ไี ด(รบั มอบหมายไม.ตรงตาม
กำหนดเวลาทต่ี กลงไว(
9.2 ระดับคุณภาพ
คะแนนรวมเฉล่ยี 3.00 หมายถึง ดมี าก
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 2.99 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉลย่ี 0.01 - 1.99 หมายถงึ พอใช(
ดังนั้น นักเรยี นตองไดคะแนนเฉลย่ี ทุกประเด็นการประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถือวาผานเกณฑ#การประเมินในแผนการจดั การเรยี นที่ 8
118
บนั ทกึ หลังการสอน
หนวยการเรียนรูท่ี 5 ปฏกิ ริ ิยาเคมีและวัสดใุ นชวี ิตประจำวนั .... ...... ... ...
แผนการสอนเรอื่ ง 8 ออกแบบวธิ กี ารลดปรมิ าณแกส\ เรอื นกระจก
วนั ท่ี...............................เดอื น...............................................................พ.ศ.................
1. สรปุ ผลการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน....................คน ผ.านจดุ ประสงค#การเรยี นร(ู...........คน คิดเปน6 ร(อยละ.............
ไมผ. า. นจุดประสงค#.......................คน คิดเปน6 รอ( ยละ.............
ไดแ( ก...................................................................................................
2. สรุปผลตามรายจดุ ประสงค#การเรียนรู
2.1 นกั เรยี นมคี วามร(คู วามเข(าใจ ( K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 นักเรียนมคี วามร(ูเกิดกระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 นกั เรยี นมีเจตคติ (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขอเสนอแนะหลังการจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ............................................ครผู ูสอน ลงช่ือ.............................................หวั หนากลุมสาระ
() ()
ตำแหนง. ................................................... ลงชื่อ.............................................ผชู วย/รองฯวิชาการ
…………./……………./………… ()
ลงชอ่ื ............................................ผูอำนวยการ
()
119
แบบบนั ทึกการประเมินคณุ ภาพการเรียนรขู องนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปท* ่ี 3
รายวชิ าวิทยาศาสตรพ# ้ืนฐาน (ว23102) หนวยการเรยี นรูท่ี 5 ปฏกิ ิริยาเคมีและวัสดุในชีวิตประจำวันI
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 8 เรื่อง ออกแบบวิธีการลดปรมิ าณแก\สเรือนกระจก .
คำชแี้ จง: ทำเคร่ืองหมาย ในชอ. งคา. นำ้ คะแนนแต.ละด(านตามจุดประสงคก# ารเรียนร(ู โดยประเมนิ ตามเกณฑ#
(Rubrics Score)
เลข ชือ่ -นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ที่ รหัสนักเรียน คานำ้ หนกั คะแนน คานำ้ หนักคะแนน คานำ้ หนกั คะแนน
ระดับ
3 2 1 3 2 1 32 1 ุคณภาพ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
120
เลข ชื่อ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหัสนักเรียน คาน้ำหนกั คะแนน คานำ้ หนกั คะแนน คาน้ำหนกั คะแนน
ระดับ
321 32 1 32 1 ุคณภาพ
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
เกณฑ#การพิจารณาคณุ ภาพ หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 2.99 หมายถงึ พอใช(
คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01 - 1.99
ตองไดคะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเด็นการประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทานนั้
ถงึ จะผานการเรยี นรตู ามตวั ชว้ี ดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรขู องนักเรยี น
ผเู( รียนที่ ผา. น ตัวช้ีวัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปน6 รอ( ยละ………………………………………………..
ผ(ูเรยี นที่ ไม.ผา. น ตวั ชีว้ ดั
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เป6นรอ( ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
สอื่ การเรียนรูแผนการจัดการเรียนรทู ่ี 8: 121
สอื่ วีดิทศั น
คลิปวีดที ัศน#: เขา( ใจ "ภาวะเรือนกระจก" ใน 2 นาที - วทิ ยาศาสตร#รอบตวั
สื่อวีดิทัศน#เรื่อง ภาวะเรือนกระจก อธิบายเกี่ยวข(องกับกระบวนการการเกิดปรากฏการณ#ภาวะเรือน
กระจก (greenhouse effect)
แหลงที่มา: เว็บไซตอ# า( งองิ
https://www.youtube.com/watch?v=jUkWypOxKbM
เผยแพรเ. ม่ือ 26 มกราคม พ.ศ. 2562
(ช.องYouTube: SciMathFamily)
122
สอ่ื การเรยี นรูแผนการจัดการเรียนรทู ี่ 8: ใบกิจกรรมทายบท
ใบกิจกรรมทายบท ออกแบบวธิ กี ารลดปรมิ าณแก;สเรือนกระจกไดอยา! งไร
หนังสอื เรียนรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาป/ท่ี 3 เลม1 2 ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หนา 31
กจิ กรรมทายบท ออกแบบวธิ ีการลดปริมาณแกkสเรอื นกระจกไดอยางไร?
จุดประสงค) ออกแบบวธิ กี ารลดปรมิ าณแก\สเรือนกระจก โดยใชค( วามร(เู กี่ยวกบั ปฏกิ ริ ิยาเคมี
บรู ณาการกบั คณิตศาสตร# เทคโนโลยี และกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
วัสดอุ ุปกรณ) อุปกรณ#ทใ่ี ช(ในการสบื คน( เช.น โทรศัพท#เคลื่อนที่ คอมพิวเตอร#
สถานการณ)ท่ี
กำหนดให แกสI เรือนกระจก (greenhouse gases) ไดแก1 แกสI คารบอนไดออกไซด (CO2)
แกIสมีเทน (CH4) แก็สไดโนโตรเจนมอนอกไซด (N2O) และแกIสที่มีฟลูออรีนเปCน
องคประกอบ (fluorinated gases) เชน1 คลอโรฟลูออโรคารบอน (CFCS) ซง่ึ เปCนแก็ส
ที่พบในบรรยากาศโลก แกIสเหล1านี้สามารถกักเก็บความรอนไว และคายความรอน
บางส1วนใหแก1โลก ทำใหอุณหภูมิบนโลกเหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
ในกรณีที่มีแกIสเหล1านี้มากเกินไปจะทำใหปรากฏการณเรือนกระจกรุนแรงข้ึน ส1งผล
ใหเกิดภาวะโลกรอน จากภาพแผนภูมิวงกลมแสดงปริมาณแกIสเรอื นกระจกจะพบวา1
แกIสเรือนกระจกที่มีปริมาณมากที่สุดคือ แกIสคารบอนไดออกไซด และเมื่อพิจารณา
ความสัมพันธระหว1างปริมาณแกIสคารบอนไดออกไซดและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
โลกในแตล1 ะป/ ต้งั แต1ป/พ.ศ.2503 พบการเพ่ิมขน้ึ ของปริมาณแก็สคารบอนไดออกไซด
มีแนวโนมเดยี วกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภมู ิ ดงั ภาพ
ถ านักเรียนเปCนนักสิ่งแวดล อม จะออกแบบวิธีการลดปริมาณแกIส
คารบอนไดออกไซด โดยใชความรูเรื่องปฏกิ ิริยาเคมีไดอย1างไร ซงึ่ วิธีท่ีเลือกใชจะตอง
เปCนวิธีที่ลดปริมาณแกIสคารบอนไดออกไซดีไดในปริมาณมาก สารตั้งตนที่ใชใน
ปฏิกิริยาเคมหี างา1 ย และไดผลติ ภัณฑท่ีไมเ1 ปนC พษิ ตอ1 สงิ่ แวดลอม
ภาพแผนภมู ิวงกลมแสดงปริมาณแกส็ เรอื นกระจก ป> พ.ศ. 2553
ท่ีมา : United States Environmental Protection Agency (US EPA)
123
กจิ กรรมทายบท ออกแบบวิธีการลดปริมาณแกkสเรือนกระจกไดอยางไร?
วธิ ดี ำเนนิ กจิ กรรม 1. ร1วมกันอภปิ รายสถานการณ จากนน้ั ระบุปSญหาท่ีพบในสถานการณนี้ และบันทึกผล
2. รวบรวมแนวคิดที่เกยี่ วของ วิเคราะหสาเหตขุ องปSญหา สืบคนวิธีแกปSญหาทีเ่ ปCนไปได
ขอเสนอแนะใน หลาย ๆ วิธี ตลอดจนวเิ คราะหความเปนC ไปไดของแตล1 ะวิธี
การทำกิจกรรม 3. ร1วมกันอภปิ รายและเลือกวิธแี กปSญหาใหเปCนไปตามเง่อื นไขท่ีกำหนด
สื่อการเรียนร/ู 4. ออกแบบวธิ ีแกปญS หา อธิบายเหตุผลในการออกแบบท่ีสอดคลองกับเงื่อนไขท่ีกำหนด
แหลง! เรียนรู และบนั ทึกผล
5. นำเสนอวิธแี กปSญหาในรูปแบบต1าง ๆ ที่นา1 สนใจ
• ครูอาจมอบหมายใหนักเรียนสืบคนขอมลู ลว1 งหนา โดยแนะนำแหล1งขอมลู สำหรับการสืบคน
ทน่ี 1าเช่อื ถือใหนกั เรียน
• การปล1อยกIาซคารบอนไดออกไซด (CO2) จากการใชพลังงานป/ 2561 สำนักงานนโยบาย
และแผนพลงั งาน กระทรวงพลังงาน. สบื คนเมอ่ื 13 กมุ ภาพนั ธ 2563, จาก
http://www.eppo.go.th/index.php/th/component/k2/item/download/19020_03
bec3b51616b97b8c5427a1faa82f3d
• สถาบันวจิ ยั วทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยี มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม1.
สืบคนเม่อื 13 กมุ ภาพนั ธ 2563, จาก https://stri.cmu.ac.th/article_detail.php?id=25
• สำนกั งานการวจิ ยั แหง1 ชาต.ิ สบื คนเมอื่ 13 กุมภาพันธ 2563, จาก
https://doi.nrct.go.th/ListDoi/Download/155502/85a049310eaf0368423bf785ed0
8927e?Resolve_DOI=10.14456/jem.2015.14
• Thai Journal Online (ThaiJO). สืบคนเมอ่ื 13 กุมภาพันธ 2563, จาก
https://www.tci-thaijo.org/index.php/JASCI/article/download/146361/107927/
คำถามทายกิจกรรม
1. ปญn หาในสถานการณ#นี้คืออะไร และเกย่ี วของกับปฏกิ ริ ยิ าเคมีใดบาง
2. ความรเู ก่ียวกบั ปฏกิ ริ ยิ าเคมีสามารถนำไปแกปญn หาในสถานการณ#นี้ไดอยางไร
3. การแกปญn หาในสถานการณน# ้ีไดใชความรวู ิทยาศาสตร# คณิตศาสตร# เทคโนโลยี และกระบวนการ
ออกแบบเชงิ วศิ วกรรมอยางไร
4. วิธีการแกปnญหาที่ออกแบบไว มีขอดี ขอเสียอยางไร เมื่อเปรยี บเทียบกบั วธิ แี กปญn หาของกลมุ อ่ืน และ
มแี นวทางปรับปรงุ แบบของตนเองอยางไร
สอื่ การเรยี นรูแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 8: แบบบันทกึ การคนควากจิ กรรมทายบท
124
แบบบนั ทกึ การคนควากจิ กรรมทายบท ออกแบบวธิ กี ารลดปรมิ าณแกส; เรือนกระจกไดอย!างไร
ช่อื -นามสกุล..........................................................................................ช้นั .................เลขที่...........กลมุ ท่ี............
ผลการวเิ คราะห#สถานการณท# ่กี ำหนดให
ปญn หาที่พบในสถานการณ#คือ ..................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
ตารางบนั ทกึ ผลการสืบคน
ชนิดของแกสk วธิ ีการแกปญn หา ความเปbนไปได ปรมิ าณแกkส
ของแตละวธิ ีการ ท่ลี ดได
…………………………………………………… ……………………………… ……………………………
คาร#บอนไดออกไซด# …………………………………………………… ……………………………… ……………………………
………………………………………………….. ……………………………… ……………………………
…………………………………………………… ……………………………… ……………………………
คาร#บอนไดออกไซด# …………………………………………………… ……………………………… ……………………………
……………………………
………………………………………………….. ………………………………
ผลการออกแบบวิธีแกปnญหา
อธบิ ายเหตุผล
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
..........................................................................................
.........................................................................................
.........................................................................................
