The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือครู พระพุทธฯ ม.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphawit Ponjareansuk, 2021-01-03 05:46:16

คู่มือครู พระพุทธฯ ม.1

คู่มือครู พระพุทธฯ ม.1

กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Expand Evaluate

กระตนุ ความสนใจ Engage

ครสู นทนากบั นกั เรียนถึงความสําคญั ของ ๑. ความจÓเปน็ ท่เี ราควรเรยี นรศู้ าสนาอนื่
ศาสนา แลว ต้ังคําถามกระตุน ความสนใจวา
ท �าให้เใรนาบทรรราดบาวส่าัตมวนโลุษกยท์เ้ังรปาวมงีพ ิธคีกงจรระมมีแทตี่พ่มอนจุษะยเร์เีทยก่านไดั้น้วท่า่ีมเีศปา็นส น“าศ ากสานราข”1ุด คแ้นตข่สอัตงวนโักลโกบอร่ืานณไมค่มดีี
• ทาํ ไมคนเราจงึ ตอ งนับถอื ศาสนา ในปัจจุบันแม้จะมีคนท่ีถือว่าตนไม่มีศาสนา แต่คนเหล่าน้ีก็มีจ�านวนน้อย คนโดยท่ัวไปนับถือ

สาํ รวจคน หา Explore

ครถู ามคําถามเพ่อื ใหน กั เรยี นชวยกนั คนหา ศาสนาใดศาสนาหนึง่ เนื่องจากลึกๆ แลว้ มนุษย์ตอ้ งการสงิ่ ท่พี ้นจากวตั ถุ ตอ้ งการแสวงหาความ
คําตอบและนาํ มาอภิปรายในชนั้ เรียน เชน สุขสงบทางใจ ซ่ึงศาสนาทุกศาสนาให้แก่มนุษย์ เพราะศาสนาให้ส่ิงยึดเหน่ียวทางใจแก่มนุษย ์
สอนมิให้มนุษย์หลงระเริงเม่ือได้มา และปลอบใจแก่มนุษย์เม่ือเสยี ไป
• เพราะเหตใุ ดคนไทยจงึ ตอ งศกึ ษาเรยี นรศู าสนา ศาสนาเป็นแรงบันดาลใจให้มนุษย์สร้างสรรค์ส่ิงย่ิงใหญ่ ศาสนาท�าให้คนในสังคมอยู่
อืน่ ๆ นอกเหนือจากศาสนาท่ีตนนับถอื ด้วยกันอย่างสันติ มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน การท่ีจะ
เข้าใจสังคมใดสังคมหนึ่ง หากรู้ศาสนาของคนในสังคมน้ัน ทั้งในแง่หลักค�าสอนและพิธีกรรม
อธบิ ายความรู Explain จะทา� ให้เราร้แู ละเข้าใจความรู้สกึ นกึ คิดของคนในสังคมนน้ั ไดด้ ขี ้ึนเป็นอย่างมาก
คนทุกคนควรรู้จักศาสนาที่ตนนับถือท้ังในแง่หลักค�าสอนและหลักปฏิบัติ ตลอดจนข้อห้าม
1. ครูนาํ สนทนาดวยการสอบถามวา ในชุมชนที่ ต่างๆ ในศาสนา อย่างไรก็ตามเราก็ควรเรียนรู้ศาสนาอื่นด้วยเหตุผล คือ ถ้าเรารู้ศาสนาท่ีคน
นกั เรยี นอาศยั อยูมคี นนับถอื ศาสนาใดบาง และ ส่วนใหญ่ในสังคมนับถือ เราจะเข้าใจสังคมน้ันมากขึ้น เช่น ถ้าเรารู้จักศาสนาอิสลาม เราจะ
คนเหลานั้นมวี ถิ ีชีวติ ความเปน อยู และมกี าร เขา้ ใจคนตะวนั ออกกลางไดด้ กี วา่ ทไี่ มร่ ู้ เพราะเราจะเขา้ ใจวธิ มี องโลกของเขาและความรสู้ กึ นกึ คดิ
ประกอบศาสนกิจอยางไร ของเขาได้ดีข้ึน
นอกจากนี้การเรียนรู้ศาสนาของผู้อ่ืนจะช่วยให้เกิดการกระทบกระทั่งกันในเร่ืองศาสนา
2. ครแู ละนักเรียนสนทนาถึงประวัติ หลกั ธรรม น้อยลง ทั้งนี้การกระทบกระทั่งทางศาสนาน้ีเป็นเรื่องใหญ่ เพราะคนโดยทั่วไปย่อมเคารพ
สาํ คัญ พิธีกรรมวันสาํ คญั และการปฏิบัตติ น สักการะศาสนาของตน ศาสนาเป็นเร่ืองละเอียดอ่อน การเข้าใจผิดกันทางศาสนาอาจน�าไปสู่
ของศาสนาที่มีคนนับถือในทอ งถ่นิ หรอื ชุมชน ความแตกแยกร้าวฉานที่รุนแรงได้ เน่ืองจากศาสนิกชนแต่ละศาสนามีส่ิงที่ตน “ถือ” และจะ
ของตน ไม่ยอมให้ใครมาลบหลู่ดูหมิ่นได้ หากเรารู้จักศาสนาของผู้อ่ืน เราก็จะไม่เข้าใจผิด ไม่ท�าให้เกิด
• เพราะเหตใุ ดแตละศาสนาจงึ มคี วามเชื่อและ ความบาดหมางโดยไม่จ�าเป็น แต่จะปฏิบัติตนต่อศาสนิกชนอื่นได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์
หลกั คําสอนท่ีแตกตางกัน ต่างๆ การศึกษาศาสนาอ่ืนน้ันต้องระมัดระวัง อย่าลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอ่ืน การเปรียบเทียบ
(แนวตอบ เพราะศาสนาตา งๆ กาํ เนดิ จาก ระหว่างศาสนาต่างๆ อาจท�าได้ แต่ต้องไม่เปรียบว่าศาสนาของใคร “ดีกว่า” หรือ “จริงกว่า”
ดนิ แดนที่แตกตางกัน ทาํ ใหม ีมุมมองความคิด
ตอส่ิงตางๆ แตกตางกนั ไปดว ย)

ขยายความเขา ใจ Expand ของใคร คา� สอนของศาสนาตา่ งๆ นน้ั มที ง้ั เหมอื นกนั และตา่ งกนั สงิ่ ทตี่ า่ งกนั นนั้ อาจจะจรงิ ทงั้ คกู่ ไ็ ด้
ตวั อย่างเช่น นาย ก. เขา้ ไปในหอ้ งประชมุ แลว้ บอกวา่ คนในห้องประชมุ นนั้ มชี าย ๑๕ คน หญงิ
๕ คน นาย ข. เขา้ ไปแล้วบอกวา่ มคี นใสแ่ ว่น ๑๕ คน ไมใ่ ส่ ๕ คน ทงั้ นาย ก. และนาย ข.
ครูใหน ักเรียนแสดงความคิดเห็นถงึ ความจาํ เปน มองต่างกัน แต่ก็จริงทั้งคู่ เพียงแต่ความสนใจหรือแง่มุมในการมองต่างกัน ศาสนาต่างๆ นั้น
ในการเรียนรูศาสนาอ่นื เกิดในดินแดนต่างกัน มีปัญหาต่างกัน จึงมองส่ิงต่างๆ จากแง่มุมท่ีไม่เหมือนกัน การศึกษา

ตรวจสอบผล Evaluate ศาสนาอนื่ จงึ ท�าให้เข้าใจศาสนาของตนมากขึ้น และท�าใหม้ ุมมองกวา้ งขวางมากขึน้ ดว้ ย

ประเมนิ ความถูกตอ งของขอ มลู ความเปน เหตุ 140
เปนผลจากการแสดงความคดิ เหน็ ของนักเรียน
ขแอนสวอบNเนTน กาOร-คNดิ ET
นกั เรียนควรรู

1 ศาสนา แปลมาจากคาํ วา “สาสนํ” ในภาษาบาลี และ “ศาสน”ํ ในภาษา ศาสนามีประโยชนต อ นักเรยี นและตอการพัฒนาประเทศอยา งไร
สันสกฤต อนั หมายถึง หลักคาํ สอนทพ่ี ระศาสดาไดค น พบและเผยแผตอ มนษุ ยชาติ แนวตอบ ศาสนาเปน หลักยดึ เหนย่ี วจิตใจ สอนใหคนมีจิตใจทดี่ งี าม มคี วาม
เพอ่ื นอ มนําไปปฏิบัตใิ หห ลดุ พนจากความทกุ ข แบง ออกเปน 2 ประเภท ไดแ ก เมตตากรุณา เออ้ื เฟอ เผอื่ แผต อเพ่ือนมนษุ ย และมสี ติ สมาธิในการเรยี นและ
เทวนยิ ม ศาสนาทนี่ บั ถอื บูชาเทพเจา เชน ศาสนาคริสต และอเทวนิยม ศาสนาที่ การดาํ เนนิ ชีวิต สําหรับประโยชนต อ การพฒั นาประเทศ เชน ชว ยควบคุม
ไมน ับถอื เทพเจา เชน พระพทุ ธศาสนา เปน ตน ความประพฤติของคนในสงั คม เม่อื ทุกคนปฏบิ ตั ติ ามหลักธรรมทางศาสนา
ยอ มกระทําแตส ่ิงดงี าม คอยชว ยเหลือซง่ึ กนั และกัน จงึ ทาํ ใหทุกคนอยรู ว มกัน
บูรณาการอาเซียน อยางมคี วามสขุ และชว ยใหป ระเทศพัฒนาไปในทางท่ีดีขน้ึ อีกดว ย

ครใู หนกั เรียนชวยกนั ระบุวา ประเทศตา งๆ ในอาเซยี น ประชากรสวนใหญ
นบั ถือศาสนาใด หรอื นับถือศาสนาใดเปนศาสนาประจาํ ชาติ จากนน้ั ใหนักเรยี น
ชว ยกันแสดงความคิดเห็นวา ทาํ ไมคนไทยจึงตอ งเรียนรศู าสนาตา งๆ ของประเทศ
สมาชกิ อาเซียน และหากไมมคี วามเขา ใจในศาสนาอื่นจะสงผลกระทบอยางไร

140 คูม ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Expand Evaluate

กระตนุ้ ความสนใจ Engage

หลักค�าสอนของศาสนาต่างๆ มีทั้งความเหมือนกันและความต่างกัน ความเหมือนกัน ครสู นทนากบั นกั เรยี นเรอ่ื ง การปฏิบัติตนของ
ท่ีส�าคัญคือ ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี มีเมตตา ช่วยเหลือผู้อื่น มีความยุติธรรม พทุ ธศาสนกิ ชนท่ีเปนขอปฏิบัติและขอหาม แลวตงั้
มีความถ่อมตน เป็นต้น และที่ส�าคัญคือสอนคนมิให้หลงใหลไปกับความสุขทางวัตถุจนเกินไป คาํ ถามกระตุนความสนใจวา
แตส่ อนให้คนมสี ุขสงบทางจติ ใจ ซงึ่ จริ ังยง่ั ยนื กว่า
• นกั เรยี นคดิ วา ศาสนาอน่ื ๆ มขี อปฏบิ ตั ิและ
ขอ หา มอยางไรบา ง

ò. กตา‹ารงปæฏบิ ตั ติ นอยา‹ งเหมาะสมตอ‹ ศาสนกิ ชนอนื่ ในสถานการ³ สา� รวจคน้ หา Explore

ส�าหรับประเทศไทย ทุกคนมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา ใครจะนับถือศาสนาใดก็ได้และ 1. นักเรียนศกึ ษาประวัติความเปน มา หลกั ธรรม
ก็ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ีดีของศาสนาท่ีตนนับถือ ท�าให้ในสังคมไทยมีการนับถือศาสนา และพิธกี รรมของศาสนาคริสต อิสลาม
ท่ีแตกต่างกันไป ซ่ึงแต่ละศาสนาต่างก็มีหลักค�าสอน พิธีกรรม การปฏิบัติตนและข้อห้ามท่ี พราหมณ - ฮินดู และสขิ เพือ่ นําความรูมา
แตกต่างกันออกไป จึงเป็นสง่ิ จ�าเป็นอยา่ งยงิ่ ทเี่ ราตอ้ งศกึ ษา เพือ่ ทส่ี มาชกิ ในสงั คมจะได้มีวธิ ีการ อภิปรายในช้ันเรียน
ปฏิบัติต่อกันได้อย่างถกู ต้อง
ขอ้ หา้ มของศาสนาต่างๆ เชน่ 2. ครูใหนกั เรียนสมั ภาษณเ พ่ือนทีน่ บั ถือศาสนา
● ในพระพุทธศาสนา ข้อห้ามท่ีส�าคัญคือ ศีล ๕ ได้แก่ ห้ามท�าลายชีวิต ห้ามขโมย ตา งกันเกีย่ วกบั ขอ ปฏบิ ตั แิ ละขอหา มของ
ศาสนา แลวบนั ทกึ ลงสมุด

ห้ามผิดประเวณี หา้ มพดู ปด และห้ามเสพของมึนเมา อธบิ ายความรู้ Explain
● ในศาสนาคริสต์ ข้อห้ามทีส่ �าคัญก็คอื บัญญตั ิ ๑๐ ประการ ได้แก่ หา้ มมีพระเจ้าอนื่
หา้ มกราบไหว้รูปเคารพ อย่าเอย่ นามพระเจ้าเล่นๆ ให้รักษาวนั สะบาโตเปน็ วันบริสทุ ธ์ ิ ใหน้ ับถอื ครอู ธบิ ายถึงความสาํ คัญของการศึกษาขอ หาม
บิดามารดา อย่าฆ่าคน อย่าผิดประเวณี อย่า ของศาสนาตา งๆ พรอ มกบั อธิบายความรเู กีย่ วกบั
ลักทรัพย์ อย่าเป็นพยานเท็จ อย่าโลภของ ขอหามเหลา นนั้ ใหน ักเรียนฟง จากนนั้ ใหน ักเรียน
เพอ่ื นบา้ น เปน็ ต้น จับคูถ าม - ตอบ เกี่ยวกบั ขอหา มตา งๆ เพอ่ื เสรมิ
● ในศาสนาอิสลาม ข้อห้ามและข้อ ความเขา ใจ และศึกษาเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั ขอหาม
ปฏิบัติมีมากกว่าสองศาสนาที่ได้กล่าวมาแล้ว ของศาสนาอืน่ นอกเหนอื จากในหนงั สือเรียน
ข้อห้ามทส่ี �าคัญ เชน่
(๑) หา้ มกราบรปู เคารพหรอื บคุ คล
ใดๆ ทงั้ สน้ิ ไมว่ า่ จะเปน็ บดิ ามารดา บคุ คลตา่ งๆ ขยายความเขา้ ใจ Expand

