ห น้ า | 51
หมวด ๑
คณะกรรมการบริหารงานบคุ คลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาคณะหน่งึ เรียกว่า “คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา” เรยี กโดย
ยอ่ วา่ “ก.ค.ศ.” (14 คน)
ประธาน 1 คน รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
* *รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
( 2 คน )
ปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร
เลขาธิการ ก.พ.
กรรมการโดยตาแหนง่ 9 คน เลขาธกิ ารสภาการศึกษา
เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พื้นฐาน
เลขาธิการคณะกรรมการการอดุ มศึกษา
เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
เลขาธิการครุ สุ ภา
-ดา้ นการบรหิ ารทรพั ยากรบุคคล
กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิจานวน 3 คน -ดา้ นการศึกษา
- ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ -ดา้ นกฎหมาย
แต่งต้ังจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความ กรณีที่จะแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนหรือ
เช่ียวชาญ และประสบการณ์สูงในด้าน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด
ละ 1 คน ให้เป็นกรรมการตาม (๓) ผู้น้ันต้องดารง
คล....ศึกษา.... กฎหมาย ตาแหน่งประเภทบรหิ ารระดบั สูงหรือมี
วิทยฐานะเชี่ยวชาญพเิ ศษ
-เลขาธกิ าร ก.ค.ศ.
กรรมการและเลขานกุ าร 1 คน ให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. แต่งตั้งข้าราชการในสานักงาน ก.ค.
ผู้ช่วย 2 คน (ไม่นับรวมเปน็ กรรมการ) ศ. จานวนไมเ่ กิน 2 คนเปน็ ผชู้ ว่ ยเลขานุการ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 51
ห น้ า | 52
อานาจหนา้ ทคี่ ณะกรรมการข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา (ก.ค.ศ.)
• เสนอแนะ ให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเกี่ยวกบั นโยบายการผลิตและการบริหารงาน
บุคคล
• กาหนดนโยบาย วางแผน และกาหนดเกณฑ์อัตรากาลัง รวมให้ความเห็นชอบจานวน
และอตั ราตาแหน่ง
• เสนอแนะ ให้คาปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีเก่ียวกับค่าครองชีพ เงินเดือน เงินวิทยฐานะ
หรือการจัดสวสั ดกิ าร หรือประโยชน์เกื้อกลู เพอื่ ให้ ครม.อนมุ ตั ิ
• ออก กฎ ก.ค.ศ. ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ วิธีการ ให้ ครม.อนุมัติ และประกาศ
ในราชกจิ จานุเบกษา
• พจิ ารณาวินิจฉัยตคี วามปัญหาทเี่ กดิ ขนึ้ เน่ืองจากการบงั คับใช้ พ.ร.บ.
• พัฒนาหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานการบริหารงานบุคคล รวมท้ังพิทักษ์ระบบ
คุณธรรมข้าราชการ
• กาหนดวิธีการและเงื่อนไขการจ้างเพื่อบรรจุ แต่งต้ัง อัตราเงินเดือนตาแหน่งครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา
• ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนา การจัดสวัสดิการ ประโยชน์เกื้อกูล การสร้างขวัญกาลังใจ
และยกย่องเชดิ ชเู กียรตขิ ้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
• พิจารณาตง้ั อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพ่ือทาการใดๆ แทน ก.ค.ศ.
• กาหนดมาตรฐาน พิจารณา ให้คาแนะนาเก่ียวกับการดาเนินการทางวินัย การออก
จากราชการ การอทุ ธรณ์ และการรอ้ งทกุ ข์
• กากับ ติดตาม ดูแล ตรวจสอบการบริหารงานบุคคลของงข้าราชการครู และบุคลากร
ทางการศกึ ษา
• พจิ ารณารับรองคณุ วฒุ ผิ ไู้ ด้รบั ปริญญา ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี
• กาหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการปฏบิ ัติงาน
• พิจารณาจัดระบบทะเบียนประวัติ และแก้ไขทะเบียนประวัติ และควบคุมการ
เกษียณอายุราชการ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 52
ห น้ า | 53
สานักงานคณะกรรมการข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา (สานกั งาน ก.ค.ศ.)
• เลขาธกิ าร ก.ค.ศ. เป็นผบู้ งั คับบัญชาข้าราชการและบริหารราชการในสานกั งาน ก.ค.ศ.
• เลขาธกิ าร ก.ค.ศ. มฐี านะเป็นอธิบดี (มาตรา 20)
มาตรา ๒๖ ให้คณะกรรมการสถานศึกษา มีอานาจและหน้าท่ีเก่ียวกับการบริหารงาน
บคุ คลสาหรบั ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาในสถานศึกษา ดังตอ่ ไปนี้
(๑) กากับ ดูแลการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบาย กฎ
ระเบยี บ ข้อบังคับ หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการตามท่ี ก.ค.ศ. และ กศจ.กาหนด
(๒) เสนอความต้องการจานวนและอัตราตาแหน่งของข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษาในสถานศกึ ษาเพ่อื เสนอ กศจ. พิจารณา
(๓) ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาในสถานศกึ ษาตอ่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา
(๔) ปฏิบัติหน้าท่ีอ่ืนตามท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติน้ี กฎหมายอ่ืน หรือตามท่ี กศจ.
มอบหมาย
มาตรา ๒๗ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นผู้บังคับบัญชาของข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาในสถานศกึ ษา และมีอานาจและหน้าท่ี ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ควบคุม ดูแลให้การบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาสอดคล้องกับนโยบาย กฎ
ระเบียบ ขอ้ บงั คับ หลกั เกณฑ์และวิธกี ารตามท่ี ก.ค.ศ. และ กศจ.กาหนด
(๒) พิจารณาเสนอความดีความชอบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
สถานศกึ ษา
(๓) ส่งเสริม สนับสนุนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษาให้มีการ
พฒั นาอยา่ งต่อเน่อื ง
(๔) จัดทามาตรฐานภาระงานสาหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน
สถานศึกษา
(๕) ประเมินผลการปฏิบัติงานตามมาตรฐานของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษาเพื่อเสนอ กศจ.
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติน้ี กฎหมายอ่ืนหรือตามที่ กศจ.
หรือคณะกรรมการสถานศึกษามอบหมาย
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 53
ห น้ า | 54
มาตรา ๒๙ การดาเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการ
บา้ นเมืองที่ดี (1.หลักนิติธรรม 2.หลกั คุณธรรม 3.หลักความโปรง่ ใส 4.หลักความมีส่วนร่วม 5.
หลกั ความรบั ผดิ ชอบ 6.หลักความคุม้ ค่า) โดยยึดถือระบบคุณธรรม(ความสามารถ ความเสมอ
ภาค ความมั่นคงทางอาชีพ ความเป็นกลางทางการเมือง) ความเสมอภาคระหว่างบุคคล และ
หลักการได้รับการปฏิบัติและการคมุ้ ครองสทิ ธิอยา่ งเสมอภาคเทา่ เทยี มกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกาเนิด เช้ือ
ชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือ
สังคม ความเช่ือทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นท่ีไม่ตรงกันในเรื่องอ่ืนๆ จะ
กระทามไิ ด้
มาตรา ๓๐ ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาสาหรับการ
เป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ซ่ึงจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
และบคุ ลากรทางการศกึ ษาได้ตอ้ งมีคณุ สมบตั ิทวั่ ไป ดงั ต่อไปน้ี
(๑) มสี ัญชาติไทย
(๒) มีอายุไมต่ า่ กว่าสบิ แปดปีบรบิ ูรณ์
(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมขุ ตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย
(๔) ไม่เป็นผดู้ ารงตาแหนง่ ทางการเมอื ง สมาชกิ สภาท้องถน่ิ หรือผูบ้ รหิ ารทอ้ งถ่นิ
(๕) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือจิตฟ่ันเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่
กาหนดในกฎ ก.ค.ศ.
(๖) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตาม
พระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น หรือถูกส่ังพัก หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
ตามหลกั เกณฑ์ทกี่ าหนดในกฎหมายองค์กรวิชาชีพนั้นๆ
(๗) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีสาหรับการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากร
ทางการศึกษา
(๘) ไมเ่ ป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าท่ีในพรรคการเมือง
(๙) ไมเ่ ปน็ บุคคลล้มละลาย
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 54
ห น้ า | 55
(๑๐) ไม่เป็นผู้เคยต้องโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถงึ ท่ีสดุ ใหจ้ าคุก เว้นแต่เปน็ โทษสาหรับ
ความผดิ ท่ีไดก้ ระทาโดยประมาทหรือความผดิ ลหุโทษ
(๑๑) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ องค์การ
มหาชน หรอื หน่วยงานอ่ืนของรัฐ หรอื องคก์ ารระหว่างประเทศ
(๑๒) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกเพราะกระทาผิดวินัยตาม
พระราชบัญญตั นิ หี้ รอื ตามกฎหมายอืน่
(๑๓) ไม่เป็นผู้เคยกระทาการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการหรือเข้าปฏิบัติงานใน
หน่วยงานของรัฐ
มาตรา 38 ตาแหน่งข้าราชการครูและบุคลกรบุคลกรทางการศกึ ษา มี 3 ประเภท
ก. ตาแหนง่ ซึ่งทาหนา้ ที่เป็นผูส้ อนในสถานศกึ ษา
◦ (1) ครผู ู้ช่วย
◦ (2) ครู
◦ (3) อาจารย์
◦ (4) ผู้ช่วยศาสตราจารย์
◦ (5) รองศาสตราจารย์
◦ (6) ศาสตราจารย์
ข. ตาแหนง่ ผู้บริหารสถานศกึ ษาและผู้บรหิ ารการศึกษา
◦ (1) รองผูอ้ านวยการสถานศึกษา
◦ (2) ผ้อู านวยการสถานศกึ ษา
◦ (3) รองผอู้ านวยการสานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษา
◦ (4) ผ้อู านวยการสานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา
◦ (5) ตาแหน่งอื่นตามท่ี ก.ค.ศ. กาหนด
ค. ตาแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอืน่
◦ (1) ศกึ ษานเิ ทศก์
◦ (2) ตาแหนง่ ท่เี รยี กชอ่ื อยา่ งอืน่ ตามที่ ก.ค.ศ. กาหนด
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 55
ห น้ า | 56
มาตรา 39 ตาแหนง่ ขา้ ราชการครแู ละบุคลกรทางการศกึ ษาเปน็ ตาแหน่งที่มีวทิ ยฐานะ
ก. ตาแหน่งครู มีวิทยฐานะ
◦ (1) ครูชานาญการ
◦ (2) ครชู านาญการพเิ ศษ
◦ (3) ครเู ชี่ยวชาญ
◦ (4) ครูเชย่ี วชาญพิเศษ
ข. ตาแหน่งผบู้ รหิ ารสถานศึกษา มวี ิทยฐานะ
◦ (1) รองผ้อู านวยการชานาญการ
◦ (2) รองผอู้ านวยการชานาญการพิเศษ
◦ (3) รองผอู้ านวยการเชยี่ วชาญ
◦ (4) ผูอ้ านวยการชานาญการ
◦ (5) ผู้อานวยการชานาญการพเิ ศษ
◦ (6) ผู้อานวยการเชี่ยวชาญ
◦ (7) ผอู้ านวยการเชย่ี วชาญพเิ ศษ
ค. ตาแหนง่ ผบู้ ริหารการศึกษา มวี ทิ ยฐานะ
◦ (1) รองผอู้ านวยการ สพท.ชานาญการพิเศษ
◦ (2) รองผอู้ านวยการ สพท. เช่ียวชาญ
◦ (3) ผู้อานวยการ สพท. เช่ยี วชาญ
◦ (4) ผอู้ านวยการ สพท. เชย่ี วชาญพิเศษ
ง. ตาแหน่งศกึ ษานิเทศก์ มีวิทยฐานะ
(1) ศกึ ษานิเทศกช์ านาญการ
(2) ศกึ ษานิเทศก์ชานาญการพเิ ศษ
(3) ศกึ ษานิเทศก์เชยี่ วชาญ
(4) ศึกษานเิ ทศกเ์ ชี่ยวชาญพเิ ศษ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 56
ห น้ า | 57
มาตรา 53 ผ้มู อี านาจสั่งบรรจแุ ตง่ ตงั้ (ผู้มีอานาจตามมาตรา 53 ) ...ทอ่ งจา!!
(1) ทกุ ตาแหน่งทมี่ วี ิทยฐานะเชย่ี วชาญพเิ ศษ (ค.ศ.5)
◦ โดยอนุมตั ิ ก.ค.ศ.
◦ ผูบ้ งั คับบัญชาสงู สุดของสว่ นราชการ (เลขาธกิ าร กพฐ.) ส่ังบรรจุ
◦ ให้ รมต.เจ้าสงั กดั เสนอนายกรฐั มนตรเี พอ่ื นาความกราบบงั บงั คมทลู
◦ พระมหากษตั รยิ ์...ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตง้ั
(2) ตาแหน่ง รอง.ผอ.สพท. และ ผอ.สพท. ทีม่ ีวิทยฐานะชานาญการพิเศษ , เช่ียวชาญ
◦ เลขาธกิ าร กพฐ. มีอานาจสัง่ บรรจุ และแตง่ ตง้ั โดยอนมุ ัติ ก.ค.ศ.
(3) ตาแหน่ง รอง.ผอ.สถานศึกษา ผอ.สถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ บุคลากรทางการ
ศึกษาอืน่ ในสพท.ท่ีมีวทิ ยฐานะชานาญการ ,ชานาญการพเิ ศษ , เช่ยี วชาญ
◦ ศึกษาธกิ ารจังหวัดสั่งบรรจุ และแตง่ ตั้ง
◦ โดยความเห็นชอบคณะกรรมการศกึ ษาธิการจังหวดั
(4) ตาแหน่งครูผู้ช่วย ตาแหน่งครู บุคลากรทางการศึกษาอื่นในสถานศึกษาท่ียังไม่มี
วทิ ยฐานะ
◦ ศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั ส่ังบรรจุ และแต่งตงั้
◦ โดยความเห็นชอบคณะกรรมการศกึ ษาธิการจงั หวัด
(5) การบรรจแุ ละแต่งต้งั ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาซ่ึงมิไดอ้ ยู่ในสังกัดเขต
พ้ืนที่การศึกษา ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของส่วนราชการที่ผู้น้ันสังกัดอยู่เป็นผู้มีอานาจส่ังบรรจุ
และแต่งต้ังโดยอนุมตั ิ ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ท่ี ก.ค.ศ. มอบหมาย เว้นแต่ตาแหน่งซ่ึงมีวิทยฐานะ
เช่ียวชาญพิเศษให้ดาเนนิ การตาม (1)
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 57
ห น้ า | 58
มาตรา 55 การประเมนิ ตาแหนง่ วทิ ยฐานะ
• ให้มีการประเมินตาแหน่งและวิทยฐานะในตาแหน่งที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็น
ระยะๆ เพื่อดางรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความชานาญการ หรือความเช่ียวชาญใน
ตาแหน่งและวิทยฐานะ
• ผู้ใดไมผ่ ่านการประเมิน ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ. ให้ดาเนนิ การตามความเหมาะสม ดังน้ี
(1) ใหม้ กี ารพัฒนาให้ปฏิบัตงิ านไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
(2) ให้ดาเนินการเกยี่ วกบั การเลอื่ นข้นั เงินเดอื น หรืองดเงนิ ประจาตาแหนง่ หรือ
เงินวทิ ยฐานะ
(3) ให้ออกจากราชการ เน่ืองจากไม่สามารถปฏิบัติราชการให้เกิดประสิทธภิ าพ
ประสทิ ธผิ ลในระดับทางราชการพอใจ
มาตรา 56 การประเมนิ ครผู ู้ช่วย
(ตามหนงั สือ ก.ค.ศ. ท่ี ศธ 0206.7/ว19 ลงวนั ที่ 25 ตุลาคม 2561)
• บรรจุแต่งต้ังในตาแหน่งครูผู้ช่วย ให้เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มเป็น
ระยะเวลา 2 ปี
• โดยประเมนิ ตามเกณฑ์ ก.ค.ศ. เป็นระยะ ๆ ทุกๆ 6 เดอื น จานวน 4 ครัง้
• คณะกรรมการประเมนิ 3 คน
• ผอู้ านวยการสถานศึกษา เปน็ ประธาน
• ตัวแทนผูท้ รงคณุ วฒุ ิอนื่ จากภายนอกสถานศึกษา เปน็ กรรมการ
• ผูด้ ารงตาแหน่งครใู นสถานศกึ ษา เป็นกรรมการ
• ประเมินผ่าน ให้ผู้มีอานาจตามมาตรา 53 (ศึกษาธิการจังหวัด) ส่ังบรรจุ แต่งต้ัง โดย
ความเห็นชอบ กศจ.
