The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โดย ว่าที่เรือตรีทรงยศ พรานเนื้อ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นคร เจือจันทร์, 2020-11-04 22:25:39

1.การดำเนินการทางวินัยข้าราชการครูฯ

โดย ว่าที่เรือตรีทรงยศ พรานเนื้อ

คำพิพำกษำศำลปกครองสูงสดุ อ.๑๙๕๗/๒๕๕๙ (ต่อ)

เพ่ือปกป้องสิทธิของตนต่อไปได้จนถึงในช้ันกำรพิจำรณำอุทธรณ์ภำยในฝ่ำยปกครอง กำรที่มี
กรรมกำรสืบสวน ๓ คนซ้ำกับคณะกรรมกำรท่ีมีอยู่ ๕ คนจึงไม่ถือว่ำมีสภำพร้ำยแรงอันอำจทำให้กำร
พิ จ ำ ร ณ ำ ไ ม่ เ ป็ น ก ล ำ ง ไ ม่ ก ร ะ ท บ ต่ อ ค ว ำ ม ช อ บ ด้ ว ย ก ฎ ห ม ำ ย
ของควำมเห็นของคณะกรรมกำรสอบข้อเท็จจริงและคณะกรรมกำรสอบสวนท่ีได้ดำเนินกำรไปแล้วโดย
ชอบ อีกท้ังข้อเท็จจริงที่ได้จำกกำรสอบสวนก็ชัดเจนพอท่ีจะวินิจฉัยได้ว่ำผู้ฟ้องคดีได้กระทำ
ควำมผดิ วินยั โดยชดั แจง้

คำพพิ ำกษำศำลปกครองสูงสุด ฟ.๓๕/๒๕๖๐
กำรแตง่ ตงั้ คณะกรรมกำรสบื สวน สอบสวนวนิ ยั ซำ้ กนั

คดีน้ีมคี ณะกรรมกำรสอบสวนทำงวินัยอย่ำงร้ำยแรงจำนวน ๒ คนเคย
เป็นกรรมกำรสอบข้อเท็จจริงเพ่ิมเติม ต่อมำผู้บังคับบัญชำมีคำสั่ง
แต่งต้ังให้ท้ัง ๒ คนมำเป็นกรรมกำรสอบสวนวินัยอย่ำงร้ำยแรงอีก จึง
ทำให้กำรพิจำรณำทำงปกครองไม่มีควำมเป็นกลำงตำมนัยมำตรำ 16
วรรคหนึ่ง แห่งพระรำชบัญญัติวิธีปฏิบัติรำชกำรทำงปกครอง พ.ศ.
2539 กลำ่ วคือ ในกำรสอบข้อเท็จจรงิ บุคคลทัง้ สองได้รับกำรแต่งต้ังให้
เป็นคณะกรรมกำรสอบสวนวินัยอย่ำงร้ำยแรงอีก และคณะกรรมกำร
สอบสวนทำงวินัยอย่ำงร้ำยแรงมเี พียง 3 คน บุคคลทั้งสองจึงเป็นเสียง
ขำ้ งมำก จึงทำให้ผลกำรสอบสวนทำงวินัยอยำ่ งรำ้ ยแรง ยอ่ มคำดหมำย
ได้อยแู่ ลว้ วำ่ ไมอ่ ำจแตกต่ำงไปจำก ผลกำรสอบขอ้ เทจ็ จริงเพม่ิ เติม

คำพิพำกษำศำลปกครองสงู สดุ ฟ.๓๕/๒๕๖๐(ตอ่ )

