The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตำบลราไวย์ (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by RAWAI Media., 2020-11-04 23:13:16

ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตำบลราไวย์ (1)

ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตำบลราไวย์ (1)

Brain Media 151

(๓) ได้เก็บรักษาข้อความสว่ นทร่ี ะบถุ ึงแหล่งกาเนิด ตน้ ทาง และปลายทางของข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์
ตลอดจนวนั และเวลาทสี่ ่งหรือได้รับขอ้ ความดงั กลา่ ว ถ้ามี

ความในวรรคหน่งึ มใิ ห้ใชบ้ ังคับกบั ข้อความที่ใชเ้ พียงเพื่อวตั ถุประสงค์ในการส่งหรือรับข้อมลู
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

หน่วยงานของรัฐทรี่ ับผดิ ชอบในการเก็บรักษาเอกสารหรอื ข้อความใด อาจกาหนดหลกั เกณฑ์
รายละเอียดเพ่ิมเตมิ เก่ยี วกบั การเกบ็ รักษาเอกสารหรือข้อความน้นั ได้ เทา่ ที่ไม่ขัดหรือแย้งกบั บทบญั ญัตใิ น
มาตราน้ี

ถาม การเกบ็ รักษาในรปู ข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ใด ใหถ้ ือว่าได้มกี ารเกบ็ รกั ษาเอกสารหรือ
ข้อความตามที่กฎหมายต้องการแลว้
ตอบ -ขอ้ มูลอิเล็กทรอนิกสน์ ้ันสามารถเขา้ ถึงและนากลับมาใชไ้ ดโ้ ดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง
- ไดเ้ ก็บรักษาข้อมูลอิเลก็ ทรอนกิ สน์ น้ั ให้อยใู่ นรูปแบบทีเ่ ปน็ อยู่ในขณะท่ีสรา้ ง ส่ง หรือไดร้ ับขอ้ มูล
อเิ ล็กทรอนิกส์นั้น หรืออยใู่ นรูปแบบทีส่ ามารถแสดงข้อความที่สร้าง ส่ง หรือไดร้ ับใหป้ รากฏอย่างถูกต้อง
ได้ และ ไดเ้ ก็บรักษาข้อความสว่ นทีร่ ะบถุ ึงแหลง่ กาเนิด ต้นทาง และปลายทางของข้อมูลอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ตลอดจนวนั และเวลาทส่ี ่งหรือไดร้ ับขอ้ ความ

ถาม เทา่ ท่ีไม่ขัดหรอื แย้งกบั บทบัญญตั ใิ นมาตรานี้ หน่วยงานของรฐั ทีร่ ับผิดชอบในการเก็บรักษาเอกสาร
หรอื ข้อความใด อาจกาหนดถึงอะไร
ตอบ หลกั เกณฑร์ ายละเอียดเพม่ิ เติมเกี่ยวกบั การเก็บรักษาเอกสารหรือข้อความน้นั

มาตรา ๑๓ คาเสนอหรือคาสนองในการทาสัญญาอาจทาเปน็ ข้อมูลอิเลก็ ทรอนิกสก์ ไ็ ด้ และห้ามมิ
ให้ปฏเิ สธการมผี ลทางกฎหมายของสัญญาเพยี งเพราะเหตทุ ่ีสญั ญานนั้ ไดท้ าคาเสนอหรอื คาสนองเป็นข้อมลู
อิเล็กทรอนกิ ส์

ถาม ห้ามไมใ่ หป้ ฏเิ สธการมีผลทางกฎหมายของสัญญาเพียงเพราะ
ตอบ เพราะ เหตทุ ีส่ ญั ญาน้ันได้ทาคาเสนอหรอื คาสนองเปน็ ข้อมูลอเิ ล็กทรอนกิ ส์

มาตรา ๑๔ ในระหวา่ งผู้ส่งข้อมลู และผรู้ ับข้อมูล การแสดงเจตนาหรอื คาบอกกล่าวอาจทาเปน็
ขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนิกส์ก็ได้

ถาม ระหวา่ งผู้ส่งข้อมูลและผู้รับข้อมูล การแสดงเจตนาหรือคาบอกกลา่ วทาอย่างไร
ตอบ ทาเปน็ ข้อมลู อิเล็กทรอนกิ ส์

มาตรา ๑๕ บคุ คลใดเป็นผสู้ ง่ ข้อมูลไมว่ า่ จะเป็นการสง่ โดยวธิ ีใด ให้ถือว่าข้อมลู อิเลก็ ทรอนกิ ส์เป็น
ของผู้นั้น

ในระหวา่ งผ้สู ่งข้อมลู และผรู้ ับขอ้ มูล ให้ถือว่าเป็นขอ้ มลู อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ส่งข้อมลู หากข้อมลู
อเิ ลก็ ทรอนิกส์น้ันได้ส่งโดย

(๑) บคุ คลผู้มีอานาจกระทาการแทนผ้สู ่งข้อมลู เกีย่ วกบั ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์น้ัน หรือ

ผชู้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n5M2edia

(๒) ระบบข้อมลู ทีผ่ ูส้ ่งข้อมลู หรอื บคุ คลผู้มีอานาจกระทาการแทนผสู้ ง่ ข้อมูลได้กาหนดไว้ล่วงหน้าให้
สามารถทางานไดโ้ ดยอัตโนมัติ

ถาม บคุ คลทเ่ี ป็นผู้ส่งขอ้ มลู ไมว่ ่าจะเป็นการส่งโดยวิธีใดก็ตามใหถ้ ือวา่
ตอบ ข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์เป็นของผ้นู ัน้

ถาม ระหวา่ งผู้สง่ ข้อมูลและผู้รับข้อมูล ถือวา่ เปน็ ข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์ของผสู้ ่งข้อมลู หากข้อมูล
อิเลก็ ทรอนกิ สน์ ้นั ไดส้ ง่ โดยผใู้ ด
ตอบ บคุ คลผู้มอี านาจกระทาการแทนผูส้ ง่ ข้อมลู เกีย่ วกบั ข้อมลู อิเล็กทรอนิกสน์ ัน้ หรือ ระบบข้อมูลท่ผี ู้สง่
ขอ้ มลู หรือบุคคลผู้มีอานาจกระทาการแทนผู้ส่งข้อมูลไดก้ าหนดไว้ลว่ งหน้าใหส้ ามารถทางานได้โดย
อัตโนมัติ

มาตรา ๑๖ ผู้รับขอ้ มลู ชอบท่ีจะถือวา่ ขอ้ มูลอเิ ล็กทรอนิกสเ์ ป็นของผู้ส่งข้อมูลและชอบท่ีจะ
ดาเนนิ การไปตามข้อมลู อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์น้นั ได้ ถ้า

(๑) ผูร้ บั ข้อมลู ไดต้ รวจสอบโดยสมควรตามวธิ กี ารที่ได้ตกลงกบั ผู้สง่ ข้อมูลวา่ ข้อมูลอิเลก็ ทรอนกิ ส์
เป็นของผู้ส่งขอ้ มูล หรือ

(๒) ขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนิกสท์ ผ่ี ู้รับข้อมลู ไดร้ ับนน้ั เกิดจากการกระทาของบุคคลซงึ่ ใช้วิธีการทผี่ สู้ ่ง
ขอ้ มูลใชใ้ นการแสดงว่าขอ้ มลู อิเล็กทรอนิกสน์ ั้นเปน็ ของผู้ส่งขอ้ มลู ซ่งึ บุคคลน้ันไดล้ ว่ งรโู้ ดยอาศัย
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบคุ คลน้ันกับผู้ส่งข้อมลู หรือผมู้ ีอานาจกระทาการแทนผู้ส่งขอ้ มลู

ถาม ผู้รับขอ้ มลู ชอบท่ีจะถือว่าข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์เป็นของผ้สู ่งข้อมูลและชอบท่จี ะดาเนินการไปตาม
ขอ้ มลู อิเล็กทรอนกิ สน์ น้ั ได้ ถ้า
ตอบ ผรู้ บั ขอ้ มูลได้ตรวจสอบโดยสมควรตามวธิ ีการท่ีได้ตกลงกับผูส้ ง่ ข้อมูลว่าข้อมลู อเิ ล็กทรอนกิ สเ์ ป็น
ของผสู้ ง่ ข้อมูล หรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกสท์ ผ่ี ้รู ับข้อมลู ไดร้ บั นั้นเกิดจากการกระทาของบคุ คลซ่งึ ใช้วธิ ีการที่
ผูส้ ่งขอ้ มลู ใชใ้ นการแสดงว่าข้อมูลอิเล็กทรอนกิ ส์น้นั เป็นของผู้สง่ ขอ้ มูล ซงึ่ บุคคลนัน้ ได้ล่วงรู้โดยอาศยั
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบุคคลนั้นกบั ผู้ส่งข้อมลู หรือผูม้ ีอานาจกระทาการแทนผสู้ ่งขอ้ มูล

มาตรา ๑๗ ในกรณีตามมาตรา ๑๕ หรือมาตรา ๑๖ วรรคหนึง่ ในระหวา่ งผู้ส่งข้อมลู และผู้รับ
ข้อมลู ผ้รู บั ข้อมูลมสี ทิ ธิถือวา่ ข้อมูลอเิ ล็กทรอนกิ ส์ทไ่ี ด้รับน้ันถกู ต้องตามเจตนาของผสู้ ง่ ข้อมูลและสามารถ
ดาเนินการไปตามข้อมูลอิเล็กทรอนกิ สน์ ั้นได้ เวน้ แต่ผู้รับข้อมลู ได้รูห้ รอื ควรจะได้รู้วา่ ขอ้ มูลอิเล็กทรอนิกส์ท่ี
ได้รับน้นั มขี ้อผดิ พลาดอนั เกดิ จากการสง่ หากผู้รบั ขอ้ มูลไดใ้ ช้ความระมัดระวงั ตามสมควรหรือดาเนินการ
ตามวธิ ีการที่ได้ตกลงกนั ไวก้ ่อนแล้ว

ถาม ระหวา่ งผสู้ ่งข้อมลู และผู้รบั ข้อมูล ผรู้ บั ข้อมูลมสี ทิ ธิใด
ตอบ สิทธิถอื ว่าขอ้ มูลอเิ ลก็ ทรอนิกส์ท่ีได้รบั น้ันถูกตอ้ งตามเจตนาของผสู้ ง่ ขอ้ มลู และสามารถดาเนนิ การ
ไปตามข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์นัน้ ได้

ผชู้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 153

มาตรา ๒๐ ในกรณที ผี่ สู้ ง่ ขอ้ มูลได้รับการตอบแจ้งการรบั จากผรู้ บั ขอ้ มูล ให้สันนิษฐานวา่ ผรู้ ับ
ขอ้ มลู ได้รบั ข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์ทเี่ กี่ยวข้องแลว้ แตข่ ้อสันนิษฐานดงั กลา่ วมิให้ถือวา่ ข้อมลู อิเล็กทรอนิกสท์ ่ี
ผรู้ ับขอ้ มูลได้รับน้ันถูกตอ้ งตรงกนั กับขอ้ มูลอเิ ล็กทรอนิกส์ที่ผู้สง่ ขอ้ มลู ไดส้ ่งมา

ถาม สนั นิษฐานว่าผู้รับข้อมลู ไดร้ ับขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนิกสท์ เ่ี กี่ยวขอ้ งแล้วกรณีใด
ตอบ กรณีท่ผี ูส้ ง่ ข้อมูลได้รับการตอบแจง้ การรบั จากผูร้ บั ขอ้ มลู

มาตรา ๒๒ การสง่ ข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์ใหถ้ ือว่าได้มีการส่งเมื่อ ข้อมูลอิเลก็ ทรอนกิ สน์ ้ันได้เข้าสู่
ระบบข้อมูลที่อยู่นอกเหนอื การควบคมุ ของผู้สง่ ข้อมูล

ถาม การสง่ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ใหถ้ อื วา่ ไดม้ ีการส่งเมื่อใด
ตอบ ข้อมูลอิเล็กทรอนกิ สน์ ั้นได้เข้าส่รู ะบบข้อมลู ท่ีอยูน่ อกเหนือการควบคมุ ของผู้สง่ ข้อมูล

มาตรา ๒๓ การรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ใหถ้ ือว่ามีผลนับแต่เวลาท่ีข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนิกส์น้ันได้เข้าสู่
ระบบข้อมลู ของผ้รู ับข้อมูล

หากผู้รับข้อมลู ได้กาหนดระบบขอ้ มลู ทป่ี ระสงค์จะใช้ในการรบั ขอ้ มูลอิเล็กทรอนิกส์ไวโ้ ดยเฉพาะ
ให้ถอื ว่าการรับข้อมลู อเิ ล็กทรอนิกส์มีผลนับแต่เวลาที่ขอ้ มูลอเิ ลก็ ทรอนิกส์น้ันไดเ้ ขา้ ส่รู ะบบข้อมลู ทผ่ี ู้รับ
ข้อมูลได้กาหนดไวน้ ้ัน แตถ่ า้ ข้อมลู อิเล็กทรอนกิ สด์ งั กล่าวได้ส่งไปยงั ระบบข้อมลู อนื่ ของผรู้ ับข้อมูลซ่ึงมใิ ช่
ระบบข้อมูลที่ผู้รบั ข้อมูลกาหนดไว้ ให้ถือวา่ การรับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีผลนบั แต่เวลาท่ีได้เรยี กข้อมลู
อเิ ล็กทรอนกิ ส์จากระบบขอ้ มูลนั้น

ความในมาตรานี้ให้ใชบ้ งั คับแม้ระบบข้อมลู ของผู้รับขอ้ มูลตง้ั อยู่ในสถานทีอ่ ีกแห่งหนึง่ ตา่ งหากจาก
สถานที่ทถ่ี ือว่าผรู้ ับข้อมูลไดร้ ับข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนิกสต์ ามมาตรา ๒๔

ถาม การรบั ข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนิกส์มีผลเมือ่ ใด
ตอบ นับแต่เวลาที่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นได้เขา้ สรู่ ะบบข้อมูลของผู้รับข้อมลู

ถาม ความในมาตรานีใ้ หใ้ ชบ้ งั คบั ถึงเร่ืองใด
ตอบ ระบบขอ้ มูลของผ้รู บั ข้อมลู ตัง้ อยูใ่ นสถานท่ีอีกแห่งหนง่ึ ตา่ งหากจากสถานท่ีทีถ่ ือวา่ ผู้รับข้อมลู ไดร้ ับ
ขอ้ มูลอิเล็กทรอนกิ ส์ตามมาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ การสง่ หรือการรับข้อมลู อิเล็กทรอนิกส์ ให้ถอื ว่า ไดส้ ่ง ณ ทที่ าการงานของผูส้ ่งข้อมูล
หรือไดร้ บั ณ ที่ทาการงานของผรู้ บั ข้อมลู แลว้ แต่กรณี

ในกรณที ่ผี ้สู ง่ ขอ้ มลู หรือผู้รับข้อมูลมีท่ีทาการงานหลายแห่ง ใหถ้ ือเอาท่ีทาการงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งมาก
ท่ีสุดกบั ธุรกรรมนนั้ เปน็ ท่ีทาการงานเพื่อประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง แตถ่ า้ ไมส่ ามารถกาหนดได้วา่ ธุรกรรมนั้น
เกีย่ วขอ้ งกบั ที่ทาการงานแหง่ ใดมากที่สุด ใหถ้ ือเอาสานักงานใหญ่เป็นสถานที่ทไ่ี ด้รับหรือสง่ ข้อมลู
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์นัน้

ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n5M4edia

ในกรณที ี่ไม่ปรากฏทที่ าการงานของผสู้ ง่ ข้อมูลหรือผรู้ บั ข้อมูล ให้ถอื เอาถนิ่ ที่อยู่ปกติเปน็ สถานที่ท่ี
ส่งหรอื ได้รับขอ้ มลู อเิ ล็กทรอนิกส์

ความในมาตรานีม้ ิใหใ้ ช้บังคบั กับการส่งและการรับข้อมูลอเิ ลก็ ทรอนิกสโ์ ดยวิธกี ารทางโทรเลขและ
โทรพิมพ์ หรือวธิ กี ารส่ือสารอื่นตามทกี่ าหนดในพระราชกฤษฎีกา

ถาม การสง่ หรอื การรบั ข้อมูลอิเลก็ ทรอนิกส์ ถือว่า
ตอบ ไดส้ ่ง ณ ทีท่ าการงานของผู้ส่งข้อมลู หรือได้รับ ณ ท่ีทาการงานของผูร้ ับข้อมูล

ถาม กรณที ี่ไมป่ รากฏทีท่ าการงานของผ้สู ่งข้อมูลหรือผู้รับข้อมูลใหท้ าอย่างไร
ตอบ ถือเอาถ่นิ ที่อยูป่ กตเิ ปน็ สถานทีท่ ี่ส่งหรอื ไดร้ ับขอ้ มลู อิเล็กทรอนิกส์

ถาม วธิ กี ารใดที่ความในมาตรานี้ไมใ่ ชบ้ ังคบั กบั การสง่ และการรับข้อมลู อิเลก็ ทรอนิกส์
ตอบ วธิ ีการทางโทรเลขและโทรพมิ พ์ หรอื วิธีการสื่อสารอื่นตามทีก่ าหนดในพระราชกฤษฎกี า

มาตรา ๒๕ ธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนกิ ส์ใดที่ได้กระทาตามวิธกี ารแบบปลอดภัยทกี่ าหนดในพระราช
กฤษฎีกา ให้สันนิษฐานว่าเป็นวิธีการทีเ่ ช่ือถือได้

ถาม ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกสใ์ ดที่ได้กระทาตามวิธกี ารแบบปลอดภยั ท่กี าหนดในพระราชกฤษฎกี า ให้
สันนษิ ฐานวา่ อยา่ งไร
ตอบ เป็นวิธกี ารทเ่ี ชือ่ ถอื ได้