• ไม่ผ่านการประเมินไม่ว่าครั้งใด ให้ผู้มีอานาจตามมาตรา 53 (ศึกษาธิการจังหวัด) สั่งให้
ออกจากราชการ
• ปีแรก (ครัง้ ท่ี 1 และ 2) ต้องไดค้ ะแนนประเมนิ ในแต่ละดา้ นไมต่ ่ากวา่ ร้อยละ 60
• ปที ส่ี อง (ครง้ั ที่ 3 และ4) ต้องได้คะแนนประเมนิ ในแตล่ ะด้านไมต่ า่ กวา่ ร้อยละ 70
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 58
ห น้ า | 59
วินัยและการรกั ษาวินัย
มาตรา 82 ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษาตอ้ งรกั ษาวินยั ที่บัญญัติเป็นข้อห้าม
และข้อปฏิบัติไวใ้ นหมวดนโ้ี ดยเคร่งครัดอยู่เสมอ
การลงโทษทางวนิ ยั
• วัตถปุ ระสงค์การลงโทษทางวนิ ัย
◦ เพือ่ สง่ เสรมิ คุณภาพและประสทิ ธภิ าพของข้าราชการ
◦ เพ่ือธารงศักดศิ์ รขี องขา้ ราชการ
• หลกั การพิจารณาความผดิ มี 2 หลัก
◦ หลกั นิตธิ รรม
◦ หลักมโนธรรม
* หลักการพิจารณากาหนดโทษ มี 4 หลัก
◦ หลกั นติ ธิ รรม
◦ หลักมโนธรรม
* หลกั ความเป็นธรรม
* หลกั นโยบายของทางราชการ
มาตรา 83 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องสนับสนุนการปกครองใน
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทยด้วยความบรสิ ทุ ธ์ิใจและมหี นา้ ท่วี างรากฐานใหเ้ กดิ ระบอบการปกครองเช่นวา่ น้ัน
มาตรา 84 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าท่ีราชการด้วย
ความซ่ือสัตย์สุจริต เสมอภาคและเท่ียงธรรม มีความวิริยะ อุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร ดูแลเอา
ใจใส่ รกั ษาประโยชนข์ องทางราชการ และตอ้ งปฏบิ ตั ิตนตามมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
อยา่ งเครง่ ครดั
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 59
ห น้ า | 60
ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้ผู้อ่ืนอาศัยอานาจและหน้าท่ีราชการของตน ไม่ว่าจะโดย
ทางตรงหรือทางอ้อม หาประโยชนใ์ หแ้ กต่ นเองหรือผู้อน่ื
การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพ่ือให้ตนเองหรือผู้อ่ืนได้รับ
ประโยชน์ท่ีมิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าท่ีราชการ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(ไลอ่ อก!!)
มาตรา 85 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไป
ตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรี
หรือนโยบายของรัฐบาลโดยถือประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ทาง
ราชการ
การปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทาง
ราชการและหน่วยงานการศึกษา มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล ประมาทเลินเล่อ
หรือขาดการเอาใจใส่ระมัดระวังรักษาประโยชน์ของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เกิดความ
เสยี หายแกร่ าชการอยา่ งรา้ ยแรงเป็นความผดิ วินยั อยา่ งรา้ ยแรง
มาตรา 86 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องปฏิบัติตามคาส่ังของ
ผู้บงั คบั บัญชาซ่งึ สงั่ ในหน้าท่ีราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดย
ไมข่ ดั ขืนหรอื หลีกเล่ยี ง แต่ถ้าเห็นวา่ การปฏบิ ตั ติ ามคาสัง่ นั้นจะทาให้เสยี หายแก่ราชการ หรอื จะ
เปน็ การไมร่ ักษาประโยชน์ของทางราชการจะเสนอความเห็นเป็นหนังสือภายในเจ็ดวัน เพอ่ื ให้
ผู้บังคับบัญชาทบทวนคาสั่งนั้นก็ได้และเม่ือเสนอความเห็นแล้ว ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันเป็น
หนงั สือให้ปฏบิ ัตติ ามคาสงั่ เดิม ผอู้ ยูใ่ ต้บงั คับบัญชาจะต้องปฏบิ ตั ติ าม
การขัดคาสั่งหรือหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามคาส่ังของผู้บังคบั บัญชา ซ่ึงส่ังในหน้าที่ราชการ
โดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่าง
ร้ายแรงเป็นความผดิ วนิ ัยอยา่ งรา้ ยแรง
มาตรา 87 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องตรงต่อเวลา อุทิศเวลาของตน
ให้แกท่ างราชการและผ้เู รยี น จะละทิ้งหรอื ทอดท้ิงหน้าท่ีราชการโดยไมม่ เี หตผุ ลอนั สมควรมิได้
การละทิ้งหน้าที่หรอื ทอดท้งิ หน้าที่ราชการโดยไม่มเี หตผุ ลอันสมควร เป็นเหตุใหเ้ สียหาย
แก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือการละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลาเกิน
กว่าสิบห้าวัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือโดยมีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่
ปฏิบตั ติ ามระเบียบของทางราชการเปน็ ความผิดวินัยอย่างรา้ ยแรง (......ไลอ่ อกสถานเดียว!!)
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 60
ห น้ า | 61
มาตรา 88 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องประพฤติเป็นแบบอย่างท่ีดีแก่
ผู้เรียน ชุมชน สงั คม มคี วามสภุ าพเรียบรอ้ ย รักษาความสามัคคี ชว่ ยเหลอื เกอ้ื กลู ต่อผเู้ รยี นและ
ระหว่างข้าราชการด้วยกันหรือผู้ร่วมปฏิบัติราชการ ต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม
แก่ผ้เู รยี นและประชาชนผู้มาตดิ ต่อราชการ
การกล่ันแกล้ง ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่มเหงผู้เรียน หรือประชาชนผู้มาติดต่อ
ราชการอย่างรา้ ยแรง เป็นความผดิ วนิ ัยอย่างรา้ ยแรง
มาตรา 89 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กล่ันแกล้ง กล่าวหาหรือ
ร้องเรียนผ้อู นื่ โดยปราศจากความเปน็ จรงิ
การกระทาตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นเหตุให้ผู้อ่ืนได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็น
ความผิดวนิ ัยอย่างร้ายแรง
มาตรา 90 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่กระทาการหรือยอมให้ผอู้ นื่
กระทาการหาประโยชน์อันอาจทาให้เส่ือมเสียความเท่ียงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักด์ิใน
ตาแหน่งหนา้ ทรี่ าชการของตน
การกระทาตามวรรคหน่ึง ถา้ เป็นการกระทาโดยมีความม่งุ หมายจะใหเ้ ป็นการซือ้
ขาย หรือให้ได้รับแตง่ ตงั้ ให้ดารงตาแหน่งหรือวิทยฐานะใดโดยไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย
หรือเป็นการกระทาอันมีลักษณะเป็นการให้ หรือไดม้ าซ่ึงทรพั ยส์ ินหรือสิทธิประโยชนอ์ ่ืน
เพ่ือใหต้ นเองหรือผอู้ ่ืนไดร้ บั การบรรจแุ ละแต่งต้งั โดยมิชอบหรือเส่ือมเสียความเท่ียงธรรม
เป็นความผดิ วนิ ยั อย่างรา้ ยแรง
มาตรา 91 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่คัดลอกหรือลอกเลียน
ผลงานทางวิชาการของผู้อ่ืนโดยมชิ อบ หรือนาเอาผลงานทางวิชาการของผู้อ่ืน หรือจ้าง วาน
ใช้ผู้อ่ืนทาผลงานทางวิชาการเพ่ือไปใช้ในการเสนอขอปรับปรุงการกาหนดตาแหน่ง การเลื่อน
ตาแหน่ง การเลื่อนวิทยฐานะหรือการให้ได้รับเงินเดือนในระดับที่สูงขึ้น การฝ่าฝืนหลักการ
ดังกล่าวนี้ เปน็ ความผิดวินยั อยา่ งร้ายแรง
ข้าราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาที่ร่วมดาเนนิ การคัดลอกหรือลอกเลียนผลงาน
ของผู้อื่นโดยมิชอบ หรือรับจัดทาผลงานทางวิชาการไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ เพ่ือให้ผู้อื่น
นาผลงานน้นั ไปใชป้ ระโยชน์ในการดาเนินการตามวรรคหนง่ึ เป็นความผิดวนิ ยั อย่างร้ายแรง
มาตรา 92 ข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาตอ้ งไมเ่ ป็นกรรมการผ้จู ัดการ
หรือผจู้ ดั การ หรอื ดารงตาแหนง่ อื่นใดท่ีมลี ักษณะงานคลา้ ยคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนหรอื บริษัท
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 61
ห น้ า | 62
มาตรา 93 ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง
ในการปฏิบัติหน้าที่ และในการปฏิบัติการอ่ืนที่เกี่ยวข้องกับประชาชน โดยต้องไม่อาศัยอานาจ
และหน้าท่ีราชการของตนแสดงการฝักใฝ่ ส่งเสริม เก้ือกูล สนับสนุนบุคคล กลุ่มบุคคล หรือ
พรรคการเมืองใด
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการดาเนินการใดๆ
อันมลี กั ษณะเป็นการทุจริตโดยการซ้ือสทิ ธหิ รือขายเสยี งในการเลือกตง้ั สมาชิกรัฐสภา สมาชิก
สภาท้องถ่ินผู้บริหารท้องถ่ิน หรือการเลือกตั้งอื่นที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตยรวมทั้งจะต้องไม่ให้การส่งเสริม สนับสนนุ หรอื ชกั จงู ให้ผูอ้ ่นื กระทาการใน
ลกั ษณะเดยี วกนั การดาเนนิ การทีฝ่ ่าฝนื หลักการดังกล่าวนี้ เป็นความผิดวินยั อย่างรา้ ยแรง
มาตรา 94 ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษาต้องรักษาช่ือเสียงของตนและรักษา
เกียรติศักด์ิของตาแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทาการใดๆ อันได้ช่ือว่า
เป็นผูป้ ระพฤติช่ัว
การกระทาความผิดอาญาจนได้รับโทษจาคุก หรือโทษท่ีหนักกว่าจาคุก โดยคา
พิพากษาถึงที่สุดให้จาคุกหรือให้รับโทษท่ีหนักกว่าจาคุก เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่ได้
กระทาโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือกระทาการอ่ืนใดอันใดช่ือว่าเป็นผู้ประพฤติช่ัว
อย่างรา้ ยแรง เป็นความผิดวินยั อยา่ งรา้ ยแรง
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เสพยาเสพติดหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยา
เสพติด เล่นการพนันเป็นอาจิณ หรือกระทาการล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เรียนหรือนักศึกษา
ไมว่ ่าจะอยใู่ นความดูแลรบั ผดิ ชอบของตนหรอื ไม่ เป็นความผิดวนิ ยั อยา่ งร้ายแรง
มาตรา 95 ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย
ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทาผิดวินัย และดาเนินการทางวินัยแก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
ซงึ่ มกี รณอี นั มมี ลู ทคี่ วรกล่าวหาวา่ กระทาผิดวนิ ัย
การเสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชามีวินัย ให้กระทาโดยการปฏิบัติตนเป็น
แบบอย่างที่ดี การฝึกอบรม การสร้างขวัญและกาลังใจ การจูงใจ หรือการอื่นใดในอันที่จะ
เสรมิ สรา้ งและพัฒนาเจตคติ จิตสานกึ และพฤตกิ รรมของผอู้ ยู่ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปในทางท่ี
มีวินยั
ก า ร ป้ อ ง กั น มิ ใ ห้ ผู้ อ ยู่ ใ ต้ บั ง คั บ บั ญ ช า ก ร ะ ท า ผิ ด วิ นั ย ใ ห้ ก ร ะ ท า โ ด ย ก า ร เ อ า ใ จ ใ ส่
สังเกตการณ์และขจัดเหตุท่ีอาจก่อให้เกิดการกระทาผิดวินัย ในเร่ืองอันอยู่ในวิสัยที่จะ
ดาเนนิ การปอ้ งกันตามควรแกก่ รณีได้
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 62
ห น้ า | 63
เม่ือปรากฏกรณีมีมูลท่ีควรกล่าวหาว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใด
กระทาผดิ วินยั โดยมีพยานหลักฐานในเบ้อื งต้นอยู่แลว้ ให้ผู้บังคบั บญั ชาดาเนินการทางวินัยทันที
เม่ือมีการกล่าวหาโดยปรากฏตัวผู้กล่าวหาหรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการครู และบุคลากร
ทางการศึกษาผู้ใดกระทาผิดวินัยโดยยังไม่มีพยานหลักฐาน ให้ผู้บังคับบัญชารีบดาเนินการ
สบื สวนหรือพจิ ารณาในเบื้องต้นว่ากรณีมีมูลทคี่ วรกล่าวหาว่าผ้นู ้ันกระทาผิดวินัยหรือไม่ ถา้ เห็น
ว่ากรณีไม่มีมูลท่ีควรกล่าวหาว่ากระทาผิดวินัยจึงจะยุติเรื่องได้ ถ้าเห็นว่ากรณีมีมูล ท่ีควร
กล่าวหาว่ากระทาผดิ วนิ ัย ก็ให้ดาเนนิ การทางวนิ ยั ทันที
ผูบ้ ังคบั บญั ชาผใู้ ดละเลยไม่ปฏิบตั ิหน้าท่ตี ามมาตราน้แี ละตามหมวด 7 หรือมีพฤติกรรม
ปกปอ้ ง ชว่ ยเหลอื เพ่ือมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาถูกลงโทษทางวินัย หรอื ปฏิบัติหนา้ ทด่ี ังกล่าวโดย
ไม่สจุ ริตให้ถือวา่ ผนู้ ้นั กระทาผดิ วินยั
มาตรา 96 ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาผู้ใดฝา่ ฝืนขอ้ ห้ามหรือไมป่ ฏิบัติตาม
ข้อปฏิบัติทางวินัยตามท่ีบัญญัติไว้ในหมวดนี้ ผู้น้ันเป็นผู้กระทาผิดวินัย จักต้องได้รับโทษทาง
วินัยเว้นแต่มีเหตอุ ันควรงดโทษ
โทษทางวินยั มี 5 สถาน คอื
(1) ภาคทณั ฑ์
(2) ตดั เงินเดอื น
(3) ลดเงินเดอื น
(4) ปลดออก
(5) ไลอ่ อก
ผู้ใดถกู ลงโทษปลดออก ให้ผ้นู ั้นมีสิทธิไดร้ บั บาเหนจ็ บานาญเสมอื นวา่ เป็นผ้ลู าออกจากราชการ
มาตรา 97 การลงโทษข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ทาเป็นคาส่ัง วิธีการ
ออกคาส่ังเก่ียวกับการลงโทษให้เป็นไปตามระเบียบของ ก.ค.ศ. ผู้สั่งลงโทษต้องสั่งลงโทษให้
เหมาะสมกบั ความผดิ และมิให้เป็นไปโดยพยาบาท โดยอคติหรอื โดยโทสะจริต หรือลงโทษผทู้ ี่ไม่
มีความผิด ในคาสั่งลงโทษให้แสดงว่าผู้ถกู ลงโทษกระทาผิดวินัยในกรณีใด ตามมาตราใด และมี
เหตุผลอยา่ งใดในการกาหนดสถานโทษเช่นน้นั
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 63
การอุทธรณ์ ห น้ า | 64
ผูอ้ ุทธรณ์ (ได้รบั โทษทางวินัยมาแลว้ ..!!)