((๓๒)) หหาา้้ มมเคผุมากศ�าพเ1นิดทกุ วิธีการ ครูยกตัวอยางสถานการณใ นชวี ติ ประจําวัน
แลว ใหน ักเรียนชว ยกันบอกถึงวธิ กี ารปฏิบตั ิตน
(๔) ห้ามดื่มสุรา เบียร์ และของ คัมภีรอัลกุรอานเปนเสมือนธรรมนูญชีวิตท่ชี าวมุสลิมต้อง อยา งเหมาะสมตอศาสนกิ ชนอื่น
มนึ เมาใดๆ ศกึ ษาและนาำ ไปปฏบิ ตั ใิ นการดาำ เนนิ ชวี ติ

(๕) หา้ มเล่นการพนัน เปน็ ตน้ ตรวจสอบผล Evaluate

ขอ สอบ O-NET ประเมินความรูค วามเขาใจของนักเรยี น
ขอ สอบป ’51 ออกเก่ียวกับความสอดคลอ งของหลกั คําสอนของศาสนาอสิ ลาม 141 จากการบอกวธิ กี ารปฏบิ ัตทิ ี่ถูกตองตามหลกั
กับพระพทุ ธศาสนา
ในคัมภีรอ ลั กุรอาน มหี ลักคําสอนเกยี่ วกบั ความรักความเมตตาวา “ผใู ด ศาสนาน้ันๆ ตามสถานการณท่ีกําหนด
ขาดเมตตาแกเพ่ือนมนษุ ย ผนู ้ันจกั ไมไ ดร บั ความเมตตาเชนกนั ” คาํ สอนนี้
สอดคลอ งกับหลกั ธรรมของศาสนาพทุ ธในขอ ใด นกั เรยี นควรรู
1. สมบตั ิ 4 2. พรหมวหิ าร 4
3. สงั คหวัตถุ 4 4. กุลจริ ัฏฐติ ธิ รรม 4 1 หามเผาศพ ตามธรรมเนยี มของมุสลมิ เมือ่ มีคนตายแลว จะไมเผา แตจ ะ
วเิ คราะหคาํ ตอบ ตอบขอ 3. เพราะสงั คหวตั ถุ 4 เปน หลักธรรมทส่ี อนให ทําการฝง แทน และจะตอ งฝงภายใน 24 ช่วั โมงหลงั จากการตาย สวนศพน้นั
มนษุ ยร ูจกั ชวยเหลือซึ่งกันและกนั และมีความเมตตาตอกัน ประกอบดวย มุสลิมจะเรยี กวา มายัด โดยจะฝงศพใหน อนตะแคงไปทางขวา หนั หนา ไปทางทศิ
ทาน คือ การให การเสยี สละ ตะวนั ตก ซ่ึงเปนที่ตั้งวหิ ารกะบะฮ ประเทศซาอดุ อี าระเบีย
ปยวาจา คอื การพูดจาดวยถอ ยคาํ ท่ีไพเราะออนหวาน
อัตถจรยิ า คือ การสงเคราะห การประพฤตใิ นสงิ่ ทเ่ี ปน ประโยชนต อ ผอู นื่ มมุ IT

ศกึ ษาคนควาขอมูลเพ่ิมเติมเก่ยี วกบั ศาสนาอสิ ลาม ไดท่ี
http://www.islammore.com

สมานตั ตตา คือ การเปน ผูสมา่ํ เสมอ

คู่มือครู 141

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Expand Evaluate
Explain

กระตนุ้ ความสนใจ Engage

1. ครนู าํ สารคดีพระราชกรณยี กจิ ของรชั กาลที่ 9 การศกึ ษาขอ หา มของศาสนาตา งๆ ถอื เปน พนื้ ฐานอยา งหนงึ่ ทจี่ ะชว ยใหเ ราเขา ใจศาสนาอนื่
เกยี่ วกับเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใหนักเรยี นชม รวมถึงการปฏิบัติตนของศาสนิกชนของศาสนาน้ันๆ มากข้ึน เม่ือเขาใจแลว การอยูรวมกัน
แลวรวมกนั อภิปรายถงึ หลกั การของปรัชญา ในสงั คมกจ็ ะงายขน้ึ
เศรษฐกิจพอเพยี ง
ปจจุบันมีคําๆ หน่ึงท่ีใชกันท่ัวไป คือ คําวา “ศาสนสัมพันธ” ซึ่งหมายถึงความสัมพันธ
2. ครูถามนักเรียนวา การดําเนินชวี ิตแบบพอเพยี ง อนั ดี หรือความเขาใจอนั ดีระหวา งศาสนาตางๆ ในโลก ปจ จบุ นั นี้มอี งคกรทีต่ ั้งขึ้นมาเพ่อื สงเสริม
มลี กั ษณะอยางไร ความเขาใจอันดีระหวางศาสนาและระหวางนิกายในศาสนาเดียวกันมากขึ้น รวมถึงมีการประชุม
(แนวตอบ การดําเนนิ ชวี ิตแบบพอเพยี ง คือ สมั มนา และจดั พมิ พเปนวารสารเผยแพรม ากขน้ึ ดว ย
มคี วามพอประมาณ พออยพู อกนิ ไมใ ชจ า ยเกนิ ตวั
มภี มู คิ มุ กนั ในตัวที่ดี พรอมรบั การเปลีย่ นแปลง ó. ¡Òû¯ÔºÑµÔµ¹µÒÁËÅÑ¡¸ÃÃÁ·Ò§ÈÒʹҷÕèµ¹¹Ñº¶×Í㹡ÒÃ
ในดา นตางๆ ท่เี กดิ ข้นึ ไดอยางเทา ทัน) ´ÓçªÇÕ Ôµáº1 º¾Íà¾ÂÕ § áÅСÒôÙáÅÃÑ¡ÉÒÊè§Ô áÇ´ÅÍŒ Á

สา� รวจคน้ หา Explore กระแสโลกาภิวัตนเปนตัวเรงใหประเทศตางๆ พากันแขงขันแกงแยงชิงทรัพยากรกันอยาง

ครใู หนกั เรียนสืบคนขอ มลู เกี่ยวกับหลักธรรม รนุ แรง เพือ่ ท่จี ะนํามาซ่ึงความร่าํ รวยของประเทศตน โดยเฉพาะระบบทุนนิยมท่ีใชเ ศรษฐกิจเปน
ทางศาสนาท่ีสัมพันธกับการดํารงชีวิตแบบพอเพียง ตัววัดปจจัยของการเจริญเติบโตและการพัฒนาประเทศ แตส่ิงที่ตามมาก็คือ ทรัพยากรของโลก
จากแหลง การเรยี นรตู า งๆ เชน หนงั สอื เรยี น วารสาร ถูกทําลายลงโดยน้ํามือของมนุษย และนําไปสูปญหาทั้งดานสภาพแวดลอม สังคม และสภาพ
หนังสอื ธรรมะ เปน ตน จิตใจ โดยเฉพาะปญหาสงิ่ แวดลอ ม
ในปจจุบันนี้ สังคมไทยมีความเปนวัตถุนิยมมากข้ึน ผูคนในสังคมมีความยอหยอนทาง
ศีลธรรม และมีการเอารัดเอาเปรียบกันมากขึ้น ทําใหวิถีชีวิตความเปนอยู คุณภาพชีวิต และ
อธบิ ายความรู้ Explain
สุขภาพของผูคนในสังคมกําลังถูกกระทบหรือ
ครสู นทนากบั นักเรยี นถงึ ปญหาตางๆ ทีเ่ กิดขึ้น ทําลายจากสภาวะแวดลอม เชน มลพิษจาก
ในสงั คมไทย เชน ปญ หาดานสังคม ปญหาดาน โรงงานอุตสาหกรรม ภัยธรรมชาติเน่ืองจาก
สิง่ แวดลอม เปนตน แลวใหนักเรียนออกมาเลา การเกิดน้ําทวม ไฟปา ปญหาสิทธิของชุมชน
ประสบการณท ต่ี นเองเคยเผชิญกบั ปญ หาเหลา นั้น ประมงพื้นบานในการเขาถึงทรัพยากรและ
โดยอธบิ ายถึงความรสู กึ ทีม่ ีตอ เหตุการณด ังกลา ว แหลง อาหารของตนเอง เปน ตน
พรอ มกบั ใหเ พอ่ื นในชั้นเรียนอภิปรายถงึ สาเหตแุ ละ ประเทศไทยแตเ ดมิ มามภี าคการเกษตร
แนวทางในการแกไข เปนหัวใจสําคัญ แตเม่ือระบบทุนนิยมเขามา

ครอบงาํ มากขน้ึ ทาํ ใหเ กดิ ความพยายามเรง รดั
ทจ่ี ะพัฒนาประเทศใหเ ปน ประเทศอุตสาหกรรม
ความเจริญกาวหนาของเมืองอยางรวดเร็ว โดยขาด ทาํ ใหต อ งพง�ึ พาอาศยั ตา งประเทศมากขน้ึ เลย้ี ง
ความระมัดระวัง และขาดจิตสํานึกในการดูแลรักษา ตวั เองไดนอยลง ทําใหเ ศรษฐกิจไมม น�ั คง
ส่ิงแวดลอมกอใหเกิดปญหาตางๆ ขึ้นท่ัวทุกมุมโลก
เชน ปญ หามลพิษทางอากาศ

๑๔๒

นกั เรยี นควรรู กจิ กรรมสรา งเสรมิ

1 โลกาภิวตั น ปรากฏการณท ีห่ ลอมรวมความสมั พันธทางการเมือง เศรษฐกจิ ครูใหน ักเรียนเขยี นอธบิ ายวา ในชวี ิตประจาํ วนั ของนักเรียนมกี ิจกรรม
สงั คม และวฒั นธรรม ทเ่ี กิดขนึ้ ในทุกมุมสว นของโลก ใหมีความเปนอนั หนึ่งอนั ใดบา งทีส่ อดคลองกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในการดาํ รงชวี ิต
เดยี วกันและใกลก นั มากขน้ึ ตามแบบอยางโลกตะวันตก เหตกุ ารณตางๆ ท่ีเกดิ ข้ึน แบบพอเพยี งและการดูแลรกั ษาสิ่งแวดลอ มลงกระดาษ A4 แลวนาํ สง
ในพืน้ ที่หา งไกลและขา มพรมแดนรฐั สามารถถกู รับรูไดทนั ที โดยมีเทคโนโลยี ครผู สู อน
สารสนเทศและการสอื่ สารเปน ตวั ชว ยสนบั สนุน
กจิ กรรมทาทาย
มมุ IT
ครใู หน ักเรียนวิเคราะหถ ึงผลดีและผลเสียอนั เกดิ จากระบบทุนนิยม และ
ศึกษาคนควา ขอมลู เพม่ิ เติมเกย่ี วกบั การวพิ ากษท ุนนิยมผานมมุ มองของ เสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนตามหลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนาเพอ่ื ปอ งกนั
พระพทุ ธศาสนา ไดที่ http://www.visalo.org หรือแกไ ขผลกระทบจากระบบทุนนยิ ม ลงกระดาษ A4 แลวนําสง ครผู ูสอน

142 คูม่ อื ครู

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Evaluate
Explain Expand Explain

