43 1.3 ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านดอนบาก กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและ พลศึกษา วิชาสุขศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 1.4 เขียนแผนจัดการเรียนรู้ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติมโตของนักเรียน โดยใช้เกมเป็น ฐานของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 1.5 นำแผนจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น เสนอผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อตรวจสอบแก้ไข เพิ่มเติมและนำมาปรับปรุงให้ดีขึ้น 1.6 นำแผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่านเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนสุขศึกษา ด้านหลักสูตรการสอน การวิจัย และประเมินผลตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม ความสอดคล้อง และความเป็นไปได้ระหว่างจุดประสงค์การเรียนรู้เนื้อหาสาระกิจกรรมการ เรียนรู้และการประเมินผลโดยให้ผู้เชี่ยวชาญพิจราณาตรวจสอบดังนี้ ให้คะแนน +1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน 0 เมื่อไม่แน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นเหมาะสมและสอดคล้อง ให้คะแนน -1 เมื่อแน่ใจว่าองค์ประกอบนั้นไม่เหมาะสมและสอดคล้อง แล้วนำคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of oobjective congruence : IOC) ระหว่างองค์ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้จะต้องได้ค่าดัชนีความสอดคล้องทุกองค์ประกอบตั้งแต่ 0.67 ขึ้นไป 1.7 ปรับปรุง และแก้ไขแผนจัดการเรียนรู้ตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญ 1.8 นำแผนจัดการเรียนรู้ที่แก้ไขปรับปรุงแล้วไปใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที3 โรงเรียนบ้านดอนบาก ปีการศึกษา 2566 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างของการวิจัยเพื่อตรวจสอบความบกพร่อง และปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับ แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา โดยใช้เกมเป็นฐาน 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย ดังนี้
44 1. ผู้วิจัยดำเนินสอนตาม คือ แผนจัดการเรียนรู้เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต ของนักเรียน โดยใช้เกมเป็นฐาน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 2. นำแบบทดสอบก่อนเรียน มาใช้วัดความสามารถทางการเรียนรู้ตามแผนจัดการเรียนรู้ 3. เมื่อสิ้นสุดการทดลองแล้วผู้วิจัยนำแบบทดสอบชุดเดิมไปทดลองกับกลุ่มนักเรียนกลุ่ม ตัวอย่างอีกครั้ง จากนั้นนำผลที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ 5. การวิเคราะห์ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการ เจริญเติบโตของนักเรียน โดยใช้เกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นปรถมศึกษาปีที่ 3 ดังนี้ 1. ศึกษาผลสัมฤทธ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2. เปรียบเทียบผลการทดสอบ วิชาสุขศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียน 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อ ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้วิจัยเลือกใช้สถิตินี้ 1. สถิติฐานใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยใช้เกมเป็นฐาน ประกอบเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ 2. สถิติที่ใช้วิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป 2.1 หาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดย ใช้ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) = ∑ เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้อง ∑ แทน ผลรวมของความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
45 2.2 ร้อยละ มีสูตรในการคำนวณ = × 100 เมื่อ P แทน ร้อนละ F แทน ความถี่หรือจำนวนข้อมูลที่ต้องการหาร้อยละ N แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด 2.3 ค่าเฉลี่ย () ̅̅̅ มีสูตรในการคำนวณ ̅ = ∑ เมื่อ ̅แทน ค่าเฉลี่ยของกลุ่มตัวอย่าง ∑ แทน ผลรวมทั้งหมดของคะแนน N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 2.4 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) มีสูตรในการคำนวณ = √n ∑ 2 −(∑)2 (−1) เมื่อ S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน X แทน ข้อมูลแต่ละค่าของกลุ่มตัวอย่าง ̅แทน ค่าเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่าง N แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง
46 บทที่4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผลของการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของนักเรียนโดยใช้เกมเป็น ฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3 ผู้วิจัยขอนำเสนอผลการวิเคราะห์ตาม วัตถุประสงค์การวิจัยดังนี้ ตอนที่1 ของการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของนักเรียนโดยใช้ เกมเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3 เป็นรายบุคคลและภาพรวม ตอนที่2 ของการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของนักเรียนโดยใช้ เกมเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลัง เรียน ตารางที่ 1 คะแนนการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาสุขศึกษาโดยใช้เกมเป็นฐานที่มีต่อ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3 เลขที่ คะแนนก่อนเรียน 20 คะแนน คะแนนหลังเรียน 20 คะแนน 1 11 16 2 9 16 3 10 17 4 13 16 5 11 17 6 13 16 7 12 15 8 13 16 9 14 18 10 15 19 11 14 17 12 12 15 13 17 19 รวม 164 217 คะแนนเฉลี่ย 12.61 16.69 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.14 1.31