โทษภาคทณั ฑ์ สงั กดั เขตพ้นื ท่ีการศึกษา โทษปลดออก/
ตดั เงนิ เดอื น ไล่ออกจากราชการ
ลดข้ันเงนิ เดอื น โทษภาคทณั ฑ์
ตดั เงินเดือน อทุ ธรณ์ภายใน
ของ ลดข้ันเงินเดือน ๓๐ วัน
-ผอู้ านวยการสานักงานเขต ของ
พื้นทก่ี ารศึกษา -นายกรฐั มนตรี
-รัฐมนตรเี จ้าสงั กัด
-ผู้อานวยการสถานศกึ ษา -เลขาธกิ ารคณะกรรมการ
การศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
-คาสัง่ ของผู้บงั คับบญั ชาซง่ึ สัง่
การตามมติ กศจ.
เขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา
การร้องทกุ ข์
อุทธรณ์ภายใน ๓๐ วัน ภายใน ๓๐ วัน
กศจ.
ก.ค.ศ. (ภายใน ๙๐ วัน)
พิจารณามมี ติ
ผ้อู ทุ ธรณ์จะอุทธรณ์ตอ่ ไปไม่ได้
ให้ผูม้ ีอานาจตามมาตรา ๕๓ สง่ั หรือปฏิบัตใิ หเ้ ปน็ ไปตามมติ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร ฟอ้ งคดีตอ่ ศาลปกครอง
youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ภายใน ๙๐หนวา้ นั 64
ห น้ า | 65
การร้องทกุ ข์
ไม่ได้รับความเป็นธรรมหรอื มคี วาม (ไมไ่ ดร้ ับโทษทางวินยั )
ขับข้องใจจากการกระทาของ
ผ้บู งั คับบัญชาหรือการแต่งต้ัง ใหอ้ อก/ ก.ค.ศ. ฟ้องต่อศาลปกครอง
คณะกรรมการสอบสวนและต้องเป็น พักราชการ ภายใน ๙๐ วนั
การกระทาของผบู้ ังคบั บัญชาตั้งแต่
ผอ.สพท.ลงมา
ผู้ร้องทุกข์ รอ้ งทุกขต์ อ่ กศจ. ทาหนงั สือถงึ สง่ ท่สี านักงาน
(อ.ก.ค.ศ เขตพื้นที่การศกึ ษา) ประธาน กศจ. ศกึ ษาธิการจงั หวัด
ท่ีทาหน้าที่เลขานุการ
(เดิม)
กศจ.
ให้ผ้มู ีอานาจตาม มติ กศจ. เมอ่ื กศจ.พจิ ารณาแล้วให้
มาตรา ๕๓ เป็นที่สุด มีมติ (ข้อ ๑๔(๑)-(๔))) ให้ กศจ.พจิ ารณาให้
-ยกคาร้อง เสร็จภายในสามสบิ วัน
ส่ังหรอื ปฏิบัตใิ หเ้ ป็นไป -เพกิ ถอนหรือยกเลิกการ
ตามนนั้ ปฏบิ ตั ิ หรือใหข้ ้อแนะนาท่ี
เหน็ สมควร
ฟ้องคดตี ่อศาลปกครอง -ใหด้ าเนนิ การควรแก่กรณี
ภายใน ๙๐ วัน -ไม่รับคาร้องทุกข์
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 65
ห น้ า | 66
การลาออกจากราชการ
- ผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการ ให้ยื่นหนังสือขอลาออกต่อผู้บังคับบัญชา
เพือ่ ใหผ้ ู้มอี านาจตามมาตรา 53 เปน็ ผู้พิจารณา
** ย่ืนลว่ งหน้าไม่นอ้ ยกวา่ 30 วัน/ไม่ระบวุ นั ขอลาออกให้มีผลถดั จากวันครบ 30 วนั
* ยบั ยัง้ ได้ไมเ่ กิน 90 วัน ไดค้ ร้ังเดยี ว มผี ลถดั จากวันท่ีครบกาหนดเวลาท่ยี บั ยั้ง
การแจง้ คาสั่งลงโทษ
- การสง่ั ลงโทษตอ้ งแจง้ ใหผ้ ู้นน้ั ทราบภายใน 7 วนั นับแตว่ นั ออกคาสง่ั
ให้ผถู้ กู ลงโทษลงลายมือช่ือรบั ทราบคาสั่ง พร้อมท้งั วนั เดือน ปีท่รี บั ทราบ
(การแจ้งคาส่ังแต่งต้ังสอบสอบสวนทางวินัย ให้แจ้งให้ผู้ถูกแต้งต้ังสอบสวนทางวินัย
และคณะกรรมการสอบสวนทางวนิ ยั ทราบภายใน 3 วันทาการ)
ถ้าผู้รับทราบไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบคาสั่ง ให้ผู้แจ้งมอบสาเนาคาส่ังให้ผู้ถูก
ลงโทษแล้วทาบันทึกลงวัน เดือน ปี เวลาและสถานท่ีแจ้งและลงลายมือชื่อผู้แจ้ง พร้อมพยานรู้
เหน็ ไว้เป็นหลกั ฐาน
กรณีไม่อาจแจ้งให้ผู้ถูกลงโทษลงลายมือช่ือรับทราบคาสั่งได้โดยตรง ให้แจ้งเป็นหนังสอื
ส่งสาเนาคาสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรบั จานวน 2 ฉบบั เพอ่ื ให้รับทราบและสง่ กลับหน่ึง
ฉบบั
พ้น 15 วันนับแต่วันที่ปรากฏในใบตอบรับทางไปรษณีย์ลงทะเบียนว่าผู้ถูกลงโทษได้รับ
เอกสารหรือมีผู้รับแทนแล้ว แม้ยังไม่ได้รับสาเนาคาสั่งที่รับทราบกลับคืน ก็ให้ถือว่าผู้ถูกลงโทษ
ได้รับแจ้งคาสัง่ แล้ว แจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนแล้ว ผู้ถูกลงโทษไม่ยอมรับเอกสาร ถ้าได้ส่งไป
ยงั ภูมิลาเนาของผูน้ ้นั ก็ใหถ้ ือว่าไดร้ บั แจ้งต้งั แตใ่ นขณะที่ไปถงึ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 66
ห น้ า | 67
มาตรา ๑๐๒ ขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษาผ้ใู ดซ่งึ ออกจากราชการอันมใิ ช่เพราะ
เหตุตาย มีกรณีถูกกล่าวหาเป็นหนังสือก่อนออกจากราชการว่า ขณะรับราชการได้กระทาหรือละ
เว้นกระทาการใด อันเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ถ้าเป็นการกล่าวหาตอ่ ผู้บังคับบัญชาของผนู้ ัน้
หรือตอ่ ผ้มู หี น้าทส่ี บื สวนสอบสวนหรอื ตรวจสอบตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ หรอื เป็น
การกล่าวหาของผู้บังคับบัญชาของผู้นั้น หรือมีกรณีถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาคดีอาญาก่อนออก
จากราชการว่า ในขณะรับราชการได้กระทาความผิดอาญาอันมิใช่เป็นความผิดท่ีได้กระทาโดย
ประมาททไี่ ม่เก่ียวกบั ราชการหรือความผดิ ลหโุ ทษ ผู้มีอานาจดาเนนิ การทางวินัยมอี านาจดาเนินการ
สืบสวนหรือพิจารณา ดาเนินการทางวินัย และส่ังลงโทษตามท่ีบัญญัติไว้ในหมวดน้ีต่อไปได้เสมือน
ว่าผู้น้ันยังมิได้ออกจากราชการ แต่ต้องสั่งลงโทษภายในสามปี นับแต่วันที่ผู้นั้นออกจากราชการ
โดยตอ้ งเรม่ิ ดาเนินการสอบสวนภายในหน่งึ ปีนบั แตว่ ันทผ่ี นู้ ั้นออกจากราชการ
ในกรณีที่ศาลปกครองมีคาพิพากษาถงึ ทส่ี ดุ ให้เพกิ ถอนคาสัง่ ลงโทษ หรือองค์กรพิจารณา
อุทธรณค์ าสง่ั ลงโทษทางวนิ ยั หรือองค์กรตรวจสอบรายงานการดาเนนิ การทางวนิ ยั มคี าวนิ ิจฉัยถงึ ท่ีสดุ
หรอื มมี ติใหเ้ พิกถอนคาสงั่ ลงโทษตามวรรคหนงึ่ หรือวรรคสอง เพราะเหตุกระบวนการดาเนนิ การทาง
วินัยไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย ให้ผมู้ อี านาจดาเนนิ การทางวนิ ัยดาเนินการทางวินัยใหแ้ ล้วเสร็จภายใน
สองปีนับแต่วนั ทม่ี ีคาพพิ ากษาถึงท่สี ดุ หรอื มคี าวนิ ิจฉัยถงึ ทสี่ ดุ หรอื มีมติ แลว้ แต่กรณี
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 67
ห น้ า | 68
คาสั่ง หวั หนา้ คสช.
ที่ 19/2560 เร่ือง การปฏิรูปการศึกษาในภมู ภิ าคของกระทรวงศึกษาธกิ าร
คณะกรรมการศึกษาธกิ ารจงั หวดั “กศจ.”
ไม่เกนิ 15 คน
ตาแหน่ง จานวน ตาแหน่ง
(1)ผูว้ ่าราชการจงั หวดั หรอื รองผูว้ า่ ราชการจังหวัดที่ได้รบั 1 ประธาน
มอบหมาย 1 รองประธาน
(2)ศึกษาธกิ ารภาคในพนื้ ทีท่ รี่ บั ผดิ ชอบ 6 กรรมการ
(3)ผูแ้ ทนสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน
ผแู้ ทนสานักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา ไม่เกิน 6 คน กรรมการ
ผ้แู ทนสานกั งานคณะกรรมการการอุดมศกึ ษา
ผู้แทนสานกั งานคณะกรรมการขา้ ราชการครแู ละบุคลากร กรรมการและ
ทางการศกึ ษา เลขานกุ าร
ผูแ้ ทนสานักงานคณะกรรมการสง่ เสริมการศกึ ษาเอกชน
ผแู้ ทนสานักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศัย
...(( ฐาน ดม ชี ครู ชน นอก ))....
(4)กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึง่ รฐั มนตรีวา่ การ
กระทรวงศกึ ษาธิการแต่งตงั้ โดยความเห็นชอบของ คปภ.
ซง่ึ อยา่ งนอ้ ยต้องมี
• ผ้แู ทนองคก์ รภาคเอกชน 1 คน
• ผแู้ ทนองค์กรวชิ าชพี 1 คน
• ผู้แทนภาคประชาชน 1 คน 1
(5) ศกึ ษาธกิ ารจังหวัด
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 68
ห น้ า | 69
รองศกึ ษาธกิ ารจังหวัด เปน็ ผู้ชว่ ยเลขานกุ าร (ไมน่ ับรวมเป็น กศจ.) และกศจ. อาจแต่งตั้ง
ขา้ ราชการในสานักงานศึกษาธกิ ารจงั หวดั จานวนไม่เกนิ 2 คน (ไมน่ บั รวมเป็น กศจ.) เป็นผชู้ ่วยเลขานกุ าร
ด้วยก็ได้
คณะอนกุ รรมการศกึ ษาธิการจงั หวัด “อกศจ.”
ไมเ่ กนิ 9 คน
กศจ. เสนอ คปภ. เพื่อแต่งตั้ง อกศจ.ไม่เกิน 9 คน เพื่อช่วยเหลือหรือกล่ันกรองงาน
ใหแ้ ก่ กศจ.เกยี่ วกับการบรรจุแต่งตงั้ การโยกยา้ ย การดาเนนิ การทางวินยั การกาหนด วิทย
ฐานะ หรือการกาหนดสทิ ธปิ ระโยชนต์ า่ งๆ ของข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
ะอนุกรรมการศกึ ษาธิการจังหวดั เรยี กโดยย่อวา่ “อกศจ.”
