Brain Media 201
ค. แสดงรายละเอียดข้นั ตอนการทางานและการประมวลผลของโปรแกรม
ง. ไมแ่ สดงรายละเอยี ดขัน้ ตอนการทางานและการประมวลผลของโปรแกรม
82.ขอ้ ใด ไม่ใช่ ลกั ษณะของผังงานระบบ
ก. แสดงการทางานยอ่ ย
ข. แสดงภาพรวมระบบ
ค. มีขอ้ มลู เข้าและข้อมลู ออก
ง. ไม่แสดงวิธีการประมวลผล
83.โครงสร้างผงั งานแบบลาดับมีรูปแบบอย่างไร
ก. มีสญั ลักษณ์แสดงการติดสนิ ใจ
ข. มรี ปู แบบเรียงลาดบั ไปทางด้านซา้ ย
ค. มรี ปู แบบลาดบั การทางานเรยี งจากบนลงล่าง
ง. มีเส้นทางเป็นเส้นตรงจากบนลงลา่ งและมีการทาซ้า
84.ผังงานแบบใดท่ีมโี ครงสร้างเปน็ ไปตามเงือ่ นไข
ก. โครงสร้างแบบทาซา้
ข. โครงสรา้ งแบบทางเลือก
ค. โครงสรา้ งแบบลาดับ
ง. ถกู ทกุ ขอ้
85.ข้อใดควรใช้โครงสรา้ งแบบทาซา้
ก. การคานวณดอกเบีย้ และแสดงผลลัพธ์
ข. การคานวณยอดบัญชี (เงนิ ตน้ ดอกเบย้ี )
ค. การคานวณดอกเบี้ยเงนิ ฝากท่มี อี ตั ราดอกเบยี้ 2 ประเภท
ง. ถูกทุกขอ้
86.ขอ้ ใดคือการสร้างงานเอกสารใหม่
ก. คลกั File New
ข. คลกั File Templates
ค. คลกั File General
ผชู้ ่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n0M2edia
ง. คลก File Document
87.ขอ้ ใดคือชอ่ื ของเอกสารต้นแบบในหน้าตา่ ง Template
ก. Elergant Report
ข. Contemporary
ค. Professional Report
ง. English Contemporary Report
88.ปุ่มใดท่ีใชแ้ บง่ ใชแ้ บ่งตารางจาก 1 ช่องเปน็ หลายๆช่อง
ก. Split Cell
ข. Table AutoFormat
ค. Merge Cell
ง. Distribute Rows Everly
89.การรวมช่องตารางหลายๆ ชอ่ งไว้ด้วยกนั ใชเ้ ครื่องมือใด
ก. Split Cell
ข. Table AutoFormat
ค. Merge Cell
ง. Distribute Rows Evenly
90.ข้อใดเป็นการวางแผนระบบ
ก. การหาสาเหตปุ ัญหา
ข. การศึกษาความเป็นไปได้
ค. การรวบรวมเอกสาร การสัมภาษณ์
ง. ถกู ทกุ ข้อ
91.การสร้างงานนาเสนอจากแมแ่ บบต้องคลิกเลอื กที่ใด
ก. General Template
ข. From Design Template
ค. Blank Presentation
ผชู้ ว่ ยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 203
ง. From Auto Content Wizard
92.การเพ่ิมสไลด์ให้กบั งานนาเสนอมีวธิ อี ยา่ งไร
ก. เลอื กแถบเครื่องมือ Slide Design
ข. เลอื กที่เมนู View คลิกทป่ี ุ่ม New Slide
ค. เลือกแถบเคร่อื งมือ Slide Layout
ง. เลอื กที่เมนู Insert คลกิ ท่ีปุ่ม Show Slide
93.การนาเสนอรายงานดว้ ยโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2002 ต้องใช้รว่ มกบั อุปกรณ์
ก. เครอ่ื งพมิ พ์
ข. เครอื่ งโปรเจคเตอร์
ค. เครื่องสแกนเนอร์
ง. ถูกทกุ ข้อ
94.ถ้าเราต้องการเปลี่ยนแผ่นสไลด์ให้เตม็ หน้าจอตอ้ งเลอื กใด
ก. Play
ข. Slide Transition
ค. Slide Show
ง. Apply to All Slide
95.การใช้โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2002 เหมาะสาหรับงานประเภทใด
ก. การทาบญั ชี
ข. การทาแบบทดสอบ
ค. การอบรมสัมมนา
ง. การถ่ายทาภาพยนตร์
96.ขอ้ ใด ไม่ใช่การสื่อสารข้อมูลแบบทางเดียว
ก. การคน้ ข้อมลู ในเว็บไซต์
ข. การชมภาพยนตร์1จาก'วซี ีดี
ค. การสนทนาผา่ นเครือข่ายอินเทอร์เนต็
ง. การรบั ฟง้ วิทยุจากคล่นื SEED 97.5 เมกะเฮิรตซ์
ผู้ชว่ ยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n0M4edia
97.ข้อใดจดั เป็นลอ่ื นาข้อมูลแบบมสี ายทีป่ ้องกันสัญญาณรบกวนได้ดีทสี่ ุด
ก. สายไฟฟา้ แรงสูง
ข. สายคู'บิดเกลียว
ค. สายโคแอกเชยี ล
ง. สายใยนาแสง
98.ลกั ษณะการลื่อสารประเภทใดทาการส่งข้อมลู ไดส้ ั้นทสี่ ุด
ก. สัญญาณวิทยุ
ข. แสงอนิ ฟราเรด
ค. ระบบไมโครเวฟ
ง. การลอื่ สารผ่านดาวเทียม
99.การพฒั นาระบบสารสนเทศมีลักษณะอยา่ งไร
ก. การพัฒนางานด้านเอกสารวชิ าการ
ข. การเขียนผังงานโครงสรา้ งแบบใหม่
ค. การผลติ อปุ กรณซ์ อฟแวร์ที่มคี ุณภาพ
ง. การนาซอฟแวร์มาช่วยในระบบงานเดมิ
100.นักวเิ คราะห์ระบบเกยี่ วกับการพฒั นาระบบอยา่ งไร
ก. ทาหน้าท่ีควบคุมและดูแลระบบสารสนเทศในการใช้งาน
ข. ทาหนา้ ทต่ี ิดต้งั ระบบท่ีพัฒนาและทดลองใชโ้ ปรแกรมแล้ว
ค. ทาหนา้ ท่อี อกแบบเพื่อให้โปรแกรมเมอร์พัฒนาโปรแกรม
ง. ทาหน้าทจ่ี ัดเกบ็ ประมวลผล และนาเสนอขอ้ มูลในการใชง้ าน
ผูช้ ่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 205
แนวขอ้ สอบระบบเครือข่ายการสอ่ื สารบนเครือขา่ ย
1. ข้อใดใหค้ วามหมายของบระบบเครอื ขา่ ยการสื่อสารบนเครือข่าย ได้ถกู ต้องมากทสี่ ุด
ก.กระบวนการถา่ ยโอนหรือแลกเปล่ยี นขอ้ มูลกนั ระหว่างผู้ส่งและผรู้ บั โดยผา่ นช่องทางส่ือสาร
เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ หรอื คอมพวิ เตอรเ์ ปน็ ตัวกลางในการสง่ ข้อมลู เพ่ือใหผ้ ู้สง่ และผูร้ บั เกดิ ความ
เข้าใจซ่ึงกนั และกนั
ข.เครือข่ายการส่ือสารโทรคมนาคมระหวา่ งคอมพิวเตอร์จานวนตัง้ แตส่ องเครอ่ื งขนึ้ ไปสามารถ
แลกเปลีย่ นข้อมลู กันได้
ค.การเชื่อมต่อคอมพิวเตอรต์ ั้งแต่ 2 เคร่ืองข้ึนไปเขา้ ดว้ ยกันด้วยสายเคเบิล หรือสอื่ อ่ืนๆ ทาให้
คอมพิวเตอรส์ ามารถรบั ส่งขอ้ มลู แกก่ ันและกันได้ในกรณีท่เี ปน็ การเชือ่ มต่อระหวา่ งเคร่ืองคอมพวิ เตอร์
หลายๆ
ง.ไมม่ ีข้อถูก
2.ระบบเครอื ข่ายระยะไกลหรอื WAN มกี ารสง่ ขอ้ มลู ในลักษณะใด
ก. แวน.
ข. แพ็กเกจ.
ค. แสน.
ง. เน็ตเวิร์ค
3.โทรคมนาคม หมายถงึ อะไร
ก. การส่อื สาร เป็นกิจกรรมร่วมกนั ท่ีมีปฏสิ ัมพนั ธ์
ข. กล่มุ ของคอมพิวเตอร์และอปุ กรณ์คอมพิวเตอรท์ ี่ถกู นามาเช่ือมต่อกนั ผ่านอปุ กรณ์ดา้ นการ
สื่อสาร
ค. กระบวนการถ่ายโอนหรือแลกเปล่ียนขอ้ มลู ระหว่างผู้สง่ และผรู้ ับ
ง. เทคโนโลยกี ารติดตอ่ สอื่ สารรับ สง่ ข้อมลู จากทไี่ กลๆ ข้อมลู ที่ส่งอาจเปน็ ไดทั้งตวั อกั ษร ตวั เลข
ภาพ
4.การสือ่ สารข้อมลู หมายถึงข้อใด
ก. กล่มุ ของคอมพวิ เตอร์และอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ท่ีถูกนามาเช่ือมต่อกนั
ข. กระบวนการถ่ายโอนหรอื แลกเปล่ยี นข้อมลู ระหวา่ งผู้ส่งและผู้รับโดยผ่านชอ่ งทางส่ือสาร
ค. การสอื่ สาร เปน็ กจิ กรรมร่วมกนั ที่มปี ฏิสัมพันธ์
ง. ถกู ทุกข้อ
ผ้ชู ่วยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n0M6edia
5.องค์ประกอบหลักของระบบสอื่ สารข้อมูลมีกี่อย่าง
ก. 3 อยา่ ง
ข. 4 อยา่ ง
ค. 5 อย่าง
ง. 6 อย่าง
6. Data Communications คอื ข้อใด
ก. ผู้สง่
ข. โทรคมนาคม
ค. การสื่อสารข้อมูล
ง. เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
7. Collision คือ ข้อใด
ก. การปอ้ งกันข้อมูล.
ข. การรับขอ้ มูล.
ค. การชนกันของข้อมลู .
ง. การตรวจสอบข้อมูล
8. สิง่ ท่ีเป็นหัวใจของ Internet คือขอ้ ใด
ก. เครือขา่ ยระยะใกล้.
ข. เครือข่ายย่อยของแตล่ ะองคก์ ร.
ค. เครือข่ายเชื่อมโยง.
ง. ถกู ทัง้ ถูก ก และ ข
9. stand-alone คอื
ก. ระบบประมวลผล.
ข. หนว่ ยแสดงผลทางหน้าจอ.
ค. เคร่ืองประมวลผลคา.
ง. ระบบเครอื ขา่ ยของคอมพิวเตอร์
10.ระบบปฏิบัติการเครอื ขา่ ยนิยมใช้ปัจจุบันใช้หลกั การใด
ก. หลักประเมินผลแบบ ยูนิกซเ์ ซริ ์ฟเวอร.์
ข. หลักประเมนิ ผลแบบ เจเนอรอเซิร์ฟเวอร.์
ค. หลกั ประเมนิ ผลแบบโพเทเบอรเ์ ซิรฟ์ เวอร์.
ผู้ช่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 207
ง. หลกั ประเมินผลแบบไคลเอนเซิรฟ์ เวอร์
11. Internet หมายถงึ อะไร
ก. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรท์ ี่ต่อเชอื่ มกนั ในระยะ ใกล้ ๆ.
ข. เครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่ทีเ่ ชอ่ื มต่อกัน ท่ัวโลก.
ค. เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ขนาดเล็กทเ่ี ชื่อมตอ่ กนั ภายในประเทศ.
ง. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่ทเ่ี ช่อื มต่อ ภายในประเทศ
12. ผูร้ บั ข้อมูลคือขอ้ ใด
ก. Receiver
ข. Protocol
ค. Message
ง. Sender
13.ขา่ วสารหรอื ข้อมลู คือข้อใด
ก. Message
ข. Receiver
ค. Sender
ง. Protocol
14. ข้อใดคอื เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง
ก. Protocol
ข. Computer Network
ค. Sender
ง. Receiver
15. ผูส้ ่งข่าวสาร เรียกอกี อย่างหนึง่ วา่ อะไร
ก. แหลง่ กาเนิดขา่ วสาร
ข. ผรู้ ับข่าวสาร
ค. ช่องสัญญาณ
ง. จุดหมายปลายทางของข่าวสาร
16. เครือขา่ ยทสี่ ามารถเชื่อมตอ่ คอมพิวเตอรเ์ ปน็ จานวนมากท่ัวโลกเข้าด้วยกนั เรยี กว่าอะไร
ก. เทคโนโลยี
ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n0M8edia
ข. เครอื ขา่ ยอนิ เตอร์เน็ต
ค. เครือขา่ ยผรู้ บั
ง. เครือข่ายผู้ส่ง
17. ช่องสัญญาณ คือข้อใด
ก. Encoding
ข. Channel
ค. Source
ง. Sink
18.สญั ญาณขอ้ มูลสามารถจาแนกเป็นกีช่ นดิ
ก. 2 ชนดิ
ข. 3 ชนดิ
ค. 4 ชนิด
ง. 5 ชนดิ
19.การถอนรหสั คือข้อใด
ก. การทผี่ ู้รับข่าวสารแปลงพลังงานจากสื่อกลางให้กลบั ไปอยใู่ นรูปขา่ วสารทสี่ ง่ มาจากผู้ส่งข่าวสาร
ข. เป็นสงิ่ ทอ่ี ยู่ในธรรมชาติ
ค. กรองสัญญาณแต่ตน้ ทาง เพื่อให้การสอื่ สารมีคณุ ภาพดยี ิ่งข้นึ
ง. การรับสง่ ขอ้ มลู
20.ตวั แปลง เปลี่ยน สญั ญาณจากคอมพิวเตอร์ สามารถสง่ ผา่ นไปทางสายโทรศัพทเ์ ราเราเรยี กวา่ อะไร
ก. Modulate
ข. Channel
ค. Encoding
ง. Analog Singal
21. สญั ญาณแอนะลอ็ ก คอื ข้อใด
ก. Encoding
ข. Source
ค. Analog Singal
ง. Channel
ผู้ช่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 209
22. ข้อใดกล่าวไมถ่ ูกตอ้ ง
ก. E-Mia คอื การส่งจดหมายระหว่างคอมพิวเตอร.์
ข. www คือ การค้นหาข้อมลู ในระบบอินเตอร์เน็ต.
