~ 46 ~
- อ อ ก ซิ เ จ น ล ะ ล า ย น้ า
(Dissolved Oxygen, DO) ออกซิเจนมี กรอบท่ี 3 การคานวณความเข้มขน้ อม่ิ ตวั ของ
ความสาคัญต่อการดารงชีวิตของส่ิงมีชีวิต
ออกซิเจนในนา
ทอี่ าศัยอยู่ในนา ระดับปริมาณออกซิเจนท่ี
ลดลงนันมีผลกระทบต่อความสามารถใน ความเขม้ ขน้ สงู สดุ ของออกซเิ จนละลายทอ่ี ณุ หภมู ใิ ดๆ
การอยู่อาศัยของสัตว์นา ตัวอย่างเช่น สามารถคานวณไดจ้ ากกฎของเฮนร่ี:
ปริมาณออกซิเจนท่ีเหมาะสมต่อการ เมื่อ คือความเข้มข้นของออกซิเจนที่ละลายใน
เจริญเติบโตสาหรับปลามีค่าระหว่าง 5-6 นา ณ สมดลุ ,
คือค่าคงท่ีเฮนร่ีสาหรับแก๊สออกซิเจน ณ
มิลลิกรมั ต่อลติ ร เมื่อค่าดีโอลดลงเหลือ 3- อุณหภูมิท่ีกาหนด,
4 มิลลิกรัมต่อลิตร จะทาให้ปลาหยุด
บริโภคอาหาร และสามารถตายลงได้เมื่อ คือความดันย่อยของแก๊สออกซิเจนในอากาศแห้ง
DO มีค่าต่ากว่า 1 มิลลิกรัมต่อลิตร (atm) ในกรณีที่นาค่าความดันบรรยากาศปกติมาใช้
(Weiner, 2000) ด้วยเหตุนีแหล่งนา คานวณคา่ ความดนั ย่อยของออกซิเจน จะต้องนาค่าความ
ดันบรรยากาศปกตินันมาหักค่าความดันย่อยของนาออก
ธรรมชาติควรต้องมีปริมาณออกซิเจนท่ี
เพียงพอต่อการอยู่อาศัยของพืชและสัตว์ กอ่ น เน่ืองจากอากาศโดยทั่วไปยังมคี วามชนื อยู่
นา ออกซิเจนในนาได้มาจาก 2 ทาง ตัวอย่างที่ 3.1 จงคานวณค่าดีโอในนาท่ีอุณหภูมิ 25 oC
ด้วยกันคือ 1) มาจากการละลายของแก๊ส ถ้าคา่ (25oC) = 1.28x10-3 mol/L-atm กาหนดให้
ออกซิเจนในบรรยากาศท่ีอยู่เหนือผิวน้า อากาศในวันดงั กลา่ วมีคา่ เทา่ กบั 1 atm
แต่ปริมาณการละลายมีค่าไม่มากนัก โดย วธิ ที า
ในนาจดื ท่สี ภาพความดัน 1 บรรยากาศ มี 1. คานวณคา่
ค่าระหว่าง 14.7 มิลลิกรัมต่อลิตรที่ 0 เน่ืองเนื่องจากโจทย์กาหนดให้ความดันของอากาศมีค่า
องศาเซลเซียส และ 6.9 มิลลิกรัมต่อลิตร เท่ากับ 1 atm ดังนันจะต้องหาความดันของอากาศแห้ง
ก่อนโดยการนาค่าความดันย่อยของนาท่ีอุณหภูมิ 25oC
มาหักค่าออกก่อน ( , 25oC) = 0.0313 atm) ดังนัน
ท่ีอุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียส อีกทัง อากาศแห้งจึงมีความดันเท่ากับ 1-0.0313 = 0.9687
ปริมาณออกซิเจนในนามีค่าลดลงตาม atm
สภ าพคว ามเค็มของนา (รูปที่ 3.6)
นอกจากนี DO ยังสัมพันธ์กับปริมาณ เ นื่ อง จ า ก อา ก า ศ แ ห้ ง มี แ ก๊ส อ อก ซิ เ จ นเ ป็ น
สารอินทรีย์และประสิทธิภาพในการย่อย องคป์ ระกอบเท่ากบั 20.9 5 %โดยปริมาตร ดงั นัน
ส ล า ย ส า ร อิ น ท รี ย์ ข อ ง จุ ลิ น ท รี ย์ ที่ ใ ช้
ออกซิเจน ซ่ึงจะส่งผลให้ออกซิเจนในนามี = (0.9687)(0.2095) = 0.203 atm
2. คานวณคา่ ความเขม้ ข้นของออกซเิ จนในนา
= (1.28 x 10-3 mol/L-atm)(0.203 atm)
= 2.60 x 10-4 mol/L
ปริมาณลดลง และ 2) การสังเคราะห์แสง 3. แปลงความเข้มข้น จาก mol/L ใหก้ ลายเป็น mg/L
โดยใช้มวลโมเลกุลของ O2
ของสาหร่ายและพืชน้า ซ่ึงจะช่วยเพ่ิม = (2.60 x 10-4 mol/L)(32g/mol)(1,000 mg/g)
ป ริ ม า ณ อ อ ก ซิ เ จ น ใ น น า ใ น ช่ ว ง เ ว ล า =8.3 mg/L
กลางวนั อย่างไรก็ตามสาหรับแหล่งนาที่มี
ความอุดมสมบรูณ์ของธาตุอาหารสูง
(eutrophic/hypereutrophic water bodies) ปริมาณการใช้ออกซิเจนในเวลากลางคืนถึงใกล้สว่าง
มีมาก เน่ืองจากมาจากการหายใจของพืชนาและแพลงก์ตอนพืช อาจทาให้ออกซิเจนในนาลดลงจน
เปน็ อันตรายต่อสตั วน์ าได้
~ 47 ~
- ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ใ ช้
อ อ ก ซิ เ จ น (Oxygen
demand) มลพิษทางนา
หลายชนิด โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งสารอินทรีย์ทังที่
มีตามธรรมชาติ เช่นแป้ง
นาตาล โปรตีน กรดอะมิ
โน นามันและไขมัน หรือ
ส า ร อิ น ท รี ย์ ที่ ม นุ ษ ย์
สังเคราะห์ขึน จัดอยู่ใน
ก ลุ่ ม ข อ ง ส า ร ที่ ใ ช้
รปู ท่ี 3.6 คา่ ออกซเิ จนในนา ณ อุณหภมู แิ ละความเคมที่ตา่ งกนั เมอ่ื นาอยู่ อ อ ก ซิ เ จ น (oxygen-
consuming wastes)
ในสภาวะสมดลุ กบั อากาศแหง้ ท่ี ความดนั 1 บรรยากาศ
หมายเหตุ ข้อมลู ทใ่ี ช้พลอตกราฟได้จาก Standard Methods for the ก ล่ า ว คื อ เ มื่ อ เ กิ ด ก า ร
Examination of Water and Wastewater (20th edition) คา่ ความเคม็ ปนเปื้อนในนา จุลินทรีย์
(salinity) คานวณจากคา่ คลอรนิ ติ โี ดยสมการ Salinity = 0.03+1.805 x โดยเฉพาะพวกแบคทีเรีย
Chlorinity (International Commision อ้างถึงใน Sverdrup, Johnson & ท่ีใช้ออกซิเจนสามารถ
ย่อยสลายสารอินทรีย์
Fleming, 1942, p.51)
เพื่อใช้เป็นสารอาหารในการเจริญเติบโตและแบ่งตัว ซ่ึงในระหว่างการเผาผลาญเพื่อสร้างพลังงานใน
เซลล์ของจุลินทรยี ์ ออกซเิ จนโมเลกุลจะถูกใชเ้ ป็นตัวรับอเิ ลกตรอนสุดทา้ ย ส่งผลใหอ้ อกซเิ จนท่ีมีอยู่ใน
นามีปริมาณลดลงตามปริมาณอินทรียสารที่ย่อยสลายได้ในนา ความต้องการใช้ออกซิเจนจึงใช้เป็น
ตัวชีวัดคุณภาพนาทางอ้อมในแง่ปริมาณสารอินทรีย์ในนา ความต้องการใช้ออกซิเจนในนาแบ่ง
ออกเป็น 2 ประเภทตามชนิดของตัวออกซิไดซ์ที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์นา คือ 1) ความต้องการใช้
ออกซิเจนทางชีวภาพ (Biochemical Oxygen Demand) หรือท่ีเรียกสันๆว่า บีโอดี (BOD) บอกถึง
ปริมาณออกซเิ จนท่แี บคทเี รยี ต้องใชใ้ นการย่อยสลายสารอินทรีย์ภายใต้สภาวะท่ีมีออกซิเจน ค่าบีโอดี
นีเปน็ สัดสว่ นโดยตรงกบั ปรมิ าณสารอินทรยี ท์ ี่แบคทีเรยี สามารถย่อยสลายได้ในนา ในแหล่งนาผิวดินที่
มีคุณภาพดี (ประเภท 2) จะมีค่าบีโอดีไม่เกิน 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ถ้าค่าบีโอดีมีค่าเกินกว่า 4.0
มิลลิกรัมต่อลิตรถือว่าแหล่งนานันมีคุณภาพเสื่อมโทรมมาก (ประเภทท่ี 5) และ 2) ความต้องการใช้
ออกซิเจนทางเคมี (Chemical Oxygen Demand) หรือท่ีเรียกสันๆว่า ซีโอดี (COD) บอกถึงปริมาณ
ออกซิเจนทต่ี อ้ งใช้ในการออกซิไดซ์สารอินทรีย์ในนาอย่างสมบรูณ์ด้วยตัวออกซิไดซ์อย่างแรง (strong
oxidizing agent) ในสภาวะท่ีมีกรดเข้มข้นและอุณหภูมิสูง เน่ืองจากสารอินทรีย์ท่ีพบในนาแบ่งออก
ได้เป็น 2 ชนิดคือ สารอินทรีย์ท่ีจุลินทรีย์สามารถย่อยได้ (biodegradable organic compounds)
และสารอนิ ทรีย์ท่ีจุลินทรีย์ไม่สามารถย่อยได้ (non-degradable oganic compounds) ดังนันถ้านา
มีสารอินทรีย์ที่ยากต่อการย่อยสลายของจุลินทรีย์อยู่มาก จะทาให้ค่าซีโอดีของนาตัวอย่างเดียวกันมี
คา่ สูงกว่าค่าบีโอดมี ากด้วย
- ธาตุอาหารของพืช (Nutrients) ธาตุอาหารที่จาเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชแบ่ง
ออกได้เป็น 2 ประเภทคือ มหธาตุหรือธาตุอาหารที่พืชต้องการใช้ในปริมาณมาก (Macronutrients)
และจุลธาตุหรือธาตุอาหารเสริม (Micronutrients/ Trace nutrients) ซ่ึงเป็นสารอาหารท่ีพืช
~ 48 ~
ต้องการในปริมาณน้อย ดังแสดงในตารางท่ี 3.7 ธาตุอาหารของพืชเหล่านี โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุ
อาหารหลักอย่างเช่น ไนโตรเจนและฟอสฟอรัส หากมีในปริมาณสูงในแหล่งนาก็จะทาให้เกิดการ
เจริญเติบโตของพืชนา ด้วยเหตุนีในแหล่งนาโดยปกติจะมีธาตุอาหารหลักเหล่านีตัวใดตัวหน่ึงใน
ปริมาณจากัด (ในแหล่งนาจืดผิวดินส่วนใหญ่คือฟอสฟอรัส ส่วนในนาทะเลส่วนใหญ่คือไนโตรเจน)
หรอื ที่เรียกว่าปัจจัยจากัด (limiting factor) ส่งผลให้พืชนานันสามารถเจริญเติบโตได้ในปริมาณน้อย
กลไกนีเป็นกลไกทางธรรมชาติในการควบคุมการเจริญเติบโตของพืชนาให้อยู่ในปริมาณเหมาะสมจน
ไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของแหล่งนา หากแหล่งนามีปัจจัยจากัดสูงขึน ธาตุอาหารเหล่านีจะไป
กระตุ้นใหพ้ ืชสีเขยี วในแหลง่ นาโดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ส่ิงมีชีวิตพวกออโตโทรฟ (autotroph) เช่นสาหร่าย
และแพลงก์ตอนพืชมีการสังเคราะห์แสงได้มากขึน การเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ของแพลงก์ตอนพืช
เกิดขึนได้อย่างรวดเร็ว เรียกปรากฏการณ์ท่ีพืชนาและแพลงก์ตอนพืชเพิ่มจานวนอย่างรวดเร็วว่า
ยูโทรฟิเคช่ัน (Eutrophication) ผลกระทบท่ีเกิดขึนจากปรากฎการณ์นีคือความเข้มของแสงที่ส่อง
ผ่านผิวนามีระดับปริมาณลดลง ลดกระบวนการสังเคราะห์แสงที่เกิดขึน ซึ่งส่งผลทางอ้อมต่อปริมาณ
ออกซิเจนที่มีอยู่ในแหล่งนา นอกจากนีเม่ือสาหร่าย/พืชนานันตายลง การย่อยสลายของซากพืชซ่ึงมี
ตารางที่ 3.7 ธาตุอาหารท่จี าเป็นตอ่ การเจริญเติบโตของพืช
ประเภทของธาตุอาหาร แหลง่ ท่มี า ความสาคญั ต่อพืช
มหธาตุ (Macronutrients)
ธาตอุ าหารหลกั
ไนโตรเจน บรรยากาศ สว่ นประกอบที่สาคัญของโปรตนี
ฟอสฟอรสั การยอ่ ยสลายและมลพิษ สว่ นประกอบทีส่ าคัญของDNA/RNA
โพแทสเซยี ม บรรยากาศ สนิ แร่ และมลพษิ ปฏิกิรยิ าตา่ งๆ ภายในเซลล์
ธาตอุ าหารรอง
คารบ์ อน บรรยากาศ องคป์ ระกอบของเซลล์
ไฮโดรเจน นา องค์ประกอบของเซลล์
ออกซเิ จน นา องคป์ ระกอบของเซลล์
ซัลเฟอร์ สินแร่และมลพิษ โปรตนี และเอนไซม์
แมกนีเซียม สนิ แร่ ปฏกิ ิริยาต่างๆภายในเซลล์
แคลเซียม สนิ แร่ ปฏกิ ริ ยิ าต่างๆภายในเซลล์
จุลธาตุ (Micronutrients)
Fe, Co, Mn, B, Mo, Cu, Zn, สนิ แรแ่ ละมลพิษ ปฏิกริยาต่างๆภายในเซลล์ และ/หรือ
Cl, Si, V สว่ นประกอบของเอมไซม์
Note. From Environmental Chemistry (9th ed., p. 167) by S.E. Manahan, 2010, Boca Raton, FL.: CRC
Press.
สารอนิ ทรีย์เป็นองค์ประกอบหลักนันก็จะเกิดขึน ส่งผลให้ออกซิเจนในนามีปริมาณลดลง และอาจทา
ให้แหล่งนานันมีสภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการดารงชีพของส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ อีกทัง
แพลงก์ตอนพืชบางชนิด โดยเฉพาะอย่างย่ิงกลุ่มสาหร่ายสีเขียวแกมนาเงิน (blue-green algae)
สามารถสร้างสารพิษ บางชนิดสามารถสร้างสารพิษได้มากกว่า 1 ชนิด ซ่ึงสารพิษจากสาหร่ายเหล่านี
เป็นสาเหตุการตายของปลาและสิ่งมีชีวิตในแหล่งนา ด้วยเหตุนีการควบคุมปริมาณไนโตรเจนและ
ฟอสฟอรสั ทจ่ี ะระบายลงส่แู หล่งนาจึงเปน็ แนวทางในการป้องกนั ปญั หาภาวะยูโทรฟเิ คชนั่
~ 49 ~
- โลหะหนักและเมทัลลอยด์ (Heavy metals and Metalloids) โลหะหนัก หมายถึง
ธาตุท่ีมีความถ่วงจาเพาะมากกว่านา 4 เท่าขึนไป ส่วนใหญ่เป็นธาตุท่ีอยู่ในกลุ่มโลหะทรานสิซัน ซ่ึงมี
เลขอะตอมในช่วง 23-92 และอยู่ในคาบที่ 4-7 ของตารางธาตุ ในขณะที่เมทัลลอยด์ หมายถึง ธาตุที่
อยูบ่ รเิ วณช่วงตอ่ ระหว่างโลหะกบั อโลหะ ที่มีบทบาทมากในนาไดแ้ ก่ อาร์เซนกิ หรือสารหนู (As) โลหะ
หลายตัวเช่น เหล็ก (Fe) แมงกานีส (Mn) ทองแดง (Cu) หรือสังกะสี (Zn) จัดเป็นจุลธาตุท่ีจาเป็นต่อ
การดารงชวี ติ ของสิ่งมชี ีวิต แตห่ ากมคี วามเขม้ ขน้ มากเกนิ ไปอาจกลายสภาพเป็นสารพิษต่อสิ่งมีชีวิตได้
นอกจากนโี ลหะบางชนิด เช่นแคดเมียม (Cd), ตะกั่ว (Pb) หรือปรอท (Hg) นอกจากไม่มีความจาเป็น
ต่อการดารงชีวิตแล้วยังมีความเป็นพิษสูง จากการที่โลหะเป็นองค์ประกอบของหินเปลือกโลก ทาให้
โลหะหนักเป็นธาตุท่ีพบทั่วไปในส่ิงแวดล้อม รวมทังในแหล่งนาเนื่องมาจากการผุพังสลายตัวตาม
ธรรมชาติของหินและแร่ อีกทงั กิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างย่ิงการทาเหมืองแร่ การระบายนา
ทิงจากอุตสาหกรรมท่ีเกี่ยวข้องกับโลหะเป็นปัจจัยท่ีเร่งให้เกิดการปนเป้ือนของโลหะในแหล่งนา
ไดม้ ากขนึ ซง่ี รูปฟอร์มของโลหะท่ีพบในนามีอยู่ได้หลายรูปแบบทังในรูปสารละลาย พบในรูปอนุภาค
คอลลอยด์ แขวนลอยในนา ตรึงอยู่กับตะกอนท้องนา หรือสะสมในส่ิงมีชีวิต ขึนอยู่กับสมบัติทาง
กายภาพและทางเคมีของแหลง่ นา (รูปท่ี 3.7)
- High pH - Low pH, Low Eh
- Low particulate
- High particulate
organic concentration organic concentration
- Low suspended
- High suspended
sediment load sediment load
- High dissolved org.
- High hydraulic energy
matter concentration
• High pH
• High Eh
• High concentration of
organic matter in
sedim ents
รูปที่ 3.7 รูปฟอร์มของโลหะกบั สภาวะทางกายภาพ-ทางเคมตี า่ งๆของแหลง่ นา
จาก Elzer (1998) และ Ozestuaries (2004) อา้ งถึงใน
http://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/286001/7/3498/2553_ch.1pdf
~ 50 ~
ความเป็นพิษของโลหะในนาแตกต่างกันไปขึนกับเลขออกซิเดชันและรูปฟอร์มของโลหะ โดยท่ัวไป
พบว่าโลหะในรูปสารประกอบไอออนิกจะมีความเป็นพิษมากท่ีสุด (Chapman, 2003) การเกิด
สารประกอบเชงิ ซ้อนกับอินทรียวตั ถตุ ามธรรมชาติ เชน่ กรดฟลั วิกหรอื กรดฮวิ มกิ จะทาให้ความเป็นพิษ
ของโลหะลดลง นอกจากนีรูปฟอร์มออร์กาโนเมทัลลิก (organo-metalic) ของบางโลหะ ที่สาคัญคือ
ปรอท (Hg) ได้แก่เมทิลเมอร์คิวรี่ มีความเป็นพิษมากกว่าเมื่อเทียบกับรูปฟอร์มอิสระ เนื่องจากโลหะ
หนักหลายตัวจัดเป็นสารพิษต่อส่ิงมีชีวิต ทาให้ปริมาณโลหะหนักรวมทังเมทัลลอยด์ บางชนิดถูก
กาหนดเป็นดัชนีชีวัดคุณภาพนาที่สาคัญ โดยในโครงการติดตามคุณภาพนาของโลกองค์การ
สหประชาชาติ (The United Nations Globlal Environmental Monitoring System Water
Programme, GEMS) ได้กาหนดโลหะหนักที่ต้องติดตามไว้ทังหมด 10 ชนิดได้แก่ Al, Cd, Cr, Cu,
Fe, Hg, Mn Ni, Pb และ Zn รวมทังเมทัลลอยด์ 2 ชนิดได้แก่ As และ Se สาหรับองค์กรพิทักษ์
ส่ิงแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศโลหะหนักและเมทัลลอยด์ 11 ชนิดได้แก่ As, Be, Cd, Cr,
Cu, Pb, Hg, Ni, Se, Tl and Zn อยู่ในบัญชีรายช่ือมลพิษท่ีมีความสาคัญ (priority pollutants)
สาหรับประเทศไทยคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติได้ประกาศเกณฑ์กาหนดสูงสุดท่ียอมให้มี
(maximum acceptable concentration) ของสารเป็นพิษเหล่านีไว้ในค่ามาตรฐานคุณภาพนาเพื่อ
การอปุ โภคบรโิ ภค และเกณฑม์ าตรฐานคมุ้ ครองทรัพยากรสตั ว์นา
- ไอออนของเกลือ แยกได้เป็น 2 ประเภทในนา คือไอออนบวกและไอออนลบ โดย
ไอออนบวกที่พบเป็นหลักในนาจืด ได้แก่ Ca2+ และ Mg2+ ซ่ึงทังสองธาตุมีท่ีมาจากการผุพังสลายตัว
ของหินและแร่ โดยแคลเซียมจะได้มาจากหินและแร่จาพวกหินปูนและยิบซัม ส่วนแมกนีเซียมได้มา
จากสินแร่จาพวกเฟอร์โรแมกนีเซียมรวมทังสินแร่จาพวกคาร์บอเนต ซึ่งไอออนของแคลเซียมและ
แมกนีเซียมที่พบในนาจะส่งผลต่อคุณภาพนาในแง่ของความกระด้าง โซเดียมไอออน (Na+) เป็นธาตุ
อีกชนดิ ท่ีพบไดท้ ว่ั ไปในนา เนือ่ งจากเปน็ ธาตุท่ีละลายนาได้ดีและพบมากในโลก ในนาธรรมชาติอาจมี
ปริมาณของโซเดียมเพ่ิมขึนจากการขับถ่ายส่งิ ปฏกิ ลู โดยเฉพาะปสั สาวะของสงิ่ มีชีวติ นอกจากนีการรุก
ของนาทะเลเปน็ อีกหน่งึ สาเหตุท่ีทาใหโ้ ซเดยี มในนาจดื มปี รมิ าณสูงขึน ซ่ึงปริมาณที่มากขึนจะทาให้นา
มีคุณภาพเปลี่ยนไปจนไม่เหมาะสมต่อการนามาบริโภคหรือใช้ในการเพาะปลูก ไอออนบวกของเกลือ
อีกชนิดที่มักพบในนาจืดคือโพแทสเซียมไอออน (K+) เน่ืองจากเป็นธาตุที่นิยมนามาใช้ในโรงงาน
อุตสาหกรรมและเป็นส่วนประกอบของปุ๋ยทางการเกษตร ส่งผลให้นาเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
และนาท่ีไหลบ่าพืนที่ทางการเกษตร จะมีปริมาณโพแทสเซียมสูงขึน ในกรณีของไอออนลบ พบว่าไบ
คาร์บอเนต (HCO3-) เป็นธาตุหลักท่ีพบมากที่สุดในนาจืด ซ่ึงปริมาณท่ีพบในนามีบทบาทสาคัญต่อ
สภาพความเป็นบัฟเฟอรข์ องแหล่งนาและความกระด้างของนา นอกจากนีมีไอออนลบของซัลเฟอร์ ที่
พบในนาส่วนใหญ่ในรูปของซัลเฟต (SO42-) อย่างไรก็ตามในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน แบคทีเรียบาง
ชนิดสามารถใช้ซัลเฟตเป็นตัวรับอิเลกตรอนในระหว่างการย่อยสลายสารอินทรีย์ ส่งผลให้เกิดก๊าซ
ไฮโดรเจนซลั ไฟดข์ ึน (H2S) และทาใหน้ ามีกล่นิ คลา้ ยกบั ไขเ่ นา่ คลอไรด์ (Cl-) เป็นอีกธาตุที่พบได้ในนา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนาทะเล สาหรับแหล่งนาจืดผิวดินมีปริมาณคลอไรด์อยู่ต่ากว่า 10 มิลลิกรัมต่อ
ลิตร ในบางพนื ทอี่ าจมีต่ากว่า 2 มิลลิกรัมต่อลิตร (Chapman, 2003) ปริมาณท่ีเพ่ิมขึนในนาอาจเกิด
ได้จากการรุกของนาทะเล นาท่ีไหลบ่าจากพืนถนนที่มีการใช้เกลือละลายนาแข็ง ที่สาคัญคือการ
ขับถ่ายสิ่งปฏิกูลโดยเฉพาะอย่างย่ิงปัสสาวะ ซ่ึงในกรณีของมนุษย์ จะพบคลอไรด์ในส่ิงปฏิกูลได้ใน
ปริมาณสูงถึง 16 กรัมต่อคนต่อวัน ทาให้คลอไรด์ถูกใช้เป็นดัชนีบ่งชีถึงการระบายส่ิงปฏิกูลลงสู่แหล่ง
นา ฟลูออไรด์ (F-) เป็นธาตุท่ีพบได้น้อยมากในแหล่งนาจืดผิวดิน แต่เป็นธาตุที่มีความสาคัญต่อ
~ 51 ~
สุขภาพของฟัน เน่ืองจากปริมาณฟลูออไรด์ที่ กรอบท่ี 4 ประเภทของจุลชพี ก่อโรค
น้อยเกินไป ทาให้ฟันเปราะ (dental carries) จุลชีพก่อโรคในน้า (water pathogen)
อ ย่ า ง ไ ร ก็ ต า ม ก า ร บ ริ โ ภ ค น า ที่ มี ป ริ ม า ณ หมายถึงส่ิงมีชีวิตขนาดเล็กที่เป็นสาเหตุของ
ฟลูออไรด์มากเกินไปสามารถทาให้ฟันเป็น ก า ร เ กิ ด โ ร ค ห รื อ ค ว า ม เ จ็ บ ป่ ว ย ข อ ง ม นุ ษ ย์ /
คราบ (Fluorosis) ทาให้องค์การอนามัยโลก สัตว์ยอันเน่ืองมาจากการอุปโภค-บริโภคน้าท่ี
(World Health Organization, WHO) เป็นส่ือในการแพร่กระจาย โดยระดับความ
กาหนดปริมาณฟลูออไรด์ที่เหมาะสมในนาดื่ม รุนแรงมีได้ตังแต่อาการล้าไส้อักเสบ อาเจียน
ให้มีค่าไม่เกิน 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร ทอ้ งร่วงเพยี งเล็กน้อยไปจนถึงแสดงอาการของ
(Chapman, 2003) อย่างไรก็ตามในบางพืนท่ี โรคแบบรนุ แรงและอาจถึงตายได้ จุลชีพกอ่ โรค
ของประเทศอินเดีย ศรีลังกา แทนซาเนียและ ในน้ามีมากมายหลายชนิด แต่สามารถ
มาลาวี นาใต้ดินอาจมีปริมาณฟลูออไรด์สูงถึง เรียงล้าดับตามความถ่ีของการเกิดโรคทางเดิน
10 มิลลิกรัมต่อลิตร เน่ืองมาจากการชะ อาหารท่ีมีน้าเป็นสื่อในการแพร่กระจาย ได้
ละลายออกมาจากหินตะกอน (sedimentary ดังนี
rock) และหินแปร (metamorphoric rock) 1. แบคทีเรีย เป็นจลุ นิ ทรยี ์ทส่ี ามารถ
ท า ใ ห้ ฟ ลู อ อ ไ ร ด์ ถู ก ก า ห น ด เ ป็ น ดั ช นี ชี วั ด มองเหน็ ไดด้ ้วยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ธรรมดา ชนดิ ท่ี
คุณภาพนาสาหรับการนานาบาดาลมาใช้ใน พบเปน็ จลุ นิ ทรยี ก์ อ่ โรคในนา้ ได้บอ่ ยมากคือ
การบริโภค Shigello, Salmonella, Camphilobacter,
Vibrio, Yersinia และ Escherichia coli สาย
- สารพิษ (Toxics) มักพบในนา พนั ธุ์ที่กอ่ ใหเ้ กดิ โรค ตัวอยา่ งของโรคทีเ่ กดิ จาก
เสียจากอุตสาหกรรมและการเกษตร เช่นฟี แบคทเี รียโดยมนี ้าเป็นสื่อนา้ โรค ได้แก่
นอลและอนุพันธ์ สารกาจัดศัตรูพืช สาร อหิวาตกโรคซงึ่ เกิดจาก Vibrio cholera โรค
เหลา่ นถี ้าปนเป้ือนในนาเสยี ทเ่ี ขา้ สูร่ ะบบบาบัด บดิ ซึง่ เกิดจากแบคทเี รียพวก Shigella
จะมผี ลกระทบตอ่ จุลินทรีย์ในระบบ flexneri หรือ Shigella dysenteriae โรคไข้
รากสาดหรอื ไข้ไทฟอยด์ (Typhoid Fever) ซึ่ง
(3) สมบัตทิ างจลุ ชีววิทยา เกดิ จาก Samonella paratyphoid A, B
เป็นสมบัติของนาท่ีเกี่ยวข้องกับ หรือ C
2. ไวรสั เป็นจลุ ินทรียท์ ่มี ขี นาดเล็กกว่า
จุลนิ ทรียต์ า่ งๆที่อยู่ในนา โดยจุลินทรีย์ท่ีพบใน แบคทีเรีย ต้องใช้กลอ้ งจลุ ทรรศนอ์ เิ ลก็ ตรอน
นาสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักคือ จงึ สามารถมองเหน็ ได้ โดยชนิดทกี่ อ่ โรคในน้าที่
(i) จุลชีพท่ีไม่ก่อโรค (non-pathogens) ซึ่งมี สา้ คญั คือไวรสั ตบั อักเสบ (Hepatitis A, E)
ความจาเป็นสาหรับแหล่งนา เพราะมีบทบาท ไวรสั โรต้า (rotaviruses) ที่ทา้ ใหเ้ กดิ โรค
สาคัญเกี่ยวกับการย่อยสลายส่ิงสกปรกในนา ท้องร่วงรนุ แรงในเด็กเล็ก นอกจากนีอาจพบ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารอินทรีย์ และ (ii) จุลชีพ ไวรัสโปลโิ อ (polio virus) ไวรสั คอกซากี
ที่ก่อโรคหรือเชือโรค (pathogens) จุลินทรีย์ (Coxsackie virus)
ในกลุ่มหลังนีพบได้ในระบบทางเดินอาหาร 3. โปรโตซวั เปน็ สตั ว์เซลลเ์ ดียว สามารถอยู่
หรือลาไส้ของคนและสัตว์เลือดอุ่น ทาให้การ ไดอ้ ย่างอสิ ระในธรรมชาติและเปน็ ปรสติ ทต่ี อ้ ง
