The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กฎหมายการศึกษา-2563-อัพเดทล่าสุด-ชวนกันมาอ่านหนังสือ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by eakkabie, 2021-01-03 23:31:11

กฎหมายการศึกษา-2563-อัพเดทล่าสุด-ชวนกันมาอ่านหนังสือ

กฎหมายการศึกษา-2563-อัพเดทล่าสุด-ชวนกันมาอ่านหนังสือ

ห น้ า |

101

มาตรา ๒๙ ผู้ใดพบเห็นเด็กตกอยู่ในสภาพจาต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครอง
สวัสดิภาพ จะต้องให้การช่วยเหลือเบ้ืองต้นและแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่าย
ปกครองหรอื ตารวจ หรือผูม้ ีหน้าทคี่ ุ้มครองสวัสดภิ าพเด็ก

มาตรา ๓๐ เพ่ือประโยชนใ์ นการปฏิบตั ิตามพระราชบัญญตั นิ ้ี ใหพ้ นกั งานเจ้าหนา้ ท่ีตาม
มอี านาจและหนา้ ที่ ดงั ต่อไปนี้

(๑) เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใด ๆ หรือยานพาหนะใดๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์
ข้ึนถึงพระอาทติ ยต์ กเพ่ือตรวจคน้ ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทาทารุณกรรมเด็ก มี
การกกั ขังหรือเลยี้ งดูโดยมิชอบ แตใ่ นกรณีมเี หตุอันควรเชอื่ ว่าหากไม่ดาเนินการในทันทเี ด็ก
อาจได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือถูกนาพาไปสถานท่ีอ่ืนซ่ึงยากแก่การติดตาม
ช่วยเหลือ กใ็ หม้ อี านาจเข้าไปในเวลาภายหลงั พระอาทติ ยต์ กได้

มาตรา ๓๒ เด็กท่พี ึงได้รับการสงเคราะห์ไดแ้ ก่
(๑) เด็กเรร่ อ่ น หรือเดก็ กาพรา้
(๒) เด็กทถี่ ูกทอดท้ิงหรอื พลัดหลง ณ ทีใ่ ดทหี่ นึ่ง
(๓) เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอปุ การะเล้ยี งดูได้ดว้ ยเหตใุ ดๆ เชน่ ถกู จาคกุ กักขัง พิการ
ทพุ พลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรงั ยากจน เป็นผู้เยาว์ หยา่ ถกู ทิ้งรา้ ง เปน็ โรคจิตหรอื โรค
ประสาท
(๔) เดก็ ที่ผปู้ กครองมีพฤติกรรมหรอื ประกอบอาชพี ไม่เหมาะสมอนั อาจส่งผลกระทบต่อ
พัฒนาการทางร่างกายหรอื จิตใจของเด็กทอ่ี ยูใ่ นความปกครองดูแล
(๕) เด็กที่ได้รับการเล้ียงดูโดยมิชอบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทาหรือแสวงหา
ประโยชน์โดยมิชอบ ถูกทารุณกรรม หรือตกอยู่ในภาวะอื่นใดอันอาจเป็นเหตุให้เด็กมีความ
ประพฤติเสอื่ มเสียในทางศลี ธรรมอนั ดีหรอื เปน็ เหตุให้เกิดอนั ตรายแกก่ ายหรอื จิตใจ
(๖) เด็กพิการ
(๗) เด็กทีอ่ ยูใ่ นสภาพยากลาบาก
(๘) เดก็ ท่อี ยใู่ นสภาพท่จี าต้องได้รบั การสงเคราะห์ตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๐ เดก็ ทพ่ี งึ ไดร้ บั การคุม้ ครองสวัสดภิ าพ ได้แก่
(๑) เด็กทีถ่ ูกทารุณกรรม
(๒) เด็กทเี่ ส่ยี งต่อการกระทาผดิ
(๓) เด็กทอี่ ยู่ในสภาพท่ีจาต้องไดร้ บั การคมุ้ ครองสวัสดภิ าพตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 101

ห น้ า |

102

มาตรา ๔๑ ผู้ใดพบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทาทารุณกรรมต่อ

เด็กให้รีบแจ้งหรือรายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจ หรือผู้มี

หนา้ ทีค่ มุ้ ครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔

มาตรา ๕๐ ห้ามมิให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพหรือผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก เปิดเผยชื่อตัว

ช่ือสกุล ภาพหรือข้อมูลใดๆ เก่ียวกับตัวเด็ก ผู้ปกครอง ในลักษณะท่ีน่าจะเกิดความเสียหายแก่

ชือ่ เสยี ง เกยี รตคิ ุณ หรอื สิทธปิ ระโยชน์อย่างใดอยา่ งหนึ่งของเดก็ หรือผปู้ กครอง

บทบัญญัติในวรรคหน่ึงให้ใช้บังคับแก่พนักงานเจ้าหน้าท่ี นักสังคมสง เคราะห์

นกั จติ วิทยา และผ้มู หี นา้ ทค่ี มุ้ ครองสวัสดิภาพเดก็ ตามมาตรา ๒๔ ซงึ่ ได้ล่วงรขู้ อ้ มลู ดังกล่าวเน่อื ง

ในการปฏบิ ัตหิ น้าท่ีของตนดว้ ย โดยอนโุ ลม

มาตรา ๖๓ โรงเรียนและสถานศึกษาต้องจัดให้มีระบบงานและกิจกรรมในการแนะ

แนวให้คาปรึกษาและฝกึ อบรมแกน่ กั เรียน นักศกึ ษา และผปู้ กครอง เพ่อื สง่ เสริมความประพฤติ

ท่ีเหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม และความปลอดภัยแก่นักเรียนและนักศึกษา ตาม

หลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงือ่ นไขทก่ี าหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๖๑ ห้ามมิให้เจ้าของ ผูป้ กครองสวัสดภิ าพ และผปู้ ฏิบตั งิ านในสถานรับเลี้ยงเด็ก

สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟ้ืนฟู ทาร้าย

ร่างกายหรือจิตใจ กักขัง ทอดท้ิง หรือลงโทษเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลโดยวิธีการ

รุนแรงประการอน่ื เวน้ แตก่ ระทาเท่าทส่ี มควรเพอื่ อบรมส่ังสอนตามระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนด

มาตรา ๖๘ ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพ่ือจัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหน่ึงในสานักงาน

ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียกว่า “กองทุนคุ้มครองเด็ก”

เพอื่ เป็นทนุ ใช้จ่ายในการสง่ เคราะห์ ค้มุ ครองสวสั ดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมท้ัง

ครอบครัวและครอบครวั อุปถัมภ์ของเดก็

มาตรา ๗๑ ใหม้ คี ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ ประกอบด้วย

ปลดั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ เปน็ ประธานกรรมการ

รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซ่ึงปลัดกระทรวงมอบหมายเป็น

กรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๘๐ ผู้ใดขัดขวางไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีปฏิบัติงาน หรือไม่ยอมส่งเอกสารหรือ

ส่งเอกสารโดยรู้อยู่ว่าเป็นเอกสารเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าท่ีเมื่อถูกเรียกให้ส่งตามมาตรา ๓๐

(๔) ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรบั ไม่เกินหน่ึงหม่ืนบาท หรอื ทง้ั จาท้ังปรับ ผใู้ ด

ไม่ยอมมาให้ถ้อยคา ไม่ยอมให้ถ้อยคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้ถ้อยคาอันเป็นเท็จต่อ

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 102

ห น้ า |

103

พนักงานเจ้าหน้าท่ีซ่ึงปฏิบัติหน้าท่ีตามมาตรา ๓๐ (๓) ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงเดือน
หรือปรับไมเ่ กินหนงึ่ หมน่ื บาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรับ แต่ถา้ ผใู้ หถ้ ้อยคากลับให้ข้อความจริงในขณะที่
การใหถ้ อ้ ยคายังไมเ่ สร็จสิน้ การดาเนินคดีอาญาตอ่ บคุ คลนนั้ ใหเ้ ป็นอนั ระงับไป

มาตรา ๘๑ ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกาหนดของศาลในการคุมความประพฤติ ห้ามเข้าเขตกาหนด
หรือห้ามเข้าใกล้ตัวเด็กตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกิน
หนง่ึ หมน่ื บาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรบั

มาตรา ๘๒ ผู้ใดจัดตั้งหรือดาเนินกิจการสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถาน
สงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟ้ืนฟูตามมาตรา ๕๒ โดยมิได้รับ
ใบอนญุ าตหรอื ใบอนญุ าตถกู เพกิ ถอนหรอื หมดอายุ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ หน่งึ เดอื น หรือ
ปรบั ไมเ่ กินหนึง่ หมื่นบาทหรือท้ังจาทงั้ ปรับ

มาตรา ๘๕ ผใู้ ดกระทาการอนั เปน็ การยยุ ง สง่ เสรมิ ชว่ ยเหลอื หรือสนบั สนนุ ใหน้ กั เรียน
หรือนักศึกษาฝ่าฝืนบทบัญญัติตามมาตรา ๖๔ (ให้นักเรียนปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน)
ตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกนิ สามเดอื น หรอื ปรับไมเ่ กินสามหม่นื บาท หรือท้งั จาทงั้ ปรับ

มาตรา ๘๖ ผู้ใดไม่อานวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าท่ีที่ปฏิบัติหน้าท่ีตามมาตรา
๖๗ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินหน่ึงเดือน หรือปรับไมเ่ กินหน่งึ หมน่ื บาท หรอื ทงั้ จาท้งั ปรบั

เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญัตฉิ บับน้ี คือ
กฎหมายเดิม(คณะปฏวิ ตั ิ) ใชม้ านานไมเ่ หมาะสมกบั สภาพสังคมปัจจุบนั สมควรกาหนด

ข้ันตอนและปรับปรุงวิธกี ารปฏิบัติต่อเดก็ ใหเ้ หมาะสมยิง่ ขึน้ เพ่ือใหเ้ ด็กไดร้ ับการอุปการะเลี้ยงดู
อบรมสง่ั สอน และมีพัฒนาการทีเ่ หมาะสม อันเป็นการสง่ เสริมความมัน่ คงของสถาบันครอบครัว
รวมทั้งปอ้ งกนั มใิ หเ้ ด็กถกู ทารุณกรรม ตกเป็นเคร่ืองมอื ในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรอื
ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม และสมควรปรับปรุงวิธีการส่งเสริมความร่วมมือในการคุ้มครอง
เด็กระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชนให้เหมาะสมยิ่งข้ึนเพ่ือให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ
เดก็

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 103

ห น้ า |

104

สรปุ บทกาหนดโทษ

จาคกุ ไมเ่ กนิ 1 เดอื นหรอื ปรับ จาคกุ ไม่เกิน 3 เดือนหรือปรบั ไม่เกิน 3 จาคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับ

ไม่เกนิ 1 หม่ืนบาท หรอื ท้งั จา หมน่ื บาท หรือทัง้ จาท้งั ปรับ ไม่เกิน 6 หม่ืนบาท หรือท้ังจา

ทงั้ ปรบั ท้งั ปรับ

1.ผู้ใดขัดขวางไม่ให้พนักงาน ๑ ทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจ 1.โฆษณา เผยแพร่ ข้อมูลเดก็

เจา้ หน้าที่ปฏบิ ตั ิงานดังตอ่ ไปน้ี ของเดก็ ผปู้ กครอง โดยเจตนาทาให้

(๑) เข้าไปในเคหสถาน ๒ ไม่ให้สิ่งจาเป็นแก่การด่ารงชีวิตหรือ เสียหายแก่จิตใจ ช่ือเสียง
สถานท่ีใด ๆ หรือยานพาหนะใด การรกั ษาพยาบาลแก่เดก็ เกียรติคณุ ของเดก็

ๆ ในระหวา่ งเวลาพระอาทิตย์ข้ึน ๓ บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือ 2.ผปู้ กครองสวสั ดภิ าพเด็ก ผู้
ถงึ พระอาทติ ย์ตก ยินยอมใหเ้ ดก็ ประพฤติตนไม่สมควร คมุ้ ครองสวัสดภิ าพเดก็

(2) เข้าไปในเคหสถาน
สถานท่ีใด ๆ หรือยานพาหนะใด ๔ โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ เจ้าหนา้ ท่ี เปดิ เผยขอ้ มลู เด็ก ทา
ๆ ในระหวา่ งเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็ก ให้เดก็ เกิดความเสียหายแก่
ชอื่ เสียง เกียรตคิ ุณของเด็ก
ถึงพระอาทิตย์ตกเพ่ือถามตัว ใหแ้ กบ่ คุ คลอื่น
บุคคล
(3) ออกคาส่ังเป็นหนังสือ ๕ บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม 3.ทาร้ายรา่ งกายจิตใจ กกั ขัง
ใหเ้ ด็กไปเป็นขอทาน เดก็ เร่ร่อน ทอดทง้ิ หรอื ลงโทษด้วยวธิ ีรุนแรง
ให้ผู้ปกครองของเด็ก ส่งเอกสาร ๖ กระทาการอันอาจเป็นอันตรายแก่
หรือหลักฐานเกี่ยวกับการศึกษา
การทางาน หรือความประพฤติ ร่างกาย หรือจิตใจมีผลกระทบต่อการ
เจรญิ เตบิ โต
ของเด็ก

๗ แสวงหาประโยชน์ทางการคา้

2.ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกาหนดของศาล ๘ ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่
ในการคุมความประพฤติ ห้าม
เข้าเขตกาหนดหรือห้ามเข้าใกล้ ว่าชนิดใด
ตวั เด็ก ๙ บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม
หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทาการ

3.ผู้ใดจัดต้ังหรือดาเนินกิจการ อันมีลกั ษณะลามกอนาจาร
สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ ๑๐ จาหน่าย แลกเปล่ียน หรือให้สุรา

สถานสงเคราะห์สถานคุ้มครอง หรอื บุหรี่แก่เดก็

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 104

ห น้ า |

105

สวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและ 11.ผู้ใดกระทาการอันเป็นการยุยง

ฟื้นฟูตามมาตรา โดยมิได้รับ ส่งเสริม ช่วยเหลือ หรือสนับสนุนให้

ใบอนุญาตหรือใบอนุญาตถูกเพกิ นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนระเบียบ

ถอนหรอื หมดอายุ บทบัญญตั ิ

12.ผู้ใดไม่อานวยความสะดวก
แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ท่ีปฏิบัติ
หน้าที่

พระราชบญั ญตั ิการจดั การศึกษาสาหรับคนพกิ าร พ.ศ. ๒๕๕๑

บงั คับใช้วนั ที่ 6 กมุ ภาพันธ์ พ.ศ.2551
ให้ 1.รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงศึกษาธิการ

2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและนวตั กรรม
รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับน้ี

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญตั ิน้ี
“คนพกิ าร” หมายความวา่ บุคคลซึง่ มีข้อจากดั ในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมในชีวติ ประจาวัน
หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เน่ืองจากมีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การ
เคล่ือนไหว การสื่อสารจิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอ่ืน
ใดประกอบกบั มีอปุ สรรคในดา้ นต่าง ๆ และมีความตอ้ งการจาเป็นพิเศษทางการศกึ ษาทจี่ ะต้อง
ได้รับความช่วยเหลือด้านหน่ึงด้านใดเพ่ือให้สามารถปฏิบัตกิ ิจกรรมในชีวิตประจาวันหรือเขา้ ไป
มีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลท่ัวไปท้ังนี้ ตามประเภทและหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารประกาศกาหนด
“แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล” IEP หมายความว่า แผนซ่ึงกาหนดแนวทางการ
จัดการศึกษาท่ีสอดคล้องกับความต้องการจาเป็นพิเศษของคนพิการ ตลอดจนกาหนด
เทคโนโลยี สิ่งอานวยความสะดวกสื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาเฉพาะ
บคุ คล

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 105

ห น้ า |

106

“ครูการศึกษาพิเศษ” หมายความว่า ครูที่มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษสูงกว่าระดับ
ปริญญาตรีข้ึนไปหรือครูที่มีวุฒิทางการศึกษาพิเศษระดับปริญญาตรีท่ีผ่านการประเมินทักษะ
การสอนคนพิการตามท่ีคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการกาหนด และ
ปฏิบัติหน้าที่สอน จัดการศึกษา นิเทศ หรือหน้าท่ีอ่ืนเกี่ยวกับการจัดการศึกษาสาหรับคนพิการ
ในสถานศึกษาทง้ั ของรัฐและเอกชน”

“การเรียนร่วม” หมายความวา่ การจดั ใหค้ นพกิ ารได้เขา้ ศกึ ษาในระบบการศึกษาทวั่ ไป
ทุกระดับและหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการจัดการศึกษา ให้สามารถรองรับการเรียนการสอน
สาหรบั คนทุกกล่มุ รวมทง้ั คนพกิ าร

“สถานศึกษาเฉพาะความพิการ” หมายความว่า สถานศึกษาของรัฐหรือเอกชนท่ีจัด
การศึกษาสาหรับคนพกิ ารโดยเฉพาะ ทั้งในลกั ษณะอยูป่ ระจา ไป กลบั และรับบริการทบี่ ้าน

“ศูนย์การศึกษาพิเศษ” หมายความว่า สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษานอกระบบ
หรือตามอัธยาศัยแก่คนพิการ ตั้งแต่แรกเกดิ หรือแรกพบความพิการจนตลอดชวี ิต และจัดการ
ศึกษาอบรมแก่ผู้ดูแลคนพิการ ครู บุคลากรและชุมชน รวมท้ังการจัดส่ือ เทคโนโลยี ส่ิงอานวย
ความสะดวก บริการ และความช่วยเหลืออื่นใด ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กาหนดใน
ประกาศกระทรวง

“ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ” หมายความว่า สถานศึกษาที่จัดการศึกษานอก
ระบบ หรือตามอัธยาศัยแก่คนพิการโดยเฉพาะ โดยหน่วยงานการศึกษานอกโรงเรียน บุคคล
ครอบครัว ชุมชนองค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา
สถานประกอบการ โรงพยาบาล สถาบนั ทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์และสถาบันทางสังคม
อื่นเป็นผู้จัด ตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัย การศึกษาข้ันพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษาและ
หลักสตู รระยะสั้น

มาตรา ๕ คนพิการมีสิทธทิ างการศึกษาดงั น้ี
(๑) ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายต้ังแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจน

ตลอดชีวิตพร้อมท้ังได้รับเทคโนโลยี ส่ิงอานวยความสะดวก ส่ือ บริการและความช่วยเหลืออื่น
ใดทางการศกึ ษา

(๒) เลือกบริการทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา โดย
คานึงถงึ ความสามารถ ความสนใจ ความถนัดและความตอ้ งการจาเป็นพิเศษของบุคคลน้นั

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 106

ห น้ า |

107

(๓) ได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา รวมท้ังการจัด

หลกั สูตรกระบวนการเรียนรู้ การทดสอบทางการศึกษา ทเี่ หมาะสมสอดคล้องกับความตอ้ งการ

