The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suchanat2162, 2022-08-02 13:24:02

โครงงาน บริการวิชาชีพจัดทำสื่อการเรียนการสอนวิชาการบัญชีเบื้องต้น โดยใช้สื่อการเรียนรู้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

หนังสือ

~1~

การบัญชีเบ้อื งตน้

~2~

คานา

หนังสือเล่มน้เี ป็นสว่ นหน่ึงของวชิ าการบญั ชีเบ้อื งตน้ จัดทาข้ึนเพอ่ื ใช้เปน็ แนวทางในการจัดการเรียนการ
สอน ใหม้ ีประสทิ ธิภาพและประสทิ ธิผล เพอ่ื ใหอ้ งคก์ ารบรรลุเป้าหมายตามท่ีกาหนดไว้ โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิด
ตาราทางดา้ น การบัญชีเบอื้ งต้น เพ่ือการจัดการสาหรับนักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่ต้องการความรู้ ตลอดจนนา
ความรไู้ ปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนใ์ นการดาเนินงาน

ตาราเล่มนี้ ได้นาเสนอแนวคิด ซึง่ ประกอบด้วยเนื้อหา 8 บท ดงั นี้
บทที่ 1 สนิ ทรพั ย์ หนี้สนิ และสว่ นของเจา้ ของ
บทท่ี 2 การวิเคราะหร์ ายการคา้
บทท่ี 3 การบนั ทึกรายการค้าในบัญชแี ยกประเภททัว่ ไป
บทที่ 4 การบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันท่วั ไป
บทที่ 5 งบทดลอง
บทท่ี 6 การดาษทาการและงบการเงิน
บทท่ี 7 การบันทกึ รายการปดิ บญั ชี
บทท่ี 8 การบนั ทกึ รายการในสมดุ เงินสด 2 ชอ่ ง

แต่ละบทจะมุ่งเน้นให้ผู้ศึกษามีความรู้ความเข้าใจในหลักการและสามารถนาไปประยุกต์ใช้ได้ หวังว่า
ตาราวิชาการบัญชีเบ้ืองต้นเล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาและผู้สนใจท่ีศึกษาได้ตามสมควร ถ้าหาผิดพลาด
ประการใดต้องขออภัยมา ณ ทนี่ ้ี

จัดทาโดย
นางสาว จิราภร ฤทธิรตั น์
นางสาว สุชานาถ เรืองน่ิม

~1~ 1

สารบญั 2
4
บทท่ี 1 ความรู้เบือ้ งตน้ เกี่ยวกบั การบญั ชี 8
9
ความหมายและประวตั ิการบญั ชี 10
รูปแบบของกจิ การ 10
ขอ้ สมมติฐานทางการบญั ชี
ความหมายของสนิ ทรัพย์ หนี้สนิ และส่วนของเจ้าของ 17
สมการบญั ชี
งบแสดงฐานะการเงนิ 18
18
บทที่ 2 การวิเคราะห์รายการคา้ 20

รายการคา้ 25
การวิเคราะห์รายการค้า
หลกั การบันทกึ บญั ชี 26
26
บทท่ี 3 การบนั ทึกรายการในสมดุ บญั ชแี ยกประเภท 28
29
ความหมายและชนดิ ของบญั ชีแยกประเภท
รปู แบบของบัญชแี ยกประเภท 38
การกาหนดเลขทบ่ี ัญชี
การผา่ นรายการจากสมุดรายวนั ไปยังบญั ชแี ยกประเภททั่วไป 39
41
บทท่ี 4 การบนั ทกึ รายการในสมดุ รายวนั ทัว่ ไป 41
43
วงจรบญั ชี
ความหมายและประเภทของสมุดรายวนั ขั้นตน้ 50
สมุดรายวันทว่ั ไป
การบันทึกบัญชใี นสมดุ รายวนั ทั่วไป 51

บทท่ี 5 งบทดลอง

การจดั ทางบทดลอง

~1~ 74

สารบญั (ตอ่ ) 75
76
บทท่ี 6 กระดาษทาการและงบการเงนิ 77
80
ความหมายและวัตถุประสงค์ของกระดาษทาการ
การจดั ทากระดาษทาการ 90
ความหมายของงบการเงิน
การจดั ทางบการเงิน 91
91
บทท่ี 7 การบันทกึ รายการปดิ บัญชี 105

ความหมายการปดิ บญั ชี 112
การปิดบญั ชี
งบทดลองหลังปิดบัญชี 113
114
บทที่ 8 การบนั ทกึ รายการในสมดุ เงนิ สด 2 ชอ่ ง 114

ความหมายของเงนิ สด
ลักษณะของสมดุ เงนิ สด 2 ช่อง
การบันทึกรายการในสมุดเงินสด 2 ช่อง

~1~

บทที่ 1 ความรู้เบือ้ งตน้ เกย่ี วกบั การบัญชี

สาระสาคญั

1. ความหมายและประวัติการบัญชี
2. รปู แบบของกิจการ
3. ขอ้ สมมติฐานทางการบญั ชี
4. ความหมายของสนิ ทรพั ย์ หนีส้ นิ และส่วนของเจา้ ของ
5. สมการบัญชี
6. งบแสดงฐานะการเงนิ

วัตถปุ ระสงคท์ วั่ ไป

1. บอกความหมายของการบัญชไี ด้
2. อธิบายความหมายของวิชาการบัญชีได้
3. บอกประโยชน์ของการบญั ชีได้
4. อธิบายความหมายของคาว่า “สินทรพั ย์” ประเภทตา่ งๆได้
5. สรปุ สาระสาคัญของคาวา่ “หนี้สิน” ได้
6.จาแนกประเภท “สว่ นของเจ้าของหรือทนุ ” ได้
7. เขียนสมการบัญชีได้
8. อธิบายวธิ กี ารคานวณหาสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของได้

~2~

1. ความหมายและประวตั ิการบญั ชี

1.1 ความหมายของการบัญชี
สมการนกั บัญชีและผู้สอบบญั ชรี ับอนญุ าตแหง่ ประเทศไทย ไดใ้ ห้คานยิ าม ดังน้ี
การบัญชี (Accounting) คือศิลปะของการเก็บรวบรวม บันทึก จาแนก และทาสรุปข้อมูล อัน

เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในรูปตัวเงิน ผลงานข้ันสุดท้ายของการบัญชีคือ การให้ข้อมูลทาง
การเงินซึง่ เป็นประโยชน์แก่บคุ คลหลายฝา่ ยและผทู้ ่สี นใจในกจิ กรรมของกจิ การ

ศาสตราจารยพ์ ะยอม สิงหเ์ สนห่ ์ และผชู้ ่วยศาสตราจารยน์ รีนุช เมฆวิชยั ไดใ้ ห้คานยิ ม ดงั น้ี
การบัญชี เป็นกิจกรรมบริการเพื่อแสดงข้อมูลเชิงปริมาณ ซ่ึงเน้นหนักทางการเงินเก่ียวกับ
หน่วยงานทางเศรษฐกิจโดยมงุ่ ท่จี ะใหป้ ระโยชนใ์ นการจัดสนิ ทางเศรษฐกจิ พิจารณาเลือกอยา่ งมีเหตุผล

1.2 ความหมายของการทาบัญชี (Book Keeping)
การทาบัญชี หมายถึง การจดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการรับ – จ่ายเงิน หรือสิ่งของท่ี

กาหนดมูลค่าเป็นเงินไว้เป็นหลักฐานไว้ในสมุดบัญชีอย่างสม่าเสมอ จัดแยกประเภทต่างๆ ให้เป็น
ระเบยี บถูกตอ้ งตามหลกั การ สามารถแสดงผลการดาเนินงานและฐานะการเงินของกิจการในระยะเวลา
หนง่ึ ได้ เพื่อให้เปน็ ประโยชนต์ อ่ การดาเนนิ งาน ตลอดจนการวิเคราะหผ์ ลการดาเนินงานน้ัน ซึ่งการบัญชี
นเ้ี ปน็ สว่ นของวิชาการบญั ชี (Accounting)

1.3 จดุ ประสงคข์ องการบัญชี
1.3.1 เพื่อจดบันทึกรายการค้าต่างๆที่เกิดข้ึน โดยเรียงลาดับก่อนหลังและจาแนกประเภทของ

รายการคา้ ไว้
1.3.2 เพื่อให้การจดบันทึกรายการค้านั้นถูกต้อง เป็นตามหลักการบัญชีและตามกฎหมายว่า

ด้วยการบัญชี
1.3.3 เพือ่ แสดงผลการดาเนินงานในรอบระยะเวลาหนึง่ และแสดงฐานะการเงินของกจิ การ

1.4 ประโยชน์ของข้อมูลการบญั ชี
1.4.1 ชว่ ยให้เจ้าของกิจการสามารถควบคมุ ดูแล และรักษาสนิ ทรัพยข์ องกจิ การได้
1.4.2 ช่วยใหท้ ราบผลการดาเนินงานของกิจการ ว่ามีผลกาไรหรอื ขาดทนุ เป็นจานวนเงนิ เทา่ ใด
1.4.3 ช่วยให้ทราบฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหน่ึง ว่ามีสินทรัพย์ หน้ีสิน และ

สว่ นของเจา้ ของเปน็ จานวนเงินเทา่ ใด
1.4.4 เปน็ ประโยชน์ต่อผูบ้ รหิ าร ชว่ ยในการกาหนดนโยบายในการวางแผนและการตดั สนิ ใจ

~3~

1.4.5 ข้อมูลทางบัญชีที่จดบันทึกไว้ สามารถช่วยในการตรวจสอบหาข้อผิดพลาด ในการ
ดาเนินงานได้

1.4.6 เพ่อื ใหถ้ ูกต้องตามพระราชบัญญตั วิ า่ ด้วยการทาบัญชขี องกจิ การต่างๆ
1.5 ประวตั แิ ละความเป็นมาของการบัญชี

การบัญชแี บ่งออกเป็น 3 ยุค ตามระยะเวลาทเ่ี ปลี่ยนแปลงดังนี้
1.5.1 ยคุ กอ่ นระบบบญั ชีคู่ เกิดขึ้นก่อนคริสต์ศักราชเป็นเวลา 3,000 ปี จนถึงศตวรรษท่ี 13 มี
การจดบันทึกขอ้ มลู ทางบัญชจี ากระบบการแลกเปลีย่ นมาเปน็ ระบบการซ้อื ขาย สาหรับบันทึกข้อมูลทาง
บญั ชีในยคุ นไี้ ด้จดบนั ทึกไว้บนแผ่นขผี้ งึ้
1.5.2 ยุคระบบบัญชีคู่ (Double Entry Book – Keeping) ในปลายศตวรรษที่ 13 ในยุคน้ีมี
การลงทุนทางการคา้ ในรปู ของการค้ารว่ ม หรือห้างหุ้นส่วน เริ่มมีการก่อตั้งธนาคารมีเรือใบในการขนส่ง
สินค้า และมีการพิมพ์หนังสือลงในกระดาษในปี พ.ศ. 1745 (ค.ศ. 1202) ได้ค้นพบการจดบันทึกบัญชี
ตามหลกั บญั ชคี ู่ที่สมบูรณช์ ดุ แรกที่ประเทศอิตาลี
1.5.3 ยุคปัจจุบัน ในศตวรรษท่ี 20 มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ทาให้ความต้องการทางบัญชีมี
มากข้ึน และวัตถุประสงค์ของข้อมูลทางบัญชีเปลี่ยนไป จากเดิมผู้บริหารเป็นผู้ใช้ข้อมูลก็กลายมาเป็นผู้
ลงทุน เจ้าหน้ีและรัฐบาลเป็นผู้ใช้ข้อมูลทางการบัญชี สาหรับประเทศไทยการบัญชีเริ่มต้นเม่ือมีการ
เปลี่ยนแปลงการปกครอง (เม่ือวันที่ 24 มิถุนายน 2475) อันนาไปสู่การออกประมวลรัชฎากรจัดเก็บ
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล การกาหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดทาบัญชีตาม
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2482 โดยผู้ที่เผยแพร่ความรู้ทางด้านการบัญชีในระยะแรก ได้แก่ พระ
ยาไชยยศสมบัติ (เสริม กฤษณามระ) และหลวงดาริอิศรานุวรรต (ม.ล. ดาริ อิศรางกูร ณ อยุธยา) ได้
จัดทาหลักสตู รการสอนวชิ าบัญชี

1.6 ข้อแนะนาในการเรยี นบญั ชี
1.6.1 ในการจัดทาบญั ชหี รืองานที่เกี่ยวข้อง ต้องการความสะอาด ความชัดเจน ความถูกตอ้ ง

ความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยของชิน้ งาน ซึง่ มีความสาคญั ยิ่งต่อคุณภาพของงานที่ทา
1.6.2 นกั บัญชตี อ้ งมคี วามรับผิดชอบสูง การทาบัญชใี นระดับงานอาชีพห้ามผิดและตอ้ งมี

คุณภาพ ดังนั้นในระหวา่ งการศกึ ษาเล่าเรียน ต้องพฒั นาตนเองใหม้ ีขีดความสามารถในการทางานให้
สูงข้ึน เพื่อพร้อมจะประกอบอาชพี เม่ือสาเรจ็ การศกึ ษา

1.6.3 การใชภ้ าษาในงานบัญชคี วรส้นั กระชับสอื่ ความหมายถกู ต้อง
1.6.4 ลายมอื อ่านงา่ ยบรรจง โดยเฉพาะตัวเลขในงานบญั ชีมคี วามสาคัญ เพราะมีมลู ค่าเปน็ เงนิ
เช่น ตวั เลข

~4~

100,000.00 บาท หมายถึงจานวนเงิน 100,000.00 บาทด้วย
1.6.5 การเขยี นตัวเลขจานวนเงนิ ทกุ 3 หลัก นับจากจุดทศนิยมไปทางซ้ายมือ ให้ใส่

เครอื่ งหมายจุลภาค (,) คัน่ เพื่อ
1.6.6 การเขียนตวั เลขให้ตรงหลกั มวี ิธปี ฏบิ ัติ ดังน้ี
(1) ขนาดตวั เลขควรใกล้เคยี งกัน ขนาดเลก็ กวา่ ครึ่งบรรทัดเล็กนอ้ ย
(2) ชอ่ งไฟระหวา่ งตัวเลขใกลเ้ คียงกันประมาณ 1 มิลลเิ มตร
(3) หลักหนว่ ยต้องชิดเสน้ แบ่งชอ่ งบาทและชอ่ งสตางค์ ห่างประมาณ 1 ช่องไฟ
1.6.7 การแก้ไขตัวเลขจานวนเงนิ ในบัญชี ห้ามพดู ลบ ขีดฆ่า โดยไม่ถกู วธิ ี วธิ ปี ฏิบตั ิทถี่ ูกตอ้ ง