47 จากตารางที่ 1 พบว่าการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการ เจริญเติบโต โดยใช้เกมเป็นฐานของนักเรียนจำนวน 13 คน ซึ่งมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมี คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.61 คิดเป็นร้อยละ 63.07 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 16.69 คิดเป็นร้อย ละ 83.46 โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ปรากฏดังตารางที่ 2 ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์ เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาสุขศึกษา เรื่องเรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต โดยใช้วิธีการ สอนใช้เกมเป็นฐาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ประถมศึกษาปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและ หลังเรียน ตารางที่ 2 ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการ เจริญเติบโต โดยใช้วิธีการสอนแบบเกมเป็นฐาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ประถมศึกษา ปีที่ 3 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ผลการทดลอง ̅ S.D. ร้อยละ ก่อนเรียน 12.61 2.14 63.07 หลังเรียน 16.69 1.31 83.46 จากตารางเรียนที่ 2 แสดงว่า จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนมี คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 12.61 คิดเป็นร้อยละ 63.07 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 16.69 คิด เป็นร้อยละ 83.46 ปรากฏว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน
48 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยครั้งนี้ เป็นการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการ เจริญเติบโต โดยใช้วิธีการสอนแบบใช้เกมเป็นฐานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้น ประถมศึกษาที่3 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะดังนี้ วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต โดยใช้ วิธีการสอนแบบใช้เกมเป็นฐาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่3 สมมติฐานของการวิจัย นักเรียนชั้นประถมศึกษาที่3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา ที่เรียนด้วยวิธีการสอน แบบใช้เกมเป็นฐาน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน สรุปผลการวิจัย นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา โดยใช้วิธีการสอนแบบใช้เกมเป็นฐาน ได้คะแนน เฉลี่ย ก่อนเรียนเท่ากับ 12.61 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 63.07 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 16.69 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.46 และเมื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยระหว่างก่อนเรียนกับ หลังเรียน พบว่า หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อภิปรายผล ในการวิจัยครั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจและสามารถนำมาอภิปรายผล ดังนี้จากการศึกษาผลการ จัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต โดยใช้วิธีการสอนแบบใช้เกมเป็นฐาน ที่มี ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมศึกษาปีที่3 อภิปรายผล ดังนี้ กิจกรรมการเรียนการสอนวิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต โดยใช้ วิธีการสอน แบบใช้เกมเป็นฐาน ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประถมที่ 3 ทำให้นักเรียนมี ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูงขึ้น วัดผลโดยการใช้แบบทดสอบคะแนนเต็ม 20 คะแนน นักเรียนได้คะแนน เฉลี่ย ก่อนเรียนเท่ากับ 12.61 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 63.07 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน เท่ากับ 16.69
49 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.46 เนื่องจากกระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วยการวิจัยที่ผู้วิจัย ได้จัดทำแผน จัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และดำเนินการตามแผนที่วาง ไว้นักเรียน ปฏิบัติตามรูปแบบการเรียนรู้แบบการใช้เกมเป็นฐานโดยใช้ 5 ขั้นตอนดังนี้1) ขั้น1 ขั้นสำรวจความรู้ 2) ขั้นที่ 2 ขั้นอธิบายกิจกรรม 3) ขั้นที่ 3 ขั้นเล่นเกม 4) ขั้นเสนอความคิด 5) ขั้น 5 ขั้นอภิปรายหลังการเล่น และสรุปผลโดยใช้วิธีการประเมินผลตามสภาพจริง การสอนแบบนี้ทำให้ผู้เรียนกับผู้สอนสื่อความหมายกัน ได้ดีรวมไปถึงการช่วยให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพสามารถสร้างแรงจูงใจและ กระตุ้น ความสนใจของผู้เรียนและยังช่วยเน้นในการทบทวนประเด็นสำคัญของสาระการเรียนรู้ที่ได้เรียนอีกทั้ง ช่วยในการประเมินผลการเรียนการสอน ให้เข้าใจความสนใจที่แท้จริงของผู้เรียน วินิจฉัย จุดแข็งจุดอ่อน ของผู้เรียนได้ ช่วยสร้างลักษณะนิสัยการชอบคิดให้กับผู้เรียน ตลอดจนนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน ตลอดชีวิต ด้วย เหตุผลที่ได้กล่าวมาข้างต้น จึงทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา เรื่อง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ที่เรียนด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบการตั้งคำถาม สำหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ สูงขึ้น สอดคล้องกับ ผลงานวิจัยของกิ่งกาญจน์ดวงแค (2563) การพัฒนาแนวทางการดูแลการเจริญเติบโตของเด็กในศูนย์ พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตในด้านภาวะเตี้ย และภาวการณ์มี น้ำหนัก เกินเกณฑ์มาตรฐานของเด็กปฐมวัย ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสังกัดองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอพร้าว จังหวัด เชียงใหม่ และเพื่อพัฒนาแนวทางการดูแล การสร้างเสริม การเจริญเติบโตของเด็กปฐมวัย การศึกษาแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยมีการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวาง (Cross-section Survey Study)โดยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นจากประชากร ทั้งหมด 455 คน ได้กลุ่มตัวอย่างเด็กปฐมวัยอายุ 3-5 ปีและผู้ปกครองจำนวน จำนวน 294 คน และการวิจัยเชิงพรรณนา โดยใช้วิธีการเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการสนทนากลุ่ม จำนวน 5กลุ่ม มีผู้เข้าร่วม สนทนากลุ่มทั้งหมด 37 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามผู้ปกครองและได้ผ่านการ ตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน น าไปทดสอบความเชื่อมั่นได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาที่ระดับความ เชื่อมั่น 0.82 ใช้สถิติBinary Logistic Regression Analysis และ Ordinal Regression Analysis เพื่อ วิเคราะห์ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับ ภาวการณ์เจริญเติบโต ปราณีทัดศรี. (2557) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการ ของเด็กวัยก่อนเรียน อายุ2-5 ปีในเขตสุขภาพที่ 7 ประเทศไทยการเจริญเติบโตและภาวะโภชนาการใน เด็กเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาว การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบ ภาคตัดขวาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ภาวะโภชนาการและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการ เจริญเติบโตและภาวะโภชนาการของเด็กวัยก่อนเรียนอายุ 2-5 ปีในเขตสุขภาพที่ 7 ประเทศไทย จำนวน ทั้งหมด 366 คนโดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากการศึกษาสถานการณ์การเจริญเติบโต ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ ต่อการเจริญเติบโต และรูปแบบการส่งเสริมการเจริญเติบโตเต็มศักยภาพของเด็กปฐมวัยไทย สำนัก
50 โภชนาการ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตโดยใช้การวิเคราะห์ถดถอย พหุโลจิสติกนำเสนอด้วยค่า Adjust odds ratio (ORadj) และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการ ด้วยการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติกพหุกลุ่ม นำเสนอด้วยค่า Relative risk ratio (RRR) ช่วงความเชื่อมั่นที่ 95% (95% Confidence interval; 95%CI) จีรภัทร พลอยขาว (2553) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพของพนักงาน การ ประปานครหลวงสำนักงานใหญ่การวิจัยนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา ด้านปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการบริโภคอาหารเพื่อ สุขภาพของพนักงานการประปานครหลวงสำนักงานใหญ่ โดยมีปัจจัยใน หลายด้าน เช่น ด้านค่านิยมทางด้าน สุขภาพ ทัศนคติที่ดีต่ออาหารเพื่อสุขภาพ ทัศนคติการรับรู้รสชาติ คุณสมบัติหรือรสชาติที่คาดหวัง ความ คาดหวังเชิงบวก คุณสมบัติอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรารถนา ความ คุ้มค่า และการรับรู้ถึงความรับผิดชอบต่อ สังคม ซึ่งผู้วิจัยได้ทำการแจกแบบสอบถามไปยังกลุ่มตัวอย่างที่ เป็นพนักงานในการประปานครหลวง สำนักงานใหญ่จำนวน 300 ชุด ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน ปีพ.ศ. 2563 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้สถิติแบบความถดถอยเชิงพหุคูณ โดยส่วนใหญ่พบว่ากลุ่มตัวอย่างมี สถานภาพโสด มีการศึกษาระดับปริญญา ตรีมีอายุส่วนใหญ่ 26 - 30 ปีมีรายได้ต่ำกว่าหรือเท่ากับ 20,000 บาท มีค่าใช้จ่ายในการบริโภคเพื่อ สุขภาพ 101 - 200 บาทต่อมื้อ มีความถี่ในการรับประทาน อาหารเพื่อสุขภาพอยู่ที่เดือนละครั้ง มีการรับรู้ว่า อาหารเพื่อสุขภาพเป็นอาหารคลีนมากที่สุด มีการรับ ข่าวสารมาจากช่องทางอินเทอร์เน็ต / โซเชียลเน็ตเวิร์ก และเป็นเพศหญิงส่วนมาก จากการวิจัยพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอิทธิพลต่อภาพรวมการบริโภคอาหารเพื่อ สุขภาพของพนักงานการประปานคร หลวงส านักงานใหญ่อย่างมีนัยทางสถิติระดับ .05 นั้นมีเพียงสองด้าน คือ ราคาอาหารเพื่อสุขภาพต่อมื้อ และความถี่ในการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพ ข้อเสนอแนะ 1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ 1.1 ครูควรศึกษาวิธีการสอนแบบการตั้งคำถามให้เข้าใจก่อนนำไปใช้ และควรทำความเข้าใจกับ การเรียนเพื่อให้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับผู้เรียนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 1.2 ครูต้องพยามยามให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะ กระบวนการ คิด กระบวนการเรียนรู้ เปิดโอกาสแก่ผู้เรียนทุกคนเท่า ๆ กันชี้ให้เห็นความสำคัญของ ตนเองและผู้อื่น 66 ควรกระตุ้นและให้กำลังใจนักเรียนให้เกิดความมั่นใจในการเรียน และกล้าแสดงความ คิดเห็นของ ตนเอง ต่อกลุ่ม และมีความรับผิดชอบในภาระงาน
51 1.3 ครูผู้สอนควรแจ้งผลการปฏิบัติกิจกรรมทันที เช่น ผลการตรวจชิ้นงานการทำ แบบทดสอบ ย่อยท้ายแผน และผลประเมินกิจกรรมกลุ่ม การนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน ครูผู้สอนต้องคอยสังเกต คะแนนทุกขั้นตอนเพื่อเป็นการกระตุ้นนักเรียนให้ความร่วมมือและปรับปรุงแก้ไขในทุกกิจกรรม 2. ข้อเสนอแนะในการทำการวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาการสอนแบบตั้งคำถามในการเรียนรู้ในเนื้อหาอื่น หรือระดับชั้นอื่น ๆ 2.2 ควรมีการเปรียบเทียบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นไปสอนเปรียบเทียบ กับวิธี สอนอื่น ๆ ในเนื้อหาเดียวกันและชั้นเดียวกัน เพื่อจะได้เป็นการส่งเสริมและหาแนวทางในการ ปรับปรุง พัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลต่อ 2.3 ควรนำวิธีการสอนแบบอื่นๆ มาใช้ในเนื้อหา เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น วิธีการ สอน แบบการต่อเรื่องราว (JIGSAW) วิธีการสอนแบบกระบวนร่วมมือกลุ่ม (STAD) วิธีการสอน แบบการ เรียนรู้ร่วมกัน (LT)
