แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 24
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
รายวชิ า การงานอาชีพ รหัสวิชา ง16101
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ชั่วโมง
เรื่อง ไขต่ นุ๋ : 2 เวลา 1 ชั่วโมง
วันท่.ี ........................................... ผสู้ อน นายทวรี ัตน์ คล้ายนุ่ม
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชวี้ ัด
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกนั และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มีคุณธรรม และลักษณะนิสยั ในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร
และส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดำรงชีวติ และครอบครัว
ตวั ช้ีวัด
ง 1.1 ป.6/1 อภปิ รายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรงุ การทำงานแต่ละข้นั ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใช้ทกั ษะการจัดการในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานร่วมกนั
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายข้ันตอนวิธกี ารทำไข่ตนุ๋ (K)
2. ใชอ้ ุปกรณใ์ นการประกอบอาหารได้ถกู ต้อง (P)
3. เห็นความสำคญั ในการใชอ้ ุปกรณ์ประกอบอาหารได้ถูกต้อง (A)
3. สาระสำคัญ
การทำไข่ตุน๋ ไมย่ งุ่ ยาก แตต่ ้องใชค้ วามระมัดระวงั เพราะมีการใช้ความรอ้ น นกั เรียนสามารถทำไข่ตุ๋น
ใหท้ ุกคนในครอบครัวรับประทานได้
4. สาระการเรยี นรู้
ไขต่ ๋นุ
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต
6.2 มีวินยั รับผดิ ชอบ
6.3 ใฝเ่ รยี นรู้
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมอุปกรณแ์ ละวัตถดุ บิ สำหรบั ทำไข่ต๋นุ ตามขั้นตอนทไ่ี ด้ศกึ ษามา
2. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มลงมือปฏิบตั ติ ามขัน้ ตอนทส่ี รุปในแผนภาพความคิดจากชว่ั โมงที่แล้ว
และจากทนี่ กั เรียนชมวิดโี อ และจดั ตกแต่งจานให้สวยงาม
3. นกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของอุปกรณ์ โดยการเก็บอปุ กรณ์และทำความสะอาด
ใหเ้ รยี บรอ้ ย
4. นักเรยี นรว่ มกันวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น โดยการตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ ดังน้ี
∙ หากไม่มลี งั ถึงสามารถทำไข่ตุ๋นได้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
(ตวั อยา่ งคำตอบ ทำได้ เพราะไข่ตนุ๋ ทำโดยวิธกี ารใชค้ วามร้อนจากไอนำ้ สามารถทำในหม้อหุง
ข้าวได)้
5. นกั เรียนร่วมกนั สรุปส่ิงที่เข้าใจเปน็ ความรูร้ ่วมกนั ดังน้ี
การทำไข่ตนุ๋ ไม่ยงุ่ ยาก แตต่ ้องใชค้ วามระมัดระวัง เพราะมีการใชค้ วามร้อน นักเรยี นสามารถทำไข่ตุ๋น
ให้ทุกคนในครอบครัวรบั ประทานได้
6. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอไข่ตนุ๋ ของกลุ่มตนเองประกอบการอธิบายหนา้ ชั้นเรียน
และให้เพื่อนกลุ่มอื่นได้ชมิ เพื่อแลกเปลยี่ นเรยี นรู้กัน
7. นักเรียนร่วมกนั อภิปรายสรุปเก่ยี วกับวธิ ีการทำงานใหเ้ ห็นการคดิ เชงิ ระบบและวธิ กี ารทำงาน
ท่มี แี บบแผน
8. นักเรียนรว่ มกนั นำแผนภาพความคิดการทำไขต่ นุ๋ ไปตดิ หนา้ ช้นั เรยี นหรอื บริเวณโรงเรยี น
เพ่ือเผยแพร่ความร้ใู ห้นกั เรียนช้นั อื่นไดศ้ ึกษา
9. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลังการเรยี นและหลังการทำกิจกรรม
ในประเด็นต่อไปน้ี
• ส่ิงทน่ี ักเรียนไดเ้ รียนรู้ในวันนี้คืออะไร
• นกั เรยี นมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• เพ่อื นนักเรยี นในกลุ่มมสี ว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• นักเรยี นพึงพอใจกับการเรียนในวันนีห้ รอื ไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนำความรู้ท่ไี ดน้ ี้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนั้นแลกเปลย่ี นตรวจสอบข้นั ตอนการทำงานทกุ ขั้นตอนวา่ จะเพิ่มคณุ ค่าไปสู่สังคม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในข้ันตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครง้ั ต่อไป
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6
2. วัตถดุ ิบการทำไข่ตนุ๋
3. แหล่งการเรียนรู้ท้ังภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ าร
ประเมนิ
1. อธบิ ายข้ันตอนวธิ กี ารทำไข่ต๋นุ (K) ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
งาน ร้อยละ 60
2. ใชอ้ ปุ กรณ์ในการประกอบอาหารได้ถูกต้อง (P) ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
งาน ร้อยละ 60
3. เห็นความสำคญั ในการใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบอาหารได้ การสังเกต แบบ ผ่านเกณฑ์
ถกู ต้อง (A) สงั เกต ร้อยละ 60
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ดีมาก 50-59% หมายถึง ผา่ น
80 % ขึ้นไป หมายถึง ดี ตำ่ กวา่ 50% หมายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 25
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
รายวิชา การงานอาชพี รหัสวชิ า ง16101
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ชั่วโมง
เรอื่ ง แกงจดื ตำลงึ ไก่สับ : 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ที.่ ........................................... ผู้สอน นายทวรี ัตน์ คลา้ ยนุม่
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จัดการ
ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร
และส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อการดำรงชีวติ และครอบครัว
ตัวชี้วดั
ง 1.1 ป.6/1 อภปิ รายแนวทางในการทำงานและปรับปรงุ การทำงานแต่ละขนั้ ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ ักษะการจัดการในการทำงานและมีทักษะการทำงานรว่ มกัน
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายวตั ถุดบิ และอุปกรณ์ในการทำแกงจดื ตำลึงไก่สับ (K)
2. เขียนแผนภาพความคดิ วธิ ีการทำแกงจืดตำลงึ ไกส่ บั (P)
3. เห็นความสำคัญของการประกอบอาหารแกงจืดตำลงึ ไก่สับ (A)
3. สาระสำคญั
แกงจืดตำลงึ ไกส่ บั เปน็ อาหารทมี่ ีวติ ามนิ และเกลือแร่ สามารถยอ่ ยได้งา่ ย วธิ ีการทำไม่ยงุ่ ยาก
รบั ประทานไดท้ ั้งครอบครัว
4. สาระการเรยี นรู้
แกงจืดตำลึง
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต
6.2 มวี ินยั รับผิดชอบ
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนร่วมกันชมวดิ โี อการทำแกงจดื ตำลงึ ไกส่ ับ แล้วร่วมกันสนทนา โดยการตอบคำถาม ดังนี้
• นกั เรียนเคยรับประทานแกงจืดตำลงึ ไกส่ ับหรือไม่
(เคย/ไมเ่ คย)
• แกงจืดตำลงึ ไก่สบั ให้สารอาหารใดบ้าง
(ตัวอย่างคำตอบ โปรตีนจากไก่ วติ ามนิ และเกลอื แร่จากตำลึง)
• นักเรยี นสามารถทำแกงจดื ตำลงึ ไก่สับไดเ้ องหรอื ไม่
(ทำได้)
2. นักเรยี นร่วมกนั ศกึ ษาและรวบรวมข้อมูลเก่ยี วกับการทำแกงจดื ตำลงึ ไกส่ ับ จากแหลง่ การเรียนรู้
ทหี่ ลากหลาย เชน่ หนงั สอื เรียน อินเทอรเ์ น็ต
3. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม แตล่ ะกลุ่มรว่ มกันเขยี นวตั ถุดิบและอปุ กรณท์ ่ีใช้ทำ
แกงจืดตำลงึ ไก่สบั เป็นแผนภาพความคิด
4. นักเรยี นรว่ มกันเขยี นวตั ถุดิบของแกงจดื ตำลงึ ไก่สบั จากแผนภาพความคิด โดยระบสุ ัดส่วน
ทต่ี ้องใช้ใน 1 ถว้ ย ลงในกระดาษสำหรับทำกจิ กรรม ดงั ตัวอย่าง
วตั ถดุ ิบแกงจืดตำลึงไกส่ ับ
ผักตำลึงเดด็ เอาแต่ใบและยอดอ่อน 3 ถว้ ยตวง
ไก่สับละเอียด 200 กรมั
กระเทยี ม 4 กลีบ
พรกิ ไทยปน่ 2 ช้อนชา
น้ำปลา 2 ชอ้ นโต๊ะ
น้ำสะอาด 2 ถว้ ยตวง
5. นกั เรยี นรว่ มกนั เขยี นวธิ ีการทำแกงจืดตำลงึ ไกส่ ับจากทชี่ มวดิ โี อเป็นแผนภาพความ
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั คิดประเมินเพ่ือเพ่ิมคุณค่า โดยการตอบคำถามกระตนุ้ ความคิดดงั นี้
• เพราะเหตใุ ดการทำแกงจืดตำลงึ ไก่สบั จงึ ต้องใชแ้ ต่ใบและยอดอ่อนของตำลึง
(ตัวอย่างคำตอบ กา้ นของตำลึงแขง็ เคีย้ วยากทำให้เสยี รสชาติของอาหาร)
7. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ สง่ิ ท่ีเข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกนั ดังน้ี
แกงจืดตำลึงไกส่ ับ เปน็ อาหารที่มีวติ ามนิ และเกลือแร่ สามารถยอ่ ยได้ง่าย วิธกี ารทำไมย่ งุ่ ยาก
รบั ประทานไดท้ ้ังครอบครัว
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน การงานอาชีพ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 6
2. วดิ ีโอการทำแกงจืดตำลึงไก่สบั
3. แหล่งการเรยี นรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีการวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การ
ประเมิน
1. อธิบายวตั ถุดิบและอปุ กรณ์ในการทำแกงจดื ตำลงึ ไก่สบั ตรวจใบ
(K) งาน ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ 60
2. เขยี นแผนภาพความคิดวิธีการทำแกงจืดตำลงึ ไก่สับ (P) ตรวจใบ ใบงาน ผ่านเกณฑ์
งาน รอ้ ยละ 60
3. เห็นความสำคัญของการประกอบอาหารแกงจืดตำลึงไก่ การสงั เกต แบบ ผ่านเกณฑ์
สับ (A) สงั เกต รอ้ ยละ 60
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ดีมาก 50-59% หมายถึง ผา่ น
80 % ขึ้นไป หมายถึง ดี ตำ่ กวา่ 50% หมายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 26
กลุม่ สาระการเรยี นรูก้ ารงานอาชพี ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 6
