14. บันทกึ หลงั สอน
14.1 ผลการจัดการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
นกั เรียนสามารถบอกความหมายการรู้เทา่ ทันสื่อดจิ ิทลั และการรู้เท่าทนั ส่อื ได้ จำนวน 130 คน
คดิ เปน็ รอ้ ยละ 88.44 นักเรียนสามารถวเิ คราะห์การร้เู ท่าทันสือ่ พร้อมบอกเหตผุ ลได้
นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยท่ี 2 ความนา่ เช่ือถือของข้อมลู จำนวน 10 ขอ้ ปรากฏว่า
นักเรียนจำนวน 136 คน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คิดเป็นร้อยละ 92.52
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จากการสงั เกตวิเคราะหก์ ารรเู้ ท่าทนั ส่ือพร้อมบอกเหตุผลได้ พบวา่ นักเรยี นจำนวน 140 คน ผา่ น
เกณฑ์การประเมนิ ท่ตี ้ังไว้ คือ ผ่านเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คิดเปน็ รอ้ ยละ 95.24
ด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
จากการสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี น พบวา่ นักเรียนจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ท่ตี ้ัง
ไว้ คอื ผ่านเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คิดเป็นร้อยละ 100
14.2 ปัญหา/อุปสรรค
- นกั เรียนบางคนไม่สามารถวเิ คราะห์การรเู้ ท่าทันสอ่ื จากท่ีครูยกตวั อย่างได้
14.3 แนวทางแกไ้ ข/ข้อเสนอแนะ
- ครคู อยแนะนำเพิ่มเตมิ ให้นักเรยี นวเิ คราะห์การรู้เท่าทนั สื่อ
ลงชื่อ ครูผ้สู อน
( นางจฑุ ารัตน์ ใจบุญ )
ครชู ำนาญการพเิ ศษ
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ รหัสวิชา ว23182
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
สาระการเรยี นรู้ พ้นื ฐาน ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 4 ชว่ั โมง
เวลา 2 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เทคโนโลยีสารสนเทศ
เรือ่ ง การใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศ
1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ร้เู ท่าทนั และมจี รยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ม.3/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตาม
กฎหมายเก่ยี วกบั คอมพวิ เตอร์ ใช้ลิขสิทธ์ขิ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม
2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. บอกลกั ษณะการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยได้ (K)
2. สามารถใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศได้อยา่ งปลอดภยั (P)
3. เหน็ คุณคา่ ความสำคัญของการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัยและมีความรบั ผดิ ชอบต่อ
สงั คม (A)
3. สาระสำคญั
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศโดยคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน เช่น การทำธุรกรรม
ออนไลน์ การซื้อสินค้าออนไลน์ และการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีจิตสำนึก และจริยธรรมที่ดี
คำนงึ ผลกระทบท่อี าจสง่ ผลตอ่ ผูอ้ น่ื
4. สาระการเรยี นรู้
1. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างปลอดภัย
2. การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศได้อย่างมีความรับผิดชอบ
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
(✓) ความสามารถในการสื่อสาร
(✓) ความสามารถในการคดิ
( ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( ) ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์
( ) ซ่อื สตั ย์ สุจรติ
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นักเรยี นต้ังใจเรียนรู้ในสงิ่ ท่คี รสู อนและศึกษาหาความรเู้ พิ่มเตมิ
( ) อย่อู ยา่ งพอเพียง
(✓) มงุ่ มน่ั ในการทำงาน นักเรียนมีความตัง้ ใจในการฝึกปฏิบัตงิ านตามท่ีได้รบั มอบหมาย
( ) รักความเปน็ ไทย
(✓) มจี ิตสาธารณะ นกั เรยี นมีน้ำใจต่อครู เพอื่ นและให้ความช่วยเหลือในทุกโอกาส
7. จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
การเรียนรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคดิ เลขเปน็ (Arithmetic)
( ) การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและทักษะในการแกป้ ญั หา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทักษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะด้านการส่ือสารและรู้เทา่ ทนั ส่ือ (Communication, Information and Media)
(✓) ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปลี่ยนแปลง (Change Skills)
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
( ) ความยดื หยุ่นและการปรับตวั
(✓) การริเร่มิ สรา้ งสรรค์และการเปน็ ตวั ของตวั เอง
( ) ทักษะสงั คมและสงั คมข้ามวฒั นธรรม
(✓) การเป็นผู้สรา้ งหรอื ผผู้ ลิตและความรับผิดชอบเช่อื ถือได้
( ) ภาวะผ้นู ำและความรับผิดชอบ
คณุ ลกั ษณะสำหรับศตวรรษที่ 21
(✓) คณุ ลักษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรับตัว ความเป็นผ้นู ำ
(✓) คุณลักษณะด้านการเรียนรู้ ได้แก่ การชน้ี ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นของตนเอง
(✓) คุณลักษณะดา้ นศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซื่อสตั ย์ สำนึกพลเมือง
8. คุณธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพียง นักเรยี นใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝกึ ทกั ษะ ไดเ้ หมาะสมและทันเวลา
(✓) จติ อาสา นกั เรยี นสามารถแนะนำ/ชว่ ยเหลอื เพ่ือนในขณะเรียน
(✓) สามคั คี สมาชิกในกลุม่ มีความสามัคคี ช่วยเหลอื และสามารถทำงานไดส้ ำเร็จตามท่ไี ด้รบั
มอบหมาย
(✓) มวี ินยั นกั เรียนแต่งกายเรยี บรอ้ ย ปฏบิ ัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์
(✓) รับผิดชอบ นักเรยี นมีความรับผิดชอบต่องาน/ส่ิงท่ีไดร้ ับมอบหมายจนสำเรจ็
9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลิศทางวิชาการ
( ) ส่อื สารสองภาษา
(✓) ล้ำหนา้ ทางความคดิ
(✓) ผลติ งานอยา่ งสร้างสรรค์
( ) รว่ มกันรบั ผิดชอบต่อสงั คมโลก
10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ขนั้ นำเข้าสู่บทเรยี น
1. ครใู หน้ ักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เร่อื ง เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อวัด
ความรู้เดมิ ของนักเรียนก่อนเข้าสกู่ ิจกรรม
ขน้ั สอน
2. ครูถามนักเรยี นคิดว่าเทคโนโลยีมบี ทบาทสำคัญตอ่ ชีวิตนกั เรยี นหรือไม่ อย่างไรบ้าง
3. ครถู ามนกั เรยี นตอ่ ว่า นอกจากเทคโนโลยีมบี ทบาทสำคัญตอ่ ชีวติ นกั เรียนแลว้ นกั เรียนคิดวา่
เทคโนโลยมี บี ทบาทสำคัญต่อระดับองค์กร หรือระดับประเทศหรอื ไม่ อย่างไร
4. ครูอธิบายเน้อื หาเรอ่ื งการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศ
5. ครูสนทนาและถามนักเรียนว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามีบาทในทุกด้านยกตัวอย่าง เช่น ร้านค้า ต้องมี
การปรับตวั การให้บรกิ ารแบบออนไลน์ ในฐานะลูกค้าหากต้องการซ้ือสินค้าออนไลน์ นักเรยี นจะประเมินความ
น่าเช่ือถือของร้านคา้ อยา่ งไร
6. ครูถามต่อวา่ ในการซื้อสินค้าออนไลนใ์ นข้นั ตอนการชำระเงนิ คา่ สนิ คา้ นอกจากต้องประเมนิ ความ
นา่ เช่อื ถอื ของรา้ นค้า นักเรยี นจะมวี ธิ กี ารทำธรุ กรรมออนไลนห์ รอื โอนเงินค่าสินค้าอย่างไรให้ปลอดภยั
7. ครอู ธบิ ายเน้อื หาเร่ืองการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย
ช่ัวโมงที่ 2
8. ครทู บทวนเน้ือหาจากช่ัวโมงท่ีแลว้ นักเรยี นไดเ้ รียนรู้การทำธรุ กรรมออนไลน์อย่างปลอดภยั ในช่ัวโมง
นี้ครูให้นักเรียนจับคู่กัน จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนเขียนชื่อสินค้าที่นักเรียนสนใจ 1 อย่าง และนำหัวข้อน้ัน
แลกกนั กบั คขู่ องตนเอง
9. ครูให้แต่ละคนค้นหาร้านค้าออนไลน์ที่ขายสินค้าตามหัวข้อที่ได้รับจากคู่ของตนเอง และเลือกหา
ร้านคา้ ที่น่าเช่อื ถอื มากท่สี ุด จำนวน 3 รา้ นค้า
10. ครูให้นักเรียนบันทึกผลการทำกจิ กรรมลงในใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การซื้อสนิ คา้ ออนไลน์อย่างปลอดภัย
11. ครูสุ่มนักเรียน 5 – 6 คน นำเสนอใบงานที่ 3 เรื่อง การซื้อสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัยเพื่อ
แลกเปลี่ยนความคดิ เห็นรว่ มกนั
12. ครูถามนกั เรียนว่าจากการคน้ หารา้ นค้านกั เรยี นมีวิธกี ารประเมนิ ความน่าเชือ่ ถือรา้ นคา้ อย่างไร
13. ครูสอบถามนักเรียนว่าจากคาบที่แล้วในการประเมินความน่าเชื่อถือของร้านค้า นักเรียนพบว่า
ร้านคา้ ทด่ี ี น่าเชอื่ ถือควรมลี ักษณะอย่างไรบ้าง
14. ครูอธิบายวา่ ในปัจจบุ นั การซอื้ ของออนไลนต์ ามเว็บไซต์ต้องมีบัญชีผ้ใู ชก้ ่อนจงึ จะสามารถทำการ
สัง่ ซอ้ื สินค้าได้
15. ครูถามนักเรียนวา่ โดยปกติเวลาใชง้ านเวบ็ ไซต์เหลา่ นส้ี ามารถสมคั รบญั ชผี ูใ้ ช้ไดอ้ ยา่ งไรบ้าง
16. ครอู ธิบายวา่ ในขัน้ ตอนการลงชอื่ เขา้ ใชง้ านเว็บไซต์ด้วยบญั ชี Facebook หรอื บัญชี Google
เว็บไซต์จะเรยี กขอสทิ ธใ์ิ นการเข้าถงึ ข้อมูลส่วนตวั บัญชี Facebook หรอื Google ของเราซ่ึงอาจสง่ ผลต่อการ
นำขอ้ มลู ไปใชแ้ ละส่งผลเสียได้ ดงั นั้น นอกจากการประเมินความนา่ เช่ือถือของร้านคา้ ออนไลนแ์ ลว้ ยังมีสว่ น
อ่ืนทต่ี ้องใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งระมัดระวงั
17. ครอู ธิบายเน้อื หาเรื่องการใช้งานเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างมีความรับผดิ ชอบ
