151
27 เขา้ ใจวา่ ความขดั แย้งเป็นความสรา้ งสรรค์
28 มีความสามารถและทกั ษะท่ีหลากหลาย
29 สามารถรบั ฟังคำติชมและการถูกวพิ ากษว์ จิ ารณ์
30 ทำงานได้ดเี ม่ือมกี ารแขง่ ขนั สูงภายใตแ้ รงกดดัน
31 ปรบั ภาษากาย (ทำงานอย่างร่าเรงิ ย้ิมงา่ ย หัวเราะง่าย)
32 มีวินัยในการใช้เวลาอยา่ งรดั กุมและตรงประเดน็
33 มคี วามสามารถในการทำงานในสภาวะที่ไม่ปกติ
34 มคี วามสามารถในการประสานงานระหว่างสายงานหรือขา้ มทีม
1.2 แนวการพฒั นาทกั ษะภาวะผูน้ ำแบบร่วมกนั ของนักเรียน
1. นําโดยตวั อยา่ ง (Lead By Example)
2. มีการเฉลิมฉลองความสำเรจ็ (Celebrate Successes)
3. เปดิ การส่อื สาร (Open Up Communication)
4. สร้างวสิ ยั ทศั น์ร่วมกัน (Establish A Shared Vision)
5. ให้ความสำคญั กับภาษากาย (Watch Body Language.)
7. ใหร้ างวัลการทำงานร่วมกัน (Reward Collaboration)
8. ให้เวลากบั การสรา้ งทีม (Make Time For Team Building)
9. ทำความรจู้ ักกบั ทีม (Get To Know Team)
10. กีดกนั การแขง่ ขันภายใน (Discourage Internal Competition)
11. เห็นดว้ ยกับเป้าหมายของทมี (Agree On Team Goals)
12. สรา้ งพน้ื ที่สำหรบั นวัตกรรม (Create Space For Innovation)
13. หาเวลาและพืน้ ทเ่ี พื่อความสนุก (Make Time & Space For Fun)
14. ชว่ ยคน้ หา (Help Seeking) เม่อื มปี ัญหาสามารถติดต่อขอความช่วยเหลอื
15. ให้ความช่วยเหลอื (Help Giving) เต็มใจใหค้ วามช่วยเหลอื เพ่ือนรว่ มงาน
16. นำจากระดบั บน (Lead From The Top Down)
17. สง่ เสริมการให้คำปรกึ ษา (Encourage Mentoring)
18. เสนอการมองแง่บวกและรางวลั (Offer Positivity And Rewards)
19. มีเทคโนโลยที ่เี หมาะสม (Have The Right Technology In Place)
20. มงุ่ เน้นไปท่กี ารสร้างความไว้วางใจ (Focus On Building Trust.)
21. ช่วยใหผ้ คู้ นพัฒนาความสมั พันธ์ (Help People Develop Relationships.)
22. เนน้ พันธกจิ (Emphasize Mission Statement)
152
23. ส่งเสริมการป้อนข้อมลู ที่สร้างสรรค์ (Invite Constructive Input)
24. ใสใ่ จกบั ความพยายามของทีม (Pay Attention To Team Efforts)
25. ปลกู ฝงั จติ วิญญาณความเป็นชุมชน (Cultivate A Community Spirit)
26. ตระหนักถึงพลังความสมั พันธ์ (Recognize The Power Of Relationships)
27. สื่อสารอย่างชดั เจนและบอ่ ยคร้ัง (Communicate Clearly And Often)
28. ใชเ้ สียงท่ีนุ่มนวลและอบอนุ่ (Use A Smooth And Warm Tone Of Voice)
29. ส่งเสริมความร้สู ึกของการรวมอย่ดู ว้ ยกนั (Promote A Sense Of Inclusion)
30. เรียนร้ทู ี่จะถอยออกจากโครงการ เพื่อพจิ ารณาทำส่งิ ใหม่ (Learn To Step Back
From A Project)
31. สนบั สนุนแนวปฏบิ ตั กิ ารทำงานรว่ มกัน (Support Collaboration Practice)
32. สง่ เสรมิ การทำงานร่วมกนั ในแผนกต่างๆ (Encourage Collaboration Across
Departments)
33. ใชค้ วามหลากหลายในการแก้ปัญหา (Utilise Diversity In Problem Solving.)