อธบิ ายความรู้

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงเล็งเห็นอันตรายที่จะเกิดข้ึนกับ 1. ครูนําสนทนาเกี่ยวกับแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจ
ประเทศถ้าจะเน้นการใช้เศรษฐกจิ เป็นตวั วดั ความเจริญและการพัฒนาประเทศ จึงได้พระราชทาน พอเพียงและใหน กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็
แนวคดิ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง เพอ่ื เปน็ หนทางแกไ้ ขใหป้ ระเทศยนื หยดั อยไู่ ดอ้ ยา่ งมน่ั คง และมี เกยี่ วกับการดาํ รงชีวิตแบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง
การพฒั นาแบบยง่ั ยนื ภายใตก้ ระแสโลกาภวิ ตั น ์ โดยไดต้ รสั เตอื นใหป้ ระชาชนคนไทยรว่ มมอื กนั แกไ้ ข ตามพระราชดํารสั ของรชั กาลท่ี 9
ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งจรงิ จงั ดว้ ยความสขุ มุ รอบคอบ ใหถ้ อื เปน็ หนา้ ทข่ี องทกุ คนทจี่ ะตอ้ งปฏบิ ตั ิ (แนวตอบ ครเู ปดโอกาสใหนกั เรยี นแสดง
มิใชเ่ พียงเพื่อประเทศไทยเทา่ น้ัน หากเพ่ือความอย่รู อดปลอดภัยของโลกดว้ ย ความคดิ เหน็ ไดอยางหลากหลายโดยอยบู น
ปรัชญาดเังศนร้ันษ ฐพกจิสพกอนเิกพรยีทง1้ังขหอลงาพยรสะมอคงควร์ ซท่ึง่ีจเะปดน็ �าแรนงชวคีวิติดอทย่สี ู่แอบดบคพลอ้องเพกับียคง า� สเพอื่อนใขหอ้สงอพดรคะพล้อุทงธกศับาแสนนวา พื้นฐานของความมีเหตผุ ล)
อย่างย่ิง และเพื่อเปน็ หนทางน�าไปสู่การพัฒนาแบบยง่ั ยืน ซึ่งการพฒั นาแบบย่งั ยนื น้จี า� ต้องอาศยั
มนษุ ยเ์ ปน็ ศนู ยก์ ลางบรู ณาการเศรษฐกจิ และสง่ิ แวดลอ้ มเขา้ ดว้ ยกนั นอกจากนต้ี อ้ งมกี ารคมุ้ ครอง 2. ครใู หน ักเรยี นทาํ กิจกรรมท่ี 8.1 จากแบบวดั ฯ
ส่ิงแวดล้อมพร้อมไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยสร้างความสมดุลระหว่างคน ธรรมชาติ และ พระพทุ ธศาสนา ม.1
ส่งิ ต่างๆ ไม่ใชใ่ หท้ �าลายล้างกัน
การดา� รงชวี ติ แบบพอเพยี งมีลกั ษณะดงั น้ี ใบงาน ✓แบบวดั ฯ แบบฝก ฯ
(๑) พ่ึงตนเอง เลี้ยงตัวเองได้ โดยเริ่มผลิตเพ่ือพอกินพอใช้ในครอบครัวของตน พระพทุ ธศาสนา ม.1 กจิ กรรมที่ 8.1
หรือในหมู่บ้านของตน ท่ีเหลือจึงเอาออกขายหรือแลกเปลี่ยนกับสินค้าอย่างอื่นที่ตนผลิตไม่ได้ หนวยท่ี 8 ศาสนสัมพนั ธ
แต่มิได้หมายความวา่ ไม่พง่ึ พาโลกภายนอกเลย คงยงั พึง่ พาอยู่ แต่ทา� ให้นอ้ ยท่ีสุด
(๒) เดินสายกลาง เนื่องจากคนจ�านวนมากยึดบริโภคนิยมในการด�ารงชีวิต คือ กจิ กรรมตามตวั ชวี้ ัด
เห็นวา่ การไดก้ ินมากๆ ใชม้ ากๆ หรูหรามากๆ เปน็ สงิ่ ดีมีคา่ ที่สดุ ในชีวติ อะไรท่ีตนผลิตไดค้ นอืน่
ผลิตไม่ได้และเขามีความต้องการก็ผลิต อะไรที่เราผลิตไม่ได้แล้วมีผู้อื่นผลิตก็น�าไปแลกเปลี่ยน กิจกรรมท่ี ๘.๑ ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามตอ ไปนี้ (ส ๑.๑ ม.๑/๘) คะแนนเตม็ คะแนนทไี่ ด
ซ้ือขายกัน แต่ตามความเป็นจริงแล้วยังมีส่ิงดีมีค่าอย่างอื่นอีกมากมายในชีวิตของมนุษย์ เช่น
กีฬา ศลิ ปะ ความสงบสขุ ของจติ ใจ มิตรภาพ เป็นต้น ñð
ทั้งน้ีพระพุทธศาสนามิได้ปฏิเสธความม่ังค่ัง หากความม่ังคั่งนั้นได้มาจากการ
ไม่เบียดเบียนตนและผู้อ่ืน และพระพุทธศาสนาก็มิได้ยกย่องเชิดชูความยากจน ความหรูหรา ๑. เพราะเหตุใดมนุษยจงึ ตองนับถือศาสนา …เ…พ…่ือ…แ…ส…ว…ง…ห…า…ค…ว…า…ม…ส…ง…บ…ส……ุขท……าง…ใ…จ……เ…ป…น……ส…ิ่ง…ย…ึด…เห……น…ี่ย…ว..
กไ็ ม่มอี ะไร ผดิ ( ๓ค)ว ไามม่เสนุข้นทกาางรกแาขย่งกขไ็ ันม่มกอี ะาไรรบผรดิ ิโ ภแคตนท่ ิย้ังมห2นมั้นดถนือีอ้ วย่าทู่ ค่ตี นอ้ ทงเี่มดีคินวสาามยสกาลมางารถที่สุดคือผู้ท่ี …ท…า…ง…ใจ…แ…ก…ม…น…ษุ……ย… ส……อ…น…ไม…ใ…ห…ม…น……ษุ …ย…ห…ล…ง…ร…ะเ…ร…งิ …เม…่อื …ไ…ด…ม …า……แล……ะป…ล…อ…บ……ป…ร…ะโ…ล…ม…ม…น…ษุ……ย…เ ม…่อื …ส…ูญ……เส…ยี …ไ…ป…………..
ชนะในการแข่งขัน (ได้กินได้อยู่ ได้หรูหรามากที่สุด) แต่พระพุทธศาสนาไม่เน้นให้คนแข่งกัน ๒. เพราะเหตุใดเราจงึ จําเปน ตอ งเรียนรูศาสนาอ่นื ……เพ……ื่อ…ให……รู…แล……ะเ…ข…าใ…จ…แ…น…ว…ค…ิด…แ…ล…ะ…ว…ิธ…ีม…อ…ง…โ…ล…ก…ข…อ…ง..
แสวงหาความเลอเลศิ ทางวตั ถ ุ แตใ่ หแ้ สวงหาความสงบสขุ ทางใจ การแขง่ ขนั เพอ่ื แสวงหาความสขุ …ผ…ูค…น…ใ…น…ส…ัง…ค…ม…น…้นั……ๆ…ไ…ด…ด…ีข…ึน้ ……ท…ํา…ใ…ห…อ …ย…ูร …ว…ม…ก…ัน…ไ…ด…อ…ย…า ง…ส……นั …ต…ิส…ขุ ……………………………………………………………………..
ทางวัตถุน้ันจะมีฝ่ายหน่ึงได้ และอีกฝ่ายหนึ่งเสีย ท�าให้มนุษย์เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ดังนั้นส�าหรับ
การบริโภคนยิ มน้นั คนเราจะมีความสามัคค ี ความรัก ความเมตตาตอ่ กันนอ้ ยกวา่ การดา� รงชีวิต ๓. หากเราไมศึกษาเรยี นรถู งึ หลกั คําสอน พธิ กี รรม และขอ หามของศาสนาอืน่ ๆ จะเกดิ ผลเสีย
แบบพอเพียง ซง่ึ การแข่งขันจะเป็นการแขง่ ขนั กบั ตวั เองหรือการแข่งขนั ทา� ความดี อยา งไร …อ…า…จ…ท…ํา…ใ…ห…เก…ดิ…ค……วา…ม…เ…ขา…ใ…จ…ผ…ดิ …ก…ัน…จ…น……น…าํ …ไป…ส……ูค …วา…ม…แ…ต…ก…แ…ย…ก…ร…า…ว…ฉ…า…น…ท…่ีร…ุน…แ…ร…ง…ไ…ด… …………………….
๔. เพราะเหตใุ ดปญหาสงิ่ แวดลอ มจงึ ทวีความรุนแรงมากขนึ้ ในปจ จบุ นั …เ…พ…ร…า…ะ…ก…า…ร…เ…ร…ง…พ…ัฒ……น…า…
143 …เศ…ร…ษ…ฐ…ก……ิจ…ขอ…ง…แ…ต…ล …ะ…ป…ร…ะ…เท…ศ……จ…ึง…ท…ํา…ใ…ห…ม …กี …า…ร…น…ํา…ท…ร…พั …ย…า…ก…ร…ธ…ร…ร…ม…ช…าต…ิม…า…ใ…ช…อ…ย…า ง…ม…ห…า…ศ…า…ล……ส…ง …ผ…ล…ใ…ห…เก……ดิ ..
…ป…ญ …ห…า…ส…ง่ิ …แ…ว…ด…ล…อ …ม……เช…น……ป…ญ……ห…าน……ํา้ …เส…ยี ……ป…ญ …ห…า…อ…า…ก…า…ศ…เป……น…พ…ิษ……เป…น……ต…น ………………………………………………………..

๕. ผลจากการที่ประเทศไทยพยายามพัฒนาใหเปนประเทศอุตสาหกรรม กอใหเกิดปญหาใด
…เด…ิม…ป……ร…ะเ…ท…ศ…ไ…ท…ย…เ…ป…น…ป…ร…ะ…เ…ท…ศ…เ…ก…ษ…ต…ร…ก…ร…ร…ม………ด…ํา…เน…ิน……ช…ีวิต……แ…บ…บ…ว…ิถ…ีพ…ุท…ธ…ค…ือ……ม…ีค…ว…าม…พ……อ…เพ…ีย…ง………ส…ง…บ…ส…ุข…
…แ…ต…เ ม…อื่ …ม…กี …า…ร…พ…ฒั …น……าส……อู …ตุ …ส…า…ห…ก…ร…ร…ม……ท…าํ ใ…ห…ต …อ …ง…พ…ง่ึ…พ…า…อ…า…ศ…ยั …ต…า …ง…ป…ร…ะเ…ท…ศ…ม…า…ก…ข…นึ้ ……ส…ง่ิ …แ…วด……ล…อ …ม…ถ…กู …ท…าํ …ล…าย….

๖. พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯ ทรงใชวิธีการอยางไรแกไขปญหาความเปนอยูของคนไทย
ในปจ จุบัน เพอื่ ใหด าํ รงชีวิตอยไู ดต ามกระแสโลกาภิวตั น …ท……ร…งพ……ร…ะร…า…ช…ท…า…น…แ…น…ว…ค…ดิ …ป…ร…ชั …ญ…า……….
…เศ…ร…ษ…ฐ…ก……จิ …พ…อ…เพ…ีย…ง…………………………………………………………………………………………………………………………………………………… เฉฉบลับย

๗. สาระสําคญั ของแนวคดิ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียงมอี ะไรบาง …ด…า…ํ ร…ง…ช…วี ติ…แ…บ…บ…พ…ง…่ึ ต…น…เ…อ…ง…เ…ด…นิ …ท…า…ง.
…ส…า…ย…ก…ล…า…ง…ร…ูจ…ัก…พ……อ…ป…ร…ะม…า…ณ……ม…เี…ห…ต…ผุ …ล……ม…ภี …มู …ิค…มุ …ก…ัน……ท…่ีด…ีใ…น…ต…ัว…เอ…ง……ภ…า…ย…ใต……เง…่ือ…น…ไ…ข…ค…ว…าม…ร…แู…ล…ะ…ค…ณุ ……ธ…ร…ร…ม…

๘. จงยกตวั อยางการประกอบอาชีพทีย่ ดึ หลักแนวคิดปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงมา ๑ อาชพี
…อ…าช…พี…เ…ล…ยี้ …ง…เป…ด……ป…ร…ะ…ม…า…ณ…จ…าํ…น…ว…น…เ…ป…ด …ท…เี่ …ล…ย้ี …งใ…ห…เ …ห…ม…า…ะส…ม…ก……บั …ส…ถ…า…น…ท…่ี …เล…อื…ก…ส……าย…พ…นั……ธ…ทุ …อ่ี …อ…ก…ไข…ส …ม…าํ่…เ…ส…ม…อ..
…แ…ล…ะต……อ …งข…ย…ัน……ห…ม…่ัน…เพ……ีย…รใ…น…ก……าร…ด…ูแ…ล…เ…อ…า…ใจ…ใ…ส…แ …ล…ะ…ห…า…ค…ว…า…ม…รเู…พ…ม่ิ …เ…ต…มิ …ใน……ก…า…ร…ด…ูแ…ล…ร…กั …ษ…า…เป…ด……เ…พ…่อื …เ…พ…ม่ิ …พ…นู …
…ร…าย…ไ…ด…ใ …ห…ม …า…ก…ข…ึ้น…ด…ว…ย……ซ…่งึ …ก…า…ร…ก…ร…ะท……ําเ…ช…น…น…ี้ …ท…าํ …ใ…ห…พ …่ึง…ต…น…เ…อ…ง…ได……ไ…ม…ย…ดึ …ต…ดิ…ก…ับ……ค…ว…าม…ม…ัง่…ค…งั่……แ…ล…ะ…ไ…ม…เ น…น…..
…ก…า…ร…แข…ง…ข…นั ……จ…งึ …เ…ป…น …ไ…ป…ต…า…ม…ป…ร…ชั …ญ…า…เศ…ร…ษ……ฐก……จิ …พ…อ…เพ…ยี…ง……………………………………………………………………………………….

๙. หลักธรรมใดทางพระพุทธศาสนาที่สามารถนาํ มาใชส ําหรบั การดํารงชวี ิตแบบพอเพียงได
…ส…นั …โ…ด…ษ……ค…อื ……พ…อ…ใ…จ…ใน…ส……งิ่ …ท…ต่ี …น…ม…แี …ล…ะ…ห…าม…า…ไ…ด…โ …ด…ย…ช…อบ……ธ…รร…ม……แ…ล…ะ…ค…หิ …สิ …ขุ ……ค…อื ……ค…ว…าม…ส…ขุ…แ…บ…บ…ร…จู…กั…พ……อ…ห…ร…อื ..
…ค…ว…าม…ส……ขุ ข…อ…ง…ช…า…ว…บ…า …น……………………………………………………………………………………………………………………………………………….
๑๐. สนั โดษ และคหิ สิ ขุ มกี ปี่ ระเภท อะไรบาง …ส……ัน…โ…ด…ษ……ม…ี …๓……ป……ร…ะเ…ภ…ท……ไ…ด…แ…ก… …๑….……ย…ถ…าล……าภ…ส……นั …โด……ษ..
…ค…ือ……ค…ว…า…ม…ย…ิน…ด…ีต……าม…ท……ี่ได…ม…า…โ…ด…ย…ช…อ…บ…ธ…ร…ร…ม…………๒….……พ…ล…ส…ัน…โ…ด…ษ………ค…ือ……ค…ว…า…ม…ย…ิน…ด…ี…ต…าม…ก……ําล……ังท……่ีต…น…ม…ีอ…ย…ู
…๓….…ย…ถ…า…ส…า…ร…ุป…ป…ส…ัน…โ…ด…ษ……ค…อื ……ค…ว…า…ม…ย…นิ …ด…ีต…า…ม…ก…าํ …ล…ัง…ท…ีต่ …น…ม…ีอ…ย…ู ………………………………………………………………………..
…ค…หิ …สิ …ขุ ……ม…ี …๔…ป…ร…ะ…เ…ภ…ท……ได…แ…ก……๑….…ส……ขุ ท……เ่ี ก…ดิ …จ…า…ก…ก…า…ร…ม…ที …ร…พั …ย…ท …ห่ี…า…ม…า…ไ…ด…โ ด……ย…ชอ…บ……ธร…ร…ม………๒….…ส……ขุ ท…เี่…ก…ดิ …จ…า…ก…
…ก…า…ร…ใช…จ…า …ย…ท…ร…ัพ…ย…เ พ……อ่ื …เล…้ีย…ง…ช…ีพ…แ…ล…ะ…บ…าํ …เพ…ญ็ ……ป…ร…ะโ…ย…ช…น… ……๓….……ส…ุข…ท…ีเ่ ก…ิด…จ…า…ก…ก…า…ร…ไ…ม…เ ป…น……ห…น…้ี ……๔….…ส……ขุ ท……่ีเก…ิด…
…จ…าก……ค…ว…าม…ป…ร…ะ…พ…ฤ…ต…ไิ…ม…ม …ีโ…ท…ษ………………………………………………………………………………………………………………………………….