ตาแหนง่ จานวน ตาแหน่ง
1.กรรมการใน กศจ. 1 ประธาน
2.กรรมการใน กศจ. 2 อนกุ รรมการ
3.ผอู้ านวยการสานักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาหรอื 2 อนกุ รรมการ
ผู้อานวยการสถานศกึ ษา
4.ผู้ทรงคณุ วุฒิ ซึง่ มิได้เป็นกรรมการใน กศจ. ไมเ่ กนิ 3 คน อนุกรรมการ
5.ศึกษาธิการจงั หวัด 1 อนุกรรมการและ
-ในกรณมี คี วามจาเป็น กศจ. อาจแต่งตง้ั ขา้ ราชการใน
สานักงานศกึ ษาธิการจงั หวัด จานวนไม่เกิน 2 คนเป็น เลขานุการ
ผู้ชว่ ยเลขานกุ ารได้
การเบิกจ่ายเบ้ียประชุมของ กศจ. อกศจ. ให้เบิกจ่ายได้ตามระเบียบของทางราชการ
โดยเบิกจา่ ยจาก งบประมาณของสานกั งานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 69
ห น้ า | 70
คณะกรรมการขบั เคล่ือนการปฏริ ูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธกิ ารในภมู ภิ าค
(คปภ.) 9 ตาแหนง่ 10 คน
ชอ่ื นามสกลุ ตาแหน่ง
(1)รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร (นายณัฎฐพล ทปี สวุ รรณ) ประธานกรรมการ
(2)รฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร(จานวน 2 คน) กรรมการ
คณุ หญิงกัลยา โสภณพนชิ
นางกนกวรรณ วิลาวัลย์
(3)เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน (นายอานาจ วิชยานุวัติ) กรรมการ
(4)เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา (นายณรงค์ แผ้วพลสง) กรรมการ
(5)เลขาธกิ ารคณะกรรมการการอดุ มศกึ ษา (ศ.สมั พันธ์ ฤทธเิ ดช) กรรมการ
(6)เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา (นายสภุ ทั ร จาปาทอง) กรรมการ
(7)ประธานสภาหอการค้าแหง่ ประเทศไทย ใหม่ กรรมการ
(8)ประธานสภาอตุ สาหกรรมแหง่ ประเทศไทย กรรมการ
(9)ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ (นายประเสริฐ บุญเรือง) กรรมการและเลขานกุ าร
รฐั ช่วยสอง ...... ฐาน ดม ชี ภา .... ปลดั อุต หอ
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 70
ห น้ า | 71
พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา พ.ศ. 2546
• บังคบั ใช้ วนั ท่ี 12 มิถุนายน พ.ศ.2546 และไม่เคยปรบั ปรุงแกไ้ ข
“ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา” หมายความว่า บคุ คลซ่ึงปฏบิ ตั ิงานในตาแหน่งผบู้ รหิ าร
สถานศึกษาภายในเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาอ่ืนที่จัดการศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน
และอุดมศึกษาตา่ กว่าปริญญาท้ังของรัฐและเอกชน
หมวด ๑
สภาครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
มาตรา ๗ ให้มีสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกว่า “คุรุสภา” มีวัตถุประสงค์และ
อานาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติน้ี มีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกากับของ
กระทรวงศกึ ษาธิการ
• คุรุสภามีฐานะเป็นนิติบุคคล ในกากบั ของกระทรวงศึกษาธกิ าร
มาตรา ๘ คุรุสภามีวัตถุประสงคด์ งั ต่อไปน้ี
• (๑) กาหนดมาตรฐานวชิ าชีพ ออกและเพกิ ถอนใบอนญุ าต กากับดูแลการ
ปฏิบตั ิตามมาตรฐานวิชาชพี และจรรยาบรรณของวิชาชพี รวมท้ังการพัฒนาวิชาชีพ
• (๒) กาหนดนโยบายและแผนพฒั นาวชิ าชพี
• (๓) ประสาน ส่งเสริมการศกึ ษาและการวิจยั เก่ยี วกับการประกอบวชิ าชพี
มาตรา ๙ ครุ ุสภามีอานาจหน้าที่ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) กาหนดมาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณของวิชาชพี
(๒) ควบคมุ ความประพฤติและการดาเนนิ งานของผปู้ ระกอบวิชาชพี ทางการ
ศึกษาใหเ้ ป็นไปตามมาตรฐานวชิ าชพี และจรรยาบรรณของวชิ าชพี
(๓) ออกใบอนญุ าตให้แกผ่ ู้ขอประกอบวชิ าชีพ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 71
ห น้ า | 72
(๔) พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนญุ าต
(๕) สนับสนนุ สง่ เสริมและพัฒนาวิชาชีพตามมาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณ
ของวิชาชีพ
(๖) สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ยกย่อง และผดุงเกียรตผิ ูป้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา
(๗) รับรองปรญิ ญา ประกาศนยี บัตร หรอื วุฒบิ ตั รของสถาบันต่างๆ ตาม
มาตรฐานวชิ าชพี
(๘) รบั รองความร้แู ละประสบการณ์ทางวิชาชพี รวมทั้งความชานาญในการ
ประกอบวชิ าชีพ
(๙) ส่งเสริมการศึกษาและการวจิ ยั เกี่ยวกับการประกอบวชิ าชพี
(๑๐) เป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษาของประเทศไทย
(๑๑) ออกข้อบังคับของคุรุสภาวา่ ดว้ ย
(ก) การกาหนดลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๓
(ข) การออกใบอนญุ าต อายใุ บอนญุ าต การพักใช้ใบอนญุ าต การเพกิ ถอน
ใบอนุญาต และการรับรองความรู้ ประสบการณ์ทางวิชาชีพ ความชานาญในการประกอบ
วิชาชีพ
(ค) หลักเกณฑ์และวธิ ีการในการขอรับใบอนญุ าต
(ง) คณุ สมบตั ิและลกั ษณะต้องหา้ มของผูข้ อรบั ใบอนญุ าต
(จ) จรรยาบรรณของวชิ าชีพ และการประพฤติผิดจรรยาบรรณอันจะนามาซ่ึง
ความเสื่อมเสียเกยี รติศักด์แิ หง่ วชิ าชีพ
(ฉ) มาตรฐานวชิ าชพี
(ช) วธิ กี ารสรรหา การเลอื ก การเลอื กต้ัง และการแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภา
และคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพ
(ซ) องคป์ ระกอบ หลกั เกณฑ์ วิธกี ารคดั เลือกคณะกรรมการสรรหา
(ฌ) หลกั เกณฑแ์ ละวิธีการสรรหาเลขาธกิ ารครุ ุสภา
(ญ) การใดๆ ตามท่ีกาหนดในพระราชบญั ญัตนิ ้ี
(๑๒) ให้คาปรึกษาหรือเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบายหรือปัญหาการ
พฒั นาวชิ าชพี
(๑๓) ให้คาแนะนาหรือเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรเี กีย่ วกับการประกอบวิชาชีพหรือการ
ออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศต่างๆ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 72
ห น้ า | 73
(๑๔) กาหนดให้มคี ณะกรรมการเพื่อกระทาการใดๆ อนั อยใู่ นอานาจหนา้ ทข่ี องคุรสุ ภา
(๑๕) ดาเนินการใหเ้ ป็นไปตามวัตถุประสงค์ของครุ สุ ภา
ข้อบังคับของคุรุสภาตาม (๑๑) นั้น ต้องได้รับความเหน็ ชอบจากรัฐมนตรีและเม่ือได้
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ช้บงั คับได้
มาตรา ๑๐ คุรสุ ภาอาจมรี ายได้ ดงั น้ี
(๑) คา่ ธรรมเนียมตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
(๒) เงนิ อดุ หนนุ จากงบประมาณแผ่นดนิ
(๓) ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สนิ และการดาเนนิ กิจการของครุ ุสภา
(๔) เงนิ และทรพั ย์สนิ ซงึ่ มีผู้อุทิศใหแ้ ก่คุรสุ ภา
(๕) ดอกผลของเงนิ และทรัพยส์ นิ ตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
รายได้ของครุ สุ ภาไมเ่ ป็นรายไดท้ ่ีตอ้ งนาสง่ กระทรวงการคลงั ตามกฎหมายวา่ ด้วย
เงินคงคลังและกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ รวมท้ังไม่อยู่ในข่ายการบังคับตาม
กฎหมายภาษีอากร
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 73
ห น้ า | 74
คณะกรรมการครุ สุ ภา (จานวน 12 คน)
ที่ ประกอบดว้ ย ตาแหนง่ ตาแหนง่
1 รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ประธานกรรมการ
2 รมช.กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
3 รมช.กระทรวงศกึ ษาธกิ าร กรรมการ
4 ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ กรรมการ
5 เลขาธิการสภาการศกึ ษา กรรมการ
6 เลขาธกิ าร กพฐ. กรรมการ
7 เลขาธกิ ารกกอ. กรรมการ
8 เลขาธิการ กอศ. กรรมการ
9 เลขาธกิ าร ก.ค.ศ. (นายอมั พร พินะสา) กรรมการ
10 เลขาธิการ กช. กรรมการ
11 หวั หน้าสานัก ก.ถ. กรรมการ
12 เลขาธิการคุรุสภา (นางวฒั นาพร ระงบั ทกุ ข์) กรรมการ
กรรมการและ
เลขานุการ
มาตรา ๒๐ ให้คณะกรรมการคุรุสภามีอานาจหนา้ ท่ี ดังตอ่ ไปนี้
(๑) บริหารและดาเนินการตามวัตถปุ ระสงค์และอานาจหนา้ ทข่ี องครุ สุ ภาซ่งึ
กาหนดไว้ในพระราชบญั ญตั ินี้
(๒) ให้คาปรกึ ษาและแนะนาแกค่ ณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพ
(๓) พิจารณาวินิจฉัยอทุ ธรณ์คาสงั่ ของคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี ตามมาตรา ๕๔
(๔) เรง่ รัดให้พนักงานเจา้ หนา้ ทส่ี ่วนราชการ หรือคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพปฏิบัติ
ตามอานาจและหนา้ ท่ที ่ีกฎหมายกาหนด
(๕) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกระทาการใดๆ อันอยู่ในอานาจและหน้าที่ของ
คณะกรรมการคุรุสภา
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 74
ห น้ า | 75
(๖) ควบคุมดูแลการดาเนินงานและการบริหารงานทั่วไป ตลอดจนออกระเบียบ
ขอ้ บังคบั ประกาศ หรอื ขอ้ กาหนดเก่ียวกับสานักงานเลขาธิการครุ ุสภา
(๗) กาหนดนโยบายการบริหารงาน และให้ความเห็นชอบแผนการดาเนินงานของ
สานกั งานเลขาธิการคุรสุ ภา
(๘) ปฏิบัติการอื่นใดตามท่ีกฎหมายกาหนดไว้ให้ เป็นอานาจและหน้าท่ีของ
คณะกรรมการครุ ุสภา
(๙) พจิ ารณาหรือดาเนนิ การในเรื่องอน่ื ตามท่ีรัฐมนตรมี อบหมาย
มาตรา ๒๑ ให้มคี ณะกรรมการมาตรฐานวิชาชพี ประกอบดว้ ย
คณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชพี (กมว.) จานวน 17 คน
จานวน ตาแหนง่
๑ ประธานกรรมการซง่ึ รมต.แต่งตงั้ จากกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิในคณะกรรมการครุ สุ ภา
๓ (รองศาสตราจารย์เอกชยั ก่ีสุขพนั ธ์)
๔ กรรมการโดยตาแหน่ง ได้แก่ 3 เลขา (กพฐ./ กอศ./ กคศ.)
๒ กรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ิ จานวน 4 คน กคส.สรรหาจากผูท้ รงคุณวุฒิท่ีมีความรู้ ความ
๖ เช่ยี วชาญและประสบการณส์ ูง ดา้ นการศึกษา การบรหิ ารและกฎหมาย
กรรมการจากคณาจารย์ในคณะครุศาสตร์ ศกึ ษาศาสตร์ หรอื การศึกษาทั้งของรัฐและ
๑ เอกชน ทีม่ ีการสอนระดับปริญญาตรใี นสาขาวชิ าครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์หรอื การศกึ ษา
เลือกกนั เอง
กรรมการจากผู้ประกอบการวิชาชีพทางการศกึ ษา จานวน 6 คน ซ่ึงลือกตงั้ มาจากผู้
ประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา
-ครทู มี่ ีประสบการณด์ ้านการสอนไม่น้อยกว่า 10 ปี หรอื ดารงตาแหนง่ อาจารย์ 3 หรือมี
วิทยฐานะเป็นครูชานาญการข้ึนไป
-ผู้บรหิ ารสถานศึกษาท่ีมปี ระสบการณ์ในตาแหน่งไม่นอ้ ยกวา่ 10 ปี
-ผบู้ รหิ ารการศึกษาที่มีประสบการณใ์ นตาแหน่งไมน่ ้อยกว่า 10 ปี
-บุคลลากรทางการศึกษาอื่นท่ีมปี ระสบการณใ์ นตาแหน่งไม่น้อยกว่า 10 ปี
เลขาธกิ ารคุรสุ ภา..เปน็ กรรมการและเลขานุการ..(นางวฒั นาพร ระงบั ทกุ ข์)
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 75
ห น้ า | 76
มาตรา ๒๕ คณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชพี มีอานาจและหนา้ ที่ ดังตอ่ ไปนี้
(๑) พิจารณาการออกใบอนุญาตใหแ้ ก่ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศกึ ษา และการ
พักใชห้ รอื เพกิ ถอนใบอนุญาต
(๒) กากบั ดแู ลการปฏิบตั ติ ามมาตรฐานและจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพ
ทางการศกึ ษา
(๓) สง่ เสริม พฒั นา และเสนอแนะคณะกรรมการคุรสุ ภากาหนดมาตรฐานและ
จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ
(๔) สง่ เสริม ยกย่อง และพัฒนาวชิ าชีพไปสู่ความเปน็ เลิศในสาขาตา่ งๆ ตามที่
กาหนดในข้อบงั คับของคุรุสภา
(๕) แต่งตงั้ ที่ปรึกษา คณะอนกุ รรมการ หรือมอบหมายกรรมการมาตรฐาน
วิชาชีพเพือ่ กระทาการใดๆ อันอยู่ในอานาจและหนา้ ทข่ี องคณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชีพ
(๖) ปฏิบัตกิ ารอื่นใดตามท่กี ฎหมายกาหนดไว้ใหเ้ ปน็ อานาจและหน้าที่ของ
คณะกรรมการมาตรฐานวชิ าชพี
(๗) พิจารณาหรือดาเนนิ การในเรือ่ งอน่ื ตามท่รี ัฐมนตรหี รือคณะกรรมการครุ ุ
สภามอบหมาย
มาตรา ๔๓ ใหว้ ิชาชพี ครู ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา และผ้บู ริหารการศกึ ษาเปน็
วิชาชีพควบคมุ ตามพระราชบญั ญัตนิ ี้ การกาหนดวชิ าชพี ควบคุมอ่ืนให้เป็นไปตามท่ีกาหนดใน
กฎกระทรวง
ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติน้ี เว้น
แต่กรณอี ยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ผูท้ ่ีเข้ามาใหค้ วามรแู้ ก่ผเู้ รียนในสถานศกึ ษาเปน็ คร้ังคราวในฐานะวิทยากรพิเศษทาง
การศกึ ษา
(๒) ผู้ที่ไม่ได้ประกอบวิชาชพี หลักทางด้านการเรียนการสอนแต่ในบางคร้ังตอ้ งทาหน้าท่ี
สอนด้วย
(๓) นักเรียน นักศึกษา หรือผู้รับการฝึกอบรมหรือผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ซ่ึง
ทาการฝึกหัดหรืออบรมในความควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาซ่ึงเป็นผู้ให้
การศึกษาหรือฝึกอบรม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขท่ีคณะกรรมการคุรุสภา
กาหนด
(๔) ผทู้ จี่ ัดการศึกษาตามอธั ยาศัย
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 76
ห น้ า | 77
(๕) ผู้ที่ทาหน้าที่สอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือ
สถานท่ีเรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน
องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถาน
ประกอบการ โรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์ และสถาบันสังคมอื่นเป็นผู้
จดั
(๖) คณาจารย์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษาในระดับอุดมศึกษาระดับ
ปรญิ ญาท้งั ของรัฐและเอกชน
(๗) ผบู้ รหิ ารการศกึ ษาระดับเหนอื เขตพื้นท่กี ารศกึ ษา
(๘) บุคคลอ่นื ตามที่คณะกรรมการครุ ุสภากาหนด
มาตรา ๔๔ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม ต้องมีคุณสมบัติและไม่มี
ลกั ษณะตอ้ งห้าม ดังตอ่ ไปนี้
(ก) คุณสมบตั ิ
(๑) มอี ายุไม่ตา่ กวา่ ย่สี ิบปีบรบิ รู ณ์
(๒) มีวุฒปิ รญิ ญาทางการศกึ ษา หรือเทียบเท่า หรอื มีคณุ วฒุ ิอ่ืนท่ีคุรุสภารับรอง
(๓) ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษา
เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหน่ึงปี และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขทค่ี ณะกรรมการครุ ุสภากาหนด