แนบทายแผนการจัดการเรยี นรูท่ี 8: การให(คะแนนด(านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทกึ การคนควากิจกรรมทายบท ออกแบบวธิ ีการลดปริมาณแก;สเรอื นกระจกไดอย!างไร
ผลการวเิ คราะหส# ถานการณท# ีก่ ำหนดให
125
ปญn หาท่ีพบในสถานการณ#คือ อุณหภมู ิเฉลี่ยของโลกมีแนวโนม( สูงขนึ้ ซ่ึงอัตราการเพิ่มขึ้นของ
อณุ หภมู สิ อดคล(องกับการเพ่ิมข้นึ ของปริมาณแก\สคารบ# อนไดออกไซด# ซ่ึงเป6นแกส\ เรือนกระจกท่ีมีปริมาณมากทีส่ ุด
ตารางบนั ทึกผลการสืบคน
ชนดิ ของแกkส วธิ ีการแกปญn หา ความเปนb ไปได ปรมิ าณแกสk
ของแตละวธิ ีการ ทล่ี ดได
การดักจบั แก\สคารบ# อนไดออกไซด#ที่ การศกึ ษาใช(เวลานาน มากกวา. ร(อยละ 90
คารบ# อนไดออกไซด# ปล.อยออกมาด(วยสารละลายโมโนเอ และมีตน( ทนุ สูง
ทาโนเอมีน
การปลูกสาหรา. ยเพือ่ ลดแก\ส ตน( ทนุ ตำ่ แต. ขึ้นอย.กู ับชนิดของ
คาร#บอนไดออกไซด# คาร#บอนไดออกไซดจ# ากการ ประสทิ ธิภาพน(อยกว.า สาหร.ายและความ
สงั เคราะหด# ว( ยแสง เขม( ขน( ของแกส\
คารบ# อนไดออกไซด#
ผลการออกแบบวิธแี กปnญหา
อธิบายเหตุผล
แนบทายแผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 8: นกั เรยี นสามารถตอบไดห( ลากหลาย โดยต(องมีเหตผุ ล
สนบั สนนุ แนวทางทเ่ี ลือก เชน. เลอื กลดดว( ยวิธดี ักจับ
แกส\ คาร#บอนไดออกไซดท# ี่ปล.อยออกมาดว( ยสารละลาย
โมโนเอทาโนเอมีน เนื่องจากเป6นวิธีทมี่ ปี ระสิทธภิ าพสงู
เมือ่ พจิ ารณาแผนภมู ิรปู วงกลมท่ีแสดงสัดสว. นการปล.อย
แก\สคารบ# อนไดออกไซดท# ้ังหมด 260.3 ลา( นตัน
ในป2j 561 พบว.าปรมิ าณแก\สคารบ# อนไดออกไซด#ท่ีมา
จากภาคอุตสาหกรรมคิดเป6น 31% ของปรมิ าณแก\ส
คารบ# อนไดออกไซด#ทัง้ หมดหรอื ประมาณ 81 ล(านตัน
ดังนั้นถ(าต(องการลดปริมาณแก\สคาร#บอนไดออกไซด#ด(วย
สารละลายโมโนเอทาโนเอมีน ซ่ึงระบวุ า. สามารถลดแก\ส
คาร#บอนไดออกไซด#ได(มากกว.าร(อยละ 90 แสดงว.าจะ
สามารถลดปริมาณแกส\ คาร#บอนไดออกไซดจ# าก
ภาคอุตสาหกรรมได(มากกว.า 72 ล(านตนั
การใหค( ะแนนด(านความร(ู (K)
เฉลยใบกิจกรรมทายบท ออกแบบวธิ กี ารลดปริมาณแกส; เรอื นกระจกไดอย!างไร
เฉลยคำถามทายกจิ กรรม
1. ปnญหาในสถานการณน# คี้ อื อะไร และเกี่ยวของกบั ปฏกิ ิรยิ าเคมใี ดบาง
126
แนวคำตอบ ปlญหาปรมิ าณแกส\ คาร#บอนไดออกไซด#ในบรรยากาศมีปริมาณมากเกินไปทำใหเ( กิดภาวะ
โลกรอ( นซ่ึงเกย่ี วข(องกับปฏกิ ิริยาการเผาไหม(
2. ความรูเกี่ยวกับปฏิกริ ิยาเคมีสามารถนำไปแกปnญหาในสถานการณ#น้ีไดอยางไร
แนวคำตอบ ความรู(เกี่ยวกบั ปฏิกริ ยิ าเคมีทำใหท( ราบว.าสารใดบ(างทีส่ ามารถทำปฏิกริ ิยากับแกส\
คารบ# อนไดออกไซด# จึงสามารถเลือกสารที่มปี ระสิทธภิ าพสูงสุด ภายใตข( (อจำกัดของสถานการณ# มาทำ
ปฏกิ ริ ิยาเพื่อลดปริมาณแกส\ คาร#บอนไดออกไซด#ในบรรยากาศ
3. การแกปญn หาในสถานการณน# ไ้ี ดใชความรวู ทิ ยาศาสตร# คณิตศาสตร# เทคโนโลยี และกระบวนการ
ออกแบบเชงิ วิศวกรรมอยางไร
แนวคำตอบ การแก(ปญl หาในสถานการณน# ้ี ต(องใชค( วามร(ดู (านวิทยาศาสตรเ# พื่อหาปฏกิ ิริยาเคมีที่
สามารถลดปริมาณแก\สคารบ# อนไดออกไซด# ต(องใช(ความรู(ดา( นคณติ ศาสตรใ# นการคำนวณหาปรมิ าณแก\ส
คารบ# อนไดออกไซด#ทลี่ ดลงด(วยวธิ ีต.าง ๆ ตอ( งใชค( วามรดู( า( นเทคโนโลยใี นการสืบค(นและออกแบบ และใช(
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมในการดำเนินงานเพื่อแก(ปlญหาอย.างเปน6 ระบบ
4. วิธีการแกปnญหาท่ีออกแบบไว มีขอดี ขอเสียอยางไร เม่อื เปรียบเทียบกบั วิธีแกปญn หาของกลุม อ่นื และมี
แนวทางปรบั ปรุงแบบของตนเองอยางไร
แนวคำตอบ นกั เรยี นสามารถตอบได(หลากหลาย ขน้ึ อยก.ู บั การออกแบบวธิ กี ารลดปริมาณแกส\
คาร#บอนไดออกไซด#ของแตล. ะกลม.ุ ตวั อย.างเชน. เลอื กลดดว( ยวธิ ีดักจบั แก\สคาร#บอนไดออกไซด#ทป่ี ลอ. ยออกมา
ด(วยสารเคมี เช.น สารละลายโมโนเอทาโนเอมนี วธิ ีน้ีมขี (อดีคอื เปน6 วิธที ีม่ ีประสิทธิภาพสูงในการลดปริมาณ
แกส\ คารบ# อนไดออกไซด# แต.มีข(อเสยี คือต(องใช(ตน( ทุนสูง ซงึ่ อาจปรับปรงุ ไดโ( ดยใชส( ารเคมีชนิดอ่นื ทม่ี รี าคาต่ำกว.า
แตย. งั คงมสี มบัติในการดกั จับแกส\ คารบ# อนไดออกไซด#ไดด( ีเชน. เดิม
127
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 9
เรื่อง สมบตั ิของพอลิเมอร# เซรามกิ และโลหะ รหสั วิชา ว23102 เวลา 2 ช่ัวโมง
หนวยการเรยี นรูท่ี 5 ชอื่ หนวยการเรยี นรู ปฏกิ ิริยาเคมีและวัสดุในชวี ติ ประจำวนั รวม 17 ชั่วโมง
กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาป*ท่ี 3 ภาคเรยี นที่ 2
สาระท่ี 2 ช่ือสาระ วิทยาศาสตร#กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1
1. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชี้วดั
ว 2.1 เขา( ใจสมบตั ิของสสาร องค#ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ#ระหว.างสมบัตขิ องสสารกับโครงสร(าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว.างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
ตัวช้วี ัด
ว 2.1 ม.3/1 ระบุสมบัติทางกายภาพและการใชป( ระโยชนว# ัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร# เซรามกิ และวัสดุผสม
โดยใชห( ลกั ฐานเชิงประจักษ#และสารสนเทศ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
1) พอลิเมอร# เซรามกิ และวสั ดผุ สม เป6นวัสดทุ ใี่ ช(มากในชวี ิตประจำวัน
2) พอลิเมอร#เป6นสารประกอบโมเลกุลใหญ.ที่เกิดจากโมเลกุลจำนวนมากรวมตัวกันทางเคมี เช.น
พลาสติก ยาง เส(นใย ซึ่งเป6นพอลิเมอร#ที่มีสมบัติแตกต.างกัน โดยพลาสติกเป6นพอลิเมอร#ที่ขึ้นรูปเปน6 รูปทรงต.าง
ๆ ได( ยางยืดหยนุ. ได( ส.วนเสน( ใยเปน6 พอลเิ มอร#ท่ีสามารถดงึ เปน6 เส(นยาวได( พอลิเมอรจ# งึ ใช(ประโยชน#ได(แตกต.างกนั
3) เซรามิกเป6นวัสดุที่ผลิตจากดิน หิน ทราย และแร.ธาตุต.าง ๆ จากธรรมชาติ และส.วนมากจะผ.าน
การเผาที่อุณหภูมิสูง เพื่อให(ได(เนื้อสารที่แข็งแรง เซรามิกสามารถทำเป6นรูปทรงต.าง ๆ ได( สมบัติทั่วไปของ
เซรามิกจะแข็ง ทนต.อการสึกกร.อนและเปราะ สามารถนำไปใช(ประโยชน#ได( เช.น ภาชนะที่เป6นเครื่องปhlน
ดินเผา ช้นิ สว. นอเิ ล็กทรอนิกส#
3. จุดประสงคก# ารเรียนรู นกั เรยี นระบุสมบัติทางกายภาพบางประการและการใชป( ระโยชนข# องวัสดุ
1) ดานความรู (K) ประเภทพอลิเมอร# เซรามิก และโลหะได(
2) ดานทกั ษะ (P) นกั เรียนใช(ทักษะการตคี วามหมายข(อมลู และลงข(อสรปุ โดยนำขอ( มูลจากการ
สังเกตและการสืบคน( ข(อมลู มาแปลความหมายเพ่ือสรุปชนดิ และสมบัตบิ าง
3) ดานเจตคติ (A) ประการของพอลิเมอร#
นกั เรยี นตระหนกั ถึงความสำคญั ของการใชอ( ปุ กรณ#การทำกจิ กรรมได(
4. คุณลักษณะผเู รยี น
4.1 คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค#
รกั ชาติ ศาสน# กษตั ริย# อยู.อยา. งพอเพยี ง ซ่อื สัตย#สจุ รติ มง.ุ ม่นั ในการทำงาน
ใฝเB รยี นรู( มีจติ สาธารณะ
มวี นิ ยั รักความเปน6 ไทย
5. ดานสมรรถนะสำคัญของผูเรียน
128
ความสามารถในการส่ือสาร: นักเรียนสามารถส่ือสาร โดยการนำเสนอความหมาย ชนดิ และสมบัติ
ของพอลเิ มอร#
ความสามารถในการใช(เทคโนโลยี: นกั เรียนสามารถใช(เทคโนโลยี โดยสบื ค(นขอ( มูลเกี่ยวกบั ความหมาย
และชนดิ ของพอลิเมอรบ# นอินเทอร#เน็ต
6. สาระการเรยี นรู
พอลิเมอร# เชรามกิ และโลหะสมบตั กิ ารนำไฟฟ„า ความเหนียวหรอื ความเปราะ และการทนความร(อน
แตกต.างกัน นอกจากนี้ยังมีสมบตั อิ ื่น ๆ เช.น สภาพยืดหยุน. ต.างกันดว( ย เนื่องจากมีโครงสร(างและองคป# ระกอบที่
แตกตา. งกนั การนำวัสดุไปใชป( ระโยชนจ# ึงต(องพิจารณาจากสมบัติของวสั ดเุ พื่อให(เหมาะสมกับการใช(งาน
พอลิเมอร# (polymer) เป6นสารประกอบที่มีโมเลกุลขนาดใหญ. เกิดจากสารที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก
จำนวนมากมาทำปฏิกริ ยิ าเคมกี ัน โครงสร(างของพอลิเมอร#ทไี่ ด(จะประกอบด(วยหน.วยซำ้ ๆ ทีเ่ รียกว.า มอนอเมอร#
(monomer) จำนวนมากมายึดเหนี่ยวกัน โครงสร(างของพอลิเมอร#มีทั้งแบบเส(น แบบกิ่ง และแบบร.างแห