จาเป็นพิเศษของคนพกิ ารแต่ละประเภทและบคุ คล

มาตรา ๖ ให้ครูการศึกษาพิเศษในทุกสังกัดมีสิทธิได้รับเงินค่าตอบแทนพิเศษตามที่

กฎหมายกาหนด

มาตรา ๑๑ ใหม้ คี ณะกรรมการคณะหนึง่ เรยี กวา่

“คณะกรรมการส่งเสริมการจดั การศกึ ษาสาหรับคนพกิ าร” ประกอบดว้ ย 27 คน

รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการ เปน็ ประธานกรรมการ

รัฐมนตรชี ่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ คนทหี่ นึ่ง

และผู้ทรงคุณวุฒซิ ึ่งรัฐมนตรีแต่งตง้ั จากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซง่ึ เป็นผู้แทนขององค์การคน

พกิ าร เป็นรองประธานกรรมการ คนทส่ี อง

ใหผ้ ้อู านวยการสานกั บรหิ ารงานการศกึ ษาพิเศษ เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ๑๓ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตาแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับ
แตง่ ตงั้ อีกได้ แต่ตอ้ งไมเ่ กินสองวาระติดตอ่ กัน

มาตรา ๑๙ ใหส้ านักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา มีหน้าที่ดาเนนิ การจัดการศกึ ษาโดยเฉพาะ
การจัดการเรียนร่วม การนิเทศ กากับ ติดตาม เพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่างท่ัวถึงและ
มคี ณุ ภาพตามทก่ี ฎหมายกาหนด

มาตรา ๒๐ ใหส้ ถานศึกษาเฉพาะความพิการของรัฐมีหนา้ ท่ีจดั การศกึ ษาตามภารกจิ
แกค่ นพกิ าร โดยมีฐานะเปน็ นติ ิบุคคล

มาตรา ๒๑ ให้จัดตัง้ กองทนุ ขึ้น เรยี กว่า “กองทนุ สง่ เสริมและพฒั นาการศึกษาสาหรบั
คนพิการ” ในสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานเพ่ือใช้จ่ายในการส่งเสริม
สนับสนุน และพัฒนาการศกึ ษาสาหรับคนพกิ ารอย่างเปน็ ธรรมและทวั่ ถึง

มาตรา ๒๒ ใหม้ ี "คณะกรรมการบรหิ ารกองทุน" คณะหนงึ่ ประกอบดว้ ย

เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน เป็นประธานกรรมการ

รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานที่เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น

พื้นฐานมอบหมาย เปน็ รองประธานกรรมการคนทีห่ นึ่ง

ผู้ทรงคณุ วฒุ ิทีเ่ ปน็ ผแู้ ทนองคก์ ารคนพกิ ารหนง่ึ คน เปน็ รองประธานกรรมการคนทส่ี อง

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 107

ห น้ า |

108

มาตรา ๒๕ ให้คณะกรรมการบริหารกองทนุ จัดทางบการเงินสง่ ผสู้ อบบญั ชตี รวจสอบ
ภายในเกา้ สิบวันนับแตว่ ันส้ินปบี ัญชที กุ ปี

ให้สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปีแล้วทารายงาน
ผลการสอบบญั ชีของกองทนุ เสนอตอ่ คณะกรรมการสง่ เสรมิ การจดั การศกึ ษาสาหรับคนพิการ

หมายเหตุ :- เหตผุ ลในการประกาศใชพ้ ระราชบญั ญตั ฉิ บับนี้ คอื โดยที่การจดั การศึกษาสาหรับ
คนพิการมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากการจัดการศกึ ษาสาหรับบคุ คลท่ัวไป จึงจาเป็นต้องจดั ให้
คนพิการมีสิทธิและโอกาสได้รับการบริการและความช่วยเหลือทางการศึกษาเป็นพิเศษต้ังแต่
แรกเกดิ หรอื พบความพกิ าร ดงั นนั้ เพือ่ ใหก้ ารบรกิ ารและการให้ความช่วยเหลือแก่คนพกิ ารใน
ด้านการศึกษาเป็นไปอย่างทัว่ ถึงทุกระบบและทกุ ระดับการศึกษา
จึงจาเป็นต้องตราพระราชบญั ญัตนิ ี้

ประเภทของคนพกิ าร ๙ ประเภท ไดแ้ ก่ บคุ คลที่มีความบกพรอ่ ง

1. ทางการเห็น

2. การได้ยนิ

3. ทางสติปญั ญา

4. ทางรา่ งกาย หรอื การเคลอ่ื นไหว หรือสขุ ภาพ

5. ทางการเรยี นรู้

6. ทางการพดู และภาษา

7. ทางพฤติกรรม หรืออารมณ์

8. ออทิสติก

9. และพิการซ้อน

เงินเพิ่มสาหรับตาแหน่งท่ีมีเหตุพิเศษของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่

ปฏิบัติหน้าที่สอนคนพิการ (พ.ค.ก.) โดยอนุมัติจาก กศจ.ให้ได้รับเดือนละ 2,500 บาท และ

มเี วลาทาการสอนดงั นี้ (ตอ้ งเป็นสถานศึกษาท่ีเปิดสอนเฉพาะคนพิการ ถา้ เปน็ โรงเรียนทั่วไปจะ

มสี ิทธไิ ด้เฉพาะผูส้ อน แต่ รองฯผอ. กับผอ.สถานศึกษาจะไมไ่ ด้รบั เงนิ พ.ค.ก.)

ผสู้ อน 18 ช่วั โมง/สัปดาห์

รอง ผอ.สถานศกึ ษา 8 ชัว่ โมง/สปั ดาห์

ผอ.สถานศึกษา 5 ช่ัวโมง/สปั ดาห์

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 108

ห น้ า |

109

พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
พ.ศ. ๒๕๓๙ (ปรบั ปรงุ 2562)

ประกาศเม่ือวันท่ี 14 พ.ค. 2539 ใช้บงั คบั เมอ่ื พ้น 180 วนั นบั จากวันประกาศ
บงั คบั ใชว้ ันที่ 13 พ.ค. 2540

มาตรา ๓ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครองตามกฎหมายต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่กาหนด
ในพระราชบัญญัติน้ี เว้นแต่ในกรณีท่ีกฎหมายใดกาหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองเรื่องใด
ไว้โดยเฉพาะและมีหลักเกณฑท์ ป่ี ระกนั ความเปน็ ธรรมหรือมมี าตรฐานในการปฏบิ ัติราชการ
ไม่ตา่ กว่าหลักเกณฑท์ กี่ าหนดในพระราชบญั ญตั นิ ้ี

มาตรา ๔ พระราชบญั ญัตินี้มใิ ห้ใช้บังคบั แก่
(๑) รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี
(๒) องคก์ รทใ่ี ชอ้ านาจตามรัฐธรรมนญู โดยเฉพาะ
(๓) การพจิ ารณาของนายกรัฐมนตรีหรอื รัฐมนตรีในงานทางนโยบายโดยตรง
(๔) การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลและการดาเนินงานของเจ้าหน้าท่ีในกระบวนการ
พจิ ารณาคดี การบังคับคดี และการวางทรัพย์
(๕) การพิจารณาวินิจฉัยเร่ืองร้องทุกข์และการส่ังการตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการ
กฤษฎกี า
(๖) การดาเนนิ งานเก่ียวกบั นโยบายการตา่ งประเทศ
(๗) การดาเนินงานเก่ียวกับราชการทหารหรือเจ้าหน้าท่ีซ่ึงปฏิบัติหน้าที่ทางยุทธการร่วมกับ
ทหารในการป้องกันและรักษาความม่ันคงของราชอาณาจักรจากภัยคุกคามท้ังภายนอก และ
ภายในประเทศ
(๘) การดาเนินงานตามกระบวนการยุตธิ รรมทางอาญา
(๙) การดาเนินกจิ การขององค์การทางศาสนา

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 109

ห น้ า |

110

มาตรา ๕ ในพระราชบัญญัติน้ี
“วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง” หมายความว่า การเตรียมการและการดาเนินการ
ของเจ้าหน้าที่เพ่ือจัดให้มีคาสั่งทางปกครองหรือกฎ และรวมถึงการดาเนินการใด ๆ ในทาง
ปกครองตามพระราชบัญญัตินี้ (วธิ ี-มกี ฎ)
“การพิจารณาทางปกครอง” หมายความว่า การเตรียมการและการดาเนินการของ
เจ้าหน้าทเ่ี พ่อื จดั ใหม้ ีคาส่ังทางปกครอง
“คาสัง่ ทางปกครอง” หมายความวา่
(๑) การใชอ้ านาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าทที่ ี่มผี ลเปน็ การสร้างนิติสัมพนั ธ์ข้นึ ระหวา่ งบุคคลใน
อันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิ หรือหน้าที่
ของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการถาวรหรือช่ัวคราว เช่น การสั่งการ การอนุญาต การอนุมัติ การ
วินิจฉัยอุทธรณ์ การรบั รอง และการรับจดทะเบียน แต่ไมห่ มายความรวมถงึ การออกกฎ
(๒) การอ่ืนที่กาหนดในกฎกระทรวง

***ขอ้ ควรรเู้ พมิ่ เตมิ
สงิ่ ท่ีเปน็ คาสั่งทางปกครอง เช่น

1.การสั่งลงโทษทางวนิ ยั
2.การสงั่ เล่อื นเงินเดอื น
3.การสงั่ แตง่ ตง้ั โยกยา้ ย
4.การอนุมัติให้ไปราชการ
5.การอนญุ าตให้ลา
6.การอนมุ ตั เิ กียรติบัตร ประกาศนยี บัตร ฯลฯ
7.การวนิ จิ ฉยั อุทธรณ์ไม่ออกใบอนุญาตปรกอบวชิ าชีพ
8.การออกใบรับรองทางการศกึ ษา
9.การจดทะเบยี นสมรส
10.การส่ังอนมุ ัติ จ้าง แลกเปลีย่ น เชา่ ขายหรือให้เชา่
11.การส่ังให้เป็นผ้ทู ้ิงงาน
12.การสง่ั ให้พักราชการ หรือออกจากราชการไว้กอ่ น
13.คาสง่ั สลายการชุมชม
14.สัญญาณไฟจราจร กรวยจราจร ท่ีห้ามจอดเส้นขาว-แดง
15.การประกาศผลสอบ การประกาศผลการเลอื กตั้ง
16.คาสั่งให้ข้าราชการไปช่วยปฏิบัตริ าชการเป็นการช่วั คราว
17.คาสง่ั อนุญาตใหข้ า้ ราชการลาออกจากราชการ

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 110

ห น้ า |

111

18.ประกาศสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน เรอื่ ง แก้ไขประกาศการขนึ้ บัญชแี ละ
การยกเลิกบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกเพ่ือแต่งตั้งหรือเล่ือนและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง
ผู้อานวยการโรงเรียน
19.ประกาศผลการประกวดราคาจ้างเหมา
20.การให้หรอื ไมใ่ ห้ทุนการศึกษา

***สงิ่ ที่ไมเ่ ป็นคาสั่งทางปกครอง
1.การออกกฎ เช่น ประกาศกาหนดเขตพื้นท่ีการศึกษา
2.การแจง้ ขา่ วสาร
3.การแถลงการณ์ การอธิบายใหค้ วามเขา้ ใจ
4.คาส่ังที่มีผลใช้บังคับเป็นการท่ัวไปมิได้กระทบต่อสิทธิของผู้รับคาสั่งเป็นการเฉพาะ เช่น
คาสั่งให้ครูจัดการเรียนการสอนประจาวิชา การมอบหมายให้เป็นครูประจาชั้น การ
มอบหมายงานสง่ เสริมการเรียนรตู้ ่าง ๆ (การดาเนนิ งานภายในของผบู้ ังคับบญั ชา)
5.คาส่ังท่ีอยู่ในข้ันตอนการเตรียมการหรือพิจารณาเพ่ือออกคาส่ังทางปกครอง และเจ้าหน้าทีผ่ ู้
พิจารณาจะเปลีย่ นแปลงเช่นใดกไ็ ด้ (ยงั ไม่ถงึ มอื ผู้รบั คาสัง่ )
6.คาสัง่ แตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบสวนขอ้ เท็จจรงิ เป็นเพยี งข้ันตอนการดาเนนิ การภายในของ
เจา้ หนา้ ท่ีเพ่อื ให้ได้ข้อเทจ็ จรงิ ในการท่ีผู้มีอานาจจะวินิจฉยั หรอื ดาเนนิ การทางวินยั ต่อไป ยังไม่มี
ผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี คาส่ังดังกล่าวจึงไม่ใช่คาสั่งทาง
ปกครอง อา้ งองิ จากคาส่ังศาลปกครองสูงสดุ ที่ ๖๓๘/๒๕๔๗ (คาสัง่ ศาลปกครองสูงสุดที่ ๒๔๐/
๒๕๔๗,๑๗๗/๒๕๔๖ วินจิ ฉยั ไวใ้ นทานองเดยี วกัน )
7.มติทปี่ ระชมุ

“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติ
ท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับ หรือบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้
บังคับแกก่ รณีใดหรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า บคุ คล คณะบุคคล หรือนติ ิบคุ คล ซึง่ ใช้อานาจหรือได้รับ
มอบให้ใช้อานาจทางปกครองของรัฐในการดาเนินการอย่างหน่ึงอย่างใดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะ
เป็น การจดั ตงั้ ข้ึนในระบบราชการ รฐั วสิ าหกจิ หรอื กิจการอืน่ ของรัฐหรอื ไม่กต็ าม

“คู่กรณี” หมายความว่า ผู้ยื่นคาขอหรือผู้คัดค้านคาขอ ผู้อยู่ในบังคับหรือจะอยู่ใน
บังคับของคาสั่งทางปกครอง และผู้ซึ่งไดเ้ ขา้ มาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองเน่ืองจาก
สทิ ธขิ องผู้นัน้ จะถูกกระทบกระเทอื นจากผลของคาสง่ั ทางปกครอง

มาตรา ๖ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัติน้ี และให้มีอานาจ ออก
กฎกระทรวงและประกาศ เพอ่ื ปฏิบตั กิ ารตามพระราชบัญญตั ิ

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 111

ห น้ า |

112

มาตรา ๗ ให้มคี ณะกรรมการคณะหนง่ึ เรียกว่า “คณะกรรมการวธิ ีปฏิบตั ิราชการ ทาง
ปกครอง” ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง
มหาดไทย เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการ
คณะกรรมการกฤษฎีกา และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไมน่ อ้ ยกวา่ ห้าคนแตไ่ ม่เกินเก้าคนเปน็ กรรมการ

ใหค้ ณะรฐั มนตรีแต่งต้ังประธานกรรมการและกรรมการผ้ทู รงคุณวฒุ ิ
มาตรา ๘ ให้กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งมีวาระดารงตาแหน่งคราวละสามปี
กรรมการซง่ึ พ้นจากตาแหนง่ อาจไดร้ ับแต่งต้ังอีกได้
มาตรา ๑๒ คาส่ังทางปกครองจะต้องกระทาโดยเจา้ หนา้ ท่ีซ่งึ มอี านาจหนา้ ที่ในเร่ืองน้ัน
มาตรา ๑๓ เจา้ หน้าท่ดี ังต่อไปน้ีจะทาการพจิ ารณาทางปกครองไมไ่ ด้
(๑) เปน็ คูก่ รณเี อง
(๒) เปน็ คหู่ ม้ันหรอื คสู่ มรสของคู่กรณี
(๓) เป็นญาติของคู่กรณี คือ เป็นบุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าช้ันใด ๆ หรือเป็นพ่ีน้อง หรือ
ลูกพี่ลูกนอ้ งนบั ไดเ้ พียงภายในสามชน้ั หรอื เปน็ ญาตเิ กีย่ วพนั ทางแต่งงานนับได้เพียงสองชั้น
(๔) เป็นหรือเคยเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมหรอื ผ้พู ิทกั ษ์หรอื ผูแ้ ทนหรอื ตัวแทนของคกู่ รณี
(๕) เปน็ เจา้ หนี้หรือลูกหนี้ หรอื เป็นนายจ้างของคู่กรณี
(๖) กรณีอนื่ ตามท่กี าหนดในกฎกระทรวง

***บตุ รบญุ ธรรม และลกู จ้างของคู่กรณี สามารถพจิ ารณาทางปกครองได้***

***สทิ ธขิ องคู่กรณี***
1.เจ้าหน้าที่ต้องให้โอกาสคู่กรณีได้ทราบข้อเท็จจริงและมีโอกาสโต้แย้งและแสดง

พยานหลกั ฐานอยา่ งเพียงพอ
2.คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารท่ีจาเป็นต้องรู้ เพ่ือการโต้แย้งหรือชี้แจงหรือป้องกัน

สิทธขิ องตนได้

มาตรา ๑๔ เม่ือมีกรณีตามมาตรา ๑๓ หรือคู่กรณีคัดค้านว่าเจ้าหน้าที่ผู้ใดเป็นบุคคล
ตามมาตรา ๑๓ ให้เจ้าหน้าที่ผู้น้ันหยุดการพิจารณาเร่ืองไว้ก่อน และแจ้งให้ผู้บังคับบัญชา
เหนอื ตนขึน้ ไปชั้นหน่ึงทราบ เพ่ือท่ีผู้บงั คับบญั ชาดังกลา่ วจะได้มคี าส่ังต่อไป

มาตรา ๑๖ ในกรณีมีเหตุอ่ืนใดนอกจากท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๓ เก่ียวกับเจ้าหน้าท่ี
หรือกรรมการในคณะกรรมการท่ีมีอานาจพิจารณาทางปกครองซ่ึงมีสภาพร้ายแรงอันอาจทา
ให้การพิจารณาทางปกครองไมเ่ ป็นกลาง เจ้าหน้าท่ีหรอื กรรมการผู้นั้นจะทาการพิจารณาทาง
ปกครองในเรอ่ื งน้ันไมไ่ ด้

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 112

ห น้ า |

113

ในกรณีตามวรรคหน่ึง ให้ดาเนนิ การ ดงั นี้
(๑) ถ้าผู้นั้นเห็นเองว่าตนมีกรณีดังกล่าว ให้ผู้น้ันหยุดการพิจารณาเรื่องไว้ก่อนและแจ้ง

ใหผ้ ู้บังคับบญั ชาเหนอื ตนขนึ้ ไปช้นั หนงึ่ หรือประธานกรรมการทราบ แลว้ แต่กรณี
(๒) ถ้ามีคู่กรณีคัดค้านว่าผู้นั้นมีเหตุดังกล่าว หากผู้น้ันเห็นว่าตนไม่มีเหตุตามที่คัดค้าน

น้ัน ผู้น้ันจะทาการพิจารณาเรื่องต่อไปก็ได้แต่ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาเหนือตนขึ้นไปช้ันหนึ่ง
หรือประธานกรรมการทราบ แล้วแตก่ รณี

(๓) ให้ผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นหรือคณะกรรมการที่มีอานาจพิจารณาทางปกครอง ซ่ึงผู้
นั้นเป็นกรรมการอยู่มีคาส่ังหรือมีมติโดยไม่ชักช้า แล้วแต่กรณีว่าผู้น้ันมีอานาจในการพิจารณา
ทางปกครองในเรอ่ื งนั้นหรือไม่

