The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by จุฑารัตน์ ใจบุญ, 2022-08-21 00:59:33

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา วิทยาการคำนวณ ว23186

23186

คำอธบิ ายรายวิชา

กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ รหัสวิชา ว23186
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
สาระการเรยี นรู้ พื้นฐาน ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชว่ั โมง/ปี

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 3

ศกึ ษาเกยี่ วกับการจัดการข้อมูลและสารสารเทศ การใชซ้ อฟต์แวร์ในการจดั การข้อมูลและสารสนเทศ ศึกษา
เก่ยี วกบั การประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถอื ของข้อมลู การร้เู ทา่ ทันส่ือ ศกึ ษาเกยี่ วกบั การใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศและ
กฎหมายคอมพวิ เตอร์ ศึกษาเกยี่ วกบั แอปพลเิ คชัน เทคโนโลยี IoT และการพัฒนาแอปพลิเคชัน

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรทู้ ี่เน้นใหผ้ ู้เรยี นได้ลงมือปฏบิ ัติ ฝึกทักษะการคดิ เผชิญสถานการณ์การแกป้ ัญหา
วางแผนการเรยี นรู้ ตรวจสอบการเรยี นรู้ และสร้างองค์ความรู้ใหมด่ ้วยตนเองผ่านกระบวนการคดิ และปฏบิ ตั ิ

เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมคี วามรู้ ความเข้าใจ มที ักษะการคิดเชิงคำนวณ การคดิ วเิ คราะห์ การแก้ปัญหาเปน็ ข้ันตอน
และเปน็ ระบบ มีทกั ษะในการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ รกั ษาขอ้ มูลสว่ นตัว และการส่อื สารเบอ้ื งตน้ ในการแก้ปัญหา
ท่พี บในชีวติ จรงิ ได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ตลอดจนนำความรู้ความเข้าใจในวชิ าวิทยาศาสตร์ และนำเทคโนโลยีใหมท่ ่ี
เกดิ ขน้ึ ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ต่อสังคมและการดำรงชีวติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ
ความสามารถในการแกป้ ญั หาและการจดั การทักษะในการสอ่ื สาร ความสามารถในการตัดสนิ ใจ และเป็นผูม้ ีจติ
วทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ มในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์

ตวั ชวี้ ัด เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิงคำนวณในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอยา่ งเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน
มาตรฐาน ว 4.2 และการแก้ปญั หาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ รู้เทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
พัฒนาแอปพลิเคชนั ท่มี กี ารบรู ณาการกบั วชิ าอนื่ อยา่ งสร้างสรรค์
ม.3/1 รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศตาม
ม.3/2 วัตถปุ ระสงค์ โดยใชซ้ อฟตแ์ วร์หรอื บริการบนอนิ เทอร์เน็ตทหี่ ลากหลาย
ประเมินความน่าเชื่อถือของขอ้ มลู วิเคราะห์สื่อและผลกระทบจากการใหข้ ่าวสาร
ม.3/3 ที่ผดิ เพ่ือการใช้งานอยา่ งรู้เท่าทัน
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติ
ม.3/4 ตามกฎหมายเกี่ยวกับคอมพวิ เตอร์ ใช้ลขิ สทิ ธ์ิของผูอ้ ่ืนโดยชอบธรรม

รวม 4 ตวั ชีว้ ัด

โครงสร้างรายวชิ า

กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ รหัสวิชา ว23186
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
สาระการเรียนรู้ พน้ื ฐาน ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชั่วโมง/ปี

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3

ที่ ช่อื หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา คะแนน
เรียนรู้ การเรยี นรู้/ตัวช้ีวัด (ชม.) (100)

1. การจัดการขอ้ มลู ว 4.2 เขา้ ใจและใชแ้ นวคิดเชิง การจดั การข้อมูล 4 20

และสารสนเทศ คำนวณในการแก้ปญั หาทีพ่ บใน และสารสนเทศ 4 10

ชีวิตจริงอย่างเป็นข้นั ตอนและ

เป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศและการสอ่ื สารในการ

เรยี นรู้ การทำงาน และการ

แก้ปัญหาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ

รู้เท่าทันและมีจรยิ ธรรม

2. ความน่าเชื่อถือ ม.3/2 รวบรวมข้อมลู
ของขอ้ มูล ประมวลผล ประเมนิ ผล นำเสนอ
ขอ้ มูลและสารสนเทศตาม
วตั ถุประสงค์ โดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรอื บริการบนอินเทอร์เน็ตที่
หลากหลาย
ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชิง การจัดการขอ้ มลู
คำนวณในการแก้ปญั หาที่พบใน และสารสนเทศ

ชวี ิตจริงอยา่ งเป็นข้นั ตอนและ

เปน็ ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศและการสื่อสารในการ

เรยี นรู้ การทำงาน และการ

แก้ปญั หาไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

ร้เู ท่าทันและมีจริยธรรม

ม.3/2 รวบรวมข้อมูล
ประมวลผล ประเมนิ ผล นำเสนอ
ขอ้ มลู และสารสนเทศตาม
วัตถปุ ระสงค์ โดยใช้ซอฟต์แวร์
หรอื บริการบนอนิ เทอร์เนต็ ท่ี
หลากหลาย

ที่ ชอื่ หน่วยการ มาตรฐาน สาระสำคัญ เวลา คะแนน
เรียนรู้ การเรียนร/ู้ ตวั ชีว้ ัด (ชม.) (100)

3. เทคโนโลยี ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคดิ เชิง การจัดการขอ้ มูล 4 20

สารสนเทศ คำนวณในการแกป้ ัญหาทพ่ี บใน และสารสนเทศ 6 20

ชวี ติ จริงอยา่ งเป็นขั้นตอนและ 1 20
1 20
เป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศและการสอื่ สารในการ

เรียนรู้ การทำงาน และการ

แกป้ ัญหาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ

รเู้ ท่าทนั และมีจริยธรรม

4. แอปพลิเคชนั ม.3/2 รวบรวมข้อมลู
ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอ
ขอ้ มลู และสารสนเทศตาม
วตั ถุประสงค์ โดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรือบรกิ ารบนอินเทอรเ์ น็ตท่ี
หลากหลาย
ว 4.2 เข้าใจและใชแ้ นวคดิ เชิง การจัดการขอ้ มลู
คำนวณในการแก้ปัญหาทพ่ี บใน และสารสนเทศ

ชวี ติ จริงอยา่ งเป็นขน้ั ตอนและ

เป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยี

สารสนเทศและการสอื่ สารในการ

เรยี นรู้ การทำงาน และการ

แกป้ ญั หาได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ

รู้เทา่ ทนั และมีจริยธรรม

ม.3/2 รวบรวมขอ้ มลู
ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอ
ข้อมลู และสารสนเทศตาม
วัตถุประสงค์ โดยใชซ้ อฟต์แวร์
หรอื บริการบนอินเทอร์เนต็ ที่
หลากหลาย

กลางภาค

ปลายภาค

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1

กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาการคำนวณ รหสั วชิ า ว23186
ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3
สาระการเรียนรู้ พืน้ ฐาน ภาคเรียนที่ 2 เวลา 4 ชั่วโมง
เวลา 1 ชว่ั โมง
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 การจดั การข้อมลู และสารสนเทศ

เรื่อง การรวบรวมข้อมลู

1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ดั
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รู้เทา่ ทันและมจี รยิ ธรรม
ตวั ชี้วดั ม.3/2 รวบรวมข้อมลู ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวตั ถุประสงค์
โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื บรกิ ารบนอินเทอร์เน็ตท่หี ลากหลาย

2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. บอกลักษณะและประเภทของขอ้ มูลได้ (K)
2. เลอื กวิธกี ารรวบรวมขอ้ มูลได้เหมาะสมกับประเภทข้อมูลได้ (P)
3. ตระหนกั ถงึ ความสำคญั ของวธิ ีการรวบรวมข้อมูล (A)

3. สาระสำคญั
การรวบรวมขอ้ มลู เปน็ ข้นั ตอนที่สำคญั ท่สี ุดของการจัดการข้อมลู และสารสนเทศ ดังนัน้ ควรมีความ

เข้าใจเก่ยี วกบั ลักษณะและประเภทของข้อมูล ตลอดจนวิธีการรวบรวมข้อมลู เพ่อื จะไดน้ ำไปประยุกต์ใช้
ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับงานของตน หากพิจารณาถึงประเภทของข้อมูลสามารถแบ่งได้เป็น 2
กลุ่ม ตามแหลง่ ที่มาของข้อมลู ได้แก่ ข้อมลู ปฐมภมู แิ ละข้อมลู ทตุ ยิ ภูมิ

4. สาระการเรียนรู้
1. การรวบรวมข้อมลู ปฐมภูมิ
2. การรวบรวมข้อมลู ทุตยิ ภมู ิ

5. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
(✓) ความสามารถในการส่ือสาร
(✓) ความสามารถในการคิด
( ) ความสามารถในการแก้ปญั หา
( ) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
(✓) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
( ) ซื่อสตั ย์ สุจริต
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรียนรู้ นักเรยี นตง้ั ใจเรยี นร้ใู นสง่ิ ที่ครูสอนและศึกษาหาความรเู้ พิ่มเตมิ
( ) อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
(✓) มุ่งมน่ั ในการทำงาน นกั เรียนมีความตง้ั ใจในการฝึกปฏบิ ัตงิ านตามที่ไดร้ บั มอบหมาย
( ) รักความเปน็ ไทย
(✓) มีจติ สาธารณะ นักเรยี นมีนำ้ ใจตอ่ ครู เพ่ือนและให้ความช่วยเหลือในทกุ โอกาส

7. จุดเน้นสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพผู้เรยี น ทกั ษะศตวรรษที่ 21
การเรียนรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคิดเลขเป็น (Arithmetic)
( ) การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทักษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะด้านความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผูน้ ำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทักษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะด้านการสอื่ สารและรเู้ ท่าทนั ส่ือ (Communication, Information and Media)
(✓) ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปล่ยี นแปลง (Change Skills)
ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ
( ) ความยดื หยุ่นและการปรบั ตวั
(✓) การรเิ รม่ิ สร้างสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตัวเอง
( ) ทกั ษะสงั คมและสังคมข้ามวัฒนธรรม
(✓) การเปน็ ผ้สู รา้ งหรอื ผ้ผู ลิตและความรับผดิ ชอบเช่อื ถือได้
( ) ภาวะผูน้ ำและความรบั ผดิ ชอบ

คณุ ลกั ษณะสำหรบั ศตวรรษที่ 21
(✓) คณุ ลักษณะดา้ นการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตัว ความเป็นผ้นู ำ
(✓) คณุ ลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นของตนเอง
(✓) คุณลักษณะดา้ นศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซ่ือสตั ย์ สำนึกพลเมือง

8. คุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรียนใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝึกทักษะ ได้เหมาะสมและทนั เวลา
(✓) จิตอาสา นกั เรยี นสามารถแนะนำ/ช่วยเหลือเพอ่ื นในขณะเรยี น
(✓) สามัคคี สมาชิกในกลมุ่ มีความสามัคคี ชว่ ยเหลือ และสามารถทำงานไดส้ ำเรจ็ ตามทไ่ี ดร้ บั
มอบหมาย
(✓) มวี ินัย นกั เรียนแตง่ กายเรียบร้อย ปฏิบตั ิตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏบิ ตั กิ ารคอมพิวเตอร์
(✓) รบั ผดิ ชอบ นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบต่องาน/สิ่งท่ีไดร้ ับมอบหมายจนสำเร็จ

9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลศิ ทางวชิ าการ
( ) สื่อสารสองภาษา
(✓) ล้ำหนา้ ทางความคดิ
(✓) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
( ) ร่วมกันรบั ผิดชอบต่อสังคมโลก

10. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูสอบถามนักเรียนวา่ “ในภาคเรยี นทผ่ี ่านมา นกั เรยี นชอบวชิ าไหนมากที่สุด เพราะอะไร”

(ครูส่มุ ถามนกั เรยี น 4 – 5 คน)
2. จากน้นั ครถู ามตอ่ วา่ “คำถามท่ีครูถามข้างต้นเปน็ ลกั ษณะของข้อมลู ประเภทไหน”
ขนั้ สอน
3. ครูทบทวนความรู้นักเรียน โดยการถามคำถาม ถ้าเราพิจารณาข้อมูลตามแหล่งที่มาของข้อมูล