ค. IRC คอื การสนทนาระหว่างการใชค้ อมพวิ เตอร.์
ง. FTP คือ การคน้ หาข้อมูลระหวา่ งคอมพวิ เตอร์
23.เทคโนโลยีคอมพิวเตอรก์ ับเทคโนโลยสี ื่อสาร โทรคมนาคมตา่ งกันอยา่ งไร
ก. เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร์เสียค่าบรกิ ารมากกวา่ .
ข. เทคโนโลยสี ่อื สารโทรคมนาคมมเี ครือขา่ ย มากกวา่ .
ค. เทคโนโลยสี อ่ื สารโทรคมนาคมส่งผลลพั ธ์ ให้ล่าช้า.
ง. เทคโนโลยีส่อื สารโทรคมนาคมมคี นนิยม มากกว่า
24.ข้อใดไมใ่ ช่ลกั ษณะท่สี าคัญของคอมพิวเตอร์
ก. มคี วามเรว็ สูงในการประมวลผล.
ข. มคี วามถูกต้องเชอ่ื ถือได้.
ค. เปน็ ระบบอนาลอก.
ง. ทางานดว้ ยระบบอิเลก็ ทรอนกิ สแ์ ละอัตโนมัติ
25. เวบ็ ต่อไปนีท้ ี่ใชค้ ้นหาข้อมูลบน Internet
ก. www.google.com.
ข. www.sanook.com.
ค. www.yahoo.com.
ง. ถกู ทุกขอ้
26.ข้อใดต่อไปน้เี ป็นการสง่ ข้อมูลแบบสองทิศทางสลบั กนั
ก. โทรทัศน์.
ข. โทรศัพท์.
ค. วทิ ยสุ ือ่ สาร.
ง. วิทยุ FM
27.ประเทศเป็นคนค้นพบการการส่ือสารโทรคมนาคมเป็นประเทศแรก
ก. สหรฐั อเมรกิ า
ข. ลาว
ค อนิ โดนเี ซีย
ผ้ชู ว่ ยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n1M0edia
ง. ฮอ่ งกง
28.การส่งสัญญาณดิจติ อลเปน็ สัญญาณแบบใด
ก.ไมแ่ บบต่อเนื่อง
ข. แบบไมต่ ่อกบั โทรศัพท์
ค. แบบตอ่ เน่ือง
ง. แบบตอ่ กบั โทรศัพท์
29. การเชอื่ มโยงระหว่างเคร่อื งเทอร์มนิ อล หรือ คอมพิวเตอร์เพยี ง 2 เครื่อง โดยผ่านทางสายส่ือสาร
เพียงสายเดียวและความยาวของสายไม่ จากัดเปน็ การเช่ือมโยงแบบใด
ก. การเชือ่ มโยงแบบจุดตอ่ จดุ
ข.รูปการเชื่อมโยงแบบหลายจุด
ค.การเชอ่ื มโยงแบบหลายจุด
ง. การเชื่อมโยงทัว่ ไป
30. multiplex หมายถงึ
ก. การสง่ ข้อมลู
ข.การรวมสญั ญาณ
ค. การแปลงสญั ญาณ
ง. การเชือ่ มโยงกับเครอื่ ขา่ ย
31. ประเทศไทยมีการนาโทรศพั ทม์ าใช้ในครง้ั แรกในปี พ. ศ. ใด
ก.2420
ข.2421
ค.2424
ง.2423
32.ข้อเสยี ของการมอดเู ลตแบบFM คือ
ก. มแี อมปลจิ ูดคงท่ีแต่ความถ่ีของสญั ญาณจะไม่คงท่ี
ข. จะตอ้ งอาศยั พลังงานไฟฟา้ ช่วยพาสญั ญาณเหล่าน้ันให้เคล่อื นย้ายจากท่หี น่ึงไปยงั อีกที่หน่งึ
ค. ตอ้ งการแบนด์วดิ ท์ท่ีมีขนาดกว้างเนือ่ งจากสญั ญาณข้อมูลมีหลายความถ่ี
ง. สัญญาณข้อมูลคอมพวิ เตอร์ท่ีตอ้ งความเร็วในการส่งขอ้ มูลสงู นยิ มใช้การมอดเู ลตแบบPM
ผู้ช่วยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 211
33.แหลง่ กาเนิดของข่าวสาร หมายถึง ส่วนประกอบใดขององคป์ ระกอบพน้ื ฐานของการสอ่ื สารข้อมลู
ก. การเขา้ รหสั
ข. ช่องสัญญาณ
ค.ผู้รบั ข่าวสาร
ง. ผสู้ ง่ ขา่ วสาร
34. Multiplexing ข้อใดถกู ตอ้ งท่ีสุด
ก. ช่องสัญญาณ
ข. จุดหมายปลายทางของข่าวสาร
ค. กระบวนการทางเทคนิคที่สรา้ งขึ้นมาเพ่อื นามาใชใ้ นการส่งขอ้ มลู
ง. ถกู ทุกขอ้ ที่กล่าวมา
35. ข้อใดคือความหมายของการเชอ่ื มโยงการสอ่ื สาร
ก. การเชอ่ื ต่ออุปกรณส์ ่ือสารส่อื ขอ้ มลู จากจุดหนงึ่ ไปยงั อีกจุดหนงึ่
ข. ชอ่ งสัญญาณ
ค. กระบวนการทางเทคนิค
ง. ถกู ทกุ ข้อ
36.การเชอ่ื มโยงเครอื ข่ายแบบสลับชอ่ งทางการสื่อสารคือขอ้ ใด
ก. Channel
ข. Encoding
ค. Switched Network
ง. Modulate
37. เครือขา่ ยแบบสลบั ช่องทางการสอื่ สารมกี ร่ี ปู แบบ
ก. 2 รูปแบบ
ข. 3 รปู แบบ
ค. 4 รปู แบบ
ง. 5 รปู แบบ
38. ข้อใดคอื ความหมายของการสื่อสารขอ้ มูล
ก. กระบวนการถา่ ยโอนหรอื แลกเปลี่ยนขอ้ มลู กนั ระหวา่ งผู้สง่ และผ้รู ับ
ผชู้ ่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n1M2edia
ข. หรือ พาหะ เพ่ือนาข่าวสารนน้ั ไปถงึ กันโดยใชเ้ คลื่อนวทิ ยทุ ี่มคี วามถสี่ งู เป็น คล่นื พาห์ ชว่ ยนา
สญั ญาณทาง
ค. เปน็ การสง่ สารสนเทศในรูปแบบของตวั อักษร
ง. อุปกรณเ์ ชื่อมต่อทใี่ ช้เปน็ จุดรวม และ แยกสายสญั ญาณ
39.สญั ญาณดิจิตอล คือข้อใด
ก. เปน็ สญั ญาณแบบต่อเนื่อง มีลกั ษณะเปน็ คลนื่ ไซน์ (sine wave) โดยแต่ละคลืน่ จะมคี วามถี่และ
ความเขม้ ของสญั ญาณที่ตา่ งกัน
ข. เปน็ สัญญาณทมี่ ีขนาดเปล่ียนแปลงเป็นค่าของเลขลงตัว โดยปกตมิ ักแทนด้วย ระดับแรงดันท่ี
แสดงสถานะเป็น "0" และ "1"
ค. เป็นการเช่อื มโยงระหวา่ งเครอ่ื งเทอรม์ นิ อล หรือ คอมพิวเตอรเ์ พยี ง 2 เครื่อง โดยผา่ นทางสาย
สอ่ื สารเพียงสายเดยี ว
ง. ถูกทกุ ข้อ
40.การสื่อสารขอ้ มูลสามารถแบ่งออกเป็นกีป่ ระเภท
ก. 1ประเภท
ข. 2ประเภท
ค. 3 ประเภท
ง. 4ประเภท
41. การมอดูเลตสัญญาณอนาล็อกมกี ี่วธิ ี
ก. 1 วิธี
ข. 2 วิธี
ค. 3 วธิ ี
ง. 4 วิธี
42. ข้อดขี องสายคูบ่ ดิ เกลยี ว
ก.มีราคาถูก
ข.ใชง้ านง่ายมีความยืดหยุ่นในการใช้งาน
ค.ตดิ ตั้งงา่ ยและมนี ้าหนักเบา
ง.ถกู ทุกข้อ
ผูช้ ว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 213
43. จุดปลายทางของข่าวสาร หมายถึง ส่วนประกอบใดขององค์ประกอบพน้ื ฐานของการสอื่ สารข้อมูล
ก. ผู้ส่งข่าวสาร
ข. ชอ่ งสัญญาณ
ค. การเขา้ รหสั
ง. ผรู้ บั ขา่ วสาร
44.การนาเคร่อื งคอมพิวเตอร์ มาเชือ่ มต่อเขา้ ด้วยกัน โดยอาศัยช่องทางการสื่อสารข้อมลู เพ่ือ
แลกเปลยี่ นข้อมูลข่าวสารระหวา่ งเครื่องคอมพิวเตอร์ คือความหมายของขอ้ ใด
ก. ระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
ค. ชอ่ งทางการสือ่ สาร
ข. การเชือ่ มต่อแบบรวมกลุ่ม
ง. อปุ กรณใ์ นเครอื ขา่ ย
45.ข้อใดไมใ่ ชส่ ่วนประกอบพ้นื ฐานของการสอ่ื สารข้อมูล
ก. โมเดม็
ข. ชอ่ งทางการส่งสัญญาณ
ค. ตัวรับขอ้ มลู
ง. ตวั ส่งข้อมูล
46. การ์ดเชอื่ มต่อเครอื ขา่ ยหมายถึงข้อใด
ก. แผงวงจรสาหรบั ใช้ในการเชอื่ มตอ่ สายสญั ญาณของเครือข่าย ติดต้ังไวใ้ นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ที่
เป็นเคร่อื งแม่ขา่ ย
ข. อุปกรณ์สาหรับการแปลงสัญญาณดจิ ติ อล (Digital) จากคอมพิวเตอร์ด้านผสู้ ่ง เพ่ือสง่ ไปตาม
สายสัญญาณข้อมูลแบบอนาลอก
ค. อุปกรณห์ รือเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ทเ่ี ชือ่ มต่อ กบั เครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์
ง. ไมม่ ขี ้อใดถกู
47.องคป์ ระกอบของการสื่อสารในระบบโทรคมนาคม แบง่ ได้กี่ส่วน
ก. 1 ส่วน
ข. 2 สว่ น
ค. 3 ส่วน
ง. 4 ส่วน
ผู้ชว่ ยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n1M4edia
48.สง่ิ สาคัญท่ที าให้ระบบเครอื ข่ายข้อมูลมีขดี ความสามารถเพิ่มขน้ึ
ก. การส่งอีเมล
ข. การโอนย้ายข้อมลู ระหวา่ งกนั และการเช่อื มต่อหรอื การสอ่ื สาร
ค. การคุยกันผา่ นทางเอม็ เอชเอ็ม
ง. การอัพโหลดภาพและข้อมูล
49.การเชือ่ มต่อแบบหลายจุดตรงกับคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษในขอ้ ใด
ก. Switched Network
ข. Point to Point Line
ค. multiplex
ง. Multipoint or Multidrop
50. Switched Network คือการเชื่อมตอ่ แบบใด
ก. การเชือ่ มต่อแบบพน้ื ฐาน
ข.การเชอื่ มต่อแบบหลายจุด
ค.การเชือ่ มต่อแบบรวมกลุ่ม
ง. การเชื่อมต่อเครือขา่ ยแบบสลับชอ่ งทางการสื่อสาร
ผชู้ ่วยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 215
ข้อ1 ก. เฉลยแนวข้อสอบระบบเครอื ขา่ ยการส่อื สารบนเครอื ขา่ ย
ข้อ2 ง.
ข้อ3 ง. ข้อ16 ข. ข้อ31 ค. ข้อ46 ก.
ข้อ4 ข. ข้อ17 ข. ข้อ32 ค. ข้อ47 ข.
ข้อ5 ข. ข้อ18 ก. ข้อ33 ง. ข้อ48 ข.
ข้อ6 ค. ข้อ19 ก. ข้อ34 ค. ข้อ49 ง.
ข้อ7 ค. ข้อ20 ก. ข้อ35 ก. ข้อ50 ง.
ข้อ8 ค. ข้อ21 ค. ข้อ36 ค.
ข้อ9 ง. ข้อ22 ง. ข้อ37 ค.
ข้อ10 ก. ข้อ23 ข. ข้อ38 ก.
ข้อ11 ข. ข้อ24 ค. ข้อ39 ก.
ข้อ12 ก. ข้อ25 ง. ข้อ40 ข.
ข้อ13 ข. ข้อ26 ค. ข้อ41 ค.
ข้อ14 ข. ข้อ27 ก. ข้อ42 ง.
ข้อ15 ก. ข้อ28 ก. ข้อ43 ง.
ข้อ29 ก. ข้อ44 ก.
ข้อ30 ข. ข้อ45 ก.