มาตรา ๑๘ บทบญั ญตั ิมาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๑๖ ไมใ่ หน้ ามาใช้บังคับกบั กรณี ท่มี คี วาม
จาเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้ล่าช้าไปจะเสยี หายต่อประโยชน์สาธารณะหรือสิทธิของบุคคล จะ
เสียหายโดยไม่มีทางแกไ้ ขได้ หรอื ไมม่ เี จา้ หน้าทีอ่ ื่นปฏิบตั ิหน้าที่แทนผู้น้ันได้

มาตรา ๒๑ บุคคลธรรมดา คณะบุคคล หรือนิติบุคคล อาจเป็นคู่กรณีในการพิจารณา
ทางปกครองไดต้ ามขอบเขตที่สิทธิของตนถกู กระทบกระเทอื นหรืออาจถูกกระทบกระเทือนโดย
มิอาจหลกี เล่ยี งได้

มาตรา ๒๒ ผู้มีความสามารถกระทาการในกระบวนการพิจารณาทางปกครองได้
จะต้องเป็น

(๑) ผู้ซงึ่ บรรลนุ ติ ิภาวะ
(๒) ผู้ซ่ึงมีบทกฎหมายเฉพาะกาหนดให้มีความสามารถกระทาการในเร่ืองท่ีกาหนดได้
แม้ผู้น้ันจะยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือความสามารถถูกจา กัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณชิ ย์
(๓) นติ บิ คุ คลหรอื คณะบุคคลตามมาตรา ๒๑ โดยผแู้ ทนหรอื ตวั แทน แลว้ แต่กรณี
(๔) ผู้ซ่ึงมีประกาศของนายกรัฐมนตรีหรือผู้ซ่ึงนายกรัฐมนตรีมอบหมายในราชกิจจา
นุเบกษา
มาตรา ๒๓ ในการพิจารณาทางปกครองที่คู่กรณีต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่
ค่กู รณมี สี ทิ ธินาทนายความหรอื ทปี่ รกึ ษาของตนเข้ามาในการพิจารณาทางปกครองได้
การใดที่ทนายความหรือท่ีปรึกษาได้ทาลงต่อหน้าคู่กรณีให้ถือว่าเป็นการกระทาของ
คู่กรณี เวน้ แตค่ ู่กรณจี ะไดค้ ดั คา้ นเสียแต่ในขณะน้ัน

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 113

ห น้ า |

114

มาตรา ๒๕ ในกรณีที่มกี ารย่ืนคาขอโดยมีผ้ลู งช่อื รว่ มกนั เกินห้าสบิ คนหรอื มีค่กู รณี เกิน
ห้าสิบคนย่ืนคาขอท่ีมีข้อความอย่างเดียวกันหรือทานองเดียวกัน ถ้าในคาขอมีการระบุ ให้
บคุ คลใดเปน็ ตวั แทนของบุคคลดงั กล่าวหรือมีข้อความเปน็ ปริยายใหเ้ ข้าใจได้เช่นน้ัน ใหถ้ อื วา่ ผู้
ทีถ่ ูกระบุช่อื ดงั กล่าวเปน็ ตวั แทนร่วมของคกู่ รณเี หลา่ น้นั

มาตรา ๓๑ คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารที่จาเป็นต้องรู้เพื่อการโต้แย้งหรือช้ีแจง
หรือป้องกันสิทธิของตนได้ แต่ถ้ายังไม่ได้ทาคาสั่งทางปกครองในเรื่องนั้น คู่กรณีไม่มีสิทธิขอ
ตรวจดูเอกสารอันเปน็ ต้นร่างคาวนิ จิ ฉัย

มาตรา ๓๒ เจ้าหน้าท่ีอาจไม่อนุญาตให้ตรวจดูเอกสารหรือพยานหลักฐานได้ ถ้าเป็น
กรณที ี่ต้องรักษาไวเ้ ป็นความลับ

มาตรา ๓๔ คาสั่งทางปกครองอาจทาเปน็ หนงั สอื หรือวาจาหรือโดยการส่อื ความหมาย
ในรูปแบบอื่นกไ็ ด้ แต่ตอ้ งมขี อ้ ความหรือความหมายท่ชี ดั เจนเพียงพอท่ีจะเขา้ ใจได้

มาตรา ๓๕ ในกรณีทค่ี าสัง่ ทางปกครองเป็นคาสงั่ ดว้ ยวาจา ถ้าผู้รบั คาส่ังนน้ั รอ้ งขอ และ
การร้องขอได้กระทาโดยมีเหตอุ ันสมควรภายในเจด็ วันนบั แตว่ นั ท่ีมีคาสัง่ ดังกล่าว เจา้ หน้าที่ ผู้
ออกคาสั่งต้องยืนยันคาสง่ั นั้นเป็นหนังสอื

มาตรา ๓๖ คาส่ังทางปกครองท่ีทาเป็นหนังสืออย่างน้อยต้องระบุ วัน เดือน และปี ที่
ทาคาส่ัง ชื่อและตาแหน่งของเจ้าหน้าท่ีผู้ทาคาสั่ง พร้อมทั้งมีลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ผู้ทา
คาสงั่ น้นั

มาตรา ๓๗ คาส่ังทางปกครองที่ทาเป็นหนังสือและการยืนยันคาสั่งทางปกครอง เป็น
หนงั สอื ต้องจดั ใหม้ เี หตผุ ลไว้ด้วย และเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบดว้ ย

(๑) ข้อเท็จจรงิ อันเป็นสาระสาคญั
(๒) ข้อกฎหมายทอี่ ้างอิง
(๓) ข้อพิจารณาและขอ้ สนับสนนุ ในการใชด้ ลุ พินิจ
มาตรา ๓๙/๑ การออกคาส่ังทางปกครองเป็นหนังสือในเรื่องใด หากมิได้มีกฎหมาย
หรือกฎกาหนดระยะเวลาในการออกคาสั่งทางปกครองในเร่ืองน้ันไว้เป็นประการอ่ืน ให้
เจ้าหน้าที่ออกคาส่ังทางปกครองนั้นให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เจ้าหน้าที่ได้รับ
คาขอและเอกสารถกู ต้องครบถว้ น ***(แก้ไขเพิ่มเติม ปี 2557)

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 114

ห น้ า |

115

มาตรา ๔๐ คาส่ังทางปกครองท่ีอาจอุทธรณ์หรือโต้แย้งต่อไปได้ให้ระบุกรณีท่ีอาจ
อุทธรณ์หรือโต้แย้ง การยื่นคาอุทธรณ์หรือคาโต้แย้ง และระยะเวลาสาหรับการอุทธรณ์หรือ
การโต้แย้งดังกลา่ วไวด้ ้วย

ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามวรรคหน่ึง ให้ระยะเวลาสาหรับการอุทธรณ์หรือ
การโต้แย้งเร่ิมนับใหม่ตั้งแต่วันท่ีได้รับแจ้งหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง แต่ถ้าไม่มีการแจ้งใหม่และ
ระยะเวลาดังกล่าวมีระยะเวลาส้ันกว่าหนึ่งปี ให้ขยายเป็นหนึ่งปีนับแต่วันท่ีได้รับคาส่ังทาง
ปกครอง

มาตรา ๔๑ คาสั่งทางปกครองท่ีออกโดยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ดงั ต่อไปน้ี ไม่เป็นเหตุให้คาส่ังทางปกครองน้ันไมส่ มบรู ณ์

(๑) การออกคาสั่งทางปกครองโดยยังไม่มีผู้ย่ืนคาขอในกรณีที่เจ้าหน้าที่จะดาเนินการ
เองไมไ่ ด้นอกจากจะมผี ยู้ นื่ คาขอ ถา้ ตอ่ มาในภายหลงั ไดม้ กี ารยนื่ คาขอเช่นน้ันแลว้

(เชน่ ขอใบรับรอง ปพ.7 )
(๒) คาสั่งทางปกครองที่ต้องจดั ให้มีเหตผุ ล ถ้าไดม้ กี ารจัดใหม้ ีเหตุผลดงั กลา่ วในภายหลัง
(๓) การรับฟังคู่กรณีท่ีจาเป็นต้องกระทาได้ดาเนินการมาโดยไม่สมบูรณ์ ถ้าได้มีการรับ
ฟังใหส้ มบูรณใ์ นภายหลงั
(๔) คาส่ังทางปกครองที่ต้องให้เจ้าหน้าท่ีอื่นให้ความเห็นชอบก่อน ถ้าเจ้าหน้าท่ีนั้น ได้
ให้ความเห็นชอบในภายหลัง
มาตรา ๔๒ คาส่ังทางปกครองให้มีผลใช้ยันต่อบุคคลต้ังแต่ขณะท่ีผู้นั้นได้รับแจ้งเป็น
ต้นไป (ใชย้ นั ..แจง้ )
คาส่ังทางปกครองย่อมมผี ลตราบเท่าท่ียังไม่มีการเพิกถอนหรือส้ินผลลงโดยเงื่อนเวลา
หรือโดยเหตอุ ืน่
มาตรา ๔๓ คาส่ังทางปกครองที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อยนั้น
เจา้ หนา้ ทอ่ี าจแก้ไขเพิ่มเติมไดเ้ สมอ
มาตรา ๔๔ ในกรณีที่คาส่ังทางปกครองใดไม่ได้ออกโดยรัฐมนตรี และไม่มีกฎหมาย
กาหนดข้ันตอนอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองไว้เป็นการเฉพาะ ให้คู่กรณีอุทธรณ์คาสั่งทาง
ปกครองน้ันโดยย่ืนต่อเจ้าหน้าท่ีผู้ทาคาสั่งทางปกครองภายในสิบห้าวันนับแต่วันท่ีตนได้รับ
แจง้ คาสง่ั ดังกล่าว
คาอุทธรณ์ต้องทาเป็นหนังสือโดยระบุข้อโต้แย้งและข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายท่ี
อา้ งอิงประกอบด้วย

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 115

ห น้ า |

116

การอุทธรณ์ไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคาส่ังทางปกครอง เว้นแต่จะมีการส่ังให้
ทเุ ลา

มาตรา ๔๕ ให้เจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง พิจารณาคาอุทธรณ์และแจ้งผู้
อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินสามสิบวนั นับแต่วนั ท่ีได้รับอุทธรณ์ ในกรณีที่เห็นด้วยกับ
คาอุทธรณ์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก็ให้ดาเนินการเปล่ียนแปลงคาสั่งทางปกครองตาม
ความเหน็ ของตน ภายในกาหนดเวลาดังกล่าวดว้ ย

ถ้าเจ้าหน้าท่ีตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง ไม่เห็นด้วยกับคาอุทธรณ์ไม่ว่าท้ังหมดหรือ
บางส่วนก็ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังผู้มีอานาจพิจารณาคา อุทธรณ์ภายใน
กาหนดเวลา ตามวรรคหน่ึง ให้ผู้มีอานาจพิจารณาคาอุทธรณ์พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน
สามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับรายงาน ถ้ามีเหตุจาเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน
ระยะเวลาดังกล่าว ให้ผู้มีอานาจพิจารณาอุทธรณ์มีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบ
กาหนดเวลาดงั กลา่ ว ในการน้ี ใหข้ ยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณอ์ อกไปไดไ้ ม่เกินสามสบิ วนั
นับแต่วันทีค่ รบกาหนดเวลาดงั กล่าว

มาตรา ๔๙ การเพิกถอนคาส่ังทางปกครองที่มีลักษณะเป็นการให้ประโยชน์ต้องกระทา
ภายในเก้าสิบวันนับแต่ได้รู้ถึงเหตุที่จะให้เพิกถอนคาสั่งทางปกครองน้ัน เว้นแต่คาสั่งทาง
ปกครองจะได้ทาข้ึนเพราะการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงซ่ึงควรบอก
ให้แจ้งหรือการข่มขู่หรือการชักจูงใจโดยการให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดท่ีมิชอบด้วย
กฎหมาย

มาตรา ๕๒ คาส่ังทางปกครองท่ีไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจถูกเพิกถอนท้ังหมดหรือ
บางส่วนได้ แต่ผู้ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนคาสั่งทางปกครองดังกล่าวมีสิทธิได้รับค่า
ทดแทนความเสียหายเน่ืองจากความเชื่อโดยสจุ ริตในความคงอยู่ของคาสั่งทางปกครองได้ แต่
ต้องร้องขอคา่ ทดแทนภายในหน่ึงร้อยแปดสิบวนั นับแต่ได้รับแจ้งใหท้ ราบ ถึงการเพิกถอนนั้น

ค่าทดแทนความเสียหายตามมาตราน้ีจะต้องไม่สูงกว่าประโยชน์ที่ผู้นั้นอาจได้รับ หาก
คาส่งั ทางปกครองดังกลา่ วไมถ่ ูกเพิกถอน

มาตรา ๕๔ เมื่อคู่กรณีมีคาขอ เจ้าหน้าที่อาจเพิกถอนหรือแก้ไขเพ่ิมเติมคาสั่งทาง
ปกครองทพ่ี ้นกาหนดอทุ ธรณ์ได้ในกรณดี ังตอ่ ไปน้ี

(๑) มีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจทาให้ข้อเท็จจริงท่ีฟังเป็นยุติแล้วนั้นเปล่ียนแปลงไป
ในสาระสาคัญ

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 116

ห น้ า |

117

(๒) คู่กรณีที่แท้จริงมิได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาทางปกครองหรือได้เข้ามา ใน
กระบวนการพิจารณาครั้งก่อนแล้วแต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วม ใน
กระบวนการพิจารณาทางปกครอง

(๓) เจา้ หน้าท่ีไมม่ อี านาจท่จี ะทาคาสงั่ ทางปกครองในเรอ่ื งนั้น
(๔) ถ้าคาส่ังทางปกครองได้ออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดและต่อมา
ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายนั้นเปล่ียนแปลงไปในสาระสาคัญในทางท่ีจะเป็นประโยชน์แก่
ค่กู รณี
การยื่นคาขอตามวรรคหนงึ่ (๑) (๒) หรือ (๓) ใหก้ ระทาไดเ้ ฉพาะเมอื่ คกู่ รณไี ม่อาจทราบ
ถึงเหตุนนั้ ในการพิจารณาคร้ังที่แล้วมาก่อนโดยไมใ่ ชค่ วามผิดของผู้น้นั
การย่ืนคาขอให้พิจารณาใหม่ต้องกระทาภายในเก้าสิบวันนับแต่ผู้นั้นได้รู้ถึงเหตุ ซ่ึง
อาจขอใหพ้ จิ ารณาใหม่ได้
มาตรา ๕๗ คาสั่งทางปกครองท่ีกาหนดให้ผู้ใดชาระเงิน ถ้าถึงกาหนดแล้วไมม่ ีการชาระ
โดยถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือเตือนให้ผู้น้ันชาระภายในระยะเวลาที่กาหนด แต่
ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคาเตือน เจ้าหน้าท่ีอาจใช้มาตรการบังคับทาง
ปกครองโดยยดึ หรืออายดั ทรัพย์สินของผู้นั้นและขายทอดตลาดเพ่อื ชาระเงนิ ใหค้ รบถว้ น
มาตรา ๕๘ คาส่ังทางปกครองที่กาหนดให้กระทาหรือละเว้นกระทา ถ้าผู้อยู่ในบังคับ
ของคาส่ังทางปกครองฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง
อย่างหนงึ่ อย่างใด ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) เจ้าหน้าที่เข้าดาเนินการด้วยตนเองหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นกระทาการแทน
โดยผู้อยู่ในบังคับของคาส่ังทางปกครองจะต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายและเงินเพ่ิมในอัตราร้อยละย่ีสิบ
ห้าต่อปีของคา่ ใช้จ่ายดงั กล่าวแกเ่ จ้าหนา้ ที่
(๒) ใหม้ ีการชาระค่าปรบั ทางปกครองตามจานวนท่ีสมควรแก่เหตแุ ต่ตอ้ งไม่เกินห้าหมื่น
บาทตอ่ วนั
มาตรา ๖๙ การแจ้งคาส่ังทางปกครอง การนัดพิจารณา หรือการอย่างอ่ืนท่ีเจ้าหน้าที่
ต้องแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบอาจกระทาด้วยวาจาก็ได้ แต่ถ้าผู้น้ันประสงค์จะให้กระทาเป็น
หนงั สอื กใ็ ห้แจง้ เปน็ หนังสอื
การแจง้ เปน็ หนังสือให้ส่งหนังสือแจ้งต่อผ้นู ้ัน หรือถ้าได้ส่งไปยังภมู ิลาเนาของผู้น้ันก็ให้
ถอื ว่าได้รบั แจง้ ต้งั แต่ในขณะท่ไี ปถึง

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 117

ห น้ า |

118

มาตรา ๗๐ การแจ้งเป็นหนังสือโดยวิธีให้บุคคลนาไปส่ง ถ้าผู้รับไม่ยอมรับหรือถ้าขณะ
นาไปส่งไมพ่ บผรู้ ับ และหากได้สง่ ใหก้ ับบุคคลใดซงึ่ บรรลุนติ ภิ าวะท่ีอยู่หรือทางานในสถานท่นี นั้
หรือในกรณีที่ผู้น้ันไม่ยอมรับ หากได้วางหนังสอื นั้นหรือปดิ หนังสือน้ันไว้ในทซ่ี ึง่ เห็นไดง้ ่าย ณ
สถานท่ีน้นั ตอ่ หน้าเจ้าพนักงานตามท่ีกาหนดในกฎกระทรวงท่ีไปเปน็ พยานก็ให้ถอื ว่าไดร้ ับแจ้ง
แลว้

มาตรา ๗๑ การแจ้งโดยวิธีส่งทางไปรษณีย์ตอบรับให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อครบกาหนด
เจ็ดวันนับแต่วันส่งสาหรับกรณีภายในประเทศ หรือเม่ือครบกาหนดสิบห้าวันนับแต่วันส่ง
สาหรับกรณีส่งไปยังต่างประเทศ เว้นแต่จะมีการพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการได้รับหรือได้รับก่อนหรือ
หลงั จากวันนัน้

มาตรา ๗๒ ในกรณที ่ีมผี ู้รับเกินหา้ สบิ คน เจ้าหน้าท่จี ะแจง้ ให้ทราบตง้ั แต่เร่ิมดาเนินการ
ในเรื่องน้ันว่าการแจ้งต่อบุคคลเหล่านั้นจะกระทาโดยวิธีปิดประกาศไว้ ณ ที่ทาการของ
เจ้าหน้าท่ี และท่ีว่าการอาเภอที่ผู้รับมีภูมิลาเนาก็ได้ ในกรณีนี้ให้ถือว่าได้รับแจ้งเม่ือล่วงพ้น
ระยะเวลาสิบห้าวันนับแตว่ ันท่ีได้แจง้ โดยวิธีดังกลา่ ว

มาตรา ๗๓ ในกรณีท่ไี มร่ ตู้ วั ผู้รับ หรอื รตู้ วั แต่ไมร่ ู้ภมู ิลาเนา หรอื รู้ตัวและภูมิลาเนา แต่มี
ผู้รับเกินหน่ึงร้อยคน การแจ้งเป็นหนังสือจะกระทาโดยการประกาศในหนังสือพิมพ์ซึ่ง
แพร่หลายในท้องถิ่นน้ันก็ได้ ในกรณีน้ีให้ถือว่าได้รับแจ้งเมื่อล่วงพ้นระยะเวลาสิบห้าวันนบั แต่
วันท่ไี ดแ้ จ้งโดยวิธดี งั กลา่ ว