สามารถแบ่งขอ้ มลู ได้กี่ประเภท อะไรบา้ ง
4. ครอู ธบิ ายกับนักเรยี นวา่ ขอ้ มูลแตล่ ะประเภทมลี ักษณะตา่ งกัน การรวบรวมข้อมลู จึงต่างกนั
5. ครูให้นักเรียนเปิดในหนังสือเรียนวิชาวิทยาการคำนวณ และอธิบายการรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ

สามารถทำได้ดงั นี้ การสมั ภาษณส์ ว่ นบคุ คล การสัมภาษณ์ทางโทรศพั ท์ การใช้แบบสอบถาม และการสงั เกต
6. ครถู ามนักเรยี นว่า ในตอนต้นชวั่ โมงครูถามเร่อื งวิชาทนี่ กั เรียนชอบมากทสี่ ุด เพราะอะไร เป็นการเก็บ

รวบรวมขอ้ มูลแบบใด
7. ครูอธิบายการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ ในการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งทุติยภูมิสามารถแบ่งออกได้ 2

รูปแบบ ไดแ้ ก่ ข้อมูลจากแหลง่ ขอ้ มลู ภายในและข้อมลู จากแหล่งข้อมูลภายนอก
8. ครสู นทนากับนักเรียนว่า “ในคาบที่แลว้ นกั เรียนรู้ว่าตวั เองชอบวชิ าอะไร คาบน้ีเรามาจะมาดูว่าสาขา

ที่นกั เรียนอยากเรยี นตอ่ และอาชีพที่อยากทำอนาคต จะสัมพันธก์ นั หรอื ไม่”

9. ครูสนทนากับนักเรียนในการจัดการข้อมูลอย่างใดอย่างหนึ่ง เราต้องเลือกวิธีให้เหมาะสมกับ
วัตถุประสงค์ที่เราจะใช้งาน ตั้งแต่เลือกวิธีการรวบรวมข้อมูล วิธีการประมวลผล และการนำเสนอข้อมูล
จากน้นั ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4 – 5 คน

10. ครูแจกใบงานที่ 1.1.1 เรื่อง อาชีพในอนาคต ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 20 คน ขึ้นไป ตามหัวข้อที่กำหนดให้ (กลุ่มประชากรที่แต่ละกลุ่มรวบรวมข้อมูลไม่
ควรซ้ำกัน)

11. จากนั้นครูให้นักเรียนวางแผนวิธกี ารรวบรวมข้อมูลท่ีเหมาะสม โดยนักเรียนสามารถเลือกเพื่อนต่าง
ห้องได้ ใช้คาบพกั เที่ยงในการรวบรวมข้อมลู กล่มุ เป้าหมายทน่ี ักเรียนต้องการได้ เชน่ นักเรียนตา่ งหอ้ ง

ข้นั สรุป
12. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายถึงความสำคญั ของวิธีการรวบรวมข้อมูล
13. ครูสนทนากับนักเรียนว่า ถ้านักเรียนรวบรวมข้อมูลเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องนำข้อมูลที่
รวบรวมได้ไปประมวลผล ซึ่งในคาบถัดไป เราจะมาเรียนรู้เรื่อง การประมวลผลข้อมูล เพื่อให้ข้อมูลนั้นอยู่ใน
รปู แบบทีม่ ปี ระโยชนแ์ ละตรงตามวตั ถุประสงคก์ ารใช้งาน

11. สอ่ื การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวชิ าพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1
เรื่อง การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
2. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 1 การจดั การขอ้ มูลและสารสนเทศ
3. ใบความรู้ เรือ่ ง การใช้ Google Forms
4. ใบงานที่ 1 เรือ่ ง อาชีพในอนาคต

12. แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง ประกอบด้วย
(1) เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์สำหรบั ครูผสู้ อน 1 เครือ่ ง
(2) เครื่องคอมพิวเตอรส์ ำหรับนักเรียน 15 เคร่ือง
2. เครอ่ื งโทรทัศน์
3. เครอื ข่ายอินเทอร์เนต็

13. การวดั และประเมินผล วธิ ีการวัดผลและ เครอ่ื งมอื วัดและ เกณฑก์ ารวัด
การประเมนิ ผล ประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1. ทำแบบทดสอบผา่ น
1. ตรวจแบบทดสอบ 1. แบบทดสอบกอ่ น เกณฑร์ ้อยละ 60
ด้านความรู้ (K) ก่อนเรียนหน่วยท่ี 1 เรียนหนว่ ยที่ 1
(1) บอกลักษณะและประเภท 2. ระดบั คุณภาพ 2
2. ตรวจใบงานท่ี 1 2. แบบประเมนิ ใบ ผา่ นเกณฑ์
ของขอ้ มูลได้ เรื่อง อาชีพใน งานท่ี 1 เรอื่ ง
อนาคต อาชพี ในอนาคต

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ ีการวดั ผลและ เครอ่ื งมือวัดและ เกณฑก์ ารวดั
การประเมินผล ประเมินผล
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) สงั เกตการทำงาน ระดับคุณภาพ 2
(1) เลือกวธิ ีการรวบรวมขอ้ มูล แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤติกรรม การทำงาน
ได้เหมาะสมกบั ประเภท ระดับคุณภาพ 2
ข้อมูลได้ แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
ดา้ นคุณลกั ษณะ (A) คุณลักษณะอนั พงึ
(1) ตระหนกั ถึงความสำคัญ
ของวธิ ีการรวบรวมข้อมลู ประสงค์

14. บนั ทกึ หลงั สอน
14.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)

จากการทดสอบก่อนเรยี น หน่วยที่ 1 การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ จำนวน 10 ข้อ ปรากฏว่า
นกั เรยี นจำนวน 80 คน ไมผ่ ่านเกณฑร์ อ้ ยละ 60 คิดเป็นร้อยละ 54.42

นกั เรียนสามารถบอกลักษณะและประเภทของข้อมูลได้ จำนวน 130 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 88.44

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จากการสังเกตการเลือกวธิ กี ารรวบรวมข้อมูลได้อย่างเหมาะสมกับประเภทข้อมลู ได้ พบวา่ นกั เรียน
จำนวน 145 คน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ทต่ี ั้งไว้ คอื ผา่ นเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คดิ เป็นรอ้ ยละ 98.64

ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียน พบวา่ นักเรียนจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ทตี่ ้ัง
ไว้ คอื ผ่านเกณฑร์ ะดบั คุณภาพ 2 คิดเปน็ ร้อยละ 100

14.2 ปญั หา/อุปสรรค
- นกั เรียนแต่ละคนมีทักษะในการใชเ้ ทคโนโลยีไม่เทา่ กัน จงึ ทำใหก้ ิจกรรม

การเรียน การสอนเกิดความลา่ ช้าและไม่ทันตามเวลาที่กำหนด

14.3 แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ
- ครูผู้สอนสง่ ข้อมลู การเขา้ กล่มุ เรยี นผ่านทางครูที่ปรึกษาและให้เพื่อน

นกั เรียนด้วยกนั ช่วยสง่ Link การเขา้ กลุ่มให้อีกทางหน่งึ
- เมอ่ื ทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเสร็จแล้ว ครผู ู้สอนแจง้ ผลคะแนนใหน้ ักเรียน

ทราบ เพื่อนกั เรยี นจะได้ทราบระดบั ความรู้พื้นฐานของตนเองและครูจะไดน้ ำคะแนนของ
นักเรยี นมาประมวลผล เพื่อวางแผนการเรียนและการศกึ ษานกั เรยี นตอ่ ไป

ลงช่ือ ครผู ูส้ อน
( นางจุฑารตั น์ ใจบุญ )
ครชู ำนาญการพเิ ศษ

ใบงานท่ี 1
เรือ่ ง อาชีพในอนาคต

คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรวบรวมขอ้ มลู ทีเ่ กยี่ วข้องกับการเรียนและอาชีพที่อยากทำในอนาคต
อย่างน้อย 20 คน

1. วิธีการรวมข้อมูล (อาจมากกว่า 1 วิธ)ี พรอ้ มเหตุผล
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………...................................................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ขอ้ มูลทเ่ี กยี่ วข้อง สาขาทอี่ ยากเรียน คณะท่ีอยากเรยี น อาชพี ท่ีอยากทำใน
ช่อื – สกลุ
ห้อง ตอ่ ในระดบั มธั ยม ตอ่ ในระดับ อนาคต

ตอนปลาย ปริญญาตรี

3. วิธกี ารรวบรวมขอ้ มลู ช่วยใหน้ ักเรยี นเข้าใจสิ่งที่คน้ หาอย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................... ...........................
....................................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................... .......................................
............................................................................................ ..................................................................................

การประเมนิ ใบงานที่ 1 เร่อื ง อาชีพในอนาคต

ประเด็นในการประเมนิ 3 เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน 1

1. การเลอื กวิธกี าร สามารถเลือกวธิ ีการ 2 สามารถเลอื กวธิ ีการ
รวบรวมขอ้ มลู ให้
รวบรวมขอ้ มลู รวบรวมขอ้ มูลให้ สามารถเลือกวธิ กี าร เหมาะสมกบั
รวบรวมขอ้ มูลให้ วตั ถปุ ระสงค์การใช้งาน
เหมาะสมกบั เหมาะสมกับ และเหมาะกับกลุ่ม
วตั ถุประสงค์การใชง้ าน ตวั อยา่ งเพยี งบางสว่ น
วัตถปุ ระสงค์การใชง้ าน และเหมาะกบั กลุม่ เป็น
ส่วนใหญ่
และเหมาะกับกล่มุ

ตัวอย่าง

2. เหตผุ ลการเลือกวิธี สามารถบอกเหตขุ อง สามารถบอกเหตุของ สามารถบอกเหตขุ อง
รวบรวมขอ้ มูล การเลือกวธิ รี วบรวม การเลอื กวธิ ีรวบรวม การเลอื กวิธรี วบรวม
ขอ้ มลู ได้สมเหตสุ มผล ขอ้ มูลได้สมเหตสุ มผล ขอ้ มลู ได้สมเหตสุ มผล
เป็นส่วนใหญ่ เพยี งบางสว่ น

3. ความสำคัญของ อธิบายวธิ ีการรวบรวม อธบิ ายวธิ ีการรวบรวม อธิบายวธิ ีการรวบรวม
วิธีการรวบรวมข้อมูล ขอ้ มลู วา่ มปี ระโยชนก์ บั ขอ้ มลู วา่ มปี ระโยชน์กับ ข้อมลู ว่ามีประโยชนก์ ับ
การรวบรวมข้อมลู ที่ การรวบรวมข้อมลู ท่ี การรวบรวมขอ้ มลู ท่ี
ต้องการไดช้ ัดเจน ตอ้ งการได้ชดั เจนเป็น ตอ้ งการได้เพยี งบางสว่ น
สว่ นใหญ่

เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดับคุณภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
8–9 พอใช้
5–7 ปรับปรุง

นอ้ ยกว่า 5

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2

กลุม่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ รหัสวชิ า ว23186
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
สาระการเรียนรู้ พ้นื ฐาน ภาคเรียนที่ 2 เวลา 4 ชว่ั โมง
เวลา 2 ชัว่ โมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ

เรื่อง การประมวลผลข้อมูล

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ร้เู ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม
ตัวชีว้ ัด ม.3/2 รวบรวมข้อมลู ประมวลผล ประเมนิ ผล นำเสนอขอ้ มูลและสารสนเทศตามวัตถปุ ระสงค์
โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รอื บรกิ ารบนอนิ เทอร์เน็ตท่ีหลากหลาย

2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกประเภทของการประมวลผลข้อมูลได้ (K)
2. เลอื กวธิ กี ารประมวลข้อมลู ท่ีเหมาะสมกบั ประเภทของข้อมูลได้ (K,P)
3. ยกตัวอยา่ งประโยชน์ของการประมวลผลขอ้ มลู ที่เหมาะสมกับประเภทของข้อมลู (K)
4. ตระหนักถงึ ความสำคัญของประมวลผลขอ้ มลู ได้ A)

3. สาระสำคัญ
การประมวลผลข้อมูล หมายถึง วิธีการจัดการกับข้อมูลด้วยการ คำนวณหรือการเปรียบเทียบ

เพื่อให้ข้อมูลอยู่ในรปู แบบทีเ่ ป็นประโยชน์ตรงตามความต้องการ โดยการประมวลผลขอ้ มูลสามารถแบง่
ตาม อุปกรณ์ที่ใช้ได้ 3 ประเภท คือ การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ การประมวลผลข้อมูลด้วย
เคร่อื งจกั รกล และการประมวลผลขอ้ มูลด้วยคอมพิวเตอร์