52 รายการอ้างอิง กรมวิชาการ, กระทรวงศึกษาธิการ. (2545). คู่มือการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ชุดฝึกอบรมวิทยากรหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรูสุข ศึกษาและพลศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. ส ม พ ร เชื้อพันธ์. (2545). แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. สมพร เชื้อพันธ์. (2547). แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน บัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. ปราณีกองจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบัณฑิตวิทยาลัย สถาบัน ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. กิ่งกาญจน์ดวงแค. (2563). การพัฒนาแนวทางการดูแลการเจริญเติบโตของเด็กในศูนย์ พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต มหาบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงไหม่ จีรภัทร พลอยขาว. (2553). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริโภค ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต: มหาวิทยาลัย. รามคำแหง. ปราณีทัดศรี. (2557). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการในเด็กวัยก่อนเรียน ในเขต อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ ชนกนันท์ฝากมิตร (2564) ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการเคลื่อนไหวออกแรงของวัยรุ่น บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร จินตนา พัฒนพงศ์ธร. (2557). พัฒนาการเด็กปฐมวัยไทย.นนทบุรี: สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. ณัฐญา นาคะสันต์และ ชวณัฐ นาคะสันต. “เกม : นวัตกรรมเพื่อการศึกษาเชิงสร้างสรรค์”. วารสาร ร่มพฤกษ์มหาวิทยาลัยเกริก. ปี34 ฉบับที่3 กันยายน – ธันวาคม 2559 .
53 ภาคผนวก
54 ภาคผนวก ก รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ
55 รายนามผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือ นางสาวศศวิมล พันชัย ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียน บ้านดอนบาก นางสาวพรชนก ศรีสร้างคอม ครูโรงเรียนบ้านดอนบาก นายอุบล คันดุไล ครูโรงเรียนบ้านดอนบาก
56 ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง
57 แผนการจัดการเรียนรู้ที่๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่๑ สุขภาพดีชีวีมีสุข เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ลักษณะและการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ ครูผู้สอน นายธวัชชัย ศิริรัตน์ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน พ. ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโต และพัฒนาการของมนุษย์ 2. ตัวชี้วัด พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธิบายลักษณะและการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ และพัฒนาการของมุษย์ 3. สาระสำคัญ ร่างการจะมีการเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามเพศทั้งพัฒนาการด้านร่างกายและจิตใจซึ่ง เราสามารถตรวจสอบการเติบโตของร่างกายได้จากการเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานการเจริญเติบโต โดยการจะมีพัฒนาการด้านร่างกายที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการได้ปัจจัยที่มีผลการเจริญเติบโตอย่างเหมาะสม 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายพัฒนาการทางด้านร่างกาย (K) 2. นักเรียนสามารถเห็นความสำคัญของการเจริญเติบโตของร่างกายตนเองได้มีพัฒนาการที่สมวัย (A) 3. นักเรียนสามารถสำรวจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตนเอง (P) 5. สาระการเรียนรู้ ลักษณะการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ที่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล
58 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นสำรวจความรู้ 1.1 ครูตั้งคำถาม ดังนี้ นักเรียนคิดว่าการเจริญเติบโตด้านร่างกายของคนเราเหมือนหรือ แตกต่างกันอย่างไร 1.2 ครูให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงของรูปร่างตนเองและเปรียบเทียบการ เปลี่ยนแปลงร่างกายตนเองในปัจจุบันกับ 1ปีที่ผ่านมาว่าแตกต่างกันอย่างไร 2. ขั้นอ๓ปรายกิจกรรม 2.1 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนในหัวข้อลักษณะและการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ 2.2 ครูให้นักเรียนดูภาพบุคคลแต่ละช่วงวัย ดังนี้ ภาพที่ ๑ วัยก่อนเรียน ภาพที่ ๒ วัยก่อนเรียน ภาพที่๓ วัยเรียน ภาพที่๔ วัยรุ่น ภาพที่๕ วัยผู้ใหญ่ ภาพที่๖ วัยผู้สูงอายุ แล้วให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถามโดยครูใช้คำถามดังนี้ นักเรียนคิดว่าแต่ละภาพ คือช่วง วัยใด 3. ขั้นเล่นเกม 3.1 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ ๔ คน ทำกิจกรรมจับคู่ภาพกับลักษณะการเจริญเติบโต ของแต่ละวัย โดยครู แจกบัตรภาพวัยต่างๆ กลุ่มละ ๑ ชุด และแผ่นป้ายลักษณะการ เจริญเติบโตของแต่ละวัยจากนั้นให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มร่วมกันติดภาพวัยต่างๆ ให้ ตรงกัน 4. ขั้นเสนอความคิด 4.1ครูให้นักเรียนร่วมกันเสนอความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เรียน
59 5.ขั้นอภิปรายหลังเล่น และสรุปผล 5.1 ครูตั้งคำถาม ว่าผู้ชนะได้อะไรจากกิจกรรมที่ทำในวันนี้ 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1สื่อการเรียนรู้ 1. บัตรภาพ 2. สื่อPowerPoint 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๓ 2. โรงเรียนบ้านดอนบาก
60 8. กระบวนการวัดและประเมิน จุดประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ตัดสิน 1.นักเรียนสามารถ อธิบายพัฒนาการ ทางด้านร่างกาย (K) ใบงาน ใบงาน เรื่องการ เจริญเติบโตของ ร่างกาย ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 2.นักเรียนสามารถเห็น ความสำคัญของการ เจริญเติบโตของ ร่างกายตนเองได้มี พัฒนาการที่สมวัย (A) การสังเกตพฤติกรรม นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 3.นักเรียนสามารถ สำรวจการเปลี่ยนแปลง ของร่างกายของตนเอง (P) การสังเกตพฤติกรรม นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80
61 9. บันทึกผล ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………........................................................................................................... แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………….......................................................................................................... ลงชื่อ…………………………................. (……………………………………………..) ครูผู้สอน …..…/.……../……… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………… (……………………………………………..) ครูพี่เลี้ยง ………./………../……… 11. ความคิดเห็นของผู้ของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………
62 (นางสาวศศิวิมล พันชัย) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนบาก .……./………/…..