18. ครใู ห้นักเรยี นถามคำถามนักเรยี นโดยให้มสี ถานการณ์ “หากนักเรยี นเปน็ เจา้ ของร้านค้ารับสกรีนลาย
เสือ้ และมีลูกคา้ ติดต่อมาให้ผลิตเสือ้ รูปการ์ตนู ที่ตนเองไม่ได้เป็นเจา้ ของลขิ สิทธผ์ิ ลงาน นกั เรยี นจะมวี ธิ กี าร
รบั มือกบั ลูกคา้ อยา่ งไร เช่น ขอ้ มูลที่เปน็ ส่วนตวั ของลูกค้า ความถูกต้องของข้อมลู สนิ ค้า กรรมสิทธิ์ และด้านอื่น
พรอ้ มบอกเหตผุ ล” จากนัน้ ครูส่มุ นกั เรยี น 4 – 5 คน ตอบคำถาม
19. ครถู ามนักเรยี นวา่ จากสถานการณข์ ้างตน้ ในมุมมองนกั เรียนผบู้ ริโภคและผู้ขาย ควรมีความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ กันอยา่ งไรบ้าง
ข้ันสรปุ
20. ครูและนักเรยี นร่วมกนั สรปุ นอกจากเราจะต้องระวังการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศใหป้ ลอดภยั กบั
ตวั เราแล้ว ยงั ต้องมีความรบั ผดิ ชอบต่อตนเองและผู้อื่นด้วย โดยเคารพความเป็นสว่ นตัว คำนึงถึงความถูกต้อง
แมน่ ยำของข้อมูล การเป็นเจ้าของ และการเขา้ ถงึ ข้อมูลทไ่ี ม่ได้รับอนญุ าต
11. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธกี ารวัดผลและ เครื่องมอื วัดและ เกณฑก์ ารวดั
การประเมินผล ประเมนิ ผล
ด้านความรู้ (K)
1. บอกลกั ษณะการใช้งาน 1. ตรวจแบบทดสอบ a. แบบทดสอบก่อน 1. ทำแบบทดสอบผ่าน
เทคโนโลยสี ารสนเทศ กอ่ นเรยี นหน่วยที่ 3 เรียนหนว่ ยท่ี 3 เกณฑ์ร้อยละ 60
อย่างปลอดภยั ได้ 2. ตรวจใบงานท่ี 3 b. ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง 2. ทำใบงานผ่านเกณฑ์
เร่ืองการซอ้ื สินคา้
การซือ้ สนิ ค้า รอ้ ยละ 60
ออนไลนอ์ ยา่ ง ออนไลน์อย่าง 3. ระดบั คุณภาพ 2
ปลอดภัย ปลอดภัย ผา่ นเกณฑ์
3. สังเกตการตอบ c. แบบสังเกตการ
คำถาม ตอบคำถาม
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
(1) สามารถใช้งานเทคโนโลยี สังเกตการทำงาน แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
สารสนเทศได้อยา่ ง การทำงาน ผา่ นเกณฑ์
ปลอดภยั และมีความ
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คม
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A)
(1) เห็นคุณค่าความสำคญั สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
คณุ ลกั ษณะอนั พึง ผ่านเกณฑ์
ของการใชง้ านเทคโนโลยี
ประสงค์
สารสนเทศอย่างปลอดภยั
และมีความรบั ผดิ ชอบต่อ
สังคม
12. สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3
เรอื่ ง เทคโนโลยสี ารสนเทศ
2. ใบงานที่ 3 เรื่อง การซื้อสนิ ค้าออนไลน์อยา่ งปลอดภยั
13. แหลง่ การเรยี นรู้
1. หอ้ งคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง ประกอบดว้ ย
(1) เคร่ืองคอมพิวเตอร์สำหรับครูผ้สู อน 1 เคร่อื ง
(2) เครือ่ งคอมพวิ เตอร์สำหรบั นักเรียน 15 เครอ่ื ง
2. เครือ่ งโทรทัศน์
3. เครือข่ายอินเทอรเ์ นต็
14. บันทกึ หลังสอน
14.1 ผลการจัดการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
นักเรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยที่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ จำนวน 10 ขอ้ ปรากฏวา่
นักเรยี นจำนวน 109 คน ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 60 คิดเป็นร้อยละ 74.15
นักเรยี นสามารถบอกลักษณะการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั ได้ จำนวน 138 คน
คิดเปน็ รอ้ ยละ 93.88 นักเรียนสามารถวเิ คราะห์การรเู้ ท่าทันสื่อพร้อมบอกเหตผุ ลได้
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จากการสามารถใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั ได้ พบวา่ นกั เรยี นจำนวน 147 คน
ผ่านเกณฑ์การประเมินที่ต้ังไว้ คือ ผ่านเกณฑร์ ะดบั คุณภาพ 2 คดิ เป็นรอ้ ยละ 100
ดา้ นคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤตกิ รรมของนกั เรยี น พบว่า นักเรียนจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ที่ตั้ง
ไว้ คอื ผา่ นเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คดิ เป็นร้อยละ 100
14.2 ปญั หา/อุปสรรค
- นกั เรียนมกั จะไม่ออกจากระบบการใชง้ านสอ่ื โซเซียล
14.3 แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ
- ครยู ้ำเรอื่ งการออกจากระบบการใช้งานโซเซยี ล เพราะถา้ นกั เรยี นใชใ้ น
สถานทีส่ าธารณะอาจมีผู้ไมห่ วงั ดีเขา้ ใชง้ าน ทำให้นักเรียนเกดิ ความเสียหาย
ลงชือ่ ครผู ้สู อน
( นางจฑุ ารัตน์ ใจบญุ )
ครชู ำนาญการพเิ ศษ
ใบงานท่ี 3
เร่อื ง การซ้ือสนิ ค้าออนไลนอ์ ยา่ งปลอดภยั
ชือ่ - นามสกุล ....................................................................................... เลขท่ี ................. ชนั้ .............
1. ช่อื สนิ ค้า ............................................................................................................................................
2. ชอื่ ร้านคา้ ออนไลนแ์ ละเว็บไซต์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เหตุผลในการเลือกร้านค้าออนไลน์
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. ถ้าสั่งซ้ือสินค้าออนไลน์ นักเรียนมีวธิ ีการชำระเงนิ อย่างไร ใหป้ ลอดภัย
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การประเมินใบงานที่ 3 เรอ่ื ง การซ้ือสนิ คา้ ออนไลน์อยา่ งปลอดภัย
ประเดน็ ในการ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
ประเมิน
32 1
1. การประเมินความ สามารถประเมินความ
นา่ เชื่อถอื ของร้านคา้ สามารถประเมินความนา่ เชอื่ ถือ สามารถประเมินความ นา่ เชื่อถือ เหตุผลมี
ออนไลน์ ความสมเหตุสมผล
เหตุผลมคี วามสมเหตุสมผล เช่น น่าเชื่อถือ เหตุผลมีความ เพยี งบางส่วน
2. การทำธรุ กรรม
อย่างปลอดภัย เลอื กเว็บไซตท์ ี่ขน้ึ ตน้ ดว้ ย สมเหตุสมผลเป็นส่วน สามารถเลอื กวธิ ีการทำ
ธุรกรรมอย่างปลอดภยั
3. การนำเสนอ https//: อา่ นรีวิวกอ่ นสั่งซอื้ ใหญ่ ตามหลกั การไดเ้ พียง
บางส่วนเท่านั้น
สำรวจราคาตลาดก่อนส่ังซ้ือ
ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
ตรวจสอบคณุ สมบตั ิของสินค้าท่ี เขา้ ใจงา่ ย สามารถตอบ
คำถามได้เพียงบางสว่ น
แจง้ ไวเ้ กนิ จรงิ หรือไม่ ตรวจสอบ
การจดทะเบยี นรา้ นคา้ ตรวจสอบ
ประวตั กิ ารฉ้อโกง
สามารถเลือกวิธีการทำธรุ กรรม สามารถเลือกวธิ กี ารทำ
อยา่ งปลอดภยั ตามหลักการได้ ธุรกรรมอย่างปลอดภัย
และศึกษาตัวเลอื กการชำระเงิน ตามหลกั การได้เป็นสว่ น
ทางร้านคา้ ออนไลน์อย่างถี่ถว้ น ใหญ่
เช่น มีบริการเรียกเก็บเงิน
ปลายทาง
ใช้ภาษาในการนำเสนอชัดเจน ใช้ภาษาในการนำเสนอ
เหมาะสมและเข้าใจง่าย สามารถ ชดั เจน เหมาะสมและ
ตอบคำถามไดท้ ุกข้อ เขา้ ใจง่าย สามารถตอบ
คำถามไดเ้ ป็นส่วนใหญ่
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
8–9 พอใช้
5–7 ปรับปรุง
น้อยกวา่ 5
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 8
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ รหัสวชิ า ว23182
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3
สาระการเรยี นรู้ พ้นื ฐาน ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 4 ชว่ั โมง
เวลา 2 ช่วั โมง
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ
เร่ือง กฎหมายคอมพิวเตอรแ์ ละลิขสิทธ์ิ
1. มาตรฐานการเรียนรู/้ ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ รู้เทา่ ทันและมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ม.3/4 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตาม
กฎหมายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ใช้ลขิ สิทธ์ิของผู้อื่นโดยชอบธรรม
2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. รแู้ ละเขา้ ใจการปฏบิ ัติตามกฎหมายคอมพวิ เตอร์ และการใชล้ ขิ สิทธข์ิ องผ้อู ่นื โดยชอบธรรมได้ (K,)
2. ยกตวั อยา่ งการปฏบิ ตั ิตามกฎหมายคอมพวิ เตอร์ และการใชล้ ขิ สทิ ธ์ิของผูอ้ ่นื โดยชอบธรรมได้ (P)
3. ตระหนักและเห็นคุณค่าของการปฏบิ ัติตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ และการใช้ลิขสิทธข์ิ องผอู้ ่นื โดยชอบ
ธรรม (A)
3. สาระสำคัญ
กฏหมายทเ่ี กยี่ วข้องกับการใชง้ านเทคโนโลยีสารสนเทศหลายฉบับ เชน่ พระราชบญั ญัติว่าด้วยการ
กระทำความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พระราชบญั ญัติว่าดว้ ยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พระราชบัญญัติ
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2560
ลิขสิทธิ์ เป็นผลงานที่เกิดจากการใช้ปัญญา ความรู้ความสามารถ และความอุตสาหะพยายามใน
การสรา้ งสรรค์ผลงาน ซ่ึงถอื วา่ เป็นทรพั ยส์ นิ ทางปัญญาประเภทหน่งึ ที่กฎหมายให้ความคมุ้ ครอง
4. สาระการเรียนรู้
1. กฎหมายคอมพวิ เตอร์
2. ลขิ สทิ ธ์ิ
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
(✓) ความสามารถในการส่ือสาร
(✓) ความสามารถในการคดิ
( ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
( ) รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
( ) ซื่อสตั ย์ สจุ รติ
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นักเรยี นตงั้ ใจเรียนรู้ในสง่ิ ทคี่ รสู อนและศกึ ษาหาความรเู้ พิ่มเติม
( ) อย่อู ย่างพอเพียง
(✓) มุง่ ม่นั ในการทำงาน นักเรยี นมคี วามตง้ั ใจในการฝึกปฏิบัตงิ านตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
( ) รักความเปน็ ไทย