(ข) ลักษณะต้องห้าม
(๑) เปน็ ผูม้ ีความประพฤติเสอ่ื มเสยี หรอื บกพร่องในศีลธรรมอันดี
(๒) เปน็ คนไรค้ วามสามารถหรอื คนเสมือนไรค้ วามสามารถ
(๓) เคยต้องโทษจาคุกในคดีท่ีคุรุสภาเห็นว่าอาจนามาซ่ึงความเส่ือมเสียเกียรติ
ศักด์แิ ห่งวิชาชีพ
มาตรา ๔๖ ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใดๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะ
ประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับ
ใบอนุญาตเขา้ ประกอบวชิ าชพี ควบคมุ ในสถานศกึ ษา เว้นแต่จะไดร้ บั อนญุ าตจากครุ ุสภา
มาตรา ๔๙ ใหม้ ีขอ้ บงั คับว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ ประกอบดว้ ย
(๑) มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
(๒) มาตรฐานการปฏิบตั งิ าน
(๓) มาตรฐานการปฏิบตั ติ น (จรรยาบรรณวิชาชพี )
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 77
ห น้ า | 78
มาตรา ๕๐ มาตรฐานการปฏบิ ตั ิตน ใหก้ าหนดเปน็ ขอ้ บังคบั ว่าด้วยจรรยาบรรณ
ของวิชาชพี ประกอบดว้ ย
(๑) จรรยาบรรณต่อตนเอง
(๒) จรรยาบรรณตอ่ วิชาชพี
(๓) จรรยาบรรณต่อผู้รับบรกิ าร
(๔) จรรยาบรรณต่อผู้รว่ มประกอบวิชาชพี
(๕) จรรยาบรรณตอ่ สงั คม
มาตรา ๕๑ บคุ คลซง่ึ ไดร้ ับความเสยี หายจากการประพฤติผดิ จรรยาบรรณของ
วชิ าชีพของผูไ้ ด้รับใบอนุญาตมีสิทธกิ ลา่ วหาผไู้ ด้รบั ใบอนญุ าตผนู้ ั้นโดยทาเรอื่ งยน่ื ต่อคุรสุ ภา
มาตรา ๕๔ คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอานาจวนิ จิ ฉยั ชข้ี าดอยา่ งใดอยา่ ง
หนึ่ง ดังตอ่ ไปนี้
(๑) ยกขอ้ กลา่ วหา
(๒) ตกั เตือน
(๓) ภาคทัณฑ์
(๔) พกั ใชใ้ บอนุญาตมกี าหนดเวลาตามทเ่ี ห็นสมควร แตไ่ ม่เกนิ ห้าปี
(๕) เพิกถอนใบอนุญาต
มาตรา ๕๗ ผูไ้ ด้รบั ใบอนญุ าตซ่ึงถกู สงั่ เพกิ ถอนจะย่นื ขออีกไม่ได้ จนกว่าจะพ้น
ห้าปนี ับแตว่ ันท่ถี ูกสง่ั เพิกถอน
มาตรา ๕๘ สมาชกิ ของคุรสุ ภามสี องประเภท ดังน้ี
(๑) สมาชิกสามญั
(๒) สมาชิกกิตตมิ ศกั ด์ิ
มาตรา ๖๒ ให้มคี ณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดภิ าพครแู ละบุคลากรทางการ
ศึกษา ทาหน้าที่บริหารงานสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและ
บคุ ลากรทางการศึกษา โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ ดังตอ่ ไปนี้
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 78
ห น้ า | 79
(๑) สง่ เสริมสวสั ดิการ สวสั ดภิ าพ สิทธปิ ระโยชนเ์ กอื้ กูลอนื่ และความม่ันคง
ของผปู้ ระกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษาและผูป้ ฏบิ ตั งิ านด้านการศึกษา
(๒) ส่งเสริมความสามัคคแี ละผดงุ เกยี รติของผูป้ ระกอบวชิ าชีพทางการศกึ ษา
และผู้ปฏิบัติงานด้านการศกึ ษา
(๓) สง่ เสริและสนับสนุนการจัดการศึกษาของระทรวงในเรอ่ื งสอื่ การเรยี น
การสอน วสั ดุอุปกรณ์การศึกษาและเร่อื งอน่ื ทเ่ี กี่ยวกบั การจัดการศึกษา
(๔) สง่ เสริมและสนับสนนุ การศึกษาวจิ ัยเก่ยี วกับการพัฒนา การดาเนินงานดา้ น
สวัสดิการ สวสั ดิภาพ และผดงุ เกยี รติของผ้ปู ระกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา
มาตรา ๗๖ ให้คุรุสภาเสนอรายงานประจาปีเกี่ยวกับผลการดาเนินงานด้านต่างๆ ของ
คุรุสภา รวมทั้งรายงานการเงินและบัญชี ตลอดจนเสนอแผนดาเนินงาน แผนการเงินและ
งบประมาณของปตี ่อไปต่อคณะรัฐมนตรเี พื่อทราบ
มาตรา ๗๗ ให้สานักงานการตรวจเงินแผ่นดนิ ตรวจสอบการปฏบิ ัตงิ านดา้ นการเงนิ การ
บัญชขี องครุ ุสภาเปน็ ประจาทุกปี แล้วรายงานให้รฐั สภาทราบ
ขอ้ บงั คับครุ ุสภาว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และ
ฉบับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบบั ท่ี 2) (ฉบับที่ 3) ( พ.ศ.2562 ฉบับท่ี 4)
นิยามความหมาย
“วิชาชีพ” หมายความว่า วิชาชีพทางการศึกษาที่ทาหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการ
สอนและการส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ รวมทั้งการรับผิดชอบการบริหาร
สถานศึกษาในสถานศึกษาปฐมวัย ขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษาท่ีต่ากว่าปริญญาทั้งของรัฐและ
เอกชน และการบริหารการศึกษานอกสถานศึกษาในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนการ
สนับสนุนการศึกษา ให้บริการหรือปฏิบัติงานเกี่ยวเน่ืองกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน
การนิเทศ และการบริหารการศึกษาในหน่วยงานการศึกษาต่าง ๆ (มี 4 วิชาชีพ ซึ่งเป็น
วชิ าชีพควบคมุ )
“ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา” หมายความว่า ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหาร
การศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาอ่ืน ซ่ึงได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตาม
พระราชบัญญัตสิ ภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๔๖
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 79
ห น้ า | 80
“มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ หมายความว่า ข้อกาหนดเก่ยี วกบั ความรู้
และประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้ หรือการจัดการศึกษา ซ่ึงผู้ประกอบวิชาชีพทางการ
ศึกษารวมท้ังผู้ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องมีเพียงพอที่สามารถนาไปใช้ในการ
ประกอบวชิ าชีพได้”
“มาตรฐานการปฏิบัติงาน หมายความว่า ข้อกาหนดเก่ียวกับคุณลักษณะ หรือการ
แสดงพฤติกรรมการปฏิบตั งิ านและการพัฒนางาน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมท้ังผู้
ต้องการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ และ
เปา้ หมายการเรียนรู้หรือการจดั การศึกษา รวมท้ังต้องฝึกฝนพัฒนาตนเองให้มีทกั ษะ หรอื ความ
ชานาญสงู ข้นึ อย่างตอ่ เนอ่ื ง”
“มาตรฐานการปฏิบัติตน หมายความว่า จรรยาบรรณของวิชาชีพท่ีกาหนดขึ้นเป็น
แบบแผนในการประพฤติปฏิบัติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมทั้งผู้ต้องการ
ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องยึดถือปฏิบัติตาม เพ่ือรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณชื่อเสียง
และฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาให้เป็นท่ีเช่ือถือศรัทธาแก่ผู้รับบริการและสังคม
อนั จะนามาซงึ่ เกียรติ และศักดิศ์ รแี หง่ วิชาชีพ”
สาหรบั ครู (อัพเดทใหม่ พ.ศ.2562)
- ผู้ประกอบวิชาชพี ครู ตอ้ งมคี ณุ วฒุ ิไมต่ า่ กวา่ ปริญญาตรที างการศึกษา หรอื
เทียบเท่าหรอื มีคุณวุฒิอ่นื ทคี่ รุ สุ ภารับรอง โดยมีมาตรฐานความรู้และประสบการวิชาชีพ
ดงั ต่อไปน้ี
(ก) มาตรฐานความรู้ ตอ้ งมคี วามรอบรูแ้ ละเขา้ ใจในเรือ่ ง ดังตอ่ ไปน้ี (ครตู อ้ งรู้ 6 รู้)
(1) การเปล่ียนแปลงบริบทของโลก สงั คม และแนวคดิ ของปรัชญาเศรษฐกจิ
พอเพียง
(2) จติ วิทยาพัฒนาการ จิตวิทยาการศกึ ษา และจิตวิทยาใหค้ าปรกึ ษา
ในการวิเคราะหแ์ ละพฒั นาผเู้ รียนตามศักยภาพ
(3) เน้อื หาวชิ าทีส่ อน หลกั สูตร ศาสตร์การสอน และเทคโนโลยีดจิ ทิ ัล
ในการจัดการเรยี นรู้
(4) การวดั ประเมินผลการเรียนรู้ และการวจิ ัยเพ่อื แกป้ ัญหาและพฒั นาผ้เู รียน
(5) การใช้ภาษาไทย ภาษาองั กฤษเพื่อการส่ือสาร และการใช้เทคโนโลยดี ิจิทัล
เพ่ือการศึกษา
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 80
ห น้ า | 81
(6) การออกแบบและการดาเนินการเกย่ี วกับงานประกนั คณุ ภาพการศึกษา
(ข) มาตรฐานประสบการณว์ ิชาชพี ผ่านการปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษาตาม
หลักสตู รปรญิ ญาทางการศกึ ษา เป็นเวลาไม่นอ้ ยกวา่ หนง่ึ ปี และผ่านเกณฑก์ ารประเมิน
ปฏบิ ตั กิ ารสอนตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงอื่ นไขท่คี ณะกรรมการคุรสุ ภากาหนด ดงั ตอ่ ไปนี้
1) การฝกึ ปฏบิ ัติวชิ าชีพระหว่างเรียน
2) การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในสาขาวชิ าเฉพาะ
...แนวข้อสอบ...
ข้อใดคอื มาตรฐานความรู้ของครู ตามทีค่ รุ ุสภากาหนด
ก.ปรชั ญาการศึกษา ข.ภาษาและวัฒนธรรม
ค.การพฒั นาสมรรถนะ ง.การเปล่ยี นแปลงบริบทของโลก สงั คม
เฉลย ง.การเปล่ยี นแปลงบรบิ ทของโลก สังคม
2. มาตรฐานการปฏิบัติงาน
หมายถึง ข้อกาหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะ หรือการแสดงพฤติกรรมการปฏิบัติงาน
และการพัฒนางาน ซ่ึงผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา รวมท้ังผู้ต้องการประกอบวิชาชีพ
ทางการศึกษา ต้องปฏิบัตติ าม เพื่อให้เกิดผลตามวัตถุประสงค์ และเปา้ หมายการเรยี นรู้หรือการ
จัดการศึกษา รวมทั้งตอ้ งฝึกฝนพัฒนาตนเองให้มที ักษะ หรอื ความชานาญสงู ขน้ึ อย่างตอ่ เนอ่ื ง
- ผู้ประกอบวชิ าชพี ครู ตอ้ งมีมาตรฐานการปฏบิ ัติงาน ( 3 ขอ้ 15 งาน)
(ก) การปฏิบัติหนา้ ท่ีครู
(1) มงุ่ มนั่ พฒั นาผูเ้ รยี น ดว้ ยจิตวิญญาณความเปน็ ครู
(2) ประพฤตติ นเปน็ แบบอยา่ งที่ดี มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และมีความเปน็
พลเมืองทีเ่ ขม้ แข็ง
(3) สง่ เสริมการเรียนรู้ เอาใจใส่ และยอมรับความแตกตา่ งของผู้เรยี นแตล่ ะบุคคล
(4) สรา้ งแรงบันดาลใจผู้เรียนใหเ้ ปน็ ผู้ใฝเ่ รยี นรู้ และผู้สรา้ งนวตั กรรม
(5) พฒั นาตนเองใหม้ คี วามรอบรู้ ทนั สมัย และทนั ต่อการเปลี่ยนแปลง
(ข) การจัดการเรียนรู้
(1) พัฒนาหลกั สูตรสถานศกึ ษา การจดั การเรยี นรู้ สือ่ การวดั และประเมนิ ผล
การเรียนรู้
(2) บรู ณาการความรู้และศาสตรก์ ารสอนในการวางแผนและจดั การเรยี นรู้
ท่สี ามารถพัฒนาผู้เรียนให้มปี ญั ญารู้คดิ และมคี วามเป็นนวตั กร
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 81
ห น้ า | 82
(3) ดูแล ช่วยเหลือ และพฒั นาผู้เรียนเปน็ รายบุคคลตามศกั ยภาพ สามารถ
รายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี นได้อย่างเป็นระบบ
(4) จดั กิจกรรมและสร้างบรรยากาศการเรยี นร้ใู หผ้ ู้เรียนมีความสุขในการเรยี น
โดยตระหนกั ถงึ สขุ ภาวะของผู้เรยี น
(5) วิจัย สร้างนวัตกรรม และประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยดี ิจทิ ลั ให้เกดิ ประโยชน์
ต่อการเรียนรขู้ องผ้เู รียน
(6) ปฏิบตั ิงานรว่ มกบั ผูอ้ น่ื อยา่ งสร้างสรรค์และมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมการพัฒนา
วิชาชพี
(ค) ความสมั พันธ์กบั ผูป้ กครองและชุมชน
(1) รว่ มมือกับผปู้ กครองในการพฒั นาและแกป้ ญั หาผเู้ รยี นให้มคี ณุ ลกั ษณะ
ทพี่ งึ ประสงค์
(2) สรา้ งเครอื ขา่ ยความรว่ มมอื กบั ผูป้ กครองและชมุ ชน เพอ่ื สนบั สนนุ การเรยี นรู้
ท่มี ีคุณภาพของผเู้ รยี น
(3) ศกึ ษา เขา้ ถึงบริบทของชุมชน และสามารถอยรู่ ว่ มกนั บนพน้ื ฐาน
ความแตกตา่ งทางวฒั นธรรม
(4) สง่ เสรมิ อนรุ กั ษว์ ัฒนธรรม และภูมปิ ัญญาท้องถ่ิน
สาหรบั ผ้อู านวยการสถานศึกษา รองผูอ้ านวยการสถานศกึ ษา
(ใชฉ้ บบั เดมิ 2556)
ผู้ประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา ต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางการ
บริหารการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอ่ืนที่คุรุสภารับรอง โดยมีมาตรฐานความรู้และ
ประสบการณ์วิชาชพี ดงั ตอ่ ไปนี้
(ก) มาตรฐานความรู้ ประกอบดว้ ยความรู้ ดังต่อไปนี้
๑) การพัฒนาวิชาชพี
๒) ความเปน็ ผูน้ าทางวิชาการ
๓) การบริหารสถานศกึ ษา
๔) หลกั สูตร การสอน การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
๕) กจิ การและกิจกรรมนักเรยี น
๖) การประกันคุณภาพการศึกษา
๗) คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 82
ห น้ า | 83
(ข) มาตรฐานประสบการณว์ ชิ าชพี ดงั ต่อไปนี้
๑) มีประสบการณด์ า้ นปฏบิ ตั กิ ารสอนมาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ ห้าปี หรือ
๒) มีประสบการณ์ดา้ นปฏิบตั กิ ารสอนและต้องมีประสบการณใ์ นตาแหน่งหัวหนา้ หมวด
หรือหัวหน้าสาย หรือหัวหน้างาน หรือตาแหน่งบริหารอ่ืน ๆ ในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า
สองปี
ผ้ปู ระกอบวิชาชพี ผูบ้ ริหารสถานศึกษา และผูบ้ ริหารการศึกษา ตอ้ งมี
มาตรฐานการปฏิบตั ิงาน ดังต่อไปน้ี
๑) ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเพ่ือพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาให้ก้าวหน้าอยู่
เสมอ
๒)ตดั สินใจปฏิบตั กิ จิ กรรมตา่ ง ๆโดยคานึงถึงผลท่จี ะเกดิ ขน้ึ กับการพฒั นาของ
ผู้เรยี น บุคลากร และชุมชน
๓) มุ่งมนั่ พฒั นาผู้ร่วมงานให้สามารถปฏิบตั งิ านไดเ้ ตม็ ศักยภาพ
๔) พัฒนาแผนงานขององค์การให้มคี ุณภาพสงู สามารถปฏิบตั ใิ ห้เกิดผลไดจ้ ริง
๕) พฒั นาและใช้นวตั กรรมการบรหิ ารจนเกดิ ผลงานทมี่ ีคณุ ภาพสูงขน้ึ เปน็ ลาดับ
๖) ปฏิบตั งิ านขององค์การโดยเนน้ ผลถาวร
๗) ดาเนนิ การและรายงานผลการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาได้อยา่ งเป็นระบบ
๘) ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอยา่ งท่ดี ี
๙) รว่ มมอื กับชุมชนและหน่วยงานอ่ืนอยา่ งสรา้ งสรรค์
๑๐) แสวงหาและใช้ข้อมลู ข่าวสารในการพฒั นา
๑๑) เปน็ ผ้นู าและสร้างผู้นาทางวิชาการในหน่วยงานของตนได้
๑๒) สรา้ งโอกาสในการพฒั นาไดท้ ุกสถานการณ์
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 83
ห น้ า | 84
ผูป้ ระกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษาท้งั 4 วิชาชีพ (ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผบู้ ริหาร
การศึกษา ศึกษานิเทศ) ตอ้ งมมี าตรฐานการปฏบิ ตั ติ นเหมือนกัน คอื
มาตรฐานการปฏิบตั ิตน (จรรยาบรรณของวิชาชีพ)
หมายถึง จรรยาบรรณของวชิ าชพี ทีก่ าหนดข้ึนเปน็ แบบแผนในการประพฤติตน
ซ่ึงผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศกึ ษาตอ้ งปฏิบตั ิตาม เพ่อื รักษาและส่งเสริมเกียรตคิ ุณชอ่ื เสียง
และฐานะของผ้ปู ระกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษาให้เป็นท่เี ช่ือถอื ศรัทธาแกผ่ ้รู บั บรกิ ารและสงั คม
อันจะนามาซึ่งเกียรตแิ ละศักดิ์ศรแี ห่งวิชาชีพ
...แนวขอ้ สอบ..