4. สาระการเรียนรู้
1. การประมวลผลข้อมลู ดว้ ยมือ
2. การประมวลผลขอ้ มลู ดว้ ยเครอ่ื งจักร
3. การประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพวิ เตอร์

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
(✓) ความสามารถในการสื่อสาร
(✓) ความสามารถในการคิด
( ) ความสามารถในการแก้ปญั หา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
( ) ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นกั เรยี นต้ังใจเรยี นรูใ้ นส่งิ ทค่ี รูสอนและศกึ ษาหาความร้เู พิ่มเตมิ
( ) อยูอ่ ย่างพอเพียง
(✓) มุง่ มัน่ ในการทำงาน นักเรียนมคี วามต้ังใจในการฝึกปฏิบัติงานตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
( ) รกั ความเปน็ ไทย
(✓) มีจติ สาธารณะ นักเรยี นมนี ้ำใจตอ่ ครู เพือ่ นและให้ความช่วยเหลือในทุกโอกาส

7. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
การเรียนรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคดิ เลขเปน็ (Arithmetic)
( ) การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะด้านการสื่อสารและรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communication, Information and Media)
(✓) ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change Skills)

ทกั ษะด้านชีวติ และอาชีพ
( ) ความยดื หยุ่นและการปรับตวั
(✓) การรเิ ริ่มสร้างสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตัวเอง
( ) ทักษะสังคมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม
(✓) การเป็นผสู้ ร้างหรือผู้ผลิตและความรับผิดชอบเช่อื ถือได้
( ) ภาวะผ้นู ำและความรับผิดชอบ

คณุ ลักษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผู้นำ
(✓) คุณลกั ษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชนี้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนของตนเอง
(✓) คณุ ลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อน่ื ความซ่ือสตั ย์ สำนึกพลเมือง

8. คณุ ธรรมอัตลกั ษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรียนใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝึกทกั ษะ ได้เหมาะสมและทนั เวลา
(✓) จติ อาสา นักเรยี นสามารถแนะนำ/ช่วยเหลอื เพือ่ นในขณะเรยี น
(✓) สามัคคี สมาชกิ ในกลุ่มมคี วามสามัคคี ช่วยเหลอื และสามารถทำงานได้สำเร็จตามที่ได้รับ
มอบหมาย
(✓) มีวินยั นกั เรยี นแตง่ กายเรียบรอ้ ย ปฏบิ ตั ติ ามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏบิ ัตกิ ารคอมพิวเตอร์
(✓) รบั ผดิ ชอบ นักเรยี นมีความรับผิดชอบต่องาน/สิง่ ที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ

9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลศิ ทางวิชาการ
( ) ส่ือสารสองภาษา
(✓) ลำ้ หน้าทางความคิด
(✓) ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์
( ) รว่ มกันรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก

10. กิจกรรมการเรียนรู้
ข้นั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครสู อบถามว่าจากการสำรวจขอ้ มลู ของกลุ่มตัวอยา่ งในคาบที่แล้ว แตล่ ะกลุ่มใชว้ ิธีการรวบรวมขอ้ มูล

แบบใดบา้ ง
2. ครสู นทนากบั นกั เรยี นว่า เราสามารถนำข้อมลู น้ันมาใช้เลยไดห้ รือไม่
ข้นั สอน
3. ครูอธิบายการประมวลผลข้อมูลเป็นวิธีการจัดการกับข้อมูล อาจเป็นการคำนวณหรือการเปรียบ

ลักษณะต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรปู แบบที่มีประโยชน์ตรงกับจุดประสงค์ของผู้ใช้งาน ซึ่งการประมวลผล
ข้อมูลแบ่งออกตามอุปกรณ์ที่ใช้ได้ 3 ประเภท คือ การประมวลผลข้อมูลด้วยมือ การประมวลผลข้อมูลด้วย
เครอื่ งจกั รกล และการประมวลผลข้อมลู ดว้ ยคอมพวิ เตอร์

4. จากนนั้ ครอู ธบิ าย “การประมวลผลข้อมลู ดว้ ยมือ”

5. ครูสนทนาว่าจากข้อมูลที่ให้ไปรวบรวมข้อมูลในกิจกรรมอาชีพในฝัน ให้นักเรียนนำข้อมูล อาชีพท่ี
อยากทำในอนาคตมาจัดอันดับ โดยการนำข้อมูลของกลุ่มตนเองมาจัดอันดับอาชีพที่มีคนอยากทำมากที่สุด 5
อันดบั

6. ครูให้แตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนออาชีพ 5 อันดบั แรกจากการรวบรวมข้อมลู ของกลมุ่ ตนเอง
7. ครูถามนักเรียนว่าวิธีการจัดการกับข้อมูลที่รวบรวมได้จากเพื่อน 20 คนในคาบที่แล้วเป็นการ
ประมวลผลประเภทใด เพราะอะไร
8. ครูสนทนากับนักเรียนว่า คาบที่ผ่านมานักเรียนได้ประมวลผลข้อมูลด้วยมือ เราทราบอยู่แล้วว่าการ
ประมวลผลขอ้ มลู สามารถทำได้หลายวิธี จากน้นั ครูอธบิ าย “การประมวลผลข้อมลู ดว้ ยเคร่อื งจักรกล”
9. ครูยกตัวอย่างการประมวลผลข้อมูลด้วยเครื่องจักรกล เช่น เครื่องคิดเลขในมินิมาร์ทที่เป็นเครื่องทำ
บญั ชี อาชพี นักบญั ชีทตี่ อ้ งมีการคำนวณเกยี่ วกบั เงินซึง่ ต้องการความแม่นยำสูงจะมเี ครื่องทำบัญชเี ข้ามาช่วยทำ
ให้การคำนวณแมน่ ยำมากขนึ้ โดยการทำงานของเคร่ืองก็จะมีฟังกช์ ั่นตา่ ง ๆ ท่ีสะดวกตอ่ การคำนวณตวั เลข
10. ครูตั้งคำถามว่าหากข้อมูลที่เราต้องการประมวลผลมีจำนวนที่มากขึ้น จนไม่สามารถประมวลได้เอง
เราจะมีวธิ กี ารแกป้ ัญหาอยา่ งไร
11. ครยู กตัวอย่างว่าในแต่ละเทอมเราจะต้องตดั เกรด และในข้นั ตอนการตดั เกรดมีคะแนนท่ีตอ้ งคำนวณ
หลายอย่าง ซึ่งครูส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการประมวลผลข้อมูล จะแม่นยำกว่าและ
ประมวลผลเร็วกว่า
12. ครูสอบถามว่านกั เรียนทราบหรือไมก่ ารประมวลผลข้อมลู ด้วยคอมพิวเตอรม์ ลี ำดับขั้นตอนออยา่ งไร
13. จากนั้นครูอธบิ ายลำดบั การประมวลผลข้อมลู ดว้ ยคอมพิวเตอร์
14. ครอู ธบิ ายวิธีการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ ซ่ึงวิธกี ารประมวลผลดว้ ยคอมพิวเตอร์ แบง่ เป็น 2 วิธี
ดงั นี้ การประมวลผลแบบแบตช์ และการประมวลผลแบบอนิ เทอร์แอก็ ทิฟ
15. จากนั้นครูอธิบายเนื้อหา กรรมวิธีในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ มีวิธีในการประมวลผล
หลายวิธี ได้แก่ 1) การคำนวณ 2) การจัดเรยี งข้อมูล 3) การจดั กลมุ่ ขอ้ มูล 4) การสืบคน้ ขอ้ มลู 5) การรวบรวม
ข้อมูล 6) การสรุปผล 7) การทำรายงาน 8) การบันทึก 9) การปรับปรุงข้อมูล 10) การสำเนาข้อมูล 11) การ
สำรองขอ้ มูล 12) การกู้ข้อมลู 13) การสื่อสารขอ้ มูล 14) การบีบอัดข้อมลู
16. ครูยกตวั อย่างกรรมวธิ ใี นการประมวลผลขอ้ มูลดว้ ยคอมพิวเตอรบ์ างข้อใหน้ ักเรยี นฟัง

1) การคำนวณขอ้ มูล เชน่ การนำระดับเกรดของแต่ละวชิ ามาคำนวณเพ่ือหาเกรดเฉลย่ี
2) การจัดเรยี งข้อมูล เชน่ การเรยี งลำดบั จากน้อยไปมาก การเรยี งตวั อกั ษร
3) การจัดกลุ่มข้อมูล เช่น สรุปข้อมูลผลการเรียนนักเรียนตามชั้นของนักเรียน เช่น เกรด
เฉลย่ี นักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3
4) การสืบค้นข้อมูล เช่น ครูค้นหาข้อมูลผลการเรียนนักเรียนจากชื่อ ค้นหาข้อมูลนักเรียน
จากรหสั นักเรียน
5) การรวมขอ้ มูล เช่น การนำประวัตกิ ารเข้าแถวมารวมกับประวตั ผิ ลการเรียน
17. ครูสนทนากับนักเรียนว่าจากคาบเรียนที่แล้วเราพูดถึงขั้นตอนการประมวลผลข้อมูลมี 3 ขั้นตอน
จากนน้ั ใหน้ กั เรียนศึกษารายละเอียดในหนังสอื เรียนวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
18. ครใู ห้นกั เรยี นยกตวั อย่างประโยชน์ของการประมวลผลข้อมูลดว้ ยคอมพิวเตอร์ ถา้ สมมตเิ ราต้องการ
เก็บข้อมูลเพื่อทำโปรโมชันลูกค้าร้านสะดวกซื้อ เราควรรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง ควรจัดกลุ่มข้อมูลแบบไหน
ประมูลผลข้อมูลออกมาในรปู แบบใด เพื่อให้งา่ ยตอ่ การเรียกใชง้ าน ให้นกั เรียนตอบคำถามลงสมุด

19. ครูสุ่มนักเรียนเพื่อยกตัวอย่าง กรรมวิธีในการประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ในแต่ละวิธี เพ่ือ
เปน็ การทบทวนความรคู้ าบทผี่ า่ นมา

20. ครถู ามคำถามนักเรียนวา่ ในการเลือกศกึ ษาต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และระดบั อดุ มศึกษา
เราควรต้องคำนึงข้อมูลด้านใดบา้ ง

21. ครูสนทนากับนกั เรียนวา่ จากข้อมูลทีน่ กั เรียนจัดอนั ดับอาชีพท่ีมคี นอยากทำมากที่สุด 5 อันดับ ให้
นักเรียนสืบค้นข้อมูลว่าถ้าทำงาน 5 อาชีพนี้นักเรียนควรเรียนคณะอะไร ค่าเทอมเท่าไร รวบรวมข้อมูลอย่าง
น้อย 6 มหาวิทยาลัยขึ้นไป จากนั้นหาค่าเฉลี่ยค่าเทอมว่าถ้าอยากทำอาชีพนี้ จะต้องเรียนคณะไหนและมี
ค่าใชจ้ ่ายเฉลี่ยเท่าไรต่อเทอม

22. ครูใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกันวางแผน รวบรวมขอ้ มูล ประมวลผลขอ้ มูลด้วยคอมพิวเตอร์
ขนั้ สรุป
23. ครูและนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายการประมวลผลข้อมูลแต่ละประเภท และวธิ กี ารเลือกเครื่องมือใน
การประมวลผลใหเ้ หมาะสมกับข้อมลู

11. สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1
เร่อื ง การจดั การข้อมลู และสารสนเทศ
2. แบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยท่ี 1 การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ
3. ใบความรู้ เรอ่ื ง การใช้ Google Forms
4. ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง อาชีพในอนาคต

12. แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง ประกอบด้วย
(1) เคร่อื งคอมพวิ เตอรส์ ำหรับครูผู้สอน 1 เครือ่ ง
(2) เครื่องคอมพิวเตอรส์ ำหรับนักเรียน 15 เครือ่ ง
2. เครอื่ งโทรทัศน์
3. เครือข่ายอินเทอร์เนต็

13. การวดั และประเมนิ ผล

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธกี ารวัดผลและ เครื่องมือวัดและ เกณฑก์ ารวดั
การประเมนิ ผล ประเมนิ ผล

