ตะโกนบอกผู้ประสบภัย “ไม่ต้องตกใจ มาช่วยแล้ว” จากนั้น ให้ยืนย่อตัวให้ต ่าๆ เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง ตามองอยู่ที่ผู้ประสบภัย ยืนในลักษณะที่มีเท้าน า (เท้าหน้า) เท้าตาม (เท้าหลัง) มือข้างที่ไม่ถนัดจับ หางเชือก (มือข้างเดียวกับเท้าหน้า) มือข้างที่ถนัดจับอุปกรณ์ให้แน่น การช่วยด้วยวิธีโยนอุปกรณ์ที่มีเชือกผูก เช่น ห่วงชูชีพ ถังน ้า ถังแกลลอน ขวดน ้าดื่มพลาสติก ที่มีเชือกผูก เหวี่ยงแขนไปด้านหลังแล้วเหวี่ยงแขนมาด้านหน้าจนสูงถึงระดับสายตา จึงปล่อยอุปกรณ์ไป โดยกะให้อุปกรณ์ลอยข้ามศีรษะของผู้ประสบภัยไป เชือกจะตกลงไปกระทบผู้ประสบภัย ค่อยๆ สาวเชือกกลับ ผู้ประสบภัยจะจับเชือกหรืออุปกรณ์ เมื่อผู้ประสบภัยจับสิ่งของหรือสายได้ ให้ดึงผู้ประสบภัยเข้าที่ปลอดภัยช้าๆ โน้มตัวออกห่างจาก น ้าในขณะดึง หากสิ่งของไม่ถึงผู้ประสบภัย ดึงสายกลับอย่างเร็ว และโยนไปอีกครั้ง พยายามอย่าให้สายพันกัน แต่ไม่ควรเสียเวลาในการม้วนเป็นขด วิธีกำรช่วยชีวิตทำงน ้ำขั้นต้น วิธีโยน วิธียื่น วิธีลุยในน ้ำตื่น 11 - 22 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรช่วยด้วยวิธียื่นด้วยอุปกรณ์ วิธีโยน วิธียื่น วิธีลุยในน ้ำตื่น วิธีกำรช่วยชีวิตทำงน ้ำขั้นต้น เมื่อไร : เมื่อผู้ประสบภัยอยู่ใกล้ฝั่ง ท ำไม : เป็นการช่วยเหลือที่ปลอดภัย ข้อควรระวัง มีอันตรายต่อผู้ให้ความช่วยเหลือมากกว่าการโยนโดยเฉพาะ เด็กเล็กๆ ที่อาจจะถูกผู้ประสบภัยดึงตกน ้าได้ 11 - 23 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ตะโกนบอกผู้ประสบภัย “ไม่ต้องตกใจ มำช่วยแล้ว” จากนั้นนอนราบลง กับพื้นที่ขอบฝั่ง มือหนึ่งจับด้านหนึ่งของอุปกรณ์ไว้ให้มั่นคง ยื่นอุปกรณ์ ไปให้ผู้ประสบภัยที่อยู่ไม่ห่างเกินไปนัก พร้อมกับอกให้ผู้ประสบภัยจับ อุปกรณ์แล้วดึงเข้าหาขอบฝั่ง เมื่อมาถึงขอบฝั่งให้ผู้ช่วยเหลือจับมือผู้ประสบภัยวางลงบนขอบฝั่ง แล้วถาม ผู้ประสบภัยเบาๆ ว่า “ขึ้นเองได้หรือเปล่ำ” หากผู้ประสบภัยขึ้นเองได้ก็ให้ขึ้นเอง หรือหากขึ้นไม่ได้ก็ให้ช่วยขึ้นมา การช่วยด้วยวิธียื่นด้วยอุปกรณ์ที่สั้นจำกบนบก เช่น แผ่นโฟม (Kick board) ไม้หรือวัสดุที่สั้นๆ วิธีกำรช่วยชีวิตทำงน ้ำขั้นต้น วิธีโยน วิธียื่น วิธีลุยในน ้ำตื่น 11 - 24 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ตะโกนบอกผู้ประสบภัย “ไม่ต้องตกใจ มำช่วยแล้ว” ใช้สองมือจับอุปกรณ์ที่จะยื่นให้แน่น ย่อตัวลงให้ต ่า เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วงไม่ให้ถูกผู้ประสบภัยดึงตกน ้า ยื่นอุปกรณ์ไปทางด้านข้างของผู้ประสบภัย วาดอุปกรณ์เข้าไปหาร่างของผู้ประสบภัย ตะโกนบอกด้วยว่า “จับไม้ไว้จับไม้ไว้” การช่วยด้วยวิธียื่นด้วยไม้ยำวจำกบนบก เช่น ท่อ PVC ไม้พลอง หรือ กิ่งไม้ วิธีกำรช่วยชีวิตทำงน ้ำขั้นต้น วิธีโยน วิธียื่น วิธีลุยในน ้ำตื่น 11 - 25 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
เมื ่อผู้ประสบภัยจับอุปกรณ์ได้แล้วให้ถอยหลัง ห่างออกมาจากขอบฝั่ง 1 ก้าว ย่อตัวลงแล้วค่อยๆ สาวไม้ดึงผู้ประสบภัยเข้ามาหาขอบฝั่ง เมื่อมาถึงขอบฝั่งให้ผู้ช่วยเหลือจับมือผู้ประสบภัย วางลงบนขอบฝั่ง แล้วถามผู้ประสบภัยเบาๆ ว่า “ขึ้นเองได้หรือเปล่ำ” หากผู้ประสบภัยขึ้นเองได้ก็ให้ขึ้นเอง หรือหากขึ้นไม่ได้ก็ให้ช่วยขึ้นมา การช่วยด้วยวิธียื่นด้วยไม้ยำวจำกบนบก เช่น ท่อ PVC ไม้พลอง หรือ กิ่งไม้ วิธีกำรช่วยชีวิตทำงน ้ำขั้นต้น วิธีโยน วิธียื่น วิธีลุยในน ้ำตื่น 11 - 26 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ข้อควรระวัง การช่วยด้วยวิธียื่นไม่มีอุปกรณ์จำกขอบฝั่ง เมื่อไร : เมื่อผู้ประสบภัยอยู่ใกล้ฝั่งสามารถเอื้อมถึง ท ำไม : เป็นการช่วยเหลือที่ปลอดภัย นั่ง นอน หรือคว ่าตัว บนพื้นขอบฝั่ง ยื่นแขนไปจับผู้ประสบภัย ดึงผู้ประสบภัยเข้าฝั่งที่ปลอดภัย วิธีกำรช่วยชีวิตทำงน ้ำขั้นต้น อาจจะถูกผู้ประสบภัยดึงตกน ้าไปด้วย วิธีโยน วิธียื่น วิธีลุยในน ้ำตื่น 11 - 27 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ข้อควรระวัง การช่วยด้วยวิธีลุยในน ้ำตื้น วิธีโยน วิธียื่น วิธีลุยในน ้ำตื่น เมื่อไร : เมื่อผู้ประสบภัยอยู่ใกล้ฝั่งและในน ้าตื้น แต่อาจจะตกลงไปในพื้นที่ที่เป็นหลุม ท ำไม : ลดความเสี่ยงจากผู้ช่วยเหลือ เพราะไม่ต้องลงไปว่ายน ้า ไม่ต้องใช้ทุ่นลอย ตะโกนเรียกเพื่อดึงความสนใจของผู้ประสบภัย “ไม่ต้องตกใจ มาช่วยแล้ว” จากนั้นเดินลุยลงไปในน ้าโดยใช้ไม้หยั่งดูความลึก ไม่ควรลงไปลึกกว่าระดับหน้าอก ยื่นปลายไม้ไปให้ผู้ประสบภัยจับ ดึงผู้ประสบภัยมายังที่ปลอดภัย วิธีกำรช่วยชีวิตทำงน ้ำขั้นต้น อาจจะถูกผู้ประสบภัยดึงหรือลื่น และไหลเข้าไปในพื้นที่ที่เป็นหลุมได้ 11 - 28 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