ข้อใดเปน็ จรรยาบรรณของวิชาชีพครู
ก.มาตรฐานความรูแ้ ละประสบการณ์วิชาชพี
ข.มาตรฐานการปฏิบตั ิงาน
ค.มาตรฐานการปฏบิ ัตติ น
ง.คณุ ธรรม จริยธรรมสาหรบั ครู
จรรยาบรรณวชิ าชพี 5 หมวด (ด้าน) / 9 ข้อ
(1) จรรยาบรรณต่อตนเอง
(2) จรรยาบรรณตอ่ วิชาชพี
(3) จรรยาบรรณต่อผู้รบั บริการ
(4) จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชพี
(5) จรรยาบรรณตอ่ สังคม
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 84
ห น้ า | 85
หมวด ที่ 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง
๑. ผู้ประกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษา ต้องมีวนิ ัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวชิ าชีพ
บุคลกิ ภาพ และวสิ ัยทศั น์ ให้ทนั ตอ่ การพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่
เสมอ
หมวด ท่ี 2 จรรยาบรรณตอ่ วชิ าชีพ
๒. ผปู้ ระกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ต้องรกั ศรทั ธา ซื่อสตั ยส์ ุจรติ รับผดิ ชอบต่อ
วิชาชพี และเปน็ สมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ
หมวด ที่ 3 จรรยาบรรณตอ่ ผรู้ ับบรกิ าร
๓. ผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องรกั เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลอื ส่งเสริม ให้
กาลงั ใจแกศ่ ษิ ยแ์ ละผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
๔. ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตอ้ งสง่ เสรมิ ให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยท่ี
ถกู ต้องดีงามแกศ่ ิษย์และผรู้ ับบรกิ าร ตามบทบาทหน้าทีอ่ ย่างเต็มความสามารถดว้ ยความ
บรสิ ุทธ์ิใจ
๕. ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา ต้องประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างทด่ี ี ทงั้ ทางกาย
วาจา และจติ ใจ
๖. ผู้ประกอบวชิ าชีพทางการศึกษา ตอ้ งไมก่ ระทาตนเปน็ ปฏิปักษ์ต่อความเจริญทาง
กาย สตปิ ัญญา จติ ใจ อารมณ์ และสังคมของศษิ ยแ์ ละผรู้ ับบริการ
๗. ผปู้ ระกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษา ตอ้ งใหบ้ ริการดว้ ยความจรงิ ใจและเสมอภาค
โดยไม่เรยี กรับหรือยอมรับผลประโยชนจ์ ากการใชต้ าแหน่งหน้าท่ีโดยมิชอบ
หมวด ที่ 4 จรรยาบรรณตอ่ ผูร้ ่วมประกอบวชิ าชีพ
๘. ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา พงึ ช่วยเหลอื เกอื้ กูลซึ่งกนั และกันอย่าง
สร้างสรรค์ โดยยดึ มั่นในระบบคณุ ธรรม สร้างความสามัคคใี นหมูค่ ณะ
หมวด ที่ 5 จรรยาบรรณต่อสังคม
๙. ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษา พึงประพฤตปิ ฏิบัติตนเป็นผู้นาในการอนุรักษ์
และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวฒั นธรรม ภมู ปิ ญั ญา สิ่งแวดลอ้ ม รกั ษาผลประโยชน์
ของสว่ นรวมและยดึ มน่ั ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็
ประมุข
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 85
ห น้ า | 86
ขอ้ บงั คับคุรสุ ภา ว่าดว้ ยแบบแผนพฤตกิ รรมตามจรรยาบรรณของ
วชิ าชีพ พ.ศ. ๒๕๕๐
“แบบแผนพฤติกรรมตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ” หมายความว่า ประมวล
พฤติกรรมที่เป็นตัวอย่างของการประพฤติที่กาหนดข้ึนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซ่ึงผู้
ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาคือ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และ
ศึกษานิเทศก์ ต้องหรือพึงประพฤติปฏิบัติตาม ประกอบด้วย พฤติกรรมท่ีพึงประสงค์ ท่ี
กาหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องหรือพึงประพฤติตาม และพฤติกรรมท่ีไม่พึง
ประสงค์ ท่กี าหนดให้ผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศึกษาตอ้ งหรอื พึงละเว้น
หมวด ท่ี 1 จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง
๑. ครูต้องมีวินัยในตนเอง พฒั นาตนเองดา้ นวชิ าชีพ บุคลิกภาพ และวสิ ัยทัศน์
ใหท้ นั ต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกจิ สังคม และการเมืองอย่เู สมอ โดยต้องประพฤติ
และละเว้นการประพฤติตามแบบแผนพฤตกิ รรม ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้
พฤตกิ รรมทีพ่ ึงประสงค์ พฤตกิ รรมทีไ่ ม่พงึ ประสงค์***
(๑) ประพฤตติ นเหมาะสมกบั สถานภาพและ (๑) เกี่ยวขอ้ งกบั อบายมุขหรือเสพสงิ่ เสพ
เปน็ แบบอย่างที่ดี ติดจนขาดสตหิ รือแสดงกิรยิ าไม่สุภาพเปน็ ที่
(๒) ประพฤตติ นเป็นแบบอย่างท่ดี ีในการ น่ารังเกยี จในสังคม
ดาเนนิ ชวี ิตตามประเพณีและวัฒนธรรมไทย (๒) ประพฤติผดิ ทางชสู้ าวหรอื มีพฤตกิ รรม
(๓) ปฏบิ ตั งิ านตามหน้าที่ทไี่ ด้รบั ลว่ งละเมดิ ทางเพศ
มอบหมาย ให้สาเร็จอย่างมี (๓) ขาดความรบั ผดิ ชอบ ความ
คุณภาพตามเป้าหมายท่ีกาหนด กระตือรือร้น ความเอาใจใส่ จนเกิดความ
(๔) ศกึ ษา หาความรู้ วางแผนพัฒนาตนเอง เสยี หายในการปฏบิ ตั งิ านตามหนา้ ที่
พัฒนางาน และสะสมผลงานอยา่ งสม่าเสมอ (๔) ไมร่ ับรหู้ รอื ไม่แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ
(๕) ค้นคว้า แสวงหา และนาเทคนคิ ดา้ น ในการ จดั การเรียนรู้ และการปฏบิ ตั ิหน้าท่ี
วชิ าชพี ทพ่ี ฒั นาและก้าวหนา้ เป็นทีย่ อมรับมา (๕) ขัดขวางการพฒั นาองค์การจนเกดิ ผล
ใชแ้ ก่ศิษยแ์ ละผรู้ ับบรกิ ารให้เกิดผลสัมฤทธิ์ท่ี เสียหาย
พึงประสงค์
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 86
ห น้ า | 87
หมวด ที่ 2 จรรยาบรรณตอ่ วชิ าชีพ
๒. ครูตอ้ งรัก ศรทั ธา ซื่อสตั ย์สจุ รติ รบั ผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชกิ ทด่ี ีของ
องคก์ รวชิ าชพี โดยตอ้ งประพฤติและละเว้นการประพฤตติ ามแบบแผนพฤตกิ รรม ดงั ตัวอย่าง
พฤตกิ รรมที่พึงประสงค์ พฤตกิ รรมทไ่ี ม่พงึ ประสงค์***
(๑) แสดงความช่นื ชมและศรทั ธาในคุณค่า (๑) ไมแ่ สดงความภาคภูมิใจในการประกอบ
ของวิชาชพี วิชาชพี
(๒) รกั ษาชื่อเสียงและปกป้องศักด์ิศรแี ห่ง (๒) ดูหม่ิน เหยียดหยาม ใหร้ ้ายผู้รว่ ม
วิชาชีพ ประกอบวิชาชพี ศาสตร์ในวิชาชีพ หรือ
(๓) ยกย่องและเชดิ ชเู กยี รตผิ ู้มีผลงานใน องค์กรวิชาชีพ
วิชาชีพ ให้สาธารณชนรบั รู้ (๓) ประกอบการงานอนื่ ที่ไม่เหมาะสมกับ
(๔) อุทิศตนเพอ่ื ความกา้ วหนา้ ของวชิ าชีพ การเป็นผู้ประกอบวชิ าชพี ทางการศกึ ษา
(๕) ปฏิบตั ิหนา้ ทดี่ ้วยความ (๔) ไมซ่ ื่อสตั ย์สุจรติ ไม่รบั ผดิ ชอบ หรอื ไม่
รับผดิ ชอบ ซอื่ สตั ยส์ จุ รติ ตาม ปฏิบัตติ ามกฎ ระเบยี บ หรอื แบบแผนของ
กฎ ระเบียบ และแบบแผนของทางราชการ ทางราชการจนก่อให้เกดิ ความเสยี หาย
(๖) เลือกใชห้ ลกั วชิ าทีถ่ กู ตอ้ ง สรา้ งสรรค์ (๕) คัดลอกหรือนาผลงานของผอู้ ่นื มาเป็น
เทคนิค วิธกี ารใหม่ ๆ เพ่อื พัฒนาวชิ าชพี ของตน
(๗) ใช้องคค์ วามรู้หลากหลายในการปฏบิ ัติ (๖) ใช้หลักวชิ าการที่ไม่ถูกต้องในการปฏิบตั ิ
หน้าที่ และแลกเปล่ียนเรยี นรู้กับสมาชิกใน วชิ าชพี ส่งผลใหศ้ ิษย์หรอื ผู้รับบรกิ ารเกดิ
องค์การ ความเสียหาย
(๘) เขา้ รว่ มกจิ กรรมของวิชาชพี หรอื องค์กร (๗) ใช้ความรู้ทางวิชาการ วชิ าชีพ หรือ
วิชาชีพอยา่ งสร้างสรรค์ อาศัย องค์กรวิชาชพี แสวงหาประโยชนเ์ พอื่
ตนเองหรือผู้อืน่ โดยมิชอบ
หมวด ท่ี 3 จรรยาบรรณต่อผูร้ บั บริการ
๓. ครูตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ชว่ ยเหลอื สง่ เสริม ให้กาลงั ใจแก่ศิษยแ์ ละ
ผรู้ ับบริการ ตามบทบาทหนา้ ทโ่ี ดยเสมอหน้า
๔. ครูตอ้ งสง่ เสริมให้เกดิ การเรียนรู้ ทกั ษะ และนสิ ัยท่ีถกู ตอ้ งดงี ามแก่ศิษยแ์ ละ
ผู้รับบรกิ าร ตามบทบาทหนา้ ทอ่ี ย่างเตม็ ความสามารถดว้ ยความบรสิ ุทธิ์ใจ
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 87
ห น้ า | 88
๕. ครตู อ้ งประพฤติตนเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ี ท้ังทางกาย วาจา และจติ ใจ
๖. ครูต้องไม่กระทาตนเป็นปฏปิ ักษต์ ่อความเจริญทางกาย สตปิ ัญญา จิตใจ
อารมณ์ และสังคมของศษิ ย์และผรู้ ับบรกิ าร
๗. ครูต้องให้บริการดว้ ยความจรงิ ใจและเสมอภาค โดยไมเ่ รยี กรับหรือยอมรับ
ผลประโยชน์ จากการใช้ตาแหนง่ หน้าทโี่ ดยมชิ อบ
โดยต้องประพฤตแิ ละละเวน้ การประพฤตติ ามแบบแผนพฤติกรรม ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี
พฤตกิ รรมทีพ่ ึงประสงค์ พฤตกิ รรมทไ่ี มพ่ งึ ประสงค์***
(๑) ให้คาปรกึ ษาหรือชว่ ยเหลือศษิ ยแ์ ละ (๑) ลงโทษศษิ ย์อย่างไม่เหมาะสม
ผ้รู บั บริการด้วยความเมตตากรณุ าอย่างเตม็ (๒) ไมใ่ ส่ใจหรอื ไมร่ ับรู้ปัญหาของศิษยห์ รือ
กาลงั ความสามารถและเสมอภาค ผู้รับบรกิ ารจนเกิดผลเสยี หายตอ่ ศษิ ยห์ รอื
(๒) สนับสนนุ การดาเนินงานเพื่อปกปอ้ งสทิ ธิ ผรู้ บั บรกิ าร
เด็กเยาวชน และผดู้ ้อยโอกาส (๓) ดูหม่นิ เหยียดหยามศิษย์หรือ
(๓) ตง้ั ใจ เสียสละ และอุทิศตนในการปฏิบัติ ผ้รู ับบริการ
หนา้ ท่ี เพ่อื ใหศ้ ิษยแ์ ละผ้รู ับบริการได้รับการ (๔) เปดิ เผยความลับของศิษย์หรือ
พัฒนาตามความสามารถ ความถนดั และ ผรู้ บั บริการเป็นผลใหไ้ ด้รบั ความอบั อายหรือ
ความสนใจของแตล่ ะบุคคล เสอ่ื มเสียช่อื เสยี ง
(๔) ส่งเสริมให้ศิษยแ์ ละผรู้ ับบรกิ ารสามารถ (๕) จูงใจ โนม้ น้าว ยยุ งส่งเสรมิ ให้ศิษยห์ รือ
แสวงหาความรู้ไดด้ ว้ ยตนเองจาก ผรู้ บั บรกิ ารปฏิบัตขิ ัดตอ่ ศีลธรรมหรือ
สอื่ อปุ กรณ์ และ แหล่งเรียนร้อู ย่าง กฎระเบียบ
หลากหลาย (๖) ชักชวนใชจ้ ้างวานศิษย์หรอื ผรู้ ับบรกิ าร
(๕) ให้ศษิ ยแ์ ละผู้รบั บรกิ าร มสี ่วนร่วมวาง ใหจ้ ดั ซอื้ จัดหาสง่ิ เสพติดหรือเข้าไป
แผนการเรียนรู้ และเลือกวิธีการปฏิบตั ทิ ่ี เก่ียวขอ้ งกบั อบายมขุ
เหมาะสม กบั ตนเอง (๗) เรยี กร้องผลตอบแทนจากศิษยห์ รอื
(๖) เสริมสรา้ งความภาคภูมิใจให้แกศ่ ิษยแ์ ละ ผู้รับบริการในงานตามหน้าท่ีทตี่ อ้ งให้บรกิ าร
ผู้รบั บริการดว้ ยการรับฟังความคิดเห็น ยก
ยอ่ ง ชมเชย และใหก้ าลงั ใจอย่างกัลยาณมติ ร
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 88
ห น้ า | 89
หมวด ที่ 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวชิ าชพี
๘. ครพู ึงช่วยเหลือเกอ้ื กลู ซึ่งกนั และกันอยา่ งสรา้ งสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบ
คุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมูค่ ณะ โดยพึงประพฤตแิ ละละเวน้ การประพฤตติ ามแบบแผน
พฤติกรรม ดังตวั อย่างต่อไปน้ี
พฤตกิ รรมทีพ่ งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมที่ไมพ่ งึ ประสงค์***
(๑) เสยี สละ เอ้อื อาทร และให้ความ (๑) ปิดบงั ขอ้ มูลขา่ วสารในการ
ช่วยเหลือผู้รว่ มประกอบวิชาชพี ปฏบิ ัตงิ าน จนทาให้เกดิ ความเสียหายตอ่ งาน
(๒) มคี วามรัก ความสามัคคี และร่วมใจกนั หรอื ผ้รู ว่ มประกอบวชิ าชีพ
ผนึกกาลังในการพัฒนาการศกึ ษา (๒) ปฏิเสธความรบั ผิดชอบ โดยตาหนิ ให้
รา้ ยผอู้ ื่นในความบกพรอ่ งท่ีเกดิ ขนึ้
(๓) สรา้ งกลมุ่ อิทธิพลภายในองค์การหรอื
กล่ันแกลง้ ผรู้ ่วมประกอบวิชาชพี ให้เกิดความ
เสียหาย
(๔) เจตนาให้ข้อมลู เทจ็ ทาใหเ้ กิดความเข้าใจ
ผดิ หรอื เกิดความเสียหายต่อผู้รว่ มประกอบ
วชิ าชพี
(๕) วิพากษ์ วิจารณ์ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ
ในเรอ่ื งทก่ี อ่ ให้เกิดความเสียหาย
หมวด ที่ 5 จรรยาบรรณตอ่ สังคม
๙. ครูพงึ ประพฤติปฏิบตั ติ นเปน็ ผู้นาในการอนุรกั ษ์และพฒั นาเศรษฐกิจ สังคม
ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญั ญา สง่ิ แวดล้อม รกั ษาผลประโยชนข์ องสว่ นรวมและยึดม่ันใน
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมขุ โดยพงึ ประพฤตแิ ละละ
เวน้ การประพฤติตามแบบแผนพฤตกิ รรม ดงั ตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 89
ห น้ า | 90
พฤติกรรมทพ่ี งึ ประสงค์ พฤตกิ รรมท่ีไมพ่ งึ ประสงค์***
(๑) ยึดมัน่ สนับสนนุ และสง่ เสรมิ การ (๑) ไม่ให้ความรว่ มมือหรือสนบั สนนุ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี กิจกรรมของชุมชนทจี่ ัดเพื่อประโยชนต์ ่อ
พระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข การศกึ ษาท้งั ทางตรงหรือทางอ้อม
(๒) นาภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ และศิลปวฒั นธรรม (๒) ไม่แสดงความเป็นผูน้ าในการอนุรกั ษ์
มาเปน็ ปัจจัยในการจัดการศึกษาให้เป็น หรอื พัฒนาเศรษฐกจิ สังคม ศาสนา
ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม ศิลปวฒั นธรรมภูมิปัญญาหรอื สิง่ แวดลอ้ ม
(๓) จัดกจิ กรรมส่งเสรมิ ให้ศิษยเ์ กิดการ (๓) ไมป่ ระพฤติตนเปน็ แบบอยา่ งทีด่ ีใน
เรยี นรูแ้ ละสามารถดาเนนิ ชีวติ ตามหลัก การอนรุ ักษห์ รือพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม
เศรษฐกจิ พอเพียง (๔) ปฏิบัตติ นเป็นปฏปิ กั ษ์ตอ่ วัฒนธรรมอัน
(๔) เปน็ ผูน้ าในการวางแผนและดาเนินการ ดีงามของชุมชนหรือสงั คม
เพือ่ อนรุ ักษส์ ิ่งแวดล้อมพัฒนาเศรษฐกิจ ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถ่นิ และศิลปวัฒนธรรม