ผ้ชู ่วยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n1M6edia
ความร้ทู างด้าน Hardware Software
1. ความสาคัญของการใชฮ้ าร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกบั งาน
ฮารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วรแ์ ตล่ ะชนดิ มปี ระโยชน์แตกต่างกนั จงึ ต้องเลือกใช้ใหเ้ หมาะสมกับงาน
เพ่อื ใหม้ ปี ระสิทธภิ าพและได้ผลงานทมี่ ีคณุ ภาพโดยการเลือกใช้ฮาร์ดแวร์ควรพิจารณาจากความจุ
(storage) ความเรว็ (speed) การปฏิบัตงิ านอตั โนมตั ิ (self acting) ความนา่ เชอื่ ถอื (sure)และราคา
(price)สาหรับซอฟต์แวรค์ วรพิจารณาเลือกใชต้ ามลักษณะงานเช่น ใช้ในงานพมิ พเ์ อกสารทั่วไปใชใ้ นงาน
กราฟิกออกแบบสิง่ พิมพ์ ใช้ในงามผลติ สอื่ ผสม
2.ส่วนประกอบของคอมพวิ เตอร์
การท่ีเครอื่ งคอมพวิ เตอรจ์ ะทางานได้ ตอ้ งประกอบดว้ ยส่วนสาคัญ 2 ส่วนใหญ่ๆ ดงั น้ี
1) ฮาร์ดแวร์ (hardware) หมายถงึ ส่วนประกอบของตัวเครอื่ งคอมพวิ เตอรท์ สี่ ามารถจับตอ้ งได้
ฮารด์ แวร์แบง่ ตามลักษณะการทางานได้ 4 หนว่ ย ดังนี้
(1) หนว่ ยรับเข้า (input unit)ฮารด์ แวรท์ ใ่ี ชใ้ นการรับเขา้ เชน่ แผงแป้นอักขระ เมาส์ เครื่องกราด
ตรวจ เครอ่ื งอ่านแถบรหัส จอสัมผัส ปากกาแสง เคร่ืองขบั ดิสก์
(2) หน่วยประมวลผลกลาง หรอื ซีพียู (central processing unit : CPU)
(3) หนว่ ยความจา (memory unit)ฮารด์ แวรท์ ่ใี ช้ในหนว่ ยความจา ไดแ้ ก่ ฮาร์ดดสิ ก์
หนว่ ยความจาปรพเภทรอมและแรม
(4) หนว่ ยส่งออก (output unit)ฮาร์ดแวรท์ ใ่ี ชใ้ นการส่งออก ไดแ้ ก่ จอภาพ เคร่ืองพมิ พ์ ลาโพง
และหฟู งั
2) ซอฟต์แวร์ (software)หมายถงึ ชุดคาสงั่ หรือโปรแกรมทีเ่ ปน็ ลาดบั ขน้ั ตอนสาหรบั ใชส้ ั่งให้
คอมพิวเตอร์ทางาน ซอฟต์แวรแ์ บง่ เปน็ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังน้ี
ผูช้ ว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 217
(1) ซอฟต์แวร์ระบบ เป็นซอฟตแ์ วรท์ ที่ าหน้าที่ควบคุมการทางานของระบบคอมพิวเตอรแ์ ละ
อปุ กรณ์ตอ่ พว่ ง ใหท้ างานร่วมกนั อย่างมีประสิทธิภาพ
ซอฟตแ์ วรร์ ะบบแบ่งไดเ้ ปน็ ระบบปฏบิ ัตกิ ารและตวั แปลภาษา โดยมีรายละเอียด ดงั น้ี
(2) ซอฟตแ์ วร์ประยุกต์ เปน็ ซอฟตแ์ วรท์ ี่เขียนข้นึ เพื่อประยุกต์กบั งานทผี่ ู้ใช้ตอ้ งการ ซึง่ การ
ทางานใดๆ ของซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ต้องทางานภายใตส้ ภาพแวดล้อมของซอฟต์แวรร์ ะบบเสมอ
ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งไดเ้ ป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดงั น้ี
คอมพวิ เตอร์ท่ีใชใ้ นงานสือ่ ประสม
1. ความหมายของสื่อประสม
สื่อประสมหรือมลั ติมเี ดีย ( multimedia ) หมายถึง การใชส้ ่ือหลายรูปแบบ เชน่
ขอ้ ความ ตัวอกั ษร ภาพน่ิง ภาพเคล่ือนไหว เสยี ง ซง่ึ อยู่ในรูปของไฟล์เอกสาร ไฟล์ภาพและไฟล์
เพลงทบี่ นั ทึกอยู่ในสอ่ื บันทกึ ข้อมูลชนิดตา่ งๆมาประกอบรวมกนั เพื่อนาเสนอข้อมูลหรือข่าวสารให้
ผใู้ ช้ ผู้ชม ผฟู้ งั เกดิ ความรูค้ วามเข้าใจในข่าวสารหรือข้อมูลที่นาเสนอ และไดร้ บั ความสนุกสนาน
เพลิดเพลนิ ไปด้วย ตวั อย่างส่ือประสมทพ่ี บเหน็ กนั ทัว่ ไป เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เกม
คอมพวิ เตอร์ ภาพยนตร์ มวิ สิกวดิ ีโอ
2. องค์ประกอบของสอื่ ประสม
ผูช้ ่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n1M8edia
1) ข้อความหรอื ตัวอกั ษร (text) เปน็ องคป์ ระกอบพื้นฐานทีส่ าคัญของสื่อประสมท่นี าเสนอ
ผา่ นจอภาพของเครอ่ื งคอมพิวเตอร์เพราะมรี ูปแบบและสขี องตวั อักษรใหเ้ ลือกมากมายตาม
ตอ้ งการและสามารถกาหนดลกั ษณะของการโต้ตอบในระหวา่ งการนาเสนอได้
2) ภาพน่ิง (still image) เปน็ ภาพทไ่ี มม่ กี ารเคลือ่ นไหว เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพลายเสน้
ภาพกราฟิก ภาพนิ่งมีบทบาทต่อระบบงานสอ่ื ประสมมากกวา่ ขอ้ ความหรือตัวอักษร เพราะภาพจะ
ให้ผลในเชงิ การเรียนรู้หรอื รับรู้ด้วยการมองเหน็ ได้ดีกว่า นอกจากนีย้ ังสามารถถ่ายทอดความหมาย
ไดล้ กึ ซึ้งมากกวา่ ข้อความหรือตัวอกั ษร เพราะขอ้ ความหรอื ตวั อักษรจะมีข้อจากดั ทางด้านความ
แตกตา่ งของแตล่ ะภาษา แต่ภาพนนั้ สามารถส่ือความหมายไดก้ ับทุกชนชาติ ภาพน่ิงมักจะแสดงอยู่
บนส่อื ชนดิ ตา่ งๆ เช่น โทรทัศน์ หนังสือพมิ พ์ วารสารวิชาการ โปสเตอร์โฆษณา แผ่นพับ บัตรอวย
พร และในปจั จุบนั นยิ มใช้ภาพน่งิ ประกอบการนาเสนอขา่ วสารหรอื เชอื่ มโยงเรอ่ื งราวเข้าด้วยกัน
ในรูปแบบของมัลติมเี ดียหรอื สอ่ื ประสม
3) ภาพเคลือ่ นไหว (animation) เป็นภาพกราฟกิ ท่ีมีการเคลื่อนไหว เพื่อแสดงขั้นตอน หรอื
ปรากฏการณ์ตา่ งๆ ทเ่ี กิดขึ้นอยา่ งตอ่ เน่ือง เช่น การเคล่ือนทข่ี องตัวละครในภาพยนตรก์ ารต์ ูน การ
เคล่ือนท่ีของนกบนิ การวิ่งของสัตว์ การสรา้ งภาพเคล่ือนไหวมจี ุดประสงคเ์ พ่อื สร้างจนิ ตนาการให้
เกิดแรงจูงใจจากผชู้ ม การผลิตภาพเคลอ่ื นไหวจะต้องใช้ซอฟตแ์ วร์ท่มี ีคณุ สมบตั ิเฉพาะทางซึง่ อาจ
มีปัญหาเกดิ ข้นึ อยู่บ้างเก่ยี วกับขนาดของไฟลท์ ี่ต้องใช้พน้ื ท่ีในการจดั เก็บมากกวา้ ภาพน่งิ หลายเท่า
4) เสียง (sound) เป็นองคป์ ระกอบของสื่อประสมท่ถี ูกจดั เก็บอยู่ในรูปแบบสญั ญาณดจิ ิทัล
หรือสัญญาณไฟฟ้า ซ่ึงสามารถเลน่ ซา้ กลบั ไปกลับมาได้ โดยใชซ้ อฟต์แวร์ท่ีออกแบบมาโดยเฉพาะ
เพ่ือให้การนาเสนอข้อมูลข่าวสารนา่ สนใจ นา่ ติดตาม และสอดคล้องกับเน้ือหาท่ีนาเสนอ ซึง่ เสยี ง
สามารถนาเขา้ ผา่ นทางไมโครโฟนแล้วบันทกึ ลงในแถบบันทึกเสียง แผ่นซีดี และหนว่ ยความจา
แบบแฟลช
5) วิดโี อ (video) เป็นองคป์ ระกอบที่สามารถนาเสนอข้อความหรอื รปู ภาพ ทั้งน่ิงและ
เคลอ่ื นไหว ประกอบเสียงได้สมบรู ณ์มากกวา่ องค์ประกอบชนดิ อน่ื แตก่ ารใชว้ ดิ ีโอในงานสื่อประสม
จะทาให้สิ้นเปลืองพ้นื ที่หนว่ ยความจาเปน็ จานวนมาก เพราะต้องนาเสนอวิดโี อด้วยเวลาท่ีเกดิ ขึน้
จริง ซ่งึ ประกอบดว้ ยจานวนภาพไมต่ า่ กว่า 30 ภาพต่อวินาที ถา้ หากประมวนภาพดังกล่าวไม่ผา่ น
กระบวนการบีบอดั ขนาดของสัญญาณมากอ่ น การนาเสนอภาพพียง 1 นาที อาจต้องใช้
หน่วยความจามากกว่า 100 เมกะไบต์ ซ่ึงจะทาให้ไฟลม์ ขี นาดใหญ่มาก แต่เม่ือพฒั นาเทคโนโลยี
บบี อัดขนาดของภาพอยา่ งต่อเนื่องจงึ ทาใหว้ ดิ โี อมีความจุน้อยลง สามารถทางานได้อยา่ งมี
ผ้ชู ่วยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 219
ประสทิ ธภิ าพมากย่ิงขน้ึ โดยภาพและเสียงจะมาในรปู แบบวิดีโอนามสกุล .avi, .mpeg, .wmv,
.wma
3. ประโยชน์ของการนาเสนอสอื่ ประสมมาประยกุ ต์ใชง้ านกบั ซอฟต์แวรค์ อมพิวเตอร์
การนาเสนอสื่อประสมมาประยุกต์ใชง้ านกบั ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มหี ลายแบบ ขึ้นอยกู่ ับ
วตั ถุประสงค์ของการนาไปใช้งาน เช่น ใชว้ ดิ ีโอสาธิตขน้ั ตอนการประดิษฐด์ อกไมร้ ว่ มกบั ซอฟแวร์
ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยตเ์ พื่อนาเสนองาน ใชภ้ าแอนเิ มชันร่วมกับซอฟแวรเ์ พาเวอรพ์ อยต์ เพื่อ
สร้างคอมพวิ เตอร์ช่วยสอน โดยประโยชนท์ จี่ ะไดร้ บั จากการนาสือ่ ประสมมาประยุกตใ์ ช้งานดังนี้
1) ง่ายต่อการใชง้ าน การนาส่อื ประสมมาประยุกต์ใชง้ านรว่ มกบั ซอฟแวร์ ผพู้ ฒั นาตอ้ ง
จดั ทาใหม้ ีรูปลกั ษณ์ทเ่ี หมาะสม และงา่ ยต่อการใชง้ านตามแต่ละกล่มุ เป้าหมาย เพ่ือประโยชน์ใน
การเพิ่มประสทิ ธิภาพการปฏิบัติงาน เช่น ห้องสมดุ ดิจิทัล (digital library) การเรียนการสอน
ทางไกล (distance learning) การสรา้ งหอ้ งเรยี นเสมอื นจริง (virtual classroom) การเรยี นการ
สอนแบบกระจาย
2) สมั ผัสได้ถงึ ความรสู้ ึก โดยให้ผู้ใชส้ ามารถรับรู้และรูส้ ึกไดจ้ ากการสมั ผัสวตั ถุทปี่ รากฏ
อยู่บนจอภาพ ไดแ้ กร่ ปู ภาพ ป่มุ คาส่ังและตวั อักษรเพ่อื ควบคมุ และเขา้ ถึงขา้ มลู ต่างๆ ได้อยา่ งทั่วถึง
ตามความต้องการ เช่น คลิกที่ปุ่ม play เพอ่ื ชมวดิ ีโอและฟงั เสียง คลกิ ที่รูปภาพหรือตัวอักษรเพื่อ
เขา้ ถงึ ข้อมูลที่ต้องการ
ผ้ชู ่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n2M0edia
3) สร้างเสริมประสบการณ์ การออกแบบและพัฒนาซอฟแวร์คอมพิวเตอร์ทใ่ี ช้ในงาน
ส่ือประสม แม้จะมีคณุ ลักษณะหรือวธิ ใี ชง้ านท่ีแตกต่างกนั แต่ประสบการณ์จากการใช้สื่อเหลา่ นจ้ี ะ
ทาให้ผ้ใู ช้สามารถเข้าถึงวธิ กี ารใชง้ านไดอ้ ย่างถูกต้องและแม่นยา เชน่ ผ้ใู ช้เคยเรียนรู้วิธีการใชป้ ุม่
คาสง่ั ต่างๆ เพ่ือเลน่ เกมบนคอมพิวเตอร์มาก่อน เมื่อได้มาสัมผัสเกมออนไลนใ์ หม่ๆ ก็สามารถเล่น