๗๓

แนวขอ สNอบTเนน Oก-าNรคETิด นกั เรียนควรรู

ขอใดไมใ ช ลกั ษณะของการดํารงชวี ิตแบบพอเพยี ง 1 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการพัฒนาทอ่ี ยบู นพืน้ ฐานของทางสายกลาง
1. ตูนซอ มแซมกระเปา เส้ือทขี่ าดดว ยตนเอง และความไมประมาท โดยอยูภายใตกรอบแนวคดิ “3 หว ง 2 เง่อื นไข” กลาวคือ 3
2. จันทรป ลกู ผกั สวนครัวไวสําหรับประกอบอาหาร หวง ประกอบดวย ความพอประมาณ ความมเี หตุผล และการมีภูมิคมุ กันท่ีดี
3. นยุ เก็บเงนิ ซอ้ื กระเปา และเคร่ืองสําอางแบรนดเ นมที่ตนเองอยากได ในตวั และ 2 เง่อื นไข ไดแก การมีความรู การมคี ณุ ธรรม ในการดําเนนิ กิจกรรม
4. ชมพูวางแผนการใชเงิน โดยเขียนบัญชรี ายรบั รายจา ยทุกเดือน ดา นตา งๆ ไดอ ยา งสมดลุ และยงั่ ยนื
2 บรโิ ภคนิยม ปรากฏการณท เี่ กดิ ขน้ึ ภายใตเศรษฐกจิ แบบทนุ นยิ ม โดยมี
เพื่อคาํ นวณการใชจ ายไดอ ยา งเหมาะสม เปา หมายของการผลิตเพอ่ื จําหนายสินคาใหไ ดกาํ ไรมากท่สี ดุ ซึง่ มีระบบสื่อสาร-
มวลชนและการโฆษณาเปน เครื่องมือสําคัญในการกระตนุ ใหผบู รโิ ภคเกดิ ความ
วิเคราะหค ําตอบ ตอบขอ 3. เน่ืองจากการดาํ รงชีวติ แบบพอเพยี ง มี ตอ งการสนิ คา ตางๆ เหลา น้นั นอกจากน้วี ัฒนธรรมบรโิ ภคนยิ มยังทําใหเ กิดการ
เปลี่ยนแปลงจากการผลติ แบบเกษตรกรรมไปสูการผลติ แบบอุตสาหกรรม เกิดการ
ลกั ษณะดงั น้ี 1. พึ่งตนเองได 2. เดนิ สายกลาง 3. ไมเ นนการแขง ขนั ซึง่ การ แขง ขันทางเทคโนโลยที ีท่ ันสมัย และความสามารถในการผลิตสนิ คาใหมคี ณุ ภาพ
ใชจ ายเงินไปกับการซ้อื ของใชแ บรนดเนมทง้ั หลาย แสดงใหเ หน็ ถึงการดํารง และรวดเร็วขึ้น
ชวี ิตแบบบรโิ ภคนิยม ยดึ วัตถุทหี่ รูหรา ราคาแพงเปน ความสุขของชวี ติ อนั
เปน พฤตกิ รรมทข่ี ดั แยง กับการดาํ รงชีวิตแบบพอเพียง และนําความทุกขใ จ
เพราะความอยากได อยากมมี ากกวา คนอืน่ มาใหก ับชีวิตของตน

คูม่ ือครู 143

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain Expand Evaluate
Engage Explain

อธบิ ายความรู้

1. ครสู นทนากบั นักเรียนถงึ หลกั ธรรมทางศาสนา สำ� หรบั ธรรมะในพระพทุ ธศำสนำทเี่ รำสำมำรถนำ� มำใชส้ ำ� หรบั กำรดำ� รงชวี ติ แบบ
ทส่ี ัมพันธกบั การดํารงชวี ิตแบบพอเพียง และ พอเพยี งคือ หลักธรรมที่มชี อื่ วำ่ “สันโดษ” และ “คหิ สิ ุข”
เขียนหวั ขอวา “สันโดษ” และ “คหิ สิ ุข” บน
กระดานหนา ชน้ั เรียน แลวใหนักเรียนรวมกัน (๑) สันโดษ คนโดยทวั่ ไปมกั จะเขำ้ ใจคำ� วำ่ สนั โดษ วำ่ คอื ควำมมกั นอ้ ย ซงึ่ อนั ทจ่ี รงิ
อภิปรายถงึ ความหมายและความแตกตาง สนั โดษไม่ได้แปลวำ่ มักนอ้ ย แตส่ นั โดษ หมำยถึง ควำมพอใจในของๆ ตน คือพอใจในสงิ่ ทต่ี นมี
ของทงั้ สองคาํ และหำมำไดโ้ ดยชอบธรรม และสนั โดษกม็ ิไดแ้ ปลวำ่ อยู่เฉยๆ ไม่ทำ� อะไร
สันโดษ มี ๓ อย่ำง ดังน้ี
2. ครูสมมติสถานการณใหนักเรียนแสดงความ (๑) ยถาลาภสนั โดษ คอื ควำมยินดีตำมท่ีไดม้ ำโดยชอบธรรม
คดิ เห็นรวมกันวา ถาพอ แมข องนักเรียนซ้อื (๒) พลสันโดษ คอื ควำมยินดตี ำมกำ� ลังท่ตี นมีอยู่
โทรศัพทมือถอื ใหมให แตในวนั รุง ขึน้ เพอื่ นของ (๓) ยถาสารปุ ปสันโดษ คือ ควำมยนิ ดตี ำมสมควรแก่ภำวะควำมเป็นอยูข่ องตน
นกั เรียนมีโทรศพั ทม อื ถือรนุ ใหมกวา ราคา นอกจำกนี้มีศัพท์ทำงพระพุทธศำสนำค�ำหนึ่ง คือ “อัปปิจฉตา” แปลว่ำควำม
แพงกวา นกั เรยี นจะรสู กึ เชน ไร และจะปฏบิ ตั ติ น ตอ้ งกำรนอ้ ย หรอื ควำมมกั นอ้ ย ธรรมะขอ้ นพ้ี ระพทุ ธเจำ้ ไมไ่ ดบ้ ญั ญตั ใิ หช้ ำวบำ้ นยดึ ถอื แตบ่ ญั ญตั ิ
อยางไรใหใ หสอดคลอ งกับหลักปรัชญา ให้พระสงฆ์ยดึ ถอื ด้วยทรงเหน็ วำ่ ชำวบำ้ นไม่จำ� เป็นตอ้ งมักน้อยแตต่ ้องสนั โดษ ส่วนพระภิกษนุ ้ัน
เศรษฐกจิ พอเพยี ง ตอ้ งมกั น้อยและต้องสนั โดษดว้ ย

ขยายความเขา้ ใจ Expand (๒) คิหิสขุ ในสงั คมทพ่ี ัฒนำแบบบริโภคนิยม คนมกี ำรบรโิ ภคมำก มกี ำรแย่งกนั ใช้
ทรัพยำกรที่มีอยู่ในสังคม (หรือในโลก) แต่จะไม่ค่อยมีคนสนใจที่จะดูแลรักษำทรัพยำกรเหล่ำนี้
1. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ หลักธรรมทาง ต่ำงคนต่ำงแข่งกันเพื่อจะได้บริโภคสูงสุด ไม่มีใครรู้จักพอกับควำมสุขทำงวัตถุ อย่ำงไรก็ตำม
ศาสนาท่ีสัมพนั ธก บั การดาํ รงชวี ติ แบบพอเพียง ใอนยพำ่ งรมะพคี วุทำธมศสำขุ สแนบำบมรีหจู้ ลกั ักพคอ�ำ สเรอียนกเวก่ำ่ีย วคกหิ ับิสคขุ ว1ำมสุข ซ่ึงเรำสำมำรถจะใช้เป็นหลักในกำรด�ำรงชีวิต
และใหน กั เรยี นอภปิ รายในหวั ขอ “จงพอใจใน คิหิสขุ ๔ คอื ควำมสุขของชำวบ้ำน มี ๔ ประกำร ดังนี้
สง่ิ ทตี่ นมอี ยแู ละเปน อย”ู (๑) สขุ ท่ีเกิดจำกกำรมที รัพยท์ ่หี ำมำได้โดยชอบธรรม
(๒) สขุ ทเ่ี กิดจำกกำรใชจ้ ่ำยทรพั ย์เพอ่ื เล้ียงชีพและบำ� เพ็ญประโยชน์
2. ครใู หน กั เรยี นสบื คน เก่ยี วกับเร่ืองราวชวี ติ ของ (๓) สขุ ทเี่ กิดจำกกำรไม่เป็นหนี้
บคุ คลทดี่ ําเนนิ ชวี ติ แบบพอเพียง และบันทึก (๔) สขุ ทเี่ กดิ จำกควำมประพฤติไมม่ ีโทษ
ลงในกระดาษ A4
ข้อท่ีน่ำสังเกตคือข้อ ๓ กำรไม่เป็นหนี้ ทั้งนี้เนื่องจำกบำงคนท่ีช่ืนชมกำร
ตรวจสอบผล Evaluate บริโภคนิยมอำจเห็นว่ำปัจจุบันกำรท�ำธุรกิจต้องกู้เงินมำลงทุน กำรกู้น้ันถ้ำน�ำไปสู่ควำมส�ำเร็จ
ในกำรประกอบกำรอยำ่ งแนน่ อนกไ็ ม่เป็นไร แต่กำรกเู้ งนิ ก็ถือว่ำเป็นกำรเส่ียง คนที่ดำ� รงชวี ิตแบบ
ตรวจสอบจากผลงานการเขียนบันทกึ การสืบคน พอเพียงจะเป็นคนที่มีควำมรู้จักพอ จะไม่กู้เงินเกินก�ำลังตัว กำรกู้เงินมำลงทุนนั้น แน่นอนว่ำ
เร่อื งราวชีวิตของบุคคลท่ีดาํ เนนิ ชีวติ แบบพอพยี ง ผลทตี่ ำมมำคอื จะตอ้ งแบกภำระเรอื่ งดอกเบย้ี นอกจำกนกี้ ำรขยำยกำรลงทนุ เปน็ กำรใชท้ รพั ยำกร
เพิ่มข้ึน มีกำรท�ำลำยส่ิงแวดล้อมมำกยิ่งขึ้น หลักคิหิสุขนี้จะเป็นหลักให้เรำเดินสำยกลำง ไม่ท�ำ
อะไรเกินตวั ค�ำนงึ ถึงผลกระทบต่อส่งิ แวดล้อมและสงั คมเพ่อื กำรอยรู่ ว่ มกันอย่ำงสันติสขุ

144

นกั เรียนควรรู ขแอนสวอบNเนTน กาOร-คNดิ ET
ขอใดไมใช คหิ ิสขุ หรอื ความสุขของชาวบาน
1 คหิ ิสุข คาํ วา “คิหิ” หมายถงึ คฤหัสถ หรอื ผูค รองเรือน หรอื ฆราวาสทั่วไป 1. การไมมีหนี้
สวนคาํ วา “สขุ ” หมายถงึ ความสุข ซึ่งความสขุ ในทน่ี ้ีคือ ความสบายกาย สบายใจ 2. ความประพฤตไิ มม ีโทษ
โดยท่ไี มไดเ บียดเบยี นผูอื่น หรอื ความสขุ อนั ชอบธรรม นอกจากนี้ พระพุทธเจายัง 3. การไดท รัพยท่หี ามาอยา งงายดาย
ทรงสอนใหป ฏิบัติตามหลักธรรมเพอื่ ใหไ ดร ับคิหิสุข เรยี กธรรมหมวดน้ีวา 4. การใชจา ยทรัพยเ พอ่ื เลี้ยงชีพและบาํ เพ็ญประโยชน
ทิฏฐธมั มกิ ตั ถสงั วัตตนิกธรรม แปลวา ธรรมทเี่ ปนไปเพอ่ื ทาํ ใหเกดิ ประโยชนใน วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 3. คิหสิ ุข หรอื ความสุขของชาวบา นมี
ปจ จุบนั 4 ประการ ดังนี้ 4 ประการ ไดแก
1. อฏุ ฐานสมั ปทาน ถงึ พรอมดวยการขยนั หาทรพั ย 1. สุขท่เี กิดจากการมีทรพั ยท ีห่ ามาไดโดยชอบธรรม
2. อารักขสัมปทา รจู กั เกบ็ รกั ษาทรพั ยทีห่ ามาได 2. สุขทเี่ กิดจากการใชจ า ยทรพั ยเ พือ่ เลี้ยงชพี และบาํ เพ็ญประโยชน
3. กลั ยาณมิตตตา รจู กั คบเพ่ือนท่ีดีมีคุณธรรม 3. สขุ ทเ่ี กิดจากการไมเปนหน้ี
4. สมชีวติ า รูจกั ใชจายทรพั ย 4. สขุ ที่เกดิ จากความประพฤตไิ มมีโทษ

144 คมู่ ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Evaluate
Explain Expand Engage

