The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pratiditpat Singkarach, 2023-02-13 00:00:17

หนังสือมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง

มรดกภูภูมิ ภู มิ ภู ปัมิปัมิ ญ ปั ญ ปั ญาทางวัวัฒ วั ฒ วั นธรรม ของกลุ่ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ ชาติติ ติ พั ติ พั พั น พั นธุ์ธุ์ก ธุ์ ก ธุ์ ะเหรี่รี่ รี่ ย รี่ ยง ในพื้พื้ พื้ น พื้ นที่ที่ ที่ จั ที่ จัง จั ง จั หวัวัด วั ด วั ลำลำ ลำลำ ปาง


มรดกภูภูมิ ภู มิ ภู ปัมิปัมิ ญ ปั ญ ปั ญาทางวัวัฒ วั ฒ วั นธรรม ของกลุ่ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ ลุ่ ม ลุ่ ชาติติ ติ พั ติ พั พั น พั นธุ์ธุ์ก ธุ์ ก ธุ์ ะเหรี่รี่ รี่ ย รี่ ยง ในพื้พื้ พื้ น พื้ นที่ที่ ที่ จั ที่ จัง จั ง จั หวัวัด วั ด วั ลำลำ ลำลำ ปาง


๑ ค ำน ำ คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ เมื ่อวันที ่ 3 สิงหาคม 2553 โดยการส ่งเสริมและสนับสนุนชาวกะเหรี ่ยงในเรื ่องอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ (Ethnic identity) และวัฒนธรรมกะเหรี่ยงว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชาติ ที่มีความหลากหลาย และ ส่งเสริมสังคมให้มีความเข้าใจในการอยู่ร่วมกันแบบพหุวัฒนธรรม โดยให้เรียนรู้อัตลักษณ์วัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง และมุ่งเน้นการฟื้นฟูวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงอย่างเป็นองค์รวม ทั้งเรื่องการจัดการ ทรัพยากร การศึกษา สิทธิในสัญชาติ อัตลักษณ์ชาติพันธุ์ และการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม และปัจจุบัน กระทรวงวัฒนธรรม โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ในการจัดท าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 70 ในขณะที่ทุนวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงเป็นส่วนส าคัญส่วนหนึ่งของการพัฒนาต่อยอด สร้างรายได้นั้น พบว่าจังหวัดล าปางมีข้อมูลที่เป็นองค์ความรู้ทั้งในมิติ สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ทุนทางสังคมที่จะน ามาใช้ต่อยอดในการพัฒนาค่อนข้างน้อย ดังนั้นในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงได้มีการจัดท าหนังสือ “กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดล าปาง” ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่าง ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดล าปาง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง จังหวัดล าปาง และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ล าปาง เพื่อเป็นการต่อยอดการด าเนินงานฟื้นฟูวิถีชีวิต ชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดล าปาง และในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้ด าเนินการส ารวจ และรวบรวม องค์ความรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพัน ธุ์กะเหรี่ยง โดยจัดท าฐานข้อมูล และท าการเผยแพร่แก่ผู้สนใจ หรือใช้เป็นข้อมูลของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประโยชน์ในการ ท ากิจกรรมการพัฒนา ทั้งในด้านอัตลักษณ์ชาติพันธุ์กะเหรี่ยง การอนุรักษ์ ฟื้นฟูประเพณีวัฒนธรรม การด ารงวิถีชีวิต การปลุกจิตส านึกให้ตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรม เกิดความรัก และหวงแหนต่อทรัพยากร อันมีค่าตลอดจนการด าเนินกิจกรรมการพัฒนาที่เหมาะสมต่อไป ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดล าปาง จึงได้จัดท าหนังสือ “มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดล าปาง” ขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงประชาชนผู้สนใจทั่วไป และใช้เป็นแนวทางในการด าเนินงานที่เกี่ยวข้อง กับกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงได้อย่างเหมาะสมต่อไป (นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์) วัฒนธรรมจังหวัดล าปาง


๒ สารบัญ เรื่อง หน้า คํานํา ๑ สารบัญ ๒ บทที่ ๑ ข฾อมูลภาพรวมทั่วไปของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดลําปาง ๓ - ๑.๑ ประวัติศาสตรแความเป็นมาของกลุ฽มชนและการเคลื่อนย฾าย ๓ - ๑.๒ ลักษณะโครงสร฾างทางสังคม ๑๑ - ๑.๓ ลักษณะทางวัฒนธรรม ประเพณี ค฽านิยม ความเชื่อ ๑4 - ๑.๔ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยง ๑8 บทที่ ๒ การศึกษาข฾อมูลด฾านมรดกทางวัฒนธรรมของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยง 20 ในจังหวัดลําปางรายพื้นที่ - ๒.๑ บ฾านโปุงน้ําร฾อน ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง 20 - ๒.๒ บ้านแม่ฮ่าง ต าบลนาแก อ าเภองาว จังหวัดล าปาง 33 - ๒.๓ บ้านแม่หมีใน ต าบลหัวเมือง อ าเภอเมืองปาน จังหวัดล าปาง ๔1 - ๒.๔ บ้านกลาง ต าบลบ้านดง อ าเภอแม่เมาะ จังหวัดล าปาง 48 บทที่ ๓ ข้อมูลรายงานเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง 64 ในจังหวัดล าปาง (แบบ มภ. ๒) - ๓.๑ ผ้าทอกะเหรี่ยงโดยใช้กี่เอว บ้านโปุงน้ าร้อน ต าบลเสริมกลาง 64 อ าเภอเสริมงาม จังหวัดล าปาง - ๓.๒ ผ้าทอกะเหรี่ยงโดยใช้กี่เอว บ้านแม่ฮ่าง ต าบลนาแก 75 อ าเภองาว จังหวัดล าปาง - ๓.๓ ผ้าทอกะเหรี่ยงโดยใช้กี่เอว บ้านแม่หมีใน ต าบลหัวเมือง 85 อ าเภอเมืองปาน จังหวัดล าปาง - ๓.๔ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ บ้านกลาง ต าบลบ้านดง 98 อ าเภอแม่เมาะ จังหวัดล าปาง บรรณานุกรม 113 ภาคผนวก 115


๓ บทที่ ๑ ข้อมูลภาพรวมทั่วไปของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดล าปาง ๑.๑ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของกลุ่มชนและการเคลื่อนย้าย กะเหรี่ยงเป็นกลุ฽มชาติพันธุแที่มีจํานวนมากที่สุดในบรรดากลุ฽มชาติพันธุแในประเทศไทย จากหลักฐานทาง ประวัติศาสตรแเชื่อกันว฽ากลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงเป็นคนกลุ฽มที่อาศัยอยู฽ในพื้นที่ประเทศไทยมานานหลายร฾อยปี ดังปรากฏในตํานานหลาย ๆ เรื่องที่กล฽าวถึงชนพื้นเมืองดั้งเดิม ทั้งลัวะและยางหรือกะเหรี่ยงในภาคเหนือ ชาวกะเหรี่ยงเป็นกลุ฽มคนที่รักความสงบ ผูกพันกับธรรมชาติและไม฽ชอบการต฽อสู฾หรือความรุนแรง ในอดีตชาวกะเหรี่ยงจึงมักหลีกเลี่ยงที่จะไม฽ข฾องเกี่ยวกับคนภายนอกชุมชนของตนและมักตั้งหมู฽บ฾านอยู฽ห฽างไกล จากชุมชนอื่น๑ ชาวกะเหรี่ยงพูดภาษาตระกูลจีน-ทิเบต ส฽วนภาษากะเหรี่ยงที่ใช฾มากในประเทศไทย คือ ภาษากะเหรี่ยงโปวแและภาษากะเหรี่ยงสะกอ ซึ่งแม฾จะเป็นกะเหรี่ยงเหมือนกันแต฽ไม฽สามารถเข฾าใจกันได฾ทั้งหมด เพราะทั้งสองภาษามีความแตกต฽างกันในเรื่องระบบเสียงและคําศัพทแค฽อนข฾างมาก นักภาษาศาสตรแจึงจัด เป็นคนละภาษาชาติพันธุแกะเหรี่ยง โดยแบ฽งตามภาษาที่พูดเป็นสี่กลุ฽มใหญ฽ คือ ๑) กะเหรี่ยงโปวแ (พบในลําปาง) ๒) กะเหรี่ยงสะกอ (พบในลําปาง) ๓) กะเหรี่ยงบเว เรียกตัวเองว฽าคยา หรือ ยางแดง (ไม฽พบในลําปาง) ๔) กะเหรี่ยงพะโอ หรือตองสู (ไม฽พบในลําปาง) มีข฾อสันนิษฐานว฽าเดิมชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู฽ทางตะวันออกของทิเบต ได฾อพยพเข฾าไปตั้งอาณาจักร ในประเทศจีนเมื่อ ๗๓๓ ปีก฽อนพุทธกาล จีนเรียกพวกนี้ว฽าชนชาติโจว เมื่อถูกจีนรุกรานจึงอพยพมาอยู฽บริเวณ ลุ฽มแม฽น้ําแยงซี ยูนนาน แล฾วถอยร฽นมาอยู฽ระหว฽างแม฽น้ําโขงและแม฽น้ําสาละวิน ชาวกะเหรี่ยงอพยพเข฾ามาตั้งถิ่น ฐานในพม฽าก฽อนที่จะขยายเข฾ามาอยู฽ในพื้นที่ของประเทศไทย โดยตั้งถิ่นฐานอยู฽บริเวณภูเขาทางชายแดน ตะวันออกของสหภาพพม฽าและตะวันตกของประเทศไทย ตั้งแต฽เมืองตองยีทางเหนือลงไปทางใต฾ถึงตะนาว ศรีเกือบถึงคอคอดกระ รัฐคะยาและรัฐกะเหรี่ยงมีพื้นที่ครอบคลุมเขตภูเขาทางตะวันออกของเมืองตองอูขยาย ไปตามลําน้ําสาละวินทางใต฾ ระหว฽างแม฽น้ําสาละวินและแม฽น้ําอิระวดีในเขตพะโค พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม฽น้ําอิ ระวดีใกล฾กับเมืองพะสิมและเมืองย฽างกุ฾ง ในประเทศไทยชาวกะเหรี่ยงอาศัยอยู฽ในภาคเหนือและภาคตะวันตกในเขตชายแดนกับพม฽า จากที่ตั้งถิ่นฐานของชาวกะเหรี่ยงเป็นพื้นที่แคบยาวจากเหนือลงใต฾ทําให฾ชาวกะเหรี่ยงที่อยู฽ทางตอนเหนือ คือ กลุ฽มคะยาหรือกะเหรี่ยงแดงและกลุ฽มย฽อย ๆ มีความสัมพันธแใกล฾ชิดกับกลุ฽มไทและรับอิทธิพลทางวัฒนธรรม ของไท ส฽วนกะเหรี่ยงที่อยู฽ทางใต฾ ได฾แก฽ กะเหรี่ยงโปวแและกะเหรี่ยงสะกอเป็นกลุ฽มที่ได฾รับอิทธิพลทางวัฒนธรรม ของมอญและพม฽า ต฽อมาปัญหาความไม฽สงบและสงครามระหว฽างไทยกับพม฽าในสมัยพระเจ฾าอลองพญายิ่งทําให฾ ชาวกะเหรี่ยงจํานวนมากอพยพจากพม฽าเข฾ามาสู฽รัฐฉานและล฾านนา พระเจ฾ากาวิละได฾นําชาวกะเหรี่ยงโ ปวแ มาตั้งถิ่นฐานอยู฽ที่หางดง ต฽อมามีผู฾อพยพตามมาอีกเป็นจํานวนมากและได฾ย฾ายไปตั้งถิ่นฐานอยู฽ในเขตจังหวัด ๑ ลูวิส, พอล “หกเผ฽าชาวดอย” พอล และ อีเลน ลูวิส ; ศิริวรรณ สุขพานิช, แปลและเรียบเรียง เชียงใหม฽ : หัตถกรรมชาวเขา, ๒๕๒๘. มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง


๔ แม฽ฮ฽องสอน เช฽น บ฾านแม฽ละมู ที่อําเภอแม฽สะเรียง เป็นต฾น ชาวกะเหรี่ยงที่อพยพมาในตอนหลังได฾ขอซื้อที่ดิน และน้ําจากเจ฾าผู฾ครองนครเชียงใหม฽ โดยส฽งส฽วยบรรณาการต฽าง ๆ ให฾เจ฾านายหรือแม฾แต฽จ฽ายค฽าเช฽าที่ดิน ให฾กับชาวลัวะซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู฽ก฽อนแล฾ว นอกจากการอพยพโยกย฾ายดังกล฽าวแล฾วชาวกะเหรี่ยงจํานวนมากได฾อพยพเข฾ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร หลังจากอังกฤษยึดครองพม฽าได฾แล฾ว เนื่องจากชาวกะเหรี่ยงเหล฽านั้นไม฽ยอมอ฽อนน฾อมต฽ออังกฤษจึงถูกปราบปราม ต฾องหลบหนีเข฾ามาอยู฽ในไทย โดยกลุ฽มหนึ่งตั้งหลักแหล฽งอยู฽ทางใต฾ มีชุมชนกะเหรี่ยงในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธแ อีกกลุ฽มหนึ่งไปตั้งถิ่นฐานอยู฽ทางตะวันตกของจังหวัดแม฽ฮ฽องสอน เชียงใหม฽ เชียงราย ลําพูน และลําปาง ชาวกะเหรี่ยงที่ตั้งถิ่นฐานอยู฽ในภาคเหนือนี้มีความสัมพันธแกับเจ฾านายผู฾ปกครอง เมืองต฽าง ๆ เป็นอันดี เจ฾านายมักจะใช฾ชาวกะเหรี่ยงที่ตั้งถิ่นฐานอยู฽ตามภูเขาและปุาลึกในการดูแลปุาไม฾ โดยเฉพาะอย฽างยิ่งในเขตตะวันตกของเชียงใหม฽ แม฽ฮ฽องสอน และแม฽สะเรียง ความสัมพันธแของเจ฾านาย และชาวกะเหรี่ยงนั้นอยู฽ภายใต฾ระบบไพร฽ โดยชาวกะเหรี่ยงต฾องส฽งส฽วยของปุา ต฾องเสียภาษี ถูกเกณฑแแรงงาน และเสบียงอาหารในกรณีที่เจ฾านายเดินทางไปในพื้นที่นั้น ๆ นอกจากนี้การขยายตัวของการทําปุาไม฾ในภาคเหนือ ทําให฾มีการว฽าจ฾างชาวกะเหรี่ยงมาดูแลช฾างที่ใช฾ทําปุาไม฾มากขึ้น ปัจจุบันนี้มีชาวกะเหรี่ยงในประเทศไทยประมาณ ๓๕๓,๓๔๗ คน อยู฽กระจัดกระจายตามภาคต฽าง ๆ เป็นกลุ฽มชาติพันธุแบนพื้นที่สูงที่มีจํานวนมากที่สุดอยู฽ใน จังหวัดเชียงใหม฽ แม฽ฮ฽องสอน ตาก ลําพูน กาญจนบุรี เชียงราย แพร฽ อุทัยธานี สุพรรณบุรี สุโขทัย ราชบุรี ลําปาง เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธแ มีทั้งชาวกะเหรี่ยงที่ตั้งรกรากเป็นชุมชนมานานตั้งแต฽ครั้งบรรพบุรุษ กับชาวกะเหรี่ยงที่อพยพเข฾ามาอยู฽ในเมืองไทยตามรอยตะเข็บชายแดนระหว฽างไทยกับพม฽า ชาวกะเหรี่ยง ที่อพยพเข฾ามาใหม฽มักจะไม฽มีที่ทํากินจึงต฾องกระจายตัวออกไปรับจ฾างทํางานในจังหวัดต฽าง ๆ ของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ทําให฾จํานวนประชากรชาวกะเหรี่ยงจริง ๆ ในปัจจุบันนี้ไม฽ชัดเจน สําหรับกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดลําปางพบว฽ามีทั้งกะเหรี่ยงโปวแและกะเหรี่ยงสะกอ (ปกาเกอะญอ) โดยกลุ฽มกะเหรี่ยงสะกอ ซึ่งเป็นกลุ฽มใหญ฽จะอาศัยอยู฽ในพื้นที่เมืองปาน แจ฾ห฽ม เสริมงาม และงาว โดยเฉพาะบ฾านแม฽หมีใน บ฾านแม฽หมีนอก และบ฾านจกปก ในอําเภอเมืองปาน ซึ่งทั้งหมดเป็นชาวกะเหรี่ยงสะกอ ที่อพยพมาจากเมืองคอง อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม฽ ตั้งแต฽ปี พ.ศ.๒๔๘๓ ส฽วนชาวกะเหรี่ยงโปวแที่อาศัย อยู฽ในลําปางมีจํานวนไม฽มากเป็นกลุ฽มเล็ก ๆ กระจายตัวอยู฽ในพื้นที่อําเภองาว แม฽เมาะ จากการศึกษาข฾อมูล ของสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยแจังหวัดลําปาง พบว฽าในจังหวัดลําปางมีประชากร ชาวกะเหรี่ยงสะกอและชาวกะเหรี่ยงโปมากถึง ๔,๐๐๐ กว฽าคน กระจายตัวอยู฽ตามอําเภอต฽าง ๆ ได฾แก฽ อําเภองาว เมืองปาน แจ฾ห฽ม เสริมงาม และแม฽เมาะ ตัวอย฽างเช฽น ชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลาง ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง เป็นชุมชนกะเหรี่ยง ที่ยังยึดถือและดําเนินชีวิตตามวิถีดั้งเดิม ด฾วยการทําไร฽หมุนเวียน เลี้ยงวัวควาย และหาของปุาขายในช฽วงที่ว฽างเว฾นจากฤดูไร฽นา บ฾านกลางเป็นหมู฽บ฾านเล็ก ๆ ที่มีประชากรอาศัยอยู฽เพียง ๗๗ ครัวเรือน มีชาวบ฾านอาศัยอยู฽ไม฽ถึง ๓๐๐ คน สร฾างบ฾านเรือนอยู฽กระจัดกระจาย ท฽ามกลางไม฾ใหญ฽ที่ยืนต฾น ให฾เห็นทั่วชุมชน แม฾ไม฽มีการบันทึกเป็นลายลักษณแอักษร ที่สืบค฾นไปได฾ว฽าแท฾จริงแล฾วคนบ฾านกลางเข฾ามาตั้งรกราก อยู฽อาศัยในพื้นที่ตรงนี้ตั้งแต฽สมัยใด แต฽จากคําบอกเล฽าของคนเฒ฽าคนแก฽ในหมู฽บ฾าน ทําให฾พอเห็นภาพว฽าชุมชน บ฾านกลางตั้งอยู฽ในพื้นที่มามากกว฽า ๓๐๐ ปี หรือ ๕-๖ ช฽วงอายุคน โดยผู฾เฒ฽าเล฽าต฽อ ๆ กันมาว฽าผู฾ก฽อตั้งหมู฽บ฾าน มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๕ เป็นชาวกะเหรี่ยงโปวแ จากจังหวัดกาญจนบุรี ที่เดินทางมาค฾าขาย ในจังหวัดแพร฽ แล฾วเดินทางต฽อไปยังเชียงแสน โดยใช฾เส฾นทางสันดอยหลวง แต฽ระหว฽างทางได฾หยุดพักบริเวณห฾วยแม฽มาย และพบว฽าพื้นที่ตรงนั้น เป็นปุาอุดมสมบูรณแ และมีสัตวแปุานานาชนิดอาศัยอยู฽ซึ่งเหมาะแก฽การอยู฽อาศัยทํากินจึงตัดสินใจตั้งถิ่นฐาน และสร฾างหมู฽บ฾านขึ้นที่นั่น๒ ต฽อมาเริ่มมีคนเคลื่อนย฾ายมาตั้งถิ่นฐานเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นหมู฽บ฾านขนาดใหญ฽ ชาวบ฾านในสมัยนั้น จึงขยายพื้นที่ทํากินไปทางทิศเหนือ แล฾วตั้งหมู฽บ฾านขึ้นอีกหนึ่งหมู฽บ฾านซึ่งก็คือชุมชนบ฾านกลางนั่นเอง หลักฐานสําคัญเกี่ยวกับการตั้งหมู฽บ฾าน คือการบันทึกการเข฾ามาของศาสนาคริสตแ เป็นภาษากะเหรี่ยงสะกอ และอนุสาวรียแที่สร฾างขึ้นบริเวณที่ตั้งหมู฽บ฾านเดิม เพื่อฉลองวาระครบรอบ ๑๐๐ ปี ของการตั้งหมู฽บ฾าน เมื่อ ๒๐ ปีที่แล฾ว ซึ่งคนในชุมชนเชื่อว฽าบ฾านกลางเป็นหมู฽บ฾านแรกในประเทศไทยที่นับถือศาสนาคริสตแ ในส฽วนของข฾อมูลด฾านประชากรจากข฾อมูลการสํารวจข฾อมูลประชากรบนพื้นที่สูงจังหวัดลําปาง ปีพ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งจัดทําโดยสํานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยแ จังหวัดลําปาง พบว฽ากลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยง ซึ่งมีอยู฽ ๒ กลุ฽มย฽อย คือกะเหรี่ยงโปวแและกะเหรี่ยงสะกอ มีประชากรรวมกันทั้งหมดจํานวน ๔,๓๑๓ คน อาศัยหนาแน฽นในพื้นที่อําเภอเสริมงาม จํานวนประชากรราว ๑,๔๘๔ คน รองลงมาคือพื้นที่อําเภองาว มีประชากรราว ๑,๐๖๖ คน โดยภาพรวมพบว฽าชาวกะเหรี่ยงตั้งบ฾านเรือนกระจายตัวอยู฽ในพื้นที่ทั้งหมด ๕ อําเภอ ได฾แก฽ อําเภองาว อําเภอเมืองปาน อําเภอเสริมงาม อําเภอแจ฾ห฽ม และอําเภอแม฽เมาะ โดยพบกลุ฽มกะเหรี่ยง ๒ กลุ฽ม กลุ฽มแรกได฾แก฽ กลุ฽มกะเหรี่ยงโปวแ อาศัยอยู฽ในอําเภองาวมากที่สุด กลุ฽มที่สองกลุ฽มกะเหรี่ยงสะกอ พบอาศัยอยู฽ในอําเภอเสริมงาม อําเภอเมืองปาน และอําเภอแจ฾ห฽ม ซึ่งในพื้นที่บ฾านแม฽ฮ฽างเป็นกลุ฽มกะเหรี่ยงโปวแ ส฽วนใหญ฽นับถือศาสนาคริสตแ ยังมีการทอผ฾าด฾วยกี่เอวของชาวกะเหรี่ยงโปวแเป็นผ฾าฝูายซึ่งมีลวดลาย เป็นเอกลักษณแเฉพาะตัว มีทั้งลายดั้งเดิมและลายประยุกตแ ทําให฾เกิดความสวยงามและทันสมัยมากขึ้นและเป็น หมู฽บ฾านส฽งเสริมการท฽องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดลําปาง สําหรับบ฾านแม฽หมีใน เป็นหมู฽บ฾านของชนเผ฽ากะเหรี่ยงสะกอ (ปกาเกอะญอ) อพยพโยกย฾ายมาจากเมืองคอง อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม฽ เมื่อประมาณ ๔๓๓ ปี หรือประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๓ บ฾านแม฽หมีมีทั้งหมด ๓ หย฽อมบ฾าน คือ หย฽อมบ฾านแม฽หมีใน มีพะตีอ฾ายยาง เป็นผู฾นํา (หญี่โข฽) หย฽อมบ฾านแม฽หมีนอก มีพะตี่โคโล฽ยาง เป็นผู฾นํา และหย฽อมบ฾านจกปก มีพะตี่หล฾ายาง เป็นผู฾นํา มีลําน้ําหลักที่สําคัญของหมู฽บ฾าน ๔ ลําน้ํา คือ ลําน้ําแม฽หมี ลําน้ําห฾วยปุาคา ลําน้ําห฾วยก฾อม และลําน้ําห฾วยแม฽หมีน฾อย มีน้ําไหลตลอดปี ชาวบ฾านแม฽หมีทําไร฽หมุนเวียน วัฒนธรรมประเพณีของกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) ดํารงอยู฽ได฾ด฾วยการทําไร฽โดยปลูกพืชผักชนิดต฽างๆ ผสมผสานไปพร฾อมกับการปลูกข฾าวไร฽ ระบบไร฽ของชาวกะเหรี่ยงจึงมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก ระบบการจัดการไร฽จะใช฾ระบบไร฽หมุน ไร฽หมุนเวียนหมายถึงการทําไร฽ในแต฽ละปี โดยชาวกะเหรี่ยง ๑ ครอบครัว จะทําไร฽หมุนเวียนครอบครัวละ ๕ ไร฽ โดยจะมีแปลงสําหรับจัดระบบหมุนเวียน ๔-๕ แปลงทําวนไป ในช฽วงเวลา ๕-๖ ปีจะหมุนเวียนกลับมาทําซ้ําในจุดเดิม แล฾วแต฽ความอุดมสมบูรณแของพื้นที่ หรือบางพื้นที่ อาจใช฾เวลาแค฽ ๔ ปีก็สามารถกลับไปทําที่แปลงที่ ๑ ได฾ ๒ รัตนาพร เศรษฐกุลและคณะ, ๒๕๔๖. สิทธิชุมชนท฾องถิ่นชาวเขาในภาคเหนือของประเทศไทย: อดีตและปัจจุบัน กรณีศึกษาและปัญหา. กรุงเทพฯ: นิติธรรม.