ดา้ นความรู้ (K) 3. ตรวจแบบทดสอบ 1. แบบทดสอบก่อน 1. ทำแบบทดสอบผา่ น
1. บอกประเภทของการ ก่อนเรียนหน่วยที่ 1 เรยี นหน่วยท่ี 1 เกณฑ์ร้อยละ 60

ประมวลผลขอ้ มลู ได้ 4. ตรวจใบงานที่ 1 2. แบบประเมินใบ 2. ระดับคุณภาพ 2
2. เลอื กวธิ ีการรวบรวมข้อมลู เร่ือง อาชีพใน งานที่ 1 เรอ่ื ง ผา่ นเกณฑ์
อนาคต อาชีพในอนาคต
ได้เหมาะสมกบั ประเภท

ข้อมูลได้

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
(1) วธิ ีการประมวลขอ้ มลู ท่ี สังเกตการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2

เหมาะสมกบั ประเภทของ การทำงาน ผา่ นเกณฑ์
ข้อมลู ได้

ดา้ นคุณลักษณะ (A) สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
(1) ตระหนกั ถึงความสำคัญ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ผ่านเกณฑ์

ของประมวลผลข้อมลู ได้

ประสงค์

14. บันทกึ หลังสอน
14.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)

นักเรยี นสามารถบอกลักษณะและประเภทของข้อมลู ได้ จำนวน 130 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 88.44
นักเรียนสามารถยกตัวอยา่ งประโยชน์ของการประมวลผลขอ้ มลู ทเ่ี หมาะสมกับประเภทของข้อมูลได้
จำนวน 126 คน คิดเป็นร้อยละ 85.71

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
จากการสงั เกตการเลือกวธิ กี ารรวบรวมข้อมูลและยกตวั อย่างประโยชน์ของการประมวลผลขอ้ มูลได้
อย่างเหมาะสมกบั ประเภทขอ้ มูลได้ พบวา่ นกั เรียนจำนวน 145 คน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ทีต่ ั้งไว้ คือ ผา่ น
เกณฑร์ ะดบั คุณภาพ 2 คิดเป็นรอ้ ยละ 98.64

ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น พบว่า นกั เรียนจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ที่ตั้ง
ไว้ คือ ผา่ นเกณฑร์ ะดับคุณภาพ 2 คดิ เปน็ ร้อยละ 100

14.2 ปัญหา/อุปสรรค
- นักเรียนแต่ละคนมีทักษะในการใช้เทคโนโลยีไม่เท่ากัน จึงทำให้กิจกรรม

การเรียน การสอนเกิดความล่าช้าและไม่ทนั ตามเวลาที่กำหนด

14.3แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ
- ครูคอยแนะนำการอ้างแหล่งทม่ี าในเวบ็ ไซต์ ซ่ึงจะไมใ่ ชว้ ่า

www.google.com
- ครูคอยให้คำแนะนำการทำใบงานด้วย Liveworksheets และการส่งงาน

ให้ครู
- ครแู จ้งผลคะแนนการทำใบงานดว้ ย Liveworksheets ใหน้ ักเรียนทราบ

และโพสตเ์ นือ้ หาทีส่ อนและภาระงานในคาบให้นักเรียนทราบลงใน Facebook Group

ลงชอื่ ครผู ูส้ อน
( นางจุฑารตั น์ ใจบญุ )
ครชู ำนาญการพิเศษ

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3

กลมุ่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาการคำนวณ รหสั วิชา ว23186
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
สาระการเรยี นรู้ พ้ืนฐาน ภาคเรียนที่ 2 เวลา 4 ชวั่ โมง
เวลา 1 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 การจดั การข้อมูลและสารสนเทศ

เรอื่ ง การใชซ้ อฟต์แวรใ์ นการจดั การข้อมลู และสารสนเทศ

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ ร้เู ท่าทนั และมจี รยิ ธรรม
ตัวชวี้ ัด ม.3/2 รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศตามวตั ถปุ ระสงค์
โดยใช้ซอฟตแ์ วร์หรือบรกิ ารบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ใชซ้ อฟต์แวรท์ ่เี หมาะสมในการจัดการขอ้ มูลและสารสนเทศ และตรงวตั ถุประสงค์การใช้งานได้ (K,P)
2. ตระหนกั ถงึ ข้อมูลท่ีนำเสนอว่าไม่ควรส่งผลกระทบต่อผ้อู ื่น (A)

3. สาระสำคัญ
การจัดการข้อมูลและสารสนเทศมีการนำซอฟต์แวร์ต่าง ๆ มาช่วยในการจัดการข้อมูล โดยมีทั้ง

ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการ
นำเสนอขอ้ มูล เพ่ือการจดั การข้อมลู และสารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ

4. สาระการเรยี นรู้
1. ซอฟต์แวรท์ ่ีใช้ในการรวบรวมข้อมูล
2. ซอฟต์แวรท์ ี่ใชใ้ นการประมวลผลข้อมลู
3. ซอฟตแ์ วร์ที่ใช้ในการสรา้ งและนำเสนอขอ้ มูล

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
(✓) ความสามารถในการสื่อสาร
(✓) ความสามารถในการคดิ
( ) ความสามารถในการแก้ปญั หา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
( ) ซอื่ สัตย์ สจุ ริต
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรียนรู้ นักเรียนต้ังใจเรยี นรูใ้ นสงิ่ ท่ีครูสอนและศกึ ษาหาความรู้เพิ่มเตมิ
( ) อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
(✓) มุง่ มนั่ ในการทำงาน นักเรียนมีความตั้งใจในการฝึกปฏิบัตงิ านตามที่ไดร้ บั มอบหมาย
( ) รักความเป็นไทย
(✓) มีจติ สาธารณะ นักเรยี นมนี ำ้ ใจต่อครู เพ่อื นและใหค้ วามช่วยเหลอื ในทกุ โอกาส

7. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน ทักษะศตวรรษท่ี 21
การเรยี นรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคดิ เลขเปน็ (Arithmetic)
( ) การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทักษะด้านการส่อื สารและร้เู ทา่ ทันสื่อ (Communication, Information and Media)
(✓) ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change Skills)
ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชพี
( ) ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตัว
(✓) การริเร่มิ สรา้ งสรรค์และการเปน็ ตวั ของตวั เอง
( ) ทักษะสังคมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม
(✓) การเป็นผสู้ ร้างหรอื ผ้ผู ลิตและความรับผดิ ชอบเชอื่ ถือได้
( ) ภาวะผนู้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
คุณลกั ษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผนู้ ำ
(✓) คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนของตนเอง
(✓) คณุ ลกั ษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซื่อสัตย์ สำนึกพลเมือง

8. คณุ ธรรมอตั ลักษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรยี นใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝึกทักษะ ได้เหมาะสมและทันเวลา
(✓) จิตอาสา นักเรยี นสามารถแนะนำ/ช่วยเหลือเพ่อื นในขณะเรยี น
(✓) สามัคคี สมาชิกในกลุ่มมคี วามสามัคคี ชว่ ยเหลอื และสามารถทำงานได้สำเร็จตามที่ได้รับ
มอบหมาย
(✓) มีวินยั นกั เรยี นแตง่ กายเรียบร้อย ปฏบิ ตั ติ ามกฎ/มารยาทการใชห้ ้องปฏิบัติการคอมพวิ เตอร์
(✓) รบั ผดิ ชอบ นักเรียนมีความรับผิดชอบต่องาน/สิง่ ท่ีไดร้ ับมอบหมายจนสำเร็จ

9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลศิ ทางวิชาการ
( ) ส่ือสารสองภาษา
(✓) ล้ำหนา้ ทางความคดิ
(✓) ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์
( ) ร่วมกันรบั ผดิ ชอบต่อสังคมโลก

10. กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครสู อบถามนักเรยี นวา่ จากคาบทีผ่ ่านมาในการรวบรวมข้อมลู นกั เรยี นใช้เคร่ืองมือใดในการรวบรวม

ข้อมูลบ้าง
2. ครูถามนกั เรยี นว่ากลมุ่ ท่ใี ช้แบบสอบถาม หรือใช้วธิ กี ารสัมภาษณ์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นต้องใช้

ระยะเวลาหนึง่ เพอื่ เก็บข้อมูลตอ่ กลุ่มตัวอย่างหนึ่งคน หากมีวธิ ีท่ีจะลดเวลาในขน้ั ตอนนี้ลงเพอื่ เอาเวลาไปใชใ้ น
การทำงานขัน้ ตอนอ่นื ท่ีอาจมีประโยชนก์ วา่ จะสง่ ผลดตี ่อการทำงานหรือไม่ อย่างไร

ขน้ั สอน
3. ครูอธิบายว่าซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลมีให้เลือกใช้งานหลากหลาย และมีความสำคัญใน
ข้ันตอนการรวบรวมข้อมลู ท่มี ปี รมิ าณขอ้ มูลจำนวนมาก หรอื ตอ้ งการความรวดเร็ว
4. ครอู ธบิ ายเนอื้ หาเร่ือง ซอฟต์แวร์ท่ีใช้ในการรวบรวมข้อมลู เพื่อใชจ้ ดั เก็บรวบรวมข้อมลู ตามทตี่ ้องการ
โดยมซี อฟตแ์ วร์ที่น่าสนใจ ได้แก่ ซอฟตแ์ วรท์ ต่ี ิดต้งั อยู่บนคอมพิวเตอร์ เช่น Microsoft word และซอฟตแ์ วรท์ ี่
ใช้งานผา่ นอนิ เทอรเ์ นต็ เช่น Google Docs, Google Forms
5. ครูยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต คือ Google Forms เป็นซอฟต์แวร์ที่ถูกใช้งาน
อย่างแพร่หลาย ใช้งานง่ายและมีประโยชน์ในการทำงาน โดยครูให้นักเรียนทดลองเป็นผูต้ อบแบบสอบถามใน
กจิ กรรมต่อไป เพอื่ เปน็ ตัวอย่างการจดั การข้อมูลและสารสนเทศ
6. ครใู ห้นักเรยี นตอบแบบสอบถามใน Google Forms จากกจิ กรรม “อาชีพในอนาคต” ทค่ี รูเตรียมไว้



7. ครูสอบถามนักเรยี นว่าจากตวั อย่างที่ครใู ช้งาน Google Forms นกั เรยี นคิดวา่ มีข้อดอี ย่างไรบา้ ง
8. ครูอธิบายความสำคัญการเลือกใช้ซอฟต์แวรท์ ี่เหมาะกับงาน และวัตถุประสงค์ เช่น ตัวอย่างการรวบ
รวบข้อมูลครูเลือกใช้ Google Forms เนื่องจากสามารถประมวลผลข้อมูลให้ได้ทันที และสามารถนำแผนภูมิ
ไปใชใ้ นการนำเสนองานต่อได้ จงึ ลดเวลาการทำงานไดม้ าก
9. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างโปรแกรมที่สามารถใช้โปรแกรมในการประมวลผลข้อมูล หรือการสร้างและ
นำเสนอขอ้ มูลได้
10. ครูอธิบายเนื้อหาเรื่อง ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับสร้างและ
นำเสนอขอ้ มลู
11. ครูสอบถามนักเรียนว่า จากคาบท่ีแล้วครูยกตัวอย่างการใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการข้อมูลและ
สารสนเทศ พร้อมทั้งอธิบายเนื้อหาในหนังสือเรียนเพิ่มเติม นักเรียนคิดว่าตนเองมีความถนัดในการใช้
ซอฟต์แวรใ์ ดเพื่อใชใ้ นการสรา้ งและนำเสนอขอ้ มูลบา้ ง
12. จากกิจกรรมที่ครูให้นักเรียนหาข้อมูลว่าถ้าต้องการทำงาน 5 อาชีพในฝันนี้นักเรียนควรเรียนคณะ
อะไร ค่าเฉลย่ี เทอมละเท่าไร รวบรวมขอ้ มลู อยา่ งน้อย 6 มหาวทิ ยาลยั ขึน้ ในคาบเรยี นน้ใี ห้นกั เรียนนำข้อมูลท่ี
รวบรวมข้อมูลและประมวลผลข้อมูลไว้ มาเตรียมนำเสนอทีละกลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มเลือกใช้ซอฟต์แวร์ตาม
ความถนัดและเหมาะสมกบั วัตถุประสงคท์ ่จี ะใช้งาน
13. ครูใหแ้ ต่ละกลุ่ม นำเสนองานหน้าชนั้ เรียน
14. ครสู อบถามนักเรียนแตล่ ะกล่มุ ว่าจากการประมวลผลมมี หาวทิ ยาลยั ใดท่นี า่ เรียนต่อบ้าง เพราะอะไร
ขน้ั สรปุ
15. ครใู ห้นกั เรียนช่วยกนั สรปุ ประโยชน์จากการนำข้อมูลมาประมวลผล