รายวิชา การงานอาชพี รหัสวชิ า ง16101
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ช่ัวโมง
เรอื่ ง แกงจดื ตำลงึ ไกส่ ับ : 2 เวลา 1 ชั่วโมง
วันที.่ ........................................... ผูส้ อน นายทวรี ตั น์ คลา้ ยนุ่ม
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทำงานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสยั ในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากร
และสิง่ แวดลอ้ ม เพื่อการดำรงชวี ติ และครอบครวั
ตัวชี้วดั
ง 1.1 ป.6/1 อภปิ รายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรุงการทำงานแต่ละขั้นตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ กั ษะการจดั การในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานรว่ มกนั
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายข้ันตอนวิธีการทำแกงจดื ตำลงึ ไก่สับ (K)
2. ใช้อุปกรณ์ในการประกอบอาหารได้ถกู ต้อง (P)
3. เหน็ ความสำคัญในการใช้อุปกรณป์ ระกอบอาหารไดถ้ ูกต้อง (A)
3. สาระสำคญั
การทำแกงจืดตำลงึ ไกส่ บั มีวธิ กี ารทำไมย่ ่งุ ยาก แตต่ ้องใช้ความระมัดระวงั ในการทำ สามารถ
รบั ประทานไดท้ ้ังครอบครวั
4. สาระการเรยี นรู้
แกงจืดตำลึง
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
6.1 ซอ่ื สตั ย์ สุจริต
6.2 มีวนิ ัย รบั ผิดชอบ
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเตรยี มอุปกรณ์และวตั ถุดบิ สำหรบั ทำแกงจืดตำลงึ ไก่สับตามขั้นตอน
ทีไ่ ดศ้ ึกษามา
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มลงมือปฏิบัติตามขน้ั ตอนทสี่ รุปในแผนภาพความคดิ จากช่วั โมงท่ีแลว้
และจากทนี่ กั เรียนชมวดิ ีโอ และจดั ตกแต่งจานให้สวยงาม
3. นกั เรยี นรว่ มกันคิดประเมนิ เพื่อเพม่ิ คณุ ค่า โดยการตอบคำถามกระตุ้นความคดิ ดงั น้ี
∙ แกงจดื ตำลึงไก่สบั เหมาะกบั สมาชิกในครอบครวั วยั ใด เพราะเหตุใด
(ตัวอยา่ งคำตอบ สามารถรบั ประทานได้ทุกวัย เพราะเปน็ อาหารรสไมจ่ ดั มีสารอาหารครบ
ทั้ง 5 หมู่ รบั ประทานงา่ ย)
4. นักเรียนรว่ มกันตรวจสอบความเรยี บรอ้ ยของอปุ กรณ์ โดยการเกบ็ อุปกรณ์และทำความสะอาด
ใหเ้ รยี บรอ้ ย
5. นักเรยี นรว่ มกนั สรปุ สง่ิ ที่เข้าใจเป็นความรรู้ ว่ มกัน ดังน้ี
การทำแกงจดื ตำลงึ ไกส่ ับมีวิธกี ารทำไมย่ ่งุ ยาก แต่ต้องใชค้ วามระมดั ระวงั ในการทำ
สามารถรับประทานได้ทั้งครอบครวั
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอแกงจืดตำลงึ ไก่สบั ของกลุ่มตนเองประกอบการอธบิ ายหนา้ ชั้นเรยี น
และให้เพ่ือนกลุ่มอื่นไดช้ ิม เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู้กัน
7. นกั เรยี นร่วมกันอภปิ รายสรปุ เก่ยี วกบั วธิ กี ารทำงานให้เห็นการคิดเชงิ ระบบและวธิ กี ารทำงาน
ทม่ี ีแบบแผน
8. นักเรยี นร่วมกันนำแผนภาพความคดิ การทำแกงจืดตำลงึ ไก่สับไปติดหนา้ ช้ันเรยี น
หรอื บริเวณโรงเรยี น เพอ่ื เผยแพร่ความรู้ให้นักเรียนชน้ั อื่นไดศ้ ึกษา
9. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สึกหลังการเรยี นและหลังการทำกิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปนี้
• ส่ิงท่ีนกั เรยี นไดเ้ รยี นรใู้ นวนั นค้ี อื อะไร
• นักเรยี นมสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลุม่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• นักเรยี นพึงพอใจกับการเรียนในวนั นห้ี รือไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ที่ไดน้ ี้ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมท่วั ไป
ได้อย่างไร
จากน้ันแลกเปลยี่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทกุ ข้ันตอนว่าจะเพมิ่ คุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ ่อสังคมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในขนั้ ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในคร้งั ต่อไป
8. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรียน รายวชิ าพืน้ ฐาน การงานอาชีพ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
2. วัตถุดบิ การทำแกงจืดตำลงึ ไกส่ ับ
3. แหล่งการเรียนรู้ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ กี ารวดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การ
ประเมิน
1. อธบิ ายขน้ั ตอนวธิ กี ารทำแกงจืดตำลงึ ไกส่ บั (K) ตรวจใบ ใบงาน ผ่านเกณฑ์
งาน รอ้ ยละ 60
2. ใชอ้ ุปกรณใ์ นการประกอบอาหารได้ถูกต้อง (P) ตรวจใบ ใบงาน ผ่านเกณฑ์
งาน ร้อยละ 60
3. เห็นความสำคัญในการใชอ้ ุปกรณ์ประกอบอาหารได้ การสงั เกต แบบ ผา่ นเกณฑ์
ถูกต้อง (A) สังเกต ร้อยละ 60
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ดีมาก 50-59% หมายถึง ผา่ น
80 % ขึ้นไป หมายถึง ดี ตำ่ กวา่ 50% หมายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 27
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
รายวิชา การงานอาชพี รหัสวชิ า ง16101
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ชั่วโมง
เรอื่ ง ขา้ วคลกุ กะปิ : 1 เวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ท่ี............................................ ผู้สอน นายทวรี ตั น์ คลา้ ยน่มุ
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทักษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทกั ษะการแสวงหา
ความรู้
มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร
และสง่ิ แวดล้อม เพ่ือการดำรงชวี ิตและครอบครัว
ตวั ช้วี ัด
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรุงการทำงานแต่ละขน้ั ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ กั ษะการจดั การในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานร่วมกนั
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. อธิบายวิธกี ารทำข้าวคลกุ กะปิ (K)
2. เลือกใช้อปุ กรณ์ในการประกอบอาหารไดถ้ กู ตอ้ ง (P)
3. เหน็ ความสำคญั ในการใช้อุปกรณป์ ระกอบอาหารไดถ้ ูกต้อง (A)
3. สาระสำคญั
ข้าวคลุกกะปิ เป็นอาหารจานเดยี ว มีวิธีการทำไมย่ ุ่งยาก และหาเครือ่ งปรุงได้ง่าย ลักษณะของขา้ ว
คลกุ กะปิต้องมีสีนวล มีรสชาติของกะปิและมีกลน่ิ หอม สีไม่คล้ำมาก ข้าวทใ่ี ชต้ ้องเปน็ ข้าวหุงไม่แฉะเม็ดสวย
จึงนยิ มใช้ข้าวเสาไห้ หรอื ข้าวหอมมะลิเกา่
4. สาระการเรียนรู้
ข้าวคลกุ กะปิ
5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 ซอื่ สตั ย์ สจุ ริต
6.2 มวี ินยั รบั ผิดชอบ
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1.นักเรียนร่วมกันสนทนาและแสดงความคดิ เห็น โดยการตอบคำถาม ดังน้ี
∙ นกั เรียนรจู้ ักข้าวคลกุ กะปิหรือไม่ (รจู้ ัก/ไมร่ ู้จัก)
∙ เคยรับประทานหรือไม่ (เคย/ไมเ่ คย)
∙ ข้าวคลุกกะปิทน่ี ักเรียนเคยรบั ประทานประกอบด้วยอะไรบ้าง
(ตัวอยา่ งคำตอบ ขา้ ว ไข่ กุ้งแหง้ มะม่วงดบิ หอมแดง กุ้งหวาน)
∙ นักเรยี นสามารถทำข้าวคลกุ กะปิเองไดห้ รอื ไม่ เพราะเหตุใด
(ตัวอยา่ งคำตอบ ไม่ได้ เพราะขน้ั ตอนการทำต้องใช้ความรอ้ น และของมคี ม ควรมีผใู้ หญ่
ดแู ลในการทำ)
2. นกั เรยี นร่วมกนั ศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู เกี่ยวกับข้าวคลุกกะปิ จากแหล่งการเรียนรทู้ ี่หลากหลาย
เชน่ หนงั สอื เรียน อินเทอร์เน็ต
3. นกั เรยี นแบ่งกล่มุ ตามความเหมาะสม แล้วร่วมกันสนทนาและวเิ คราะห์ โดยการตอบคำถาม
กระตุ้นความคดิ ดงั น้ี
• ข้าวคลุกกะปมิ คี ุณคา่ ทางโภชนาการและมปี ระโยชน์ต่อร่างกายอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ได้รบั สารอาหารครบ 5 หมู่ คารโ์ บไฮเดรตจากขา้ ว โปรตีนจากไข่
ไขมันจากน้ำมนั วติ ามินและเกลือแรจ่ ากผัก มะนาว มะม่วง)
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสังเกตและวิเคราะห์บัตรคำอุปกรณ์ในการทำข้าวคลุกกะปิ
แล้วแยกประเภทวา่ อปุ กรณช์ ิ้นใดจำเปน็ ต้องใชบ้ ้าง
5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มวางแผนการทำข้าวคลกุ กะปขิ องกลุ่มตนเองที่ได้จากการศึกษาและรวบรวม
ขอ้ มลู เขยี นเป็นแผนภาพความคิด และสรปุ เป็นความคดิ รวบยอดขน้ั ตอนการทำข้าวคลกุ กะปิ
6. นักเรยี นร่วมกันสรุปสง่ิ ทเ่ี ข้าใจเปน็ ความรู้รว่ มกัน ดังน้ี
ข้าวคลุกกะปิ เป็นอาหารจานเดียว มวี ธิ ีการทำไม่ยงุ่ ยาก และหาเคร่ืองปรุงได้งา่ ย
ลักษณะของข้าวคลกุ กะปติ ้องมสี นี วล มีรสชาติกะปิและมกี ลนิ่ หอม สีไม่คล้ำมาก ขา้ วที่ใชต้ อ้ งเปน็ ขา้ วหงุ
ไมแ่ ฉะ เมด็ สวยจงึ นิยมใชข้ ้าวเสาไห้ หรือข้าวหอมมะลิเก่า
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน การงานอาชพี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
2. บัตรคำอปุ กรณก์ ารประกอบอาหาร
3. แหลง่ การเรียนรทู้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรียน
9. การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั เครอ่ื งมอื เกณฑ์การ
ประเมนิ
1. อธิบายวิธีการทำข้าวคลกุ กะปิ (K) ตรวจใบ ใบงาน ผ่านเกณฑ์
งาน รอ้ ยละ 60
2. เลอื กใชอ้ ุปกรณ์ในการประกอบอาหารไดถ้ ูกตอ้ ง (P) ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
งาน รอ้ ยละ 60
3. เห็นความสำคญั ในการใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบอาหารได้ การสังเกต แบบ ผ่านเกณฑ์
ถกู ต้อง (A) สงั เกต รอ้ ยละ 60