มาตรา ๒๖ ลายมอื ชอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ท่ีมลี ักษณะดังตอ่ ไปนใ้ี ห้ถือวา่ เปน็ ลายมือชอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์ที่
เชอื่ ถอื ได้

(๑) ขอ้ มลู สาหรับใชส้ ร้างลายมอื ชื่ออเิ ลก็ ทรอนิกสน์ ั้นไดเ้ ช่ือมโยงไปยังเจา้ ของลายมือชอ่ื โดยไม่
เชื่อมโยงไปยังบุคคลอืน่ ภายใต้สภาพท่ีนามาใช้

(๒) ในขณะสรา้ งลายมือช่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์นน้ั ขอ้ มลู สาหรบั ใช้สร้างลายมอื ช่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์อยู่
ภายใต้การควบคุมของเจ้าของลายมอื ชื่อโดยไม่มีการควบคุมของบคุ คลอ่นื

(๓) การเปลี่ยนแปลงใดๆ ท่ีเกิดแกล่ ายมือชอื่ อิเล็กทรอนิกส์ นบั แตเ่ วลาที่ไดส้ ร้างข้ึนสามารถจะ
ตรวจพบได้ และ

(๔) ในกรณีทก่ี ฎหมายกาหนดใหก้ ารลงลายมือชอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์เป็นไปเพ่ือรบั รองความครบถว้ น
และไมม่ ีการเปลย่ี นแปลงของข้อความ การเปล่ยี นแปลงใดแก่ข้อความนน้ั สามารถตรวจพบได้นับแตเ่ วลาท่ี
ลงลายมอื ชือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์

ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 155

บทบัญญตั ใิ นวรรคหนงึ่ ไมเ่ ป็นการจากัดว่าไมม่ ีวธิ ีการอื่นใดที่แสดงไดว้ า่ เป็นลายมือชื่อ

อเิ ลก็ ทรอนิกส์ท่ีเชื่อถือได้ หรือการแสดงพยานหลักฐานใดเกีย่ วกับความไม่น่าเช่ือถือของลายมอื ชอื่

อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

ถาม ลายมอื ช่ืออิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีลักษณะใด ใหถ้ ือว่าเป็นลายมอื ช่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ที่เชอ่ื ถือได้
ตอบ -ข้อมลู สาหรบั ใชส้ รา้ งลายมือชอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์นัน้ ได้เชอื่ มโยงไปยังเจ้าของลายมอื ช่ือโดยไม่
เชือ่ มโยงไปยังบุคคลอื่นภายใตส้ ภาพทีน่ ามาใช้
- ในขณะสรา้ งลายมอื ชื่ออิเล็กทรอนกิ ส์นน้ั ข้อมลู สาหรับใช้สร้างลายมือชอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกสอ์ ยู่ภายใต้การ
ควบคุมของเจ้าของลายมอื ช่ือโดยไมม่ ีการควบคมุ ของบุคคลอ่ืน
- การเปล่ียนแปลงใดๆ ท่เี กดิ แกล่ ายมือชอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ นบั แต่เวลาทไ่ี ดส้ รา้ งข้นึ สามารถจะตรวจพบได้
และ
- ในกรณีที่กฎหมายกาหนดให้การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกสเ์ ปน็ ไปเพื่อรับรองความครบถ้วนและไม่มี
การเปลี่ยนแปลงของข้อความ การเปลี่ยนแปลงใดแก่ข้อความนน้ั สามารถตรวจพบได้นับแตเ่ วลาทล่ี ง
ลายมอื ชือ่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์

มาตรา ๒๙ ในการพิจารณาความเช่อื ถือได้ของระบบ วธิ ีการ และบุคลากรตามมาตรา ๒๘(๖) ให้
คานงึ ถงึ กรณีดงั ต่อไปนี้

(๑) สถานภาพทางการเงิน บุคลากร และสินทรัพยท์ ่ีมอี ยู่
(๒) คุณภาพของระบบฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวร์
(๓) วิธีการออกใบรับรอง การขอใบรบั รอง และการเกบ็ รกั ษาข้อมูลการใหบ้ ริการน้ัน
(๔) การจัดใหม้ ีขอ้ มูลขา่ วสารเก่ยี วกบั เจ้าของลายมือชอื่ ท่รี ะบใุ นใบรบั รอง และผู้ทอี่ าจคาดหมาย
ได้วา่ จะเปน็ คกู่ รณีทเ่ี กยี่ วข้อง
(๕) ความสม่าเสมอและขอบเขตในการตรวจสอบโดยผตู้ รวจสอบอิสระ
(๖) องคก์ รที่ใหก้ ารรบั รองหรือใหบ้ รกิ ารออกใบรบั รองเก่ยี วกบั การปฏบิ ัตหิ รอื การมีอยู่ของส่ิงที่
กลา่ วมาใน (๑) ถึง (๕)
(๗) กรณใี ดๆ ที่คณะกรรมการประกาศกาหนด
ถาม การพิจารณาความเชื่อถือได้ของระบบ วธิ กี าร และบุคลากรตามมาตรา ๒๘(๖) ให้คานึงถงึ กรณีใด
ตอบ -สถานภาพทางการเงนิ บุคลากร และสนิ ทรัพยท์ ่ีมีอยู่
-คุณภาพของระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
-วธิ กี ารออกใบรบั รอง การขอใบรับรอง และการเกบ็ รักษาข้อมลู การใหบ้ รกิ ารน้ัน
-การจดั ใหม้ ขี ้อมลู ขา่ วสารเกยี่ วกบั เจ้าของลายมอื ชื่อที่ระบุในใบรับรอง และผทู้ อ่ี าจคาดหมายไดว้ ่าจะ
เปน็ ค่กู รณีที่เกีย่ วข้อง
- ความสมา่ เสมอและขอบเขตในการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระ
- องคก์ รท่ใี หก้ ารรบั รองหรือให้บรกิ ารออกใบรับรองเก่ียวกับการปฏิบัตหิ รอื การมีอยูข่ องส่ิงที่กล่าวมาใน
(๑) ถงึ (๕)
- กรณใี ดๆ ท่ีคณะกรรมการประกาศกาหนด
มาตรา ๓๐ คู่กรณีท่ีเกีย่ วข้องต้องดาเนินการ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) ดาเนินการตามสมควรในการตรวจสอบความน่าเช่ือถือของลายมือชอ่ื อิเล็กทรอนิกส์
(๒) ในกรณลี ายมอื ช่ืออเิ ล็กทรอนกิ สม์ ีใบรับรอง ต้องมีการดาเนินการตามสมควร ดงั น้ี

ผชู้ ่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n5M6edia

(ก) ตรวจสอบความสมบรู ณ์ของใบรับรอง การพกั ใช้ หรอื การเพิกถอนใบรับรอง และ
(ข) ปฏิบัติตามขอ้ จากดั ใดๆ ที่เก่ยี วกบั ใบรบั รอง
ถาม คู่กรณีท่เี ก่ียวข้องต้องดาเนนิ การใด
ตอบ -ดาเนินการตามสมควรในการตรวจสอบความน่าเช่ือถือของลายมือชอื่ อเิ ล็กทรอนิกส์
- กรณลี ายมือชื่ออเิ ล็กทรอนิกส์มใี บรบั รอง ต้องมีการดาเนนิ การตามสมควรดังนี้ ตรวจสอบความ
สมบูรณ์ของใบรับรอง การพกั ใช้ หรือการเพิกถอนใบรบั รอง และปฏิบตั ติ ามข้อจากดั ใดๆ ท่ีเกีย่ วกบั
ใบรบั รอง
มาตรา ๓๑ ใบรับรองหรือลายมอื ช่อื อิเลก็ ทรอนิกส์ใหถ้ ือว่ามผี ลทางกฎหมายโดยไม่ต้องคานึงถึง
(๑) สถานท่ีออกใบรบั รองหรือสถานท่ีสรา้ งหรือใชล้ ายมือชือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ หรอื
(๒) สถานท่ที าการงานของผู้ออกใบรบั รองหรือเจ้าของลายมอื ชอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ใบรบั รองที่ออกในต่างประเทศให้มผี ลตามกฎหมายในประเทศเชน่ เดยี วกบั ใบรบั รองที่ออกใน
ประเทศ หากการออกใบรับรองดังกลา่ วไดใ้ ช้ระบบทีเ่ ชอื่ ถือได้ไม่น้อยกว่าระบบทเี่ ชือ่ ถอื ได้ตาม
พระราชบัญญตั ินี้
ลายมอื ชื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ทีส่ รา้ งหรอื ใช้ในตา่ งประเทศให้ถือว่ามผี ลตามกฎหมายในประเทศ
เชน่ เดียวกบั ลายมือชอื่ อิเลก็ ทรอนกิ ส์ทสี่ ร้างหรือใช้ในประเทศ หากการสร้างหรอื ใช้ลายมอื ชอ่ื
อเิ ลก็ ทรอนิกส์ดังกล่าวไดใ้ ชร้ ะบบทเ่ี ช่ือถือได้ไม่น้อยกวา่ ระบบที่เชอื่ ถือได้ตามพระราชบัญญตั ินี้
ในการพิจารณาวา่ ใบรบั รองหรอื ลายมือช่ืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ใดมีความเช่ือถือไดต้ ามวรรคสองหรือ
วรรคสาม ให้คานึงถึงมาตรฐานระหวา่ งประเทศและปจั จัยอื่นๆ ที่เก่ยี วข้องประกอบดว้ ย
ถาม ใบรับรองหรือลายมือชือ่ อเิ ล็กทรอนิกส์ให้ถือวา่ มผี ลทางกฎหมายโดยไม่ต้องคานึงถึงเรอื่ งใด
ตอบ (๑) สถานทอ่ี อกใบรบั รองหรือสถานท่ีสร้างหรือใช้ลายมอื ชือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์ หรือสถานทที่ าการงาน
ของผู้ออกใบรบั รองหรอื เจา้ ของลายมือช่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์

ถาม ใบรับรองทีอ่ อกในตา่ งประเทศให้มผี ลตามใด
ตอบ ตามกฎหมายในประเทศเช่นเดียวกบั ใบรับรองท่ีออกในประเทศ

ถาม การพจิ ารณาวา่ ใบรบั รองหรอื ลายมือชือ่ อิเล็กทรอนิกส์ใดมคี วามเช่อื ถอื ใหค้ านงึ ถึงอะไร
ตอบ มาตรฐานระหวา่ งประเทศและปัจจัยอนื่ ๆ ท่เี กี่ยวข้องประกอบดว้ ย

มาตรา ๓๒ บุคคลยอ่ มมสี ิทธิประกอบธุรกิจบริการเก่ียวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนกิ สแ์ ต่ในกรณีที่
จาเป็นเพอ่ื รักษาความมนั่ คงทางการเงนิ และการพาณชิ ย์ หรือเพ่ือประโยชน์ในการเสริมสร้างความเช่ือถือ
และยอมรบั ในระบบข้อมูลอเิ ล็กทรอนิกส์ หรือเพื่อป้องกนั ความเสยี หายต่อสาธารณชน ให้มกี ารตราพระ
ราชกฤษฎกี ากาหนดให้การประกอบธุรกจิ บรกิ ารเก่ียวกบั ธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์ใดเปน็ กจิ การท่ตี ้อง
แจ้งใหท้ ราบ ต้องขนึ้ ทะเบียน หรือตอ้ งได้รับใบอนญุ าตกอ่ นก็ได้

ในการกาหนดให้กรณีใดต้องแจง้ ให้ทราบ ตอ้ งขึ้นทะเบยี น หรือตอ้ งไดร้ บั ใบอนญุ าตตามวรรคหนงึ่
ให้กาหนดโดยพจิ ารณาจากความเหมาะสมในการป้องกันความเสยี หายตามระดบั ความรุนแรงของ
ผลกระทบท่ีอาจเกิดขนึ้ จากการประกอบธุรกิจน้นั

ในการนี้ จะกาหนดให้หนว่ ยงานของรฐั แห่งหนึ่งแห่งใดเป็นผ้รู บั ผิดชอบในการควบคุมดแู ลในพระ
ราชกฤษฎีกาดังกลา่ วก็ได้

ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 157

ก่อนเสนอใหต้ ราพระราชกฤษฎกี าตามวรรคหน่งึ ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเหน็ ของประชาชน
ตามความเหมาะสม และนาข้อมูลท่ีไดร้ ับมาประกอบการพิจารณา
ถาม บุคคลท่ีมีสทิ ธิประกอบธุรกิจบริการเกยี่ วกับอะไร
ตอบ ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ถาม กอ่ นเสนอใหต้ ราพระราชกฤษฎกี าต้องทาอย่างไรก่อน
ตอบ จัดให้มีการรับฟังความคิดเหน็ ของประชาชนตามความเหมาะสม และนาข้อมลู ที่ไดร้ ับมา
ประกอบการพิจารณา

มาตรา ๓๗ ใหค้ ณะกรรมการธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ มีอานาจหน้าทีด่ ังตอ่ ไปน้ี
(๑) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพอื่ วางนโยบายการส่งเสรมิ และพัฒนาธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ ส์
ตลอดจนการแกไ้ ขปัญหาและอปุ สรรคทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
(๒) ติดตามดูแลการประกอบธรุ กิจบรกิ ารเกี่ยวกับธรุ กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
(๓) เสนอแนะหรือให้คา ปรกึ ษาตอ่ รัฐมนตรเี พ่ือการตราพระราชกฤษฎีกาตามพระราชบัญญัติน้ี
(๔) ออกระเบยี บหรอื ประกาศเก่ยี วกับลายมือชือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์เพื่อให้เปน็ ไปตามพระราชบัญญตั ิน้ี
หรือตามพระราชกฤษฎกี าทอี่ อกตามพระราชบัญญัติน้ี
(๕) ปฏิบตั ิการอ่ืนใดเพ่ือให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตนิ ้ี หรือกฎหมายอืน่
ในการปฏบิ ตั กิ ารตามพระราชบญั ญัตินีใ้ ห้คณะกรรมการเป็นเจา้ พนกั งานตามประมวลกฎหมาย
อาญา
ถาม คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเลก็ ทรอนิกส์ มอี านาจหน้าท่ีใด
ตอบ -เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพือ่ วางนโยบายการส่งเสรมิ และพัฒนาธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและอปุ สรรคท่ีเกี่ยวข้อง
-ตดิ ตามดูแลการประกอบธรุ กิจบริการเกีย่ วกับธรุ กรรมทางอเิ ล็กทรอนิกส์
-เสนอแนะหรือให้คา ปรึกษาต่อรัฐมนตรีเพ่ือการตราพระราชกฤษฎีกาตามพระราชบัญญตั ิน้ี
-ออกระเบยี บหรือประกาศเก่ียวกบั ลายมือชือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์เพ่ือใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัตินี้หรอื ตาม
พระราชกฤษฎีกาท่อี อกตามพระราชบัญญัติน้ี
-ปฏบิ ัติการอนื่ ใดเพื่อใหเ้ ปน็ ไปตามพระราชบัญญัติน้ี หรือกฎหมายอ่ืน

ถาม การปฏบิ ตั ิการตามพระราชบญั ญัติน้ีผู้ใด เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
ตอบ คณะกรรมการ

มาตรา ๓๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดารงตาแหน่งสามปี
กรรมการซ่ึงพ้นจากตาแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอกี ได้ แต่ไมเ่ กินสองวาระตดิ ตอ่ กัน
ถาม กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิมีวาระการดารงตาแหน่งถึงเม่ือใด
ตอบ สามปี
มาตรา ๓๙ นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๓๘ กรรมการผทู้ รงคุณวุฒิพ้นจาก
ตาแหนง่ เมอื่
(๑) ตาย
(๒) ลาออก

ผ้ชู ว่ ยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n5M8edia

(๓) คณะรฐั มนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤตเิ สื่อมเสีย บกพร่อง หรอื ไมส่ ุจริตต่อหน้าท่ีหรอื
หยอ่ นความสามารถ

(๔) เปน็ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ไดร้ ับโทษจาคุกโดยต้องคาพพิ ากษาถงึ ท่ีสดุ ให้จาคุก เว้นแตเ่ ปน็ โทษสาหรับความผดิ ท่ีได้
กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ
ถาม นอกจากการพ้นจากตาแหน่งตามวาระตามมาตรา ๓๘ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตาแหน่ง
เม่อื ใด
ตอบ -ตาย
-ลาออก
-คณะรฐั มนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤตเิ ส่ือมเสยี บกพรอ่ ง หรือไม่สุจริตต่อหน้าทห่ี รือหยอ่ น
ความสามารถ
-เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมอื นไรค้ วามสามารถ และไดร้ บั โทษจาคุกโดยต้องคาพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุด
ใหจ้ าคกุ เว้นแต่เป็นโทษสาหรบั ความผิดที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
มาตรา ๔๐ ในกรณีที่กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิพน้ จากตาแหน่งตามมาตรา ๓๙ ให้ถือวา่
คณะกรรมการประกอบดว้ ยกรรมการเทา่ ทเ่ี หลืออยู่ และให้ดาเนนิ การแต่งตงั้ กรรมการใหม่แทนภายในหก
สบิ วันนบั แตว่ นั ที่กรรมการพ้นจากตาแหนง่
ให้กรรมการซงึ่ ไดร้ ับแตง่ ตัง้ แทนอยู่ในตาแหน่งเท่ากบั วาระทีเ่ หลืออยู่ของผซู้ ึ่งตนแทน