เกมออนไลนไ์ ด้อย่างไม่ตดิ ขัด
4) เพ่ิมขีดความสามารถในการเรยี นรู้ การนาส่ือประสมมาประยกุ ต์ใช้ ช่วยเพิม่ ขีด
ความสามารถในการเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง เชน่ การเล่นเกมคอมพวิ เตอร์ ผ้ใู ช้สามารถเรียนรู้และ
พัฒนาทกั ษะในการเล่นจากระดบั ที่ง่ายไประดับทีย่ ากขน้ึ ไป
5) เข้าใจเนอ้ื หามายิ่งข้ึน การผลิตสอ่ื ประสมต้องมงุ่ เน้นใหเ้ หมาะสมกบั เนื้อหาท่ี
นาเสนอและง่ายตอ่ การเข้าใจ เชน่ การผสมผสานองคป์ ระกอบของส่ือประสม ไดแ้ ก่ ภาพนิ่ง
ภาพเคลื่อนไหว เสียง และตัวอักษร เพื่อนาเสนอบทเรยี นแทนการใช้ข้อความหรือภาพนิ่งเพยี ง
อย่างเดยี ว
6) คมุ้ คา่ ในการลงทุน การใชส้ ่อื ประสมจะช่วยลดระยะเวลาในการเดนิ ทาง การ
จัดหาวทิ ยากร การจัดหาสถานที่ การบริหารตารางเวลาและการเผยแพร่ช่องทางเพ่ือนาเสนอส่อื
จงึ ทาใหป้ ระหยดั ค่าใชจ้ า่ ยและได้รับผลตอบแทนคมุ้ ค่ากบั การลงทนุ ในระยะเวลาทีเ่ หมาะสม เชน่
การโฆษณาขายสนิ ค้าผ่านเว็บไซต์ในระบบพาณิชยอ์ เิ ล็กทรอนิกส์ (e-commerce)
ผูช้ ่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 221
4. อุปกรณ์คอมพวิ เตอร์และซอฟตแ์ วรท์ ี่ใชใ้ นงานส่ือประสม งานส่อื ประสมต้องใช้เครื่อง
คอมพวิ เตอร์ที่มปี ระสิทธภิ าพและมีการตดิ ต้ังระบบมลั ติมีเดยี เข้าไปด้วย ซง่ึ เรยี กวา่ “มลั ตมิ เี ดยี
พีซ”ี (multimedia personal computer : MPC) โดยมรี ายละเอียด ดงั นี้
1) เครื่องคอมพวิ เตอร์ เคร่ืองพซี หี รือเครอื่ งไมโครคอมพิวเตอร์ ถือไดว้ า่ เป็นหัวใจของระบบงานส่อื
ประสม โดยจะต้องมหี น่วยประมวลผลหรอื ไมโครโพรเซสเซอรท์ ีม่ ปี ระสิทธภิ าพในการประมวลผล
ไดร้ วดเร็ว ซงึ่ จะสังเกตได้จากความเรว็ ของสญั ญาณนาฬกิ า (clock speed) หากเป็นเครื่อง
คอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อใชง้ านสอ่ื ประสม จะมปี ระสิทธภิ าพในการประมวลผลภาพและ
เสียงดกี ว่าเคร่ืองคอมพิวเตอร์ทวั่ ๆ ไป
2) เครอ่ื งอา่ นและเขียนซดี ี เป็นส่วนประกอบสาคัญในการจัดเกบ็ ข้อมลู และนาเสนองานสอ่ื ประสม
คณุ สมบตั ิพน้ื ฐานของเคร่ืองอ่านและเขียนซีดรี อมกค็ ือ ความเรว็ ในการเขา้ ถงึ ข้อมูล รวมทั้งอัตรา
การส่งถ่ายข้อมลู เพื่ออานวยความสะดวกในการจดั การเกี่ยวกับภาพ โดยเฉพาะอย่างย่งิ ในการ
นาเสนอภาพเคลื่อนไหวท่ีต้องแสดงผลของแต่ละภาพอย่างตอ่ เน่ือง โดยไม่ปรากฏอาการภาพ
สะดดุ หรือกระตุก
3) ซาวด์การด์ หรือการ์ดเสยี ง มหี น้าทีห่ ลักในการเก็บบนั ทึกเสียง และแสดงเสยี งจากซอฟต์แวร์
สาหรบั งานสือ่ ประสม โดยสามารถทาการบันทึกเสียง จากแหลง่ กาเนิดเสียงตา่ ง ๆ เชน่ ไมโครโฟน
เคร่อื งดนตรี
4) การ์ดแสดงผลหรือการ์ดจอ เป็นอปุ กรณ์ ประมวลผลข้อมลู ภาพดจิ ิทัลเพ่ือเปลยี่ นเป็นสัญญาณ
ภาพส่งออกไปท่จี อภาพ ส่วนประกอบหลกั บนตัวการ์ดจอ คือ ชิปประมวลผลกราฟิก
5) ลาโพงภายนอก เปน็ สว่ นสาคัญทีส่ นับสนุนใหค้ อมพวิ เตอรส์ ามารถเล่นเสยี งที่มคี ุณภาพสงู ได้
ถา่ ยทอดเสยี งชดั เจนและครอบคลุมยา่ นความถเี่ สยี งไดห้ ลากหลาย และเป็นอปุ กรณ์ขยายเสยี ง
จากเสยี งที่ไดม้ าจากการด์ เสียง โดยสว่ นมากจะมีวงจรขยายเสยี ง เพื่อขยายให้เสียงท่ีได้มีพลังมาก
ยง่ิ ข้นึ ในปจั จบุ นั ลาโพงบางชนิดจะมเี บส เพื่อสรา้ งเสียงทมุ้ ต่าเพิ่มขน้ึ มาดว้ ย
6) อุปกรณ์สอ่ื ประสมที่เก่ยี วข้องกบั รปู ภาพ มดี ังนี้
(1) เคร่ืองกราดตรวจ (scanner) ทาหน้าท่นี าเขา้ รปู ภาพชนิดต่าง ๆ เช่น รปู ถา่ ย
ขอ้ ความ เอกสาร ภาพวาด หรอื แมก้ ระท่งั วตั ถสุ ามมติ ิก็สามารถเปลย่ี นแปลงรูปแบบเดมิ ให้
ผชู้ ่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n2M2edia
กลายเปน็ ข้อมูลแบบดจิ ิทลั ท่เี คร่ืองคอมพวิ เตอร์สามารถนาไปสรา้ งและแสดงผลเป็นรูปภาพ
เหมือนกบั รปู ภาพต้นฉบับโดยบนั ทึกข้อมูลให้อยู่ในรปู แบบภาพบติ แมป
(2) กล้องดจิ ทิ ลั (digital camera) ภายใน ของกล้องจะมีหน่วยความจาแบบแฟลช
สาหรับบันทกึ ข้อมลู รูปแบบดิจทิ ลั ซง่ึ สามารถนาไปถ่ายโอนลงเครอื่ งคอมพิวเตอรเ์ พ่ือพิมพ์
รปู ภาพออกทางเครื่องพมิ พ์ หรอื ตกแต่งแก้ไขโดยใชซ้ อฟต์แวร์ตา่ ง ๆ ได้
7) อุปกรณ์ท่ใี ชส้ าหรบั เก็บข้อมูลประเภทส่ือประสม เป็นอุปกรณท์ ี่ใชบ้ นั ทกึ เสียงภาพนิ่ง หรอื
ภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นข้อมูลขนาดใหญท่ ่ีอยใู่ นรปู แบบของแผน่ จานแสง (optical disc) อุปกรณ์
รูปแบบแผน่ จานแสง
8) ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์ (Application Software) เป็นซอฟต์แวรท์ ใี่ ชส้ าหรบั จดั การด้านสื่อประสม
ภายใตโ้ ปรแกรมระบบปฏิบตั กิ ารที่ทางานสัมพันธ์กบั เคร่ืองคอมพวิ เตอร์และอุปกรณต์ ่อพ่วง
ซอฟต์แวร์ประยุกตท์ ี่ใชใ้ นงานสอ่ื ประสม สามารถใช้ในงานนาเสนอและสร้างคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ได้
5. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทีใ่ ช้สื่อประสม
ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีใช้สอ่ื ประสม มีดังนี้
ผชู้ ่วยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 223
1) เครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ น็ต (Internet) เช่น เครือขา่ ยในแมงมุม (World Wide Web :
WWW) เปน็ บรกิ ารหน่ึงทอ่ี ยู่ภายในเครอื ข่ายอนิ เทอร์เน็ต ซง่ึ ชว่ ยคน้ หาและแสดงข้อมูลสารสนเทศ
ทีเ่ ปน็ มลั ตมิ ีเดยี ผ่านการเชือ่ มโยงกันทาให้สามารถเห็นข้อมลู หลากหลายรปู แบบจากท่ีต่างๆ ได้ท่ัง
โลกจงึ ไดร้ บั ข้อมูลความรู้ไม่มีท่สี ้ินสุด
2.) ระบบคอมพิวเตอร์เสมอื นจริง (virtual reality) เปน็ วิธกี ารแสดงผลขอ้ มลู แบบ
ภาพเคลอ่ื นไหว และวดิ ีโอจาลองสถานการณ์ใหเ้ หมือนกบั ว่าไดพ้ บกบั ส่ิงจาลองเหล่านัน้ จรงิ ๆ ทั้งน้ี
ตอ้ งอาศัยการประมวลผล การจาลองรปู ภาพเคลอ่ื นไหว หรอื วดิ ีโอท่ซี บั ซ้อน และเหมือนจริงเข้า
มาช่วย มปี ระโยชนท์ างด้านความบันเทิง การศกึ ษา และการทหาร เชน่ การจาลองหอ้ งขับ
เครอื่ งบนิ ให้เหมอื นกับวา่ เปน็ เคร่ืองบินจริงเพ่ือฝกึ การบนิ การใช้ประโยชน์ทางดา้ นการแพทย์ เพื่อ
ผา่ ตัดผู้ป่วยผ่านระบบความจริงเสมือนในสถานทท่ี ห่ี า่ งไกลออกไปทาใหผ้ ปู้ ่วยสามารถรอดชีวิตได้
การทดลองสวมเสื้อผา้ ที่จะซื้อผา่ นเครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ตโดยไม่ต้องทดลองสวมเสื้อผ้าจรงิ
3) วดี ิทัศน์ตามประสงค์ (Video-on-Demand : VOD) เป็นระบบท่นี าภาพวิดีโอมาบนั ทึกลงใน
คอมพวิ เตอร์เพยี งชดุ เดยี ว และสามารถแจกจ่ายขอ้ มลู วดิ โี อชุดนี้ใหก้ ับผู้ใชจ้ านวนมากได้ โดยไม่
จาเป็นต้องรบั ชมพรอ้ มๆ กัน และควบคุมการแสดงผลได้เหมือนกับดวู ิดโี อเทปทุกประเภท
การเลอื กซื้อคอมพิวเตอรใ์ หเ้ หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน
การเลอื กซื้อคอมพิวเตอร์ควรพิจารณาถึงลักษณะการใชง้ านเปน็ สาคัญ ดังนี้
1. งานด้านเอกสาร รายงาน หรอื งานในสานกั งานต่างๆและงานทว่ั ไป ควรใช้คอมพิวเตอร์
คณุ ภาพปานกลางและใช้ซอฟตแ์ วร์ไมโครซอฟต์ออฟฟิศ(Microsoft Office) และชุดซอฟต์แวร์
สาเร็จรปู ต่างๆในการทางาน
2. งานดา้ นกราฟิกประเภทออกแบบส่ือส่งิ พิมพ์ และส่อื โฆษณาต่างๆ ควรใช้ซอฟต์แวร์ทีต่ อ้ งการ
ช้ินส่วนอปุ กรณข์ องเครื่องคอมพิวเตอร์ทม่ี ปี ระสทิ ธิ์ภาพสูงสมพอสมควร เพ่อื ใชง้ านกบั
ซอฟตแ์ วรอ์ ะโดบีโฟโตชอป (Adobe Photoshop) อะโดบีอลิ ลัสเทรเตอร์ (Adobe Illustrator)
คอเรลดรอว์ (Coreldraw) อินดีไซน์ (InDesign) หรือเพจเมกเกอร์ (PageMaker) และในขณะ
ทางานอาจตอ้ งมีการเรยี กใช้ซอฟต์แวรเ์ หล่านีข้ ้นึ มาทางานพร้อมกันหลายๆทตัว ราคาช้ินส่วน
อุปกรณ์คอมพิวเตอรท์ ่ีใชใ้ นงานประเภทนจี้ ะอยูใ่ นระดับปลานกลางถึงคอ่ นข้างสูง
ผู้ช่วยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n2M4edia
3. งานดา้ นออกแบบกราฟกิ ข้ันสูงประเภท 3 มติ ิ หรืองานแอนิเมชัน ควรใชเ้ คร่ืองคอมพิวเตอร์ทม่ี ี
ความสามารถในการคานวณสูงมาก เพื่อใช้รา่ งกาย 3 มติ ิและใชซ้ อฟแวร์ออโตแคด(AutoCAD)
สตดู โิ อ แมกซ์ (3D Studio Max) หรือมายา (Maya)
4. งานผลติ ส่อื ประสม เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ทใี่ ชใ่ นงานผลิตสื่อประสม ต้องสามารถรองรับและ
สนับสนุนการทางานของระบบคอมพวิ เตอร์ทง้ั ระบบเด่ยี ว และระบบเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์
เครือ่ งคอมพิวเตอร์ทใ่ี ช้ในงานผลติ สอื่ ประสมต้องมีความรวดเร็วในการประมวล การติดตอ่ สือ่ สาร
ระหวา่ งกันได้ทัง้ ภาพนงิ่ ภาพเคลอ่ื นไหว เสยี ง ข้อความหรแื ม้แต่วดิ โี อไดพ้ ร้อมๆ กัน และรีบ-สง่