ประกอบกับกำรแต่งต้ังคณะกรรมกำรสอบสวนวินัยอย่ำงร้ำยแรงผู้ฟ้องคดี
ไม่มีควำมจำเป็นถึงขนำดหำกปล่อยให้ล่ำช้ำไปจะเสียหำยต่อประโยชน์
สำธำรณะหรือบุคคลจะเสียหำยโดยไม่มีทำงแก้ไข อีกทั้งไม่มีควำมจำเป็นท่ี
จะต้องแต่งต้ังท้ังสองเป็นกรรมกำรสอบสวนผู้ฟ้องคดีอีก เพรำะมีบุคคลที่
สำมำรถจะแต่งต้ังให้เป็นกรรมกำรสอบสวนได้อยู่เป็นจำนวนมำก ดังน้ัน
กระบวนกำรสอบสวนทำงวินัยอยำ่ งรำ้ ยแรงผฟู้ ้องคดีจึงมไิ ด้กระทำโดยถูกต้อง
ตำมรูปแบบ ข้ันตอนหรือวิธีกำรอันเป็นสำระสำคัญท่ีกำหนดไว้สำหรับกำร
กระทำน้ัน เม่ือกำรแต่งตั้งคณะกรรมกำรสอบสวนวินัยอย่ำงร้ำยแรงผู้ฟ้องคดี
ซ่ึงเป็นกำรพิจำรณำทำงปกครองไม่ชอบด้วยกฎหมำย กำรที่นำผลกำร
สอบสวนวินัยอย่ำงร้ำยแรงผู้ฟ้องคดีมำใช้ในกำรพิจำรณำโทษทำงวินัย จึงไม่
ชอบดว้ ยกฎหมำยดว้ ย

คณะกรรมการสอบสวนและคณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผิดทางละเมิด
เป็นชุดเดียวกนั ไดไ้ หม ?

กฎหมายกาหนดหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการในการสอบสวนทางวนิ ยั ของขา้ ราชการครูและการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับ
ผดิ ทางละเมิดไวเ้ ป็นการเฉพาะสาหรับการสอบสวนแต่ละกรณี กล่าวคือ
• การสอบสวนทางวนิ ยั เป็นไปตามกฎ ก.พ. ฉบบั ที่ ๑๘ (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบญั ญตั ิ

ระเบียบขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ วา่ ดว้ ยการสอบสวนพิจารณา
• การสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผดิ ทางละเมิดเป็นไปตามระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยหลกั เกณฑก์ าร

ปฏิบตั ิเก่ียวกบั ความรับผดิ ทางละเมิดของเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. ๒๕๓๙

วธิ ีการ

• การแต่งต้งั คณะกรรมการใหด้ าเนินการสอบสวนมูลความผดิ ในสองกรณีจึงตอ้ งแยกเป็นสองคาสง่ั ตาม
กฎหมายแต่ละฉบบั เดียวกนั เป็นท้งั กรรมการสอบสวนทางวินยั และกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผดิ ทาง
ละเมิด กรณี

104

คณะกรรมการสอบสวนและคณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผิดทางละเมิด
เป็นชุดเดียวกนั ไดไ้ หม ?

จึงอาจแต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนทางวนิ ยั และคณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผดิ ทาง
ละเมิด ซ่ึงประกอบดว้ ยกรรมการที่เป็นบุคคลเดียวกนั ท้งั สองคณะ แต่ท้งั น้ี จะตอ้ งไม่ขดั หรือแยง้ กบั
หลกั เกณฑท์ ี่กาหนดไวใ้ นกฎหมายท้งั สองฉบบั และเพ่ือมิใหก้ ารสอบสวนตอ้ งซ้าซอ้ นกนั คณะกรรมการ
ท้งั สองคณะอาจดาเนินการแสวงหาขอ้ เทจ็ จริง รับฟังคาช้ีแจงและพยานหลกั ฐานต่างๆ ใหเ้ ป็นท่ียตุ ิไปใน
คราวเดียวกนั แต่จะตอ้ งแยกสานวนการสอบสวนท้งั สองมูลกรณีออกจากกนั โดยชดั เจน เพื่อความ
สะดวกในการวินิจฉยั สงั่ การเก่ียวกบั ความรับผดิ ในแต่ละกรณีต่อไป