ถาม กรณีท่ีกรรมการผทู้ รงคุณวุฒพิ น้ จากตาแหนง่ ตามมาตรา ๓๙ ให้ถือว่า
ตอบ คณะกรรมการประกอบดว้ ยกรรมการเท่าที่เหลอื อยู่ และให้ดาเนนิ การแต่งตง้ั กรรมการใหม่แทน
ภายในหกสบิ วันนับแตว่ นั ทกี่ รรมการพ้นจากตาแหนง่

มาตรา ๔๒ คณะกรรมการมีอานาจแตง่ ต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือพจิ ารณาหรือปฏบิ ัติการอยา่ งหนึ่ง
อย่างใดแทนคณะกรรมการก็ได้

ใหน้ าความในมาตรา ๔๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนุโลม

ถาม คณะกรรมการมีอานาจแตง่ ต้งั คณะอนุกรรมการเพอ่ื
ตอบ พจิ ารณาหรือปฏิบตั ิการอย่างหนง่ึ อย่างใดแทนคณะกรรมการได้

ถาม นาความในมาตราใด มาใช้บงั คบั แก่การประชุมของคณะอนุกรรมการโดยอนโุ ลม
ตอบ มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๕ ผใู้ ดประกอบธุรกิจบรกิ ารเกย่ี วกับธรุ กรรมทางอิเลก็ ทรอนกิ สโ์ ดยไม่ได้รบั ใบอนุญาต
ตามมาตรา ๓๔ ต้องระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กินสองปี หรือปรบั ไม่เกินสองแสนบาท หรอื ทั้งจาท้ังปรบั
ถาม ผู้ประกอบธรุ กิจบริการเกย่ี วกบั ธุรกรรมทางอเิ ล็กทรอนกิ สโ์ ดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๓๔
ต้องระวางโทษใด
ตอบ โทษจาคุกไม่เกินสองปี หรอื ปรับไม่เกนิ สองแสนบาท หรอื ท้งั จาทั้งปรับ

มาตรา ๔๖ บรรดาความผดิ ตามพระราชบัญญตั ินที้ ่ีกระทาโดยนติ บิ คุ คล ผ้จู ดั การหรือผูแ้ ทนนิติ
บคุ คลหรือผู้ซงึ่ มสี ว่ นรว่ มในการดาเนนิ งานของนิตบิ ุคคล ต้องรบั ผดิ ในความผดิ น้นั ด้วยเว้นแตพ่ สิ จู นไ์ ด้ว่าตน
มิไดร้ เู้ ห็นหรอื มีส่วนรว่ มในการกระทาความผิดน้ัน

ผชู้ ่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 159

ถาม บรรดาความผิดตามพระราชบญั ญัตินที้ ี่กระทาโดยนติ ิบคุ คล ผู้จัดการหรอื ผู้แทนนิติบุคคลตอ้ งรับผดิ
ในความนัน้ ดว้ ยเวน้ แต่
ตอบ พสิ ูจน์ไดว้ ่าตนไมไ่ ดร้ ้เู ห็นหรือมสี ่วนร่วมในการกระทาความผิดนัน้

ผชู้ ว่ ยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n6M0edia

ประกาศกระทรวงเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร
เรื่อง หลักเกณฑก์ ารเก็บรกั ษาขอ้ มลู จราจรทางคอมพิวเตอร์ของผใู้ หบ้ ริการ

พ.ศ. ๒๕๕๐

ขอ้ ๑ ประกาศน้เี รียกว่า “หลกั เกณฑก์ ารเกบ็ รกั ษาข้อมลู จราจรทางคอมพิวเตอรข์ องผใู้ หบ้ ริการ
พ.ศ. ๒๕๕๐”
ถาม ประกาศน้เี รียกว่า
ตอบ หลักเกณฑ์การเกบ็ รักษาขอ้ มลู จราจรทางคอมพวิ เตอร์ของผใู้ ห้บริการ พ.ศ. ๒๕๕๐

ขอ้ ๒ ประกาศนใ้ี ห้ใชบ้ ังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป
ถาม ประกาศนใี้ หใ้ ชบ้ ังคับเมื่อใด
ตอบ ตั้งแต่วนั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ใหร้ ัฐมนตรวี ่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารรักษาการตามประกาศน้ี
ถาม ผู้ใดรักษาการตามประกาศนี้
ตอบ รฐั มนตรีวา่ การกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร

ขอ้ ๔ ในประกาศนี้

“ผูใ้ หบ้ รกิ าร” หมายความว่า
(๑) ผใู้ ห้บริการแกบ่ คุ คลอื่นในการเขา้ สู่อนิ เทอรเ์ นต็ หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอ่นื
โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทงั้ น้ี ไมว่ า่ จะเปน็ การให้บริการในนามของตนเองหรอื เพ่ือประโยชนข์ อง
บุคคลอ่นื
(๒) ผใู้ ห้บริการเกบ็ รักษาขอ้ มูลคอมพวิ เตอรเ์ พอ่ื ประโยชนข์ องบุคคลอ่นื
“ข้อมลู จราจรทางคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมลู เกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารของระบบ
คอมพวิ เตอร์ ซ่ึงแสดงถึงแหล่งกาเนิด ตน้ ทาง ปลายทาง เส้นทาง เวลา วันท่ี ปรมิ าณ ระยะเวลา ชนดิ ของ
บริการ หรืออ่ืน ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การติดต่อสอื่ สารของระบบคอมพวิ เตอร์น้ัน
“ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อปุ กรณ์หรือชดุ อุปกรณท์ ี่เช่ือมการทางานเขา้ ด้วยกันโดยได้มี
การกาหนด คาส่งั ชดุ คาสง่ั หรือส่งิ อน่ื ใด และแนวทางปฏบิ ตั งิ านใหอ้ ุปกรณห์ รือชุดอปุ กรณท์ าหนา้ ที่
ประมวลผลขอ้ มูลโดยอัตโนมัติ
“ผูใ้ ช้บรกิ าร” หมายความวา่ ผู้ใชบ้ รกิ ารของผู้ให้บริการไมว่ ่าต้องเสียค่าใชบ้ ริการหรอื ไม่ก็ตาม
ถาม ในประกาศน้ี “ผู้ให้บริการ” หมายความวา่
ตอบ ผู้ให้บรกิ ารแก่บุคคลอนื่ ในการเขา้ สู่อินเทอรเ์ นต็ หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดย
ผา่ นทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไมว่ ่าจะเป็นการใหบ้ ริการในนามของตนเองหรอื เพื่อประโยชนข์ อง
บคุ คลอ่ืน บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอรเ์ พื่อประโยชน์ของบุคคลอนื่

ผชู้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 161

ถาม ในประกาศนี้ “ข้อมลู จราจรทางคอมพวิ เตอร์” หมายความว่า
ตอบ ข้อมลู เก่ียวกับการตดิ ต่อสอ่ื สารของระบบคอมพวิ เตอร์ ซ่ึงแสดงถงึ แหลง่ กาเนดิ ต้นทาง ปลายทาง
เสน้ ทาง เวลา วนั ที่ ปรมิ าณ ระยะเวลา ชนิดของบรกิ าร หรืออ่ืน ๆ ทเ่ี กยี่ วข้องกับการตดิ ต่อสื่อสารของ
ระบบคอมพิวเตอร์น้ัน

ถาม ในประกาศน้ี “ระบบคอมพวิ เตอร์” หมายความวา่
ตอบ อปุ กรณห์ รือชดุ อปุ กรณ์ทเี่ ช่อื มการทางานเขา้ ดว้ ยกันโดยไดม้ ีการกาหนด คาสั่ง ชดุ คาส่งั หรือสิ่ง
อนื่ ใด และแนวทางปฏบิ ัตงิ านให้อปุ กรณห์ รือชดุ อปุ กรณ์ทาหน้าทปี่ ระมวลผลขอ้ มูลโดยอัตโนมตั ิ

ถาม ในประกาศนี้ “ผใู้ ช้บริการ” หมายความว่า
ตอบ ผใู้ ชบ้ รกิ ารของผใู้ หบ้ รกิ ารไม่วา่ ต้องเสยี ค่าใช้บริการหรือไม่กต็ าม

ขอ้ ๕ ภายใต้บังคบั ของมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญตั วิ า่ ด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกบั
คอมพวิ เตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ ประเภทของผู้ใหบ้ รกิ ารซง่ึ มหี น้าทีต่ อ้ งเก็บรกั ษาข้อมูลจราจรทางคอมพวิ เตอร์
แบง่ ได้ ดงั น้ี

(๑) ผ้ใู ห้บรกิ ารแก่บุคคลทว่ั ไปในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรอื ให้สามารถตดิ ต่อถึงกันโดยประการอนื่
ทั้งน้ี โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ไมว่ ่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเองหรือเพ่อื ประโยชนข์ อง
บุคคลอน่ื สามารถจาแนกได้ ๔ ประเภท ดังนี้

ก. ผ้ปู ระกอบกจิ การโทรคมนาคมและการกระจายภาพและเสียง (Telecommunication and
Broadcast Carrier) ประกอบด้วยผ้ใู ห้บรกิ ารดังปรากฏตามภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศน้ี

ข. ผูใ้ หบ้ ริการการเข้าถึงระบบเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ (Access Service Provider)ประกอบด้วยผู้
ให้บรกิ ารดงั ปรากฏตามภาคผนวก ก. แนบทา้ ยประกาศน้ี

ค. ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์ หรอื ใหเ้ ช่าบรกิ ารโปรแกรมประยกุ ตต์ ่าง ๆ(Host Service
Provider) ประกอบดว้ ยผู้ให้บรกิ ารดังปรากฏตามภาคผนวก ก. แนบทา้ ยประกาศนี้

.ง. ผู้ให้บรกิ ารรา้ นอินเทอรเ์ น็ต ดังปรากฏตามภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศน้ี
(๒) ผใู้ ห้บริการในการเกบ็ รักษาข้อมูลคอมพิวเตอรเ์ พือ่ ประโยชน์ของบุคคลตาม (๑) (Content
Service Provider) เช่น ผู้ใหบ้ รกิ ารข้อมูลคอมพวิ เตอรผ์ า่ นแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ (Application Service
Provider) ประกอบด้วยผู้ให้บริการดงั ภาคผนวก ก. แนบท้ายประกาศนี้
ถาม ผ้ใู หบ้ รกิ ารแก่บคุ คลท่วั ไปในการเข้าสู่อินเทอร์เนต็ หรือใหส้ ามารถติดต่อถงึ กันโดยประการอนื่ ท่ี
จาแนกได้ ๔ ประเภทคืออะไรบ้าง
ตอบ –ผู้ประกอบกจิ การโทรคมนาคมและการกระจายภาพและเสยี ง
-ผ้ใู หบ้ รกิ ารการเขา้ ถงึ ระบบเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์

ผู้ช่วยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n6M2edia

-ผู้ให้บรกิ ารเช่าระบบคอมพิวเตอร์
-ผใู้ ห้บรกิ ารร้านอนิ เทอรเ์ น็ต

ข้อ ๙ เพ่ือใหข้ ้อมลู จราจรมีความถกู ต้องและนามาใช้ประโยชนไ์ ดจ้ รงิ ผูใ้ ห้บรกิ ารต้องต้ังนาฬิกาของ
อุปกรณ์บรกิ ารทุกชนิดใหต้ รงกบั เวลาอา้ งอิงสากล (Stratum 0) โดยผดิ พลาดไม่เกนิ ๑๐ มิลลิวินาที
ถาม เพื่อข้อมลู จราจรมคี วามถูกต้องและนามาใช้ประโยชน์ไดจ้ ริงต้องทาอย่างไร
ตอบ ต้งั นาฬิกาของอปุ กรณบ์ รกิ ารทกุ ชนิดให้ตรงกับเวลาอ้างองิ สากล (Stratum 0) โดยผดิ พลาดไม่เกิน
๑๐ มิลลิวินาที

ขอ้ ๑๐ ผใู้ ห้บริการซงึ่ มีหน้าท่ีเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอรต์ ามข้อ ๗ เร่มิ เกบ็ ข้อมลู ดังกล่าว
ตามลาดับ ดังน้ี

(๑) ผู้ให้บริการตามข้อ ๕ (๑) ก. เร่ิมเก็บข้อมลู จราจรทางคอมพิวเตอร์เม่ือพน้ สามสิบวันนบั จากวัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

(๒) ให้ผใู้ หบ้ รกิ ารตามข้อ ๕ (๑) ข. เฉพาะผู้ใหบ้ รกิ ารเครือข่ายสาธารณะหรือผู้ใหบ้ ริการ
อนิ เทอร์เน็ต (ISP) เรม่ิ เก็บข้อมลู จราจรทางคอมพิวเตอรเ์ ม่ือพ้นหนง่ึ ร้อยแปดสิบวันนบั จากวนั ประกาศใน
ราชกจิ จานุเบกษา

ผ้ใู หบ้ รกิ ารอ่ืนนอกจากที่กลา่ วมาในข้อ ๑๐ (๑) และข้อ ๑๐ (๒) ข้างตน้ ให้เร่มิ เก็บข้อมูลจราจร
ทางคอมพวิ เตอร์เมื่อพน้ หนง่ึ ปนี บั จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ถาม ผู้ใหบ้ ริการท่ีมหี นา้ ท่ีเก็บขอ้ มูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ตามข้อ ๗ เริ่มเกบ็ ข้อมลู ตามลาดับใด
ตอบ -ใหบ้ ริการตามข้อ ๕ (๑) ก. เรมิ่ เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพวิ เตอร์เม่ือพ้นสามสบิ วันนบั จากวนั
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
-ใหผ้ ใู้ หบ้ รกิ ารตามขอ้ ๕ (๑) ข. เฉพาะผู้ใหบ้ รกิ ารเครอื ข่ายสาธารณะหรอื ผู้ใหบ้ ริการอนิ เทอรเ์ นต็ (ISP)
เรมิ่ เก็บข้อมูลจราจรทางคอมพวิ เตอร์เม่ือพน้ หนึ่งรอ้ ยแปดสิบวนั นบั จากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา

ถาม ผู้ใหบ้ ริการอื่นให้เรมิ่ เกบ็ ข้อมลู จราจรทางคอมพวิ เตอร์เมื่อใด
ตอบ พน้ หนึง่ ปนี ับจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

ผชู้ ่วยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 163

ความรู้เก่ยี วกบั อุปกรณน์ าข้อมูลเข้าและอปุ กรณแ์ สดงผลข้อมูล

อปุ กรณ์รบั ข้อมูลและเก็บข้อมลู
หน่วยรบั ข้อมลู (Input Unit)

หน่วยรับข้อมลู (Input unit) เป็นอปุ กรณร์ บั เข้า ทาหน้าที่รับโปรแกรมและขอ้ มูลเข้าสเู่ ครอื่ ง
คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวรท์ ี่ทาหน้าทีเ่ ปน็ หนว่ ยรับข้อมูลมีหลากหลายอปุ กรณ์ ได้แก่

1. คยี ์บอรด์ (Keyboard) อปุ กรณ์รับข้อมลู จากการกดแป้นแล้วทาการเปลย่ี นเปน็ รหัส เพ่อื บอกให้
คอมพวิ เตอรร์ ูว้ า่ มีการกดตัวอักษรอะไร แผงแป้นอกั ขระส่วนใหญเ่ ปน็ ไปตามมาตรฐานของเคร่ืองพิมพด์ ดี
ซ่ึงระบบรับรหัสตัวอักขระทใี่ ชใ้ นทางคอมพิวเตอร์เป็นรหัส 7 หรอื 8 บิต (Operator)

คียบ์ อรด์ คอมพิวเตอร์

คียบ์ อร์ดคอมพวิ เตอร์ไร้สาย
2. เมาส์ (Mouse) อุปกรณน์ าเขา้ ข้อมลู โดยการเลื่อนเมาสเ์ พอ่ื บงั คบั ตัวชี้ไปยังตาแหน่งต่างๆ บน
หนา้ จอ เมาส์ทน่ี ยิ มใช้มีดว้ ยกัน 3 ประเภทได้แก่
- แบบทางกล (Mechanical) ใช้ลูกกล้ิงกลม
- แบบใช้แสง (Optical mouse)
- แบบไร้สาย (Wireless Mouse)

ผ้ชู ่วยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n6M4edia

เมาสแ์ บบทางกล
เมาสจ์ ะมีล้อยางเปน็ ลูกกล้งิ อยดู่ า้ นล่าง เมอื่ ผใู้ ช้เมาสเ์ ลอ่ื นเมาส์ไปบนแผน่ รองเมาส์ (Mouse pad)
หรอื พืน้ โต๊ะ จะทาใหล้ ูกกล้งิ ด้านลา่ งหมุนและทาให้แกนภายในของเมาสห์ มนุ กจ็ ะส่งสัญญาณเปน็ พิกดั ใน
การเลอ่ื น
ตาแหนง่ ชี้ (Mouse Pointer) ของเมาส์ไปยงั ตาแหน่งทีต่ ้องการบนจอภาพ เม่ือตอ้ งการเลอื กส่ง
ตา่ ง ๆ บนจอภาพ ทาไดโ้ ดยการกดปุ่มซา้ ยหรือขวา 1 คร้ัง (Click) หรือ 2 ครั้ง (Double Click) การ
ทางานของเมาส์นี้จะต้องควบคุมด้วยโปรแกรมทเี่ รียกว่า Mouse Driver

เมาสแ์ บบใชแ้ สง
อาศัยหลักการส่งแสงจากเมาส์ลงไปบนแผน่ รองเมาส์

เมาสแ์ บบไรส้ าย

ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 165

เปน็ เมาส์ท่มี กี ารทางานเหมือน Mouse ท่ัวไปเพยี งแต่ไมม่ ีการใชส้ ายไฟต่อออกมาจากตัวเมาส์ซง่ึ
เมาส์ชนดิ นจ้ี ะมตี ัวรับและตวั สง่ สญั ญาณซ่งึ ทางดา้ นตัวรับสัญญาณอาจจะเปน็ หัวต่อแบบ PS/2 หรอื แบบ
USB ทเี่ รยี กวา่ Thumb USB receiver ซ่ึงใช้ความถ่ีวทิ ยุอยทู่ ่ี 27MHz และปัจจบุ ันใชแ้ บบ Nano
receiver ซ่ึงใชค้ วามถีว่ ทิ ยุที่ 2.4 GHz
3. เครื่องโอเอ็มอาร์