11. สอ่ื การเรียนรู้
1. หนงั สือเรียนรายวิชาพนื้ ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
เรอื่ ง การจดั การข้อมลู และสารสนเทศ
2. แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 1 การจดั การขอ้ มูลและสารสนเทศ
3. ใบความรู้ เรอื่ ง การใช้ Google Forms
4. ใบงานที่ 1 เร่อื ง อาชีพในอนาคต

12. แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง ประกอบดว้ ย
(1) เครอ่ื งคอมพวิ เตอรส์ ำหรับครูผสู้ อน 1 เคร่อื ง
(2) เคร่ืองคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั นักเรยี น 15 เคร่ือง
2. เครอ่ื งโทรทัศน์
3. เครือข่ายอินเทอร์เนต็

13. การวดั และประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัดผลและ เครอ่ื งมือวดั และ เกณฑก์ ารวดั
การประเมนิ ผล ประเมนิ ผล 1. ทำแบบทดสอบผา่ น
ด้านความรู้ (K)
1. เลอื กใช้ซอฟต์แวร์ที่ 1. ตรวจแบบทดสอบ 1. แบบทดสอบหลงั เกณฑ์ร้อยละ 60
เรียนหน่วยที่ 1
เหมาะสมในการจัดการ หลังเรยี นหนว่ ยท่ี 1 ระดบั คุณภาพ 2
แบบประเมินการ ผา่ นเกณฑ์
ขอ้ มลู และสารสนเทศตาม นำเสนออาชีพ
ระดบั คุณภาพ 2
วัตถปุ ระสงค์ได้ แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑ์
คุณลักษณะอนั พึง
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
ประสงค์
(1) เลือกใชซ้ อฟต์แวร์ท่ี ประเมินการนำเสนอ

เหมาะสมในการจัดการ อาชพี

ขอ้ มูลและสารสนเทศตาม

วัตถปุ ระสงค์ได้

ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)

(1) ตระหนักถึงข้อมลู ที่ สังเกตพฤตกิ รรม
นำเสนอว่าไม่ควรส่งผล
กระทบต่อผู้อ่ืน

14. บันทกึ หลังสอน
14.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)

นักเรยี นสามารถบอกไดว้ า่ ซอฟต์แวรท์ ่เี หมาะสมในการจัดการข้อมูลและสารสนเทศและสามารถ
ใชไ้ ด้ตามวัตถปุ ระสงค์ของการใช้งาน จำนวน 125 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 85.03

นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรยี นหน่วยที่ 1 การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ จำนวน 10 ขอ้
ปรากฏวา่ นักเรยี นจำนวน 145 คน ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 60 คิดเปน็ รอ้ ยละ 98.64

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
จากการสังเกตการเลือกใช้งานซอฟต์แวร์ในการจดั การข้อมลู และสารสนเทศ พบวา่ นักเรยี น
จำนวน 106 คน ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ตง้ั ไว้ คือ ผา่ นเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 คิดเปน็ รอ้ ยละ 72.11

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี น พบวา่ นกั เรยี นจำนวน 147 คน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ทต่ี ั้ง
ไว้ คือ ผ่านเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คดิ เป็นร้อยละ 100

14.2 ปญั หา/อุปสรรค
- นกั เรยี นมีปัญหาการใชง้ านซอฟตแ์ วรท์ ี่ใชง้ านผา่ นอนิ เทอร์เน็ต Google

Form เน่ืองจากนักเรยี นจำ E-Mail ของตวั เองไม่ได้

14.3แนวทางแกไ้ ข/ขอ้ เสนอแนะ
- ครคู อยแนะนำให้นักเรียนใช้ E-Mail ท่ีโรงเรียนสมัครใหเ้ พ่ือใช้งาน

Google.com
- ครแู จง้ ผลคะแนนการทำแบบทดสอบดว้ ย Quizizz ให้นกั เรยี นทราบ และ

โพสตเ์ นอื้ หาท่ีสอนและภาระงานในคาบใหน้ ักเรียนทราบลงใน Facebook Group

ลงชื่อ ครผู ้สู อน
( นางจุฑารตั น์ ใจบุญ )
ครูชำนาญการพิเศษ

ใบความรู้

เร่ือง การใช้ Google Forms
คำช้ีแจง : เอกสารนเ้ี ป็นตัวอยา่ งการใช้ Google Forms ในกิจกรรม อาชพี ในอนาคต

ให้นกั เรียนทำกจิ กรรมโดยตอบแบบสอบถามใน Google Forms ท่ีครูเตรียมไวใ้ ห้ จากนน้ั
ครูเปิดผลผลการแบบสอบถามในแถบคำสงั่ “การตอบกลับ” ในรูปแบบแผนภูมิ
ตัวอยา่ ง คำถามในแบบสอบถาม
1.อาชพี ท่ีอยากทำในอนาคต (ตัวอย่างตัวเลือก ครู ตำรวจ ทหาร โปรแกรมเมอร์ นกั บญั ชี ดารา
นกั แสดง นักร้อง )
2.ระดบั เงินเดือนทค่ี าดหวัง (ตัวอยา่ งตวั เลอื ก 20,000-40,000 / 40,000-60,000 / 60,000-80,000
/ 80,000-100,000 / มากกวา่ 100,000 )
3.บรษิ ัทที่อยากรว่ มงานดว้ ย (ตวั อย่างตัวเลอื ก Apple, Facebook, Google, Adidas )
ตวั อยา่ ง แบบสอบถาม

ตวั อย่าง แผนภมู จิ ากการประมวลผลด้วยGoogle Forms

การประเมนิ การนำเสนออาชีพ

ประเด็นในการประเมนิ 3 เกณฑ์การให้คะแนน 1
2

1. การเลอื กใช้ สามารเลือกใช้ซอฟตแ์ วร์ สามารเลือกใช้ซอฟต์แวร์ สามารเลอื กใช้ซอฟตแ์ วร์

ซอฟตแ์ วร์ในการจัดการ ทีเ่ หมาะสมกบั การใช้ ท่ีเหมาะสมกับการใช้ ท่เี หมาะสมกบั การใช้

ขอ้ มูลและสารสนเทศ รวบรวมข้อมูล หรือ รวบรวมข้อมูล หรอื รวบรวมข้อมูล หรอื

ประมวลผลข้อมูลตาม ประมวลผลขอ้ มลู ตาม ประมวลผลข้อมลู ตาม

วัตถุประสงค์ทีต่ ้องการ วตั ถปุ ระสงค์ท่ตี ้องการ วัตถุประสงค์พอใช้ได้

ได้ พอใช้ไดเ้ ป็นสว่ นใหญ่ เพียงบางส่วน

2. การเลอื กใช้ สามารเลือกใช้ซอฟตแ์ วร์ สามารเลอื กใช้ซอฟต์แวร์ สามารเลอื กใช้ซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวรใ์ นการ
นำเสนอข้อมลู และ ในการนำเสนอขอ้ มลู ในการนำเสนอขอ้ มูล ในการนำเสนอข้อมลู
สารสนเทศ
3. การนำเสนอ และสารสนเทศไดต้ าม และสารสนเทศตาม และสารสนเทศพอใช้ได้

4. ตระหนักถงึ วตั ถุประสงค์ท่ีตอ้ งการ วตั ถปุ ระสงค์พอใช้ได้ เพียงบางส่วน
ผลกระทบต่อผ้อู ่นื
เปน็ ส่วนใหญ่

มคี วามชัดเจนในการ มคี วามชดั เจนในการ มีความชดั เจนในการ

สื่อสาร ใช้ถอ้ ยคำ สอ่ื สาร ใช้ถอ้ ยคำ ส่อื สาร ใชถ้ ้อยคำ

เหมาะสมเขา้ ใจงา่ ย เหมาะสมเขา้ ใจง่าย เหมาะสมเข้าใจงา่ ย

สามารถตอบคำถามได้ สามารถตอบคำถามได้ สามารถตอบคำถามได้

ทุกข้อ และรบั ฟงั ความ เป็นสว่ นใหญ่ และรับฟงั เพียงบางส่วน และรับฟัง

คดิ เหน็ ของผู้อ่นื ความคิดเห็นของผู้อน่ื ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื

ขอ้ มลู ทน่ี ำเสนอไมส่ ่งผล ขอ้ มูลท่ีนำเสนอไมส่ ง่ ผล ข้อมลู ท่นี ำเสนอไมส่ ง่ ผล

กระทบหรือให้รา้ ยผู้อ่นื กระทบหรือใหร้ ้ายผู้อนื่ กระทบหรือใหร้ า้ ยผู้อ่นื

ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม ท้งั ทางตรงและทางอ้อม ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม

เปน็ ส่วนใหญ่ เพียงบางส่วน

เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
10 – 12 พอใช้
9–6 ปรับปรงุ
นอ้ ยกวา่ 6

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4

กลุม่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาการคำนวณ รหัสวชิ า ว23186
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3
สาระการเรียนรู้ พน้ื ฐาน ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 4 ชว่ั โมง
เวลา 1 ชว่ั โมง
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 2 ความน่าเชื่อถอื ของข้อมูล

เรอ่ื ง การสืบค้นเพือ่ หาแหล่งข้อมูล

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมีจรยิ ธรรม
ตวั ชว้ี ัด ม.3/3 ประเมนิ ความน่าเช่ือถือของข้อมลู วิเคราะห์สอ่ื และผลกระทบจากการให้ข่าวสารที่ผิด
เพ่อื การใช้งานอย่างรเู้ ทา่ ทนั

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกข้นั ตอนการสืบคน้ เพ่ือหาแหล่งขอ้ มลู ดว้ ยอนิ เทอร์เน็ตได้ (K)
2. คน้ หาขอ้ มลู ที่มคี วามนา่ เชือ่ ถือได้ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ (P)
3. ตระหนักและเห็นคณุ ค่าของการนำข้อมูลไปใช้ประโยชนไ์ ด้ (A)

3. สาระสำคัญ
การสืบค้นแหลง่ ข้อมูลเปน็ กระบวนการคน้ หาขอ้ มลู ท่ีต้องการ โดยใชเ้ ครื่องมือตา่ ง ๆ แบง่ ออกเป็น

2 ประเภท ดังนี้ 1) การสืบค้นข้อมูลด้วยมือ คือ การสืบค้นข้อมูลด้วยเอกสาร หนังสือ ตำรา 2) การ
สืบค้นข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ คือ การสืบค้นข้อมูลผ่านเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เช่น
การสบื คน้ ข้อมลู จากระบบฐานข้อมลู ขอ้ มูลออนไลน์ เปน็ ตน้

4. สาระการเรียนรู้
1. การสืบค้นขอ้ มลู ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์
2. ขัน้ ตอนการสบื คน้ เพ่ือหาแหล่งข้อมูลด้วยอินเทอรเ์ น็ต

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
(✓) ความสามารถในการส่ือสาร
(✓) ความสามารถในการคิด
( ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
( ) ซอื่ สัตย์ สจุ ริต
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรียนรู้ นักเรียนต้ังใจเรยี นรูใ้ นสงิ่ ท่ีครูสอนและศกึ ษาหาความรู้เพิ่มเตมิ
( ) อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง
(✓) มุง่ มนั่ ในการทำงาน นักเรียนมีความตั้งใจในการฝึกปฏิบัตงิ านตามที่ไดร้ บั มอบหมาย
( ) รักความเป็นไทย
(✓) มีจติ สาธารณะ นักเรยี นมนี ำ้ ใจต่อครู เพ่อื นและใหค้ วามช่วยเหลอื ในทกุ โอกาส

7. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผูเ้ รียน ทักษะศตวรรษท่ี 21
การเรยี นรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคดิ เลขเปน็ (Arithmetic)
( ) การคดิ อยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทักษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทักษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทักษะด้านการส่อื สารและร้เู ทา่ ทันสื่อ (Communication, Information and Media)
(✓) ทกั ษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทักษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทกั ษะการเปล่ยี นแปลง (Change Skills)
ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชพี
( ) ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตัว
(✓) การริเร่มิ สรา้ งสรรค์และการเปน็ ตวั ของตวั เอง
( ) ทักษะสังคมและสงั คมข้ามวัฒนธรรม
(✓) การเป็นผสู้ ร้างหรอื ผ้ผู ลิตและความรับผดิ ชอบเชอื่ ถือได้
( ) ภาวะผนู้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
คุณลกั ษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผนู้ ำ
(✓) คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนของตนเอง
(✓) คณุ ลกั ษณะด้านศีลธรรม ได้แก่ เคารพผู้อ่นื ความซื่อสัตย์ สำนึกพลเมือง