63 ภาพที่๑ วัยทารก ๒ วัยก่อนเรียน สื่อ บัตรภาพ ภาพแต่ละช่วงวัย
64 ภาพที่๓ วัยเรียน ภาพที่๔ วัยรุ่น
65 ภาพที่๕ วัยผู้ใหญ่ ภาพที่๖ วัยชรา
66 ใบงานที่ 1 เรื่อง การเจริญเติบโตของร่างกาย คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตนเอง ในปัจจุบันและ 1ปีที่ผ่านมา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ-สกุล…………………………………………………………………….เลขที่…………..ชั้นป๓/……….
67 10. แบบประเมินความรู้ (ความถูกต้องของใบงาน) ประเด็น การประเมิน ๕ (ดีมาก) ๔ (ดี) ๓ (พอใช้) ๒ (ปรับปรุง) ความถูกต้อง นักเรียนสามารถ บอกวิธีสร้างความ สัมพนธภาพใน ครอบครัวถูกต้อง ครบถ้วน นักเรียนสามารถ บอกวิธีสร้างความ สัมพันธภาพใน ครอบครัวถูกต้อง นักเรียนสามารถ บอกวิธีสร้างความ สัมพันธภาพใน ครอบครัวได้ นักเรียนไม่ สามารถบอกวิธี สร้างความ สัมพันธภาพใน ครอบครัวได้ ความเป็นระเบียบ ความมีระเบียบ เรียบร้อยในการ ทำใบงาน ให้ดูง่าย เนื้อหาครบถ้วน ความมีระเบียบ เรียบร้อยในการ ทำใบงาน ให้ดูง่าย ความมีระเบียบ เรียบร้อยในการ ทำใบงาน ความมีระเบียบ เรียบร้อย ความสวยงาม ความสมบูรณ์ ความเรียบร้อย ของใบงานมีการ ตกแต่งชิ้นงาน เพิ่มเติม ความสมบูรณ์ ความเรียบร้อย ของชิ้นงานมีการ ตกแต่งใบงาน ความสมบูรณ์ ความเรียบร้อย ของชิ้นงานมีการ ตกแต่งใบงาน บางส่วน ความสมบูรณ์ ความเรียบร้อย ของชิ้นงาน เกณฑ์การตัดสินระดับคะแนน เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมนักเรียน ช่วงคะแน ระดับคุณภาพ 5 ดีมาก 4 ดี 3 พอใช้ 2 ปรับปรุง
68 ประเด็นการ ประเมิน ๕ (ดีมาก) ๔ (ดี) ๓ (พอใช้) ๒ (ปรับปรุง) ใฝ่เรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนไม่พูดคุยส่ง เสียงดังหรือหยอก ล้อกับเพื่อนมีส่วน ร่วมในการเรียนรู้ เข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนไม่พูดคุยส่ง เสียงดังหรือหยอก ล้อกับเพื่อนมีส่วน ร่วมในการเรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนพูดคุยส่ง เสียงหรือหยอก ล้อกับเพื่อนขณะ ครูกำลังพูดไม่มี ส่วนร่วมในการ เรียนรู้ ไม่เอาใจใส่ในการ เรียนพูดคุยส่ง เสียงดังหยอกล้อ กับเพื่อนขณะครู กำลังพูด มุ่งมั่นในการ ทำงาน ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จมีการ ปรับปรุงและ พัฒนาการทำงาน ให้ดีขึ้น ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จมีการ ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับ ไม่ตั้งใจตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับ มีวินัย ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนอย่าง เคร่งครัดและดูแล ความสะอาด ห้องเรียนอย่าง สม่ำเสมอ ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนอย่าง เคร่งครัด ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนบางครั้ง และดูแลความ สะอาดห้องเรียน บางครั้ง ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนบางครั้ง และไม่ดูแลความ สะอาดห้องเรียน
69 เกณฑ์การตัดสินระดับคะแนน ช่วงคะแน ระดับคุณภาพ5 ดีมาก4 ดี3 พอใช้
70 แผนจัดการเรียนรู้ที่๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่๑ สุขภาพดีชีวีมีสุข เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง ลักษณะและการเจริญเติบโตของร่างกายของวัยเรียน ครูผู้สอน นายธวัชชัย ศิริรัตน์ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ 2. ตัวชี้วัด พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธิบายลักษณะและการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ 3. สาระสำคัญ ลักษณะการเจริญเติบโตของวัยเรียน ร่างกายจะมีการเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงไป ตามเพศทำให้ลักษณะรูปร่างน้ำหนักส่วนสูงแตกต่างกันไปโดยเด็กชายและเด็กหญิงจะมี ลักษณะทางเพศชัดเจนมากขึ้น 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนบอกลักษณะการเจริญเติบโตของวัยเรียน (K) 2. นักเรียนเห็นความสำคัญของการมีพัฒนาการที่ดีสมวัย (A) 3. นักเรียนสำรวจการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตนเอง (p) 5. สาระการเรียนรู้ ลักษณะการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ที่มีความแตกแต่งกันในแต่ละบุคคล