ดังภาพ พอลิเมอร#บางชนิดเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช.น แป„งและเซลลูโลสเป6นพอลิเมอร#ที่มีน้ำตาลกลูโคสเป6น
มอนอเมอร#เชือ่ มต.อกัน พอลิเมอร#บางชนดิ เกิดขึ้นจากการสงั เคราะห# เช.น พอลิเอทิลีน เป6นพอลิเมอร#ทีม่ ีเอทิลีน
เป6นมอนอเมอรเ# ชอื่ มต.อกัน
ก. พอลเิ มอร#แบบเสน( ข. พอลิเมอร#แบบกิง่ ค. พอลเิ มอร#แบบร.างแห
ภาพแสดง โครงสรางของพอลเิ มอร#
(อ(างองิ จาก: หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปทj ่ี 3 เล.ม 2 ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน(า 41)
พอลิเมอร#มีสมบัติหลากหลาย บางชนิดไม.นำไฟฟ„า เช.น ฉนวนหุ(มสายไฟ บางชนิดเหนียว เช.น
ถงุ พลาสติก บางชนิดยดื หยุน. สูง เช.น ยางรัดของ บางชนดิ ไม.ยดื หยนุ. เช.น ช(อนเมลามีน บางชนิดไมท. นความร(อน
เมอื่ ไดร( บั ความร(อนแลว( เปล่ียนแปลง เช.น ขวดน้ำพลาสติก ขณะที่บางชนดิ ทนความร(อน เมอ่ื ได(รับความรอ( นแล(ว
ไม.เปลี่ยนแปลง เช.น เส(นด(าย ช(อนเมลามีน เนื่องจากพอลิมอมีสมบัติที่เหมาะสมต.อการใช(งานในหลากหลาย
รูปแบบ และสามารถนำมาขึ้นรูปเป6นผลิตภัณฑ#รูปทรงต.าง ๆ ได(ง.ายโดยใช(พลังงานความร(อนน(อยกว.าเซรามิก
และโลหะ พอลิเมอร#จึงเป6นวัสดุที่นำมาใช(ในชีวิตประจำวันอย.างแพร.หลาย พอลิเมอร#ส.วนใหญ.เหนียว
ไม.นำไฟฟ„าและไม.นำความร(อน เบากว.าเซรามิกและโลหะ ของใช(ในชีวิตประจำวันที่ทำจากพอลิเมอร#มี 3 กลุ.ม
ได(แก. พลาสตกิ ยาง และเสน( ใย
พลาสติก (plastic) เป6นพอลิเมอร#ที่มีสมบัติหลากหลายขึ้นอยู.กับโครงสร(างของพลาสติก การ
พจิ ารณาเลอื กใช(พลาสติก จงึ ควรพิจารณาจากสมบัติของพลาสติก เช.น ขวดพอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต หรือขวด
เพ็ต (PET) มสี มบัตโิ ปร.งใส มีความเหนยี วสูง ปอ„ งกนั การซมึ ผ.านของสารไดห( ลายชนิด จงึ นยิ มนำมาทำขวดบรรจุ
น้ำดื่ม ผลิตภัณฑ#จากพลาสติกที่พบบ.อยในชีวิตประจำวัน เช.น ขวดเพ็ต ขวดพอลิเอทิลีน (PE) ท.อพีวีซี (PVC)
จานเมลามีน ปlจจุบันมกี ารพัฒนาพลาสติกให(ทนความร(อนไดส( ูง แต.ยงั คงเหนียวไมแ. ตกงา. ย
ยาง (rubber) เป6นพอลิเมอร#ที่มีสมบัติไม.นำไฟฟ„าและไม.นำความร(อน ทนต.อแรงดึงได(ดี มีสภาพ
ยืดหยุ.นสูง สามารถคืนกลับสู.สภาพเดมิ ไดอ( ยา. งรวดเรว็ ภายหลงั จากที่ได(รับแรงกระทำ จึงนิยมนำมาใชท( ำยางรดั
129
ของ ลูกโป„ง ถุงมือยาง ยางรถยนต# อย.างไรก็ตามยางธรรมชาติยังมีข(อจำกัดในการใช(งาน เนื่องจากที่อณุ หภูมสิ งู
จะอ.อนตัว และที่อุณหภูมิต่ำจะแข็งกระด(าง ไม.ยืดหยุ.น จึงมีการปรับปรุงสมบัติให(เหมาะสมยิ่งขึ้นก.อนนำมาทำ
ผลิตภัณฑ#ตา. ง ๆ
เสนใย (Fiber) เป6นพอลิเมอร#ที่มีสมบัติไม.นำไฟฟ„าและไม.นำความร(อน มีสภาพยืดหยุ.นและความ
เหนียวแตกต.างกัน โดยเสน( ใยจากธรรมชาติ เช.น เส(นใยฝ„าย เส(นใยสบั ปะรด ปBาน ปอ ขนแกะ ใยไหม ซึง่ มีสภาพ
ยืดหยุ.นและความเหนียวต่ำ จึงมีการพัฒนาเส(นใยสังเคราะห# เช.น พอลิเอสเทอร# ไนลอน ที่มีสภาพยืดหยุ.นและ
ความเหนียวสูง ซึง่ เสน( ใยสังเคราะห#เหลา. นี้ นิยมนำมาทำเคร่ืองน.ุงหม. แห เชอื ก
พอลิเมอร#ที่ได(จากธรรมชาติบางชนิดยังมีข(อจำกัดในการใช(งาน และมีปริมาณไม.เพียงพอต.อความ
ต(องการที่เพิ่มขึ้น จึงมีการผลิตพอลิเมอร#สังเคราะห#เพื่อให(เพียงพอต.อความต(องการใช(และปรับปรุงสมบัติให(
เปน6 ไปตามตอ( งการ เชน. ยางธรรมชาติไม.ทนนำ้ มัน ไม.ทนความรอ( น จึงใชย( างสงั เคราะหใ# นผลติ ภัณฑท# ี่ต(องสัมผัส
กับน้ำมันและใช(งานที่อุณหภูมิสูง เส(นใยธรรมชาติบางชนิดที่นำมาผลิตเป6นเสื้อผ(าจะดูแลรักษาได(ยาก ยับง.าย
และมีความทนทานน(อย จึงใช(เส(นใยสังเคราะห#ในการผลิตเป6นเสื้อผ(า เพื่อง.ายต.อการดูแลรักษา และคงทน ใช(
งานได(เป6นเวลานาน
อย.างไรก็ตาม พอลิเมอร#สังเคราะห#บางชนิดย.อยสลายในธรรมชาติได(ยาก จึงควรใช(เท.าที่จำเป6น นำ
กลับมาใช(ซ้ำและนำกลับไปผลิตใหม.หรือรึไซเคิล ซึ่งเป6นการใช(ทรัพยากรอย.างคุ(มค.าและช.วยลดปริมาณขยะที่
กอ. ให(เกดิ ปญl หาสิง่ แวดลอ( ม
เซรามกิ (ceramic) ท่ีใชง( านท่ัวไปเปน6 วัสดุท่ีผลิตจากดิน หิน ทราย และแรธ. าตุต.างๆ จากธรรมชาติ
ที่ผ.านการขึ้นรูปแล(วนำไปเผาที่อุณหภูมิสูง ทำให(โครงสร(างและสมบัติเปลี่ยนไปจากเดิม เซรามิกส.วนใหญ.มี
ความแข็งแตเ. ปราะ ทนต.อการสึกกรอ. นได(สงู มีจุดหลอมเหลวสูง ไม.นำความร(อนและไมน. ำไฟฟ„า ทนความร(อน
ได(ดี เมื่อได(รับความร(อนแล(วไม.เปลี่ยนแปลงรูปร.าง ตัวอย.างของใช(ที่ทำจากเซรามิกที่ใช(ในชีวิตประจำวัน เช.น
จานชามเซรามิก แจกันเซรามิก กระเบื้อง กระจก ลูกถ(วยไฟฟ„า ในปlจจุบันมีการนำเซรามิก ซึ่งผลิตจากสารที่มี
ความบรสิ ทุ ธิส์ งู เช.น อะลูมินา มาใชใ( นอตุ สาหกรรมอเิ ล็กทรอนิกส#
โลหะ (metal) เป6นวัสดุที่ได(จากการถลุงสินแร.ในธรรมชาติ เช.น ทอง ทองแดง เงิน อะลูมิเนียม
โลหะส.วนใหญ.มีความแข็ง เหนียว สามารถตีไห(เป6นแผ.นหรือยืดเป6นเส(นได( นำความร(อนและนำไฟฟ„าได(ดีกว.า
พอลิเมอร#และเซรามิก มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง ตัวอย.างของใช(ที่ทำจากโลหะที่ใช(ในชีวิตประจำวัน เช.น
ภาชนะหุงตม( กลอนประตู ตัวถังรถยนต# เสน( ลวดทองแดงในสายไฟ
เหลก็ เปน6 โลหะที่ใชก( นั อย.างแพรห. ลาย เมือ่ เหล็กทำปฏิกิริยาเคมีกับแกส\ ออกซเิ จนและน้ำ จะเกดิ สนิม
เหล็ก ทำให(เหลก็ ผุกรอ. นได(ง.าย จึงมีการผลิตเหล็กกล(าไร(สนมิ โดยเตมิ คาร#บอนและโลหะอื่น ๆ เช.น โครเมียม ให(
มีสมบัติทนต.อการกัดกร.อนได( ตัวอย.างของใช(ที่ทำจากเหล็กกล(าไร(สนิมที่ใช(ในชีวิตประจำวัน เช.นภาชนะ
เหลก็ กล(าไรส( นมิ สายนา†กิ า มอื จบั ประตูรถยนต# โคมไฟ เป6นต(น
7. กจิ กรรมการเรยี นรู
ใช(รปู แบบการจัดการเรียนการสอนแบบสบื เสาะหาความรู( (Inquiry Cycles: 5Es) (2 ชวั่ โมง; 120นาที)
ขั้นที่ 1 กระตนุ ความสนใจ (Engagement) (20 นาที)
1) ครูกระตุ(นความสนใจของนักเรยี น เพ่อื นำเขา( สู.บทที่ 2 วัสดใุ นชีวิตประจำวนั โดยให(นกั เรียน
ดูภาพนำเรื่อง (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชั้นม.3 เล.ม2 สสวท. หน(า 37) โดยใช(
ประเดน็ คำถามดงั นี้
130
- จากภาพ นักเรียนเห็นผลิตภัณฑ#ใดบ(าง (นักเรียนตอบตามที่สังเกตจากภาพ เช1น หนังสือ
โทรศพั ท-เคล่ือนท่ีคอมพิวเตอรโ- นตบ5กุ ถวยกาแฟ โคมไฟ โต5ะ)
- ผลิตภัณฑ#เหล.านั้นทำจากวัสดุชนดิ ใด (นักเรียนตอบตามความเขาใจของตนเอง เช1น หนังสือ
ทำจากกระดาษ ถวยกาแฟทำจากดินเผา โทรศัพท-เคลื่อนที่ทำจากวัสดุหลายชนิด เช1น พลาสติก โลหะ กระจก
คอมพิวเตอร-โนตบุ5กทำจากวัสดุหลายชนิด เช1น พลาสติก กระจก โคมไฟทำจากวัสดุหลายชนิด เช1น พลาสติก
โลหะ แกว โต5ะทำจากไม และพลาสตกิ )
- จากเร่อื งทนี่ กั เรยี นอา. น กลา. วถงึ วสั ดุประเภทใดบ(าง (พอลิเมอร- เซรามิก โลหะ วัสดุผสม)
- ให(นักเรียนยกตัวอย.างของใช(ในชีวิตประจำวัน และระบุว.าของใช(เหล.านั้นทำมาจากวัสดุ
ใดบ(าง (นักเรียนตอบตามความเขาใจของตนเอง เช1น เกาอี้ทำจากไม อะลูมิเนียมและพลาสตกิ กระเปJานักเรยี น
ทำจากพลาสติกและเหล็กดนิ สอทำจากไม แกรไฟตแ- ละยาง กระถางตนไมทำจากดนิ เผา รองเทาทำจากยางและ
พลาสตกิ กรอบรปู ทำจากกระดาษอัดกาว ไม กระจกและพลาสติก เปน4 ตน)
- ใหน( กั เรียนจัดประเภทของวสั ดขุ (างต(นวา. อย.ูในกลุ.มพอลเิ มอร# เซรามิก โลหะหรอื วสั ดุผสม (ผา
ไม ยาง พลาสตกิ กระดาษ อย1ใู นกลุ1มของพอลิเมอร- ดินเผา กระจก อยู1ในกล1ุมของเซรามกิ เหลก็ อะลมู ิเนียม อย1ู
ในกลม1ุ ของโลหะ กระดาษอดั กาว อยใ1ู นกล1ุมของวสั ดุผสม)
2) ครใู ห(ความรู(เพิ่มเตมิ ว.าวสั ดแุ บ.งออกเปน6
- พอลเิ มอร# ซึง่ มีทง้ั พลาสติก ยาง และเสน( ใย
- เซรามกิ เชน. เครอ่ื งปนhl ดนิ เผา กระถางดนิ เผา กระจก แกว(
- โลหะ เช.น เหลก็ อะลูมิเนียม
- วสั ดุผสม เชน. กระดาษอดั กาว
แล(วให(นักเรียนร.วมกันวิเคราะห#ว.าวัสดุต.าง ๆ ได(แก. พอลิเมอร# เซรามิก โลหะและวัสดุผสม
เหมอื นหรอื ตา. งกันอย.างไร (นักเรียนอาจตอบตามความรทู เ่ี คยเรยี นมาแลวในชั้นประถมศกึ ษา เชน1 วสั ดุส1วนใหญ1