ขับถ่ายส่ิงปฏิกูลของมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่น อาศยั อยุบ่ น/ในร่างกายของสิง่ มชี วี ติ อื่น มี
ลงสู่แหล่งนา อาจก่อให้เกิดการแพร่กระจาย ขนาดใหญก่ วา่ ไวรัสและแบคทเี รีย แต่มขี นาด
ของเชือโรคในนา จนเกิดโรค/ความเจ็บป่วยท่ี เลก็ กวา่ หนอนพยาธิ ในสภาพตัวเตม็ วัยก็ยงั
เกิดจากนาเป็นสื่อแพร่กระจายโรค (water- ตอ้ งดูดว้ ยกลอ้ งจลุ ทรรศน์ โรคทเี่ กิดจากโปรโต
borne diseases) ด้วยเหตุนีสมบัติทางจุล ซวั ทมี่ ีนา้ เป็นสอื่ ของโรคท่ีส้าคญั คอื โรคบิดอมี
บา (Amoebic dysentery) เกิดจากโปรโตซัว
ชนดิ Entamoeba histolytica โรคจิอาร์เดีย
(Giardiasis) ซง่ึ เกดิ จากโปรโตซวั ชนดิ Giardia
lambia เป็นต้น
~ 52 ~
ชวี วทิ ยาจงึ เป็นดัชนชี ีวัดคุณภาพนาท่ีสาคัญในแง่ของความสะอาดและความเหมาะสมต่อการนานาไป
ใช้ประโยชน์ของนา โดยเฉพาะอย่างย่ิงนาเพ่ือการอุปโภค-บริโภค แต่เน่ืองจากการตรวจวิเคราะห์หา
เชือโรคแต่ละชนิดในนาจะต้องสินเปลืองทังเวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ายท่ีสูง ประกอบกับโรคระบบ
ทางเดนิ อาหารทเี่ กิดจากนาเปน็ สื่อของโรคท่ีพบไดบ้ ่อยมกั มีแบคทเี รียเปน็ สาเหตขุ องโรค ดังนันในทาง
ปฏิบัติจะใช้แบคทีเรียชีแนะ (bacteriological indicator) เป็นตัวตัดสินคุณภาพนา โดยเฉพาะใน
ประเด็นเกี่ยวกับการปนเป้ือนของส่ิงปฏิกูลจากสัตว์เลือดอุ่นและมนุษย์ ซ่ึงอาจมีจุลินทรีย์ก่อโรคอยู่
รว่ มดว้ ย
โคลิฟอร์มแบคทีเรีย (coliform bacteria) เป็นแบคทีเรียแกรมลบท่ีเจริญได้ทังท่ีมีอากาศและไม่
มีอากาศ (facultative anaerobes) ถูกเลือกใช้เป็นแบคทีเรียชีแนะ และใช้เป็นตัวแทนถึงแบคทีเรีย
กอ่ โรคในนา เนื่องจาก (1) แบคทีเรียในกลุม่ โคลฟิ อร์มส่วนใหญไ่ มก่ อ่ ให้เกิดโรคนี (2) แบคทีเรียกลุ่มนี
โดยเฉพาะฟีคัลโคลิฟอร์ม (fecal coliforms) มักพบในทางเดินอาหารของสัตว์เลือดอุ่นและคน เมื่อ
พบแบคทีเรียกลุ่มนีในตัวอย่างนา บอกถึงการปนเปื้อนของส่ิงปฏิกูลในนา (3) ฟีคัลโคลิฟอร์ม
โดยเฉพาะ Escherichia coli ไม่สามารถเติบโตและเพ่ิมจานวนได้เองในสภาพแวดล้อม ยกเว้นใน
อุจจาระของคนและสัตว์เลือดอุ่น ดังนันการตรวจพบ E. coli ในนา หมายถึงโอกาสที่จะตรวจพบ
แบคทเี รียกอ่ โรคทีม่ าจากระบบทางเดนิ อาหารไดด้ ้วยเช่นกัน และ (4) วิธีการตรวจวิเคราะห์ไม่ยุ่งยาก
รวดเร็วและถูกกว่าการตรวจจุลินทรีย์ก่อ กรอบที่ 5 การก้าหนดมาตรฐานคุณภาพน้าใน
โรค ประเทศไทย
3.5 มาตรฐานคุณภาพน้า แนวทางปฏิบัติในการพิจารณาก้าหนดมาตรฐาน
คุณภาพน้าของประเทศไทย จะใช้วิธีการแต่งตัง
มาตรฐานคุณภาพนา ซ่ึงตรงกับศัพท์ คณะกรรมการหรือคณะท้างานเฉพาะเร่ืองด้านน้า
ภาษาอังกฤษว่า water quality ขึนมาท้าหน้าที่พิจารณา โดยใช้ข้อมูลต่อไปนีเพ่ือ
standards เป็นค่าตัวเลขของดัชนีชีวัด ประกอบการตัดสนิ ใจ ได้แก่
คุณภาพนาที่หน่วยงานทางราชการกาหนด 1. หลักเกณฑ์ตา่ งๆท่ไี ด้มีการก้าหนดไว้และเป็นท่ี
ขึน เพอ่ื ใช้เปน็ เกณฑ์ในการตัดสินสภาพของ
ยอมรบั อยู่แล้ว
แหล่งนา ตลอดจนความเหมาะสมของการ
2. ความสามารถทางเทคโนโลยีและความเป็นไป
นานานันมาใช้ประโยชน์เพ่ือกิจกรรมต่างๆ ไดท้ างเศรษฐกจิ
ของมนุษย์ นอกจากนีนาเสียท่ีเกิดจาก 3. การคาดคะเนโดยอาศยั หลกั วิชาการ
กิจกรรมต่างๆของมนุษย์นัน ถ้าไม่ได้รับการ 4. ผลการศกึ ษาวิจัย
จัดการอย่างเหมาะสมก่อนระบายลงสู่แหล่ง 5. ผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย
นาธรรมชาติ ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบต่อ 6. ผล ของกา ร ศึกษาด้ วย แ บบ จ้ าล องทา ง
คุณภาพของแหล่งนาท่ีรองรับ มาตรฐาน
คุณภาพนาจึงถูกใช้เป็นเกณฑ์กาหนดความ คณิตศาสตร์และการศึกษาตามทฤษฎีของ
สกปรกของนา เพื่อควบคมุ และป้องกันไม่ให้ ความนา่ จะเป็น
แหล่งกาเนิดมลพิษทางนาต่างๆ ระบาย ด้วยข้อจ้ากัดในเร่ืองงบประมาณ ก้าลังคนและ
มลพิษลงสู่แหล่งนาในปริมาณที่มากจน เวลา ท้าให้มาตรฐานคุณภาพน้าส่วนใหญ่ของ
ส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้กับ ประเทศไทยมักจะได้มาจากข้อมูลท่ีอ้างอิงมาจาก
ส่ิงแวดล้อม สาหรับประเทศไทย มาตรฐาน ค่ามาตรฐานของต่างประเทศ ซ่ึงผ่านการปรับปรุง
คุณภาพนาท่ีกาหนดขึนสามารถแบ่งออกได้ ให้เหมาะสมกบั สภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และขีด
ความสามารถทางเทคนิคของประเทศไทย (กรม
ส่งเสริมคณุ ภาพส่งิ แวดลอ้ ม, 2545)
~ 53 ~
เป็น 4 ประเภทหลักได้แก่ มาตรฐานคุณภาพแหล่งนา มาตรฐานคุณภาพนาสะอาดเพื่อการอุปโภค-
บริโภค มาตรฐานคณุ ภาพนาทงิ และเกณฑ์คณุ ภาพนาเพื่อการคุ้มครองทรพั ยากรสตั วน์ า
3.5.1 มาตรฐานคุณภาพแหลง่ นา
แหล่งนาธรรมชาติ ทังแหล่งนาผิวดิน นาทะเล และนาใต้ดินจัดเป็นทรัพยากรท่ีความจาเป็นต่อ
การดารงชีวติ ของมนุษย์ ไม่เพียงแต่นามาใช้ประโยชน์ มนุษย์เรายังใช้แหล่งนาธรรมชาติเป็นที่รองรับ
สิ่งปฎิกูล นาทิง และของเสียท่ีเกิดจากกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบ่อยครังทาให้แหล่งนาธรรมชาติมีสมบัติ
เปล่ียนแปลงไปจนนาไปสู่มลพิษทางนาในท่ีสุด เพื่อเป็นการควบคุมและรักษาคุณภาพนาในแหล่งนา
ให้เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ และมีความปลอดภัยต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ตลอดจน
อนุรักษ์ทรัพยากรและสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ คณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติจึงได้อาศัย
อานาจตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ออก
ประกาศกาหนดมาตรฐานคณุ ภาพแหลง่ นา 2 ฉบบั ได้แก่ มาตรฐานคุณภาพนาในแหลง่ นาผิวดิน และ
มาตรฐานคณุ ภาพนาทะเลชายฝง่ั ซง่ึ มีรายละเอยี ดทีเ่ กย่ี วขอ้ งดงั นี
1) มาตรฐานคณุ ภาพแหลง่ น้าผวิ ดนิ
แหล่งน้าผิวดิน (surface water) ตามประกาศคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8
(พ.ศ. 2537) หมายถึง แม่นา ลาคลอง หนอง บึง ทะเลสาบ อ่างเก็บนา และแหล่งนาสาธารณะที่อยู่
ภายในผืนแผน่ ดิน ซึง่ หมายรวมถงึ แหล่งนาสาธารณะทอี่ ยู่ภายในผืนแผ่นดินบนเกาะด้วย แต่ไม่รวมถึง
นาบาดาล และในกรณีที่แหล่งนานันอยู่ติดกับทะเลให้หมายความถึงแหล่งนาท่ีอยู่ภายในปากแม่นา
หรือปากทะเลสาบ โดยให้ถือแนวเขตตามท่ีกรมเจ้าท่ากาหนด ซ่ึงตามประกาศดังกล่าวได้แบ่งแหล่ง
นาผวิ ดินออกเป็น 5 ประเภท รวมทังกาหนดการใช้ประโยชนข์ องแหลง่ นาผวิ ดินไว้ดงั นคี ือ
i. แหลง่ นา้ ประเภทท่ี 1 หมายถึงแหลง่ นาที่คณุ ภาพนามสี ภาพตามธรรมชาติโดยปราศจากนา
ทิงจากกิจกรรมทุกประเภทและสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ (1) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่าน
การฆ่าเชือโรคตามปกติก่อน (2) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชือโรคตามปกติก่อน
และ/หรอื (3) การอนุรกั ษ์ระบบนิเวศนข์ องแหลง่ นา
ii. แหล่งน้าประเภทที่ 2 หมายถึงแหล่งนาท่ไี ดร้ บั นาทิงจากกิจกรรมบางประเภทและสามารถ
เป็นประโยชน์เพื่อ (1) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชือโรคตามปกติและผ่าน
กระบวนการปรบั ปรงุ คุณภาพนาท่ัวไปก่อน (2) การอนรุ ักษส์ ตั ว์นา (3) การประมง และ/หรือ (4) การ
ว่ายนาและกีฬาทางนา
iii. แหล่งนา้ ประเภทท่ี 3 หมายถึงแหลง่ นาที่ได้รับนาทิงจากกิจกรรมบางประเภทและสามารถ
เป็นประโยชน์เพ่ือ (1) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชือโรคตามปกติและผ่าน
กระบวนการปรบั ปรุงคุณภาพนาท่วั ไปกอ่ น และ/หรอื (2) การเกษตร
iv. แหลง่ น้าประเภทท่ี 4 หมายถึงแหล่งนาทไ่ี ด้รับนาทิงจากกิจกรรมบางประเภทและสามารถ
เป็นประโยชน์เพ่ือ (1) การอุปโภคและบริโภคโดยต้องผ่านการฆ่าเชือโรคตามปกติและผ่าน
กระบวนการปรับปรุงคณุ ภาพนาเปน็ พิเศษก่อน และ/หรอื (2) การอตุ สาหกรรม
v. แหล่งนา้ ประเภทท่ี 5 หมายถงึ แหลง่ นาทไ่ี ดร้ บั นาทิงจากกิจกรรมบางประเภทและสามารถ
เป็นประโยชนเ์ พอื่ การคมนาคม
ทังนเี กณฑ์การจัดจาแนกจะพจิ ารณาจากมาตรฐานคุณภาพนาดงั แสดงตารางท่ี 3.8
~ 54 ~
ตารางที่ 3.8 มาตรฐานคุณภาพนาในแหล่งนาผิวดนิ ของประเทศไทย
เกณฑก์ าหนดสูงสดุ 2/ สาหรับแหลง่ นาผิวดินแตล่ ะ
ลาดบั ดชั นีชีวัดคณุ ภาพนา1/ หนว่ ย ประเภท
ประเภท ประเภท ประเภท ประเภท ประเภท
12345
1 สี กลนิ่ และรส - ธ ธ ธ ธ -
2 อณุ หภูมิ oC ธ ธ ธ ธ -
3 ความเปน็ กรดและด่าง (pH) - ธ 5.0-9.0 5.0-9.0 5.0-9.0 -
4 ออกซิเจนละลาย (DO) mg/L ธ 6.0 4.0 2.0 -
5 บีโอดี (BOD) mg/L ธ 1.5 2.0 4.0 -
6 แบคทีเรยี กลุม่ โคลิฟอรม์ ทังหมด MPN/100mL ธ 5,000 20,000 - -
(Total Coliform Bacteria)
7 แบคทีเรยี กล่มุ ฟีคอลโคลิฟอรม์ MPN/100mL ธ 1,000 4,000 - -
(Fecal Coliform Bacteria)
8 ไนเตรท (NO3) ในหน่วย mg/L ธ 5.0 5.0 5.0 -
ไนโตรเจน
9 แอมโมเนีย (NH3) ในหน่วย mg/L ธ 0.5 0.5 0.5 -
ไนโตรเจน
10 ฟีนอล (Phenols) mg/L ธ 0.005 0.005 0.005 -
11 ทองแดง (Cu) mg/L ธ 0.1 0.1 0.1 -
12 นคิ เกิล (Ni) mg/L ธ 0.1 0.1 0.1 -
13 แมงกานสี (Mn) mg/L ธ 1.0 1.0 1.0 -
14 สังกะสี (Zn) mg/L ธ 1.0 1.0 1.0 -
mg/L ธ 0.0053/ 0.0053/ 0.0053/ -
15 แคดเมยี ม (Cd) 0.054/ 0.054/ 0.054/
16 โครเมียมชนิดเฮ็กซะวาเล้นท์ (Cr mg/L ธ 0.05 0.05 0.05 -
Hexavalent)
17 ตะกั่ว (Pb) mg/L ธ 0.05 0.05 0.05 -
18 ปรอททงั หมด (Total Hg) mg/L ธ 0.002 0.002 0.002 -
19 สารหนู (As) mg/L ธ 0.01 0.01 0.01 -
20 ไซยาไนด์ (Cyanide) mg/L ธ 0.005 0.005 0.005 -
21 กัมมนั ตรงั สี -
- ค่ารงั สีแอลฟา (Alpha) Bq/L ธ 0.1 0.1 0.1 -
- ค่ารงั สเี บตา (Beta) Bq/L ธ 1.0 1.0 1.0 -
22 สารฆา่ ศัตรูพชื และสตั วช์ นดิ ท่ีมี mg/L ธ 0.05 0.05 0.05 -
คลอรีนทงั หมด (Total
Organochlorine Pesticides)
23 ดีดที ี (DDT) g/L ธ 1.0 1.0 1.0 -
24 บีเอชซีชนิดแอลฟา (Alpha- g/L ธ 0.02 0.02 0.02 -
BHC)
~ 55 ~
ตารางท่ี 3.8 (ตอ่ )
เกณฑก์ าหนดสูงสุด2/ สาหรับแหลง่ นาผวิ ดินแตล่ ะ
ลาดบั ดัชนชี ีวัดคณุ ภาพนา1/ หนว่ ย ประเภท
ประเภท ประเภท ประเภท ประเภท ประเภท
12345
25 ดิลดริน (Dieldrin) g/L ธ 0.2 0.2 0.2 -
26 อลั ดรนิ (Aldrin) g/L ธ 0.1 0.1 0.1 -
27 เฮปตาคลอร์และเฮปตาคลอร์อี g/L ธ 0.2 0.2 0.2 -
ปอกไซด์ (Heptachlor &
Heptachlor epoxide)
28 เอนดริน (Endrin) g/L ธ ไม่สามารถตรวจพบไดต้ าม -
วธิ กี ารท่กี าหนด
หมายเหตุ. จาก ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2537) เร่ืองก้าหนดมาตรฐานคุณภาพน้าใน
แหลง่ น้าผิวดิน.
1/ กาหนดคา่ มาตรฐานเฉพาะในแหล่งนาประเภทที่ 2-4 กรณีแหล่งนาประเภทที่ 1 ต้องมีสภาพตามธรรมชาติ ส่วนแหล่งนาประเภทที่
5 ไมก่ าหนดค่า สาหรบั วิธกี ารเก็บตัวอยา่ งนาและวธิ กี ารตรวจสอบสามารถศกึ ษาเพ่ิมเติมได้จากเอกสารอา้ งอิงท่รี ะบุไว้ทา้ ยตาราง
2/ คา่ DO เปน็ เกณฑ์มาตรฐานต่าสุด
3/ นาที่มีความกระดา้ งในรปู ของ CaCO3 ไม่เกนิ กว่า 100 มิลลกิ รมั ต่อลิตร
4/ นาทมี่ ีความกระด้างในรปู ของ CaCO3 เกนิ กว่า 100 มลิ ลิกรัมตอ่ ลิตร
ธ ต้องมีสภาพตามธรรมชาตแิ ละสามารถใชป้ ระโยชน์ไดต้ ามท่ีกาหนดของแหลง่ นาผิวดินประเภทท่ี 1
ธ ไมม่ วี ตั ถุ/สิง่ ของทเี่ กิดจากการกระทาของมนุษยซ์ ่ึงจะทาใหส้ ี กล่ิน และรสของนาเปลยี่ นไปตามธรรมชาติ
ธ อณุ หภูมิตอ้ งไมส่ งู กว่าอณุ หภูมติ ามธรรมชาตเิ กิน 3 องศาเซลเซยี ส
ซ่ึงจากตารางจะเห็นว่าดัชนีชีวัดคุณภาพนาลาดับที่ 4-7 ซึ่งได้แก่ ออกซิเจนละลาย (DO) บีโอดี
(BOD) แบคทีเรยี กล่มุ โคลฟิ อรม์ ทงั หมด และแบคทีเรยี กลุ่มฟิคัลโคลิฟอร์ม จัดเป็นเกณฑ์สาคัญในการ
จาแนกประเภทของแหลง่ นาผิวดิน
2) มาตรฐานคณุ ภาพนา้ ทะเล
ทะเลและชายฝ่งั จัดเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลายและมีคุณค่ามากมาย
มนุษย์ไดร้ ับประโยชนจ์ ากทะเลมากมาย ทังเปน็ แหลง่ ที่มาของอาหาร ทรัพยากรเชือเพลิง เป็นสถานที่
ทากิจกรรมนันทนาการต่างๆ นอกจากนีทะเลและชายฝ่ังยังเป็นแหล่งรองรับของเสียจากกิจกรรมของ
มนษุ ย์ ซ่งึ อาจถูกระบายหรือปล่อยทิงลงส่ทู ะเลโดยตรง หรือถูกพัดพาไหลมาตามแหล่งนาผิวดินสะสม
รวมกนั ก่อนไหลลงส่ทู ะเลในท่สี ดุ สาหรับทะเลไทยแม้จะมีพืนที่ไม่กว้างใหญ่ แต่เคยเป็นที่ยอมรับของ
นักวิทยาศาสตร์ท่ัวโลกว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพมากท่ีสุดแห่งหนึ่ง ด้วยความพยายามท่ีจะ
จดั การและควบคุมดูแลให้ทะเลไทยให้คงสภาพตามธรรมชาติ สามารถเอืออานวยประโยชน์ต่อระบบ
นเิ วศน์ ตลอดจนใหม้ ีการใช้ทรพั ยากรทางทะเลอย่างเหมาะสม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้
ออกประกาศฉบับที่ 27 (พ.ศ.2549) กาหนดมาตรฐานคุณภาพนาทะเล3 โดยให้แบ่งคุณภาพนาทะเล
ในเขตน่านนาไทยออกเป็น 6 ประเภท ดังนีคือ
3 นาทะเลตามประกาศดงั กลา่ ว หมายถงึ นาทังหมดในเขตน่านนาท่ีอยู่ภายใต้อานาจอธิปไตยของประเทศไทยตามกฎหมายว่าด้วยการ
เดินเรอื ในน่านนาไทย แต่ไม่รวมนาในแหลง่ นาผวิ ดิน
~ 56 ~
ประเภทที่ 1 คุณภาพนาทะเลเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ แหล่งนาทะเลท่ีมิได้จัดไว้
ประเภทท่ี 2 เพ่อื การใช้ประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ ซ่ึงเป็นแหล่งนาทะเลตามธรรมชาติ
ประเภทที่ 3 สาหรบั เป็นท่ีแพร่พนั ธห์ุ รืออนบุ าลของสตั วน์ าวัยอ่อน หรือเป็นแหล่งอาหาร หรือท่ีอยู่
ประเภทที่ 4 อาศัยของสตั วน์ า พชื หรือหญ้าทะเล ตัวอย่างเช่นอทุ ยานแหง่ ชาติ
ประเภทที่ 5
คุณภาพนาทะเลเพือ่ การอนรุ ักษ์แหล่งปะการงั ได้แก่ แหล่งนาทะเลท่ีมีปะการัง โดยมี
ประเภทท่ี 6 ขอบเขตครอบคลุมพนื ที่ในรัศมีแนวราบกับผิวนา นับจากเส้นตรงที่ลากตังฉากกับเส้น
ท่ีเชื่อมจุดนอกสุดของแนวปะการังออกไปเป็นระยะ 1,000 เมตร ตัวอย่างเช่น แนว
ปะการงั ในบริเวณอทุ ยานแห่งชาตหิ มเู่ กาะพีพี
คุณภาพนาทะเลเพื่อการเพาะเลียงสัตว์นา ได้แก่ แหล่งนาทะเลซ่ึงมีประกาศ
กาหนดให้เป็นพืนท่ีเพาะเลียงสัตว์นา ตามกฏหมายว่าด้วยการประมง ซ่ึงมีการ
เพาะเลียงสัตว์นาตามธรรมชาติ เช่น การเลียงหอยแมลงภู่ หอยนางรม กุ้ง การเลียง
ปลาในกระชงั เป็นต้น
คุณภาพนาทะเลเพื่อการนันทนาการ ได้แก่ แหล่งนาทะเลซึ่งมีประกาศขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินกาหนดให้เป็นเขตเพื่อการว่ายนาหรือใช้ประโยชน์เพ่ือการ
นันทนาการทางนา
คุณภาพนาทะเลเพอื่ การอุตสาหกรรม และทา่ เรอื ได้แก่ แหลง่ นาทะเลท่ีอยู่ประชิดกับ
เขตนคิ มอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าดว้ ยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เขต
ประกอบการอตุ สาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เขตท่าเรือตามกฎหมายว่าด้วย
การเดินเรือในน่านนาไทย ท่าเรือ หรือท่าเทียบเรือ แล้วแต่กรณี โดยมีขอบเขต
นับตังแตแ่ นวนาลงต่าสุดออกไปจนถึงระยะ 1000 เมตร ตามแนวราบกบั ผวิ นา
คุณภาพนาทะเลสาหรับเขตชุมชน ได้แก่ แหล่งนาทะเลท่ีอยู่ประชิดกับชุมชนท่ีมี
ประกาศกาหนดให้เป็นเทศบาลตามกฏหมายว่าด้วยเทศบาล เมืองพัทยา หรือ
กรุงเทพมหานคร เฉพาะเขตเทศบาล เขตเมืองพัทยา หรือเขตกรุงเทพมหานครที่ติด
กับชายฝ่ังทะเลเท่านัน โดยให้นับตังแต่แนวนาลงต่าสุดออกไปจนถึงระยะ 1,000
เมตร ตามแนวราบกบั ผวิ นา
โดยคุณภาพนาทะเลทัง 6 ประเภท ตอ้ งมีมาตรฐานเปน็ ดังตารางท่ี 3.9
3) มาตรฐานคณุ ภาพน้าใตด้ นิ
นาใต้ดิน4 จัดเป็นทรัพยากรนาท่ีมีความสาคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในพืนท่ีที่ไม่สามารถ
เขา้ ถงึ แหล่งนาอื่นได้ และเป็นแหล่งนาสารองในกรณที เ่ี กดิ ปัญหาการขาดแคลนนา นาใต้ดินมีคุณภาพ
แตกต่างกันไปตามสถานที่ ขึนกับประเภทของดินและชันหินอุ้มนา รวมทังกิจกรรมของชุมชนที่อยู่
โดยรอบ เพื่อป้องกันอันตรายและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน เม่ือนานาใต้ดินมาใช้
บริโภค คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ออกประกาศฉบับท่ี 20 (พ.ศ. 2543) กาหนดมาตรฐาน
คณุ ภาพนาใต้ดินไวด้ ังตารางที่ 3.10
4 นาใตด้ นิ (subsurface water) หมายถึงนาที่อยู่ใต้ดิน รวมไปถึงนาบาดาลตามกฎหมายว่าด้วยนาบาดาล ซ่ึงตามพระราชบัญญัตินา
บาดาล พ.ศ. 2520 ได้กาหนดว่านาบาดาล (ground water) คือนาใต้ดินท่ีอยู่ลึกจากผิวดินลงไปเกินกว่า 15 เมตร ในขณะที่นาตืน
(shallow water) หมายถึงนาใตด้ นิ ท่อี ย่ใู ต้ระดบั ผิวดินแต่ลึกลงไปจากผิวดนิ น้อยกวา่ 15 เมตร
ตารางที่ 3.9 มาตรฐานคณุ ภาพนาทะเลของประเทศไทย
ดชั นีชวี ดั คุณภาพนา หน่วย เกณฑส์ งู สดุ ของคณุ ภาพนาทะเลแตล่ ะประเภท
1. วตั ถทุ ี่ลอยนา - ประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 3 ประเภท 4 ประเภท 5 ประเภท 6
2. นามันหรอื ไขมันบนผิวนา -
3. สี Forel-Ule เพ่ิมขนึ ไม่เกนิ 1 ไม่เป็นที่นา่ รงั เกยี จ
4. กล่ิน
5. อุณหภมู ิ - มองไม่เห็น
6. ความเปน็ กรดและด่าง (pH)
7. ความโปรง่ ใส (Transparency) oC 1-22
8. สารแขวนลอย (Suspended -
solids) - ไม่เป็นท่ีน่ารงั เกยี จ
9. ความเค็ม (salinity)
10. ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน ไม่เปลีย่ นแปลง เพิ่มขนึ ไม่เกิน 1 เพ่ิมขนึ ไม่เกนิ 2
(Petroleum hydrocarbon)
11. ออกซิเจนละลาย (DO) 7.0-8.5
12. แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทังหมด
(Total Coliform Bacteria) ลดลงจากสภาพธรรมชาตไิ มเ่ กิน 10% ของค่าต่าสุด
13. แบคทีเรยี กลมุ่ ฟีคอลโคลิฟอรม์
(Fecal Coliform Bacteria) ดูหมายเหตุ 1/ ~ 57 ~
14. แบคทเี รียกลุม่ เอ็นเทอโร
คอกไค (Enterococci Bacteria) - เปล่ยี นแปลงไมเ่ กนิ 10% ของค่าตา่ สุด
15. ไนเตรท-ไนโตรเจน (NO3-N)
g/L ไม่เกิน 0.5 ไม่เกิน 1 ไมเ่ กิน 5
mg/L ไม่นอ้ ยกว่า 4 ไม่นอ้ ยกว่า 6 ไมน่ ้อยกวา่ 4
MPN/100mL มีค่าไม่เกิน 1,000
CFU/100 mL ไม่เกิน 70 ไมเ่ กิน 100
CFU/100 mL - ไมเ่ กนิ 35 - ไมเ่ กนิ 35 - -
g-N/L ไม่เกนิ 20 ไม่เกนิ 60
ตารางท่ี 3.9 (ตอ่ ) หน่วย เกณฑส์ ูงสดุ ของคณุ ภาพนาทะเลแต่ละประเภท
ดัชนีชีวดั คณุ ภาพนา g-P/L ประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 3 ประเภท 4 ประเภท 5 ประเภท 6
g-N/L
16. ฟอสเฟต-ฟอสฟอรสั (PO4-P) ไม่เกิน 15 ไมเ่ กนิ 45 ไม่เกนิ 15 ไม่เกิน 45
17. แอมโมเนยี -ไนโตรเจนรปู ทีไ่ ม่มีอิ g/L
ออน (unionized NH3-N) g/L ไม่เกนิ 70 ไมเ่ กิน 100 ไม่เกิน 70
18. ปรอทรวม (Total Mercury) g/L
19. แคดเมียม (Cd) ไม่เกิน 0.1
20. โครเมยี มรวม (Total g/L ไม่เกนิ 5
Chromium) ไมเ่ กิน 100
21. โครเมยี มเฮกซาวาเลนท์ g/L
(Chromium Hexavalent) g/L ไม่เกนิ 50 ~ 58 ~
22. ตะกั่ว (Pb) g/L
23. ทองแดง (Cu) g/L ไมเ่ กิน 8.5 ไมเ่ กนิ 0.01
24. แมงกานสี (Mn) g/L ไมเ่ กนิ 8.0
25. สงั กะสี (Zn) mg/L ไม่เกิน 100
26. เหล็ก (Fe) mg/L ไม่เกิน 50
27. ฟลอู อไรด์ (F) ไม่เกนิ 300
28. คลอรีนคงเหลอื (Residual mg/L ไม่เกนิ 1.0
chlorine) g/L --- -
29. ฟีนอล (Phenol) g/L
30. ซัลไฟด์ (Sulfide) ไม่เกนิ 0.03
31. ไซยาไนด์ (Cyanide)
ไมเ่ กนิ 10
ไมเ่ กิน 7.0
ตารางที่ 3.9 (ตอ่ )
ดัชนีชวี ัดคุณภาพนา หนว่ ย เกณฑส์ ูงสดุ ของคณุ ภาพนาทะเลแตล่ ะประเภท
ประเภท 1 ประเภท 2 ประเภท 3 ประเภท 4 ประเภท 5 ประเภท 6
32. พีซีบี (PCBs) - ตรวจไม่พบ
33. สารหนู (As) g/L ไม่เกนิ 10
34. กัมมนั ตภาพรงั สี
- ค่ารงั สีแอลฟา (Alpha) Bq/L ไมเ่ กนิ 0.1
- คา่ รงั สเี บตา (Beta) ไมร่ วมรงั สจี าก Bq/L ไม่เกนิ 1.0
โปตัสเซยี ม 40
35. สารประกอบดีบกุ อนิ ทรยี ์ชนิดไตร ng/L ไม่เกนิ 10
บวิ ทิล (Tributylin)
36. สารป้องกนั กาจัดศัตรูพืชและสัตว์ g/L ดูหมายเหตุ 2 ~ 59 ~
ชนิดทีม่ ีคลอรนี
37. สารปอ้ งกันกาจดั ศัตรูพชื และสัตว์ g/L ดหู มายเหตุ 3
ชนิดอน่ื ๆ
หมายเหต.ุ จาก ประกาศคณะกรรมการสิง่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 27 (พ.ศ.2549) เร่ืองกา้ หนดมาตรฐานคณุ ภาพนา้ ทะเล.