OMR คอื Optical Mark Reader หรือเคร่ืองโอเอ็มอาร์ เป็นอุปกรณท์ ี่ใชส้ าหรับอ่านคาตอบ มกั
นาไปใช้ในการตรวจขอ้ สอบปรนยั ทใ่ี ชก้ บั นกั เรียนนักศึกษาในการทาข้อสอบปรนัยดว้ ยการฝนดินสอดาชนิด
2B ลงในกระดาษคาตอบ (answer sheet) ตรงช่องตัวเลอื กท่ีกาหนดไว้ โดยเคร่ืองโอเอ็มอาร์จะสอ่ งไฟ
ผ่านกระดาษท่ีอ่าน และจะสะทอ้ นแสงทเี่ กดิ จากเคร่ืองหมาย ที่ทาขึ้นโดยดินสอ เน่ืองจากรอยดนิ สอเกิดขนึ้
จากดนิ สอ ที่มตี ะกวั่ อ่อน จึงเกดิ การสะท้อนแสง จากนั้นก็จะเทยี บคาตอบทฝี่ นไว้วา่ ตรงกับคียค์ าตอบที่ตง้ั
ค่าวา่ เปน็ คาตอบที่ถกู ต้องหรือไม่

4.เครอื่ งอ่านพิกัด (Digitizer)
ประกอบดว้ ยกระดาษที่มี เสน้ แบง่ (Grid) ซ่งึ สามารถใช้ปากกาเฉพาะทเ่ี รยี กว่า Stylus ชี้ไปบน

กระดาษนัน้ เพ่ือส่งข้อมูลตาแหนง่ เขา้ ไปยังคอมพวิ เตอร์ ปรากฏเปน็ ลายเส้นบนจอภาพ เป็นอุปกรณ์อีก
ชนิดหนึ่งทน่ี ยิ มใช้กับงานดา้ น CAD เชน่ ใชใ้ นการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ ตึกอาคาร อปุ กรณท์ าง
การแพทย์ และห่นุ ยนต์ เป็นต้น
5. สแกนเนอร์ (Scanner)

สแกนเนอร์ คอื อปุ กรณ์ซึ่งจับภาพและเปล่ียนแปลงภาพจากรปู แบบของแอนาลอกเปน็ ดจิ ิตอลซงึ่
คอมพวิ เตอร์ สามารถแสดง, เรยี บเรยี ง, เก็บรกั ษาและผลติ ออกมาได้ ภาพนั้นอาจจะเปน็ รูปถา่ ย, ขอ้ ความ,
ภาพวาด หรอื แม้แต่วัตถุสามมิติ สามารถใช้สแกนเนอร์ทางานตา่ ง ๆได้ดงั น้ี
• ในงานเกี่ยวกับงานศิลปะหรือภาพถ่ายในเอกสาร
• บนั ทกึ ขอ้ มูลลงในเวริ ์ดโปรเซสเซอร์
• แฟ็กเอกสาร ภายใต้ดาต้าเบส และ เวิร์ดโปรเซสเซอร์
• เพมิ่ เติมภาพและจินตนาการตา่ ง ๆ ลงไปในผลิตภณั ฑ์ส่ือโฆษณาต่าง ๆ
สแกนเนอร์แบ่งไดเ้ ป็น 3 ประเภทคือ

ผ้ชู ว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n6M6edia

1. แบบเลื่อนกระดาษ (Sheet-fed scanner)
สแกนเนอรแ์ บบน้จี ะรับกระดาษแลว้ ค่อย ๆ เลื่อนหน้ากระดาษแผน่ นัน้ ให้ผา่ นหัวสแกนซึ่ง อยกู่ บั ท่ี

ข้อจากดั ของสแกนเนอร์ แบบเล่ือนกระดาษ คือสามารถอ่านภาพทเี่ ปน็ แผ่นกระดาษไดเ้ ท่าน้นั ไมส่ ามารถ
อา่ นภาพจากสมดุ หรือหนังสอื ได้

2. แบบแทน่ นอน (flatbed scanner)
สแกนเนอร์แบบนี้จะมีกลไกคล้าย ๆ กบั เครื่องถ่ายเอกสาร เราแค่วางหนังสือหรือภาพไว้ บนแผน่

กระจกใส และเมื่อทาการสแกน หวั สแกนก็จะเคล่อื นท่ีจากปลายด้านหนง่ึ ไปยงั อีกด้านหนึ่ง ขอ้ จากัดของ
สแกนเนอร์

แบบแทน่ นอนคือแมว้ ่าอา่ นภาพจากหนงั สือได้ แต่กลไกภายในตอ้ งใช้ การสะท้อนแสงผ่านกระจก
หลายแผ่น ทาให้ภาพมีคณุ ภาพไม่ดีเม่ือเทยี บกบั แบบแรก

ผู้ชว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 167

3. แบบมือถือ
สแกนเนอรแ์ บบน้ผี ู้ใช้ต้องเล่ือนหวั สแกนเนอร์ไปบนหนังสอื หรือรปู ภาพเอง สแกนเนอร์ แบบมอื

ถอื ได้รวม เอาขอ้ ดีของสแกนเนอร์ ทงั้ สองแบบเข้าไวด้ ว้ ยกันและมีราคาถกู เพราะกลไกที่ใช้ไม่ สลบั ซบั ซ้อน
แต่กม็ ีขอ้ จากดั

ตรงทว่ี า่ ภาพท่ีได้จะมีคุณภาพแคไ่ หน ขน้ึ อยกู่ ับความสมา่ เสมอ ในการเลอ่ื นหัวสแกนเนอร์ของ
ผใู้ ชง้ าน นอกจากน้ีหัวสแกนเนอร์แบบน้ยี ังมีหวั สแกนทีม่ ีขนาดสั้น ทาให้ อา่ นภาพบนหนา้ หนังสือขนาด
ใหญไ่ ด้ไม่ครบ 1 หนา้

ทาให้ต้องอ่านหลายครัง้ กว่าจะครบหนึ่งหน้า ซ่งึ ปจั จบุ นั มซี อฟต์แวรห์ ลายตวั ทใ่ี ชก้ ับสแกนเนอร์
แบบมือถอื ซ่ึงสามารถต่อภาพที่เกิดจากการสแกนหลายครง้ั เขา้ ตอ่ กนั

5. ปากกาแสง (Light Pen)
เปน็ อปุ กรณ์รับข้อมูลอีกชนดิ หนงึ่ ที่มีเซลลแ์ บบ photoelectric ซ่ึงมึความไวต่อแสงทางานคลา้ ย

กับเมาสท์ ่ีใช้ในการติดต่อกับคอมพิวเตอรม์ รี ปู รา่ งเหมือนปากกาและมแี สงอยตู่ อนปลาย มีสายทีส่ ามารถ
เชื่อมต่อกบั เครื่องคอมพวิ เตอรไ์ ด้โดยทีป่ ลายข้างหนึ่งของปากกาจะมสี ายเชอื่ มที่สามารถตอ่ เข้ากับ
คอมพวิ เตอร์ การใชง้ านทาได้โดยการแตะปากกาแสงไปบนจอภาพตามตาแหน่งท่ตี อ้ งการ นิยมใชก้ ับงาน
คอมพวิ เตอร์ในการออกแบบ (Computer Aided Design หรอื CAD) การวาดภาพสาหรับงานกราฟิก
รวมทง้ั ยงั นิยมใชเ้ ปน็ อปุ กรณ์ป้อนข้อมลู โดยการเขยี นดว้ ยมือและจิ้มเลอื กเมนูรายการท่ีต้องการบนหน้าจอ
เพื่อส่งผา่ นข้อมูลการเลือกนน้ั ใหก้ ับโปรแกรมทอ่ี ยู่ในหน่วยความจา นอกจากนย้ี งั มีการใช้ปากกาแสงกับ
เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ชนดิ พกพาหรอื ปาล์มท็อปอย่างแพรห่ ลายด้วย เช่น PDA ขอ้ ดีของปากกาแสง คอื
สามารถจ้ีไปบนจอภาพโดยตรงเพ่อื บอกตาแหนง่ ทตี่ ้องก

ผชู้ ่วยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n6M8edia

6.จอนสต๊กิ (Joy Sticks)
จอยสติก (Joystick) คอื อปุ กรณ์ทีม่ ลี ักษณะเป็นคันโยก มีปุ่มบงั คับที่ดา้ มคันโยก เพ่ือควบคุม

ตาแหน่งบนจอภาพได้ทกุ ตาแหน่งและทุกทิศทาง มักใช้ควบคุมโปรแกรมประเภทเกม ท่ีเป็นภาพเคลอื่ นไหว
วิดีโอเกม หรือโปรแกรมประเภทการออกแบบทาให้ผู้ใช้ สามารถควบคุมและใชง้ าน โปรแกรมคอมพวิ เตอร์
ได้งา่ ยและสะดวก เวลาใช้งานใหน้ าจอยสตกิ ต่อพว่ งกับพอร์ตจอยสติกท่ีอยูใ่ นซ่ึงอยู่ในส่วน ของการ์ดเสียง
ด้านหลงั เครื่องคอมพวิ เตอร์

7.จอสัมผสั (Touch Screen)
จอสมั ผัส (touch screen) สามารถเปน็ ได้ทั้งหน่วยรบั เข้าและหน่วยสง่ ออก จอภาพสามารถรบั

ข้อมลู ไปประมวลผลไดโ้ ดยการสัมผสั บนบรเิ วณจอภาพ บริเวณจอภาพของจอสัมผสั ประกอบดว้ ยตาขา่ ย
ของลาแสงอนิ ฟาเรด เมื่อมวี ตั ถมุ าสัมผัสบนจอภาพ จะมีการสง่ สญั ญาณไฟฟ้า ซ่ึงสามารถระบตุ าแหน่งบน
จอภาพให้กับโปรแกรมทีก่ าลังทางานอยู่ได้ การใชง้ านจอสัมผัสมคี วามสะดวก แต่อาจผิดพลาดจากการระบุ
ตาแหน่งบนจอภาพ ถ้าตาแหน่งบนจอภาพมีขนาดเล็กเกินไป จอสัมผสั ประยุกต์ใชก้ บั งานหลายอยา่ ง เช่น
การจองตวั๋ ชมภาพยนตร์ การจองที่น่ังเพื่อรบั ประทานอาหาร
8.แผ่นสมั ผัส (Touch pads)

แผน่ สัมผัส (Touch Pads) TouchPad จะอยู่ตาแหน่งลา่ งของแป้นพิมพ์ทง้ั หลาย มหี นา้ ตาเปน็ พ้นื ที่
สเ่ี หลี่ยม ถดั ลงจะมาจะมปี ุ่มกดเช่นเดยี วกบั เมา้ ส์ จะมีทั้งซา้ ยและขวา TouchPad ทาหน้าท่ีแทนเม้าส์ ซึ่ง
เหมาะสาหรบั ผู้ใชง้ านโน้ตบุ๊ก โดยเฉพาะเวลาวางโนต้ บุ๊กบนหน้าตกั ซง่ึ แนน่ อน ไม่มีท่ีสาหรับการใช้เม้าส์
เราสามารถส่งั งาน TouchPad แทนเมา้ ส์ได้ทุกอยา่ ง

ผู้ชว่ ยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 169

9.กล้องดิจิตอล (Digital Camera)
กล้องดิจิตอล (Digital Camera) คือ กล้องถ่ายรูปที่ไม่ตอ้ งใชฟ้ ลิ ์ม ภาพท่ีถา่ ยไดจ้ ะถูกบันทกึ แบบ

ดิจติ อลโดยวงจรอเิ ล็กทรอนกิ สภ์ ายในกล้อง โดยอยูใ่ นรปู แบบของไฟล์ภาพซ่ึงสามารถสง่ เข้าไปยัง
คอมพิวเตอร์เพ่ือพิมพ์ออกมาเป็นภาพ สามารถตกแตง่ ภาพด้วยโปรแกรมตา่ งๆ เช่น Photoshop สง่ ผา่ น
อนิ เทอร์เน็ต ทาเว็บ หรอื นาไปใช้งานในลักษณะอ่นื ๆ ต่อไป

10. อุปกรณ์รับขอ้ มูลเสยี ง(Voice Input Devices)
อุปกรณร์ บั ข้อมูลเสยี ง(Voice Input Devices) รบั เสยี งพดู ของ User ส่งเขา้ ไปใน computer

อปุ กรณ์จะจดจาเสียง และแปลงเสียงพูดน้นั เป็นข้อมลู binary โดยอาศัยระบบร้จู าเสียง (Voice
Recognition System) ซ่ึงจะเปล่ียนเสียงพดู ให้คอมพวิ เตอร์เขา้ ใจ โดยการเปรียบเทียบรปู คล่นื
สญั ญาณไฟฟ้าทีเ่ ปลีย่ นมาจากเสยี งพดู กบั รปู แบบของสัญญาณเสียงที่กาหนดไว้ ถา้ เหมือนกัน (Matching)
คอมพวิ เตอร์ก็จะยอมรับสัญญาณเสียงน้นั ส่วนใหญ่แล้วเสียงที่ส่งเขา้ ไปนน้ั จะขน้ึ อยู่กับ Userว่าจะพูด
อะไร ระบบจะ “เรียนรู้” เสียงของ User เอง ประเภทของระบบเสยี งมี 2 แบบ คือ ระบบคาไม่ต่อเนื่อง
จะมกี ารแบ่งคาของ user และระบบคาแบบต่อเนื่อง โดย User สามารถพูดไดเ้ ป็นปกติ
หนว่ ยความจาของคอมพิวเตอร์
หนว่ ยความจาของคอมพิวเตอร์

หนว่ ยความจา ( Computer memory) คือ อุปกรณ์เกบ็ สถานะข้อมูลและชดุ คาสัง่ เพ่ือการ
ประมวลผลของคอมพิวเตอร์หนว่ ยความจาแบง่ ได้เป็นสองประเภทใหญ่ ๆ คือ หนว่ ยความจาถาวร และ

ผชู้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n7M0edia

หน่วยความจาช่ัวคราว ตัวอย่างของหนว่ ยความจาถาวรก็เช่น หนว่ ยความจาแบบแฟลช และหน่วยความจา
พวกรอม ตวั อย่างของหนว่ ยความจาช่ัวคราวกค็ ือพวกหนว่ ยความจาหลัก เช่น DRAM (แรมชนิดทนี่ ยิ มใช้
ในปัจจุบัน) และแคชของซพี ียูซ่ึงทางานไดร้ วดเร็วมาก (ปกตเิ ป็นแบบ SRAM ซึ่งเร็วกวา่ กนิ ไฟนอ้ ยกว่า แต่
มคี วามจตุ ่อพื้นท่นี ้อยกว่า DRAM
หน่วยความจาหลัก

หนว่ ยความจาหลัก มหี นา้ ทีเ่ ป็นแหลง่ เกบ็ ข้อมลู การทางานของคอมพิวเตอร์ ซึ่งรวมทงั้ ตวั คาสั่งใน
โปรแกรมและข้อมูลตา่ งๆ ท่จี ะใชใ้ นเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะกาลังทางานอยู่ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท ดงั น้ี
1. แรม (Random Access Memory : RAM) เปน็ หน่วยความจาท่ีเก็บข้อมูลสาหรบั ใช้งานทว่ั ไป การ
อา้ งอิงตาแหน่งท่อี ยู่ของข้อมูลใดๆ เพอ่ื การเขียนและการอ่านจะกระทาแบบการเข้าถงึ โดยสุ่มคอื เรยี กไปที่
ตาแหนง่ ที่อย่ขู ้อมูลใดกไ็ ด้ หนว่ ยความจานเ้ี รียกว่า แรม หน่วยความจาประเภทนี้จะเก็บขอ้ มูลไว้ตราบเท่าท่ี
มกี ระแสไฟฟ้ายังจา่ ยใหว้ งจร หากไฟฟ้าดับเม่ือใด ข้อมูลก็จะสญู หายทันที เครอ่ื งพซี ีคอมพิวเตอร์ในปัจจบุ ัน
นี้ ถ้ามีหน่วยความจาแรมมากๆ จะทาให้สามารถใชง้ านโปรแกรมท่ีมขี นาดใหญๆ่ ได้ดดี ว้ ย หน่วยความจาท่ี
นยิ มในปัจจบุ ันจะประมาณ 32, 64, 128, 256 เมกะไบต์ เป็นตน้

2. รอม (Read Only Memory : ROM) เปน็ หน่วยความจาอีกประเภทหนงึ่ ที่มกี ารอา้ งองิ ตาแหนง่ ทอี่ ยู่
ข้อมลู แบบเข้าถงึ โดยสุม่ หน่วยความจาประเภทนี้มีไวเ้ พือ่ บรรจุโปรแกรมสาคัญบางอยา่ ง เพือ่ ว่าเม่ือเปดิ
เครอื่ งมา ซพี ยี จู ะเรม่ิ ต้นทางานได้ทนั ทีขอ้ มูลหรอื โปรแกรมที่เกบ็ ไว้ในรอมจะถูกบนั ทึกมาก่อนแล้ว ผใู้ ช้
สามารถอ่านข้อมูลได้ แต่ไม่สามารถเขยี นขอ้ มลู ใดๆ ลงไปไดซ้ ่ึงข้อมูลหรือโปรแกรมที่อยู่ในรอมน้ีจะอยู่อย่าง
ถาวร แมจ้ ะปิดเครอื่ งข้อมลู หรือโปรแกรมกจ็ ะไม่ถูกลบไป