(✓) มจี ติ สาธารณะ นกั เรยี นมีน้ำใจต่อครู เพื่อนและใหค้ วามช่วยเหลือในทกุ โอกาส
7. จดุ เน้นสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21
การเรียนรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคิดเลขเป็น (Arithmetic)
( ) การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทกั ษะดา้ นความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะด้านการสื่อสารและรเู้ ทา่ ทันสื่อ (Communication, Information and Media)
(✓) ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change Skills)
ทกั ษะด้านชีวิตและอาชพี
( ) ความยืดหยนุ่ และการปรับตัว
(✓) การรเิ ริม่ สร้างสรรคแ์ ละการเป็นตัวของตัวเอง
( ) ทักษะสงั คมและสังคมข้ามวฒั นธรรม
(✓) การเป็นผสู้ รา้ งหรือผผู้ ลิตและความรบั ผิดชอบเช่ือถือได้
( ) ภาวะผู้นำและความรับผดิ ชอบ
คุณลกั ษณะสำหรบั ศตวรรษท่ี 21
(✓) คณุ ลักษณะดา้ นการทำงาน ได้แก่ การปรับตวั ความเปน็ ผู้นำ
(✓) คุณลกั ษณะดา้ นการเรียนรู้ ได้แก่ การชนี้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรียนของตนเอง
(✓) คณุ ลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อื่น ความซ่ือสัตย์ สำนึกพลเมือง
8. คณุ ธรรมอัตลกั ษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรียนใชเ้ วลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝกึ ทักษะ ไดเ้ หมาะสมและทนั เวลา
(✓) จิตอาสา นกั เรยี นสามารถแนะนำ/ชว่ ยเหลือเพ่อื นในขณะเรยี น
(✓) สามัคคี สมาชิกในกล่มุ มีความสามัคคี ชว่ ยเหลอื และสามารถทำงานไดส้ ำเร็จตามทไ่ี ด้รับ
มอบหมาย
(✓) มวี ินยั นกั เรยี นแตง่ กายเรียบร้อย ปฏบิ ัตติ ามกฎ/มารยาทการใชห้ ้องปฏบิ ัติการคอมพวิ เตอร์
(✓) รบั ผดิ ชอบ นกั เรียนมีความรบั ผิดชอบต่องาน/สง่ิ ท่ีไดร้ ับมอบหมายจนสำเร็จ
9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลิศทางวชิ าการ
( ) สอ่ื สารสองภาษา
(✓) ลำ้ หน้าทางความคดิ
(✓) ผลติ งานอย่างสร้างสรรค์
( ) ร่วมกนั รับผิดชอบต่อสังคมโลก
10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงที่ 1
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ครูถามนักเรียนว่าจากคาบที่ผ่านมาในการการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือซื้อของออนไลน์นักเรียน
ควรระมดั ระวงั ด้านใดอกี บา้ ง
2. ครูถามนักเรยี นวา่ จากคาบทแี่ ลว้ เรื่องการประเมนิ ความน่าเช่ือถือของร้านค้าออนไลน์ หากนกั เรียนทำ
การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ไป แต่ไม่ได้รับสินค้า หรือได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามคำอธิบาย หรือสินค้าไม่มีคุณภาพ
นักเรียนจะแกป้ ญั หาอย่างไร
ข้นั สอน
3. นักเรียนแบ่งกลุ่ม 3 – 4 คน จากนั้นแต่ละกลุ่มศึกษาเนื้อหา หัวข้อ “กฎหมายคอมพิวเตอร์” โดยให้
แตล่ ะกลุม่ เลือกหัวข้อกฏหมายตามพระราชบัญญัติวา่ ดว้ ยการกระทำความผิดเกย่ี วกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2)
พ.ศ.2560 และคน้ หาเพิ่มเตมิ จากอินเทอรเ์ นต็ จากน้นั ใหส้ มาชกิ ในกล่มุ สรุปใหเ้ พอ่ื นในกลุ่มฟัง
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษา หัวข้อ“ลิขสิทธิ์” และค้นหาเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นให้สมาชิกใน
กลุม่ สรุปใหเ้ พอื่ นในกลุม่ ฟัง
5. จากนนั้ นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ทำใบงานที่ 4 เร่ือง ใครมคี วามผิด และเตรยี มตวั นำเสนอในช่ัวโมงถัดไป
ช่วั โมงที่ 2
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอแนวคดิ ของกลุม่ ตนเอง ตรงตามความผดิ ในมาตราท่ีศึกษาหรอื ไม่
อย่างไร
7. นักเรียนช่วยกันสรปุ แนวคดิ จากคำตอบของกลุ่มอ่ืน
8. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ออกมานำเสนอกจิ กรรม
9. ครูซักถามกลุ่มที่นำเสนอ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจและความถูกต้องของข้อมูล พร้อมทั้งเสนอแนะ
เพ่มิ เติม
ขน้ั สรปุ
10. ครูใหแ้ ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเน้อื หาและความสัมพันธเ์ ก่ียวกับการใชง้ านเทคโนโลยสี ารสนเทศอย่าง
ปลอดภัย มีความรบั ผดิ ชอบ ปฏิบตั ิตามกฎหมายเกย่ี วกับคอมพิวเตอร์ และใช้ลขิ สทิ ธข์ิ องผู้อื่นโดยชอบธรรม
11. การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวดั ผลและ เคร่ืองมอื วัดและ เกณฑก์ ารวัด
การประเมินผล ประเมินผล
ด้านความรู้ (K)
1. รู้และเข้าใจการปฏบิ ตั ิตาม 1. ตรวจใบงานที่ 4 1. ใบงานท่ี 4 เรอ่ื ง 1. ทำใบงานผ่านเกณฑ์
กฎหมายคอมพวิ เตอร์ เรอ่ื ง ใครมีความผดิ ใครมีความผดิ ร้อยละ 60
และการใช้ลขิ สิทธ์ิของ 2. ตรวจแบบทดสอบ 2. แบบทดสอบหลัง 2. ทำแบบทดสอบหลงั
ผอู้ นื่ โดยชอบธรรมได้ หลังเรียนหนว่ ยท่ี 3
เรยี นหนว่ ยที่ 3 เรียนผ่านเกณฑ์
ร้อยละ 60
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สังเกตการตอบ 1. แบบสังเกต ระดับคุณภาพ 2
(1) ยกตวั อยา่ งการปฏิบตั ติ าม คำถาม พฤติกรรมการ ผา่ นเกณฑ์
2. ประเมินการ ทำงาน
กฎหมายคอมพวิ เตอร์ นำเสนอ ระดับคุณภาพ 2
และการใชล้ ิขสิทธขิ์ อง 3. สงั เกตการทำงาน 2. แบบประเมนิ การ ผา่ นเกณฑ์
ผอู้ ืน่ โดยชอบธรรมได้ นำเสนอ
สังเกตพฤติกรรม
ดา้ นคุณลักษณะ (A) แบบประเมนิ
(1) ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ คุณลักษณะอันพงึ
ของการปฏิบัติตาม ประสงค์
กฎหมายคอมพิวเตอร์
และการใช้ลิขสิทธ์ขิ อง
ผูอ้ ื่นโดยชอบธรรม
12. สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3
เร่ือง กฎหมายคอมพิวเตอร์และลขิ สทิ ธ์ิ
2. ใบงานท่ี 4 เรื่อง ใครมีความผิด
13. แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งคอมพิวเตอร์ 1 ห้อง ประกอบด้วย
(1) เครื่องคอมพวิ เตอร์สำหรบั ครูผสู้ อน 1 เครื่อง
(2) เครอ่ื งคอมพิวเตอรส์ ำหรับนักเรียน 15 เครือ่ ง
2. เครอื่ งโทรทัศน์
3. เครือข่ายอนิ เทอร์เน็ต
14. บนั ทกึ หลังสอน
14.1 ผลการจัดการเรียนรู้
ดา้ นความรู้ (K)
นกั เรียนร้แู ละเขา้ ใจการปฏบิ ัตติ ามกฎหมายคอมพวิ เตอรแ์ ละการใชล้ ขิ สทิ ธ์ขิ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม
ได้ จำนวน 138 คน คดิ เป็นร้อยละ 93.88
นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยท่ี 3 เทคโนโลยสี ารสนเทศ จำนวน 10 ขอ้ ปรากฏวา่
นกั เรยี นจำนวน 114 คน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 คิดเปน็ ร้อยละ 77.55
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถการปฏิบัติตามกฎหมายคอมพวิ เตอร์และการใช้ลิขสทิ ธ์ขิ องผู้อ่นื โดยชอบธรรม
พร้อมบอกเหตุผลได้ พบว่า นกั เรียนจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ท่ตี ั้งไว้ คือ ผ่านเกณฑ์ระดับ
คณุ ภาพ 2 คิดเป็นร้อยละ 100
ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
จากการสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียน พบว่า นกั เรยี นจำนวน 147 คน ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ที่ต้ัง
ไว้ คือ ผ่านเกณฑร์ ะดับคุณภาพ 2 คดิ เปน็ ร้อยละ 100
14.2 ปัญหา/อุปสรรค
- นกั เรียนจำภาพหรือวิดีโอมาใชโ้ ดยไมอ่ า้ งองิ เจา้ ของภาพหรือวดิ โี อ
14.3 แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ
- ครูย้ำเรื่องใช้โซเซียลในการโพสต์หรือนำภาพหรอื วิดีโอของคนอ่นื มาโพสต์
ซึ่งจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาหรืออา้ งอิงเจ้าของภาพดว้ ย เพื่อจะได้ไม่เปน็ การละเมิดลิขสทิ ธ์ิ
ของผู้อน่ื
-
ลงชอ่ื ครผู ้สู อน
( นางจุฑารัตน์ ใจบญุ )
ครชู ำนาญการพเิ ศษ
ใบงานท่ี 4
เรอื่ ง ใครมคี วามผิด
ชอ่ื - นามสกุล ....................................................................................... เลขท่ี ................. ชัน้ .............
คำชีแ้ จง : ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คน และตอบคำถามจากสถานการณต์ ่อไปนี้
สถานการณ์ ร้าน RC Power ไดล้ งขอ้ มูลขายของออนไลน์ โดยขายแพคเกจสนิ ค้าชดุ Cosmos Wars Mini
set ประกอบด้วยเส้ือยดื พมิ พ์ลายโปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Cosmos Wars ขนาด Free size จำนวน 2 ตวั
และ DVD ภาพยนตร์ท่จี ัดทำซำ้ ขึน้ ใหมจ่ ำนวน 1 ชดุ พร้อมของแถมเปน็ DVD โปรแกรม KKDPlayer สำหรับ
ใช้เปดิ ไฟลป์ ระเภทวีดโี อโดยที่ร้าน RC Power ไม่ได้เปน็ เจ้าของลิขสิทธ์ิ หรือไดร้ บั อนุญาตจากเจา้ ของลขิ สทิ ธิ์
ใด ๆ ท้ังส้ิน แต่ทางร้านลงข้อมลู ในเว็บไซต์ว่าสนิ คา้ และเสื้อยืดท้งั หมดเปน็ ของแทท้ ่ีมีลิขสิทธิ์
จากสถานการณ์ดงั กลา่ วให้นกั เรยี นวิเคราะห์ว่ามีการกระทำความผดิ ใดตามพระราชบัญญตั วิ ่าด้วย
การกระทำความผดิ เกยี่ วกบั คอมพิวเตอร์ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ.2560 และควรไดร้ ับโทษอยา่ งไร
ความผดิ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
......................................................................................................................... .....................................................
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
............................................................................................................... ...............................................................