กรณีปรากฏว่าผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา กระทาผิดจรรยาบรรณของ
วิชาชีพอย่างร้ายแรงดังต่อไปนี้ ให้เลขาธิการนาเสนอคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการสืบสวนหรือสอบสวนทันที เม่ือคณะกรรมการได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ
สืบสวนหรือสอบสวนแล้วให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัย พักใช้ใบอนุญาตไว้ก่อน โดยไม่
ตอ้ งรอผลการสบื สวนหรอื สอบสวนก็ได้
(๑) มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือเกี่ยวข้องกับค้าประเวณีตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการ
คา้ ประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙
(๒) มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการกระทาล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียนหรือ
นักศึกษาไม่ว่าจะอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของตนหรือไม่ หรือกระทาล่วงละเมิดทางเพศกับ
ข้าราชการครู และบคุ ลากรทางการศึกษาหรอื บคุ คลอื่น
(๓) ถกู ฟ้องคดอี าญาในความผิดเกยี่ วกับทรพั ยห์ รือทุจรติ ตอ่ หน้าที่
การวินิจฉัยพกั ใชใ้ บอนุญาต ใหว้ นิ จิ ฉยั พกั ใช้ใบอนญุ าตทกุ ประเภทได้ไมเ่ กนิ หกสิบ
วัน นับแตว่ นั ทีผ่ ถู้ ูกกลา่ วหาหรอื ผถู้ กู กลา่ วโทษไดร้ บั ทราบคาวินจิ ฉยั
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 90
ห น้ า | 91
พระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
พ.ศ. ๒๕๔๖ แก้ไขเพิม่ เติม (ฉบับท่ี 3) พ.ศ.2562
* บงั คับใช้วันท่ี ๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๖
มาตรา ๖ ใหจ้ ัดระเบียบราชการกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดังนี้
(๑) ระเบียบบริหารราชการในสว่ นกลาง
(๒) ระเบยี บบริหารราชการเขตพื้นที่การศึกษา
(๓) ระเบียบบริหารราชการในสถานศึกษาของรัฐทจ่ี ัดการศึกษาระดับปริญญา
ท่ีเป็นนิติบุคคล แต่ไม่รวมถึงการจัดการศึกษาที่อยู่ในอานาจหน้าที่ของกระทรวงอื่นที่มีกฎหมาย
กาหนดไว้เปน็ การเฉพาะ
มาตรา๗ การกาหนดตาแหนง่ และอตั ราเงนิ เดอื นของข้าราชการในกระทรวงศกึ ษาธิการ
ให้คานึงถึงคุณวุฒิ ประสบการณ์ มาตรฐานวิชาชีพ ลักษณะหน้าท่ีความรับผิดชอบ และ
คณุ ภาพของงาน แลว้ แตก่ รณี
มาตรา ๙ ใหจ้ ดั ระเบียบบรหิ ารราชการในสว่ นกลาง ดังน้ี
(๑) สานักงานปลดั กระทรวง
(๒) ส่วนราชการทมี่ ีหัวหนา้ สว่ นราชการขึน้ ตรงตอ่ รฐั มนตรีว่าการ
กระทรวงศกึ ษาธิการ
มาตรา ๑๐ การแบง่ ส่วนราชการในสว่ นกลางของกระทรวงศึกษาธิการให้เปน็ ไป
ตามพระราชบัญญัติน้ี โดยให้มีหัวหน้าส่วนราชก ารข้ึนต รงต่ อรัฐมนตรีว่ าก าร
กระทรวงศึกษาธกิ าร ดังน้ี
(๑) สานักงานรัฐมนตรี
(๒) สานักงานปลัดกระทรวง
(๓) สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
(๔) สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน
(๕) สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 91
ห น้ า | 92
ส่วนราชการตาม (๒) (๓) (๔) (๕) มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วย
ระเบียบบรหิ ารราชการแผ่นดนิ
มาตรา ๑๔ ใหม้ สี ภาการศกึ ษา มีหน้าท่ี
(๑) พจิ ารณาเสนอแผนการศึกษาแหง่ ชาติทบี่ รู ณาการศาสนา ศลิ ปะ วัฒนธรรม
และกฬี ากับการศกึ ษาทกุ ระดับ
(๒) พิจาณาเสนอนโยบาย แผน และมาตรฐานการศกึ ษาใหด้ าเนินการเปน็ ไป
ตามแผนตาม (๑)
(๓) พิจารณาเสนอนโยบายและแผนในการสนับสนนุ ทรพั ยากรเพ่อื การศึกษา
มาตรา ๑๕ ให้มีคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่พิจารณาเสนอ นโยบาย
แผนพัฒนา มาตรฐาน และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานท่ีสอดคล้องกับ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ การสนับสนุน
ทรัพยากร การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และเสนอแนะใน
การออกระเบยี บหลกั เกณฑ์ และประกาศทเ่ี ก่ียวกับการบรหิ ารงานของสานักงาน
มาตรา ๒๐ ใหก้ ระทรวงศึกษาธิการมผี ้ตู รวจราชการของกระทรวง เพื่อทาหนา้ ที่ในการ
ตรวจราชการ ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ติดตาม และประเมินผลระดับนโยบาย เพื่อนิเทศให้
คาปรกึ ษาและแนะนาเพื่อกาปรบั ปรงุ พฒั นา
ในระดับสานักงานคณะกรรมการหรือส่วนราชการที่เรียกช่ืออย่างอ่ืน ให้ทา
หนา้ ทีต่ ดิ ตามและประเมนิ ผลนโยบายตามภารกิจ ตลอดจนนิเทศ ให้คาปรกึ ษาและแนะนาเพ่ือ
ปรับปรุง พฒั นา
ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ให้เป็นการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นิเทศ ติดตาม
แ ละ ประ เมินผลก ารบริหารและก ารดาเนินการโด ยมุ่งเน้น ผล สั มฤ ท ธ์ิ ข องหน่วยงานและ
สถานศึกษาในสังกัดเขตพ้ืนที่การศึกษา เพ่ือการเตรียมการรับการนิเทศ ติดตาม และ
ประเมนิ ผลจากหน่วยงานภายนอก
มาตรา ๒๑ ใหก้ ระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนดหลักเกณฑ์และวิธกี ารประเมินความ
พร้อมในการจัดการศกึ ษาขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ และมหี น้าที่ในการประสานและ
สง่ เสริมองคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ใหส้ ามารถจดั การศึกษา สอดคลอ้ งกับนโยบายและได้
มาตรฐานการศึกษา รวมท้ังการเสนอแนะการจดั สรรงบประมาณอดุ หนุนการจัดการศึกษาของ
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 92
ห น้ า | 93
มาตรา ๒๒ ในกรณีท่ีเขตพื้นที่การศึกษาตามมาตรา ๓๓ ไม่อาจบริหารและจัดการ
การศึกษาข้นั พน้ื ฐานบางประเภทได้ และในกรณีการจัดการศกึ ษาระดับอดุ มศึกษาระดับต่ากว่า
ปรญิ ญาบางประเภท สานักงานปลัดกระทรวงหรือสานักงานตา่ งๆ ตามทก่ี าหนดในส่วนท่ี ๓
อาจจดั ให้มกี ารศกึ ษาข้นั พนื้ ฐานหรือการศึกษาระดบั อุดมศึกษาระดบั ตา่ กวา่ ปริญญา เพ่อื เสรมิ
การบรหิ ารและการจัดการของเขตพืน้ ที่การศึกษาดังตอ่ ไปนี้กไ็ ด้
มาตรา ๒๔ สานกั งานปลดั กระทรวงมีอานาจหน้าที่ ดงั น้ี
(๑) ดาเนินการเกี่ยวกับราชการประจาทั่วไปของกระทรวงและราชการท่ี
คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็นหน้าท่ีของสานักงานใดสานักงานหนึ่งในสังกัดกระทรวง
โดยเฉพาะ
(๒) ประสานงานตา่ งๆ ในกระทรวง และดาเนินงานต่างๆ ทม่ี ลี กั ษณะเปน็ งาน
ท่ีต้องปฏิบัติตามสายงานการบังคับบัญชาอันเป็นอานาจหน้าที่ซึ่งจะต้องมีการกาหนดไว้ใน
พระราชบญั ญตั นิ ี้ หรือกาหนดในกฎหมายอนื่
(๓) จัดทางบประมาณและแผนปฏิบัติราชการของกระทรวง เร่งรัด ติดตาม
และประเมินผลการปฏิบัติราชการในกระทรวงใหเ้ ปน็ ไปตามนโยบาย แนวทาง และแผนปฏบิ ัติ
ราชการของกระทรวง
(๔) ดาเนินการเก่ียวกับกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติที่มิได้อยู่ในอานาจ
ของส่วนราชการอืน่
มาตรา ๒๕ สานกั งานปลดั กระทรวง อาจแบ่งสว่ นราชการ ดงั น้ี
(๑) สานักอานวยการ
(๒) สานัก สานักบริหารงาน หรือส่วนราชการท่ีเรียกช่ืออย่างอื่นที่มีฐานะ
เทยี บเท่าสานักหรอื สานกั บริหารงาน
ในกรณีที่มีความจาเป็น สานักงานปลัดกระทรวงอาจแบ่งส่วนราชการโดยให้มีส่วน
ราชการอ่ืนนอกจาก (๑) หรอื (๒) กไ็ ด้
มาตรา ๒๗ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมสนับสนุนและประสานความร่วมมือการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยในสานกั งานปลัดกระทรวง
มาตรา ๒๙ ให้ส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการตามมาตรา ๑๐ (๓) (๔) และ(๕) มเี ลขาธิการซึง่ มฐี านะเทยี บเทา่
ปลัดกระทรวงเปน็ ผ้บู ังคับบญั ชาและรบั ผิดชอบในการปฏิบัตริ าชการของส่วนราชการนั้นให้
เป็นไปตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 93
ห น้ า | 94
มาตรา ๓๓ การบริหารและการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานให้ยึดเขตพ้ืนที่การศึกษาโดย
คานึงถึงระดบั ของการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน จานวนสถานศึกษา จานวนประชากร วัฒนธรรม และ
ความเหมาะสมด้านอื่นด้วย เว้นแต่การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วยการ
อาชวี ศกึ ษา
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโดยคาแนะนาของสภาการศึกษามีอานาจ
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษากาหนดเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษา
ในกรณีท่ีมีความจาเป็นเพื่อประโยชน์การจัดการศึกษาหรือมีเหตุผลความจาเป็นอย่าง
อื่นตามสภาพการจัดการศึกษาบางประเภท คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานอาจประกาศ
กาหนดให้การให้บริการการศึกษาขัน้ พนื้ ฐานของเขตพนื้ ท่กี ารศึกษาใดสามารถขยายการบริการ
ออกไปในเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาอื่นก็ได้
มาตรา ๓๔ ใหจ้ ัดระเบยี บบรหิ ารราชการของเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษา ดังนี้
(๑) สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษา
(๒) สถานศกึ ษาทจ่ี ดั การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐานหรอื ส่วนราชการท่เี รียกช่อื อย่างอนื่
การแบ่งส่วนราชการภายในตาม (๑) ให้จัดทาเป็นประกาศกระทรวงและให้ระบุ
อานาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการไว้ในประกาศกระทรวง ท้ังนี้ โดยคาแนะนาของ
คณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน
การแบง่ ส่วนราชการภายในตาม (๒) และอานาจหนา้ ทขี่ องสถานศกึ ษาหรือสว่ น
ราชการทเี่ รยี กชื่ออยา่ งอืน่ ให้เปน็ ไปตามระเบยี บท่ี กศจ.แตล่ ะจงั หวดั กาหนด
การแบ่งส่วนราชการตามวรรคสองและวรรคสามใหเ้ ป็นไปตามหลักเกณฑท์ ี่
กาหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๕ สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามมาตรา ๓๔ (๒) เฉพาะที่เป็น
โรงเรยี น มีฐานะเปน็ นติ ิบุคคล
เม่อื มกี ารยุบเลิกสถานศกึ ษาตามวรรคหนึง่ ให้ความเปน็ นิติบคุ คลสน้ิ สดุ ลง
มาตรา ๓๖ ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดและ
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา มีอานาจหน้าที่ในการกากับดูแล จัดต้ัง ยุบ รวม หรือเลิก
สถานศึกษาข้ันพื้นฐานในเขตพื้นท่ีการศึกษา ประสาน ส่งเสริม และสนับสนุนสถานศึกษา
เอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา ประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถจัด
การศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานการศึกษา ส่งเสริมและสนับสนุนการจัด
การศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กร ชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 94
ห น้ า | 95
สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นท่ีจัดการศึกษาในรูปแบบท่ีหลากหลายในเขตพื้นท่ี
การศึกษา และปฏิบัติหน้าท่ีอื่นที่เก่ียวข้องกับอานาจหน้าที่ที่ระบุไว้ข้างต้น ท้ังน้ี ตามที่กาหนด
ในกฎระทรวง
มาตรา ๓๙ สถานศึกษาและส่วนราชการตามมาตรา ๓๔ (๒) มีอานาจหน้าที่ตามที่
กาหนดไว้ให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการน้ันๆ โดยให้มีผู้อานวยการสถานศึกษา หรือหัวหน้า
สว่ นราชการทเี่ รยี กชอ่ื อย่างอื่นเปน็ ผู้บงั คับบัญชาขา้ ราชการและมอี านาจหน้าที่ ดังนี้
(๑) บริหารกิจการของสถานศึกษาหรอื สว่ นราชการใหเ้ ป็นไปตามกฎหมาย กฎ
ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของทางราชการและของสถานศึกษาหรอื ส่วนราชการ รวมทงั้ นโยบายและ
วตั ถปุ ระสงค์ของสถานศกึ ษาหรือส่วนราชการ
(๒) ประสานการระดมทรพั ยากรเพ่ือการศึกษา รวมท้งั ควบคุมดแู ลบคุ ลากร
การเงนิ การพสั ดุ สถานท่ี และทรพั ยส์ นิ อ่นื ของสถานศกึ ษาหรอื ส่วนราชการให้เป็นไปตาม
กฎหมาย ระเบยี บ และข้อบงั คบั ของทางราชการ
(๓) เปน็ ผแู้ ทนของสถานศึกษาหรอื สว่ นราชการในกจิ การทัว่ ไป รวมท้งั การ
จัดทานิตกิ รรมสญั ญาในราชการของสถานศึกษาหรอื สว่ นราชการตามวงเงนิ งบประมาณท่ี
สถานศกึ ษาหรอื ส่วนราชการได้รับตามทีไ่ ด้รบั มอบอานาจ
(๔) จดั ทารายงานประจาปเี กย่ี วกบั กจิ การของสถานศกึ ษาหรอื สว่ นราชการเพือ่
เสนอต่อคณะกรรมการศึกษาธกิ ารจงั หวดั
(๕) อานาจหนา้ ทใ่ี นการอนุมัติประกาศนียบตั รและวฒุ บิ ัตรของสถานศกึ ษาให้
เป็นไปตามระเบียบทคี่ ณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐานกาหนด
( ๖ ) ปฏิบตั ิงานอืน่ ตามที่ได้รบั มอบหมายจากรฐั มนตรีวา่ การ
กระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวง เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการ
อาชวี ศกึ ษา และผู้อานวยการสานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษา รวมทั้งงานอน่ื ที่กระทรวงมอบหมาย
มาตรา ๔๔ การปฏิบัติราชการแทน เป็นการกระจายอานาจการบริหารและการจัด
การศึกษาทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยัง
คณะกรรมการศกึ ษาธิการจังหวัด สานักงานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาและสถานศกึ ษาโดยตรง โดย