๖ ส฽วนกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงที่บ฾านโปุงน้ําร฾อน อําเภอเสริมงาม พื้นที่โดยทั่วไปของบ฾านโปุงน้ําร฾อน เป็นพื้นที่ภูเขาประมาณ ๗๐% ของพื้นที่ทั้งหมด ชาวบ฾านที่อาศัยอยู฽ที่บ฾านโปุงน้ําร฾อนส฽วนมากประกอบอาชีพ ทํานาเป็นอาชีพหลัก แต฽เมื่อผ฽านพ฾นจากช฽วงฤดูกาลทํานาแล฾วนั้นชาวบ฾านจะหันมาทําสวนเป็นพืชหมุนเวียน รวมไปถึงการรับจ฾างทํางานทั่วไปและหาของปุาไปขาย เพื่อเป็นรายได฾เสริมให฾กับครอบครัว นอกจากนี้ยังเป็น หมู฽บ฾านที่คงอัตลักษณแของชนเผ฽ากะเหรี่ยงทั้งด฾านการกิน การแต฽งกาย บ฾านเรือน และภาษา การกระจายตัวของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่อ าเภอ และชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดล าปาง ๑. อําเภองาว : จํานวนตําบลทั้งสิ้น ๓ ตําบล ได฾แก฽ ตําบลบ฾านอ฾อน ตําบลบ฾านร฾อง และตําบลนาแก จํานวนชุมชนทั้งสิ้น ๖ ชุมชน ได฾แก฽ บ฾านขุนอ฾อนพัฒนา บ฾านขวัญศรี บ฾านแม฽ลึงใน บ฾านแม฽ฮ฽างใต฾ บ฾านแม฽คิง และบ฾านสันติสุข ๒. อําเภอเมืองปาน : จํานวนตําบลทั้งสิ้น ๒ ตําบล ได฾แก฽ ตําบลแจ฾ซ฾อน และตําบลหัวเมือง จํานวนชุมชนทั้งสิ้น ๘ ชุมชน ได฾แก฽ บ฾านห฾วยมง บ฾านแม฽ยาง บ฾านห฾วยโปุง บ฾านแม฽หมีใน บ฾านแม฽หมีนอก บ฾านจกปก บ฾านแม฽ตเอมใน และบ฾านแม฽ตเอมนอก ๓. อําเภอเสริมงาม : จํานวนตําบลทั้งสิ้น ๒ ตําบล ได฾แก฽ ตําบลเสริมงาม และตําบลเสริมขวา จํานวนชุมชนทั้งสิ้น ๓ ชุมชน ได฾แก฽ บ฾านโปุงน฾าร฾อน บ฾านกลางสันโปุง และบ฾านแม฽เลียงพัฒนา ๔. อําเภอแจ฾ห฽ม : จํานวน ๑ ตําบล คือ ตําบลทุ฽งผึ้ง บ฾านแม฽จอกฟูา ๕. อําเภอแม฽เมาะ: จํานวน ๑ ตําบล ได฾แก฽ ตําบลบ฾านดง จํานวน ๓ ชุมชน คือ บ฾านห฾วยตาด บ฾านห฾วยส฾าน และบ฾านแม฽จอกฟูา ซึ่งในจังหวัดลําปางพบว฽า มีกลุ฽มชาวกะเหรี่ยง ๒ กลุ฽ม กลุ฽มแรกคือกลุ฽มกะเหรี่ยงโปวแ ส฽วนใหญ฽อาศัยอยู฽ ในอําเภองาว กลุ฽มที่สองกลุ฽มกะเหรี่ยงสะกอ (ปะกาเกอะญอ) พบอาศัยอยู฽ในอําเภอเสริมงาม อําเภอเมืองปาน และอําเภอแจ฾ห฽ม แผนผังแสดงการตั้งถิ่นฐานของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดลําปาง มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๗ ตารางสรุปฐานข้อมูลชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในจังหวัดล าปาง กลุ่มชาติพันธุ์ พื้นที่ / ที่ตั้งของชุมชน ลักษณะทางสังคมและ วัฒนธรรม อัตลักษณ์ทาง ชาติพันธุ์ ชาติพันธุ์กะเหรี่ยง พบตั้งบ฾านเรือนกระจายตัวอยู฽ใน พื้นที่ทั้งหมด ๕ อําเภอ ได฾แก฽ ๑. อ าเภองาว : จํานวนตําบล ทั้งสิ้น ๓ ตําบล ได฾แก฽ ตําบลบ฾าน อ฾อน ตําบลบ฾านร฾อง ตําบลนาแก จํานวนชุมชนทั้งสิ้น ๖ ชุมชน ได฾แก฽ บ฾านขุนอ฾อนพัฒนา บ฾าน ขวัญศรี บ฾านแม฽ลึงใน บ฾านแม฽ฮ฽าง ใต฾ บ฾านแม฽คิง บ฾านสันติสุข ๒. อ าเภอเมืองปาน : จํานวน ตําบลทั้งสิ้น ๒ ตําบล ได฾แก฽ ตําบลแจ฾ซ฾อน ตําบลหัวเมือง จํานวนชุมชนทั้งสิ้น ๘ ชุมชน ได฾แก฽ บ฾านห฾วยมง บ฾านแม฽ยาง บ฾านห฾วยโปุง บ฾านแม฽หมีใน บ฾าน แม฽หมีนอก บ฾านจกปก บ฾านแม฽ ตเอมใน บ฾านแม฽ตเอมนอก ๓. อ าเภอเสริมงาม : จํานวน ตําบลทั้งสิ้น ๒ ตําบล ได฾แก฽ ตําบลเสริมงาม ตําบลเสริมขวา จํานวนชุมชนทั้งสิ้น ๓ ชุมชน ได฾แก฽ บ฾านโปุงน้ําร฾อน บ฾านกลาง สันโปุง บ฾านแม฽เลียงพัฒนา 4. อ ำเภอแจ้ห่ม : จ านวน 1 ต าบล คือ ต าบลทุ่งผึ้ง บ้านแม่ จอกฟูา 5. อ ำเภอแม่เมำะ : จ านวน 1 ต าบล ได้แก่ ต าบลบ้านดง 3 ชุมชน คือ บ้านห้วยตาด บ้าน กลาง และบ้านแม่ส้าน *** ในจังหวัดลําปางพบว฽ามี ก ลุ฽ ม ชา วก ะ เ ห รี่ ย ง ๒ ก ลุ฽ ม ชุมชนบ้านแม่ฮ่าง : ยังมีการทอ ผ฾าด฾วยกี่เอวของชาวกะเหรี่ยงโป เป็นผ฾าฝูายซึ่งมีลวดลายเป็น เอกลักษณแเฉพาะตัว มีทั้งลาย ดั้งเดิมและลายประยุกตแ ทําให฾เกิด ความสวยงามและทันสมัยมากขึ้น และเป็นหมู฽บ฾านส฽งเสริมการท฽องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมของจังหวัดลําปาง ชุมชนบ้านสันติสุข : เป็นหมู฽บ฾าน ชาวอาข฽า และกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู฽ ร฽วมกันนับถือศาสนาคริสตแนิกาย คาทอลิก ชุมชนบ้านห้วยมง : จุดเด฽นคือภูมิ ปัญญาของชาวบ฾าน ส฽วนใหญ฽จะ เป็นด฾านการจักสาน ผู฾นําพิธีต฽าง ๆ การทอผ฾า ซอพื้นเมือง นิทาน รําดาบ และการทําสมุนไพร ภูมิปัญญาหัตถกรรมชาวบ฾านโดย ส฽วนใหญ฽จะทําการจักสาน ทําไม฾ ก ว า ด ท อ ผ฾ า ส า น ขั น โ ต ก สานกระด฾ง และตีเหล็ก ชุมชนบ้านแม่หมีใน/บ้านหมีนอก และบ้านจกปก : เป็นหมู฽บ฾านของ ชนเผ฽ากะเหรี่ยงสะกอ (ปกาเกอะญอ) อพยพโยกย฾ายมาจากเมืองคอง อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม฽ เมื่อป ระมา ณ ๔ ๓๓ ปี หรื อ ประมาณ พ.ศ. ๒๔๘๓ บ฾านแม฽หมี มีทั้งหมด ๓ หย฽อมบ฾าน คือ หย฽อม บ฾านแม฽หมีใน มีพะตีอ฾ายยางเป็น ผู฾นํา (หญี่โข฽) หย฽อมบ฾านแม฽หมีนอก มีพะตี่โคโล฽ยาง เป็นผู฾นํา และหย฽อม บ฾านจกปก มีพะตี่หล฾ายางเป็นผู฾นํา - การแต฽งกาย ย฽าม - การทอผ฾ากี่เอว - อ า ห า ร ข฾ า ว เ บ฿ อ ะ น้ําพริก หมกปลา ไก฽ การ อาศัยอยู฽ร฽วมกับธรรมชาติ - การอพยพย฾ายถิ่นหรือ ทํางานออกนอกชุมชน น฾อยมาก - ปลูกข฾าวไร฽แบบขั้นบันได และทําไร฽หมุนเวียน - การปลูกกาแฟที่ได฾รับ การส฽งเสริมให฾เป็นที่รู฾จัก คื อก า แ ฟ ด อ ย แ ม฽ ส฾ า น รวมถึงเป็นแหล฽งปลูกมะ แขว฽นที่มีชื่อเสียง - ความเชื่อเปลี่ยนแปลง ตามการนับถือศาสนาแต฽มี การผสมผสานความเชื่อเดิม - ภาษายังใช฾ภาษากะเหรี่ยง สื่อสารในครอบครัว - ชาวบ฾านแม฽หมีทําไร฽ หมุนเวียน ในวัฒนธรรม ป ร ะ เ พ ณี ข อ ง ช น เ ผ฽ า ปกาเกอะญอดํารงอยู฽ได฾ ด฾ ว ย ก า ร ทํ า ไ ร฽ ซึ่ ง ไ ม฽ เพียงแต฽ปลูกพืชต฽าง ๆ มาผสมกับเมล็ดพันธุแข฾าว ปลูกลงพร฾อมกับข฾าวไร฽ และได฾มีการปลูกพืชผักอื่น ๆ อีกมากมาย - มีภูมิปัญญาชาวบ฾านคือ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง


๘ กลุ่มชาติพันธุ์ พื้นที่ / ที่ตั้งของชุมชน ลักษณะทางสังคมและ วัฒนธรรม อัตลักษณ์ทาง ชาติพันธุ์ กลุ฽มแรกคือกลุ฽มกะเหรียงโปวแ ส฽วนใหญ฽อาศัยอยู฽ในอําเภองาว กลุ฽มที่สองกลุ฽มกะเหรี่ยงสะกอ (ปะกาเกอะญอ) พบอาศัยอยู฽ใน อําเภอเสริมงาม อําเภอเมืองปาน และอําเภอแจ฾ห฽ม มีลําน้ําหลักที่สําคัญของหมู฽บ฾าน ๔ ลําน้ํา คือ ลําน้ําแม฽หมีลําน้ําห฾วย ปุาคา ลําน้ําห฾วยก฾อมและลําน้ํา ห฾วยแม฽หมีน฾อยมีน้ําไหลตลอดปี ชุมชนบ้านแม่เลียงพัฒนา สภาพ พื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขาประมาณ ๗๐% ของพื้นที่ทั้งหมดชาวบ฾าน ส฽วนใหญ฽ประกอบอาชีพการทํานา เป็นอาชีพหลัก แต฽เมื่อผ฽านพ฾นจาก ช฽วงฤดูการทํานา ชาวบ฾านจะหัน มาทําสวนเป็นพืชหมุนเวียนรวมไป ถึงการรับจ฾างทํางานทั่วไปและหา ของปุาไปขายเพื่อเป็นรายได฾เสริม ให฾กับครอบครัว จุดเด฽นอีกประการของบ฾านแม฽ เลียงคือเป็นหมู฽บ฾านที่ใช฾นามสกุล เดียวกันทั้งหมู฽บ฾าน เพิ่งมาเปลี่ยน ได฾เพียง ๑ ครอบครัว ส฽วนชื่อจะ นิยมใช฾คําพยางคแเดียว ในอดีต ผู฾ชายในหมู฽บ฾านได฾รับการยกเว฾น ไม฽ต฾องเกณฑแทหารแต฽หลังจาก พ.ศ. ๒๕๔๒ ไม฽ได฾รับการยกเว฾น อีกต฽อไปนอกจากนี้ยังเป็นหมู฽บ฾าน ที่คงอัตลักษณแของชนเผ฽ากะเหรี่ยง ทั้งด฾านการกิน การแต฽งกาย บ฾านเรือนและภาษา ทอผ฾าพื้นเมือง การตัดเย็บ เสื้อ ย฽าม ที่แสดงอัตลักษณแ ของเผ฽า กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโพล่งหรือกะเหรี่ยงโปว์ (Pwo Karen) โพล฽ง/โผล฽ง/โผล฽ว (Pwo) เป็นคําใช฾เรียกตนเองของกะเหรี่ยงกลุ฽มหนึ่ง โดยมากตั้งถิ่นฐานอยู฽ในเขต ภาคตะวันตกและบางส฽วนของภาคกลางของไทย กะเหรี่ยงโปเป็นหนึ่งในสี่สายตระกูลคือ ๑) ปกาโปวแ (Pwo) ๒) ปกาจกอ (Skaw) ๓) แบว (Kya) และ ๔) ต฽องสู฽ (Pa-O/Thaungthu) โดยตามตํานานที่เล฽าสืบต฽อมาผ฽าน "ธา" (ขับลํานําเพลง) ทั้งสี่กลุ฽มนับเป็นพี่น฾องท฾องเดียวกันที่เกิดมาจากสตรีที่ใส฽เสื้อ ซึ่งปักลวดลายด฾วย ลูกเดือย ในบทขับลํานําธาได฾กล฽าวว฽ากลุ฽มปกาโปวแหรือโป (Pwo) สืบเชื้อสายมาจากฝั่งแม฽ ในขณะที่ กลุ฽มปกาเกอะญอ (Skaw) สืบเชื้อสายมาจากฝั่งพ฽อ ส฽วนกะเหรี่ยงกลุ฽มนี้ที่อยู฽ในเขตภาคเหนือของไทย มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๙ จะถูกเรียกว฽า กะเหรี่ยงโปวแมีความหมายว฽า "คน" ในขณะที่ชาวพม฽าจะเรียกกะเหรี่ยงกลุ฽มนี้ว฽า "ตะเลงคะยิน" หมายถึง กะเหรี่ยงมอญ๓ ซู เป็นคําที่กะเหรี่ยงโปวแบริเวณภาคตะวันตกและบางส฽วนของภาคกลางของไทยใช฾เรียกตนเอง โดยคําเรียกนี้สามารถเชื่อมโยงกับตํานานของคนกะเหรี่ยง ผู฾เฒ฽าชาวกะเหรี่ยงในจังหวัดกาญจนบุรีเล฽าสืบกันมาว฽า พวกเขาเรียกตนเองว฽า "ซู-ส฽อง" หรือปรัมปราของชาวกะเหรี่ยงกล฽าวว฽าพวกเขาสืบเชื้อสายมาจาก Swa ผู฾เป็นทั้งเทพเจ฾าและมนุษยแคนแรกของโลก โดยกะเหรี่ยงเป็นบุตรคนแรกของ Swa การออกเสียง "ซู฽-ส฽อง" จึงน฽าจะพ฾องกับคําว฽า Swa กะเหรี่ยงโผล฽ง หรือ กะเหรี่ยงโปวแ คนไทยในภาคเหนือเรียกว฽า "พล฽อ" หรือ "โพล฽ง" บ฾างก็เรียกว฽า "ยางเด฾าะแด฾ ยางบ฾าน" กะเหรี่ยงโผล฽ง มีจํานวนประชากรเป็นที่สองรองจากกะเหรี่ยงสะกอหรือปกาเกอะญอ อาศัยอยู฽แถบจังหวัดเชียงราย เชียงใหม฽ แม฽ฮ฽องสอน ลําพูน ลําปาง แพร฽ ตาก อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธแ คนส฽วนมากมักเข฾าใจว฽ากะเหรี่ยงสะกออาศัยอยู฽เฉพาะทางภาคเหนือ และกะเหรี่ยงโผล฽งอาศัยอยู฽เฉพาะทางภาคตะวันตกเท฽านั้น แต฽แท฾ที่จริงแล฾วจะพบกะเหรี่ยงทั้งสองกลุ฽มอยู฽ใน จังหวัดเดียวกัน แต฽แยกหมู฽บ฾านไม฽ปะปนกัน เช฽น ในจังหวัดเชียงใหม฽ มีทั้งกะเหรี่ยงปกาเกอะญอและกะเหรี่ยงโผล฽ง โดยกะเหรี่ยงปกาเกอะญอมีมากที่อําเภอแม฽แจ฽มและกะเหรี่ยงโผล฽งมีมากที่อําเภออมกเอย นอกจากนี้ในจังหวัดลําพูน ซึ่งอยู฽ในภาคเหนือกลับมีกะเหรี่ยงโผล฽งอาศัยอยู฽หนาแน฽น โดยเฉพาะที่อําเภอลี้ ทางภาคตะวันตกมีกะเหรี่ยงโปวแ อาศัยอยู฽หนาแน฽นก็จริงแต฽ก็พบกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่จังหวัดกาญจนบุรีเช฽นกัน ชาวตะวันตกเชื่อว฽า บ฾านเมืองเดิมของชาวกะเหรี่ยงอยู฽ทางตะวันตกของจีนในเขตกวางสีก฽อนที่พวกเขาจะอพยพสู฽ดินแดนที่พวกเขา อาศัยอยู฽ในปัจจุบัน ชาวจีนเรียกแม฽น้ําแยงซีเกียงว฽า "แม่น ้ำของพวกยำง หรือแม่น ้ำของพวกกะเหรี่ยง" ส฽วนชื่อ กะเหรี่ยงโป/โปวแ เป็นคําเรียกกะเหรี่ยงโพล฽ง/โพล฽วที่อยู฽ในเขตภาคเหนือของไทย มีความหมายว฽า "คน" หรือในบางพื้นที่จะเรียกว฽า "ยางโป"๔ พล฽อ เป็นคําเรียกกะเหรี่ยงโปวแในหมู฽คนไทยภาคเหนือ โพล฽ง เป็นคําเรียกกะเหรี่ยงโปวแในหมู฽คนไทยภาคเหนือ ยางเด฾าะแด฾ เป็นคําเรียกกะเหรี่ยงโปวแในหมู฽คนไทยภาคเหนือในบางโอกาส ยางบ฾าน เป็นคําเรียกกะเหรี่ยงโปวแในหมู฽คนไทยภาคเหนือในบางโอกาส ยางแดง เป็นคําที่คนไทยภาคเหนือและคนไทใหญ฽ใช฾เรียกกะเหรี่ยงคะยา (Kaya) ตามการแต฽งกายของ สตรีที่แต฽งงานแล฾ว ซึ่งนิยมใส฽เสื้อและนุ฽งซิ่นที่ทอแซมด฾วยสีแดง (บุญช฽วย ศรีสวัสดิ์ บันทึกไว฾ว฽า ยางแดงจะเรียก ตนเองว฽า "ฉั่ว" พูดภาษาคล฾ายยางกะเลอ การแต฽งกายผิดกับยางกลุ฽มอื่นตรงใช฾ผ฾าสีแดงหรือขอบริมเสื้อเป็นสีแดง นิยมโพกศีรษะด฾วยผ฾าสีแดงสลับขาว สวมเสื้อสีแดงหรือขาวขอบริมแดง ผู฾ชายสวมกางเกงกว฾างสีดําหรือกางเกง แบบชาวไทใหญ฽ หญิงสาวสวมชุดเสื้อกระสอบขาว ผ฽าคอทั้งหน฾าหลัง ติดกระดุมเหนืออกบน ชายกระโปงกับคอเสื้อ ใช฾สีแดงเย็บเป็นขอบ๕ ๓ วินัย บุญลือ ๒๕๔๕ “ทุนทางวัฒนธรรมและการช฽วงชิงอํานาจเชิงสัญลักษณแของชุมชนชาวปกาเกอะญอ”เชียงใหม฽ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽. ๔ ฟูอน เปรมพันธุแ, ๒๕๖๐ “ภูมิปัญญากะเหรี่ยง กาญจนบุรี” : สํานักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี. ๕ บุญช฽วย ศรีสวัสดิ์. (๒๕๔๕[๒๕๐๖]). ชาวเขาในไทย. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพแมติชน. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐ ส฽วนคําว฽ากะเหรี่ยง เป็นคําเรียกตนเองที่รับรู฾กันโดยทั่วไป โดยในบริบทของไทยในปัจจุบัน คําว฽า "กะเหรี่ยง" ถูกใช฾เป็นคําเรียกตนเองของกะเหรี่ยงโปวแหรือโพล฽วในบริบทที่ต฾องการแยกตัวเองออกจากกะเหรี่ยง สกอที่เรียกตนเองว฽า "ปกาเกอะญอ" กล฽าวในแง฽ที่มาความหมาย คําว฽า "กะเหรี่ยง" น฽าจะมีความหมายถึง “เรียบเฉย” หรือเป็นคําที่เชื่อมโยงกับคําว฽า Karita ในภาษาสันสกฤตซึ่งแปลว฽า กลุ฽มคนปุา (barbarian tribes) อย฽างไรก็ตาม คําว฽า "กะเหรี่ยง" หรือ Karen ในภาษาอังกฤษ ไม฽เคยมีนัยยะที่นิยามในหมู฽กลุ฽มคนปกาเกอะญอ หรือโปวแ จนกระทั่งในศตวรรษที่ ๑๙ มิชันนารีและเจ฾าอาณานิคมชาวอังกฤษได฾ใช฾คํานี้นิยามกลุ฽มคนปกาเกอะญอและโปวแ (รวมทั้งกลุ฽มย฽อยของกะเหรี่ยง) คํานี้จึงมีความหมายทางสังคมขึ้น โดยคําว฽า Karen มาจากคําเรียกที่ชาวพม฽า เรียกกลุ฽มคนกะเหรี่ยงว฽า "Kayin" (กะหยิ่น)๖ กลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงสะกอ (Sgaw Karen) กลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงที่เรียกตนเองว฽า “ปกาเกอะญอ” ซึ่งแปลว฽า “คน” เป็นชนเผ฽าที่มีจํานวนมาก ที่สุด ในประเทศไทย แบ฽งออกได฾เป็น ๔ กลุ฽ม ได฾แก฽ สะกอ หรือยางขาว หรือ ปากกะญอ เป็นกลุ฽มที่มีประชากร มากที่สุด โปวแ หรือ โพล฽ อยู฽ในเขตจังหวัดแม฽ฮ฽องสอน เชียงใหม฽ และลําพูน ส฽วนกลุ฽มปะโอ หรือ ตองสู และบะเว หรือ คะยา ในเขตจังหวัดแม฽ฮ฽องสอน ถิ่นฐานเดิมของกะเหรี่ยงอยู฽บริเวณมองโกเลียเมื่อกว฽า ๒,๐๐๐ ปีมาแล฾ว ต฽อมาได฾หนีภัยจากการรุกรานของกองทัพจีน มาอยู฽ที่ธิเบต ถอยร฽นลงมาทางใต฾เรื่อย ๆ ตั้งแต฽บริเวณที่ราบลุ฽ม แม฽น้ําแยงซีเกียง ลุ฽มน้ําสาละวิน มาถึงคอคอดกระ จังหวัดประจวบคีรีขันธแ จํานวนที่อพยพเข฾ามาในประเทศไทย ในตอนปลายศตวรรษที่ ๑๘ ในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล฾าเจ฾าอยู฽หัวฯ คนไทยในภาคเหนือเรียกกะเหรี่ยงสะกอว฽า “ยางขาว” นอกจากนี้ ยังมีคําอื่นที่ใช฾เรียกกะเหรี่ยงสะกอ ได฾แก฽ “ยางกะเลอ ยางปุา ยางเปียง” กะเหรี่ยงสะกอเรียกตัวเองว฽า “ปากะญอ” เป็นกะเหรี่ยงที่ใหญ฽ที่สุด ในประเทศไทย มีจํานวนประชากรประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ คน อาศัยอยู฽ในจังหวัดตาก จังหวัดแม฽ฮ฽องสอน จังหวัดเชียงใหม฽ จังหวัดเชียงราย จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดราชบุรี เป็นต฾น ในจังหวัดลําปาง พบได฾เล็กน฾อย และกระจายตัวอยู฽ในบางอําเภอ การแต฽งกายเสื้อเด็กและหญิงสาวจะเป็นชุดทรงกระสอบ ผ฾าฝูายพื้นขาว ทอหรือปักประดับลวดลายให฾งดงาม ส฽วนหญิงที่มีครอบครัวแล฾วจะสวมเสื้อสีดํา น้ําเงิน และผ฾านุ฽งสีแดง คนละท฽อน ตกแต฽งด฾วยลูกเดือย หรือทอยกดอก ยกลาย สําหรับผู฾ชายกะเหรี่ยงนั้นส฽วนมากจะสวมเสื้อตัวยาว ถึงสะโพก ตัวเสื้อจะมีการตกแต฽งด฾วยแถบสีไม฽มีการปักประดับเหมือนเสื้อผู฾หญิง นุ฽งกางเกงสะดอ นิยมใช฾สร฾อย ลูกปัดเป็นเครื่องประดับ และสวมกําไลเงินหรือตุ฾มหู ข฾อสังเกตเพื่อแยกระหว฽างกะเหรี่ยงสองกลุ฽มให฾ดูจากการแต฽งกายระหว฽างกะเหรี่ยงโปวแและกะเหรี่ยง สะกอ การแต฽งกายกะเหรี่ยงเผ฽าสะกอ หญิงจะสวมกระโปรงยาวถึงข฾อเท฾า ผมเกล฾ามวยไว฾ข฾างหลัง พันด฾วย เส฾นด฾ายถักสีแดง ผ฾าส฽วนมากจะทอเอง เสื้อแขนกุดพื้นดํา หรือน้ําเงินปนดํา ส฽วนล฽างของเสื้อปักลวดลาย ทรงเรขาคณิตด฾วยด฾ายแดง ปักลูกเดือย มีพู฽ชายครุยบริเวณชายเสื้อ ส฽วนผู฾ชายจะสวมกางเกงขายาวแบบจีน สีดําหรือขาว สวมเสื้อสีแดงยกดอกเป็นหมู฽ แขนสั้น เสื้อยาวครึ่งเข฽า บางคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวคลุมด฾วย เสื้อชุดสีแดง บางคนสวมชุดดํา สําหรับกะเหรี่ยงเผ฽าโปวแ ผู฾หญิงจะสวมเสื้อแขนกุดพื้นแดงอ฽อนหรือสีน้ําหมาก ตัวเสื้อครึ่งล฽างปักลวดลายเป็นเส฾นตรงแนวนอนเป็นช฽วง ๆ เกล฾ามวยผมสูงเป็นกระพุ฽มกลมแผ฽บาน ขมวดเป็นจุก ๖ ทิพยแวิมล ศิรินุพงศแ, พรพรรณ กาญจนาธิวัฒนแ, ๒๕๖๒. “แผ฽นดินกลางใจกะเหรี่ยงแก฽งกระจาน” มูลนิธิผสานวัฒนธรรม. มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง


๑๑ ส฽วนการแต฽งกาย โดยทั่วไปจะคล฾าย ๆ กัน ส฽วนผู฾ชายจะสวมเสื้อแขนกุด ชายต่ํากว฽าเอว สีและลวดลายเหมือน เผ฽าสะกอ กางเกงเปูาต่ําสีน้ําเงินเข฾ม หรือดํา โพกหัวด฾วยผ฾าสีแดง หมวกขาวสีน้ําตาล จากความแตกต฽างระหว฽างสองชาติพันธุแสามารถจําแนกได฾จากสําเนียงภาษาพูด การแต฽งกาย และคุณค฽า ทางสังคมบางอย฽าง แต฽โดยลักษณะทางวัฒนธรรมแล฾วมีลักษณะร฽วมกัน ดังนั้นผู฾ศึกษาจะทําการอธิบาย เป็นภาพรวมในการนําเสนอข฾อมูลเชิงพื้นที่ โดยไม฽แบ฽งกลุ฽มทั้งสองนี้ออกจากกันในการอธิบายประเด็นสังคม วัฒนธรรม แต฽ในเรื่องภูมิปัญญาการทอผ฾าจะแยกตามลักษณะการแต฽งตัวของแต฽ละกลุ฽ม ๑.๒ ลักษณะโครงสร้างทางสังคม กลุ่มเครือญาติ กลุ่มเครือญาติย่อม : สังคมกะเหรี่ยงโปวแ มีการแบ฽งแยกในการนับถือ “สกุลของ ฝุายมารดา” หรือเรียกอีกอย฽างว฽า “การนับถือผี สายฝุายมารดา” แต฽ละหมู฽บ฾านนอกจากจะมีกลุ฽มหรือสมาชิก ของผีสกุลเดียวกันแล฾ว ยังมีกลุ฽มใหญ฽-เล็ก และกลุ฽มสมาชิกของชุมชนในหมู฽บ฾านที่มิใช฽โปวแแท฾ ๆ อีกคือบิดาอาจ เป็น “สะกอ” กลุ฽มสมาชิกเหล฽านี้ถือได฾ว฽าเป็น “กลุ฽มย฽อย” ซึ่งไม฽มีอิทธิพลมากเท฽ากับกลุ฽มสกุลฝุายมารดา ที่เป็นกลุ฽มใหญ฽ที่สุด กลุ฽มศาสนาคริสตแ ผู฾ประกาศศาสนาหรือสอนศาสนา และกลุ฽มสตรีแม฽บ฾าน เพราะในชุมชน กลุ฽มนี้ “แม฽บ฾าน” หรือ “ภรรยา” จะมีอิทธิพลในการตัดสินใจภายในบ฾าน ภรรยาจะเป็นเจ฾าของบ฾านแต฽ผู฾เดียว และสิทธิ์ขาดเป็นของภรรยาเท฽านั้น “บ฾านของชุมชนกะเหรี่ยงนั้น ถือว฽าเป็นอาณาจักรทางวิญญาณของผี บรรพบุรุษฝุายมารดา” สามีไม฽มีสิทธิ์มาค฾างแรมหรือแม฾แต฽มากินอาหารที่บ฾านได฾ หากภรรยาไม฽อนุญาต “สตรีแม฽บ฾าน” หากมีการรวมตัวกันเป็นกลุ฽มก็ย฽อมมีอิทธิพล (แฝง) ให฾กับบ฾านแต฽ละหลังได฾๗ การนับถือผู้น า : ในชุมชนกะเหรี่ยงโปวแ มีความเชื่อและศาสนาที่มีความแตกต฽างกัน แบ฽งออกเป็น ๑) กลุ฽มกะเหรี่ยงโปวแที่นับถือพุทธศาสนา จะอาศัยในภาคกลางและภาคเหนือตอนล฽าง บุคคลสําคัญ ได฾แก฽ พระสงฆแ ด฾วยเหตุที่กะเหรี่ยงโปวแมีความเคร฽งครัดทางพุทธศาสนา ดังนั้นชาวบ฾านจึงให฾ความสําคัญ ศรัทธา และความเคารพนับถือพุทธศาสนา ผู฾กระทําพิธีทางศาสนาประจําหมู฽บ฾านหรือผู฾นําทางศาสนา