(บนั ทึกสานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาเร่ือง การแต่งต้งั
คณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผดิ ทางละเมิดของโรงเรียนใน
สงั กดั สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พ้นื ฐานเรื่องเสร็จที่ ๙๖/
๒๕๔๙)

105

เหตุแห่งการคดั คา้ นกรรมการสอบสวนทางวนิ ยั

รู้เห็นเหตุการณ์
ในขณะกระทาการ
ตามเร่ืองทกี่ ล่าวหา

106

มีประโยชน์ไดเ้ สียในเร่ืองท่ีสอบสวน

107

มีสาเหตุโกรธเคืองผถู้ ูกกล่าวหา

108

เป็ นผู้กล่าวหา หรือเป็ นคู่สมรส บุพการีผู้สืบสันดาน หรือพนี่ ้องร่วม บดิ าและมารดาของผู้ถูกกล่าวหา หรือร่วม
บิดาหรือมารดาของผ้ถู ูกกล่าวหา ลูกพลี่ กู น้องนับเพยี งใน ๓ ช้ัน หรือเป็ นญาตเิ กย่ี วพนั การแต่งงานเพยี ง ๒ ช้ัน

109

เป็นเจา้ หน้ี ลูกหน้ีของผถู้ ูกกล่าวหา

110

มีเหตุอ่ืนซ่ึงอาจทาใหก้ ารสอบสวนเสียความเป็นธรรม

• คำพพิ ำกษำศำลปกครองสูงสุด คดีหมำยเลขแดงที่ อ.600/2554 : กำร
แต่งตง้ั คณะกรรมกำรสบื สวน สอบสวนวินัยซำ้ กัน

• ผคู้ ้ำประกัน

111

คดั คา้ น ๗ วนั นบั แต่ทราบคาสงั่ หรือทราบเหตุคดั คา้ น

• ตอ้ งยตุ ิการสอบสวนไวก้ ่อน

• ผสู้ ัง่ แต่งต้งั ตอ้ งพจิ ารณาใหเ้ สร็จภายใน ๑๕ วนั นบั แต่ไดร้ ับ
หนงั สือคดั คา้ น

• หากไม่พจิ ารณาภายใน ๑๕ วนั ต้องพ้นจากกรรมการสอบสวน และต้องแต่งต้งั
กรรมการสอบสวนขนึ้ ใหม่แทน

112

คดั คา้ นผสู้ ง่ั แต่งต้งั

• เหตุเดียวกบั คดั คา้ นกรรมการสอบสวน
• ผบู้ งั คบั บญั ชาเหนือข้ึนไป ๑ ช้นั เป็นผพู้ ิจารณาคาคดั คา้ น
• ระยะเวลายนื่ และพจิ ารณาเหมือนคดั คา้ นกรรมการ
• คาคดั คา้ นฟังข้ึน ผถู้ ูกคดั คา้ นพน้ จากการเป็นผพู้ ิจารณาสานวนการ

สอบสวนตามขอ้ ๔๐ และ๔๑
• ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาเหนือข้ึนไป ๑ ช้นั
• ผบู้ งั คบั บญั ชาเหนือข้ึนไป ๑ ช้นั เป็นผมู้ ีอานาจพิจารณา สง่ั การ