กระตนุ้ ความสนใจ

ô. ตวั อย‹างบØคคลท่เี ป็นแบบอยา‹ งทางด้านศาสนสัมพันธ ครนู าํ พระธรรมเทศนาของพระธรรมโกศาจารย
หรอื ทานพทุ ธทาสภกิ ขุ มาใหน กั เรียนฟง
ในระดบั ชน้ั นจี้ ะขอยกตวั อยา่ งบคุ คลทเ่ี ปน็ แบบอยา่ งทางดา้ นศาสนสมั พนั ธม์ าศกึ ษา ๒ ทา่ น พรอ มกบั ใหนกั เรยี นดูภาพในหนังสือเรยี นหนา
คอื พระธรรมโกศาจารย ์ หรอื ทา่ นพทุ ธทาสภิกข ุ และอาจารย์สุชพี ปุญญานุภาพ 145 และต้ังคําถามกระตนุ ความสนใจ เชน

4.1 พระธรรมโกศาจารย หรอื ทานพุทธทาสภิกขุ • นักเรยี นคิดวา การฟง พระธรรมเทศนาของ
พระธรรมโกศาจารยห รอื ทานพทุ ธทาสภกิ ขุ
เมื่อกล่าวถึงบุคคลผู้เป็นแบบอย่างในการเป็นผู้น�าด้านศาสนสัมพันธ์ บุคคลที่เรามิอาจจะ ใหป ระโยชนอยางไรบา ง
ละเว้นที่จะกล่าวถึงท่านได้ คือ ท่านพุทธทาสภิกขุ โดยท่านได้สร้างผลงานและได้เผยแผ่ธรรมะ
ให้เป็นท่ีประจักษ์ต่อชาวโลกอันนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ตามปณิธานอันแรงกล้าของท่านที่ สา� รวจคน้ หา Explore
สจะนั สตรภิ ้าางพคขวอามงโเลขก้า ใจจอนันกรดะีรทะง่ัหอวง่าคงก์ศาารสเนพาอ่ื กเาพรศื่อกึใหษ้เากวิดทิ สยันาศตาิสสุขตรระแ์หลวะ่าวงฒั มนวลธรมรนมุษแยห์ ง่ สแหลปะเรพะื่ชอาสชรา้าตง1ิ
หรือยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศยกย่องท่านให้เป็น “บุคคลสําคัญของโลก” ในด้านการ นักเรียนศึกษาคนควาประวัติบคุ คลที่เปน
จรรโลงสันตภิ าพในโลก แบบอยางทางดานศาสนสมั พันธ ไดแก พระธรรม-
ท่านพุทธทาสภิกขุมีนามเดิมว่า เง่ือม พานิช เกิดวันอาทิตย์ท่ี ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. โกศาจารยห รือทา นพทุ ธทาสภิกขุ และอาจารย
๒๔๔๙ ปีมะเมยี ท่อี า� เภอไชยา จังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี บดิ าชื่อเซย้ี ง มารดาชอ่ื เคลือ่ น มนี อ้ ง ๒ สชุ ีพ ปุญญานภุ าพ จากหนังสอื เรยี น หรอื สืบคน
คน เปน็ ชายและหญงิ บิดามเี ช้ือสายจนี ประกอบอาชพี คา้ ขายของช�า สา� หรบั อทิ ธพิ ลท่ีทา่ นได้ เพ่มิ เติมจากแหลงการเรยี นรูตา งๆ เชน หอ งสมุด
หนังสือชีวประวตั ิ เปน ตน แลวบันทกึ ลงสมุด

รับจากบิดาคือความสามารถทางด้านกวี และด้านช่างไม้ ซึ่งเป็นงานอดิเรกที่บิดาของท่านชอบ อธบิ ายความรู้ Explain
ส่วนอิทธิพลท่ีท่านได้รับจากมารดาคือความสนใจในการศึกษาธรรมะอย่างลึกซึ้ง อุปนิสัยที่เน้น
เรื่องความประหยัด ความเป็นคนละเอียดลออ และต้องท�าทุกส่ิงให้ดีที่สุด ท่านได้เรียนหนังสือ
แค่ชั้น ม.๓ ก็ต้องออกจากโรงเรียนมาช่วย ครสู ุมตวั แทนนักเรยี นออกมาอธิบายประเด็น
ครอบครัวคา้ ขายแทนบิดาซึ่งเสียชีวติ สาํ คัญในประวตั ิของพระธรรมโกศาจารยห รอื
เมื่ออายุครบ ๒๐ ปี ท่านได้บวชเป็น ทา นพุทธทาสภกิ ขุ ดังน้ี
พระตามคตินิยมของชายไทย ท่ีวัดโพธาราม
ไชยา ไดร้ ับฉายาว่า “อินทปัญโญ” แปลว่าผูม้ ี 1. ชวี ติ ในวัยเด็ก
ปัญญาอันยิ่งใหญ่ เดิมท่านต้ังใจจะบวชตาม 2. อปุ นิสยั ทีค่ วรยึดถอื เปนแบบอยาง
3, ผลงานสาํ คัญดา นศาสนสัมพนั ธ

ประเพณีเพียง ๓ เดือน แต่ท่านกลับมีความ
สนใจ ซาบซ้ึง และรู้สึกเป็นสุข สนุกกับการ
ศึกษาธรรมะและการเทศน์แสดงธรรม เมื่อมี
ผู้ถามท่านเกี่ยวกับความคิดเห็นในเรื่องการ
ใช้ชีวิต ค�าตอบคือ ต้องการให้เป็นประโยชน์ พระธรรมโกศาจารย หรอื ทร่ี จู้ กั กนั ในนาม “พทุ ธทาสภกิ ข”ุ
แก่เพอื่ นมนษุ ย์ให้มากทส่ี ุด ได้รับการยกย่องจากองคการยูเนสโก ให้เปนบุคคลสำาคัญ
ของโลกในดา้ นการจรรโลงสนั ตภิ าพในโลก

14๕

แนวขอสNอบTเนนOก-าNรคE Tดิ นักเรยี นควรรู

เพราะเหตุใด องคการเพ่อื การศกึ ษาวิทยาศาสตรแ ละวฒั นธรรมแหง 1 องคก ารเพอื่ การศกึ ษาวิทยาศาสตรและวัฒนธรรมแหงสหประชาติ
สหประชาชาติ หรอื ยูเนสโก จึงประกาศยกยอ งใหทานพุทธทาสภกิ ขเุ ปน ตงั้ ขึน้ เมื่อวันที่ 4 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2489 หลังจากสงครามโลกคร้ังที่ 2
บคุ คลสําคัญของโลกในดา นการจรรโลงสันตภิ าพในโลก มีประเทศสมาชิก 20 ประเทศ รวมมอื กนั ใหสัตยาบันธรรมนญู ขององคก ารทวี่ า
แนวตอบ เพราะทา นไดสรางผลงานและเผยแผธ รรมะใหแกค นทว่ั โลก “สงครามเกดิ ข้นึ ในจิตใจมนษุ ย ดงั นน้ั จึงตอ งสรางความหวงแหนสันติภาพใหเกิด
ดังปณิธานในชวี ติ ของทา น 3 ประการ ดงั นี้ ข้ึนในจิตใจของมนุษยด วย” ปจ จุบนั ยเู นสโกมีประเทศสมาชิก 195 ประเทศ มี
สํานักงานใหญต ัง้ อยูท กี่ รงุ ปารสี ประเทศฝร่งั เศส โดยมจี ุดมุง หมายเพื่อสง เสรมิ
1. ใหศาสนกิ ชนของศาสนาใดกต็ ามพยายามเขา ถงึ หัวใจของศาสนา ความรวมมือของนานาชาตทิ างการศึกษา วทิ ยาศาสตร และวฒั นธรรม
ของตน อนั จะนํามาซึ่งความเคารพในความยุตธิ รรม กฎหมาย สิทธิเสรภี าพ โดยไมถอื
เชื้อชาติ เพศ ภาษา ศาสนา ตามกฎบตั รสหประชาชาติ
2. ใหศาสนกิ ชนของศาสนาใดก็ตามพยายามทาํ ความเขาใจอันดี
ระหวา งศาสนา

3. ใหศ าสนกิ ชนของศาสนาใดกต็ ามพยายามนาํ เพือ่ นมนษุ ยอ อกมา
จากอาํ นาจของวัตถุ

คู่มอื ครู 145

กระตุ้นความสนใจ สา� รวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Explore Expand Evaluate
Engage Explain Explain

อธบิ ายความรู้

1. ครูใหนกั เรยี นแสดงความคดิ เห็นตอปณธิ าน
3 ประการ ในชีวติ ของทานพุทธทาสภกิ ขุ และ
วเิ คราะหว า จากปณธิ านของทานพทุ ธทาสภกิ ขุ
ในการสานสมั พันธระหวางศาสนาตา งๆ นน้ั
กอใหเ กดิ ประโยชนอยางไรตอสงั คม

2. ครูใหนกั เรยี นวิเคราะหว า จากการศกึ ษาประวตั ิ
ของพระธรรมโกศาจารยหรือทานพุทธทาสภิกขุ
นกั เรียนไดขอคดิ อะไรบา งทีส่ ามารถนาํ ไป
ประยุกตใชในชวี ิตประจาํ วนั ได
(แนวตอบ การมงุ มัน่ ตงั้ ใจทําทุกส่ิงใหดที ส่ี ดุ เสมอ
การใชช วี ิตอยา งสมถะ และการใชช ีวติ โดย
คํานึงถงึ ประโยชนส ว นรวมของเพอ่ื นมนุษยเปน
สําคัญ)

ปณธิ านในชีวิตของท่านพทุ ธทาสมีอย่ ู ๓ ประการ ดังนี้
(๑) ใหศ้ าสนิกชนของศาสนาใดก็ตามพยายามเข้าถงึ หัวใจของศาสนาของตน
(๒) ใหศ้ าสนกิ ชนของศาสนาใดกต็ ามพยายามท�าความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา
(๓) ให้ศาสนิกชนของศาสนาใดก็ตามพยายามน�าเพื่อนมนุษย์ออกมาจากอ�านาจ
ของวัตถุ
ปณิธานของท่านในการสานสัมพันธ์ระหว่างศาสนาต่างๆ ปรากฏชัดอยู่ในเนื้อหา
บางตอนที่ท่านได้เขียนเพิ่มเติมในภาคผนวกของหนังสือ “พุทธ-คริสต์ในทัศนะท่านพุทธทาส”
ทีจ่ ดั พมิ พใ์ น พ.ศ. ๒๕๒๗ ดังตอ่ ไปน้ี
“การบรรยายธรรมนี้มีความมุ่งหมายจะท�าความเข้าใจระหว่างศาสนา ซึ่งอาตมา
ถือว่าเป็นความส�าคัญอย่างย่ิง หลักท่ีเป็นหัวใจของพระศาสนาท่ีทุกคนต้องเชื่อฟังยึดถือคือ
จะต้องรักผู้อ่ืน ท�าให้มองเห็นว่าทุกคนเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ไม่ว่าเขาจะ
ถือศาสนาไหน ไม่แบ่งแยกเป็นเขา เป็นเรา ศาสนาท้ังหลายน้ันหัวใจเป็นอันเดียวกันคือ
มงุ่ หมายทจี่ ะสรา้ งสนั ตสิ ขุ สนั ตภิ าพของโลก โดยหลกั เกณฑเ์ หมอื นกนั คอื ใหร้ กั ผอู้ น่ื ทตี่ า่ งกนั
ก็ตรงวิธีพูดหรือเหตุผล หรือเร่ืองอื่นๆ ที่น�าเอามาใช้ในการส่ังสอน อาตมาก�าลังจะบอกท่าน
ท้ังหลายว่าให้ถือหลกั รกั ผู้อ่ืนเพยี งประการเดียวเทา่ น้นั แหละ ท่านจะเป็นชาวคริสตท์ ีด่ ี มุสลิม
ที่ดี พุทธบริษัทท่ีดีพร้อมกันไปในตัวทันที การปฏิบัติเพียงข้อเดียวคือ รักผู้อ่ืน ท�าให้ท่าน
กลายเปน็ ผ้ปู ฏบิ ตั ิถกู ตอ้ งสงู สุดในทุกศาสนาไปเลย”

146

เกร็ดแนะครู บูรณาการเช่ือมสาระ
ครูสามารถนําเนอื้ หาเก่ยี วกบั ประวัติชวี ิตและผลงานของทา น
ครูใหนักเรียนอานเนื้อหาบางตอนของหนังสือ “พุทธ-ครสิ ตใ นทศั นะทา น พุทธทาสภิกขุมาบูรณาการเชอ่ื มโยงกบั สาระหนาท่ีพลเมอื ง วัฒนธรรม
พทุ ธทาส” จากหนงั สือเรียน จากนน้ั ใหนักเรยี นแสดงความคดิ เหน็ ตอแนวคดิ และการดําเนนิ ชีวติ ในสงั คม เร่ือง สทิ ธิมนษุ ยชน โดยใหน กั เรียนอธิบายวา
การรักผูอ่นื สรางสนั ตสิ ขุ ใหแกโ ลก พรอมยกตวั อยา งประกอบ การกระทาํ ใดของทานพทุ ธทาสภกิ ขุท่สี อดคลอ งกับหลักสทิ ธิมนษุ ยชนและ
สามารถนาํ มาประยกุ ตใชเปน แนวทางในการปฏิบตั ิตนในชวี ติ ประจําวัน
บรู ณาการอาเซียน ไดอ ยางไร

ครูใหนักเรียนไปสืบคน ตวั อยางบุคคลทเี่ ปน แบบอยา งทางดานศาสนสัมพนั ธ
ของประเทศสมาชิกอาเซียน แลว นําภาพและขอมูลไปจดั ปา ยนิเทศ

146 คมู่ อื ครู

กระตุ้นความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Evaluate
Explain Expand Explain