มาตรา ๘๐ การนัดประชุมคณะกรรมการที่มีอานาจดาเนินการพิจารณาทางปกครอง
ต้องทาเป็นหนังสือและแจ้งให้กรรมการทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน เว้นแต่
กรรมการนั้นจะได้ทราบการบอกนัดในท่ีประชุมแล้ว กรณีดังกล่าวน้ีจะทาหนังสือ แจ้งนัด
เฉพาะกรรมการทไ่ี ม่ได้มาประชุมกไ็ ด้

บทบัญญัติในวรรคสองมิให้นามาใช้บังคับในกรณีมีเหตุจาเป็นเร่งด่วนซ่ึงประธาน
กรรมการจะนัดประชุมเปน็ อยา่ งอ่นื ก็ได้
**เหตผุ ลในการประกาศใช้พระราชบญั ญัติวธิ ปี ฏบิ ัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙**

1.ยังไ ม่มีหลัก เกณฑ์และข้ันต อนท่ีเหมาะสมในการดาเนินก าร ปฏิบัติราชการทาง
ปกครอง

2.มีประสิทธภิ าพในการใช้กฎหมายให้สามารถรกั ษาประโยชนส์ าธารณะได้
3.อานวยความสะดวกแกป่ ระชาชน
4.ปอ้ งกันการทจุ รติ และประพฤติมิชอบในวงการราชการ

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 118

ห น้ า |

119

พระราชบัญญัติความรบั ผิดทางละเมดิ ของเจา้ หน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

บังคบั ใช้ 15 พฤศจกิ ายน 2539

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานประเภทอ่ืน
ไมว่ ่าจะเป็นการแต่งตงั้ ในฐานะเป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการท่ีเรียกช่ือ
อย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น และรัฐวิสาหกิจที่
ต้งั ขน้ึ โดยพระราชบญั ญัตหิ รือพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๕ หน่วยงานของรฐั ตอ้ งรบั ผิดต่อผูเ้ สียหายในผลแหง่ ละเมดิ ที่เจา้ หน้าที่ของตน
ได้กระทาในการปฏิบัติหน้าท่ี ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องหน่วยงานของรัฐดังกล่าวได้โดยตรง
แต่จะฟอ้ งเจา้ หน้าทไ่ี ม่ได้

ถ้าการละเมิดเกิดจากเจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ได้สังกัดหน่วยงานของรัฐแห่งใดให้ถือว่า
กระทรวงการคลงั เป็นหน่วยงานของรฐั ทีต่ อ้ งรับผดิ ตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๖ ถ้าการกระทาละเมิดของเจ้าหน้าที่มิใช่การกระทาในการปฏิบัติหน้าที่
เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดในการน้ันเป็นการเฉพาะตัว ในกรณีนี้ผู้เสียหายอาจฟ้องเจ้าหน้าที่ได้
โดยตรง แต่จะฟ้องหนว่ ยงานของรัฐไมไ่ ด้

มาตรา ๘ ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายเพื่อ
การละเมดิ ของเจา้ หน้าที่ ให้หนว่ ยงานของรัฐมสี ิทธิเรยี กใหเ้ จา้ หน้าที่ผู้ทาละเมิดชดใชค้ ่าสินไหม
ทดแทนดังกล่าวแก่หน่วยงานของรัฐได้ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทาการน้ันไปด้วยความจงใจหรือ
ประมาทเลินเล่ออยา่ งรา้ ยแรง

สิทธิเรยี กให้ชดใช้คา่ สินไหมทดแทนตามวรรคหนึ่งจะมีได้เพียงใดใหค้ านึงถึงระดับความ
ร้ายแรงแห่งการกระทาและความเป็นธรรมในแต่ละกรณีเป็นเกณฑ์โดยมิต้องให้ใช้เต็มจานวน
ของความเสยี หายก็ได้

ถ้าการละเมิดเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของรัฐหรือระบบการ
ดาเนนิ งานสว่ นรวม ใหห้ กั สว่ นแหง่ ความรับผดิ ดงั กลา่ วออกดว้ ย

ในกรณที ก่ี ารละเมิดเกิดจากเจา้ หนา้ ทห่ี ลายคน มใิ ห้นาหลกั เรือ่ งลูกหน้ีร่วมมาใช้บังคบั
และเจ้าหนา้ ที่แต่ละคนตอ้ งรับผิดใช้ค่าสนิ ไหมทดแทนเฉพาะส่วนของตนเทา่ นนั้

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 119

ห น้ า |

120

มาตรา ๙ ถา้ หนว่ ยงานของรฐั หรือเจ้าหน้าที่ได้ใชค้ ่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย สิทธิ
ที่จะเรียกให้อีกฝ่ายหน่ึงชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนให้มีกาหนดอายุความหน่ึงปีนับแต่วันที่
หน่วยงานของรัฐหรอื เจ้าหนา้ ท่ีได้ใช้คา่ สนิ ไหมทดแทนนัน้ แก่ผเู้ สียหาย

มาตรา ๑๐ ในกรณีที่เจ้าหน้าท่ีเป็นผู้กระทาละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐไม่ว่าจะเป็น
หน่วยงานของรัฐที่ผู้น้ันอยู่ในสังกัดหรือไม่ ถ้าเป็นการกระทาในการปฏิบัติหน้าที่ การเรียกร้อง
คา่ สินไหมทดแทนจากเจา้ หนา้ ทใ่ี ห้นาบทบัญญตั มิ าตรา ๘ มาใช้บังคับโดยอนโุ ลม แต่ถ้ามใิ ชก่ าร
กระทาในการปฏบิ ัติหนา้ ท่ีใหบ้ ังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์

สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเจ้าหน้าที่ท้ังสองประการตามวรรคหนึ่ง ให้มี
กาหนดอายุความสองปีนบั แต่วันทีห่ น่วยงานของรัฐรู้ถงึ การละเมิดและรตู้ ัวเจ้าหน้าทีผ่ ู้ทจ่ี ะต้อง
ใช้ค่าสนิ ไหมทดแทน

และกรณีท่ีหน่วยงานของรัฐเห็นว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่ต้องรับผิด แต่กระทรวงการคลัง
ตรวจสอบแล้วเห็นว่าต้องรับผิด ให้สิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั้นมีกาหนดอายุความหนึ่ง
ปีนบั แตว่ นั ทีห่ นว่ ยงานของรัฐมคี าสงั่ ตามความเหน็ ของกระทรวงการคลัง

มาตรา ๑๑ ในกรณีท่ีผู้เสียหายเห็นว่า หน่วยงานของรัฐต้องรับผิดตามมาตรา ๕
ผู้เสียหายจะย่ืนคาขอต่อหน่วยงานของรัฐให้พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสาหรับความ
เสยี หายที่เกดิ แก่ตนกไ็ ด้ ในการนี้หนว่ ยงานของรัฐตอ้ งออกใบรับคาขอใหไ้ วเ้ ปน็ หลักฐานและ
พิจารณาคาขอน้ันโดยไม่ชักช้า เม่ือหน่วยงานของรัฐมีคาสั่งเช่นใดแล้วหากผู้เสียหายยังไม่
พอใจในผลการวินิจฉัยของหน่วยงานของรัฐก็ให้มีสิทธิร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้อง
ทกุ ข์ตามกฎหมายว่าดว้ ยคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ภายในเก้าสิบวนั นบั แต่วันทต่ี นไดร้ ับแจ้งผล
การวนิ จิ ฉัย

ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาคาขอที่ได้รับตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อย
แปดสิบวัน หากเรื่องใดไม่อาจพิจารณาได้ทันในกาหนดนั้นจะต้องรายงานปัญหาและอุปสรรค
ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือกากับหรือควบคุมดูแลหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นทราบและขออนุมัติ
ขยายระยะเวลาออกไปได้ แตร่ ฐั มนตรีดังกล่าวจะพจิ ารณาอนุมัติใหข้ ยายระยะเวลาให้อีกได้ไม่
เกินหนงึ่ ร้อยแปดสิบวนั

มาตรา ๑๓ ให้คณะรัฐมนตรีจัดใหม้ ีระเบียบเพอื่ ให้เจ้าหน้าทีซ่ ึ่งตอ้ งรบั ผิดตามมาตรา ๘
และมาตรา ๑๐ สามารถผ่อนชาระเงินที่จะต้องรับผิดน้ันได้โดยคานึงถึงรายได้ ฐานะ
ครอบครัวและความรับผิดชอบ และพฤตกิ ารณ์แหง่ กรณีประกอบด้วย

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 120

ห น้ า |

121

*** ข้อควรรู้
1. ท่ี 2864/47 เลขธิการ กพฐ. มอบอานาจการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน

ข้อเท็จจริงเบ้ืองต้นทางละเมิดให้แก่ ผอ.เขต./ผอ.โรงเรียน แล้วแต่กรณี ปฏิบัติราชการแทน
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงโดยละเอียดว่าความเสียหายที่เกิดข้ึน มีเหตุอันควรเช่ือว่าเกิดจากการ
กระทาของเจ้าหนา้ ท่ขี องหน่วยงานของรัฐแหง่ น้ันหรอื ไม่เทา่ นน้ั

2. ท่ี 887/47 เลขาธิการ กพฐ. มอบอานาจให้ ผอ.เขต ดาเนินการเก่ียวกับความรับ
ผดิ ทางละเมิดของเจา้ หน้าท่ีในเขต และสถานศกึ ษา ดังน้ี

2.1 แต่งต้ังคณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผดิ ทางละเมดิ
2.2 วินิจฉัยส่ังการว่ามีผู้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือไม่ เป็นจานวนเงิน
เท่าใด
2.3 รายงานกระทรวงการคลัง
2.4 ออกคาสั่งตามความเห็นกระทรวงการคลัง หรือออกคาส่ังให้ผู้รับผิดชาระ
ค่าสนิ ไหมทดแทน

***เจตนารมณ์ในการประกาศใช้พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของ
เจ้าหนา้ ท่ี พ.ศ. 2539 (ตามเจตนารมณ์ทา้ ยพระราชบัญญัต)ิ

“การท่เี จา้ หน้าท่ดี าเนินกจิ การต่างๆ ของหนว่ ยงานของรฐั นั้นหาไดเ้ ปน็ ไปเพื่อประโยชน์
อันเป็นการเฉพาะตัวไม่ การปล่อยให้ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ในกรณีท่ี
ปฏิบัติงานในหน้าท่ีและเกิดความเสียหายแก่เอกชนเป็นไปตามหลักกฎหมายเอกชนตาม
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จงึ เปน็ การไม่เหมาะสมกอ่ ให้เกิดความเข้าใจผดิ ว่า เจา้ หน้าท่ี
จะตอ้ งรบั ผิดในการกระทาตา่ ง ๆ เป็นการเฉพาะตัวเสมอไป เม่อื การท่ที าไปนัน้ ทาให้หนว่ ยงาน
ของรัฐต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพียงใดก็จะมีการฟ้องไล่เบี้ยเอาจากเจ้าหน้าที่เต็มจานวน
นน้ั ทงั้ ทบ่ี างกรณเี กิดข้ึนโดยความไมต่ ้ังใจหรอื ความผดิ พลาดเลก็ นอ้ ยในการปฏบิ ัติหนา้ ที่
นอกจากนั้นยังมีการนาหลักเรื่องลูกหน้ีร่วมในระบบกฎหมายแพ่งมาใช้บังคับให้
เจ้าหน้าที่ต้องร่วมรับผิดในการกระทาของเจ้าหน้าท่ีผู้อ่ืนด้วย ซึ่งระบบน้ันมุ่งหมายแต่จะได้รับ
เงินครบโดยไม่คานึงถึงความเป็นธรรมที่จะมีต่อแต่ละคน กรณีเป็นการก่อให้เกิดความไม่เป็น
ธรรมแก่เจ้าหน้าท่ีและยังเป็นการบ่ันทอนกาลังขวัญในการทางานของเจ้าหน้าที่ด้วย จน
บางครั้งกลายเป็นปัญหาในการบริหารเพราะเจ้าหน้าที่ไม่กล้าตัดสินใจดาเนินงานเท่าท่ีควร
เพราะเกรงความรับผิดชอบที่เกิดแก่ตน อนึ่ง การให้คุณให้โทษแก่เจ้าหน้าท่ีเพ่ือควบคุมการ
ทางานของเจ้าหน้าท่ียังมีวิธีการในการบริหารงานบุคคลและการดาเนินการทางวินัยกากับดูแล

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 121

ห น้ า |

122

อีกส่วนหนึ่ง อันเป็นหลักประกันมิให้เจ้าหน้าที่ทาการใด ๆ โดยไม่รอบคอบอยู่แล้ว ดังน้ัน จึง
สมควรกาหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดทางละเมิดในการปฏิบัติงานในหน้าท่ีเฉพาะเมื่อเป็นการ
จงใจกระทาเพื่อการเฉพาะตัว หรือจงใจให้เกิดความเสียหายหรือประมาทเลินเล่ออย่าง
รา้ ยแรงเท่าน้ัน และให้แบง่ แยกความรบั ผิดของแต่ละคน

มิให้นาหลักลูกหน้ีร่วมมาใช้บังคับ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพ่ิมพูน
ประสทิ ธภิ าพในการปฏิบัตงิ านของรัฐ”

พระราชกฤษฎีกา
วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑ์และวธิ กี ารบริหารกิจการบ้านเมอื งที่ดี

พ.ศ.2546 (ปรบั ปรุง 2562)

**บงั คบั ใช้ 10 ตลุ าคม ๒๕๔๖

“ส่วนราชการ” หมายความว่า ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอ่ืนของรัฐท่ีอยู่ในกากับของราชการฝ่ายบริหาร แต่ไม่
รวมถงึ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ

***ใหน้ ายกรฐั มนตรรี กั ษาการตามพระราชกฤษฎกี าน้ี

หมวด 1
การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

มาตรา ๖ การบริหารกิจการบ้านเมืองท่ดี ี ได้แก่ การบรหิ ารราชการเพ่ือบรรลุเปา้ หมาย
ดงั ตอ่ ไปน้ี

(๑) เกดิ ประโยชน์สุขของประชาชน (สาคัญทีส่ ดุ )(ประชาชนเป็นศนู ย์กลาง)
(๒) เกดิ ผลสัมฤทธิต์ อ่ ภารกิจของรฐั
(๓) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชงิ ภารกจิ ของรัฐ
(๔) ไมม่ ขี ้ันตอนการปฏิบตั งิ านเกินความจาเปน็
(๕) มกี ารปรบั ปรงุ ภารกิจของสว่ นราชการให้ทนั ต่อสถานการณ์
(๖) ประชาชนได้รบั การอานวยความสะดวกและได้รบั การตอบสนองความต้องการ
(๗) มีการประเมินผลการปฏิบตั ิราชการอยา่ งสมา่ เสมอ

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 122

ห น้ า |

123

หมวด ๒
การบรหิ ารราชการเพอ่ื ให้เกดิ ประโยชน์สุขของประชาชน

มาตรา ๗ การบริหารราชการเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน หมายถึง การปฏิบัติ
ราชการที่มีเป้าหมายเพ่ือให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ความสงบและ
ปลอดภัยของสงั คมสว่ นรวม ตลอดจนประโยชนส์ ูงสุดของประเทศ

มาตรา ๘ ในการบรหิ ารราชการเพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของประชาชน ส่วนราชการจะต้อง
ดาเนินการโดยถอื ว่าประชาชนเป็นศนู ยก์ ลางทจ่ี ะไดร้ บั การบรกิ ารจากรฐั

ในกรณที ่ีเกิดปัญหาและอุปสรรคจากการดาเนนิ การ ให้ส่วนราชการดาเนนิ การแก้ไข
ปัญหาและอุปสรรคนนั้ โดยเรว็ ในกรณีทป่ี ญั หาหรอื อปุ สรรคนัน้ เกดิ ขึ้นจากสว่ นราชการอ่ืน
หรอื ระเบียบขอ้ บังคับท่อี อกโดยส่วนราชการอืน่ ให้ส่วนราชการแจง้ ให้ส่วนราชการท่ีเกย่ี วขอ้ ง
ทราบ เพ่อื ดาเนินการแกไ้ ขปรับปรงุ โดยเรว็ ตอ่ ไป และให้แจ้ง ก.พ.ร. ทราบดว้ ย

หมวด 3
การบรหิ ารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธต์ิ ่อภารกจิ ของรฐั

มาตรา 9 การบริหารราชการเพ่ือให้เกิดผลสัมฤทธ์ิต่อภารกิจของรัฐ ให้ส่วนราชการ
ปฏบิ ตั ิดังต่อไปนี้

(๑) ก่อนจะดาเนนิ การตามภารกจิ ใด สว่ นราชการต้องจดั ทาแผนปฏบิ ตั ิราชการไว้
เป็นการล่วงหนา้

(๒) การกาหนดแผนปฏิบตั ริ าชการของส่วนราชการตาม (๑) ตอ้ งมีรายละเอยี ดของ
ข้ันตอน ระยะเวลาและงบประมาณท่ีจะตอ้ งใช้ในการดาเนินการของแตล่ ะข้นั ตอน เป้าหมาย
ของภารกจิ ผลสัมฤทธข์ิ องภารกจิ และตวั ช้ีวดั ความสาเร็จของภารกจิ

(๓) ส่วนราชการตอ้ งจดั ให้มีการติดตามและประเมินผลการปฏบิ ตั ิตามแผนปฏิบัติ
ราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีส่วนราชการกาหนดขึ้น ซงึ่ ต้องสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานที่
ก.พ.ร. กาหนด

(๔) ในกรณีที่การปฏิบัติภารกิจ หรือการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติราชการเกดิ ผลกระทบต่อประชาชน
ใหเ้ ปน็ หน้าท่ีของสว่ นราชการทีจ่ ะตอ้ งดาเนินการแกไ้ ขหรือบรรเทาผลกระทบน้ัน หรอื เปล่ยี น
แผนปฏิบัตริ าชการใหเ้ หมาะสม

มาตรา ๑๐ ในกรณีท่ภี ารกิจใดมคี วามเกยี่ วขอ้ งกับหลายส่วนราชการหรือเป็นภารกจิ ที่
ใกลเ้ คียงหรือตอ่ เนื่องกนั ให้ส่วนราชการท่ีเกย่ี วข้องนั้นกาหนดแนวทางการปฏิบตั ิราชการ
เพ่อื ใหเ้ กดิ การบริหารราชการแบบบูรณาการรว่ มกนั โดยมุ่งใหเ้ กิดผลสมั ฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรฐั

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 123

ห น้ า |

124

มาตรา ๑๖ ให้ส่วนราชการจัดทาแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการน้ันโดยจัดทาเปน็
แผนห้าปี(5 ปี) ซึ่งต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีท่ีแถลงต่อรัฐสภา และแผน
อน่ื ทีเ่ กยี่ วข้อง