วิธีพยุงเดิน (Walking Assist) วิธีลำกที่หำด (Beach Drag) วิธีอุ้มหน้ำหลัง (Front-and-Back Carry) กำรเคลื่อนย้ำยผู้ประสบภัยขึ้นจำกน ้ำ 11 - 29 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
เมื่อไร : ใช้กับบริเวณน ้าตื้น โดยที่ผู้จมน ้ามีลักษณะอ่อนแรงน ้าหนักมาก ท ำไม : เพื่อน าผู้ประสบภัยเข้าที่ปลอดภัย กำรเคลื่อนย้ำยผู้ประสบภัยขึ้นจำกน ้ำ วิธีพยุงเดิน (Walking Assist) ข้อควรระวัง ในขณะที่น าพาให้สอบถาม อาการไปด้วย วางแขนผู้ประสบภัยข้างใดข้างหนึ่งรอบคอและข้ามไหล่ของผู้เข้าช่วย จับข้อมือแขนที่ข้ามไหล่ของผู้เข้าช่วย แขนของผู้เข้าช่วยที่เหลือโอบ รอบหลังหรือเอวของผู้ประสบภัยเพื่อพยุง จับผู้ประสบภัยให้มั่น และช่วยในการเดินขึ้นจากน ้า ให้ผู้ประสบภัยนั่งหรือนอนลงระหว่างที่ผู้เข้าช่วยติดตามอาการ 11 - 30 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
เมื่อไร : ใช้กรณีคนตกน ้าหมดสติมีน ้าหนักตัวมาก โดยพื้นน ้ามีความลาดเอียง ท ำไม : เพื่อน าผู้ประสบภัยเข้าที่ปลอดภัย กำรเคลื่อนย้ำยผู้ประสบภัยขึ้นจำกน ้ำ วิธีลำกที่หำด (Beach Drag) ข้อควรระวัง ในขณะที่ลากให้ประคอง ศีรษะให้ดี ยืนหลังผู้ประสบภัย และจับผู้ประสบภัยที่ใต้รักแร้ ประคองศีรษะผู้ประสบภัยให้มากที่สุดด้วยแขนท่อนล่าง ปล่อยให้ rescue tube อยู่ทางท้าย ระวังอย่าเหยียบสายหรือ tube หากมีผู้เข้าช่วยอื่นให้แต่ละคนจับผู้ประสบภัยใต้รักแร้ และประคองศีรษะ เดินถอยหลังและลากผู้ประสบภัยขึ้นฝั่ง ใช้ขาอย่าใช้หลัง 11 - 31 น าผู้ประสบภัยขึ้นจากน ้าแล้วประเมินสภาวะผู้ประสบภัย และให้การดูแลที่เหมาะสม ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ข้อควรระวัง เมื่อไร: มีผู้ช่วย 2 คน ผู้ประสบภัยที่ตัวใหญ่ และต้องเดินในระยะทางไกล ท ำไม: เพื่อน าผู้ประสบภัยเข้าที่ปลอดภัย ผู้เข้ำช่วยคนที่หนึ่งเข้าใต้รักแร้ของผู้ประสบภัย จับที่ข้อมือ ขวาของผู้ประสบภัยด้วยมือขวาของผู้เข้าช่วย และจับข้อมือซ้าย ด้วยมือซ้ายของผู้เข้าช่วย ผู้เข้าช่วยไขว้แขนของผู้ประสบภัย ที่หน้าอก วิธีอุ้มหน้ำหลัง (Front-and-Back Carry) เมื่อต้องเดินลุยน ้า ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ กำรเคลื่อนย้ำยผู้ประสบภัยขึ้นจำกน ้ำ ผู้เข้ำช่วยคนที่สองยืนระหว่างขาของผู้ประสบภัย หันหน้าไป ทางเท้าของผู้ประสบภัย งอตัวลงและจับผู้ประสบภัยที่ใต้ต่อเข่า เมื่อได้สัญญาณ ผู้เข้าช่วยทั้งสองยกผู้ประสบภัยขึ้นและอุ้มขึ้นจาก น ้าเดินไปข้างหน้า 11 - 32 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
การปฏิบัติการค้นหาบนผิวน ้าด้วยเรือเล็กส าหรับบุคคลหรือเรือที ่หายไปในทะเล ในพื้นที ่ซึ ่งคำดหมำยว่ำ เป้ำหมำยที่ค้นหำน่ำจะอยู่ ในขณะท าการค้นหาเริ่มตั้งแต่หาข้อมูลของผู้ประสบภัย โดยสอบถามจากผู้พบเห็นผู้ประสบภัย ครั้งสุดท้ายในเวลาใดและเหตุเกิดที่ใด เพื่อประเมินว่าผู้ประสบภัยควรจะอยู่บริเวณใดในปัจจุบันในขณะที่ปฏิบัติการค้นหา กำรค้นหำและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำงน ้ำ ลักษณะกำรค้นหำ แบ่งเป็น 3 แบบ กำรค้นหำใต้พื้นท้องทะเลด้วยทีมเรือค้นหำ ซึ่งจะด าน ้าค้นหาในระยะความลึก 4-5 เมตร โดยไม่ใช้ถังอากาศ เป็นการด าน ้าส ารวจดูในบริเวณจุดเกิดเหตุ กำรค้นหำผิวน ้ำในทะเลระยะใกล้ (ไม่เกิน 1 ไมล์ ทะเล) ด้วยทีมเรือค้นหาซึ่งเป็นเรือยางช่วยชีวิต ซึ ่งจ ากัดด้วยระยะทางและเวลาในการปฏิบัติการ และความทนต่อสภาพคลื่นลมในทะเล ค้นหาคนที่ลอยคอในทะเลหรือเรือที่ยังลอยอยู่เหนือน ้า ด้วยทีมค้นหาชายฝั่งเดินค้นหาบริเวณชายฝั่งและในน ้าตื้นๆ ใกล้ฝั่งที่พอมองเห็น กำรค้นหำบริเวณชำยฝั่ง กำรค้นหำผิวน ้ำในทะเลระยะใกล้ (ไม่เกิน 1 ไมล์ ทะเล) กำรค้นหำใต้พื้นท้องทะเลด้วยทีมเรือค้นหำ 11 - 33 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