1/ ค่ามาตรฐานสารแขวนลอยมีค่าเปล่ียนแปลงเพม่ิ ขึนไมเ่ กินผลรวมของค่าเฉล่ยี 1 วัน หรอื 1 เดือน หรอื 1 ปี บวกกบั ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของคา่ เฉล่ยี นันๆ โดยคา่ เฉลีย่ 1 วัน ใหว้ ดั ทกุ ชัว่ โมง หรืออยา่ งน้อย 5 ครัง ท่ีช่วงเวลา
เทา่ ๆ กัน คา่ เฉลีย่ 1 เดือน ให้วัดทุกวันหรืออย่างน้อย 4 ครงั ทีช่ ว่ งเวลาเท่าๆ กนั ใน 1 เดือน ณ เวลาเดียวกัน และค่าเฉลยี่ 1 ปี ให้วดั ทกุ เดือน ณ วนั ที่และเวลาเดียวกัน
2/ สารเคมีท่ีใชป้ ัองกนั กาจดั ศตั รพู ชื และสัตว์ชนดิ ทีม่ คี ลอรีนไดแ้ ก่ อัลดริน (Aldrin) มีค่าไม่เกิน 1.3 ไมโครกรัม/ลิตร คลอเดน (Chlordane) มีค่าไม่เกิน 0.004 ไมโครกรัม/ลิตร ดีดีที (DDT) มีค่าไม่เกิน 0.001 ไมโครกรัม/ลิตร
ดิลดริน (Dieldrin) มีค่าไม่เกิน 0.0019 ไมโครกรัม/ลิตร เอลดริน (Endrin) มีค่าไม่เกิน 0.0023 ไมโครกรัม/ลิตร เอ็นโดซัลฟาน (Endosulfan) มีค่าไม่เกิน 0.0087 ไมโครกรัม/ลิตร เฮปตาคลอร์ (Heptachlor) มีค่าไม่เกิน
0.0036 ไมโครกรมั /ลิตร ลนิ เดน (Lindane) มีค่าไม่เกิน 0.16 ไมโครกรัม/ลิตร
3/ สารเคมีที่ใชป้ อั งกนั กาจดั ศัตรูพชื และสตั ว์ชนิดอนื่ ๆ ได้แก่ อะลาคลอร์ (Alachlor) อะเมทธรนิ (Ametryn) อะทราซีน (Atrazine) คารบ์ าริล (Carbaryl) คาร์เบนดาซมิ (Carbendazim) คลอไพริฟอส (Chlorpyrifos) ไซเปอร์
เมธทริน (Cypermethrin) 2,4-ดี (2,4-D) ไดเอรอน (Diuron) ไกลโฟเซท (Glyphosate) มาลาไธออน (Malathion) แมนโคเซบ (Mancozeb) เมทธลิ พาราไธออน (Methyl parathion) พาราไธออน (Parathion) และ โปรพา
นลิ (Propanil) ต้องตรวจไมพ่ บโดยใช้วธิ วี เิ คราะหท์ กี่ าหนด
~ 60 ~ หนว่ ย เกณฑส์ งู สดุ
ตารางท่ี 3.10 มาตรฐานคุณภาพนาใตด้ นิ ของประเทศไทย g/L ตอ้ งไม่เกนิ 5
g/L ตอ้ งไม่เกนิ 5
ดชั นีชีวัดคณุ ภาพนา g/L ต้องไม่เกิน 5
สารอินทรีย์ระเหยไดง้ า่ ย g/L ต้องไมเ่ กนิ 7
(1) เบนซีน (Benzene) g/L ตอ้ งไมเ่ กนิ 70
(2) คารบ์ อนเตตระคลอไรด์ (Carbon Tetrachloride) g/L ตอ้ งไม่เกนิ 100
(3) 1,2-ไดคลอโรอีเทน (1,2-Dichloroethane) g/L ตอ้ งไมเ่ กนิ 5
(4) 1,1-ไดคลอโรเอทธลิ ีน (1,1-Dichloroethylene) g/L ต้องไม่เกิน 700
(5) ซิส-1,2-ไดคลอโรเอทธลิ นี (cis-1,2-dichloroethylene) g/L ต้องไม่เกิน 100
(6) ทรานส-์ 1,2-ไดคลอโรเอทธิลีน (trans-1,2-Dichloroethylene) g/L ตอ้ งไมเ่ กิน 5
(7) ไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) g/L ต้องไมเ่ กนิ 1,000
(8) เอทธลิ เบนซนี (Ethyl benzene) g/L ตอ้ งไมเ่ กิน 5
(9) สไตรนี (Styrene) g/L ตอ้ งไม่เกนิ 200
(10) เตตระคลอโรเอทธลิ ีน (Tetrachloroethylene) g/L ตอ้ งไม่เกนิ 5
(11) โทลูอนี (Toluene) g/L ตอ้ งไม่เกนิ 10,000
(12) ไตรคลอโรเอทธิลีน (Trichloroethylene)
(13) 1,1,1-ไตรคลอโรอีเทน (1,1,1-Trichloroethane) mg/L ต้องไมเ่ กนิ 0.003
(14) 1,1,2-ไตรคลอโรอเี ทน (1,1,2-Trichloroethane) mg/L ตอ้ งไมเ่ กิน 0.05
(15) ไซลีนทังหมด (Total Xylenes) mg/L ตอ้ งไม่เกิน 1.0
โลหะหนัก (Heavy Metals) mg/L ตอ้ งไมเ่ กิน 0.01
(1) แคดเมยี ม (Cd) mg/L ตอ้ งไมเ่ กนิ 0.5
(2) โครเมียมชนิดเฮกซาวาเล้นท์ (Hexavalent Cr) mg/L ต้องไมเ่ กิน 0.02
(3) ทองแดง (Cu) mg/L ตอ้ งไม่เกนิ 5.0
(4) ตะกวั่ (Pb) mg/L ต้องไม่เกนิ 0.01
(5) แมงกานสี (Mn) mg/L ตอ้ งไมเ่ กนิ 0.01
(6) นิกเกิล (Ni) mg/L ต้องไมเ่ กนิ 0.001
(7) สังกะสี (Zn)
(8) สารหนู (As) g/L ตอ้ งไมเ่ กิน 0.2
(9) ซลี เี นยี ม (Se) g/L ต้องไม่เกนิ 0.03
(10) ปรอท (Hg) g/L ต้องไม่เกนิ 0.4
สารป้องกันกาจดั ศตั รพู ืชและสตั ว์ (Pesticides) g/L ตอ้ งไมเ่ กนิ 0.2
(1) คลอเดน (Chlordane) g/L ตอ้ งไมเ่ กิน 2
(2) ดลิ ดริน (Dieldrin) g/L ตอ้ งไมเ่ กนิ 30
(3) เฮปตาคลอร์ (Heptachlor) g/L ต้องไม่เกิน 3
(4) เฮปตาคลอร์ อพี ็อกไซด์ (Heptachlor Epoxide) g/L ต้องไม่เกิน 0.2
(5) ดดี ที ี (DDT) g/L ตอ้ งไมเ่ กนิ 1
(6) 2,4-ดี (2,4-D)
(7) อะทราซนี (Atrazine)
(8) ลนิ เดน (Lindane)
(9) เพนตะคลอโรฟนี อล (Pentachlorophenol)
~ 61 ~
ตารางที่ 3.10 (ต่อ)
ดชั นีชีวัดคณุ ภาพนา หน่วย เกณฑส์ ูงสดุ
สารพิษอ่ืนๆ
(1) เบนโซ (เอ) ไพรนี g/L ต้องไมเ่ กนิ 0.2
(2) ไซยาไนด์ g/L ตอ้ งไม่เกนิ 200
(3) พซี ีบี (PCBs) g/L ต้องไม่เกิน 0.5
(4) ไวนิลคลอไรด์ g/L ต้องไม่เกนิ 2
หมายเหตุ. จาก ประกาศคณะกรรมการสง่ิ แวดลอ้ มแห่งชาติฉบบั ท่ี 20 (พ.ศ. 2543) เรอื่ งก้าหนดมาตรฐานคุณภาพน้าใต้ดิน.
3.5.2 มาตรฐานคุณภาพนาสะอาดเพ่อื การอปุ โภคบรโิ ภค
นาสะอาด หมายถึงนาซึ่งปราศจากกล่ิน สี และรสที่ไม่เป็นที่ยอมรับ ปราศจากเชือโรค
รวมทังไม่มีสารเคมีหรือสารพิษเจือปน และหากมีแร่ธาตุ สารบางอย่าง หรือแบคทีเรียท่ีไม่ก่อโรคปน
อยู่ก็ต้องไม่เกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยท่ีกาหนดไว้สาหรับอุปโภคบริโภค เน่ืองจากในปัจจุบัน
นาท่ีนามาใช้บริโภคได้มาจากหลายช่องทางด้วยกัน ดังนันค่ามาตรฐานคุณภาพนาแต่ละชนิดจะ
แตกต่างกัน โดยน้าประปา ซ่ึงจัดเป็นภารกิจการจัดหานาสะอาดของภาครัฐจะมีการควบคุมคุณภาพ
ตามคาแนะนาขององค์การอนามัยโลกปี พ.ศ. 2554 (ตารางท่ี 3.11) ส่วนนาที่ทาเป็นระบบ
อตุ สาหกรรม โดยเฉพาะน้าดื่มบรรจขุ วด ซง่ึ เปน็ อาหารควบคมุ เฉพาะจาเป็นต้องมีคุณภาพเป็นไปตาม
มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (พ.ศ. 2534) เรื่องนาบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิท
(ตารางท่ี 3.11) สาหรับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมน้าบริโภค ซึ่งหมายถึงนาที่ใช้บริโภคท่ัวไปและนาที่ใช้
สาหรับอุตสาหกรรมอาหาร จะยึดตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมปี พ.ศ. 2549 (ตารางท่ี 3.11)
นอกจากนีในบางพนื ท่ีของประเทศไทยทย่ี งั ไมม่ รี ะบบประปาและมีการใช้น้าฝนหรือน้าบาดาลมาใช้ใน
บริโภคนัน โดยทั่วไปมักไม่มีการตรวจสอบคุณภาพ แต่จะมีเกณฑ์ท่ีใช้วัดคุณภาพนาประเภทนีคือ
เกณฑ์คุณภาพนาบริโภคในชนบทปี พ.ศ. 2531 และเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพนาบาดาลที่ใช้บริโภค
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม พ.ศ. 2551 ดังแสดงในตารางท่ี 3.11
ตารางที่ 3.11 มาตรฐานคณุ ภาพนาเพ่ือการบรโิ ภคของหน่วยงานตา่ งๆ
ดัชนีชีวัดคณุ ภาพนา หนว่ ย WHO อย. สมอ. ทส. มท.
สี (2011) (2524) (2549) (2551) (2531)
กล่นิ
(2534) ประเภท ประเภท
รส
Pt-Co 15 201/ 1 2
ความขุ่น 5 5 15 15
ความเปน็ กรด-ดา่ ง (pH)
ปรมิ าณสารทังหมด - ไมเ่ ป็นที่ ไม่มีกลิ่น - --
(Total Solids)
ปรมิ าณสารละลายได้ทงั หมด รงั เกียจ
(Total Dissloved Solids)
- ไม่เป็นท่ี - - - -
รังเกียจ 5 5 20 10
NTU 4 5.02/
- 6.5-8.5 6.5-8.5 6.5-8.5 6.5-8.5 6.5-9.2 6.5-8.5
mg/L - 500 - -- -
mg/L 1,000 - 500 600 1,200 1,000
~ 62 ~
ตารางที่ 3.11 (ตอ่ )
ดชั นชี วี ัดคณุ ภาพนา หนว่ ย WHO อย. สมอ. ทส. มท.
(2011) (2524) (2549) (2551) (2531)
ความกระดา้ งทงั หมด (คานวณ (2534) ประเภท ประเภท
เปน็ CaCO3) 12
ความกระด้างถาวร
(คานวณเป็น CaCO3) mg/L - 100 100 300 500 300
โซเดยี ม (Na)
แคลเซียม (Ca) mg/L - - - - 250 -
แมกนเี ซียม (Mg)
ซัลเฟต (SO42-) mg/L 200 - - -- -
คลอไรด์ (Cl-)
ฟลอู อไรด์ (F-) คานวณเป็น mg/L - - - -- -
ฟลูออรนี
คลอรนี อิสระตกคา้ ง mg/L - - - -- -
ไนเตรท (NO3-)
mg/L 250 250 200 250 250 400
ไนไตรท์ (NO2-)
เหล็ก (Fe) mg/L 250 250 250 250 600 250
แมงกานีส (Mn)
อะลูมเิ นียม (Al) mg/L 0.7 1.5 0.7 1 1.0 1.0
ทองแดง (Cu)
สงั กะสี (Zn) mg/L - - - - - 0.2-0.5
ปรอท (Inorganic Hg)
ตะกว่ั (Pb) mg/L 50 45
สารหนู (As)
ซีลิเนยี ม (Se) mg-N/L 4.0 4 10 10
โครเมยี ม (Cr)
ไซยาไนด์ (CN) mg/L 3 - - -- -
mg/L 0.3 0.3 0.3 0.3 1.0 0.5
mg/L 0.1 0.05 0.05 0.1 0.5 0.3
mg/L 0.9 0.2 - --
mg/L 2 1.0 1.0 1.0 1.5 1.0
mg/L 3 5.0 3 3 15 5.0
mg/L 0.006 0.002 0.001 0.001 0.001 0.001
mg/L 0.01 0.05 0.01 0.01 0.05 0.05
mg/L 0.01 0.05 0.01 0.01 0.05 0.05
mg/L 0.01 0.01 0.01 0.01 0.01 0.01
mg/L 0.05 0.05 0.05 0.05 - 0.05
mg/L 0.07 0.1 0.07 0.07 0.1 0.1
แคดเมยี ม (Cd) mg/L 0.03 0.005 0.003 0.003 0.01 0.005
แบเรยี ม (Ba) mg/L - 1.0 0.7 0.7 -
เงิน (Ag) mg/L - 0.05
ไตรคลอโรอที นี mg/L 0.02 - - -- -
(Trichloroethene)
เตตราคลอโรอที ีน mg/L 0.04 - - -- -
(Tetrachloroethene)
ไมโครซลี ติน-แอลอาร์ mg/L 0.001 - - - - -
(Microcystin-LR)
อลั คิลเบนซลิ ซัลโฟเนต mg/L - 0.2 0.2 0.2 - -
(Alkylbenzyl Sulfonate, ABS)
ฟนิ อลิกซบั สแตนซ์ mg/L - 0.001 0.001 0.005 - -
(Phenolic substances as
phenol)
~ 63 ~
ตารางท่ี 3.11 (ต่อ)
ดชั นีชวี ัดคุณภาพนา หน่วย WHO อย. สมอ. ทส. มท.
(2011) (2524) (2549) (2551) (2531)
(2534) ประเภท ประเภท
12
อลั ดรินและดิลดริน g/L 0.03 - - -- -
(Aldrin/Dieldrin)
คลอเดน (Chlordane) g/L 0.2 - - -- -
ดีดที ี (DDT) g/L 1 - - - - -
สอง-สี่ ดี (2,4-D) g/L 30 - - -- -
เฮปตาคลอและเฮปตาคลออีพอก g/L 0.03 - - -- -
ไซด์ (Heptachlor and
Heptachlor epoxide)
เฮกซะคลอโรเบนซิน g/L 1 - - - - -
(Hexachlorobenzene)
ลินเดน (Lindane) g/L 2 - - - - -
เมททอกซิคลอ (Methoxychlor) g/L 20 - - -- -
เพนตาคลอโรฟีนอล g/L 9 - - - - -
(Pentachlorophenol)
คลอโรฟอรม์ (CHCl3) mg/L 0.3 - - -- -
โบรโมไดคลอโรมเี ทน (CHBrCl2) mg/L 0.06 - - -- -
ไดโบรโมคลอโรมเี ทน (CHBr2Cl) mg/L 0.1 - - -- -
โบรโมฟอรม์ (CHBr3) mg/L 0.1 - - -- -
กมั มันตรงั สี - - ---
- ความแรงรวมรังสีแอลฟา Bq/L 0.5 - - ---
แบคทีเรียที่ตรวจพบโดยวิธี CFU/mL - - - - 500 -
Standard Plate Count
แบคทเี รียชนิดโคลิฟอร์มทต่ี รวจ MPN/100 - 2.2 < 1.1 < 1.1 <2.2 10
พบโดยวธิ เี อม็ พีเอ็น mL
เอสเชอรเิ ชีย โคไล (E. coli) - ไมพ่ บ ไม่พบ ไม่พบ ไม่พบ ไมม่ ี -
ซาลโมเนลลา (Salmonella) - - - ไม่พบ ไมพ่ บ - -
คลอสตรเิ ดียม เพอร์ฟริงเจนส์ - - - ไม่พบ ไมพ่ บ - -
(Clostridium perfringens)
หมายเหตุ : WHO (2011) อา้ งถึงในมาตรฐานคณุ ภาพนาประปาของการประปานครหลวง. อย.=ประกาศกระทรวง
สาธารณสขุ ฉบบั ท่ี 61 (พ.ศ.2524) เรอ่ื ง นาบริโภคในภาชนะบรรจทุ ่ีปดิ สนทิ และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 135
(พ.ศ.2534) เร่ือง นาบรโิ ภคในภาชนะบรรจทุ ่ปี ิดสนิท (ฉบบั ที่ 2). สมอ. = ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับท่ี 3470
(พ.ศ. 2549) ออกตามความในพระราชบญั ญัตมิ าตรฐานผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรอ่ื ง ยกเลกิ มาตรฐาน
ผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรมนาบริโภค เล่ม 1 และออกประกาศมาตรฐานผลติ ภัณฑอ์ ุตสาหกรรมนาบรโิ ภค มาตรฐานเลขที่ มอก.