คอื ใชไ้ ม้บรรทัดวางทาบ บนตวั เลขจานวนเงินทตี่ ้องการแก้ไข ขีดฆา่ ดว้ ยหมึกสีแดงเส้นหมึกขนานกับ
เสน้ บรรทัดในแนวกง่ึ กลางตวั เลข ยาวเทา่ กบั ตัวเลขจานวนนั้น แลว้ เขียนตวั เลขจานวนที่ถูกต้องในครึ่ง
บรรทัดตอนบน และลงช่อื ย่อกากับการแก้ไข

1.7 ข้อแนะนาการเรยี นบัญชี
1.7.1 ควรอ่านหนังสือวิชาบัญชีแต่ละบทอย่างละเอียด อย่างน้อย 2 คร้ัง เร่ืองใดอ่านแล้วไม่

เข้าใจใหถ้ ามครผู ้สู อน
1.7.2 ควรทาแบบฝกึ หัดทกุ ขอ้ ด้วยตัวเอง อยา่ งสม่าเสมอ รวดเรว็ และถูกตอ้ ง
1.7.3 การเขียนตัวหนงั สือและตวั เลขตอ้ งให้อ่านงา่ ยชดั เจน สะอาดและเรยี บรอ้ ย

2. รปู แบบของกจิ การ (Forms of Organization)

การจดั ทางบการเงินในแต่ละธรุ กจิ จะมีรายการคา้ ท่ีแตกต่างกันออกไป โดยต้องศึกษาว่ากิจการ
ค้าน้ันต้ังข้ึนในลักษณะใดและประกอบธุรกิจในลักษณะอย่างไร กิจการหากแบ่งตามลักษณะของการ
ดาเนินงานเพื่อประกอบการ แบ่งได้ 3 ประเภทคอื

1. กิจการให้บริการ เรียกว่า ธรุ กจิ บรกิ าร (Service Business) เปน็ ธุรกิจทตี่ ัง้ ขึ้นเพ่ือให้บริการ
แก่ลูกค้า เชน่ โรงแรม โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล โรงเรยี น บริษัทขนส่ง หรอื อซู่ ่อมรถ เปน็ ตน้

2. กิจการจาหน่ายสินค้า (ซื้อมาขายไป) เรียกว่า ธุรกิจพาณิชยกรรม (Merchandising
Business) เป็นธรุ กิจท่ีซื้อสินคา้ มาเพือ่ จาหนา่ ยโดยมไิ ดท้ าการผลติ เอง เชน่ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายยา
หรอื รา้ นขายเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เปน็ ตน้

3. กิจการอุตสาหกรรม เรียกว่า ธุรกิจอุตสาหกรรม (Manufacturing Business) เป็นธุรกิจที่
ผลิตและจาหน่ายสนิ คา้ เองโดยการซอ้ื วัตถดุ ิบมาแปรสภาพให้เปน็ สินค้าสาเรจ็ รูปเพอ่ื นาไปจาหน่าย เช่น
บรษิ ทั ผลติ ยา

~5~

รูปแบบของกิจการค้าแต่ละประเภทจะแตกต่างกันออกไปตามสภาพการลงทุนในกิจการ
ลักษณะการจดั ตง้ั การดาเนินงาน และความสาคัญทางเศรษฐกิจ สามารถแบ่งได้ดงั น้ี

1. กิจการเจ้าของคนเดียว (Single Proprietorship) ได้แก่ กิจการขนาดเล็กที่มีบุคคลคน
เดียวเป็นเจ้าของ เช่น ร้านค้าย่อย การจัดต้ังทาได้ง่าย แต่การขยายกิจการทาได้ยากเพราะมีเงินทุน
จากดั

2. ห้างหุ้นส่วน (Partnership) คือกิจการที่มีบุคคลต้ังแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันเป็นเจ้าของโดย
มีสัญญาตกลงรวมทุนกันเป็นหุ้นส่วนประกอบการค้าเพ่ือหวังกาไร โดยผู้เป็นหุ้นส่วนจะมีทุนเท่ากัน
หรอื ไม่เทา่ กนั กไ็ ด้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ หา้ งหุ้นสว่ นแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1). ห้างหุ้นส่วนสามัญ (Ordinary Partnership) คือห้างหุ้นส่วนประเภทท่ีผู้เป็น
หุ้นสว่ นทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันในหน้ีสินโดยไม่จากัดจานวน ห้างหุ้นส่วนประเภทน้ีจะจดทะเบียน
เปน็ นติ ิบคุ คลกไ็ ด้หรอื ไม่จดทะเบยี นก็ได้

2). ห้างหุ้นส่วนจากัด (Limited Partnership) คือห้างหุ้นส่วนท่ีประกอบด้วยผู้เป็น
หุ้นส่วน 2 จาพวกคอื จาพวกจากัดความรบั ผิดชอบ และไม่จากัดความรับผิดชอบหรือกฎหมายบังคับให้
จดทะเบยี นเปน็ นิตบิ คุ คล

3. บริษัทจากัด (Company Limited or Corporation) คือกิจการท่ีต้ังขึ้นในรูปของนิติ
บุคคลดว้ ยการแบ่งทุนเปน็ หุ้นมีมลู ค่าเทา่ ๆกนั ผ้ทู ่ีลงทนุ ซื้อหุน้ ของกิจการเรยี กว่า “ผู้ถือหุ้น” ผู้ถือหุ้นจะ
ไดร้ บั สว่ นแบง่ กาไรเปน็ เงินปนั ผล (Dividends) บริษัทจากัดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท

1). บริษัทเอกชนจากัด (Private Company Limited) บริษัทเอกชนจากัดเป็น
สถานประกอบการที่ผู้ประกอบการจัดต้ังข้ึนด้วยวิธีแบ่งทุนเป็นหุ้นมูลค่าหุ้นละเท่าๆกันโดยมีผู้ถือหุ้น
ต้ังแต่ 3 คนขึ้นไปเป็นผู้เริ่มก่อการจัดตั้งบริษัท ซึ่งผู้ถือหุ้นต่างรับผิดชอบจากัดเพียงไม่เกินจานวนเงินท่ี
ตนยงั ส่งใชไ้ มค่ รบมลู คา่ ห้นุ ท่ีถือหุ้น

ลกั ษณะของบริษัทเอกชนจากัด สรุปได้ดงั นี้
1. ทุนแบ่งเป็นหุ้น หุ้นละเท่าๆกัน ตามมาตรา 1117 ได้กาหนดมูลค่าหุ้น หุ้นหน่ึงไม่ต่ากว่า 5
บาท
2. การจดั ตัง้ บริษทั จากัด ตอ้ งปฏิบัตติ ามขั้นตอนท่ีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กาหนด
ไว้ ซ่ึงมาตรา 1097 กาหนดว่า บุคคลใดๆต้ังแต่ 3 คนข้ึนไปจะเริ่มก่อการและตั้งเป็นบริษัทจากัดก็ได้
โดยเข้าช่ือกันทาหนงั สอื บริคณห์สนธิ และกระทาการอย่างอ่ืนตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่ง
และพาณชิ ย์
3. ผู้ถอื หุน้ รบั ผดิ ชอบไมเ่ กนิ จานวนเงินมลู คา่ ท่ตี นยงั สง่ ใช้ไมค่ รบมลู คา่ ห้นุ ท่ีตนถือ

~6~

4. บริษัทเอกชนจากัด ไม่สามารถประกาศแจ้งความเรียกระดมหุ้นจากประชาชนทั่วไปได้และ
ออกหนงั สอื ช้ชี วนให้ประชาชนซ้ือหนุ้ ไมไ่ ด้ ตามมาตรา 1102

5. คุณสมบัติของผู้ถือหุ้นไม่ถือเป็นสาระสาคัญ ซ่ึงหมายถึงผู้ถือหุ้นตาย ล้มละลายหรือเป็นคน
ไร้ความสามารถบริษัทไม่ต้องเลิก เพราะสามารถโอนหุ้นให้แก่บุคคลอ่ืนได้โดยไม่ต้องรับความยินยอม
จากบริษทั

6. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรษิ ทั เอกชนจากดั มฐี านะเปน็ นติ บิ ุคคล
7. บริษัทจะออกหุ้นกูไ้ ม่ได้ ตามทก่ี าหนดในมาตรา 1229
8. ตามกฎหมายห้ามมิให้ถือหุ้นตนเอง จึงไม่สามารถซื้อหุ้นของตนเองกลับคืนได้ (Treasury
Stork) ตามมาตรา 1143
9. การใชช้ อื่ ต้องมคี าว่า “บริษัท” นาหนา้ ชอ่ื และคาวา่ “จากัด” ตอ่ ท้ายเสมอ

2). บริษัทมหาชนจากัด (Public Company Limited) กิจการบริษัทมหาชน
จากัด เป็นกิจการท่ีจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจากัด พ.ศ.2535 ตามมาตรา 15 ได้
บัญญัติ ไว้ว่าบริษัทมหาชนจากัดคือ บริษัทประเภทซึ่งตั้งข้ึนด้วยความประสงค์ท่ีจะเสนอขายหุ้นต่อ
ประชาชน โดยทผี่ ู้ถือหนุ้ มีความรบั ผดิ จากัดไม่เกนิ จานวนเงินคา่ ห้นุ ท่ตี อ้ งการชาระและบริษัทดังกล่าวได้
ระบุความประสงค์เช่นน้ันไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ ซ่ึงหุ้นของบริษัทมหาชนจากัดแต่ละหุ้นต้องมีมูลค่า
เทา่ กัน มูลค่าของห้นุ แต่ละหุ้นจะเปน็ เทา่ ใดก็ได้

ลกั ษณะบริษัทมหาชนจากดั สรุปไดด้ ังนีค้ ือ
1. เป็นกจิ การทมี่ คี วามประสงคจ์ ะเสนอขายหุ้นตอ่ ประชาชน
2. มีผู้ถือหุ้นตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป
3. มที นุ แบ่งเป็นหนุ้ โดยแตล่ ะห้นุ มมี ลู คา่ เท่าๆกัน
4. ผ้ถู อื ห้นุ มีความรบั ผดิ จากัดไม่เกินจานวนเงินคา่ หุน้ ทตี่ ้องการชาระ
5. คุณสมบัติของผู้ถือหุ้นไม่ถือว่าเป็นสาระสาคัญ ซึ่งหมายถึงผู้ถือหุ้นตาย ล้มละลายหรือไร้
ความสามารถ บรษิ ัทไมต่ ้องเลิกกิจการ ยงั คงดาเนินการต่อไปได้ โดยผ้ถู ือหนุ้ อาจโอนหนุ้ ให้ใครก็ได้
การตงั้ บริษทั มหาชนจากัด ซงึ่ มขี ้นั ตอนดังน้ี
1. บคุ คลธรรมดาตัง้ แต่ 15 คนข้นึ ไป เปน็ คณะผู้จัดตงั้ บริษัทมหาชนจากัด โดยจัดทาหนังสือ
บริคณห์สนธิและนาไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียน ณ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ หรือ
สานักงานพาณิชย์จังหวัด ผู้เร่ิมต้ังบริษัทมหาชนจะต้องมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน
จากัดในมาตรา 17 ดังน้ี

(1) บรรลนุ ิตภิ าวะแล้ว

~7~

(2) มีถิ่นท่ีอยู่ในราชอาณาจักรเป็นจานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหน่ึงของจานวนผู้เริ่มจัดตั้ง
ทง้ั หมด

(3) จองหนุ้ และหนุ้ ที่จองทั้งหมดนั้นต้องเป็นหุ้นที่ชาระค่าหุ้นเป็นตัวเงินรวมกันไม่น้อย
กวา่ ร้อยละ 5 ของทนุ จดทะเบียน

(4) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือไม่เป็นหรือเคยเป็น
บุคคลลม้ ละลาย

(5) ไม่เคยรับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้จาคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ได้
กระทาโดยทุจริต

นอกจากนั้นมาตรา 18 ได้กาหนดหนังสือบริคณห์สนธิอย่างน้อยต้องมีรายการดังกล่าว
ดงั ตอ่ ไปนี้คอื

1. ชื่อบรษิ ัทตามมาตรา 11 ซงึ่ กาหนดใหต้ อ้ งมีคาวา่ “บรษิ ัท” นาหนา้ และ “จากัด (มหาชน)”
ก็ได้ แต่ในกรณีท่ีใช้ชื่อเป็นอักษรภาษาต่างประเทศ จะใช้คาซ่ึงมีความหมายว่าเป็น “บริษัทมหาชน
จากดั ” ตามทกี่ าหนดในกฎกระทรวงแทนก็ได้

2. ความประสงค์ของบริษัทที่จะเสนอขายหนุ้ ต่อประชาชน
3. วตั ถปุ ระสงคข์ องบริษัทซ่งึ ต้องระบปุ ระเภทของธรุ กจิ โดยชดั แจง้
4. ทนุ จดทะเบียนซ่ึงตอ้ งแสดงชนิด จานวน และมลู คา่ ของหุ้น
5. ที่ตัง้ สานกั งานใหญซ่ งึ่ ตอ้ งแสดงระบุวา่ จะตงั้ อยู่ ณ ทอ้ งท่ีใดในราชอาณาจักร
6. ชื่อ วนั เดือนปีเกดิ สัญชาติ และทอี่ ยูข่ องผเู้ รม่ิ จัดตัง้ บริษัท และจานวนห้นุ ท่แี ตล่ ะคนจองไว้
2. ผู้เริ่มจัดต้ังบริษัทมหาชนจะต้องขออนุญาตเสนอขายหุ้นออกใหม่ ต่อสานักงาน
คณะกรรมการกากับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยจะแจ้งผลต่อผู้ขออนุญาตหลังจาก
นนั้ ผเู้ ริม่ จดั ตงั้ บริษัทมหาชนจะต้องยื่นแบบแสดงข้อมูลเสนอขายหนุ้ และรา่ งหนังสือช้ีชวนการเสนอขาย
หุ้นน้นั ต่อ ก.ล.ต. หลังจากเอกสารน้นั มีผลบังคบั ใชจ้ งึ นาหนุ้ เสนอขายต่อประชาชนได้
3. ผู้เริ่มจัดตั้งบริษัทมหาชนเรียกประชุมเพื่อการจัดตั้งบริษัท ได้ต่อเม่ือผู้จองซ้ือหุ้นครบตาม
จานวนทีก่ าหนดไว้ในหนงั สือบรคิ ณหส์ นธิ ซึ่งเรียกประชุมดังกล่าวจะต้องดาเนินการภายใน 2 เดือนนับ
แตว่ ันท่มี กี ารจองหุ้นครบตามจานวนที่กาหนดไว้ แต่ต้องไม่เกิน 6 เดือนนับแต่วันท่ีนายทะเบียน รับจด
ทะเบียนหนงั สอื บริคณหส์ นธิ
4. กระประชุมจัดต้ังบริษัทจะต้องพิจารณาข้อบังคับของบริษัท และเลือกต้ังคณะกรรมการ
บริหารบริษัท หลังจากนั้นคณะผู้เร่ิมจัดต้ังจะมอบกิจการให้แก่คณะกรรมการบริหารบริษัทชุดใหม่
ดาเนินการต่อไป