ข้อมลู ข่าวสารได้จานวนมาก รวมถงึ การแสดงผลบนจอภาพได้อยา่ งละเอียดและสวยงาม
ตารางสรุปการเรียนรู้
ผชู้ ่วยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 225
ระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์
จดุ ประสงค์หลักของความปลอดภยั ทางขอ้ มลู
1. การรกั ษาความลับ (Confidentiality) คือการรบั รองวา่ จะมีการเกบ็ ข้อมลู ไวเ้ ปน็ ความลบั และผ้มู ี
สิทธิเทา่ นั้นจึงจะเข้าถงึ ขอ้ มูลน้นั ได้
2. การรกั ษาความสมบรู ณ์ (Integrity) คือการรบั รองว่าข้อมลู จะไม่ถกู เปลี่ยนแปลงหรือทาลายไม่ว่าจะ
เปน็ โดย อุบตั เิ หตุหรอื โดยเจตนา
3. ความพร้อมใช้ (Availability) คือการรบั รองว่าข้อมูลและบริการการสอื่ สารตา่ ง ๆ พรอ้ มทจ่ี ะใชไ้ ด้ใน
เวลาทต่ี ้องการใช้งาน
4. การหา้ มปฏิเสธความรับผิดชอบ (Non-Repudiation) คอื วิธีการส่ือสารซง่ึ ผู้ส่งข้อมูลไดร้ บั หลักฐาน
ว่าได้มีการส่งข้อมูลแล้วและผู้รับกไ็ ด้รบั การยืนยันว่าผสู้ ่งเปน็ ใคร ดังนน้ั ทั้งผูส้ ง่ และผูร้ บั จะไม่สามารถปฏิเสธ
ได้วา่ ไม่มีความเกย่ี วข้องกบั ข้อมลู ดงั กลา่ วในภายหลังภยั คุกคามทางดา้ นข้อมูล
Hacker คอื ผูท้ ีแ่ อบเข้าใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานหรือองคก์ รอ่นื โดยมิไดร้ ับอนญุ าต แต่ไม่มี
เจตนาท่จี ะสร้างความเสยี หายหรอื สรา้ งความเดือดร้อนให้แก่ใครทัง้ สิ้นเพยี งแคต่ ้องการทดสอบความรู้
ความสามารถของตนเอง
Cracker คอื ผทู้ ี่แอบเขา้ ใชง้ านระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานหรอื องค์กรอน่ื โดยมเี จตนาร้ายท่จี ะสร้าง
ความเสยี หายใหก้ ับระบบ Network หรอื ขโมยขอ้ มูลท่ีเปน็ ความลับทางธรุ กจิ
ไวรัส (Virus) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอรป์ ระเภทหนึ่งท่ีเขียนข้ึนโดยความต้ังใจของ Programmer ถูก
ออกแบบมาให้แพรก่ ระจายตัวเองจากไฟลห์ น่ึงไปยงั ไฟล์อ่ืน ๆ ภายในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ ไวรสั จะ
แพรก่ ระจายตัวเองอย่างรวดเร็วไปยงั ทุกไฟลภ์ ายในคอมพวิ เตอร์ หรอื อาจจะทาใหไ้ ฟลเ์ อกสารติดเชื้อ
อยา่ งช้า ๆ แตไ่ วรัสจะไมส่ ามารถแพร่กระจายจากเคร่อื งหนง่ึ ไปยังอกี เคร่ืองหนึง่ ได้ดว้ ยตวั มันเอง
โดยท่ัวไปแล้วจะเกิดจากการทีผ่ ้ใู ช้ใช้สอ่ื จัดเกบ็ ขอ้ มลู เช่น Diskette คัดลอกไฟล์ข้อมลู ลง Disk และตดิ
ไวรัสเมอ่ื นาไปใชก้ ับเครือ่ งอ่ืน หรอื ไวรัสอาจแนบมากับไฟลเ์ ม่อื มีการส่ง E-mail ระหวา่ งกนั
หนอนอินเตอร์เน็ต (Worms) มีอนั ตรายต่อระบบมาก สามารถทาความเสียหายตอ่ ระบบได้จากภายใน
เหมือนกบั หนอนที่กัดกนิ ผลไมจ้ ากภายใน หนอนรา้ ยเป็นโปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ ่ีถกู ออกแบบมาให้
สามารถแพรก่ ระจายตวั เองจากเคร่อื งคอมพวิ เตอรเ์ คร่ืองหน่งึ ไปยงั อีกเครือ่ งหนึ่งโดยอาศัยระบบเนต็ เวริ ์ค
(ผา่ นสาย Cable) ซึง่ การแพร่กระจายสามารถทาได้ด้วยตัวของมนั เองอยา่ งรวดเร็วและรุนแรงกวา่ ไวรัส
เม่อื ไรกต็ ามท่คี ุณสง่ั Share ไฟล์ขอ้ มูลผา่ น Network เม่อื น้ัน Wormsสามารถเดินไปกับสายส่ือสารได้
ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n2M6edia
Spam mail คือ การส่งข้อความที่ไม่เปน็ ท่ตี ้องการใหก้ บั คนจานวนมาก ๆ จากแหลง่ ท่ีผู้รบั ไม่เคยรู้จักหรอื
ติดตอ่ มาก่อน โดยมากมักอยู่ในรูปของ E-mail ทาให้ผู้รับราคาญใจและเสยี เวลาในการลบขอ้ ความ
เหลา่ นัน้ แล้ว Spam mail ยงั ทาให้ประสิทธภิ าพการขนส่งข้อมูลบนอนิ เทอรเ์ น็ตลดลงด้วย
การรกั ษาความปลอดภัยของขอ้ มูล
การเขา้ รหัส (Cryptography)
คอื การทาใหข้ ้อมูลที่จะส่งผ่านไปทางเครือข่ายอยใู่ นรูปแบบทไ่ี มส่ ามารถอ่านออกได้ ด้วยการเขา้ รหัส
(Encryption) ทาให้ขอ้ มลู นนั้ เป็นความลับ ซ่ึงผู้ท่ีมีสทิ ธิ์จริงเทา่ น้ันจะสามารถอ่านข้อมูลน้ันไดด้ ว้ ยการ
ถอดรหสั (Decryption
ลายมือชื่อดจิ ิทัล (Digital Signature)
ลายมือชอ่ื ดจิ ิตอล (Digital Signature) หรอื เรียกอกี อยา่ งว่า ลายเซ็นดิจิตอล ใชใ้ นการระบตุ วั บคุ คลเพอื่
แสดงถึงเจตนาในการยอมรบั เนือ้ หาในสัญญาน้ัน ๆ และป้องกันการปฏิเสธความรับผดิ ชอบ เพิม่ ความ
น่าเช่ือถือในการทาธรุ กรรมรว่ มกัน
การรกั ษาความปลอดภัยบนระบบเครอื ข่าย
SSL (Secure Sockets Layer)
SSL ใชใ้ นการรกั ษาความปลอดภัยสาหรับการทาธุรกรรมตา่ ง ๆ ผ่านอนิ เทอรเ์ นต็ ซง่ึ SSLนัน้
จะใช้ในการเข้ารหสั (encrypt) ขอ้ มูล ใช้ในการตรวจสอบและยนื ยนั ฝ่ายผขู้ ายวา่ มตี ัวตนอย่จู ริง
การป้องกัน Hacker กับ Cracker
การป้องกนั ที่ได้ผลดีที่สดุ คือการใช้ รหัสผ่าน (Password) และใช้ Server ทม่ี ีความ
ปลอดภัยสูง (Secured Server) ไฟร์วอลล์ (Firewall) และเราท์เตอร์ (Router) แตไ่ มว่ ่าจะ
ป้องกนั ดว้ ยวธิ ใี ดก็แล้วแต่ ก็ไม่สามารถมนั่ ใจไดว้ ่าวิธีนน้ั ๆ จะสามารถป้องกนั ได้ 100% ตราบใดท่ี
เคร่อื งคอมพิวเตอร์นัน้ ยังมีการเชื่อมต่อระบบเครอื
ผชู้ ว่ ยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 227
Password
เป็นการรักษาความปลอดภัยข้ันพ้ืนฐานในการ Login เข้าสู่ระบบ โดยการตัง้ รหสั ผ่าน
(Password) น้นั ควรมีความยาวอยา่ งนอ้ ย 6 ตวั อักษร และไมค่ วรง่ายต่อการเดา และควร Update
รหสั ผา่ นอยูบ่ อ่ ย
Firewall
กาแพงไฟ (Firewall) เปน็ ไดท้ ัง้ ฮารด์ แวร์และซอฟตแ์ วร์ องคก์ รท่ีมีการเชือ่ มตอ่ เครอื่ ข่าย
กับภายนอก จะใช้ Firewall เพ่อื กนั คนนอกเข้ามาในเครือขา่ ยโดยไม่ไดร้ บั อนญุ าต ปอ้ งกันการบกุ
รุกจาก Hacker และ Cracker ทจ่ี ะทาอนั ตรายใหก้ บั เครือข่ายขององคก์ ร ซ่งึ Firewall จะอนญุ าตให้
เฉพาะข้อมูลทม่ี ีคุณลักษณะตรงกับเงื่อนไขทีก่ าหนดไว้ ผา่ นเข้าออกระบบเครือข่ายได้
นอกจากนี้ Firewall ยงั สามารถกรอง Virus ได้ แต่ไมท่ ้งั หมด และก็ไม่สามารถ
ป้องกนั อันตรายท่มี าจากเครือข่ายอินเทอร์เนต็ ทกุ รูปแบบ
Clipper Chip
เป็นวงจรฮาร์ดแวรท์ างอเิ ลก็ ทรอนิกสท์ จ่ี ะเขา้ รหัสเพื่อใช้ในการส่ือสารกนั บนอินเทอร์เนต็
คลิปเปอร์ชปิ ไดร้ ับการเสนอโดยรัฐบาลสหรฐั ฯ ชิปน้ไี ด้จัดทาขึน้ โดยทท่ี างรัฐบาลสามารถถอดรหัสน้ีได้
ทาใหเ้ กิดการโตเ้ ถียงกนั มากว่ารัฐบาลสหรฐั ฯ สามารถติดตามการตดิ ต่อส่ือสารบนอนิ เทอรเ์ นต็ ไดห้ มด
อย่างไรกต็ ามทางรัฐบาลสหรัฐฯ ก็อ้างวา่ รฐั บาลจะถอดรหัสข้อมูลตามคาส่งั ศาลเท่าน้ัน
การรกั ษาความปลอดภยั ทางกายภาพ
มีหลายวธิ ีทจ่ี ะใชส้ าหรับการรักษาความปลอดภัยให้กบั ตวั เครื่องและอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ เชน่
1. การใช้พนักงานรกั ษาความปลอดภยั อาจใช้ รปภ. จบั ขโมยและผบู้ ุกรุก
ผู้ช่วยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n2M8edia
2. ใช้ระบบรักษาความปลอดภยั ในการเขา้ - ออก จากห้องคอมพวิ เตอร์ เช่น
- ล๊อคหอ้ งคอมพวิ เตอร์ดว้ ยกุญแจ
-เข้าและออกจากห้องดว้ ยระบบ Key Card
-ใชร้ ะบบเขา้ ออกจากห้องโดยการสแกนลายนิว้ มือ (Finger Scan)
ผูช้ ว่ ยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 229
-ใชร้ ะบบสแกนม่านตา (Eye Scan)
3. ใช้กุญแจลอ็ คเครอื่ งและอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์
4. ใชร้ ะบบสารองไฟ เช่น ใชเ้ ครอ่ื ง UPS ในการสารองไฟ เมื่อไฟดบั เพอื่ ป้องการการเสียหายของ
Hardware และข้อมูลภายใน
ผู้ช่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n3M0edia
5. ใช้สารเคมใี นการดบั ไฟเม่ือเกิดไฟไหม้ เมื่อเกดิ ไฟไหม้ในห้องคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถใชน้ ้าในการดับ
ไฟ เน่ืองจากเม่ือดับไฟได้แล้วก็จะทาให้เคร่ืองและอปุ กรณเ์ กิดความเสยี หาย ดังน้ันจึงจาเป็นต้องใช้
สารเคมชี นิดพเิ ศษในการดับไฟ
ผชู้ ่วยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 231
แนวข้อสอบการจดั ทาฐานขอ้ มลู
1. การพัฒนาระบบฐานขอ้ มลู แบง่ เป็นก่ีขน้ั ตอน
ตอบ 7 ขั้นตอน
2. การพัฒนาระบบฐานข้อมลู ข้ันตอนท่ี 3
ตอบ ขน้ั ตอนท่ี 3 การออกแบบและพัฒนาโปรแกรม (Implementation)
3. การพัฒนาระบบฐานขอ้ มูลข้ันตอนที่ 6
ตอบ ข้ันตอนท่ี 6 การบารุงรักษาและเพ่มิ ความต้องการของระบบ (Maintenance and Evolution)
4. การวเิ คราะหป์ ัญหา หมายถึง
ตอบ ระบบฐานข้อมลู เปน็ การวิเคราะหป์ ัญหาของระบบงาน ปัจจบุ นั ทีก่ าลังใช้งานอยู่ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง
เชน่ การจดั เก็บข้อมลู การจดั ทาเอกสารที่ เกย่ี วข้องกับการดาเนินงาน ตลอดจนรายงานทีน่ าเสนอผู้บริหาร