ไมโครคอมพิวเตอรแ์ ตล่ ะเคร่ืองอาจมีขนาดของหนว่ ยความจาหลักแตกตา่ งกันตามแต่ความต้องการ
ปัจจบุ ันเครือ่ งไมโครคอมพิวเตอร์มีหนว่ ยความจาทม่ี ีความจุมากขน้ึ เพอ่ื ให้สามารถบรรจุโปรแกรมขนาด
ใหญไ่ ด้

ผูช้ ว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 171

หนว่ ยความจาแคช
แคช (CACHE) คือ หน่วยความจาภายในชนดิ หนง่ึ ซงึ่ มีขนาดเลก็ และมคี วามเรว็ สูง จาก

โครงสรา้ งหน่วยความจาของเครือ่ งคอมพิวเตอรท์ ีม่ ีการจดั โครงสรา้ งเปน็ แบบลาดับช้นั หนว่ ยความจาแคช
(CACHE) เปน็ ลาดบั ชน้ั ท่ีอยูถ่ ัดลงมาจากลาดับชน้ั สูงสดุ ซึ่งแคชหากมีหลายระดับ เรยี กวา่ แคช ระดบั
L1,L2, แคช มกั ถกู เชื่อมต่อเขา้ กบั หนว่ ยความจาหลักซ่ึงมักถูกซอ่ นเอาไวจ้ ากผเู้ ขียนโปรแกรม หรือ
แม้กระทง่ั ตวั โปรเซสเซอรเ์ อง คือจะทางานอัตโนมัติ สง่ั การใหท้ างานตามทตี่ ้องการโดยตรงไม่ได้ จึง
เปรียบเสมอื นบัฟเฟอร์เลก็ ๆ ระหว่างหนว่ ยความจาหลักกับรจี สิ เตอร์ในโปรเซสเซอร์

2.ลักษณะพื้นฐานของหน่วยความจาแคช(Cache)
หน่วยความจาแคชสร้างข้นึ มาดว้ ยวตั ถุประสงค์เพือ่ ให้เป็นหน่วยความจาท่ที างานไดเ้ รว็ ที่สุด และ

เพม่ิ ประสิทธภิ าพการทางานของหนว่ ยความจาหลักโดยตรง ในเวลาเดยี วกันก็ต้องการให้มขี นาดใหญ่ทสี่ ดุ
ในราคาที่ไม่แพงจนเกนิ ไป โดยรปู ท่ี 2 แสดงให้เห็นถงึ ความเร็วในเครื่องคอมพิวเตอรม์ ีหนว่ ยความจา
หลกั ที่มีความเรว็ ต่า (เมื่อเปรียบเทยี บกับความเร็วของซพี ียู) ทม่ี ปี ริมาณมาก และมีหน่วยความจาแคชที่
เรว็ กว่าแต่มขี นาดเล็ก

โดยปกติหนว่ ยความจาแคช จะเก็บสาเนาของข้อมลู บางสว่ นในหน่วยความจาหลกั เอาไว้ เมื่อ
โปรเซสเซอรต์ อ้ งการอา่ นข้อมูลจานวนหนง่ึ word ในหน่วยความจา ข้อมูลส่วนนัน้ จะถูกตรวจสอบวา่ มอี ยู่
ในแคชหรอื ไม่ ถ้ามจี ะนาขอ้ มูลในแคชไปใช้ ถ้าไมม่ ีอยู่ กจ็ ะเกิดการคัดลอกสาเนาข้อมลู หน่งึ บลอ็ กจาก
หน่วยความจาหลักมายงั แคช แลว้ จึงนา word ท่ีต้องการส่งต่อไปให้โปรเซสเซอร์ในภายหลงั เน่ืองจาก
ปรากฏการณ์การอ้างอิงในพื้นท่ีเดยี วกัน (locality of reference) จะทาให้การอ้างอิงข้อมูลใน
หนว่ ยความจาคร้งั ต่อๆไปเป็นการอ้างอิงทเี่ ดมิ หรือตาแหน่งใกล้เคยี งจุดเดิม ดงั น้นั การคัดลอกข้อมูลหน่ึง

ผชู้ ว่ ยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n7M2edia

บล็อกจากหน่วยความจาหลกั มายงั แคช จะสามารถถูกนามาใชง้ านไดใ้ นระยะหน่งึ กอ่ นทีจ่ ะมีการคดั ลอก
ข้อมลู ในครง้ั ต่อไป

จากรูปแสดงขน้ั ตอนในกระบวนการอ่านตา่ งๆ ทเ่ี กดิ ขึน้ ซึ่งสะท้อนให้เหน็ โครงสรา้ งของสว่ นประกอบ
ภายในดงั นี้

จากรปู โครงสร้างน้แี คชเช่อื มต่อกบั โปรเซสเซอร์ผ่านสายสัญญาณข้อมูล 3 สาย ได้แก่ สายบอก
ตาแหน่งที่อยู่ สายควบคมุ การทางาน และสายสัญญาณข้อมลู สายบอกตาแหนง่ ที่อยูจ่ ะเชอ่ื มต่อเข้ากบั
บฟั เฟอร์ ซงึ่ เชอื่ มตอ่ เขา้ กบั สายบัสหลักของระบบท่นี าไปสู่หน่วยความจาหลกั เมือ่ สามารถค้นพบข้อมลู ท่ี
ตอ้ งการในแคช (เรยี กว่า cache hit) บฟั เฟอร์สาหรับข้อมูลและตาแหน่งขอ้ มูลจะถูกส่ังไมใ่ หท้ างาน
(disable) และสอ่ื สารจะเกดิ ข้ึนระหว่างโปรเซสเซอร์กบั แคช โดยไมม่ กี ารใช้บัสหลกั ด้วย แตถ่ า้ ไม่
สามารถหาข้อมูลทีต่ ้องการในแคชได้ (เรียกวา่ cache miss) ตาแหนง่ ข้อมูลทีต่ ้องการจะถกู ส่งเขา้ ไปในบสั
หลัก ขอ้ มลู ในหน่วยความจาหลักจะถูกสง่ มาที่บัฟเฟอร์ โปรเซสเซอร์ และเขา้ เก็บไวใ้ นแคชตามลาดับ

หนว่ ยความจารอง
หนว่ ยความจารองหรอื หน่วยเกบ็ ขอ้ มลู (Storage) มหี น้าที่ในการเกบ็ ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ไว้ และ

สามารถนากลบั มาใชง้ านได้อีกตามต้องการ บางครง้ั เรยี กวา่ หน่วยความจาสารอง (Secondary Memory)
ประกอบด้วย

ผู้ชว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 173

1. แผ่นบนั ทกึ (floppy disk หรอื diskette) ไมโครคอมพิวเตอรส์ ว่ นใหญ่มีเคร่ืองขับแผ่นบนั ทกึ อยา่ ง
น้อยหน่ึงตวั แผ่นบันทกึ ท่ีใช้ในปัจจบุ ันมีขนาด 3.5 นิ้ว ตวั แผน่ บนั ทึกเป็นแผน่ บางฉาบผิวดว้ ยสารแมเ่ หลก็
อย่ใู นกรอบพลาสตกิ แข็ง เพื่อป้องกันการขีดขว่ น

การเก็บขอ้ มลู จะทาโดยบันทกึ ลงไปท่ผี วิ ของแผ่น ปกตใิ ชไ้ ด้ทั้งสองดา้ น หัวอา่ นของเครือ่ งขับจงึ มี
สองหัว แผน่ จะหมุนด้วยความเร็วคงท่ี หัวอ่านวิง่ เข้าออกเพอ่ื อ่านข้อมูลในตาแหนง่ ที่อยู่ที่ต้องการ ผวิ ทใ่ี ช้
เก็บข้อมลู จะแบ่งเป็นวงเรียกวา่ แทรก็ (track) แต่ละแทร็กจะแบง่ เปน็ ชอ่ งเกบ็ ขอ้ มลู เรยี กวา่ เซกเตอร์
(sector) แผ่นบันทกึ ขนาด 3.5 น้วิ มคี วามจุ 1.44 เมกะไบต์

2. ฮาร์ดดิสก์ (harddisk) จะประกอบด้วยแผน่ บนั ทกึ แบบแขง็ ทเี่ คลอื บสารแมเ่ หลก็ หลายแผน่ เรียงซอ้ น
กนั หัวอา่ นของเครื่องขับจะมีหลายหวั ในขณะทีแ่ ผน่ บนั ทึกแตล่ ะแผ่นหมุน หวั อ่านจะเคลือ่ นท่ีเข้าออก
เพอื่ อา่ นข้อมูลท่ีเก็บบนพนื้ ผวิ แผ่น การเก็บข้อมลู ในแต่ละแผน่ จะเป็นวง เรยี กแตล่ ะวงของทุกแผ่นวา่ ไซลิน
เดอร์ (cylinder) แต่ละไซลินเดอร์จะแบง่ เปน็ เซกเตอร์ แตล่ ะเซกเตอรเ์ ก็บข้อมูลเป็นชุดๆ

ฮารด์ ดิสก์เปน็ อปุ กรณ์เกบ็ ข้อมลู ท่มี ีความจสุ ูงมาก ขนาดของฮารด์ ดสิ ก์มคี วามจุเป็นกิกะไบต์ เช่น
ฮาร์ดดิสก์ความจุ 15 กิกะไบต์ การเขยี นอ่านข้อมูลบนฮาร์ดดสิ ก์จะกระทาเป็นเซกเตอร์ และเขียนอ่านได้
เร็วมาก เวลาทใ่ี ชใ้ นการวัดการเขา้ ถงึ ขอ้ มลู มีหนว่ ยเป็นมิลลิวินาที

3. เทปแมเ่ หล็ก (magnetic tape) เปน็ อปุ กรณ์ทม่ี กี ารใชก้ ันมานานแล้ว ลักษณะของเทปเป็นแถบสาย
พลาสติก เคลือบดว้ ยสารแม่เหลก็ เหมอื นเทปบันทึกเสียง เทปแมเ่ หลก็ ใช้สาหรับเก็บข้อมูลจานวนมาก มี
การจดั เก็บและเรยี กค้นข้อมูลแบบเป็นลาดบั เพราะฉะน้นั การเข้าถงึ ก็จะเป็นแบบการเข้าถงึ โดยลาดบั
(sequential access) เชน่ ถ้าตอ้ งการหาข้อมูลทีอ่ ยใู่ นลาดับที่ 5 บนเทป เราจะต้องอ่านข้อมูลลาดบั ต้นๆ

ผชู้ ่วยนักวชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n7M4edia

ก่อนจนถึงข้อมูลทเ่ี ราต้องการ สว่ นการประยกุ ตน์ ้ันเน้นสาหรบั ใช้สารองข้อมลู เพ่ือความมนั่ ใจ เชน่ ถ้า
ฮารด์ ดสิ ก์เสยี หาย ข้อมลู ในฮารด์ ดิสก์อาจสญู หายได้ จึงจาเป็นตอ้ งเกบ็ สารองขอ้ มลู ไว้

4. แผ่นซีดี (Compact Disk : CD ) วิวฒั นาการของการใช้หนว่ ยความจารองได้กา้ วหนา้ ขึ้นเป็นลาดบั
ปจั จุบันไดม้ ีการประดิษฐแ์ ผน่ ซีดีใชใ้ นการเก็บข้อมูลจานวนมาก การเก็บข้อมูลบนแผ่นซีดีใช้หลกั การทาง
แสง แผ่นซดี ีท่อี ่านได้อย่างเดียว เรียกกนั ว่า ซดี ีรอม (CD- ROM) ข้อมลู ทบี่ นั ทึกจะถูกบันทกึ มาจากโรงงาน
ผ้ผู ลิตเหมอื นการบนั ทึกเพลงหรือภาพยนตร์ ข้อเดน่ ของแผ่นซีดีคือ ราคาถกู จุขอ้ มูลได้มาก สามารถเกบ็
ข้อมลู หรือโปรแกรมได้มากกว่า 750 เมกะไบตต์ ่อแผน่ แผ่นซดี มี ีเส้นผา่ นศูนยก์ ลางประมาณ 5 นว้ิ ใน
ปัจจุบันเทคโนโลยกี ารผลิตแผน่ ซดี ีได้ก้าวหน้าข้นึ จนสามารถเขียนข้อมูลบนแผน่ ซีดีไดเ้ หมอื นฮารด์ ดิสก์
เรยี กวา่ ออปติคัลดิสก์ (optical disk)

ผชู้ ่วยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 175

แนวข้อสอบฐานข้อมูลและการเขียนโปรแกรม

1. GUI ย่อมาจาก อะไร

ก. Graph User Icon ข. Graph and Unit Internal

ค. Graphical User Interface ง. Graphical User Icon

2. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ การวิเคราะห์ และกาหนด1ขอบเขต1ของปัญหา / งาน

ก. ความต้องการของระบบ ข. กาหนดองค์ประกอบของโปรแกรม

ค. การรวบรวมขอ้ มูล ง. การตรวจสอบข้อผดิ พลาดจากการเขยี นโปรแกรม

3. ข้อใดไมเ่ กี่ยวข้องกับการออกแบบข้ันตอนการทางานของโปรแกรม

ก. การทดสอบผลลัพธ์ที่ไตจ้ าก Algorithm

ข. การออกแบบข้อมูลนาเข้า

ค. การแบง่ หนา้ ท่ีหลักของโปรแกรมออกเปน็ Module ต่าง ๆ

ง. การออกแบบ Algorithm ใหแ้ ต่ละ Module

4. Output ตอ้ งกาหนดรายละเอยี ดอะไรบ้าง

ก. กาหนดวัตถปุ ระสงคข์ องโปรแกรมและผลลัพธ์

ข. กาหนดวัตถปุ ระสงค์ของโปรแกรมและปัญหา

ค. กาหนดปัญหาของโปรแกรมและผลลพั ธ์

ง. กาหนดปัญหาของโปรแกรมและรายละเอยี ด

5. Input ต้องพจิ ารณาจากอะไรบา้ ง

ก. Item ข. Data

ค. Output ง. Problem

6. ข้อใด ไม่ใช่ กระบวนการรวบรวมข้อมลู

ก. การสงั เกต ข. การสัมภาษณ์

ค. แบบสอบถาม ง. การวิเคราะห์

7. ขอ้ ใดคือความหมายของคาว่า Pseudo code

ก. คอื การออกแบบข้ันตอนการทางานของโปรแกรม

ข. คือการเขียน Algorithm โดยสัญลกั ษณห์ รือรปู ภาพ เพื่ออธิบายการทางานของโปรแกรมแทน

ข้อความ เพ่ือส่อื ความหมายให้ง่ายและสะดวก

ค. คือการเขียน Algorithm โดยใช่ภาษาอังกฤษท่ีส่ือความหมายตา่ งๆ สามารถแปลงเป็น

โปรแกรมได้ง่าย

ง. คอื การลงรหสั เพ่ือใหโ้ ปรแกรมสามารถทางานได้

8. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีเป็นหน่วยเลก็ ท่ีสุด

ก. ตาราง ข. ฐานขอ้ มลู

ค. แอตทริบิวต์ ง. เรคคอรด์

ผู้ชว่ ยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n7M6edia

9. เอนทติ ้ี (Entity) หมายถึง

ก. ชื่อของส่ิงใดส่งิ หนึ่ง ซ่ึงจดั เก็บข้อมลู ได้

ข. รายละเอยี ดข้อมลู ท่ีแสดงลักษณะและคณุ สมบตั ิ

ค. ขอ้ มลู หลายๆส่วนมารวมกัน

ง. ถูกทกุ ขอ้

10. เอนทิตี้และแอตทรบิ ิวต์ มคี วามสัมพันธก์ ันอยา่ งไร

ก.เอนทิตีจะเปน็ ส่วนย่อยภายใต้แอตทริบิวต์อีกทหี นึ่ง

ข. เอนทติ ี้มีไดม้ ากกวา่ 1 เอนทิต้ี ภายใต้แอตทรบิ วิ ตใ์ ดๆ

ค. เอนทิตีเปน็ ข้อมลู แสดงลักษณะของแอตทรบิ ิวต์

ง. แอตทรบิ ิวตเ์ ป็นข้อมลู แสดงลกั ษณะของเอนทติ ี้

11. ถ้าความสมั พนั ธร์ ะหว่างเอนทติ ผ้ี เู้ ขยี นกับเอนทิตี้หนงั สือเป็นแบบหนึ่งต่อกลุม่ ข้อใดกล่าว

ถูกต้อง

ก. หนังสือหน่ึงเลม่ สามารถมีผ้เู ขยี นรว่ มกันหลายคนได้

ข. ผู้เขยี นหน่ึงคนเขียนหนังสือได้เพียงเลม่ เดียวเทา่ นั้น

ค. ผ้เู ขียนหนึ่งคนสามารถเขยี นหนังสอื ได้มากกว่า 1 เล่ม

ง. ไมม่ ขี ้อถูก

12. หากกลา่ วว่าหนงั สือหน่งึ เล่มสามารถมีผเู้ ขียนหลายคนได้ และผู้เขียนหนึ่งคนกส็ ามารถเขยี น

หนงั สือไดม้ ากกว่า หน่ึงเลม่ แสดงว่าเอนทดิ หี นังสอื มีความสัมพันธแ์ บบใด

ก. หนึ่งต่อหน่ึง ข. หนึ่งต่อกลมุ่

ค. กล่มุ ตอ่ หนึ่ง ง. กลมุ่ ต่อกลุ่ม

13. ผเู้ ขยี นหน่งึ คนสามารถเขียนหนังสือไดเ้ พยี งหนึง่ เล่มเท่านั้น และหนงั สือต้องมีผู้เขียนเพียงคน