34. ปลูกฝังการเปดิ กว้างและความโปรง่ ใส (Cultivate Openness And Transparency)
35. สร้างวัฒนธรรมการแบ่งปันความคิดท่ีปราศจากการตดั สิน (Establish A
Judgement-Free Idea-Sharing Culture)
36. ทำในสง่ิ ทีแ่ สดงใหท้ ุกคนเห็นว่าต้องทำอยา่ งไร (Set The Example)
37. สรา้ งกลยทุ ธ์การทำงานรว่ มกันโดยคำนึงถงึ ความเป็นมนุษย์ (Build Collaboration
Strategy Around The Human Element.)
38. ใช้เคร่อื งมือรองรบั รปู แบบการทำงานรว่ มกนั ท่แี ตกตา่ งกนั (Accommodate
Different Collaboration Styles)
39. เน้นจุดแข็งของสมาชิกในทีม (Highlight Team Members’ Strengths)
40. ชี้แจงเป้าหมาย บทบาท และความรับผดิ ชอบ (Clarify Goals, Roles And
Responsibilities)
41. ใชก้ ารทำงานร่วมกนั เปน็ กลยุทธก์ ารบรหิ ารองค์กร (Use Collaboration As An
Organizational)
42. ระบแุ ละใช้เคร่ืองมือการทํางานรว่ มกัน (Identify And Implement Collaborative)
43. อํานวยความสะดวกในการระดมสมองข้ามสายงาน (Facilitate Cross-Functional
Brainstorming)
44. ส่งเสรมิ และให้รางวลั แกผ่ ู้ที่ได้รับข้อมลู จากหลายแหลง่ (Encourage And Reward
People Who Get Input From Several Sources)
153
45. ใหร้ างวัลแกผ่ คู้ นในการแบง่ ปันขอ้ มลู (Reward People For Sharing Information)
46. ใชส้ งิ่ จูงใจเพื่อสง่ เสรมิ นวตั กรรม (Use Incentives To Encourage Innovation)
47. สง่ เสรมิ ผทู้ ีม่ ีทกั ษะในการทาํ งานรว่ มกัน (Promote Those Who Are Skilled In
Collaboration)
48. กําหนดบทบาทและความรับผิดชอบทช่ี ัดเจน (Establish Clearly Defined Roles
And Responsibilities)
49. ส่งเสรมิ การส่อื สารระหว่างหนว่ ยงาน (Encourage Communication Between
Departments)
50. เอาใจเขามาใสใ่ จเรา (Walk A Mile In A Department’s Shoes)
51. รบั ฟงั แนวคิดในทกุ ระดับขององค์กร (Listen To Ideas On All Levels Of The
Organization)
52. จดั ใหม้ กี ารประชมุ รวมเปน็ ประจำ (Set Up Regular Town Hall Meetings)
53. อธิบายสาเหตทุ งี่ านบางอย่างมีความสําคัญ (Explain The Reasons Why Certain
Tasks Are Important)
54. สรา้ งบทบาทและความเช่ยี วชาญทีช่ ัดเจนภายในสภาพแวดล้อมของทีม (Establish
Clear Roles And Specialties Within A Team Environment)
55. สร้างมมุ การทำงานรว่ มกนั ในท่ีทำงาน (Create Collaboration Corners In Office)
56. ตระหนักวา่ การทำงานแบบไซโลสามารถทำลายธรุ กจิ ได้ (Realise That Silos Can
Kill Business)
57. สํารวจปัญหาคอขวดของการทำงานร่วมกัน (Explore Collaboration Bottlenecks)
58. กำหนดขอบเขตการส่อื สารและบรรทดั ฐาน (Set Communication Boundaries
And Norms)
59. สง่ เสรมิ วฒั นธรรมท่ีสนบั สนุนและส่งเสรมิ การทาํ งานรว่ มกัน (Foster A Culture
That Supports And Promotes Collaboration)
60. ผู้จดั การและผู้มสี ว่ นไดส้ ว่ นเสียเป็นแบบอยา่ งและตวั อยา่ งท่ีแทจ้ ริงของผู้ทำงาน
ร่วมกัน (Managers And Stakeholders Are Role Models And True Examples
Of Collaborators.)