รับผิดชอบสูงสุด ในการปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เช่น เทศบาลต าบลหรือองค์การบริหาร ส่วนต าบล หน่วยราชการหรือองค์กรเอกชนในพื้นที่ เป็นต้น กำรจัดศูนย์ค้นหำและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รับผิดชอบการปฏิบัติการค้นหาตามที่ศูนย์ค้นหา และช่วยเหลือสั่งการ รับผิดชอบการค้นหาและช่วยเหลือตามแผน และปฏิบัติตามแผนสั่งการของหน่วยค้นหา ศูนย์ค้นหำและช่วยเหลือผู้ประสบภัย หน่วยค้นหำและช่วยเหลือ ทีมเรือค้นหำ 11 - 34 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ตรวจสอบสถำนกำรณ์ กำรบำดเจ็บจำกสัตว์น ้ำ แนวทำงกำรดูแลผู้ประสบภัยทำงน ้ำ Aquatic Casualties Care Guidelines 11 - 35 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ตรวจสอบสถำนกำรณ์ ตรวจสอบสถานการณ์ว่ามีความปลอดภัย ส าหรับผู้เข้าช่วยเหลือและทีมงานควบคุมสถานการณ์อันตรายและสิ่งคุกคามต่าง ๆ เกิดอะไรขึ้น อย่างไร จ านวนผู้ประสบภัย ประเมินกลไกการบาดเจ็บ เคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยหากจ าเป็น เพื่อป้องกันอันตรายเพิ่มเติม ประเมินความต้องการอุปกรณ์ยึดตรึงศีรษะ หรือกระดานรองหลัง 11 - 36 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรดูแลผู้ป่วยเจ็บทำงน ้ำ ผู้ป่วยเจ็บทำงน ้ำ Danger = ตรวจสอบอันตรำย D Response = ตรวจสอบกำรตอบสนองขั้นต้น AVPU และกำรยึดตึงศีรษะ A = Alert (ตื่นตัว) และสามารถตอบค าถามการรู้ที่ตั้ง (Orientation) V = Verbal (ค าพูด) ตอบสนองต่อค าพูดสั่ง เช่น แสยะ หรือขยับหลบต่อเสียงค าพูด หรือตะโกน P = Pain (ความปวด) ตอบสนองต่อการกระตุ้นที่ท าให้ปวด เช่น หยิก U = Unresponsive (ไม่ตอบสนอง) ไม่ตอบสนองต่อการกระตุ้นใด ๆ R รู้สติ ไม่รู้สติ Send = การส่งสารเพื่อขอความ ช่วยเหลือในทันที S A Airway = ทางเดินหายใจผู้ป่วยที่ สามารถพูดได้หรือหายใจได้ แสดงว่า ทางเดินหายใจเปิด Airway = ทางเดินหายใจ ดันหน้าผาก เชยคาง (Head Tilt-Chinn Lift) A B Breathing = การหายใจ มีปัญหา การหายใจหรือไม่ Breathing = การหายใจดู ฟัง สัมผัส การเคลื่อนไหว ของการหายใจที่ปกติ (ไม่นานกว่า 10 นาที) หากไม่หายใจ ให้เริ่มการกู้ฟื้นคืนชีพ B C Circulation = การไหลเวียนและ การตกเลือด CPR C D Disability = ความพิการ AED D E Environment, Exposure = สิ่งแวดล้อม, การเปิดให้เห็นชัด กำรประเมินขั้นต่อไป กำรตรวจร่ำงกำย DOTS D = Deformity (การผิดรูป) O = Open Injuries (แผลเปิด) T = Tenderness (อาการเจ็บ) S = Swelling (การบวม) กำรซักประวัติ SAMPLE S = Signs and symptoms (อาการและอาการแสดง) A = Allergies (ทราบประวัติแพ้) M = Medications (รับประทานยาใด) P = Pertinent past medical history (ประวัติการเจ็บป่วย ในอดีตที่ส าคัญ) L = Last intake and output (อาหาร/น ้า และการขับถ่าย มื้อหรือครั้งสุดท้าย) E = Event Leading ug to the injury or illness (เหตุการณ์ที่น าสู่การป่วยเจ็บ) 11 – 37 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรบำดเจ็บจำกสัตว์น ้ำ อำกำรแสดง กำรบำดเจ็บที่ไม่ได้รับพิษ เลือดออกมำก แผลฉีกขาดขอบรุ่งริ่ง เลือดพุ่งจากบาดแผล อำกำรช็อคจากการเสียเลือด หมดสติ สัมผัสแล้วได้รับพิษ พบบ่อย ได้แก่ กำรบำดเจ็บจำกกำรได้รับพิษจำกสัตว์โดยตรง แมงกะพรุนพิษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แมงกะพรุนกล่อง หนามเม่นทะเลต ำ เงี่ยงปลำกระเบน เงี่ยงปลำที่มีพิษจากกลุ่มปลาแมงป่อง ได้แก่ ปลาสิงโต ปลาแมงป่อง ปลาหิน (ปลากะรังหัวโขน) ต า งูทะเลกัด หมึกสำยวงฟ้ำกัด หอยเต้ำปูนต่อย 11 - 38 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
การปฐมพยาบาลผู้สัมผัสพิษแมงกะพรุนหรือสัตว์ตระกูลเดียวกัน เช่น ปะกำรังไฟ ดอกไม้ทะเล น าผู้บาดเจ็บขึ้นจากน ้า หากไม่รู้สติให้ช่วยฟื้นคืนชีพ หากมีเศษแมงกระพรุนค้างอยู่ ให้ใช้มือที่ใส่ถุงมือยางหยิบหรือวัสดุคีบออก หรือใช้วัสดุแข็งขอบเรียบ เช่น บัตรเครดิต ขอบมีดปาดเอาเมือก ที่เหลืออยู่ออก อาจใช้ยาทาสเตียรอยด์ หรือผักบุ้งทะเลต าละเอียดทาพอก กำรบำดเจ็บจำกสัตว์น ้ำ หากรู้สติให้จับตัวผู้บาดเจ็บไว้ เพื่อกันไม่ให้ขยี้ ปัด หรือขัดถูบริเวณรอยไหม้ ซึ่งจะท าให้กระเปาะพิษแตกมากขึ้น ให้รำดด้วยน ้ำส้มสำยชูอย่ำงต่อเนื่อง บนรอยไหม้ อย่ำงน้อย 30 วินำที เพื่อท าให้กระเปาะพิษเป็นอัมพาต ห้ำมใช้น ้ำจืด เพรำะจะท ำให้กระเปำะพิษแตกและปวดมำกขึ้น 11 - 39 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