เป4นของแข็งเหมอื นกนั แตม1 ีความยืดหยน1ุ ต1างกนั วสั ดบุ างชนดิ เชน1 โลหะนำไฟฟา? และนำความรอนได)
3) ให(นักเรียนดูภาพนำเรื่อง (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตรแ# ละเทคโนโลยี ชั้นม.3
เล.ม2 สสวท. หน(า 38) และอ.านเนื้อหานำเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ#แบบต.าง ๆ จากนั้น นักเรียน
อภิปรายรว. มกัน โดยใชแ( นวคำถามดังน้ี
- ร(านค(าในท(องถิ่นของเราจำหน.ายเครื่องดื่มที่บรรจุในบรรจุภัณฑ#แบบใดบ(าง (รานคาใน
ทองถน่ิ ของเราจำหน1ายเคร่อื งดมื่ ท่ีส1วนใหญ1บรรจใุ นขวดพลาสติก และกระปอJ งอะลูมเิ นยี ม)
- บรรจุภัณฑ#ดังกล.าวทำจากวัสดุชนิดใด มีข(อดีอย.างไร (ขวดพลาสติกทำจากพลาสติก ส1วน
กระปJองอะลูมิเนียมทำจากโลหะอะลูมิเนียม ขอดีคือเครื่องดื่มในขวดพลาสติกสามารถนำติดตัวไปไดสะดวก
เนื่องจากบรรจุภัณฑ-มีน้ำหนักเบา เครื่องดื่มในกระปJองอะลูมิเนียมเมื่อนำไปแช1เย็น จะเย็นเร็วกว1าบรรจุภัณฑ-
ชนิดอนื่ )
- นักเรียนนิยมซื้อเครื่องดื่มในบรรจุภัณฑ#แบบใด เพราะเหตุใด (คำตอบของนักเรียนอาจ
หลากหลาย เช1น นยิ มซ้ือเครื่องด่ืมที่บรรจใุ นขวดพลาสติกหรือกระปJองอะลูมิเนียม เพราะมีนำ้ หนักเบา สามารถ
นำติดตัวไปไดสะดวก ถาเป4นเครื่องดื่มประเภทอัดลม นิยมซื้อเครื่องดื่มที่บรรจุในขวดแกวเพราะมีฟองแก5ส
มากกว1าท่ีบรรจใุ นขวดพลาสตกิ )
4) ให(นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู(ก.อนเรียน (หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร#
และเทคโนโลยี ชนั้ ม.3 เลม. 2 สสวท. หน(า39) จำนวน 5 ขอ( (เฉลยแนบทา( ยแผนการจัดการเรียนร(ู)
131
5) ครูตรวจสอบการทำกิจกรรมทบทวนความรู(ก.อนเรียน ถ(าไม.ถูกต(องให(แก(ไขความเข(าใจ
คลาดเคลื่อนของนักเรียน เพื่อให(นักเรียนมีความรู(พื้นฐานที่ถกู ต(องและเพียงพอที่จะเรียนเรื่องวัสดรุ อบตัว และ
อภปิ รายร.วมกัน
ขน้ั ที่ 2 ข้นั สำรวจและคนหา (Exploration) (40 นาที)
6) ครูเชือ่ มโยงเขา( สู.กจิ กรรมท่ี 5.8 พอลิเมอร# เซรามกิ และโลหะ มีสมบตั ิอยา. งไร โดยใชค( ำถาม
ว.า นักเรียนทราบหรือไม.ว.าพอลิเมอร# เซรามิก และโลหะ มีสมบัติเหมือนหรือแตกต.างกันอย.างไร และนำไปใช(
ประโยชน#อะไรบ(าง (นักเรยี นตอบตามความเขาใจของตนเอง)
7) นักเรียนอ.านชื่อกิจกรรม จุดประสงค# และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปjที่ 3 เล.ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน(า 40 และครูตรวจสอบความ
เขา( ใจการอ.าน โดยใช(คำถามดังต.อไปน้ี
- กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (สมบัติทางกายภาพบางประการของพอลิเมอร- เซรามิก และ
โลหะ)
- กิจกรรมนี้มีจุดประสงค#อะไร (สังเกต ตรวจสอบและอธิบายสมบัติทางกายภาพของวัสดุ
ประเภทพอลเิ มอร- เซรามกิ และโลหะ)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย.างไร (เลือกวัสดุแต1ละประเภทมาอย1างนอยประเภท
ละ 2 อยา1 ง สังเกตลักษณะของวัสดุ ตรวจสอบการนำไฟฟ?า ความเหนยี วหรือความเปราะ และการทนความรอน
ของวัสดุ ครอู าจสาธติ วธิ ีตรวจสอบสมบัติดานต1าง ๆ ของวสั ดุ จากน้นั เปรยี บเทียบสมบตั ิของวสั ดแุ ตล1 ะประเภท)
- ขอ( ควรระวังในการทำกิจกรรมมีอะไรบ(าง (สงั เกตและบันทกึ ขอมูลของวสั ดปุ ระเภทพอลิเมอร-
เซรามิกและโลหะที่เลือกมาตรวจสอบในดานลักษณะ การนำไฟฟ?า ความเหนียวหรือความเปราะ และการทน
ความรอน)
- นักเรียนต(องสังเกตหรือรวบรวมข(อมูลอะไรบ(าง (ครูควรแนะนำการใชตะเกียงแอลกอฮอล-
และเตือนใหนกั เรยี นระวงั ขณะหยบิ จับวัสดทุ ร่ี อนและมีคม)
8) ขณะที่นักเรียนแต.ละกลุ.มทำกิจกรรม ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนแต.ละกล.ุม
และให(คำแนะนำ ถ(านักเรียนมีข(อสงสัยในประเด็นต.าง ๆ ที่อาจเป6นปlญหา เช.น วิธีการทดสอบสมบัติของวัสดุ
อย.างถูกวิธี การบันทึกผลการตรวจสอบสมบัติของวัสดุ ถ(านักเรียนทำไม.ถูกต(อง ครูควรแนะนำตามความ
เหมาะสม ซึ่งครูควรรวบรวมปlญหา และข(อสงสัยที่พบจากการทำกิจกรรมของนักเรียนเพื่อใช(เป6นข(อมูล
ประกอบการอภิปรายหลังจากการทำกจิ กรรม
ขน้ั ท่ี 3 ข้ันอธิบายและลงขอสรุป (Explanation) (20 นาที)
9) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค(นคว(ากิจกรรมที่ 5.8 พอลิเมอร# เซรา
มิก และโลหะ มีสมบัติอย.างไร โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท(ายกิจกรรม เพื่อใหไดขอสรุปจาก
กิจกรรมวา พอลิเมอร# เซรามิก และโลหะ มีสมบัติบางอย.างเหมือนกัน และมีสมบัติบางอย.างต.างกนั พอลิเมอร#
และเซรามิกไม.นำไฟฟ„า สังเกตได(จากเมื่อนำไปต.อกับวงจรไฟฟ„าอย.างง.ายแล(วหลอดไฟฟ„าไม.สว.าง ในขณะท่ี
โลหะนำไฟฟ„า เซรามิกและโลหะทนต.อความร(อน เมื่อนำไปให(ความร(อนโดยการต(มในน้ำเดือดจะไม.เปลี่ยน
รูปรา. ง แตพ. อลเิ มอร#บางชนิดเปล่ยี นแปลงรปู ร.างเม่อื นำไปใหค( วามร(อนโดยการต(มในน้ำเดือด
ข้ันที่ 4 ขั้นขยายความรู (Elaboration) (20 นาที)
132
10) นักเรยี นเรียนรูเ( พ่ิมเติมเก่ียวกบั พอลเิ มอร# เซรามกิ และโลหะ โดยอ.านเนอื้ หาและเกร็ดน.า
ร(ูในหนงั สอื เรียนหน(า 41-44 และตอบคำถามระหว.างเรียนดังนี้
- พอลเิ มอรแ# ตล. ะกล.มุ มสี มบัตทิ างกายภาพและการใช(ประโยชน#เหมือนหรือแตกตา. งกนั อยา. งไร
(แนวคำตอบ พอลิเมอร- ไดแก1 พลาสติก ยาง และเสนใย ทั้งสามกลุ1มส1วนใหญ1ไม1นำไฟฟ?า ไม1นำความรอน
พลาสติกมีสมบตั ิหลากหลายขึ้นอย1กู ับโครงสราง บางชนิดใส เหนียว ปอ? งกนั การซึมผ1านของสารไดดี ยางเปน4 พอ
ลิเมอร-ทีม่ ีสภาพยืดหยุน1 สูง ทนต1อแรงดงึ ไดดี เสนใยท่ีไดจากธรรมชาติสว1 นใหญ1มีสภาพยดื หย1ุนและความเหนียว
ต่ำ ส1วนเสนใยสังเคราะห-มีความเหนียวและแข็งแรงมากกว1า จากสมบัติทางกายภาพที่ต1างกันจึงทำใหมีการใช
งานพอลิเมอร-แตล1 ะกล1ุมต1างกัน พลาสตกิ ทเ่ี หนียว ป?องกันการซมึ ผา1 นของสารไดดี นยิ มนำมาทำเป4น
บรรจุภัณฑ-ต1าง ๆ ยางนิยมนำมาทำเครื่องใชที่ตองใชความยืดหยุน1 และทนต1อแรงดึงไดดี เช1น ถุงมือ ส1วนเสนใย
นิยมนำมาถักทอเป4นเสน เป4นผนื ทำเปน4 เครอื่ งน1ุงห1มและของใชตา1 ง ๆ)
- เซรามิกมีสมบัติทางกายภาพและการใช(ประโยชน#เป6นอย.างไร (แนวคำตอบ เซรามิกไม1นำ
ไฟฟ?า ไมน1 ำความรอน และทนความรอนไดดี แข็งแต1เปราะ ทุบใหแตกไดง1าย ทนต1อการสึกกร1อน จากสมบัติทาง
กายภาพดังกล1าวจึงนิยมนำเซรามกิ มาทำภาชนะบรรจอุ าหาร เครอ่ื งด่มื เครื่องประดบั ตกแต1งบาน)
- โลหะมีสมบัติทางกายภาพและการใช(ประโยชน#เป6นอย.างไร (แนวคำตอบ โลหะนำไฟฟ?าและ
นำความรอนไดดี มจี ดุ หลอมเหลวสูง โลหะมคี วามเหนียว สามารถตีใหเปน4 แผ1นหรือยืดเป4นเสนได จากสมบตั ิทาง
กายภาพดังกลา1 วจึงนยิ มนำโลหะมาทำเครอื่ งใชท่ีทนความรอน นำความรอนหรอื นำไฟฟ?าไดดี เช1น ภาชนะหุงตม
ตวั นำไฟฟา? )
11) ครูอธิบายเพ่ิมเติม โดยใช(สื่อวดี ิทศั นเ# ร่ือง การเกดิ พอลิเมอร# (สืบค(นได(จาก
ipst.me/10651) อธิบายเกย่ี วกบั กระบวนการเกิดพอลเิ มอร#จากการรวมตัวของมอนอเมอร#
ข้ันท่ี 5 ขั้นประเมนิ (Evaluation) (20 นาที)
12) ครูและนักเรยี นอภิปรายผลการทำกจิ กรรม สมบตั ิของพอลิเมอร# เซรามกิ และโลหะ
จะไดขอสรปุ วา
- พอลเิ มอร# (polymer) ประกอบด(วยมอนอเมอร# (monomer) ซง่ึ เปน6 หนว. ยซำ้ ๆ จำนวนมาก
มาเชื่อมต.อกันด(วย ปฏิกิริยาเคมี มีทั้งที่ได(จากธรรมชาติและการสังเคราะห# แบ.งกลุ.มได(เป6นพลาสติก ยาง และ
เส(นใย พอลิเมอร# ส.วนใหญ.ไม.นำไฟฟ„า มีความเหนียว บางชนิดมีสภาพยืดหยุ.นสูง บางชนิดได(รับความร(อนแลว(
เปลี่ยนแปลง สามารถนำมาขึ้นรูปเป6นผลิตภัณฑ#รูปทรงต.าง ๆ ได(ง.าย และมีสมบัติเหมาะสมต.อการใช(งานใน
หลากหลายรปู แบบ จึงเปน6 วัสดทุ นี่ ำมาใชใ( นชวี ิตประจำวันอย.างแพรห. ลาย แตพ. อลิเมอรส# ังเคราะห#ส.วนใหญ.ย.อย
สลายได(ยากในธรรมชาติ จึงควรใช(อย.างคุม( ค.าตามความจำเป6น
- เซรามิก (ceramic) ที่ใช(งานทั่วไปผลิตจากดิน หิน ทราย และแร.ธาตุต.าง ๆ จากธรรมชาติ
ทผี่ .านการข้ึนรูปแล(วนำไปเผาที่อุณหภมู สิ ูง ทำให(โครงสร(างและสมบัติเปล่ยี นไปจากเดมิ เซรามิกสว. นใหญ.แข็งแต.