257-2549. ทส. = เกณฑก์ าหนดคุณภาพนาบาดาลทจ่ี ะใช้บริโภค อา้ งองิ ตามประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ส่งิ แวดลอ้ ม พ.ศ. 2551 ออกตามความในพระราชบญั ญัตนิ าบาดาล พ.ศ. 2520 เรอ่ื งกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละมาตรการในทาง
วิชาการสาหรับการปอ้ งกนั ด้านสาธารณสุขและการปอ้ งกนั ในสิง่ แวดล้อมเปน็ พิษ โดยค่าทร่ี ะบใุ นตารางเปน็ เกณฑค์ วาม
เขม้ ขน้ สูงสุดทย่ี อมให้มี. มท.= เกณฑค์ ณุ ภาพนาบรโิ ภคในชนบทของคณะกรรมการบรหิ ารโครงการจดั ให้มีนาสะอาดใน
ชนบททั่วราชอาณาจักร กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2531
1/ = หนว่ ยของสเี ปน็ ฮาเซนยูนิต โดย 1 ฮาเซนยนู ิต = 1 แพลทนิ มั -โคบอลต์
2/ =หนว่ ยของความขุ่นเป็นซิลกิ าสเกล โดย 1 ซลิ ิกาสเกล = 1 เอ็นทียู
~ 64 ~
3.5.3 มาตรฐานคุณภาพนาทิง
นาเมื่อผ่านการใช้งานย่อมต้องมีคุณสมบัติเปล่ียนแปลงไปจากสภาพเดิม เน่ืองจากมี
ส่ิงเจือปนและมลพิษต่างๆ ในปริมาณมากขึน บ่อยครังท่ีปริมาณสารเจือปนมีมากขึน จนทาให้นา
กลายสภาพเป็นของเสยี หรอื ทเ่ี รียกกันว่า น้าเสีย (wastewater) หากนาดังกล่าวถูกปล่อยลงสู่แหล่ง
นาธรรมชาติ ย่อมทาให้คุณภาพนาในธรรมชาติเปลี่ยนไป แนวทางหนึ่งในการป้องกันภาวะมลพิษใน
แหล่งนาธรรมชาติก็คือ การควบคุมปริมาณและกาจัดมลพิษท่ีจะปล่อยทิงลงนาจากแหล่งกาเนิดนา
เสียต่างๆ ให้อยู่ในระดับความเข้มข้นและปริมาณที่แหล่งนาธรรมชาติสามารถรองรับได้โดยไม่เป็น
อันตรายต่อระบบนิเวศ ด้วยเหตุนีคณะกรรมการควบคุมมลพิษจึงได้มีการประกาศกาหนดมาตรฐาน
คุณภาพนาทิงจากแหล่งกาเนิดมลพิษต่างๆท่ีปล่อยออกสู่แหล่งนาธรรมชาติ ซึ่งแหล่งกาเนิดนาเสียที่
จาเป็นต้องมีการควบคุมคุณภาพนาให้เป็นไปตามมาตรฐานก่อนท่ีจะระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม มีอย่าง
น้อย 7 ประเภท ไดแ้ ก่
1) โรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ฉบับท่ี 4 ลงวันท่ี 13
กุมภาพันธ์ 2539 ได้กาหนดให้โรงงานอุตสาหกรรมจาพวกท่ี 2 และจาพวกท่ี 3 ตามบัญชีท้าย
ประกาศ รวมทงั นิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายวา่ ด้วยนิคมอุตสาหกรรม หรือโครงการที่จัดไว้สาหรับ
การประกอบอุตสาหกรรมที่มีการจัดการระบายนาทิงร่วมกัน จะต้องมีการบาบัดนาเสียให้มีคุณภาพ
นาทิงเป็นไปตามเกณฑ์ท่ีกาหนดก่อนท่ีปล่อยออกสู่แหล่งนาสาธารณะหรือออกสู่ส่ิงแวดล้อม โดยมี
เกณฑม์ าตรฐานคุณภาพนาทิงทีเ่ กี่ยวข้องอยู่ 2 ฉบับได้แก่ ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และส่ิงแวดล้อม ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2539) เร่ือง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบายนาทิงจาก
แหล่งกาเนดิ ประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนคิ มอตุ สาหกรรม5 และประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2539) ออกตามความใน พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 เรื่องกาหนดคุณลักษณะของนา
ทิงที่ระบายออกจากโรงงาน ดงั แสดงในตารางท่ี 3.12
ตารางท่ี 3.12 มาตรฐานคณุ ภาพนาทงิ จากโรงงานอตุ สาหกรรมและนคิ มอุตสาหกรรม
ดชั นชี ีวดั คณุ ภาพนา คา่ ทกี่ าหนด
1. ส6ี หรอื กลน่ิ ไม่เปน็ ท่พี ึงรังเกยี จ
2. อณุ หภูมิ ไมเ่ กนิ 40 0C
3. ความเปน็ กรด-ด่าง (pH)
4. ค่าทดี ีเอส (Total Dissolved 5.5-9.0
Solids)
4.1 แหลง่ นา้ ทัว่ ไป
ไม่เกิน 3,000 mg/L หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับนา
ทิง หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมท่ีคณะกรรมการควบคุมมลพิษ
เหน็ สมควร/กรมโรงงานอุตสาหกรรมกาหนด แต่ไมเ่ กนิ 5,000 mg/L
4.2 แหลง่ นา้ ทมี่ คี ่าความเคม็ > 2,000 mg/L
มคี ่ามากกวา่ ค่าทดี ีเอสทมี่ อี ยู่ในแหล่งนาไดไ้ ม่เกิน 5,000 mg/L
5 จะถูกยกเลิก เมื่อประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม (พ.ศ. 2559) เรือ่ ง กาหนดมาตรฐานควบคมุ การระบายนาทิง
จากโรงงานอตุ สาหกรรม นคิ มอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม ลงวันท่ี 29 มีนาคม 2559 ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา
เลม่ ท่ี 133 ตอนพิเศษ 129ง ลงวันท่ี 6 มิถุนายน 2559.มผี ลบงั คบั ใช้
6 กาหนดค่ามาตรฐานควบคุมไว้ท่ี 300 ADMI ใน ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2559 เร่ืองกาหนด
มาตรฐานควบคมุ การระบายนาทิงจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม
~ 65 ~
ตารางท่ี 3.12 (ตอ่ ) ค่าทก่ี าหนด
ดัชนชี วี ัดคณุ ภาพนา
5. สารแขวนลอย (Suspended ไม่เกิน 50 mg/L หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับนาทิง
Solids) หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
เห็นสมควร/กรมโรงงานอตุ สาหกรรมกาหนด แตไ่ มเ่ กนิ 150 mg/L
6. ซลั ไฟด์ (Sulfide as H2S)
7. ไซยาไนด์ (Cyanide as HCN) ไม่เกนิ 1.0 mg/L
8. นามันและไขมัน (Fat, Oil and ไมเ่ กนิ 0.2 mg/L
Grease) ไม่เกิน 5.0 mg/L หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับนาทิง
หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมท่ีคณะกรรมการควบคุมมลพิษ
9. ฟอร์มลั ดไี ฮด์ เหน็ สมควร/กรมโรงงานอุตสาหกรรมกาหนด แต่ไมเ่ กนิ 15 mg/L
10. สารประกอบฟีนอล (Phenols) ไม่เกิน 1.0 mg/L
11. คลอรีนอสิ ระ (Free chlorine) ไม่เกนิ 1.0 mg/L
12. สารทีใ่ ช้ป้องกนั หรอื กาจดั ไม่เกนิ 1.0 mg/L
ศตั รูพืชหรือสตั ว์ (Pesticide) ตอ้ งตรวจไม่พบตามวธิ ตี รวจสอบที่กาหนด
13. คา่ บีโอดี (5 วันท่ีอณุ หภูมิ
20oC) ไม่เกิน 20 mg/L หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับนาทิง
หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมท่ีคณะกรรมการควบคุมมลพิษ
14. คา่ ทีเคเอน็ (TKN หรอื Total เห็นสมควร/กรมโรงงานอุตสาหกรรมกาหนด แต่ไม่เกิน 60 mg/L
Kjeldahl Nitrogen) ไม่เกิน 100 mg/L หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับนาทิง
หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
15. คา่ ซีโอดี (Chemical Oxygen เห็นสมควร/กรมโรงงานอตุ สาหกรรมกาหนด แต่ไม่เกนิ 200 mg/L
Demand) ไม่เกิน 120 mg/L หรืออาจแตกต่างแล้วแต่ประเภทของแหล่งรองรับนาทิง
หรือประเภทของโรงงานอุตสาหกรรมที่คณะกรรมการควบคุมมลพิษ
16. สังกะสี (Zn) เห็นสมควร/กรมโรงงานอตุ สาหกรรมกาหนด แตไ่ มเ่ กนิ 400 mg/L
ไมเ่ กนิ 5.0 mg/L
17. โครเมียมชนิดเฮก็ ซาวาเลน้ ท์ ไม่เกิน 0.25 mg/L
(Hexavalent Cr)
18. โครเมียมชนิดไตรวาเลน้ ท์ ไม่เกนิ 0.75 mg/L
(Trivalent Chromium)
19. ทองแดง (Cu) ไมเ่ กิน 2.0 mg/L
20. แคดเมียม (Cd) ไมเ่ กนิ 0.03 mg/L
21. แบเรยี ม (Ba) ไมเ่ กิน 1.0 mg/L
22. ตะกวั่ (Pb) ไม่เกิน 0.2 mg/L
23. นิคเกลิ (Ni) ไมเ่ กิน 1.0 mg/L
24. แมงกานีส (Mn) ไม่เกนิ 5.0 mg/L
25. อารเ์ ซนคิ (As) ไมเ่ กนิ 0.25 mg/L
26. เซเลเนียม (Se) ไมเ่ กิน 0.02 mg/L
27. ปรอท (Hg) ไม่เกิน 0.005 mg/L
หมายเหตุ. จาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับท่ี 3 (พ.ศ. 2539) เรอ่ื งก้าหนดมาตรฐาน
ควบคุมการระบายน้าทงิ จากแหล่งก้าเนดิ ประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคมอุตสาหกรรม และประกาศกระทรวง
อุตสาหกรรม ฉบบั ที่ 2 (พ.ศ. 2539) เร่อื งกา้ หนดคุณลักษณะของน้าทงิ ที่ระบายออกจากโรงงาน.
~ 66 ~
2) อาคารตา่ งๆ
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม ลงวันท่ี 7 พฤศจิกายน 2548
ไดก้ าหนดประเภทของอาคารท่ีเป็นแหล่งกาเนิดมลพิษท่ีต้องถูกควบคุมการปล่อยนาเสียลงสู่แหล่งนา
สาธารณะ(รวมถึงทอ่ ระบายนาสาธารณะ) หรือออกสู่สิง่ แวดล้อมไว้ 10 ประเภทได้แก่ (1) อาคารชุดที่
มจี านวนหอ้ งสาหรบั ใช้เป็นที่อยู่อาศัย (2) โรงแรมท่ีมีจานวนห้องสาหรับใช้เป็นห้องพัก (3) หอพักท่ีมี
จานวนหอ้ งสาหรบั ใชเ้ ป็นทอี่ ยู่อาศัยรวมกันทุกชันของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตังแต่ 10 ห้องขึนไป
(4) สถานบรกิ ารประเภทสถานอาบนา นวดหรอื อบตัว ซึ่งมีผใู้ ห้บริการแก่ลกู ค้าที่มีพืนที่ใช้สอยรวมกัน
ทุกชันของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตังแต่ 1,000 ตารางเมตร (5) โรงพยาบาลของทางราชการหรือ
สถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลท่ีมีเตียงสาหรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชันของ
อาคารหรือกลุ่มของอาคารตังแต่ 10 เตียง (6) อาคารโรงเรียนราษฎร์ โรงเรียนของทางราชการ
สถาบันอุดมศึกษาเอกชนหรือสถาบันอุดมศึกษาของทางราชการ ที่มีพืนท่ี ใช้สอยรวมกันทุกชันของ
อาคารหรือกลุม่ ของอาคารตงั แต่ 5,000 ตารางเมตร (7) อาคารที่ทาการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ
องค์การระหวา่ งประเทศหรอื ของเอกชนที่มีพืนทีใช้สอยรวมกันทุกชันของอาคาร หรือกลุ่มของอาคาร
ตังแต่ 5,000 ตารางเมตร (8) อาคารของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าท่ีมีพืนที่สอยรวมกันทุกชัน
ของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตังแต่ 5,000 ตารางเมตร (9) ตลาดท่ีมีพืนที่ใช้สอยรวมกันทุกชันของ
อาคารหรือกลุ่มของอาคารตังแต่ 500 ตารางเมตร และ (10) ภัตตาคารหรือร้านอาหารท่ีมีพืนที่
ให้บริการรวมกันทุกชันของอาคารหรือกลุ่มของอาคารตังแต่ 100 ตารางเมตร โดยประกาศดังกล่าว
ห้ามมิให้อาคารตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นปล่อยนาเสียลงสู่แหล่งนาสาธารณะหรือออกสู่ส่ิงแวดล้อม
เว้นแตไ่ ดบ้ าบัดนาเสียใหม้ คี ุณภาพเปน็ ไปตามมาตรฐานคณุ ภาพนาทงิ ดงั แสดงในตารางที่ 3.13
ตารางท่ี 3.13 มาตรฐานคุณภาพนาทงิ จากอาคารบางประเภทและบางขนาด
เกณฑก์ าหนดสงู สุดสาหรับอาคารแต่ละประเภท1/
ดชั นชี วี ดั คุณภาพนา หน่วย กขคงจ
1. คา่ ความเป็นกรดดา่ ง (pH) - 5-9 5-9 5-9 5-9 5-9
2. บโี อดี (BOD) mg/L ไม่เกนิ 20 ไมเ่ กิน 30 ไมเ่ กิน 40 ไมเ่ กนิ 50 ไม่เกิน
200
3. คา่ สารแขวนลอย mg/L ไมเ่ กนิ 30 ไม่เกิน 40 ไม่เกิน 50 ไม่เกนิ 50 ไม่เกนิ 60
(Suspended Solids)
4. ค่าตะกอนหนกั (Setlleable mg/L ไมเ่ กนิ 0.5 ไม่เกิน 0.5 ไม่เกิน 0.5 ไม่เกิน 0.5 -
solids)
5. ค่าสารที่ละลายได้ทังหมด mg/L ไม่เกนิ ไมเ่ กนิ ไม่เกนิ ไมเ่ กิน -
(Total Dissolved Solids) 500 500 500 500
6. คา่ ซลั ไฟต์ (Sulfide) mg/L ไมเ่ กนิ 1.0 ไมเ่ กิน 1.0 ไมเ่ กิน 3.0 ไม่เกิน 4.0 -
7. ไนโตรเจนในรปู ทเี คเอ็น mg/L ไมเ่ กนิ 35 ไมเ่ กนิ 35 ไมเ่ กิน 40 ไมเ่ กนิ 40 -
(TKN)
8. นามันและไขมนั (Fat, Oil mg/L ไม่เกิน 20 ไมเ่ กนิ 20 ไมเ่ กนิ 20 ไมเ่ กนิ 20 ไมเ่ กนิ
and Grease) 100
หมายเหตุ. จาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เรื่องก้าหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้าทิงจาก
อาคารบางประเภทและบางขนาด, 29 ธนั วาคม 2548.
1/รายละเอียดของการแบ่งประเภทของอาคารเป็นไปตาม ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ือง
ก้าหนดประเภทของอาคารเป็นแหล่งก้าเนิดมลพิษท่ีจะต้องควบคุมการปล่อยน้าเสียลงสู่แหล่งน้าสาธารณะหรือออกสู่
สงิ่ แวดล้อม, 29 ธนั วาคม 2548.
~ 67 ~
3) ทดี่ ินจัดสรร
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2548 ได้
กาหนดมิให้ที่ดินท่ีทาการจัดสรรรังวัดทังแบบแบ่งเป็นแปลงย่อยเพ่ือจาหน่ายเกินกว่า 100 แปลงขึน
ไปแต่ไม่เกิน 500 แปลง และแบบที่แบ่งเป็นแปลงย่อยเพ่ือจาหน่ายเกินกว่า 500 แปลงขึนไป
จาเป็นต้องบาบัดนาเสียให้มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานที่กาหนดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งนาสาธารณะ
หรอื ออกส่สู ิ่งแวดล้อม โดยประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมได้กาหนดมาตรฐาน
คณุ ภาพนาทงิ จากทีด่ นิ จดั สรรไวด้ ังแสดงในตารางท่ี 3.14
ตารางที่ 3.14 มาตรฐานคุณภาพนาทิงจากที่ดนิ จัดสรร
เกณฑก์ าหนดสูงสุด
ดัชนชี ีวัดคณุ ภาพนา หนว่ ย ที่ดนิ จดั สรรเกิน 100 ท่ดี นิ จัดสรรเกิน 500 แปลง
แปลง
แต่ไมเ่ กนิ 500 แปลง
1. ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) - 5.5-9.0 5.5-9.0
2. บีโอดี (BOD) mg/L ไมเ่ กิน 30 ไม่เกนิ 20
3. ค่าสารแขวนลอย (Suspended Solids) mg/L ไม่เกิน 40 ไม่เกิน 30
4. คา่ ตะกอนหนัก (Setlleable solids) mg/L ไมเ่ กนิ 0.5 ไม่เกนิ 0.5
5. ค่าสารทล่ี ะลายได้ทังหมด (Total Dissolved mg/L ไมเ่ กนิ 500 ไมเ่ กิน 500
Solids)
6. ซลั ไฟต์ (Sulfide) mg/L ไมเ่ กนิ 1.0 ไมเ่ กนิ 1.0
7. ไนโตรเจนในรูปทเี คเอ็น (TKN) mg/L ไมเ่ กนิ 35 ไมเ่ กิน 35
8. นามันและไขมนั (Fat, Oil and Grease) mg/L ไม่เกนิ 20 ไมเ่ กิน 20
หมายเหตุ. จาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ืองก้าหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้าทิงจาก
ทด่ี ินจัดสรร, 29 ธนั วาคม 2548.
4) ฟารม์ สกุ ร
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ลงวันท่ี 7 พฤศจิกายน 2548 ได้
กาหนดให้ฟาร์มสุกร 2 ประเภทได้แก่ ฟาร์มสุกรประเภท ก ซ่ึงมีนาหนักหน่วยปศุสัตว์มากกว่า 600
นปส. (เทยี บเท่าจานวนสกุ รมากกว่า 5,000 ตัว) และฟาร์มสุกรประเภท ข ซึ่งมีนาหนักหน่วยปศุสัตว์
ตังแต่ 60-600 นปส.(เทียบเท่าจานวนสุกร ตังแต่ 500-5,000 ตัว) เป็นแหล่งกาเนิดมลพิษที่ต้อง
ควบคุมคุณภาพนาทิงทร่ี ะบายออกสแู่ หล่งนาสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ดงั แสดงในตารางท่ี 3.15
ตารางที่ 3.15 มาตรฐานคณุ ภาพนาทงิ จากฟารม์ สุกร
ดัชนชี วี ดั คณุ ภาพนา หน่วย เกณฑ์กาหนดสงู สุดสาหรบั ฟารม์ สกุ รแต่ละประเภท
ประเภท ก (ขนาดใหญ่) ประเภท ข (ขนาดกลาง)
1. ค่าความเปน็ กรดด่าง (pH) - 5.5-9.0 5.5-9.0
2. บโี อดี (BOD) mg/L 60 100
3. ซีโอดี (COD) mg/L 150 200
4. คา่ สารแขวนลอย (Suspended Solids) mg/L 150 200
5. ไนโตรเจนในรปู ทีเคเอ็น (TKN) mg/L 120 200
หมายเหตุ. จาก ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ืองก้าหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้าทิงจาก
แหลง่ กา้ เนดิ มลพษิ ประเภทการเลยี งสกุ ร, 29 ธันวาคม 2548.
~ 68 ~
5) สถานีบริการน้ามันเชอื เพลิง
ตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับประกาศท่ัวไป เล่มที่
123 ตอนที่ 129ง ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2549 ได้กาหนดให้สถานีบริการนามันเชือเพลิงต้องควบคุม
คุณภาพนาทิงที่ระบายออกสู่แหล่งนาสาธารณะหรือออกสู่สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดัง
แสดงในตารางที่ 3.16
ตารางท่ี 3.16 มาตรฐานคุณภาพนาทงิ จากสถานบี ริการนามนั เชอื เพลิง
ดชั นีชีวัดคณุ ภาพนา หนว่ ย เกณฑก์ าหนดสูงสดุ
1. คา่ ความเป็นกรดดา่ ง (pH) - 5.5-9.0
2. ซีโอดี (COD) mg/L ไมเ่ กนิ 200
3. ค่าสารแขวนลอย (Suspended Solids) mg/L ไมเ่ กิน 60
5. นามนั และไขมัน (Fat, Oil and Grease) mg/L ไมเ่ กนิ 15
หมายเหตุ. จาก ประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและส่ิงแวดล้อม เร่ืองก้าหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้าทิง
จากสถานบี รกิ ารนา้ มนั เชอื เพลิง, 15 ธันวาคม 2549.
6) กจิ กรรมการเพาะเลียงสตั ว์นา้
การเพาะเลียงสัตว์นาในบ่อ เป็นแหล่งกาเนิดมลพิษประเภทหน่ึงที่ส่งผลกระทบต่อ
สง่ิ แวดล้อมเนื่องจากนาทิงที่ระบายออกจากบ่อเพาะเลียงสัตว์นาทังในช่วงการเพาะเลียง และการจับ
สัตว์นาเพ่ือจาหน่าย มีของเสียที่เกิดจากการขับถ่าย เศษอาหารตกค้าง และตะกอนดินปะปนออกมา
ด้วยเหตุนีกิจกรรมการเพาะเลียงสัตว์นา 3 ประเภทท่ีถูกประกาศให้เป็นแหล่งกาเนิดมลพิษท่ีต้องมี
ต้องควบคุมคุณภาพนาทิงที่ระบายออกสู่แหล่งนาสาธารณะหรือออกสู่ส่ิงแวดล้อมให้เป็นไปตาม
มาตรฐานทก่ี าหนด (ตารางที่ 3.17) ไดแ้ ก่ (1) การเพาะเลียงสัตว์น้าชายฝั่งที่มีขนาดพืนที่บ่อตังแต่ 10
ไร่ ทังนีสัตว์นาชายฝ่ังที่นิยมเพาะเลียงมากสาหรับประเทศไทยได้แก่ กุ้งทะเล (2) การเพาะเลียงสัตว์
น้ากร่อย ซึ่งสัตว์นากร่อยที่นิยมเลียงมากในประเทศไทยคือ ปลากะพง และ ปลากะรังหรือปลาเก๋า
(3) การเพาะเลยี งสตั ว์น้าจดื โดยประเภทท่ถี กู กาหนดเปน็ แหลง่ กาเนดิ มลพิษที่ต้องควบคุมคุณภาพนา
คือการเลียงในบ่อ ทังนีประเภทของบ่อเพาะเลียงสัตว์นาจืด แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ ประเภท ก
หมายถึงบ่อท่ีใช้เพาะเลียงสัตว์นาท่ีกินพืชเป็นอาหารทุกชนิด เช่นปลานิล ปลาเบญจพรรณ ซึ่งใช้นา
จากแหล่งนาตามธรรมชาติ โดยไม่มีการเติมสารท่ีก่อให้เกิดความเค็ม เช่น นาทะเล นาใต้ดินท่ีมีค่า
ความเคม็ เกลือ หรือสารอืน่ ใด ลงในบ่อเพาะเลยี งดังกล่าว ประเภท ข หมายถึงบ่อท่ีใช้เพาะเลียงสัตว์
นาที่กินเนือเป็นอาหารทุกชนิด หรือสัตว์นาอ่ืน ๆ ท่ีกินทังเนือและพืชเป็นอาหาร เช่นปลาดุก ปลา
ช่อน กุง้ กา้ มกราม ซ่ึงใช้นาจากแหล่งนาตามธรรมชาติ โดยไม่มีการเติมสารท่ีก่อให้เกิดความเค็ม เช่น
นาทะเล นาใต้ดินท่ีมีค่าความเค็ม เกลือ หรือสารอ่ืนใด ลงในบ่อเพาะเลียงดังกล่าว และ ประเภท ค
หมายถึงบอ่ ทมี่ ีการเพาะเลียงสัตว์นาทุกชนิด ซึ่งมีการใช้สารที่ก่อให้เกิดความเค็ม เช่น นาทะเล นาใต้
ดนิ ทีม่ ีค่าความเคม็ เกลือ หรือสารอ่ืนใดเติมลงในบ่อเพาะเลียงเพื่อปรับระดับค่าความเค็มของนาที่ใช้
เพาะเลียงให้เหมาะสมกบั การเพาะเลยี งสตั ว์นาชนิดนนั ๆ
7) ระบบบา้ บัดน้าเสียรวมของชมุ ชน ซง่ึ หมายถึง ระบบบาบัดนาเสยี ที่หนว่ ยงานทางราชการ
รัฐวิสาหกิจ หรือผู้รับจ้างให้บริการจัดให้มีขึนเพ่ือวัตถุประสงค์หลักในการให้บริการบาบัดนาเสียที่
รวบรวมจากชุมชน ได้ถูกกาหนดให้เป็นแหล่งกาเนิดมลพิษที่ต้องควบคุมคุณภาพนาทิงที่ระบายออก
ให้มคี ่าเป็นไปตามท่ีกาหนด (ตารางที่ 3.18)
~ 69 ~
ตารางที่ 3.17 มาตรฐานคณุ ภาพนาทิงจากบ่อเพาะเลยี งสตั วน์ า
ดัชนชี ีวดั คุณภาพนา หน่วย สตั ว์นา สัตว์นา สตั วน์ าจดื
ชายฝ่งั กร่อย1/ ก ข ค2/
1. คา่ ความเปน็ กรดดา่ ง - 6.5-9 6.5-8.5 - 6.5-8.5 6.5-8.5
(pH)
2. สภาพนาไฟฟ้า dS/m - - - - 0.75
(conductivity)
3. ความเค็ม (Salinity) - สงู ไมเ่ กิน - - -
50%ของ
แหล่งนานนั
4. บโี อดี (BOD) mg/L ไมเ่ กนิ 20 ไม่เกิน 20 ไม่เกนิ 20 ไมเ่ กนิ 20 ไม่เกิน 20
5. คา่ สารแขวนลอย mg/L ไมเ่ กิน 70 ไมเ่ กนิ 70 ไมเ่ กนิ 80 ไมเ่ กนิ 80 ไมเ่ กิน 80
(Suspended Solids)
6. แอมโมเนยี (NH3-N) mg ไม่เกนิ 1.1 ไม่เกิน 1.1 - ไม่เกิน 1.1 ไม่เกิน 1.1
N/L
7. ไนโตรเจนรวม (Total mg ไมเ่ กนิ 4.0 ไม่เกนิ 4.0 - ไม่เกนิ 4.0 ไม่เกนิ 4.0
N)3/ N/L
8. ฟอสฟอรสั รวม (Total mg ไมเ่ กนิ 0.4 ไมเ่ กนิ 0.4 - ไมเ่ กิน 0.5 ไมเ่ กิน 0.5
phosphorus) P/L
9. ไฮโดรเจนซลั ไฟด์ (H2S) mg/L ไม่เกิน ไม่เกนิ - - -
0.01 0.01
หมายเหตุ. จาก ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม เร่ือง กา้ หนดมาตรฐานควบคมุ การระบายน้าทิงจาก
บ่อเพาะเลยี งสัตว์น้าชายฝงั่ , 1 พฤษภาคม 2547, ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม เร่ือง กา้ หนด
มาตรฐานควบคมุ การระบายน้าทงิ จากบอ่ เพาะเลียงสัตว์น้ากร่อย, 13 กรกฏาคม 2550, ประกาศกระทรวง
ทรพั ยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม เร่อื ง ก้าหนดมาตรฐานควบคมุ การระบายนา้ ทงิ จากบ่อเพาะเลียงสตั ว์น้าจดื , ลงวันที่ 23
พฤศจกิ ายน 2550 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 30 มกราคม 2551.
1/ ขนาดพืนท่ีบอ่ ตังแต่ 10 ไร่ขึนไป สาหรบั บอ่ ท่มี ขี นาดพนื ท่ีบอ่ ต่ากวา่ 10 ไร่ กาหนดให้นาทงิ ตอ้ งมีการควบคมุ คุณภาพให้
เป็นไปตามมาตรฐานเพียง 2 ประเด็นคือคา่ ความเป็นกรดด่างและความเคม็
2/ ขนาดพืนที่บอ่ ตังแต่ 10 ไรข่ ึนไป สาหรับบอ่ ทมี่ ีขนาดพนื ท่บี ่อต่ากว่า 10 ไร่ กแาลหะนสดภใาหพ้นนาาทไฟงิ ตฟ้อ้างม(cีกoาnรdคuวcบtคivุมitคyุณทภี่ า2พ5ใoหC)้
เป็นไปตามมาตรฐานเพยี ง 2 ประเด็นคือคา่ ความเปน็ กรดด่างระหวา่ ง 6.5-8.5
ไมเ่ กิน 0.75 เดซิซเี มนต่อเมตร
3/ ผลรวมของไนโตรเจนละลาย (Total Dissolved Nitrogen) และไนโตรเจนแขวนลอย (Total Particulate Nitrogen)
ตารางท่ี 3.18 มาตรฐานคุณภาพนาทงิ จากระบบบาบัดนาเสยี ชุมชน
ดัชนชี ีวัดคุณภาพนา หน่วย เกณฑ์กาหนดสูงสดุ
1. คา่ ความเป็นกรดดา่ ง (pH) - 5.5-9.0
2. บีโอดี (BOD)1/
3. ของแข็งแขวนลอย (Suspended Solids)2/ mg/L ไม่เกิน 20
mg/L ไมเ่ กิน 30
4. นามันและไขมนั (Fat, Oil and Grease) mg/L ไม่เกิน 5
5. ไนโตรเจนทงั หมด (Total Nitrogen) mg N/L ไม่เกิน 20
6. ฟอสฟอรัสทงั หมด (Total Phosphorus) mg P/L ไมเ่ กนิ 2
หมายเหตุ. จาก ประกาศกระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม เร่อื ง ก้าหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้าทิงจาก
ระบบบ้าบัดนา้ เสียรวมของชมุ ชน, 2 มถิ นุ ายน 2553.