~8~

5. คณะกรรมการบรหิ ารบริษทั มหี นงั สอื แจง้ ให้ผู้จองหุ้นชาระค่าหุ้นเต็มจานวน ภายในเวลา
ท่ีกาหนดไวใ้ นหนังสือแจ้ง จะต้องไม่น้อยกว่า 14 วันนับแต่วันท่ีได้รับหนังสือแจ้ง และโอนกรรมสิทธิ์ใน
สินทรัพยใ์ หแ้ ก่บริษทั ในกรณีทีม่ ีการชาระค่าหนุ้ ดว้ ยสินทรัพย์

6. คณะกรรมการบริษัทจะต้องดาเนินการขอจดทะเบียนบริษัทภายใน 3 เดือน นับแต่วัน
ประชุมจัดตงั้ บรษิ ทั เสรจ็ บริษัทจะเป็นนติ บิ คุ คลตั้งแตว่ นั ทน่ี ายทะเบียนรับจดทะเบยี น

3. ขอ้ สมมติข้นั มูลฐานของการบญั ชี (Basic Assumptions of Accounting)

ข้อสมมติฐานของการบัญชกี าหนดข้ึน เพอื่ ใหเ้ ป็นหลกั เกณฑ์ที่สาคัญในการจัดทาบัญชี รายงาน
ทางการเงนิ ของนกั บัญชี และเพื่อใหผ้ ู้นาข้อมูลตามตารายงานทางการเงินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ ได้รับ
ข้อมูลครบถ้วนถูกต้องเช่ือถือได้ ข้อสมมติฐานของการบัญชีตามแบ่งบทบัญชีตามแม่บทการบัญชีของ
สมาคมนักบญั ชีและผ้สู อบบัญชรี ับอนุญาตแหง่ ประเทศไทย ทส่ี าคญั มีดงั น้ี

3.1 หลักความเป็นหน่วยงานทางเศรษฐกิจ (Economic Entity) เป็นข้อสมมติฐานท่ีถือว่า
กิจการค้าเป็นหน่วยงานทางเศรษฐกิจอีกหน่วยงานหน่ึงแยกต่างหากจากเจ้าของกิจการ ในการบันทึก
บัญชีของกิจการค้าถือวา่ กจิ การค้าเป็นเจ้าของทรัพยากรหรือสินทรัพย์ท้ังหมดท่ีได้มาจากการลงทุนของ
เจ้าของ หรือท่ีได้มาจากการกู้ยืมจากเจ้าหนี้ และผลการดาเนินงานของกิจการแต่ละแห่งเป็นของแต่ละ
กิจการเอง

3.2 หลักการดาเนินงานต่อเนื่อง (Going – concem) เป็นข้อสมมติฐานว่ากิจการค้าท่ีก่อต้ัง
ข้ึน มีระยะเวลาในการดาเนินต่อเน่ืองยาวนานในอนาคต เพียงพอที่จะให้บรรลุวัตถุประสงค์และข้อ
ผกู พันทที่ าไว้ โดยถือว่าสินทรัพย์ท่ีกิจการมีอยู่ใช้เพื่อประโยชน์ในการประกอบการในระยะยาว ทาให้
สามารถแสดงราคาสินทรัพย์ในราคาทุน และสามารถกระจายค่าใช้จ่ายจากการใช้สินทรัพย์ดังกล่าว ใน
หลายๆรอบระยะเวลากรดาเนนิ งานที่เหมาะสมตามอายุการใชง้ านที่เป็นจรงิ

3.3 หลักการใช้หน่วยเงินตราในการบัญชี (Measurement in terms of Money) เพ่ือ
ประโยชน์ในการสื่อข้อมูลทางการเงินท่ีชัดเจน ทั้งนี้เนื่องจากหน่วยเงินตราเป็นหน่วยกลางในการ
แลกเปลีย่ นและหน่วยวัดคา่ ทีเ่ ขา้ ใจ ในการนาเสนอขอ้ มูลผลของการดาเนินงานและข้อมูลทางด้านฐานะ
การเงินของกจิ การ

3.4 หลักรอบเวลา (Time Period) เพ่ือประโยชน์ในการรายงานผลดาเนินงานและฐานะ
การเงินของกิจการในรอบระยะเวลาหน่ึง ซ่ึงเรียกว่างวดบัญชี (Accounting period) เพื่อประโยชน์ใน
การเปรียบเทียบและการนาข้อมูลไปใช้ เช่น งบการเงินรายไตรมาส (งวด 3 เดือน) งบการเงินครึ่งปี
(งวด 6 เดอื น) หรอื งบการเงนิ ประจาปี (งวด 12 เดือน)

~9~

3.5 หลักเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) ในการบันทึกบัญชีและจัดทางบการเงินภายใต้เกณฑ์
คงค้างนั้น กิจการจะต้องรับรู้รายการและเหตุการณ์ทางบัญชีเม่ือเกิดรายการขึ้น ไม่ว่ารายการและ
เหตุการณ์นนั้ จะไดร้ ับหรือได้จ่ายเงนิ สดแลว้ หรือไม่ก็ตาม

4. ความหมายของสินทรพั ย์ หน้ีสนิ และสว่ นของเจา้ ของ

สินทรัพย์ (Assets) หมายถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจ (Economic Resources) ท่ีอยู่ในความ
ควบคมุ ของกิจการ เช่น เงินสด (Cash) เงินฝากธนาคาร (Cash in Bank) ลูกหน้ี (Receivable) ต๋ัวเงิน
รับ (Note Receivable) สินค้า (Inventory) วัสดุสานักงาน (Office Supply) เคร่ืองใช้สานักงาน
(Office Equipment) เครอ่ื งตกแตง่ และตดิ ต้งั (Furniture and Fixtures) อาคาร(Plant) ท่ีดิน (Land)
เป็นตน้

หนี้สิน (Liabilities) หมายถึงภาระผูกพันในปัจจุบันของกิจการ เช่น เจ้าหนี้การค้า (Trade
Account Payable) เงินกู้ (Loan Payable) เงินกู้ธนาคาร (Bank Loan) เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร
(Bank overdraft) ตั๋วเงินจา่ ย (Note Payable) เปน็ ต้น

ส่วนของเจ้าของ (Owner’s Equity) หรือ ทุน (Proprietorship) หมายถึงถึงส่วนได้เสีย
คงเหลอื ในสินทรัพย์ของกิจการ ได้แก่ ทุน (Capital) ถอนใช้ส่วนตัวหรือเงินถอน (Withdrawal) รายได้
(Revenue) คา่ ใช้จ่าย (Expenditure) เปน็ ต้น

เงนิ สด 150,000.00 เจ้าหนี้ 50,000.00
เงินฝากธนาคาร 220,000.00 เงินก-ู้ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย 150,000.00
เครื่องใช้สานกั งาน 55,000.00 200,000.00
เครือ่ งตกแตง่ รา้ น 75,000.00 รวมหน้สี นิ
อาคาร 350,000.00 800,000.00
ทนุ -นายกานต์

ที่ดนิ 150,000.00 รวมสว่ นของเจ้าของ 800,000.00
รวมสินทรพั ย์ 1,000,000.00

~ 10 ~

5. ความหมายของสมการบัญชี (basic Accounting Model)

สมการบัญชี คือ ความเท่ากันในทางบัญชี โดยยอดรวมจานวนเงินทางด้านสินทรัพย์เท่ากับ
ยอดรวมจานวนเงนิ ทางด้านหนส้ี ินและส่วนของเจา้ ของ ดงั นี้

สนิ ทรัพย์ = หนส้ี ิน + สว่ นของเจา้ ของ

Assets = Liabilities + Owner’s Equity

A = L + OE

1,000,000.00 = 200,000.00 + 800,000.00

ด้านสินทรัพย์จานวน 1,000,000.00 บาท แสดงมูลค่าของทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่กิจการ

ครอบครอง และใช้ประโยชน์ในทางธุรกิจ ทางด้านหนี้สินและส่วนของเจ้าของแสดงแหล่งท่ีมาหรือการ

ได้มาของสินทรัพย์ 1,000,000.00 บาท ดังกล่าว คือได้มาจากเจ้าหน้ีหรือการก่อหนี้สินของกิจการ

200,000.00 บาท และได้มาจากเจ้าของหรือการลงทุนของเจ้าของกิจการ 800,000.00 บาท สินทรัพย์

ที่กิจการครอบครอง 1,000,000.00 บาท จึงเท่าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้เหนือสินทรัพย์ของกิจการ

200,000.00 บาทและคงเหลือสิทธเิ รยี กร้องของเจา้ ของเหนอื สินทรัพยข์ องกิจการอีก 800,000.00 บาท

ตามข้อมูลท่ีปรากฏในสมการบัญชี ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์กับหน้ีสินและส่วนของ

เจ้าของกจิ การ

6. งบแสดงฐานะการเงนิ (Statement of Financial Position)

งบแสดงฐานะทางการเงนิ ของบุคคลหรอื กจิ การค้า โดยนาสนิ ทรัพย์ หนีส้ ินและสว่ นของ
เจ้าของ หรือทนุ ของเจา้ ของกิจการ ตามที่ปรากฏในสมการบัญชมี านาเสนอในรปู งบแสดงฐานะการเงนิ
การแสดงฐานะการเงนิ ดังกล่าวเป็นการแสดงฐานะการเงิน ณ วันใดวันหน่งึ

ขนั้ ตอนในการจัดทางบดุล มีดงั น้ี
1. หัวงบแสดงฐานะการเงนิ มี 3 บรรทดั

บรรทดั ท่ี 1 บอกชอ่ื เจา้ ของงบแสดงฐานะการเงิน ซึ่งจะเป็นบคุ คลหรอื กจิ การค้าก็ได้
บรรทัดท่ี 2 บอกว่าเปน็ งบแสดงฐานะการเงิน
บรรทัดที่ 3 บอกวนั เดอื นปี ที่ทางบแสดงฐานะการเงนิ ข้ึน
2. ดา้ นซ้ายมอื ของงบแสดงฐานะการเงินเปน็ ดา้ นสินทรัพย์ แสดงสินทรพั ย์ทุกบัญชที ่ีกจิ การมี
อยู่

~ 11 ~

3. ด้านขวามอื เปน็ ด้านหนสี้ ินและส่วนของเจ้าของ ใหแ้ สดงบญั ชหี น้สี ินทกุ บัญชีก่อน และ
บรรทัดสุดท้ายแสดงทนุ ของเจา้ ของกิจการ ได้แก่บญั ชที ุน – นายกานต์

4. ยอดรวมของด้านสินทรัพย์จะตอ้ งเท่ากับยอดรวมด้านหนแี้ ละส่วนของเจ้าของ
5. ยอดรวมท้ังสองด้านต้องอยู่บนบรรทัดเดียวกัน

สนิ ทรพั ย์ ร้านกานตเ์ จรญิ พาณชิ ย์ 50,000 00
เงินสด งบแสดงฐานะการเงิน 150,000 00
เงนิ ฝากธนาคาร ณ วนั ท่ี 31 ธนั วาคม 2561 800,000 00
เครอื่ งใช้สานักงาน
เครื่องตกแต่งสานักงาน หน้สี ินและส่วนของเจ้าของ 1,000,000 00
อาคาร 150,000 00 เจ้าหนี้
ทดี่ ิน 220,000 00 เงินกู้-บมจ.ธนาคารกสกิ รไทย
55,000 00 ทุน-นายกานต์
75,000 00
350,000 00
150,000 00
1,000,000 00

~ 12 ~

คาศัพท์

Accounting การบญั ชี
Accounting period งวดบัญชี
Accrual Basis เกณฑ์คงค้าง
Assets สนิ ทรัพย์
Balance sheet งบดุล
Bank Loan เงนิ กู้ธนาคาร
Bank Overdraft เงนิ เบกิ เกนิ บัญชธี นาคาร
Basic Accounting Model สมการบัญชี
Basic assumptions of accounting ขอ้ สมมติขัน้ มลู ฐานทางการบัญชี
Buildings อาคาร
Capital ทนุ
Cash เงนิ สด
Cash in bank เงนิ ฝากธนาคาร
Economic entity หน่วยงานทางเศรษฐกิจ
Economic resources ทรพั ยากรทางเศรษฐกจิ
Entrepreneur ผปู้ ระกอบการ
Expenditure ค่าใช้จ่าย
Furniture and Fixtures เครอ่ื งตกแตง่ และติดต้ัง
Going – concern การดาเนินงานต่อเน่ือง
Information ข่าวสาร
Information is power ขา่ วสารคืออานาจ
Inventory สนิ ค้า
Land ทดี นิ
Liabilities หนส้ี นิ
Loan Payable เงินกู้
Measurement in terms of money การใช้หนว่ ยเงนิ ตราในการบัญชี
Note Payable ตวั๋ เงินจ่าย
Note Receivable ต๋ัวเงนิ รบั
Office equipment เครือ่ งใชส้ านักงาน,
อปุ กรณส์ านักงาน

Office supplies ~ 13 ~
Owner's equity
Plant วสั ดุสานักงาน
Proprietorship สว่ นของเจ้าของ
Receivable อาคาร
Revenue ทุน
Time period ลูกหนี้
รายได้
Trade Account Payable การกาหนดรอบระยะเวลาในการ
Withdrawal รายงานผลการดาเนนิ งาน
เจา้ หนก้ี ารค้า
ถอนใช้ส่วนตัว หรอื เงินถอน

~ 14 ~

แบบฝกึ หดั

ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปนี้
1. การบัญชี คอื อะไร อธบิ าย
2. วตั ถุประสงค์ของการบญั ชีมีอะไรบา้ ง อธิบาย
3. ประโยชนข์ องการบัญชมี ีอะไรบา้ ง อธบิ าย
4. ข้อสมมติขนั้ มลู ฐานของการบัญชีทีส่ าคัญไดแ้ กอ่ ะไรบา้ ง อธบิ าย
5. ใหอ้ ธิบายความหมายของสนิ ทรพั ย์ พร้อมยกตวั อย่างสินทรัพย์ 5 รายการ
6. ให้อธบิ ายความหมายของหนีส้ ิน พร้อมยกตวั อย่างหนีส้ ิน 3 รายการ
7. ใหอ้ ธบิ ายความหมายของสว่ นของเจ้าของ พร้อมยกตัวอย่าง
8. ใหอ้ ธบิ ายความหมายของสมการบญั ชี และความสมั พันธเ์ ก่ียวข้องระหว่าง สินทรัพย์ หนส้ี นิ และส่วน
ของเจา้ ของ
9. งบดลุ คอื อะไร มีข้ันตอนในการจดั ทาอย่างไร อธบิ าย
10. ถา้ นกั เรยี นเขยี นตัวเลขจานวนเงินผิด จะมวี ิธกี ารแกไ้ ขท่ถี ูกวิธีอย่างไร อธิบาย