เกณฑก์ ารวัดและประเมินผล ดีมาก 50-59% หมายถงึ ผ่าน
80 % ขน้ึ ไป หมายถงึ ดี ตำ่ กวา่ 50% หมายถงึ ไม่ผา่ นเกณฑ์
70-79% หมายถึง ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 28
กลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
รายวชิ า การงานอาชีพ รหสั วิชา ง16101
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ชั่วโมง
เรื่อง ขา้ วคลุกกะปิ : 2 เวลา 1 ชั่วโมง
วันท.่ี ........................................... ผู้สอน นาบทวรี ัตน์ คล้ายนุ่ม
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มคี ณุ ธรรม และลักษณะนิสยั ในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร
และส่ิงแวดล้อม เพ่ือการดำรงชีวิตและครอบครัว
ตัวชว้ี ดั
ง 1.1 ป.6/1 อภปิ รายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรุงการทำงานแต่ละขนั้ ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ กั ษะการจดั การในการทำงานและมีทักษะการทำงานรว่ มกนั
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายวิธีการทำขา้ วคลกุ กะปิ (K)
2. ใชอ้ ุปกรณ์ในการประกอบอาหารได้ถกู ต้อง (P)
3. เหน็ ความสำคัญในการใช้อุปกรณ์ประกอบอาหารไดถ้ ูกต้อง (A)
3. สาระสำคญั
ข้าวคลกุ กะปิ เปน็ อาหารจานเดยี ว มีวธิ ีการทำไมย่ ุ่งยาก และหาเคร่ืองปรุงไดง้ า่ ย ลกั ษณะของขา้ ว
คลุกกะปติ ้องมสี ีนวล มรี สชาติของกะปิและมีกล่ินหอม สีไมค่ ล้ำมาก ขา้ วทใี่ ช้ต้องเป็นข้าวหุงไมแ่ ฉะ เม็ด
สวยจึงนิยมใชข้ า้ วเสาไห้ หรอื ข้าวหอมมะลิเกา่
4. สาระการเรียนรู้
ขา้ วคลุกกะปิ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
6.1 ซ่อื สตั ย์ สจุ ริต
6.2 มวี ินยั รับผดิ ชอบ
6.3 ใฝเ่ รยี นรู้
7. กิจกรรมการเรยี นรู้
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบสำหรบั ทำข้าวคลกุ กะปติ ามขน้ั ตอนท่ีได้ศกึ ษามา
2. นกั เรียนชมการสาธติ การทำข้าวคลกุ กะปิ
3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มลงมือปฏบิ ตั ติ ามขั้นตอนทส่ี รปุ ในแผนภาพความคดิ จากชั่วโมงที่แล้ว
และจากทนี่ กั เรียนชมการสาธิต และจดั ตกแต่งจานให้สวยงาม
4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันตรวจสอบความเรยี บร้อยของอปุ กรณ์ โดยล้างทำความสะอาด
และจดั เก็บใหเ้ รียบร้อย
5. นักเรียนรว่ มกนั วิเคราะห์และแสดงความคดิ เหน็ โดยการตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ดังนี้
• มีเครอ่ื งเคยี งใดอีกบ้างที่สามารถนำมารบั ประทานคกู่ ับข้าวคลกุ กะปิ
(ตวั อย่างคำตอบ กนุ เชยี ง ไขเ่ ค็ม)
6. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ สงิ่ ท่ีเข้าใจเป็นความรู้ร่วมกนั ดังนี้
ข้าวคลุกกะปิ เป็นอาหารจานเดียว มวี ิธีการทำไมย่ ุ่งยาก และหาเคร่ืองปรงุ ได้ง่าย
ลกั ษณะของข้าวคลุกกะปิต้องมสี นี วล มรี สชาติของกะปิและมีกลิ่นหอม สีไม่คล้ำมาก ข้าวทใี่ ชต้ ้องเปน็
ขา้ วหงุ ไม่แฉะ เม็ดสวย จงึ นิยมใชข้ ้าวเสาไห้ หรอื ขา้ วหอมมะลเิ กา่
7. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอข้าวคลกุ กะปขิ องกล่มุ ตนเองประกอบการอธบิ ายหนา้ ชั้นเรียน
และให้เพ่อื นกล่มุ อนื่ ได้ชมิ เพื่อแลกเปลย่ี นเรียนรู้กนั
8. นกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายสรุปเกีย่ วกบั วธิ ีการทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทำงาน
ทมี่ ีแบบแผน
9. นกั เรียนร่วมกนั นำแผนภาพความคิดการทำขา้ วคลุกกะปไิ ปตดิ หน้าชน้ั เรียนหรือบริเวณโรงเรียน
เพอ่ื เผยแพร่ความรู้ใหน้ ักเรยี นชนั้ อ่ืนไดศ้ ึกษา
10. นกั เรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ กึ หลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สง่ิ ทนี่ กั เรียนไดเ้ รียนรใู้ นวนั นี้คืออะไร
• นักเรยี นมีสว่ นรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพอ่ื นนักเรยี นในกล่มุ มีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกลุ่มมากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกับการเรยี นในวนั น้หี รือไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ทไ่ี ด้นี้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทว่ั ไปได้
อยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปล่ยี นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทุกขั้นตอนวา่ จะเพิม่ คุณค่าไปสสู่ งั คม
เกดิ ประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกว่าเดิมในข้ันตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครัง้ ต่อไป
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน การงานอาชพี ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
2. วัตถุดบิ ในการทำข้าวคลกุ กะปิ
3. แหล่งการเรยี นรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวดั และประเมินผล วิธกี ารวดั เครื่องมอื เกณฑ์การ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ประเมิน
ตรวจใบ ใบงาน ผ่านเกณฑ์
1. อธบิ ายวิธีการทำขา้ วคลกุ กะปิ (K) งาน รอ้ ยละ 60
ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
2. ใชอ้ ุปกรณใ์ นการประกอบอาหารได้ถูกต้อง (P) งาน ร้อยละ 60
การสังเกต แบบ ผา่ นเกณฑ์
3. เหน็ ความสำคัญในการใชอ้ ุปกรณป์ ระกอบอาหารได้ สงั เกต รอ้ ยละ 60
ถูกต้อง (A)
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ดีมาก 50-59% หมายถึง ผา่ น
80 % ข้ึนไป หมายถงึ ดี ต่ำกว่า 50% หมายถงึ ไม่ผ่านเกณฑ์
70-79% หมายถึง ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 29
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชพี ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 6
รายวชิ า การงานอาชีพ รหสั วชิ า ง16101
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ชั่วโมง
เร่อื ง น้ำสบั ปะรด เวลา 1 ชั่วโมง
วนั ที.่ ........................................... ผูส้ อน นายทวีรตั น์ คล้ายนุ่ม
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชว้ี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มที กั ษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ
จัดการ
ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทกั ษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากร
และส่งิ แวดล้อม เพื่อการดำรงชีวิตและครอบครวั
ตวั ชีว้ ัด
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรุงการทำงานแต่ละขัน้ ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใช้ทกั ษะการจัดการในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานร่วมกนั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวธิ กี ารทำนำ้ สบั ปะรด (K)
2. มีทักษะการทำน้ำสับปะรด (P)
3. เหน็ คณุ ค่าของการทำนำ้ สับปะรด (A)
3. สาระสำคัญ
สบั ปะรดนอกจากจะรบั ประทานแบบสด ๆ แล้ว ยังสามารถนำมาแปรรูปเปน็ นำ้ สับปะรดวธิ กี ารทำไม่
ยุ่งยาก และเพิ่มความสดชน่ื ให้รา่ งกายอีกดว้ ย
4. สาระการเรียนรู้
นำ้ สบั ปะรด
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 ซ่อื สัตย์ สุจรติ
6.2 มีวินยั รับผดิ ชอบ
6.3 ใฝ่เรยี นรู้
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนรว่ มกันชมวดิ ีโอการทำน้ำสับปะรด แลว้ ร่วมกนั สนทนา โดยการตอบคำถาม ดังน้ี
∙ สับปะรดท่นี ำมาทำน้ำสบั ปะรดควรเลือกอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ สบั ปะรดสุกพอดี เน้ือสเี หลือง เปลือกสีเขียวอมเหลือง)
∙ นกั เรยี นสามารถทำนำ้ สับปะรดใหส้ มาชกิ ในครอบครัวได้หรือไม่ อยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ ได้ โดยมีผ้ปู กครองดแู ลการใชข้ องมคี มและแกส๊ )
2. นักเรียนร่วมกันศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกีย่ วกับการทำน้ำสับปะรด จากแหลง่ การเรียนรู้
ทหี่ ลากหลาย เช่น หนงั สอื เรียน อินเทอรเ์ น็ต
3.นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสม แตล่ ะกล่มุ ร่วมกันเขียนส่วนผสมและอุปกรณ์
ในการทำนำ้ สบั ปะรดลงในกระดาษสำหรับทำกิจกรรม
4. นักเรยี นรว่ มกนั เขยี นวิธกี ารทำน้ำสบั ปะรด โดยเขยี นเป็นแผนภาพความคิด
5. นกั เรียนรว่ มกันวิเคราะห์ โดยการตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ ดังนี้
• นักเรียนจะเพิ่มมูลค่าใหส้ บั ปะรดได้โดยวิธใี ดบา้ ง
(ตวั อย่างคำตอบ ทำนำ้ สับปะรด ทำสบั ปะรดกวน)
6. นักเรียนรว่ มกันเตรียมสว่ นผสมและอปุ กรณใ์ นการทำน้ำสบั ปะรด
7. นกั เรยี นร่วมกนั ลงมือทำนำ้ สับปะรดตามขั้นตอนทไ่ี ด้ศึกษามา
8. นกั เรียนตรวจสอบและจดั เกบ็ อุปกรณ์ โดยทำความสะอาดและเก็บใหเ้ รียบรอ้ ย
9. นักเรียนร่วมกันสรปุ ส่งิ ทเี่ ข้าใจเป็นความรู้รว่ มกัน ดังน้ี
สับปะรดนอกจากจะรับประทานแบบสด ๆ แลว้ ยงั สามารถนำมาแปรรูปเปน็ น้ำสบั ปะรด
วธิ ีการทำไม่ยงุ่ ยาก และเพ่ิมความสดชืน่ ให้ร่างกายอีกดว้ ย
10. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ นำเสนอน้ำสบั ปะรดของกลุ่มตนเองประกอบการอธบิ ายหน้าช้ันเรียน
และให้เพอื่ นกลุ่มอน่ื ไดช้ มิ เพื่อแลกเปลี่ยนเรยี นรู้กัน
11. นักเรยี นรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเกย่ี วกับวิธีการทำงานใหเ้ ห็นการคิดเชงิ ระบบและวิธีการทำงาน
ท่มี แี บบแผน