แทน

113

ผถู้ ูกตงั้ กรรมกำรสอบสวนคัดค้ำนผ้สู งั่ แตง่ ตัง้
กรรมกำรสอบสวน

• ขา้ ราชการครู ในเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษา ถกู ศกึ ษาธิการจงั หวดั แตง่ ตงั้
คณะกรรมการสอบสวนวินยั อยา่ งรา้ ยแรง ไดย้ ่ืนคารอ้ งตอ่ ปลดั กระทรวง
ศกึ ษาธิการ คดั คา้ นผสู้ ่งั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการสอบสวนโดยอา้ งวา่ เป็นคกู่ รณี
ในคดอี าญา มีสภาพรา้ ยแรงอนั อาจทาใหก้ ารพิจารณาทางปกครองไมเ่ ป็น
กลาง หากปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ ซง่ึ เป็นผบู้ งั คบั บญั ชาเหนือขนึ้ ไปหนึง่
ชนั้ ของศกึ ษาธิการจงั หวดั พิจารณาแลว้ เห็นวา่ การคดั คา้ นมีเหตผุ ลรบั ฟังได้
จะตอ้ งส่งั ใหศ้ กึ ษาธิการจงั หวดั ผนู้ นั้ พน้ จากการเป็นผมู้ ีอานาจพจิ ารณา
สานวนการสอบสวนและส่งั การตามผลการสอบสวน และในกรณีเชน่ นี้
ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ ซง่ึ เป็นผบู้ งั คบั บญั ชาเหนือขนึ้ ไปหนึง่ ชนั้ ของ
ศกึ ษาธิการจงั หวดั หรอื ผทู้ ่ีไดร้ บั มอบหมายจากปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการจะ
เป็นผพู้ จิ ารณา หรอื ส่งั การแทน ตามนยั กฎ ก.ค.ศ.วาดว้ ยการสอบสวน
พิจารณา พ.ศ. ๒๕๕๐ ขอ้ ๙

คณะกรรมการสอบสวน

• ตอ้ งไม่เป็นกรรมการสืบสวนในเร่ืองท่ีสอบสวนมาก่อน
• คณะกรรมการสอบขอ้ เทจ็ จริงความรับผดิ ทางละเมิด เป็น

คณะกรรมการสอบสวนวนิ ยั ได้
• ตอ้ งต้งั จากขา้ ราชการฝ่ ายพลเรือน (หา้ ม ทหาร พนกั งานราชการ

พนกั งาน อปท. พนกั งานมหาวทิ ยาลยั )
• คณะกรรมการสอบสวน ตอ้ งเป็นผมู้ ีคุณสมบตั ิตามท่ีกฎหมาย

กาหนด

115

• ประธานกรรมการ กรรมการ เลขานุการ และผชู้ ่วยเลขานุการ ตอ้ ง
เป็น ขา้ ราชการฝ่ ายพลเรือน

• ประธานกรรมการตอ้ งดารงตาแหน่งและมีวิทยธานะในระดบั ไม่ต่า
กวา่ หรือเทียบได้ ไม่ต่ากวา่ ผถู้ ูกกล่าวหา แต่ไม่จาเป็นวา่ จะตอ้ งเป็น
ผบู้ งั คบั บญั ชาของผถู้ ูกกล่าวหา ส่วนกรรมการอื่น ตลอดจน
เลขานุการและผชู้ ่วยเลขานุการจะดารงตาแหน่งใด ระดบั ใดกไ็ ด้

116

• กรรมการคนหนึ่งต้องเป็ นผู้ดารงตาแหน่งนิตกิ ร หรือผู้ได้รับ
ปริญญา ทางกฎหมาย หรือผู้ได้รับการฝึ กอบรมตามหลกั สูตรการ
ดาเนินการทางวนิ ัย หรือผู้มปี ระสบการณ์ ด้านการดาเนินการทาง
วนิ ัย

117

ตามหนงั สือสานกั งาน ก.พ. ท่ี นร ๐๖๑๑/ว ๖ ลงวนั ที่ ๒๘ กรกฎาคม
๒๕๒๙ ไดใ้ ห้ ความหมายของคาวา่ “ผไู้ ดร้ ับการฝึกอบรมตาม

หลกั สูตรการดาเนินการทางวินยั ” และ “ผมู้ ีประสบการณ์ ดา้ นการ
ดาเนินการทางวินยั ” ดงั น้ี

ผไู้ ดร้ ับการฝึกอบรมหลกั สูตรการดาเนินการทางวินยั หมายถึง

- ผไู้ ดร้ ับการฝึกอบรมตามหลกั สูตรการดาเนินการทางวินยั ซ่ึง
สานกั งาน ก.พ. จดั ข้ึน หรือ