8. คณุ ธรรมอัตลกั ษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพียง นักเรียนใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝกึ ทกั ษะ ได้เหมาะสมและทนั เวลา
(✓) จติ อาสา นกั เรียนสามารถแนะนำ/ช่วยเหลอื เพือ่ นในขณะเรียน
(✓) สามัคคี สมาชกิ ในกลมุ่ มีความสามัคคี ช่วยเหลือ และสามารถทำงานได้สำเรจ็ ตามทไี่ ด้รบั
มอบหมาย
(✓) มวี ินยั นักเรยี นแต่งกายเรยี บรอ้ ย ปฏบิ ัติตามกฎ/มารยาทการใชห้ ้องปฏบิ ตั ิการคอมพวิ เตอร์
(✓) รบั ผิดชอบ นกั เรยี นมีความรบั ผิดชอบต่องาน/ส่งิ ท่ีได้รับมอบหมายจนสำเรจ็

9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลิศทางวิชาการ
( ) สอ่ื สารสองภาษา
(✓) ล้ำหนา้ ทางความคดิ
(✓) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
( ) รว่ มกันรับผดิ ชอบต่อสังคมโลก

10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูให้นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียนหนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 เร่ือง ความน่าเชื่อถือของขอ้ มูล

เพอื่ วดั ความร้เู ดิมของนักเรียนก่อนเขา้ สู่กจิ กรรม
2. ครสู อบถามนักเรยี นวา่ หากตอ้ งการทราบข้อมลู เรื่องที่สนใจ นกั เรยี นมีวธิ ีการคน้ หาขอ้ มลู ไดอ้ ย่างไร

และใชเ้ คร่ืองมือใด
ขัน้ สอน
3. ครูอธิบายเนื้อหา เรื่องในอดีตการค้นหาข้อมูลส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสืบค้นข้อมูลด้วยมือ เนื่องจาก

ข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในหนังสือ เอกสาร ตำรา แต่ในยุคปัจจุบันคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตถูกใช้งานอย่าง
แพรห่ ลาย ดงั นั้นวิธกี ารสืบคน้ ขอ้ มลู ดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์จงึ เป็นทีน่ ิยม

4. ครูอธบิ ายเนอื้ หาในหนังสือเรียนวชิ า เทคโนโลย(ี วิทยาการคำนวณ) อจท. หนา้ 26 ขอ้ มลู ทีม่ อี ยู่ใน
อินเทอร์เนต็ นั้นมีขนาดใหญ่ การสบื คน้ จึงควรมีวิธกี ารหรือเคร่อื งมอื เขา้ มาชว่ ย เช่น กำหนดวตั ถุประสงค์ของ
การสืบค้น ประเภทของข้อมลู ทส่ี ามารถสบื ค้นได้ อุปกรณ์และความรู้ท่ีใชใ้ นการสบื คน้ บรกิ ารอนิ เทอร์เนต็
เคร่ืองมือหรือโปรแกรมสำหรับสบื คน้

5. ครูสนทนากับนักเรียนว่าอินเทอร์เน็ตที่มีทั้งประโยชน์และโทษ ครูถามคำถามว่า “นักเรียนคิดว่า
อนิ เทอรเ์ น็ตใหป้ ระโยชน์อยา่ งไรกับตัวนกั เรยี นบา้ ง”

6. จากนัน้ ครถู ามคำถามนักเรียนว่า “แลว้ คิดว่าอนิ เทอรเ์ น็ตมโี ทษกับตวั นักเรยี นหรอื ไม่ อยา่ งไร”
7. ครอู ธิบายเพม่ิ เตมิ ในเนือ้ หาประโยชนแ์ ละโทษของอนิ เทอร์เน็ต
8. ครูให้นักเรียนดูแนวทางการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม และสรุปแนวคิดเรื่อง
คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใชอ้ ินเทอร์เน็ตรว่ มกัน

9. ครยู กตัวอยา่ งภาพเก่ียวกับการโพสในโซเชียลเกยี่ วกบั คุณธรรมและจรยิ ธรรมในการใช้อนิ เทอร์เน็ตให้
นกั เรียนดู และใหน้ ักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เห็นวา่ ขอ้ ความทีโ่ พสเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
ตวั อย่างข้อความที่โพสลงโซเชยี ล

10. ครสู อบถามนักเรียนวา่ หากต้องการสืบค้นข้อมูลผ่านอินเทอร์เนต็ สามารถใชเ้ คร่อื งมือใดได้บ้าง
11. ครอู ธิบายเคร่อื งมอื สำหรบั สืบคน้ ขอ้ มูลผา่ นอนิ เทอรเ์ น็ต
12. ครูให้นักเรียนจับคู่เพื่อทำกิจกรรม “คำไหนเร็วกว่ากัน” กิจกรรมนี้ต้องการให้นักเรียนกำหนดคำ
สำคัญของการสบื ค้นข้อ และสามารถประเมินความนา่ เชอื่ ถอื ข้องแหลง่ ข้อมูลได้
13. ครูกำหนดให้นกั เรยี นแตล่ ะคคู่ ้นหาคำตอบจากอินเทอรเ์ นต็ โดยมือถือ หรือเคร่อื งคอมพวิ เตอร์
14. ครูถามนักเรยี นวา่ จากการทำกจิ กรรมเพ่ือคน้ หาข้อมลู ให้ไดเ้ ร็วท่สี ุด นกั เรียนได้แนวคิดอย่างไรบา้ ง
15. ครูถามนักเรียนตอ่ ว่าหากตอ้ งการคน้ หาข้อมลู ทส่ี นใจ นักเรียนมกี ารวางแผน ข้ันตอน หรอื เทคนคิ
อย่างไรบ้าง
16. ครอู ธิบายความสำคญั ขน้ั ตอนการสบื คน้ ข้อมลู เพบนอนิ เทอรเ์ นต็ และเทคนิคการสืบค้นดว้ ย
Google.com
ขนั้ สรปุ
17. ครูสอบถามนักเรียนว่าจากนี้ไปหากตอ้ งการสบื ค้นข้อมูลผ่านอนิ เทอรเ์ น็ตตอ้ งมขี ้นั ตอนอยา่ งไร
18. ครใู ห้นกั เรียนสรุปเทคนคิ การค้นหาข้อมลู ท่นี ักเรียนไดเ้ รียนรรู้ ่วมกัน

11. การวัดและประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั ผลและ เครอ่ื งมือวัดและ เกณฑก์ ารวดั
การประเมินผล ประเมนิ ผล
ดา้ นความรู้ (K)
1. บอกข้นั ตอนการสืบค้น 1. ตรวจแบบทดสอบ 1. แบบทดสอบก่อน 1. ทำแบบทดสอบผ่าน
กอ่ นเรยี นหนว่ ยท่ี 2 เรยี นหน่วยท่ี 2 เกณฑ์ร้อยละ 60
เพอ่ื หาแหล่งข้อมลู ด้วย 2. ตรวจใบงานท่ี 2
อินเทอร์เนต็ ได้ เรอ่ื ง คำไหนเร็วกว่ากัน 2. แบบประเมนิ ใบ
งานท่ี 2 เรื่อง คำ
ไหนเรว็ กวา่ กนั

ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) ประเมนิ การนำเสนอ แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2
(1) ค้นหาข้อมูลไดต้ รงตาม อาชีพ นำเสนออาชีพ ผา่ นเกณฑ์

วัตถปุ ระสงค์ สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
คุณลักษณะอันพึง ผ่านเกณฑ์
ดา้ นคณุ ลักษณะ (A)
(1) ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ประสงค์

ของการนำข้อมลู ไปใช้
ประโยชน์

12. สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2
เรอ่ื ง การสืบค้นเพ่ือหาแหล่งขอ้ มูล
2. แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยท่ี 2 ความนา่ เช่ือถอื ของขอ้ มูล
3. ใบงานท่ี 2 เรือ่ ง คำไหนเรว็ กวา่ กัน

13. แหล่งการเรยี นรู้
1. ห้องคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง ประกอบด้วย
(1) เครอ่ื งคอมพิวเตอร์สำหรับครูผู้สอน 1 เคร่อื ง
(2) เครื่องคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั นกั เรียน 15 เครือ่ ง
2. เครื่องโทรทัศน์
3. เครือข่ายอินเทอรเ์ นต็

14. บนั ทึกหลงั สอน
14.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)

นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหนว่ ยท่ี 2 ความน่าเชือ่ ถอื ของข้อมูล จำนวน 10 ข้อ ปรากฏวา่
นกั เรยี นจำนวน 86 คน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 คิดเปน็ ร้อยละ 58.50

นกั เรยี นสามารถขั้นตอนการสืบค้นเพ่ือหาแหล่งข้อมูลด้วยอินเทอรเ์ นต็ จำนวน 134 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 91.16

ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จากการสงั เกตพฤติกรรมการสืบค้นขอ้ มูลจากแหลง่ ขอ้ มูลดว้ ยอนิ เทอรเ์ นต็ พบวา่ นกั เรยี นจำนวน
147 คน ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ท่ีตั้งไว้ คอื ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 คดิ เป็นร้อยละ 100

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น พบวา่ นกั เรยี นจำนวน 147 คน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ทต่ี ้ัง
ไว้ คือ ผ่านเกณฑร์ ะดับคุณภาพ 2 คดิ เปน็ ร้อยละ 100

14.2 ปญั หา/อุปสรรค
- นักเรียนใชแ้ หล่งอ้างอิง www.google.com ทุกการสบื คน้

14.3 แนวทางแกไ้ ข/ขอ้ เสนอแนะ
- ครคู อยแนะนำการอ้างแหล่งที่มาในเว็บไซต์ ซ่งึ จะไมใ่ ช้ว่า

www.google.com ให้นักเรยี นเอา URL มาอา้ งแหล่งทีม่ า
- ครูแจ้งผลคะแนนการทำแบบทดสอบดว้ ย Quizizz ให้นกั เรยี นทราบ และ

โพสตเ์ นื้อหาทสี่ อนและภาระงานในคาบใหน้ ักเรียนทราบลงใน Facebook Group

ลงช่ือ ครผู ูส้ อน
( นางจฑุ ารัตน์ ใจบญุ )
ครูชำนาญการพิเศษ

ใบงานที่ 2

เรือ่ ง คำไหนเรว็ กวา่ กัน

ชื่อสมาชกิ 1…………………………………………………………………………………………………
2…………………………………………………………………………………………………

คำช้ีแจง ครูให้นกั เรยี นจับคสู่ บื ค้นหาขอ้ มลู ท่กี ำหนดให้ต่อไปนี้ โดยใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต
1. การป้องกนั ตัวเมือ่ ไปเท่ยี วทะเลแลว้ พลาดวา่ ยน้ำไปโดนแมงกะพรนุ จะแกป้ ัญหาอยา่ งไร
คำสำคญั ในการคน้ หาขอ้ มลู ............................................................................... ................................................
ขอ้ มลู ท่คี น้ หา............................................................................................................... ......................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
แหล่งที่มาของข้อมูล…………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
2. เมอ่ื เปน็ ตะครวิ ขณะว่ายน้ำ จะเอาตัวรอดอยา่ งไร
คำสำคัญในการค้นหาขอ้ มลู ...................................................................................................... .........................
ขอ้ มลู ที่คน้ หา........................................................................................... ..........................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
แหล่งท่มี าของข้อมลู …………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
3. เม่อื ผหู้ ญิงโดนคุกคามจากชายฉกรรจ์ ควรมวี ธิ ีป้องกันตัวอย่างไร
คำสำคญั ในการคน้ หาข้อมูล...................................................................................................... .........................
ข้อมลู ทคี่ น้ หา.................................................................................. ...................................................................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….........
แหลง่ ทม่ี าของขอ้ มูล…………………………………………………………………………………………………………………….........
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