12. นกั เรียนประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรูส้ กึ หลังการเรียนและหลงั การทำกิจกรรม
ในประเด็นต่อไปน้ี
• สง่ิ ที่นกั เรียนได้เรยี นรูใ้ นวันนี้คอื อะไร
• นักเรียนมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลมุ่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรยี นพึงพอใจกับการเรียนในวนั นห้ี รอื ไม่ เพียงใด
• นักเรยี นจะนำความรทู้ ี่ได้นี้ไปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทัว่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้ันแลกเปลย่ี นตรวจสอบขนั้ ตอนการทำงานทกุ ข้นั ตอนวา่ จะเพ่มิ คุณคา่ ไปสสู่ ังคม
เกิดประโยชน์ต่อสังคมให้มากขึ้นกวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครัง้ ต่อไป
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น รายวชิ าพืน้ ฐาน การงานอาชีพ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 6
2. วิดีโอการทำน้ำสบั ปะรด
3. แหล่งการเรยี นรู้ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวดั และประเมินผล วิธีการวัด เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ตรวจใบงาน ใบงาน ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60
1. อธิบายวธิ ีการทำน้ำสบั ปะรด (K) ตรวจใบงาน ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ 60
2. มีทักษะการทำนำ้ สบั ปะรด (P) การสังเกต แบบสังเกต ผ่านเกณฑ์
รอ้ ยละ 60
3. เห็นคุณค่าของการทำน้ำสับปะรด (A)
เกณฑ์การวัดและประเมินผล ดมี าก 50-59% หมายถงึ ผ่าน
80 % ขึ้นไป หมายถงึ ดี ตำ่ กวา่ 50% หมายถงึ ไม่ผา่ นเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถึง
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 30
กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6
รายวิชา การงานอาชีพ รหัสวชิ า ง16101
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง นำ้ แตงโม เวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ที.่ ........................................... ผ้สู อน นายทวีรตั น์ คล้ายนุ่ม
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ
จดั การ
ทักษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทำงานร่วมกนั และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มีคุณธรรม และลักษณะนิสยั ในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อม เพ่ือการดำรงชีวิตและครอบครัว
ตวั ช้ีวัด
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรับปรุงการทำงานแต่ละขน้ั ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ กั ษะการจดั การในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานร่วมกัน
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายวิธกี ารทำน้ำแตงโม (K)
2. มที ักษะในการทำนำ้ แตงโม (P)
3. เห็นคุณคา่ ของการทำน้ำแตงโม (A)
3. สาระสำคัญ
น้ำแตงโม เปน็ เคร่ืองด่ืมที่มีวิธกี ารทำไมย่ ่งุ ยาก สามารถทำรับประทานไดเ้ อง ช่วยเพิ่มความสดช่ืน
ให้กับร่างกายได้เปน็ อย่างดี
4. สาระการเรียนรู้
น้ำแตงโม
5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 ซื่อสตั ย์ สจุ ริต
6.2 มวี ินัย รบั ผิดชอบ
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนรว่ มกันชมวิดีโอการทำน้ำแตงโม แล้วร่วมกันสนทนา โดยการตอบคำถาม ดงั น้ี
∙ วธิ กี ารทำนำ้ แตงโมยุ่งยากหรอื ไม่
(ไมย่ งุ่ ยาก)
∙ น้ำแตงโมมีส่วนผสมใดบา้ ง
(เนือ้ แตงโม น้ำตาลทราย น้ำสะอาด เกลอื ป่น)
2. นกั เรียนรว่ มกันศกึ ษาและรวบรวมขอ้ มลู เก่ียวกับการทำนำ้ แตงโม จากแหลง่ การเรยี นรู้
ท่ีหลากหลาย เช่น หนงั สือเรยี น อนิ เทอร์เน็ต
3. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มรว่ มกนั เขียนอุปกรณท์ ่ีต้องใชใ้ นการทำน้ำแตงโม
เป็นแผนภาพความคดิ
4. นกั เรยี นรว่ มกันเขียนวิธกี ารทำน้ำแตงโมจากการชมวิดีโอเป็นแผนภาพความคิด ดงั ตวั อย่าง
5. นกั เรยี นรว่ มกันวิเคราะห์ โดยการตอบคำถามกระต้นุ ความคิด ดังนี้
• หากไมม่ ผี า้ ขาวบางจะใช้สิง่ ใดกรองกากแตงโมแทนได้บา้ ง
(ตัวอย่างคำตอบ กระชอน)
6. นกั เรยี นรว่ มกันเตรยี มสว่ นผสมและอปุ กรณใ์ นการทำน้ำแตงโม
7. นักเรียนลงมือทำน้ำแตงโมตามขนั้ ตอนท่ีไดศ้ ึกษา โดยมีครดู ูแลอยา่ งใกล้ชิด
8. นกั เรยี นตรวจสอบและจดั เกบ็ อปุ กรณ์ โดยทำความสะอาดและเก็บให้เรยี บรอ้ ย
9. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปสงิ่ ทีเ่ ข้าใจเป็นความรู้ร่วมกัน ดังน้ี
นำ้ แตงโม เปน็ เครื่องดืม่ ที่มวี ธิ กี ารทำไมย่ ่งุ ยาก สามารถทำรับประทานได้เอง ชว่ ยเพม่ิ ความ
สดช่ืนให้กบั รา่ งกายไดเ้ ปน็ อย่างดี
10. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอนำ้ แตงโมของกลุ่มตนเองประกอบการอธิบายหนา้ ช้นั เรียนและให้
เพื่อนกลมุ่ อืน่ ไดช้ ิม เพ่ือแลกเปล่ียนเรยี นรู้กนั
11. นกั เรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเก่ียวกบั วิธีการทำงานใหเ้ ห็นการคดิ เชงิ ระบบและวธิ ีการทำงาน
ท่มี แี บบแผน
12. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความรู้สกึ หลังการเรียนและหลังการทำกิจกรรม
ในประเด็นต่อไปนี้
• ส่งิ ท่ีนกั เรียนได้เรียนรู้ในวันนี้คอื อะไร
• นักเรียนมีสว่ นรว่ มกจิ กรรมในกลุม่ มากน้อยเพยี งใด
• เพ่ือนนกั เรียนในกล่มุ มสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลุม่ มากน้อยเพยี งใด
• นักเรียนพึงพอใจกบั การเรยี นในวนั นีห้ รอื ไม่ เพยี งใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ไดน้ ี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสังคมทัว่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปลี่ยนตรวจสอบขนั้ ตอนการทำงานทกุ ขน้ั ตอนวา่ จะเพมิ่ คณุ คา่ ไปสสู่ งั คม
เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คมให้มากข้นึ กว่าเดิมในขน้ั ตอนใดบ้าง สำหรบั การทำงานในคร้งั ต่อไป
8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพื้นฐาน การงานอาชีพ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 6
2. วิดีโอการทำนำ้ แตงโม
3. แหลง่ การเรียนรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรียน
9. การวัดและประเมินผล วธิ ีการวดั เครอ่ื งมือ เกณฑ์การประเมิน
จุดประสงค์การเรียนรู้ ตรวจใบงาน ใบงาน ผ่านเกณฑ์
รอ้ ยละ 60
1. อธิบายวิธกี ารทำนำ้ แตงโม (K) ตรวจใบงาน ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 60
2. มที กั ษะในการทำน้ำแตงโม (P) การสังเกต แบบสงั เกต ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 60
3. เหน็ คณุ คา่ ของการทำน้ำแตงโม (A)
เกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผล ดมี าก 50-59% หมายถงึ ผ่าน
80 % ข้นึ ไป หมายถึง ดี ต่ำกว่า 50% หมายถงึ ไมผ่ ่านเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 31
กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
รายวชิ า การงานอาชพี รหสั วชิ า ง16101
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ช่ัวโมง
เร่อื ง การตกแตง่ อาหาร เวลา 1 ช่ัวโมง
วันท.ี่ ........................................... ผ้สู อน นายทวีรัตน์ คลา้ ยนมุ่
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มคี ุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากร
และสง่ิ แวดล้อม เพ่ือการดำรงชวี ติ และครอบครวั
ตวั ชี้วดั
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรุงการทำงานแต่ละข้ันตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใช้ทักษะการจดั การในการทำงานและมีทักษะการทำงานรว่ มกัน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายวิธีการตกแตง่ อาหาร (K)
2. ใชอ้ ุปกรณใ์ นการตกแตง่ อาหารไดถ้ ูกต้อง (P)
3. เหน็ ความสำคญั ของการตกแต่งอาหาร (A)
3. สาระสำคญั
การตกแต่งอาหารมคี วามสำคัญมาก เพราะจะชว่ ยให้อาหารนัน้ เพมิ่ มลู ค่าและนา่ รบั ประทาน
มากยงิ่ ขึน้ การตกแตง่ อาหารใหอ้ อกมาดดู นี ่ารับประทานเป็นศิลปะอย่างหนึง่ การสร้างสรรคผ์ ลงาน
ชว่ ยสรา้ งความประทับใจให้กับผรู้ ับประทาน
4. สาระการเรียนรู้
การตกแตง่ อาหาร
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 ซอื่ สตั ย์ สจุ ริต
6.2 มวี ินยั รบั ผดิ ชอบ
6.3 ใฝ่เรียนรู้
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาและแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั การตกแต่งอาหาร โดยร่วมกนั ตอบคำถาม
ดังน้ี
∙ นกั เรยี นเคยตกแต่งอาหารหรอื ไม่
(เคย/ไมเ่ คย)
∙ ถา้ นักเรยี นต้องตกแต่งขนมหวานจะตกแต่งอยา่ งไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ นำใบตองมาช่วยในการตกแตง่ หรือนำผลไมม้ าแกะสลกั ตกแต่งเพ่ิมเติม)
∙ เหตใุ ดต้องมกี ารตกแต่งอาหาร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เพม่ิ มูลค่าให้อาหารดนู า่ รบั ประทานมากยิ่งขึ้น)
2. นักเรียนร่วมกนั สังเกตภาพอาหารและแสดงความคิดเหน็ โดยการตอบคำถาม ดังนี้
ภาพท่ี 1 ภาพที่ 2
∙ ภาพใดตกแตง่ อาหารได้น่ารับประทาน
(ตัวอยา่ งคำตอบ ภาพท่ี 2)
∙ เพราะเหตุใด
(ตวั อยา่ งคำตอบ มกี ารตกแต่งด้วยผลไมแ้ กะสลกั )
∙ ถ้านกั เรยี นจะตกแต่งอาหารในภาพที่ 1 จะทำอยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ เปลย่ี นจากถ้วยเลก็ เปน็ ฝกั ทองแกะสลกั ใส่น้ำพรกิ ให้สวยงาม)