1/ กรณีหนว่ ยบาบดั สดุ ท้ายเปน็ บ่อเสถียร (Stabilization Pond) หรือบ่อผง่ึ (Oxidation Pond) ให้ใช้คา่ บีโอดี ของนาท่ผี า่ น
การกรองแลว้ (Filtrate BOD) และ 2/กรณหี น่วยบาบัดสุดท้ายเป็นบอ่ ปรับเสถยี ร (Stabilization Pond) หรือบอ่ ผ่ึง
(Oxidation Pond) ไม่เกิน 50 มลิ ลิกรมั ต่อลิตร
~ 70 ~
3.5.4 เกณฑ์คุณภาพนาเพ่ือการคุ้มครองทรพั ยากรสัตว์นา
ทรัพยากรสัตว์นา จัดเป็นทรัพยากรท่ีมีคุณค่าและให้ประโยชน์อย่างมากมายต่อมนุษย์ ทังใช้เป็น
อาหารเพ่ือการบริโภคและการเลียงเพื่อความสวยงามหรือการพักผ่อนหย่อนใจ การเพิ่มขึนของ
ประชากร ทาให้แหล่งนาธรรมชาติถูกใช้เป็นที่รองรับของเสียจากกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ อีกทังการ
ขยายตัวของชุมชนและกิจกรรมอื่นๆ ทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพนิเวศน์ในแหล่งนาธรรมชาติ
ส่งผลใหค้ ณุ สมบัติของนาเกิดการเปล่ียนแปลงจนสัตว์นาไม่สามารถดารงชีวิตอยู่ได้หรือตายลงในท่ีสุด
ด้วยเหตุนีการกาหนดระดับความเข้มข้นของสารต่างๆที่มีอยู่ในแหล่งนา จึงเป็นมาตรการหน่ึงเพื่อ
คุ้มครองสัตว์นาให้ปลอดภัยจากภาวะมลพิษและสารพิษประเภทต่างๆ โดยเกณฑ์คุณภาพนาที่
เหมาะสมต่อการดารงชีวิตสัตว์นามีค่าดังแสดงในตารางท่ี 3.19 นอกจากนียังมีการกาหนดค่าความ
เข้มข้นสูงสุดของสารกลุ่มต่างๆที่ยอมให้มีในนา โดยกลุ่มของสารท่ีควบคุมได้แก่โลหะหนัก สารพิษ
กลุ่มออร์กาโนคลอรีน (organochlorine) สารพิษกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต (organophosphates)
สารพิษกลุ่มคาร์บาเมต (carbamate) สารกาจัดวัชชพืช (herbicide) สารซักฟอก (detergent)
แอมโมเนีย คลอรีน และซัลไฟด์ ซ่ึงรายละเอียดเก่ียวกับชนิดและระดับความเข้มข้นของสารท่ีต้อง
ควบคมุ สามารถอ่านเพม่ิ เตมิ ไดท้ ี่เอกสารวิชาการสถาบันประมงนาจืดแห่งชาติ ฉบับที่ 75/2530 เรื่อง
เกณฑ์คุณภาพนาเพื่อการคุ้มครองทรัพยากรสัตว์นาจืด อ้างถึงในเว็บไซด์มาตรฐานคุณภาพนาของ
กรมควบคุมมลพิษ http://www.pcd.go.th/info_serv/reg_std_water06.html
ตารางที่ 3.19 เกณฑค์ ณุ ภาพนาท่ีเหมาะสมตอ่ การดารงชีวติ ของสตั วน์ า
ดัชนชี ีวดั คุณภาพนา หน่วย ระดับความเขม้ ข้นท่เี หมาะสม
oC 23-32
1. อุณหภูมิ (Temperature)
2. ความเปน็ กรดด่าง (pH) - 5-9
3. ออกซิเจนละลาย (DO) mg/L ต่าสุด 3
4. คารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) mg/L สงู สดุ 30
5. ความข่นุ (Turbidity)
- ความโปร่งใส (Transparency)
cm 30-60
- สารแขวนลอย (Suspended solids) mg/L
สูงสดุ 25
หมายเหตุ. จาก เอกสารวิชาการ สถาบันประมงน้าจดื แหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 75/2530 เรื่อง เกณฑค์ ุณภาพนา้
เพอ่ื การคุ้มครองทรพั ยากรสัตว์นา้ จดื อา้ งถึงในกรมควบคมุ มลพษิ (2558)
แบบฝกึ หัดทา้ ยบท
1. จงทาเคร่อื งหมายถูกหนา้ ขอ้ ความทจี่ ัดเป็น “มลพษิ ”
…….......การระเบิดของภูเขาไฟ …….......นาเสยี จากฟาร์มกงุ้
…….......นาชะขยะจากบ่อขยะอตุ สาหกรรม …….......การฉดี ล้างพืนถนน
…….......คราบนามนั ทร่ี ่วั จากเรอื ขนส่งนามนั …….......การไหลบ่าของนาจากพนื ทเ่ี กษตรกรรม
2. จงทาเคร่ืองหมายถูก หน้าขอ้ ความที่จดั เปน็ “แหล่งกาเนิดมลพิษ”
…….......การระเบดิ ของภูเขาไฟ …….......นาเสียจากฟาร์มกุ้ง
…….......นาชะขยะจากบอ่ ขยะอุตสาหกรรม …….......การฉดี ล้างพนื ถนน
…….......คราบนามนั ท่รี วั่ จากเรือขนส่งนามัน …….......การไหลบ่าของนาจากพนื ทเี่ กษตรกรรม
3. จงบอกความหมายของ “มลพิษทางนา”
4. จงบอกความแตกต่างระหว่าง แหลง่ กาเนิดมลพิษแบบ point source กับ non-point source
~ 71 ~
5. จงบอกถึงสาเหตทุ ที่ าใหแ้ หลง่ นาธรรมชาติประสบปัญหามลพิษทางนามาอยา่ งนอ้ ย 3 วธิ ี
6. จงทาเครื่องหมายถูก หน้าขอ้ ความท่ีจัดเปน็ “แหล่งกาเนดิ นาเสียชมุ ชน”
…….......โรงฆ่าสัตว์ …….......โรงพยาบาล
…….......ตลาดสด …….......ฟาร์มเพาะเลยี งปลานิล
…….......หอพกั นักศึกษา …….......โรงแรม 1 ดาว
7. ดชั นชี ีวดั คุณภาพนาท่ีกาหนดบอกถงึ สมบตั ทิ างด้านใดของนา
ของแข็งแขวนลอย ……......................... สภาพดา่ ง …….........................
ความกระด้างถาวร ……......................... บโี อดี …….........................
ฟลูออไรด์ ……......................... โคลฟิ อร์ม …….........................
8. จงระบดุ ชั นชี ีวดั คุณภาพนาท่เี กยี่ วข้องกบั ขอ้ ความต่อไปนี
ก. ธาตอุ าหารท่กี อ่ ใหเ้ กิดปญั หา Eutrophication
ข. วดั คา่ ไดเ้ ป็น NTU ในนาตวั อยา่ ง
ค. นยิ มใช้วัดปรมิ าณของสารประกอบคาร์บอนในนาเสยี
ง. การสลายตัวของอินทรียวัตถุในแหลง่ นา จะไดส้ ารจาพวกแทนนิน ฮิวมิก ฟัลวิก และฮิวมิน
ซง่ึ จะทาใหด้ ัชนีชีวัดคณุ ภาพนาด้านนีมคี า่ สงู ขนึ
จ. เป็นพารามเิ ตอร์ทค่ี วรวัดเป็นลาดบั แรก หากพบการลอยตายของปลาในแหล่งนา
ฉ. นิยมวัดในหน่วย mg/L as CaCO3 และเป็นสมบัติของนาที่เกิดจากไอออนบวกท่ีมีประจุ
บวกเท่ากบั +2
ช. นยิ มวัดเพ่ือบอกความสามารถในการเป็นบัพเฟอร์ของนา และเกิดจากไอออนลบที่พบมาก
ท่ีสุดในนาจดื
ซ. มีปริมาณเพิม่ ขึนในนาจืด หากแหล่งนาจืดมปี ัญหาการรกุ ของนาเคม็ ท่รี ุนแรงขึน
ฌ. ใช้ตัดสินความเหมาะสมของการนานาบาดาลมาใช้ในการบริโภค เน่ืองจากหากบริโภคใน
ปรมิ าณมากไปจะทาใหเ้ กิดโรค Fluorosis
ญ. มีความถ่วงจาเพาะมากกว่านาตังแต่ 4 เท่าขึนไป มีความถ่ีของการตรวจพบในนาเสีย
อุตสาหกรรมมากกวา่ นาเสียชุมชน โดยเฉพาะนาเสียจากกจิ กรรมการทาเหมืองแร่
ฎ. เป็นมลพษิ ทที่ าให้นาเสยี ชมุ ชนมสี ีเทาปนดาหรอื สดี า และมกี ล่ินเหมอื นไขเ่ นา่
9. แหล่งนาผิวดินในประเทศไทยจาแนกออกเป็นกี่ประเภท และประเภทใดไม่เหมาะสมต่อการ
นามาใช้ในการอปุ โภคบรโิ ภค
10. จงบอกประเภทของแบคทีเรียชแี นะที่ใชเ้ ปน็ ดชั นีชีวดั คณุ ภาพนาทะเล
11. จงบอกถึงประเภทของมลพิษทใี่ ช้กาหนดมาตรฐานคณุ ภาพนาใตด้ นิ
12. จงระบุค่ามาตรฐานสาหรับนาด่ืมบรรจุขวด ในประเด็นต่อไปนี : ความขุ่น, ความเป็นกรด-ด่าง,
ความกระด้าง, คลอไรด์, ฟลอู อไรด์, แบคทีเรยี ชนดิ โคลิฟอร์ม
13. จงระบุค่ามาตรฐานสาหรับนาทิงตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ในประเด็นต่อไปนี: สีหรือ
กล่นิ , อณุ หภูมิ, ความเปน็ กรด-ดา่ ง, บีโอดี, ซโี อดี, นามันและไขมนั , ทีเคเอ็น
14. จงระบุแหล่งกาเนิดนาเสียชุมชน ท่ีต้องมีการควบคุมคุณภาพนาทิงให้เป็นไปตามมาตรฐานของ
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม
15. จงระบุประเภทของกิจกรรมทางการเกษตรท่ีมีกฏหมายควบคุมคุณภาพนาทิงก่อนปล่อยสู่
สิง่ แวดลอ้ ม
~ 72 ~
เอกสารอ้างอิงบทที่ 3
การประปานครหลวง, กองเฝ้าระวังคณุ ภาพนา, สว่ นนาประปา. (ม.ป.ป.). มาตรฐานคณุ ภาพ
นา้ ประปาของการประปานครหลวง (ตามขอ้ แนะน้าขององคก์ ารอนามัยโลก ปี 2011).
สืบค้นจาก http://www.mwa.co.th/download/prd01/tws/who2011.pdf
เกษม จันทร์แกว้ . (2525). วิทยาศาสตร์ส่ิงแวดลอ้ ม. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์อักษรสยาม.
“เกณฑค์ ุณภาพนาบริโภคในชนบท พ.ศ. 2531,” สืบคน้ จาก
http://dmsc2.dmsc.moph.go.th/webroot/ubon/home/wichakan/rmsc_km/km_
pit/w02_250750.pdf
กรมควบคุมมลพิษ. (2558). เกณฑ์คุณภาพนา้ เพ่ือคุ้มครองสตั ว์น้าจดื . สบื ค้นจาก
http://www.pcd.go.th/info_serv/reg_std_water06.html.
กรมควบคุมมลพิษ, สานักงานจัดการคุณภาพนา. (2556). ระบบบ้าบดั นา้ เสียชมุ ชน. สืบคน้ จาก
http://www.pcd.go.th/info_serv/water_wt.html#top
กรมควบคุมมลพิษ, สานักจัดการคุณภาพนา. (2555). ค่มู ือการจดั การน้าเสียสา้ หรบั บา้ นเรือน.
กรุงเทพฯ: ส่วนนาเสยี ชุมชน สานกั จดั การคุณภาพนา กรมควบคมุ มลพิษ.
กรมสง่ เสริมคุณภาพสงิ่ แวดล้อม. (2545). คู่มือกฏหมายสิ่งแวดลอ้ มสา้ หรับประชาชน เรื่องมลพิษทาง
นา้ . กรุงเทพฯ: กรมสง่ เสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม.
กรมส่งเสรมิ คุณภาพสง่ิ แวดล้อม สถาบนั พัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีสง่ิ แวดลอ้ ม. (ม.ป.ป.). การ
บริโภคอยา่ งย่งั ยืน. ทรัพยากรน้า. สืบค้นเม่ือวนั ท่ี 30 พฤศจิกายน 2550, จาก http://e-
learning.deqp.go.th/html/index.php.
กสอ. เปดิ แนวคิดปนั นาอุตสาหกรรมส่เู กษตรกรรม. (25 กรกฏาคม 2558). หนังสอื พิมพ์อคี อนนวิ ส์,
26 (577), น.36.
บาเพ็ญ ไชยรักษ์. (2557). เหมืองแร่: ความม่ังคง่ั บนทุกขลาภ. เนชนั่ แนลจีโอกราฟฟิก (ฉบบั
ภาษาไทย), กรกฎาคม, 118-141.
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อม เร่ือง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทิงจากระบบบาบัดนาเสยี รวมของชุมชน ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา ฉบบั ประกาศ
ทว่ั ไป เล่มท่ี 127 ตอนพเิ ศษ 69ง วันที่ 2 มถิ ุนายน 2553.
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม เรอ่ื ง กาหนดหลักเกณฑ์และมาตรการในทาง
วชิ าการสาหรบั การปอ้ งกนั ดา้ นสาธารณสขุ และการปอ้ งกนั ในเร่อื งสิ่งแวดล้อมเปน็ พิษ. ลง
วันท่ี 24 มีนาคม พ.ศ. 2551 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เล่มท่ี 125 ตอนพเิ ศษ 85ง วนั ที่
21 พฤษภาคม 2551.
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่ือง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทงิ จากการเพาะเลยี งสัตวน์ าจดื . ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2550 ประกาศในราชกจิ จา
นุเบกษา เล่มที่ 125 ตอนพิเศษ 21ง วนั ท่ี 30 มกราคม 2551.
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม เร่อื ง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทงิ จากการเพาะเลียงสัตว์นากรอ่ ย. ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2550 ประกาศในราชกิจจา
นเุ บกษาเลม่ ที่ 124 ตอนที่ 84ง วนั ที่ 13 กรกฏาคม 2550.
~ 73 ~
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทงิ จากอาคารบางประเภทและบางขนาด ลงวนั ท่ี 7 พฤศจกิ ายน 2548 ประกาศในราช
กจิ จานเุ บกษาเลม่ ที่ 122 ตอนที่ 125ง วันท่ี 29 ธันวาคม 2548.
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม เร่อื ง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทิงจากที่ดนิ จดั สรร ลงวนั ท่ี 7 พฤศจิกายน 2548 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเล่มที่ 122
ตอนท่ี 125ง วันที่ 29 ธนั วาคม 2548.
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม เรื่อง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทิงจากแหล่งกาเนดิ มลพษิ ประเภทการเลยี งสุกร ลงวันท่ี 7 พฤศจิกายน 2548 ประกาศใน
ราชกิจจานเุ บกษาเล่มท่ี 122 ตอนที่ 125ง วนั ที่ 29 ธนั วาคม 2548.
ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม เร่ือง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทิงจากการเพาะเลยี งสัตวน์ าชายฝงั่ . ลงวนั ที่ 19 มนี าคม 2547 ประกาศในราชกิจจา
นเุ บกษาเลม่ ที่ 121 ตอนท่ี 49ง วันท่ี 1 พฤษภาคม 2547.
ประกาศกระทรวงวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสงิ่ แวดล้อม ฉบบั ท่ี 3 (พ.ศ. 2539) เรือ่ ง กาหนด
มาตรฐานควบคมุ การระบายนาทิงจากแหลง่ กาเนิดประเภทโรงงานอุตสาหกรรมและนิคม
อุตสาหกรรม ลงวนั ที่ 3 มกราคม 2539 ตีพิมพใ์ นราชกิจจานเุ บกษา เล่มท่ี 113 ตอนที่ 13ง
ลงวันท่ี 13 กุมภาพนั ธ์ 2539.
ประกาศกระทรวงวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละสิง่ แวดลอ้ ม เร่ือง กาหนดมาตรฐานควบคุมการระบาย
นาทงิ จากสถานบี รกิ ารนามันเชือเพลงิ ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา ฉบบั ประกาศท่ัวไป เลม่
ท่ี 123 ตอนท่ี 129ง วันท่ี 15 ธนั วาคม 2549.
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ. 2524) เรื่อง นาบริโภคในภาชนะบรรจทุ ป่ี ิดสนทิ . ลง
วันท่ี 7 กันยายน พ.ศ. 2524 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา 98 ร.จ. 52 ตอนที่ 157 (ฉบับ
พเิ ศษ แผนกราชกจิ จาฯ) ลงวันท่ี 24 กนั ยายน พ.ศ. 2524.
ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับท่ี 135 (พ.ศ. 2534) เร่ือง นาบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปดิ สนิท
(ฉบบั ที่ 2). ลงวันท่ี 26 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2534 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา 107 ร.จ. 3041
ตอนท่ี 61 (แผนกราชกิจจาฯ) ลงวันท่ี 2 เมษายน พ.ศ. 2534.
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบบั ที่ 3470 (พ.ศ. 2549) ออกตามความในพระราชบญั ญัติ
มาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม พ.ศ. 2511 เร่ือง ยกเลกิ มาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม
นาบรโิ ภค เลม่ 1 ข้อกาหนดเกณฑ์คณุ ภาพและกาหนดมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรมนา
บรโิ ภค ลงวันที่ 24 มนี าคม พ.ศ. 2549.
ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบบั ที่ 2 (พ.ศ. 2539), กาหนดคุณลักษณะของนาทิงท่รี ะบายออก
จากโรงงาน ลงวันที่ 14 มิถุนายน 2539 ประกาศในราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ที่ 113 ตอนที่ 52
ง ลงวันที่ 27 มถิ ุนายน 2539.
ประกาศคณะกรรมการสิง่ แวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 27 (2549), กาหนดมาตรฐานคุณภาพนาทะเล:
ตพี ิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 124 ตอนท่ี 11 ง ลงวนั ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2550.
ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดลอ้ มแห่งชาติ ฉบับที่ 20 (2543), กาหนดมาตรฐานคณุ ภาพนาใต้ดนิ :
ตีพมิ พ์ในราชกิจจานุเบกษา เลม่ 117 ตอนที่ 95 ง ลงวนั ท่ี 15 กนั ยายน 2543.
ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบบั ท่ี 8 (2537), กาหนดมาตรฐานคณุ ภาพนาในแหลง่
นาผวิ ดิน: ตีพมิ พใ์ นราชกิจจานเุ บกษา เล่ม 111 ตอนที่ 16 ลงวนั ที่ 24 กมุ ภาพันธ์ 2537.
~ 74 ~
สมสุข มจั ฉาชพี . (2524). นิเวศวทิ ยา. กรุงเทพฯ: แพร่พิทยา.
Alloway, B.J. and Ayres, D.C. (1993). Chemical principles of environmental pollution.
Glasgow, UK: Blackie Academic & Professional.
Chapman, D. (2003). Water quality assessment: A guide to the use of biota,
sediments and water in environmental monitoring (2nd ed.). Cambridge, Great
Britain: University Press. Retrieved December 13th, 2014 from
http://www.who.int/water_sanitation_health/resourcesquality/wqabegin.pdf
City of Pueblo, Colorada. (n.d.) Nonpoint Source Pollution [Webpage], Retrieved from
http://www.pueblo.us/1605/Nonpoint-Source-Pollution
Department of Water, City of Big Bear Lake. (n.d.). Indoor water use [Webpage].
Retrieved from http://www.bbldwp.com/index.aspx?NID=87
Manahan, S.E. (2010). Environmental chemistry (9th ed.). Boca Raton, Florida: CRC
Press.
Merriam-webster. (2015). Pollution – definition from the Merriam-Webster online
dictionary. สืบคน้ เม่ือวนั ที่ 2 ธันวาคม 2558, จาก Merriam-webster.com.
Sawyer, C.N., McCarty, P.L. & Parkin, G.F. (1994). Chemistry for environmental
engineering (4th ed.). New York: McGraw-Hill Companies, Inc.
Sverdrup, H.U., Johnson, M.W. & Fleming, R.H. (1942). The Oceans, their physics,
chemistry, and general biology. New York: Prentice-Hall. Retrieved from
http://ark.cdlib.org/ark:/13030/kt167nb66r/
Tatiya, R.R. (2011). Elements of industrial hazards health, saftety, environment and
Loss Prevention. Leiden, The Netherlands: CRC Press/Balkema.
The Mecatawa Area Coordinating Council. (2015). Water Pollution 101. Macatawa
Watershed Explorer, Winter. Retrieved from http://www.the-macc.org/wp-
content/uploads/Winter2015.pdf
United States Environmental Protection Agency. (2015, October 27). Clean Water Act,
Section 502 General Definition [Web Page]. สืบค้นจาก
http://www2.epa.gov/cwa-404/clean-water-act-section-502-general-definitions
Weiner, E.R. (2000). Applications of environmental chemistry : A practical guide for
environmental professionals. Boca Raton, Florida: Lewis.
เน้อื หาในบทที่ 4 4
4.1 แนวทางการตดิ ตามตรวจสอบคณุ ภาพน้า
4.2 การกาหนดวัตถุประสงค์ของโครงการ
4.3 การเก็บตวั อยา่ งน้าเพ่อื นาสง่ ห้องปฏบิ ตั ิการ
4.4 การตรวจวิเคราะห์ตวั อยา่ งนา้ ในหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
การติดตามตรวจสอบคณุ ภาพน้า
น้ำเป็นทรัพยำกรที่ถูกน้ำมำใช้ประโยชน์หลำยด้ำน ซึ่งภำยหลังจำกกำรใช้ประโยชน์ น้ำจะกลำย
สภำพเป็นน้ำเสียท่ีมนุษย์ระบำยออกสู่สิ่งแวดล้อมหรือแหล่งน้ำสำธำรณะ ในอดีตปัญหำกำรเน่ำเสีย
ของน้ำในแหล่งนำ้ ยงั พบไม่มำก เน่อื งจำกกำรระบำยนำ้ เสียจำกแหล่งก้ำเนิดมลพิษประเภทต่ำงๆ ยังมี
อยู่นอ้ ย อีกทังธรรมชำตสิ ำมำรถปรบั สภำพควำมสมดลุ และฟ้ืนฟูตัวเองได้ระดับหนึ่ง ท้ำให้น้ำสำมำรถ
น้ำกลับมำใช้ประโยชน์ได้อย่ำงเหมำะสม แต่ด้วยควำมเจริญทำงเศรษฐกิจและกำรเพ่ิมขึนของ
ประชำกร ท้ำให้กิจกรรมท่ีท้ำให้เกิดน้ำเสียมีมำกขึน กำรระบำยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสำธำรณะมีมำก
เกินขีดควำมสำมำรถในกำรฟ้ืนฟูตนเองของแหล่งน้ำ ท้ำให้ปัญหำน้ำเน่ำเสียจึงพบเห็นได้มำกขึน
ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศของแหล่งน้ำ รวมไปถึงกำรใช้ประโยชน์ของแหล่งน้ำนันๆ ด้วย
ดังนันกำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำจึงเป็นกิจกรรมท่ีส้ำคัญในกำรเฝ้ำระวังคุณภำพของแหล่งน้ำ
เพ่ือให้ทรำบถึงสถำนภำพของแหล่งน้ำในปัจจุบันว่ำมีคุณภำพอยู่ในระดับใด ซึ่งจะน้ำไปสู่กำรสร้ำง
แนวทำงปฎบิ ัติในกำรวำงแผนจดั กำร กำรอนรุ กั ษ์ดูแล และกำรใช้ประโยชน์ทเี่ หมำะสม
4.1 แนวทางการตดิ ตามตรวจสอบคณุ ภาพนา้
กำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำมีขันตอนกำรด้ำเนินงำนดังแสดงในรูปที่ 4.1 การวางแผน
โครงการ (project planning) จัดเป็นขันตอนส้ำคัญท่ีมีผลต่อควำมส้ำเร็จของโครงกำร กำรวำงแผน
โครงกำรที่ดจี ะชว่ ยให้ผู้ปฏิบัติงำนสำมำรถเก็บตัวอย่ำงน้ำ เพ่ือน้ำส่งห้องปฏิบัติกำรได้อย่ำงเหมำะสม
นอกจำกนียังช่วยให้เจ้ำหน้ำที่วิเครำะห์สำมำรถปฏิบัติงำนภำยในห้องปฏิบัติกำรได้อย่ำงมี
ประสทิ ธภิ ำพ ซ่งึ จะทำ้ ใหไ้ ด้ข้อมลู ทีม่ คี ณุ ภำพ กำรวำงแผนโครงกำร เริ่มจำกกำรระบุควำมส้ำคัญและ