การประเมนิ ใบงานท่ี 4 เรือ่ ง ใครมีความผิด
ประเดน็ ในการประเมิน 3 เกณฑก์ ารให้คะแนน 1
1. การอา้ งองิ กฎหมาย สามารถเลือกอ้างอิง
กฎหมายคอมพิวเตอร์ 2 สามารถเลือกอา้ งองิ
2. การนำเสนอ และการคุม้ ครองลิขสทิ ธิ์ กฎหมายคอมพิวเตอร์
ได้ถูกต้องสอดคล้องกับ สามารถเลอื กอา้ งองิ และการคมุ้ ครองลขิ สิทธ์ิ
สถานการณ์ และเหตผุ ล กฎหมายคอมพิวเตอร์ ไดส้ อดคลอ้ งกบั
ทกี่ ลา่ วถึงมีความ และการคมุ้ ครองลิขสทิ ธ์ิ สถานการณ์ เหตผุ ลท่ี
สมเหตุสมผล ได้ถูกตอ้ งสอดคล้องกับ กลา่ วถึงมีความ
สถานการณ์ และเหตผุ ล สมเหตสุ มผลเพยี ง
ใช้ภาษาในการนำเสนอ ที่กล่าวถึงมีความ บางสว่ น
ชัดเจน เหมาะสมและ สมเหตุสมผลเปน็ ส่วน
เขา้ ใจง่าย สามารถตอบ ใหญ่ ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
คำถามได้ทุกข้อ เขา้ ใจงา่ ย สามารถตอบ
ใชภ้ าษาในการนำเสนอ คำถามได้เพียงบางสว่ น
ชัดเจน เหมาะสมและ
เข้าใจงา่ ย สามารถตอบ
คำถามได้เปน็ ส่วนใหญ่
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ระดับคุณภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
5–6 พอใช้
3–4 ปรับปรงุ
นอ้ ยกว่า 3
การประเมนิ การนำเสนอ
ประเดน็ ในการประเมิน 3 เกณฑก์ ารให้คะแนน 1
1. หัวขอ้ ทนี่ ำเสนอ หัวข้อในคน้ หาข้อมลู มี 2 หวั ข้อในค้นหาข้อมูล
ความนา่ สนใจ ทันต่อ นา่ สนใจ มีประโยชนต์ ่อ
2. ความถูกต้องของ เหตุการณ์ สร้างสรรค์ หวั ขอ้ ในคน้ หาข้อมลู มี การเผยแพร่ให้กับผ้อู น่ื
เนื้อหา และมีประโยชน์ตอ่ การ ความน่าสนใจ เป็นเพียงบางสว่ น
เผยแพรใ่ ห้กับผู้อน่ื สรา้ งสรรค์และมี
3. การนำเสนอ ประโยชนต์ อ่ การ เน้ือหาทน่ี ำเสนอมคี วาม
เนื้อหาทนี่ ำเสนอมีความ เผยแพรใ่ ห้กับผู้อืน่ เปน็ ถกู ต้องเปน็ ส่วนใหญ่ มี
ถูกต้อง มแี หลง่ ที่มา ส่วนใหญ่ แหลง่ ที่มานา่ เช่ือถือ
นา่ เชอื่ ถอื ไมล่ ะเมดิ น้อยหรอื ไมม่ เี ลย ไม่
ลิขสทิ ธห์ิ รือคัดลอกงาน เนอื้ หาทีน่ ำเสนอมคี วาม ละเมิดลิขสทิ ธิห์ รือ
ของผู้อืน่ ถกู ต้องเป็นสว่ นใหญ่ มี คดั ลอกงานของผูอ้ ่ืน
แหล่งทีม่ าน่าเชื่อถือ ไม่ ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
ใชภ้ าษาในการนำเสนอ ละเมดิ ลขิ สิทธิห์ รอื เขา้ ใจงา่ ย สามารถตอบ
ชัดเจน เหมาะสมและ คดั ลอกงานของผ้อู นื่ คำถามไดเ้ พยี งบางส่วน
เข้าใจง่าย สามารถตอบ
คำถามไดท้ ุกข้อ ใชภ้ าษาในการนำเสนอ
ชดั เจน เหมาะสมและ
เข้าใจง่าย สามารถตอบ
คำถามไดเ้ ปน็ สว่ นใหญ่
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ระดบั คณุ ภาพ
ดี
ชว่ งคะแนน
8–9 พอใช้
5–7 ปรบั ปรุง
น้อยกวา่ 5
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ รหสั วิชา ว23182
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3
สาระการเรยี นรู้ พ้นื ฐาน ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 6 ชวั่ โมง
เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4 แอปพลิเคชัน
เร่ือง แนวคดิ และองคป์ ระกอบของ IoT
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชี้วัด
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รู้เท่าทนั และมจี รยิ ธรรม
ตวั ช้วี ัด ม.3/1 พัฒนาแอปพลิเคชนั ทีม่ กี ารบูรณาการกับวิชาอ่ืนอย่างสร้างสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. อธบิ ายแนวคิดและองค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT ได้ (K)
2. ออกแบบแนวคิดเพ่ือการพัฒนาเทคโนโลยี IoT ได้ (P)
3. ยกตัวอย่างประโยชน์ของเทคโนโลยี IoT ในชีวติ ประจำวนั ได้ (P)
4. เหน็ คณุ คา่ ของเทคโนโลยี IoT ในชวี ิตประจำวันได้ (A)
3. สาระสำคัญ
การทำให้อุปกรณ์หลายตัวสามารถสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูล และทำงานร่วมกันได้นั้น เรียกว่า
เทคโนโลยี IoT ต้องอาศัยความสามารถของ Smart Device ซึ่งอุปกรณ์ที่มีหน่วยประมวลผล หรือ
เซนเซอรภ์ ายในตวั เพือ่ สง่ ข้อมลู ผ่าน Cloud Computing หรือ Wireless Network เป็นตวั กลางในการ
รับส่งขอ้ มลู ภายในเครอื ข่ายเพื่อประมวลผล และอาศัย Dashboard สำหรบั แสดงผลและใชค้ วบคุมการ
ทำงานจากผ้ใู ช้
4. สาระการเรียนรู้
1. แนวคดิ ของเทคโนโลยี IoT
2. องค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT
3. อุปกรณ์ที่ใชส้ ำหรบั พฒั นาเทคโนโลยี IoT
4. ขอ้ ดีข้อเสียของเทคโนโลยี IoT
5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
(✓) ความสามารถในการส่ือสาร
(✓) ความสามารถในการคดิ
( ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
( ) รกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
( ) ซื่อสตั ย์ สจุ รติ
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นักเรยี นตงั้ ใจเรียนรใู้ นสง่ิ ทคี่ รสู อนและศกึ ษาหาความรเู้ พิ่มเติม
( ) อย่อู ย่างพอเพียง
(✓) มุง่ ม่นั ในการทำงาน นักเรยี นมคี วามตง้ั ใจในการฝึกปฏิบัตงิ านตามที่ไดร้ ับมอบหมาย
( ) รักความเปน็ ไทย
(✓) มจี ติ สาธารณะ นกั เรยี นมีน้ำใจต่อครู เพื่อนและใหค้ วามช่วยเหลือในทกุ โอกาส
7. จดุ เน้นสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ทกั ษะศตวรรษที่ 21
การเรียนรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขยี น (Writing)
( ) การคิดเลขเป็น (Arithmetic)
( ) การคดิ อย่างมวี ิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทกั ษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะดา้ นความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผนู้ ำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะด้านการส่ือสารและรเู้ ทา่ ทันสื่อ (Communication, Information and Media)
(✓) ทักษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปล่ียนแปลง (Change Skills)
ทักษะดา้ นชีวิตและอาชีพ
( ) ความยืดหยนุ่ และการปรบั ตวั
(✓) การรเิ รมิ่ สร้างสรรคแ์ ละการเปน็ ตวั ของตัวเอง
( ) ทกั ษะสงั คมและสงั คมข้ามวฒั นธรรม
(✓) การเปน็ ผู้สร้างหรอื ผผู้ ลิตและความรบั ผิดชอบเช่อื ถือได้
( ) ภาวะผูน้ ำและความรบั ผดิ ชอบ
คณุ ลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลักษณะดา้ นการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเป็นผนู้ ำ
(✓) คณุ ลกั ษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนของตนเอง
(✓) คณุ ลกั ษณะด้านศลี ธรรม ได้แก่ เคารพผู้อน่ื ความซื่อสตั ย์ สำนึกพลเมือง
8. คุณธรรมอตั ลักษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพียง นักเรียนใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝึกทักษะ ได้เหมาะสมและทันเวลา
(✓) จติ อาสา นักเรยี นสามารถแนะนำ/ช่วยเหลอื เพ่ือนในขณะเรียน
(✓) สามัคคี สมาชกิ ในกลมุ่ มคี วามสามัคคี ชว่ ยเหลือ และสามารถทำงานไดส้ ำเรจ็ ตามที่ไดร้ บั
มอบหมาย
(✓) มีวนิ ยั นกั เรียนแตง่ กายเรียบรอ้ ย ปฏบิ ัตติ ามกฎ/มารยาทการใชห้ อ้ งปฏิบตั กิ ารคอมพิวเตอร์
(✓) รับผดิ ชอบ นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบต่องาน/ส่ิงที่ได้รับมอบหมายจนสำเรจ็
9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลิศทางวิชาการ
( ) ส่ือสารสองภาษา
(✓) ล้ำหนา้ ทางความคดิ
(✓) ผลิตงานอยา่ งสรา้ งสรรค์
( ) ร่วมกันรับผดิ ชอบต่อสังคมโลก
10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงท่ี 1
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยหนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 แอปพลเิ คชนั เพื่อทดสอบความรเู้ ดิม
2. ครูถามคำถามกระตุน้ ความสนใจของนักเรียนวา่ “นักเรียนรู้จักเทคโนโลยี IoT หรอื ไม่”
ขน้ั สอน
3. ครูถามนักเรยี นว่าเครือขา่ ยอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายไรส้ ายมีประโยชนก์ บั ชีวติ เราอยา่ งไร
4. ครูถามต่อว่าถ้าสมมติมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ แลปทอปของเราไม่มีความสามารถในการเชื่อมต่อ
เครือขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ได้ นกั เรียนคดิ ว่าจะมีผลกระทบตอ่ ชีวิตอยา่ งไร
5. ครูอธิบายว่า ยุคก่อนหน้านี้มือถือ และคอมพิวเตอร์ของเรายังไม่มีความสามารถในการเข้าถึง
อินเทอร์เน็ต แต่ปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้แทบทุกเครื่องจะมีความสามารถในการเช่ือมต่อเครือข่ายเข้าหากันได้
เชน่ Bluetooth , Wifi Internet ทำให้อุปกรณ์หลายช้ินเชื่อมต่อกัน จึงทำให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
อยา่ งรวดเร็ว
5. ครูอธิบายว่าลักษณะการทำให้อุปกรณ์หลายชิ้นเชื่อมต่อเข้าหากันผ่านเครือข่าย และทำการ
แลกเปล่ยี นข้อมลู กนั เพ่ือใหใ้ ช้ประโยชนไ์ ดม้ ากขึ้นเป็นแนวคิดที่คลา้ ยกบั เทคโนโลยี IoT
6. ครูอธิบายแนวคิด จุดกำเนิด และองค์ประกอบของของเทคโนโลยี IoT เรื่อง เทคโนโลยี IoT และ
องค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT ว่าเป็นการทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ มีหน่วยประมวลผลและความสามารถในการ
เชอ่ื มต่อกับอปุ กรณ์อ่นื ได้ โดยไมต่ อ้ งพ่ึงพาความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลและการเชื่อมต่อ
กับอุปกรณอ์ น่ื จงึ ทำให้อุปกรณส์ ามารถสง่ ผา่ นขอ้ มลู ระหว่างกนั ได้โดยตรง เช่น เครอื่ งพมิ พท์ เี่ ชือ่ มเข้าระบบ
wifi และสั่งปริ้นท์งานผ่านระบบ wifi ไม่จำเป็นต้องเชื่อมเครื่องพิมพ์กับคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่สามารถ
สั่งงานจากอปุ กรณใ์ ดก็ไดท้ เ่ี ชอื่ มวงเครือข่าย wifi เดียวกนั
7. ครูถามนักเรียนว่าหากเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยี IoT ด้วยตนเองได้นักเรียนคิดว่าจะนำอุปกรณ์
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ใดมาเชื่อมต่อเครือขา่ ย และจะใช้ประโยชน์จากการเชื่อมตอ่ เขา้ เครือข่ายของอุปกรณ์น้นั อย่างไร