- ผไู้ ดร้ ับการฝึกอบรมตามหลกั สูตรการดาเนินการทางวินยั ของ
สานกั งาน ก.พ. ซ่ึงมีส่วนราชการ ต่างๆ จดั ข้ึน หรือ

- ผไู้ ดร้ ับการฝึกอบรมตามหลกั สูตรการดาเนินการทางวนิ ยั ของส่วน
ราชการที่สานกั งาน ก.พ. ไดพ้ ิจารณารับรองหลกั สูตรแลว้

118

ตวั อยา่ งคดีปกครอง

• ต้งั ปลดั กระทรวงกลาโหม เป็นประธานกรรมการสอบสวน ตอ้ ง
แต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนใหม่และสอบใหม่

• ปลดั กระทรวงกลาโหม เป็นขา้ ราชการทหาร

119

คาถาม

• ศึกษาธิการจงั หวดั สามารถแต่งต้งั ผซู้ ่ึงเป็นอาจารยป์ ระจา
มหาวิทยาลยั ของรัฐ เป็นคณะกรมการสอบสวนวินยั อยา่ งร้ายแรงได้
หรือไม่

120

สิทธิของผถู้ ูกกล่าวหา

• คดั คา้ นกรรมการสอบสวน หรือผสู้ ง่ั แต่งต้งั
• มีทนาย หรือท่ีปรึกษา
• รับทราบขอ้ เทจ็ จริงและโตแ้ ยง้ แสดงพยานหลกั ฐาน

121

กฎ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยการสอบสวนพจิ ารณา
พ.ศ. 2550

• ขอ้ ๘ ผถู้ ูกกล่าวหามีสิทธิคดั คา้ นผไู้ ดร้ ับแต่งต้งั เป็นกรรมการสอบสวน ถา้ ผนู้ ้นั มี

เหตุอยา่ งหน่ึงอยา่ งใดดงั ต่อไปน้ี
• (๑) รู้เห็นเหตุการณ์ในขณะกระทาการในเรื่องที่กล่าวหา
• (๒) มีประโยชน์ไดเ้ สียในเร่ืองที่สอบสวน
• (๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกบั ผถู้ ูกกล่าวหา
• (๔) เป็นผกู้ ล่าวหา หรือเป็นคู่หม้นั คู่สมรส บุพการี ผสู้ ืบสนั ดาน พี่นอ้ งร่วมบิดามารดาหรือ

ร่วมบิดาหรือมารดา ลูกพี่ลูกนอ้ งนบั ไดเ้ พียงภายในสามช้นั หรือเป็นญาติเก่ียวพนั ทาง
แต่งงานนบั ไดเ้ พียงสองช้นั ของผกู้ ล่าวหา
• (๕) เป็นเจา้ หน้ีหรือลูกหน้ีของผกู้ ล่าวหา
• (๖) มีเหตุอื่นซ่ึงน่าเช่ืออยา่ งยงิ่ วา่ จะทาใหก้ ารสอบสวนเสียความเป็นธรรมหรือไม่เป็นกลาง

122

การสอบปากคา

• ก่อนสอบตอ้ งแจง้ ความเป็นเจา้ พนกั งานตาม ป.อาญา
• คณะกรรมการสอบสวนตอ้ งไม่นอ้ ยกวา่ ก่ึงหน่ึง (การประชุมเสียไป

ผสู้ ง่ั ต้งั ตอ้ งสงั่ ใหส้ อบปากคาพยานคนน้นั ใหม่)
• สามารถนาถอ้ ยคาในช้นั สืบสวนหรือในสานวนอ่ืนมาใชไ้ ด้ (เช่น

ละเมิด สตง. เป็นตน้ )
• ตอ้ งเขา้ ใหป้ ากคา คร้ังละ ๑ คน (ยกเวน้ พยานเดก็ ผถู้ ูกกล่าวหาท่ีมี