71 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูให้นักเรียนดูภาพเด็กชายและเด็กหญิงวัยเรียนแล้วเปรียบเทียบและบอกความ แตกต่างว่ามีลักษณะทางกายอะไรบ้าง 1.2 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนในหัวข้อ ลักษณะการเจริญเติบโตของวัยเรียน 2. ขั้นสอน 2.1 ครูให้นักเรียนสำรวจการเปลี่ยนของร่างกายของตนเอง เมื่อเทียบกับตอนอยู่ ป.๒ ว่ามีความเปลี่ยนแปลงอย่างไร 2.2 ครูประมวลคำตอบจากนักและให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะการเจริญเติบโต ของวัยเรียน 2.3 ครูชี้แจงการทำกิจกรรมติดบัตรคำโดยครูจะแจกบัตรคำให้นักเรียน คนละ ๑ ใบ จากนั้นให้นักเรียน พิจารณาว่าบัตรคำที่นักเรียนได้รับเป็นลักษณะการเจริญเติบของวัย เรียนหรือไม่ 2.4 ครูให้นักเรียน ออกมาติดบัตรคำลงในช่อง โดยแยกเป็นช่องที่ใช่ลักษณะการเจริญ เติบของวัยเรียนและช่องที่ไม่ใช่ลักษณะการเจริญเติบโตของวัยเรียน 2.5 เมื่อนักเรียนติดครบทุกคนแล้วครูมาตรวจสอบความถูกต้องและอธิบายเพิ่มเติม 3. ขั้นสรุป ครูและนักเรียนสรุปความรู้ ดังนี้ ลักษณะการเจริญเติบโตของวัยเรียน นั้นคือช่วงอายุ ๖- ๑๒ ปีโดยเด็กชายและเด็กหญิงมีลักษณะรูปร่างไม่แตกต่าง 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1สื่อการเรียนรู้ 1. บัตรภาพ 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๓
72 8. กระบวนการวัดและประเมิน จุดประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ตัดสิน 1. นักเรียนบอก ลักษณะการ เจริญเติบโตของวัย เรียน (K) การใช้คำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 2. นักเรียนเห็น ความสำคัญของการมี พัฒนาการที่ดีสมวัย (A) การสังเกตพฤติกรรม นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 3. นักเรียนสำรวจการ เปลี่ยนแปลงนักเรียน เห็นความสำคัญของ การมีพัฒนาการที่ดี สมวัย ของร่างกายของ ตนเอง (p) การสังเกตพฤติกรรม นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80
73 9. บันทึกผล ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………….......................................................................................................... แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………........................................................................................................... ลงชื่อ…………………………................. (……………………………………………..) ครูผู้สอน …..…/.……../……… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………… (……………………………………………..) ครูพี่เลี้ยง ………./………../……… 11. ความคิดเห็นของผู้ของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… . ลงชื่อ………………………………………
74 (นางสาวศศิวิมลพันชัย) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนบาก .……./………/…..…
75 สื่อบัตรคำ คล่องแคล่วว่องไว เล่นกับเพื่อนเพศเเดียวกัน ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้ดี ตัวสูงกว่าเพศตรงข้าม เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเพศตรงข้าม สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้
76 เกณฑ์การประเมินการตอบคำถามนักเรียน ประเด็นการ ประเมิน ๕ (ดีมาก) ๔ (ดี) ๓ (พอใช้) ๒ (ปรับปรุง) ตอบคำถามได้ ใจความ นักเรียนสามารถ ตอบคำถามได้ตรง ประเด็นถูกต้อง ครบถ้วน นักเรียนสามารถ ตอบคำถามได้ ถูกต้อง นักเรียนตอบ คำถามได้บาง ประเด็น นักเรียนไม่ สามารถตอบ คำถามได้เลย เกณฑ์การตัดสินระดับคะแนน ช่วงคะแน ระดับคุณภาพ 5 ดีมาก 4 ดี 3 พอใช้ ลงชื่อ………………………………..(ผู้ประเมิน) (…..……………………………….) ………/………/……….