61. ส่งเสรมิ การมีสว่ นร่วมอย่างเท่าเทยี มกันผ่านช่องทางการทำงานร่วมกนั (Encourage
Equal Participation Across Collaboration Channels)
154
1.3 ขั้นตอนการพัฒนาทกั ษะภาวะผู้นำแบบรว่ มกันของนกั เรียน
1.3.1 Joseph (2019) ให้ข้อเสนอแนะขั้นตอนการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกัน 7
ขั้นตอน คอื
ขั้นตอนท่ี 1 กำหนดเปา้ หมายและบรรทดั ฐานของกลุ่ม (Establish Group Goals and
Norms)
ขนั้ ตอนที่ 2 ใชก้ ารสนทนาและสุนทรยี สนทนาซ่ึงเป็นการพูดคยุ เพื่อสรา้ งพน้ื ทีแ่ ห่งความ
เปน็ ไปได้หรือความคดิ ใหม่ด้วยการมสี ่วนรว่ มของทกุ คน (Use Discussion
and Dialogue)
ขน้ั ตอนท่ี 3 ทำงานผา่ นความขัดแย้ง (Work through Conflict )
ข้ันตอนท่ี 4 พฒั นากลยทุ ธ์การแก้ปญั หาและการตัดสนิ ใจ (Develop Problem-Solving
and Decision-Making Strategies)
ขน้ั ตอนท่ี 5 มั่นใจว่ารบั ฟงั เสียงจากทุกคน (Assure all Voices are Heard)
ขน้ั ตอนท่ี 6 ถามว่า “จะเป็นอยา่ งไรถา้ ” (Ask, “What If?”)
ขนั้ ตอนที่ 7 ส่ือสารอยา่ งเปิดเผย (Communicate Openly)
1.3.2 Elorus (2018) ให้ข้อเสนอแนะขั้นตอนการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกันของ
นักเรยี น 6 ข้นั ตอน คอื
ขั้นตอนท่ี 1 ทำความรู้จักกับทมี ของคุณ (Get to Know your Team)
ขน้ั ตอนท่ี 2 สร้างภาวะผนู้ ำ (Establish Leadership)
ขน้ั ตอนท่ี 3 จดั กิจกรรมกระชบั ทมี (Organize Team Bonding Activities)
ขั้นตอนท่ี 4 วางแผนร่วมกับทมี (Plan along with the Team)
ขั้นตอนที่ 5 เฉลมิ ฉลองชัยชนะ (Celebrate Victories)
ขน้ั ตอนท่ี 6 เรียนรรู้ ่วมกนั จากความลม้ เหลว (Learn together from Failures)
1.3.3 Dyer และ Dyer (n.d.) ให้ข้อเสนอแนะขั้นตอนการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบ
ร่วมกนั ของนกั เรียน 7 ขนั้ ตอน คอื
ขั้นตอนที่ 1 ใช้กลยุทธ์ทางธรุ กจิ ร่วมกนั และเปา้ หมายร่วม (Collaborative Business
Strategy and Shared Goal)
ขน้ั ตอนท่ี 2 กระบวนการประชุมทมี พลวตั (Collaborative Team Dynamics Meeting
Process)
ข้ันตอนท่ี 3 งานความร่วมมือภายใน (Inner Collaboration Work)
155
ขัน้ ตอนที่ 4 ทักษะการทำงานแบบรว่ มกัน (Collaboration Skills)
ขน้ั ตอนท่ี 5 ความสัมพันธ์ในทมี ร่วมกัน (Collaborative Team Relationships
ข้นั ตอนที่ 6 ทักษะภาวะผู้นำแบบรว่ มกัน (Collaborative Leadership Skills)
ขั้นตอนท่ี 7 ใช้กลยุทธ์ผู้มสี ่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Strategy)
1.3.4 Kashyap (n.d.) ให้ข้อเสนอแนะขั้นตอนการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกันของ
นกั เรยี น 8 ขั้นตอน คือ
ขั้นตอนที่ 1 ระบจุ ุดแข็งของแตล่ ะคน (Identify their Individuals’ Strengths)
ขั้นตอนที่ 2 สรา้ งความคาดหวงั ท่เี ป็นจรงิ และชีแ้ จงเปา้ หมาย (Establish Realistic
Expectations & Clarify Goals)