ท่ีมำของปัญหำ จำกนันก้ำหนดวัตถุประสงค์ของโครงกำร ศึกษำประเภทของน้ำตัวอย่ำง ท้ำกำร
ส้ำรวจพืนที่และจัดท้ำแผนที่จุดเก็บตัวอย่ำง วำงแผนกำรเก็บตัวอย่ำงและกำรเก็บรักษำตัวอย่ำงเพื่อ
น้ำส่งห้องปฏิบัติกำร และจัดท้ำแผนกำรด้ำเนินกำรวิเครำะห์ในห้องปฏิบัติกำร การดาเนินงาน
(implementation) เก่ียวข้องกับกำรเก็บตัวอย่ำง กำรเก็บรักษำสภำพตัวอย่ำงเพ่ือน้ำส่ง
ห้องปฏิบัติกำร กำรตรวจวิเครำะห์ในห้องปฏิบัติกำร และกำรเก็บรวบรวมข้อมูลซึ่งในขันตอนนี
ผู้ปฏบิ ัติงำนควรจดั ท้ำสมุดบันทึก (logbook) เพ่ือบันทึกรำยละเอียดในระหว่ำงกำรเก็บตัวอย่ำง รวม
ไปถึงรำยละเอียดต่ำงๆท่ีได้ด้ำเนินกำรในห้องปฏิบัติกำร การประมวลผล (data validation and
assessment) เกี่ยวข้องกับกำรตรวจสอบและกำรยืนยันควำมถูกต้อง-เหมำะสมของข้อมูลท่ีรวบรวม
ไดจ้ ำกขนั ตอนกำรด้ำเนินงำน โดยผ้ดู ำ้ เนินกำรนนั ไม่เพียงต้องเขำ้ ใจควำมส้ำคัญและที่มำของโครงกำร
~ 76 ~
:
•
•
•
•
:
•
•
•
•
:
•
•
รปู ท่ี 4.1 ขนั้ ตอนการตดิ ตามตรวจสอบมลพิษทางน้า
ผูป้ ฏิบตั งิ ำนยงั ตอ้ งมีควำมเชย่ี วชำญในเรอื่ งกำรประกนั คณุ ภำพและกำรควบคุมคุณภำพของข้อมูล ทัง
ในภำคสนำมและในห้องปฏิบัติกำร เพื่อสำมำรถตรวจสอบคุณภำพของข้อมูลว่ำถูกต้อง เหมำะสม
และเพียงพอท่นี ้ำไปใชส้ รปุ ผลตำมวตั ถปุ ระสงค์ของโครงกำรได้หรอื ไม่
4.2 การกา้ หนดวัตถุประสงคข์ องโครงการ
วตั ถุประสงคใ์ นกำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำส้ำหรับแหล่งน้ำแต่ละประเภท มีหลำกหลำย
แตกต่ำงกันดังแสดงในตำรำงท่ี 4.1 ท่ีส้ำคัญคือไม่ว่ำเป็นกำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำของแหล่ง
น้ำประเภทใดๆ ผู้ปฏิบัติงำนจ้ำเป็นต้องก้ำหนดวัตถุประสงค์ของกำรศึกษำให้ชัดเจน เน่ืองจำกควำม
ชัดเจนของวตั ถุประสงคข์ องโครงกำรจะช่วยให้กำรวำงแผนกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำนันเป็นไปอย่ำงถูกต้อง
และเหมำะสม ทังในเรื่องของกำรก้ำหนดค่ำพำรำมิเตอร์/ดัชนีชีวัดคุณภำพน้ำท่ีต้องวิเครำะห์ (water
parameters) สถำนที่เก็บ (location) จุดที่จะเก็บตัวอย่ำง (sampling site) วิธีกำรเก็บตัวอย่ำง
(sampling techniques) และจ้ำนวนตัวอย่ำงท่ีจะเก็บ (number of sample) รวมไปถึงสำมำรถ
วำงแผนในเร่ืองก้ำลังคน (manpower) เวลำ (time) และงบประมำณ (budget) Li & Migliaccio
~ 77 ~
ตารางท่ี 4.1 ตวั อย่ำงวัตถุประสงคข์ องกำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำ
ประเภทของน้ำตวั อยำ่ ง วตั ถปุ ระสงค์กำรตดิ ตำมตรวจสอบคณุ ภำพนำ้
แหลง่ น้ำผวิ ดนิ และแหล่งน้ำ - เพื่อติดตำมและตรวจสอบคณุ ภำพน้ำของแหลง่ น้ำผิวดิน ซง่ึ จะท้ำให้ได้ข้อมลู ไปใช้
ทะเล ในกำรตดั สินควำมเหมำะสมตอ่ กำรนำ้ น้ำไปใช้ประโยชน์ หรือนำ้ ผลทไี่ ด้ไปใช้ในกำร
จดั กำรแกไ้ ขปัญหำคณุ ภำพน้ำ
- เพื่อศึกษำแหล่งท่มี ำของมลพษิ ทีส่ นใจ และหรือวิเครำะหร์ ะดับควำมเข้มข้นพนื ฐำน
ของมลพิษนนั ๆในแหลง่ น้ำ
- เพือ่ ประเมนิ ควำมสำมำรถในกำรรองรับของเสียสูงสดุ (total maximum daily
load, TMDL) ของแหล่งน้ำ
- ทรำบถงึ สภำพปญั หำดำ้ นคณุ ภำพน้ำทเี่ กิดขึน หำสำเหตแุ ละกำ้ หนดแนวทำงท่ี
เหมำะสมในกำรแกไ้ ขหรือปอ้ งกนั ปัญหำได้อยำ่ งถูกตอ้ ง
น้ำใต้ดิน - เพอื่ ตรวจสอบชนิดและปรมิ ำณกำรปนเป้ือนของสำรเคมใี นนำ้ ใต้ดนิ หรือน้ำบำดำล
- เพอื่ ตรวจสอบแหล่งท่ีมำ กำรเคลอื่ นที่และกระจำยตัวของสำรปนเปอ้ื นในนำ้ ใต้ดิน
- เพื่อประเมินผลกระทบและควำมเสย่ี งที่เกดิ จำกกำรปนเป้ือนของสำรเคมี ใน
นำ้ ใต้ดิน
- เพื่อเสนอแนวทำงท่ีเหมำะสมกำรบ้ำบัดและฟ้นื ฟูคุณภำพน้ำใตด้ ิน
น้ ำ เ สี ย แ ล ะ น้ ำ ทิ ง จ ำ ก - เพอ่ื ติดตำมตรวจสอบคณุ ภำพของนำ้ ทิงใหเ้ ปน็ ไปตำมที่กฏหมำยก้ำหนด
กจิ กรรมต่ำงๆของมนุษย์ - เพื่อประเมนิ มลพิษทีเ่ กดิ จำกกำรประกอบกิจกรรมหรือที่จะระบำยออกสู่
สิ่งแวดล้อม
- เพ่ือศกึ ษำและประเมินประสิทธิภำพของระบบบำ้ บดั น้ำเสียใหเ้ ป็นไปตำมท่ี
ออกแบบ
- เพื่อศกึ ษำผลกระทบที่เกิดจำกกำรระบำยน้ำลงสู่แหลง่ รองรบั นำ้ ทงิ
(2011) ได้สรปุ ว่ำวัตถุประสงคใ์ นกำรตดิ ตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1) Single-objective Assessment เป็นวัตถุประสงค์ท่ีก้ำหนดขึน เพ่ือศึกษำหรือตอบโจทย์
เฉพำะเรอื่ ง ตัวอย่ำงเช่น
- กำรศกึ ษำผลกระทบของโครงกำรยกระดับแรงดนั สำยสง่ สำยไฟฟำ้ ตอ่ คณุ ภำพน้ำผิวดนิ
- กำรส้ำรวจกำรกระจำยและแหล่งท่ีมำของกำรปนเป้ือนของแคดเมียมในพืนที่ลุ่มน้ำแม่ตำว
อ.แมส่ อด จ.ตำก
- กำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำทิงที่ระบำยจำกแหล่งก้ำเนิดมลพิษออกสู่แหล่งน้ำ
สำธำรณะหรอื ส่งิ แวดลอ้ ม ให้เป็นไปตำมมำตรฐำนท่กี ้ำหนด
- กำรตรวจสอบและประเมินประสิทธิภำพในกำรบ้ำบัดสำรอินทรีย์ของระบบบ้ำบัดน้ำเสียท่ี
ใช้ หรือประสิทธิภำพในกำรลดปริมำณสำรแขวนลอยของถังตกตะกอนให้มีค่ำเป็นไปตำมที่
ออกแบบระบบบำ้ บัดน้ำเสีย
- กำรศึกษำผลกระทบของน้ำเสียจำกท่อน้ำทิงโรงงำน หรือท่อระบำยน้ำของเทศบำลต่อ
คณุ ภำพของแม่นำ้ ล้ำคลอง หรอื แหลง่ นำ้ ทร่ี องรบั
2) Multi-objective Assessment เป็นวัตถุประสงค์ท่ีก้ำหนดขึนเพื่อศึกษำข้อมูลคุณภำพน้ำ
ซึ่งผลท่ีได้สำมำรถน้ำไปใช้กับโครงกำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำได้มำกกว่ำ 1 โครงกำร
~ 78 ~
ตัวอย่ำงเช่น กำรศึกษำคุณภำพน้ำโดยท่ัวไปของแม่น้ำเจ้ำพระยำตอนล่ำงว่ำมีควำมเหมำะสมต่อกำร
น้ำไปใช้ประโยชน์ในแง่ของกำรเป็นแหล่งน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปำ เป็นน้ำเพื่ออุตสำหกรรม เพ่ือ
กำรเกษตร หรอื มีควำมเหมำะสมต่อกำรอยอู่ ำศยั ของส่งิ มีชีวติ ในน้ำ
4.3 การเกบ็ ตัวอยา่ งเพ่อื น้าส่งหอ้ งปฏบิ ตั ิการ
กำรเก็บตัวอยำ่ งเพอื่ น้ำสง่ ห้องปฏิบัติกำรมักถูกมองว่ำเป็นขันตอนท่ีท้ำได้ง่ำย ขอเพียงแค่มีน้ำ
ตัวอย่ำงท่ีจะน้ำไปวิเครำะห์เท่ำนันก็พอแล้ว ควำมคิดในลักษณะนีถือว่ำเป็นควำมเชื่อท่ีผิดอย่ำงมำก
เพรำะถึงแมว้ ่ำในระหวำ่ งกำรตรวจสอบจะได้ผลกำรวิเครำะห์ท่ีแม่นย้ำมำกเพียงใด ผลกำรวิเครำะห์ที่
ได้นัน จะถือว่ำมีควำมถูกต้องและควำมน่ำเชื่อถือน้อยท่ีสุด เนื่องจำกน้ำตัวอย่ำงท่ีใช้วิเครำะห์อำจ
ไม่ใชต่ วั แทนของแหลง่ น้ำท่ีทดสอบ อีกทังยังอำจเกิดกำรเปลี่ยนแปลงคุณภำพไปในระหว่ำงกำรขนส่ง
ไปยังห้องปฏิบัติกำร กำรเก็บตัวอย่ำงเพ่ือน้ำส่งห้องปฏิบัติกำรจึงมีขันตอนกำรด้ำเนินงำนท่ีเกี่ยวข้อง
อยู่ 4 ขันตอนใหญด่ งั แสดงในรปู ท่ี 4.2
รปู ที่ 4.2 หลักการเก็บตวั อย่างน้าเพอื่ ใช้ในการตดิ ตามตรวจสอบคุณภาพนา้
4.3.1 การวางแผนการเก็บตวั อยา่ ง
ก่อนท่ีจะออกภำคสนำมเพ่ือเก็บตัวอย่ำงน้ำแต่ละครัง จะต้องมีกำรวำงแผนกำรเก็บตัวอย่ำง
เพ่ือให้กำรด้ำเนินกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำเป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพ นั่นคือได้ตัวอย่างน้าท่ีเป็นตัวแทน
ของแหล่งน้าที่ต้องการตรวจสอบตรงตามวัตถุประสงค์ท่ีต้องการศึกษา อีกท้ังคุณภาพของน้าน้ัน
จะต้องมีการเปล่ียนแปลงน้อยที่สุดหรือไม่มีเลยนับตั้งแต่ระยะเวลาท่ีเก็บตัวอย่างข้ึนมาจนกระทั่งถึง
เวลาทว่ี เิ คราะห์ตวั อย่าง โดยในกำรวำงแผนกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำแต่ละครังมีส่ิงส้ำคัญท่ีจะต้องพิจำรณำ
และด้ำเนินกำรดงั นีคือ
1) การระบปุ ระเภทของน้าตวั อย่างทที่ า้ การศึกษา
นำ้ ตัวอย่ำงท่ีมกั มกี ำรตดิ ตำมตรวจสอบคุณภำพนำ้ เปน็ ประจำ้ แบ่งออกได้ 3 ประเภท ได้แก่
- น้าจากแหล่งน้าประเภทต่างๆ โดยเฉพำะแหล่งน้ำธรรมชำติ ซึ่งจะมีกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำ
เพื่อน้ำไปตรวจสอบคุณภำพน้ำอย่ำงสม่้ำเสมอได้แก่ แหล่งน้ำผิวดิน และแหล่งน้ำทะเล กำรติดตำม
ตรวจสอบคุณภำพน้ำจำกแหล่งน้ำเหล่ำนี ท้ำให้ได้ข้อมูลสมบัติทำงกำยภำพ ทำงเคมีและทำงชีวภำพ
ณ ปัจจุบันของแหล่งน้ำ ซึ่งบ่อยครังถูกน้ำไปใช้เป็นในกำรพิจำรณำควำมเหมำะสมต่อกำรน้ำไปใช้
ประโยชน์ของแหล่งน้ำนันๆ นอกจำกนียังท้ำให้ทรำบถึงสภำพปัญหำที่อำจเกิดขึน เพื่อน้ำไปใช้เป็น
แนวทำงกำรแก้ไขและปอ้ งกันปญั หำทอ่ี ำจเกดิ ขึนกบั แหล่งน้ำ
- น้าเสีย (wastewater) และน้าท้ิง (effluent) น้ำเป็นทรัพยำกรท่ีมนุษย์น้ำมำใช้
ประโยชน์อย่ำงมำกมำย ซ่ึงคุณภำพของน้ำภำยหลังกำรใช้ย่อมแตกต่ำงไปจำกเดิมเน่ืองจำกมี
สงิ่ เจอื ปน ทังที่เปน็ สำรอนิ ทรียแ์ ละสำรอนินทรยี ข์ นึ กบั แหลง่ ก้ำเนิด กำรศกึ ษำคุณสมบัติของน้ำเสียจะ
ท้ำให้ทรำบถึงปริมำณและควำมเข้มข้นของสิ่งเจือปนหรือมลพิษท่ีเกิดขึนในน้ำ ซ่ึงจะท้ำให้ทรำบถึง
~ 79 ~
สภำพควำมสกปรกของน้ำเสีย และสำมำรถหำแนวทำงท่ีเหมำะสมในกำรบ้ำบัดเพ่ือให้มีคุณภำพของ
น้ำทิงเปน็ ไปตำมมำตรฐำนทกี่ ้ำหนด
- น้าจากแหล่งรองรับน้าทิ้ง (receiving water) แหล่งรองรับน้ำทิง หมำยถึงตัวกลำงที่ใช้
เป็นสถำนที่รองรับน้ำที่ระบำยจำกแหล่งก้ำเนิดต่ำงๆ ทังที่สำมำรถระบุที่มำของน้ำและท่ีไม่สำมำรถ
ระบุต้นตอท่ีมำของน้ำได้ ตัวอย่ำงของแหล่งรองรับน้ำทิง ได้แก่ แม่น้ำ ล้ำคลอง หนอง บึง ทะเลสำบ
ทะเล บ่อน้ำตืน และบ่อน้ำบำดำล เป็นต้น กำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำของแหล่งรองน้ำทิง
โดยเฉพำะแหล่งน้ำสำธำรณะ เป็นแนวปฏิบัติท่ีจ้ำเป็นเพ่ือเป็นแนวทำงในกำรเฝ้ำระวังและป้องกัน
ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อคุณภำพของแหลง่ น้ำธรรมชำตทิ ีใ่ ชร้ องรบั น้ำทงิ
2) การสา้ รวจพืนที่
กำรส้ำรวจพืนท่ีท่ีจะท้ำกำรติดตำมตรวจสอบคุณภำพน้ำ โดยเฉพำะอย่ำงย่ิงกำรติดตำม
ตรวจสอบคุณภำพของแหล่งน้ำธรรมชำติ จัดเป็นส่ิงจ้ำเป็นเพรำะจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงำนมีควำมเข้ำใจ
เกี่ยวกับพืนท่ีที่จะท้ำกำรศึกษำ สำมำรถก้ำหนดเส้นทำงกำรส้ำรวจและช่วยให้จัดท้ำแผนกำรเก็บ
ตัวอย่ำงได้อย่ำงเหมำะสม ทังในเรื่องกำรก้ำหนดจุดเก็บตัวอย่ำงน้ำ จ้ำนวนตัวอย่ำงท่ีจะต้องเก็บ
ระยะเวลำที่ต้องใช้ในกำรเก็บน้ำตัวอย่ำง รวมไปถึงงบประมำณและก้ำลังคนท่ีต้องใช้ในกำรออก
ภำคสนำมเพ่ือเก็บตัวอย่ำง โดยข้อมูลที่ควรทรำบส้ำหรับกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำจำกแหล่งน้ำผิวดินและ
แหลง่ น้ำทะเล ประกอบด้วย (กรมควบคมุ มลพษิ , 2553)
- แผนที่แหล่งน้า เป็นภำพแสดงพืนท่ีแหล่งน้ำที่ต้องกำรส้ำรวจโดยรวม ซ่ึงในแผนท่ีจะ
แสดงใหเ้ ห็นถึงกำรเชื่อมต่อกันของแหล่งน้ำที่ต้องกำรศกึ ษำกับสำยน้ำหรือล้ำคลองอื่นๆ นอกจำกนียัง
อำจแสดงข้อมูลกำรใช้ประโยชน์ของท่ีดินในพืนท่ีใกล้ๆแหล่งน้ำ ส่ิงก่อสร้ำง รวมไปถึงแหล่งก้ำเนิด
มลพิษและกิจกรรมอ่ืนๆที่อำจมีผลต่อกำรเปลี่ยนแปลงคุณภำพน้ำ ตัวอย่ำงของแผนที่แหล่งน้ำแสดง
ดังรูปท่ี 4.3 ซึ่งจำกรูปยกตัวอย่ำงให้เห็นถึงกำรเช่ือมของคลองย่อยท่ีมีกำรไหลของน้ำลงสู่แม่น้ำสำย
หลกั นอกจำกนแี ม่นำ้ ยงั ถูกใชเ้ ปน็ แหล่งรองรบั นำ้ ทิงจำกกิจกรรมของมนุษย์ ทังจำกภำคอุตสำหกรรม
ในชว่ งตน้ น้ำ กำรท้ำกำรเกษตรในช่วงกลำงน้ำ และชุมชนในช่วงท้ำยน้ำ ก่อนท่ีแม่น้ำสำยหลักจะไหล
ลงส่แู หล่งรองรับนำ้ อน่ื ๆ
- ข้อมูลสภาพแวดล้อมทั่วไปของแหล่งน้า ท่ีส้ำคัญได้แก่ ควำมกว้ำง ควำมยำวและควำม
ลกึ ของแหลง่ น้ำ
- ลกั ษณะทางชลศาสตร์ของน้า ได้แก่ สภำพกำรขึนลงของแหล่งน้ำ ปริมำณ ทิศทำงและ
อัตรำกำรไหลของแหลง่ น้ำในแตล่ ะช่วงเวลำ
ในกรณีของกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำจำกแหล่งก้ำเนิดมลพิษ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งจำกโรงงำน
อุตสำหกรรม หรือกิจกรรมต่ำงๆทำงกำรเกษตร ข้อมูลที่ควรทรำบได้แก่ ที่ตังของแหล่งก้ำเนิดมลพิษ
ชนิดของมลพิษ อัตรำกำรไหลของน้ำเสียเพ่ือใช้ก้ำหนดปริมำณตัวอย่ำงน้ำท่ีจะเก็บ ต้ำแหน่งและ
ปรมิ ำณน้ำทิงที่ระบำยออกสู่ส่งิ แวดลอ้ ม
3) การก้าหนดจดุ เกบ็ ตวั อยา่ ง
กำรก้ำหนดจุดเก็บตัวอย่ำงจะต้องมีควำมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงกำร นอกจำกนี
ยังตัองสัมพันธ์กับประเภทของแหล่งน้ำและแหล่งก้ำเนิดมลพิษ โดยหลักเกณฑ์ท่ัวไปในกำรก้ำหนด
จดุ เก็บตวั อยำ่ งน้ำในกรณตี ่ำงๆ สำมำรถสรปุ ไดด้ ังตำรำงที่ 4.2 และตำรำงที่ 4.3 ตำมล้ำดับ
~ 80 ~
4) การก้าหนดพารามิเตอร์
ท่ที า้ การวิเคราะห์
พำรำมิเตอร์ที่ท้ำกำร
วิเครำะห์ หมำยถึงดัชนีชีวัด
คุ ณ ภ ำ พ น้ ำ ที่ ต้ อ ง ก ำ ร
ตรวจสอบ แบ่งตำมสมบัติของ
น้ำออกได้เป็น 3 ประเภท
ใหญ่ๆ ได้แก่ ดัชนีวัดคุณภำพ
น้ำทำงกำยภำพ (Physical
parameters) ดั ช นี วั ด
คุ ณ ภ ำ พ น้ ำ ท ำ ง เ ค มี
(Chemical parameters)
และดัชนีวัดคุณภำพน้ำทำง
ชี ว ภ ำ พ (Biological
parameters) ดงั ไดก้ ลำ่ วไวใ้ น
บทที่ 3 โดยดัชนีวัดคุณภำพ
น้ำเหล่ำนียังแบ่งตำมควำม
ยำก-ง่ำยต่อกำรเปล่ียนแปลง
ออกได้เป็น 2 กลมุ่ ดงั นคี ือ รูปที่ 4.3 ตวั อย่างแผนทแี่ หล่งนา้ เพอื่ ใชใ้ นการกา้ หนดจดุ เก็บ
- กลุ่มท่ี 1 พารามิเตอร์ท่ีมี ตวั อยา่ ง
การเปล่ียนแปลงได้ง่ายมาก หมำยเหตุ. ดัดแปลงจำก ค่มู อื วิธีปฏบิ ตั สิ าหรบั การเกบ็ ตวั อยา่ งจาก
ท้ำให้จ้ำเป็นต้องตรวจสอบใน แหลง่ นา้ (หนำ้ 7), โดย กรมควบคุมมลพษิ , ส้ำนักจดั กำรคณุ ภำพนำ้ ,
ภำคสนำมหรือตรวจสอบทันที
พ ร้ อ ม กั บ ก ำ ร เ ก็ บ ตั ว อ ย่ ำ ง 2553, กรุงเทพฯ : ส้ำนกั จัดกำรคณุ ภำพน้ำ กรมควบคุมมลพษิ
กระทรวงทรพั ยำกรธรรมชำติและสิง่ แวดล้อม
เพ่ือให้ได้ค่ำที่ใกล้เคียงกับค่ำ
ของแหล่งน้ำนันจริงๆ ได้แก่ อุณหภูมิ (Temperature) ควำมเป็นกรด-ด่ำง (pH) ค่ำกำรน้ำไฟฟ้ำ
(conductivity) ควำมเค็ม (salinity) ควำมขุ่น (Turbidity) และออกซิเจนละลำย (Dissolved
Oxygen, DO)
- กลุ่มที่ 2 พารามิเตอร์ที่มีสามารถรักษาสภาพน้าตัวอย่างให้มีคุณภาพน้าคงท่ีหรือเปลี่ยนแปลง
น้อยที่สุด ตัวอย่ำงของพำรำมิเตอร์กลุ่มนีได้แก่ ปริมำณควำมสกปรกในรูปสำรอินทรีย์ (BOD และ
COD) ของแข็ง (solids) แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทังหมด (TCB) แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม
(FCB) ไนเตรท-ไนโตรเจน (NO3-N) แอมโมเนีย-ไนโตรเจน (NH3-N) ฟอสฟอรัสทังหมด (TP) และ
โลหะหนกั ต่ำงๆ เปน็ ต้น
ส้ำหรับกำรก้ำหนดพำรำมิเตอร์ที่ควรตรวจวิเครำะห์นันควรจะต้องมีควำมสอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของกำรเก็บน้ำตัวอย่ำงส้ำหรับแต่ละกิจกรรม โดยพำรำมิเตอร์ที่แนะน้ำให้ตรวจสอบ
สำมำรถสรปุ ได้ดงั แสดงในตำรำงที่ 4.4
ตารางที่ 4.2 จุดเก็บตวั อยำ่ งสำ้ หรับแหลง่ น้ำผวิ ดินและแหลง่ น้ำทะเล
ประเภทของแหล่งนำ้ วตั ถปุ ระสงค์ จุดเกบ็ ตัวอยำ่ ง วธิ ีกำรเก็บตัวอยำ่ ง
แหล่งน้ำทมี่ นี ้ำไหล - ตรวจสอบคุณภำพของแหลง่ น้ำ เก็บอยำ่ งนอ้ ย 3 จดุ ได้แก่ กำรเกบ็ แบบจว้ งที่ก่งึ กลำงควำมกว้ำงและควำมลกึ
ตลอดเวลำ เชน่ แม่นำ้ - จดุ อา้ งองิ (Reference site) เชน่ จุดตน้ น้ำ หรือจุดท่ีไม่ไดร้ ับ ของล้ำนำ้ 1 ตัวอยำ่ งต่อหน่งึ จดุ †,‡ ซ่งึ วิธกี ำรเก็บ
ลำ้ ธำร หว้ ย หรือ คลอง - ศึกษำผลกระทบของลำ้ คลองอีก ผลกระทบจำกแหลง่ ก้ำเนดิ มลพษิ ใดๆ เพ่ือทรำบถึงสภำพ ตวั อยำ่ งสำมำรถทำ้ ไดด้ ังนี
สำยหนง่ึ ที่มำบรรจบกับแมน่ ำ้ ธรรมชำติทแี่ ทจ้ รงิ ของแหล่งน้ำนนั ๆ - ใชก้ ำรจุ่มขวดเกบ็ ตวั อยำ่ งน้ำโดยตรง กรณนี ำ้ ลกึ
- ศึกษำผลกระทบจำก - จดุ ตรวจสอบการเปลยี่ นแปลงคณุ ภาพนา้ (Sampling site) ไม่เกนิ 2 เมตรและสำมำรถสมั ผัสนำ้ ได้โดยตรง ~ 81 ~
เปน็ จดุ ท่ีแหลง่ นำ้ อำจไดร้ บั ผลกระทบจำกแหล่งก้ำเนดิ มลพษิ ตำ่ งๆ - ใชอ้ ปุ กรณ์เก็บตวั อยำ่ ง เช่น Kemmer Depth
แหลง่ ก้ำเนิดมลพษิ เมอ่ื ถกู ใช้ เพอ่ื ใชต้ รวจแนวโนม้ สภำพปญั หำในแหล่งนำ้ ทีจ่ ะมกี ำร Sampler และถ่ำยลงขวดเก็บตวั อย่ำงนำ้ กรณนี ำ้
เป็นแหล่งรองรับนำ้ ทิง เปล่ียนแปลงในระยะยำว ลึกเกิน 2 เมตร หรือผู้ปฏิบัติงำนไมส่ ำมำรถสมั ผสั
- จดุ ตรวจสอบทา้ ยน้า (Global river flux site) เป็นจดุ นำ้ ไดโ้ ดยตรง
ตรวจสอบบรเิ วณท้ำยสดุ ของแหลง่ น้ำนนั ๆ ก่อนจะถกู ระบำยลงสู่
แหล่งรองรับนำ้ อน่ื ๆ เพอ่ื ประเมนิ ผลกระทบที่เกดิ ขนึ หลงั จำกลำ้ กำรเก็บแบบจ้วงท่ีกึง่ กลำงควำมกว้ำงและควำมลึก
น้ำไหลผ่ำนแหลง่ รองรับมลสำรตำ่ งๆ ตลอดทงั ลำ้ น้ำแลว้ ของลำ้ นำ้ 1 ตวั อย่ำงตอ่ หน่งึ จุด†,‡ วิธกี ำรเกบ็
ตวั อย่ำงน้ำดังอธบิ ำยในหัวข้อกอ่ นหน้ำ
จดุ เกบ็ ตัวอย่ำงน้ำควรมอี ย่ำงน้อย 2 จุด ได้แก่ จุดเหนือจดุ ที่มำ กำรเก็บแบบจ้วงท่ีกึง่ กลำงควำมกวำ้ งและควำมลกึ
บรรจบกันของล้ำน้ำ และจดุ ท่ลี ำ้ นำ้ ไหลมำบรรจบกนั แลว้ มีกำร ของล้ำนำ้ 1 ตัวอย่ำงต่อหนงึ่ จดุ †,‡ วธิ ีกำรเก็บ
ตัวอยำ่ งน้ำดังอธิบำยในหวั ขอ้ กอ่ นหนำ้
ผสมผสำนกันของลำ้ น้ำอยำ่ งสมบรูณ์
จุดเก็บตวั อย่ำงน้ำควรมีอยำ่ งน้อย 2 จดุ ได้แก่ ล้ำน้ำกอ่ นท่มี กี ำร
ระบำยน้ำทงิ จำกแหล่งกำ้ เนิดนันๆ และล้ำนำ้ หลังจดุ ที่มกี ำร
ระบำยนำ้ ทิง ซึ่งนำ้ ทิงมีกำรผสมกลมกลืนในลำ้ น้ำอย่ำงสมบรณู ์
ตารางที่ 4.2 (ต่อ) วตั ถปุ ระสงค์ จดุ เกบ็ ตัวอยำ่ ง วธิ กี ำรเก็บตัวอยำ่ ง
ประเภทของแหล่งนำ้
แหลง่ นำ้ นง่ิ เช่นหนอง บึง - สภำพทวั่ ไปของแหลง่ น้ำ ขนึ กับระดับควำมลกึ ของล้ำน้ำ กำรเก็บแบบจ้วงโดยขวดเก็บน้ำโดยตรง หรือ
อำ่ งเก็บน้ำ หรอื ทะเลสำบ
น้ำจืด - ในกรณที ี่ควำมลึก < 10 เมตร : จะใช้วิธีกำรเกบ็ ตวั อยำ่ งท่ี อุปกรณ์เก็บตวั อย่ำงน้ำ
เรยี กวำ่ systematic grid sampling ดว้ ยกำรแบง่ พนื ทกี่ ำรเกบ็
ตัวอย่ำงออกเป็นพืนท่ีหรือตำรำงยอ่ ยๆ (grid) จำกนันท้ำกำร
ตัวอย่ำงใหก้ ระจำยครอบคลมุ พนื ที่ โดยเกบ็ นำ้ 1 ตัวอยำ่ งต่อ 1
ตำรำง
- ในกรณที ี่ควำมลึกเกนิ กว่ำ 10 เมตร ซ่งึ อำจมีกำรแบง่ ชนั นำ้
ตำมแนวด่ิง (stratification) โดยเฉพำะในช่วงฤดูรอ้ นหรือที่มีแดด ~ 82 ~
จดั ควรเกบ็ อย่ำงนอ้ ย 3 จดุ คอื ระยะ 1 เมตร ใตผ้ ิวน้ำ
(epilimnion), ระยะ 1 เมตรจำกก้นแม่นำ้ (hypolimnion) และ
บริเวณชนั thermocline ซึ่งทรำบได้โดยวัดอณุ หภมู ขิ องนำ้ ท่ี
ควำมลึกตำ่ งๆ
นำ้ บ่อลกึ - ศึกษำคณุ ภำพนำ้ หรือกำร ปลำยกอ๊ กหรอื ท่อน้ำโดยตรง ทังนจี ะตอ้ งมีกำรทำ้ ควำมสะอำดที่ กำรเก็บแบบจ้วง ภำยหลงั จำกกำรปม๊ั นำ้ ขนึ มำจน
น้ำบ่อตนื ได้รบั ผลกระทบจำก
แหลง่ ก้ำเนิดมลพษิ ต่ำงๆ ปลำยกอ๊ กอย่ำงน้อยดว้ ยแอลกอฮอล์ 70% ระดบั ของกำรไหลของน้ำสม้ำ่ เสมอคงท่ี แล้วปลอ่ ย
- ศกึ ษำคณุ ภำพนำ้ หรือกำร ให้ไหลทิงประมำณ 5-10 นำที หรอื จนอุณหภมู นิ ำ้
ไดร้ บั ผลกระทบจำก
แหล่งกำ้ เนิดมลพษิ ตำ่ งๆ คงท่ี
ให้เกบ็ ทรี่ ะดบั ควำมลึก 1 เมตรสำ้ หรับแหล่งน้ำทม่ี คี วำมลึกของนำ้ วิธกี ำรเก็บตวั อยำ่ งเช่นเดียวกับแหลง่ นำ้ นง่ิ
ในบอ่ ไม่เกนิ 2 เมตร และใหเ้ กบ็ ทจี่ ุดกึง่ กลำงส้ำหรบั ่อทม่ี ีควำมลกึ
ของนำ้ ในบอ่ เกนิ กว่ำ 2 เมตร
ตารางท่ี 4.2 (ต่อ)
ประเภทของแหล่งน้ำ วัตถุประสงค์ จดุ เก็บตวั อยำ่ ง วธิ ีกำรเก็บตัวอย่ำง