ตอนท่ี 2
1. รายการต่อไปน้ีเป็นสินทรัพย์ หนี้สิน หรือส่วนของเจ้าของ ให้นักเรียนทาเคร่ืองหมาย x ลงในช่องท่ี

กาหนดให้

ลาดบั รายการ สินทรัพย์ หน้สี ิน ส่วนของ

ท่ี เจา้ ของ

1 เงนิ สด

2 เงินฝากธนาคาร

3 ลกู หนกี้ ารคา้

4 เจ้าหนี้การค้า

5 เครื่องใชส้ านักงาน

6 ตั๋วเงินจา่ ย

7 ต๋ัวเงินรับ

8 ทนุ -นายธานี

9 เงนิ กู้-บมจ.ธนาคารกสิกรไทย

10 อาคารสานักงาน

~ 15 ~

2. ข้อมูลต่อไปน้ีเปน็ รายละเอียดของสินทรัพย์และหนส้ี ินของนายกิตตคิ ณุ ณ วันท่ี 31 มกราคม 2561

เงินสด 450,000.00 บาท รถยนต์ 650,000.00 บาท

เงนิ ฝากธนาคาร 85,000.00 บาท บา้ น 850,000.00 บาท

เครอ่ื งใชใ้ นครัวเรือน 350,000.00 บาท เงินกู้ 1,000,000.00 บาท

ใหท้ า 1.หามลู ค่าสินทรพั ย์ทั้งสิ้นของนายกติ ตคิ ุณมจี านวนเท่าใด

2.หามลู คา่ หนี้สินทั้งสน้ิ ของนายกติ ตคิ ุณมีจานวนเท่าใด

3.หาส่วนของเจา้ ของของนายกิตตคิ ุณมีจานวนเท่าใด

4.งบแสดงฐานะการเงนิ ของนายกติ ติคุณ ณ วนั ท่ี 28 กุมภาพนั ธ์ 2561

3. จากบัญชีต่อไปนี้ของร้านจักรพงษ์ ให้จัดทางบ ณ วนั ท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2561

เงนิ สด 400,000.00 บาท อาคารสานักงาน 850,000.00 บาท

เงนิ ฝากธนาคาร 185,000.00 บาท เงินกู้-บมจ.ธนาคารเอเชยี 1,000,000.00 บาท

ลูกหนี้การคา้ 35,000.00 บาท ทด่ี นิ 250,000.00 บาท

รถยนต์ 650,000.00 บาท เจ้าหนกี้ ารคา้ 35,000.00 บาท

ให้ทา 1.หามลู คา่ สินทรพั ย์ท้ังส้ินของรา้ นจดั รพงษ์

2.หามลู คา่ หนี้สินท้ังสิ้นของรา้ นจักรพงษ์

3.หามลู คา่ สว่ นของเจา้ ของของร้านจกั รพงษ์

4.งบแสดงฐานะการเงินของร้านจักรพงษ์ ณ วนั ท่ี 28 กุมภาพันธ์ 2561

4. ขอ้ มลู ต่อไปนีเ้ ปน็ งบดุล ณ วันท่ี 31 พฤษภาคม 2565 ทีพ่ นักงานของร้านโชควิบลู ยไ์ ด้จัดทาข้นึ ดงั น้ี

รา้ นโชควบิ ลู ย์

งบแสดงฐานะการเงนิ

31 พฤษภาคม 2565

สินทรัพย์ หนีส้ ินและสว่ นของ

เจ้าของ

เงินสด 214,000 00 ลกู หนี้ 50,000 00

อาคาร 235,000 00 เงินกู้-บมจ.ธนาคารเอเชยี 450,000 00

เครอื่ งใชส้ านักงาน 65,000 00 ที่ดิน 120,000 00

เจา้ หน้ี 64,000 00 ทนุ -นายโชค 170,000 00

578,000 00 790,000 00

~ 16 ~

5. ขอ้ มูลตอ่ ไปนเ้ี ป็นยอดคงเหลือในบญั ชีของร้านเก้าพาณิชย์ ณ วนั ท่ี 30 มิถุนายน 2565 ดงั นี้

เงนิ สด 40,000.00 บาท

ลกู หน้ี 12,000.00 บาท

ที่ดิน 55,000.00 บาท

รถสง่ ของ 352,500.00 บาท

เงนิ กู้-บมจ.ธนาคารกรงุ ศรอี ยุธยา 105,000.00 บาท

เครอื่ งใชส้ านักงาน 35,000.00 บาท

เงนิ เบกิ เกนิ บัญชี-รา้ นสัมพนั ธ์ 58,000.00 บาท

เจ้าหน้ี-ร้านสัมพนั ธ์ 5,350.00 บาท

อาคาร 225,000.00 บาท

เจ้าหนกี้ ารคา้ -ร้านจันทร์สนิ 3,590.00 บาท

ใหท้ า งบแสดงฐานะการเงนิ ของรา้ นเก้าพาณิชย์ ณ วันท่ี 31 ธนั วาคม 2565

~ 17 ~

บทที่ 2 การวิเคราะห์รายการคา้

สาระสาคญั

1. รายการค้า
2. การวเิ คราะหร์ ายการคา้
3. หลกั การบันทึกบญั ชี

วตั ถุประสงคท์ ว่ั ไป

1.บอกความหมายของรายการค้าได้
2.อธิบายหลักการบันทึกบญั ชีตามหลกั บญั ชคี ู่ได้
3. บอกรายการที่ไมเ่ ปน็ รายการค้าได้
4. จัดประเภทรายการคา้ ได้
5. สรา้ งโจทยร์ ายการค้าได้
6. แสดงผลของการเปลีย่ นแปลงในสมการบญั ชีเมอ่ื มีรายการค้าเกดิ ขึน้ ได้
7. เขียนรายการคา้ ได้
8. ต้ังชื่อบัญชีจากการวเิ คราะห์โจทยไ์ ด้

~ 18 ~

1. รายการค้า (Business Transactions)

รายการค้า คือเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจท่ีเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจ และก่อให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงในสินทรพั ยห์ นีส้ นิ และสว่ นของเจ้าของ เชน่

1. เจ้าของกิจการนาเงินสดมาลงทนุ
2. เจ้าของกิจการนาสนิ ทรัพยต์ า่ ง ๆ มาลงทุน
3. ซื้อสินทรัพย์เป็นเงนิ สด
4. ซอ้ื สินทรพั ย์เปน็ เงนิ เชื่อ
5. จา่ ยชาระหน้ีให้เจ้าหนี้
6. ก้เู งนิ จากธนาคารหรอื บุคคลภายนอก
7. จ่ายชาระหนเ้ี งินกู้
8. ขายบรกิ ารเป็นเงินสด
9. ขายบรกิ ารเป็นเงินเช่อื หรือส่งบิลเกบ็ เงนิ คา่ บรกิ ารจากลกู ค้า
10. รับชาระหน้ีจากลูกหน้ี
11. จ่ายคา่ ใชจ้ า่ ยต่าง ๆ
12. เจ้าของกจิ การนาเงินสด สนิ คา้ หรอื สนิ ทรพั ยอ์ ่ืนไปใช้ส่วนตัว
รายการที่มิใช่รายการค้า(Non - Business Transactions) คือ รายการที่ไม่ใช่เหตุการณ์
ทางเศรษฐกิจ ไม่กอ่ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เช่น การสอบถาม
ราคาสินค้าของลูกค้า การจัดวางสินค้าในร้านค้า การโต้ตอบจดหมายระหว่างลูกค้ากับกิจการ การ
ต้อนรบั ลูกค้า เปน็ ตน้
รายการท่ีเป็นรายการค้าเท่าน้ันท่ีนามาบันทึกบัญชี ส่วนรายการที่มิใช่รายการค้าไม่ต้องนามา
บันทึกบญั ชี

2. การวเิ คราะหร์ ายการค้า

การวิเคราะห์รายการค้า(Business Transaction Analysis) หมายถึง การพิจารณาว่า
รายการค้าที่เกิดขึ้นมีผลทาให้สินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ เปล่ียนแปลงไปในทางท่ีเพ่ิมข้ึน
หรอื ลดลงเป็นจานวนเทา่ ใด เมอื่ วิเคราะห์รายการค้าไดแ้ ลว้ จงึ นาไปบนั ทึกลงในสมดุ บัญชตี า่ งๆ

~ 19 ~

การวิเคราะห์รายการค้าเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรบัญชี เป็นข้ันแรกของการจัดทาบัญชีซ่ึงสาคัญ

มาก เพราะหากวิเคราะห์รายการค้าผิดก็จะทาให้ข้ันตอนต่อๆไปผิดไปด้วย เช่น การบันทึกบัญชีในสมุด

รายวัน การผา่ นบัญชไี ปสมุดบัญชีแยกประเภท ตลอดจนถงึ การจัดทางบการเงินก็ผิดไปดว้ ย

(1) วิเคราะห์รายการค้าที่เกิดขึ้นว่าทาให้สินทรัพย์ หน้ีสิน และส่วนของเจ้าของกิจการ

เปลย่ี นแปลงโดยการเพม่ิ ขนึ้ หรอื ลดลงอย่างไร

(2) รายการค้าที่เกิดขึ้นเม่ือวิเคราะห์แล้ว การเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของ

เจ้าของน้ันจะต้องทาให้สมการบัญชีเป็นจริงเสมอ กล่าวคือ เมื่อวิเคราะห์รายการค้าแล้ว สินทรัพย์ท่ี

เปลีย่ นแปลงจะตอ้ งเท่ากบั หนี้สินทเี่ ปลีย่ นแปลง บวกดว้ ยสว่ นของเจา้ ของทเี่ ปล่ียนแปลงเสมอ

รายการคา้ A = L + OE
รายการคา้

รายการค้า

หลักในการวเิ คราะหร์ ายการคา้ 5 ประการ คอื

1. สนิ ทรัพยเ์ พิ่ม (+) สว่ นของเจา้ ของเพิ่ม (+)

2. สนิ ทรัพย์ลด (-) สว่ นของเจา้ ของลด (-)

3. สินทรพั ย์เพม่ิ (+) สินทรัพยอ์ กี อยา่ งหนึ่งลด (-)

4. สนิ ทรพั ยเ์ พม่ิ (+) หนีส้ นิ เพม่ิ (+)

5. สนิ ทรพั ย์ลด (-) หน้ีสินลด (-)

2.1 หลกั ในการวิเคราะหร์ ายการค้า
หลักในการวิเคราะห์รายการค้าทท่ี าใหม้ ผี ลต่อสินทรัพย์ หน้ีสิน และส่วนของเจ้าของนั้นเป็นไป

ได้ 5 กรณี ดงั นี้

2.1.1 สนิ ทรัพยเ์ พมิ่ สว่ นของเจ้าของเพิม่ เชน่
รายการค้า นาเงนิ สดมาลงทุน
การวเิ คราะห์ เงนิ สดเพ่มิ , สว่ นของเจา้ ของเพม่ิ

2.1.2 สินทรพั ยล์ ด สว่ นของเจ้าของลด เชน่
รายการคา้ เจา้ ของกจิ การถอนเงินสดไปใช้สว่ นตวั
การวิเคราะห์ เงินสดลด , ส่วนของเจา้ ของลด

2.1.3 สินทรัพยอ์ ย่างหนึง่ ลด สนิ ทรัพยอ์ ยา่ งอื่นเพมิ่ เชน่

~ 20 ~

รายการค้า ซื้ออปุ กรณส์ านักงานเป็นเงินสด
การวิเคราะห์ เงินสดลด , อุปกรณส์ านักงานเพิ่ม
2.1.4 สินทรพั ย์เพมิ่ หนี้สนิ เพม่ิ เชน่
รายการค้า ซอื้ เคร่อื งตกแตง่ เป็นเงินเชอ่ื
การวิเคราะห์ เครื่องตกแตง่ เพ่ิม , เจา้ หน้เี พมิ่
2.1.5 สินทรพั ย์ลด หน้ีสนิ ลด เช่น
รายการค้า นาเงินสดไปชาระหนีใ้ ห้เจา้ หน้ี
การวิเคราะห์ เงินสดลด , เจ้าหนีล้ ด

3. หลกั การบนั ทกึ บญั ชี

การบันทกึ บญั ชีหลงั จากการวเิ คราะห์รายการค้าแบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ได้แก่
3.1 สนิ ทรพั ยเ์ พม่ิ /สินทรพั ย์ลด
3.2 หน้ีสินเพิ่ม/หน้ีสินลด
3.3 สว่ นของเจ้าของเพมิ่ /สว่ นของเจา้ ของลด
- หลักในการบนั ทกึ บญั ชีประเภทสนิ ทรพั ย์

เมอื่ สินทรัพยเ์ พิม่ ขึ้น ใหบ้ นั ทกึ บัญชีสนิ ทรัพย์ ดา้ นเดบิต
เมอ่ื สนิ ทรัพย์ลดลง ใหบ้ ันทึกบัญชสี นิ ทรัพย์ ดา้ นเครดิต
- หลักในการบันทกึ บัญชปี ระเภทหนส้ี นิ
เมื่อหน้สี ินเพ่มิ ขึน้ ใหบ้ นั ทกึ บัญชหี นีส้ นิ ด้านเครดติ
เมื่อหนีส้ ินลดลง ใหบ้ ันทกึ บัญชหี นีส้ นิ ด้านเดบติ
- หลกั ในการบนั ทกึ บญั ชปี ระเภทสว่ นของเจา้ ของกิจการ
เมอ่ื สว่ นของเจา้ ของกิจการเพมิ่ ขึ้น ใหบ้ ันทึกบัญชสี ่วนของเจ้าของ ด้านเครดติ
เมอื่ สว่ นของเจ้าของกิจการลดลง ใหบ้ นั ทึกบัญชสี ่วนของเจ้าของ ดา้ นเดบติ

~ 21 ~

คาศัพท์

Business Transaction รายการคา้
Non- Business Transaction รายการที่ไมก่ ่อใหเ้ กิดรายการค้า
Business Transaction Analysis การวิเคราะห์รายการค้า
Double Entry System หลักการบญั ชคี ู่
Internal Document เอกสารภายใน
External Document เอกสารภายนอก

~ 22 ~

แบบฝกึ หัด

1. ใหว้ ิเคราะห์รายการคา้ ขา้ งลา่ งน้ี จะทาใหส้ ินทรัพย์ หนี้สนิ และส่วนของเจ้าของเปลี่ยนแปลงอยา่ งไร