ขั้นตอนที่ 3 ใช้เคร่อื งมอื การทำงานร่วมกัน (Collaboration Tools)
ขั้นตอนท่ี 4 ส่งเสริมการเปิดใจกว้าง (Encourage Open-Mindedness)
ข้ันตอนที่ 5 ใหร้ างวัลกบั นวตั กรรม (Reward Innovation)
ขน้ั ตอนที่ 6 ฉลองความสำเรจ็ ของทีมแบบสาธารณะ (Celebrate Team Success
Publicly)
ขนั้ ตอนท่ี 7 สนับสนุนความรู้สึกของการเป็นชุมชนทีเ่ ข้มแข็ง (Support a Strong Sense
of Community)
ขน้ั ตอนท่ี 8 กระจายการมอบหมายงาน (Spread the Delegation of Tasks)
2. ลักษณะที่แสดงถึงทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกันของนักเรียน ที่คาดหวังให้เกิด
ขนึ้ กับนักเรียน
ลักษณะที่แสดงถึงทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกันของนักเรียนที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับนักเรียน
พิจารณาได้จากแบบประเมินตนเองของนักเรียนที่เป็นผู้ได้รับผลจากการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบ
ร่วมกันมีลกั ษณะเป็นแบบประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มากท่ีสดุ มาก ปานกลาง น้อย
และน้อยที่สุด ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นจากผลการศึกษาทัศนะเกี่ยวกับลักษณะที่แสดงถึงทักษะภาวะผู้นำ
แบบรว่ มกนั จากทศั นะของจากทศั นะของ Schaub (2011) , Williams (n.d.), Christiansen (2021),
Goman (2017), และ McCombs (2021) และผลการศึกษาทัศนะเกี่ยวกับการประเมินผลสำเร็จ
จากการพัฒนา ภาวะผู้นำแบบร่วมกัน จากทัศนะ Chase (2016), Turning Point (n.d.), และ
Chrislip and Larson (n.d.), โดยแบบประเมินตนเองของนักเรียนดังกล่าวมี “ข้อคำถาม”
ทแ่ี สดงถึงทกั ษะภาวะผูน้ ำแบบรว่ มกนั ทคี่ าดหวังให้เกิดขน้ึ กบั นกั เรียนจำแนกเปน็ รายดา้ น ดังน้ี
156
ลักษณะท่แี สดงถึงทกั ษะภาวะผนู้ ำแบบร่วมกัน ระดบั ความเหน็ ของท่าน
5 43 2 1
ทักษะการทำงานแบบรว่ มกัน
1) ฉันและทีมมจี ุดหมายรว่ มกนั ในการทำงานอยเู่ สมอ
2) ฉนั มสี ว่ นรว่ มการทำงานกบั คนอน่ื อยเู่ สมอในบรบิ ทของความรว่ มมือ
3) ฉนั เป็นสมาชิกทด่ี ใี นการทำงานรว่ มกับคนอืน่
4) ฉนั เปิดโอกาสใหค้ นอนื่ แสดงความคิดเห็นในการทำงานรว่ มกัน
5) ฉันสรา้ งความไวว้ างใจในการทำงานรว่ มกับคนอ่นื ได้
6) ฉันสามารถสรา้ งเครือข่ายที่แขง็ แกร่งเพอื่ ประโยชน์ในการทำงานรว่ มกนั
7) ฉนั มีความสามารถในการประสานงานระหวา่ งสายงานหรอื ขา้ มทมี อยูเ่ สมอ
เพื่อใหท้ มี ประสบความสำเร็จในการทำงาน
ความมุ่งมน่ั ในการทำงานแบบร่วมกัน
8) ฉนั มีความมั่นใจในตนเองว่าวธิ กี ารการทำงานของฉนั จะประสบผลสำเร็จอยู่
เสมอ
9) ฉนั มวี ธิ ีการสง่ เสรมิ ความหลากหลายในการระดมความคิดของทีมเพอ่ื ให้งาน
ประสบผลสำเรจ็
10) ฉนั ทำงานได้ดเี มือ่ มกี ารแขง่ ขันสูงภายใต้แรงกดดันเสมอ
11) ฉันมีการวางแผนการทำงานท่ีมกี ระบวนการชดั เจนสามารถปฏบิ ัตไิ ด้
12) ฉันสามารถกำหนดโครงสร้างการดำเนินงานที่เข้าใจงา่ ย และปฏบิ ตั ไิ ดจ้ ริง