การปฐมพยาบาลผู้โดนเงี่ยงที่มีพิษของปลำแทงหรือต ำ ใช้ได้ผลดีกับปลากระเบน กลุ่มปลากะรังหัวโขน เช่น ปลาสิงโต ปลาแมงป่อง ปลาหิน รวมถึงเงี่ยงปลาอื่นๆ ทั้งในน ้าทะเลหรือน ้าจืด และหอยเม่นต า น าผู้บาดเจ็บขึ้นจากน ้า หากไม่รู้สติให้ช่วยฟื้นคืนชีพ กำรบำดเจ็บจำกสัตว์น ้ำ หากพบเห็นเงี่ยงปลาที่มีขนาดเล็กให้เอาออก หากเป็น เงี่ยงปลากระเบน ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับของมีคมแทงคา ใช้เท้าหรือมือที่โดนแทงหรือต าจุ่มแช่ลงในน ้าร้อนที่ไม่ ถึงขั้นท าให้เกิดอาการลวก และผู้ช่วยเหลือตรวจสอบว่า สามารถทนได้โดยจุ่มแช่ต่อเนื่องครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง หาก ไม่ทุเลาอาจหยุดพักแล้วท าต่อ หากไม่ได้ผลให้ประคบด้วยน ้าแข็ง 11 - 40 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
การปฐมพยาบาลผู้โดนงูพิษ รวมถึง งูทะเล หมึกสำยวงฟ้ำ และหอยเต้ำปูน กัดหรือต่อย ปิดรอยเขี้ยวด้วยผ้าสะอาด และพันผ้า โดยรอบแผล (หากมี) ให้แน่นพอควร อย่างน้อยให้สอดนิ้วมือได้ พันผ้ายืดโดยรอบแขนหรือขาที ่ถูกกัด โดยไล ่จากปลายเท้า หรือปลายมือให้เหลือปลายนิ้ว ให้คลุมข้อของแขนหรือขาที่อยู่ติด กับแผลรอยเขี้ยวงูทั้งสองฝั ่ง หรือจนถึงขาหนีบหรือรักแร้ และตรวจสอบว่าปลายนิ้วมือและเท้ายังมีสีชมพูและไม่เป็นเหน็บ ใช้ไม้ดามขา หากเป็นแขนให้ใช้ผ้าแขวนแขน เพื่อจ ากัดการเคลื่อนไหว กำรบำดเจ็บจำกสัตว์น ้ำ 11 - 41 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
แนวทำงกำรล ำเลียงและกำรส่งต่อทำงน ้ำ Aquatic Casualties Evacuation and Transportation Guidelines วิธีกำรและอุปกรณ์ในกำรเคลื่อนย้ำยและล ำเลียงผู้ประสบภัยทำงน ้ำ 11 - 42 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
วิธีกำรและอุปกรณ์ในกำรเคลื่อนย้ำยและล ำเลียง ผู้ประสบภัยทำงน ้ำ การเคลื่อนย้ายและล าเลียงผู้ประสบภัยทางน ้าเป็นสิ่งส าคัญที่ผู้ให้การช่วยเหลือต้องพึงระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของขนาดและโครงสร้างของเรือ ลักษณะพื้นที่ปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ตลอดจนเส้นทาง ภูมิประเทศที ่มีความยากล าบาก ดังนั้น วิธีการเคลื ่อนย้ายจึงต้องยึดหลักกำรเรื่องของควำมปลอดภัย ทั้งผู้ประสบภัยและผู้ให้กำรช่วยเหลือเป็นส ำคัญ ข้อจ ำกัดเรือขนาดเล็ก คือ พื้นที่ปฏิบัติการมีน้อย ความไม่สมดุลของตัวเรือ และน ้าหนักบรรทุก ดังนั้น จึงต้องค ำนึงถึงควำมปลอดภัยเป็นอย่างยิ่ง เรือขนำดเล็ก 11 - 43 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรส่งผู้ประสบภัยขึ้นท่ำเทียบเรือ การน าผู้ประสบภัยจากเรือขนาดเล็กส ่งขึ้นท่าเรือเพื ่อน าไป รักษาต ่อสถานพยาบาลนั้น โดยหลักการท ่าเรือจะเป็นฐาน ที่มีความมั่นคงระดับหนึ่ง ผู้ช่วยเหลือที่อยู่บนฝั่งจะรับผู้ประสบภัย ดังนั้น จึงต้องมีการประสานกับผู้ช่วยเหลือที่อยู่ในเรืออย่างใกล้ชิด ส าหรับผู้ช่วยเหลือที่อยู่ในเรือ ช่วยประคับประคองผู้ประสบภัย ด้วยความระมัดระวัง เนื ่องจากตัวเรือที ่อยู ่ในน ้าจะโคลง อาจพลัดตกลงน ้าได้ อุปกรณ์ส ำหรับกำรเคลื่อนย้ำยผู้ประสบภัย จำกเรือขนำดเล็กขึ้นท่ำเทียบเรือ ได้แก่ วิธีกำรและอุปกรณ์ในกำรเคลื่อนย้ำยและล ำเลียง ผู้ประสบภัยทำงน ้ำ การเคลื่อนย้ายด้วยมือเปล่า กระดานรองหลังชนิดยาว (Long Spinal Board) เปล SKED เปลสนาม (Army Little) เปลตะกร้า (Basket Stretcher) เปลตัก (Scoop) 11 - 44 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติและกรมแพทย์ทหารเรือ. 2557. คู่มือแนวทำงปฏิบัติกำรฉุกเฉินทำงน ้ำและทะเล. พิมพ์ครั้งที่ 1. บริษัท อัลทิเมท พริ้นติ้ง จ ากัด, กรุงเทพฯ เอกสำรอ้ำงอิง เอกสำรอ้ำงอิง 11 - 45 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้เบื้องต้น Basic Tree Risk Assessment บทที่ 12 12 - 1 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