สุ่มนักเรยี นตอบคำถาม 3-5 คน
8. ครอู ธบิ ายเพิ่มเตมิ เกี่ยวกับแนวคดิ ของ IoT เรื่ององคป์ ระกอบทส่ี ำคญั ทัง้ 3 ส่วนได้แก่
1) Smart Device ใช้นำเขา้ ขอ้ มลู จากเซนเซอร์
2) Cloud Computing หรอื Wireless Network เพ่ือใช้เป็นสอ่ื กลางในการรบั ส่งข้อมูล
3) Dashboard เพอ่ื ใช้สอ่ื สารกบั ผใู้ ช้
ดงั นน้ั นอกจากอุปกรณ์จะสามารถเชื่อมต่อเข้าเปน็ เครือข่ายเดียวกันไดแ้ ล้วจะต้องมีสว่ นติดต่อท่ีใช้ควบคุมการ
ทำงานภายในระบบได้ด้วย เช่น สั่งสตาร์ทรถผ่านมือถือโดยใช้สื่อกลางเป็นระบบอินเทอร์เน็ต เปิด -ปิด
เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ภายในบ้านดว้ ยเครอื ข่ายไร้สาย Wifi
ชัว่ โมงท่ี 2
9. ครูให้นักเรียนวาดแผนผังการทำงานตามแนวคิดของเทคโนโลยี IoT และเขียนแนวคิดการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยี IoT ในชวี ติ ประจำวนั เรอ่ื ง เทคโนโลยี
10. ครสู อบถามนกั เรียนวา่ สงสยั หรอื ไม่ แอรท์ ี่บ้านเรารู้อุณหภมู ิวา่ เปน็ กี่องศาภายในบา้ นไดอ้ ยา่ งไร
11. ครูสอบถามนักเรียนว่า “นกั เรยี นรูจ้ กั เซนเซอรอ์ ะไรบา้ ง หรอื เคยเหน็ เซนเซอรใ์ นอุปกรณ์ไหนบา้ ง
12. ครูแนะนำบอร์ด micro:bit (ไมโครบิท) ที่มีเซนเซอร์หลากหลายสามารถนำมาใช้พัฒนาเทคโนโลยี
IoT ได้โดยให้นักเรียนศึกษา เรื่อง ตัวอย่างอุปกรณ์สำหรับเทคโนโลยี IoT และยกตัวอย่างอุปกรณ์ ไมโครบิท
พร้อมบอกส่วนประกอบเบ้ืองตน้
13. ครูอธิบายตัวอย่างแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT โดยใช้บอร์ดไมโครบิทเป็นอุปกรณ์ในการวัด
อุณหภูมิแล้วส่งข้อมูลมาบนแทบเล็ท ซึ่งเป็นส่วนแสดงผลและใช้แทปเล็ทเป็นอุปกรณเ์ พื่อควบคุมการทำงาน
ของพัดลมได้โดยกดปุ่มสั่งงาน A บนแทปเล็ทเพื่อเปิดพัดลม พร้อมขึ้นสถานะเลข 1 บนบอร์ดไมโครบิท ให้
ผ้ใู ช้ร้สู ถานะการทำงานของพดั ลมได้ และกดปมุ่ งาน B เพอื่ ปิดพดั ลมพร้อมขึน้ สถานะ0 บนบอรด์ ไมโครบทิ
14. ครูตั้งคำถามกับนักเรียนว่าจากแนวคิดนี้หากให้นักเรียนปรับใชแ้ ละพัฒนาต่อนักเรียนจะนำแนวคิด
ไปพฒั นาต่ออยา่ งไร สุ่มนกั เรยี นตอบคำถาม 3-5 คน
15. ครใู หน้ ักเรยี นจบั คู่กนั จากนั้นทำแบบฝึกหดั โดยแต่ละคเู่ ลือกแค่ 1 แนวคดิ นำแนวคดิ ในการพฒั นา
เทคโนโลยี IoT มาปรบั ปรุงตอ่ โดยประยุกตใ์ ช้ความสามารถจากบอรด์ ไมโครคอนโทรลเลอร์
16. จากชั่วโมงท่ีผ่านมาครูให้นักเรียนแต่ละคู่เลอื กแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT แล้ว ในชั่วโมงนีค้ รู
ใหน้ กั เรยี นลงมือทำแบบฝกึ ตามเวลาที่กำหนด
17. ครูให้แต่ละคู่ออกมานำเสนอแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT ของตนเอง และให้เพื่อนในชั้นเรียน
ร่วมกันแลกเปล่ียนความคดิ เห็น
18. เมื่อนำเสนอเสร็จแล้ว ให้คุณครูถามทุกคู่ว่า “จากที่เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและฟังการ
นำเสนอแนวคิดค่อู ืน่ แล้ว นกั เรียนคดิ ว่าอยากปรับปรงุ แนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยี IoT ของคตู่ นเองอยา่ งไร”
ข้นั สรปุ
19. ครูให้นักเรยี นชว่ ยกันสรุปแนวคดิ ของเทคโนโลยี IoT
20. ครูถามนักเรียนว่าจากการฟังแนวคิดของเพื่อนในชั้นเรียนมีแนวคิดใดน่าสนใจ หรือแนวคิดใดที่มี
ประโยชน์ในชีวิตประจำวนั ได้จริงบ้าง
21. ครูสรุปแนวคดิ และองค์ประกอบของเทคโนโลยี IoT ใหน้ ักเรียนฟัง พร้อมทง้ั เน้นถึงความสำคัญเรือ่ ง
ประโยชน์การใช้งานจรงิ ในชีวติ ประจำวนั
11. การวดั และประเมนิ ผล
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธกี ารวดั ผลและ เครื่องมือวัดและ เกณฑก์ ารวัด
การประเมนิ ผล ประเมินผล ระดับคุณภาพ 2
ด้านความรู้ (K)
1. รู้อธิบายแนวคดิ และ 1. สงั เกตการตอบ 1. แบบประเมนิ ผ่านเกณฑ์
คำถาม แบบฝึกหดั
องค์ประกอบของ 2. ตรวจการออกแบบ ระดบั คุณภาพ 2
เทคโนโลยี IoT ได้ แนวคิดในการพัฒนา 1. แบบประเมนิ การ ผ่านเกณฑ์
เทคโนโลยี IoT นำเสนอ
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) ระดบั คุณภาพ 2
(1) ออกแบบแนวคิดเพื่อการ 1. ประเมินการ 2. แบบสังเกต ผา่ นเกณฑ์
นำเสนอแนวคิดในการ พฤติกรรมการ
พฒั นาเทคโนโลยี IoT ได้ พัฒนาเทคโนโลยี IoT ทำงาน
(2) ยกตวั อยา่ งประโยชน์ของ ประเมินการนำเสนอ
2. สงั เกตการทำงาน แบบประเมิน
เทคโนโลยี IoT ใน คณุ ลกั ษณะอนั พึง
ชวี ิตประจำวนั ได้ สังเกตพฤติกรรม
ด้านคุณลกั ษณะ (A) ประสงค์
(1) เห็นคณุ ค่าของเทคโนโลยี
IoT ในชวี ติ ประจำวันได้
12. สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนังสอื เรียนรายวชิ าพ้ืนฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ม.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4
เร่อื ง แอปพลเิ คชนั
2. บอร์ด micro:bit
3. บอรด์ Kidbright
13. แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องคอมพวิ เตอร์ 1 ห้อง ประกอบดว้ ย
(1) เครอื่ งคอมพวิ เตอร์สำหรับครูผ้สู อน 1 เคร่ือง
(2) เครื่องคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั นักเรยี น 15 เคร่อื ง
2. เคร่อื งโทรทัศน์
3. เครอื ข่ายอินเทอร์เนต็
14. บนั ทกึ หลงั สอน
14.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ด้านความรู้ (K)
นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนหนว่ ยที่ 4 แอปพลิเคช่ัน จำนวน 10 ขอ้ ปรากฏวา่ นักเรียน
จำนวน 75 คน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 คิดเปน็ ร้อยละ 51.02
นักเรียนอธิบายแนวคิดและองคป์ ระกอบของเทคโนโลยี IOT ได้ จำนวน 123 คน คิดเปน็ ร้อยละ
83.67
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
นักเรยี นสามารถออกแบบแนวคดิ เพือ่ การพฒั นาเทคโนโลยี IOT ได้ พบว่า นักเรยี นจำนวน 147
คน ผ่านเกณฑก์ ารประเมินท่ีต้งั ไว้ คอื ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 คิดเป็นรอ้ ยละ 100
ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน พบวา่ นกั เรยี นจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ทตี่ ้ัง
ไว้ คอื ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 คดิ เป็นร้อยละ 100
14.2 ปัญหา/อุปสรรค
- ไมม่ ี
14.3 แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ
-
ลงชอื่ ครูผู้สอน
( นางจฑุ ารัตน์ ใจบญุ )
ครูชำนาญการพเิ ศษ
การประเมินการนำเสนองานกลุม่
ท่ี รายการประเมนิ คณุ ภาพผลงาน
4 3 21
1 นำเสนอการประยุกต์แนวคดิ ในการพฒั นาเทคโนโลยี IoT กับ
ความสามารถของ micro:bit ไดน้ า่ สนใจและส่ือสารเข้าใจง่าย ชดั เจน
2 อธบิ ายการทำงานของแนวคิดได้เขา้ ใจ และถูกต้องตามหลักการ และตอบ
คำถามได้
3 มีความคดิ สรา้ งสรรค์
4 การมสี ว่ นร่วมของสมาชกิ ในกลุม่
5 การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
รวม
เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
16 – 20 ดี
10 – 15
น้อยกว่า 10 พอใช้
ปรับปรงุ
การประเมนิ แบบฝกึ หดั เรือ่ ง เทคโนโลยี IoT
(การออกแบบแนวคดิ ในการพฒั นาเทคโนโลยี IoT)
ประเด็นในการประเมิน เกณฑ์การใหค้ ะแนน
1.ระบปุ ัญหาที่พบเจอใน 32 1
ชวี ิตประจำวนั และ ระบปุ ญั หาท่ีพบเจอใน
แนวทางการพฒั นา ระบุปัญหาท่ีพบเจอใน ระบุปัญหาที่พบเจอใน ชวี ติ ประจำวนั ได้ และ
อธบิ ายแนวทางการพัฒนา
2.ออกแบบแนวคดิ ใน ชีวิตประจำวันได้ ชีวติ ประจำวนั ได้ โดยใช้เทคโนโลยี IoT ได้
การพฒั นาเทคโนโลยี ถูกต้องครบ น้อยกว่า 50%
IoT กับความสามารถ นา่ สนใจ และอธบิ าย น่าสนใจ และอธบิ าย
ของบอร์ด ออกแบบแนวคิดในการ
ไมโครคอนโทรลเลอร์ แนวทางการพฒั นาโดย แนวทางการพัฒนาโดย พัฒนาเทคโนโลยี IoT กบั
ความสามารถของ บอร์ด
ใชเ้ ทคโนโลยี IoT ได้ ใช้เทคโนโลยี IoT ได้ ไมโครคอนโทรลเลอร์ได้
หลักการถูกตอ้ งครบถ้วน
ถกู ต้องครบถว้ น ถูกต้องครบ 50% ข้นึ ไป และเลอื กใชอ้ ุปกรณ์ได้
เหมาะสมกบั การแก้ปญั หา
ออกแบบแนวคิดในการ ออกแบบแนวคิดในการ นอ้ ยกว่า 50%
พัฒนาเทคโนโลยี IoT พฒั นาเทคโนโลยี IoT
กับความสามารถของ กับความสามารถของ
บอรด์ บอร์ด
ไมโครคอนโทรลเลอรไ์ ด้ ไมโครคอนโทรลเลอรไ์ ด้
นา่ สนใจ สร้างสรรค์ น่าสนใจ หลักการ
หลักการถูกตอ้ งครบถ้วน ถูกต้อง และเลือกใช้
ทง้ั หมด และเลือกใช้ อุปกรณ์ได้เหมาะสมกับ
อปุ กรณ์ได้เหมาะสมกบั การแกป้ ัญหา 50% ขึ้น
การแกป้ ัญหา ไป
เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ
ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
5–6 ดี
3–4
พอใช้
น้อยกว่า 3 ปรบั ปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาการคำนวณ รหสั วชิ า ว23182
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
สาระการเรยี นรู้ พืน้ ฐาน ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 6 ชัว่ โมง
เวลา 2 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 4 แอปพลิเคชัน
เรอื่ ง ซอฟตแ์ วรท์ ่ใี ชใ้ นการพัฒนาแอปพลิเคชัน
1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวัด
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม
ตวั ช้ีวัด ม.3/1 พัฒนาแอปพลิเคชันท่มี กี ารบูรณาการกับวชิ าอ่ืนอย่างสรา้ งสรรค์
2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. บอกความหมาย ประเภท และขน้ั ตอนการพัฒนาแอปพลิเคชนั ได้ (K)
2. ยกตัวอย่างแอปพลิเคชนั ทม่ี ปี ระโยชน์ของในชีวิตประจำวันได้ (K)
3. ออกแบบการพัฒนาแอปพลิเคชันตามขั้นตอนการพฒั นาแอปพลิเคชันได้ (P)
4. เหน็ คณุ คา่ และประโยชนข์ องการพัฒนาแอปพลเิ คชนั ได้ (A)
3. สาระสำคญั
แอปพลิเคชัน เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่ออำนวยในดา้ นตา่ ง ๆ มีการออกแบบมาเพื่อใช้งาน
ในหลายรูปแบบ โดยแอปพลิเคชันแบ่งออกได้ 2 ประเภท ได้แก่ แอปพลิเคชันระบบ แอปพลิเคชันท่ี
ตอบสนองต้องการของกลมุ่ ผใู้ ช้
การพัฒนาแอปพลิเคชัน มี 7 ขั้นตอน ดังนี้ 1) กำหนดปัญหา 2) ศึกษาความเป็นไปได้ 3) วิเคราะห์