13) ฉนั มีความชัดเจนในวสิ ยั ทัศนแ์ ละการขบั เคลอ่ื นในการทำงานอยู่เสมอ
การส่งเสริมและการพัฒนาบุคคลในทมี
14) ฉนั ส่งเสริมความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรคใ์ นการทำงานรว่ มกันกบั คนอนื่ ได้
15) ฉันมกี ระบวนการพัฒนาคน ให้เปน็ คนทภี่ าวะผู้นำในการทำงานร่วมกนั ได้
16) ฉนั สง่ เสริมใหผ้ ู้อนื่ เติบโตเป็นผู้นำในการทำงานรว่ มกันได้
17) ฉันมีวธิ ีการแบง่ ปันพลังและการโน้มนา้ วใหค้ นในทีมทำงานไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธภิ าพ
18) ฉนั สามารถเป็นแบบอย่างในการเรยี นรทู้ ี่ดใี นการทำงานรว่ มกนั
19 )ฉันสามารถเปน็ ผตู้ ามไดเ้ หมือนเปน็ ผนู้ ำเพื่อใหค้ นอืน่ ในทมี ไดแ้ สดง
ศักยภาพในการทำงาน
20) ฉันให้ความสำคญั กบั ตนเอง พัฒนาตนเอง พรอ้ มทงั้ ส่งเสรมิ และพฒั นา
บุคคลอื่นในทีม
จติ วญิ ญาณของทมี และทกั ษะการส่อื สาร
21) ฉันสามารถโนม้ นา้ วจิตใจผ้อู ่นื ให้ปฏิบัติตามทฉี่ นั ตอ้ งการได้
22) ฉนั ช่นื ชมความสามารถของผอู้ ่นื เสมอทเ่ี กิดจากผลการปฏิบตั ิงาน
23) ฉนั ไม่พดู หรือช่นื ชมผู้อ่นื เกนิ ความเป็นจรงิ ในโอกาสตา่ งๆ
157
ลักษณะที่แสดงถึงทกั ษะภาวะผูน้ ำแบบร่วมกนั ระดับความเห็นของท่าน
5 43 2 1
24) ฉันสามารถปรบั ภาษากาย (ทำงานอยา่ งรา่ เรงิ ยมิ้ แยม้ หวั เราะง่าย) ตาม
สถานการณ์ ในสถานการณ์ที่มีความกดดนั ได้
25) ฉันเข้าใจแรงจูงใจที่ตา่ งกันของคนในทมี จงึ ตอ้ งใชก้ ารสือ่ สารเพอ่ื ใหเ้ กิดจิต
วญิ ญาณในการทำงานเปน็ ทมี
26) ฉนั สามารถควบคุมอารมณ์ในการดำเนินงานหรอื สถานการณต์ า่ งๆ ได้
อย่างเหมาะสม
ความผกู พันและความไว้วางใจในทีม
27) ฉนั มวี ิธีการสรา้ งความโปร่งใสในการตดั สนิ ใจ ในการทำงานรว่ มกันของทมี
ได้
28) ฉนั เป็นผ้แู บง่ ปันข้อมูลไมใ่ ชผ่ เู้ กบ็ ขอ้ มลู ในการทำงานร่วมกับคนอนื่ ๆ
29) ฉันมคี วามสามารถในการทำงานในสภาวะทไี่ ม่ปกติ และประสบผลสำเรจ็
อยู่เสมอ
30) ฉนั มีความสามารถและทักษะท่ีหลากหลายในการสรา้ งความผูกพนั และ
ความไว้วางใจของคนใน
การตรวจสอบ ติดตามงาน และปรับปรงุ อยา่ งสรา้ งสรรค์
31) ฉนั ยอมรบั ความลม้ เหลวของงานทไ่ี ด้ปฏบิ ตั แิ ละรว่ มวางแผน
32) ฉันสามารถฟังในส่ิงทค่ี นอนื่ พูดถึงงานท่ีฉนั ปฏบิ ตั อิ ยเู่ สมอ
33) ฉันสามารถรบั ฟงั คำติชมและการถูกวพิ ากษว์ จิ ารณง์ านทที่ ำอยเู่ สมอ
34) ฉนั ปฏบิ ัติตามคำมัน่ สญั ญาเสมอในสงิ่ ที่ไดก้ ระทำลงไป
35) ฉนั ทำงานทต่ี ้องการผลลพั ธข์ องงานท่ีมปี ระสิทธิภาพ ประสทิ ธผิ ลตาม
เปา้ หมายทไี่ ดก้ ำหนดขน้ึ
36) ฉันสามารถประเมินสงิ่ แวดลอ้ ม หรือ สถานการณ์ทีเ่ กดิ ขึน้ ในงานท่ี
ปฏบิ ัตไิ ด้
37) ฉนั มผี ลการดำเนินงานที่ประสบผลสำเรจ็ ไมป่ ระสบผลสำเรจ็ เปน็ การ
สะท้อนตวั เอง ในวิธกี ารแนวทางการปรบั ปรงุ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
38) ฉนั สง่ เสรมิ การรบั ความความเสี่ยงทเี่ กดิ ขน้ึ จากการทำงานอย่างสรา้ งสรรค์