รายการ รายการค้า สินทรพั ย์ หน้สี นิ สว่ นของเจ้าของ

ท่ี เพม่ิ ลด เพ่ิม ลด เพ่ิม ลด

1 นายกมลนาเงินสดมาลงทุน

35,000.00 บาท

2 ขายบริการไดร้ ับเงินสด

5,000.00 บาท

3 ก้เู งนิ จากธนาคารทหารไทย

350,000.00 บาท

4 ซือ้ วสั ดุสานกั งานเป็นเงนิ เช่อื

1,500.00 บาท

5 ส่งบลิ เกบ็ เงนิ คา่ บริการจาก

ลูกคา้

3,600.00 บาท

6 จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ 4,500.00

บาท

7 รบั ชาระหนจี้ ากลกู หน้ี

3,600.00 บาท

8 จา่ ยค่าโฆษณา 7,500.00 บาท

9 จา่ ยเงนิ เดือนพนักงาน
10,000.00 บาท

10 จา่ ยค่าแรงงานคนงาน
5,000.00 บาท

~ 23 ~

2. ให้ทา 1. ให้วเิ คราะหร์ ายการคา้ ข้างลา่ งนี้ลงในแบบฟอรม์ ท่ีกาหนดให้

2. จดั ทางบแสดงฐานะการเงนิ ณ วนั ที่ 28 กุมภาพนั ธ์ 2565

วันท่ี รายการคา้ เงินสด ลูกหนี้ วัสดุ เคร่อื งใช้ เจา้ หน้ี ทนุ -นาย

2565 สานักงาน สานกั งาน มนญู

ก.พ. นายมนูญนาเงินสดมา

1 ลงทุน 250,000.00

บาท

3 ขายบริการเป็นเงินสด

4,000.00บาท

14 ซื้อวสั ดุสานกั งานเปน็

เงินสด3,000.00บาท

15 ซือ้ เครื่องถ่ายเอกสาร

เป็นเงินสด30,000.00

บาท

26 ส่งบิลเกบ็ เงิน

ค่าบรกิ ารจากนายมี

ชยั 6,000.00บาท

27 ซื้อวัสดสุ านกั งานเปน็

เงนิ เชอื่ 7,500.00บาท

28 จ่ายชาระหนี้คา่ วสั ดุ

สานกั งานบางสว่ น

เป็นเงิน4,500.00บาท

28 จ่ายเงนิ เดอื น

5,000.00บาท

~ 24 ~

3. ต่อไปน้เี ป็นรายการค้าของเดือน กมุ ภาพันธ์ 25xx
25xx
ก.พ. 1 นางสาวมยุรเี ปิดคลินิก โดยนาเงนิ สด 20,000 บาท เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ 10,000 บาท
มาลงทุน
2 จา่ ยค่าเช่าคลนิ กิ 7,300 บาท
3 ซ้ือเคร่อื งใช้สานกั งาน 4,800 บาท ยังไมไ่ ดจ้ า่ ยเงิน
5 ไดร้ ับเงนิ คา่ บรกิ ารตรวจรักษา 41,350 บาท
6 จา่ ยค่าใชจ้ า่ ยเบ็ดเตลด็ 875 บาท
10 ใหบ้ รกิ ารตรวจรกั ษาแกน่ ายชวนชื่น เป็นเงนิ 26,000 บาท ยงั ไม่ได้รบั เงิน
13 จา่ ยเงนิ ชาระหนี้รา้ นฟนั ธง 2,000 บาท
20 รบั ชาระหนนี้ ายชวนชน่ื ทีเ่ หลอื ทั้งหมด
25 นางสาวมยุรีถอนเงนิ สดไปใช้ส่วนตัว 5,500 บาท
ให้ทา ใหว้ ิเคราะหร์ ายการค้า

~ 25 ~

บทที่ 3 การบนั ทกึ รายการในสมดุ บัญชีแยกประเภท

สาระสาคญั

1. ความหมายและชนดิ ของบญั ชีแยกประเภท
2. รูปแบบของบญั ชีแยกประเภท
3. การกาหนดเลขท่ีบัญชี
4. การผา่ นรายการจากสมุดรายวันไปยังบัญชแี ยกประเภททว่ั ไป

วัตถปุ ระสงค์ท่วั ไป

1. บอกความหมายและชนิดของบัญชแี ยกประเภทได้
2. กาหนดหมวดบญั ชีและเลขทบ่ี ญั ชไี ด้
3. เขยี นแผนผังบัญชไี ด้
4. วิเคราะหก์ ารผา่ นรายการไปบัญชแี ยกประเภทท่ัวไปได้
5. สร้างรายการคา้ แล้วผา่ นบญั ชีแยกประเภททวั่ ไปได้
6. แสดงการผ่านรายการจากสมดุ รายวันทั่วไปบัญชีแยกประเภทท่ัวไปไดท้ ุกกรณีได้
7. แสดงการเขียนรปู แบบของบญั ชแี ยกประเภททั่วไปได้

~ 26 ~

1. ความหมายและชนดิ ของบญั ชีแยกประเภท

บัญชีแยกประเภท หมายถึงบัญชีที่รวบรวมการบันทึกรายการค้าท่ีเกิดขึ้นไว้เป็นหมวดหมู่
หลังจากการบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันท่ัวไปเรียบร้อยแล้ว และได้รวบรวมแยกประเภทต่างๆเป็น
หมวดหมู่

1.1 ชนิดของบัญชีแยกประเภท
บัญชแี ยกประเภทแบ่งได้ 2 ชนิด ดงั น้ี
1.1.1 สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (General Ledger) เป็นสมุดที่รวบรวมหรือคุม

ยอดของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ซ่ึงใช้บันทึกในการเปล่ียนแปลงสินทรัพย์ หน้ีสิน และส่วนของ
เจ้าของ (ทุน) ตอ่ จากการบันทกึ ลงในสมุดรายวนั ทั่วไป ได้แก่ บัญชีแยกประเภทสินทรัพย์ เช่น บัญชีเงิน
สด บัญชเี งนิ ฝากธนาคาร บญั ชลี ูกหนี้ เป็นตน้ บญั ชแี ยกประเภทหน้ีสิน ได้แก่ บัญชีเจ้าหนี้การค้า บัญชี
เงนิ กู้ เป็นต้น บญั ชีแยกประเภทส่วนของเจา้ ของ เช่น บัญชที นุ หรือบัญชถี อนใช้ส่วนตัว เปน็ ตน้

1.1.2 สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary Ledger) เป็นท่ีรวบรวมของบัญชี
แยกประเภทย่อยของบัญชคี ุมยอด (Controlling Accounts) ในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป เช่น สมุด
บัญชีแยกประเภทลกู หน้ี – ร้านสง่ เสริม และบัญชแี ยกประเภทเจา้ หนี้ – รา้ นสดุ สวย เปน็ ตน้

2. รปู แบบของบญั ชีแยกประเภท

บญั ชีแยกประเภท เป็นบัญชีท่ีใชบ้ นั ทึกรายการทมี่ ีลกั ษณะเหมอื นกันไว้ด้วยกนั โดยใชบ้ ันทึก
ต่อจากสมุดรายวนั ขั้นต้น รปู แบบของบัญชแี ยกประเภทมี 2 รปู แบบคอื

2.1 บัญชแี ยกประเภททว่ั ไป (General Ledger)
เป็นบญั ชีแยกประเภทแบบ 2 ชอ่ งมีลกั ษณะเหมอื นตวั T จงึ นิยมเรยี กว่าแบบตวั T ทง้ั

2 ด้านจะมีลักษณะเหมือนกัน ดา้ นซา้ ยมือเรียกว่าดา้ นเดบิต ส่วนด้านขวามือเรียกว่าดา้ นเครดิต
รปู แบบจะเปน็ ดังน้ี

ชอ่ื บญั ชี.....................................(1) เลขท่.ี ....(2)

พ.ศ. ....... รายการ หน้า เดบิต พ.ศ. ....... รายการ หนา้ เดบิต
เดือน วนั ท่ี บญั ชี บาท สต. เดือน วันที่ บัญชี บาท สต.

(3) (4) (5) (6) (3) (4) (5) (7)

~ 27 ~

คาอธบิ าย
หมายเลข (1) ชื่อบัญชีแยกประเภท ซึ่งจะต้องตงั้ ชอื่ ตามผังบัญชขี องกิจการ
หมายเลข (2) เลขท่บี ญั ชแี ยกประเภท ต้องใส่เลขที่บญั ชตี ามผังบญั ชขี องกจิ การ
หมายเลข (3) ชอ่ ง วัน เดือน ปี ใช้สาหรับบันทึกวนั ทท่ี ี่เกิดรายการค้า ซึ่งจะดูจากสมุด
บันทึกรายการขน้ั ตน้
หมายเลข (4) ชอ่ งรายการ สาหรับบนั ทกึ ช่ือบัญชที ่อี ยตู่ รงกันข้าม เพือ่ เปน็ การ
ตรวจสอบซง่ึ กนั และกนั โดยดจู ากสมดุ บนั ทึกรายการขัน้ ต้น
หมายเลข (5) ช่องหน้าบญั ชี ใช้สาหรับบนั ทกึ เลขทหี่ นา้ ของสมดุ บันทึกรายการขัน้ ต้น
หมายเลข (6) ชอ่ งจานวนเงินเดบติ ใชส้ าหรับบนั ทกึ จานวนเงินทางด้านเดบติ
หมายเลข (7) ชอ่ งจานวนเงนิ เครดิต ใช้สาหรับบนั ทึกจานวนเงินทางด้านเครดติ

2.2 บัญชแี ยกประเภทย่อย (Subsidiary Ledger)

เป็นบัญชีแยกประเภทแบบ 3 ชอ่ ง เหมาะสาหรบั บัญชที ี่ต้องการทราบยอดคงเหลือ

ทันที เช่น บัญชลี กู หนี้รายตัว รูปแบบจะเปน็ ดังนี้

ช่อื บัญชี................. (1) เลขท่ี ...... (2)

พ.ศ.25x1 รายการ เลขทบี่ ญั ชี เดบิต เครดติ ยอดคงเหลือ
เดือน วันที่ (4) บาท สต. บาท สต. (8)

(3) (5) (6) (7)

คาอธิบาย
หมายเลข (1) ช่ือบัญชีแยกประเภท ซึง่ จะตอ้ งต้ังชื่อตามผงั บญั ชขี องกิจการ
หมายเลข (2) เลขที่บัญชแี ยกประเภท ต้องใสเ่ ลขทบ่ี ัญชตี ามผังบญั ชีของกจิ การ
หมายเลข (3) ช่อง วัน เดอื น ปี ใชส้ าหรับบันทกึ วันที่ท่เี กดิ รายการค้า ซึ่งจะดูจากสมุด

บนั ทกึ รายการขนั้ ต้น
หมายเลข (4) ช่องรายการ ใช้สาหรับอธบิ ายรายการ
หมายเลข (5) ช่องหน้าบัญชี ใช้สาหรับบันทึกเลขที่หน้าของสมุดบันทึกรายการข้ันต้น
หมายเลข (6) ช่องจานวนเงนิ เดบิต ใชส้ าหรับบันทกึ จานวนเงนิ ทางดา้ นเดบิต

หมายเลข (7) ช่องจานวนเงนิ เครดติ ใชส้ าหรับบันทกึ จานวนเงนิ ทางดา้ นเครดิต

~ 28 ~

หมายเลข (8) ช่องจานวนเงินคงเหลือ ใช้สาหรับบันทึกจานวนเงินท่ีเหลืออยู่ ซ่ึง
คานวณได้จากผลต่างระหว่างช่องเดบิตและเครดิต ยอดคงเหลอื นีจ้ ะต้องคานวณทุกครัง้ ท่บี นั ทึกรายการ

3. การกาหนดเลขทบ่ี ญั ชี

หลังจากที่แยกหมวดหมู่บัญชีเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือ การกาหนดรหัสบัญชีหรือเลขที่บัญชี
(Account Code) เพ่ือใช้ในการจดั เรยี งบญั ชแี ละใชใ้ นการอ้างอิง การกาหนดรหัสบญั ชมี ีหลายแบบดงั นี้

3.1 แบบตวั เลขหรอื ตัวอกั ษรเรยี งตามลาดบั
แบบตวั เลขหรือตัวอกั ษรเรยี งตามลาดบั เช่น
1 บัญชีเงินสด
2 บญั ชลี กู หน้ี
A บัญชเี งินสด
B บญั ชีลูกหนี้

3.2 แบบตัวเลขผสมตัวอักษร
แบบตัวเลขผสมตวั อกั ษร เชน่
A-101 บัญชเี งินสด
B-110 บัญชีอปุ กรณ์สานักงาน

3.3 แบบหมวดหมู่
แบบหมวดหมู่ เช่น
100 หมวดสนิ ทรัพย์
200 หมวดหน้สี ิน

3.4 แบบเปน็ ชว่ งเปน็ ตอน
แบบเป็นชว่ งเป็นตอน เชน่
100-199 หมวดสินทรัพย์
200-299 หมวดหน้สี ิน

3.5 แบบเป็นจุดทศนิยม
แบบเปน็ จุดทศนยิ ม เชน่
1.01 บัญชีเงินสด
1.02 บญั ชฝี ากธนาคาร

กิจการสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่แบบท่ีนิยมใช้มากท่ีสุดคือ แบบเป็นช่วงเป็น
ตอนหรือท่เี รียกวา่ Block Code

~ 29 ~

การแยกหมวดหมู่บัญชีและการกาหนดเลขท่ีบัญชีดังท่ีได้กล่าวแล้วข้างต้นเรียกว่า การทาผัง
บัญชี (Chart of Account) การทาผังบัญชีจะต้องทาอย่างมีหลักเกณฑ์ และจะต้องทาไว้ล่วงหน้า
ก่อนท่ีกิจการจะมีการบันทึกบัญชี ในทางปฏิบัติการจัดเรียงเลขท่ีบัญชีอาจจะเว้นช่วงไว้สาหรับบัญชีท่ี
อาจเกดิ ข้นึ ภายหลงั เพราะหากกาหนดเลขทบ่ี ญั ชโี ดยเรยี งลาดับไปเรือ่ ยๆ เมื่อมบี ัญชีเกิดข้ึนภายหลังจะ
ไม่สามารถแทรกได้ การกาหนดเลขท่ีก็ต้องแก้ปัญหาด้วยการใส่จุดแทนซึ่งจะดูไม่สวยงามและไม่เป็น
หลกั เกณฑ์เดียวกนั แตอ่ ย่างไรกต็ ามมกี ิจการบางแหงปฏบิ ตั เิ ชน่ นั้น

4. การผา่ นรายการจากสมดุ รายวันท่วั ไปไปบญั ชแี ยกประเภททั่วไป

การผ่านรายการจากสมดุ รายวนั ทั่วไปไปบัญชแี ยกประเภททั่วไป มีรายละเอยี ดดังนี้

4.1 ความหมายของการผ่านรายการ

การผ่านรายการ หมายถึงการนารายการที่ไดบ้ นั ทึกไว้ในสมุดรายวันทั่วไป ซึ่งเป็นสมุด

รายการข้ันตน้ ผา่ นไปบนั ทกึ ในสมดุ แยกประเภททวั่ ไป ซง่ึ เปน็ สมุดบันทกึ รายการขนั้ ปลาย