77 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมนักเรียน ประเด็นการ ประเมิน ๕ (ดีมาก) ๔ (ดี) ๓ (พอใช้) ๒ (ปรับปรุง) ใฝ่เรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนไม่พูดคุยส่ง เสียงดังหรือหยอก ล้อกับเพื่อนมีส่วน ร่วมในการเรียนรู้ เข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนไม่พูดคุยส่ง เสียงดังหรือหยอก ล้อกับเพื่อนมีส่วน ร่วมในการเรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนพูดคุยส่ง เสียงหรือหยอก ล้อกับเพื่อนขณะ ครูกำลังพูดไม่มี ส่วนร่วมในการ เรียนรู้ ไม่เอาใจใส่ในการ เรียนพูดคุยส่ง เสียงดังหยอกล้อ กับเพื่อนขณะครู กำลังพูด มุ่งมั่นในการ ทำงาน ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จมีการ ปรับปรุงและ พัฒนาการทำงาน ให้ดีขึ้น ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จมีการ ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับ ไม่ตั้งใจตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับ มีวินัย ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนอย่าง เคร่งครัดและดูแล ความสะอาด ห้องเรียนอย่าง สม่ำเสมอ ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนอย่าง เคร่งครัด ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนบางครั้ง และดูแลความ สะอาดห้องเรียน บางครั้ง ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนบางครั้ง และไม่ดูแลความ สะอาดห้องเรียน เกณฑ์การตัดสินระดับคะแนน
78 ช่วงคะแน ระดับคุณภาพ5 ดีมาก4 ดี3 พอใช้
79 แผนจัดการเรียนรู้ที่๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่๑ สุขภาพดีชีวีมีสุข เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง การปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ ครูผู้สอน นายธวัชชัย ศิริรัตน์ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ 2. ตัวชี้วัด พ ๑.๑ ป.๓/๑ อธิบายลักษณะและการเจริญเติบโตของร่างกายมนุษย์ 3. สาระสำคัญ การปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตตามวัยเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะทำให้ร่างกาย สมบูรณ์แข็งแรงรวมถึงจิตใจแจ่มใสทำกิจกรรมในชีวิตได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวและมี ความสุข 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนบอกวิธีการปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตตามวัยได้ (K) 2. นักเรียนเห็นความสำคัญของการปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตตามวัย (A) 3. นักเรียนปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา ที่เหมาะสมตามวัย (P) 5. สาระการเรียนรู้ การปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตตามวัย
80 6. การจัดการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูให้นักเรียนดูภาพเด็กทวีปแอฟริกาที่เป็นโรคขาดสารอาหาร แล้วให้นักเรียน ร่วมกันแสดงความรู้สึกต่อภาพและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสาเหตุของลักษณะรูปร่าง บุคคลในภาพ 1.2 ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนในหัวข้อ การปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตตามวัย 2. ขั้นสอน 2.1 ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นโดยครูตั้งคำถามชวนคิด 2.2 ครูให้นักเรียนจินตนาการ วาดรูปตัวของในอนาคต ลงในกระดาษที่ครูแจกให้ 2.3 ครูสุ่มตัวแทนนักเรียน ๒-๓ คนออกมาแสดงผลงานของตัวเองหน้าชั้นเรียนและให้ บอกแนว ทางการเจริญเติบโตที่สมวัย 2.4 ครูให้ความรู้เพิ่มเติม เรื่อง การปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโต โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่องการปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบตัวตามวัย 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ เรื่องการปฏิบัติตนเพื่อให้มีการเจริญเติบโตตาม วัย ร่วมกัน 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1สื่อการเรียนรู้ 1. บัตรภาพ 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๓ 2. โรงเรียนบ้านดอนบาก
81 8. กระบวนการวัดและประเมิน จุดประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ตัดสิน 1. นักเรียนบอกวิธีการ ปฏิบัติตนเพื่อให้มีการ เจริญเติบโตตามวัยได้ (K) การใช้คำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 2. นักเรียนเห็น ความสำคัญของการ ปฏิบัติตนเพื่อให้มีการ เจริญเติบโตตามวัย (A) คำถาม ตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 3. นักเรียนปฏิบัติตน เพื่อให้มีการ เจริญเติบโตด้าน ร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญาที่ เหมาะสมตามวัย การสังเกตพฤติกรรม นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80
82 9. บันทึกผล ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………........................................................................................................... แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………….......................................................................................................... ลงชื่อ…………………………................. (……………………………………………..) ครูผู้สอน …..…/.……../……… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………… (……………………………………………..) ครูพี่เลี้ยง ………./………../……… 11. ความคิดเห็นของผู้ของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………
83 ลงชื่อ……………………………………… (นางสาวศศิวิมล พันชัย) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนบาก .……./………/…..…
84 บัตรภาพ
85 คำชี้แจง: ให้นักเรียนจินตนาการ วาดรูปตัวของในอนาคต ลงในกระดาษ เกณฑ์การประเมินการตอบคำถามนักเรียน
86 ประเด็นการ ประเมิน ๕ (ดีมาก) ๔ (ดี) ๓ (พอใช้) ๒ (ปรับปรุง) ตอบคำถามได้ ใจความ นักเรียนสามารถ ตอบคำถามได้ตรง ประเด็นถูกต้อง ครบถ้วน นักเรียนสามารถ ตอบคำถามได้ ถูกต้อง นักเรียนตอบ คำถามได้บาง ประเด็น นักเรียนไม่ สามารถตอบ คำถามได้เลย เกณฑ์การตัดสินระดับคะแนน ช่วงคะแน ระดับคุณภาพ 5 ดีมาก 4 ดี 3 พอใช้