ทนาย หรือที่ปรึกษา)

123

คาถาม

• ในกรณีที่ผถู้ ูกกล่าวหาใหถ้ อ้ ยคาดว้ ยวาจาพาดพงิ วา่ มีผอู้ ่ืนร่วม
กระทาความผดิ กบั ตนดว้ ย ในการบนั ทึกถอ้ ยคาดงั กล่าวจะตอ้ ง
บนั ทึกลงในแบบ สว.๔ หรือ สว.๕

124

พบขอ้ กล่าวหาใหม่ ใหร้ ายงานผสู้ ง่ั แต่งต้งั

• ในกรณีที่คณะกรรมการ สอบสวนวินยั อยา่ งร้ายแรงพบการกระทา
ความผดิ ท่ีเป็นขอ้ กล่าวหาใหม่ ประธานกรรมการสอบสวน จะตอ้ ง
รายงานต่อผสู้ งั่ แต่งต้งั เพือ่ ใหม้ ีคาสงั่ แต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวน
ทางวินยั ตามขอ้ กล่าวหาที่พบใหม่ ซ่ึงถือเป็นข้นั ตอนสาคญั หากไม่
ปฏิบตั ิยอ่ มมีผลทาใหก้ ระบวนการสอบสวนทางวินยั ไม่ชอบดว้ ย
กฎหมาย ในขอ้ กล่าวหาน้นั แต่กม็ ิไดม้ ีผลทาใหก้ ระบวนการ
สอบสวนทางวินยั ในขอ้ กล่าวหาอื่นท่ีดาเนินการมาโดยชอบ ดว้ ย
กฎหมายเสียไปแต่อยา่ งใด

125

ลาดับ การดาเนินการของคณะกรรมการสอบสวน ระยะเวลา

1 ประธานคณะกรรมการสอบสวนนดั คณะกรรมการสอบสวนมาประชุมเพ่ือวางแนวทาง ภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ท่ี
สอบสวน ตามขอ้ 16 แลว้ แจง้ ผถู้ กู กล่าวหามาพบ จากนนั้ แจง้ และอธิบายขอ้ ประธานกรรมการไดร้ บั ทราบคาส่งั

กล่าวหาใหผ้ ถู้ กู กล่าวหาทราบ แจง้ สทิ ธิของผถู้ กู กล่าวหาตามแบบ สว.2 แตง่ ตง้ั คณะกรรมการสอบสวน

2 กรณีที่ผถู้ ูกกล่าวหาไม่รับสารภาพหรือรับสารภาพบางส่วนใหค้ ณะกรรมการสอบสวน ภายใน 60 วนั นบั แต่วนั ท่ี
ดาเนินการรวบรวมพยานหลกั ฐานที่เกี่ยวขอ้ งกบั เรื่องที่กล่าวหาและประชุมพิจารณาวา่ มี ดาเนินการตาม (1) แลว้ เสรจ็

พยานหลกั ฐานใดสนบั สนุนขอ้ กล่าวหา กระทาเม่ือใด อยา่ งไร เป็นความผดิ วนิ ยั กรณี

ใด

3 แจง้ ขอ้ กล่าวหาท่ีปรากฏตามพยานหลกั ฐานและสรุปพยานหลกั ฐานที่สนบั สนุนขอ้ ภายใน 15 วนั นบั แตว่ นั ท่ี

กล่าวหาใหผ้ ถู้ ูกกล่าวหาทราบ (สว.3) และถามผถู้ ูกกล่าวหาวา่ มีความประสงคจ์ ะยน่ื คา ดาเนนิ การตาม (2) แลว้ เสรจ็
ช้ีแจงเป็นหนงั สือหรือจะใหถ้ อ้ ยคาต่อคณะกรรมการสอบสวน โดยตอ้ งดาเนินการ
ภายใน 15 วนั นบั แต่ดาเนินการรวบรวมพยานหลกั ฐานตามขอ้ 2 เสร็จ