อธบิ ายความรู้

เรื่องนารู 1. ครูใหนกั เรียนชวยกนั เลา ประวตั ิของอาจารย
สุชีพ ปญุ ญานุภาพ และใหต วั แทนนกั เรยี น
บุคคลสําคญั ของโลกทไี่ ดรบั การยกยองจากยเู นสโก ออกมาเขยี นสรปุ ผลงานและกจิ กรรมทาง
พระพทุ ธศาสนาของทานบนกระดาน
ในแตล่ ะปอ งคก ารเพอ่ื การศกึ ษาวทิ ยาศาสตรแ ละวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาติ หนาชั้นเรยี น
หรือยูเนสโกจะคดั เลือกบคุ คลดีเดน่ ท่ีประเทศสมาชิกเสนอช่ือเข้ามา เพือ่ คัดเลอื กและ
ประกาศยกยอ่ งใหเ้ ปนบคุ คลสำาคัญของโลกในดา้ นต่างๆและจัดการเฉลมิ ฉลอง 2. ครใู หน ักเรยี นจัดทาํ ประวตั แิ ละผลงานของ
สาำ หรับประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕ เปน ต้นมา ไดม้ บี คุ คลสาำ คญั ของไทยทไี่ ดร้ ับการยกย่องเปนบุคคล อาจารยส ุชีพ ปุญญานุภาพ ในรปู แบบของ
สำาคัญของโลกแล้วหลายท่าน นอกจากท่านพุทธทาสภิกขุแล้ว ท่านอ่ืนๆ ท่ีได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เปน แผน พบั พรอมตกแตง ใหส วยงาม
บุคคลสำาคัญของโลก เช่น สมเด็จฯ กรมพระยาดำารงราชานุภาพ สมเด็จฯ เจ้าฟากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ
พระยาอนุมานราชธน สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส หม่อมหลวงปน มาลากลุ เปน ต้น 3. ครเู ลอื กผลงานแผนพบั ทนี่ าสนใจนาํ มาให
นักเรียนอภปิ ราย ติชมขอดแี ละขอเสยี
ของผลงานรวมกัน

ประจักษ์แก่ผปู้แณทนิธขานอองศันาดสีขนอางอทื่น่าๆน พเุทช่นธท าคสรใิสนตก์ าอริสสลรา้ามงค วแาลมะสสมิข1า นโดฉยันผทู้แ์รทะนหเวห่าลงศ่านาสี้มนีคาวนามี้เปเห็น็นที่
ตรงกนั และได้กลา่ วสุนทรกถายกยอ่ งช่ืนชมท่านและปณธิ านของทา่ นในโอกาสฉลองครบ ๑๐๐ ปี
แหง่ ชาตกาลของท่าน
ดงั ทก่ี ลา่ วมาจะเหน็ ไดว้ า่ สงิ่ สา� คญั
ที่สุดท่ีเป็นรากฐานและแก่นแท้ของศาสนา
คือความรัก และการมีความเมตตาเป็นท่ีต้ัง
ถ้าได้ศึกษาศาสนาไม่ว่าศาสนาใดก็ตามแล้วน�า
มาปฏิบัติให้ได้ผล จะช่วยให้ทุกคนไม่ว่าจะ
นับถือศาสนาใดก็ตามเป็นคนดี มีความสุข
อย่างแท้จริง และโลกจะมีสันติภาพถาวรได้
เพราะเปน็ โลกที่สะอาด สวา่ ง และสงบ
4.2 สุชีพ ปญุ ญานภุ าพ

สุชีพ ปุญญานุภาพ เป็นนักวิชาการท่ี อาจารยสุชีพ ปุญญานุภาพ เปนผ้ทู ่มี ีบทบาทในการฟน ฟู
ได้รับการยอมรับทั้งจากพุทธศาสนิกชนและ “มหามกุฏราชวิทยาลัย” ซ่ึงถือเปนจุดเร่ิมต้นของมหา-
คณะสงฆ์ไทยกันอย่างกว้างขวาง ว่าเป็นผู้ที่ วทิ ยาลยั สงฆไ ทยยคุ ใหม่
สมบูรณ์ด้วยวิชาความรู้ทางพระพุทธศาสนา
อย่างยอดเยี่ยม หาใครเสมอได้ยาก และเป็น
ผู้ที่มีความประพฤติดีงาม สุภาพอ่อนโยน
ถ่อมตน ควรแก่การเคารพเลอ่ื มใส

14๗

แนวขอสNอบTเนน Oก-าNรคETดิ นกั เรียนควรรู

ขอ ใดคือรากฐานสาํ คัญของสงั คมโลกทท่ี าํ ใหเกดิ สันตสิ ขุ 1 สิข ศาสนาประเภทเอกเทวนิยม นบั ถอื พระเจา องคเ ดียว คือ วาเฮคุรุ
1. พระเจา พระผูเปนเจาผทู รงสมบรู ณ ผูส รางมลู เหตขุ องเหตทุ ้งั ปวง และทรงสถิตอยูใ น
2. พธิ กี รรม ทกุ สรรพสงิ่ ศาสดาของศาสนาสขิ คอื ครุ นุ านกั ซึ่งกอ ตัง้ ศาสนาขึน้ ในราวคริสต-
3. ความเมตตา ศตวรรษที่ 15 คําวา สขิ มาจากคาํ วา สิกขา แปลวา การศึกษา การฝก หัด มีความ
4. ความออนโยน มงุ หมายทจี่ ะใหศ าสนิกชนเปนผูศึกษาหรอื เปนศษิ ย เพราะหลักการของสิขถือวา
ศาสนกิ ชนจะเขาถงึ แกน ของศาสนาไดก็ตอ งผานทางครู ซง่ึ เปนศาสดาจารย
วิเคราะหค าํ ตอบ ตอบขอ 3. ความเมตตา เปนรากฐานสาํ คัญของสงั คมโลก
มมุ IT
ท่ีสันติสขุ เนอื่ งจากเปนหลักคาํ สอนรวมกันของทกุ ศาสนาท่ศี าสนิกชน
พึงปฏิบตั ติ อ เพื่อนมนษุ ยท ุกคน อันจะนาํ มาซ่งึ ความสะอาด สวาง และ ศึกษาคน ควาขอ มูลเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั ศาสนาสิข ไดที่
สงบของโลก http://www.thaisikh.org เว็บไซตสมาคมไทยสิขแหง ประเทศไทย

ค่มู อื ครู 147

กระต้นุ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain Evaluate
Engage Expand Expand

ขยายความเขา้ ใจ

1. ครใู หน ักเรียนวเิ คราะหวา จากการศึกษา สชุ ีพ ปุญญานุภาพ เกดิ เมอื่ วันท่ี ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ท่ตี �าบลบางไทรปา่ อา� เภอ
ประวัติของ อาจารยส ุชพี ปญุ ญานุภาพ บางปลา (อ�าเภอบางเลน ในปจั จุบัน) จงั หวดั นครปฐม มีพีน่ อ้ งที่เกดิ รว่ มพ่อแม่เดยี วกนั ๑๒ คน
นกั เรยี นสามารถนําแบบอยางใดมาปรบั ใช แต่ท้ังหมดเสียชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย เหลือท่านเพียงคนเดียว พ่อแม่จึงตั้งช่ือให้ท่านว่า บุญรอด
ในชีวติ วยั เรียนไดบาง ตอ่ มาภายหลงั ทา่ นไดเ้ ปลยี่ นชอ่ื มาเปน็ สุชีพ ตามฉายาภาษาบาลีของท่านตอนบวช คือ สุชีโว
(แนวตอบ เชน การมีความพยายามในการ ภกิ ข ุ (สชุ โี ว หมายถงึ ผู้มีชวี ติ ทด่ี )ี
แสวงหาความรใู หมๆ เพื่อพัฒนาตนเองอยูเสมอ ท่านส�าเร็จการศึกษาเปรียญ ๙ ประโยคทว่ี ดั กนั มาตยุ าราม ซง่ึ ขน้ึ กบั วดั เทพศริ นิ ทราวาส
การหม่นั ฝกฝนในสิ่งหนึ่งๆ เพ่อื ใหเ กิดความ แม้วา่ ท่านจะจบเปรยี ญ ๙ ประโยค แตท่ า่ นก็มวี ิริยอุตสาหะเรียนรวู้ ิชาสมัยใหม่อ่ืนๆ ด้วยตนเอง
เช่ียวชาญมากท่ีสดุ การฝกมองสงิ่ รอบตัวให เป็นหลัก จึงมีความช�านาญในหลายๆ วิชา เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาสันสกฤต โหราศาสตร์
หลากหลายแงม มุ เพอ่ื เสริมสรางวสิ ยั ทศั นท ่ี ดาราศาสตร์เป็นต้น ทั้งน้ีในสมัยก่อนและระหว่างสงคราม โลกคร้ังที่ ๒ ที่ยังไม่มีหลักสูตร
กวา งไกลในการมองโลก เปน ตน) การเรยี น และยงั หา้ มไมใ่ หพ้ ระเรยี นวิชาทางโลก ภาษาอังกฤษเปน็ วิชาหนงึ่ ท่ีเรียนไม่ได้ เพราะ
ถือว่าเป็นวิชาชั้นต�่า ไม่เหมาะสมกับพระเณร เพราะฉะน้ันพระสงฆ์สามเณรท่ีอยากเรียนวิชา
2. ครใู หน กั เรยี นวเิ คราะหเ กยี่ วกบั ความคลา ยคลงึ กนั ความรู้ทางโลก จึงต้องแอบเรียน อาจารย์สุชีพเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านเห็นว่าพระจะมี
ในดานอปุ นิสยั และการปฏบิ ตั ิตนของทา น ความรู้แต่ในทางธรรมอย่างเดียวไม่พอ จะต้องมีความรู้ในทางโลกด้วย ท่านจึงแสวงหาความรู้
อาจารยส ชุ พี ปญุ ญานภุ าพ และทา นพทุ ธทาสภกิ ขุ ด้วยตนเอง จนมีความร้แู ตกฉาน สามารถอา่ น ฟัง เขยี น และพดู ภาษาอังกฤษไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ทีท่ ําใหทานทงั้ สองไดรับการยกยอ งใหเปน ในระหว่างที่บวชเป็นพระภิกษุ ท่านเป็นผู้ท่ีมีช่ือเสียงโด่งดังท่ีสุดท่านหนึ่ง เพราะมีความ
แบบอยางทางดา นศาสนสมั พนั ธ เชี่ยวชาญในพระพุทธศาสนาเป็นเลิศ ทั้งยังรอบรู้วิชาการสมัยใหม่อย่างดีเยี่ยม ท่านเป็น
(แนวตอบ ทานทง้ั สองเปน บุคคลทมี่ คี วามใฝร ู พระภิกษุไทยรูปแรกที่บรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษในท่ีประชุมท่ีมีชาวต่างชาติ จนท�าให้เกิด
หมัน่ ศกึ ษาหาความรเู พ่อื พัฒนาตนเองอยเู สมอ การติดต่อระหว่างชาวพุทธในต่างประเทศกับประเทศไทย ท่านได้รับพระราชทานสมณศักด์ิเป็น
อีกท้งั เปนบุคคลท่ปี ระพฤตปิ ฏบิ ตั ติ นเพื่อทํา พระราชาคณะชนั้ สามญั ก่อนท่พี ระศรวี สิ ทุ ธญิ าณจะลาสิกขาส่เู พศฆราวาส เม่ืออาย ุ ๓๕ ป ี
ประโยชนใ หแ กสว นรวมเปน สําคัญ โดยเฉพาะ เมื่อลาสิกขาแล้ว ท่านก็ได้มาท�างานในด้านวิชาการท่ีถนัด ถ่ายทอดความรู้แก่สานุศิษย์
อยางยิ่งในดานการทํานบุ ํารงุ และเผยแผ แในลอะปงคร์กะชาารชพนุททธว่ัศไาปส นชิกว่ สยัมงพานันกธา์แรหพ่งรโะลศก1า ส(นพาสแลล.ะ) ปซระ่ึงเมทีศศูนชยา์กตลิตาลงออดยมู่ทา่ีป รแะลเะททศา่ ไนทมยบีในทกบาารทเสผ�ายคแญั ผ่
พระพทุ ธศาสนา) พระพุทธศาสนาระดับนานาชาติ เป็นคนไทยคนแรกท่ีน�าเอาวิชาศาสนาเปรียบเทียบมาใช้สอน
ในมหาวิทยาลัย และยังเป็นผู้บุกเบิกท�าพจนานุกรมศัพท์พระพุทธศาสนา ไทย-อังกฤษ และ
อังกฤษ-ไทย อีกด้วย นอกจากน้ันยังเปน็ ผแู้ ปลชอ่ื หนว่ ยงานพระพทุ ธศาสนา “World Fellowship
of Buddhists” เปน็ ภาษาไทยวา่ “องคก์ ารพทุ ธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก” และเป็นผู้บัญญัติศัพท์
ค�าว่า “สมาคมบาลีปกรณ์” จากค�าภาษาอังกฤษ “Pali Text Society” ทา่ นไดถ้ งึ แกก่ รรมเมอ่ื วนั ท ี่
๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ สริ ริ วมอายไุ ด ้ ๘๓ ปี
ในการประชุมสุดยอดระดับผู้น�าชาวพุทธท่ัวโลกท่ีมหามกุฏราชวิทยาลัยและองค์กรพุทธ
ชาวญีป่ ุ่นร่วมกนั เป็นเจา้ ภาพจัดท่ีประเทศไทย เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้มีการนา� เสนอบทความชื่อ

148

นกั เรยี นควรรู ขแอนสวอบNเนTน กาOร-คNดิ ET
พระภิกษุไทยรปู แรกทสี่ ามารถบรรยายธรรมเปนภาษาองั กฤษใน
1 องคก ารพุทธศาสนกิ สมั พนั ธแ หงโลก (World Fellowship of Buddhists : ทป่ี ระชมุ ชาวตางชาติคือใคร
WFB) กอ ตง้ั ข้นึ เมอ่ื วันท่ี 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 โดย ดร. มาลาลาเสเกรา 1. สชุ ีโวภิกขุ
(Malalasekera) ชาวศรลี ังกา ทีต่ อ งการผลกั ดนั ใหมีการประชมุ พุทธศาสนิกชน 2. พุทธทาสภิกขุ
ทกุ นกิ ายทัว่ โลกรวมกัน มวี ัตถปุ ระสงค คือ สง เสริมใหสมาชกิ รักษาศีลและ 3. พระพรหมคณุ าภรณ
ปฏบิ ัตธิ รรมตามคาํ สอนของสมเดจ็ พระสมั มาสมั พุทธเจาโดยเครง ครัด เสรมิ สรา ง 4. พระพยอม กลั ยาโณ
ความสามคั คี ความเปนปกแผน และภราดรภาพในกลุมพทุ ธศาสนกิ ชน และเผยแผ วเิ คราะหคําตอบ ตอบขอ 1. สชุ ีโวภกิ ขุ เปน ฉายาของอาจารยสุชพี
หลกั ธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา อนั เปนประโยชนใ นดานสังคม การศึกษา ปุญญานุภาพ ในระหวา งทบ่ี วชเปนพระภิกษุ ทา นมคี วามรูค วามสามารถ
วัฒนธรรม และมนษุ ยธรรม ในดานภาษาอังกฤษเปน เลิศ เปน พระภิกษไุ ทยรปู แรกท่ีบรรยายธรรมเปน
ภาษาอังกฤษในท่ีประชุมท่มี ีชาวตา งชาติ จนทาํ ใหมีการตดิ ตอ ระหวา ง
ปจ จบุ ันสาํ นกั งานใหญข ององคก ารพุทธศาสนกิ สัมพันธแ หงโลก ตงั้ อยทู ี่ ชาวพทุ ธในตางประเทศกับประเทศไทย
อทุ ยานเบญจสิริ ถนนสขุ ุมวทิ กรุงเทพมหานคร