ผู฾เป็นประธาน ในพิธีทางศาสนา ซึ่งมีความเชื่อทางประเพณีวัฒนธรรมและประเพณีประจําปีในหมู฽บ฾าน ฤๅษี นับถือมากในทาง ศาสนกิจ ให฾ความเคารพเช฽นเดียวกับพระสงฆแ มีอิทธิพลเหนือชาวบ฾าน เพราะเชื่อกันว฽าจะเป็นผู฾นํา ที่จะทําให฾ชาวบ฾านประพฤติปฏิบัติตนในทางรักษาศีลธรรม เจ฾าวัดซึ่งมิได฾นุ฽งห฽มเหลืองเช฽นพระสงฆแ แต฽เป็นผู฾ชาย ซึ่งเป็นผู฾นําและพิธีกรรมทางด฾านความเชื่อ บางคนมักจะเชื่อว฽า หมอผี หรือบางเจ฾าวัดก็ปฏิบัติตนเช฽นเดียวกับพระ กลุ฽มอาวุโสประกอบด฾วยผู฾ชายที่มีอายุมากและมีหลาย ๆ คนเป็นผู฾กําหนดการวินิจฉัยและการตัดสินใจบางเรื่องได฾ ๒) กลุ฽มกะเหรี่ยงโปวแที่นับถือผี กลุ฽มนี้จะตั้งถิ่นฐานอยู฽ตามภาคเหนือและอยู฽บนภูเขา ห฽างไกล จากหมู฽บ฾านคนไทยและยังเคร฽งครัดในเรื่องจารีตประเพณี กลุ฽มนี้จะให฾ความสําคัญและนับถือ “หมอผี” หรือ “เซี่ย เก็ง คู” เป็นผู฾ชาย หมอผีจะเป็นผู฾กําหนดงานต฽าง ๆที่เกี่ยวข฾องกับความเป็นอยู฽และความเจ็บไข฾ได฾ปุวย มีอิทธิพลต฽อชุมชนในเรื่องการทําโทษ และ ปรับไหมต฽อผู฾กระทําความผิดต฽าง ๆ นอกจากนั้นยังนับถือ กลุ฽มอาวุโสเป็นลักษณะหนึ่งของชุมชนกะเหรี่ยงที่ขาดมิได฾ เช฽นเดียวกับกลุ฽มกะเหรี่ยงพุทธศาสนา ๗ ขวัญชีวัน บัวแดง, ๒๕๔๙. “กะเหรี่ยง : หลากหลายชีวิตจากขุนเขาสู฽เมือง” : ศูนยแศึกษาชาติพันธุแและการพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽, พิมพแครั้งที่ ๑. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๒ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในหมู่บ้าน : ตามความเชื่อของกะเหรี่ยงโปวแ ได฾แก฽ วัด ศาลผีประจําหมู฽บ฾าน หรือสถานที่ ซึ่งชาวบ฾านกราบไหว฾เคารพและบูชา สิ่งที่ชาวบ฾านเห็นควรกราบไหว฾เชื่อกันว฽าเป็นที่สิงสถิตของเทวดา ผีสาง หรือนางไม฾ ชาวบ฾านมักจะเรียกว฽า “เขตหวงห฾าม” โดยเขตที่หวงห฾ามนั้นจะเป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว คือ มีกําหนด ๓ วัน ๓ คืน หากใครเข฾าไปหรือผ฽านเข฾าไปไม฽ว฽าจะเป็นการตั้งใจหรือไม฽ตั้งใจก็ดี ผู฾ฝุาฝืนต฾องจ฽ายเงิน ที่เรียกว฽า “ค฽าปรับไหม” เป็นเงินเท฽าที่ชาวบ฾านได฾ใช฾จ฽ายไป เขตที่ว฽านี้จะมีเครื่องหมายไว฾ให฾เห็น เช฽น ที่บันไดบ฾าน ด฾านหน฾ากับหลัง ที่ทางสามแพร฽ง ที่ประตูทางเข฾าหมู฽บ฾าน ที่ยุ฾งข฾าว หรือบางครั้งอาจจะเป็นที่ไร฽ เครื่องหมายนี้ เรียกว฽า “ตะเล” หรือ “ตะแหลว” อีกสถานที่ที่กะเหรี่ยงโปวแนับถือ คือบริเวณภายในตัวบ฾าน เช฽น ที่มุมบ฾าน ซึ่งเป็นที่หลับนอนของพ฽อแม฽ และเป็นที่สําหรับทําพิธีให฾ข฾าว น้ํา และสุรา แก฽ผีบ฾านผีเรือน หรือที่เรียกว฽า “ไซบัง-ไซมึง” และอีกสถานที่หนึ่งคือ “เตาไฟ” สถานที่ที่ใช฾สําหรับประกอบอาหาร ซึ่งชาวกะเหรี่ยงมีความ เคารพนับถือเสมือนเป็น “เจ฾าแม฽เตาไฟ” เพราะสามารถทําให฾พวกเขามีอาหารการกินที่อิ่มเอม๘ มารยาททางสังคม : การทักทาย ชาวกะเหรี่ยงโปวแทั้งพื้นที่ราบและบนภูเขามีมารยาทที่ดีต฽อการทักทาย ปราศรัยถือกันว฽าเป็นสิ่งที่ดีและปกติ รวมไปถึงบุคคลอื่น ๆ อีกด฾วย ไม฽ว฽าจะพบกันที่บ฾าน ในหมู฽บ฾าน กลางดง กลางปุา กลางดอย เมื่อเห็นหรือสวนทางกันจะต฾องทักทายซึ่งกันและกัน และถึงแม฾จะไม฽รู฾จักกันก็ต฾องทัก และพูดคุยกัน หากไม฽พูดจาหรือทักทายกันแล฾ว ชาวกะเหรี่ยงถือว฽าเป็นการ “เสียมารยาทเป็นอย฽างสูง” เมื่อได฾พบกันก็จะต฾องทักทายซึ่งกันและกันแล฾ว เมื่อมีการจากกันก็จะต฾องมีการกล฽าว “อําลา” บางครั้งผู฾ที่จะจากไป เป็นผู฾กล฽าวคําอําลา และบางครั้งผู฾ซึ่งมิได฾จากไปก็จะเป็นผู฾กล฽าวคําอําลาขึ้นก฽อนก็ได฾เช฽นกัน การรับประทานอาหาร ถือเป็นมารยาทที่ดีและน฽ายกย฽อง หากเจอหน฾ากันในขณะที่เจ฾าของบ฾านกําลังทานอาหารอยู฽ และมีแขกหรือเพื่อนบ฾าน ขึ้นไปบนบ฾านก็จะถูกเชิญให฾ร฽วมรับประทานอาหารด฾วย ซึ่งผู฾ถูกเชิญนั้น ตามธรรมเนียมที่นิยม ก็ควรที่จะร฽วม รับประทานอาหารกับพวกเขาอย฽างน฾อยซัก ๔-๕ คํา นอกเสียจากว฽าท฽านอิ่มจริง ๆ “การดื่มเหล฾า” ในสังคม กะเหรี่ยงโปวแ (ยกเว฾นกะเหรี่ยงเชื้อสายไทยที่นับถือพุทธศาสนาที่ไม฽ได฾ดื่มสุราและของมึนเมา) ในแต฽ละวันนั้น เกี่ยวข฾องกับการดื่มสุรามาก บางครั้งจะดื่มกัน ๓ วัน ๓ คืน และจากบ฾านหนึ่งไปอีกบ฾านหนึ่งเพื่อให฾ทั่วถึง ทุกหลังคา การเยี่ยมบ฾าน หรือ “การเยี่ยมเยียน” ถ฾าหากว฽างจากงานหรือกิจวัตรประจําวันแล฾ว ชาวกะเหรี่ยงโปวแ ก็จะออกไปเยี่ยมบ฾านซึ่งกันและกัน ไม฽ว฽าจะค่ํามืดหรือดึกดื่นเพียงใด โดยเฉพาะหลังจากกินอาหารค่ําเสร็จแล฾ว แต฽การเยี่ยมเยียนขึ้นบ฾านใดบ฾านหนึ่งนั้น จําเป็นอย฽างยิ่งที่จะต฾องระมัดระวังในเรื่องของ “เขตหวงห฾าม” การพูดจา ในสังคมกะเหรี่ยงจะนิยมพูดสิ่งที่ดีงามไพเราะ แต฽จะแฝงไว฾ซึ่งมุกตลกโปกฮา พาให฾หัวเราะ ปราศจากความเกรงใจ บ฽อยครั้งที่จะผสมคําลามกเข฾าไป แต฽จะไม฽พูดส฽อเสียดให฾ร฾ายแก฽ผู฾ใด ไม฽พูดด฽าทอ เสียงดัง ไม฽โกหกและกล฽าวเท็จ หากจับได฾ว฽ากระทําผิดก็อาจจะถูกลงโทษ บังคับให฾ดื่มน้ําสาบาน จะถูกตําหนิ ทําโทษ หรือปรับไหมจากกลุ฽มอาวุโส การเข฾าร฽วมพิธีกรรม สังคมของกะเหรี่ยงหากมีกิจกรรม ทุกคนจะต฾อง มีส฽วนร฽วมเข฾าพิธีกรรมนั้น ๆ ซึ่งอาจจะมีส฽วนในการร฽วมแรงงาน หรือมีส฽วนในการร฽วมเงินทอง สิ่งของ ในการเข฾าร฽วม พิธีกรรมนั้น ชายจะแยกไปนั่งในกลุ฽มของชาย และหญิงก็จะแยกนั่งตามกลุ฽มหญิง เรื่องบางเรื่องของพิธีกรรม อาจจะเป็นเรื่องของกลุ฽มชายเท฽านั้น เช฽น พิธีศพคนตาย ซึ่งมีแต฽ชายเท฽านั้นที่ไปร฽วม ส฽วนหญิงจะไม฽ได฾ร฽วมด฾วย ๘ อ฾างแล฾วในขวัญชีวัน บัวแดง. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๓ เพราะเชื่อกันว฽าอาจจะถูกผีร฾ายหรือวิญญาณของผู฾ตายทําร฾าย พิธีกรรมบางอย฽างจะอนุญาตให฾เฉพาะสมาชิก ของกลุ฽มหรือสายผีเดียวกันเท฽านั้น ข้อห้ามส าคัญ: ชู฾สาว สังคมกะเหรี่ยงโปวแนับว฽าเป็นเรื่องที่สําคัญมาก มีความเชื่อถือกันอย฽างเคร฽งครัด หากใครฝุาฝืนหรือกระทําความผิด จะต฾องมีการพิจารณาโทษถึงที่สุด เช฽น การปรับไหม การเลี้ยงผี เพื่อการ ขอขมาลาโทษต฽อผีเจ฾าที่เจ฾าทาง ผีบรรพบุรุษ และเชื่อกันว฽าใครผู฾ใดกระทําความผิดในเรื่องชู฾สาว ถึงแม฾จะไม฽เห็น จับไม฽ได฾ แต฽ผีบ฾าน ผีเรือน ผีเจ฾าที่เจ฾าทางเห็น และสังคมกะเหรี่ยงยังเคร฽งครัดในเรื่องของ ผัวเดียว-เมียเดียว การเยี่ยมบ฾าน หากยังไม฽ได฾ทําพิธี ใครผู฾ใดจะขึ้นมาพักค฾างไม฽ได฾ แต฽จะอนุโลมกันได฾หากมีความจําเป็นจริง ๆ แต฽จะต฾องเป็นผู฾ชายเท฽านั้นที่จะขึ้นมาพักค฾างคืนได฾ แขกที่จะมาพักค฾างคืนที่บ฾านนี้ที่เป็นสามี–ภรรยากันไม฽ควรอย฽างยิ่ง ที่จะร฽วมหลับนอนเสมือนหนึ่งเป็นบ฾านของตนเอง ในกรณีที่เจ฾าของบ฾านมีพิธีเลี้ยงผีและสิ่งของต฽าง ๆ ไม฽ว฽าจะเป็น ของเจ฾าของบ฾านเองหรือจะเป็นสิ่งของแขกที่ฝากไว฾ในบ฾านนั้น หากไม฽นําออกก฽อนที่เจ฾าของบ฾านจะเลี้ยงผีแล฾ว จะนําออกอีกที หลังพิธีเลี้ยงผีเสร็จเป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน รวมถึงบุคคลหรือสมาชิกในบ฾านนี้จะออกไปค฾างคืนภายนอกหมู฽บ฾านไม฽ได฾ สถานที่สําคัญในชุมชนหรือบ฾านพัก หากเป็นกะเหรี่ยงพื้นราบที่อยู฽ใกล฾กับคนไทยก็จะมีที่สําหรับเลี้ยงผี ประจําหมู฽บ฾านโดยเรียกว฽า “ศาลผี” แต฽ถ฾าเป็นหมู฽บ฾านกะเหรี่ยงที่นับถือพุทธศาสนาก็จะมีวัด ซึ่งมีพระสงฆแ และพระพุทธรูปอยู฽ นอกจากนั้นยังมีอาณาเขตที่เรียกว฽า “เขตอภัยทาน” เป็นสถานที่สําหรับชาวบ฾านมาชุมนุมแล฾วทํา พิธีกรรมต฽าง ๆ แต฽หากเป็นกะเหรี่ยงโปวแบนภูเขาและเป็นกลุ฽มที่นับถือผี สถานที่สําคัญ ๆ จะไม฽ค฽อยมี แต฽จะมีสถานที่ ที่ห฾ามเข฾าในขณะกําลังทําพิธีเลี้ยงผี ซึ่งจะรู฾เห็นได฾โดยมีเครื่องหมาย “ตะแหลว” ปักไว฾ให฾เห็นในที่เด฽นชัด๙ ค่านิยมส าคัญ : ได฾แก฽ ๑) การเกษตร กะเหรี่ยงทุกท฾องที่ไม฽ว฽าจะอยู฽ทางภาคเหนือหรือใต฾ และบนภูเขาหรือพื้นราบ สิ่งสําคัญ ในเรื่องของการเกษตรก็คือ “การปลูกข฾าว” มีทั้งการปลูกข฾าวนาและข฾าวไร฽ และสิ่งที่จะขาดมิได฾คือ “การเกษตรเพื่อปากท฾อง” มากกว฽าที่จะนําไปขายเป็นเงินสด ความนิยมในเรื่องของการเกษตรในชุมชนกะเหรี่ยง ซึ่งนอกจากการปลูกข฾าวแล฾วยังมีการปลูกพริก ผักต฽าง ๆ ไว฾ในไร฽ข฾าว โดยปลูกพร฾อมกันกับข฾าวไร฽ ๒) การรักษาพยาบาล จากความคุ฾นเคยในเรื่องของสภาพความเป็นอยู฽ดั้งเดิมและความไม฽เชื่อเรื่อง โรคภัยไข฾เจ็บ แต฽จะเชื่อในเรื่องของ “ผี” ซึ่งจะเข฾ามาทําร฾ายบุคคลให฾เจ็บไข฾ได฾ปุวย และแม฾แต฽อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ก็จะโทษเรื่อง “ผีทํา” ทั้งสิ้น ถ฾าเป็นกะเหรี่ยงทางภาคใต฾ก็จะเชื่อในเรื่องของยาทันสมัย การฉีดยา และโรงพยาบาล แต฽ถ฾ากลุ฽มที่อยู฽บนภูเขามักจะกล฽าวว฽า “โรงพยาบาลนั้นเป็นสถานที่สําหรับผู฾ที่จะไปตาย” ๓) การเซ฽นไหว฾ผี ซึ่งเป็นหน฾าที่และบทบาทของ “หมอผี” ชาวกะเหรี่ยงโดยมากให฾ความสําคัญและเคารพ เกรงกลัวต฽อสิ่งที่มองไม฽เห็นและสัมผัสไม฽ได฾ ได฾แก฽ เรื่องของภูติผีปีศาจ เรื่องของเทวดาและผีปุา หรือแม฾แต฽ผีเจ฾าที่ ๔) หลักการวางตัวให฾เป็นที่นิยมของชุมชนจะขึ้นอยู฽กับ “ตัวบุคคล” บางคนมีความสามารถ แต฽บางคน ไม฽สามารถที่จะทําได฾๑๐ ๙ ยศ สันตสมบัติ. ๒๕๔๒. ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท฾องถิ่นเพื่อการพัฒนาอย฽างยั่งยืน.เชียงใหม฽: ภาควิชาสังคมวิทยาและ มนุษยวิทยา คณะสังคมศาสตรแ มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽. ๑๐ ______๒๕๔๗. “ระบบการเกษตรแบบไร฽หมุนเวียน: สถานภาพและความเปลี่ยนแปลง(เล฽ม ๒)”เชียงใหม฽: คณะสังคมศาสตรแ มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๔ ๑.๓ ลักษณะทางวัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยม ความเชื่อ ความเชื่อเกี่ยวกับผี ขวัญ และวิญญาณของกะเหรี่ยง : กะเหรี่ยงถือผีเจ฾าที่เจ฾าทาง “ทิคาเฉ฽คางคงเฉ฽” เป็นผีที่สําคัญที่สุด พวกเขามีความเคารพนับถือต฽อผีตนนี้ ไม฽ว฽าจะเป็นดิน หิน น้ํา ต฾นไม฾ ไร฽ นา เหมือง ฝาย หรือโลกเรานี้ ก็ต฾องมีผีเจ฾าที่สิงอยู฽ พวกเขาจะต฾องมีพิธีบวงสรวงต฽อผีเจ฾าที่ปีละ ๒ ครั้ง เพื่อที่จะให฾ผีเจ฾าที่ได฾มา ช฽วยส฽งเสริมให฾ผลผลิตพืชไร฽ต฽าง ๆ เจริญงอกงามยิ่งขึ้น เช฽น พิธีอั้งเลเขิ้อะ มีขึ้นระหว฽างฤดูฝนภายหลังการปลูกข฾าว พิธีเกซ฾างขู฽ หรือพิธีปีใหม฽ภายหลังการเก็บเกี่ยวข฾าว พิธีดังกล฽าวทําขึ้นเพื่อปูองกันมิให฾ผีมีความขุ฽นเคืองหรือโกรธ ส฽วนเรื่องผู฾ประกอบพิธีกรรมคือ หัวหน฾าหรือผู฾นําศาสนา เชื่อกันว฽าเขาเท฽านั้นที่จะติดต฽อสื่อสารกับผี มีพิธีกรรมที่สําคัญอีก ๒ พิธี คือพิธีเปี้ยงเคอะ เป็นพิธีเชิญผีต฽าง ๆ ให฾มาช฽วยเหลือพืชไร฽ที่ยังอ฽อนให฾เจริญเติบโต กับพิธีโก฿ะบือเร฽ หรือการเรียกขวัญข฾าว ต฽อด฾วยผีประจําตระกูลหรือผีบรรพบุรุษของสายฝุายมารดา เชื่อว฽า ผีบรรพบุรุษจะสามารถปกปูองคุ฾มครองความเป็นอยู฽ของสมาชิกในสายฝุายนั้น ๆ ได฾ อีกทั้งความเชื่อเกี่ยวกับ ขวัญหรือเล฽ของกะเหรี่ยง เชื่อว฽าทุกคนมีขวัญประจําตัว ซึ่งมีทั้งหมด ๓๓ ขวัญ แต฽ขวัญที่สําคัญมี ๖ ขวัญ คือ ศีรษะ หู คอ ข฾อมือ ขวัญต฽าง ๆ จะออกจากร฽างกายได฾หากบุคคลผู฾นั้นตาย ส฽วนเด็กที่เพิ่งคลอด เชื่อกันว฽า ขวัญของร฽างกายยังมิได฾เข฾ามาอยู฽ จะเห็นได฾ว฽าเมื่อเด็กเกิด บิดาของเด็กจะรีบทําพิธีเรียกขวัญ ข฾อแตกต฽างที่ทําให฾จําแนกระหว฽างกลุ฽มสะกอกับโปวแได฾ง฽าย คือภาษาพูด โดยโครงสร฾างครอบครัว ชาวกะเหรี่ยงจะมีลักษณะครอบครัวเดี่ยวเป็นส฽วนใหญ฽ เมื่อลูกชายแต฽งงานจะไปอาศัยอยู฽กับพ฽อแม฽ของฝุายภรรยา ชั่วระยะหนึ่ง แล฾วจึงแยกครอบครัวออกมาอยู฽ในละแวกนั้น การแต฽งงานจะเป็นไปในระหว฽างเผ฽าพันธุแเดียวกัน พูดภาษาเดียวกัน และอยู฽ร฽วมชีวิตกันในระบบผัวเดียวเมียเดียว บ฾านทุกหลังเป็นสมบัติของฝุายหญิง วิญญาณ ของบรรพบุรุษ ฝุายหญิงคอยปกปูองคุ฾มครอง ในด฾านระบบการศึกษาชาวกะเหรี่ยงทุกเผ฽าจะไม฽มีภาษาเขียน เป็นของตนเอง โดยกลุ฽มกระเหรี่ยงที่อาศัยอยู฽ในพม฽าเดิมทีมีมิชชันนารีคนหนึ่งได฾คิดภาษาเขียนของกะเหรี่ยง (หลิ-วา) ขึ้นโดยการดัดแปลงมาจากตัวอักษรพม฽า และนําภาษาเขียนเข฾ามาสู฽อาณาจักรไทยตามการอพยพข฾ามแดน ต฽อมาบาทหลวงคาทอลิก ชื่อ Joseph Seguinotte ได฾คิดภาษากะเหรี่ยง (โรเหม฽) ขึ้นโดยเขียนตามอักษรโรมัน มีกะเหรี่ยงไม฽มากที่ใช฾ภาษาเขียนนี้ได฾๑๑ ในด฾านความเชื่อเรื่องความตาย มีความเชื่อว฽าทุกสิ่งล฾วนกลับคืนสู฽ธรรมชาติ ดังนั้นหมูและไก฽ สําหรับผีของกะเหรี่ยงโปวแ นับเป็นสัตวแเลี้ยงที่มีความหมาย ความสําคัญ และจําเป็นอย฽างยิ่งในสังคมกะเหรี่ยงโปวแ ทั้งนี้เพราะจะต฾องใช฾เพื่อการสังเวยและทําพิธีกรรมต฽าง ๆ หากไม฽ได฾มีพิธีกรรมจะฆ฽าหมูและไก฽เพื่อบริโภคไม฽ได฾ ไข฽ไก฽ก็จะไม฽นํามาบริโภคเหมือนกัน สําหรับพันธุแหมูและไก฽เป็นพันธุแพื้นบ฾านทั้งหมด ไม฽นิยมนําหมูกับไก฽ ที่เป็น สีขาวทั้งตัวมาทําพิธีกรรม ระบบการจัดการทรัพยากร ดิน น้ า ป่า ด฾านศักยภาพในการจัดการทรัพยากร ดิน น้ํา และปุา ของชาวกะเหรี่ยง ข฾อมูลพื้นฐานของหมู฽บ฾าน ที่ศึกษาในจังหวัดลําปาง ๔ หมู฽บ฾าน ประกอบด฾วย บ฾านโปุงน้ําร฾อน อําเภอเสริมงาม บ฾านแม฽ฮ฽าง อําเภองาว บ฾านแม฽หมีใน อําเภอเมืองปาน และบ฾านกลาง อําเภอแม฽เมาะ เป็นหมู฽บ฾านขนาดเล็ก สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของ ๑๑กาญจนา เงารังสีและคณะ. ๒๕๕๘. “บทที่ ๕ พลังความคิดและภูมิปัญญา”. ในอานันทแ กาญจนพันธุแ(บก.).กํากึ้ดกําปากงานวิจัยวัฒนธรรม ภาคเหนือ.เชียงใหม฽: ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษวิทยา คณะสังคมศาสตรแ มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๕ หมู฽บ฾านที่ศึกษา การปลูกข฾าวไร฽เพื่อการบริโภคในครัวเรือน มีครัวเรือนส฽วนน฾อยในแต฽ละหมู฽บ฾านที่มีที่นาเป็นของ ตนเอง รายได฾ที่เป็นเงินสดส฽วนใหญ฽ได฾จากการขายของปุา ขายสัตวแเลี้ยง และออกรับจ฾างแรงงาน ความเชื่อทาง ศาสนา ถึงแม฾จะมีชาวบ฾านบางส฽วนหันมานับถือศาสนาคริสตแ แต฽ความเชื่อในจิตวิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยังมี อิทธิพลต฽อชีวิตของคนในชุมชนอยู฽มาก การจัดจําแนกประเภททรัพยากรดิน น้ํา และปุา ตามประเพณีของ ชาวกะเหรี่ยง โดยจารีตประเพณีของชาวกะเหรี่ยง ปุากับการทํากินเป็นเรื่องผูกพันมาโดยตลอด๑๒ ชาวกะเหรี่ยง ได฾จัดจําแนกประเภทปุาตามลักษณะการใช฾ประโยชนแ ๑. ปุาใช฾สอยรอบหมู฽บ฾าน ๒. ปุาช฾า ๓. ปุาฟื้นตัวจากไร฽ ๔. ปุาหัวนา เป็นพื้นที่ปุาเหนือผืนนา ๕. ปุาขุนห฾วย มักจะอยู฽สูงกว฽าและห฽างไกล จากตัวหมู฽บ฾าน และยังจําแนกประเภทปุาตามความเชื่อ ได฾แก฽ ๑. ปุา ตะ เด โดะ เป็นปุาที่อยู฽ในช฽องเขา ถือเป็นทางเดินของผี ห฾ามหักล฾างทํากิน แต฽สามารถหาอาหาร สมุนไพร และไม฾ฟืนจากปุาได฾ ๒. ปก฽า เด หมื่นเบอ เป็นปุาที่ขึ้นบนเนินลักษณแหลังเต฽า มีสายน้ําไหลอ฾อมหรือล฾อมรอบ ถือว฽ามีผีแรง ห฾ามการหาประโยชนแใด ๆ ทั้งสิ้น ๓. ปก฽า เซ มอปู เป็นปุาน้ําซับมีต฾นไม฾ใหญ฽และมีน้ําขังตลอดปี ถือเป็นที่อยู฽ของผีน้ํา ห฾ามกินน้ําในบริเวณนี้ ๔. ปก฽า ที หนา จวะ คี หรือปุาขุนห฾วย เชื่อว฽ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สิงสถิตอยู฽ ห฾ามการตัดไม฾ เพื่อใช฾ประโยชนแ ๕. ปกา ทีเปุอ ถ฽อ เป็นปุาที่มีน้ําซึมออกมาเป็นบริเวณ มีน้ําไหลตลอดปี เชื่อว฽าเป็นที่อยู฽ของผีน้ํา อาจตัดไม฾ นําไปใช฾สอยได฾ แต฽จะต฾องห฽างออกมาจากบริเวณน้ําซับ ๙-๑๐ เมตร ๖. ปก฽า ปู ที เปุอ ถ฽อ เป็นปุาที่มีน้ําผุด เชื่อกันว฽าผีน้ําดุมาก ห฾ามรบกวนเด็ดขาด๑๓ นอกจากจะมีกฎระเบียบที่ควบคุมโดยระบบความเชื่อแล฾ว ชาวกะเหรี่ยงยังมีความเชื่อในการรักษาต฾นไม฾ โดยมีข฾อห฾ามการตัดทําลายไม฾ประเภทต฽อไปนี้ ๑. ต฾นไม฾ที่ถูกเลือกเป็นที่แขวนสายสะดือเด็กเกิดใหม฽แต฽ละคน ๒. ต฾นไทรที่มีขนาดใหญ฽ ๓. ต฾นไม฾ที่ใช฾แบกหามคนตาย ๔. ต฾นไม฾ที่ขึ้นเป็นคู฽ใกล฾ชิดกัน ๕. ต฾นไม฾ที่ส฽วนปลายโน฾ม ติดกับอีกต฾นหนึ่ง ๖. ไม฾ต฾นผึ้ง ที่มีรังผึ้งเกาะอยู฽ ๗. ต฾นไม฾ที่มีเถาวัลยแพันเกี่ยว ๘. ต฾นไม฾ที่ขึ้นบนจอมปลวก ส฽วนของดิน นอกจากการเลือกทําเลในการตั้งหมู฽บ฾านแล฾ว ยังใช฾ดินในการทํานา ไร฽ข฾าว สวนครัวริมบ฾าน ในหมู฽บ฾านชาวบ฾านส฽วนใหญ฽ปลูกข฾าวไร฽มากกว฽าข฾าวนา ทั้งนี้เนื่องมากจากพื้นที่ที่สามารถเปิดเป็นที่นา มีระบบน้ํา เข฾าหล฽อเลี้ยงได฾ มีไม฽มาก อีกทั้งการปลูกข฾าวไร฽ หมายถึง การมีพืชผักอื่น ๆ อีกหลายสิบชนิดไว฾บริโภคด฾วยระบบ การปลูกพืชแบบผสมในไร฽ข฾าว ซึ่งไม฽สามารถจะทําอย฽างเดียวกันได฾ในนาข฾าว ระบบการทําไร฽ของชาวกระเหรี่ยง เป็นการทําไร฽แบบหมุนเวียนที่ดิน ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ : เป็นกฎหมายควบคุมการจัดการทรัพยากรการดํารงอยู฽ของระบบการจัด จําแนกและการจัดการทรัพยากรเหล฽านี้ มีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวควบคุม ซึ่งแสดงออกในรูปของพิธีกรรม ต฽าง ๆ เช฽น ปลูกข฾าวไร฽ก็พิธีกรรมที่เรียกรวม ๆ ว฽า “บอคี” พิธีกินข฾าวใหม฽ (เอาะ บือ ซอ) พิธีเรียกขวัญข฾าวขึ้นยุ฾ง ซึ่งเป็นพิธีที่ทุกครัวเรือนจะต฾องกระทําทั้งสิ้น พิธีการเหล฽านี้สะท฾อนให฾เห็นสายใยความสัมพันธแระหว฽างมนุษยแกับ ๑๒อรุณรัตนแ วิเชียรเขียวและคณะ. ๒๕๔๖. “สิทธิชุมชนพื้นเมืองดั้งเดิมของล฾านนา: ศึกษากรณีชุมชมลัวะ ลื้อ ปกาเกอญอ (กะเหรี่ยง) ในเขตจังหวัด น฽าน แพร฽และเชียงใหม฽. ๑๓อานุภาพ นุ฽นสง. ๒๕๕๗. ๕ ทศวรรษความเปลี่ยนแปลงในชนบทภาคเหนือ: ศึกษาการจัดการสมบัติชุมชนของชุมชนและหย฽อมบ฾าน อ.แม฽แจ฽ม จ.เชียงใหม฽ พ.ศ. ๒๕๐๐-๒๕๕๐.กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาองคแกรชุมชน. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๖ ธรรมชาติ ยังมีพิธีกรรมที่แสดงออกถึงความสัมพันธแระหว฽างคนในชุมชนด฾วยกัน คือพิธีกรรมที่ถือเป็นวันขึ้นปีใหม฽ เป็นการชุมนุมพบปะกันของคนทั้งชุมชนก฽อนที่จะลงมือทํากิจกรรมในรอบปีต฽อไป กรณีตัวอย฽างของชาวกะเหรี่ยงแสดงให฾เราเห็นว฽า ถึงอย฽างไรก็ตาม ความเป็นจารีตประเพณีก็ไม฽อยู฽นอก กฎเกณฑแของความเป็นพลวัตว฽าแท฾จริง การปฏิบัติตามจารีตก็ได฾มีการปรับเปลี่ยนตนเองมาแล฾วในอดีตจากคําบอกเล฽า ของผู฾อาวุโสชาวกะเหรี่ยง ในสมัยที่การปกครองยังอยู฽ในมือเจ฾าเมืองต฽าง ๆ นั้น ชาวกะเหรี่ยงนิยมอยู฽รวมกันเป็น ชุมชนใหญ฽ ภายใต฾การนําของ “ฮีโข฽” (หัวหน฾าบ฾าน) ก฽อนการเพาะปลูกในแต฽ละปีนั้น ฮีโข฽จะเรียกประชุม ลูกบ฾านทั้งหมด เพื่อกําหนดพื้นที่เพาะปลูกข฾าวไร฽ของปีนั้นว฽า จะทําในบริเวณฟากใดของภูเขา ต฽อมาเมื่อ การปกครองถูกรวมศูนยแ อํานาจของเจ฾าเมืองต฽าง ๆ เสื่อมโทรมลง โดยกลายเป็นอํานาจบริหารจากส฽วนกลาง สังคมกะเหรี่ยงได฾เกิดการแตกแยกออกเป็น ๒ ฝุาย คือฝุายที่ยินดีจะปรับตัวเข฾าสู฽ระบบอํานาจส฽วนกลาง และฝุายที่ต฾องการหลีกเลี่ยงจากอํานาจส฽วนกลาง ซึ่งมีผลทําเกิดการแตกตัวของชุมชนกะเหรี่ยงขนาดใหญ฽ เป็นชุมชนเล็ก ๆ มากขึ้นกระจัดกระจายกันอยู฽ลึกเข฾าไปในปุาเขา พร฾อมไปกับการเกิดโครงสร฾างชุมชนที่ไม฽มีฮีโข฽ โดยจะมีเพียง “คอทิ” หรือผู฾อาวุโสที่นับถือกัน ปกครองเฉพาะชุมชนย฽อย ๆ รูปแบบการใช฾ที่ดินก็ถูกปรับเปลี่ยน ตามไปด฾วย แต฽ละครัวเรือนสามารถเลือกกําหนดพื้นที่ไร฽ข฾าวในแต฽ละปีของตนเองได฾ โดยอาจจะยึดตามรูปแบบ การทําไร฽ ในบริเวณฟากดอยเดียวกัน ร฽วมกับครัวเรือนอื่น ๆ หรือไม฽ก็ได฾ ถึงแม฾จะทําให฾ดูเหมือนว฽าที่ไร฽เป็น ทรัพยแสินส฽วนตัว แต฽ก็ยังคงยึดถือธรรมเนียมที่เปิดให฾มีการเจรจาของใช฾ที่ดินกันได฾ หากผู฾ที่เคยทําอยู฽ก฽อน ให฾ความยินยอม ดังนั้นลักษณะของการเป็นสมบัติกึ่งส฽วนตัว –กึ่งส฽วนรวมนี้ จะพบเห็นในหมู฽บ฾านขนาดเล็ก เท฽านั้น ลักษณะกึ่งส฽วนตัว – กึ่งส฽วนรวมนี้ จะเกี่ยวข฾องกับทรัพยากร ดิน น้ํา และปุา โดยตลอดพื้นที่ปลูกสร฾างบ฾าน หรือ “ต฽าโร฽” สวนริมบ฾านนั้นถูกพิจารณาว฽าเป็นของส฽วนตัว ตราบเท฽าที่ผู฾ครอบครองยังอยู฽และยังใช฾ประโยชนแอยู฽ แต฽เมื่อใดที่บ฾านหลังนั้นย฾ายไป พื้นที่บริเวณนั้นก็จะตกเป็นของส฽วนรวมที่ครอบครัวอื่นสามารถใช฾ได฾ สําหรับที่นา ถือว฽าการบุกเบิกใช฾เวลาเนิ่นนานและเปลืองแรงงาน รวมทั้งการจัดทําระบบเหมืองฝายนําน้ําเข฾านา จึงทําให฾ที่นา ได฾รับการพิจารณาว฽าเป็นทรัพยแสินส฽วนตัวถาวรที่ตกทอดสู฽ลูกหลานได฾๑๔ การทอผ้ากี่เอว : หนี่คิ – มัดหมี่กะเหรี่ยงเป็นการนําเสนอถึงกระบวนการมัดหมี่ ลักษณะลวดลาย และการใช฾ลวดลายมัดหมี่ของกลุ฽มชนชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นชาวเขาเผ฽าหนึ่งของประเทศไทยที่มีถิ่นฐานเดิม อยู฽ในพม฽า และอพยพเข฾ามาสู฽ประเทศไทยประมาณ ๔๐๐ ปีมาแล฾ว กะเหรี่ยงเป็นชนเผ฽าอนุรักษแการถักทอ ซึ่งกลุ฽มที่ปรากฏเด฽นชัดทางวัฒนธรรมการแต฽งกายมีเพียง ๒ กลุ฽ม คือ กลุ฽มสะกอ และกลุ฽มโปวแ ความแตกต฽าง ของกะเหรี่ยง ๒ กลุ฽มนี้สังเกตได฾จากการแต฽งกาย ซึ่งปรากฏให฾เห็นอย฽างชัดเจนจากการใช฾สีและลวดลายตกแต฽ง แต฽ด฾านรูปแบบ พื้นฐานเครื่องแต฽งกายของทั้ง ๒ กลุ฽ม ยังคงเป็นแบบเดียวกัน คือใช฾ผ฾าหน฾าแคบเย็บประกอบ เป็นเครื่องนุ฽งห฽ม โดยไม฽มีการตัดให฾โค฾งเว฾า การแต฽งกายตามจารีตเป็นสาเหตุหนึ่งที่เอื้ออํานวยให฾กะเหรี่ยง ยังคงทอผ฾าขึ้นใช฾เองในสังคม ในขณะที่ชาวเขาเผ฽าอื่นเริ่มนําผ฾าทอสําเร็จรูปมาตัดเย็บแทนการทอขึ้นใช฾เอง ทําให฾คนรุ฽นหลังทอผ฾าไม฽เป็นและไม฽รู฾จักการทอผ฾าตามวิถีดั้งเดิม ผ฾ามัดหมี่ของกะเหรี่ยง กลุ฽มสะกอและโปวแ เรียกด฾ายที่มัดย฾อมว฽า ลู฽คิ หรือ หลื่อคิ และเรียกผ฾าซิ่นที่ทอสลับลวดลายมันหมี่ว฽า หนี่คิ หรือนิไค ๑๔สุมิตรชัย หัตสาร. ๒๕๕๙. โครงการศึกษาปัจจัยเอื้อและข฾อจํากัดต฽อการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนอย฽างยั่งยืน: กรณีศึกษาชุมชนต฾นแบบเครือข฽ายปฏิรูปที่ดินภาคเหนือ. (เอกสารอัดสําเนา) มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๗ ฉะนั้นจึงปรากฏว฽า ลวดลายมัดหมี่ที่ใช฾ในกลุ฽มกะเหรี่ยง จะใช฾เพียงประกอบในผืนผ฾าซิ่นของหญิงแต฽งงานแล฾ว เท฽านั้น กลุ฽มสะกอนิยมใช฾ลวดลายมัดหมี่ตกแต฽งผ฾าซิ่นมากกว฽ากระเหรี่ยงโปวแ ที่นิยมใช฾มัดหมี่ที่มีสีตัดกับสีพื้น ของผ฾าซิ่นแทรกสลับเป็นริ้ว ๆ ความกว฾างของแต฽ละริ้วมีขนาดเล็กกว฽าในกลุ฽มสะกอ สีที่ใช฾มีสีดํา และน้ําเงินหรือคราม ในสมัยก฽อน “หนี่คิ” เป็นผ฾าถุงที่หญิงแม฽เรือนทุกคนต฾องมีไว฾ครอบครอง โดยผืนที่สวยที่สุด และเป็นผืนแรกที่จะมีโอกาสสวมใส฽ คือผ฾าซิ่นที่ใช฾ในพิธีแต฽งงานเป็นชุดกับเสื้อดําปักลูกเดือยลายโบราณ และผ฾าโพกหัวสีขาว ทอลายที่เชิงสองด฾านอย฽างงดงาม หลังเสร็จพิธี ชุดนี้จะเก็บรักษาไว฾ในห฽อผ฾าสีดําผูกด฾วย ตอก และใส฽ไว฾ก฾นตะกร฾าทรงสูงเสมือนตู฾เสื้อผ฾า โดยจะไม฽นํามาสวมใส฽อีก และจะถือว฽าสิ่งนี้คือมรดกที่จะมอบให฾ ลูกหลานต฽อไป (ซึ่งลูกหลานก็มักจะนําชุดนี้มอบกลับคืนเจ฾าของเมื่อเวลาตาย ให฾นําไปใช฾ในโลกหน฾า) สําหรับจังหวัดลําปางลวดลายลายพื้นฐานของการมัดหมี่ของกะเหรี่ยง มีเพียง ๔ ลายเท฽านั้น คือ ๑. ลาดคดไปคดมา เป็นลวดลายที่ต฽อเนื่องไปได฾เรื่อย ๆ ๒. ลายวงตา ลักษณะคล฾ายลายสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ๓. ลายปากนอก มีลักษณะเหมือนลายหยักฟันปลา และ ๔. ลายปีกผีเสื้อ๑๕ การแต่งกาย: ที่เป็นเอกลักษณแมักเห็นได฾จากการแต฽งกายของผู฾หญิง ส฽วนผู฾ชายจะสวมเสื้อสีแดง สื่อถึงลักษณะของความเป็นชาย สวมเสื้อทรงกระสอบ คอเสื้อเป็นรูปตัววีตรงชายเสื้อจะติดพู฽ห฾อยลงมา เสื้อสีแดงของชายโสดจะมีพู฽ห฾อยยาวลงมาเลยชายเสื้อ ส฽วนเสื้อแดงของชายที่แต฽งงานแล฾วจะติดพู฽ห฾อยลงมา เสมอชายเสื้อ ผู฾ชายกะเหรี่ยงจะสวมกางเกงแบบคนไทยภาคเหนือ หรือสวมโสร฽งแบบพม฽า นอกจากเสื้อแล฾ว ผู฾ชายกะเหรี่ยงยังใช฾ผ฾าโพกศีรษะ ซึ่งมีลวดลายปีกสีแดงและมีถุงย฽ามที่ออกสีแดง ผู฾หญิงกะเหรี่ยงสะกอที่ยัง ไม฽ได฾แต฽งงานจะใส฽ชุดทอด฾วยมือทรงกระสอบสีขาว ยาวกรอมเท฾าและมีผ฾าโพกศีรษะ ส฽วนผู฾หญิงกะเหรี่ยง ที่แต฽งงานแล฾วจะสวมเสื้อทรงกระสอบตัวสั้นเลยเอว คอเป็นรูปตัววี แขนในตัว สั้นเลยไหล฽ ประดับประดาด฾วยลูกเดือย และฝูายสี การประดิษฐแลวดลายและการใช฾สีสันต฽าง ๆ และสวมผ฾าซิ่น หญิงที่แต฽งงานแล฾วจะต฾องสวมเสื้อที่มี ลายปักลูกเดือยเชื่อกันว฽าถ฾าไม฽มีจะทําให฾ไม฽มีลูก และเชื่อกันว฽าจะกันผีได฾ แต฽กะเหรี่ยงสะกอที่นับถือศาสนาคริสตแ จะไม฽ปักลูกเดือยและจะทําลวดลายลงไปในเสื้อเลย ส฽วนผ฾าซิ่นผู฾หญิงกะเหรี่ยงที่แต฽งงานแล฾วและนับถือผี จะใส฽ผ฾าซิ่นที่มีลายกี่ ส฽วนหญิงที่แต฽งงานแล฾วและนับถือศาสนาคริสตแจะไม฽มีลายกี่ ลวดลายของผ฾าซิ่นแสดงถึง ความขยันหมั่นเพียรของผู฾ทํา การย฾อมสีผ฾า ใช฾วัสดุธรรมชาติ ได฾แก฽ เปลือกไม฾สัก ไม฾แดง ไม฾ประดู฽ ส฽วนต฾นไม฾ ที่ใช฾ย฾อมสีเป็นต฾นเล็ก ๆ ได฾แก฽ ต฾นคราม ต฾นแสดหรือเงาะปุา การย฾อมสีของลายกี่จะต฾องไปเอาต฾นไม฾ชนิดหนึ่ง ในปุาซึ่งมีสีอย฽างลายกี่ เวลาไปเอาจะต฾องไม฽บอกใคร เพราะจะทําให฾ย฾อมไม฽ติด การตั้งถิ่นฐานและบ้านเรือน: กะเหรี่ยงในแถบภาคเหนือและภาคตะวันออก ตั้งถิ่นฐานอยู฽ตามหุบเขา ที่มีลําธารเล็ก ๆ ไหลผ฽าน ในขณะที่ชาวไทยภูเขากลุ฽มอื่น ๆ เช฽น ม฾ง อาข฽า เข฾า ลีซอ มูเซอ ตั้งถิ่นฐานอยู฽บนเนิน เขา บ฾านกะเหรี่ยง สร฾างด฾วยวัสดุที่หาได฾จากในท฾องถิ่น ส฽วนมากใช฾เสาไม฾และใช฾ไม฾ไผ฽ซึ่งสับและตีแผ฽เป็นฟาก มาทําพื้นบ฾านและฝาบ฾าน หลังคามุงด฾วยหญ฾าคาแห฾งเย็บหรือมุงด฾วยใบตองตึง สร฾างแบบยกพื้น มีห฾องเดียว เป็นห฾องอเนกประสงคแ กลางห฾องมีเตาไฟสร฾างอยู฽บนกระบะดิน เหนือกระบะดินจะสร฾างชั้นวางของ ชั้นล฽างสุด วางกระด฾งข฾าวเปลือก ชั้นเหนือขึ้นไปใช฾วางเครื่องปรุงหรืออาจวางหม฾อข฾าวหม฾อแกง อาชีพและความเป็นอยู฽ ๑๕ ศรีสมร เทพสุวรรณแ, ๒๕๕๑.“การศึกษากระบวนการการผลิตและลายของผ฾าทอกะเหรี่ยงจังหวัดตาก: กรณีศึกษา บ฾านปุาไร฽เหนือ หมู฽ที่ ๓ ตําบล พระธาตุ อําเภอแม฽ระมาด จังหวัดตาก”. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๘ อาชีพหลัก คือการปลูกข฾าวในนาดําแบบขั้นบันได การปลูกข฾าวในไร฽ข฾าว และการทําไร฽หมุนเวียน อาชีพรอง คือ การหาของปุา รับจ฾างทั่วไป การทอเสื้อ ทอย฽ามขายเป็นรายได฾เสริม อาหารกะเหรี่ยง คือ ข฾าวกับพริก และเกลือ นิยมบริโภคอาหารเผ็ด ส฽วนพืชผักและเนื้อสัตวแที่นํามาบริโภคจะขึ้นอยู฽กับฤดูกาล ข฾าวที่กะเหรี่ยง นิยมบริโภค มีอยู฽ ๒ ชนิดคือ ชนิดเมล็ดสีขาวและชนิดเมล็ดสีแดง กับข฾าวหลักคือ น้ําพริกและแกง อาหารพิเศษ จากธรรมชาติ เช฽น เห็ด สาหร฽าย ตะไคร฽น้ํา แมงดา ผึ้ง ฯลฯ ของหวาน ซึ่งกะเหรี่ยงไม฽มีของหวานที่กินหลังอาหาร แต฽มีขนมที่ทํากินในงานเลี้ยงหรือพิธีกรรม เช฽น ข฾าวปุก เป็นต฾น๑๖ ๑.