4 รวบรวมพยานหลกั ฐานฝ่ ายผถู้ ูกกล่าวหาอา้ งและท่ีคณะกรรมการสอบสวนเห็นควร ภายใน 60 วนั นบั แตว่ นั ท่ี

รวบรวมพยานหลกั ฐานจากฝ่ ายผถู้ ูกกล่าวหา ดาเนินการตาม (3) แลว้ เสรจ็

126

ลาดบั การดาเนินการของคณะกรรมการสอบสวน ระยะเวลา

5 - คณะกรรมการสอบสวนประชมุ พิจารณาพยานหลกั ฐาน ภายใน 30 วนั นบั แต่

ทงั้ หมดจากทกุ ฝ่ายท่ีเก่ียวขอ้ ง เพ่ือลงมตพิ ิเศษวา่ ผถู้ กู วนั ท่ีดาเนินการตาม ขอ้

กลา่ วหากระทาผิดวินยั หรอื เป็นผบู้ รสิ ทุ ธิ์ ถา้ ผิดวนิ ยั ผิด 4 แลว้ เสรจ็

กรณีใด มาตราใด ควรไดร้ บั โทษสถานใด หรอื หย่อน

ความสามารถตามมาตรา 111 หรอื มีมลทินหรอื มวั หมอง

ตามมาตรา 112 (ขอ้ 38)

- ทารายงานการสอบสวน ตามขอ้ 38

- เสนอรายงานการสอบสวนพรอ้ มสานวนการสอบสวนตอ่ ผู้

ส่งั แตง่ ตงั้ คณะกรรมการสอบสวน

127

• การสอบในเร่ืองใดที่คณะกรรมการสอบสวนดาเนินการไม่แลว้ เสร็จ
ภายใน 240 วนั ใหป้ ระธานคณะกรรมการสอบสวนรายงานเหตใุ ห้
ผแู้ ต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนเพือ่ รายงาน ให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพ้นื ท่ี
การศึกษา (กศจ.) หรือ อ.ก.ค.ศ. ท่ี ก.ค.ศ. ต้งั หรือ ก.ค.ศ. แลว้ แต่
กรณี เพอ่ื มีมติใหเ้ ร่งรัดการสอบสวนใหแ้ ลว้ เสร็จภายในระยะเวลาที่
อ.ก.ค.ศ. เขตพ้ืนที่การศึกษา อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ต้งั หรือ
ก.ค.ศ. กาหนดตามเหตุผลและความจาเป็น

128

• ผมู้ ีอานาจตามมาตรา 53 สงั่ แต่งต้งั คณะกรรมการสอบสวนวินยั
อยา่ งร้ายแรง คณะกรรมการสอบสวนวนิ ยั อยา่ งร้ายแรงสอบสวน
แลว้ เห็นวา่ เรื่องที่สอบสวนน้นั พฤติการณ์ของผถู้ ูกกล่าวหาเป็น
เพยี งความผดิ วินยั ไม่ร้ายแรง และผบู้ งั คบั บญั ชาผสู้ งั่ แต่งต้งั
กรรมการสอบสวนพิจารณาแลว้ เห็นชอบตามที่กรรมการสอบสวน
เสนอ ตอ้ งสงั่ ลงโทษตามอานาจของท่านตามมาตรา 100 วรรคหน่ึง
ประกอบกบั กฎ ก.ค.ศ. วา่ ดว้ ยอานาจการลงโทษภาคทณั ฑ์ ตดั
เงินเดือน หรือลดข้นั เงินเดือน พ.ศ.2549 เสียก่อน แลว้ จึงรายงานการ
ลงโทษไปยงั อ.ก.ค.ศ.เขตพ้นื ที่การศึกษา (กศจ.) และ ก.ค.ศ.
ตามลาดบั (มาตร 104 (2)