เปราะ ทนตอ. การสึกกรอ. นไดส( งู กว.าพอลเิ มอรแ# ละโลหะ มีจดุ หลอมเหลวสงู เปน6 ฉนวนความร(อนและฉนวนไฟฟ„า
ทนความร(อนไดด( ี เมื่อได(รับความร(อนแล(วไม.เปล่ียนแปลงรูปร.าง นอกจากเซรามิกที่ผลิตจากดิน หิน ทราย และ
แร.ธาตุต.าง ๆแล(ว ในปlจจุบันยังมีเซรามิกที่ผลิตจากสารที่มีความบริสุทธิ์สูงเพื่อใช(ในงานเฉพาะด(าน เช.น
อุตสาหกรรมอเิ ล็กทรอนกิ ส#
- โลหะ (metal) ส.วนใหญ.มีสมบัติแข็ง เหนียว สามารถตีให(เป6นแผ.นหรือยืดเป6นเส(นได(
นำความร(อนและนำไฟฟ„าได(ดีกว.าพอลิเมอร#และเซรามิก มีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง นิยมนำมาผลิต
เครื่องใช(ที่ต(องการความคงทนแข็งแรง แต.โลหะบางชนิดทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและน้ำ ทำให(เกิดการผุกร.อน
จึงต(องปรบั ปรงุ คณุ ภาพโดยการเติมโลหะอนื่ ๆ ให(มีความคงทนแขง็ แรงมากข้นึ
133
13) ครูตรวจสอบการส.งแบบบันทึกการค(นคว(าของนักเรียนและให(คะแนนประเมินตามเกณฑ#
การประเมนิ (Rubrics Score)
8. สื่อการเรียนรู/แหลงเรียนรู
8.1 อปุ กรณ#ทำกจิ กรรม: จำนวน 12 รายการ ดงั แสดงแนบไวในใบกจิ กรรมท่ี 5.8 พอลิเมอร เซรามิก
และโลหะ มีสมบัติอย1างไร
8.2 คลิปวดี ทิ ศั น#: การเกดิ พอลิเมอร#
8.3 ใบกิจกรรม: ใบกิจกรรมที่ 5.8 พอลิเมอร เซรามกิ และโลหะ มีสมบัติอย1างไร
8.4 แบบบนั ทึกกิจกรรม: แบบบนั ทึกการค(นควา( กจิ กรรมที่ 5.8 พอลิเมอร เซรามกิ และโลหะ
มีสมบัตอิ ย1างไร
8.5 แหลง. เรยี นร:(ู - หนังสือเรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปทj ่ี 3
เลม. 2 ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ
- สถาบนั พลาสติก. https://thaiplastics.org/
- การไฟฟา„ ฝBายผลิตแหง. ประเทศไทย : ร(ูไวใ( ชว. .า ไฟฟ„าใกล(ตวั “การใชไ( ฟฟ„าอย.าง
ปลอดภยั ”https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&vi
ew=article&id=2507:art20180508-01&catid=49&Itemid=251
9. การวดั และการประเมนิ
ตวั ช้วี ดั /ผลการเรียนรู วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑ#ที่ใชในการประเมิน
- คำถามท(ายกิจกรรมท่ี 5.8 - ได(ไม.น(อยกว.า 2 คะแนน
1. ระบุสมบัติทางกายภาพบาง - ตรวจการตอบคำถาม
พอลิเมอร เซรามิก และ ระดบั คุณภาพดี ถือวา.
ประการและการใชป( ระโยชน# ทา( ยกจิ กรรมท่ี 5.8 โลหะ มีสมบตั ิอยา1 งไร ผา. นการประเมิน
จำนวน 4 ข(อ ดา( นความรู(
ของวัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร#
- แบบบันทึกการค(นควา( - ได(ไมน. (อยกวา. 2 คะแนน
เซรามกิ และโลหะได( กจิ กรรมที่ 5.8 ระดบั คุณภาพดี ถือวา.
พอลเิ มอร เซรามิก และ ผ.านการประเมิน
(ดา( นความรู(: K) โลหะ มสี มบัตอิ ย1างไร ด(านกระบวนการ
2. การใช(ทกั ษะการตีความ - ตรวจการทำแบบ - เกณฑ#การประเมนิ การใช( - ได(ไม.น(อยกวา. 2 คะแนน
งานอปุ กรณ#ในกิจกรรม ระดับคุณภาพดี ถือว.า
หมายข(อมลู และลงขอ( สรปุ บันทึกการค(นคว(า ของนักเรยี น ผ.านการประเมิน
ดา( นเจตคติ
เพ่อื สรุปชนดิ และสมบัติ กิจกรรมที่ 5.8
บางประการของพอลเิ มอร#
(ดา( นกระบวนการ: P)
3. ตระหนักถึงความสำคญั - สงั เกตการใช(งาน
ของการใช(อปุ กรณ# อปุ กรณ#ในกิจกรรม
การทำกจิ กรรมได( ของนักเรียน
(ดา( นเจตคติ: A)
9.1 เกณฑ#การประเมนิ ผลนักเรยี น เกณฑก# ารประเมิน (Rubrics Score)
134
ประเดน็ การประเมิน คานำ้ หนัก แนวทางการใหคะแนน
การใหค( ะแนนตอบ คะแนน
ตอบคำถามทา( ยกิจกรรมท่ี 5.8 ถกู ต(อง จำนวน 3-4 ขอ(
คำถามท(าย 3 ตอบคำถามท(ายกจิ กรรมท่ี 5.8 ถกู ต(อง จำนวน 2 ขอ(
กิจกรรมท่ี 5.8 2 ตอบคำถามท(ายกจิ กรรมท่ี 5.8 ถูกต(อง จำนวน 1 ขอ( หรือ ไมถ. ูกต(อง
การให(คะแนนการบันทึก 1 บันทกึ ผลลงในตารางบันทึกผลการทำกิจกรรม โดยตคี วามหมายข(อมูล
แบบบันทกึ การค(นคว(า และลงข(อสรุปจากการวิเคราะห#ข(อมูล จากการสังเกตและการสืบคน(
กิจกรรมท่ี 5.8 3 และลงข(อสรุปเกยี่ วกบั ประเภทและสมบัติบางประการของพอลิเมอร#ได(
อย.างถูกต(อง ตามความเป6นจริงโดยไม.เพ่ิมความคดิ เหน็ ส.วนตวั ลงใน
การให(คะแนน 2 แบบบันทกึ การค(นคว(า ครบทุกประเดน็ สอดคล(องกบั เน้ือหาในกิจกรรม
การใช(งานอปุ กรณ# บันทกึ ผลลงในตารางบันทึกผลการทำกิจกรรม โดยตีความหมายข(อมลู
1 และลงข(อสรปุ จากการวิเคราะห#ข(อมลู จากการสังเกตและการสืบคน(
ในกจิ กรรม และลงข(อสรปุ เกย่ี วกบั ประเภทและสมบตั ิบางประการของพอลิเมอรไ# ด(
3 ตามความเป6นจริงลงในแบบบันทกึ การค(นควา( แตย. ังมีข(อผิดพลาด
บันทึกผลลงในตารางบันทกึ ผลการทำกจิ กรรม โดยตคี วามหมายข(อมลู
2 และลงข(อสรปุ จากการวิเคราะห#ข(อมูล จากการสงั เกตและการสบื ค(น
และลงข(อสรปุ เกย่ี วกบั ประเภทและสมบตั บิ างประการของพอลเิ มอร#ได(
1 ไมถ. ูกตอ( ง มขี (อผดิ พลาดท่ีต(องแกไ( ขปรับปรุง
ใชง( านอปุ กรณ#การทดลองในกิจกรรมได(ถกู วิธี หยิบ เคลอื่ นย(ายอปุ กรณ#
อย.างระมัดระวงั ไมห. ยอกลอ( หรอื แกล(งเพ่ือนขณะกำลังใช(งานอุปกรณ#
และหลังการใชง( านอปุ กรณ#มีการเกบ็ รักษาอย.างถูกวธิ ี
ใช(งานอปุ กรณ#การทดลองในกิจกรรมได(ถูกวิธี หยิบ เคลอื่ นยา( ยอปุ กรณ#
อย.างระมัดระวงั ไมห. ยอกล(อหรอื แกล(งเพอ่ื นขณะกำลงั ใช(งานอุปกรณ#
แต.หลังการใชง( านอุปกรณ#ไม.มีการเกบ็ รักษาอยา. งถูกวธิ ี หรือไม.เกบ็
อปุ กรณ#เขา( ตู(เก็บอุปกรณต# ามประเภทของอุปกรณ#
ใช(งานอุปกรณก# ารทดลองในกิจกรรมได( แต.ขณะหยบิ เคล่ือนยา( ยอปุ กรณ#
หรอื กำลังใชง( านอุปกรณ# จะหยอกลอ( หรือแกลง( เพ่ือน อาจทำให(อุปกรณ#
เสียหายได( และหลังการใชง( านอปุ กรณ#ไม.มีการเก็บรักษาอย.างถกู วธิ ี
9.2 ระดับคุณภาพ หมายถงึ ดมี าก
หมายถงึ ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 3.00 หมายถึง พอใช(
คะแนนรวมเฉลย่ี 2.00 - 2.99
คะแนนรวมเฉล่ีย 0.01 - 1.99
ดังนั้น นักเรียนตองไดคะแนนเฉล่ยี ทุกประเด็นการประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับ
คณุ ภาพ ดี ถอื วาผานเกณฑ#การประเมนิ ในแผนการจดั การเรยี นท่ี 9
135
บันทกึ หลังการสอน
หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 ปฏกิ ริ ยิ าเคมแี ละวสั ดุในชีวติ ประจำวัน.... ...... ... ...
แผนการสอนเรอ่ื ง 9 สมบตั ิของพอลิเมอร# เซรามกิ และโลหะ
วันที่...............................เดือน...............................................................พ.ศ.................
1. สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน....................คน ผา. นจดุ ประสงคก# ารเรียนรู(...........คน คดิ เปน6 ร(อยละ.............
ไม.ผา. นจดุ ประสงค#.......................คน คดิ เป6นรอ( ยละ.............
ไดแ( ก...................................................................................................
2. สรปุ ผลตามรายจดุ ประสงคก# ารเรยี นรู
2.1 นกั เรียนมีความร(คู วามเข(าใจ ( K)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 นกั เรียนมีความร(เู กิดกระบวนการ (P)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 นักเรียนมเี จตคติ (A)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. ขอเสนอแนะหลงั การจัดการเรยี นการสอน
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ............................................ครผู สู อน ลงช่ือ.............................................หวั หนากลุมสาระ
() ()
ตำแหนง. ................................................... ลงชื่อ.............................................ผชู วย/รองฯวิชาการ
…………./……………./………… ()
ลงช่อื ............................................ผูอำนวยการ
()
136
แบบบนั ทึกการประเมนิ คณุ ภาพการเรียนรขู องนกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาป*ที่ 3
รายวิชาวิทยาศาสตรพ# ้ืนฐาน (ว23102) หนวยการเรยี นรูท่ี 5 ปฏิกิริยาเคมแี ละวสั ดุในชีวิตประจำวนั I
แผนการจดั การเรยี นรูที่ 9 เรือ่ ง สมบัตขิ องพอลิเมอร# เซรามกิ และโลหะ .
คำช้แี จง: ทำเครื่องหมาย ในชอ. งค.านำ้ คะแนนแตล. ะด(านตามจุดประสงคก# ารเรียนร(ู โดยประเมนิ ตามเกณฑ#
(Rubrics Score)
เลข ช่ือ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ที่ รหสั นกั เรียน คาน้ำหนักคะแนน คาน้ำหนักคะแนน คาน้ำหนักคะแนน
ระดับ
3 2 1 3 2 1 32 1 ุคณภาพ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
137
เลข ชื่อ-นามสกุล/ ดานความรู (K) ดานกระบวนการ (P) ดานเจตคติ (A) คะแนนรวม
ท่ี รหัสนักเรียน คาน้ำหนกั คะแนน คานำ้ หนกั คะแนน คาน้ำหนกั คะแนน
ระดับ
321 32 1 32 1 ุคณภาพ
23
24
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
เกณฑ#การพิจารณาคณุ ภาพ หมายถงึ ดีมาก
คะแนนรวมเฉลีย่ 3.00 หมายถึง ดี
คะแนนรวมเฉล่ยี 2.00 - 2.99 หมายถงึ พอใช(
คะแนนรวมเฉล่ยี 0.01 - 1.99
ตองไดคะแนนเฉล่ยี ทกุ ประเด็นการประเมิน ไมต่ำกวา 2.00 แสดงระดับคณุ ภาพ ดี ขึ้นไปเทานนั้
ถงึ จะผานการเรยี นรตู ามตวั ชว้ี ดั
ผลการประเมนิ การเรยี นรขู องนักเรยี น
ผเู( รียนที่ ผา. น ตัวช้ีวัด
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เปน6 รอ( ยละ………………………………………………..
ผ(ูเรยี นที่ ไม.ผา. น ตวั ชีว้ ดั
มจี ำนวน…………………………คน คดิ เป6นรอ( ยละ………………………………………………..
1)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
2)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
3)………………………………………………........……….สาเหตุ……………….........................................................
สอ่ื การเรียนรูแผนการจัดการเรยี นรูที่ 9: 138
คลปิ วีดีทศั น#: การเกดิ พอลิเมอร# สอ่ื วีดิทัศน
สือ่ วีดิทัศน#เร่ือง การเกดิ พอลเิ มอร# อธิบายเกยี่ วข(องกับการเกิดพอลิเมอรจ# ากการรวมตวั ของมอนอเมอร#
แหลงที่มา: เว็บไซต#อา( งอิง ipst.me/10651
เผยแพรเ. ม่ือ 2 กันยายน พ.ศ. 2562
(เจา( ของผลงาน สถาบันสง. เสริมการสอนวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี (สสวท.))
139
สอื่ การเรยี นรูแผนการจัดการเรียนรูที่ 9: ใบกิจกรรมท่ี 5.8
ใบกิจกรรมท่ี 5.8 พอลิเมอร) เซรามิก และโลหะ มสี มบัติอย!างไร
หนงั สือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปท/ ี่ 3 เล1ม 2 ตามหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรุงพ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หนา 40
กิจกรรมที่ 5.8 พอลเิ มอร# เซรามิก และโลหะ มสี มบตั ิอยางไร?