4.2 การบนั ทึกรายการคา้ ในบัญชีแยกประเภททวั่ ไป

จากวงจรบัญชที ีไ่ ดก้ ลา่ วแล้วในขัน้ ต้น หลงั จากที่บันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป

แล้ว ข้นั ตอนตอ่ ไปคอื ผา่ นรายการจากสมุดรายวันทั่วไป ไปบัญชีแยกประเภทท่ัวไป (Posting) ขั้นตอน

ในการปฏบิ ัติมดี งั นี้

1. เมื่อบันทึกรายการค้าในสมุดรายวันท่ัวไปแล้ว ให้ดูว่าได้เดบิตและเครดิตบัญชี

อะไรบา้ ง

2. เม่อื เปดิ บัญชแี ยกประเภททเ่ี ก่ยี วข้อง ซึ่งในท่ีนี้มี 2 บัญชีคือ บัญชีเงินสด และบัญชี

ทุน-แพทยห์ ญิงภาศรี (ปกตกิ ิจการจะต้องเปิดผงั บัญชตี ามผังบญั ชีไว้แล้ว)

3. นาเลขที่บัญชีแยกประเภทท่ัวไปท้ัง 2 บัญชี ไปอ้างอิงในสมุดรายวันท่ัวไป ในช่อง

เลขทีบ่ ัญชี

ตัวอยา่ ง การบนั ทึกรายการค้าในบัญชีแยกประเภทท่ัวไป ทั้ง 37 รายการคา้ ดังน้.ี -

2545 รายการค้า การบันทึกบัญชี จานวนเงิน

ธ.ค. 1 นายธานเี จา้ ของร้านธานีพาณิชย์ นา เดบิต บัญชีเงินสด 960,000.00

เงนิ สดมาลงทุน 960,000.00 บาท เครดิต บัญชที นุ - นายธานี 960,000.00

2 นายธานนี าเคร่อื งพิมพด์ ดี และเคร่ือง เดบติ บัญชเี คร่ืองใชส้ านกั งาน 40,000.00

ถา่ ยเอกสารมาลงทนุ 40,000.00 บาท เครดิต บัญชีทุน - นายธานี 40,000.00

3 ขายบริการเปน็ เงินสด 65,000.00 เดบิต บญั ชเี งนิ สด 65,000.00

บาท เครดติ บัญชรี ายได้คา่ บริการ 65,000.00

~ 30 ~

4 ส่งบลิ เก็บเงนิ คา่ บริการจากลูกคา้ เดบติ บัญชลี ูกหน้ี 17,500.00
17,500.00 บาท เครดิต บัญชรี ายได้ค่าบรกิ าร 17,500.00
เดบติ บญั ชีเงนิ สด
5 ขายวัสดุสิง่ พมิ พ์ หนังสอื พิมพ์และ เครดติ บัญชีรายไดเ้ บด็ เตล็ด 450.00
วารสารต่างๆเปน็ เงิน 450.00 บาท เดบิต บญั ชวี สั ดสุ านักงาน 450.00
เครดติ บัญชีเจ้าหน้ี - ร้านสมยศ 3,000.00
6 ซอื้ วสั ดุสานักงานเปน็ เงินเชอื่ เดบิต บัญชีเงนิ สด 3,000.00
3,000.00 บาท จากรา้ นสมยศ เครดติ บญั ชเี งนิ กู้ – บมจ. 450,000.00
ธนาคารกรุงเทพ 450,000.00
7 ก้เู งนิ จาก บมจ.ธนาคารกรุงเทพ เดบิต บัญชเี งินฝากธนาคาร
450,000.00 บาท เครดิตบญั ชีเงินเบิกเกินบัญชี – ธ. 100,000.00
กสกิ รไทย 100,000.00
8 เบกิ เงนิ เกนิ บัญชจี าก บมจ.ธนาคาร เดบติ บัญชเี ครือ่ งตกแต่งรา้ น
กสกิ รไทย 100,000.00 บาท เครดิต บญั ชีเจ้าหนี้ - ร้านสนิ ไทย 8,500.00
เดบิต บัญชเี ครือ่ งใช้สานักงาน 8,500.00
9 ซื้อเคร่ืองตกแตง่ ร้านเปน็ เงินเช่ือจาก เครดิต บญั ชเี จา้ หน้ี - รา้ นกาญจน 14,500.00
รา้ นศรไี ทย 8,500.00 บาท ภณั ฑ์ 14,500.00
เดบิต บัญชเี งินฝากธนาคาร
10 ซ้อื เคร่ืองใชส้ านักงานจากรา้ นกาญจน เครดติ บญั ชีเงนิ สด 45,000.00
ภณั ฑ์เป็นเงนิ เชอื่ 14,500.00 บาท 45,000.00

11 นาเงินสดฝากธนาคาร 45,000.00
บาท

12 ถอนเงินจากธนาคารมาใช้ในกิจการ เดบิต บัญชีเงินสด 30,000.00
30,000.00
30,000.00 บาท เครดติ บัญชีเงินฝากธนาคาร 1,500.00
1,500.00
13 รบั ชาระหนีจ้ ากลกู หนี้ 1,500.00 บาท เดบิต บญั ชีเงนิ สด 50,000.00
50,000.00
เครดิต บัญชลี ูกหน้ี 200,000.00
200,000.00
14 ซ้ือเคร่ืองคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ เดบิต บญั ชีเครอื่ งใช้สานักงาน 450,000.00
450,000.00
เป็นเงนิ สด 50,000.00 บาท เครดติ บญั ชเี งนิ สด

15 ซอ้ื ท่ดี นิ เป็นเงนิ สด 200,000.00 บาท เดบิต บญั ชที ่ีดิน

เครดิต บัญชีเงนิ สด

16 ซอ้ื อาคาร 1 หลงั เป็นเงินสด บาท เดบติ บญั ชีอาคาร

เครดติ บัญชีเงนิ สด

~ 31 ~

2545 รายการคา้ การบนั ทึกบัญชี จานวนเงนิ

17 ซือ้ รถยนต์เป็นเงนิ สด 350,000.00 เดบติ บัญชีรถยนต์ 350,000.00
บาท เครดิต บญั ชเี งินสด 350,000.00

ธ.ค. จ่ายชาระหนี้ค่าวัสดสุ านักงานที่ซื้อมา เดบิต บัญชีเจ้าหนี้ – ร้านสมยศ 3,000.00
3,000.00
18 เปน็ เงนิ เชอื่ 3,000.00 บาทจากร้านสม เครดิต บัญชีเงนิ สด
200,000.00
ยศ 200,000.00

19 จา่ ยชาระหน้ีเงินกู้ - บมจ.ธนาคาร เดบิต บัญชเี งนิ กู้ – บมจ.ธนาคาร 75,000.00
75,000.00
กรงุ เทพ 200,000.00 บาท กรงุ เทพ
8,500.00
เครดิต บญั ชเี งนิ สด 8,500.00
14,500.00
20 จา่ ยชาระหน้ีเงินเบิกเกนิ บญั ชีธนาคาร เดบติ บัญชเี งนิ เบิกเกินบัญชี – ธ. 14,500.00
5,000.00
กสกิ รไทย 75,000.00 บาท กสิกรไทย 5,000.00
4,500.00
เครดิต บญั ชีเงินสด 4,500.00

21 จา่ ยชาระหน้ีคา่ เคร่ืองตกแตง่ รา้ น เดบิต บญั ชีเจา้ หนี้ – ร้านสินไทย 250.00
250.00
8,500.00 บาทใหร้ ้านสนิ ไทย เครดติ บญั ชีเงนิ สด 3,500.00
3,500.00
22 จ่ายชาระหนี้คา่ เคร่ืองใชส้ านักงานให้ เดบิต บญั ชีเจา้ หนีร้ ้านกาญจน 6,000.00
6,000.00
รา้ นกาญจนภณั ฑ์ 14,500.00 บาท ภณั ฑ์เครดติ บญั ชีเงินสด 3,000.00
3,000.00
23 นายธานนี าเงนิ สดไปใช้สว่ นตัว เดบิต บญั ชีถอนใชส้ ว่ นตัว

5,000.00 บาท เครดิต บญั ชีเงนิ สด

24 จา่ ยชาระดอกเบย้ี เงินกู้ 4,500.00 เดบิต บญั ชีดอกเบ้ยี จ่าย

บาท เครดิต บัญชีเงินสด

25 จ่ายค่าใชจ้ ่ายเบ็ดเตลด็ 250.00 บาท เดบิต บญั ชีค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด

เครดิต บัญชีเงินสด

26 จา่ ยค่าโฆษณา 3,500.00 บาท เดบิต บญั ชีค่าโฆษณา

เครดติ บญั ชเี งนิ สด

27 จ่ายค่าเบ้ียประกันภัย 6,000.00 บาท เดบิต บญั ชีคา่ เบี้ยประกนั ภัย

เครดติ บญั ชีเงนิ สด

28 จา่ ยค่าเช่า 3,000.00 บาท เดบิต บญั ชีค่าเช่า

เครดิต บญั ชีเงินสด

~ 32 ~

29 จา่ ยค่าไฟฟา้ เดือนธนั วาคม 1,500.00 เดบิต บัญชคี ่าไฟฟ้า 1,500.00
1,500.00
บาท เครดติ บญั ชเี งนิ สด
200.00
30 จา่ ยค่ารับรอง 200.00 บาท เดบิต บญั ชคี า่ รบั รอง 200.00
2,500.00
เครดติ บญั ชเี งนิ สด 2,500.00
5,000.00
31 จ่ายค่าแรงงาน 2,500.00 บาท เดบิต บัญชีค่าแรงงาน 5,000.00
250.00
เครดติ บัญชเี งนิ สด 250.00

31 จ่ายเงินเดือน 5,000.00 บาท เดบิต บญั ชีเงินเดือน 350.00
350.00
เครดิต บัญชเี งินสด
4,500.00
31 ได้รับใบแจ้งหนจ้ี ากการประปานคร เดบติ บัญชคี า่ นา้ ประปา 4,500.00

หลวงเปน็ คา่ นา้ ประปาเดือนธันวาคม เครดิต บญั ชเี จ้าหน้ี - การประปา 35,000.00
15,000.00
250.00 20,000.00
25,000.00
31 ไดร้ บั ใบแจ้งหนี้จากองค์การโทรศพั ท์ฯ เดบิต บัญชีค่าโทรศัพท์ 10,000.00
15,000.00
เปน็ คา่ โทรศัพท์เดือนธันวาคม 350.00 เครดิต บัญชเี จา้ หน้ี -

บาท องค์การโทรศัพท์

31 ไดร้ ับใบแจง้ หนี้ค่าซ่อมแซมรถสง่ ของ เดบิต บัญชคี ่าใชจ้ ่ายเก่ยี วกบั

จากอูส่ มศักด์ิ 4,500.00 บาท รถยนตเ์ ครดิต บญั ชีเจ้าหน้ี - อู่

สมศกั ดิ์

ธ.ค. ซอ้ื เครื่องโทรสาร 35,000.00 บาท เดบติ บญั ชีเคร่อื งใชส้ านกั งาน

31 จากร้านสริ สิ ินจ่ายชาระเงินบางสว่ น เครดติ บญั ชีเงนิ สด

15,000.00 บาท เครดิต บัญชีเจา้ หนี้ – รา้ นสิริสนิ

31 ซอ้ื เฟอรน์ ิเจอร์ 25,000.00 บาท จาก เดบติ บัญชีเครือ่ งตกแต่งร้าน

รา้ นกร เครดติ บัญชเี งินสด

จ่ายชาระเงินบางส่วน 10,000 บาท เครดิต บัญชเี จ้าหนก้ี ารกร

~ 33 ~

คาศัพท์

Account Payable Ledger สมดุ บัญชแี ยกประเภทเจา้ หน้ี
Account Receivable Ledger สมุดบญั ชีแยกประเภทลูกหนี้
Accounts บญั ชีแยกประเภท
Balance Account Form บญั ชแี ยกประเภทท่วั ไปแบบแสดงยอด
คงเหลอื
Credit ด้านขวามือของบัญชี
Creditor เจา้ หน้ี
Debit ด้านซา้ ยมือของบัญชี
Debitor ลกู หนี้
Double Entry System ระบบบัญชีคู่
General Ledger สมดุ บัญชีแยกประเภททั่วไป
Ledger สมดุ บัญชีแยกประเภท
Standard Account Form บัญชแี ยกประเภททั่วไปแบบมาตรฐาน
Subsidiary Ledger สมุดบญั ชแี ยกประเภทชว่ ย

~ 34 ~

แบบฝกึ หัด

1. นายสังวรเปิดกจิ การรบั ขนสง่ สนิ คา้ ชือ่ สงั วรบรกิ ารมรี ายการค้าระหวา่ งเดอื นกมุ ภาพันธ์ 2545 ดงั น้ี

2545 รายการคา้ การบันทกึ บัญชี

ก.พ. 1 นายสงั วรณ์นาเงนิ สดมาลงทนุ 100,000.00 บาท เดบิต

เครดิต

4 ซ้ือรถบรรทุกเพอ่ื การบรกิ ารขนสง่ เปน็ เงนิ เชอื่ เดบิต

500,000.00 บาท เครดิต

จากบรษิ ัท ไทยยานยนตร์ จากดั

6 สง่ บลิ เก็บเงนิ คา่ บริการขนสง่ สนิ ค้าให้นายธีระพล เดบิต

36,000.00 บาท เครดิต

14 รบั ชาระหนจ้ี ากนายธรี พล 6,000.00 บาท เปน็ เงินสด เดบิต

เครดิต

16 จ่ายชาระหน้ีให้บริษทั ไทยยานยนตร์ จากัด บางสว่ น เดบิต

200,000.00 บาท เครดติ

19 จ่ายคา่ เชา่ สานกั งาน 4,400.00 บาท เปน็ เงนิ สด เดบิต

เครดติ

21 กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย 325,000 บาท ไดร้ ับเปน็ เงนิ เดบิต

สด เครดติ

22 จ่ายค่านา้ มนั รถบรรทุก 3,500.00 บาท เดบิต

เครดิต

23 ไดร้ บั ใบแจง้ หนี้จากอู่สมเกยี รตเิ ปน็ คา่ ซ่อมแซม เดบิต

รถบรรทกุ 4,500.00 บาท เครดิต

25 รบั รายไดค้ ่าบริการขนสง่ สนิ ค้าเป็นเงินสด 12,000.00 เดบิต

บาท เครดติ

26 นายสงั วรณน์ าเงินสดในรา้ นไปใช้สว่ นตัว 7,500.00 บาท เดบิต

เครดติ

27 จ่ายคา่ แรงงานคนงาน 5,000.00 บาท เดบิต

เครดิต

28 จ่ายคา่ นา้ ค่าไฟ 2,750.00 บาท เดบิต

เครดติ

~ 35 ~

28 จา่ ยเงินเดอื นพนกั งาน 7,500.00 บาท เดบิต
ใหท้ า บันทึกรายการค้าข้างต้นในแบบฟอร์มท่ีกาหนดให้ เครดติ