เดียว แสดงวา่ เอนทิดผี ้เู ขียนและเอนทติ หี นังสือมคี วามสมั พนั ธแ์ บบใด

ก. หน่ึงตอ่ หนึ่ง ข. หนงึ่ ตอ่ กลมุ่

ค. กลมุ่ ตอ่ หนงึ่ ง. กลุ่มตอ่ กลุ่ม

14. พลี ดใ์ นอีกตารางหนงึ่ ท่มี คี วามสัมพนั ธก์ บั พลี ด์ทเ่ี ปน็ Primary Key เราเรยี กฟิลดน์ ัน้ ว่าอะไร

ก. Foreign Key ข. Composite Key

ค. Candidate Key ง. Primary Key

15. ขอ้ ใดเป็นจุดประสงคใ์ นการออกแบบบานข้อมูล

ก. เพือ่ เรยี กใชข้ ้อมลู ในเวลาท่ีสั้นที่สุด

ข. สามารถกาหนดลักษณะการเขา้ ถึงข้อมูลได้

ค.ช่วยให้ตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูลไดง้ ่าย

ง. ถกู ทุกข้อ

16. ในการออกแบบฐานขอ้ มลู น้ัน ขน้ั ตอนใดควรทาเป็นอันดับแรก

ผูช้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 177

ก. กาหนดความสมั พนั ธร์ ะหว่างเอนทติ ้ีต่างๆ

ข. กาหนดเอนทิต้ีพงั หมดในฐานขอ้ มูล

ค. กาหนดคยี ห์ ลกั และแอตทรบิ วิ ต์ตา่ งๆ

ง. ทาการ Normalization

17. ระบบจัดการฐานข้อมูล (DBMS) มีหนา้ ทีอ่ ยา่ งไร

ก. ดูแลรักษาข้อมลู ข. ติดตอ่ กบั ตัวจดั การระบบแฟม้ ข้อมูล

ค. ควบคมุ ภาวการณใ์ ช้ข้อมลู พร้อมกัน ง. ถกู ทกุ ขอ้

18. ขอ้ ใดคอื ความหมายของคาว่า Flowchart

ก. คือการออกแบบขันตอนการทางานของโปรแกรม

ข. คือการเขียน Algorithm โดยใชส้ ญั ลกั ษณห์ รือรูปภาพ เพ่อื อธิบายการทางานของโปรแกรม

แทนข้อความ เพ่ือสื่อความหมายใหง้ ่ายและสะดวก

ค. คอื การเขยี น Algorithm โดยใชภ้ าษาองั กฤษท่สี ่อื ความหมายตา่ งๆ สามารถแปลงเป็น

โปรแกรมไดง้ ่าย

ง. คอื การลงรหสั เพ่ือให้โปรแกรมสามารถทางานได้

19. สญั ลกั ษณ์ในข้อใดที่สื่อความหมายในการแสดงจดุ เร่ิมด้น / ส้ินสดุ / การหยดุ การทางาน

20. สญั ลกั ษณใ์ นข้อใดที่สื่อความหมายในการแสดงจดุ ต่อเพื่องของผังงานเดยี วกนั ทไ่ี มส่ ะดวกใน
การใช้เส้นโยงหา กันแตอ่ ยู่ในหนา้ เดยี วกัน

21. สญั ลกั ษณใ์ นข้อใดที่ส่ือความหมายในการแสดงการเปรยี บเทยี บ / การตดั สินใจเลือกสง่ิ ใดสงิ่
หน่งึ

22. สัญลักษณใ์ นข้อใดทส่ี ่ือความหมายในการแสดงผลลพั ธ์บนกระดาษทางเครือ่ งพมิ พ์

ผชู้ ่วยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n7M8edia

23. สัญลักษณ์ในข้อใดทีส่ ่ือความหมายในการแสดงจดุ เช่ือมต่อไปหน้าอ่ืน

24. ข้อใดคือประโยชน์ของการเขียนผังงาน
ก. มเี ขียนคาอธบิ ายการทางานในแตล่ ะขั้นตอน ใช้ข้อความท่สี นั ชัดเจน และเข้าใจงา่ ยโดยเขยี น

ภายในสัญลกั ษณ์
ข. พยายามให้เกดิ จุดตดั น้อยท่สี ุด หรอื อาจใชส้ ัญลักษณ์ทีเ่ รยี กว่า "จดุ ต่อ" (Connector) แทนเพ่ือ

หลีกเลีย่ งขอ้ ผดิ พลาดท่ีอาจเกิดข้ึน
ค. ผังงานท่ีดคี วามเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย สะอาด ชัดเจน เข้าใจและติดตามขันตอนไดง้ า่ ย
ง.สามารถทาการบารุงรกั ษาโปรแกรมได้งา่ ยและมปี ระสิทธภิ าพมากขึ้น

25. ข้อใดคอื ความหมายของเซต

ก. การกาหนดค่าเริ่มตน้ ให้กบั ส่งิ ท่ีตอ้ งการ

ข. การแสดงถงึ สิ่งต่างๆ ท่ีต้องการศึกษา

ค. ข้อมูลเลขจานวนนบั

ง. ถูกทุกข้อ

26. ตวั ดาเนนิ การใด ไมใ่ ช่ ตัวดาเนนิ การตรรกะ

ก. > ข. =

ค. >= ง. !=

27. การเลือกทาแบบทางเดียวควรใชค้ าส่ังใด

ก. if ไม่มี else ข. if แบบมี else

ค. if...else และ switch ง. Switch

28. รปู ในภาษาซปี ระเภทใดทีท่ ราบจานวนคร้ังในการทาช้าแนน่ อน

ก. REPEAT ข. FOR

ค. While ง. Do...While

29. ขนาดของตัวแปรอาร์เรย์ขนึ้ อยกู่ บั อะไร

ก. จานวนเซลล์ของอารเ์ รย์ทีใ่ ชจ้ รงิ ข. ประเภท1ข้อมูลของอาร์เรย์

ผชู้ ว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 179

ค. ช่ือตวั แปรอาร์เรย์ ง. ถกู ทุกข้อ

30. ตวั แปรอาร์เรยแ์ บบ 2 มิตติ า่ งจากอาร์เรยแ์ บบ 1 มิติอย่างไร

ก.การอา้ งถึงข้อมลู ข.การเก็บข้อมลู

ค.ขนาดของข้อมูล ง.ถกู ทกุ ขอ้

31. การประกาศค่าคงท่จี ะต้องใช้คาใดนาหน้า

ก. constant ข. const

ค. var const ง. Type

32. ข้อมูลประเภทใดใชห้ น่วยความจานอ้ ยท่สี ดุ

ก. byte ข. integer

ค. word ง. Long-in

33. ข้อใด ไม่ใช่ ข้อผดิ พลาดในการเขียนโปรแกรม

ก. Syntax Error ข. Run-Time Error

ค. Logical Error ง. Pro Error

34. ตวั แปรแบบสตรงิ มีความยามสูงสุดไดท้ ี่ตัว

ก. 128 ตวั ข. 255 ตวั

ข. 127 ตวั ง. 256 ตวั

35. คาส่งั ทาซา้ จัดวา่ เป็นคาสง่ั แบบใด

ก. คาส่ังควบคมุ ข. คาสั่งเง่ือนไข

ค. คาสงั่ เรยี กโปรแกรมย่อย ง. คาสง่ั จัดการตวั แปร

36. ข้อมูลชนิดเราคาร์ดเปน็ ข้อมูลประเภทใด

ก. ขอ้ มลู เดยี่ ว ข. ข้อมูลกลุ่ม

ค. ข้อมลู เชงิ ลาดับ ง. ข้อมูลจรงิ

37. ข้อแตกตา่ งที่สาคัญระหว่างอาร์เรย์กบั เรคอร์ดคืออะไร

ก. กฎการตังช่อื ข. จานวนข้อมูลภายใน

ค. ประเภทของข้อมูลภายใน ง. จานวนตวั แปรย่อยภายใน

39. ข้อมูลย่อยภายในเรคอรด์ เรียกว่าอะไร

ก. ฟิลด์ ข. เซล

ค. อนิ เด็กซ์ ง. ช้ิน

39. ข้อมูลประเภทสตรงิ คืออะไร

ก. รหัสแอสกหี ลายๆ ตวั มาต่อเรยี งกนั

ข. ตวั อกั ขระหลายๆตวั มาต่อเรยี งกนั

ค. ข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ตี ิดกนั เป็นชดุ

ง. ตวั อกั ษรติดๆกันไม่มีท่วี ่าง

ผชู้ ่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n8M0edia

40. ถ้าหากมตี ัวดาเนนิ การหลายตัวอยู่ในนิพจน์ ตวั ดาเนินการใดมคี วามสาคญั สงู สดุ

ก. MOD ข.( )

ค. DIV ง. *

41. หลักการตั้งช่ือไม่สามารถใช้สัญลกั ษณ์ในข้อใด

ก. ?,#,&,# ข. a,b,c,d,....,z

ค. ก, ข. ค, ง,……,ฮ ง. *...........*

42. ข้อใด ไม่ใช่ข้อมลู ประเภทจานวนเต็ม

ก. Long ข. Byte

ค. Boolean ง. Single

43. ข้อมูลชนิดท่ีมีการเก็บหรอื ชว่ ง1ข้อมลู ระหว่าง 0 ถงึ 255

ก. Long ข. Byte

ค. Boolean ง. Single

44. ข้อมูลชนิดใดมีการเก็บค่า 0 และ -1 ซง่ึ แทน False หรือ True

ก. Long ข. Byte

ค. Boolean ง. Single

45. ข้อใดคอื การทางานแบบเรียงลาดับ (Sequeence structure)

ก. เปน็ การเขยี นโปรแกรมจากคาสงั่ หนึ่งไปยงั อีกคาส่งั หน่ึงตามลาดับเรยี งต่อกันไปเรอ่ื ย ๆ

ข. เปน็ การเขยี นโปรแกรมท่ีแสดงการเลอื กอย่างนอ้ ย คือ เลอื กแบบมที างออก 2 ทางโดยจะมี

คาสั่งรอไวเ้ พียง ทางเลอื กเดียว

ค. เปน็ การเขียนโปรแกรมทต่ี ้องตัดสินใจหรือเลอื กเง่ือนไข คอื เลอื กแบบมีทางออก 2 ทาง โดยใช้

คาสั่งรอ ไว้ทั้งสองทางเลอื ก

ง. เป็นการเขียนโปรแกรมท่ตี ้องตัดสินใจหรือเลือกเงือ่ นไขท่ซี บั ซอ้ นมากขึ้น จะต้องใชเ้ ง่ือนไข

หลายๆขน้ั

46. ขอ้ ใดคอื การทางานแบบทางเลือก IF

ก. เป็นการเขยี นโปรแกรมจากคาสง่ั หนึ่งไปยังอกี คาสงั่ หนึ่งตามลาดับเรียงต่อกนั ไปเร่ือย ๆ

ข. เปน็ การเขยี นโปรแกรมท่แี สดงการเลือกอย่างน้อย คือ เลอื กแบบมีทางออก 2 ทางโดยจะมี

คาส่งั รอไว้เพียง ทางเลือกเดยี ว

ค. เป็นการเขียนโปรแกรมท่ีต้องตดั สนิ ใจหรือเลอื กเง่ือนไข คือ เลอื กแบบมีทางออก 2 ทาง โดยใช้

คาสง่ั รอ ไวท้ ้ังสองทางเลือก

ง. เป็นการเขียนโปรแกรมที่ต้องตัดสนิ ใจหรือเลอื กเงอ่ื นไขทีซ่ บั ซ้อนมากข้ึน จะต้องใช้เง่ือนไข

หลายๆ ข้ัน

ผชู้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 181

47. ข้อใดคอื การทางานแบบทางเลอื กกรณี IF-Else
ก. เปน็ การเขียนโปรแกรมจากคาส่ังหน่ึงไปยงั อีกคาสั่งหน่งึ ตามลาดบั เรยี งต่อกนั ไปเร่อื ย ๆ
ข. เปน็ การเขยี นโปรแกรมที่แสดงการเลือกอย่างนอ้ ย คือ เลอื กแบบมีทางออก 2 ทางโดยจะมี

คาส่งั รอไวเ้ พียง ทางเลอื กเดยี ว
ค. เป็นการเขยี นโปรแกรมท่ีต้องตัดสนิ ใจหรือเลือกเงือ่ นไข คอื เลอื กแบบมีทางออก 2 ทาง โดยใช้

คาสง่ั รอ ไวท้ ั้งสองทางเลอื ก
ง. เป็นการเขียนโปรแกรมที่ต้องตัดสินใจหรือเลือกเง่อื นไขท่ซี ับซ้อนมากขนึ้ จะต้องใชเ้ ง่ือนไข

หลายๆ ขน้ั
48. ข้อใดคอื การทางานแบบทางเลอื กกรณี Case

ก. เปน็ การเขียนโปรแกรมจากคาสั่งหนึง่ ไปยงั อีกคาส่ังหน่ึงตามลาดับเรียงต่อกันไปเร่อื ย ๆ
ข. เปน็ การเขยี นโปรแกรมท่ีแสดงการเลอื กอย่างน้อย คือ เลือกแบบมีทางออก 2 ทางโดยจะมี
คาสั่งรอไว้เพียง ทางเลือกเดียว
ค. เปน็ การเขียนโปรแกรมที่ต้องตัดสนิ ใจหรือเลือกเง่อื นไข คอื เลอื กแบบมีทางออก 2 ทาง โดยใช้
คาสง่ั รอ ไวท้ ้ังสองทางเลือก
ง. เป็นการเขียนโปรแกรมท่ตี ้องตดั สนิ ใจหรือเลอื กเง่ือนไขท่ซี ับซ้อนมากขึ้น จะต้องใชเ้ ง่ือนไข
หลายๆ ขั้น
49. ข้อใดคอื การทางานแบบ Do....While หมายถึง
ก. เป็นการเขียนโปรแกรมซา้ (loop ) ไปเร่ือยๆ ภายใตเ้ ง่ือนไขเปน็ จริง
ข.เปน็ การเขยี นโปรแกรมซ้า (loop ) ไปเร่ือยๆ จนครบจานวน
ค. เป็นการเขยี นโปรแกรมทต่ี ้องตัดสนิ ใจหรือเลือกเง่ือนไขทซ่ี บั ซ้อนมากข้ึน จะต้องใช้เง่ือนไข
หลายๆ ข้ัน
ง. เปน็ การเขียนโปรแกรมซ้า (loop ) ไปเร่ือยๆ ภายใตเ้ ง่ือนไขเปน็ เทจ็ และจะทาคาสง่ั 1 รอบ
กอ่ น ตรวจสอบเงื่อนไข
50. ข้อใดคอื การทางานแบบ Do...Untill
ก. เป็นการเขียนโปรแกรมซา้ (loop ) ไปเรื่อยๆ ภายใต้เงื่อนไขเปน็ จริง
ข.เปน็ การเขียนโปรแกรมซ้า ( loop ) ไปเรื่อยๆ จนครบจานวน
ค. เป็นการเขยี นโปรแกรมท่ีต้องตดั สนิ ใจหรือเลอื กเง่ือนไขที่ซบั ซ้อนมากขน้ึ จะต้องใชเ้ ง่ือนไข
หลายๆ ขั้น
ง. เป็นการเขยี นโปรแกรมซ้า ( loop ) ไปเร่ือยๆ ภายใต้เงื่อนไขเป็นเท็จ และจะทาคาสง่ั 1 รอบ
ก่อน ตรวจสอบเงื่อนไข

51. ขอ้ ใดคือการทางานแบบ While...Wend

ผชู้ ว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n8M2edia

ก. เป็นการเขยี นโปรแกรมซา้ ( loop ) ไปเร่ือยๆ ภายใตเ้ งื่อนไขเป็นจริง

ข.เป็นการเขยี นโปรแกรมซา้ ( loop ) ไปเรื่อยๆ จนครบจานวน

ค. เปน็ การเขียนโปรแกรมท่ีต้องตัดสนิ ใจหรือเลือกเงอื่ นไขทซี่ บั ซ้อนมากขึ้น จะต้องใช้เงื่อนไข

หลายๆ ขั้น

ง. เปน็ การเขียนโปรแกรม1ซา้ ( loop ) ไปเรือ่ ยๆ ภายใต้เง่ือนไขเป็นเทจ็ และจะทาคาสัง่ 1 รอบ

ก่อน ตรวจสอบเงื่อนไข

52. ขอ้ ใดคือการทางานแบบ For Next

ก. เปน็ การเขยี นโปรแกรมซา้ (loop ) ไปเร่ือยๆ ภายใต้เงื่อนไขเปน็ จริง

ข.เป็นการเขียนโปรแกรมซ้า (loop ) ไปเร่อื ยๆ จนครบจานวน

ค. เป็นการเขยี นโปรแกรมท่ตี ้องตัดสินใจหรือเลอื กเงอื่ นไขที่ซบั ซอ้ นมากข้ึน จะต้องไซ้เง่ือนไข

หลายๆ ขั้น

ง. เป็นการเขียนโปรแกรมซา้ (loop ) ไปเรื่อยๆ ภายใต้เง่ือนไขเป็นเท็จ และจะทาคาสัง่ 1 รอบ

กอ่ น ตรวจสอบเง่ือนไข

53. ถ้าต้องการเขียนโปรแกรมคานวณคา่ จอดรถ โดยทาการรับคาและคานวณค่าจอดรถ ถ้าจอดรถ

มากกว่า 2 ชม. คดิ ชม.ละ 15 บาท (เศษ ชม. ปัดขน้ึ ) หลงั จากนั้นพิมพค์ ่าจอดรถ ควรใช้รปู แบบการ

ควบคมุ การทางานของโปรแกรม แบบใดจงึ จะดีท่สี ุด

ก. ทางเลอื กกรณี IF ข. แบบ For Next

ค. แบบทางเลอื กกรณี Case ง. แบบ While....Wend

54. ถา้ ต้องการเขยี นโปรแกรมคานวณคา่ ท! โดยทาการรับคา่ และคานวณค่า ท! ทาไดโ้ ดยการรวม