1 หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ 2 ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุ 3 กำรบรรเทำควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ เนื้อหำ 12 - 2 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
พิจำรณำ ภาพ : www.pantip.com ภาพ : www.kosicednes.sk ภาพ : www.icatchshadows.com หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ ลักษณะความผิดปกติของต้นไม้ สิ่งอื่นที่ปรากฏอยู่ในบริเวณที่ต้นไม้นั้นขึ้นอยู่ด้วย 12 - 3 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้มีสำเหตุจำก…ควำมล้มเหลวของต้นไม้ ต้นไม้เกิดกำรสูญเสียองค์ประกอบของส่วนต่ำงๆ โดยตรง “ สิ่งหนึ่งที่ควรระลึกไว้อยู่เสมอเมื่อประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ คือ หำกต้นไม้ยังคงยืนต้นอยู่ย่อมมีควำมเสี่ยงเกิดขึ้นเสมอ ” ต้นไม้ไม่สำมำรถตอบสนองตรงตำมวัตถุประสงค์ ของกำรปลูกจนสร้ำงผลกระทบทำงอ้อมต่อมนุษย์ ภาพ : ส านักข่าว INN ภาพ : KomChadLuek Online ซึ่งอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือเกิดจากปัจจัย ภายนอก ที่ส่งผลให้ต้นไม้อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ การหักของกิ่งแห้ง การโค่นล้มของล าต้น กิ่งและใบที่แผ่ออกบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ ยานพาหนะท าให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน เรือนยอดใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงที่ท าให้กระแสไฟฟ้า ลัดวงจรและเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง 12 - 4 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
พิจำรณำจำกปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ด้ำน หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ ด้ำนที่ 1 โอกาสล้มเหลวของต้นไม้ ด้ำนที่3 ระดับความรุนแรงของผลกระทบ ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นไม้ล้มเหลว โอกาสกระทบเป้าหมาย ด้ำนที่2 โครงสร้างของต้นไม้ที่ผิดปกติ สภาพอากาศ 12 - 5 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ ด้ำนที่ 1 โอกำสล้มเหลวของต้นไม้: โครงสร้ำงของต้นไม้ที่ผิดปกติ “ควำมล้มเหลวของต้นไม้ มักเกิดร่วมกันระหว่างโครงสร้ำงของต้นไม้ที่ผิดปกติและสภำพอำกำศที่รุนแรง เช่น ความเสี่ยงอันตรายเพิ่มสูงขึ้นเมื่อต้นไม้มีล าต้นเป็นโพรงและเกิดลมพายุขึ้น” โอกำสล้มเหลวของต้นไม้ โอกาสกระทบเป้าหมาย ระดับความรุนแรง ภาพ : ไทยรัฐ ออนไลน์ โอกาสที่ต้นไม้จะสูญเสียสภาพความสมบูรณ์ขององค์ประกอบในส่วนต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น โอกาสที่กิ่งไม้หัก โอกาสที่ล าต้นโค่นล้ม โอกาสที่รากสูญเสียแรงยึดเกาะกับดิน จนท าให้โครงสร้างของรากงัดลอยเหนือพื้น 12 - 6 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ชนิดของต้นไม้ “ผู้ประเมินควำมเสี่ยงควรพิจำรณำปัจจัยเหล่ำนี้อย่ำงรอบคอบ เพื่อให้ผลประเมินมีควำมถูกต้องและสอดคล้องกับควำมเสี่ยงอันตรำยที่เกิดขึ้นจริง” ในการประเมินโอกาสของการเกิดการล้มเหลวของต้นไม้ จะต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ร่วมกัน เช่น ด้ำนที่ 1 โอกำสล้มเหลวของต้นไม้: โครงสร้ำงของต้นไม้ที่ผิดปกติ หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ โอกำสล้มเหลวของต้นไม้ โอกาสกระทบเป้าหมาย ระดับความรุนแรง อัตรำกำรเติบโตความผิดปกติของส่วนต่างๆ กำรผุหรือการเสื่อมสภาพของเนื้อไม้ ความสมดุลของเรือนยอด ร่องรอยการล้มเหลวที่เกิดขึ้นในอดีต การเปลี่ยนแปลงของสภำพพื้นที่ ขนำดและน ้ำหนักของส่วนต่างๆ ของต้นไม้เอง แรงภำยนอกที่กระท ำต่อต้นไม้ เช่น ลมพายุ แรงโน้มถ่วง หรือแรงที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น รถยนต์ชนต้นไม้ ความแข็งแรงของโครงสร้ำงล ำต้น ความสมบูรณ์ของระบบรำก 12 - 7 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ด้ำนที่ 1 โอกำสล้มเหลวของต้นไม้: โครงสร้ำงของต้นไม้ที่ผิดปกติ สาเหตุหนึ่งของความล้มเหลวที่เกิดขึ้นมีผลมาจากคุณลักษณะของต้นไม้เอง เมื่อเกิดพายุ ต้นไม้ที่มีเรือนยอดขนาดใหญ่และเรือนยอดแน่นทึบเกินไป