นำ้ ทะเล - ศึกษำคณุ ภำพนำ้ ทะเล และ/ จุดเก็บตวั อยำ่ งควรหำ่ งจำกฝ่งั 50 เมตร และอยใู่ นแนวเส้นตรงกบั จะใชว้ ธิ กี ำรเกบ็ ตัวอย่ำงทงั แบบจว้ งและแบบผสม
หรือติดตำมตรวจสอบ ทิศทำงกระแสน้ำไหล กำรเก็บตวั อย่ำงควรมีอย่ำงนอ้ ย 2 จุด ได้แก่ รวมมำกกวำ่ 1 ครัง เพอื่ ใหไ้ ดค้ ำ่ ควำมเขม้ ขน้ สงู สุด-
ผลกระทบของมลพษิ ในพนื ที่ - จุดอา้ งองิ (Reference site) เปน็ จุดทผ่ี ู้ตดิ ตำมตรวจสอบ ตำ่้ สดุ ในชว่ งท่นี ้ำมกี ำรขนึ -ลง และใชเ้ ทคนคิ กำร
ที่มคี ณุ คำ่ หรอื ควำมส้ำคัญ คุณภำพนำ้ ประเมินว่ำยังไมไ่ ด้รับผลกระทบจำกแหล่งกำ้ เนดิ เก็บเชน่ เดยี วกบั กำรเกบ็ นำ้ ตัวอยำ่ งในแหลง่ น้ำไหล
เช่นแนวปะกำรัง ปำ่ ชำยเลน มลพิษใดๆ ซ่ึงจุดอ้ำงองิ นีอำจมมี ำกกว่ำ 1 จุด
และแหลง่ ทอ่ งเทย่ี ว - จุดตรวจสอบการเปลย่ี นแปลงคณุ ภาพน้า (Sampling site)
เปน็ จุดตรวจสอบทอ่ี ยูใ่ นพนื ที่ท่ีมกี ำรใชป้ ระโยชนห์ รือไดร้ บั
ผลกระทบจำกมลพิษต่ำงๆ
- ตดิ ตำมทิศทำงกำรพดั พำและ ขนึ กับควำมละเอยี ดถกู ตอ้ งที่ต้องกำรและงบประมำณท่มี ี ~ 83 ~
กำรแพรก่ ระจำยของมลพษิ - ก้ำหนดจุดเก็บตัวอย่ำงแบบ 1 มติ ิ โดยเก็บท่กี งึ่ กลำงควำมกว้ำง
จำกแหล่งก้ำเนดิ มลพษิ และควำมลึกของตำ้ แหน่งกำรแพร่กระจำยของมลพษิ (plume)
- ก้ำหนดจดุ เกบ็ ตวั อย่ำงแบบ 2 มิติ ซง่ึ แบง่ ออกเป็น 2 มติ ิใน
แนวรำบ (เก็บที่ควำมลึกเดยี วกันหลำยจดุ ในแนว plume) และ 2
มติ ิแนวด่ิง (วำมลึกณ จดุ เดียวกนั เกบ็ หลำยค)
- กำ้ หนดจุดเกบ็ ตัวอยำ่ งแบบ 3 มิติ จะใช้วิธีกำรเก็บตวั อยำ่ งท่ี
เรียกวำ่ systematic grid sampling แบบเดียวกบั แหล่งน้ำน่ิง
†ใชไ้ ดใ้ นกรณที ่แี หล่งนำ้ ไมม่ ีกำรแบ่งชันน้ำตำมแนวดิง่ (Stratification) ซง่ึ สำมำรถตรวจสอบได้โดยกำรตรวจวัดค่ำพีเอช อุณหภูมิ สภำพกำรน้ำไฟฟ้ำ และค่ำดีโอ ในจุดต่ำงๆ ตลอดแนวหน้ำตัด
ของลำ้ นำ้ ทงั ตำมควำมยำวและควำมลึกของแหลง่ นำ้ หำกค่ำที่วัดได้มคี ำ่ แตกตำ่ งกันไม่เกนิ 5% ให้ถือวำ่ กำรเกบ็ ตัวอย่ำงแบบจ้วงยังสำมำรถบอกถึงคุณภำพน้ำโดยรวมของล้ำน้ำได้ ส้ำหรับควำม
ผนั แปรของสมบตั ขิ องน้ำเกิน 5 % ให้ใชก้ ำรเก็บตัวอยำ่ งแบบผสมรวมหลำยจดุ (intergrated sampling)
‡ควรเกบ็ ทร่ี ะดบั ควำมลกึ ประมำณ 20-30 เซนตเิ มตร สำ้ หรับกำรเก็บตัวอยำ่ งเพือ่ วเิ ครำะหป์ รมิ ำณแบคทีเรยี
ตารางที่ 4.3 จดุ เกบ็ ตวั อยำ่ งส้ำหรบั แหลง่ กำ้ เนดิ มลพิษแต่ละประเภท
ประเภท วตั ถปุ ระสงค์ จุดเกบ็ ตวั อยำ่ ง วิธีกำรเก็บตัวอย่ำง
ทุกจดุ ทมี่ กี ำรปลอ่ ยน้ำเสียออกมำ และ/หรือทจี่ ุดรวมน้ำเสยี กอ่ น - กำรเก็บแบบจว้ ง 1 ครังสำ้ หรบั โรงงำน
นำ้ เสียอุตสำหกรรม หรือระบบ - ตรวจสอบคุณภำพนำ้ ทงิ ระบำยออกนอกโรงงำน โดยเกบ็ ทจ่ี ดุ ก่ึงกลำงควำมสงู ของนำ้ ใน อตุ สำหกรรมประเภทที่ 2 และ 3
ท่อ ซึ่งเปน็ จดุ ทน่ี ำ้ มอี ัตรำไหลสูงสดุ - กำรเก็บแบบผสมรวม สำ้ หรับนิคม
บ้ำบดั น้ำเสยี อตุ สำหกรรม อุตสำหกรรม โดยเก็บ 4 ครังๆละ 500 มลิ ลิลติ ร
เก็บอย่ำงนอ้ ย 2 จุด ไดแ้ ก่ ทุก 2 ช่วั โมงตอ่ เน่อื งกนั
- ตรวจสอบผลกำรท้ำงำนของ - จุดรวมนำ้ เสยี ก่อนเขำ้ ระบบบ้ำบดั เชน่ บอ่ พกั น้ำเสยี - วิธกี ำรเกบ็ เดยี วกบั กำรศกึ ษำคณุ ภำพน้ำทงิ
ระบบบ้ำบดั น้ำเสยี - จดุ ระบำยนำ้ ออกของบอ่ สดุ ทำ้ ยกอ่ นปลอ่ ยทิงลงสแู่ ม่นำ้ ลำ้
- วิธีกำรเก็บแบบจ้วงหรือแบบผสมรวม ขนึ กับ
ระบบบำ้ บดั นำ้ เสียรวมของชุมชน - ตรวจสอบผลกำรทำ้ งำนของ คลองหรอื ทอ่ ระบำยของเทศบำล เช่น บ่อเติมคลอรนี งบประมำณ ~ 84 ~
ฟำรม์ สกุ ร ระบบบ้ำบดั นำ้ เสยี จุดเกบ็ ตวั อย่ำงเดยี วกับระบบบ้ำบดั น้ำเสยี อตุ สำหกรรม กำรเก็บแบบจว้ ง
- ตรวจสอบกำรระบำยน้ำทงิ ว่ำ เกบ็ บรเิ วณปลำยทอ่ นำ้ ทิงท่มี ีกำรระบำยออกสู่แหล่งน้ำสำธำรณะ
เปน็ ไปตำมมำตรฐำนทกี่ ำ้ หนด หรือออกสู่ส่งิ แวดลอ้ มนอกเขตทต่ี งั ฟำรม์ 1 จุดต่อ 1 ฟำรม์
หรอื ไม่
เก็บอย่ำงนอ้ ย 2 จุด ไดแ้ ก่ จดุ รวมนำ้ เสยี ของฟำร์ม และจดุ ท่ี กำรเก็บแบบผสมรวมทกุ 2 ชั่วโมง ตังแตเ่ รม่ิ มี
- ประเมนิ มลพิษท่เี กดิ ขึนและที่ ระบำยออกสสู่ ่งิ แวดลอ้ ม กำรใชน้ ้ำจนถงึ สินสุดกำรใช้
ระบำยออกสสู่ ิ่งแวดล้อม
- ประเมินประสทิ ธภิ ำพของระบบ จุดเกบ็ ตัวอย่ำงเดยี วกับกำรประเมนิ ประสทิ ธภิ ำพของระบบบำ้ บดั กำรเก็บแบบผสมรวมทุก 2 ชัว่ โมง
บ้ำบดั นำ้ เสีย นำ้ เสียอตุ สำหกรรม
ตารางท่ี 4.3 (ตอ่ ) วัตถปุ ระสงค์ จุดเกบ็ ตวั อย่ำง วธิ กี ำรเกบ็ ตวั อยำ่ ง
ประเภท
ฟำรม์ สกุ ร - ตรวจสอบผลกระทบตอ่ คณุ ภำพ เก็บตัวอยำ่ งนำ้ อยำ่ งน้อย 3 จดุ ไดแ้ ก่ บรเิ วณปลำยทอ่ น้ำทงิ ทีม่ ี กำรเก็บแบบจว้ ง
กำรเพำะเลียงสัตวน์ ำ้ จดื นำ้ ในแหลง่ น้ำสำธำรณะจำก กำรระบำยนำ้ ออกส่แู หล่งน้ำสำธำรณะนอกเขตทตี่ ังฟำร์มจำ้ นวน
กำรระบำยนำ้ ทงิ ออกสู่ภำยนอก 1จุด และในแหล่งนำ้ สำธำรณะ จำ้ นวน 2 จุด (ก่อนถึงจดุ ระบำย
ฟำรม์ น้ำทงิ ของฟำรม์ 1 จุด และหลังจดุ ระบำยน้ำทิงของฟำร์ม 1 จุด)
- ตรวจสอบกำรระบำยนำ้ ทงิ ว่ำ เกบ็ ตัวอยำ่ ง ทุกครงั ที่มกี ำรถำ่ ยนำ้ ออกจำกบ่อเพำะเลยี งสตั ว์นำ้ กำรเก็บแบบจว้ ง
เป็นไปตำมทีก่ ฏหมำยกำ้ หนด ออกสแู่ หล่งน้ำสำธำรณะ โดยเกบ็ บริเวณปลำยท่อสูบน้ำทงิ
หรือไม่ ขณะท่ีนำ้ ในบอ่ มีปรมิ ำณนำ้ ประมำณ 50% ของปริมำณนำ้
ทงั หมดก่อนจบั
- ประเมินมลพิษของน้ำทงิ ชว่ งระหว่างการเลย้ี ง เก็บบริเวณก่งึ กลำงบอ่ ก่ึงกลำงควำมลึกของ กำรเก็บแบบจว้ ง ~ 85 ~
ระดบั นำ้ ในบ่อ
ช่วงจับสัตว์น้า
- กอ่ นระบายน้า : เกบ็ บรเิ วณก่ึงกลำงบอ่ กงึ่ กลำงควำมลกึ ของ
ระดบั นำ้ ในบอ่
- ขณะระบายน้า : เก็บบริเวณปลำยทอ่ สบู นำ้ ทงิ ขณะท่นี ำ้ ในบ่อมี
ปรมิ ำณนำ้ ประมำณ 50% ของปริมำณน้ำทังหมด
- ตรวจสอบผลกระทบต่อคณุ ภำพ เก็บตวั อย่ำงอยำ่ งนอ้ ย 4 จุด กำรเกบ็ แบบจว้ ง
น้ำในแหล่งน้ำสำธำรณะจำก - ก่อนระบำยน้ำออกจำกบ่อเลียง และขณะมีกำรระบำยน้ำออก
กำรระบำยน้ำทงิ ออกสู่ภำยนอก จำกบอ่ เลียงอยำ่ งละ 1 จดุ เช่นเดยี วกับช่วงจบั สัตว์นำ้
ฟำรม์ - เก็บตัวอย่ำงน้ำในแหล่งน้ำสำธำรณะ (ก่อนถึงจุดระบำยน้ำทิง
ของฟำรม์ 1 จดุ และหลงั จดุ ระบำยน้ำทิงของฟำรม์ 1 จุด)
ตารางที่ 4.3 (ตอ่ ) วตั ถปุ ระสงค์ จดุ เก็บตัวอย่ำง วธิ กี ำรเก็บตวั อยำ่ ง
ประเภท
กำรเพำะปลูก (นำขำ้ ว) - ประเมินมลพษิ ของนำ้ ทิง ช่วงก่อนหว่าน เก็บตัวอย่ำงน้ำบริเวณท่ีมีกำรระบำยน้ำออกจำก กำรเกบ็ แบบจ้วง
แปลงนำ 1 จุด
ช่วงก่อนเก็บเก่ียว เก็บตัวอย่ำงน้ำบริเวณที่มีกำรระบำยน้ำออก
จำกแปลงนำ 1 จุด
ท้ำกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำทิงเพ่ิมเติม หำกมีกำรระบำยน้ำออกจำก
แปลงนำมำกกว่ำ 2 ครัง เชน่ ชว่ งที่มกี ำรระบำยน้ำออกจำกแปลง
นำเพือ่ ใสป่ ุย๋
- ติดตำมตรวจสอบผลกระทบต่อ เก็บตัวอยำ่ งน้ำอยำ่ งนอ้ ย 3 จุด ได้แก่ กำรเกบ็ แบบจ้วง
คณุ ภำพนำ้ ในแหลง่ นำ้ ธรรมชำติ - บริเวณปลำยท่อนำ้ ทงิ ทมี่ กี ำรระบำยนำ้ ออกสู่แหลง่ นำ้ ~ 86 ~
จำกกำรระบำยน้ำทิงออกจำก สำธำรณะนอกเขตแปลงนำจำ้ นวน 1 จุด
แปลงนำ - ในแหลง่ น้ำสำธำรณะ จำ้ นวน 2 จุด (กอ่ นถึงจดุ ระบำยนำ้ ทิง
ของแปลงนำ 1 จุด และหลงั จดุ ระบำยน้ำทิงของแปลงนำ 1
จุด)
~ 87 ~
ตารางที่ 4.4 ดชั นีที่ควรตรวจวดั แยกตำมประเภทของแหลง่ น้ำและแหล่งกำ้ เนิดมลพษิ
แหล่งท่ีมำของ วัตถปุ ระสงค์ พำรำมิเตอร์ท่คี วรตรวจวัด
น้ำตัวอยำ่ ง
แหลง่ นา้ ธรรมชาติ
- แหล่ งน้ำผิ ว - ศกึ ษำคณุ ภำพท่ัวไปของน้ำ อณุ หภมู ขิ องน้ำ (Temperature) พีเอช (pH) ควำมขุน่
ดิน (Turbidity) ของแข็งทงั หมด (TS) ออกซิเจนละลำย
(DO) ค่ำบีโอดี (BOD) ไนเตรท (NO3-) ฟอสเฟต (PO43-)
แบคทเี รยี กลมุ่ ฟคี ลั โคลฟิ อรม์ (fecal coliforms)
- แหลง่ นำ้ ทะเล - ศึกษำคุณภำพทัว่ ไปของนำ้ อุณหภูม,ิ pH, ของแขง็ แขวนลอย (SS), DO แอมโมเนยี
(NH3), NO3-, PO43- ปริมำณโคลฟิ อรม์ ทังหมด (Total
coliforms)
แหลง่ ก้าเนดิ มลพิษ
- ฟำร์มสกุ ร - ตรวจสอบคุณภำพนำ้ ทงิ อณุ หภูมิ, pH, BOD, COD, SS และ TKN
- ประเมินมลพิษท่ีเกิดขึนและที่ระบำย อุณหภมู ิ, pH, BOD, SS, COD และ TKN
ออกสู่สงิ่ แวดล้อม
- ประเมินประสิทธิภำพของระบบบ้ำบัด อณุ หภูมิ, pH, BOD, SS, COD และ TKN
นำ้ เสีย
- ติดตำมตรวจสอบผลกระทบตอ่ อณุ หภูม,ิ pH, BOD, SS, COD, TKN หรืออนื่ ๆ ท่ี
คณุ ภำพน้ำในแหลง่ น้ำสำธำรณะจำก ต้องกำรศกึ ษำเพ่ิมเติม เช่น Total P, fecal coliforms
กำรระบำยน้ำทิงออกสู่ภำยนอกฟำร์ม
- กำรเพำะเลียง - ตรวจสอบคณุ ภำพน้ำทิง อุณหภูมิ, ควำมน้ำไฟฟ้ำ (conductivity), ควำมเค็ม
สตั ว์นำ้ (salinity), pH, BOD, SS, แอมโมเนีย (NH3-N),
ไนโตรเจนรวม (TN) และฟอสฟอรัสรวม (TP)
- ประเมินมลพษิ ของน้ำทงิ อณุ หภูมิ, ควำมน้ำไฟฟำ้ , ควำมเค็ม, pH,
BOD, SS, NH3-N, TN และ TP
- ติด ต ำ ม ตร วจ ส อบ ผ ล กระ ทบ ต่ อ อณุ หภูมิ, ควำมน้ำไฟฟำ้ , ควำมเคม็ , pH,
คุณภำพน้ำในแหล่งน้ำสำธำรณะจำก BOD, SS, NH3-N, TN และ TP
กำรระบำยน้ำทิงออกสภู่ ำยนอกฟำรม์
- กำรเพำะปลูก - ประเมินมลพิษของน้ำทิง อุณหภูมิ, ควำมน้ำไฟฟ้ำ, ของแข็งละลำยน้ำทังหมด
(นำข้ำว) (TDS), ไนไตรท์ (NO2-N), ไนเตรท (NO3-N), ไนโตรเจน
ในรูปทีเคเอ็น (TKN), NH3-N BOD, SS, TP,ฟอสเฟต
(PO43-) และโลหะหนกั
- ติด ต ำ ม ตร ว จ ส อบ ผ ล ก ระ ทบ ต่ อ อุณหภูมิ, ควำมน้ำไฟฟ้ำ, BOD, SS, TDS, NO2-N, TP,
คุณภำพน้ำในแหล่งน้ำธรรมชำติจำก TKN, NH3-N, NO3-N, PO43-, โลหะหนัก และสำรเคมี
กำรระบำยนำ้ ทิงออกจำกแปลงนำ ก้ำจดั ศัตรพู ชื (Pesticides) (เฉพำะเมือ่ เกิดเหตุกำรณ์
ปลำตำย และสนั นิษฐำนวำ่ น่ำจะเกดิ จำกนำ้ ทิงท่ีระบำย
ออกจำกแปลงนำ)
- ระบบบ้ำบัด - ศกึ ษำคุณภำพของน้ำทงิ และ อณุ หภมู ,ิ pH, SS ปรมิ ำณตะกอนหนกั (Setleable
น้ ำ เ สี ย ร ว ม ตรวจสอบผลกระทบตอ่ แหลง่ รองรับ solids), DO, BOD, ฟอสฟอรสั รวม (Total P)
ของชมุ ชน นำ้ ทิง ไนโตรเจนในรปู ทเี คเอ็น (TKN) นำ้ มนั และไขมนั
(FOGs), fecal coliform
~ 88 ~
ตารางที่ 4.4 (ต่อ)
แหลง่ ที่มำของ วตั ถปุ ระสงค์ พำรำมเิ ตอรท์ ีค่ วรตรวจวัด1/
น้ำตัวอย่ำง
- นำ้ เสยี ประเมินมลพษิ ของนำ้ ทิงจำ้ แนกตำมประเภทของอตุ สำหกรรม
อตุ สำหกรรม
- ผลิตเกย่ี วกับอลมู ิเนียม pH, TDS, TSS, FOGs, Aluminum, Phenol, and
Free chlorine
- ผลติ ยานยนต์ TDS, TSS, FOGs, BOD, COD, NO3-, NH3, Phenol,
Free chlorine, Cyanide และ Heavy metals (Cd,
Pb, Cr, Ni, Cu, Zn, Fe)
- ผลติ ผลไม้กระปอ๋ ง อุณหภูม,ิ pH, TDS, TSS, BOD, COD
- ผลิตนา้ ตาล อุณหภูม,ิ pH, TDS, TSS, FOGs, BOD, TN
- ผลิตเครือ่ งดม่ื อณุ หภูม,ิ pH, TDS, TSS, FOGs, BOD, TN
- ผลติ อาหาร อุณหภูม,ิ pH, TSS, Chloride, BOD, COD, TN
- ผลติ เกย่ี วกบั เน้อื สัตว์ pH, TDS, TSS, FOGs, BOD, TN
- ผลติ ภณั ฑ์ทางการเกษตร อุณหภูม,ิ TDS, TSS, BOD, Sulfite, Zn
- ผลิตปุย๋ ไนโตรเจน อณุ หภมู ,ิ pH, TDS, TSS, FOGs, SO42-, Cl-, Zn, Fe,
Cr, Nitrogen Compound, NO3-, COD
- ผลิตปุ๋ยฟอสเฟต
อณุ หภูม,ิ pH, TDS, TSS, TN, Hg, Al, As, Fe
- ผลิตเกยี่ วกบั แอสเบททอส pH, TDS, TSS, Cr, Zn, BOD, COD
- ผลิตกระจก อณุ หภมู ,ิ pH, TDS, TSS, BOD, COD, NO3- and
Heavy metals (Cr, Cu, Zn, Fe, Ag, Sn
- ผลิตซเี มนต์/คอนกรตี /ปนู /ยปิ ซัม่ อณุ หภูม,ิ pH, TDS, TSS, COD, Cr, Zn, Sulfite
- ผลิตเกี่ยวกบั เคมีภณั ฑ์ สารอนิน- อุณหภูม,ิ pH, TDS, TSS, COD, SO42-, CN-, Cl-,
ทรยี ์ อัลคาไลน์ และคลอรีน Phenol, Hg, As, Pb, Cr, Al, B, Fe, Ti
- ผลติ เครื่องหนงั และฟอกหนัง อณุ หภมู ,ิ pH, TS, TSS, FOGs, COD, Nitrogen-
compound, NO3- Chromium (Total), Chromium
(VI)
- ผลติ เกยี่ วกบั โลหะทไี่ ม่ใชเ่ หลก็ FOGs, COD, TSS, Heavy metals, Cyanide
- ผลิตเกยี่ วกับสารอินทรยี ์ pH, TSS, TDS, Heavy metals, Cyanide, Phenol,
FOGs, BOD, COD, Total N
- กล่นั นา้ มนั อณุ หภูม,ิ สี (color), pH, FOGs, TDS, TSS, BOD,
COD, TN, Heavy metals (Cr, Cu, Pb, Zn, Fe),
Cyanide, Phenols, Chloride, Sulphide และ
Mercaptans
- ปโิ ตรเคมีและผลติ พลาสตกิ pH, TDS, TSS, FOGs, BOD, COD, Zn, Cyanide
และ Phenols
~ 89 ~
ตารางที่ 4.4 (ต่อ)
แหลง่ ที่มำของ วตั ถปุ ระสงค์ พำรำมิเตอร์ท่ีควรตรวจวดั
น้ำตวั อย่ำง
- ผลติ กระดาษและเยื่อกระดาษ pH, TDS, TSS, FOGs, BOD, COD, Heavy
metals, Sulphide และ Phenols
- ผลติ ไฟฟ้า อุณหภมู ,ิ pH, TDS, TSS, FOGs, BOD, Chlorine,
- ผลติ เก่ยี วกับเหล็กและเหล็กกลา้ PO43-, Heavy metals (Cr, B, Cu, Zn, Fe)
อณุ หภมู ,ิ pH, FOGs, TSS, Cr, Zn, Fe, Sn,
Chloride, Cyanide, Phenols,
- เคลอื บโลหะ pH, FOGs, COD, Cd, Cr (VI), Cu, Zn และ Cyanide
- ผลติ เกี่ยวกบั สิง่ ทอ อุณหภูม,ิ pH, TDS, TSS, FOGs, BOD, COD, Heavy
metals, Chromium, Phenolics, Sulphide
- ผลิตเกี่ยวกบั ยาและเครอื่ งสาอาง pH, TSS, TDS, Heavy metals, COD
หมายเหตุ. จำก ค่มู อื การเก็บตัวอยา่ งมลพษิ (นา้ ดิน อากาศ และกากอุตสาหกรรม), โดย กรมโรงงำนอุตสำหกรรม
ส้ำนักวิจัยและพัฒนำส่ิงแวดล้อมโรงงำน, ม.ป.ป., สืบค้นจำก http://www2.diw.go.th/research/เอกสำร
เผยแพร่/คมู่ ือ.pdf
1/ FOGs =Fats, Oil and Grease; TDS = Total Dissolved Solids; TSS =Total Suspended Solids; TN =
Total Nitrogen; BOD =Biochemical Oxygen Demand; COD =Chemical Oxygen Demand
5) การก้าหนดวธิ ีการเก็บตวั อยา่ ง
เมื่อก้ำหนดจุดเก็บตัวอย่ำงและพำรำมิเตอร์ท่ีต้องกำรวิเครำะห์แล้ว ขันตอนถัดมำของกำร
วำงแผนกำรเก็บตัวอย่ำง คือกำรก้ำหนดรูปแบบหรือวิธีกำรเก็บตัวอย่ำง เพื่อให้ได้มำซึ่งน้ำตัวอย่ำงที่
เปน็ ตัวแทนของแหลง่ น้ำท่ตี อ้ งกำรศึกษำ วิธีกำรเก็บตัวอย่ำงนำ้ ท่ใี ช้กนั ทั่วไปมีอยู่ 3 รปู แบบ ดังนคี ือ
ก) การเกบ็ ตัวอยา่ งแบบจ้วง (grab sampling)
เป็นกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำครังเดียวที่จุดใดจุดหน่ึงในช่วงเวลำที่ก้ำหนด (รูปที่ 4.4) กำรเก็บ
ตัวอย่ำงวิธีนีเหมำะส้ำหรับน้ำตัวอย่ำงท่ีมีคุณภำพไม่ผันแปรตำมเวลำ เช่น แหล่งน้ำดิบส้ำหรับผลิต
ประปำ น้ำบ่อลึก หรือใช้ในกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำท่ีไม่ได้มีกำรไหลอย่ำงต่อเน่ือง (discrete discharge)
เช่น น้ำทิงที่มีกำรระบำยออกเป็นครังครำวอันเนื่องมำจำกกระบวนกำรผลิตไม่เกิดขึนต่อเนื่อง
นอกจำกนียังใช้เป็นวิธีกำรเก็บตัวอย่ำงเพ่ือบังคับใช้กฎหมำยทังกำรควบคุมกำรระบำยน้ำทิงจำกกำร
แหล่งก้ำเนิดมลพิษต่ำงๆ ไม่ว่ำจะเป็นโรงงำนอุตสำหกรรมจ้ำพวกท่ี 2 และ 3 ฟำร์มสุกร กำร
เพำะเลยี งสัตวน์ ้ำ กำรทำ้ นำขำ้ ว รวมทังใชเ้ ป็นวิธกี ำรเก็บตัวอย่ำงเพื่อตรวจสอบว่ำน้ำทิงท่ีระบำยออก
ภำยนอกสถำนประกอบกำร ณ จุดใดจดุ หนึง่ มผี ลกระทบต่อคุณภำพน้ำในแหล่งน้ำธรรมชำตหิ รือไม่
ขอ้ ดี ใช้เวลำไมน่ ำนในกำรเก็บตวั อย่ำง และไมย่ ุ่งยำก
ขอ้ เสยี ผลทไี่ ดจ้ ำกกำรวิเครำะห์จะเปน็ สมบัตขิ องนำ้ ณ จุดทีเ่ กบ็ ตวั อย่ำงและภำยในระยะเวลำ
ที่เก็บตวั อยำ่ งเท่ำนนั
ข) การเก็บตัวอย่างแบบผสม (composite sampling)
เปน็ กำรเกบ็ ตัวอย่ำงน้ำแบบจว้ งจำกจดุ เดียวกนั แตเ่ วลำตำ่ งกัน เช่น เก็บทุกช่ัวโมงในเวลำ
8 ชั่วโมง หรือเก็บทกุ 2 ชั่วโมงใน 1 วัน หลังจำกนันจึงน้ำตัวอย่ำงน้ำที่เก็บจำกช่วงเวลำต่ำง ๆ และมี
กำรรักษำสภำพใหค้ งที่มำผสมรวมกนั (รปู ท่ี 4.4ข) โดยปริมำตรของน้ำตัวอย่ำงที่น้ำมำผสมร่วมกันจะ
~ 90 ~
เป็นสัดส่วนโดยตรงกับอัตรำกำรไหลของน้ำในช่วงเวลำนัน ๆ นั่นคือหำกอัตรำกำรไหลมำก ปริมำตร
ของน้ำตวั อยำ่ งท่นี ำ้ มำผสมในช่วงเวลำนันก็มำกดว้ ย และหำกอตั รำกำรไหลน้อย ปริมำตรที่น้ำมำผสม
ก็น้อย กำรเก็บตัวอย่ำงวิธีนีเหมำะส้ำหรับน้ำตัวอย่ำงท่ีมีคุณภำพน้ำผันแปรไปตำมกิจกรรมปฏิบัติใน
แต่ละช่วงเวลำ เช่นน้ำเสียจำกแหล่งก้ำเนิดต่ำงๆ ไม่ว่ำจะเป็น ชุมชน โรงงำนอุตสำหกรรม ซ่ึงจะมี
กิจกรรมปฏิบัติเปลี่ยนไปตำมช่วงเวลำของวัน วิธีกำรนีจึงใช้เป็นวิธีกำรเก็บตัวอย่ำงในกำรประเมิน
ควำมเข้มข้นโดยเฉลี่ยของมลพิษท่ีเกิดขึน ตลอดจนประเมินประสิทธิภำพของระบบบ้ำบัดน้ำเสียจำก
นิคมอตุ สำหกรรม ระบบบ้ำบัดน้ำเสียรวมของชุมชน และฟำรม์ สกุ ร
ขอ้ ดี ประหยัดเวลำและค่ำใช้จ่ำยของสำรเคมีในกำรเก็บตัวอย่ำงและกำรวิเครำะห์
นอกจำกนียงั ทรำบปรมิ ำณมลพษิ โดยเฉล่ยี ในน้ำ
ข้อเสยี ใช้เวลำในกำรเก็บตัวอย่ำงนำนกว่ำกำรเก็บตัวอย่ำงแบบ ก) อีกทังผู้เก็บตัวอย่ำง
จำ้ เปน็ ต้องมีควำมรคู้ วำมเข้ำใจเก่ียวกับวธิ กี ำรวัดอัตรำกำรไหลของน้ำและกำรผสมรวม
ก่อนออกเก็บตัวอย่ำง เนื่องจำกต้องน้ำไปใช้ค้ำนวณปริมำตรของน้ำตัวอย่ำงที่ต้องใช้
ผสม นอกจำกนีอำจเกดิ ควำมสูญหำยของสำรบำงชนิด เช่นไขมันและน้ำมัน ในระหว่ำง
กำรถำ่ ยตวั อยำ่ งน้ำทเี่ กบ็ ในแต่ละช่วงเวลำรวมกนั ในถงั รวม
(ก) (ข) (ค)
รูปที่ 4.4 แผนภาพอยา่ งง่ายแสดงวธิ กี ารทว่ั ไปในการเกบ็ น้าตัวอย่าง
Note. From NWP104A: Sample and test water sources and quality, by Commonwealth of
Australia, Retrieved from
https://www.dlsweb.rmit.edu.au/toolbox/splash/toolbox_11_04/uoc4/html/p1samp_types.htm
ค) การเกบ็ ตัวอยา่ งแบบรวมแตล่ ะจดุ เกบ็ (integrated sampling)
เป็นกำรเก็บตัวอย่ำงแบบจ้วงจำกหลำยๆ จุดเก็บของแหล่งน้ำในช่วงเวลำเดียวกัน หรือ
ในเวลำทีใ่ กลก้ ันทสี่ ุด แลว้ นำ้ ตัวอยำ่ งน้ำจำกหลำยๆ จุดมำผสมรวมกันเป็นตัวอย่ำงเดียว (รูปที่ 4.4ค)
โดยปริมำตรของน้ำตัวอย่ำงท่ีน้ำมำผสมรวมกันจะเป็นสัดส่วนโดยตรงกับระดับควำมลึก นั่นคือหำก
ระดับควำมลึกมำก ปริมำตรของน้ำตัวอย่ำงท่ีเก็บ ณ จุดนันก็มำกด้วย และหำกระดับควำมลึกน้อย
ปริมำตรน้ำท่ีเก็บเพื่อน้ำมำผสมก็น้อย ตัวอย่ำงท่ีจ้ำเป็นต้องเก็บโดยวิธีนี ได้แก่กำรเก็บตัวอย่ำงจำก
แม่น้ำล้ำธำร ซ่ึงมีคุณภำพน้ำแปรผันตำมควำมกว้ำงและลึก รวมไปถึงน้ำเสียจำกโรงงำนท่ีมี
กระบวนกำรผลิตมำกกว่ำ 1 ประเภทอยู่ภำยในพืนที่โรงงำน ท้ำให้ต้องมีกำรรวบรวมน้ำเสียจำก
กระบวนกำรผลิตทังหมด ข้อดีของวิธีกำรเก็บตัวอย่ำงแบบนีคือ ประหยัดเวลำและค่ำใช้จ่ำยในกำร
วิเครำะห์ ได้ตัวอยำ่ งท่เี ป็นตัวแทนคณุ ภำพนำ้ ของแหล่งนำ้ แตม่ ีขอ้ จำ้ กดั ที่ส้ำคัญคอื มีขันตอนกำรเก็บ
ทยี่ ่งุ ยำกกว่ำ ผปู้ ฏบิ ตั ิงำนต้องทรำบข้อมูลทำงอุทกวิทยำของแหล่งน้ำ โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งควำมลึก อีก
ทังตอ้ งมอี ุปกรณก์ ำรเก็บตวั อย่ำง ณ ระดับควำมลกึ ทต่ี อ้ งกำร โดยไม่มีกำรปะปนกับน้ำเบืองบน ได้แก่
Van Dorn Water Sampler (รูปท่ี 4.5ก) หรอื Kemmerer water sampler รปู ท่ี 4.5(ข)
~ 91 ~
(ก) Van Dorn water Sampler (ข) Kemmerer water Sampler
รปู ท่ี 4.5 อปุ กรณ์การเกบ็ น้าตัวอย่างตามระดบั ความลึก
Note. From Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater (21st edition, p. 10-
5), by Eaton et al. (Eds), 2005, Washington, D.C. : American Public Health Association, American
Water Works Association and Water Environment Federation.