2. ตอ่ ไปน้ีเปน็ รายการค้าของคลินกิ การแพทยร์ ะหว่างเดือนเมษายน 2545 ดงั น้ี

2545 รายการคา้ การบนั ทึกบัญชี

เม.ย. 1 นายแพทย์บวรนาเงินสดมาลงทนุ 750,000.00 บาท เดบิต

เครดติ

3 นาเครือ่ งมอื แพทย์มาลงทุนเพ่ิมเปน็ เงิน 250,000.00 เดบิต

บาท เครดติ

6 ซือ้ เวชภณั ฑ์ในการรักษาโรคเป็นเงินเช่อื 35,000.00 เดบิต

บาท จาก บริษทั ไทยเวชภัณฑ์ จากดั เครดิต

8 รับรายได้ค่าบริการตรวจรักษาคนไข้เปน็ เงินสดเงนิ เดบิต

18,500.00 บาท เครดติ

8 นาเงนิ สดไปฝากธนาคาร 150,000.00 บาท เดบิต

เครดติ

10 นายแพทย์บวรนาเงนิ สดไปใช้สว่ นตัว 10,000.00 บาท เดบิต

เครดติ

18 ส่งบลิ เก็บเงินคา่ บริการตรวจรักษาให้นายกาธร เดบิต

6,500.00 บาท เครดติ

20 จา่ ยชาระหนคี้ า่ เวชภัณฑใ์ หบ้ รษิ ทั ไทยเวชภณั ฑ์ จากัด เดบิต

25,000.00 บาท เครดิต

22 ซือ้ เครื่องมือแพทย์ 157,500.00 บาท จาก บริษัท เดบิต

สหการแพทย์จากดั จา่ ยชาระเงินบางส่วน 27,500.00 เครดิต

บาท ทเี่ หลอื ค้างไว้ก่อน

25 รับชาระหน้จี ากนายกาธร 6,500.00 บาท เดบิต

เครดิต

28 ซือ้ เวชภณั ฑเ์ ปน็ เงินสด 33,000.00 บาท เดบิต

เครดติ

29 นายแพทย์บวรนาเงินสดใชส้ ว่ นตัว 12,500 บาท เดบิต

เครดิต

~ 36 ~

30 จา่ ยเงินเดอื นพนกั งาน 5,600.00 บาท เดบิต
30 จ่ายคา่ เช่า 5,000.00 บาท เครดติ
ใหท้ า บนั ทกึ รายการคา้ ข้างต้นในแบบฟอร์มท่ีกาหนดให้ เดบิต
เครดิต

3. นายบญั ชาได้จัดตั้งสานักงานทนายความ ช่ือบัญชาทนายความ รับวา่ ความและปรึกษาคดที ั่ว

ราชอาณาจกั รเมื่อเดือนมีนาคม 2545 และตอ่ ไปนเ้ี ปน็ รายการคา้ ทเ่ี กิดขน้ึ

2545 รายการคา้ การบันทกึ บัญชี

มี.ค. 1 นายบัญชานาเงินสดจานวน 485,000.00 บาท มาลงทุน เดบิต

เครดติ

2 นาเงินสดฝากธนาคาร 185,000.00 บาท เดบิต

เครดติ

4 ซือ้ คอมพิวเตอร์พร้อมอปุ กรณ์จานวน 1 เครือ่ ง ราคา เดบิต

85,000.00 บาท จากการพัฒนาอปุ กรณ์ จา่ ยชาระเงนิ เครดติ

สด 2,000 บาท ที่เหลือคา้ งชาระ

5 ซือ้ เคร่ืองถ่ายเอกสาร 45,500.00 บาท เป็นเงนิ เชือ่ จาก เดบิต

รา้ นสหสาร เครดติ

7 จา่ ยค่าเชา่ 2,500.00 บาท เดบิต

เครดิต

10 รับรายได้คา่ บริการปรึกษาคดี 65,000.00 บาท เดบิต

เครดิต

11 จา่ ยชาระหนีค้ ่าเคร่ืองถา่ ยเอกสารให้รา้ นสหสาร เดบิต

27,500.00 บาท เครดิต

12 ซือ้ วสั ดสุ านักงานเปน็ เงนิ สด 5,250.00 บาท เดบิต

เครดติ

13 ส่งบิลเก็บเงินค่าบริการปรึกษาคดใี หร้ ้านสพุ รรณวดี เดบิต

45,000.00 บาท เครดิต

15 จ่ายเงนิ เดือนพนกั งาน 8,500.00 บาท เดบิต

เครดติ

17 ซื้อวัสดสุ านักงานเปน็ เงินเช่อื กบั รา้ นเจริญพานิช เดบิต

~ 37 ~

2,650.00 บาท เครดติ
19 รับชาระหนี้จากลูกหนท้ี ี่ส่งบิลเรยี กเก็บเงินเมื่อวนั ที่ 13 เดบิต
เครดิต
มนี าคม เดบิต
24 จา่ ยชาระหนคี้ า่ เคร่ืองคอมพิวเตอรท์ ค่ี งคา้ งทงั้ หมด เครดิต
เดบิต
31 นายบญั ชานาเงนิ สดไปใช้สว่ นตัว 4,000.00 [km เครดติ

ใหท้ า บันทกึ รายการคา้ ข้างต้นในแบบฟอร์มที่กาหนดให้

~ 38 ~

บทท่ี 4 การบนั ทึกรายการในสมุดรายวันทว่ั ไป

สาระสาคญั

1. วงจรบญั ชี
2. ความหมายและประเภทของสมดุ รายวนั ขนั้ ตน้
3. สมดุ รายวนั ทัว่ ไป
4. การบันทกึ บัญชีในสมุดรายวนั ทั่วไป

วตั ถุประสงคท์ ่ัวไป

1. บอกความหมายของวงจรบญั ชีได้
2. บอกความหมายและประเภทของสมดุ รายวนั ขนั้ ต้นได้
3. บอกรปู แบบของสมุดรายวันทวั่ ไปได้
4. บอกลกั ษณะของเอกสารประกอบการบันทกึ บัญชีได้
5. อธิบายวงจรบญั ชไี ด้
6. จาแนกหมวดหมบู่ ัญชไี ด้
7. วเิ คราะหร์ ายการค้าก่อนนาไปบนั ทกึ บัญชีได้
8. สร้างโจทย์รายการค้าและบนั ทึกบญั ชใี นสมดุ รายวนั ทวั่ ไปได้
9. บนั ทกึ รายการเปดิ บญั ชีในสมดุ รายวันทวั่ ไปได้
10. บนั ทกึ รายการค้าในสมดุ รายวันทั่วไปได้

~ 39 ~

1. วงจรบัญชี (Accounting Cycle)

วงจรบญั ชี มรี ายละเอยี ดดังน้ี
1.1 ความหมายของวงจรบัญชี
วงจรบัญชี หมายถึงวงจรท่ีแสดงถึงขั้นตอนในการจัดทาบัญชีตั้งแต่ต้นจนจบคือ ตั้งแต่การ

บันทึกรายการค้าในสมุดรายวันทั่วไป จนกระท่ังถึงการจัดทางบการเงินอันได้แก่ งบกาไรขาดทุน และ
งบแสดงฐานะการเงิน

1.2 ลักษณะของวงจรบัญชี
ซึง่ แสดงเปน็ แผนผงั ได้ดงั นี้

สมดุ รายวนั ทัว่ ไป

บญั ชแี ยกประเภททว่ั ไป

งบทดลอง

กระดาษทาการ

งบกาไรขาดทนุ
งบทดลอง

งบแสดงฐานะการเงนิ
งบทดลอง

แต่ในทางปฏิบัติจริง ๆ การจัดทาบัญชีมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย เช่น มีรายการบางรายการท่ี
จะต้องปรับปรุง และเมื่อส้ินงวดบัญชีกิจการจะต้องทาการปิดบัญชี เพ่ือหายอดคงเหลือของสินทรัพย์
หนี้สิน และส่วนของเจา้ ของ (ทนุ ) ของเจา้ ของกจิ การ ทีจ่ ะยกไปในงวดบญั ชีต่อไป

วงจรบญั ชีหรอื ขน้ั ตอนในการจดั ทาบญั ชีอยา่ งละเอยี ดมดี งั นี้
1. วิเคราะหร์ ายการคา้
2. บนั ทกึ รายการคา้ ในสมุดบันทึกรายการขน้ั ตัน (สมดุ รายวนั ทวั่ ไป)

~ 40 ~

3. ผ่านรายการจากสมุดบันทกึ รายการข้ันต้นไปบัญชแี ยกประเภท (บัญชแี ยกประเภททัว่ ไป)
4. ทางบทดลองกอ่ นปรบั ปรงุ (และอาจทากระดาษทาการ)
5. บันทึกรายการปรับปรุง (ถ้าทากระดาษทาการหลังจากบันทึกรายการปรับปรุงแล้ว ให้นา
รายการปรบั ปรงุ ไปไว้ในกระดาษทาการ)
6. ทางบทดลองหลงั ปรับปรงุ (ถ้าทากระดาษทาการให้เพม่ิ ชอ่ งงบทดลองหลังปรบั ปรุง)
7. ทางบการเงิน (ถ้าทากระดาษทาการ สามารถลอกจากกระดาษทาการได้ทนั ท)ี
8. บันทกึ รายการปิดบญั ชี
9. ทางบทดลองหลงั ปิดบัญชี
10. บันทกึ รายการเปดิ บญั ชใี นวันเริ่มงวดบัญชใี หม่

1.3 การแยกหมวดหมบู่ ญั ชี
การแยกหมวดหมู่บัญชีคือ การแบ่งบัญชีต่างๆ ออกเป็นประเภทๆ เพื่อความเป็นระเบียบ
เรยี บรอ้ ย และเพอ่ื ความสะดวกในการบนั ทึกบัญชีอย่างมหี ลักเกณฑ์
จากสมการบัญชีท่วี ่า

สนิ ทรัพย์ = หนสี้ นิ + สว่ นของเจา้ ของ
จะเห็นไดว้ ่าการแยกหมวดหมบู่ ัญชอี ยา่ งนอ้ ยก็แบ่งออกเป็น 3 หมวดคือ สินทรัพย์ หน้ีสิน และ
ส่วนของเจ้าของ และในการดาเนินธุรกิจกิจการต้องมีรายได้เกิดข้ึน ซึ่งจะมีผลทาให้ส่วนของเจ้าของ
กิจการเพ่ิมข้ึน และในทางตรงกันข้าม หากกิจการมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ก็จะมีผลทาให้ส่วนของเจ้าของ
กิจการลดลง แต่เน่ืองจากในการจัดทาบัญชีจะไม่นิยมนารายได้และค่าใช้จ่ายไปบันทึกปนกับบัญชีส่วน
ของเจ้าของ เชน่ บญั ชีทุน ซ่งึ เปน็ บัญชีทเี่ ปิดไว้สาหรับบนั ทึกรายการเก่ียวกับการลงทุนหรือการถอนทุน
เท่าน้ัน แต่นิยมท่ีจะบันทึกไว้ต่างหาก เพ่ือแสดงให้เห็นชัดเจนว่าในรอบระยะเวลาบัญชีหน่ึงๆ กิจการมี
รายไดแ้ ละค่าใชจ้ ่ายเท่าใด ดงั น้ันจึงมกี ารเปิดบญั ชยี อ่ ยของบญั ชีสว่ นของเจ้าของ (ทุน) ข้ึนมา จานวน 2
หมวดนัน่ คือ บญั ชหี มวดรายได้ ซึ่งเปิดไว้เพื่อรับร้เู กย่ี วกับรายไดข้ องกิจการ และบัญชีหมวดค่าใช้จ่ายซึ่ง
เปดิ ไว้เพ่อื รบั ร้เู กีย่ วกับคา่ ใชจ้ ่ายของกิจการ

ดงั น้ันการแยกหมวดหมู่บัญชจี งึ แบง่ ออกเปน็ 5 หมวด ดงั นี้

หมวดท่ี 1 สนิ ทรัพย์ หมวดที่ 4 รายได้ (บญั ชียอ่ ยของบัญชีทนุ )
หมวดที่ 2 หนีส้ นิ หมวดที่ 5 ค่าใชจ้ ่าย (บัญชีย่อยของบัญชีทุน)
หมวดท่ี 3 สว่ นของเจา้ ของ

~ 41 ~

2. ความหมายและประเภทของสมดุ รายวันขั้นต้น

2.1 ความหมายของสมุดรายวันข้นั ต้น
สมุดรายวันข้ันต้น หมายถึงสมุดบัญชีที่มีไว้สาหรับบันทึกรายการค้าท่ีเกิดข้ึนหลังจากผ่าน
ขนั้ ตอนของการวิเคราะห์รายการค้าขัน้ สดุ ท้ายแลว้ จะบนั ทึกบญั ชที ง้ั ทางด้านเดบิตและเครดิตพร้อมกัน
2.2 ประเภทของสมุดรายวันขั้นต้น
ประเภทของสมดุ รายวนั ขั้นตน้ มีดงั นี้

2.2.1 สมุดรายวันเฉพาะ (Special Journal) คือสมุดรายวันขั้นต้นที่ใช้บันทึก
รายการเฉพาะเรื่องใดเร่ืองหน่ึง ใช้สาหรับกิจการท่ีขายสินค้าและเป็นกิจการขนาดใหญ่ท่ีมีรายการค้า
จานวนมาก ได้แก่

 สมุดรายวันซอื้ สินคา้ ใช้บันทึกรายการซอ้ื สินคา้ เป็นเงินเชอื่ เท่านนั้

 สมดุ รายวนั ขายสนิ ค้า ใชบ้ ันทกึ รายการขายสนิ ค้าเป็นเงินเชอื่ เท่านนั้

 สมดุ รายวนั รบั เงิน ใช้บนั ทกึ รายการรับเงนิ (ทั้งเงนิ สดและธนาคาร)

 สมดุ รายวันจ่ายเงนิ ใช้บนั ทึกรายการจา่ ยเงิน (ทงั้ เงินสดและธนาคาร)

 สมุดรายวันรับคืนสินค้าและจานวนที่ลดให้ ใช้บันทึกรายการรับคืนและให้ส่วนลด
กรณขี ายเชอ่ื เท่านนั้

 สมุดรายวันส่งคนื สนิ ค้าและจานวนทไ่ี ด้ลด ใช้บนั ทึกรายการส่งคืนและได้ส่วนลด กรณี
ซื้อเชอื่ เทา่ นั้น
2.2.2 สมุดรายวันทั่วไป (General Journal) เป็นสมุดรายวันข้ันต้นท่ีใช้บันท่ีกราย

การที่ไม่สามารถบันทึกในสมุดรายวันเฉพาะได้ หรือในกรณีที่เป็นกิจการขนาดเล็ก หรือกิจการที่มีสมุด
บันทึกรายการขั้นต้นเพยี งเล่มเดียวก็ใช้บนั ทีกรายการคา้ ทกุ รายการทเ่ี กดิ ข้นึ ในกจิ การคา้

3. สมดุ รายวนั ท่ัวไป (General Journal)

สมดุ รายวันทว่ั ไป มรี ายละเอียดดงั นี้ (2) หนา้ .....
3.1 รปู แบบของสมุดรายวันท่ัวไป สมุดรายวนั ทวั่ ไปมีรปู แบบ ดงั น้ี
เครดติ
(1) สมุดรายวันทั่วไป บาท สต.