148 คูม่ อื ครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจค้นหา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Evaluate
Expand Expand

ขยายความเขา้ ใจ

Sujib Punyanubhab : His Life and Work ซึ่งตีพิมพในหนังสือ Buddhist Unity ครูใหนักเรยี นวเิ คราะหว า เพราะเหตุใด
in the Globalisation Age ในบทความนี้ไดแสดงใหผูเขารวมประชุมรูถึงคุณูปการท่ีอาจารย อาจารยส ุชพี ปุญญานุภาพจงึ ไดร ับยกยองใหเ ปน
สุชีพมีตอพระพุทธศาสนาในชวงหัวเลี้ยวหัวตอ บดิ าแหง มหาวทิ ยาลยั สงฆไ ทย
คือในสมัยศตวรรษท่ี ๒๐ ท่ีกระแสวัฒนธรรม
วัตถุนิยมหลั่งไหลเขามาในประเทศไทย (แนวตอบ เพราะอาจารยสุชพี ปุญญานุภาพ
ประชาชนหันไปสนใจพัฒนาประเทศตาม เปนผอู ยเู บือ้ งหลงั การร้อื ฟน ใหม ีมหาวิทยาลัยสงฆ
แนววัตถุนิยม หลงลืมพระพุทธศาสนา และ ขึน้ หลงั จากท่ีเคยมกี ารศึกษาสงฆร ะดบั วิทยาลัย
พระสงฆบางรูปไมมีความรูในวิชาการทางโลก แตถ ูกยบุ ไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเร่มิ ตนจากการ
พอท่ีจะเขาใจชาวบาน การศึกษาของสงฆ สอนพระสงฆสามเณรทสี่ นใจ โดยใชวัดบวรนเิ วศ
ไมส มั พนั ธกับสงั คมทเ่ี ปลยี่ นไป วิหารเปน สถานทเ่ี รียน และพยายามชแ้ี จงเหตผุ ล
บทความนี้ไดเชิญชวนผูเขาประชุมให วาการเปดมหาวทิ ยาลยั สงฆน ้นั จะชวยใหพระสงฆ
รว มกนั ยกยอ งอาจารยส ชุ พี ปญุ ญานุภาพเปน ไดม ีความรูในการประยุกตห ลกั พุทธธรรมใหเ ขากับ
“บดิ าแหง มหาวทิ ยาลยั สงฆไ ทย” เนอ่ื งจากทา น สังคมสมัยใหมม ากขึ้น จนไดร บั ความเห็นชอบจาก
เปน1ผูอยูเบื้องหลังการร้ือฟนใหมีมหาวทิ ยาลยั สมเดจ็ พระสังฆราชเจา กรมหลวงวชิรญาณวงศ
สงฆข้ึน หลังจากท่ีเคยมีการศึกษาสงฆระดับ ใหจดั ตงั้ มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัยเปน มหาวิทยาลัย
สงฆแหงแรกใน พ.ศ. 2488 โดยอาจารยส ุชพี
ปญุ ญานุภาพ เปน เลขาธกิ าร)

วทิ ยาลยั แตถ กู ยบุ ไปในสมยั รชั กาลท่ี ๕
อาจารยสุชีพ ปุญญานุภาพ ถือเปน
แบบอยางของบุคคลทางดานศาสนสัมพันธได ตวั อยา งผลงานของอาจารยส ชุ พี ปญุ ญานภุ าพ

เปน อยา งดี ผลงานทสี่ าํ คญั ของทา นในดา นการเผยแผพ ระพทุ ธศาสนาอกี ผลงานหนง่ึ คอื หนงั สอื
“พระไตรปฎกฉบับสําหรับประชาชน” ซึ่งเปนงานอมตะแหงชีวิตของทานที่มีคุณคาอยางยิ่ง และ
แสดงใหเห็นถึงความเชี่ยวชาญแตกฉานของทานในภาษาบาลี ภาษาอังกฤษ รวมท้ังการศึกษา
เปรียบเทียบทั้งพระสูตร พระวินัย และพระอภิธรรมปฎกน้ัน ขณะนี้ทางมหามกุฏราชวิทยาลัย
กําลังแปลเปนภาษาอังกฤษ และมีโครงการจะพิมพเผยแพรในระดับโลกใหชาวตางประเทศตาง
ศาสนาไดอ านเพ่อื ความเขาใจที่ถูกตองตอพระพทุ ธศาสนา
นอกจากน้ีงานปาฐกถาท่ีสําคัญๆ ของทานที่อาจถือเปนตัวอยางในดานศาสนสัมพันธได
เปนอยางดี เชน “วิจารณห ลักพระพุทธศาสนา ๑๒ ขอ ของนายครสิ ตม ัส ฮมั ฟรสี ” (ป ๒๔๘๙)
“พระพุทธศาสนากับสันติภาพของโลก” (เขียนเปนภาษาอังกฤษ ป ๒๔๙๓) “สหประชาชาติกับ
พุทธศาสนิกชน” (ป ๒๔๙๓) และงานแปลพระสูตรมหายาน ปรัชญาปารมิตาหฤทยสูตร และ
สุขาวสดีวยูหสูตร (ป ๒๔๙๔) จากภาษาสนั สกฤต

๑๔๙

กจิ กรรมทา ทาย เกรด็ แนะครู

ครูเกร่ินนําถึงคนไทยทไี่ ดร บั เลอื กเปน บุคคลสําคญั ของโลก และมี ครูควรนาํ หนงั สือที่แตงโดยอาจารยส ชุ พี ปุญญานภุ าพ มาใหนกั เรยี นศึกษา
คุณปู การตอ พระพุทธศาสนา เชน สมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชานภุ าพ เพิ่มเติม เชน พระไตรปฎกฉบับประชาชน ใตรมกาสาวพสั ตร เปนตน
สมเดจ็ ฯ เจา ฟากรมพระยานริศรานวุ ดั ตวิ งศ พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา
เจา อยูหวั และพระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช แหง กรงุ นกั เรยี นควรรู
รัตนโกสนิ ทร โดยใหนกั เรยี นไปสบื คนขอมลู พระประวตั ิ พระราชประวัติ
และพระราชกรณยี กิจเกีย่ วกับศาสนาอยางสังเขป แลว นาํ ขอมูลนนั้ มา 1 มหาวทิ ยาลัยสงฆ ในประเทศไทยมี 2 แหง คือ มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย
อภปิ รายในช้นั เรียน กอ ต้ัง พ.ศ. 2436 และมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย กอต้ัง พ.ศ. 2439 ตอ มา
ทั้งสองแหง ถกู ยบุ ไปในสมัยรัชกาลท่ี 5 จนกระทง่ั ทา นอาจารยสชุ พี ไดม สี วน
ชวยฟนฟูและยกฐานะขึน้ เปน มหาวิทยาลัยไดสาํ เรจ็

คูม่ ือครู 149

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Explore Explain Expand Evaluate
Engage Expand

ขยายความเขา้ ใจ

ครใู หน ักเรยี นแบงกลุมสืบคน ประวัตแิ ละผลงาน แมศาสนาแตละศาสนาจะมีความแตกตางกันบางในเร่ืองของพิธีกรรมและหลัก
บคุ คลตัวอยา งทางดา นศาสนสัมพนั ธท านอ่นื ๆ และ ปฏิบัติแตทุกศาสนาก็มีหลักคําสอนท่ีสอนใหศาสนิกชนของตนประพฤติดี ละเวนความชั่ว
จดั ทาํ เปน แผน พับ เหมือนกัน ถึงกระน้ันการเรียนรูศาสนาอื่นก็ยังมีความสําคัญเพราะถือเปนการสงเสริมใหเกิด
ความเขาใจอันดีระหวางกันมากยิ่งข้ึน เนื่องจากการเรียนรูความแตกตางของแตละศาสนาจะ
ตรวจสอบผล Evaluate ชวยใหเ ราเขา ใจและไมล ะเมดิ ซ่งึ กันและกัน ทง้ั น้ีการปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมทางศาสนาท่ตี น

ครตู รวจผลงานแผน พับบคุ คลตวั อยางทางดาน นับถือในการดํารงชีวิตแบบพอเพียงและดูแลรักษาส่ิงแวด1ลอมเพื่อการอยูรวมกันไดอยาง
ศาสนสมั พันธ โดยพจิ ารณาจากความถูกตองของ
ขอ มลู ความสวยงาม และความคิดสรา งสรรค สนั ติสขุ ก็มีความสาํ คญั ไมแ พก ัน โดยเราควรใชทางสายกลางในการดํารงชีวิต ไมเบียดเบียน
ตนเองและผอู น่ื เพือ่ ทีเ่ ราจะไดอ ยรู ว มกนั ในสังคมไดอยางมคี วามสุข

นอกจากนี้การศึกษาประวัติของบุคคลท่ีเปนแบบอยางดานศาสนสัมพันธนั้น
ก็ชวยใหเรานําแบบอยางการดําเนินชีวิตของทานเพ่ือสรางสรรคสังคมมาประยุกตใชในการ
ดาํ เนนิ ชวี ิตใหเ ปนคนดตี ามอยา งทานเหลาน้ันได สังคมกจ็ ะมีความสุขมากขึ้น

1๕0

นกั เรียนควรรู ขแอนสวอบNเนTน กาOร-คNดิ ET
การอยูรวมกนั ของศาสนกิ ชนหลายศาสนาอยา งสงบสขุ ควรเรม่ิ ตน อยา งไร
1 ทางสายกลาง หรอื มัชฌิมาปฏปิ ทา คอื การงดเวนขอ ปฏิบตั ิที่สุดโตงท่ีสดุ 1. เขา รว มศาสนพิธีของทกุ ศาสนา
2 ประการ ดงั น้ี 2. เขา ใจความแตกตางของแตล ะศาสนา
3. เปรยี บเทยี บหลกั ธรรมของแตละศาสนา
1. การแสวงหาความสุขดวยกาม อนั เปน ของต่ําทราม ไมเ ปนประโยชน เปน 4. พฒั นาแนวทางการรวมแตละศาสนาเขา ดวยกนั
ทางปฏบิ ัตขิ องปถุ ุชน (คนท่มี กี ิเลส) วิเคราะหคําตอบ ตอบขอ 2. การอยูรวมกันของศาสนกิ ชนศาสนาตางๆ
อยางสงบสขุ นน้ั ควรเริ่มตน จากการมีความรูความเขาใจในความแตกตา ง
2. การแสวงหาความสขุ ดวยการทรมานตนเองใหเ ดอื ดรอ น อันเปนการ ของแตละศาสนา อันจะนาํ ไปสกู ารปฏิบตั ติ อกนั อยา งถกู ตอ งและเคารพซึ่ง
ทรมานรา งกาย ไมเ ปน ประโยชน กนั และกนั

สมเด็จพระสมั มาสมั พุทธเจา ทรงทดลองขอปฏิบัตทิ ี่สุดโตง ทงั้ 2 ประการ
มาแลว ทรงพบวา ไมม ีประโยชนจึงไดทรงคน พบทางสายกลางนี้ดว ยการครุน คิด
ดวยปญญา ซงึ่ เปนทางที่นําไปสคู วามสงบ ญาณ ตรัสรู นิพพาน ทางสายกลางน้ี
โดยท่ัวไปหมายถึงอรยิ มรรคมอี งคแปด หรือมรรค 8

150 คูม่ ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain
Expand Evaluate

ตรวจสอบผล Evaluate

คÓถามประจÓหนว‹ ยการเรียนรู้ ครูตรวจความถูกตอ งในการตอบคาํ ถาม
ประจาํ หนวยการเรยี นรู
๑. การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อศาสนิกชนอ่ืนในสถานการณ์ต่างๆ ควรท�าอย่างไร
จงอธบิ ายพรอ้ มยกตวั อย่างประกอบ ๓-๔ ตวั อย่าง หลักฐานแสดงผลการเรยี นรู
๒. นักเรียนคิดว่าการด�าเนินชีวิตโดยยึดหลักทางสายกลางในสังคมบริโภคนิยม ควรปฏิบัติ
ตนอยา่ งไร 1. บันทกึ การสบื คน เรือ่ งราวชวี ิตของบุคคลที่
๓. การศึกษาประวัติของบุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ ให้ประโยชน์อย่างไรและ ดําเนินชวี ิตแบบพอเพยี ง
ในด้านใดบ้าง
2. แผน พับประวัตบิ ุคคลที่เปนแบบอยา งทางดาน
ศาสนสมั พนั ธ

กิจกรรมสร้างสรรคพ ²ั นาการเรียนรู้

กิจกรรมท่ี ๑ จัดท�าผังมโนทัศน์เก่ียวกับหลักค�าสอนส�าคัญของศาสนาต่างๆ ลงใน ๑
หน้ากระดาษ พร้อมตกแตง่ ให้สวยงามสง่ ครูผู้สอน

กิจกรรมท ่ี ๒ ท�ารายงานสรุปความเหมือนและความแตกต่างของหลักค�าสอนในศาสนา
ตา่ งๆ พรอ้ มท้งั เสนอแนะวธิ ีในการอยู่ร่วมกันในสงั คมบนพ้นื ฐานของความ
แตกต่างทางศาสนาในหัวขอ้ “แตกต่างแต่ไมแ่ ตกแยก” ส่งครผู สู้ อน