มีโอกำสหักโค่นมำกกว่ำ ต้นไม้ที่มีสัดส่วนเรือนยอดขนาดเล็ก ต้นไม้ที่โตเร็วมักมีเนื้อไม้อ่อน มีโอกำสหักโค่นมำกกว่ำ ต้นไม้ที่โตช้าที่มักมีเนื้อไม้แข็ง หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ โอกำสล้มเหลวของต้นไม้ โอกาสกระทบเป้าหมาย ระดับความรุนแรง 12 - 8 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ด้ำนที่ 1 โอกำสล้มเหลวของต้นไม้: โครงสร้ำงของต้นไม้ที่ผิดปกติ กาฝาก เปลือกแตก ล าต้นแตกนาง เปลือกร่วม โคนผุ น ้ายาง เห็ดรา โพรงผุ รอยแตก กิ่งแตก ตอผุ หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ โอกำสล้มเหลวของต้นไม้ โอกาสกระทบเป้าหมาย ระดับความรุนแรง ควรสังเกตความผิดปกติภายนอกของต้นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ ของความเสี่ยงอย่างชัดเจน เช่น การเกิดโพรงในล าต้น การเกิดเปลือกร่วม ที่ท าให้รอยเชื่อมระหว่าง ล าต้นฉีกขาดได้ง่าย กาฝากหรือพืชอิงอาศัย ที่หากมีจ านวนมากเกินไป จะท าให้น ้าหนักบนกิ่งเพิ่มมากขึ้นจึงมีโอกาสหักได้ง่ายขึ้น 12 - 9 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ด้ำนที่ 1 โอกำสล้มเหลวของต้นไม้ : สภำพอำกำศ หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ โอกำสล้มเหลวของต้นไม้ โอกาสกระทบเป้าหมาย ระดับความรุนแรง การพิจารณาสภาพอากาศ 2 ส่วน สภำพอำกำศตำมปกติ ปริมาณน ้าฝน ทิศทางลมตามฤดูกาล ความยาวนานของช่วงวัน ค่าอุณหภูมิสูงสุดหรือต ่าสุด สภำพอำกำศรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลำที่ผ่ำนมำ การเกิดพายุ ฝนตกหนักจนเกิดน ้าท่วม ความแห้งแล้งที่เกิดต่อเนื่องยาวนานหลายเดือน สภาพอากาศที่แปรปรวนจากภาวะโลกร้อน 12 - 10 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
เช่น เมื่อตรวจพบต้นไม้เอนมากจนมีโอกาสจะโค่นล้มอย่างแน่นอน พิจารณาต่อว่าหากต้นไม้นั้นล้มจริงๆ จะสร้างความเสียหายต่อสิ่งใดบ้าง ในบริเวณโดยรอบที่ต้นไม้อยู่ จึงจ าแนกเป้าหมายที่แท้จริงออกจากสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดความเสียหายทั้งหมด ให้ควำมส ำคัญกับชีวิตของมนุษย์มำกที่สุด เป็นอันดับแรก โอกาสล้มเหลวของต้นไม้ โอกำสกระทบเป้ำหมำย ระดับความรุนแรง ในกำรบรรเทำควำมเสี่ยง จัดการเป้าหมายให้แยกออกจากต้นไม้ที่มีโอกาสล้มเหลวนั้น ท าให้ความเสี่ยงอันตรายลดลงได้เช่นกัน เช่น การย้ายเป้าหมายออกจากพื้นที่ หรือการปิดกั้นบริเวณที่มีความเสี่ยงอันตรายเกิดขึ้น เป้าหมาย หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ ด้ำนที่ 2 โอกำสกระทบเป้ำหมำย สิ่งใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจนเกิดความสูญเสียหรือเสียหายขึ้นจากต้นไม้ที่เกิด จากความล้มเหลว 12 - 11 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
การประเมินความเสี่ยงอันตรายจากต้นไม้ ผู้ประเมินควรก ำหนดขอบเขตของพื้นที่เป้ำหมำยให้ชัดเจน “พื้นที่เป้ำหมำย สำมำรถก ำหนดให้เท่ำกับ 1.5 เท่ำ ของควำมสูงทั้งหมดของต้นไม้” โอกาสล้มเหลวของต้นไม้ โอกำสกระทบเป้ำหมำย ระดับความรุนแรง หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ ต้นไม้ขึ้นอยู่ในพื้นที่รำบและมีสภำพแวดล้อมปกติ ก าหนดพื้นที่เป้าหมายเป็นวงกลมใต้เรือนยอดตามแนวน ้าหยด ซึ่งเป็นแนวขอบเขตของเรือนยอด ต้นไม้ขึ้นอยู่ในพื้นที่ลำดเอียงและมีเรือนยอดไม่สมดุล หรือเป็นต้นไม้ที่ยืนต้นตำยมำเป็นเวลำนำน ผู้ประเมินต้องคาดการณ์ว่าเมื่อต้นไม้นั้นโค่นล้มกระแทกพื้นจะท าให้กิ่งที่แห้งนั้นหักกระเด็นออกไปได้ไกลกว่าระยะ ที่ต้นไม้นั้นล้มลงมาจริง 12 - 12 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ระดับความรุนแรงของผลกระทบเป็นการประเมินมูลค่าของเป้าหมาย ที่ท าให้เกิดการสูญเสีย ซึ่งพิจารณาจากความรุนแรง ของกำรบำดเจ็บ กำรเสียชีวิต มูลค่ำของทรัพย์สินที่เสียหำย ค่ำทดแทนในกำรเสียโอกำสท ำงำน ด้ำนที่ 3 ระดับควำมรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อต้นไม้ล้มเหลว โอกาสล้มเหลวของต้นไม้ โอกาสกระทบเป้าหมาย ระดับควำมรุนแรง หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ การประเมินระดับความเสียหายต้องคำดคะเนถึงแรงที่จะเกิดขึ้นขณะต้นไม้กระทบเป้ำหมำย เช่น พบกิ่งแห้งเท่าๆ กัน กิ่งที่อยู่สูงกว่ำย่อมสำมำรถสร้ำงควำมรุนแรงของผลกระทบที่มำกกว่ำกิ่งที่อยู่ต ่ำกว่ำ ในพื้นที่ที่มีเป้าหมายเป็นมนุษย์ การประเมินความรุนแรงต้องประเมินบนสถำนกำรณ์เลวร้ำยที่สุด เช่น ผู้ประเมินต้องคาดการณ์ว่าสิ่งใด จะเกิดขึ้นหากกิ่งแห้งขนาดใหญ่ที่สุดหักแล้วตกกระแทกกับศีรษะของผู้ที่เดินผ่านใต้ต้นไม้นั้นพอดี 12 - 13 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