3. นกั เรยี นรว่ มกนั ศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกับการตกแต่งอาหาร จากแหล่งการเรยี นรู้
ท่หี ลากหลาย เช่น หนังสอื เรียน อนิ เทอรเ์ น็ต
4. นักเรียนแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม วิเคราะห์การตกแต่งอาหาร แล้วออกแบบแผนภาพความคดิ
พร้อมสรุปเปน็ ความคิดรวบยอด
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มรว่ มกันสนทนาและวิเคราะห์ โดยการตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ดงั น้ี
• นักเรียนจะมวี ิธกี ารตกแต่งอาหารอย่างไรใหน้ า่ รับประทาน
(ตวั อยา่ งคำตอบ เลือกภาชนะใหเ้ หมาะสม แกะสลกั ผกั ผลไมม้ าจดั วางให้สวยงาม)
6. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรู้จากการทำกิจกรรม ดังนี้
การตกแตง่ อาหารเปน็ ศิลปะอีกแบบหนง่ึ ซง่ึ จะเพ่ิมมูลค่าให้กับอาหารและทำใหอ้ าหาร
ดูนา่ รบั ประทานมากยิ่งข้ึน
7.นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันออกแบบการตกแต่งอาหารคาวและอาหารหวานชนดิ ละ 1 อย่าง
โดยวาดภาพลงในกระดาษสำหรบั ทำกิจกรรม พร้อมตกแต่งใหส้ วยงาม
8. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปสิง่ ที่เข้าใจเป็นความรรู้ ว่ มกัน ดังนี้
การตกแตง่ อาหารมีความสำคัญมาก เพราะจะชว่ ยให้อาหารนัน้ เพิม่ มลู ค่าและน่ารับประทาน
มากยงิ่ ข้นึ การตกแต่งอาหารใหอ้ อกมาดูดนี ่ารับประทานเป็นศลิ ปะอย่างหน่งึ การสร้างสรรค์ผลงาน
ช่วยสร้างความประทบั ใจให้กับผู้รับประทาน
9. ตัวแทนนักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอการออกแบบการตกแต่งอาหารคาวและอาหารหวาน
ของกลุ่มตนเองประกอบการอธบิ ายหนา้ ชน้ั เรียน
10. นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกีย่ วกบั วธิ ีการทำงานใหเ้ ห็นการคดิ เชงิ ระบบและวิธกี ารทำงาน
ทม่ี แี บบแผน
11. นกั เรียนนำผลงานภาพการออกแบบการตกแตง่ อาหารคาวและอาหารหวานไปตดิ หน้าชน้ั เรยี น
หรือบรเิ วณโรงเรียน เพือ่ เผยแพร่ความรู้ใหน้ ักเรยี นช้ันอื่นไดศ้ ึกษา
12. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขียนแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรยี นและหลงั การทำกจิ กรรม
ในประเดน็ ต่อไปนี้
• สิ่งทน่ี กั เรียนไดเ้ รียนรู้ในวันนคี้ อื อะไร
• นักเรยี นมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพื่อนนกั เรยี นในกลมุ่ มีสว่ นร่วมกิจกรรมในกลุม่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรยี นพึงพอใจกับการเรียนในวนั น้หี รือไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ท่ไี ดน้ ้ีไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทั่วไป
ได้อย่างไร
จากนั้นแลกเปลย่ี นตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทกุ ขัน้ ตอนว่าจะเพิม่ คุณค่าไปส่สู ังคม
เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในขั้นตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครัง้ ต่อไป
8. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรียน รายวชิ าพนื้ ฐาน การงานอาชีพ ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 6
2. ภาพอาหาร
3. แหลง่ การเรียนรทู้ ั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวัดและประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
1. อธบิ ายวิธกี ารตกแต่งอาหาร (K) ตรวจใบงาน ใบงาน ผ่านเกณฑ์
2. ใช้อปุ กรณใ์ นการตกแตง่ อาหารได้ถูกตอ้ ง (P) ตรวจใบงาน ร้อยละ 60
ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
3. เหน็ ความสำคัญของการตกแต่งอาหาร (A) การสงั เกต
ร้อยละ 60
แบบสงั เกต ผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ดีมาก 50-59% หมายถึง ผา่ น
80 % ขึ้นไป หมายถึง ดี ตำ่ กวา่ 50% หมายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 32
กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6
รายวิชา การงานอาชพี รหัสวิชา ง16101
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 อาหารและโภชนาการ เวลา 18 ชั่วโมง
เร่ือง การตกแต่งอาหารและเคร่อื งด่มื เวลา 1 ชั่วโมง
วนั ท.ี่ ........................................... ผ้สู อน นายทวรี ัตน์ คล้ายน่มุ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตวั ช้วี ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มที ักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จัดการ
ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะการทำงานร่วมกนั และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสยั ในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใชพ้ ลังงาน ทรัพยากร
และส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อการดำรงชวี ติ และครอบครัว
ตวั ชว้ี ดั
ง 1.1 ป.6/1 อภปิ รายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรงุ การทำงานแต่ละข้ันตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ ักษะการจดั การในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานร่วมกัน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายวธิ กี ารตกแต่งอาหารและเคร่ืองด่มื (K)
2. ใช้อุปกรณ์ในการตกแต่งอาหารและเคร่ืองดม่ื ได้ถูกต้อง (P)
3. เหน็ ความสำคญั ของการตกแต่งอาหารและเคร่ืองดื่ม (A)
3. สาระสำคัญ
การตกแต่งอาหารและเคร่ืองดื่มมีความสำคัญมาก เพราะจะชว่ ยให้อาหารน้นั เพ่ิมมูลค่าและนา่
รับประทานมากย่งิ ขนึ้ เปน็ ศลิ ปะอย่างหน่ึง การสร้างสรรค์ผลงานการตกแต่งอาหารให้ออกมาดูดีนา่
รับประทานจะช่วยสร้างความประทบั ใจให้กบั ผรู้ บั ประทานอาหารและเครอ่ื งด่มื
4. สาระการเรยี นรู้
การตกแตง่ อาหารและเครอื่ งด่ืม
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 ซื่อสัตย์ สุจริต
6.2 มีวนิ ยั รบั ผิดชอบ
6.3 ใฝ่เรียนรู้
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนรว่ มกันสนทนาและแสดงความคิดเหน็ โดยร่วมกนั ตอบคำถาม ดงั นี้
∙ นักเรยี นเคยตกแต่งอาหารหรอื ไม่
(เคย/ไมเ่ คย)
∙ ถา้ นักเรยี นต้องตกแตง่ อาหารจะตกแต่งอยา่ งไร
(ตวั อยา่ งคำตอบ นำใบตองมาช่วยในการตกแต่งหรือนำผลไม้มาแกะสลกั ตกแต่งเพิ่มเตมิ )
∙ เหตใุ ดต้องมีการตกแต่งอาหาร
(ตวั อยา่ งคำตอบ เพิม่ มลู ค่าให้อาหารดูนา่ รบั ประทานมากยิ่งขน้ึ )
2. นักเรียนรว่ มกนั สังเกตภาพเคร่อื งดื่มและแสดงความคดิ เหน็ โดยการตอบคำถาม ดงั นี้
ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2
∙ ภาพใดตกแตง่ เคร่ืองด่ืมไดน้ ่ารบั ประทาน
(ตัวอยา่ งคำตอบ ภาพที่ 2)
∙ เพราะเหตุใด
(มผี ลไมเ้ สยี บท่ีปากแกว้ )
∙ ถ้านกั เรียนจะตกแต่งเคร่ืองดม่ื ในภาพที่ 1 จะทำอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ใช้ผลไม้ชนิดเดยี วกับเครื่องดื่มตกแตง่ ทป่ี ากแกว้ )
3. นักเรยี นร่วมกนั ศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกย่ี วกับการตกแตง่ อาหารและเครอื่ งดื่ม
จากแหล่งการเรียนรู้ทห่ี ลากหลาย เช่น หนงั สอื เรยี น อินเทอรเ์ นต็
4. นักเรียนแบง่ กลุม่ ตามความเหมาะสม วเิ คราะห์การตกแตง่ อาหารและเคร่ืองด่ืม
แล้วออกแบบแผนภาพความคิด พร้อมสรุปเป็นความคิดรวบยอด ดังตวั อย่าง
5. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันสนทนาและวเิ คราะห์ โดยการตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด ดังน้ี
• นักเรียนจะมวี ิธีการตกแต่งอาหารและเครื่องด่ืมอย่างไรให้น่ารับประทาน
(ตวั อย่างคำตอบ เลือกภาชนะใหเ้ หมาะสม แกะสลกั ผกั ผลไม้มาจดั วางใหส้ วยงาม
ตกแต่งเคร่อื งดื่มโดยนำผลไม้ชนดิ เดียวกับเครอ่ื งดมื่ เสยี บไว้ที่ปากแกว้ )
6. นกั เรียนรว่ มกันสรุปความรู้จากการทำกิจกรรม ดังน้ี
การตกแตง่ อาหารเปน็ ศลิ ปะอีกแบบหนึ่ง ซึ่งจะเพ่ิมมูลค่าให้กบั อาหารและทำใหอ้ าหาร
ดนู ่ารับประทานมากยิ่งขน้ึ
7.นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกนั บันทึกวธิ ีการวางแผนการประกอบอาหารและเครอื่ งด่ืมท่ีเคยปฏบิ ตั ิ
ในช่วั โมงทีผ่ า่ นมา แล้วบันทกึ ลงในชนิ้ งานที่ 5 เร่อื ง การประกอบอาหารและเครื่องด่ืมให้สมาชกิ ในครอบครัว
จากนัน้ ประเมินผลงานของตนเอง
9. ตัวแทนนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงานของกลมุ่ ตนเองประกอบการอธบิ ายหนา้ ชั้นเรยี น
10. นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายสรุปเก่ยี วกับวธิ กี ารทำงานใหเ้ ห็นการคดิ เชงิ ระบบและวธิ ีการทำงาน
ท่ีมีแบบแผน
11. นกั เรยี นนำผลงานภาพการออกแบบการตกแตง่ อาหารและเครื่องดื่มไปตดิ หน้าชน้ั เรียน
หรอื บรเิ วณโรงเรียน เพื่อเผยแพร่ความรู้ใหน้ ักเรยี นช้ันอนื่ ได้ศึกษา
12. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลังการเรยี นและหลังการทำกิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• สง่ิ ท่นี ักเรยี นได้เรยี นรใู้ นวนั นคี้ ืออะไร
• นกั เรยี นมีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลุ่มมากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอื่ นนักเรยี นในกลุม่ มสี ว่ นร่วมกจิ กรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นักเรียนพึงพอใจกับการเรียนในวนั นี้หรือไม่ เพียงใด