รอบเพ่อื ตรวจสอบ ว่าคานวณครบตามจานวน ท! หรือยัง ถา้ ยังก็จะต้องวนรอบคานวณจนกวา่ จะครบ

ถา้ ครบแล้วใหพ้ มิ พค์ า่ ท! ควรใช้ รปู แบบการควบคุมการทางานของโปรแกรมใดจึงจะดที ส่ี ดุ

ก. ทางเลอื กกรณีIF ข. แบบเรยี งลาดับ

ค. แบบทางเลอื กกรณี Case ง. แบบ Do...Until

55. เพ่ือตอ้ งการพฒั นาโปรแกรมจะต้องทาส่งิ ใดก่อน

ก. วเิ คราะห์ปญั หา ข. เขยี นชโู ดโค้ด

ค. เขยี นโปรแกรม ง. เลอื กภาษาทต่ี ้องการเขียน

ผ้ชู ว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 183

เฉลยแนวขอ้ สอบฐานขอ้ มลู และการเขยี นโปรแกรม

1. ค. Graphical User Interface
2. ง. การตรวจสอบข้อผิดพลาดจากการเขยี นโปรแกรม
3. ข. การออกแบบขอ้ มูลนาเข้า
4. ก. กาหนดวัตถุประสงค์ของโปรแกรมและผลลัพธ์
5. ค. Output
6. ง. การวิเคราะห์
7. ข. คอื การเขียน Algorithm โดยสัญลักษณ์หรือรูปภาพ เพ่ืออธบิ ายการทางานของโปรแกรมแทน
ข้อความเพื่อสอ่ื ความหมายให้ง่ายและสะดวก
8. ง. เรคคอร์ด
9. ก. ชอ่ื ของส่งิ ใดส่งิ หนง่ึ ซงึ่ จดั เก็บข้อมลู ได้
10. ง. แอตทริบิวคเ์ ปีนข้อมลู แสดงลักษณะของเอนทติ ้ี
11. ค. ผ้เู ขียนหน่งึ คนสามารถเขยี นหนังสอื ได้มากกว่า 1 เลม่
12. ง. กล่มุ ต่อกลุ่ม
13. ก. หนง่ึ ต่อหนง่ึ
14. ก. Foreign Key
15. ง. ถูกทกุ ข้อ
16. ข. กาหนดเอนทิต้ีท้ังหมดในฐานขอ้ มลู
17. ง. ถกู ทุกข้อ
18. ข. คอื การเขยี น Algorithm โดยใชส้ ัญลกั ษณ์หรือรูปภาพ เพอื่ อธบิ ายการทางานของโปรแกรม
แทน ขอ้ ความเพ่อื ส่ือความหมายใหง้ า่ ยและสะดวก
19. ก.
20. ค.
21. ข.
22. ง.
23. ข.

24. ง. สามารถทาการบารุงรกั ษาโปรแกรมไดง้ ่ายและมปี ระสิทธภิ าพมากขั้น
25. ข. การแสดงถึงส่ิงต่างๆ ท่ีด้องการศึกษา
26. ข. =
27. ก. if ไม่มี else
28. ข. FOR

ผ้ชู ่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n8M4edia

29. ข. ประเภท1ข้อมูล1ของอารเ์ รย์
30. ง. ถูกทกุ ข้อ
31. ข. const
32. ก. byte
33. ง. Pro Error
34. ข. 255 ตัว
35. ก. คาสั่งควบคมุ
36. ข. ขอ้ มูลกลุ่ม
37. ค. ประเภทของข้อมลู ภายใน
38. ก. ฟลิ ด์
39. ก. รหสั แอสกหี ลายๆ ตวั มาต่อเรียงกัน
40. ก. MOD
41. ก. ?,#,&,#
42. ง. Single
43. ข. Byte
44. ค. Boolean
45. ก. เป็นการเขยี นโปรแกรมจากคาส่งั หนง่ึ ไปยังอกี คาสงั่ หนง่ึ ตามลาดบั เรยี งต่อกันไปเรอื่ ยๆ
46. ข. เป็นการเขียนโปรแกรมทแ่ี สดงการเลือกอยา่ งน้อย คือ เลือกแบบมีทางออก 2 ทางโดยจะมี
คาส่งั รอไว้ เพียงทางเลือกเดยี ว
47. ค. เป็นการเขยี นโปรแกรมทต่ี ้องตดั สนิ ใจหรือเลือกเงอื่ นไข คือ เลือกแบบมีทางออก 2 ทาง โดยใช้
คาส่งั รอไวท้ ้ังสองทางเลือก
48. ง. เปน็ การเขียนโปรแกรมทต่ี ้องตัดสินใจหรือเลือกเงอื่ นไขที่ซบั ซ้อนมากข้นึ จะต้องใช้เง่ือนไข
หลายๆ ขั้น
49. ก. เปน็ การเขียนโปรแกรมซ้า (loop) ไปเร่ือยๆภายใต้เงือ่ นไขเป็นจริง
50. ง. เปน็ การเขียนโปรแกรมซา้ (loop) ไปเรื่อยๆภายใต้เง่ือนไขเป็นเทจ็ และจะทาคาส่ัง 1 รอบ ก่อน
ตรวจสอบเงอ่ื นไข
51. ก. เป็นการเขียนโปรแกรมซ้า (loop) ไปเรื่อยๆ ภายใต้เงื่อนไขเป็นจริง
52. ข.เปน็ การเขยี นโปรแกรมซา้ (loop) ไปเรื่อยๆ จนครบจานวน
53. ก. ทางเลือกกรณี IF
54. ง. แบบ Do...Until
55. ก. วิเคราะหป์ ัญหา

ผู้ชว่ ยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 185

แนวข้อสอบ เกี่ยวกับคอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศ

1.การเรยี นรู้เทคโนโลยี มคี วามสาคญั อย่างไร
ก. เป็นความรูพ้ น้ื ฐาน
ข. ไมต่ ้องหาข้อมลู หลายที่
ค. นาความรูม้ าประยุกต์ใช้งาน
ง. ขอ้ ก. และ ค ถูก

2.ชดุ คาสงั่ ในการทางานข้อใดตา่ งจากพวก
ก. การคดิ เกรดเฉล่ีย
ข. การประมวลและเครอื ข่าย
ค. การทาบันทึกรายรบั รายจ่าย
ง. การคานวณน้าหนกั และส่วนสงู

3.การประมวลข้อมูลให้ไดส้ ารสนเทศ เกิดประโยชน์อยา่ งไร
ก. ไดข้ ้อมลู ใหม่
ข. ใช้ในการตดั สินใจ
ค. ขอ้ มูลเกิดการเปลีย่ นแปลง
ง. แก้ทกั ษะการทางานให้กับบุคลากร

4.ขอ้ ใดเป็นการทาธุรกิจอิเลก็ ทรอนิกส์
ก. การสง่ ธนาณตั ิ
ข. การติดปา้ ยโฆษณา
ค. การโฆษณาทางอินเตอร์เน็ต
ง. การเชญิ ชวนคนมาสมัครเปน็ สมาชกิ

5.หนงั สอื ดจิ ิทัลมปี ระโยชนอ์ ย่างไร
ก. เปดิ ใช้งา่ ยกวา่ หนงั สือปกติ
ข. ตอ่ เชอื่ มกบั อนิ เตอรเ์ น็ตได้ง่าย
ค. ทันสมัยและไม่สิน้ เปลืองทรพั ยากร

ผู้ช่วยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n8M6edia

ง. เกบ็ หนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ได้จานวนมาก
6.การคน้ ตาแหน่งด้วยระบบ GPS มลี ักษณะอย่างไร

ก. ใชส้ ญั ญาณวิทยุ
ข. ใชส้ ายเคเบลิ ใยแกว้
ค. ใชส้ ัญญาณโทรศพั ท์
ง. ใชส้ ญั ญาดาวเทยี ม
7.อุปกรณ์ใดจัดเปน็ คนละประเภทลับเมาส์
ก. ลาโพง
ข. แปน้ พมิ พ์
ค. สแกนเนอร์
ง. จอภาพแบบสมั ผสั
8.ขอ้ ใดเปน็ อุปกรณร์ ับข้อมลู ทงั้ หมด
ก. แป้นพิมพ์ ลาโพง เมาส์
ข. สแกนเนอร์ ไมโครโฟน จอภาพ
ค. กล้องดจิ ทิ ัล ไมโครโฟน แปน้ พมิ พ์
ง. กลอ้ งดิจิทัล สแกนเนอร์ ไมโครโฟน
9.ขอ้ ใดกลา่ วไม่ถกู ต้องเกี่ยวกับ RAM
ก. หน่วยความจาชวั่ คราว
ข. เป็นอปุ กรณ์ฮาร์ดแวร์ตดิ ต้ังอย่ทู ี่เมนบอร์ด
ค. ใช้บนั ทกึ ข้อสนเทศและคาสงั่ เร่มิ ดน้ ของระบบ
ง. เมื่อปดิ เคร่ืองข้อมลู และโปรแกรมจะลบหายไป
10.หน่วยความจาในข้อใด บันทกึ ข้อมลู ทีล่ บหรือแก้ไขไม่ได้แต่อา่ นได้
ก. หนว่ ยความจารอม
ข. หน่วยความจาแรม
ค. หนว่ ยความจาซมี อส

ผู้ชว่ ยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 187

ง. หนว่ ยความจาชว่ั คราว
11.อปุ กรณใ์ นข้อใดเกบ็ ข้อมลู เปน็ แพรค (Track)

ก. ดีวดี ี
ข. ฮาร์ดดิสก์
ค. ฟลอปปดี ิสก์
ง. คอมแพดดิสก์
12.ข้อใดเปน็ ฮาร์ดแวรค์ อมพิวเตอร์ทง้ั หมด
ก. โมเด็ม เคร่ืองพิมพ์ เมาส์
ข. สแกนเนอร์ เมาส์ โปรแกรม
ค. ชุดคาสั่ง แปน้ พมิ พ์ เคร่ืองพมิ พ์
ง. โปรแกรม Paint จอภาพแอลซดี ี เมาส์
13.หนว่ ยความจุกกิ ะไบต์มคี วามจโุ ดยประมาณเทา่ ไร
ก. หนึ่งพนั ไบต์
ข. หนึ่งลา้ นไบต์
ค. หนงึ่ พันล้านไบต์
ง. หน่งึ ล้านไบต์
14.ROM เปน็ หนว่ ยความจาท่ีเก็บข้อมลู แบบใด
ก. ข้อมลู จากการพมิ พ์รายงาน
ข. บันทึกรปู ภาพท่ีถา่ ยด้วยกลอ้ งดจิ ิทัล
ค. บนั ทึกข้อสนเทศและคาสั่งเร่ิมตน้ ของระบบ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
15.ขอ้ ใดคือการทางานของโปรแกรมอรรถประโยชน์
ก. พฒั นาเคร่ืองคอมพวิ เตอรใ์ หม้ ีเสถยี รภาพ
ข. ดแู ลระบบคอมพิวเตอร์ให้มีประสทิ ธิภาพสงู
ค. ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทางานอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
ง. ตรวจสอบและซอ่ มแซมระบบคอมพิวเตอร์

ผชู้ ่วยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n8M8edia

16.โปรแกรม Microsoft Excel และ Quattro Pro จัดเป็นโปรแกรมประเภทใด
ก. โปรแกรมประมวลคา
ข. โปรแกรมนาเสนอข้อมลู
ค. โปรแกรมด้านการคานวณ
ง. โปรแกรมการจัดการต้านฐานข้อมูล

17.โปรแกรมทใ่ี ช้ออกแบบแผ่นพบั หรอื ใบปลิว จดั เป็นโปรแกรมประเภทใด
ก. โปรแกรมกราพกั
ข. โปรแกรมดา้ นงานพมิ พ์
ค. โปรแกรมประมวลผลคา
ง. โปรแกรมด้านการคานวณ

18.โปรแกรมท่ีใช้ในด้านงานพิมพ์คือข้อใด
ก. Adobe PageMaker
ข. Microsoft Paint
ค. Microsoft Word
ง. CorelDraw

19.การเก็บข้อมลู เพ่ือใหค้ น้ หาไดร้ วดเรว็ แมน่ ยา นิยมใช้โปรแกรมใด
ก. Microsoft Word
ข. Microsoft Excel
ค. Microsoft Access
ง. Microsoft PowerPoint

20.สารสนเทศหมายถึงข้อใด
ก. ขอ้ มูลท่ีได้จากการประมวลผล
ข. ข้อมลู ทเ่ี ป็นตัวเลขและรูปภาพ
ค. ขอ้ มูลท่ีทาการจัดเกบ็ รวบรวมไว้
ง. ข้อมลู ที่กาลงั ถูกวเิ คราะห์โดยคอมพวิ เตอร์

ผชู้ ว่ ยนักวิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 189

21.ขอ้ ใดเป็นความหมายของขอ้ มูล ผู้ชว่ ยนักวชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์
ก. ขอ้ เท็จจริงในรปู แบบเสยี ง
ข. ขอ้ เทจ็ จรงิ ทเ่ี ป็นตัวอักษร
ค. ขอ้ เท็จจริงทเ่ี ปน็ รูปภาพ/สัญลกั ษณ์
ง. ถกู ทกุ ข้อ

22.ข้อใดเกีย่ วข้อกบั สารสนเทศ
ก. การซ้อื คอมพิวเตอร์
ข. การผลิตคอมพิวเตอร์
ค. การเปรยี บเทียบราคาคอมพิวเตอร์
ง. การเลอื กทาเลท่ีตง้ั ร้านคอมพวิ เตอร์

23.ขอ้ ใดคือวธิ กี ารไดม้ าซึ่งข้อมูลและสารสนเทศ
ก. การสารวจและสมุ่ ตัวอยา่ ง
ข. การบนั ทึกและการประมวลผล
ค. การสังเกตและการประเมินผล
ง. การประมวลผลการสอบถาม

24.การแทนรหัสแอสกี 1 ไบต์ เทา่ กับเท่าใด
ก. 2 บิต
ข. 4 บติ
ค. 8 บติ
ง. 16 บิต

25.ข้อใดเป็นการประมวลผลแบบกลุ่ม
ก. การจัดรายการวิทยุ
ข. การโอนเงินผ่านตเู้ อทเี อม็
ค. การถ่ายทอดสดแข่งขนั ฟุตบอล
ง. การสารวจข้อมูลผลการเลือกตงั้

26.ข้อมูลเหมือนหรือต่างจากสารสนเทศอย่างไร

Brai1n9M0edia

ก. เหมอื นกนั เพราะสารสนเทศก็คอื ข้อมูลทว่ั ไป
ข. เหมือนกัน เพราะข้อมูลและสารสนเทศเป็นคาทใี่ ช้แทนกัน
ค. ต่างกัน เพราะสารสนเทศตอ้ งไดจ้ ากการประมวลผลข้อมลู
ง. ตา่ งกนั เพราะข้อมูลต้องได้จากการประมวลผลสารสนเทศ
27.ข้อใดจัดเป็นเขตข้อมลู
ก. แฟม้ คนไข้
ข. เบอร์โทรศัพท์
ค. ขอ้ มูลท่องเท่ยี ว
ง. ประวัตนิ กั เรยี น
28.ขอ้ ใดคือลักษณะการประมวลผลแบบทันที
ก. การจองตว๋ั เครือ่ งบิน
ข. การเลน่ เกมคอมพิวเตอร์
ค. การบนั ทึกข้อมลู นักเรียน
ง. การจดบันทึก
29.ข้อใดเป็นตวั อย่างโดเมนย่อยของประเทศไทย
ก. http://www.moe.go.th
ข. http://www.siamu.ac.th
ค. http://www.thaisarn.net.th
ง. ลกู ทุกข้อ
30.ข้อใดเป็นโดเมนระดับบนสุด
ก. http://www.mict.go.th
ข. http://www.funschool.com
ค. http://www.school.net.th
ง. http://amanon.co.th
31.โมเดม็ ท่ใี ชใ้ นการเชอ่ื มระบบอนิ เตอรเ์ นต็ ผ่านโทรศัพท์ทาหนา้ ทอ่ี ะไร

ผ้ชู ว่ ยนกั วชิ าการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 191

ก. เชอื่ มต่อสญั ญาณ
ข. เคร่อื งรบั โทรศัพท์
ค. เปน็ อุปกรณแ์ ปลงสญั ญาณ
ง. เปน็ สายไฟเชือ่ มตอ่ คอมพิวเตอร์
32.องค์การท่ีให้บริการอินเตอร์เนต็ มชี ่อื ว่าอะไร
ก. ISP
ข. Backbone
ค. TCP/IP
ง. InterNIC
33.ข้อใดเปน็ ช่ือไปรษณยี ์อิเล็กทรอนิกส์ทีถ่ ูกต้อง
ก. NAPA.com
ข. [email protected]
ค. Napa.chaiyo.com
ง. [email protected]
34.ข้อใดกลา่ วถึงการดาวน์โหลดและอัฟโหลดได้ถูกต้อง
ก. การขนถ่ายไฟล์ข้อมูล
ข. การจัดเกบ็ ไฟล์ข้อมลู
ค. การอ่านไฟล์ขอ้ มลู
ง. การปิด-เปิดไฟลข์ ้อมลู
35.จากข้อ www.thaimail.com เรยี กวา่ อะไร
ก. ชอ่ื โดเมน
ข. ท่อี ยู่อีเมล์
ค. หมายเลขไอพี
ง. หมายเลขไอเอสพี
36.วิธีการติดต้ังโปรแกรมสนทนาออนไลน์จากอินเตอร์เนต็ ลงเคร่ืองคอมพิวเตอร์ เรยี กว่าอะไร
ก. การเชื่อมต่อ