129

• แต่ถา้ เห็นต่างกบั คณะกรรมการสอบสวน โดยเห็นวา่ เป็นโทษวินยั
อยา่ งร้ายแรง ซ่ึงจะตอ้ งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก ท่านจะตอ้ ง
ดาเนินการตามมาตรา 100 วรรคส่ี (2) โดยสงั่ การใหน้ าเสนอ อ.ก.ค.
ศ.เขตพ้นื ท่ีการศึกษา(กศจ.)ของผถู้ ูกกล่าวหาพจิ ารณามีมติเสียก่อน
แลว้ จึงสง่ั ลงโทษตามนยั มติ อ.ก.ค.ศ.เขตพ้นื ท่ีการศึกษา(กศจ.)
ดงั กล่าว แลว้ รายงานโทษไปยงั ก.ค.ศ. ตามมาตรา 104 (2) ต่อไป

130

อานาจหน้าท่ีของ กศจ.

• พจิ ารณาความถกู ตอ้ งของสานวนการสอบสวน
• พจิ ารณามมี ติ

- กรณีการรายงานการดาเนินการทางวินัยไม่ร้ายแรง พจิ ารณา
ดุลพนิ ิจ และความเหมาะสมของการลงโทษ สถานโทษ ของ
ผู้บังคับบญั ชา

- กรณีวินัยอย่างร้ายแรงพจิ ารณามมี ตลิ งโทษใหเ้ หมาะสมกับ
กรณีความผิด

คำพิพำกษำศำลปกครองสงู สุด อ.๓/๒๕๕๕
กำรลงโทษนอกเหนอื ขอ้ กลำ่ วหำโดยไมใ่ ห้โอกำสโต้แย้ง

• ผฟู้ อ้ งคดถี กู กลา่ วหาวา่ กระทาผดิ วนิ ยั ไมร่ า้ ยแรง กรณีไมใ่ หเ้ กียรติเพ่ือนครู
ใชว้ าจาหยาบคายตอ่ หนา้ นกั เรยี นและเพ่อื นครู ไมเ่ คารพสทิ ธิซง่ึ กนั และกนั
ทาใหไ้ ดร้ บั การอบั อายตอ่ นกั เรยี น และไมร่ กั ษาความสามคั คีในหม่คู ณะ
ผบู้ งั คบั บญั ชาชนั้ ตน้ เหน็ สมควรลงโทษภาคทณั ฑ์ แตก่ รณีเป็นความผิดวินยั
เลก็ นอ้ ยจงึ งดโทษโดยทาทณั ฑบ์ นเป็นหนงั สือ ตอ่ มาผบู้ งั คบั บญั ชาระดบั
เหนือขนึ้ มา พิจารณารายงานการดาเนินการทางวนิ ยั ไดส้ ่งั ลงโทษภาคทณั ฑ์
โดยยกเอาเรอ่ื งท่ีผฟู้ อ้ งคดีทาโทษเด็กดว้ ยการตี ซง่ึ ผิดระเบยี บ
กระทรวงศกึ ษาธิการ มาเป็นเหตใุ นการพิจารณาลงโทษนอกเหนือจากขอ้
กลา่ วหาเดมิ ทงั้ ท่ีมิไดม้ ีการแจง้ ขอ้ กลา่ วหาดงั กลา่ วตอ่ ผฟู้ อ้ งคดี จงึ เป็นการ
นาเรอ่ื งท่ีนอกเหนือจากขอ้ กลา่ วหามาลงโทษผฟู้ อ้ งคดี โดยมิไดใ้ หผ้ ฟู้ อ้ งคดีมี
โอกาสรบั ทราบขอ้ เทจ็ จรงิ อยา่ งเพียงพอและไดโ้ ตแ้ ยง้ แสดงพยานหลกั ฐาน
คาส่งั ลงโทษภาคทณั ฑจ์ งึ เป็นคาส่งั ท่ีมิชอบดว้ ยกฎหมาย

133


Click to View FlipBook Version