• นกั เรียนจะนำความรู้ที่ได้น้ีไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครวั และสังคมท่วั ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปล่ียนตรวจสอบขัน้ ตอนการทำงานทุกขน้ั ตอนว่าจะเพิม่ คณุ คา่ ไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากขน้ึ กวา่ เดิมในขัน้ ตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครงั้ ต่อไป
8. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน การงานอาชีพ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
2. ภาพอาหาร
3. แหล่งการเรยี นรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวัดและประเมนิ ผล วิธีการวดั เคร่อื งมือ เกณฑ์การ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ใบงาน ประเมนิ
ตรวจใบ ใบงาน ผ่านเกณฑ์
1. อธบิ ายวธิ กี ารตกแต่งอาหารและเคร่ืองด่ืม (K) งาน รอ้ ยละ 60
ตรวจใบ ผ่านเกณฑ์
2. ใช้อุปกรณใ์ นการตกแตง่ อาหารและเคร่ืองด่ืมไดถ้ ูกต้อง งาน ร้อยละ 60
(P)
3. เหน็ ความสำคญั ของการตกแต่งอาหารและเครื่องด่ืม การสงั เกต แบบ ผ่านเกณฑ์
(A) สังเกต ร้อยละ 60
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ดีมาก 50-59% หมายถึง ผา่ น
80 % ขึ้นไป หมายถงึ ดี ต่ำกวา่ 50% หมายถงึ ไมผ่ า่ นเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 33
กล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 6
รายวิชา การงานอาชีพ รหัสวชิ า ง16101
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 งานเกษตร เวลา 8 ช่ัวโมง
เรือ่ ง การเลย้ี งปลาสวยงาม เวลา 1 ชั่วโมง
วนั ที่............................................ ผ้สู อน นายทวีรตั น์ คล้ายนุ่ม
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทักษะการทำงานรว่ มกนั และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มีคณุ ธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทำงาน มจี ิตสำนึกในการใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากร
และสง่ิ แวดลอ้ ม เพ่ือการดำรงชีวติ และครอบครัว
ตวั ช้วี ดั
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรับปรงุ การทำงานแต่ละขน้ั ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใช้ทักษะการจัดการในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานรว่ มกนั
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1.บอกประวตั คิ วามเป็นมาของการเล้ียงปลาสวยงาม (K)
2.เขยี นแผนภาพสถานที่ทีพ่ บเหน็ ปลาสวยงาม (P)
3.สนใจการเลี้ยงปลาสวยงาม (A)
3. สาระสำคัญ
การเลยี้ งปลาสวยงามเปน็ งานอดเิ รกทีไ่ ดร้ บั ความนิยมอย่างแพร่หลายทุกภูมภิ าคของประเทศ เกิดขึ้น
หลังจากการเลี้ยงปลาไวเ้ ป็นอาหาร แตป่ ลาบางชนิดมีสสี นั รูปร่างสวยงาม ไม่เหมาะแกก่ ารนำมา
รบั ประทาน จึงมีผู้นำปลาเหล่าน้ีมาเลย้ี งไว้ในตู้กระจกใส เพื่อสรา้ งความเพลดิ เพลนิ และตกแต่งอาคาร
4. สาระการเรียนรู้
การเลย้ี งปลาสวยงาม
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 ซอื่ สัตย์ สจุ รติ
6.2 มวี นิ ยั รับผิดชอบ
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรยี นร่วมกนั สงั เกตภาพปลาสวยงาม แลว้ สนทนาโดยร่วมกนั ตอบคำถาม ดงั นี้
ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2 ภาพท่ี 3
∙ ภาพท่ี 1 คือปลาอะไร (ปลาทอง)
∙ ภาพท่ี 2 คือปลาอะไร (ปลาหมอสี)
∙ ภาพที่ 3 คือปลาอะไร (ปลาหางนกยูง)
∙ ปลาท้งั 3 ภาพ มีความเหมือนหรอื แตกต่างกันอยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ เหมือนกัน คือ เป็นปลาสวยงาม แตแ่ ตกต่างท่ชี นิดและลกั ษณะของสายพนั ธ์ุ)
2. นกั เรียนรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกับปลาสวยงามทตี่ นเองรจู้ ัก แลว้ ตัวแทนนกั เรียนบนั ทึก
เป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน
3. นกั เรยี นร่วมกันศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกีย่ วกับการเล้ียงปลาสวยงาม จากแหลง่ การเรยี นรู้ทีห่ ลากหลาย
เชน่ หนงั สือเรยี น อินเทอร์เน็ต
4. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ ตามความเหมาะสม แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันสงั เกตภาพ แลว้ วิเคราะห์ความเหมอื นและความ
แตกต่างของปลาทง้ั 2 ชนิด แลว้ เขียนเป็นแผนภาพความคิด
5. นกั เรียนรว่ มกันคิดประเมนิ เพอ่ื เพม่ิ คุณค่า โดยการตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดงั นี้
∙ ปลาสวยงามสามารถรับประทานไดห้ รือไม่ เพราะเหตใุ ด
(ตวั อย่างคำตอบ ไม่เหมาะกับการรบั ประทาน เพราะมีความสวยงามและเนื้อนอ้ ยเหมาะกบั การเลีย้ ง
ไวด้ ูเพ่ือความเพลิดเพลนิ )
6.นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ออกแบบหนังสอื เลม่ เล็กเกีย่ วกับปลาสวยงามทีต่ นเองสนใจ
7.นกั เรียนรว่ มกันสรปุ สง่ิ ท่เี ข้าใจเป็นความรูร้ ว่ มกนั ดังนี้
การเล้ียงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกทไ่ี ดร้ ับความนยิ มอยา่ งแพร่หลายทกุ ภูมภิ าคของ
ประเทศ เกิดขน้ึ หลงั จากการเลี้ยงปลาไว้เป็นอาหาร แตป่ ลาบางชนิดมสี ีสัน รปู ร่างสวยงาม ไม่เหมาะแก่การ
นำมารบั ประทาน จึงมผี นู้ ำปลาเหล่าน้มี าเลี้ยงไว้ในตู้กระจกใส เพื่อสร้างความเพลิดเพลนิ และตกแต่งอาคาร
บา้ นเรือนใหม้ ีความสวยงาม น่าอยู่มากย่ิงขึ้น
8. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั นำเสนอผลงานหนงั สือเลม่ เล็กประกอบการอธิบายหน้าชน้ั เรียน
9. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายสรปุ เกย่ี วกบั วิธกี ารทำงานใหเ้ ห็นการคดิ เชิงระบบและวิธีการทำงาน
ทม่ี แี บบแผน
10. นักเรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ ึกหลงั การเรียนและหลงั การทำกจิ กรรม
ในประเด็นต่อไปนี้
• สิ่งท่ีนกั เรียนได้เรยี นร้ใู นวันนีค้ อื อะไร
• นักเรยี นมีส่วนรว่ มกจิ กรรมในกลมุ่ มากน้อยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรียนในกลุม่ มีส่วนร่วมกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพียงใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกบั การเรียนในวนั น้หี รือไม่ เพยี งใด
• นักเรยี นจะนำความรู้ท่ไี ด้นี้ไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครัว และสังคมท่ัวไป
ได้อยา่ งไร
จากนัน้ แลกเปลย่ี นตรวจสอบขัน้ ตอนการทำงานทกุ ขั้นตอนว่าจะเพิม่ คุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ ่อสังคมให้มากข้ึนกวา่ เดิมในข้ันตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครัง้ ต่อไป
8. สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสือเรียน รายวชิ าพื้นฐาน การงานอาชีพ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 6
2. ภาพปลา
3. แหล่งการเรียนรู้ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวัดและประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ กี ารวัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
1.บอกประวัตคิ วามเป็นมาของการเล้ียงปลาสวยงาม (K) ตรวจใบงาน ใบงาน ผ่านเกณฑ์
รอ้ ยละ 60
2.เขยี นแผนภาพสถานที่ที่พบเห็นปลาสวยงาม (P) ตรวจใบงาน ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
ร้อยละ 60
3.สนใจการเล้ยี งปลาสวยงาม (A) การสงั เกต แบบสังเกต ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ 60
เกณฑ์การวดั และประเมนิ ผล ดีมาก 50-59% หมายถึง ผ่าน
80 % ขน้ึ ไป หมายถงึ ดี ต่ำกว่า 50% หมายถึง ไม่ผา่ นเกณฑ์
70-79% หมายถึง ปานกลาง
60-69% หมายถงึ
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 34
กลุม่ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 6
รายวิชา การงานอาชพี รหัสวิชา ง16101
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 งานเกษตร เวลา 8 ช่ัวโมง
เรอื่ ง ปลาสวยงามท่ีนิยมเล้ียงในประเทศไทย เวลา 1 ช่ัวโมง
วันท่ี............................................ ผู้สอน นายทวีรตั น์ คลา้ ยนุ่ม
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ
จดั การ
ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทกั ษะการแสวงหา
ความรู้
มีคุณธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากร
และส่งิ แวดลอ้ ม เพื่อการดำรงชวี ติ และครอบครวั
ตัวช้ีวัด
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรงุ การทำงานแต่ละข้นั ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ กั ษะการจัดการในการทำงานและมีทักษะการทำงานร่วมกนั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1.อธบิ ายลกั ษณะปลาสวยงามทน่ี ยิ มเลยี้ งในประเทศไทย (K)
2.มีทกั ษะการจำแนกชนดิ ของปลาสวยงาม (P)
3.เหน็ ความสำคญั ของปลาสวยงามทน่ี ิยมเล้ยี งในประเทศไทย (A)
3. สาระสำคญั
การเลีย้ งปลาสวยงามในประเทศไทย นยิ มทำเป็นธรุ กิจมาก เพราะใชส้ ถานท่ไี ม่มาก ลงทุนนอ้ ย
ผ้เู ลี้ยงหรอื ผู้ประกอบการสามารถพฒั นาสายพันธ์ใุ หม่ ๆ ออกมาไดห้ ลายชนดิ มีสสี ัน รูปรา่ งสวยงาม
4. สาระการเรยี นรู้
ปลาสวยงามทีน่ ยิ มเล้ยี งในประเทศไทย
5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 ซื่อสัตย์ สุจรติ
6.2 มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ
6.3 ใฝ่เรยี นรู้
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