กิจกรรมท่ ี ๓ แบ่งกลุ่มกันศึกษาประวัติของบุคคลท่ีเป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ท่าน
อน่ื ๆ ท่ีไมเ่ หมอื นในบทเรยี น โดยอาจเปน็ บคุ คลทเี่ ปน็ แบบอยา่ งดา้ นศาสน-
สัมพันธ์ในระดับชุมชนระดับโลก หรือระดับประเทศก็ได้ พร้อมทั้งช่วยกัน
วเิ คราะหค์ ุณธรรมทค่ี วรถือเปน็ แบบอย่างในการดา� เนินชวี ิต

กจิ กรรมท ่ี ๔ แบ่งกลุ่มกันอภิปรายและสรุปวิธีการปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนา
ท่ีตนนับถือในการด�ารงชีวิตแบบพอเพียงและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม
ทนี่ กั เรียนสามารถปฏิบัติไดใ้ นชีวติ ประจา� วนั สง่ ครูผสู้ อน

พทุ ธศาสนสภุ าษิต

ÊØ¢Ò ʧ¦Ú ÊÚÊ ÊÒÁ¤¤Ú Õ : ¤ÇÒÁ¾ÃŒÍÁà¾ÃÂÕ §¢Í§ËÁ·‹Ù Òí ãËàŒ ¡Ô´Ê¢Ø

1๕1

แนวตอบ คาํ ถามประจําหนว ยการเรยี นรู
1. มีความเคารพตอสง่ิ ศกั ดส์ิ ทิ ธ์ทิ ีแ่ ตล ะศาสนานบั ถือ เขาใจในขอ หา มของแตล ะศาสนา โดยเอาใจเขามาใสใ จเรา เชน ในศาสนาอิสลามหา มกราบรูปเคารพ

หามดม่ื สรุ า เปน ตน และอยาเปรยี บเทยี บหรือดูหมิน่ ในหลกั คําสอนของแตล ะศาสนา
2. ดาํ เนนิ ชีวติ โดยยดึ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง กลา วคอื ดาํ เนินชวี ติ อยางเรยี บงาย โดยไมยึดถือวัตถุเปนสาํ คัญ พอใจในสิง่ ทีต่ นมี รจู ักใชจายอยา งมีสติ

และมเี หตผุ ล ตลอดจนรูจกั วางแผนการเงนิ อยางรอบคอบ
3. ทาํ ใหสามารถนําแบบอยา งการดําเนนิ ชวี ติ ของบุคคลดังกลาวมาประยุกตใชในชวี ิตประจาํ วันเพอ่ื สรา งสรรคสังคม ทาํ ใหสังคมอยูอยางสงบ และมคี วามสขุ

คมู่ อื ครู 151

กระตุ้นความสนใจ สำ� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Expand Evaluate

ºÃóҹءÃÁ

¡ÃÁ¡ÒÃÈÒʹÒ. òõòõ. »ÃÐÇµÑ ¾Ô Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒá˧‹ ¡Ã§Ø ÃµÑ ¹â¡Ê¹Ô ·Ã òðð »‚ ÀÒ¤ ñ.
¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : âç¾ÔÁ¾¡ ÒÃÈÒʹÒ.

¡ÃзÃǧÈÖ¡ÉÒ¸Ô¡Òà ÊíҹѡÇÔªÒ¡ÒÃáÅÐÁҵðҹ¡ÒÃÈÖ¡ÉÒ. òõõñ. µÑǪÕéÇÑ´áÅÐ
ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹ÃŒÙ᡹¡ÅÒ§ ¡ÅÁ‹Ø ÊÒÃСÒÃàÃÂÕ ¹Ãʌ٠§Ñ ¤ÁÈ¡Ö ÉÒ ÈÒʹÒ
áÅÐÇѲ¹¸ÃÃÁ. ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã : ªØÁ¹ØÁÊˡó¡ÒÃà¡ÉµÃáË‹§
»ÃÐà·Èä·Â.

´¹ÂÑ äªÂâ¸Ò. òõóù. ¹Ò¹ÒÈÒʹÒ. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : âÍà´ÂÕ ¹ÊâµÃ.
_________ . òõõò. ¾¨¹Ò¹¡Ø ÃÁ¤Òí È¾Ñ ·¾ Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒ. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : Í¡Ñ ÉÃ

à¨ÃÞÔ ·ÈÑ ¹.
_________ . òõôó. ¾¨¹Ò¹¡Ø ÃÁ¾·Ø ¸ÈÒʹ. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : âÍà´ÂÕ ¹ÊâµÃ.
_________ . òõõñ. ¾·Ø ¸¸ÃÃÁ ¾·Ø ¸ÊÒÇ¡ ¾·Ø ¸ÊÒÇ¡Ô Ò áÅЪÒǾ·Ø ¸µÇÑ ÍÂÒ‹ §.

¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : âÍà´ÂÕ ¹ÊâµÃ.
_________ . òõôø. ¾ÃÐÁËÒ¡ÉµÑ ÃÂÔ ¡ºÑ ¾Ãоط¸ÈÒʹÒã¹»ÃÐÇµÑ ÔÈÒʵÏ.

¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : âÍà´Õ¹ÊâµÃ.
á»Å¡ ʹ¸ÃÔ ¡Ñ ɏ áÅФ³Ð. òõòð. ÈÅÕ ¸ÃÃÁ Ê õôó. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : Í¡Ñ ÉÃà¨ÃÞÔ ·ÈÑ ¹.
ºÞØ ÁÕ á·‹¹á¡ÇŒ . òõõñ. »ÃÐÇѵáÔ Åмŧҹ¹Ñ¡¨ÃÂÔ ¸ÃÃÁä·Â. ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã :

âÍà´ÂÕ ¹ÊâµÃ.
¸ÃÃÁ»® ¡ (»ÃÐÂ·Ø ¸ »ÂµØ âÚ µ). òõôð. ¸ÃÃÁСºÑ ¡Ò÷Òí §Ò¹. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ÁÅÙ ¹¸Ô Ô

¾Ø·¸¸ÃÃÁ.
_________ . òõõñ. ¾¨¹Ò¹¡Ø ÃÁ¾·Ø ¸ÈÒʹ ©ººÑ »ÃÐÁÇÅÈ¾Ñ ·. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã :

àÍÊ. ÍÒÃ. ¾Ã¹Ôé µéÔ§ áÁÊâ»Ã´Ñ¡Ê.
_________ . òõôð. ¾Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒã¹àÍàªÕÂ. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ¸ÃÃÁÊÀÒ
¸ÃÃÁÊÃÔ ªÔ ÂÑ (ªµÔ ªµÔ Ç»Ô âØ Å). òõòø. ¾·Ø ¸-¹ºÔ ÒµªÒ´¡ ÷ àÅÁ‹ . ¹¤Ã»°Á : Ç´Ñ ¾Ãл°Á-

਴ÕÂ.
¾ÃоÃËÁ¤³Ø ÒÀó (»ÃÐÂ·Ø ¸ »ÂµØ âÚ µ). òõôø. ¾¨¹Ò¹¡Ø ÃÁ¾·Ø ¸ÈÒʵÏ ©ººÑ »ÃÐÁÇÅ

¸ÃÃÁ. ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã : àÍÊ. ÍÒÃ. ¾ÃÔ¹µÔé§ áÁÊâ»Ã´Ñ¡Ê.
¾ÃÐÁËÒÍ·Ø ÂÑ ¸ÁÁÚ ÊÒâÃ. òõñö. ¾Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒáÅÐâºÃÒ³¤´ãÕ ¹·Ç»Õ àÍàªÂÕ . ¡Ã§Ø à·¾-

ÁËÒ¹¤Ã : à¿Í„› §ÍÑ¡ÉÃ.
ÁËÒÇ·Ô ÂÒÅÂÑ ÁËÒ¨ÌØ Òŧ¡Ã³ÃÒªÇÔ·ÂÒÅÂÑ . òõôù. ¾ÃÐäµÃ»®¡ÀÒÉÒä·Â àÅ‹Á ÷,

ÍÃö¡¶Ò¾ÃÐÇ¹Ô ÂÑ »® ¡ ÀÒ¤ ñ ÊÁ¹Ñ µ»ÒÊÒ·¡Ô Ò. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã :
ÁËÒ¨ÌØ Òŧ¡Ã³ÃÒªÇÔ·ÂÒÅÑÂ.

1๕2

152 ค่มู ือครู

กระตนุ้ ความสนใจ ส�ำรวจคน้ หา อธิบายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Expand Evaluate

_________ . òõôù. ¾ÃÐäµÃ»® ¡ÀÒÉÒä·Â àÅÁ‹ ò÷, ÍÃö¡¶Ò¾ÃÐ浯 µ¹Ñ µ»® ¡
àÅÁ‹ ñù ¢·Ø ·¡¹¡Ô ÒªҴ¡ àÅÁ‹ ó ÀÒ¤ ñ àÍ¡¹ºÔ ÒµªÒ´¡

µµÔ µÃÔ ªÒ´¡. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ÁËÒ¨ÌØ Òŧ¡Ã³ÃÒªÇÔ·ÂÒÅÂÑ .
_________ . òõôù. ¾ÃÐäµÃ»® ¡ÀÒÉÒä·Â àÅ‹Á ò÷, ÍÃö¡¶Ò¾ÃÐ浯 µ¹Ñ µ

»® ¡ àÅÁ‹ ñù ¢·Ø ·¡¹¡Ô ÒªҴ¡ àÅÁ‹ ó ÀÒ¤ ö àµÃʹºÔ ÒµªÒ´¡

ÍÁÑ ¾ªÒ´¡. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ÁËÒ¨ÌØ Òŧ¡Ã³ÃÒªÇ·Ô ÂÒÅÑÂ.
ÇÈ¹Ô Í¹Ô ·ÊÃÐ. òõôø. ËÅÑ¡¸ÃÃÁÍ¹Ñ à»¹š ËÇÑ ã¨¾Ãоط¸ÈÒʹÒ. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã :

àÍ.äÍ.àÍ.
ÞÒ³Ê§Ñ Çà (à¨ÃÞÔ ÊÇØ ±²Ú â¹). òõóù. ËÅ¡Ñ ¾Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒ. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã :

»ÃСÒÂ¾Ã¡Ö .
滯 ¾Õ »ÞØ ÞÒ¹ÀØ Ò¾. òõóô. ¾ÃÐäµÃ»® ¡©ººÑ ÊÒí ËÃºÑ »ÃЪҪ¹. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã :

ÁÅÙ ¹¸Ô ÁÔ ËÒÁ¡¯Ø ÃÒªÇ·Ô ÂÒÅÂÑ .
àʰÂÕ Ã¾§É ÇÃó»¡. òõóñ. ¾·Ø ¸¨ÃÔÂÇѵà ¾Ò¡Âä ·Â - ꤄ ¡ÄÉ. ¾ÔÁ¾¤Ã§Ñé ·èÕ ò.

¹¹·ºØÃÕ : ª‹ÍÁÐä¿.
_________ . òõóø. ¾·Ø ¸ÈÒÊ¹Ò ·ÈÑ ¹ÐáÅÐÇ¨Ô Òó. ¾ÁÔ ¾¤ çÑé ·Õè ó. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã :

ÁµÔª¹.
_________ . òõóù. ¾·Ø ¸¨ÃÂÔ ÇµÑ Ã. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ª‹ÍÁÐä¿.
_________ . òõôó. ¾Ãз‹Ò¹ÊÇ´ÍÐäÃ. ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã : ËÍÃµÑ ¹ªÂÑ ¡ÒþÁÔ ¾.
_________ . òõôô. ºÒ§á§Á‹ ÁØ à¡ÂèÕ Ç¡ºÑ ¾·Ø ¸Í§¤. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ËÍÃµÑ ¹ªÂÑ

¡ÒþÁÔ ¾.
_________ . òõôô. ¤Ò¶Ò¾ÒËØ§¤Ò¶Òá˧‹ ªÂÑ ª¹ÐÍѹÂÔè§ãËÞ¢‹ ͧ¾·Ø ¸Í§¤.

¾ÁÔ ¾¤Ãé§Ñ ·Õè ó. ¡Ãا෾ÁËÒ¹¤Ã : ÈÂÒÁ.
_________ . òõôô. ¾Ø·¸ÊÒÇ¡ ¾Ø·¸ÊÒÇ¡Ô Ò. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ¸ÃÃÁÊÀÒ.
_________ . (Á.».».). ¤Ò¶ÒªÔ¹ºÞÑ ªÃ ¾ÃÍŒ Á»ÃÐÇѵÊÔ Áà´ç¨¾Ãо²Ø Ò¨ÒÏ (âµ).

¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã : ¸ÃÃÁÊÀÒ.
Í´Ø Á¾Ã ÍÁøÃÃÁ. òõõð. ¾ÃÐ਌ÒÍ‹ÙËÑǡѺ¾Ãо·Ø ¸ÈÒʹÒ. ¡Ã§Ø à·¾ÁËÒ¹¤Ã :

áʧ´ÒÇ.

1๕3

ค่มู อื ครู 153

กระตนุ้ ความสนใจ สำ� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล
Engage Explore Explain Expand Evaluate

154 คู่มอื ครู

สรา้ งอนาคตเดก็ ไทย

ดว้ ยนวตั กรรมการเรยี นรรู้ ะดบั โลก

>> ราคาเลม่ นกั เรยี นโปรดดจู ากใบสง่ั ซอ้ื ของ อจท.
คู่มคือู่มคือรคู บรรู บ. รพ.รพะรพะุทพธุทศธาศสานสานมา.1ม.1

บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกดั
142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร 10200
โทร./แฟกซ.์ 02 6222 999 (อตั โนมตั ิ 20 คสู่ าย) 8 8 8 85 58 86 64 49 9131232252650690.98-.8-
www.aksorn.com Aksorn ACT

ราคาน้ี เปน็ ของฉบบั คมู่ อื ครเู ทา่ นน้ั


Click to View FlipBook Version