ผชู้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n9M2edia

ข. การอับโหลด
ค. การดาวนโ์ หลด
ง. ถกู ทกุ ข้อ
37.ถ้าตอ้ งการเปดิ http://www.petgang.com ปฏิบตั อิ ยา่ งไร
ก. พิมพ์ URL ลงในแถบคาสงั่
ข. พิมพ์ URL ลงในแถบชื่อเรื่อง
ค. พมิ พ์ URL ลงในแถบเคร่ืองมือ
ง. พิมพ์ URL ลงในแถบแอดเดรส
38.เวบ็ ไซตใ์ ดให้ขอ้ มลู ขา่ วประจาวนั
ก. http://www.petgang.com
ข. http://www.dailynews.com
ค. http://www.kidsquare.com
ง. http://www.tourthailand.com
39.ขอ้ ใดไม่ใชข่ นั้ ตอนการคัดลอกรูปภาพลงโปรแกรม Microsoft Word
ก. เปดิ โปรแกรม Microsoft Word
ข. คลกิ เลือกคาสั่ง Edit แลว้ เลือก Paste
ค. คลกิ ปม Paste บนแถบเครื่องมือมาตรฐาน
ง. คลกิ ซา้ ยท่บี ริเวณรูปภาพที่ตอ้ งการคดั ลอก
40.การส่งไฟล์แนบไปกับ E-mail เกิดขน้ึ ท่ใี ด
ก. เมนเู ขยี นจดหมาย
ข. กล่องจดหมายเขา้
ค. เมนูสมัครสมาชกิ ใหม่
ง. หน้าตา่ ง File Download
41.จดหมายอีเมลท์ ี่อ่านแลว้ จะถูกเก็บไว้ทใี่ ด
ก. กล่องขยะ

ผู้ช่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 193

ข. กลอ่ งส่งแลว้
ค. กล่องจดหมาย
ง. กลอ่ งจดหมายเข้า
42.การเลอื กตาแหน่งที่ต้องการบันทึกรูปภาพ เกิดขึ้นท่ใี ด
ก. เมนูลัด
ข. ชอ่ ง Save in:
ค. ชอ่ ง Filename:
ง. ช่อง Save as type:
43.การปรบั เว็บเพจให้แสดงผลภาษาไทยจะเลอื ก Thai (Windows) จากทใี่ ด
ก. เมนู View Encoding
ข. ปม Start Control Panel
ค. เมนู View Text Size
ง. เมนู Favorites >> Add to Favorites
44.เมนูใดใช้บนั ทึกเว็บเพจทตี่ ้องการเรียกดซู า้
ก. เมนู View
ข. เมนู Tools
ค. เมนู Favorites
ง. ถูกทกุ ขอ้
45.ขอ้ ใดคือเทคนิคท่ีถกู ต้องในค้นหาขอ้ มลู ทางอนิ เตอรเ์ น็ต
ก. ใชเ้ ครือ่ งหมาย#ชว่ ยในการค้นหา
ข. ใช้เครอ่ื งมือคน้ หาเว็บไซตแ์ บบสารบบ
ค. การคน้ หาวลีตอ้ งใสเ่ ครอ่ื งหมาย1.......................... ’
ง. พิมพ์คาคน้ หาเป็นภาษาอังกฤษตวั พิมพใ์ หม่
46.เรียงลาดบั ข้นั ตอนการสง่ อีเมลใ์ ห้ลูกต้อง
A. พิมพข์ ้อความลงในจดหมายและคลกิ ส่งจดหมาย
B. คลิกเมนูเขยี นจดหมาย

ผชู้ ่วยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n9M4edia

C. พมิ พ์ทอี่ ยู่อีเมล์ของผรู้ บั จดหมายและหัวเร่ืองจดหมาย
ก. A,B,C
ข. C,A,B
ค. B,C,A
ง. A,C,B
47.การส่งแนบไฟลม์ ากกว่าหน่งึ ไฟลท์ าอย่างไร
ก. คลกิ ปม Browse แนบไฟล์ 2
ข. คลิกปม Browse แนบไฟล์ 1
ค. คลิกปม สง่ แนบไฟล์ แนบไฟล์ 2
ง. คลกิ ปม สง่ แนบไฟล์ แนบไฟล์ 1
48.Windows XP รนุ่ ใดรกั ษาความปลอดภยั ได้ดี
ก. Professional
ข. Home Edition
ค. 64 Bit Edition
ง. ลูกทุกข้อ
49.ข้อใดเป็นพิ นื้ ทีส่ าหรับวางไอคอนและทาสบาร์
ก. Desktop
ข. Windows
ค. Wallpaper
ง. Document
50.การคลิกแถบหัวเร่อื งแล้วแดรกเมาส์ไปตาแหน่งทตี่ ้องการคอื การทาสิ่งใด
ก. การยา้ ยหนา้ ต่าง
ข. การสลบั หนา้ ตา่ ง
ค. การปรบั ขนาดหนา้ ต่าง
ง. การเปิดและปิดหน้าตา่ ง

ผู้ช่วยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 195

51.My Computer แสดงโฟลเดอร์และไฟล์อะไร
ก. ขอ้ มลู ภาพ
ข. ขอ้ มลู เสยี ง
ค. Drives ต่างๆ
ง. ข้อมลู เอกสาร

52.ขอ้ ใดเปน็ วิธกี ารจดั เรียงลาดบั ไฟล์และโฟลเดอรท์ ่ถี ูกต้อง
ก. ใช้คาสงั Views Refresh
ข. ใชค้ าสัง Views Explorer Bar
ค. ใช้คาสัง Views Choose Details...
ง. ใช้คาสงั Views Arrange Icons by

53.ประโยชนข์ องโฟลเดอรค์ ือขอ้ ใด
ก. กาหนดโฟลเดอร์อยู่ในโฟลเดอร์ได้
ข. นาไฟล์ข้อมลู มาบรรจลุ งในโฟลเดอรไ์ ด้
ค. สามารถจัดขอ้ มลู ให้เปน็ หมวดหมเู่ พื่อสะดวกในการตน้ หา
ง. ขอ้ ก.และข.ถกู

54.ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกย่ี วกับการปรับแตง่ หนา้ จอคอมพิวเตอร์
ก. ปรบั ภาพเคลือ่ นไหวจากแท็บ Themes
ข. แท็บ Setting ใชป้ รับความละเอียดในการแสดงผล
ค. เปลยี่ นสีปม่ ขนาดตัวอักษรจากแทบ็ Appearance
ง. ถนอมจอภาพไมใ่ หเ้ ส่ือมเร็ว เลอื กที่แทบ็ Screen Saver

55.สือ่ นาข้อมูลมหี น้าทอี่ ย่างไร
ก. รบั ข้อมลู ที่ลง่ มาจากผสู้ ่ง
ข. เป็นตัวกลางในการสง่ ขอ้ มูล
ค. เปน็ วิธกี ารในการสอื่ สารข้อมลู
ง. ล่งข้อมลู ไปยังอุดหมายท่ีต้องการ

56.การส่งข้อมูลทิศทางเดยี วกันมลี ักษณะอย่างไร

ผูช้ ่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n9M6edia

ก. สง่ และรับข้อมูลโดยไมไ่ ดโ้ ตต้ อบกนั
ข. ส่งและรบั ขอ้ มลู โดยสามารถโตต้ อบกันได้ทันที
ค. สง่ และรบั ขอ้ มลู โดยจะโตต้ อบกันทางโทรศัพท์
ง. ส่งและรับข้อมูลโดยไมส่ ามารถโต้ตอบกนั ไตใ้ นเวลาเดยี วกัน
57.การรบั สง่ ข้อมลู ท่ีไม่สามารถโตต้ อบกนั ในเวลาเดยี วกัน จดั เป็นการส่งข้อมูลแบบใด
ก. การสง่ ข้อมูลทิศทางเดียวกัน
ข. การสง่ ข้อมูลสองทศิ ทางสลบั กัน
ค. การสง่ ขอ้ มลู ทิศทางเดียวสลับกัน
ง. การส่งข้อมลู สองทิศทางพร้อมกัน
58.ขอ้ ใดเปน็ สอ่ื นาข้อมลู แบบมสี ายทจ่ี าเปน็ ต้องเดนิ สายใส่ทอ่ ลงใต้ดิน
ก. สายคู'บิดเกลียว
ข. สายไฟฟ้าแรงสงู
ค. สายโคแอกเชยี ล
ง. สายใยแก้วนาแสง
59.ส่ือนาข้อมูลไร้สายประเภทใดที่ใช้อากาศเป็นในการสื่อสาร
ก. สญั ญาณววทิ ยุ
ข. ระบบไมโครเวฟ
ค. แสงอนิ ฟราเรด
ง. ถูกท้ังข้อ ก. และค.
60.ข้อใดเปน็ คุณสมบัตขิ องสื่อนาข้อมูลแบบแสงอินฟราเรด
ก. มีความถ่ีตา่ งๆกัน
ข. ไมส่ ามารถสง่ ข้อมลู ในระยะทางไกลได้
ค. ไมส่ ามารถทะลผุ า่ นวตั ถุทึบแสงได้
ง. ข้อ ข. และ ค. ถกู
61.ลักษณะการส่ือสารประเภทใดทาการส่งข้อมูลได้ส้นั ทสี่ ุด

ผ้ชู ว่ ยนกั วิชาการคอมพวิ เตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 197

ก. สญั ญาณวิทยุ
ข. แสงอนิ ฟราเรด
ค. ระบบไมโครเวฟ
ง. การสอ่ื สารผ่านดาวเทยี ม
62.ข้อใดสามารถส่งขอ้ มลู ได้ในระยะไกลรองลงมาจากการสือ่ สารผา่ นดาวเทียม
ก. สัญญาณวิทยุ
ข. แสงอินฟราเรด
ค. ระบบไมโครเวฟ
ง. ไม่มขี ้อถูก
63.เครอื ข่ายคอมพิวเตอร์หมายถงึ ข้อใด
ก. การรบั สง่ ข้อมลู ข่าวสารได้อย่างรวดเรว็ เครื่องคอมพวิ เตอร์
ข. การนาอุปกรณ์ท่ีใช้ในการส่อื สารมาตอ่ กนั มากกว่า 2 เครอ่ื งข้ึนไป
ค. การตดิ ส่อื สาร แลกเปลย่ี นขอ้ มลู ระหว่างผู้ใช้งานในระบบเครอื ข่าย
ง. การนาเครื่องคอมพิวเตอร์ตงั้ แต่ 2 เครอ่ื ง ขึน้ ไปเช่ือมต่อผ่านสอ่ื ในการส่ือสารข้อมูล
64.อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกสข์ ้อใดท่ไี ม่สามารถใช้รว่ มกันในเครือข่ายได้
ก. แป้นพิมพ์
ข. เครอื่ งพิมพ์
ค. ฮารด์ ดิสก์
ง. สแกนเนอร์
65.เครอื่ งคอมพิวเตอรใ์ นข้อใดทใี่ หบ้ ริการเครื่องหรือบริการเมล
ก. เครอ่ื งเทอรม์ นิ ัล
ข. เคร่ืองเซิรฟ์ เวอร์
ค. เครือ่ งไคลเอนต์
ง. เครอื่ งเวิร์กสเตชนั
66.เครือ่ งคอมพิวเตอร์ลกั ษณะใดท่สี ามารถประมวลผลข้อมลู ได้โดยไม่ต้องรอรับผลจากเครื่องแม่ ข่าย
ก. เครอ่ื งเทอรม์ นิ ัล

ผู้ช่วยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai1n9M8edia

ข. เคร่อื งเซริ ์ฟเวอร์
ค. เคร่ืองไคลเอนต์
ง. เคร่ืองเวิร์กสเตชนั
67.ข้อใดเป็นลกั ษณะการประมวลผลข้อมูลแบบไคเอนต/์ เซิรฟ์ เวอร์
ก. การนาเครื่องไคลเอนต์ท่มี ีประสิทธภิ าพมาใช้แทนเครื่องเทอรม์ ินัก
ข. การนาเครอ่ื งไคลเอนต์ทมี่ ีประสิทธภิ าพมาใช้แทนเครื่องเซริ ฟ์ เวอร์
ค. การแบ่งหนา้ ที่การประมวลผลระหว่างเครอ่ื งเซริ ์ฟเวอร์กับเครอ่ื งไคลเอนต์
ง. การแบง่ หนา้ ท่ีการประมวลผลระหว่างเครือ่ งเทอร์มินกั กับเครอ่ื งไคลเอนต์
68.ฮับ มคี วามสาคญั ต่อโครงสร้างเครือข่ายคอมพวิ เตอรแ์ บบดาวอยา่ งไร
ก. ถา้ ไม่มีฮับจะเกิดการชนกันของขอ้ มลู
ข. ถ้าไม่มฮี บั เครอื ข่ายจะส่งข้อมูลถึงกนั ไม่ได้
ค. ถ้าไม่มฮี ับจะไม่สามารถกระจายข้อมลู ไปยังเครื่องคอมพิวเตอรไ์ ด้
ง. ถกู ทุกขอ้
69.ขอ้ ใดเป็นเคร่ืองลูกข่ายของเครอื่ งเซริ ์ฟเวอร์
ก. เคร่อื งเทอร์มินัล
ข. เคร่ืองไคลเอนต์
ค. เคร่ืองเซริ ์ฟเวอร์
ง. เคร่ืองเวริ ก์ สเตชนั
70.การเชอื่ มโยงเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์แบบท้องถ่ินท่ใี ชอ้ ากาศเป็นสื่อ ใช้อะไรเป็นตวั กระจาย สญั ญาณ
ก. ฮบั
ข. แอกเซสพอสท์
ค. บลทู ุธ
ง. การด์ เคอื ขา่ ยแบบไรส้ าย
71.ขอ้ ใดกล่าวถกู ต้องเก่ยี วกบั เครือข่ายคอมพิวเตอรร์ ะยะทางไกล
ก. มีช่ือเรยี กวา่ แวน (WAN)

ผชู้ ว่ ยนกั วิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brain Media 199

ข. เป็นเครือขา่ ยขนาดใหญ่มาก
ค. เชอื่ มโยงเครอื ข่ายครอบคลมุ ท่ัวโลก
ง. ถกู ทุกขอ้
72.ผูใ้ ช้งานระบบสารสนเทศคือข้อใด
ก. นักเขียนโปรแกรม
ข. วิศวกรคอมพวิ เตอร์
ค. นักวเิ คราะหร์ ะบบ
ง. ถกู ทกุ ข้อ
73.ข้อใดเป็นลกั ษณะการนาข้อมลู เขา้
ก. รวบรวมข้อมูลดิบนาเขา้ สู่ระบบ
ข. การแสดงผลลัพธ์ทีป่ ระมวลผลแลว้
ค. แปลงขอ้ มูลดิบใหเ้ ปน็ สานสนเทศ
ง. การจดั เก็บข้อมูลดบิ ท่ปี ระมวลผลแลว้
74.ขอ้ ใดวธิ ีการประมวลผลข้อมูล
ก. การเรียงลาดบั
ข. การอภิปรายผล
ค. การจัดรูปแบบ
ง. การเปรยี บเทยี บ
75.คณุ ลกั ษณะใดของระบบสารสนเทศท่ตี ้องปรับให้เข้ากับเหตกุ ารณป์ จ้ จุบัน
ก. ยดื หยุ่น
ข. เชื่อถอื ได้
ค. คุ้มราคา
ง. บันต่อเวลา
76.ระบบสารสนเทศทต่ี อบสนองการใช้งานของผใู้ ชต้ รงกับคุณลกั ษณะขอ้ ใด
ก. เขา้ ใจง่าย
ข. สะดวกในการเขา้ ถึง

ผูช้ ่วยนกั วชิ าการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์

Brai2n0M0edia

ค. ระบบสารสนเทศเพอื่ การธุรกรรม
ง. ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจแบบกลุ่ม
77.ระบบสารสนเทศประเภทใดทใ่ี ช้ในการประชุม
ก. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ข. ระบบสารสนเทศเพื่อการตัดสนิ ใจ
ค. ระบบสารสนเทศเพอ่ื การธุรกรรม
ง. ระบบสารสนเทศเพ่ือการตัดสนิ ใจแบบกลมุ่
78.ข้อใด ไมใ่ ช่ กระบวนการทางานของระบบสารสนเทศ
ก. การนาเข้าขอ้ มูล
ข. การแสดงผลและจัดเกบ็ ข้อมลู
ค. การประมวลผลขอ้ มลู
ง. การสื่อสารและการเผยแพรข่ ้อมลู
79.ระบบสารสนเทศประเภทตา่ ง ๆ จาแนกไดอ้ ย่างไร
ก. ขนาดของข้อมลู
ข. ลกั ษณะการดาเนินการ
ค. ปรมิ าณของข้อมูล
ง. การให้การสนับสมุนระบบสารสนเทศ
80.ข้อใดอธบิ ายความหมายของ “ผังงาน” ได้ถูกต้อง
ก. แผนภมู แิ สดงการเปรียบเทียบการทางานของโปรแกรม
ข. แผนภาพแสดงการทางานของระบบงานหรือโปรแกรม
ค. แผนงานแสดงลาดบั ขนั้ ตอนของระบบงานคอมพิวเตอร์
ง. แผนผงั แสดงการทางานภายในระบบคอมพิวเตอร์
81.ผังงานโปรแกรมมีลักษณะอย่างไร
ก. แสดงรายละเอยี ดการเขยี นแผนงานของระบบโปรแกรม
ข. แสดงรายละเอยี ดเบือ้ งด้นของการเขียนผงั งานโปรแกรม

ผูช้ ว่ ยนักวิชาการคอมพิวเตอร์ เทศบาลตาบลราไวย์


Click to View FlipBook Version