ในแตล่ ะปงี บประมาณ ให้สว่ นราชการจัดทาแผนปฏบิ ตั ิราชการประจาปีโดยให้ระบุ
สาระสาคัญเกี่ยวกับนโยบายการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ เป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของ
งานรวมท้ังประมาณการรายได้และรายจ่ายและทรัพยากรอื่นที่จะต้องใช้ เสนอต่อรัฐมนตรี
เพื่อให้ความเห็นชอบ เมอ่ื รัฐมนตรีใหค้ วามเหน็ ชอบแผนปฏบิ ตั ิราชการของสว่ นราชการใด
แลว้ ให้สานกั งบประมาณดาเนินการจัดสรรงบประมาณเพอ่ื ปฏบิ ัตงิ านให้บรรลผุ ลสาเรจ็ ในแต่
ละภารกิจตามแผนปฏิบัติราชการดังกล่าว ในกรณีที่ส่วนราชการมิได้เสนอแผนปฏิบัติราชการ
ในภารกิจใดหรือภารกิจใดไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรี มิให้สานักงบประมาณจัดสรร
งบประมาณสาหรบั ภารกิจน้ัน

เมือ่ สน้ิ ปีงบประมาณใหส้ ่วนราชการจัดทารายงานแสดงผลสมั ฤทธิ์ของแผนปฏบิ ตั ิ
ราชการประจาปเี สนอต่อคณะรฐั มนตรี

มาตรา ๑๘ เมือ่ มกี ารกาหนดงบประมาณรายจ่ายประจาปีตามแผนปฏบิ ตั ริ าชการ
ของสว่ นราชการใดแลว้ การโอนงบประมาณจากภารกจิ หน่งึ ตามที่กาหนดในแผนปฏบิ ตั ิ
ราชการไปดาเนินการอย่างอนื่ ซงึ่ มีผลทาใหภ้ ารกจิ เดมิ ไมบ่ รรลุเป้าหมายหรือนาไปใช้ในภารกจิ
ใหมท่ ่มี ไิ ดก้ าหนดในแผนปฏิบัตริ าชการ จะกระทาได้ตอ่ เมอ่ื ไดร้ ับอนุมัตจิ ากคณะรัฐมนตรีให้
ปรับแผนปฏิบัตริ าชการให้สอดคล้องกันแลว้

การปรับแผนปฏบิ ัติราชการตามวรรคหนงึ่ จะกระทาไดเ้ ฉพาะในกรณที ่ีงานหรือภารกิจ
ใดไมอ่ าจดาเนินการตามวัตถุประสงคต์ อ่ ไปได้หรอื หมดความจาเปน็ หรอื ไมเ่ ป็นประโยชน์
หรือหากดาเนินการตอ่ ไปจะต้องเสียค่าใช้จา่ ยเกินความจาเป็น หรอื มคี วามจาเปน็ อยา่ งอืน่
อนั ไม่อาจหลีกเล่ยี งได้ท่จี ะต้องเปลยี่ นแปลงสาระสาคญั ของแผนปฏบิ ตั ิราชการ

หมวด ๔
การบรหิ ารราชการอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
และเกดิ ความค้มุ ค่าในเชิงภารกิจของรัฐ

มาตรา ๒๐ เพื่อให้การปฏิบัติราชการภายในส่วนราชการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพให้
ส่วนราชการกาหนดเป้าหมาย แผนการทางาน ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานหรือโครงการ
และงบประมาณท่ีจะต้องใช้ในแต่ละงานหรือโครงการ และต้องเผยแพร่ให้ข้าราชการและ
ประชาชนทราบทัว่ กนั ดว้ ย

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 124

ห น้ า |

125

มาตรา ๒๑ ใหส้ ว่ นราชการจดั ทาบัญชตี ้นทุนในงานบรกิ ารสาธารณะแต่ละประเภทขึน้
ตามหลักเกณฑแ์ ละวิธกี ารท่ีกรมบัญชกี ลางกาหนด

ใหส้ ว่ นราชการคานวณรายจ่ายตอ่ หน่วยของงานบริการสาธารณะทีอ่ ยูใ่ นความ
รับผิดชอบของส่วนราชการนน้ั ตามระยะเวลาท่ีกรมบัญชีกลางกาหนด และรายงานให้สานัก
งบประมาณ กรมบญั ชกี ลาง และ ก.พ.ร. ทราบ

ในกรณีที่รายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะใดของส่วนราชการใดสูงกว่า
รายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการสาธารณะประเภทและคุณภาพเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันของ
ส่วนราชการอื่น ให้ส่วนราชการนั้นจัดทาแผนการลดรายจ่ายต่อหน่วยของงานบริการ
สาธารณะดังกล่าวเสนอสานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ ก.พ.ร. ทราบ และถ้ามิได้มีข้อ
ทักท้วงประการใด ภายในสิบห้าวนั ก็ให้ส่วนราชการดังกล่าวถือปฏิบตั ิตามแผนการลดรายจ่าย
นนั้ ตอ่ ไปได้

มาตรา ๒๓ ในการจัดซื้อหรือจัดจ้าง ให้ส่วนราชการดาเนินการโดยเปิดเผยและเท่ียง
ธรรม โดยพจิ ารณาถงึ ประโยชนแ์ ละผลเสียทางสังคม ภาระตอ่ ประชาชน คุณภาพ วัตถุประสงค์
ท่ีจะใช้ราคา และประโยชน์ระยะยาวของส่วนราชการที่จะได้รับประกอบกันในกรณีท่ี
วตั ถปุ ระสงค์ในการใช้เป็นเหตุใหต้ ้องคานึงถึงคณุ ภาพและการดแู ลรกั ษาเป็นสาคัญ ใหส้ ามารถ
กระทาไดโ้ ดยไม่ตอ้ งถอื ราคาต่าสุดในการเสนอซอ้ื หรือจ้างเสมอไป

มาตรา ๒๖ การสั่งราชการโดยปกติให้กระทาเป็นลายลักษณ์อักษร เว้นแต่ในกรณีที่
ผู้บงั คับบญั ชามคี วามจาเปน็ ทไ่ี ม่อาจสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรในขณะนน้ั จะสัง่ ราชการด้วยวาจา
ก็ได้แต่ให้ ผู้รับคาสั่งน้ันบันทึกคาส่ังด้วยวาจาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และเมื่อได้ ปฏิบัติ
ราชการตามคาสัง่ ดงั กล่าวแลว้ ใหบ้ ันทึกรายงานใหผ้ ้สู งั่ ราชการทราบ ในบันทึกให้อา้ งอิงคาสั่ง
ด้วยวาจาไวด้ ว้ ย

หมวด ๕
การลดขน้ั ตอนการปฏบิ ตั งิ าน

มาตรา ๒๗ ใหส้ ว่ นราชการจัดใหม้ กี ารกระจายอานาจการตดั สินใจเกี่ยวกับการสั่ง การ
อนุญาต การอนุมัติการปฏิบัติราชการ หรือการดาเนินการอื่นใดของผู้ดารงตาแหน่งใดให้แก่ผู้
ดารงตาแหน่งท่ีมีหน้าท่ีรับผิดชอบในการดาเนินการในเรื่องนั้นโดยตรง เพ่ือให้เกิดความรวดเรว็
และลดข้นั ตอนการปฏิบัตริ าชการ ทง้ั นีใ้ นการกระจายอานาจการตัดสนิ ใจดังกล่าวตอ้ งมุ่งผลให้
เกิดความสะดวกและรวดเรว็ ในการบรกิ ารประชาชน

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 125

ห น้ า |

126

มาตรา ๒๙ ในการปฏิบัติงานท่ีเก่ียวข้องกับการบริการประชาชนหรือการติดต่อ
ประสานงานระหว่างส่วนราชการดว้ ยกนั ให้ส่วนราชการแตล่ ะแห่งจดั ทาแผนภูมิขั้นตอนและ
ระยะเวลา การดาเนินการ รวมท้ังรายละเอียดอ่ืน ๆ ท่ีเกี่ยวข้องในแตล่ ะขั้นตอนเปิดเผยไว้ ณ
ท่ีทาการของส่วนราชการและในระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ เพ่ือให้
ประชาชนหรอื ผทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งเขา้ ตรวจดไู ด้

การบริการประชาชนและการติดตอ่ ประสานงานระหว่างส่วนราชการด้วยกัน ต้อง
กระทาโดยใช้แพลตฟอร์มดิจทิ ลั กลางทีส่ านักงานพฒั นารฐั บาลดิจทิ ัล (องค์การมหาชน)
กาหนดดว้ ย

มาตรา ๓๐ ในกระทรวงหนง่ึ ใหเ้ ปน็ หนา้ ท่ีของปลัดกระทรวงทจ่ี ะตอ้ งจัดให้ส่วนราชการ
ภายในกระทรวงท่รี ับผิดชอบปฏิบตั ิงานเก่ียวกับการบริการประชาชนรว่ มกันจดั ต้ังศูนยบ์ ริการ
ร่วม เพื่ออานวยความสะดวกแก่ประชาชนในการท่ีจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎอ่ืนใด
ท้ังน้เี พื่อใหป้ ระชาชนสามารถติดตอ่ สอบถาม ขอทราบขอ้ มลู ขออนญุ าต หรือขออนมุ ตั ิในเร่ือง
ใดๆ ที่เป็นอานาจหน้าท่ีของส่วนราชการในกระทรวงเดียวกัน โดยติดต่อเจ้าหน้าท่ี ณ
ศนู ย์บรกิ ารรว่ มเพียงแห่งเดียว

หมวด 6
การปรบั ปรุงภารกิจของสว่ นราชการ

มาตรา ๓๓ ให้ส่วนราชการจัดให้มีการทบทวนภารกิจของตนว่าภารกิจใดมีความ
จาเป็น หรือสมควรท่ีจะยกเลิก ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงการดาเนินการต่อไปหรือไม่ โดย

คานึงถึงยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท แผนการปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา และแผนอ่ืนท่ีเก่ียวข้อง รวมถึงกาลังเงิน

งบประมาณของประเทศ ความคุ้มค่าของภารกิจและสถานการณอ์ น่ื ประกอบกัน

มาตรา ๓๔ ในกรณีที่มีการยุบเลิก โอน หรือรวมส่วนราชการใดทั้งหมดหรือบางส่วน
ห้ามมิให้จัดต้ังส่วนราชการที่มีภารกิจหรืออานาจหน้าท่ีที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึง
กันกับส่วนราชการดังกล่าวขึ้นอีก เว้นแต่มีเหตุผลและความจาเป็นเพ่ือรักษาความมั่นคงของ
รัฐหรือเศรษฐกิจของประเทศ หรือรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน และโดยได้รับ
ความเหน็ ชอบจาก ก.พ.ร.

มาตรา ๓๖ ในกรณีที่สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่ากฎหมาย กฎระเบียบ
ข้อบังคับ หรือประกาศ ท่ีอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการใด ไม่สอดคล้องหรือเหมาะสม
กับสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่เอ้ืออานวยต่อการพัฒนาประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการประกอบ
กิจการหรือการดารงชีวิตของประชาชน หรือก่อให้เกิดภาระหรือความยุ่งยากต่อประชาชนเกิน

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 126

ห น้ า |

127

สมควร ให้สานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนะต่อส่วนราชการน้ันเพื่อดาเนินการแก้ไข
ปรบั ปรงุ หรือยกเลิกโดยเร็วต่อไป

ในกรณีที่ส่วนราชการที่ได้รับการเสนอแนะไม่เห็นชอบด้วยกับคาเสนอแนะขอ ง
สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎกี า ให้เสนอเร่อื งตอ่ คณะรฐั มนตรีเพ่อื พจิ ารณาวนิ จิ ฉยั

หมวด ๗
การอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของประชาชน

มาตรา ๓๗ ในการปฏิบัติราชการที่เกี่ยวข้องกับการบริการประชาชนหรือติดต่อ
ประสานงานระหว่างส่วนราชการดว้ ยกนั ให้ส่วนราชการกาหนดระยะเวลาแลว้ เสร็จของงาน
แต่ละงานและประกาศให้ประชาชนและข้าราชการทราบเป็นการทั่วไป ส่วนราชการใดมิได้
กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานใด และ ก.พ.ร. พิจารณาเห็นว่างานน้ันมีลักษณะท่ีสามารถ
กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จได้ หรอื ส่วนราชการได้กาหนดระยะเวลาแล้วเสร็จไว้ แต่ก.พ.ร. เห็น
ว่าเป็นระยะเวลาท่ีล่าช้าเกินสมควร ก.พ.ร. จะกาหนดเวลาแล้วเสร็จให้ส่วนราชการน้ันต้อง
ปฏบิ ตั ิกไ็ ด้

มาตรา ๓๘ เม่ือสว่ นราชการใดได้รับการตดิ ตอ่ สอบถามเปน็ หนังสอื จากประชาชน หรือ
จากส่วนราชการด้วยกนั เก่ียวกบั งานทอ่ี ย่ใู นอานาจหนา้ ที่ของสว่ นราชการนัน้ ใหเ้ ปน็ หน้าที่ของ
สว่ นราชการนั้นท่จี ะตอ้ งตอบคาถามหรือแจง้ การดาเนินการให้ทราบภายในสบิ ห้าวนั หรอื
ภายในกาหนดเวลาท่กี าหนดไว้ตามมาตรา ๓๗

มาตรา ๔๐ เพอ่ื อานวยความสะดวกและความรวดเรว็ แก่ประชาชนในการติดตอ่ กับส่วน
ราชการทุกแห่ง ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจัดให้มีระบบเครือข่าย
สารสนเทศกลางขึน้

มาตรา ๔๓ การปฏิบัติราชการในเรื่องใดๆ โดยปกติให้ถือว่าเป็นเรื่องเปิดเผย เว้นแต่
กรณีมีความจาเป็นอย่างย่ิงเพ่ือประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ความม่ันคงทาง
เศรษฐกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือการคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคล จึงให้
กาหนดเป็นความลับไดเ้ ท่าทจ่ี าเปน็

มาตรา ๔๔ ส่วนราชการต้องจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ รายจ่าย
แตล่ ะปี รายการเก่ียวกบั การจัดซอื้ หรอื จัดจ้างท่จี ะดาเนนิ การในปงี บประมาณนัน้ และสัญญา
ใดๆ ท่ีได้มีการอนุมัติให้จัดซื้อหรือจัดจ้างแล้ว ให้ประชาชนสามารถขอดูหรือตรวจสอบได้ ณ
สถานที่ทาการของส่วนราชการ และระบบเครือข่ายสารสนเทศของส่วนราชการ ทั้งน้ี การ
เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต้องไม่ก่อให้เกิดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบหรือความเสียหายแก่
บคุ คลใดในการจัดซื้อหรอื จัดจา้ ง

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 127

ห น้ า |

128

หมวด 8
การประเมนิ ผลการปฏิบัตริ าชการ

มาตรา ๔๕ ให้ส่วนราชการจัดให้มีคณะผู้ประเมินอิสระดาเนินการประเมินผลการ
ปฏิบัติราชของส่วนราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธ์ิของภารกิจ คุณภาพการให้บริการ ความพึง
พอใจของประชาชนผู้รับบริการ ความคุ้มค่า ในภารกิจ ทั้งน้ีตามหลักเกณฑ์วิธีการ และ
ระยะเวลาท่ี ก.พ.ร.กาหนด

มาตรา ๔๗ ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของข้าราชการเพ่ือประโยชน์ในการ
บริหารงานบุคคล ให้ส่วนราชการประเมินโดยคานึงถึงผลการปฏิบัติงานเฉพาะตัวของ
ข้าราชการผู้นั้นในตาแหน่งที่ปฏิบัติประโยชน์และผลสัมฤทธ์ิที่หน่วยงานที่ข้าราชการผู้นั้น
สังกดั ได้รับจากการปฏบิ ตั ิงานของขา้ ราชการผ้นู ั้น

มาตรา ๔๘ ในกรณีท่ีส่วนราชการใดดาเนินการให้บริการท่ีมีคุณภาพและเป็นไปตาม
เป้าหมายท่ีกาหนด รวมทั้งเปน็ ที่พึงพอใจแก่ประชาชน ใหก้ .พ.ร.เสนอคณะรัฐมนตรี
จัดสรรเงินเพิ่มพิเศษเป็นบาเหน็จความชอบแก่ส่วนราชการหรือให้ส่วนราชการใช้เงิน
งบประมาณเหลือจ่ายของส่วนราชการนั้น เพื่อนาไปใช้ในการปรับปรุงการปฏิบัติงานของส่วน
ราชการหรือจัดสรรเป็นรางวัลให้ข้าราชการในสังกัด ท้ังน้ีตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ี ก.พ.ร.
กาหนดโดยความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรี

มาตรา ๔๙ เมอ่ื สว่ นราชการใดได้ดาเนินงานไปตามเป้าหมาย สามารถเพม่ิ ผลงาน และ
ผลสัมฤทธิ์โดยไม่เป็นการเพ่ิมค่าใช้จ่ายและคุ้มค่าต่อภารกิจของรัฐหรือสามารถดาเนินการ
ตามแผนการลดค่าใช้จ่ายต่อหน่วยได้ตามหลักเกณฑ์ท่ีก.พ.ร. กาหนด ให้ก.พ.ร.เสนอ
คณะรฐั มนตรีจัดสรรเงินรางวัลการเพมิ่ ประสิทธิภาพใหแ้ ก่ส่วนราชการนั้น หรอื ใหส้ ่วนราชการ
ใช้เงินงบประมาณเหลอืจ่ายของส่วนราชการนนั้น เพ่ือนาไปใช้ในการปรับปรุงการปฏิบัติงาน
ของส่วนราชการหรือจัดสรรเป็นรางวัลให้ข้าราชการในสงั กัด ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธกี ารท่ี
ก.พ.ร.กาหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

หมวด 9
บทเบด็ เตล็ด
มาตรา ๕๒ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทาหลักเกณฑ์การบริหารกิจการ
บ้านเมืองท่ีดีตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้ โดยอย่างน้อยต้องมีหลักเกณฑ์เก่ียวกับการ
ลดข้ันตอนการปฏิบัติงาน และการอานวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของ
ประชาชนทสี่ อดคล้องกับบทบัญญัติในหมวด ๕ และหมวด ๗

ให้เป็นหน้าท่ีของกระทรวงมหาดไทยดูแลและให้ความช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินใน
การจัดทาหลกั เกณฑ์ตามวรรคหน่ึง

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 128

ห น้ า |

129

มาตรา ๕๓ ให้องค์การมหาชนและรัฐวิสาหกิจ จัดให้มีหลักเกณฑ์การบริหารกิจการ
บ้านเมืองท่ีดีตามแนวทางของพระราชกฤษฎีกานี้

ในกรณีทกี่ .พ.ร. เห็นวา่ องคก์ ารมหาชนหรือรฐั วิสาหกจิ ใดไมจ่ ัดให้มีหลกั เกณฑ์ตามวรรค
หนึ่ง หรอื มีแตไ่ ม่สอดคล้องกับพระราชกฤษฎีกานี้ ใหแ้ จ้งรัฐมนตรีซ่ึงมีหน้าท่ีกากบั ดแู ลองค์การ
มหาชนหรือรฐั วสิ าหกจิ เพือ่ พจิ ารณาส่งั การให้องค์การมหาชนหรือรัฐวสิ าหกิจนนั้ ดาเนนิ การให้
ถกู ตอ้ งต่อไป