พ.ศ. ..... รายการ เลขที่ เดบิต
เดอื น วนั ที่ บัญชี บาท สต.

(3) (4) (5) (6) (7)

~ 42 ~

คาอธบิ าย มดี ังน้ี
 หมายเลข (1) ชอ่ื สมุดรายวนั ทว่ั ไป ให้เขียนไวต้ รงกลาง
 หมายเลข (2) หน้าของสมดุ รายวันทวั่ ไป ให้เขียนไวท้ างด้านขวามอื
 หมายเลข (3) ชอ่ ง พ.ศ. เดือน วันที่ สาหรบั ใส่วันท่ี ที่เกิดรายการค้านั้นฯ
 หมายเลข (4) ชอ่ งรายการ สาหรบั บันทกึ ชอ่ื บัญชแี ละคาอธบิ ายรายการ
 หมายเลข (5) ช่องเลขที่บัญชี สาหรับบันทึกเลขที่บัญชีของบัญชีแยกประเภทเมื่อมีการผ่าน
รายการไปบญั ชีแยกประเภท
 หมายเลข (6) ชอ่ งเดบติ สาหรับบนั ทกึ จานวนเงินทเ่ี ดบติ
 หมายเลข (7) ช่องเครดิต สาหรบั บันทึกจานวนเงินทเี่ ครดิต

3.2 วธิ ีบนั ทกึ รายการ
วธิ บี ันทกึ รายการ มีดังน้ี
1. เขียนคาว่า สมดุ รายวนั ท่วั ไป ตรงกลางและใสเ่ ลขหน้าใหเ้ รียบร้อยโดยเริม่ ที่หนา้ 1
2. เขยี นวันที่ โดยเขียน พ.ศ. เดือน และวนั ท่ตี ามลาดับในชอ่ ง พ.ศ. เดือน วันที่
3. เขยี นชอ่ื บญั ชีทเี่ ดบติ ในช่องรายการ โดยเขยี นใหช้ ดิ เส้นและใสจ่ านวนเงินในเดบิต
4. เขียนช่ือบัญชีที่เครดิตในช่องรายการ โดยเขียนให้ห่างจากเส้นออกมาทางขวาประมาณ 1

นิว้ และใส่จานวนเงินในชอ่ งเครดติ
5. เขยี นคาอธบิ ายรายการสนั้ ๆ ในช่องรายการ
6. ขดี เส้นค่ันในช่องรายการ

3.3 เอกสารประกอบการบันทึกบัญชี
เมื่อมีรายการค้าเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินทรัพย์ การจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือการรับ
ค่าบริการ กิจการต้องเก็บเอกสารท่ีเก่ียวข้องไว้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี ในกรณีที่ผู้รับเงินไม่
สามารถออกใบเสร็จรบั เงนิ ใหไ้ ด้ เช่น จ่ายค่าพาหนะ หรือเจ้าของกจิ การถอนเงินสดไปใช้ส่วนตัว กิจการ
จะต้องจัดทาใบสาคัญข้ึน และให้ผู้รับเงินหรือผู้ท่ีเกี่ยวข้องลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานเอกสาร
ประกอบการบันทึกบัญชีนี้ กิจการจะต้องเก็บไว้ท่ีสถานประกอบการและต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่
น้อยกว่า 10 ปี นับแต่วันปิดบัญชี หรือไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันปิดบัญชี หรือวันท่ีลงรายการครั้ง
สุดท้ายในบัญชีเงินสด ในกรณีท่ีไม่มีการปิดบัญชี แต่จะต้องขออนุญาตต่อสารวัตรใหญ่บัญชี หรือ
สารวัตรบัญชีเสยี ก่อน

~ 43 ~

4. การบันทกึ บัญชีในสมุดรายวันทั่วไป

เมื่อมีรายการค้าเกิดขึ้น จะต้องทาการวิเคราะห์รายการค้าน้ันๆ เสียก่อน เพ่ือท่ีจะได้ทราบว่า
จะต้องเดบิตและเครดิตบัญชีอะไรบ้าง หลังจากนั้นจึงนาผลการวิเคราะห์น้ันไปบันทึกในสมุดรายวัน
ทว่ั ไป โดยบนั ทกึ เรียงตามลาดับวนั ท่ที ีเ่ กิดรายการค้านัน้ ๆ

ตวั อย่าง ต่อไปนเ้ี ปน็ ตัวอย่างการบนั ทึกรายการคา้ ในสมดุ รายวันทัว่ ไปของสานักงานบญั ชเี ด่นชยั
ดังรายการตอ่ ไปน้ี
25xx ม.ค. 1 นายเดน่ ชัยไดน้ าสินทรัพยต์ ่อไปน้ีมาลงทุน เงินสด 20,000 บาท วสั ดุสานกั งาน 1,000

บาท เครือ่ งใชส้ านักงาน 4,000 บาท เครอ่ื งตกแต่งสานักงาน 6,000 บาท
2 จ่ายคา่ เช่าสถานท่ี 100,000 บาท
4 รับเงินคา่ บริการจดั ทาบญั ชลี ูกคา้ 100,800 บาท
8 ให้บรกิ ารลูกค้า นายตะวนั ฉาย แต่ยังไม่ไดร้ ับเงนิ 1,000 บาท
11 จา่ ยคา่ โฆษณาทางหนังสือพมิ พไ์ ทยรฐั 600 บาท
13 ได้รับเงิน 20 1,000 บาท เป็นค่าบริการลูกค้า ซึ่งเงินจานวนน้ีได้รวมเงินของนาย

ตะวนั ฉายซ่งึ นามาชาระให้ 1,000 บาทอยดู่ ้วย
16 ซ้ือเคร่ืองคอมพวิ เตอรจ์ ากรา้ นกลอยใจวทิ ยาเป็นเงินเชื่อ 8,000 บาท
20 จ่ายค่าเครื่องดมื่ 100 บาท (บญั ชีคา่ รับรอง)
24 นายเด่นชัยนาเงินสดไปใชส้ ่วนตวั 2,000 บาท
28 จา่ ยค่าน้า – ค่าไฟ และค่าโทรศพั ท์ 700 บาท
31 จา่ ยเงินเดอื นพนกั งาน 2 คน คนละ 20,000 บาท

การวิเคราะห์รายการคา้ กอ่ นนาไปบนั ทึกบัญชีในสมุดรายวันทว่ั ไป

ม.ค. 1 นายเด่นชัยได้นาสินทรัพย์ต่อไปนี้มาลงทุน เงินสด 20,000 บาท วัสดุสานักงาน 1,000 บาท

เคร่ืองใช้สานักงาน 4,000 บาท เคร่อื งตกแต่งสานักงาน 6,000 บาท

วเิ คราะหว์ า่ สินทรพั ยใ์ นกจิ การ (เพิม่ ) เงินสด วัสดุสานกั งาน เครอ่ื งใช้สานกั งาน และเครื่อง

ตกแตง่ สานักงาน

ส่วนของเจา้ ของ (เพ่ิม) ทนุ

การบนั ทึกบัญชี Dr. เงนิ สด 20,000.-

วัสดสุ านักงาน 1,000.-

เครือ่ งใชส้ านกั งาน 4,000.-

เคร่ืองตกแตง่ สานกั งาน 6,000.-

Cr. ทุน-กจิ การ 31,000.-

~ 44 ~

ม.ค. 2 จ่ายคา่ เชา่ สถานท่ี 100,000 บาท

วิเคราะหว์ า่ สินทรพั ย์ (ลด) เงินสด

ค่าใชจ้ ่าย (เพม่ิ ) ค่าเช่าสถานท่ี

การบนั ทึกบญั ชี Dr. ค่าเช่าสถานที่ 100,000.-
100,000.-
Cr. เงนิ สด

ม.ค. 4 รับเงนิ ค่าบรกิ ารจัดทาบัญชลี ูกค้า 100,800 บาท

วิเคราะห์วา่ สนิ ทรพั ย์ (เพิม่ ) เงนิ สด

รายได้ (เพิ่ม) รายได้ค่าบรกิ าร

การบนั ทกึ บัญชี Dr. เงนิ สด 100,800.-

Cr. รายไดค้ ่าบริการ 100,800.-

ม.ค. 8 ให้บริการลกู คา้ นายตะวนั ฉาย แตย่ ังไม่ได้รับเงนิ 1,000 บาท

วเิ คราะห์ว่า สินทรพั ย์ (เพิม่ ) ลกู หน้ี-ตะวนั ฉาย

รายได้ (เพ่ิม) รายได้ค่าบรกิ าร

การบนั ทึกบญั ชี Dr. ลกู หนี้-ตะวันฉาย 1,000.-

Cr. รายได้คา่ บริการ 1,000.-

ม.ค. 11 จา่ ยค่าโฆษณาทางหนงั สือพิมพไ์ ทยรฐั 600 บาท

วเิ คราะหว์ ่า สนิ ทรพั ย์ (ลด) เงนิ สด

คา่ ใชจ้ า่ ย (เพิม่ ) คา่ โฆษณา

การบันทกึ บัญชี Dr. ค่าโฆษณา 600.-

Cr. เงินสด 600.-

ม.ค. 13 ได้รับเงิน 201,000 บาท เป็นค่าบริการลูกค้า ซึ่งเงินจานวนน้ีได้รวมเงินของนายตะวันฉายซ่ึง

นามาชาระให้ 1,000 บาทอยดู่ ้วย

วิเคราะหว์ า่ สินทรัพย์ (เพมิ่ ) เงนิ สด

สนิ ทรพั ย์ (ลด) ลูกหน้ี-ตะวนั ฉาย

รายได้ (เพม่ิ ) รายได้ค่าบรกิ าร

การบนั ทึกบญั ชี Dr. เงนิ สด 201,000.-

Cr. ลูกหนี้-ตะวันฉาย 1,000.-

รายไดค้ า่ บริการ 200,000.-

~ 45 ~

ม.ค. 16 ซอ้ื เครอื่ งคอมพวิ เตอร์จากร้านกลอยใจวทิ ยาเป็นเงินเชื่อ 8,000 บาท

วิเคราะห์ว่า สนิ ทรัพย์ (เพิ่ม) เครื่องใช้สานักงาน

หนี้สิน (เพิ่ม) เจ้าหน้ี-รา้ นกลอยใจ

การบันทกึ บญั ชี Dr. เครอ่ื งใช้สานักงาน 8,000.-

Cr. เจา้ หน้ี-รา้ นกลอยใจ 8,000.-
100.-
ม.ค. 20 จา่ ยค่าเครื่องด่มื 100 บาท (บญั ชคี า่ รบั รอง) 2,000.-
700.-
วเิ คราะห์ว่า สินทรัพย์ (ลด) เงนิ สด

ค่าใชจ้ า่ ย (เพิม่ ) ค่ารบั รอง

การบันทกึ บญั ชี Dr. ค่ารบั รอง 100.-

Cr. เงินสด

ม.ค. 24 นายเด่นชัยนาเงินสดไปใชส้ ว่ นตัว 2,000 บาท

วเิ คราะห์วา่ สนิ ทรพั ย์ (ลด) เงินสด

สว่ นของเจา้ ของ (ลด) ถอนใช้ส่วนตวั

การบนั ทกึ บัญชี Dr. ถอนใช้สว่ นตวั 2,000.-

Cr.เงินสด

ม.ค. 28 จา่ ยคา่ น้า – ค่าไฟ และค่าโทรศัพท์ 700 บาท

วิเคราะหว์ า่ สินทรพั ย์ (ลด) เงนิ สด

ค่าใชจ้ า่ ย (เพมิ่ ) คา่ สาธารณปู โภค

การบันทึกบัญชี Dr. ค่าสาธารณปู โภค 700.-

Cr. เงินสด

ม.ค. 31 จา่ ยเงนิ เดอื นพนกั งาน 2 คน คนละ 20,000 บาท

วเิ คราะหว์ ่า สนิ ทรัพย์ (ลด) เงนิ สด

คา่ ใชจ้ า่ ย (เพม่ิ ) เงนิ เดอื น

การบันทึกบญั ชี Dr. เงนิ เดือน 40,000.-

Cr. เงนิ สด 40,000.-

หลังจากวิเคราะห์รายการค้าแล้ว จึงนารายการค้าท่ีวิเคราะห์ได้นั้นไปบันทึกในสมุดรายวัน

ท่ัวไป ซึ่งการทาเช่นนี้จะทาให้เกิดความเข้าใจในหลักการบันทึกบัญชีมากข้ึน และเป็นการทบทวนการ

วิเคราะห์ อีกทั้งยังเป็นการลดความผดิ พลาดในการบันทกึ บัญชใี นสมุดรายวันไดอ้ ีกด้วย

~ 46 ~

สมดุ รายวันท่วั ไป หนา้ 1

พ.ศ. 25xx รายการ เลขที่ เดบติ สต. เครดติ
เดอื น วันที่ บญั ชี บาท - บาท สต.
-
ม.ค. 1 เงินสด 10,000 - 50,000 -
50,000 - 130,000 -
เงนิ ฝากธนาคาร 20,000
100,000 100,000 -
เครื่องตกแตง่ 100,800 -

อาคาร 1,000 -
600 -
เจ้าหนี้
1,000 -
ทนุ -นายมน่ั คง 200,000 -

นายมน่ั คงนาเงินสดและสินทรัพย์ 8,000 -
100 -
อ่ืนมาลงทุน

2 ค่าเช่าสถานท่ี 100,000 -
100,800 -
เงินสด
1,000 -
จ่ายค่าเช่าสถานที่เป็นเงินสด 600 -

4 เงินสด 201,000 -

รายได้คา่ บรกิ าร

รับเงินเปน็ รายได้ค่าบริการ

8 ลูกหน-ี้ ตะวันฉาย

รายได้คา่ บรกิ าร

ให้บริการลูกค้าแตย่ งั ไม่ได้รบั เงิน

11 คา่ โฆษณา

เงินสด

จ่ายค่าโฆษณาเป็นเงินสด

13 เงนิ สด

ลกู หน้ี-ตะวนั ฉาย

รายได้คา่ บริการ

ไดร้ บั เงนิ สดเปน็ รายไดค้ ่าบรกิ าร

บางส่วน

16 เคร่ืองใช้สานกั งาน 8,000 -
100 -
เจา้ หนี้-กลอยใจ

ซอื้ เครือ่ งคอมพิวเตอร์เปน็ เงินเชอื่

20 ค่ารบั รอง

เงินสด

จ่ายค่าโฆษณาเป็นเงินสด


Click to View FlipBook Version