ให้ผู้ดารงตาแหน่งดังกล่าวมอบอานาจให้แก่ผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาหรือ
ผู้อานวยการสถานศึกษา แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้คานึงถึงความเป็นอิสระ และการบริหารงานที่
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 95
ห น้ า | 96
คล่องตัวในการจัดการศึกษาของสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถาน การมอบอานาจตาม
มาตรานี้ ใหท้ าเป็นหนังสือ
มาตรา ๔๖ เมื่อมกี ารมอบอานาจตามมาตรา ๔๕ โดยชอบแล้ว ผรู้ บั มอบอานาจมีหน้าท่ี
ต้องรับมอบอานาจน้ัน และจะมอบอานาจน้ันให้แก่ผู้ดารงตาแหน่งอ่ืนต่อไปไม่ได้ เว้นแต่กรณี
การมอบอานาจให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา ๔๕ (๑) (๒) หรือ (๓) ผู้ว่าราชการจังหวัด
จะมอบอานาจนนั้ ตอ่ ไป ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินกไ็ ด้
ในการมอบอานาจของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคหนึ่งให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด
หรือผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งให้ผู้มอบอานาจช้ันต้นทราบ ส่วนการ
มอบอานาจให้แก่บุคคลอ่ืน นอกจากรองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ช่วยผู้ว่าราชการจังหวัดจะ
กระทาไดต้ ่อเม่ือไดร้ ับความเหน็ ชอบจากผู้มอบอานาจชน้ั ตน้ แลว้
เมื่อได้มอบอานาจแล้ว ผู้มอบอานาจมีหน้าท่ีกากับติดตามผลการปฏิบัติราชการของ
ผูร้ ับมอบอานาจและใหม้ ีอานาจแนะนาและแกไ้ ขการปฏบิ ตั ริ าชการของผู้รับมอบอานาจได้
มาตรา ๕๓ ในกรณที ีไ่ ม่มผี ดู้ ารงตาแหนง่ ผู้อานวยการสานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษา หรอื
มีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษารักษาราชการ
แทน ถ้ามีรองผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาหลายคน ให้เลขาธิการคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐานแต่งต้ังรองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาคนใดคนหน่ึงรักษา
ราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดารงตาแหน่งรองผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หรือมีแต่ไม่
อาจปฏิบัติราชการได้ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานแต่งตั้งข้าราชการในเขต
พื้นที่การศึกษาซ่ึงดารงตาแหน่งเทียบเท่ารองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาหรือ
ดารงตาแหนง่ ไมต่ ่ากว่าผอู้ านวยการสถานศกึ ษาหรือตาแหนง่ เทียบเทา่ ข้ึนไปคนใดคนหนึง่ เปน็
ผ้รู กั ษาราชการแทนกไ็ ด้
มาตรา 54 (ถกู ยกเลิกโดยคาสั่ง คสช.) ให้ใช้หลักการดังตอ่ ไปนแ้ี ทน
ในกรณีที่ไม่มีผู้ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษา หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติ
ราชการได้ ให้รองผู้อานวยการสถานศึกษารักษาการในตาแหน่ง ถ้ามีรองผู้อานวยการ
สถานศึกษาหลายคน ให้ศึกษาธิการจังหวัดแต่งต้ังรองผู้อานวยการสถานศึกษาคนใดคนหน่ึง
รกั ษาการในตาแหน่ง ถา้ ไมม่ ีผดู้ ารงตาแหน่งรองผ้อู านวยการสถานศึกษาหรือมีแต่ไมอ่ าจปฏิบัติ
ราชการได้ ให้ศึกษาธิการจังหวัดแตง่ ต้งั ขา้ ราชการในสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการ
ในตาแหน่งกไ็ ด้
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 96
ห น้ า | 97
มาตรา ๕๕ ใหผ้ รู้ กั ษาราชการแทนตามความในพระราชบญั ญัตนิ ม้ี อี านาจหน้าท่ี
เชน่ เดยี วกับผูซ้ ่ึงตนแทน
พระราชบัญญัตคิ ุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเมือ่ วนั ท่ี 2 ตลุ าคม 2546
และมีผลใชบ้ งั คบั ในอกี หนึ่งร้อยแปดสิบวันถดั มา คอื วนั ท่ี 30 มีนาคม 2547
นยิ ามความหมาย
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญตั ินี้
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซ่ึงมีอายุต่ากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ท่ีบรรลุ
นิตภิ าวะด้วยการสมรส
“เด็กเร่ร่อน” หมายความว่า เด็กท่ีไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู
หรอื ไมส่ ามารถเลยี้ งดูได้ จนเปน็ เหตุใหเ้ ด็กต้องเร่ร่อนไปในที่ตา่ งๆ หรอื เดก็ ท่มี ีพฤติกรรมใช้ชวี ิต
เร่ร่อนจนน่าจะเกดิ อันตรายตอ่ สวสั ดภิ าพของตน
“เด็กกาพรา้ ” หมายความว่า เด็กที่บดิ าหรือมารดาเสยี ชวี ิต เดก็ ที่ไมป่ รากฏบดิ ามารดา
หรอื ไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้
“เด็กท่ีอยู่ในสภาพยากลาบาก” หมายความว่า เด็กท่ีอยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดา
มารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลาบาก หรือเด็กที่ต้องรับ
ภาระหนา้ ทีใ่ นครอบครัวเกนิ วัยหรอื กาลังความสามารถและสติปัญญา หรอื เดก็ ทไ่ี ม่สามารถ
ช่วยเหลือตัวเองได้
“เด็กท่ีเส่ียงต่อการกระทาผิด” หมายความว่า เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่
ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคลท่ีน่าจะชักนาไปในทางกระทาผิดกฎหมายหรือขัด
ต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานท่ีอันอาจชักนาไปในทางเสียหาย ทั้งน้ี
ตามที่กาหนดในกฎกระทรวง
“นักเรียน” หมายความว่า เด็กซ่ึงกาลังรับการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานระดับประถมศึกษาและ
มัธยมศึกษา ท้ังประเภทสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐ
หรอื เอกชน
Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 97
ห น้ า | 98
“บดิ ามารดา” หมายความว่า บิดามารดาของเด็กไม่วา่ จะสมรสกันหรือไม่
“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้ปกครอง
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้หมายความรวมถึงพ่อเล้ียงแม่เล้ียง ผู้ปกครอง
สวัสดิภาพ นายจ้าง ตลอดจนบุคคลอ่ืนซ่งึ รับเด็กไวใ้ นความอปุ การะเล้ียงดหู รือซ่งึ เด็กอาศัยอยู่
ด้วย
“ครอบครัวอปุ ถมั ภ์” หมายความวา่ บุคคลทรี่ ับเด็กไว้อปุ การะเล้ียงดูอย่างบตุ ร
“สถานรับเลี้ยงเด็ก” หมายความว่า สถานท่ีรับเลี้ยงและพัฒนาเดก็ ท่ีมีอายุไม่เกนิ หกปี
บริบูรณ์ และมีจานวนต้ังแต่หกคนข้ึนไป ซ่ึงเด็กไม่เก่ียวข้องเป็นญาติกับเจ้าของหรือ
ผดู้ าเนินการสถานรบั เลย้ี งเด็กดังกล่าว ทั้งนี้ ไมร่ วมถึงสถานพยาบาลหรือโรงเรยี นทัง้ ของรัฐและ
เอกชน
“สถานสงเคราะห์” หมายความว่า สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่
จาต้องไดร้ บั การสงเคราะห์ ซงึ่ มจี านวนต้งั แตห่ กคนข้ึนไป
"สถานแรกรับ” หมายความว่า สถานท่ีรับเด็กไว้อุปการะเป็นการช่ัวคราวเพ่ือสืบเสาะ
และพินิจเด็กและครอบครัว เพื่อกาหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพท่ี
เหมาะสมแกเ่ ด็กแตล่ ะราย
“สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่า สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพเพ่ือ
แก้ไขความประพฤติ บาบดั รกั ษา และฟ้นื ฟสู มรรถภาพทัง้ ทางดา้ นรา่ งกายและจิตใจแกเ่ ด็กท่ี
พงึ ได้รบั การคุ้มครองสวสั ดิภาพ
“สถานพัฒนาและฟื้นฟู” หมายความว่า สถานท่ี โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้น
เพอ่ื ใหก้ ารบาบดั รักษา การฟื้นฟสู มรรถภาพทั้งทางดา้ นร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการศกึ ษา
แนะแนว และการฝึกอบรมอาชีพแก่เด็กที่จาต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพ
เป็นกรณพี เิ ศษ
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอดุ มศึกษา วิทยาศาสตร์ วจิ ยั และนวัตกรรม
รักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีอานาจแต่งตั้งพนักงาน
เจา้ หนา้ ทกี่ บั ออกกฎกระทรวงหรือระเบียบเพ่ือปฏิบตั ิการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี
***(มีรฐั มนตรี 5 กระทรวงรักษาการตามพ.ร.บ.ฉบบั น้)ี
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 98
ห น้ า | 99
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ (จานวน 25 คน) โดยมี
รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ
ปลัดกระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ เปน็ รองประธานกรรมการ
และมีรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ซ่ึงปลัดกระทรวง
มอบหมายเป็นกรรมการและเลขานกุ าร
กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิตามวรรคหนึ่งตอ้ งเป็นสตรไี มน่ ้อยกวา่ หน่ึงในสาม
มาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตาแหน่งคราวละสามปี กรรมการ
ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตาแหน่งเพราะครบวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้แต่ ต้องไม่เกินสอง
วาระติดตอ่ กัน
มาตรา ๑๓ การประชมุ คณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึง่ หนึ่งของ
จานวนกรรมการท้ังหมดจงึ เปน็ องคป์ ระชมุ
มาตรา ๑๖ ให้มคี ณะกรรมการคุม้ ครองเด็กกรงุ เทพมหานคร (26 คน) ประกอบด้วย
ผู้ว่าราชการกรงุ เทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ
ปลัดกรุงเทพมหานคร เปน็ รองประธานกรรมการ
ผู้อานวยการสานักสวัสดกิ ารสังคม เป็นกรรมการและเลขานกุ าร
กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ติ ามวรรคหน่ึงตอ้ งเป็นสตรีไมน่ อ้ ยกว่าหนึ่งในสาม
มาตรา ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคุม้ ครองเดก็ จงั หวดั (ตั้งแต่ 24 คนขึ้นไป) ประกอบด้วย
ผู้วา่ ราชการจงั หวดั เปน็ ประธานกรรมการ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรอง
ประธานกรรมการ
โดยมพี ัฒนาสงั คมและสวัสดิการจังหวดั เปน็ กรรมการและเลขานกุ าร
กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิตามวรรคหน่ึงต้องเปน็ สตรไี ม่น้อยกว่าหนึง่ ในสาม
มาตรา ๒๒ การปฏิบัติต่อเด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คานึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็น
สาคญั และไม่ใหม้ กี ารเลือกปฏบิ ัติโดยไมเ่ ปน็ ธรรม
มาตรา ๒๔ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อานวยการเขต นายอาเภอ
ปลัดอาเภอผูเ้ ปน็ หวั หนา้ ประจากิง่ อาเภอ หรือผบู้ ริหารองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ มีหน้าที่
ค้มุ ครองสวสั ดิภาพเด็กท่อี ยใู่ นเขตพ้ืนท่ที ่ีรบั ผิดชอบ ( ผ้มู ีหนา้ ที่ ตามมาตรา 24 )
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 99
ห น้ า |
100
มาตรา ๒๖ ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ ห้ามมิ
ให้ผ้ใู ดกระทาการ ดงั ต่อไปนี้
(๑) กระทาหรอื ละเวน้ การกระทาอนั เป็นการทารุณกรรมต่อรา่ งกายหรอื จิตใจของเด็ก
(๒) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจาเป็นแก่การดารงชีวิตหรือรักษาพยาบาลแก่เด็กท่ี อยู่ใน
ความดูแลของตน จนน่าจะเกดิ อันตรายแก่รา่ งกายหรอื จติ ใจของเด็ก
๓) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทา
ให้เดก็ มคี วามประพฤตเิ สย่ี งตอ่ การกระทาผิด
(๔) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพ่ือรับเด็กหรือยกเด็กให้กับ
บุคคลอ่ืนที่มิใช่ญาติของเด็ก เว้นแต่เป็นการกระทาของทางราชการหรือได้รับอนุญาตจากทาง
ราชการแลว้
(๕) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทาด้วยประการใดให้เด็กไป เป็น
ขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทาผิด หรือกระทาด้วย
ประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชนโ์ ดยมิชอบจากเดก็
(๖) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทางานหรือกระทาการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือ
จิตใจมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโต หรือขัดขวางต่อพฒั นาการของเดก็
(๗) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬาหรือให้กระทาการ
ใดเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการค้าอนั มีลักษณะเป็นการขดั ขวางตอ่ การเจริญเตบิ โต
หรือพัฒนาการของเด็กหรือมลี กั ษณะเป็นการทารณุ กรรมต่อเดก็
(๘) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน
สถานค้าประเวณี หรือสถานทที่ ี่หา้ มมใิ ห้เดก็ เข้า
(๙) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทาการอันมี
ลักษณะลามกอนาจาร ไมว่ า่ จะเปน็ ไปเพอ่ื ใหไ้ ด้มาซึ่งค่าตอบแทนหรอื เพอื่ การใด
๑๐) จาหน่าย แลกเปลย่ี น หรือให้สุราหรอื บหุ ร่แี กเ่ ดก็ เว้นแต่การปฏิบัตทิ างการแพทย์
มาตรา ๒๗ ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศ
ประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาท่ีจะทาให้เกิดความเสียหายแก่
จิตใจ ชอื่ เสียง เกยี รติคุณ หรือสทิ ธปิ ระโยชน์อื่นใดของเด็ก หรอื เพ่อื แสวงหาประโยชน์สาหรับ
ตนเองหรอื ผ้อู น่ื โดยมชิ อบ
Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 100