4. ถ้าเจอเหตุการณท์ ีม่ ีคนเป็นลมชกั จะต้องทำอยา่ งไรเปน็ อนั ดบั แรก
คำสำคญั ในการคน้ หาขอ้ มูล...................................................................................................... ..................
ข้อมูลท่ีค้นหา............................................................................................................... ...............................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แหล่งท่มี าของข้อมูล……………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. เมื่อเป็นตะคริวขณะวา่ ยน้ำ จะเอาตวั รอดอย่างไร
คำสำคัญในการค้นหาขอ้ มลู ...................................................................................................... ..................
ขอ้ มูลทค่ี ้นหา..................................................................................................................... .........................
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แหล่งท่ีมาของข้อมูล……………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

การประเมินใบงาน

ประเด็นในการประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน

3 21

1. ค้นหาขอ้ มูล สามารถกำหนดคำ สามารถกำหนดคำ สามารถกำหนดคำ

สำคญั ในการค้นหา สำคญั ในการคน้ หา สำคญั ในการค้นหา

ข้อมลู ไดต้ รงประเด็น ขอ้ มูลได้ตรงประเดน็ เปน็ ข้อมูลไดเ้ พยี งบางสว่ น

และข้อมลู ท่ีได้ สว่ นใหญ่ และข้อมูลท่ีได้ และข้อมูลที่ได้

ครอบคลุมตาม ครอบคลุมตาม ครอบคลุมเพียงบางสว่ น

วตั ถุประสงค์ท่ีต้องการ วตั ถุประสงค์ทต่ี ้องการ เชน่ กัน

2. แหลง่ ทีม่ าของข้อมูล แหลง่ ที่มาของขอ้ มลู มา แหล่งทีม่ าของขอ้ มลู มา แหลง่ ท่ีมาของข้อมลู มา
จากหลายแหล่ง และมี จากหลายแหลง่ และมี จากหลายแหล่ง และมี
ความน่าเช่ือถือ ถูกต้อง ความนา่ เช่อื ถือ ถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ถูกต้อง
มีคณุ ค่าสำหรบั การ มีคุณคา่ สำหรบั การ แตข่ อ้ มูลอาจจะไม่
นำไปใช้ประโยชนไ์ ด้จรงิ นำไปใช้ประโยชนไ์ ดจ้ ริง สามารถนำไปใช้
เปน็ ส่วนใหญ่ ประโยชน์ได้จรงิ

เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
5–6 พอใช้
3–4 ปรับปรุง

นอ้ ยกว่า 3

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ รหัสวชิ า ว23186
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3
สาระการเรยี นรู้ พืน้ ฐาน ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 4 ชวั่ โมง
เวลา 2 ชั่วโมง
หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ความน่าเชื่อถอื ของข้อมลู

เรอ่ื ง การประเมนิ ความนา่ เชื่อถือของข้อมูล

1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมีจริยธรรม
ตวั ชวี้ ดั ม.3/3 ประเมนิ ความน่าเช่ือถือของข้อมูล วเิ คราะห์สือ่ และผลกระทบจากการให้ข่าวสารท่ีผิด
เพ่ือการใชง้ านอยา่ งรู้เท่าทนั

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกหลกั การการประเมินความนา่ เชื่อถือของข้อมูลได้ (K)
2. ประเมนิ ความนา่ เช่ือถือของขอ้ มลู ได้ (P)
3. ตระหนักถึงผลกระทบทเ่ี กิดขึ้นจากการใช้เหตผุ ลวบิ ัติได้ (A)

3. สาระสำคัญ
การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล เป็นขั้นตอนในการประเมินเพื่อคัดเลือกข้อมูลที่ได้จากการ

สบื ค้นขอ้ มูลท่ีมคี ณุ ค่า มีความนา่ เชือ่ ถือ เปน็ การพิจารณาเพือ่ คัดเลอื กจากแหล่งข้อมลู ต่าง ๆ ซง่ึ จากการ
ประเมินความน่าเชื่อถือจะทำใหเ้ ราได้ข้อมูลที่มคี ุณคา่ และนำขอ้ มลู ไปประยุกต์ใช้อยา่ งเหมาะสม

4. สาระการเรียนรู้
1. หลักการประเมนิ ความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มลู
2. การตรวจสอบความน่าเช่อื ถือของข้อมลู
3. การประเมนิ ความน่าเช่ือถือของข้อมลู โดยใช้ PROMPT
4. เหตุผลวบิ ตั ิ

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
(✓) ความสามารถในการสื่อสาร
(✓) ความสามารถในการคิด
( ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( ) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
(✓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
( ) รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์
( ) ซ่ือสัตย์ สุจรติ
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นักเรียนตัง้ ใจเรยี นรู้ในสิง่ ทคี่ รสู อนและศึกษาหาความร้เู พิ่มเตมิ
( ) อยู่อยา่ งพอเพียง
(✓) มุ่งม่นั ในการทำงาน นักเรยี นมคี วามตั้งใจในการฝึกปฏบิ ัตงิ านตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
( ) รักความเปน็ ไทย
(✓) มจี ติ สาธารณะ นกั เรียนมนี ำ้ ใจต่อครู เพื่อนและใหค้ วามช่วยเหลอื ในทุกโอกาส

7. จดุ เนน้ สูก่ ารพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี น ทกั ษะศตวรรษที่ 21
การเรยี นรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขียน (Writing)
( ) การคิดเลขเป็น (Arithmetic)
( ) การคิดอย่างมีวิจารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผ้นู ำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทักษะดา้ นความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารและรเู้ ท่าทนั ส่ือ (Communication, Information and Media)
(✓) ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทักษะอาชีพและทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change Skills)
ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
( ) ความยืดหยุน่ และการปรับตวั
(✓) การริเร่มิ สรา้ งสรรคแ์ ละการเปน็ ตัวของตวั เอง
( ) ทกั ษะสงั คมและสงั คมข้ามวฒั นธรรม
(✓) การเป็นผู้สร้างหรือผู้ผลิตและความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
( ) ภาวะผูน้ ำและความรับผิดชอบ
คณุ ลกั ษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตวั ความเป็นผนู้ ำ
(✓) คณุ ลกั ษณะด้านการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นของตนเอง
(✓) คุณลกั ษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อ่ืน ความซ่ือสัตย์ สำนึกพลเมือง

8. คณุ ธรรมอตั ลกั ษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรยี นใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝึกทักษะ ไดเ้ หมาะสมและทันเวลา
(✓) จิตอาสา นกั เรยี นสามารถแนะนำ/ช่วยเหลอื เพื่อนในขณะเรยี น
(✓) สามคั คี สมาชิกในกลุ่มมคี วามสามัคคี ชว่ ยเหลอื และสามารถทำงานได้สำเร็จตามทไ่ี ดร้ ับ
มอบหมาย
(✓) มีวินัย นกั เรียนแตง่ กายเรียบร้อย ปฏบิ ตั ติ ามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏบิ ัติการคอมพวิ เตอร์
(✓) รบั ผิดชอบ นกั เรยี นมีความรับผิดชอบต่องาน/สง่ิ ที่ไดร้ ับมอบหมายจนสำเร็จ

9. มาตรฐานสากล
(✓) เปน็ เลศิ ทางวชิ าการ
( ) สื่อสารสองภาษา
(✓) ลำ้ หน้าทางความคิด
(✓) ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์
( ) ร่วมกนั รับผดิ ชอบต่อสงั คมโลก

10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชว่ั โมงที่ 1
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครถู ามนักเรยี นวา่ ขอ้ มูล ข่าวสารในอนิ เทอรเ์ นต็ มีอย่มู ากมายหากเราตอ้ งการนำเอาข้อมลู ไปใช้

ประโยชน์นักเรยี นมีวิธีการในการคดั เลือกข้อมูลทีน่ า่ เช่ือถืออยา่ งไร
ข้นั สอน
2. ครเู ปิดตัวอย่างข่าวใหน้ กั เรียนดูจากนัน้ ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั วเิ คราะหว์ า่ เปน็ ขอ้ มลู จรงิ หรอื ไม่
3. ครูถามนกั เรียนวา่ นกั เรยี นใชเ้ กณฑ์ใดในการประเมินความนา่ เชือ่ ถือของขอ้ มูลบ้าง
4. ครูอธิบายเนอ้ื หา เรื่อง หลักการประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล จากนัน้ ครูอธิบายการตรวจสอบ

ความนา่ เชอ่ื ถือของแหลง่ ขอ้ มูล
5. ครนู ำตวั อยา่ งชุดข้อมูลหรือข่าวให้นักเรียนดูเพิ่มเติม จากน้ันให้ทกุ คนช่วยกันประเมินความน่าเช่ือถือ

(ครสู ามารถหาขา่ วท่สี นใจให้เหมาะสมกับวยั ของนักเรยี นได้ทางอินเทอร์เน็ต หรอื สอ่ื สิ่งพิมพ์ต่าง ๆได)้

(ตวั อยา่ งข่าว) แหล่งที่มา ไทยรฐั ออนไลน์( https://www.thairath.co.th/news/foreign/1712348 )



6. ครสู นทนากบั นักเรียนวา่ คาบทแ่ี ลว้ เราประเมินความน่าเชื่อถอื ของข้อมลู ดว้ ยหลกั การการประเมิน
ความน่าเชือ่ ถือ และการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูล นอกจาก 2 วิธนี แี้ ล้ว ยงั สามารถประเมินความ
นา่ เชื่อถือของข้อมูลโดยใช้ PROMPT

7. ครอู ธิบายวิธกี ารประเมินความนา่ เชื่อถือของขอ้ มูลโดยใช้ PROMPT

ช่ัวโมงท่ี 2
8. ครูถามคำถามทบทวนนักเรียนว่าจากคาบที่แล้วนักเรียนได้วิธีการประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
อยา่ งไรบ้าง
9. ครูนำภาพตัวอย่างการโพสขอ้ ความบนเฟซบุก๊ ให้นักเรยี นดู และรว่ มกันวิเคราะห์ข้อมูลว่าจากตัวอย่าง
ดงั กลา่ วนกั เรยี นมคี วามคิดเห็นอยา่ งไร (เป็นข่าวทมี่ กี ารใช้เหตุผลวิบตั ิ)

(ตัวอยา่ งข่าวเหตผุ ลวิบัต)ิ

แหลง่ ที่มา เพจข่าว
หมายเหตุ ชื่อบคุ คลเปน็ นามสมมติ

10. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าการสรุปเหมารวม เป็นตรรกะวิบัติที่เรียกว่า Appeal to Ignirance การแสดง
ความคดิ เห็นต่างๆ บางเรือ่ งไม่มีใครทราบข้อมูลนนั้ จนทำให้อ้างความไมร่ เู้ พ่อื หาขอ้ เท็จจริงนั้น

11. จากนั้นครูอธิบายเนื้อหาเรื่องการใช้เหตผุ ลวิบัติ และยกตัวอย่างการใชเ้ หตุผลวิบัติ พร้อมผลกระทบ
ทเี่ กดิ ขึ้น

12. ครใู หน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม 4-5 คน และใหแ้ ต่ละกลุ่มหาตัวอย่างการใชเ้ หตุผลวิบัติบนอนิ เทอร์เน็ต เพ่ือ
วิเคราะห์ผลกระทบ หรือปัญหาที่อาจเกิดตามมาจากนั้นให้แต่ละกลุ่มเตรียมนำข้อมูลมาแบ่งปันหน้าชั้นเรียน
ในหวั ขอ้ “เหตผุ ลวบิ ัติ และผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ ”

13. ครูสอบถามนักเรียนว่าจากกิจกรรมที่ใหไ้ ปเตรยี มในการแบ่งปันข้อมูลจากคาบที่แล้ว นักเรียนเลือก
ยกตวั อย่างเหตุผลวิบตั ิประเภทไหนบา้ ง

14. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมาแบง่ ปนั ข้อมูลหน้าชั้นตามหวั ข้อท่ีได้รบั มอบหมาย จากน้นั ใหน้ กั เรยี น
กลุม่ อ่ืน ๆ ร่วมกันแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับสถานการณข์ องกลมุ่ ท่นี ำเสนอผลกระทบที่เกดิ ขน้ึ จากการใช้
เหตผุ ลวิบตั ิ

ขัน้ สรปุ
15. ครสู อบถามนกั เรียนว่าจากคาบทผ่ี ่านมานกั เรยี นไดม้ ุมมองในการใช้อินเทอรเ์ น็ตอยา่ งไรบา้ ง