โดยแบ่งกำรประเมินต้นไม้ออกเป็นส่วน พิจารณาความสมบูรณ์ของเปลือก เนื้อไม้ หรือลักษณะโครงสร้าง ของล าต้น ตามธรรมชาติของต้นไม้ชนิดนั้น ส่วน ล ำต้น รากที่ถูกตัดเพื่อขุดล้อมย่อมส่งผลเสียต่อความแข็งแรงของต้นไม้ ส่วนรำก แผลที่รากท าให้เชื้อโรคต่าง ๆ เข้าท าลายต้นไม้ได้ ปริมาณรากที่เหลืออยู่น้อยเกินไปท าให้ต้นไม้ไม่สามารถยืนต้น อยู่ได้อย่างมั่นคง รากที่เติบโตในพื้นที่จ ากัดจะขดพันรอบล าต้นเรียกว่า รากพันโคนต้น ท าให้พื้นที่ของรากที่ยึดเกาะอยู่กับเนื้อดินน้อยลง 12 - 14 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรผุ เนื้อไม้เกิดการเสื่อมสภาพจนเกิดการสูญเสียเนื้อไม้หรือสูญเสียความสมบูรณ์ของเนื้อไม้ ท าให้ต้นไม้แข็งแรงลดลง กำรผุ การแตก ปัญหาของระบบราก กิ่งที่อ่อนแอ การเอน การตาย ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุของควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ ภาพ : KU รุกขกร ภาพ : www.bigtreesupply.com สิ่งที่บ่งบอกถึงกำรผุของเนื้อไม้ ภาพ : www.staffordshiretreesurgeons.co.uk การเปื่อยยุ่ยของเนื้อไม้ การเกิดโพรง การเกิดดอกเห็ดของเชื้อราท าลายเนื้อไม้ การบวมของเนื้อไม้ 12 - 15 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรแตก เปลือกแยกออกจากกันจนเป็นร่องลึกถึงเนื้อไม้ มักเกิดจากต้นไม้ได้รับแรงกระท าจากภายนอก (ลมพายุ, แรงกระแทก) ที่มากเกินกว่าระดับต้านทานได้ของต้นไม้ กำรแตกของเนื้อไม้ที่พบบ่อย ภาพ : หนังสือรุกขกรรม การผุ กำรแตก ปัญหาของระบบราก กิ่งที่อ่อนแอ การเอน การตาย ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุของควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ การแตกตามยาวของเสี้ยนไม้ พบในล าต้นที่เกิดการแตกสองนาง การแตกตามขวาง เกิดจากแรงลมที่กระท ากับเรือนยอดจนงัดเนื้อไม้ ขาดออกจากกัน การแตกเป็นร่อง เป็นการพยายามสมานบาดแผลของต้นไม้ที่ไม่ เชื่อมต่อกันได้สนิทเกิดเป็นร่อง การแตกแบบเขาแกะ เกิดบริเวณขอบของรอยแตกซึ่งต้นไม้ที่พยายาม 12 - 16 สร้างเนื้อไม้ม้วนเข้าด้านในของรอยแตกนั้นมีลักษณะคล้ายเขาแกะ ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ปัญหำของระบบรำก ต้นไม้ที่แข็งแรงควรมีมวลของรากคิดเป็น 10 – 20 % ของมวลส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินทั้งหมด การยกตัวของพื้นดินรอบโคนต้น เนื่องจากรากสูญเสีย ความสามารถในการยึดเกาะกับเนื้อดิน การผุ การแตก ปัญหำของระบบรำก กิ่งที่อ่อนแอ การเอน การตาย ภาพ : www.pantip.com ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุของควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ 12 - 17 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กิ่งที่อ่อนแอ สาเหตุที่กระตุ้นให้กิ่งฉีกหักอย่างผิดปกติ รูปแบบของกิ ่งที ่มีความเสี ่ยงอันตรายที ่พบได้บ ่อย คือ การแตกนางของกิ ่งซึ ่งเกิดจากการเกิดกิ ่งตั้งแต ่ 2 กิ ่ง ขึ้นไป มีขนาดใกล้เคียงกันและเกิดขึ้นบนล าต้นใน ต าแหน่งเดียวกัน เมื่อเติบโตมีขนาดใหญ่ กิ่งเหล่านั้นจะ เบียดเข้าชิดกันจนเกิดเปลือกร ่วมขึ้น ซึ่งเนื้อไม้บริเวณ เปลือกร ่วมไม ่มีการผสานกันระหว ่างกิ ่ง เกิดแรงผลัก ระหว่างกันจนเกิดการฉีกหักของกิ่งใดกิ่งหนึ่งได้โดยง่าย การผุ การแตก ปัญหาของระบบราก กิ่งที่อ่อนแอ การเอน การตาย ภาพ : www.saranukromthai.or.th ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุของควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ 12 - 18 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรเอน เกิดจากการที่ล าต้นไม่สามารถท ามุมตั้งฉากกับพื้นดินได้ตามปกติ มีหลายสาเหตุ การผุ การแตก ปัญหาของระบบราก กิ่งที่อ่อนแอ กำรเอน การตาย ภาพ : www.pinoytransplant.com ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุของควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ รูปแบบการเติบโตที่ผิดปกติของต้นไม้เอง สภาพแวดล้อม ลมพายุ ดินที่อ่อนนุ่มจากฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน การด าเนินกิจกรรมที่ส่งผลให้โครงสร้างของต้นไม้ขาดความสมดุล เช่น การตัดรากเพื่อการก่อสร้าง การตัดเรือนยอดเพียงฝั่งเดียวท าให้ขาดความสมดุล 12 - 19 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