จดุ ประสงค)
1. สงั เกตลักษณะของวัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร# เซรามิก และโลหะ
วัสดุอุปกรณ) 2. ตรวจสอบและอธบิ ายสมบัตทิ างกายภาพของวัสดุประเภทพอลเิ มอร# เซรามกิ และโลหะ
วสั ดทุ ใ่ี ชตอ1 กล1ุม
1. พอลเิ มอร เช1น ยางรดั ของ ลูกโป€ง ขวดเพต็ 2 ชนิด ชนิดละ 1 ชนิ้
ชามเมลามนี ถงุ พลาสตกิ (ถุงเยน็ ถุงรอน) เสนดาย
2. เซรามิก เชน. ชอ( นกระเบ้ือง แผน. กระเบื้องดิน 2 ชนิด ชนิดละ 1 ช้นิ
เผาอิฐมอญ
3. โลหะ เช1น แผ1นสงั กะสี แผน1 อะลมู ิเนียม แผน1 ทองแดง 2 ชนดิ ชนดิ ละ 1 ชิน้
ตะปเู หลก็
4. น้ำ 200 cm3
5. ถา1 นไฟฉาย 1.5 V พรอมกระบะถา1 น 2 กอน
6. สายไฟฟาN พรอมขัว้ เสียบและคลปิ ปากจระเขยาว 50 cm 3 เสน
7. หลอดไฟฟ„า 2.5 V พร(อมฐาน 1 ชดุ
8. บกี เกอร#ขนาด 250 cm3 1 ใบ
9. คมี คีบ 1 อนั
10. ตะเกียงแอลกอฮอล#พรอ( มทก่ี น้ั ลม 1 ชดุ
11. ค(อนขนาดเลก็ 1 อนั
12. ถุงผา( ขนาดกว(าง x ยาว ประมาณ 7 น้ิว x 9 นิ้ว 1 ใบ
วิธดี ำเนนิ 1. เลอื กพอลเิ มอร เซรามิก และโลหะมาประเภทละ 2 ตัวอย1าง สงั เกตลักษณะของวัสดุ
กิจกรรม ท่เี ลือกและบันทึกผล
2. ทำกิจกรรมเพื่อตรวจสอบสมบตั ติ า1 ง ๆ ของวสั ดุ ดงั นี้
2.1 การนำไฟฟCา ทดสอบโดยนำวัสดุไปตอ1 กับวงจรไฟฟNาอยา1 งง1าย สังเกตการ
เปลย่ี นแปลงของหลอดไฟฟาN และบันทึกผล
2.2 ความเหนยี วหรือความเปราะ ทดสอบโดยนำวัสดใุ ส1ถุงผาแลวใชคอนทุบดวย
แรงเทา1 กนั สงั เกตการเปล่ยี นแปลงและบนั ทึกผล
2.3 การทนความรอน ทดสอบโดยนำวสั ดุทีต่ ดั เปนC ช้ินเลก็ ๆ ใสล1 งในบกี เกอรทีม่ นี ำ้
บรรจอุ ย1ู จากนนั้ นำไปใหความรอนจนนำ้ เดือด สงั เกตการเปลี่ยนแปลงและบนั ทึกผล
140
กิจกรรมท่ี 5.8 พอลิเมอร# เซรามิก และโลหะ มีสมบตั ิอยางไร?
การเตรียมตัว เตรียมตวั อยา1 งวัสดุ เช1น ยางรัดของ ลูกโป€ง ขวดเพต็ (polyethylene terephthalate
ลว! งหนาสำหรับ หรอื PET) ถุงพลาสติกชนิดถุงเย็น (polyethylene หรือ PE) และชนดิ ถงุ รอน
ครู (polypropylene หรือ PP) ถาวสั ดมุ ขี นาดใหญ1 ใหตัดวัสดใุ หมขี นาดประมาณ
2 เซนตเิ มตร x 5 เซนติเมตร สำหรับชามเมลามนี ชอนกระเบ้อื ง แผน1 กระเบ้ืองดินเผา
ขอควรระวัง อาจเลอื กใชของใชที่ทำจากวัสดุดงั กล1าวท่ีมขี นาดใกลเคียงกนั หรือใชเศษวสั ดุท่ที ำใหแตก
โดยวธิ ีการตัดหรือทุบวสั ดุ และเพื่อปNองกนั การกระเด็นของวสั ดุ ควรกระทำในบรเิ วณ
ขอเสนอแนะใน ที่มีลกั ษณะเปนC หลุม
การทำกจิ กรรม • เตือนนกั เรยี นใหใชความระมัดระวงั และสวมแว1นตานิรภยั ขณะทดสอบความแขง็ ของวัสดุ
โดยการทุบดวยคอน
สื่อการเรียนรู/ • ใหนกั เรียนใชความระมัดระวังอันตรายจากวัสดทุ ่ีแตกหลังการทบุ ซ่งึ อาจมีความ
แหลง! เรียนรู แหลมคม เมื่อทำกจิ กรรมแลวใหหอ1 วัสดทุ แ่ี หลมคมดวยกระดาษหนา ๆ ก1อนท้ิง
ในการทดสอบความเหนยี วหรือความเปราะของวสั ดุประเภทเซรามิก ควรเลือกวสั ดุ
ประเภทเซรามิก เชน1 เศษกระถางดินเผา เศษกระเบื้องชนิดบาง เพ่ือใหเห็นการ
เปลี่ยนแปลงชดั เจน เมือ่ ทดสอบความเหนยี วหรอื ความเปราะ และครูควรสาธิตใหดทู ง้ั
ชั้นเรยี นแลวใชผลการทำกิจกรรมร1วมกนั โดยไม1จำเปนC ตองใหนักเรยี นทำทุกกลุ1ม
เพ่อื เปCนการใชวัสดุอย1างประหยดั ปลอดภัย และปอN งกันอันตรายทอ่ี าจเกิดขนึ้
• สถาบนั พลาสติก. https://thaiplastics.org/
• การไฟฟาN ฝ€ายผลิตแหง1 ประเทศไทย : รไู วใช1ว1า ไฟฟาN ใกลตวั “การใชไฟฟNาอย1าง
ปลอดภัย”https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=artic
le&id=2507:art20180508-01&catid=49&Itemid=251
คำถามทายกิจกรรม
1. พอลเิ มอร# เซรามกิ และโลหะที่นำมาทดสอบมอี ะไรบาง
2. พอลเิ มอร# เซรามกิ และโลหะทนี่ ำมาทดสอบมีสมบัติอยางไร ทราบไดอยางไร
3. พอลเิ มอร# เซรามิก และโลหะทีน่ ำมาทดสอบมสี มบตั เิ หมือนและตางกันอยางไร
4. จากกิจกรรม สรุปไดวาอยางไร
141
สื่อการเรียนรูแผนการจดั การเรียนรูที่ 9: แบบบันทึกการคนควากจิ กรรมที่ 5.8
แบบบนั ทกึ การคนควากจิ กรรมท่ี 5.8 พอลิเมอร) เซรามิก และโลหะ มสี มบตั อิ ยา! งไร
ชอื่ -นามสกุล..........................................................................................ช้ัน.................เลขท่ี...........กลุมท่ี............
ผลการทำกจิ กรรม
ชนิดของวสั ดุ เมอ่ื ตอกบั วงจรไฟฟrา เมื่อทุบดวยคอนยาง เมอื่ นำไปตม
อยางงาย ในน้ำเดือด
พอลเิ มอร#
- ยางรดั ของ
- ลกู โปงB
- ขวดเพ็ต
- ชามเมลามีน
- ถุงพลาสตกิ (ถุงรอ( น)
- ถงุ พลาสตกิ (ถุงเยน็ )
- ถ(วยนำ้
- ถุงซปิ
- พลาสติกห.ออาหาร
- เสน( ดา( ย
เซรามิก
ช(อนกระเบ้ือง
แผน. กระเบื้องดินเผา
อิฐมอญ
โลหะ
แผ.นสังกะสี
แผน. อะลมู เิ นียม
แผน. ทองแดง
ตะปูเหล็ก
142
แนบทายแผนการจัดการเรยี นรูท่ี 9: การให(คะแนนด(านกระบวนการ (P)
แนวทางบันทกึ การคนควากิจกรรมที่ 5.8 พอลิเมอร) เซรามกิ และโลหะ มสี มบตั ิอยา! งไร
ผลการทำกิจกรรม เม่อื ตอกบั วงจรไฟฟrา เมอ่ื ทุบดวยคอนยาง เม่อื นำไปตม
อยางงาย ในนำ้ เดือด
ชนิดของวสั ดุ ไมเ. ปลี่ยนแปลง
หลอดไฟฟ„าไม.สวา. ง ไมเ. ปลย่ี นแปลง ไม.เปลย่ี นแปลงรปู ร.าง
พอลิเมอร# หลอดไฟฟา„ ไมส. ว.าง ไมเ. ปลย่ี นแปลง ไม.เปลี่ยนแปลงรูปร.าง
- ยางรัดของ หลอดไฟฟา„ ไมส. วา. ง ไมเ. ปลย่ี นแปลง ไม.เปลี่ยนแปลงรูปร.าง
- ลกู โปBง หลอดไฟฟา„ ไมส. ว.าง ไมเ. ปลี่ยนแปลง ไมเ. ปล่ียนแปลงรูปร.าง
- ขวดเพ็ต หลอดไฟฟ„าไมส. วา. ง ไม.เปลี่ยนแปลง ไมเ. ปลย่ี นแปลงรปู รา. ง
- ชามเมลามีน หลอดไฟฟา„ ไมส. ว.าง ไมเ. ปล่ียนแปลง ไมเ. ปลี่ยนแปลงรูปร.าง
- ถงุ พลาสติก (ถุงร(อน) หลอดไฟฟ„าไม.สวา. ง ไม.เปลย่ี นแปลง
- ถงุ พลาสตกิ (ถงุ เย็น) หลอดไฟฟ„าไม.สว.าง ไมเ. ปลย่ี นแปลง ช้นิ วสั ดุโค(งงอ
- ถ(วยนำ้ หลอดไฟฟ„าไมส. วา. ง ชิ้นวสั ดบุ ดิ งอ
- ถุงซปิ ไม.เปลยี่ นแปลง วัสดุบดิ งอและ
หลอดไฟฟ„าไมส. ว.าง จบั เป6นก(อน
- พลาสติกห.ออาหาร แตกเปน6 ช้ินเล็ก ไม.เปลีย่ นแปลงรปู รา. ง
หลอดไฟฟา„ ไมส. วา. ง แตกเปน6 ชิ้นเลก็
- เส(นดา( ย หลอดไฟฟ„าไม.สวา. ง แตกเปน6 ชน้ิ เล็ก ไม.เปลย่ี นแปลงรปู รา. ง
เซรามิก หลอดไฟฟ„าไมส. วา. ง ไมเ. ปลย่ี นแปลงรูปรา. ง
ชอ( นกระเบ้ือง ไม.เปลย่ี นแปลง ไมเ. ปลี่ยนแปลงรูปรา. ง
แผน. กระเบ้ืองดนิ เผา หลอดไฟฟา„ สวา. ง ไมเ. ปล่ียนแปลง
อฐิ มอญ หลอดไฟฟ„าสวา. ง ไมเ. ปลี่ยนแปลง ไมเ. ปลี่ยนแปลงรปู รา. ง
โลหะ หลอดไฟฟา„ สวา. ง ไม.เปล่ยี นแปลง ไมเ. ปลี่ยนแปลงรูปรา. ง
แผน. สังกะสี หลอดไฟฟ„าสว.าง ไมเ. ปลี่ยนแปลงรปู ร.าง
แผ.นอะลมู เิ นียม ไม.เปลยี่ นแปลงรปู รา. ง
แผ.นทองแดง
ตะปูเหลก็
143
แนบทายแผนการจดั การเรยี นรูท่ี 9: การให(คะแนนด(านความร(ู (K)
เฉลยใบกจิ กรรมท่ี 5.8 พอลเิ มอร) เซรามกิ และโลหะ มีสมบตั ิอย!างไร
เฉลยคำถามทายกจิ กรรม
1. พอลเิ มอร# เซรามิก และโลหะท่นี ำมาทดสอบมีอะไรบาง
แนวคำตอบ คำตอบขน้ึ อย.กู ับตัวอยา. งที่เลือกมาศึกษา เช.น
- พอลเิ มอรท# ี่นำมาทดสอบ ได(แก. ยางรัดของ ถงุ พลาสตกิ ชนดิ ใชบ( รรจุของร(อน
- เซรามกิ ทีน่ ำมาทดสอบ ไดแ( ก. ชามกระเบื้อง กระเบื้องดนิ เผา
- โลหะท่นี ำมาทดสอบ ได(แก. แผน. สังกะสี มงุ( ลวด
2. พอลิเมอร# เซรามิก และโลหะทน่ี ำมาทดสอบมีสมบตั ิอยางไร ทราบไดอยางไร
แนวคำตอบ พอลิเมอร#และเซรามกิ ท่ีนำมาทดสอบ ไม.นำไฟฟ„า ทราบไดจ( ากเม่อื นำช้นิ วสั ดไุ ปต.อเขา( ใน
วงจรไฟฟ„าอย.างงา. ยแล(ว หลอดไฟฟา„ ไม.สวา. ง ส.วนโลหะทุกชนิดทน่ี ำมาทดสอบนำไฟฟา„ ได( เมือ่ นำชิน้ วัสดไุ ปต.อ
เข(าในวงจรไฟฟา„ อยา. งง.ายแล(วทำใหห( ลอดไฟฟ„าสวา. ง
เซรามกิ แข็งแตเ. ปราะ ทราบไดจ( ากเม่ือทบุ ดว( ยค(อนแลว( แตกเปน6 ช้ิน ส.วนพอลเิ มอร#และโลหะ เมื่อทุบดว( ย