11. การวัดและประเมนิ ผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวัดผลและ เครือ่ งมอื วดั และ เกณฑ์การวดั
การประเมนิ ผล ประเมินผล
ดา้ นความรู้ (K) สังเกตการตอบคำถาม ระดับคุณภาพ 2
1. บอกหลกั การการประเมนิ แบบสังเกตการ ผา่ นเกณฑ์
สังเกตการทำงาน ตอบคำถาม
ความนา่ เช่อื ถือของข้อมูล ระดบั คุณภาพ 2
สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์
ได้ การทำงาน
ระดบั คุณภาพ 2
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
(1) ประเมินความนา่ เชือ่ ถือ คุณลักษณะอนั พงึ

ของข้อมูลได้ ประสงค์
ด้านคุณลกั ษณะ (A)
(1) ตระหนักถึงผลกระทบที่

เกิดข้ึนจากการใชเ้ หตุผล
วิบตั ไิ ด้

12. สอ่ื การเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2
เรื่อง เร่อื ง ความนา่ เชอื่ ถอื ของข้อมูล
2. ตัวอยา่ งชุดข้อมลู หรือข่าว

13. แหล่งการเรียนรู้
1. หอ้ งคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง ประกอบด้วย
(1) เคร่อื งคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั ครูผูส้ อน 1 เครือ่ ง
(2) เคร่อื งคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั นักเรยี น 15 เครอ่ื ง
2. เคร่อื งโทรทัศน์
3. เครอื ข่ายอินเทอรเ์ นต็

14. บนั ทึกหลังสอน
14.1 ผลการจดั การเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)

นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหนว่ ยท่ี 2 ความนา่ เชือ่ ถือของข้อมลู จำนวน 10 ขอ้ ปรากฏว่า
นักเรียนจำนวน 86 คน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 คิดเปน็ ร้อยละ 58.50

นกั เรยี นสามารถบอกหลักการการประเมนิ ความน่าเชื่อถือของข้อมลู ได้ จำนวน 130 คน คิดเปน็
รอ้ ยละ 88.44 นักเรียนสามารถวเิ คราะหค์ วามนา่ เชอ่ื ถือของข้อมูลพร้อมบอกเหตผุ ลได้

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
จากการสงั เกตพฤตกิ รรมการประเมนิ ความนา่ เชอ่ื ถือของข้อมลู ได้ พบว่า นักเรียนจำนวน 122 คน
ผา่ นเกณฑ์การประเมินทตี่ ั้งไว้ คือ ผ่านเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คดิ เปน็ ร้อยละ 82.99

ด้านคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน พบวา่ นักเรยี นจำนวน 147 คน ผ่านเกณฑ์การประเมินทต่ี ้ัง
ไว้ คือ ผา่ นเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คิดเปน็ ร้อยละ 100

14.2 ปญั หา/อุปสรรค
- นกั เรยี นบางคนไม่สามารถวเิ คราะห์ความน่าเชื่อถือของข้อมูลจากท่ีครู

ยกตวั อยา่ งได้

14.3 แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ
- ครคู อยแนะนำเพิม่ เติมให้นักเรียนวเิ คราะหค์ วามนา่ เชื่อถือของข้อมูลได้

ลงชอ่ื ครผู ู้สอน
( นางจฑุ ารัตน์ ใจบุญ )
ครชู ำนาญการพเิ ศษ

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 6

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ า วทิ ยาการคำนวณ รหสั วชิ า ว23182
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3
สาระการเรยี นรู้ พน้ื ฐาน ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 4 ช่ัวโมง
เวลา 1 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 2 ความน่าเช่ือถอื ของข้อมลู

เรือ่ ง การรเู้ ทา่ ทนั สือ่

1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวชีว้ ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทันและมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ม.3/3 ประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมลู วเิ คราะห์ส่ือและผลกระทบจากการให้ข่าวสารท่ีผิด
เพื่อการใชง้ านอย่างรู้เท่าทัน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. บอกความหมายการร้เู ท่าทันสื่อดิจทิ ลั และการรเู้ ทา่ ทนั สอื่ ได้ (K)
2. วเิ คราะหค์ วามน่าเชื่อถอื และประเมนิ ผลกระทบของข้อมลู จากข่าวสารทีผ่ ิด เพอ่ื การใชง้ านอย่าง

ร้เู ท่าทนั ได้ (P)
3. ตระหนกั และเห็นคณุ ค่าของการรูเ้ ท่าทันสือ่ ดิจิทัล (A)

3. สาระสำคญั
การรู้เท่าทันสื่อเป็นลักษณะสมรรถนะที่ครอบคลุมทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ

ความสามารถในการเขา้ ถึงสารสนเทศผ่านสอื่ และเทคโนโลยดี ิจทิ ัล การเลือก รับ วิเคราะห์ ประเมนิ และ
นำข้อมูลที่ได้รบั ไปใช้ในทางสร้างสรรค์ โดยองค์ประกอบการรูเ้ ทา่ ทนั สื่อ มีดังน้ี 1) ความสามารถในการ
เขา้ ถงึ สื่อ 2) ความเขา้ ใจการประเมินค่าสาระสนเทศเน้อื หาในส่ือ 3) การสรา้ ง การใชป้ ระโยชน์ และการ
เฝ้าระวังสาระสนเทศและเน้ือหาในส่ือ 4) การสะทอ้ นคิด

4. สาระการเรียนรู้
1. องคป์ ระกอบการรูเ้ ทา่ ทนั ส่ือ
2. การรเู้ ทา่ ทนั สอื่ ดจิ ทิ ัลและการรู้เท่าทนั ส่อื
3. การใชส้ ่ือและปัญหาท่ีพบในสอ่ื ปัจจุบัน
4. ผลกระทบของข้อมูลทผ่ี ิดพลาด

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
(✓) ความสามารถในการสื่อสาร
(✓) ความสามารถในการคิด
( ) ความสามารถในการแก้ปญั หา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
( ) ซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นกั เรยี นต้ังใจเรยี นรูใ้ นส่งิ ทค่ี รูสอนและศกึ ษาหาความร้เู พิ่มเตมิ
( ) อยูอ่ ย่างพอเพียง
(✓) มุง่ มัน่ ในการทำงาน นักเรียนมคี วามต้ังใจในการฝึกปฏิบัติงานตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
( ) รกั ความเปน็ ไทย
(✓) มีจติ สาธารณะ นักเรยี นมนี ้ำใจตอ่ ครู เพือ่ นและให้ความช่วยเหลือในทุกโอกาส

7. จดุ เนน้ สู่การพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
การเรียนรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคดิ เลขเปน็ (Arithmetic)
( ) การคิดอยา่ งมวี จิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทักษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะด้านการสื่อสารและรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communication, Information and Media)
(✓) ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทกั ษะอาชีพและทักษะการเรยี นรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change Skills)

ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชพี
( ) ความยืดหยนุ่ และการปรับตัว
(✓) การริเริม่ สรา้ งสรรคแ์ ละการเป็นตวั ของตวั เอง
( ) ทกั ษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม
(✓) การเปน็ ผสู้ รา้ งหรอื ผผู้ ลิตและความรับผดิ ชอบเชื่อถือได้
( ) ภาวะผู้นำและความรบั ผิดชอบ

คณุ ลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลกั ษณะดา้ นการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตวั ความเป็นผู้นำ
(✓) คณุ ลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ไดแ้ ก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนของตนเอง
(✓) คณุ ลักษณะดา้ นศีลธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อน่ื ความซ่ือสัตย์ สำนึกพลเมือง

8. คณุ ธรรมอตั ลักษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรยี นใชเ้ วลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝกึ ทักษะ ได้เหมาะสมและทันเวลา
(✓) จติ อาสา นักเรียนสามารถแนะนำ/ชว่ ยเหลือเพื่อนในขณะเรยี น
(✓) สามัคคี สมาชกิ ในกลุ่มมีความสามัคคี ชว่ ยเหลือ และสามารถทำงานไดส้ ำเร็จตามทไี่ ดร้ ับ
มอบหมาย
(✓) มีวนิ ัย นกั เรยี นแตง่ กายเรยี บรอ้ ย ปฏิบัตติ ามกฎ/มารยาทการใชห้ ้องปฏบิ ัติการคอมพวิ เตอร์
(✓) รบั ผิดชอบ นกั เรยี นมีความรับผดิ ชอบต่องาน/สิง่ ที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จ

9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลศิ ทางวิชาการ
( ) สอื่ สารสองภาษา
(✓) ล้ำหน้าทางความคิด
(✓) ผลติ งานอย่างสรา้ งสรรค์
( ) ร่วมกนั รบั ผิดชอบต่อสังคมโลก

10. กิจกรรมการเรียนรู้
ขนั้ นำเข้าสูบ่ ทเรยี น
1. ครูสอบถามนักเรยี นวา่ จากคาบท่แี ล้ว ขอ้ มลู ท่ีเราพบในอินเทอร์เนต็ นอกจากการประเมนิ ความ

นา่ เช่ือถือของข้อมูลก่อนนำไปใชง้ านแลว้ เรายงั ตอ้ งคำนงึ ถึงด้านใดอีกบ้าง
ข้นั สอน
2. ครูถามนักเรียนว่าก่อนที่จะสามารถวิเคราะห์ และรู้เท่าทันสื่อได้ ควรมีพื้นฐานความรู้ ความสามารถ

ดา้ นใดบ้าง
3. ครูอธิบายองคป์ ระกอบของการรเู้ ทา่ ทนั สอ่ื
4. ครูอธิบายทีม่ าของความสามารถในการรูเ้ ทา่ ทันสื่อดิจิทลั
5. ครสู ่มุ นักเรียนยกตัวอยา่ งการรเู้ ท่าทนั สื่อคนละดา้ น พรอ้ มยกตัวอย่าง
6. ครูอธิบายหัวข้อ “การรูเ้ ท่าทนั สื่อ”

7. ครูถามทบทวนนักเรียนโดยการถามคำถามว่า ความสามารถในการรู้เท่าทนั สื่อดิจทิ ลั มีกี่ดา้ น อะไรบ้าง
8. ครถู ามนักเรียนวา่ หากมีการใช้อินเทอร์เนต็ อย่างไมร่ ู้เทา่ ทนั จะสง่ ผลกระทบอะไรกบั ผ้อู น่ื บ้าง
9. ครูอธิบายความสำคัญของการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างรู้เท่าทัน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เรื่องการใช้
ส่อื และปัญหาทพ่ี บในสอื่ ปจั จุบัน และเร่ืองผลกระทบของขอ้ มลู ท่ผี ดิ พลาด
ขัน้ สรุป
10. ครใู หน้ ักเรียนรว่ มกนั สรปุ ผลกระทบที่อาจเกิดขน้ึ จากการใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ อยา่ งไม่รู้เทา่ ทนั ส่อื

11. การวดั และประเมินผล

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวดั ผลและ เครอ่ื งมือวัดและ เกณฑก์ ารวดั
การประเมนิ ผล ประเมินผล
ดา้ นความรู้ (K)
1. บอกความหมายการรู้เท่า 1. สังเกตการตอบ 1. แบบสังเกตการ 1. ระดบั คุณภาพ 2
คำถาม ตอบคำถาม ผา่ นเกณฑ์
ทันสื่อดจิ ทิ ลั และการรเู้ ทา่ 2. ตรวจแบบทดสอบ
ทนั ส่ือได้ หลังเรยี นหนว่ ยท่ี 2 2. แบบทดสอบหลงั 2. ทำแบบทดสอบผา่ น
เรยี นหน่วยท่ี 2 เกณฑร์ ้อยละ 60

ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) สงั เกตการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
1. วิเคราะหค์ วามนา่ เชือ่ ถือ การทำงาน ผ่านเกณฑ์

และประเมนิ ผลกระทบ สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
ของขอ้ มลู จากขา่ วสารที่ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ผา่ นเกณฑ์
ผดิ เพอ่ื การใช้งานอย่าง
รเู้ ท่าทันได้ ประสงค์

ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A)
(1) ตระหนกั และเห็นคุณค่า

ของการรู้เท่าทันส่ือดจิ ิทัล

12. สอ่ื การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2

เรอ่ื ง การรูเ้ ท่าทนั สือ่
3. ตัวอย่างชดุ ข้อมลู หรอื ข่าว

13. แหลง่ การเรียนรู้
1. ห้องคอมพิวเตอร์ 1 ห้อง ประกอบดว้ ย
(1) เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์สำหรบั ครูผสู้ อน 1 เครือ่ ง
(2) เคร่ืองคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั นกั เรียน 15 เครอ่ื ง
2. เครื่องโทรทัศน์
3. เครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต


Click to View FlipBook Version