1. นักเรียนร่วมกันสนทนาเก่ียวกบั ปลาสวยงามทน่ี ยิ มเล้ยี งในประเทศไทย โดยการตอบคำถาม ดังนี้
∙ ปลาสวยงามแตกตา่ งจากปลาชนดิ อ่นื อยา่ งไร
(ตวั อย่างคำตอบ มคี วามสวยงาม ดูแล้วเกดิ ความเพลิดเพลนิ ไมเ่ หมาะที่จะนำมารับประทาน
เปน็ อาหาร)
∙ นกั เรียนเคยพบเห็นปลาสวยงามชนิดใดท่ีมีคนเลีย้ งมากที่สุด
(ตวั อยา่ งคำตอบ ปลาเงิน-ปลาทอง ปลาหางนกยงู )
∙ นกั เรียนคดิ ว่าเพราะเหตใุ ดจงึ มีคนเลย้ี งปลาชนดิ ดังกล่าวมากท่ีสดุ
(ตัวอยา่ งคำตอบ เพราะเลย้ี งง่าย ราคาถกู )
2. นักเรยี นร่วมกนั ศึกษาและรวบรวมข้อมลู เกย่ี วกับปลาสวยงามที่นิยมเล้ียงในประเทศไทย
จากแหลง่ การเรียนรู้ท่หี ลากหลาย เช่น หนังสอื เรยี น อินเทอรเ์ น็ต
3. นักเรียนแบ่งกล่มุ ตามความเหมาะสม แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันสังเกตบัตรคำช่ือปลาสวยงาม
และปลาท่ใี ช้รับประทานเป็นอาหารท่ีปะปนกันอยู่ ตดิ เป็นแผนภาพความคิดบนกระดาน
4. นักเรียนร่วมกันคิดประเมนิ เพ่ือเพม่ิ คณุ ค่า โดยการตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดงั น้ี
∙ ถ้าตอ้ งการเรม่ิ ตน้ เลีย้ งปลาสวยงาม นกั เรยี นจะเลอื กเล้ยี งปลาสายพนั ธใ์ุ ด เพราะเหตุใด
(ตัวอย่างคำตอบ ปลาหางนกยงู เพราะราคาถูก เลี้ยงง่าย ไม่ยุ่งยาก)
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนมาจับสลากหัวข้อทกี่ ำหนด แล้วสืบคน้ ขอ้ มูลทำเป็นใบความรู้
และตกแตง่ ใหส้ วยงาม
6. นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ สง่ิ ท่เี ข้าใจเป็นความรรู้ ่วมกัน ดังน้ี
การเลย้ี งปลาสวยงามในประเทศไทย นยิ มทำเป็นธรุ กจิ มาก เพราะใชส้ ถานทไี่ มม่ าก ลงทุนน้อย
ผู้เลี้ยงหรือผปู้ ระกอบการสามารถพฒั นาสายพนั ธ์ใุ หม่ ๆ ออกมาไดห้ ลายชนิด มีสสี นั รปู ร่างสวยงาม
7. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอใบความรู้ประกอบการอธบิ ายหนา้ ชั้นเรยี น
8. นักเรียนรว่ มกันอภปิ รายสรปุ เกี่ยวกับวธิ กี ารทำงานใหเ้ ห็นการคดิ เชิงระบบและวธิ ีการทำงาน
ทีม่ แี บบแผน
9. นกั เรียนร่วมกนั รวบรวมใบความรไู้ ปจดั ป้ายนเิ ทศบริเวณโรงเรียนหรอื ชมุ ชน เพื่อเผยแพรค่ วามรู้
ให้ผูอ้ นื่ ได้ศึกษา
10. นักเรียนประเมนิ ตนเอง โดยเขยี นแสดงความร้สู ึกหลงั การเรียนและหลงั การทำกจิ กรรม
ในประเด็นต่อไปน้ี
• สิง่ ท่ีนกั เรยี นได้เรียนร้ใู นวันนคี้ อื อะไร
• นกั เรียนมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• เพ่อื นนกั เรียนในกลุ่มมสี ่วนรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากนอ้ ยเพยี งใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกับการเรียนในวันนหี้ รอื ไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความรู้ที่ได้น้ีไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แกต่ นเอง ครอบครวั และสังคมท่ัวไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากน้นั แลกเปลยี่ นตรวจสอบขน้ั ตอนการทำงานทกุ ขัน้ ตอนวา่ จะเพม่ิ คุณคา่ ไปสู่สงั คม
เกดิ ประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากขน้ึ กวา่ เดมิ ในขนั้ ตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในคร้ังต่อไป
8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน การงานอาชพี ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
2. บัตรคำชอื่ ปลา
3. แหล่งการเรยี นรูท้ ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวัด เครอ่ื งมอื เกณฑ์การ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ ใบงาน ประเมนิ
ตรวจใบ ผ่านเกณฑ์
1.อธบิ ายลักษณะปลาสวยงามท่ีนิยมเลีย้ งในประเทศไทย งาน ร้อยละ 60
(K)
2.มีทักษะการจำแนกชนิดของปลาสวยงาม (P) ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
งาน รอ้ ยละ 60
3.เหน็ ความสำคัญของปลาสวยงามทีน่ ยิ มเลีย้ งในประเทศ การสังเกต แบบ ผา่ นเกณฑ์
ไทย (A) สังเกต รอ้ ยละ 60
เกณฑก์ ารวดั และประเมินผล ดมี าก 50-59% หมายถงึ ผ่าน
80 % ข้นึ ไป หมายถงึ ดี ต่ำกว่า 50% หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถึง
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 35
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 6
รายวชิ า การงานอาชีพ รหัสวิชา ง16101
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 3 งานเกษตร เวลา 8 ชั่วโมง
เรอื่ ง วัสดุ อุปกรณ์ท่ใี ช้เล้ียงปลาสวยงาม เวลา 1 ช่ัวโมง
วนั ที.่ ........................................... ผู้สอน นายทวีรตั น์ คลา้ ยนุ่ม
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวชีว้ ัด
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทำงาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทำงานรว่ มกัน และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มคี ณุ ธรรม และลักษณะนสิ ัยในการทำงาน มจี ิตสำนกึ ในการใชพ้ ลงั งาน ทรัพยากร
และสิ่งแวดลอ้ ม เพ่ือการดำรงชีวิตและครอบครวั
ตวั ชี้วดั
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรบั ปรุงการทำงานแต่ละขน้ั ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใช้ทักษะการจดั การในการทำงานและมีทักษะการทำงานรว่ มกนั
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1.บอกชอ่ื และประโยชนข์ องวัสดุ อุปกรณ์ท่ีใช้เล้ยี งปลาสวยงาม (K)
2.เลือกใช้วัสดุ อปุ กรณเ์ ลี้ยงปลาสวยงามไดเ้ หมาะสม (P)
3.เหน็ ความสำคญั ของการเลือกใชว้ สั ดุ อปุ กรณเ์ ลี้ยงปลาสวยงามไดเ้ หมาะสม (A)
3. สาระสำคัญ
วสั ดุ อุปกรณท์ ่ใี ชเ้ ลีย้ งปลาสวยงาม ผ้เู ลีย้ งจำเปน็ ตอ้ งจัดหา เพอ่ื ใหป้ ลาไดด้ ำรงชวี ติ อยู่อาศยั อย่างมี
ความสุข มสี ภาพแวดล้อมคล้ายอาศยั อยู่ตามธรรมชาติ ถ้าเลอื กใช้ได้เหมาะสมกบั ประโยชน์ จะทำให้
ปลามสี ขุ ภาพดี ลำตัวอวบอว้ น สีสนั สวยงาม
4. สาระการเรียนรู้
วัสดุ อปุ กรณท์ ีใ่ ชเ้ ลีย้ งปลาสวยงาม
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6.1 ซอ่ื สัตย์ สจุ ริต
6.2 มีวนิ ัย รบั ผดิ ชอบ
6.3 ใฝ่เรียนรู้
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนรว่ มกนั สงั เกตภาพตูป้ ลา แล้วแสดงความคิดเห็น โดยการตอบคำถาม ดงั น้ี
∙ ภาพท่ีนกั เรียนเห็นคืออะไร
(ภาพต้เู ล้ียงปลา)
∙ ในตเู้ ล้ยี งปลามีอะไรบ้าง
(ตวั อยา่ งคำตอบ ตน้ ไมน้ ้ำ หินสี เครอื่ งปั๊มอากาศ ตกุ๊ ตาประดบั )
∙ ถา้ ไม่มีสง่ิ ตา่ ง ๆ ที่เหน็ ในตู้ปลา จะเล้ยี งปลาได้หรือไม่
(ได/้ ไมไ่ ด้)
2. นักเรยี นรว่ มกนั ศึกษาและรวบรวมขอ้ มูลเกี่ยวกับวสั ดุ อุปกรณ์ทีใ่ ชเ้ ลีย้ งปลาสวยงาม
จากแหล่งการเรยี นรู้ทีห่ ลากหลาย เชน่ หนังสือเรียน อนิ เทอรเ์ นต็
3. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ตามความเหมาะสม แต่ละกลุ่มรว่ มกนั วเิ คราะห์ จำแนกบัตรข้อความชือ่ วัสดุ
อปุ กรณ์ในการเลี้ยงปลาสวยงามและประโยชน์ จากนัน้ จบั คู่ใหส้ ัมพนั ธ์กัน
4. นกั เรยี นร่วมกันสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นวา่ การจับคบู่ ัตรคำชื่อวสั ดุ อุปกรณ์ทใ่ี ช้ในการเล้ียง
ปลาสวยงามและประโยชน์ถูกตอ้ งสมั พนั ธก์ ันหรือไม่ ถ้าไม่ถูกต้องควรปรับเปลยี่ นอย่างไร
5. นักเรียนร่วมกนั คิดวเิ คราะห์ โดยการตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังน้ี
∙ เครอ่ื งปมั๊ อากาศมีความสำคัญอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ ชว่ ยเพ่ิมออกซิเจนในน้ำ ทำใหป้ ลาสดชน่ื ไมอ่ ึดอดั สขุ ภาพด)ี
6. นกั เรยี นร่วมกันทำใบความร้เู กีย่ วกบั วสั ดุ อปุ กรณใ์ นการเลย้ี งปลาสวยงาม แล้วตกแตง่ ใหส้ วยงาม
7.นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ สงิ่ ทเ่ี ข้าใจเปน็ ความรู้รว่ มกนั ดังนี้
วัสดุ อปุ กรณท์ ่ใี ชเ้ ล้ยี งปลาสวยงาม ผู้เลี้ยงจำเปน็ ตอ้ งจัดหา เพ่อื ใหป้ ลาไดด้ ำรงชวี ิต อยู่อาศยั อยา่ งมี
ความสุข มีสภาพแวดล้อมคล้ายอาศัยอยตู่ ามธรรมชาติ ถ้าเลอื กใชไ้ ด้เหมาะสมกับประโยชน์ จะทำให้
ปลามีสุขภาพดี ลำตัวอวบอ้วน สสี ันสวยงาม
8. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันนำเสนอผลงานใบความรู้ของกลมุ่ ตนเองประกอบการอธิบายหน้าชั้น
เรยี น
9. นักเรียนรว่ มกนั อภปิ รายสรุปเก่ยี วกับวธิ กี ารทำงานให้เห็นการคิดเชงิ ระบบและวิธกี ารทำงาน
ทมี่ แี บบแผน
10. นกั เรยี นรวบรวมผลงานใบความรู้นำไปจัดป้ายนิเทศหนา้ ช้ันเรยี น เพ่ือเป็นแหลง่ การเรยี นรู้ให้
นกั เรยี นช้นั อนื่
11. นกั เรยี นประเมินตนเอง โดยเขยี นแสดงความรสู้ กึ หลงั การเรียนและหลงั การทำกิจกรรม
ในประเด็นต่อไปนี้
• สิ่งที่นักเรียนไดเ้ รียนรู้ในวนั นีค้ อื อะไร
• นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มกิจกรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• เพ่ือนนักเรยี นในกลมุ่ มีส่วนรว่ มกิจกรรมในกลมุ่ มากน้อยเพยี งใด
• นกั เรยี นพงึ พอใจกับการเรยี นในวันนห้ี รอื ไม่ เพียงใด
• นกั เรยี นจะนำความรู้ที่ไดน้ ้ีไปใช้ให้เกดิ ประโยชนแ์ ก่ตนเอง ครอบครัว และสังคมทวั่ ไป
ไดอ้ ย่างไร
จากน้นั แลกเปลีย่ นตรวจสอบขัน้ ตอนการทำงานทกุ ข้นั ตอนวา่ จะเพมิ่ คณุ ค่าไปสู่สังคม
เกิดประโยชน์ตอ่ สงั คมให้มากข้นึ กวา่ เดิมในข้ันตอนใดบา้ ง สำหรับการทำงานในครงั้ ต่อไป