ค(อนแลว( วัสดไุ ม.แตกเป6นช้นิ
พอลเิ มอร#บางชนิด เชน. พลาสติกหอ. อาหาร ถุงพลาสตกิ (ถงุ เย็น) ไมท. นความร(อน ทราบได(จาก เม่ือนำไป
ต(มวสั ดจุ ะเปลีย่ นแปลงรูปรา. ง ส.วนเซรามกิ โลหะ ทนความร(อน เพราะเมื่อนำไปตม( วัสดุจะไม.เปลย่ี นแปลงรูปรา. ง
3. พอลิเมอร# เซรามกิ และโลหะท่ีนำมาทดสอบมีสมบัติเหมือนและตางกันอยางไร
แนวคำตอบ พอลิเมอร# เซรามิก และโลหะที่นำมาศึกษามีสมบตั ิเหมือนและต.างกนั ดังน้ี
- พอลิเมอร#และเซรามกิ ไม.นำไฟฟา„ ส.วนโลหะนำไฟฟ„า
- พอลเิ มอรบ# างชนดิ เช.น พลาสตกิ ห.ออาหาร ถงุ พลาสติก (ถุงเย็น) ไม.ทนความร(อน ในขณะท่ี
พอลิเมอร#อน่ื เชน. ยางรัดของ เสน( ด(าย ถ(วยเมลามนี ทนความร(อน ส.วนเซรามิกและโลหะทนความร(อนได(ดี
- พอลเิ มอรแ# ละโลหะเหนียว ไม.แตกเปน6 ชน้ิ เมื่อทบุ ดว( ยคอ( น แต.เซรามิกเปราะ เมื่อทุบแล(ว
แตกเป6นชนิ้ เล็ก
4. จากกจิ กรรม สรุปไดวาอยางไร
แนวคำตอบ พอลิเมอร# เซรามิก และโลหะมสี มบตั ิบางอยา. งเหมือนกัน และมีสมบตั บิ างอย.างต.างกนั
พอลิเมอร#และเซรามิกไมน. ำไฟฟา„ สังเกตได(จากเมื่อนำไปต.อกับวงจรไฟฟ„าอย.างงา. ยแลว( หลอดไฟฟ„าไม.สวา. ง
ในขณะทโ่ี ลหะนำไฟฟ„า เซรามิกและโลหะทนต.อความร(อน เม่ือนำไปให(ความร(อนโดยการตม( ในนำ้ เดือด
จะไมเ. ปลีย่ นรูปร.าง แต.พอลิเมอรบ# างชนดิ เปลยี่ นแปลงรปู รา. งเมื่อนำไปให(ความร(อนโดยการต(มในน้ำเดือด
แนบทายแผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 9: เฉลยกิจกรรมทบทวนความรู(ก.อนเรยี น
144
เฉลยกิจกรรมทบทวนความรูกอนเรยี น จำนวน 5 ขอ
หนังสอื เรียนรายวชิ าพื้นฐานวิทยาศาสตรแ# ละเทคโนโลยี ชนั้ ม.3 เล.ม2 สสวท. หนา( 39
เขยี นเครือ่ งหมาย ล(อมรอบข(อทถ่ี ูกต(อง
ขอใดไมใชวสั ดุ
ก. ยาง ข. ไม( ค. เหลก็ ง. เก(าอี้
เลือกตวั อกั ษรหนาวิธกี ารทดสอบแลวเติมลงในชองวางหนาสมบัติทางกายภาพทกี่ ำหนดให
ค ความแข็ง ก. นำวสั ดทุ ีแ่ ขวนไว(ผูกกับถุงทราย จากน้ันนำถุงทรายออก
ง การนำไฟฟ„า เปรียบเทยี บความยาวของวัสดกุ .อนผูก ขณะผูก และ
ข การนำความร(อน หลงั จากนำถุงทรายออก
ก สภาพยืดหย.ุน
ข. ตดิ ก(อนดินนำ้ มันไว(ท่ีปลายวัสดุด(านหนึ่งแลว( ให(
ความรอ( นทป่ี ลายอีกด(านหน่ึงของวสั ดุ สงั เกตการ
เปล่ียนแปลงของก(อนดินน้ำมัน
ค. ใช(ตะปูหรอื เข็มหมดุ ขีดลงบนวสั ดุ สังเกตรอยท่ปี รากฏ
บนผวิ วสั ดุ
ง. นำไปตอ. กับวงจรไฟฟ„าอยา. งง.ายท่มี หี ลอดไฟฟ„า
สงั เกตความสว.างของหลอดไฟฟ„า
145
แผนการจดั การเรียนรูที่ 10
เรอื่ ง สมบตั ขิ องวัสดผุ สม รหสั วิชา ว23102 เวลา 1 ชั่วโมง
หนวยการเรียนรทู ี่ 5 ชือ่ หนวยการเรยี นรู ปฏกิ ริ ิยาเคมแี ละวัสดใุ นชวี ิตประจำวัน รวม 17 ชัว่ โมง
กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศึกษาปท* ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2
สาระท่ี 2 ช่ือสาระ วิทยาศาสตรก# ายภาพ มาตรฐาน ว 2.1
1. มาตรฐานการเรียนร/ู ตัวชี้วัด
ว 2.1 เข(าใจสมบัตขิ องสสาร องคป# ระกอบของสสาร ความสมั พันธ#ระหวา. งสมบตั ขิ องสสารกับโครงสร(าง
และแรงยึดเหนี่ยวระหว.างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกิดสารละลาย
และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
ตัวชว้ี ดั
ว 2.1 ม.3/1 ระบุสมบตั ิทางกายภาพและการใช(ประโยชนว# ัสดปุ ระเภทพอลเิ มอร# เซรามิก และวสั ดุผสม
โดยใช(หลักฐานเชงิ ประจักษแ# ละสารสนเทศ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
1) วัสดุผสมเป6นวัสดุที่เกิดจากวัสดุตั้งแต. 2 ประเภทที่มีสมบัติแตกต.างกันมารวมตัวกัน เพื่อนำไปใช(
ประโยชน#ได(มากขึ้น เช.น เสื้อกันฝนบางชนิดเป6นวัสดุผสมระหว.างผ(ากับยาง คอนกรีตเสริมเหล็กเป6นวัสดุผสม
ระหวา. งคอนกรตี กับเหล็ก
2) วัสดุบางชนิดสลายตัวยาก เช.น พลาสติก การใช(วัสดุอย.างฟุBมเฟgอยและไม.ระมัดระวังอาจก.อปlญหา
ตอ. สิง่ แวดลอ( ม
3. จุดประสงค#การเรียนรู นักเรยี นระบุสมบตั ิทางกายภาพบางประการของวสั ดุผสมได(
1) ดานความรู (K) นักเรยี นใช(ทกั ษะการตีความหมายขอ( มูลและลงขอ( สรุป โดยนำข(อมลู จาก
2) ดานทักษะ (P) การสบื ค(นมาแปลความหมายเพอื่ สรุปความหมายและสมบัตบิ างประการ
ของวัสดผุ สม
3) ดานเจตคติ (A) นักเรยี นมีระเบยี บวินัยในการเรยี นร(วู ทิ ยาศาสตร#
4. คณุ ลักษณะผูเรยี น
4.1 คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค#
รักชาติ ศาสน# กษตั ริย# อยอ.ู ย.างพอเพียง ซอ่ื สัตยส# จุ รติ มุง. มัน่ ในการทำงาน
ใฝBเรยี นรู( มจี ติ สาธารณะ
มีวนิ ยั รกั ความเป6นไทย
5. ดานสมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น
ความสามารถในการสื่อสาร: นกั เรยี นสามารถสอื่ สาร โดยการนำเสนอผลการสืบคน( ข(อมลู เก่ยี วกับ
ความหมาย สมบัติและตัวอย.าง วสั ดผุ สม
146
ความสามารถในการใชเ( ทคโนโลยี: นักเรยี นสามารถใช(เทคโนโลยี โดยสบื ค(นขอ( มลู เก่ียวกบั
ความหมายสมบัติและตัวอย.าง วสั ดุผสมบนอนิ เทอร#เนต็
6. สาระการเรียนรู
การทำวัสดุผสมหรือวัสดุคอมโพสติ (composites) เป6นการนำวัสดุต.างชนิดที่มีสมบตั ิต.างกันมาผสม
กัน ได(เป6นวัสดุใหม.ทีม่ ีสมบัติดีกว.าวัสดุตั้งตันแต.ละชนิด เช.น ผ(าคอมโพสิต พลาสติกเสริมใยแก(ว คอนกรีตเสริม
เหล็ก ยางเรเดียล เป6นต(น ทำให(สามารถนำไปใช(ประโยชน#ได(มากขึ้น วัสดุผสมประกอบด(วยวัสดุชนิดหนึ่งเป6น
วสั ดเุ น้ือหลกั (matrix) และวสั ดุอีกชนดิ หนงึ่ กระจายตัวเป6นตวั เสริมแรง (reinforcement) ให(กับวสั ดเุ นือ้ หลัก
ผ(าคอมโพสิต (composite fabric) เป6นวัสดุผสมชนิดหนึ่ง ผ(าคอมโพสิตบางชนิดใช(เส(นใย เช.น
เสน( ใยพอลิเอสเทอร# เปน6 วัสดเุ นื้อหลัก เส(นใยพอลเิ อสเทอรม# ีสมบัติอ.อนน.ุม สวมใสส. บาย แต.มีข(อจำกัดคือไม.กัน
น้ำและระบายอากาศไม.ดี จึงนำพลาสติกชนิดพอลิยูรีเทน (polyurethane) ซึ่งมีสมบัติกันน้ำ มาเสริมแรง
ระหว.างชั้นเส(นใยพอลิเอสเทอร# ดังนั้นผ(าคอมโพสิตนี้นิยมนำมาใช(ผลิตเครื่องนุ.งห.มที่มีสมบัติกันน้ำ กันรังสี
กันความร(อน ในขณะเดียวกันก็สามารถระบายไอน้ำและอากาศได(ดี เมื่อสวมใส.แล(วไม.ร(อน ไม.อับขึ้น เช.น ชุด
กันฝน ชดุ ดำน้ำ ชุดสกี
พลาสติกเสริมใยแก(วหรือไฟเบอร#กลาส (fiberglass) ประกอบด(วยพลาสติกเป6นวัสดุเนื้อหลักที่มี
ข(อจำกัดความแข็งแรง จึงใช(เส(นใยแก(วซึ่งเป6นเซรามิก ทำหน(าที่เสริมแรง เพิ่มความแข็งแรงและทนต.อการกัด
กร.อนให(แก.พลาสติก นิยมนำมาใช(ทำผลิตภัณฑ#ที่ต(องการความแข็งแรงแต.มีน้ำหนักเบา ไม.นำความร(อน ไม.ดูด
ซมึ นำ้ เช.น ถังน้ำ เกา( อี้ตกแต.งสนาม หลงั คาพลาสติกเสริมใยแก(วในรถยนต# เครอ่ื งเล.นกลางแจ(ง เรือ และเจ็ตสกี
คอนกรีตเสริมเหล็กเป6นวัสดุผสมซึ่งมีคอนกรีตเป6นวัสดุเนื้อหลกั ที่รับแรงอัดได(สูง แต.แตกหักง.ายเมื่อ
ถูกกระทำด(วยแรงตึง จึงมีการนำเหล็กเส(น ซึ่งเป6นโลหะที่มีความเหนียว สามารถทนแรงดึงสูงมาทำหน(าท่ี
เสรมิ แรงให(แกค. อนกรตี คอนกรตี เสริมเหล็กนยิ มนำมาใช(ในงานก.อสรา( งเพ่ือความแขง็ แรงของโครงสรา( ง เช.น พ้นื
อาคาร เสารองรับ อาคาร สะพาน เป6นตน(
ยางเรเดียลท่ีใชใ( นรถยนต#ทั่วไปเป6นวัสดุผสมซึง่ มียางเป6นวัสดเุ น้ือหลัก เสรมิ แรงด(วยผ(าใบท่ีทำจากพอ
พอลเิ อสเทอร# ซงึ่ เปน6 พอลิเมอร#ทีใ่ ชเ( สริมหน(ายางและห(ุมเส(นลวดซึ่งเป6นโลหะ ยางรถยนต#ท่ีคนท่ัวไปต(องการเมื่อ
ใช(งานบนถนนที่ขรุขระ ผู(โดยสารจะไม.ได(รับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนมากในขณะเดียวกัน จะต(องรับแรง
กระแทกได(ดี ทนต.อความร(อน เมื่อใช(งานบนถนนที่มีความร(อนสูงในเวลากลางวันเป6นเวลานาน โดยยางต(องไม.