ความต้องการแอปพลิเคชนั 4) ออกแบบแอปพลิเคชนั 5) ทดสอบ 7) จัดทำเอกสาร
ซึ่งการพัฒนาโปรแกรมในปัจจุบันนิยมใช้โปรแกรมภาษาไพทอน (Python) เพราะเป็นภาษาที่อ่าน
แล้วเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมการพัฒนาแอปพลิเคชันด้วยโปรแกรมภาษาไพทอน
เชน่ โปรแกรมคำนวณหาอตั ราแลกเปลีย่ นเงนิ บาทไทย (THB) เป็นเงินดอลลาร์ (USD) เป็นต้น
4. สาระการเรยี นรู้
1. ขน้ั ตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน
2. ซอฟตแ์ วร์ที่ใชใ้ นการพฒั นาแอปพลิเคชั่น
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
(✓) ความสามารถในการส่ือสาร
(✓) ความสามารถในการคิด
( ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
(✓) ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
( ) ซ่อื สัตย์ สุจรติ
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นกั เรียนต้ังใจเรียนร้ใู นส่งิ ทีค่ รูสอนและศึกษาหาความรเู้ พ่ิมเติม
( ) อยู่อย่างพอเพยี ง
(✓) ม่งุ ม่นั ในการทำงาน นกั เรยี นมคี วามต้งั ใจในการฝึกปฏบิ ตั ิงานตามที่ได้รับมอบหมาย
( ) รักความเป็นไทย
(✓) มจี ิตสาธารณะ นกั เรยี นมีน้ำใจต่อครู เพอ่ื นและให้ความชว่ ยเหลอื ในทุกโอกาส
7. จุดเนน้ สกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รียน ทักษะศตวรรษท่ี 21
การเรยี นรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขียน (Writing)
( ) การคิดเลขเปน็ (Arithmetic)
( ) การคิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณและทักษะในการแกป้ ัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทกั ษะดา้ นการสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะดา้ นความร่วมมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทักษะด้านการส่ือสารและร้เู ทา่ ทันส่ือ (Communication, Information and Media)
(✓) ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทกั ษะอาชพี และทักษะการเรียนรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change Skills)
ทกั ษะดา้ นชีวิตและอาชพี
( ) ความยืดหยุ่นและการปรับตวั
(✓) การรเิ ริม่ สร้างสรรค์และการเปน็ ตัวของตัวเอง
( ) ทกั ษะสงั คมและสังคมข้ามวัฒนธรรม
(✓) การเป็นผสู้ ร้างหรือผู้ผลิตและความรบั ผิดชอบเชอื่ ถือได้
( ) ภาวะผ้นู ำและความรบั ผดิ ชอบ
คุณลกั ษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลักษณะด้านการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรับตัว ความเปน็ ผู้นำ
(✓) คณุ ลักษณะดา้ นการเรยี นรู้ ได้แก่ การชีน้ ำตนเอง การตรวจสอบการเรยี นของตนเอง
(✓) คุณลักษณะด้านศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อื่น ความซื่อสตั ย์ สำนึกพลเมือง
8. คณุ ธรรมอัตลกั ษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรียนใชเ้ วลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝกึ ทักษะ ไดเ้ หมาะสมและทนั เวลา
(✓) จติ อาสา นักเรียนสามารถแนะนำ/ช่วยเหลือเพ่อื นในขณะเรยี น
(✓) สามคั คี สมาชิกในกล่มุ มคี วามสามัคคี ชว่ ยเหลือ และสามารถทำงานได้สำเร็จตามทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมาย
(✓) มวี ินัย นกั เรียนแต่งกายเรยี บรอ้ ย ปฏิบตั ติ ามกฎ/มารยาทการใช้หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารคอมพวิ เตอร์
(✓) รบั ผิดชอบ นกั เรียนมีความรบั ผดิ ชอบต่องาน/ส่ิงที่ได้รับมอบหมายจนสำเรจ็
9. มาตรฐานสากล
(✓) เป็นเลิศทางวชิ าการ
( ) สื่อสารสองภาษา
(✓) ลำ้ หนา้ ทางความคดิ
(✓) ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์
( ) ร่วมกนั รบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก
10. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงที่ 1
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
1. ครูสนทนากับนักเรียนว่า ถ้าสมมตินักเรียนไปเที่ยวต่างประเทศ นักเรียนคาดว่าต้องใช้เงินประมาณ
เท่าไร
2. จากน้นั ครถู ามตอ่ วา่ จำนวนเงินทีน่ ักเรยี นบอกเปน็ สกุลเงนิ ไทย หรือสกลุ เงนิ ประเทศท่ีตอ้ งการไปเทย่ี ว
3. ครถู ามว่าแลว้ นกั เรยี นสามารถแปลงจำนวนเงินบาทเป็นสกลุ เงนิ ของตา่ งประเทศอยา่ งไร
4. ครสู อบถามว่านกั เรียนเคยสงสยั ไหมวา่ โปรแกรมเหลา่ น้ที ำงานอยา่ งไร
ขนั้ สอน
5. ครูกล่าวถงึ ลักษณะแบบน้ีเป็นประโยชน์ของโปรแกรม หรอื แอปพลเิ คชันที่เราใชใ้ นชีวิตประจำวัน
6. ครูอธบิ ายความหมาย และประเภทของแอปพลิเคชนั และยกตวั อยา่ งแอปพลเิ คชนั
7. ครอู ธิบายเพ่มิ เรอื่ งข้ันตอนการพฒั นาแอปพลิเคชนั
8. ครูถามนักเรียนว่าจากที่เราพูดถึงจำนวนเงิน และการแปลงสุกลเงินในคาบที่แล้วนักเรียนคาดว่าหาก
ต้องการพฒั นาแอปพลเิ คชนั เราจะตอ้ งใช้เครอื่ งมอื ใดบา้ ง
9. ครูอธิบายว่าการพัฒนาโปรแกรมสามารถใช้ภาษาในการเขียน และพฒั นาแอปพลิเคชันไดห้ ลากหลาย
สามารถเลอื กใชไ้ ด้ตามความถนัด
10. ครูสนทนากับนักเรียนว่า นักเรียนได้เรียนเขียนโปรแกรมภาษา Python เบื้องต้นมาแล้วในชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 2 แล้วรู้หรือไม่ว่าทำไมนักพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันส่วนใหญ่จึงเลือกใช้โปรแกรมน้ี
เรามาดจู ุดเด่น จดุ ด้อยของโปรแกรมภาษาไพทอนกนั
ชว่ั โมงท่ี 2
11. ครูบอกนักเรียนว่า คาบนี้จะได้ศึกษาการทำงานของโปรแกรมแปลงค่าเงิน หัวข้อซอฟต์แวร์ที่ใช้ใน
การพัฒนาแอปพลิเคชัน่
12. ครูให้นักเรียนเปิดโปรแกรม Mu จากนั้นครูอธิบายหน้าที่การทำงานเครื่องมือของโปรแกรม เป็น
การทบทวนเน้ือหาเดิมทเ่ี รียนในระดับมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 หรอื ศึกษาเพิ่มเติมจากใบความรูเ้ ร่ือง If else, while,
for
13. ครูอธิบายเนื้อหา เรื่องโปรแกรมคำนวณหาอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทไทย(THB) เป็นเงินดอลลาร์
(USD) และให้นักเรียนศึกษาพร้อมทดลองเขียนโปรแกรมตามหนังสือ เพื่อความเข้าใจโปรแกรมมากขึ้น ให้
ศึกษาในใบความรู้เพิ่มเติมเรื่องการใช้งาน GUI ร่วมกับภาษาไพทอนในการเขียนโปรแกรม โดยใช้โมดูล
Tkinter
14. ครูถามนักเรียนว่าจากตัวอย่างที่ศึกษา สามารถนำแนวคิดการแปลงสกุลเงินไปปรับเป็นโปรแกรม
รูปแบบอื่นได้หรือไม่ อย่างไรบ้างให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และบันทึกรูปแบบท่ี
เพอ่ื นนำเสนอแล้วสนใจลงกระดาษ A4
15. ครูสอบถามว่าจากการแลกเปลยี่ นความคดิ เห็นไดพ้ บข้อดี ข้อเสียอะไรบา้ ง
16. ครูให้นักเรียนจับคู่เพื่อแลกเปล่ียนแนวคดิ และรปู แบบที่นกั เรียนสนใจการพฒั นาโปรแกรมหรือแอป
พลิเคชัน จากนั้นเลือกแนวคิดที่น่าสนใจ 1 อย่างเพื่อเขียนรายละเอียดการทำงานตามขั้นตอนการพัฒนาแอป
พลิเคชนั ดงั กลา่ วในแบบฝกึ หัด
17. ครใู ห้นักเรยี นนำแนวคดิ ที่ได้มาเขยี น Flow Chart เพ่อื นำไปพฒั นาเปน็ แอปพลิเคชัน
18. ครูถามนักเรียนว่าจากการเขียน Flow Chart นักเรียนคาดว่าแนวคิดที่ตนเองเขียนมีโอกาสที่จะทำ
ได้จริงหรือไม่
19. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะคู่นำเสนอแนวคดิ และผังงาน (Flowchart) ของตนเองหนา้ ชัน้ เรยี น ให้เพื่อน
ร่วมกนั แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พรอ้ มทั้งครคู อยใหค้ ำแนะนำ จากนนั้ ใหน้ ำไปปรับปรงุ แกไ้ ข
ข้ันสรุป
20. ใหน้ ักเรียนยกตัวอย่างแอปพลเิ คชนั ทม่ี ปี ระโยชน์ของในชีวติ ประจำวนั
11. การวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วิธีการวัดผลและ เคร่อื งมอื วดั และ เกณฑ์การวดั
การประเมินผล ประเมนิ ผล
ระดับคุณภาพ 2
ดา้ นความรู้ (K) 1. แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์
แบบฝกึ หัด
1. บอกความหมาย ประเภท 1. สงั เกตการตอบ
และขน้ั ตอนการพัฒนา คำถาม
แอปพลิเคชันได้ 2. ตรวจการเขียน
2. ยกตวั อย่างแอปพลเิ คชันท่ี Flow Chart
มปี ระโยชนข์ องใน
ชีวติ ประจำวนั ได้
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธีการวดั ผลและ เครื่องมอื วัดและ เกณฑ์การวัด
การประเมินผล ประเมนิ ผล ระดบั คุณภาพ 2
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P) 1. แบบประเมนิ การ ผา่ นเกณฑ์
นำเสนอแนวคิด
(1) ออกแบบการพัฒนาแอป 1. ประเมนิ การ การออกแบบการ ระดบั คุณภาพ 2
พัฒนาแอปพลเิ ค ผา่ นเกณฑ์
พลิเคชันตามขั้นตอนการ นำเสนอแนวคิดการ ชัน
พฒั นาแอปพลิเคชนั ได้ ออกแบบการพฒั นา 2. แบบสังเกต
พฤติกรรมการ
แอปพลเิ คชนั ทำงาน
2. สงั เกตการทำงาน แบบประเมนิ
คณุ ลักษณะอันพึง
ด้านคณุ ลกั ษณะ (A) สงั เกตพฤติกรรม
(1) เหน็ คณุ คา่ และประโยชน์ ประสงค์
ของการพัฒนาแอปพลเิ ค
ชนั ได้
12. สอ่ื การเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4
เรอ่ื ง แอปพลิเคชัน
2. โปรแกรม Mu ดาวนโ์ หลดโปรแกรมไดจ้ ากเว็บไซต์ https://codewith.mu/en/download
3. ตัวอย่างการเขียนโปรแกรม GUI ร่วมกับภาษาไพทอน
13. แหลง่ การเรียนรู้
1. หอ้ งคอมพิวเตอร์ 1 ห้อง ประกอบดว้ ย
(1) เครื่องคอมพวิ เตอรส์ ำหรับครูผสู้ อน 1 เครอื่ ง
(2) เครื่องคอมพิวเตอรส์ ำหรับนกั เรียน 15 เคร่อื ง
2. เครือ่ งโทรทัศน์
3. เครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต
14. บนั ทกึ หลงั สอน
14.1 ผลการจัดการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K)
นักเรยี นออกแบบเทคโนโลยี IOT ตามท่ีครูกำหนดให้ได้ จำนวน 147 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100
และสามารถเขียน Flow Chart ได้ จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 82.99
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
นกั เรียนสามารถออกแบบเทคโนโลยี IOT ได้ พบวา่ นักเรียนจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑก์ าร
ประเมินทีต่ ้ังไว้ คือ ผ่านเกณฑร์ ะดบั คุณภาพ 2 คิดเปน็ ร้อยละ 100
ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
จากการสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียน พบว่า นักเรียนจำนวน 147 คน ผ่านเกณฑ์การประเมินท่ตี ้ัง
ไว้ คอื ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพ 2 คิดเปน็ ร้อยละ 100
14.2 ปัญหา/อุปสรรค
-
14.3 แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชอื่ ครผู สู้ อน
( นางจุฑารัตน์ ใจบุญ )
ครูชำนาญการพิเศษ
การประเมินการนำเสนองานกล่มุ (ออกแบบแนวคดิ การพัฒนาแอปพลิเคชนั )
ท่ี รายการประเมนิ คุณภาพผลงาน
4 3 21
1 นำเสนอการออกแบบการพฒั นาแอปพลิเคชนั ตามข้นั ตอนการพัฒนาแอป
พลิเคชนั ไดน้ ่าสนใจและสื่อสารเข้าใจงา่ ย ชัดเจน
2 อธิบายการทำงานของแนวคิดไดเ้ ข้าใจ และถูกต้องตามหลักการ และตอบ
คำถามได้
3 มคี วามคิดสรา้ งสรรค์
4 การมสี ่วนรว่ มของสมาชิกในกล่มุ
5 การรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่ืน
รวม
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
16 – 20 ดี
10 – 15
น้อยกว่า 10 พอใช้
ปรับปรงุ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11
กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาการคำนวณ รหสั วิชา ว23182
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
สาระการเรียนรู้ พน้ื ฐาน ภาคเรียนที่ 2 เวลา 6 ชวั่ โมง
เวลา 2 ชวั่ โมง
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 แอปพลิเคชัน
เรือ่ ง ซอฟต์แวรท์ ่ใี ช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชนั 2
1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชว้ี ดั ม.3/1 พัฒนาแอปพลิเคชันทมี่ กี ารบูรณาการกบั วชิ าอื่นอยา่ งสร้างสรรค์
2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายหน้าท่กี ารทำงานของคำสง่ั ในการเขียนโปรแกรมดว้ ย Python ได้ (K)
2. ออกแบบและเขยี นโปรแกรมหรือแอปพลเิ คชนั ด้วยภาษา Pythonได้ (P)
3. เห็นคุณค่าและประโยชน์ของการพัฒนาโปรแกรมหรือแอปพลิเคชันด้วยภาษา Python ต่อ
ชวี ิตประจำวนั ได้ (A)
3. สาระสำคัญ
ภาษาไพทอนเป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเขียนโปรแกรมไปจนถึงการ
ประยกุ ตใ์ ช้งานในระดบั สูง เนื่องจากโครงสร้างภาษาที่ลดความยุ่งยากเร่ืองไวยากรณ์ในการเขียนโปรแกรมลง
อา่ นแล้วเข้าใจง่าย ไม่ซบั ซ้อน
4. สาระการเรียนรู้
1. ซอฟต์แวร์ทใี่ ช้ในการพฒั นาแอปพลเิ คช่ัน
5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
(✓) ความสามารถในการสื่อสาร
(✓) ความสามารถในการคิด
( ) ความสามารถในการแก้ปัญหา
( ) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
(✓) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
( ) รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
( ) ซ่อื สตั ย์ สจุ รติ
(✓) มีวินัย นักเรียนแต่งกายเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎ/มารยาทการใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
(✓) ใฝ่เรยี นรู้ นักเรยี นต้ังใจเรียนรู้ในสิ่งท่ีครูสอนและศึกษาหาความรเู้ พ่ิมเตมิ
( ) อยอู่ ย่างพอเพยี ง
(✓) มงุ่ ม่ันในการทำงาน นักเรียนมคี วามตั้งใจในการฝึกปฏิบัตงิ านตามที่ได้รบั มอบหมาย
( ) รกั ความเปน็ ไทย
(✓) มีจติ สาธารณะ นักเรยี นมนี ้ำใจต่อครู เพอ่ื นและให้ความชว่ ยเหลือในทุกโอกาส
7. จดุ เนน้ สู่การพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รยี น ทกั ษะศตวรรษท่ี 21
การเรียนรู้ 3Rs 8Cs
(✓) การอ่าน (Reading)
(✓) การเขียน (Writing)
( ) การคิดเลขเปน็ (Arithmetic)
( ) การคิดอยา่ งมีวิจารณญาณและทักษะในการแก้ปัญหา (Critical Thinking and Problem
Solving)
(✓) ทักษะด้านการสรา้ งสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and Innovation)
(✓) ทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทำงานเปน็ ทีม และภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and
Leadership)
( ) ทกั ษะด้านความเข้าใจตา่ งวฒั นธรรม ต่างกระบวนทัศน์ (Cross-cultural Understanding)
(✓) ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารและรู้เท่าทนั ส่ือ (Communication, Information and Media)
(✓) ทักษะด้านคอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร (Computing and ICT
Literacy)
( ) ทักษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and Learning Skills)
( ) ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change Skills)
ทักษะด้านชีวติ และอาชีพ
( ) ความยืดหยนุ่ และการปรับตัว
(✓) การริเรมิ่ สร้างสรรค์และการเป็นตวั ของตัวเอง
( ) ทักษะสังคมและสังคมข้ามวฒั นธรรม
(✓) การเป็นผู้สร้างหรอื ผูผ้ ลิตและความรบั ผดิ ชอบเชอ่ื ถือได้
( ) ภาวะผู้นำและความรบั ผิดชอบ
คณุ ลักษณะสำหรับศตวรรษท่ี 21
(✓) คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ไดแ้ ก่ การปรบั ตวั ความเป็นผู้นำ
(✓) คณุ ลักษณะด้านการเรยี นรู้ ได้แก่ การชี้นำตนเอง การตรวจสอบการเรียนของตนเอง
(✓) คณุ ลกั ษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ เคารพผู้อื่น ความซ่ือสัตย์ สำนึกพลเมือง
8. คณุ ธรรมอัตลักษณ์ 5 ประการ
(✓) พอเพยี ง นักเรียนใช้เวลาในการศึกษา ทำใบงาน/แบบฝกึ ทักษะ ไดเ้ หมาะสมและทันเวลา
(✓) จติ อาสา นักเรยี นสามารถแนะนำ/ชว่ ยเหลือเพอื่ นในขณะเรียน
(✓) สามคั คี สมาชกิ ในกล่มุ มีความสามัคคี ชว่ ยเหลือ และสามารถทำงานไดส้ ำเรจ็ ตามทไี่ ด้รบั
มอบหมาย
(✓) มีวินัย นกั เรยี นแตง่ กายเรยี บรอ้ ย ปฏบิ ัตติ ามกฎ/มารยาทการใชห้ อ้ งปฏบิ ตั ิการคอมพิวเตอร์
(✓) รบั ผดิ ชอบ นักเรยี นมีความรับผดิ ชอบต่องาน/ส่ิงที่ไดร้ ับมอบหมายจนสำเรจ็
9. มาตรฐานสากล
(✓) เปน็ เลิศทางวิชาการ
( ) ส่อื สารสองภาษา
(✓) ลำ้ หน้าทางความคดิ
(✓) ผลติ งานอยา่ งสรา้ งสรรค์
( ) ร่วมกนั รับผดิ ชอบตอ่ สังคมโลก
10. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 1
ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครบู อกกับนักเรียนว่าจากช่วั โมงทผี่ ่านมาเราทราบดีวา่ โปรแกรมท่ีใช้ในการพฒั นาแอปแพลิเคชันมีให้
เลือกหลากหลาย แตโ่ ปรแกรมทีน่ ิยมกนั และเรยี นรู้ได้เรว็ ซึ่ง Python เป็นตัวเลือกท่ีนา่ สนใจ
2. ครสู นทนากบั นักเรยี นว่า “จากตัวอยา่ งท่ีนักเรียนลองเขียนโปรแกรมแปลงค่าเงินด้วยโปรแกรมภาษา
Python นักเรียนคิดว่า ฟังก์ชันหรือคำสั่งที่นักเรียนใช้ในการเขียนโปรแกรมข้างต้น เพียงพอสำหรับการ
พัฒนาแอปพลเิ คชนั ตามแนวคิดของนักเรยี นหรือไม่”
3. ครสู นทนากบั นกั เรียนวา่ “หากเราต้องการพฒั นาแอปแพลเิ คชนั ดว้ ย Python จะตอ้ งเรยี นรอู้ ะไรบา้ ง
ข้ันสอน
4. ครูใหน้ ักเรียนเปิดโปรแกรม Mu จากนั้นครอู ธบิ ายหน้าที่การทำงานเคร่ืองมอื ของโปรแกรม
5. ครทู บทวนการเขยี นโปรแกรมโดยใช้ variable ดว้ ยตวั เลข และขอ้ ความเพ่อื การแสดงผล
เชน่ Code ผลลัพธไ์ ด้
Code
ผลลพั ธ์ท่ไี ด้
6. ครูอธิบายเพิ่มเติมว่า กรณีที่สร้างตัวแปรของตัวเลข เช่น A = 5 กับ C = “5” แสดงผลออกมาเป็น
เลข 5 เหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน A เป็นตัวแปรของตัวเลข ส่วน C เป็นตัวแปรของตัวอักษรหรือ
ข้อความ เพราะมสี ญั ลักษณ์ “”
7. จากนั้นครูทบทวนรูปแบบรหัสข้อมูล (Format Code) เพิ่มเติม จากที่เคยเรียนผ่านมาแล้วใน
ระดบั ชัน้ ม.2
8. ครูใหน้ ักเรียนทำใบงาน เรอื่ ง ตวั แปรและตัวดำเนินการ
ช่วั โมงที่ 2
9. ครูถามคำถามเพื่อทบทวนนักเรียนว่าจากการเรียนเรื่องการใช้งานตัวแปรเพื่อการดำเนินการทาง
คณิตศาสตร์ มีขอ้ มลู ตวั เลขแบบไหนบา้ งทสี่ ามารถนำมาดำเนนิ การทางคณิตศาสตร์ได้
10. จากนั้นครทู บทวนการใช้งานคำสงั่ การรบั ขอ้ มูลจากแป้นพมิ พ์ input
11. ครูใหน้ ักเรียนทำแบบฝกึ หดั เรื่อง การเขยี นใชค้ ำสง่ั แสดงผล อนิ พุต และเอาตพ์ ตุ
12. ครูสอบถามนักเรยี นวา่ ฟังก์ชัน input ทำงานอยา่ งไร
13. ครูถามนักเรียนว่าจากการเรียนเขียนโปรแกรมคำสั่งที่เรียนมา หากครูต้องการเขียนโปรแกรม
จัดลำดับความนิยมของร้านอาหารโดยใช้ข้อมูลจากระดับความพอใจในการใช้บริการ 5 ระดับ นักเรียนคิดว่า
สามารถทำได้หรอื ไม่
14. ครสู อนนกั เรยี นใชง้ านคำสง่ั if-else
15. จากนนั้ ครใู ห้นกั เรียนทำใบงาน เร่ือง การทำงานแบบมีเงอ่ื นไข
16. ครูถามนกั เรยี นว่าสามารถนำความรูท้ ี่เรยี นไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวันได้อย่างไรบ้าง
17. ครูถามนักเรียนว่าจากการเรียนเขียนโปรแกรมที่ผ่านมา หากครูต้องการให้นักเรียนเขียนโปรแกรม
เพอ่ื แสดงชื่อตนเอง 100 บรรทัด นักเรียนคิดวา่ ต้องเขียนคำส่งั เยอะหรอื ไม่
18. ครบู อกทมี่ าและอธิบายเร่อื งการใช้งานคำส่งั ทำซำ้ และคำสง่ั อืน่ ๆ ไดแ้ ก่ while , for
19. ครูสอนนกั เรยี นใช้งานคำส่งั while / for
20. ครูใหน้ กั เรียนทำใบงาน เรอื่ ง การทำซ้ำ แบบฝกึ หัด
21. ครูให้นักเรียนช่วยกันบอกคำสั่งในการเขียนโปรแกรมที่ได้เรียนท้ังหมด พร้อมบอกหน้าที่ของแต่ละ
คำสงั่
22. ครใู ห้นกั เรยี นลงมือเขียนโปรแกรมหรือแอปพลเิ คชันด้วยภาษา Python
23. ครูให้นกั เรียนทดสอบโปรแกรมหรือแอปพลเิ คชันเพ่ือตรวจสอบข้อผดิ พลาด
ขั้นสรุป
24. ครูให้นักเรียนแต่ละคู่นำเสนอโปรแกรมหรือแอปพลิเคชัน ให้เพื่อนร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเหน็
พรอ้ มทง้ั ครคู อยใหค้ ำแนะนำเพ่มิ เติม
11. การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ วธิ กี ารวดั ผลและ เครือ่ งมือวัดและ เกณฑ์การวัด
การประเมินผล ประเมนิ ผล อธบิ ายได้ถกู ต้องตาม
ด้านความรู้ (K) อธิบายการทำงานของ หลักการ 60% ข้นึ ไปถือ
1. อธบิ ายหน้าท่กี ารทำงาน โปรแกรมหรอื แอป แบบประเมิน
พลเิ คชนั ท่ีเขยี นด้วย ชิ้นงาน ว่าผา่ น
ของคำสัง่ ในการเขียน ภาษา Python (ออกแบบและ