6) การระบุเทคนคิ การเกบ็ ตวั อยา่ ง
เทคนิคกำรเก็บตัวอย่ำงเป็นสิ่งท่ีเจ้ำหน้ำที่เก็บตัวอย่ำงควรทรำบ หรือในบำงประเด็น
จ้ำเปน็ ตอ้ งมกี ำรระบุไว้ในแผนกำรเก็บตัวอย่ำง เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงำนสำมำรถด้ำเนินกำรได้อย่ำงถูกต้อง
เนื่องจำกเทคนิคกำรเก็บตัวอย่ำงอำจมีควำมแตกต่ำงกันขึนกับพำรำมิเตอร์ /ดัชนีชีวัดคุณภำพน้ำท่ี
ต้องกำรจะวเิ ครำะห์ ซึ่งเทคนิคทัว่ ไปในกำรเกบ็ ตัวอย่ำงสำมำรถสรปุ ไดด้ ังนี
- การบรรจุน้าตวั อยา่ งลงในขวดเก็บตัวอย่าง ใช้ขวดเก็บตัวอย่ำงที่ปิดฝำอยู่ตลอดเวลำ เม่ือ
จะเก็บตัวอย่ำงจึงเปิดฝำ โดยวำงฝำขวดตัวอย่ำงแบบหงำยขึนเพื่อลดกำรปนเป้ือน ควรกลัวขวดเก็บ
ตัวอย่ำงด้วยน้ำตัวอย่ำงอย่ำงน้อย 2-3 ครัง ก่อนบรรจุน้ำตัวอย่ำงลงในขวดเก็บ ยกเว้นในกรณีกำร
เก็บตัวอย่ำงเพื่อวิเครำะห์บำงดัชนี เช่นขวดบรรจุตัวอย่ำงที่ต้องกำรวิเครำะห์ปริมำณสำรพิษ ยำฆ่ำ
แมลง ซง่ึ มีกำรล้ำงขวดดว้ ย Acetone และ Hexane มำแลว้ หรือขวดเก็บตัวอย่ำงทำงแบคทีเรียท่ีอบ
ควำมร้อนฆ่ำเชือแล้ว ไม่จ้ำเป็นต้องกลัวขวด รวมไปถึงกรณีที่ขวดเก็บตัวอย่ำงมีกำรเติมสำรก้ำจัด
คลอรีนหรือสำรจ้ำเป็นอ่ืนๆอยู่ และเมื่อเก็บน้ำตัวอย่ำงแล้วต้องรีบปิดฝำขวดทันที แล้วน้ำเทปมำพัน
ให้รอบคอขวดและปิดคำดขวำงจกุ ขวดอกี ครงั
- ปริมาตรน้าตัวอยา่ งท่ีควรบรรจุในขวดเก็บตัวอย่าง ปริมำตรน้ำที่จะบรรจุลงในขวดนันจะ
มำกหรือน้อยขึนอยู่กับดัชนีที่จะตรวจวิเครำะห์ โดยจะเก็บตัวอย่างน้าจนเต็มขวดและปิดฝำให้สนิท
ส้ำหรบั กำรตรวจวิเครำะหพ์ ำรำมิเตอร์ท่มี กี ำรเปล่ยี นแปลง/ถูกออกซิไดซ์ได้ง่ำยด้วยอำกำศ เช่น BOD,
DO, acidity หรือ alkalinity รวมทังพำรำมิเตอร์ท่ีมีกำรรักษำสภำพด้วยกำรแช่เย็นไม่เกิน 4oC เช่น
สำรก้ำจัดศัตรูพืช NO2-N ของแข็ง (TS, SS, TDS) และ ไม่ควรเก็บเต็มขวด เพรำะต้องเหลือที่ว่ำง
สำ้ หรับกำรเติมสำรเคมีรักษำสภำพตัวอย่ำงและกำรเขย่ำผสมให้เข้ำกัน ได้แก่ COD, TN, TKN, NH3-
N, NO3-N, TP, FOGs, โลหะหนัก รวมไปถึงกรณีกำรตรวจวิเครำะห์ทำงจุลชีววิทยำ เช่น TCB และ
FCB ซงึ่ ควรเว้นชอ่ งว่ำงในขวดไว้ประมำณ 1 ใน 5 ส่วน ส้ำหรบั ให้มีอำกำศเพือ่ ไว้ให้จุลนิ ทรียห์ ำยใจ
- ปริมาณตัวอย่างน้าท่ีต้องเก็บมาเพื่อวิเคราะห์ ปริมำณตัวอย่ำงน้ำท่ีต้องเก็บรวบรวมจะ
ขึนอยู่กับวัตถุประสงค์ของกำรเก็บตัวอย่ำงและจ้ำนวนพำรำมิเตอร์หรือดัชนีชีวัดคุณภำพน้ำที่ จะต้อง
วเิ ครำะห์ ตำรำงท่ี 4.5 แสดงปรมิ ำณตวั อย่ำงน้ำท่ีควรเก็บและปริมำณตัวอย่ำงน้ำท่ีน้อยท่ีสุดท่ีจะต้อง
~ 92 ~
ตารางที่ 4.5 ปรมิ ำณตวั อย่ำงน้ำและชนดิ ของขวดเก็บตัวอย่ำงนำ้ ทีค่ วรใช้ในกำรวเิ ครำะห์แตล่ ะดัชนี
ดชั นที ่วี เิ ครำะห์ ปรมิ ำณตัวอยำ่ งน้ำ ชนดิ ขวดเกบ็ กำรรกั ษำสภำพตัวอย่ำง
นอ้ ยที่สดุ ทตี่ อ้ ง ตวั อย่ำง
Acidity-Alkalinity P, G(B) แช่เยน็ ท่อี ณุ หภูมิ 4oC
BOD เกบ็ (mL) P, G แช่เย็นทอ่ี ุณหภูมิ 4oC
Bromide 100-200 P, G
Carbon, Total Organic 1,000 G(B) -
วิเครำะห์ทนั ที หรอื เติม HCl, H3PO4
Carbon dioxide 100 P, G หรอื H2SO4.ให้ pH <2 แล้วแช่เยน็
COD 100 P, G
วิเครำะห์ทนั ที
Chloride 100 P, G วเิ ครำะหท์ ันที หรือเติม H2SO4.ให้
Chlorine, total residue 100 P, G pH <2 แล้วแช่เยน็ ทีอ่ ณุ หภูมิ 4oC
Color P, G
Specific conductance 50 P, G -
Cyanide, Total 500 P, G วิเครำะห์ทนั ที
500 แชเ่ ยน็ ท่ีอุณหภมู ิ 4oC
Fluoride 500 P แชเ่ ยน็ ท่ีอุณหภมู ิ 4oC
Hardness 1,000 P, G เตมิ NaOH ให้ pH>12 และแช่เยน็
ทีอ่ ุณหภมู ิ 4oC
Iodine 100 P, G
Metals: General 100 P(A), G(A) -
เติม HNO3 หรอื H2SO4 ให้ pH <2
500 P(A), G(A)
1,000 P(A), G(A) แล้วแชเ่ ย็นที่อุณหภูมิ 4oC
วิเครำะหท์ ันที
Chromium (VI) 1,000 P(A), G(A)
Copper ดว้ ยเทคนิคกำรเทียบ 1,000 สำ้ หรับโลหะละลำยได้ ให้กรองน้ำ
สี 1,000 P, G ทนั ที และเติม HNO3 ให้ pH <2
Mercury 500
100 P, G แลว้ แช่เย็นทอ่ี ุณหภูมิ 4oC
Ammonia แช่เย็นที่อุณหภูมิ 4oC
200 P, G แช่เยน็ ที่อณุ หภมู ิ 4oC
Nitrate 100
P, G เติม HNO3 ให้ pH <2 แลว้ แช่เย็นที่
Nitrate+Nitrite 500 อุณหภูมิ 4oC
P, G
Nitrite วิเครำะห์ทันที หรอื เติม H2SO4 แช่
เยน็ ทอ่ี ณุ หภมู ิ 4oC
Organic, Kjeldahl
วเิ ครำะห์ทันที หรอื แช่เยน็ ที่
อุณหภมู ิ 4o
เติม H2SO4 ให้ pH <2 แลว้ แชเ่ ยน็ ที่
อุณหภมู ิ 4oC
วิเครำะห์ทันทีหรอื แชเ่ ย็นท่ี
อณุ หภูมิ 4o
วเิ ครำะห์ทันที หรอื แชเ่ ย็นที่อุณหภูมิ
4oC
Oil and Grease 1,000 ขวดแก้วปำกกว้ำง เตมิ HCl หรอื H2SO4 ให้ pH<2
แล้วแชเ่ ย็นท่อี ณุ หภมู ิ 4oC
~ 93 ~
ตารางที่ 4.5 (ต่อ)
ดชั นีที่วเิ ครำะห์ ปรมิ ำณตัวอยำ่ งน้ำ ชนิดขวดเกบ็ กำรรกั ษำสภำพตัวอย่ำง
น้อยทสี่ ดุ ที่ตอ้ งเก็บ ตวั อยำ่ ง
Oxygen, Dissolved วดั ในภำคสนำมทันที
- Elcectrode (mL) G, BOD bottle เตมิ สำรตรึงออกซเิ จน
- Winkler 300
Ozone G วิเครำะห์ทนั ที
Pesticides 1,000 G(S), TFE-lined แช่เยน็ ที่อุณหภูมิ 4oC หรือเตมิ
1,000 ascorbic acid 1000 มลิ ลิกรมั
cap
pH ต่อลติ ร หำกมีคลอรีนตกคำ้ ง
Phenols
50 P, G วดั ทันทใี นภำคสนำม
Phosphorus, total
500 P, G เติม H2SO4 ให้ pH<2 แล้วแช่
phosphates เย็นทอ่ี ุณหภมู ิ 4oC
100 P, G เติม H2SO4 ให้ pH<2 แลว้ แช่
เยน็ ทอี่ ุณหภมู ิ 4oC
100 G(A) สำ้ หรับฟอสเฟตละลำยได้ ให้
กรองนำ้ ทนั ที และ แลว้ แช่เยน็
ทอี่ ณุ หภูมิ 4oC
Salinity 240 G, Wax seal วัดทันทใี นภำคสนำม
แชเ่ ย็นทอี่ ณุ หภมู ิ 4oC
Silica 200 P(PTFE), Quartz
Solids 200 P, G แช่เยน็ ที่อุณหภมู ิ 4oC
Sulfide 100 P, G เตมิ 4 หยดของ 2 N Zinc
acetate/100 mL เติม NaOH
ให้ pH > 9 แลว้ แช่เย็นที่
อณุ หภูมิ 4oC
100 P, G แชเ่ ยน็ ท่ีอุณหภูมิ 4oC
Sulfate
Temperature - P, G วดั ทนั ทใี นภำคสนำม
Turbidity - P, G แชเ่ ย็นในที่มดื และวดั ภำย 24
ชั่วโมงหลงั เก็บตัวอย่ำง
Note. Adapted from Standard Methods for the Examination of Water and Wastewater (21st
edition, p. 1-33, 1-34), by Eaton et al., 2005, Washington, D.C. : American Public Health
Association, American Water Works Association and Water Environment Federation.
†P=พลำสตกิ ชนิดโพลีเอทลิ ีน หรอื เทียบเท่ำ, G=แก้ว, P(A)=พลำสตกิ ทลี่ ำ้ งดว้ ยกรดไนตรกิ (1:1),
G(A) = แก้วที่ล้ำงดว้ ยกรดไนตรกิ (1:1), G(B) = แก้วชนดิ โบโรซิลเิ กต
เก็บเพ่ือใช้ในกำรวเิ ครำะหค์ ่ำต่ำงๆ ซึ่งข้อมูลเหล่ำนีสำมำรถใช้ในกำรประมำณกำรปริมำณตัวอย่ำงน้ำ
ท่ีจะต้องเก็บ โดย ฉ ต้องกำรวิเครำะห์ดัชนีคุณภำพน้ำหลำยพำรำมิเตอร์ ส้ำหรับกำร
~ 94 ~
เก็บตัวอย่ำงแบบผสมและแบบรวมแต่ละจุดเก็บ ปริมำณตัวอย่ำงน้ำท่ีจะเก็บจะขึนอยู่กับอัตรำกำร
ไหลของน้ำดว้ ย
- เทคนิคการเกบ็ ตวั อยา่ งจาเพาะสาหรับดัชนบี างประเภท ได้แก่กำรวิเครำะห์ปริมำณไขมัน
และน้ำมัน (FOGs) ให้เก็บตัวอย่ำงท่ีผิวน้ำ ในกรณีของน้ำตัวอย่ำงที่จะวิเครำะห์ทำงแบคทีเรียมักจะ
เกบ็ ที่ควำมลึกจำกผิวน้ำประมำณ 30 เซนติเมตร โดยกำรจ้วงเก็บด้วยมือ (Manual sampling) หรือ
ใช้อุปกรณ์เก็บตัวอย่ำง เช่น Kemmerer depth sampler หรือจะใช้เคร่ืองมือท่ีเรียกว่ำ Weighted
bottle Frame ส้ำหรบั เกบ็ ตัวอยำ่ งทำงแบคทีเรยี โดยเฉพำะก็ได้
7) การก้าหนดวธิ ีการเก็บรกั ษาสภาพตัวอย่างในภาคสนาม
กำรรักษำสภำพ (preservation) เป็นขันตอนส้ำคัญที่ด้ำเนินกำร ภำยหลังเสร็จสินกำรเก็บ
ตัวอย่ำงน้ำและไม่สำมำรถวิเครำะห์พำรำมิเตอร์/ดัชนีชีวัดคุณภำพน้ำได้ทันที โดยมีจุดมุ่งหมำยคือ
รักษำคุณภำพน้ำของตัวอย่ำงให้มีค่ำคงที่ หรือมีกำรเปล่ียนแปลงเกิดขึนน้อยสุด ก่อนน้ำไปวิเครำะห์
ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร ซง่ึ กำรเปล่ียนแปลงของตัวอย่ำงน้ำท่ีจ้ำเป็นต้องป้องกันได้แก่ กำรเปลี่ยนแปลงทำง
กำยภำพ (กำรระเหย กำรดูดซับ กำรตกตะกอน) กำรเปลี่ยนแปลงทำงเคมี (ปฏิกิริยำต่ำงๆที่เกิดขึน)
และชะลอกระบวนกำรทำงชีวภำพ โดยเทคนิคกำรรกั ษำสภำพมอี ยู่ 2 วิธีคือ
- การแช่เย็นตัวอย่างน้าท่ีอุณหภูมิไม่เกิน 4oC เพื่อลดหรือยับยังกำรท้ำงำนของจุลินทรีย์
ชั่วครำว รวมทงั ลดอัตรำกำรเปลี่ยนแปลงทำงกำยภำพและทำงเคมี
- การเตมิ สารเคมรี ักษาสภาพตวั อย่างน้า เพื่อป้องกัน ป้องกันกำรตกตะกอนของสำร และ/
หรือยับยงั กำรท้ำงำนของจลุ นิ ทรยี ์ โดยวิธกี ำรนีมักใชค้ วบคู่กับกำรแชเ่ ย็นตวั อย่ำงน้ำด้วย ตัวอย่ำงของ
สำรเคมที ่ีใช้ในกำรรกั ษำสภำพและกลไกกำรรักษำสภำพของสำรเคมีนันๆ ดังแสดงในตำรำงท่ี 4.6
นอกจำกนีกำรเลือกใช้ภำชนะให้เหมำะสมกับค่ำดัชนีท่ีวิเครำะห์ เป็นแนวทำงหนึ่งท่ีป้องกำร
กำรเปลีย่ นแปลงของตัวอยำ่ งน้ำอันเน่อื งมำจำกกำรดดู ซับของสำรเคมีท่ีตอ้ งกำรวิเครำะห์ท่ีผวิ ภำชนะ
ตารางที่ 4.6 ชนดิ ชองสำรเคมปี รับสภำพและกลไกกำรยบั ยงั กำรเปลยี่ นแปลง
ชนิดของสำรเคมี กลไกกำรรกั ษำสภำพ ดัชนีคณุ ภำพน้ำทวี่ เิ ครำะห์
HNO3 - ป้องกนั กำรตกตะกอนของโลหะ - โลหะ
H2SO4 - ยับยังกำรเจรญิ เตบิ โตของจุลินทรยี ์ - สำรอินทรยี ์ (COD, FOGs, TOC)
- สรำ้ งเกลอื โดยจับกับเบสในรปู สำรอินทรยี ์ - แอมโมเนยี เอมีน
NaOH - ท้ำให้เกิดเปน็ เกลอื โดยจบั กับสำรระเหยงำ่ ย - ไซยำไนด์ กรดอนิ ทรยี ์
HgCl2 - ยับยงั กำรเจริญเติบโตของจลุ นิ ทรีย์ - ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส
หมายเหตุ. จำก คู่มือวิเคราะห์น้าเสีย (พิมพ์ครังท่ี 4, น.14) โดย ธงชัย พรรณสวัสดิ์ และวิบูลย์ลักษณ์ วิสุทธิศักดิ์,
2547, กรุงเทพฯ : สมำคมวิศวกรรมส่งิ แวดลอ้ มแหง่ ประเทศไทย.
4.3.2 การเตรียมอปุ กรณ์และสารเคมีทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การเกบ็ ตัวอยา่ งน้า
อปุ กรณ์และสำรเคมที ีเ่ ก่ียวข้องกบั กำรเกบ็ ตวั อยำ่ งนำ้ สำมำรถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 กลมุ่ ดงั นีคอื
1) อุปกรณส์ า้ หรับการเก็บตวั อยา่ งน้า ประกอบดว้ ย
- ขวดเก็บตัวอย่างน้า ซึ่งชนิดของขวดมีควำมเหมำะสมกับพำรำมิเตอร์ท่ีจะวิเครำะห์ดัง
แสดงในตำรำงที่ 4.5
- อุปกรณ์และเครื่องมือในการเก็บตัวอย่าง เช่น อุปกรณ์ส้ำหรับจ้วงตักเก็บตัวอย่ำงน้ำ
แบบดำ้ มยำว เครือ่ งมอื เกบ็ ตวั อย่ำงน้ำพรอ้ มเชอื กผูก ถังนำ้ สำ้ หรับใส่ขวดเก็บตัวอย่ำงขณะท้ำกำรเก็บ
ตัวอยำ่ ง ถงุ มอื ยำง กรวยหรอื กระบวยสำ้ หรับกรอกนำ้ ตวั อย่ำงลงขวดเก็บตัวอยำ่ งน้ำ
~ 95 ~
- อุปกรณ์สาหรับติดฉลากขวดเก็บตัวอย่างน้า เช่นฉลำกติดขวดตัวอย่ำง กระดำษกำว
ปำกกำบันทึกข้อมลู ปำกกำสีไม่ละลำยน้ำ กลอ่ งพลำสติกใสอ่ ุปกรณ์
- อุปกรณ์สาหรับบันทึกข้อมูลในภาคสนาม เช่นสมุดบันทึก ตำรำงบันทึกส้ำเร็จรูปพร้อม
แฟ้ม ปำกกำ
2) อปุ กรณแ์ ละสารเคมใี นการรักษาสภาพตวั อย่างน้า
- สารเคมีในการรักษาสภาพ ไดแ้ กก่ รดซลั ฟวิ รกิ กรดไนตริก สำรเคมีส้ำหรับตรึงออกซิเจน
(MnSO4 และ Alkaline-Iodide-Azide)
- กระบอกฉดี น้ากลั่น เพือ่ ทำ้ ควำมสะอำดอุปกรณ์
- บริภัณฑ์เครอ่ื งแก้ว เช่น ปเิ ปตพร้อมลูกยำง กระบอกตวง บีกเกอร์
3) อปุ กรณแ์ ละเครอื่ งมอื สา้ หรบั การตรวจวัดและบันทึกขอ้ มลู ในภาคสนาม
- เคร่ืองมือตรวจวัดคุณภาพน้าในภาคสนาม ได้แก่เคร่ืองวัดค่ำควำมเป็นกรด–ด่ำง (pH
Meter) เครื่องมือวัดค่ำควำมเค็ม กำรน้ำไฟฟ้ำและอุณหภูมิ (SCT Meter) เคร่ืองวัดค่ำควำมขุ่น
(Turbidity meter)
- เครือ่ งมือวัดพิกดั ทางภูมศิ าสตร์ (GPS) โดยเลอื กเปน็ ระบบ UTM, WGS 1984
- อุปกรณ์อ่ืนๆ ได้แก่ กล้องถ่ำยรูป กระดำนรองเขียน แบบฟอร์มกำรบันทึกรำยละเอียด
ของแหลง่ นำ้ และผลกำรตรวจวดั คุณภำพน้ำเบอื งตน้
4) อปุ กรณ์ส้าหรบั การขนส่งตวั อยา่ งน้า
- อุปกรณ์ส้ำหรับเก็บรักษำตัวอย่ำงน้ำ ได้แก่ ถุงพลำสติกส้ำหรับใส่ขวดตัวอย่ำงน้ำพร้อม
ยำงรดั กล่องรักษำควำมเยน็ สำ้ หรับเกบ็ รกั ษำตัวอยำ่ งน้ำ นำ้ แขง็ ส้ำหรบั รกั ษำสภำพตวั อยำ่ งน้ำ
- แบบฟอร์มใบส่ง/รับตัวอย่าง พร้อมซองพลำสติกส้ำหรับใส่ใบส่ง/รับตัวอย่ำงไม่ให้เปียก
น้ำ
- อุปกรณ์อน่ื ๆ เชน่ สกอ๊ ตเทปเพอื่ ปดิ รอบกลอ่ งรกั ษำควำมเย็น คัตเตอร์
4.3.3 การด้าเนนิ การเกบ็ ตวั อยา่ งน้า
ในกำรออกเก็บตัวอย่ำงน้ำแต่ละครัง นอกจำกจะด้ำเนินกำรเก็บตัวอย่ำงน้ำแล้ว จะต้องเก็บ
บนั ทึกข้อมลู ทเ่ี กยี่ วข้องกับแหล่งท่มี ำของนำ้ ตัวอย่ำง รวมทังบันทึกพิกัดทำงภูมิศำสตร์และบันทึกภำพ
สถำนท่ีโดยรอบด้วย เพื่อจะได้น้ำไปใช้ประกอบในกำรสรุปผลกำรด้ำเนินงำน โดยรำยละเอียดกำร
ด้ำเนินงำนเกบ็ ตัวอย่ำงน้ำแบ่งเป็น 3 ชว่ งดังนี
1) ก่อนเกบ็ ตัวอย่างน้า
เตรียมอุปกรณ์ตรวจวัดในภำคสนำมที่ปรบั เทยี บเครื่องมือใหพ้ ร้อมใชง้ ำน เตรียมน้ำแข็งใส่
กล่องเก็บรักษำควำมเย็นส้ำหรับกำรเก็บรักษำตัวอย่ำงน้ำ และติดฉลำกที่สำมำรถกันน้ำได้ข้ำงขวด
เก็บตัวอย่ำง โดยข้อมูลส้ำคัญท่ีควรบันทึกรำยละเอียดไว้ได้แก่ ชื่อโครงกำร กิจกรรม-วัตถุประสงค์ที่
ท้ำกำรเก็บ, สถำนที่เก็บตัวอย่ำง เช่นช่ือโรงงำน/ชื่อแหล่งน้ำ, ประเภทของน้ำตัวอย่ำง (ระบุน้ำทิง
จำกแหล่งกำ้ เนดิ ใด หรือประเภทของแหล่งน้ำ), วัน-เวลำของกำรเก็บตัวอย่ำง รวมไปถึงควำมถ่ี, ดัชนี
หรือพำรำมิเตอร์ที่ตอ้ งกำรวเิ ครำะห์, วธิ ีกำรรกั ษำสภำพตวั อย่ำง และชอื่ -สกลุ ของผู้เก็บตวั อยำ่ ง