เปล่ียนแปลงสภาพ ทนต.อการฉีกขาด เมอื่ ถกู ของแข็งที่แหลมคมตำจะไม.เกิดความเสียหายมาก จะเห็นได(ว.ายาง
ธรรมชาตเิ พยี งชนดิ เดียวไมส. ามารถนำมาใช(ผลิตยางรถยนต#ที่มสี มบัติเชน. นี้ได( เนอ่ื งจากยางธรรมชาติไม.คงสภาพ
ไมเ. หมาะสมกับสภาพการทำงานในที่ท่มี ีอุณหภูมิสงู เปน6 เวลานาน และฉีกขาดได(ง.าย จงึ ตอ( งปรบั ปรงุ คุณภาพโดย
การเติมสารอื่นลงในยางธรรมชาติและใช(วัสดุอื่น ๆ มาประกอบเพื่อผลิตยางรถยนต#ใหม( ีสมบัติตามต(องการ เชน.
แข็งแรงและทนทานมากขึน้
พอลิเมอร# เชรามิก โลหะ และวัสดุผมมีสมบัติที่หลากหลาย ทำให(มนุษย#สามารถนำวัสดุเหล.าน้ีไปใช(
ทำอุปกรณ#เครื่องใช(หลายชนิด ในขณะเดียวกัน ความรู(ด(านวัสดุก็พัฒนาต.อไปอย.างไม.หยุดยั้ง มีการวิจัยและ
พัฒนาสมบัติของวัสดุที่ตอบสนองความต(องการของมนุษย#หลายประการ เช.น มีน้ำหนักลดลง แข็งแรงมากขึ้น
รวมท้ังสามารถย.อยสลายไดต( ามธรรมชาติเพอ่ื ลดปญl หาส่ิงแวดลอ( ม
นักวิทยาศาสตร#พยายามคิดค(นวัสดุชนิดใหม. ๆ เพื่อแก(ปlญหาและตอบสนองความต(องการใช(งานใน
ด(านต.าง ๆ การพัฒนานวัตกรรมด(านวัสดุเป6นพื้นฐานสำคัญที่ทำให(เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีด(านอื่น ๆ เช.น
เทคโนโลยีเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ# เทคโนโลยีการสื่อสารและอวกาศ ในขณะเดียวกัน การนำวัสดุที่พัฒนาขึ้นไปใช(
ประโยชน#ในกิจกรรมต.าง ๆ ของมนุษย#ก็อาจก.อให(เกิดผลกระทบที่ไม.พึงประสงค#เช.นกัน เนื่องจากวัสดุที่คิดดัน
147
ขึ้นใหม.นี้ส.วนใหญ.คงทน มีอายุการใช(งานยาวนาน ย.อยสลายได(ยกในธรรมชาติ จึงเกิดปlญหาในการกำจัด
ซึ่งก.อให(เกิดผลกระทบต.อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอ( ม ดังนั้นเราจึงควรร.วมกันป„องกันและแก(ไขผลกระทบดังกล.าว
โดยวิธีต.าง ๆ เช.น ใช(วัสดุเท.าที่จำเป6น ใช(วัสดุที่ใช(ซ้ำได(มากว.าหนึ่งครั้ง ลดการใช(วัสดุที่ย.อยสลายได(ยากใน
ธรรมชาติ ใชว( ัสดทุ ยี่ .อยสลายได(งา. ย
7. กิจกรรมการเรยี นรู
ใชร( ปู แบบการจัดการเรยี นการสอนแบบสืบเสาะหาความรู( (Inquiry Cycles: 5Es) (1 ชวั่ โมง; 60นาที)
ขัน้ ที่ 1 กระตนุ ความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
1) ครูกระต(ุนความสนใจของนักเรยี น เพ่อื นำเข(าสเ.ู รอื่ ง สมบัติของวสั ดุผสม โดยยกตัวอย.างวัสดุ
ผสม แลว( ให(นักเรยี นตอบคำถามวา. วสั ดผุ สมทีย่ กตวั อย.าง เกดิ จากการผสมของวสั ดุใด ดงั นี้
- ผา( คอมโพสิต (เสนใยพอลิเอสเทอร-และพลาสติกชนดิ พอลิยรู ีเทน)
- พลาสตกิ เสริมใยแก(วหรือไฟเบอรก# ลาส (พลาสตกิ และเสนใยแกวซึ่งเปน4 เซรามกิ )
- คอนกรตี เสริมเหล็ก (คอนกรตี และเหล็กเสน)
- ยางเรเดยี ล (ยางและผาใบทท่ี ำจากพอพอลเิ อสเทอร-)
2) ครูเชื่อมโยงเข(าสู.กิจกรรมที่ 5.9 สมบัติของวัสดุผสม โดยใช(คำถามว.า นักเรียนรู(จักวัสดุผสม
อะไรบ(าง วัสดุผสมที่ได(จะมีสมบัติดีกว.าวัสดุแต.ละชนิดที่นำมาผสมกันหรือไม. อย.างไร (นักเรียนตอบตามความ
เขาใจของตนเอง)
ขัน้ ท่ี 2 ขัน้ สำรวจและคนหา (Exploration) (20 นาที)
3) นักเรียนอ.านชื่อกิจกรรม จุดประสงค# และวิธีดำเนินกิจกรรม ตามหนังสือเรียนรายวิชา
พื้นฐานวิทยาศาสตร#และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปjที่ 3 เล.ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ หน(า 46 และครูตรวจสอบความ
เข(าใจการอา. น โดยใชค( ำถามดงั ต.อไปน้ี
- กจิ กรรมนี้เก่ยี วกับเร่อื งอะไร (สมบัติของวสั ดผุ สม)
- กจิ กรรมนม้ี จี ดุ ประสงค#อะไร (สบื คนขอมูลและอธิบายสมบัติและประโยชนข- องคอนกรีตเสริม
เหลก็ และพลาสตกิ เสริมใยแกว)
- วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย.างไร (สืบคนขอมูล อภิปราย และนำเสนอขอมูล
เกยี่ วกับองค-ประกอบสมบัติ และประโยชนข- องคอนกรีตเสริมเหลก็ และพลาสติกเสริมใยแกว)
- นักเรียนตอ( งสงั เกตหรือรวบรวมข(อมูลอะไรบา( ง (รวบรวมขอมลู เกี่ยวกับองคป- ระกอบ สมบัติ
และประโยชน-ของคอนกรีตเสรมิ เหล็กและพลาสติกเสรมิ ใยแกวจากแหลง1 ขอมลู ต1าง ๆ)
4) ขณะที่นักเรียนแต.ละกลุ.มทำกิจกรรม ครูเดินสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนแต.ละกล.ุม
และให(คำแนะนำ ถ(านักเรียนมีข(อสงสัยในประเด็นต.าง ๆ ที่อาจเป6นปlญหา เช.น การสืบค(นข(อมูลการเปรียบ
เทียบข(อมูลจากหลาย ๆ แหล.ง และเลือกใช(ข(อมูลจากแหล.งข(อมูลที่เชื่อถือได( ซึ่งครูควรรวบรวมปlญหาและ
ขอ( สงสยั ท่พี บจากการทำกจิ กรรมของนักเรียนเพ่ือใช(เปน6 ข(อมลู ประกอบการอภิปรายหลังจากการทำกิจกรรม
ขั้นที่ 3 ขัน้ อธบิ ายและลงขอสรปุ (Explanation) (10 นาที)
5) นักเรียนบันทึกการทำกิจกรรมลงในแบบบันทึกการค(นคว(ากิจกรรมที่ 5.9 สมบัติของวัสดุ
ผสม โดยสรุปผลของกิจกรรมและตอบคำถามท(ายกิจกรรม เพื่อใหไดขอสรุปจากกิจกรรมวา วัสดุผสม เช.น
148
คอนกรีตเสริมเหล็ก พลาสติกเสริมใยแก(ว ได(จากการนำวัสดุหลายชนิดท่ีมีสมบัติแตกต.างกันมาผสมกันเปน6 วัสดุ
ใหม.ทม่ี ีสมบตั ิดกี วา. วสั ดเุ ดิม และตรงตามความตอ( งการในการนำไปใช(ประโยชน#
ขั้นที่ 4 ขัน้ ขยายความรู (Elaboration) (10 นาที)
6) นักเรียนเรียนรู(เพิ่มเติมเกี่ยวกับ วัสดุผสม โดยอ.านเนื้อหาในหนังสือเรียนหน(า 47-48 และ
ตอบคำถามระหวา. งเรียน จากนน้ั รว. มกันอภิปรายเปรียบเทียบองคป# ระกอบ ประโยชน# และสมบตั ขิ องวัสดุผสมที่
ตา. งจากวสั ดุเดิมโดยใชป( ระเดน็ คำถามดังน้ี
- ยางรถยนตม# อี งค#ประกอบ สมบตั ิ และการใชป( ระโยชนเ# หมือนหรือแตกต.างจากยางธรรมชาติ
อย.างไร (แนวคำตอบ ยางรถยนตป- ระกอบดวยยางธรรมชาติ พอลิเอสเทอร- เสนลวดโลหะ ยางรถยนต-มีสมบัติรับ
แรงกระแทกไดดี ตานทานต1อการฉีกขาดสูง ทนต1อความรอน เมื่อเทียบกับยางธรรมชาติซึ่งเป4นพอลิเมอร-จาก
ธรรมชาติที่ประกอบดวยมอนอเมอร-ของไอโซพรีนต1อกันเป4นสายยาว มีสภาพยืดหยุ1นสูง เป4นฉนวนไฟฟ?าและ
ฉนวนความรอน แต1ฉีกขาดง1าย เสื่อมสภาพไดง1ายที่ความรอนสงู ยางธรรมชาตินยิ มนำมาใชทำถุงมือยางลูกโปง>
วัสดุกนั กระแทก รองเทา)
ข้นั ท่ี 5 ขัน้ ประเมิน (Evaluation) (10 นาที)
7) ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายผลการทำกจิ กรรม วัสดุผสม จะไดขอสรปุ วา
ซึ่งสิ่งที่ได(เรียนรู(จากบทเรียนนี้คือ วัสดุรอบตัว ได(แก. พอลิเมอร# เซรามิก โลหะ และวัสดุ
ผสม ซึ่งแต.ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพต.างกัน จึงนำไปใช(ประโยชน#ต.างกัน พอลิเมอร#จัดกลุ.มได(เป6นพลาสติก
ยาง เส(นใย ทั้งสามกล.ุมเป6นฉนวนไฟฟา„ และฉนวนความร(อนเหมือนกัน แตม. สี มบัตดิ (านความเหนียว และการทน
ความร(อนต.างกนั สำหรบั เซรามิกมสี มบตั ิแข็งแต.เปราะ ทนต.อการสึกกร.อน เปน6 ฉนวนความร(อนและฉนวนไฟฟ„า
โลหะมีสมบัติแข็งและเหนียว สามารถตีให(เป6นแผ.นหรือยืดเป6นเส(นได( นำไฟฟ„าและนำความร(อนได(ดี ส.วนวัสดุ
ผสมเกดิ จากการนำวสั ดุต.างชนิดกันมาประกอบกัน เพอ่ื ให(ไดว( ัสดใุ หมท. ่มี ีสมบตั ติ ามตอ( งการและดกี ว.าวสั ดตุ ้งั ต(น
8) ครูตรวจสอบการส.งแบบบันทึกการค(นคว(าของนักเรียนและให(คะแนนประเมินตามเกณฑ#
การประเมิน (Rubrics Score)
8. สื่อการเรียนรู/แหลงเรียนรู
8.1 อุปกรณ#ทำกจิ กรรม: อปุ กรณ#ท่ีใชใ( นการสืบค(น เช.น โทรศพั ท#เคล่ือนที่ คอมพวิ เตอรท# ่ีเชอื่ มต.อ
อินเทอร#เนต็
8.2 ใบกจิ กรรม: ใบกิจกรรมที่ 5.9 วัสดผุ สมมีสมบตั เิ ปนC อยา1 งไร
8.3 แบบบันทึกกิจกรรม: แบบบันทึกการคน( คว(ากิจกรรมที่ 5.9 วัสดผุ สมมสี มบัตเิ ปนC อย1างไร
8.4 แหล.งเรียนรู:( หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตรแ# ละเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปทj ี่ 3
เล.ม 2 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. 2560) สสวท. กระทรวงศึกษาธิการ
9. การวดั และการประเมนิ
ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู วิธีการวัด เคร่ืองมอื วัด เกณฑ#ทใี่ ชในการประเมนิ
- คำถามทา( ยกจิ กรรมท่ี 5.9
1. ระบุสมบัตทิ างกายภาพบาง - ตรวจการตอบคำถาม - ได(ไมน. (อยกว.า 2 คะแนน
วสั ดุผสมมสี มบตั ิเปCน ระดับคณุ ภาพดี ถือว.าผา. น
ประการของวสั ดุผสมได( ทา( ยกิจกรรมที่ 5.9 การประเมนิ ด(านความรู(
อยา1 งไร จำนวน 6 ข(อ
(ด(านความร(ู: K)