โปรแกรมดว้ ย Python เขยี นโปรแกรม ระดับคุณภาพ 2
ได้ 1.ตรวจโปรแกรมหรือ หรือแอปพลิเคชนั ผา่ นเกณฑ์
แอปพลเิ คชันท่ีเขียน ด้วยภาษา
ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) ดว้ ยโปรแกรมภาษา Python) ระดบั คุณภาพ 2
1. ออกแบบและเขยี น Python ผา่ นเกณฑ์
1. แบบประเมิน
โปรแกรมหรอื แอปพลเิ ค สังเกตพฤตกิ รรม ชิน้ งาน
ชันดว้ ยภาษา Pythonได้ (ออกแบบและ
(P) เขียนโปรแกรม
หรือแอปพลเิ คชัน
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ (A) ด้วยภาษา
(1) เห็นคุณคา่ และประโยชน์ Python)
ของการพฒั นาโปรแกรม แบบประเมิน
หรือแอปพลิเคชนั ดว้ ย คณุ ลกั ษณะอันพึง
ภาษา Python ตอ่
ชวี ิตประจำวนั ได้ ประสงค์
12. สอ่ื การเรียนรู้
1. หนังสือเรียนรายวชิ าพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ม.3 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4
เร่ือง แอปพลิเคชัน
2. โปรแกรม Mu ดาวน์โหลดโปรแกรมได้จากเวบ็ ไซต์ https://codewith.mu/en/download
3. ใบความรู้ เร่อื ง การใชค้ ำสง่ั แสดงผลอินพตุ และเอาตพ์ ตุ
4. ใบความรู้ เรอ่ื ง ตัวแปรและตัวดำเนนิ การ
5. ใบความรู้ เรื่อง การทำงานแบบมเี งือ่ นไข
6. ใบความรู้ เรอ่ื ง การทำซ้ำ
7. ใบงานท่ี 5 เร่ือง ตัวแปรและตวั ดำเนินการ
8. ใบงานที่ 6 เรื่อง การใชค้ ำสง่ั แสดงผลอินพตุ และเอาตพ์ ุต
9. ใบงานที่ 7 เรอ่ื ง การทำงานแบบมเี ง่อื นไข
10.ใบงานท่ี 8 เรอื ง การทำซ้ำ
13. แหล่งการเรียนรู้
1. ห้องคอมพิวเตอร์ 1 ห้อง ประกอบดว้ ย
(1) เคร่อื งคอมพวิ เตอร์สำหรบั ครูผสู้ อน 1 เครื่อง
(2) เครอ่ื งคอมพวิ เตอรส์ ำหรบั นักเรียน 15 เครอ่ื ง
2. เคร่อื งโทรทัศน์
3. เครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต
14. บันทึกหลงั สอน
14.1 ผลการจดั การเรียนรู้
ด้านความรู้ (K)
นักเรียนสามารถเขียนคำส่งั เขียนโปรแกรมภาษาไพทอน ตามใบงานที่กำหนดให้ได้ จำนวน 100
คน คดิ เปน็ ร้อยละ 68.03
นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 4 แอปพลิเคชั่น จำนวน 10 ขอ้ ปรากฏวา่ นกั เรยี น
จำนวน 124 คน ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 60 คิดเปน็ ร้อยละ 84.35
ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
นักเรยี นสามารถเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนได้ พบว่า นกั เรยี นจำนวน 147 คน ผ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ ที่ต้ังไว้ คือ ผ่านเกณฑร์ ะดับคุณภาพ 2 คดิ เปน็ ร้อยละ 100
ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
จากการสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี น พบวา่ นักเรยี นจำนวน 147 คน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ทต่ี ้ัง
ไว้ คอื ผ่านเกณฑ์ระดบั คุณภาพ 2 คิดเปน็ ร้อยละ 100
14.2 ปัญหา/อุปสรรค
-
14.3 แนวทางแก้ไข/ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชอ่ื ครผู สู้ อน
( นางจุฑารตั น์ ใจบญุ )
ครชู ำนาญการพเิ ศษ
ใบความรู้
เร่อื ง การทำงานแบบมเี ง่อื นไข
การใช้งานคำสงั่ if
if คอื คำสง่ั กำหนดเงื่อนไขเพื่อควบคุมให้โปรแกรมทำงานเฉพาะคำสง่ั ที่ตอ้ งการเม่ือเง่ือนไขเปน็ จรงิ
ซึ่งเปน็ การเลือกทำงานท่ีมที างเลอื กเดยี ว
โคด้ ผลลัพธ์
การใชง้ านคำส่ัง if-else
If-else คือ การกำหนดเง่ือนไขให้โปรแกรมเลือกทำ 2 กรณี โดยเลือกทำคำส่ังในบล็อก if เมือ่
เงอ่ื นไขเป็นจรงิ หรือเลือกทำคำสั่งในบล็อก else เมอื่ เง่อื นไขเปน็ เทจ็
โค้ด ผลลัพธ์
ใบความรู้
เรอื่ ง การทำงานซำ้
การใช้งานคำส่งั while
while คอื การวนลปู โดยการตรวจสอบเง่ือนไขก่อนทำงาน ซ่งึ ในขณะท่จี รวจสอบพบวา่ เงอ่ื นไขเปน็
จริง คำสง่ั ท่ีอยภู่ ายในบลอ้ กจะถกู รนั ให้ทำงานวนรอบไปเร่ือยๆ และจะหยุดทำงานเม่ือโปรแกรมตรวจสอบ
พบวา่ เง่อื นไขเป็นเท็จ
คำสง่ั ผลลัพธ์
i=0
while i <= 10:
print(i, end = ', ')
i=i+1
การใชง้ านคำสงั่ for
for คือ การทำงานแบบวนซำ้ ที่สามารถกำหนดจำนวนครงั้ ท่แี นน่ อน โดยมีการกำหนดจุดเริ่มต้น จดุ
สดุ ทา้ ย และจำนวนการทำงานตามจำนวนข้อมูลทมี่ ี
คำสัง่ ผลลัพธ์
for num in (27,12,2537):
print(num)
bp ='Lisa','Jisoo','Jennie','Rose'
for bp in bp:
print(bp)
ใบงานท่ี 5
เรอื่ ง ตวั แปรและตัวดำเนินการ
1.ให้นกั เรยี นทำความเข้าใจเร่ืองตวั แปรเพื่อตอบคำถามต่อไปน้ี
1.1 เขียนผลลัพธ์การทำงานของโคด้ ต่อไปน้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 “กิ้ฟขายแอปเปิ้ลไดเ้ งินมา 425 บาท อรขายสม้ ไดเ้ งนิ มา 565 บาท ทศขายมะม่วงงินมา 456”
ใหน้ กั เรยี นเขียนโปรแกรมเพอ่ื แสดงรายไดจ้ ากการขายผลไม้ของแต่ละคน โดยใชค้ ำสงั่ “ตัวแปร”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ให้นกั เรียนทำความเขา้ ใจเร่ืองตัวแปรและการดำเนินการเพอ่ื ตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
2.1 เขียนผลลัพธ์การทำงานของโคด้ ต่อไปน้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 เขียนผลลพั ธก์ ารทำงานของโคด้ ต่อไปนี้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 ให้นักเรียนเขยี นโปรแกรมเฉลย่ี คา่ อาหารรายคน โดยใหโ้ ปรแกรมรับจำนวนลูกคา้ และค่าอาหาร
ทงั้ หมด จากน้นั แสดงค่าอาหารท่ีเฉลี่ยต่อคนทางหนา้ จอ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.4 เขยี นโปรแกรมประยุกต์ใชต้ ัวดำเนนิ การเพ่ือแสดงผลลพั ธ์ ดงั นี้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 5 เฉลย
เร่อื ง ตัวแปรและตัวดำเนนิ การ
1.ใหน้ กั เรยี นทำความเข้าใจเรื่องตวั แปรเพื่อตอบคำถามต่อไปน้ี
1.1 เขยี นผลลพั ธ์การทำงานของโค้ดต่อไปน้ี
…P…ri…ce……of…M……an…g…o…=…4…5………………………………………………………………………………………………………………………
…P…ri…ce……of…M……el…o…n …=…8…6………………………………………………………………………………………………………………………
…………/PPP…………/rrrตiii…………cccวั eee…………เล…………oooขfff…………ในWBA…………ap…………aWnpt…………aelaen…………rtmea…………=rem=…………6l…………o4e2nl4…………o…………=n…………8ม…………6คี …………า่ =…………8…………6…………เน…………อ่ื…………ง…………จ…………าก…………ใ…น………โ…………ค…………้ด…………โจ…………ท…………ย์ไ…………ด…………ใ้ ส…………ต่ …………วั …………แป…………ร…………m……………………el…………o…………n…………ล…………งไ…………ป…………แ…………ท…น………………………………………………………………………………………………………
1.2 “กิ้ฟขายแอปเปิล้ ได้เงินมา 425 บาท อรขายส้มไดเ้ งินมา 565 บาท ทศขายมะมว่ งงินมา 456”
ใหน้ ักเรียนเขยี นโปรแกรมเพ่อื แสดงรายไดจ้ ากการขายผลไม้ของแต่ละคน โดยใชค้ ำส่ัง “ตัวแปร”
…g…if…t =……4…25…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…t…o…ss…=…4…5…6………………………………………………………………………………………………………………………………………
…o…rn……=…5…6…5 ………………………………………………………………………………………………………………………………………
…p…ri…n…t('…G…ift…=……%…d…' …%…g…if…t)…………………………………………………………………………………………………………………
…p…ri…n…t('…T…os…s…=…%…d……' %……t…os…s…) ……………………………………………………………………………………………………………
…p…ri…n…t('…O…rn…=……%…d…'…%……or…n…) ………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ใหน้ ักเรยี นทำความเข้าใจเร่ืองตวั แปรและการดำเนินการเพื่อตอบคำถามต่อไปน้ี
2.1 เขียนผลลพั ธก์ ารทำงานของโค้ดต่อไปน้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………9………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………6…0 ……………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.2 เขยี นผลลัพธก์ ารทำงานของโค้ดต่อไปน้ี
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………Y…o…u…r …ag…e…=……25……………………………………………………………………………………………………………………………
………Y…o…u…r …BM……I =……19……………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.3 ให้นักเรยี นเขยี นโปรแกรมเฉลีย่ คา่ อาหารรายคน โดยให้โปรแกรมรับจำนวนลูกคา้ และค่าอาหาร
ทั้งหมด จากนนั้ แสดงค่าอาหารท่เี ฉล่ยี ตอ่ คนทางหนา้ จอ
………p…r…in…t(…'W…e…lc…o…m…e…t…o…R…e…st…u…ar…an…t…')………………………………………………………………………………………………
………b…i…ll…=…in…t…(in…p…u…t(…'E…n…te…r…b…ill…t…ot…a…l …: '…))…………………………………………………………………………………………
………r…e…gi…s …=…in…t…(in…p…u…t(…'E…nt…e…r …to…ta…l…c…us…t…om……er…:…')…) ……………………………………………………………………………
………a…v…e…rp…=……bi…ll…/r…eg…is………………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'\n…A…v…e…ra…ge……pe…r…1…=……%…d…'…%……av…e…rp…)…………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'T…h…an…k…y…o…u…:)…') …………………………………………………………………………………………………………………
2.4 เขยี นโปรแกรมประยกุ ต์ใชต้ วั ดำเนนิ การเพ่ือแสดงผลลัพธ์ ดังน้ี
………m……on…t…h…1…=…2…3…54…………………………………………………………………………………………………………………………
………m……on…t…h…2…=…4…5…84…………………………………………………………………………………………………………………………
………m……on…t…h…3…=…2…4…65…………………………………………………………………………………………………………………………
………m……on…t…h…4…=…8…5…46…………………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'B…an…t…h…un…g…C…a…fe…')………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'*…**…**…**…')……………………………………………………………………………………………………………………………
………p…r…in…t(…'R…e…po…r…t …by……4m……on…t…h…=…%……d'…%……………………………………………………………………………………………
………(…m…o…n…th…1…+…m…o…n…th…2…+m……o…nt…h…3+…m……on…t…h4…)…) …………………………………………………………………………………
ใบงานที่ 6
เรื่อง การใช้คำสัง่ แสดงผลอินพุต และเอาตพ์ ตุ
1.จงบอกหน้าท่กี ารทำงานของคำสัง่ ต่อไปนี้
1.1 print
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.2 input
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.ให้นกั เรียนทำความเข้าใจคำสั่งการแสดงผล print เพ่ือตอบคำถามต่อไปน้ี
2.1 เขยี นโค้ดคำส่งั เพ่ือแสดงผลลัพธ์ ดังนี้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………