เปน็ ตน้
5. การศกึ ษาความเป็นไปได้ หมายถงึ
ตอบ เป็นการศึกษาถึงความเหมาะสมและการประเมนิ ผลประโยชนเ์ ปรียบเทยี บกบั ค่าใช้จ่ายทใี่ ช้ในการ
พฒั นาระบบฐานข้อมลู น้นั
6. การออกแบบฐานขอ้ มูลในระดบั ความคิด หมายถึง
ตอบระดับน้ีเป็นการกาหนดโครงสร้างหลักๆ ของข้อมูลภายในฐานข้อมูล โดยยังไม่คานึงถึงรูปแบบของ
ฐานข้อมูลว่าจะเป็นรูปแบบใด (แบบลาดับขั้น แบบเครือข่าย หรือแบบเชิงสัมพันธ์) ในการกาหนด
โครงสร้างของข้อมูลภายในฐานข้อมูลน้ีอาจจะนาเสนอเป็นภาพรวมในรูป ของแบบจาลองความสัมพันธ์
ระหว่างข้อมูล (E-R Model) ที่แสดงถึงเอนติตี้และความสัมพันธ์ระหว่างเอนติตี้ของฐานข้อมูลทั้งระบบ
ผลลพั ธ์ที่ ได้ในการออกแบบระดบั น้เี รยี กว่า “Conceptual Schema”
7. การออกแบบฐานขอ้ มลู ในระดับตรรกะ หมายถึง
ตอบ ระดบั นเี้ ปน็ การนาเอาโครงสรา้ งหลกั ๆ ท่ีไดอ้ อกแบบในระดบั ความคิดมาปรบั ปรุงให้มีโครงสร้าง
ขอ้ มูลทีส่ ามารถนามาใชง้ านได้จรงิ โดยยังไม่คานึงซอฟต์แวร์ที่จะนามาใชพ้ ฒั นาสร้างระบบฐานข้อมลู นใ้ี น
ระดบั นจี้ งึ มีการตรวจสอบความถูกต้องของโครงสรา้ งท่ีออกแบบ ขึน้ กบั สว่ นประมวลผลแบบตา่ งๆ ที่
ออกแบบไว้เช่น ถา้ ต้องการนาโครงสรา้ งในระดับความคิด มาปรับปรงุ ให้อยู่ในรูปแบบฐานข้อมลู เชงิ
สมั พนั ธ์ก็จะตอ้ งนาแบบจาลองความสัมพันธร์ ะหวา่ งข้อมลู มาแบง่ ให้อย่ใู นรปู แบบฐานข้อมูลเชงิ สัมพันธเ์ ปน็
ต้น หรือไมต่ ้องทาการออกแบบ ในระดบั ความคดิ แต่มาทาการออกแบบในระดบั ตรรกะ ด้วยวธิ กี ารนอร์
มลั ไลซ์กเ็ ลยได้ผลลัพธ์ทไ่ี ด้จากการออกแบบระดบั นเ้ี รียกว่า “Logical Schema”
8. การออกแบบฐานข้อมลู ในระดับกายภาพ หมายถึง
ผูช้ ว่ ยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n3M2edia
ตอบ ระดับน้ีเป็นการออกแบบ โดยการปรับปรุงโครงสร้างของข้อมูลท่ี ออกแบบขึ้นจากระดับตรรกะ
(Logical) มาปรับปรุงโครงสร้างให้ เป็นไปตามโครงสร้างของซอฟต์แวร์ท่ีจะนามาใช้เช่น การกาหนด
ประเภทของข้อมูล โครงสร้างในการจัดเก็บ (การสร้างดัชนี(Index) การ จัดคลัสเตอร์(Clustering) ซ่ึงเป็น
การจัดเกบ็ ขอ้ มลู ท่ีมีการใช้งานบ่อยๆ หรือการใช้เทคนิคแอชช่ิง (Hashing Technique) ในการจัดตาแหน่ง
ที่อยู่ของข้อมูล และวิธีการเข้าถึงข้อมูล เป็นต้น ผลลัพธ์ที่ได้จากการออกแบบระดับนี้ เรียกว่า “Physical
Schema”
9. การตดิ ตงั้ แบบทันทที นั ใด (Direct Installation) หมายถงึ
ตอบ เป็นการตดิ ต้ังระบบงานใหมท่ ันทแี ละยกเลิกระบบงานเดมิ ทนั ทีวธิ ีนี้ เสยี คา่ ใชจ้ ่ายน้อยแตม่ ีความ
เสี่ยงสูง
10. การติดตั้งแบบขนาน (Parallel Installation) หมายถึง
ตอบ เป็นการตดิ ตงั้ โดยมรี ะบบงานใหม่ไปพร้อมๆ กับระบบงานเดมิ จนกว่าผู้ใช้ จะพอใจในระบบงานใหม่
จึงยกเลิกระบบงานเดิม
11. การตดิ ต้ังแบบนาร่อง (Pilot Installation) หมายถึง
ตอบ เป็นการติดตง้ั ระบบงานใหมเ่ พยี งหนว่ ยงานเดยี วเพ่ือเปน็ การนาร่องแล้วจงึ เปล่ยี นหมดท้ังองค์กร
เมอื่ เห็นวา่ ระบบงานใหม่ทางานไดต้ ามวตั ถปุ ระสงค์
12. การติดตั้งแบบทยอยติดต้ังเป็นระยะ (Phased Installation) หมายถงึ
ตอบ เปน็ การติดตงั้ ระบบงานใหมเ่ พียงบางสวนของระบบงาน ควบคไู่ ปกบั ระบบงานเดิมในสว่ นอน่ื ๆ แล้ว
จงึ เปล่ยี นทง้ั หมด เมื่อเห็นว่าระบบงานใหม่ทางานไดต้ ามวัตถุประสงค์
13. การบารุงรักษาระบบฐานขอ้ มลู หมายถึง
ตอบ เปน็ ขัน้ ตอนที่ทาการบารงุ รกั ษาระบบฐานข้อมูลใหท้ างานอย่างมปี ระสิทธิภาพ ซึ่งเกิดขึน้ ในระหว่าง
การงาน ซึง่ จะต้องมผี ้ดู ูแล ระบบทาการดูแล และคอยตรวจสอบการทางานของระบบ พร้อมทั้งให้
คาแนะนาหรอื คาปรกึ ษาการใช้งานของระบบ รวมถึงการฝึกอบรม การใช้ระบบกบั พนกั งาน หากพบว่าระบ
ท่ีพัฒนาขึ้นน้ี จะต้องทาการแก้ไขปรบั ปรุงเพ่ิมเติม เพใื่ ห้เหมาะสมกบั ความต้องการของผู้ใช้ ผู้พัฒนาระบบ
กจ็ ะต้องรีบดาเนินการให้ระบบใหมน่ ี้เป็นไปตามความตอ้ งการของผูใ้ ชแ้ ละเปา้ หมายขององค์กร
14. เอกสารสาหรับผพู้ ฒั นาระบบ (Technical Documentation) หมายถึง
ตอบ เอกสารนาหรบั ผพู้ ัฒนาระบบ (Technical Documentation) เป็นเอกสารทม่ี ีความละเอยี ดมากกวา่
เอกสารสาหรบั ผใู้ ช้ เพราะเอกสารสาหรับผู้พัฒนาระบบจะมีรปู แบบของคาสั่งของโปรแกรมแตล่ ะส่วน
พรอ้ มทงั้ บอกวัตถปุ ระสงค์หรือมี คาอธิบายโปรแกรมแตล่ ะส่วนของโปรแกรม
15. เอกสารสาหรบั ผ้ใู ชร้ ะบบ (User Documentation) หมายถงึ
ผูช้ ่วยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 233
ตอบ เปน็ เอกสารท่ี อธิบายถึงวิธีการใช้ระบบทลี ะขน้ั ตอน เชน่ ผู้ใช้จะ สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างไร
จะต้องไปที่ เมนใู ดจงึ จะปอ้ นข้อมลู ไดก้ ารพิมพเ์ อกสารที่เก่ียวข้องการทาสรปุ รายงาน รวมถงึ ผบู้ รหิ ารจะเข้า
ใช้สารสนเทศได้อย่างไรดว้ ย
ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n3M4edia
แนวขอ้ สอบหลักการเขียนโปรแกรม
1.ข้อใดคือความหมายของภาษาคอมพิวเตอรท์ ีถ่ ูกต้องท่ีสดุ
ก.สร้างขึน้ เพื่อให้เปน็ ไวรสั คอมพิวเตอร์
ข.สัญลกั ษณท์ ี่ใชแ้ ทนคาสั่งส่ือสารส่งั งาน ระหวา่ งมนุษย์กับเครื่องคอมพิวเตอร์
ค.สญั ลักษณข์ ้อความ แทนกล่มุ ของตัวเลขฐานสอง
ง.ถกู สร้างขึ้นมาเพื่ออานวยความสะดวกให้มนุษย์
2. ข้อใด ไม่ใช่ ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์
ก.แอสแซมเบลอร์
ข.อินเตอร์พรเี ตอร์
ค.คอมไพลเลอร์
ง.โพรซีเยอร์
3.ขอ้ ใดไม่ใช่ภาษาระดับสงู
ก.ภาษาซี
ข.ภาษาปาสคาล
ค.ภาษาแอสแซมบี
ง.ภาษาฟอร์แทรน
4.ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ กิจกรรมที่ตอ้ งทาในการกาหนดและวิเคราะห์ปัญหา
ก.การเขยี นผังงาน
ข.วเิ คราะหร์ ปู แบบของผลลพั ธ์
ค.วเิ คราะหข์ ้อมลู Input
ง.กาหนด process การแกป้ ัญหา
5.สิง่ ที่ต้องทาเปน็ ขั้นตอนสดุ ท้ายของการพัฒนาโปรแกรมคอื อะไร
ก.การบารงุ รกั ษาโปรแกรม
ข.การทาเอกสารประกอบโปรแกรม
ค.การจาลองความถูกต้องของโปรแกรม
ง.การตรวจสอบความผิดพลาดของโปรแกรม
6.ข้อใดคือขอ้ ดีของการออกแบบโปรแกรมดว้ ยผังงาน
ก.แปลงเป็นโปรแกรมไดง้ า่ ย
ผู้ชว่ ยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 235
ข.มีลักษณเ์ ป็นรปู ภาพทาใหอ้ ่านง่าย เข้าใจตรงกนั ได้
ค.รปู แบบเป็นภาษาองั กฤษหรอื ภาษาไทยที่เข้าใจได้ง่าย
ง.มีความซบั ซ้อนไม่มาก
7. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ โครงสร้างหลักในการพฒั นาอลั กอรธิ มึ
ก.โครงสรา้ งแบบลาดับ
ข.โครงสรา้ งแบบตดั สินใจ
ค.โครงสร้างแบบทาซ้า
ง.โครงสร้างแบบทางเลือก
8. ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง แทนคาส่ังตา่ งๆ ด้วยอะไร
ก.เลขฐานสอง
ข.สัญลักษณ์
ค.คาภาษาอังกฤษ
ง.นิมอนกิ โค้ด
9. สญั ลกั ษณ์ การประมวลผล ในการเขียนผงั งานมลี ักษณะแบบใด
ก.รูปสเ่ี หลยี่ มปลายมน
ข.รปู สี่เหลี่ยมข้ามหลามตัด
ค.รปู ส่เี หล่ยี มผืนผ้า
ง.รูปวงกลม
10. ข้อใดไมใ่ ช่กฎในการกาหนดค่าตวั แปร
ก.ต้องไมซ่ ้ากับคีย์เวริ ์ดหรอื คาสงวน
ข.ชือ่ มคี วามยาวไมจ่ ากัดแตต่ ้องอยู่ในบรรทัดเดียวกนั
ค.ตอ้ งพิมพ์ด้วย A-Z และห้ามมี
ง.ช่อื ตอ้ งพิมพต์ ิดกนั หา้ มมชี อ่ งว่าง
11.เมื่อต้องการพัฒนาโปรแกรมจะต้องทาส่ิงใดก่อน
ก. วิเคราะหป์ ญั หา.
ข. เขียนรหัสจาลอง.
ค. เขยี นโปรแกรม.
ง. เลือกภาษาทตี่ ้องใช้เขยี น
ผูช้ ว่ ยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n3M6edia
12.ข้อใดคอื ข้อแตกตา่ งระหว่างซูโดโคด้ กับผงั งาน
ก. ซูโดโค้ดกับผงั งานเปน็ คาอธบิ ายขั้นตอนการทางาน.
ข. ซโู ดโค้ดกบั ผังงานเป็นแผนภาพของโปรแกรม.
ค. ผังงานเปน็ คาอธบิ ายขั้นตอนการทางาน แต่ซโู ดโคด้ เปน็ แผนภาพของโปรแกรม.
ง. ซโู ดโค้ดเป็นคาอธิบายขั้นตอนการทางาน แตผ่ งั งานเปน็ แผนภาพของโปรแกรม
13.ข้อใดต่อไปนีค้ อื ผลของการไมใ่ สค่ าสัง่ break การตรวจสอบเงอ่ื นไขด้วย switch
ก. โปรแกรมคอมไพลไ์ มผ่ ่าน.
ข. เง่ือนไขแต่ละ case จะไม่ทางาน.
ค. จะตรวจสอบ case ทอี่ ยูล่ าดบั ถัดไป.
ง. ไม่เกดิ อะไรขึ้น
14. ข้อใดไม่ถูกต้องตามหลกั การตัง้ ชื่อตัวแปร
ก. day of week.
ข. num1.
ค. 2Subjects.
ง. FLOAT
15.ข้อใดตอ่ ไปน้ี คอื ลักษณะการทางานของคาส่ังวนซา้ do-while ?
ก. ตรวจสอบเงื่อนก่อนก็ได้ หรอื ทางานก่อนก็ได.้
ข. ทางานและตรวจสอบเงอ่ื นไขพรอ้ มกนั .
ค. ตรวจสอบเง่อื นไขก่อนแลว้ จึงทางานต่อไป.
ง. ทางานตามคาสั่งก่อนจึงตรวจสอบเง่อื นไข
16.ข้อใดต่อไปนี้ เป็นคาสง่ั ในการเลือกทาแบบทางเดียว
ก. if.
ข. if-else.
ค. if-else เชิงซอ้ น.