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบบั นี้ คอื โดยท่ีมีการปฏริ ูประบบราชการ
เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการตอบสนองต่อการพัฒนาประเทศและ ให้บริกา รแก่
ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งข้ึน ซึ่งการบริหารราชการและการปฏิบัติหน้าท่ีของส่วน
ราชการนี้ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปเพื่อ
ประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพ เกิดความคุ้มค่าใน
เชิงภารกิจของรัฐ ลดข้ันตอนการปฏิบัติงานท่ีเกินความจาเป็น และประชาชนได้รับการอานวย
ความสะดวกและได้รับการตอบสนองความตอ้ งการ รวมทั้งมีการประเมินผลการปฏิบัติราชการ
อย่างสม่าเสมอและเน่ืองจามาตรา ๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน
พ.ศ. ๒๕๓๔ ซ่ึงแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับท่ี
๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ บัญญัติให้การกาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการปฏิบัติราชการและการส่ัง
การให้ส่วนราชการและข้าราชการปฏิบัติราชการเพ่ือให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองท่ีดี
กระทาโดยตราเปน็ พระราชกฤษฎีกา จงึ จาเป็นตอ้ งตราพระราชกฤษฎกี านี้

หลกั ธรรมาภบิ าล (Good Governance) 6 ประการ ดงั นี้

1. หลักนิติธรรม (Rule of Law) เพ่ือส่วนรวม สังคมยอมรับ และเต็มใจปฏิบัติ เป็น
หลักท่ีถือเป็นกฎ กตกิ าในสังคมท่ที กุ คนมสี ว่ นเกี่ยวข้อง มรี ะบบลงโทษที่เหมาะสม รวมทงั้ มกี าร
บังคับใช้ที่คานึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะช่วยควบคุมการใช้อานาจของรัฐให้เป็นไป
อย่างชอบธรรม พร้อมกับช่วยคมุ้ ครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนไมใ่ หถ้ กู ละเมดิ โดยการใช้
อานาจรัฐ

2. หลักคณุ ธรรม (Ethic) สาหรบั เจา้ หน้าท่แี ละข้าราชการใหม้ ีคณุ ธรรม ซือ่ สัตย์ สจุ รติ
เป็นการพฒั นาให้บุคลากรของภาครฐั ยดึ มัน่ ในความถกู ตอ้ ง การสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ให้ประชาชน
พัฒนาตนเองเพ่ือให้เป็นผู้ท่ีมีความซ่ือสัตย์ มีระเบียบวินัย ประกอบอาชีพสุจริต ท้ังน้ี เพราะ
ระบบคุณค่าและค่านิยมต่างๆ ในระบบราชการจะเป็นปัจจัยกาหนดพฤติกรรมของข้าราชการ
และช้ีนาวธิ กี ารใหบ้ ริการแกป่ ระชาชนด้วย

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 129

ห น้ า |

130

3. หลักความโปร่งใส (Transparency) โปร่งใส ตรวจสอบได้ การทางานท่ีเปิดเผย
และสามารถตรวจสอบได้ จะส่งผลให้การทุจริต คอรัปช่ันและความด้อยประสิทธิภาพในการ
ปฏิบัติงานของข้าราชการลดลง และทาให้ข้าราชการมีความรับผิดชอบต่อการทางานและผล
ของงาน มีการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องเป็นธรรม และก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและ
ประเทศชาตโิ ดยรวมมากข้ึน

4. หลักการมสี ่วนร่วม (Public participacy) ประชาชนมสี ว่ นรว่ มในการแสดงความ
คิดเห็นและตัดสินใจ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมรับรู้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
กระบวนการตัดสินใจ การมีส่วนร่วมจึงเป็นกระบวนการท่ีประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วน
ร่วมในการตัดสินใจในเร่ืองต่างๆ ดังน้ัน การมีส่วนร่วมจึงเป็นการส่ือสารสองทาง มีการ
แลกเปล่ียนขอ้ มลู และรบั ฟังความเหน็ ซง่ึ กันและกันระหวา่ งรัฐกับประชาชน ในขณะเดียวกันจะ
ก่อให้เกิดกระบวนการติดตาม ตรวจสอบนโยบายและการดาเนินงานของรัฐให้ดาเนินงานท่ี
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมมากขึน้

5. หลักความสานึกรับผิดชอบ (Responsibility) เจ้าหน้าท่ีและข้าราชการต้อง
ร่วมกันรับผิดชอบในงานที่ทา เป็นกระบวนการทางานที่จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพการ
ทางานใหด้ ขี ึ้น ความสานึกรับผดิ ชอบตอ่ การปฏบิ ัตงิ านของหนว่ ยงานจะต้องมลี กั ษณะสาคัญ 6
ประการ คือ การมีเป้าหมายท่ีชัดเจน ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน การปฏิบัติการอย่ างมี
ประสิทธิภาพ การจัดการพฤติกรรมที่ไม่เอ้ืออานวยให้เกิดการรับผิดชอบ การทางานอย่างไม่
หยดุ ยัง้ การมแี ผนสารอง และการติดตามประเมินผลการทางาน

6. หลักความคุ้มค่า (Effectiveness) การใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด โดยนา
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาปรับใช้ คอื ความมีเหตุผล ความพอประมาณ และความมภี มู คิ มุ้ กัน
ต่อการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้นเร็วในยุคนี้ การพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องบริหารจัดการและใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัดให้เกิดประโยชนส์ ุขแก่สว่ นรวม คานึงถึงความประหยัด ความค้มุ คา่
โดยยดึ ถอื ประชาชนเปน็ เปา้ หมายสูงสุดในการทางาน

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 130

ห น้ า |

131

กฎหมาย กฎ ระเบียบหลกั เกณฑ์และวิธกี ารที่เกีย่ วขอ้ ง
โดยตรงกบั การปฏบิ ัตงิ าน

พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาภาคบงั คับ พ.ศ. 2545

“การศึกษาภาคบังคับ” หมายความว่า การศึกษาชั้นปีที่หนึ่งถึงช้ันปที ่ีเก้าของการศึกษา
ข้นั พน้ื ฐานตามกฎหมายวา่ ด้วยการศกึ ษาแห่งชาติ

“เด็ก” หมายความว่า เด็กซึ่งมีอายุย่างเข้าปีท่ีเจ็ดจนถึงอายุย่างเข้าปีท่ีสิบหก เว้นแต่
เด็กท่ีสอบไดช้ น้ั ปีท่ีเกา้ ของการศกึ ษาภาคบังคับแล้ว

มาตรา ๖ ใหผ้ ปู้ กครองสง่ เดก็ เขา้ เรียนในสถานศกึ ษา
มาตรา ๑๑ ผู้ใดซ่ึงมิใช่ผู้ปกครอง มีเด็กซ่ึงไม่ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาอาศยั อยู่ด้วย ต้อง
แจง้ สานกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศกึ ษา หรอื องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ แลว้ แตก่ รณี
ภายในหนงึ่ เดอื นนบั แตว่ นั ทเ่ี ดก็ มาอาศยั อยู่ เว้นแต่ผู้ปกครองได้อาศยั อยดู่ ว้ ยกับผู้น้นั
มาตรา ๑๓ ผู้ปกครองที่ไม่ส่งเด็กเข้าเรียนในสถานศกึ ษา ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหน่ึง
พนั บาท
มาตรา ๑๔ ผใู้ ดไมอ่ านวยความสะดวกแกพ่ นกั งานเจา้ หนา้ ที่ ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กิน
หนึ่งพันบาท
มาตรา ๑๕ ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร กระทาด้วยประการใดๆ อันเป็นเหตุให้เด็ก
มไิ ดเ้ รยี นในสถานศกึ ษาตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี ตอ้ งระวางโทษปรบั ไม่เกนิ หนงึ่ หมื่นบาท
มาตรา ๑๖ ผู้ใดไม่แจง้ ขอ้ มลู อนั เปน็ เทจ็ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนงึ่ หมน่ื บาท
กฎกระทรวงกาหนดให้ การนับอายุเด็กเพ่ือเข้ารับการศึกษาภาคบังคับให้นับตามปี
ปฏทิ ิน หากครบ 7 ปบี รบิ ูรณ์ในปีใด ใหน้ บั วา่ เด็กมีอายยุ ่างเข้าปที ่ี 7 ในปนี ้ัน

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 131

ห น้ า |

132

ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการ
วา่ ด้วยกาหนดเวลาทางานและวันหยุดราชการของสถานศกึ ษา พ.ศ.2547

ใหส้ ถานศึกษาเรม่ิ ทางานตัง้ แตเ่ วลา 08.30 น ถงึ 16.30 น หยดุ กลางวันเวลา 12.00-
13.00 น. ซึ่งเป็นเวลาทางานตามปกติ วนั เสารแ์ ละวันอาทติ ย์หยดุ ราชการเต็มวัน

นอกจากท่ีกาหนดไว้ ให้สถานศึกษาเป็นผู้กาหนดและรายงานส่วนราชการต้นสังกัด
ทราบ ท้ังนีต้ ้องมีเวลาทางานสัปดาหล์ ะไมน่ อ้ ยกวา่ 35 ชวั่ โมง

วนั ปดิ ภาคเรยี นใหถ้ อื ว่า เปน็ วันพกั ผ่อนของนักเรียน ซ่งึ สถานศึกษาอาจอนุญาตให้
ข้าราชการหยุดพักผ่อนได้ แต่ถ้ามีราชการจาเป็นให้ข้าราชการมาปฏิบัติราชการเหมือนกับการ
มาปฏบิ ตั ริ าชการตามปกติ

วนั ท่ีสถานศกึ ษาทาการสอนชดเชยหรอื ทดแทน เน่ืองจากสถานศกึ ษาส่งั ปิดดว้ ยเหตุ
พเิ ศษหรอื กรณพี ิเศษตา่ ง ๆ ให้ถือวา่ เปน็ วนั ทางานปกติ

ระเบยี บสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ. 2555

การลามี 11 ประเภท
1.ลาปว่ ย
2.ลาคลอดบตุ ร
3.ลาไปช่วยเหลอื ภริยาท่คี ลอดบตุ ร
4.ลากิจสว่ นตัว
5.ลาพกั ผ่อน
6.ลาไปอุปสมบทหรือประกอบพิธฮี จั ย์
7.ลาไปตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล
8.ลาศกึ ษาตอ่ ฝึกอบรม ดงู านหรอื ปฏบิ ตั ิงานวจิ ัย
9.ลาไปปฏบิ ตั งิ านในองคก์ ารระหว่างประเทศ
10.ลาตดิ ตามคู่สมรส
11.ลาไปฟน้ื ฟูสมรรถภาพด้านอาชพี

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 132

ห น้ า |

133

- การนับวนั ลา ใหน้ บั ตามปงี บประมาณ
- ลาปว่ ย ลากิจส่วนตัว ลาพกั ผอ่ น ลาไปชว่ ยเหลอื ภรยิ าที่คลอดบตุ รให้นบั เฉพาะวนั ทาการ
- การไปช่วยราชการ ให้ผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานท่ีไปช่วยราชการเป็นผูพ้ ิจารณาแล้วรายงาน
ต้นสังกดั เดิมทราบอย่างน้อยปลี ะ 1 ครงั้

1. ลาป่วย
- ลาป่วย ต้ังแต่ 30 วนั ทาการขึ้นไป ตอ้ งมีใบรบั รองแพทย์
- ลาปว่ ยไม่ถงึ 30 วันทาการ ผ้อู นุญาตเหน็ สมควร จะสงั่ ใหม้ ีใบรับรองแพทยป์ ระกอบ

ใบลากไ็ ด้
- ใหส้ ง่ ใบลาก่อนหรอื ในวันลา กรณจี าเป็นจะเสนอหรือจัดสง่ ใบลาในวันแรกทม่ี าปฏบิ ัติ

ราชการกไ็ ด้
- กรณีอาการปว่ ยมากจนไมส่ ามารถส่งใบลาในวนั ลา จะให้ผอู้ ่นื ลาแทนกไ็ ด้ แต่เมื่อ

สามารถลงช่ือไดแ้ ลว้ ให้เสนอหรอื จัดสง่ ใบลาโดยเรว็

2.การลาคลอดบุตร
- จะลาในวันทค่ี ลอด กอ่ น หรือหลังคลอดบตุ รก็ได้ แตเ่ ม่อื รวมวนั ลาแลว้ ต้อง

ไม่เกนิ 90 วัน
1.ให้เสนอใบลาตอ่ ผู้บงั คับบัญชากอ่ นหรอื ในวันลา
2.ไม่สามารถลงช่ือในใบลาได้ ใหผ้ ู้อ่นื ลาแทนกไ็ ด้ เม่ือลงชอ่ื ไดแ้ ลว้ ใหเ้ สนอหรอื

จดั ส่งใบลาโดยเรว็
3.ลากจิ ต่อเน่ืองจากการลาคลอดเพอ่ื เล้ียงดูบตุ รได้อีกไมเ่ กนิ 150 วันทาการ

โดยไม่ได้รบั เงินเดือน (นบั รวมของเก่าด้วย 90 วนั )

3.ลาไปช่วยเหลอื ภรยิ าทคี่ ลอดบุตร
-ขา้ ราชการซ่งึ ประสงคจ์ ะลาไปชว่ ยเหลอื ภรยิ าโดยชอบดว้ ยกฎหมายทคี่ ลอดบุตรให้

เสนอหรอื จัดส่งใบลาต่อผู้บงั คบั บัญชาตามลาดบั จนถงึ ผู้มีอานาจอนญุ าตกอ่ นหรอื ในวนั ทล่ี า

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 133

ห น้ า |

134

ภายใน 90 วัน นบั จากวันที่คลอดบตุ รและให้มีสิทธิลาไปช่วยเหลือภริยาทีค่ ลอดบตุ รคร้ังหนง่ึ
ตดิ ตอ่ กนั ไดไ้ มเ่ กิน 15 วันทาการ

4.ลากิจสว่ นตวั
- ข้าราชการท่ีประสงค์จะลาหยดุ ราชการ เพอ่ื ทากจิ ธุระไดไ้ มเ่ กิน 45 วันทาการ
- ลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่ออีกได้ไม่เกิน 150 วันทาการ แต่ไม่มีสิทธิได้รับ

เงนิ เดือน
1.เม่ือได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยดุ ราชการได้ กรณีมเี หตุพิเศษไม่อาจสง่ ใบลาต่อ

ผู้บังคับบัญชาได้ ให้เสนอใบลาพร้อมทั้งเหตุผลความจาเป็นต่อผู้บังคับบัญชาทันทีในวันแรก
ท่มี าปฏิบตั ริ าชการ

2 ผบู้ ังคบั บญั ชาจะเรียกตวั มาปฏิบัตริ าชการก็ได้ ยกเวน้ ลากจิ ส่วนตวั เพ่ือเลี้ยงดู
บตุ ร
5.ลาพกั ผ่อน

ลาพกั ผ่อน …… เปน็ ครูผชู้ ่วยไมถ่ งึ 6 เดือน / ขา้ ราชการครู ไมม่ ีสิทธลิ าพักผ่อน
เพราะมีปดิ เทอมอยแู่ ลว้

- ปหี น่งึ ลาได้ 10 วันทาการ สะสมวันลารวมกบั ปีต่อไป แต่ตอ้ งไม่เกิน 20 วนั ทาการ
อายรุ าชการเกิน 10 ปี มีสิทธินบั วนั ลาพกั ผ่อนสะสมรวม ได้ไมเ่ กิน 30 วนั ทาการ

6.การลาอุปสมบท หรือการลาไปประกอบพธิ ีฮัจย์
มสี ทิ ธิลาไดไ้ ม่เกนิ 120 วนั แต่ตอ้ งรับราชการมาแลว้ ไม่น้อยกวา่ 1 ปี
1.ให้ยื่นใบลาเสนอกอ่ นอนุญาต 60 วนั หากกรณมี ีเหตพุ ิเศษ ให้ชี้แจงเหตผุ ล

ประกอบการลา
2.จะตอ้ งอุปสมบทภายใน 10 วัน นบั แต่วนั ลาหรือเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์
3.ตอ้ งกลับมารายงานตวั ภายใน 5 วนั นบั แตล่ าสกิ ขาบทหรอื วันเดนิ ทางกลบั

ถงึ ประเทศไทย

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 134

ห น้ า |

135

7.ลาเข้ารบั การตรวจเลอื กหรือเขา้ รับการเตรียมพล
ตรวจเลือกไมน่ อ้ ยกวา่ 48 ชั่วโมง การเตรียมพลภายใน 48 ชว่ั โมง ตอ้ งกลบั มา

รายงานตัวภายใน 7 วัน ขยายได้แต่รวมไม่เกนิ 15 วัน

8.การลาไปศึกษาตอ่ ฝึกอบรม ดงู าน หรอื ปฏบิ ตั กิ ารวจิ ัยตา่ งประเทศ
- ให้เสนอหรอื จดั สง่ ใบลาตามลาดบั จนถึง ปลดั กระทรวง (เลขาธกิ าร กพฐ.)
- ลาศึกษาต่อในประเทศ (ผู้อานวยการสถานศึกษา)

9.การลาไปปฏบิ ตั งิ านในองคก์ ารระหวา่ งประเทศ
- รัฐมนตรีเป็นผ้พู ิจารณาอนญุ าต / ต้องรบั ราชการมาแลว้ ไม่นอ้ ยกวา่ 5 ปี

10.ลาตดิ ตามคู่สมรส
ลาได้ไมเ่ กนิ 2 ปี ลาตอ่ ไดอ้ กี ไมเ่ กิน 2 ปี รวมแลว้ ไม่เกิน 4 ปี หากเกนิ 4 ปี ให้ลาออก

11.ลาไปฟืน้ ฟสู มรรถภาพดา้ นอาชพี
ข้าราชการผู้ใดได้รับอันตรายหรอื การป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการในหนา้ ท่ีหรือถูก

ประทุษร้ายเพราะเหตุกระทาการตามหนา้ ท่ี มีสิทธิลาไปฟ้ืนฟูสมรรถภาพดา้ นอาชีพครั้งหน่งึ ได้
ตามระยะเวลาทกี่ าหนด ไว้ในหลกั สตู รที่ประสงคจ์ ะลา แต่ไม่เกิน 12 เดอื น

>>>>> ผมู้ อี านาจอนุญาตการลา คอื หัวหน้าส่วนราชการ (เลขาธิการ กพฐ.)