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน รายวิชาพ้นื ฐาน การงานอาชีพ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 6
2. ภาพตปู้ ลา
3. แหลง่ การเรยี นรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรียน
9. การวดั และประเมนิ ผล วิธกี ารวดั เครือ่ งมอื เกณฑก์ าร
จุดประสงค์การเรียนรู้ ประเมนิ
1.บอกชือ่ และประโยชน์ของวัสดุ อปุ กรณ์ที่ใช้เลีย้ งปลา ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
สวยงาม (K) งาน ร้อยละ 60
2.เลอื กใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์เล้ียงปลาสวยงามได้เหมาะสม (P) ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
งาน ร้อยละ 60
3.เห็นความสำคญั ของการเลือกใชว้ สั ดุ อุปกรณ์เลย้ี งปลา การสังเกต แบบ ผ่านเกณฑ์
สวยงามไดเ้ หมาะสม (A) รอ้ ยละ 60
สังเกต
เกณฑ์การวัดและประเมินผล ดีมาก 50-59% หมายถงึ ผา่ น
80 % ขึ้นไป หมายถงึ ดี ต่ำกว่า 50% หมายถึง ไมผ่ า่ นเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถึง
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 36
กล่มุ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 6
รายวิชา การงานอาชพี รหสั วชิ า ง16101
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 งานเกษตร เวลา 8 ชั่วโมง
เร่อื ง ประโยชนข์ องการเล้ียงปลาสวยงาม เวลา 1 ชั่วโมง
วนั ท่ี............................................ ผูส้ อน นายทวีรตั น์ คล้ายนมุ่
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคดิ สร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน ทักษะการ
จัดการ
ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะการทำงานร่วมกนั และทักษะการแสวงหา
ความรู้
มคี ณุ ธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนกึ ในการใช้พลงั งาน ทรพั ยากร
และส่ิงแวดลอ้ ม เพ่ือการดำรงชีวติ และครอบครัว
ตัวชี้วัด
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรับปรงุ การทำงานแต่ละขั้นตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ กั ษะการจัดการในการทำงานและมีทกั ษะการทำงานร่วมกัน
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1.บอกประโยชนข์ องการเล้ียงปลาสวยงาม (K)
2.เขยี นแผนภาพแสดงประโยชน์ของการเล้ยี งปลาสวยงาม (P)
3.เหน็ ประโยชน์ของการเล้ยี งปลาสวยงาม (A)
3. สาระสำคญั
การเลยี้ งปลาสวยงามมีประโยชน์หลายอยา่ ง ไดแ้ ก่ ต้ปู ลาใช้ตกแต่งอาคารบ้านเรือน ผู้เลี้ยงและผ้พู บ
เห็นเกดิ ความเพลิดเพลิน ผู้เล้ียงมคี วามเมตตากรุณาต่อสตั ว์ และเปน็ แนวทางในการประกอบอาชีพได้
4. สาระการเรียนรู้
ประโยชนข์ องการเลี้ยงปลาสวยงาม
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 ซอ่ื สัตย์ สจุ รติ
6.2 มวี ินัย รับผดิ ชอบ
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. นกั เรียนรว่ มกนั ชมวิดีโอการเลีย้ งปลาสวยงาม แลว้ สนทนาเกี่ยวกบั การเลี้ยงปลาสวยงาม
โดยการตอบคำถาม ดังน้ี
∙ นักเรยี นคิดวา่ การเลี้ยงปลาสวยงามมีประโยชน์หรอื ไม่
(มี/ไม่มี)
∙ พรรณไม้น้ำท่เี หน็ ในวดิ โี อมีอะไรบ้าง
(ตวั อย่างคำตอบ มอสส์ สาหร่ายหางกระรอก สันตะวาใบพาย)
∙ ตู้ปลาท่ีเหน็ มลี กั ษณะอย่างไร
(ตวั อย่างคำตอบ เปน็ ต้ปู ลากระจกสี่เหล่ยี ม มฝี าปดิ เปน็ กระจก)
2. ตวั แทนนักเรียน 2-3 คน ที่เคยเลยี้ งปลาสวยงาม หรอื สมาชกิ ในบา้ นเลย้ี งปลาสวยงาม
ออกมาเล่าประสบการณใ์ หเ้ พื่อนในชัน้ เรยี นฟงั
3. นกั เรียนรว่ มกันศึกษาและรวบรวมข้อมูลเกย่ี วกับประโยชน์ของการเล้ียงปลาสวยงาม
จากแหล่งการเรยี นรู้ท่หี ลากหลาย เช่น หนงั สือเรยี น อินเทอร์เน็ต
4. นักเรียนแบ่งกลมุ่ ตามความเหมาะสม แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันวเิ คราะห์ โดยการตอบคำถาม ดังนี้
∙ กระชอนมีประโยชนอ์ ยา่ งไร
(ตัวอย่างคำตอบ ใชใ้ นการตักปลาเข้า-ออกจากตปู้ ลา เพื่อไมใ่ หป้ ลาบอบชำ้ )
∙ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้ฝาปิดตปู้ ลา
(ตวั อย่างคำตอบ ป้องกันปลากระโดดออกจากตู้ปลา)
∙ การเลอื กขารองรบั ตู้ปลาควรเลอื กอย่างไร
(ตัวอย่างคำตอบ เลือกชนดิ ท่ีมีความแขง็ แรง ทำจากเหล็กเสรมิ ลวดและมแี ผน่ โฟมรองรับตู้
ปลา)
∙ ฝาปิดต้ปู ลามีกช่ี นดิ และมชี ื่อเรยี กว่าอะไรบ้าง
(3 ชนิด ไดแ้ ก่ ฝาปดิ ตู้ปลาแบบกระจก ฝาปิดตปู้ ลาแบบโปร่ง ฝาปิดต้ปู ลาแบบพลาสติก)
5. นักเรยี นร่วมกนั วเิ คราะหป์ ระโยชน์ของการเลย้ี งปลาสวยงาม โดยเขียนเปน็ แผนภาพความคิด
6. นักเรยี นรว่ มกันคิดประเมนิ เพ่ือเพมิ่ คุณค่า โดยการตอบคำถามกระต้นุ ความคดิ ดังนี้
∙การเลี้ยงปลาสวยงามสามารถทำเปน็ อาชพี ได้หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
(ตัวอยา่ งคำตอบ ทำเป็นอาชีพได้ เพราะปลาสวยงามมหี ลายสายพันธุ์ หากเล้ียงและเพาะพันธุ์
อย่างถูกวิธจี ะสามารถขายเพื่อสร้างรายได้ได้)
7. นกั เรียนรว่ มกนั จดั ทำหนังสอื เลม่ เลก็ เก่ียวกับประโยชน์ของการเลีย้ งปลาสวยงามแลว้ ตกแตง่ ให้
สวยงาม
8. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปสง่ิ ท่ีเข้าใจเปน็ ความรรู้ ่วมกนั ดังน้ี
การเล้ยี งปลาสวยงามมีประโยชนห์ ลายอยา่ ง ได้แก่ ตูป้ ลาใช้ตกแต่งอาคารบ้านเรือนผ้เู ลยี้ งและผู้พบเห็นเกิด
ความเพลดิ เพลนิ ผเู้ ล้ียงมคี วามเมตตากรณุ าต่อสัตว์ และเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพได้
9. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันนำเสนอผลงานหนงั สือเล่มเล็กประโยชน์ของการเลี้ยงปลาสวยงาม
ประกอบการอธิบายหน้าชัน้ เรียน
10. นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายสรุปเกย่ี วกบั วธิ ีการทำงานให้เหน็ การคิดเชงิ ระบบและวธิ ีการทำงาน
ทม่ี ีแบบแผน
11. นกั เรยี นรว่ มกันรวบรวมผลงานหนังสอื เลม่ เลก็ เร่ือง ประโยชน์ของการเล้ียงปลาสวยงาม
ไปมอบใหห้ ้องสมดุ ของโรงเรยี น เพอื่ เผยแพร่ความรู้ใหผ้ อู้ ่ืนไดศ้ กึ ษา
12. นักเรยี นประเมนิ ตนเอง โดยเขียนแสดงความรูส้ ึกหลงั การเรยี นและหลังการทำกิจกรรม
ในประเดน็ ต่อไปน้ี
• ส่ิงที่นักเรยี นได้เรยี นรู้ในวันนี้คืออะไร
• นักเรยี นมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมในกล่มุ มากนอ้ ยเพยี งใด
• เพอ่ื นนักเรยี นในกลุ่มมีสว่ นร่วมกจิ กรรมในกล่มุ มากน้อยเพียงใด
• นกั เรียนพงึ พอใจกับการเรยี นในวนั นี้หรือไม่ เพยี งใด
• นักเรียนจะนำความรู้ทไ่ี ด้นี้ไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ กต่ นเอง ครอบครัว และสังคมทวั่ ไป
ไดอ้ ยา่ งไร
จากนั้นแลกเปลีย่ นตรวจสอบข้ันตอนการทำงานทกุ ขัน้ ตอนว่าจะเพม่ิ คุณค่าไปสสู่ งั คม
เกิดประโยชนต์ อ่ สงั คมให้มากขึน้ กว่าเดมิ ในข้ันตอนใดบ้าง สำหรับการทำงานในครัง้ ต่อไป
8. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน การงานอาชพี ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6
2. วิดีโอการเลย้ี งปลาสวยงาม
3. แหลง่ การเรียนรทู้ ้งั ภายในและภายนอกโรงเรยี น
9. การวัดและประเมินผล วิธีการวดั เครื่องมือ เกณฑก์ าร
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ใบงาน ประเมิน
ตรวจใบ ใบงาน ผา่ นเกณฑ์
1.บอกประโยชนข์ องการเลี้ยงปลาสวยงาม (K) งาน ร้อยละ 60
ตรวจใบ ผา่ นเกณฑ์
2.เขียนแผนภาพแสดงประโยชนข์ องการเลย้ี งปลาสวยงาม งาน รอ้ ยละ 60
(P)
3.เหน็ ประโยชนข์ องการเลีย้ งปลาสวยงาม (A) การสังเกต แบบ ผา่ นเกณฑ์
สงั เกต รอ้ ยละ 60
เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผล ดมี าก 50-59% หมายถึง ผา่ น
80 % ขึน้ ไป หมายถงึ ดี ต่ำกว่า 50% หมายถึง ไม่ผ่านเกณฑ์
70-79% หมายถงึ ปานกลาง
60-69% หมายถึง
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 37
กลมุ่ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6
รายวิชา การงานอาชพี รหัสวิชา ง16101
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 งานเกษตร เวลา 8 ชั่วโมง
เรื่อง ตวั อยา่ งการเล้ียงปลาสวยงาม : ปลาหางนกยูง เวลา 1 ชั่วโมง
วนั ท.่ี ........................................... ผู้สอน นายทวีรตั น์ คลา้ ยน่มุ
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้วี ดั
มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทำงาน ทกั ษะการ
จดั การ
ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หา ทกั ษะการทำงานรว่ มกนั และทกั ษะการแสวงหา
ความรู้
มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มจี ิตสำนกึ ในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร
และส่งิ แวดลอ้ ม เพ่ือการดำรงชีวติ และครอบครัว
ตวั ชว้ี ดั
ง 1.1 ป.6/1 อภิปรายแนวทางในการทำงานและปรับปรงุ การทำงานแต่ละขัน้ ตอน
ง 1.1 ป.6/2 ใชท้ ักษะการจัดการในการทำงานและมีทักษะการทำงานร่วมกัน
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.อธิบายการเลย้ี งปลาหางนกยงู (K)
2.เขยี นแผนภาพความคดิ สายพนั ธขุ์ องปลาหางนกยูง (P)
3.เหน็ ความสำคัญของการเลยี้ งปลาหางนกยูง (A)
3. สาระสำคัญ
ปลาหางนกยงู (Guppy, Millions Fish) เป็นปลาสวยงามทีเ่ ลยี้ งงา่ ย ขยายพันธ์ุเร็ว มสี ีและลวดลาย
ของหางครีบและลำตวั ท่ีสวยงามคลา้ ยแพนหางของนกยงู ปลาหางนกยูงเพศผู้จะมสี ีและลวดลายของหางครบี
และลำตวั สวยงามกว่าปลาหางนกยงู เพศเมยี
4. สาระการเรียนรู้
ตัวอยา่ งการเลยี้ งปลาสวยงาม : ปลาหางนกยูง