กำรตำย ต้นไม้ที่ยืนต้นตาย หรือมีบางส่วนที่ตายแล้วติดค้างอยู่ การผุ การแตก ปัญหาของระบบราก กิ่งที่อ่อนแอ การเอน กำรตำย ภาพ : www.pxhere.com ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุของควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ ส่วนที่ตายแล้วมีโอกาสล้มเหลวได้ตลอดเวลาด้วยน ้าหนักของตัวเอง ระดับความเสี่ยงอันตรายจะเพิ่มสูงขึ้นตามระยะเวลาหลังการตายที่นานขึ้น กิ่งตายขนาดเล็กมีโอกาสหักมากกว่าขนาดใหญ่ 12 - 20 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ข้อมูลที่ได้จากการประเมินความเสี่ยงเป็นรายต้นจะน ามาใช้เพื่อวางแผนการจัดการความเสี่ยงโดยละเอียด วิธีการจัดการกับต้นไม้เพื่อลดระดับความเสี่ยงในการเกิดอันตรายสามารถท าได้หลายวิธี จัดการกับต้นไม้ที่มีความเสี่ยงนั้นโดยตรง เช่น ต้นไม้สามารถเป็นสาเหตุของความเสี่ยงในลักษณะอื่น ๆเช่น เรือนยอดที่บดบังแสงสว่างจากไฟส่องทาง ใบที่ห้อยย้อยบดบังป้ายจราจร กิ่งที่เป็นอุปสรรคกีดขวางผู้ใช้ทางเท้า ส่งผล กำรบรรเทำควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ จัดกำรกับต้นไม้ จัดการเป้าหมาย การตัดกิ่งแห้งซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด การค ้ายัน การตัดต้นไม้ทั้งต้นออกมักใช้จัดการกับต้นไม้ ที่เกิดโพรงผุขนาดใหญ่ในล าต้นหรือต้นไม้ที่ยืนต้นตาย 12 - 21 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
จัดการเป้าหมายออกไปจากพื้นที่ “กำรห้ำมเข้ำพื้นที่เป็นมำตรกำรที่ท ำได้เพียงชั่วครำวเท่ำนั้น ควรหำวิธีกำรที่สำมำรถบรรเทำควำมเสี่ยงในระยะยำว” จัดการกับต้นไม้ จัดกำรเป้ำหมำย ภาพ : www.nationalsafetysigns.com ภาพ : www.abcnews.go.com ภาพ : www.thairath.co.th กำรบรรเทำควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ การปิดกั้นพื้นที่โดยรอบต้นไม้ ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนอันตราย 12 - 22 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ลักษณะควำมผิดปกติที่เป็นสำเหตุ ของควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ 1. การผุ 4. กิ่งที่อ่อนแอ 2. การแตก 5. การเอน 3. ปัญหาของระบบราก 6. การตาย กำรบรรเทำควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ 1. จัดกำรกับต้นไม้โดยตรง เช่น การยึดโยงกิ่ง หรือการตัดกิ่ง 2. จัดกำรกับเป้ำหมำย เช่น การปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง สรุป หลักกำรประเมินควำมเสี่ยงอันตรำยจำกต้นไม้ 1. โอกำสล้มเหลวของต้นไม้ ดูโครงสร้างของต้นไม้ที่ผิดปกติ และสภาพอากาศส่งผลต่อต้นไม้ 2. โอกำสกระทบเป้ำหมำย พิจารณาสิ่งใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบจนเสียหายจากต้นไม้ที่เกิดจาก ความล้มเหลว 3. ระดับควำมรุนแรงของผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่อต้นไม้ล้มเหลว คาดคะเนถึงแรงที่จะเกิดขึ้น ขณะต้นไม้กระทบเป้าหมาย และประเมินบนสถานการณ์เลวร้ายที่สุด 12 - 23 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
เอกสำรอ้ำงอิง พรเทพ เหมือนพงษ์. 2565. รุกขกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 1. ศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ 12 - 24 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
ระบบบัญชำกำรเหตุกำรณ์ Incident Command System : ICS บทที่ 13 13 - 1 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ
1 ควำมหมำย 2 ควำมเป็นมำ 3 จุดประสงค์ 4 คุณลักษณะพื้นฐำน 5 ข้อควรปฏิบัติ 6 โครงสร้ำงกำรจัดองค์กร 7 ประโยชน์ เนื้อหำ 13 - 2 ส่วนกู้ภัยอุทยำนแห่งชำติ ส ำนักอุทยำนแห่งชำติ