- ลาบอ่ ยครั้ง ปฏิบัติงานในสถานศกึ ษาตอ้ งลาไม่เกิน 6 คร้ัง สานักงานเขตไม่เกิน 8 ครั้ง
- มาทางานสายเนืองๆ ปฏิบัติงานสถานศึกษาตอ้ งไม่สาย เกนิ 8 คร้งั สานักงานไม่เกิน 9 คร้ัง

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื ผูบ้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 135

ห น้ า |

136

ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ วา่ ดว้ ยการเปิดและปิดสถานศกึ ษา พ.ศ.2549 และ
(ฉบับปรบั ปรงุ แก้ไข 2558)

การเปดิ -ปิดสถานศกึ ษา
- เวลารอบปีการศึกษาหนึ่ง ถือว่าวันที่ 16 พฤษภาคม เป็นวันเร่ิมต้นปีการศึกษา และ

วันท่ี 15 พฤษภาคม ของปีถัดไป เป็นวันส้ินปีการศึกษา ซ่ึงในรอบปีการศึกษาหนึ่งทาง
สถานศึกษาได้กาหนดวันเปดิ และปิดสถานศกึ ษา เปน็ 2 ภาคเรยี น คือ

ภาคเรียนท่ีหน่งึ วันเปิดภาคเรียน วนั ท่ี 16 พฤษภาคม วนั ปดิ ภาคเรียน วนั ที่ 11 ตลุ าคม
ภาคเรียนทสี่ อง วันเปดิ ภาคเรียน วนั ท่ี 1 พฤศจกิ ายน วันปดิ ภาคเรียน วันท่ี 1 เมษายน
ของปีถดั ไป

- ในการเปดิ ปิดสถานศึกษา อาจมกี ารเปลีย่ นแปลงตามความเหมาะสม ขนึ้ อยกู่ ับ

ดุลยพินิจของส่วนราชการเจา้ สงั กัด เปน็ ผ้กู าหนดตามทเี่ หน็ สมควร

“กรณีพิเศษ” หมายความวา่ กรณจี าเป็นตอ้ งใชส้ ถานศึกษาเพอ่ื ประชมุ สัมมนา

ฝึกอบรมจดั สอบ พกั แรม จดั กิจกรรมเสริมหลักสตู รหรือกจิ กรรมอน่ื ใดท่ีเปน็ ประโยชน์ตอ่ ชุมชน

หรอื เหตจุ าเปน็ อ่ืนที่ไมอ่ าจเปิดเรียนได้ตามปกติ

“เหตพุ ิเศษ” หมายความวา่ สาธารณภยั อันมผี ลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าจะเกดิ

จากธรรมชาติ มีผูท้ าให้เกิดขึน้ อบุ ตั เิ หตุ หรอื เหตุอน่ื ใดซึ่งก่อให้เกิดอนั ตรายแกช่ ีวติ รา่ งกาย

ของประชาชน หรอื ความเสียหายแกท่ รพั ย์สินของประชาชนหรอื ของรัฐ และให้หมายความ

รวมถึงภัยทางอากาศและการกอ่ วินาศกรรมดว้ ย

ผู้มีอานาจสง่ั ปดิ สถานศึกษาเปน็ กรณพี ิเศษ หรือเหตุพเิ ศษ คือ

1.หวั หน้าสถานศึกษา(ผอ.ร.ร.) สง่ั ปิดไดไ้ มเ่ กนิ 7 วัน

2.ผอ.สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษา สงั่ ปดิ ไดไ้ ม่เกิน 15 วัน

3.เลขาธิการ สั่งปดิ ไดไ้ มเ่ กิน 30 วัน

4.รฐั มนตรกี ระทรวงศึกษาธิการหรือปลดั กระทรวงสง่ั ปิดไดต้ ามความเหมาะสมและความจาเป็น

***เมื่อไดส้ ่งั ปิดไปแล้ว ต้องสอนชดเชยใหค้ รบตามจานวนวนั ทส่ี ่งั ปิด

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 136

ห น้ า |

137

ระเบียบกระทรวงศึกษาธกิ าร ว่าดว้ ยการพานักเรยี นและนักศกึ ษาไปนอกสถานศึกษา
พ.ศ. 2562 และปรับปรุง พ.ศ.2563

การพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศึกษา หมายความว่า การท่ีหัวหน้า
สถานศึกษาหรือผู้ท่ีหัวหน้าสถานศึกษามอบหมาย พานักเรียนและนักศึกษาไปทากิจกรรมการ
เรียนการสอนนอกสถานศึกษาซึ่งอาจไปเวลาเปิดทาการสอนหรือไม่ก็ได้ หรือไปทากิจกรรม
การเดินทางไกลและการเข้าค่ายพักแรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด แต่ไม่รวมถึงการไป
นอกสถานท่ีตามคาสั่งในทางราชการ
การขออนญุ าตพานักเรยี นไปนอกสถานศึกษา จาแนกเปน็ 3 ประเภท ดังนี้
(1) การพาไปนอกสถานศกึ ษาไม่คา้ งคนื

- ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา...... มีอานาจพิจารณาอนญุ าต
(2) การพาไปนอกสถานศกึ ษาค้างคืน

- ผู้อานวยการสานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษา...... มีอานาจพิจารณาอนุญาต
(3) การพาไปนอกราชอาณาจักร

เลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน..... มอี านาจพจิ ารณาอนญุ าต
*** โดยสถานศึกษาตอ้ งส่งเอกสารและขออนุญาตตอ่ ผู้มีอานาจกอ่ นไม่น้อยกวา่ 15 วัน
ข้อกาหนดตามระเบียบทคี่ วรทราบ

1. ต้องคานึงถงึ ความปลอดภัยในการเดนิ ทางและการพกั แรมเป็นลาดับแรก
2.ทาการขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องเพื่อขอคาแนะนา หรือขอ
ความร่วมมือและต้องทาป้ายแสดงให้เห็นว่ายานพาหนะนั้นบรรทุกนักเรียนในการดาเนินการ
ทุกข้ันตอน ต้องทาการขออนุญาตผู้ปกครองของนักเรียนทุกครั้ง และหลังจากกลับมา ต้อง
รายงานผลการพานักเรยี นและนกั ศึกษาไปนอกสถานศกึ ษาให้กบั ผสู้ ่ังอนุญาตทราบ
3.ให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษาจานวน 1 คน
เป็นผู้ควบคุม และจะต้องมีครูหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา จานวน 1
คน ตอ่ นกั เรียนไม่เกนิ 30 คน เปน็ ผู้ชว่ ยผูค้ วบคมุ ***กรณีท่ีมีนักเรียนหญิงหรือนักศึกษา
หญิงไปด้วย ใหม้ ีครูสตรีควบคุมไปดว้ ยตามความเหมาะสม
4.ถ้าใช้รถโดยสารไมต่ ่ากว่า 40 ที่นงั่ จานวนต้งั แต่ 3 คนั ขน้ึ ไปควรจัดใหม้ ีรถนาขบวน

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 137

ห น้ า |

138

***สาหรับสถานศึกษาเอกชนประเภทโรงเรยี นในระบบตามกฎหมายวา่ ดว้ ยโรงเรยี นเอกชน
ให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้มีอานาจพิจารณาอนุญาตการพาไปนอกสถานศึกษาไมพ่ กั

แรมตาม
ใหผ้ ู้รับใบอนุญาตเปน็ ผู้มอี านาจพิจารณาอนญุ าตการพาไปนอกสถานศกึ ษาพักแรม
ให้ผู้รับใบอนุญาตโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน เป็นผู้มี

อานาจพิจารณาอนญุ าตการพาไปนอกราชอาณาจักร
“ให้สถานศึกษาเอกชนประเภทโรงเรียนในระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

รายงานการพิจารณาอนุญาตต่อผู้อนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนก่อนวันเดินทาง
ไม่นอ้ ยกว่า 3 วันทาการ

ในกรณที พี่ าไปนอกสถานศกึ ษาพักแรมและการพาไปนอกราชอาณาจักร ตอ้ งรายงาน
ผลการพานักเรียนไปนอกสถานศึกษาให้กับผู้อนุญาตทราบ ภายใน 15 วันหลังจากการพา
นักเรยี นไปนอกสถานศึกษาเสร็จสิ้นแล้ว

ระเบียบกระทรวงศกึ ษาธิการ ว่าดว้ ยการลงโทษนกั เรียนและนักศกึ ษา พ.ศ.2548

“การลงโทษ” หมายความวา่ การลงโทษนกั เรยี นหรอื นักศกึ ษาทีก่ ระทาความผดิ
โดยมคี วามมงุ่ หมายเพื่อการอบรมสั่งสอน

โทษที่จะลงโทษแก่นักเรียนหรอื นักศกึ ษาท่ีกระทาความผิด มี 4 สถาน ดงั น้ี
(1) วา่ กล่าวตกั เตอื น
(2) ทาทัณฑ์บน
(3) ตดั คะแนนความประพฤติ
(4) ทากจิ กรรมเพื่อใหป้ รบั เปลี่ยนพฤติกรรม

ห้ามลงโทษนักเรียนและนกั ศึกษาด้วยวิธีรุนแรง หรอื แบบกล่ันแกลง้ หรอื ลงโทษด้วย
ความโกรธ หรอื ดว้ ยความพยาบาท โดยให้คานึงถงึ อายุของนักเรยี นหรอื นักศกึ ษา และความ
รา้ ยแรงของพฤตกิ ารณ์ ประกอบการลงโทษดว้ ย

การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้เป็นไปเพื่อเจตนาที่จะแก้นิสัยและความประพฤติ
ไมด่ ีของนกั เรยี นหรือนกั ศึกษาใหร้ สู้ านึกในความผดิ และกลบั ประพฤตติ นในทางท่ดี ีตอ่ ไป

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 138

ห น้ า |

139

ให้ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา หรือผู้ที่ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา
มอบหมาย เป็นผ้มู อี านาจในการลงโทษนักเรยี น นกั ศึกษา

กาหนดให้ลงโทษนกั เรียนหรอื นักศกึ ษาท่กี ระทาความผดิ ดงั น้ี

1.ว่ากลา่ วตักเตอื น ใชใ้ นกรณนี ักเรียนหรือนักศกึ ษากระทาความผิดไม่รา้ ยแรง
2.ทาทัณฑ์บน ใช้ในกรณีท่ีนักเรียนหรือนักศึกษาประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสภาพ
ความเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา หรือใช้ในกรณีทาให้เส่ือมเสียช่ือเสียงและเกียรติศักด์ิของ
สถานศกึ ษา หรือฝา่ ฝืนระเบยี บของสถานศึกษา หรอื ได้รบั โทษว่ากลา่ วตกั เตือนมาแล้ว แต่ยงั ไม่
เข็ดหลาบ
** การทาทัณฑ์บนใหท้ าเปน็ หนังสือ และเชญิ บดิ ามารดาหรือผ้ปู กครองมาบันทึกรับทราบ
ความผิดและรับรองการทาทณั ฑบ์ นไว้ด้วย
3.ตัดคะแนนความประพฤติ ให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติว่าด้วยการตัดคะแนนความ
ประพฤตินักเรียนหรือนักศึกษาของแต่ละสถานศึกษากาหนด โดยให้ทาบันทึกข้อมูลไว้เป็น
หลกั ฐาน
4.ทากิจกรรมเพ่ือให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใช้ในกรณีที่นักเรียนหรือนักศึกษากระทา
ความผิดท่ีสมควรต้องปรับเปล่ียนพฤติกรรมให้เป็นไปตามแนวทางท่ีกระทรวงศึกษาธิการ
กาหนด

กฎ ก.ค.ศ.
ว่าดว้ ยกรณคี วามผดิ ท่ปี รากฏชัดแจ้ง พ.ศ.2549

- ผู้บงั คบั บัญชาจะดาเนินการทางวนิ ัยโดยไมส่ อบสวน หรอื งดการสอบสวนก็ได้

ความผิดปรากฏชดั แจ้ง ความผิดวนิ ัยไมร่ ้ายแรง มี 2 กรณี
(1) ศาลพิพากษาถึงท่ีสุดว่ากระทาความผิด ยกเวน้ ความผิดลหโุ ทษ
(2) กระทาความผิดวนิ ยั ไม่ร้ายแรง แลว้ รับสารภาพเปน็ หนังสอื ต่อผู้บังคับบญั ชาหรือ ผู้

มีหนา้ ทส่ี อบสวนหรอื คณะกรรมการสอบสวน

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 139

ห น้ า |

140

ความผิดปรากฏชัดแจง้ ความผิดวินยั ร้ายแรง มี 3 กรณี
(1) ศาลพิพากษาถงึ ทสี่ ุดให้จาคุกหรอื หนักวา่ จาคุก
(2) ละทง้ิ หนา้ ทร่ี าชการติดต่อในคราวเดียวกันเกินกวา่ 15 วนั โดยไม่มเี หตผุ ลอัน

สมควรหรือมจี งใจไม่ปฏบิ ัตติ ามระเบยี บ
(3) กระทาความผดิ วนิ ยั อย่างร้ายแรง แลว้ รบั สารภาพเปน็ หนังสือตอ่ ผู้บังคับบัญชา

หรอื ผูม้ หี น้าทส่ี อบสวนหรือคณะกรรมการสอบสวน

กฎ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยโรค พ.ศ.2549

ตามมาตรา 30 (5) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศกึ ษา 2547
คือ

1.โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะทีป่ รากฏอาการเป็นท่ีรังเกียจแก่สังคม
2.วณั โรคในระยะติดต่อ
3.โรคเท้าชา้ งในระยะท่ปี รากฏอาการเปน็ ท่ีรงั เกียจแก่สังคม
4.โรคตดิ ยาเสพตดิ ให้โทษ
5.โรคพษิ สรุ าเร้ือรัง

ระเบยี บกระทรวงศึกษาธิการ
ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน

พ.ศ. ๒๕๖๓

*** บงั คับใช้ 2 พฤษภาคม ๒๕๖๓
โดยท่ีเปน็ การสมควรกาหนดข้อปฏิบัตแิ ละข้อห้ามปฏิบตั ิในการไว้ทรงผมของนักเรยี น
เพือ่ ใหเ้ กดิ ความชัดเจนในการดาเนนิ การของสถานศึกษา มคี วามเหมาะสมกับสภาวการณ์

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 140

ห น้ า |

141

ปจั จบุ ันและการปฏิบัตติ นของนักเรยี นเปน็ ไปดว้ ยความถกู ต้อง รวมท้งั เป็นการคุ้มครองศกั ด์ิศรี
ความเปน็ มนุษย์

รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังนี้
“นักเรียน” หมายความว่า บคุ คลซง่ึ กาลงั ศกึ ษาอยู่ในสถานศึกษา
“สถานศึกษา” หมายความวา่ สถานศกึ ษาในสังกัดหรอื กากับดแู ลของ
กระทรวงศึกษาธกิ ารที่จัดการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน เวน้ แต่การศึกษานอกระบบและการศกึ ษา
ตามอธั ยาศัย

ขอ้ ๔ นักเรียนตอ้ งปฏบิ ัตติ นเกย่ี วกับการไว้ทรงผม ดังน้ี
(๑) นักเรยี นชายจะไว้ผมสัน้ หรือผมยาวก็ได้ กรณไี ว้ผมยาวด้านข้าง ดา้ นหลงั ตอ้ งยาว
ไม่เลยตนี ผม ดา้ นหน้าและกลางศรี ษะให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมคี วามเรยี บร้อย
(๒) นักเรยี นหญงิ จะไวผ้ มสัน้ หรอื ผมยาวก็ได้ กรณีไวผ้ มยาวให้เปน็ ไปตามความ
เหมาะสมและรวบใหเ้ รียบรอ้ ย
ข้อ ๕ นกั เรียนต้องหา้ มปฏิบตั ิตน ดงั น้ี

(๑) ดดั ผม
(๒) ยอ้ มสีผมให้ผดิ ไปจากเดมิ
(๓) ไว้หนวดหรือเครา
(๔) การกระทาอน่ื ใดซ่งึ ไม่เหมาะสมกบั สภาพการเปน็ นกั เรียน เช่น
การตัดแตง่ ทรงผมเป็นรูปทรงสญั ลกั ษณ์หรือเป็นลวดลาย
ข้อ ๖ ความในขอ้ ๔ และขอ้ ๕ มใิ ห้นามาใช้บังคบั แก่นกั เรียนท่มี ีเหตุผลความจาเป็น
ในการปฏบิ ัติตามหลกั ศาสนาของตนหรือการดาเนนิ กิจกรรมของสถานศึกษา

ให้หัวหน้าสถานศึกษาเปน็ ผู้มีอานาจพจิ ารณาอนญุ าต

ข้อ ๗ ให้สถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาหรอื คณะ
กรรมการบรหิ ารโรงเรยี นวางระเบียบเกย่ี วกับการไว้ทรงผมของนักเรยี นที่มคี วาม
เฉพาะเจาะจงได้เท่าทไี่ ม่ขดั หรือแยง้ กับระเบยี บนี้

การดาเนินการตามวรรคหน่งึ ให้ยึดถือหลกั ความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพทด่ี ี
ของนักเรยี น และการมสี ว่ นร่วมของนกั เรียน สถานศึกษา ผปู้ กครอง และชุมชนทอ้ งถ่ิน

ข้อ ๘ ใหป้ ลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มอี านาจ
ตีความและวนิ จิ ฉัยปญั หาเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ิตามระเบียบนี้

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 141

ห น้ า |

142

นโยบายของรัฐบาลทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การศึกษา

วสิ ยั ทัศน์ประเทศไทย

“ประเทศไทยมีความม่ันคง มง่ั คัง่ ย่ังยืน เป็นประเทศพฒั นาแลว้ ดว้ ยการ
พฒั นาตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง”

1. ความม่นั คง
1.1 การมีความม่ันคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในประเทศ

และภายนอก ประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจกบุคคล
และมคี วามม่นั คงในทุกมิติ ทงั้ มิติเศรษฐกิจ สังคม สงิ่ แวดลอ้ ม และการเมอื ง

1.2 ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีสถาบันชาติ ศาสนา และ
พระมหากษัตริย์ ท่ีเข้มแข็ง เป็นศูนย์กลางและท่ียึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน ระบบ
การเมืองมีความมั่นคงเป็นกลไกท่ีนาไปสู่ การบริหารประเทศท่ีตอ่ เนื่องและโปร่งใสตามหลกั
ธรรมาภิบาล

1.3 สังคมมีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกาลังเพ่ือพัฒนา
ประเทศ ชมุ ชน มคี วามเขม้ แข็ง ครอบครวั มีความอบอ่นุ

1.4 ประชาชนมีความม่ันคงในชีวิต มีงานและรายได้ท่ีมั่นคงพอเพียงกับการ
ดารงชีวิต มีที่อยู่อาศัยและความปลอดภยั ในชีวติ ทรัพย์สิน

1.5 ฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้า

2. ความมั่งคั่ง
2.1 ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ยกระดับเป็น

ประเทศในกลมุ่ รายไดส้ งู ความเหล่อื มล้าของการพัฒนาลดลง ประชากรไดร้ บั ผลประโยชน์จาก
การพฒั นาอย่างเท่าเทียมกนั มากขนึ้

2.2 เศรษฐกิจมีความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถสร้างรายได้ท้ังภายใน
และภายนอกประเทศ สร้างฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคต และเป็นจุดสาคัญของการ
เช่ือมโยงในภูมิภาค ทั้งการคมนาคมขนส่ง การผลิต การค้าการลงทุนและการทาธุรกิจ มี

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 142

ห น้ า |

143

บทบาทสาคัญในระดับภูมิภาคและระดับโลก เกิดสายสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างมี
พลงั

2.3 ความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้างการพัฒนาคนอย่างต่อเน่ือง ได้แก่
ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงิน ทุนที่เป็นเคร่ืองมือเคร่ืองจักร ทุนทางสังคม และทุน
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม

3. ความย่ังยืน
3.1 การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิตของ

ประชาชนให้เพ่ิมข้ึนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่ไม่ใช้
ทรัพยากรธรรมชาติเกินพอดีไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมจนเกินความสามารถในการ
รองรบั และเยยี วยาของระบบนิเวศน์

3.2 การผลิตและการบริโภคเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับ
กฎระเบียบของประชาคมโลก ซ่ึงเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ความอุดมสมบูรณ์ของ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมมีคุณภาพดีข้ึน คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอ้ือ
อาทร เสียสละเพอ่ื ผลประโยชน์ส่วนรวม

3.3 ประชาชนทุกภาคสว่ นในสังคมยดึ ถอื และปฏบิ ัตติ ามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ ที่จะกาหนดกรอบและ
แนวทางการพัฒนาให้หน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วนต้องทาตาม เพ่ือให้บรรลุ วิสัยทัศน์
"ประเทศไทยมีความม่ันคง ม่ังคั่ง ย่ังยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง" หรือตามคติพจน์ "มั่นคง ม่ังคั่ง ยั่งยืน" โดยมีกรอบระยะเวลา
20 ปี ตงั้ แต่ปี 2561-2580

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 143

ห น้ า |

144

ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี แบ่งยทุ ธศาสตร์ออกเปน็ 6 ด้าน คือ
1. ยทุ ธศาสตร์ด้านความมน่ั คง
2. ยุทธศาสตร์ดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั
3. ยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสรมิ สร้างศักยภาพคน (เกี่ยวกบั กระทรวง ศธ.)***
4. ยุทธศาสตรด์ า้ นการสร้างโอกาสความเสมอภาคและเทา่ เทียมกันทางสังคม
5. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการสรา้ งการเติบโตบนคุณภาพชีวติ ทีเ่ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดล้อม
6. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ

ความเป็นมาของยุทธศาสตรช์ าติ 20 ปี
คาวา่ "ยุทธศาสตรช์ าต"ิ มาจากรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 หมวด
6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 65 ซ่งึ ระบุว่า
"มาตรา 65 รฐั พึงจัดใหม้ ียทุ ธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างย่ังยืน
ตามหลักธรรมาภบิ าล เพ่ือใช้เป็นกรอบในการจัดทาแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกนั
เพ่อื ใหเ้ กิดเป็นพลงั ผลักดันรว่ มกนั ไปส่เู ปา้ หมายดังกลา่ ว
การจดั ทา การกาหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลเุ ป้าหมาย และสาระทีพ่ ึงมใี น
ยทุ ธศาสตรช์ าติให้เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีกฎหมายบญั ญัติ ทั้งน้ี กฎหมายดังกล่าว
ตอ้ งมบี ทบญั ญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคดิ เหน็ ของประชาชนทุกภาคส่วน
อยา่ งทว่ั ถงึ ด้วย
ยทุ ธศาสตร์ชาติ เมอ่ื ได้ประกาศในราชกิจจานเุ บกษาแล้ว ใหใ้ ชบ้ ังคบั ได้"
จากมาตรา 65 ทาให้ต้องออกกฎหมายอีกฉบบั หนึ่ง เรียกวา่ "พระราชบญั ญตั ิการ
จดั ทายุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560" เพ่อื เปน็ กรอบการดาเนนิ การจดั ทาตวั ยทุ ธศาสตร์ชาติ เชน่
การแตง่ ตั้งคณะกรรมการยทุ ธศาสตร์ และคณะกรรมการจดั ทายุทธศาสตร์ชาติ ขนั้ ตอนการรับ
ฟงั ความคิดเห็นของประชาชน การตดิ ตาม การตรวจสอบ และการประเมินผลการดาเนินงาน
ของยุทธศาสตร์ชาตขิ องหน่วยงานราชการตา่ ง ๆ
เม่อื มยี ุทธศาสตรช์ าติแล้ว ก็จะตอ้ งมแี ผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ โดย
ยทุ ธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยังคงมสี ถานะใหญท่ ่สี ดุ ทกุ อยา่ งตอ้ งสอดคล้องกบั ยทุ ธศาสตรช์ าติ

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 144

ห น้ า |

145

รวมถงึ นโยบายของรฐั บาล แผนบรหิ ารราชการแผ่นดิน แผนปฏบิ ตั กิ ารของหน่วยงานตา่ งๆ
ด้วย

แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) (5 ป)ี

การพัฒนาประเทศในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 เป็น 5 ปี
แรกของการขับเคลื่อนยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ส่กู ารปฏบิ ัติโดย

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ ๑๒ ยึดหลัก
“ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง” “การพัฒนาทย่ี ัง่ ยนื ” และ “คนเปน็ ศูนยก์ ลางการ
พัฒนา” ทต่ี ่อเนือ่ งจากแผนพฒั นาฯ ฉบบั ท่ี ๙-๑๑ และยดึ หลักการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่
ลดความเหล่ือมล้าและขับเคลื่อนการเจริญเติบโตจากการเพ่ิมผลผลิตบนฐานการใช้ภูมิปัญญา
และนวตั กรรม

ยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาฯ ฉบับท่ี ๑๒ มีทั้งหมด ๑๐ ยุทธศาสตร์ โดยมี ๖
ยทุ ธศาสตรต์ ามกรอบยุทธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี และอีก ๔ ยทุ ธศาสตรท์ ี่เปน็ ปัจจยั สนับสนุน

*** กระทรวงศึกษาธิการจะเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและพัฒนา
ศกั ยภาพทุนมนษุ ย์

ยุทธศาสตร์ :
๑) ยทุ ธศาสตรก์ ารเสรมิ สร้างและพฒั นาศักยภาพทนุ มนุษย์***
๒) ยทุ ธศาสตร์การสร้างความเปน็ ธรรมและความเหล่อื มล้าในสังคม
๓) ยุทธศาสตรก์ ารสรา้ งความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกิจและแข่งขนั ไดอ้ ยา่ งยงั่ ยืน
๔) ยทุ ธศาสตรก์ ารเตบิ โตทเี่ ปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาอย่างยงั่ ยืน
๕) ยทุ ธศาสตร์การความม่ันคงแห่งชาตเิ พอ่ื การพฒั นาประเทศสคู่ วามมัง่ คัง่ และยงั่ ยนื
๖) ยทุ ธศาสตรก์ ารบริหารจัดการในภาครัฐ การปอ้ งกนั การทจุ ริตประพฤตมิ ิชอบและ
ธรรมาภิบาลในสงั คมไทย
๗) ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาโครงสร้างพน้ื ฐานและระบบโลจิสตกิ ส์

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 145

ห น้ า |

146

๘) ยุทธศาสตร์การพัฒนาวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจยั และนวัตกรรม
๙) ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาภาค เมือง และพ้ืนท่ีเศรษฐกจิ
๑๐) ยทุ ธศาสตรค์ วามรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศเพอื่ การพฒั นา

แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 มีหลักการทีส่ าคญั คือ
1) ยึด “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพ่ือให้เกิดบูรณาการ การพัฒนาใน
ทุกมติ ิอยา่ งมเี หตุผล มคี วามพอประมาณ และมีระบบภมู คิ มุ้ กนั และการบรหิ ารจัดการ ความ
เสีย่ งท่ดี ี ซงึ่ เป็นเง่ือนไขทจี่ าเป็นสาหรบั การพัฒนาทยี่ ง่ั ยนื ซ่ึงมุ่งเน้นการพฒั นาคนมคี วามเป็นคน
ทส่ี มบูรณ์ สังคมไทยเปน็ สังคมคณุ ภาพ มีท่ียืนและเปดิ โอกาสใหก้ ับทกุ คนในสังคมไดด้ าเนินชีวิต
ทีด่ ี มคี วามสขุ และอยูร่ ่วมกันอยา่ งสมานฉนั ท์
2) ยดึ “คนเป็นศูนยก์ ลางการพฒั นา” มงุ่ สร้างคุณภาพชีวติ และสุขภาวะทีด่ ีสาหรับคน
ไทย พัฒนาคนให้มีความเป็นคนท่ีสมบูรณ์ มีวินัย ใฝ่รู้ มีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์
มีทัศนคติที่ดี รับผิดชอบต่อสังคม มีจริยธรรมและคุณธรรม พัฒนาคนทุกช่วงวัยและเตรียม
ความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ รวมถึงการสร้างคนให้ใช้ประโยชน์และอยู่กบั
ส่ิงแวดล้อมอย่างเก้ือกูล อนุรักษ์ ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง
เหมาะสม
3) ยึด“วิสัยทัศน์ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” มาเป็นกรอบของวิสัยทัศน์ประเทศ
ไทยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 12 วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความ
ม่ันคง ม่ังค่ัง ย่ังยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง” หรือเปน็ คติพจนป์ ระจาชาตวิ า่ “มั่นคง มงั่ คัง่ ย่งั ยนื ”
4) ยึด “เป้าหมายอนาคตประเทศไทยปี 2579”ท่ีเป็นเป้าหมายในยุทธศาสตร์ชาติ
ระยะ 20 ปี มาเป็นกรอบในการกาหนดเป้าหมายท่ีจะบรรลุใน 5 ปีแรกและเป้าหมายในระดับ
ย่อยลงมา ควบคู่กับกรอบเป้าหมายที่ยั่งยืน (SDGs) 5) ยึด “หลักการนาไปสู่การปฏิบัติให้
เกดิ ผลสัมฤทธิอ์ ย่างจรงิ จังใน 5 ปีทีต่ อ่ ยอดไปสู่ผลสมั ฤทธ์ทิ เ่ี ปน็ เป้าหมายระยะยาว”

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 146

ห น้ า |

147

แผนการศึกษาแหง่ ชาติ (พ.ศ.2560–2579) (20 ป)ี

สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาได้จัดทาแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2574
เพ่ือใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวสาหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของประเทศ
ได้นาไปใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาการศึกษาสาหรับพลเมืองทุกช่วงวัยต้ังแต่แรกเกิดจน
ตลอดชวี ิต โดยไดก้ าหนดสาระสาคญั ไว้ ดังน้ี

วิสัยทัศน์ คือ “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ
ดารงชวี ิตอยา่ งเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และการเปลยี่ นแปลง
ของโลกศตวรรษท่ี 21”

6 ยุทธศาสตร์ของแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
1.การจดั การศกึ ษาเพ่อื ความมั่นคงของสงั คมและประเทศชาติ
2.การผลิตและพฒั นากาลังคน การวิจัยและนวัตกรรมเพอื่ สร้างขีด

ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
3.การพัฒนาศกั ยภาพคนทกุ ชว่ งวยั และการสรา้ งสังคมแหง่ การเรียนรู้
4.การสรา้ งโอกาส ความเสมอภาคและความเทา่ เทียมทางการศึกษา
5.การจดั การศึกษาเพ่ือสร้างเสริมคุณภาพชวี ติ ที่เป็นมิตรกบั สิ่งแวดลอ้ ม
6.การพัฒนาประสิทธภิ าพของระบบบริหารการศกึ ษา

ผลลพั ธ์ (Output)

การเข้าถงึ การศกึ ษา (Access) ความเท่าเทียม (Equity)

คุณภาพ (Quality) ประสิทธิภาพ (Efficiency)

ตอบโจทยบ์ รบิ ทที่เปลย่ี นแปลง (Relevancy)

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผบู้ รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 147

ห น้ า |

148

ผลลัพธส์ ดุ ท้าย (Outcome) ของแผนการศกึ ษาแหง่ ชาติ
***1.เดก็ ไทยมลี กั ษณะ 3R 8Cs
2.เปน็ สังคมแหง่ การเรียนรู้ และคุณธรรม
3.มุ่งสู่การพฒั นาอย่างยัง่ ยืน
4.เพ่อื ประเทศไทยกา้ วขา้ มกบั ดักประเทศทมี่ ีรายไดป้ านกลาง (Middle

Income trap)

คณุ สมบตั หิ รือทกั ษะท่ีสาคัญ 3R และ 8C

3R คือ Reading-อ่านออก, (W)Riting-เขียนได้, (A)Rithmatic-มีทักษะในการคานวณ
8C คือ

• Critical Thinking and Problem Solving : มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่าง
มีวจิ ารณญาณ และแก้ไขปัญหาได้

• Creativity and Innovation : คิดอย่างสร้างสรรค์ คดิ เชงิ นวตั กรรม
• Collaboration Teamwork and Leadership : ความร่วมมือ การทางานเป็นทีม

และภาวะผ้นู า
• Communication Information and Media Literacy : ทักษะในการส่ือสาร และ

การรู้เทา่ ทันสื่อ
• Cross-cultural Understanding : ความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม

กระบวนการคดิ ขา้ มวฒั นธรรม
• Computing and ICT Literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และการรู้เท่าทัน

เทคโนโลยี ซึ่งเยาวชนในยุคปัจจุบันมีความสามารถด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
อย่างมากหรือเป็น Native Digital ส่วนคนรุ่นเก่าหรือผู้สูงอายุเปรียบเสมือนเป็น
Immigrant Digital แต่เราต้องไม่อายทจ่ี ะเรยี นรูแ้ มว้ ่าจะสูงอายแุ ลว้ ก็ตาม

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสือผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื หนา้ 148

ห น้ า |

149

• Career and Learning Skills : ทกั ษะทางอาชพี และการเรยี นรู้
• Compassion : มีคุณธรรม มีเมตตา กรุณา มีระเบียบวินัย ซ่ึงเป็นคุณลักษณะ

พนื้ ฐานสาคญั ของทักษะขั้นต้นทง้ั หมด และเปน็ คุณลกั ษณะที่เดก็ ไทยจาเปน็ ตอ้ งมี

แผนพฒั นาการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธกิ าร ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560–2564)

วิสยั ทศั น์
“มุง่ พัฒนาผูเ้ รยี นใหม้ ีความรู้ค่คู ุณธรรม มคี ณุ ภาพชีวิตทด่ี ี มคี วามสขุ ในสังคม”

“ผ้เู รียน” หมายถงึ เด็ก เยาวชน นกั เรยี น นักศึกษา และประชาชน ที่ไดร้ ับบรกิ ารจาก
กระทรวงศึกษาธิการ
“มคี วามรู้คคู่ ุณธรรม” หมายถึง รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวงั ซ่อื สัตย์สจุ รติ ขยนั อดทน
สติปญั ญา แบ่งปนั ซึง่ เปน็ ๒ เงอื่ นไขตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
“มคี ุณภาพชวี ติ ทีด่ ี” หมายถึง มีอาชพี มีความม่นั คง มง่ั ค่ัง และย่งั ยืน ในการดารงชีวติ
“มีความสุข” หมายถงึ ความอยดู่ มี ีสุข สามารถอยรู่ ว่ มกันอยา่ งเอ้ืออาทร มีความสามคั คี
ปรองดอง
“สงั คม” หมายถงึ สังคมไทย ภมู ภิ าคอาเซียน และสังคมโลก

6 ยุทธศาสตร์ของแผนพฒั นาการศกึ ษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบบั ที่ 12

ยุทธศาสตรท์ ี่ ๑ ยุทธศาสตร์พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัด
และประเมินผล ทีม่ ุง่ หวังให้คนไทยมีคณุ ธรรมจริยธรรม มีภูมิคุ้มกันตอ่ การเปลย่ี นแปลงและ
การพฒั นาประเทศในอนาคต ซ่งึ ตอบสนองการพัฒนาในดา้ นคุณภาพและด้านการตอบโจทย์
บริบททีเ่ ปล่ยี นแปลง

ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๒ ยุทธศาสตรผ์ ลิต พฒั นาครู คณาจารยแ์ ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
ที่มุ่งหวงั ให้มกี ารผลิตครูไดส้ อดคล้องกับความต้องการในการจัดการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท

Facebook : ชวนกนั มาอา่ นหนังสอื ผู้บรหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 149

ห น้ า |

150

และมีสมรรถนะตามมาตรฐานวิชาชีพ สามารถใช้ศักยภาพในการสอนได้อย่างเต็มท่ี ซึ่ง
ตอบสนองการพฒั นาในดา้ นคุณภาพ

ยุทธศาสตร์ท่ี ๓ ยุทธศาสตร์ผลิตและพัฒนากาลังคน รวมท้ังงานวิจัยที่สอดคล้อง
กับความต้องการของการพัฒนาประเทศ ท่ีมุ่งหวังให้กาลังคนได้รับการผลิตและพัฒนาเพื่อ
เสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศ และมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม สนับสนุน
การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ซ่ึงตอบสนองการพัฒนาในดา้ นคุณภาพ และด้านการตอบโจทย์
บรบิ ททเี่ ปลีย่ นแปลง

ยุทธศาสตร์ท่ี ๔ ยุทธศาสตร์ขยายโอกาสการเข้าถงึ บริการทางการศึกษาและการ
เรียนรอู้ ยา่ งต่อเนื่องตลอดชวี ิต ทม่ี ุ่งหวังให้การบรกิ ารการศึกษาแกผ่ ู้เรียนทุกกลุม่ ทกุ วัยในระดับ
ท่ีเหมาะสมกับสภาพบริบทและสภาพพื้นท่ี ซ่ึงตอบสนองการพัฒนาในด้านการเข้าถึงการ
ใหบ้ รกิ ารและดา้ นความเทา่ เทียม

ยุทธศาสตร์ ๕ ยุทธศาสตร์ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อ
การศึกษา ที่มุ่งหวังให้คนไทยได้รับโอกาสในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตโดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งตอบสนองการพัฒนาในด้านการเข้าถึงการให้บริการ ด้านความเท่า
เทยี ม และด้านประสทิ ธภิ าพ

ยทุ ธศาสตร์ ๖ ยุทธศาสตรพ์ ฒั นาระบบบริหารจดั การ และส่งเสริมให้ทกุ ภาคส่วน
มสี ่วนรว่ มในการจัดการศกึ ษา ทมี่ ุ่งหวงั ใหม้ ีการใช้ทรัพยากรท้ังด้านงบประมาณและบคุ ลากรได้
อย่างคุ้มค่า ไม่เกิดการสูญเปล่า และมีความคล่องตัว ซึ่งตอบสนองการพัฒนาในด้าน
ประสทิ ธิภาพ

5 เปา้ หมาย
๑. คณุ ภาพการศกึ ษาของไทยดีขน้ึ คนไทยมีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีภมู คิ มุ้ กันต่อการ

เปล่ยี นแปลงและการพฒั นาประเทศในอนาคต
๒. กาลงั คนไดร้ ับการผลิตและพฒั นาเพือ่ เสรมิ สร้างศักยภาพการแข่งขนั ของประเทศ
๓. มอี งค์ความรู้ เทคโนโลยี นวตั กรรม สนบั สนุนการพัฒนาประเทศอยา่ งยั่งยืน
๔. คนไทยได้รบั โอกาสในการเรียนรูอ้ ย่างต่อเนือ่ งตลอดชวี ิต
๕. ระบบบรหิ ารจดั การการศกึ ษามปี ระสิทธิภาพตามหลักธรรมาภบิ าล โดยการมี
ส่วนร่วมจากทกุ ภาคส่วน

Facebook : ชวนกนั มาอ่านหนังสือผ้บู รหิ าร youtube : ชวนกนั มาอ่านหนังสอื หนา้ 150


Click to View FlipBook Version