87 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมนักเรียน ประเด็นการ ประเมิน ๕ (ดีมาก) ๔ (ดี) ๓ (พอใช้) ๒ (ปรับปรุง) ใฝ่เรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนไม่พูดคุยส่ง เสียงดังหรือหยอก ล้อกับเพื่อนมีส่วน ร่วมในการเรียนรู้ เข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนไม่พูดคุยส่ง เสียงดังหรือหยอก ล้อกับเพื่อนมีส่วน ร่วมในการเรียนรู้ เอาใจใส่ในการ เรียนพูดคุยส่ง เสียงหรือหยอก ล้อกับเพื่อนขณะ ครูกำลังพูดไม่มี ส่วนร่วมในการ เรียนรู้ ไม่เอาใจใส่ในการ เรียนพูดคุยส่ง เสียงดังหยอกล้อ กับเพื่อนขณะครู กำลังพูด มุ่งมั่นในการ ทำงาน ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จมีการ ปรับปรุงและ พัฒนาการทำงาน ให้ดีขึ้น ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับมอบหมาย ให้สำเร็จมีการ ตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับ ไม่ตั้งใจตั้งใจและ รับผิดชอบในการ ปฏิบัติหน้าที่ที่ ได้รับ มีวินัย ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนอย่าง เคร่งครัดและดูแล ความสะอาด ห้องเรียนอย่าง สม่ำเสมอ ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนอย่าง เคร่งครัด ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนบางครั้ง และดูแลความ สะอาดห้องเรียน บางครั้ง ปฏิบัติตาม กฎระเบียบของ ห้องเรียนบางครั้ง และไม่ดูแลความ สะอาดห้องเรียน
88 เกณฑ์การตัดสินระดับคะแนน ช่วงคะแน ระดับคุณภาพ5 ดีมาก4 ดี3 พอใช้
89 แผนจัดการเรียนรู้ที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ หน่วยการเรียนรู้ที่๑ สุขภาพดีชีวีมีสุข เวลา ๑ ชั่วโมง เรื่อง การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง ครูผู้สอน นายธวัชชัย ศิริรัตน์ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. มาตรฐานการเรียนรู้ พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย์ 2. ตัวชี้วัด พ ๑.๑ ป ๓/๒ เปรียบเทียบการเจริญเติบโตของตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน 3. สาระสำคัญ การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเป็นการตรวจสอบการเจริญเติบโตของร่างกายซึ่งจะทำให้ ทราบว่ามีการเจริญเติบโตเป็นไปตามวัยหรือไม่ การชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงทำได้โดยใช้ เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน 4. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนบอกขั้นตอนการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงได้ (K) 2. นักเรียนเห็นความสำคัญของการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง (A) 3. นักเรียนชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงได้ตามขั้นตอนและบันทึกผล (P) 5. สาระการเรียนรู้ วิธีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง
90 6. การจัดการเรียนรู้ 1. ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1.1 ครูสุ่มตัวแทนนักเรียนชาย ๓ คน และนักเรียนหญิง ๓ คน จากนั้นให้นักเรียน ร่วมกันทายว่าเพื่อนคนใดหนักมากเป็นอันดับหนึ่งอันดับสองอันดับสาม ตามลำดับพร้อม ตอบคำถามต่อไปนี้ - นักเรียนทราบได้อย่างไรว่าเพื่อนคนใดหนักมากที่สุด - นักเรียนวิธีอย่างไรที่จะทราบว่าเพื่อนหนักเท่าไหร่ 2. ขั้นสอน 2.1 ครูให้นักเรียนร่วมกันตอบคำถาม โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - ปัจจุบันนักเรียนอายุเท่าไหรี - นักเรียนทราบหรือไม่ว่าตนเองมีน้ำหนักและวัดส่วนสูงเท่าไร -นักเรียนจะทราบได้อย่างไรว่า น้ำหนักและส่วนสูงของตนเองเพิ่มขึ้นหรือลดลง 2.2 ครูสาธิตวิธีการชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูง โดยใช้อุปกรณ์ที่ใช้ชั่งน้ำหนักและวัด ส่วนสูง และให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสำคัญของการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงโดย ใช้สื่อ PowerPoint 2.3 ครูชี้แจงการทำกิจกรรมและให้นักเรียนแต่ละคนวัดส่วนสูงและสั่งน้ำหนักของตนเอง แล้วบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึก 3. ขั้นสรุป 3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ ทุกคนสามารถทราบการเจริญเติบโตของ ตัวเองได้โดยการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง
91 7. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 7.1สื่อการเรียนรู้ 1. เครื่องชั่งน้ำหนัก 2. ที่วัดส่วนสูง 7.2 แหล่งการเรียนรู้ 1. ห้องเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่๓ 2. โรงเรียนบ้านดอนบาก 8. กระบวนการวัดและประเมิน จุดประสงค์ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ตัดสิน 1. นักเรียนบอกขั้นตอน การชั่งน้ำหนักและวัด ส่วนสูงได้ (K) การใช้คำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 2. นักเรียนเห็น ความสำคัญของการชั่ง น้ำหนักและวัดส่วนสูง (A) การใช้คำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 3. นักเรียนชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูงได้ตาม ขั้นตอนและบันทึกผล (P) การสังเกตพฤติกรรม นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การประเมิน ร้อยละ 80 9. บันทึกผล
92 ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………….......................................................................................................... แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………........................................................................................................... ลงชื่อ…………………………................. (……………………………………………..) ครูผู้สอน …..…/.……../……… 10. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………… (……………………………………………..) ครูพี่เลี้ยง ………./………../……… 11. ความคิดเห็นของผู้ของผู้บริหารสถานศึกษา ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………