อยเู่ สมอ
39) ฉันมีความเข้าใจความขดั แยง้ ของการดำเนนิ งานมีประโยชน์ตอ่ การ
ตรวจสอบตดิ ตามงานและผลการดำเนินงาน
40) ฉนั มีความเข้าใจว่าความขัดแยง้ เป็นความสร้างสรรคเ์ ป็นการตรวจสอบ
ตดิ ตามงาน เพื่อใช้เป็นแนวทางการปรับปรงุ การดำเนนิ งาน
คา่ นยิ มและจรยิ ธรรมส่วนตัวบคุ คลในการทำงานรว่ มกัน
41) ฉนั สามารถสรา้ งความปลอดภยั ทางจติ ใจในการทำงานรว่ มกับคนอ่ืน
158
ลักษณะทีแ่ สดงถึงทกั ษะภาวะผูน้ ำแบบร่วมกัน ระดบั ความเหน็ ของทา่ น
5 43 2 1
42) ฉันมีความซื่อสัตย์ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมในการทำงานร่วมกบั คนอ่ืน
43) ฉันมีวินัยในการใช้เวลาอย่างรดั กุมและตรงประเด็น โดยไม่ปล่อยเวลาให้
สญู เสียไปอยา่ งเปล่าประโยชน์ในการทำงานรว่ มกบั คนอ่ืน
44) ฉนั ไมก่ ดดันพนักงานทำในสิง่ ทไี่ ม่ถูกตอ้ ง ตามระเบยี บ ขอ้ กฎหมายในการ
ปฏบิ ตั ิงานเม่อื ฉันทำงานร่วมกับผอู้ น่ื
3. ตัวอยา่ งภาพท่แี สดงนยั ทกั ษะภาวะผู้นำแบบร่วมกนั
Source: https://codigosdepaises.pro/ Source: https://www.dreamstime.com/
Source: https://www.lesaffaires.com/ Source: https://primeast.com/
Source: https://jeducationworld.com/ Source: https://www.hugo.team/
159
Source: https://codigosdepaises.pro/ Source: https://www.institutelm.com/
Source: https://www.civilsociety.co.uk/ Source: https://www.proactiveworldwide.com/
Source: https://www.freepik.com/ Source: https://minutes.co/
Source: https://playground.robogarden.ca/ Source: https://www.dreamstime.com/
160
4. แบบประเมนิ ตนเองของครูถงึ ระดบั การนำแนวการพัฒนาไปปฏบิ ตั ิ
หลังจากปฏิบัติการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกันสิ้นสุดลง ตามระยะเวลาที่กำหนด
แล้ว ขอความกรุณาท่านโปรดประเมินตนเองถึงระดับการนำแนวการพัฒนาไปใช้ในการพัฒนาทักษะ
ภาวะผู้นำแบบรว่ มกันจาก Google Form ตามลิงค์หรอื QR Code ข้างลา่ งนด้ี ้วย จักขอบพระคุณยง่ิ
https://forms.gle/mNsoHCMMC97jjMPY7
QR CODE
5. แบบประเมินตนเองของครูถงึ การเลอื กรูปแบบข้นั ตอนการพฒั นาไปปฏบิ ตั ิ
หลังจากปฏิบัติการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกันสิ้นสุดลง ตามระยะเวลาที่กำหนด
แล้ว ท่านได้เลอื กรูปแบบขัน้ ตอนการพฒั นาไปปฏิบัติอยา่ งไร ? ขอความกรณุ าท่านโปรดใหค้ วามเห็น
ใน Google Form ตามลงิ ค์หรือ QR Code ขา้ งล่างนี้ด้วย จกั ขอบพระคณุ ย่งิ
https://forms.gle/YfQW5xpVD8VLfzn3A
QR CODE
161
6. แบบสะทอ้ นผลจากการพัฒนาทกั ษะภาวะผ้นู ำแบบร่วมกนั
หลังจากปฏิบัติการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำแบบร่วมกันสิ้นสุดลง ตามระยะเวลาที่กำหนด
แล้ว ขอความกรุณาท่านโปรดให้ความเห็นในประเด็นต่าง ๆ จาก Google Form ตามลิงค์หรือ
QR Code ข้างลา่ งน้ดี ว้ ย จักขอบพระคุณยงิ่
https://forms.gle/yjkec1kVj8SRbVri6
QR CODE