ง. switch
17.โครงงานสร้างซอฟต์แวร์ในการวาดรปู จดั อยใู่ นโครงงานประเภทใด ?
ก. เกม
ข. พฒั นาเคร่ืองมือ.
ค. จาลองทฤษฎ.ี
ผ้ชู ่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 237
ง. ส่อื เพือ่ การศึกษา
18.โครงงานจาลองการทางานของระบบไฟฟา้ จดั อยูใ่ นโครงงานประเภทใด
ก. เกม.
ข. จาลองทฤษฎ.ี
ค. พฒั นาเครื่องมือ.
ง. สอื่ เพ่อื การศึกษา
19. ข้อใดเปน็ ลักษณะของภาษาระดับสงู ?
ก. ทางานได้โดยไม่ต้องมโี ปรแกรมระบบ.
ข. เป็นภาษาที่ใช้กับงานขัน้ สงู .
ค. เปน็ ภาษาคอมพิวเตอร์ยุคใหม.่
ง. มีภาษาใกลเ้ คยี งกบั ภาษามนุษย์
20. ข้อใดเปน็ ลักษณะของภาษาระดับสงู ?
ก. ทางานได้โดยไม่ต้องมีโปรแกรมระบบ.
ข. เป็นภาษาทีใ่ ช้กับงานข้นั สูง.
ค. เปน็ ภาษาคอมพิวเตอร์ยคุ ใหม่.
ง. มีภาษาใกลเ้ คียงกับภาษามนษุ ย์
21. การแปลภาษาคอมพิวเตอร์เป็นรหัสภาษาเครอ่ื งมือทม่ี ีการแปลทีละบรรทดั เรียกว่าอะไร
ก. คอมไพล์เลอร์.
ข. อนิ เทอร์พรีเตอร์.
ค. แอสเซมเบอร์.
ง. รนั ไทม์
22.กิจกรรมใดท่ีเกย่ี วข้องกบั การพฒั นาโครงงานคอมพิวเตอร์นอ้ ยที่สดุ
ก. แกป้ ัญหา.
ข. ประดษิ ฐ์คิดคน้ .
ค. ค้นควา้ หาความรู้.
ง. ฝึกทกั ษะพิมพโ์ ดยใช้คอมพิวเตอร์
23. การรวบรวมรายชอ่ื หนังสือ วารสาร เอกสาร เวบ็ ไซต์ จัดอยูใ่ นส่วนใดของการเขียนรายงาน
โครงงาน
ก. บทคัดยอ่ .
ข. ค่มู ือการใช้งาน.
ค. บรรณานุกรม
ง. หลักการและทฤษฎี
24. ข้อใด ไมใ่ ช่ ขั้นตอนในการทาโครงงาน
ผู้ช่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n3M8edia
ก. การนาเสนอและแสดงผลงาน.
ข. การเลือกหัวข้อโครงงาน.
ค. การเขียนรายงาน.
ง. การแสดงวิธกี ารดาเนนิ งาน
25. ข้อใดคอื เคร่ืองหมายลงทา้ ยคาสง่ั ต่างๆ ในภาษาซี
ก. ; (semi-colon).
ข. : (colon).
ค. # (directive).
ง. , (comma)
26. ข้อใดเรยี งลาดับข้นั ตอนการพัฒนาโปรแกรมไดถ้ ูกต้อง ?
ก. เขียนโปรแกรม > ทาเอกสาร > เขียนผงั งานและซูโดโค้ด > ทดสอบและแกไ้ ขโปรแกรม >
วิเคราะห์ปญั หา
ข. เขยี นโปรแกรม > ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม > วเิ คราะห์ปัญหา > ทาเอกสาร > เขียนผงั งาน
และซูโดโค้ด
ค. วเิ คราะห์ปญั หา > เขยี นผังงานและซูโดโค้ด > เขยี นโปรแกรม > ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม >
ทาเอกสาร
ง. วิเคราะหป์ ัญหา > เขียนโปรแกรม > เขยี นผังงานและซูโดโคด้ > ทดสอบและแก้ไขโปรแกรม >
ทาเอกสาร
27.ข้อใดต่อไปน้ี คือคาสัง่ ท่ีต้องใช้หยดุ การทาซ้าและออกจากลปู ของโปรแกรมได้
ก. continue
ข. break.
ค. while
ง. for
28.ในการเชื่อมต่อโปรแกรมตอ้ งมีลักษณะโครงสรา้ งท่ดี ีซึ่งตอ้ งมกี ารพิจารณาจากเรื่องใดบ้าง
ก. การเขียนโปรแกรมควรเป็นแบบบนลงล่าง
ข.ใชโ้ ครงสร้างควบคุมการทางาน
ค. ควรใชต้ วั แปรทเ่ี ป็นแบบโลคอล
ง.ถกู ทุกขอ้
29.ในการเชอ่ื มต่อโปรแกรมตอ้ งมีลกั ษณะโครงสร้างที่ดซี ึ่งต้องมกี ารพิจารณาหลายเรื่องยกเวน้ เรือ่ งใด
ก. การเขียนโปรแกรมควรเป็นแบบบนลงลา่ ง
ข.ใช้โครงสร้างควบคมุ การทางาน
ค. ควรใชต้ ัวแปรท่เี ป็นแบบโลคอล
ง. การออกแบบระบบ
ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 239
30. โปรแกรมเร่ิมแรกท่ีเขียนบนเอดเิ ตอร์ (Editor) เรียกวา่
ก. โปรแกรมสาเรจ็ รูป
ข. โปรแกรมประสงค์
ค. โปรแกรมต้นกาเนิด
ง. โปรแกรมทาการ
31.โปรแกรมทผี่ ่านขนั้ ตอนการแปลโดยใชต้ วั แปลภาษา (Compiler) เรยี กว่า
ก. โปรแกรมสาเร็จรูป
ข. โปรแกรมประสงค์
ค. โปรแกรมตน้ กาเนดิ
ง. โปรแกรมทาการ
32. ภาษาซีจดั เปน็ ภาษาระดับใด
ก. ระดบั ต่า
ข. ระดบั กลาง
ค. ภาษาเครือ่ ง
ง. ระดับสูง
33. ผูน้ าภาษาซีมาเผยแพร่ใชง้ าน คือ
ก. Blaise Pascal
ข. Dennis M. Ritchie
ค. Brian W. Kernighan
ง. ท้งั ขอ้ ข. และ ค.
34.โปรแกรมภาษาซีจะเริ่มทางานจากฟังก์ชันใด
ก. ฟงั ก์ชนั main
ข. ฟังกช์ นั include
ค. ฟงั ก์ชัน library
ง. ฟังกช์ ัน declare
35.การกาหนดฟังก์ชนั ตา่ ง ๆ ขน้ึ ใช้งานในภาษาซจี ะกาหนดท่ีใด
ก. ก่อนฟังกช์ ัน main
ข. หลงั ฟงั ก์ชัน main
ค. กาหนดได้ทั้งก่อนหรือหลังฟงั ก์ชัน main
ง. กาหนดไวภ้ ายในฟังก์ชนั main
36. if (a>b) {a-b} eles {a+b} รปู แบบนเี้ ป็นรแู้ บบการทางานแบบใด
ก.โครงสรา้ งแบบลองผดิ ลองถูก
ข.โครงสร้างแบบทาซ้า
ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n4M0edia
ค.โครงสรา้ งแบบเลอื กกระทาตามเงอื่ นไข
ง.โครงสร้างแบบตามลาดบั
37.อักขระในภาษาซปี ระกอบดว้ ย
ก. ตวั อักขระ A-Z และ a-z
ข. ตวั เลข 0-9
ค. ตวั อกั ขระพิเศษต่าง ๆ
ง. ถูกทกุ ข้อ
38. โปรแกรมจดั การฐานข้อมลู (DBMS) มหี นา้ ที่อยา่ งไร
ก. ดแู ลรักษาข้อมลู
ข. ตดิ ต่อกบั ตวั จดั การระบบแฟม้ ข้อมูล
ค. ควบคมุ ภาวการณ์ใชข้ ้อมูลพรอ้ มกัน
ง. จดั การการเข้าถงึ ข้อมูลและไฟลข์ ้อมลู
39. ข้อใดกล่าวถึงการทางานแบบ Multiuser
ก. สามารถเปิดใช้คอมพิวเตอรไ์ ด้ทลี ะหลายๆ เคร่ือง
ข. สามารถใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์ไดท้ ลี ะหลายๆ โปรแกรม
ค. สามารถใชค้ อมพิวเตอร์ทางานไดท้ ีละหลายๆ งาน
ง. สามารถใช้คอมพวิ เตอร์เครือ่ งเดยี วกนั พรอ้ มๆ กัน และใชโ้ ปรแกรมไดท้ ลี ะหลายๆ โปรแกรม
40.ข้อใดเป็นความสามารถของคอมพิวเตอรท์ ีเ่ รียกว่า Multiprocessing
ก. สามารถเปิดใช้คอมพวิ เตอร์ได้ทลี ะหลายๆ เครื่อง
ข. สามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ไดท้ ลี ะหลายๆ โปรแกรม
ค. สามารถใช้คอมพิวเตอรท์ างานไดท้ ลี ะหลายๆ งาน
ง. สามารถใชค้ อมพวิ เตอร์เครอ่ื งเดยี วกันพร้อมๆ กนั และใชโ้ ปรแกรมไดท้ ลี ะหลายๆ โปรแกรม
41. ข้อใด มใิ ช่ วธิ ีการป้องกันปญั หาความปลอดภัยในการใช้อินเตอรเ์ นต็
ก. โปรแกรมจากดั ข้อมูล
ข. รหัสผา่ น
ค. ระบบเครอื ขา่ ย
ง. โปรแกรมปอ้ งกนั ไวรสั
42.ข้อใดกล่าวถึง Electronic-mail ได้ชัดเจนท่สี ุด
ก. การขนถา่ ยขอ้ มลู จากเครื่องหนึง่ ไปยังอีกเครื่องหน่งึ
ข. การรบั สง่ ข้อความผ่านเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
ค. โปรแกรมสาหรับเปิดอ่านข่าวสารในเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์
ง. การพดู คยุ กันผ่านเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์
ผ้ชู ว่ ยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 241
43. เมื่อต้องการใหโ้ ปรแกรมทางานซ้าเราจะใชค้ าสงั่ ใด
ก. switch
ข. ture/false
ค.if
ง. for
44.ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการเขียนโปรแกรม
ก. ชว่ ยแก้ไขการทางานทผ่ี ิดพลาด
ข. ช่วยใหก้ ารทางานผิดพลาดน้อยลง
ค.ช่วยให้การทางานใชเ้ วลาน้อยลง
ง.ชว่ ยใหก้ ารทางานสะดวกขน้ึ
45.ข้อใดไมใ่ ชโ่ ครงสรา้ งของการเขียนโปรแกรม
ก. โครงสร้างแบบถูกผดิ
ข.โครงสร้างแบบการทาซา้
ค.โครงสรา้ งแบบตามลาดับ
ง.โครงสรา้ งแบบเลอื กกระทาตามเงอ่ื นไข
46.ข้อใดไมใ่ ชก่ ฎในการประกาศคา่ ตัวแปร
ก.หา้ มต้ังช่อื ตัวแปร โดยขน้ึ ต้นด้วยตัวเลข
ข.ชอื่ ตอ้ งพิมพ์ติดกัน
ค.ชือ่ มคี วามยาวจากัด
ง.ต้องไมซ่ า้ กับคียเ์ วริ ์ด
47.คาส่ัง Var Salary; หมายถึง
ก.ประกาศตวั แปรชือ่ Var
ข.ประกาศคา่ ตวั แปร ชอ่ื วา่ Salary
ค.เปลี่ยนชื่อตวั แปรจากชอ่ื Var เปน็ Salary
ง. เปล่ยี นช่ือตวั แปรจาก Salary เปน็ Var
48.ชนิดข้อมลู แบบใดเหมาะสาหรบั คานวน
ก.Number
ข.Object
ค.String
ง.Boolean
49. ชนิดข้อมูลแบบใดเหมาะสาหรบั เก็บค่าข้อความ
ก.String
ข.Boolean
ผ้ชู ่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n4M2edia
ค.Object
ง.Number
50. รวบรวมโครงสร้างข้อมูลชนดิ ต่างๆ ท่ีมีให้มาใช้งานในภาษาซี และมรี ูปแบบการใชง้ านอย่างไร
ก.โครงสรา้ งขอ้ มูลเบอ้ื งต้น เป็นชนิดขอ้ มูลท่ีไม่มโี ครงสรา้ งข้อมูลอ่ืนมาเปน็ ส่วนประกอบ
ข.โครงสรา้ งข้อมลู เรยี บง่าย มีรปู แบบงา่ ยๆไมซ่ บั ซ้อน
ค.โครงสร้างข้อมูลเชิงเส้น เปน็ โครงสร้างทม่ี ีความซบั ซ้อนมากขน้ึ
ง.ถูกทกุ ข้อ
เฉลยแนวข้อสอบหลักการเขียนโปรแกรม
ขอ้ 1 ข. ข้อ16 ก. ขอ้ 31 ค. ขอ้ 46 ข.
ข้อ2 ง. ค.
ข้อ3 ค. ข้อ17 ง. ข้อ32 ข. ข้อ47 ก.
ขอ้ 4 ก. ก.
ขอ้ 5 ก. ข้อ18 ง. ข้อ33 ง. ขอ้ 48 ง.
ขอ้ 6 ข.
ข้อ7 ง. ขอ้ 19 ง. ขอ้ 34 ค. ข้อ49
ขอ้ 8 ค.
ขอ้ 9 ค. ข้อ20 ง. ขอ้ 35 ง. ขอ้ 50
ขอ้ 10 ค.
ขอ้ 11 ก. ขอ้ 21 ข. ข้อ36 ค.
ขอ้ 12 ง.
ข้อ13 ค. ขอ้ 22 ข. ข้อ37 ง.
ขอ้ 14 ค.
ขอ้ 15 ง. ขอ้ 23 ค. ข้อ38 ข.
ข้อ24 ง. ขอ้ 39 ง.
ขอ้ 25 ก. ข้อ40 ข.
ขอ้ 26 ค. ขอ้ 41 ก.
ขอ้ 27 ค. ขอ้ 42 ข.
ขอ้ 28 ง. ขอ้ 43 ง.
ข้อ29 ง. ขอ้ 44 ก.
ข้อ30 ค. ข้อ45 ก.
ผ้ชู ่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 243
แนวข้อสอบความสามารถด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
1.ขอ้ ใดคือความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศคอมพิวเตอรท์ ถี่ ูกต้องทส่ี ดุ
ก.เครอื่ งคอมพวิ เตอรแ์ ละเครือข่ายคอมพวิ เตอร์
ข. ฮารด์ แวร์ ซอฟต์แวร์ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ อุปกรณ์กง่ึ ตวั นา อินเทอรเ์ นต็ อปุ กรณโ์ ทรคมนาคม
ค.การประยุกต์ใช้คอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณโ์ ทรคมนาคม เพ่ือจัดเกบ็ ค้นหา สง่ ผา่ น และจดั ดาเนินการ
ข้อมลู ซึ่งมักเก่ยี วข้องกับธรุ กจิ หนง่ึ หรือองค์การอ่ืน ๆ
ง.การประยกุ ต์เอาความรู้ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์มาใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์
2. การประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีของนักเรยี น คือข้อใด
ก. การใช้ e-learning
ข. การชาระภาษีออนไลน์
ค. ทาธุรกิจอเิ ล็กทรอนิกส์
ง. การคน้ หาตาแหน่งของเรอื รบหลวง
3.ข้อใด ไมใ่ ช่ การประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศดา้ นการศกึ ษา
ก. การใช้ e-learning
ข. ออกแบบปา้ ยช่ือมหาลัย
ค. จดั เก็บข้อมลู นกั เรียนในแผ่นดิสก์
ง. การใช้โปรแกรม Microsoft Power Point
4.โน้ตบ๊กุ คอมพวิ เตอร์ เรียกอย่างหนึ่งว่าอะไร
ก. พีดเี อ
ข. คอมพิวเตอร์วางตัก
ค. ปาลม์ ทอ็ ปคอมพิวเตอร์
ง. คอมพวิ เตอรข์ นาดกลาง
5. โปรแกรมเบราว์เซอร์โปรแกรมประมวลผลคาและโปรแกรมตารางคานวณ เป็น
ผ้ชู ว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n4M4edia
โปรแกรมประเภทใด
ก. ซอฟต์แวรป์ ระยกุ ต์พเิ ศษ
ข. ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์เอนกประสงค์
ค. ซอฟต์แวร์ขนั้ สงู
ง. โปรแกรมปญั ญาประดิษฐ์
6.ตวั เลอื กในข้อใดประกอบด้วย คียบ์ อร์ด เมาส์ จอภาพ หน่วยระบบ และอุปกรณ์อื่น ๆ
ก. บคุ ลากร
ข. ระเบียบปฏิบัตกิ าร
ค. ฮาร์ดแวร์
ง. หน่วยระบบ
7.ซอฟต์แวร์ระบบในขอ้ ใดที่สาคญั ทสี่ ดุ
ก. โปรแกรมประมวลผลคา
ข. โปรแกรมระบบจกั การฐานข้อมลู
ค. โปรแกรมระบบปฏิบตั ิการ
ง. ซอฟต์แวรป์ ระยุกต์
8.เครือข่ายที่ใหญ่ท่ีสดุ ในโลก เรยี กวา่ อะไร
ก. อนิ เตอร์เนต็
ข. เวลิ ดไ์ วดเ์ วบ็
ค. เวบ็ ไซต์
ง. เวบ็
9.คาทใ่ี ช้อ้างองิ ถงึ อปุ กรณ์ส่อื สารแบบเคลอ่ื นท่ีทไี่ ดร้ บั ความนยิ มอย่างกวา้ งขวาง คอื คาใด
ก. ภาวะเช่ือมต่อ
ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 245
ข. การปฏิวตั ิไรส้ าย
ค. อินเตอรเ์ นต็
ง. ความชานาญทางคอมพิวเตอร์
10. ไฟลท์ ี่ประกอบดว้ ยเอกสารประกอบการบรรยายสาหรับผ้ฟู ัง บนั ทกึ สาหรบั ผู้พูด และสไลด์
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เปน็ ไฟลป์ ระเภทใด
ก. ไฟลเ์ อกสาร
ข. ไฟลฐ์ านขอ้ มูล
ค. ไฟลแ์ ผน่ ตารางทาการ
ง. ไฟล์การนาเสนอ
11. ดสิ กป์ ระเภทใดทใี่ ชเ้ ทคโนโลยแี สงเลเซอร์
ก. ฮารด์ ดสิ ก์
ข. ฟลอ็ ปปี้ดสิ ก์
ค. จานแสง
ง. ดสิ เก็ต
12.คาทใี่ ชแ้ ทนหน่วยความจาชวั่ คราวคือคาใด
ก. พีดีเอ
ข. ซีดี
ค. แรม
ง. ดวี ีดี
13.ทักษะต่างๆ ที่เกยี่ วกับคอมพิวเตอร์ เรยี กวา่ อะไร
ก. ความชานาญทางคอมพิวเตอร์
ข. การรบั รดู้ ้านคอมพวิ เตอร์
ค. การเช่ือมต่อคอมพิวเตอร์
ผูช้ ่วยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n4M6edia
ง. เครือข่ายคอมพิวเตอร์
14. เพราะเหตุใดจงึ จาเปน็ ต้องมีการจัดสรรทรัพยากร
ก. ทรัพยากรมีจานวนจากดั
ข. มีหลายโพรเซสต้องการทรัพยากรเดียวกนั
ค. จดั สรรให้มีการใชอ้ ยา่ งเหมาะสม
ง. ทรพั ยากรมีจานวนไมจ่ ากัด
15.ข้อใดคือทรัพยากรที่ระบบปฏิบัตทิ าหนา้ ดูแลและจัดสรร
ก. CPU
ข. Memory
ค. I/O
ง. OS
16. การนาเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการจัดการศึกษา เพือ่ เผยแพรข่ า่ วสารประชาสมั พันธร์ ะหวา่ ง
สถานศึกษากบั ผู้เกยี่ วขอ้ งและบุคคลทั่วไป
ก. อนิ เตอร์เน็ต
ข. เว็บไซต์
ค. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ง. การเรยี นรู้ผา่ นสื่อ
17. Open Source ถกู จดั ไวใ้ นขอ้ ใด
ก. Hardware
ข. Software
ค. Pepleware
ง. Technic
18. Teleconference เปน็ การนาเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารมาใชเ้ พื่อการใด
ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 247
ก. การตัดสินใจ
ข. การบริหารทางไกล
ค. การบริหารสถานศึกษา
ง. การจดั การเรียนรู้
19. SchoolNet เป็นเครอื ขา่ ยขอ้ มูลด้วยระบบสารสนเทศ (Network)ในโรงเรยี นมธั ยมศึกษาซงึ่ เกิดขน้ึ
ตามแนวคดิ ของใคร
ก. พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวฯ
ข. สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ
ค. พลเอกเปรม ติณศุลานนท์
ง. นายปองพล อดเิ รกสาร
20.การนาระบบ GIS (Geographic InformationSystems) เข้ามาชว่ ยในการดแู ลการจัดสรรทรัพยากร
การจัดการศกึ ษาเป็นการดาเนนิ การดา้ นเทคโนโลยีและการสอ่ื สารเพ่ือการศึกษาเรอ่ื งใด
ก. การใช้ ICT เพ่ือพัฒนาการเรียนรู้
ข. การใช้ ICT เพ่ือการบริหารและบรกิ ารทางการศึกษา
ค. การผลติ และพัฒนาบคุ ลากร ICT
ง. การกระจายโครงสรา้ งพ้นื ฐาน ICT เพือ่ การศึกษา
21.สถานศกึ ษาควรดาเนนิ การดา้ นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอื่ สารอยา่ งไร
ก. นาความรู้เรื่องเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์
ข. ผลติ และสร้างสือ่ เทคโนโลยสี ารสนเทศทางการศึกษาใหม่ๆ
ค. ใชเ้ ทคโนโลยีเป็นเครอ่ื งมือในการคน้ ควา้ หาความรู้
ง. ถกู ทกุ ขอ้
22. เทคโนโลยีท่ีใช้ในระบบคอมพิวเตอร์ มีขั้นตอนเปน็ ไปตามขอ้ ใด
ก. จดั เก็บข้อมูล ประมวลผล แสดงผล เผยแพร่
ผ้ชู ่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n4M8edia
ข. รวบรวมขอ้ มูล แสดงผล เผยแพร่
ค. ประมวลผล จดั เกบ็ ขอ้ มูล แสดงผล บรรยาย ประมวลผล แสดงผล
ง. บรรยาย ประมวลผล แสดงผล
23. Windows XP คอื อะไร
ก. โปรแกรมการสรา้ งงานเอกสาร
ข. โปรแกรมระบบปฏบิ ัติการ
ค. โปรแกรมเชื่อมโยง
ง. โปรแกรมประยุกต์
24. ขอ้ ใดเปน็ อุปกรณ์รบั ข้อมูลท้งั หมด
ก. แป้นพิมพ์ ลาโพง เมาส์
ข. สแกนเนอร์ ไมโครโฟน จอภาพ
ค. กล้องดจิ ิทลั ไมโครโฟน แป้นพิมพ์
ง. กลอ้ งดิจิทัล สแกนเนอร์ จอภาพ
25.วงจรอิเลก็ ทรอนกิ สท์ ี่ใชบ้ ันทึกโปรแกรมและขอ้ มูลคอื ข้อใด
ก. หนว่ ยรับขอ้ มลู
ข. อุปกรณ์แสดงผล
ค. หนว่ ยความจาหลกั
ง. หน่วยประมวลผลกลาง
26.หนว่ ยความจาหลักมีกป่ี ระเภท อะไรบา้ ง
ก. 2 ประเภท ไดแ้ ก่ ROM และ RAM
ข. 3 ประเภท ไดแ้ ก่ ROM RAM CMOS
ค. 2 ประเภท ได้แก่ Static และ Dynamic RAM
ผู้ช่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brain Media 249
ง. ขอ้ ก. และ ค. ถูก
27.จอภาพจัดเปน็ ฮาร์ดแวรท์ ี่ทาหนา้ ท่ีอย่างไร
ก. อปุ กรณ์ประมวลผลขอ้ มลู
ข. อปุ กรณ์แสดงผลในรูปเสยี ง
ค. อุปกรณ์แสดงผลทีเ่ ปน็ รูปภาพเคลื่อนไหว
ง. อุปกรณ์แสดงผลสาหรับการนาเสนอผลงาน
28.บุคลากรของระบบสารสนเทศคอมพวิ เตอร์ทาหน้าท่ีอย่างไร
ก. เป็นผูใ้ ช้งาน
ข. จัดการให้คอมพิวเตอร์ทางาน
ค. เป็นผพู้ ฒั นาระบบสารสนเทศ
ง. ถูกทุกข้อ
29.การประมวลขอ้ มูลใหไ้ ดส้ ารสนเทศ เกดิ ประโยชนอ์ ยา่ งไร
ก. ไดข้ ้อมูลใหม่
ข. ใช้ในการตดั สินใจ
ค. ข้อมลู เกิดการเปลย่ี นแปลง
ง. ฝกึ ทกั ษะการทางานให้กบั บุคลากร
30. ข้อใดเป็นการใช้ประโยชนจ์ ากเทคโนโลยีสารสนเทศคอมพวิ เตอร์
ก. เล่นเกมพร้อมกันไดห้ ลายคน
ข. ตดั ตอ่ ภาพเผยแพรท่ างเว็บไซต์
ค. ผลติ เครอื่ งคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง
ง. นาเสนอผลงานดว้ ยโปรแกรม Microsoft Power Point
31.ขอ้ ใดกลา่ วถึงเทคโนโลยีสารสนเทศคอมพวิ เตอร์ได้ถูกต้อง
ก. ข้อมลู เป็นสารสนเทศ
ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
Brai2n5M0edia
ข. เป็นความรู้ท่ไี ดจ้ ากการทดลอง
ค. นาความรู้มาประยกุ ตใ์ ชง้ าน
ง. ขอ้ ก และ ค. ถูก
32.ซอฟแวร์มีความสาคัญต่อระบบสารสนเทศคอมพิวเตอร์อยา่ งไร
ก. ใชส้ ือ่ สารและแลกเปลยี่ นข้อมูล
ข. เปน็ ชดุ คาส่ังที่สั่งให้เคร่ืองทางาน
ค. ชว่ ยประมวลผลขอ้ มลู เป็นสารสนเทศ
ง. เป็นคาแนะนาการใชโ้ ปรแกรมฮาร์ดแวร์
33.ข้อใดเปน็ การทาธรุ กจิ อเิ ล็กทรอนิกส์
ก. การส่งธนาณตั ิ
ข. การติดปา้ ยโฆษณา
ค. การโฆษณาทางอนิ เตอรเ์ น็ต
ง. การเชิญชวนคนมาสมคั รเป็นสมาชิก
34. ข้อใดจัดอยใู่ นประเภท Technic
ก. เครอื่ งคอมพิวเตอร์
ข. มว้ นเทปเสียง
ค. LCD Projector
ง. การสอนบรู ณาการ
35. ไม่ใชล่ กั ษณะขอ้ มูลสารสนเทศของสถานศกึ ษาที่ดี
ก. มคี วามหลากหลาย
ข. ถูกต้องแมน่ ยา
ค. ตรงตามความต้องการทจี่ ะใช้
ผู้ชว่ ยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์