๔ การเปลี่ยนแปลงทางสังคมวัฒนธรรมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยง ในอดีตชาวกะเหรี่ยงใช฾ชีวิตในชนบท มีชุมชนขนาดเล็กและทํามาหากินเพื่อการยังชีพ อาชีพส฽วนใหญ฽ จึงเป็นการเกษตรทั้งปลูกพืช ปลูกข฾าวไร฽ และเลี้ยงสัตวแ และชาวกะเหรี่ยงได฾ชื่อว฽ารู฾จักการใช฾พื้นที่ทํากินแบบ "ไร฽หมุนเวียน" คือการใช฾ที่ดินโดยทําการเพาะปลูกครั้งหนึ่งแล฾วพักผืนดินไว฾ ๓-๕ ปี จึงกลับไปทําใหม฽วนเวียนไป โดยตลอด เพื่อปูองกันดินเสื่อมคุณภาพ ไม฽ใช฽การทําไร฽เลื่อนลอยอันเป็นการตัดไม฾ทําลายปุาอย฽างที่หลายๆ คน เคยเข฾าใจกัน ต฽อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๘ ยุคปุาสงวนฯ ทับที่อยู฽อาศัยและที่ทํากินของชุมชน โดยกรมปุาไม฾ได฾ ประกาศให฾ผืนดินที่พวกเขาอยู฽อาศัยและทํากินมาตั้งแต฽ครั้งบรรพบุรุษ ต฽อมาในปี ๒๕๓๕ เข฾าสู฽ยุคสวนปุาทับ ที่ดินทํากินและพื้นที่ไร฽หมุนเวียนดั้งเดิมของชุมชน โดยมีการประกาศพื้นที่ทํากินบางส฽วนของชาวกะเหรี่ยงเป็น สวนปุา ทําให฾สวนปุาทับซ฾อนที่ทํากินของชุมชนในหลายพื้นที่ และเปิดช฽องให฾รัฐอ฾างสิทธิในการใช฾ประโยชนแในปุา อย฽างถูกต฾องตามกฎหมาย ห฾ามบุกรุก เริ่มห฾ามชุมชนทําไร฽หมุนเวียน จึงทําให฾วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงเปลี่ยนไป อย฽างสิ้นเชิง ไร฽หมุนเวียนเริ่มหายไป เปลี่ยนเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว วิถีชุมชนถูกบุกรุกด฾วยความทันสมัย ความขัดแย฾งระหว฽างรัฐกับชุมชนเริ่มมีมากขึ้น ชุมชนเริ่มถูกคุกคาม โดนห฾ามหาของในปุา ห฾ามหาน้ําผึ้ง และการใช฾ประโยชนแทุกชนิดจากผืนปุา ด฾านวิถีชีวิตและการทํามาหากินโดยเฉพาะวิถีการทําไร฽หมุนเวียน พบว฽าสถานการณแในภาพรวม ของการทําไร฽หมุนเวียนของชุมชนกะเหรี่ยงในลําปาง ๒๑ ชุมชน พบว฽าจํานวนร฾อยละ ๕๔ ยังคงทําไร฽หมุนเวียน เป็นวิถีชีวิตหลัก จํานวนร฾อยละ ๑๕ เป็นชุมชนที่ไร฽หมุนเวียนไม฽ได฾เป็นวิถีหลักและบางส฽วนแทบไม฽หลงเหลือ พื้นที่ไร฽หมุนเวียนและจํานวนร฾อยละ ๒๑ เป็นชุมชนที่กําลังมีการเปลี่ยนแปลงในวิถีไร฽หมุนเวียนอย฽างเข฾มข฾น และมีแนวโน฾มในการปรับเปลี่ยนไปสู฽การทําเกษตรรูปแบบอื่นหรือปรับลักษณะการใช฾ที่ดิน จากสถานการณแ ข฾างต฾นสามารถจําแนกลักษณะการเปลี่ยนแปลงออกเป็น ๒ ลักษณะใหญ฽ ได฾แก฽ ๑. ชุมชนที่ยังคง “ทําไร฽หมุนเวียนเป็นวิถีหลัก” ซึ่งมีความใกล฾เคียงกับในอดีตหรือยังไม฽เปลี่ยนแปลงไป จากวิถีปกติ ชุมชนกะเหรี่ยงลักษณะนี้ยังคงทําไร฽หมุนเวียนปลูกข฾าวเป็นฐานสําคัญในการเลี้ยงชีพและยังรักษา รอบหมุนเวียนพื้นที่และการพักฟื้นพื้นที่ยาวนานในระยะ ๗-๒๐ ปี โดยในกรณีนี้พบว฽าหลายชุมชน ได฾ปรับเปลี่ยนในลักษณะเชิงการปรับตัว ใน ๒ ลักษณะใหญ฽ ได฾แก฽ (๑) การปรับเปลี่ยนจากการทําไร฽หมุนเวียนอย฽างเดียวในอดีต สู฽การจัดการพื้นที่การใช฾ ประโยชนแใหม฽เพื่อเพิ่มพื้นที่นาข฾าวพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เช฽น ชา กาแฟ ผลไม฾ ผัก ในกลุ฽มนี้เน฾นการจัดการพื้นที่ ๑๖กฤษฎา บุญชัย, พรพณา ก฿วยเจริญและคณะ. ๒๕๕๗. งานวิจัยโครงการศึกษาไร฽หมุนเวียนของกะเหรี่ยงเพื่อเสนอเป็นมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม. กระทรวงวัฒนธรรม. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๙ เกษตรให฾สอดคล฾องกับการเปลี่ยนแปลงและโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชน แต฽ยังคงรักษาพื้นที่ไร฽หมุนเวียน ของชุมชนให฾เป็นพื้นที่หลักและจะมีการปรับลดขอบเขตแปลง ปรับรอบและระยะหมุนของบางแปลง ให฾เหมาะสม เรียกได฾ว฽าเป็นลักษณะการปรับตัวที่มีความหลากหลายผสมผสานวิถีเกษตรบนที่สูงมากขึ้น แต฽ยังให฾ความสําคัญกับการจัดการสมดุลของมิติด฾านทรัพยากรธรรมชาติ เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของชุมชน (๒) ชุมชนที่ยังมีพื้นที่ไร฽หมุนเวียนเป็นหลักในการตอบสนองเรื่องข฾าวเพื่อยังชีพในครอบครัว แต฽เริ่มมีแนวโน฾มที่จะปรับเปลี่ยนไปสู฽แปลงพืชเชิงเดี่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะข฾าวโพดและพืชเศรษฐกิจ ที่หน฽วยงานต฽าง ๆ ส฽งเสริม ในขณะที่แรงจูงใจในการรักษาไร฽หมุนเวียนลดลงจากแรงกดดันและปัจจัยต฽าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก รวมถึงกลุ฽มที่หันกลับไปทําไร฽ในแปลงไร฽หมุนเวียนเดิมที่ยุคหนึ่งเคยถูกปล฽อยทิ้งไม฽ทําประโยชนแ ๒. ชุมชนที่ไร฽หมุนเวียนไม฽ได฾เป็นวิถีชีวิตหลักเช฽นในอดีต มีทั้งกรณีชุมชนที่ไม฽หลงเหลือพื้นที่ ไร฽หมุนเวียนแล฾วในปัจจุบัน และมีทั้งเริ่มลดพื้นที่ไร฽หมุนเวียนอย฽างต฽อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการผลิต แบบดั้งเดิมสู฽ระบบเกษตรรูปแบบอื่น เช฽น ไร฽ข฾าวโพด และกําลังเปลี่ยนไปสู฽แปลงพืชเชิงเดี่ยวสลับชนิดในแต฽ละ รอบปี ลักษณะนี้เรียกได฾ว฽าแทบจะไม฽หลงเหลือวิถีไร฽หมุนเวียนและได฾กลายเป็นชุมชนกะเหรี่ยงที่ได฾เปลี่ยนวิถี การผลิตหลักและการหาเลี้ยงชีพไปสู฽รูปแบบอื่นและยังพบกรณีชุมชนที่ได฾เปลี่ยนพื้นที่ไร฽หมุนเวียนในอดีต สู฽แปลงเกษตรเชิงเดี่ยวถาวร จนแทบไม฽เหลือพื้นที่ไร฽หมุนเวียน แต฽ปัจจุบันพบว฽าเริ่มมีการปรับลดพื้นที่ พืชเชิงเดี่ยวลงและหลายพื้นที่มีแนวโน฾มในการฟื้นฟูทรัพยากร ฟื้นฟูระบบไร฽หมุนเวียนของตัวเองและมี แนวโน฾มไปสู฽การจัดการพื้นที่แบบใหม฽ในลักษณะการผสมผสานมากขึ้น๑๗ ในปัจจุบันชุมชนชาวกะเหรี่ยงถึงจะมีการเปลี่ยนแปลงตามการพัฒนา และมีความเปราะบาง ต฽อการดํารงวิถีเผ฽าพันธุแเอาไว฾ แต฽ชาวกะเหรี่ยงเป็นกลุ฽มชาติพันธุแที่มีชีวิตผูกพันธุแกับพื้นที่และชุมชนมาก เราจะพบว฽ากลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงมีการอพยพออกนอกชุมชนน฾อยมาก ส฽วนใหญ฽ยังคงวิถีดั้งเดิมถึงแม฾จะโดน กระแสการพัฒนาถาโถม ซึ่งจุดแข็งนี้ได฾นํามาซึ่งนโยบายการจัดการเขตวัฒนธรรมพิเศษและการฟื้นฟูวิถีชีวิต วัฒนธรรมกะเหรี่ยงตามมติ ครม. ๒๕๕๓ อันประกอบไปด฾วย การเพิกถอนพื้นที่ที่รัฐประกาศเป็นพื้นที่ ปุาอนุรักษแ ปุาสงวน ซึ่งทับซ฾อนกับที่ทํากินและที่อยู฽อาศัยของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยง ที่ได฾รับการพิสูจนแ อย฽างชัดเจนแล฾วว฽าชาวบ฾านได฾อยู฽อาศัยและใช฾ประโยชนแในพื้นที่ดังกล฽าวมาเป็นเวลานาน หรือก฽อนที่รัฐจะประกาศ กฎหมายหรือนโยบายทับซ฾อนดังกล฽าว การส฽งเสริมและยอมรับระบบไร฽หมุนเวียน ซึ่งเป็นวิถีวัฒนธรรม ของกะเหรี่ยงที่เอื้อต฽อการใช฾ทรัพยากรอย฽างยั่งยืนและวิถีชีวิตพอเพียง รวมทั้งผลักดันให฾ระบบไร฽หมุนเวียน ของชาวกะเหรี่ยงเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม การส฽งเสริมสนับสนุน และยอมรับการใช฾ประโยชนแในพื้นที่ และการจัดการของชุมชนท฾องถิ่นดั้งเดิม เช฽น การออกโฉนดชุมชน จัดสรรงบประมาณรายหัวตามหลักประกัน สุขภาพถ฾วนหน฾า ให฾ชาวกะเหรี่ยงที่ได฾จัดทําประวัติ และมีสิทธิอาศัยในประเทศไทยเช฽นเดียวกับคนไทยทั่วไป ซึ่งมติ ครม.ปี ๕๓ ดังกล฽าวได฾ส฽งผลต฽อการอนุรักษแวิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยงได฾ส฽วนหนึ่ง พร฾อม ๆ กับการกําหนด ทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมต฽อไป๑๘ ๑๗ อ฾างแล฾วในยศ สันตะสมบัติ. ๑๘ ไพสิฐ พาณิชยแกุลและคณะ, ๒๕๕๙. สิทธิของชุมชนชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) กับการดําเนินเขตวัฒนธรรมพิเศษไร฽หมุนเวียนในพื้นที่ ยุทธศาสตรแการแก฾ไขปัญหาข฾อพิพาทกรณีที่ดินทํากินและที่อยู฽อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ปุาภาคเหนือ,สํานักงานสิทธิมนุษยชนแห฽งชาติ. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๐ บทที่ ๒ การศึกษาข้อมูลด้านมรดกทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในจังหวัดล าปางรายพื้นที่ ๒.๑ บ้านโป่งน้ าร้อน ต าบลเสริมกลาง อ าเภอเสริมงาม จังหวัดล าปาง ๒.๑.๑ บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ ๑) ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ บ฾านโปุงน้ําร฾อน ตั้งอยู฽หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง เป็นหมู฽บ฾าน กลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยง ซึ่งตั้งอยู฽ตําแหน฽งสุดท฾ายทางทิศเหนือของอําเภอเสริมงาม โดยอยู฽ภายใต฾การดูแล ขององคแการบริหารส฽วนตําบลเสริมกลาง ซึ่งในพื้นที่มีแม฽น้ําแม฽เสริมไหลผ฽าน เพื่อการประกอบอาชีพ การทําการเกษตรเพาะปลูกพืชตามฤดูกาลของชาวบ฾าน มีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบสูง โดยประชากรใน หมู฽บ฾านใช฾ภาษากะเหรี่ยงโปวแในการสื่อสาร มีลักษณะเหมือนหมู฽บ฾านกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงโดยทั่วไป ซึ่งการดําเนินชีวิตของประชาชนส฽วนใหญ฽จึงยังคงมีความเป็นวิถีแห฽งธรรมชาติ เนื่องจากหมู฽บ฾านแห฽งนี้ เป็นหมู฽บ฾านที่ตั้งอยู฽ในแถบภูเขาที่มีบ฽อน้ําร฾อนจากธรรมชาติ ลักษณะของบ฽อน้ําร฾อนที่พบ จะเห็นได฾ริมตลิ่ง ตลอดสายน้ําระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร ของลําห฾วยแม฽เสริม ซึ่งชาวบ฾านได฾พัฒนาและขุดเป็นบ฽อน้ําร฾อน ขึ้นมา ๓ บ฽อ แต฽ละบ฽อความร฾อนไม฽เท฽ากัน ขณะเดียวกันยังมีต฾นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณแ มีอาหารจากธรรมชาติปลอดสารพิษ รวมถึงผลิตภัณฑแชุมชนที่พัฒนาจากวิถีชีวิตของชาวบ฾าน เช฽น การทอผ฾ากี่เอว ย฾อมสีธรรมชาติ เป็นต฾น ส฽วนสภาพแวดล฾อมของบ฾านโปุงน้ําร฾อนนั้นถือเป็นสภาพแวดล฾อมทางการเรียนรู฾ ซึ่งมีทั้งอัตลักษณแ และวิถีทางวัฒนธรรมที่หล฽อหลอมจากภูมิปัญญาของคนในชุมชนที่สืบทอดต฽อกันมา รวมถึงขนบธรรมเนียม ประเพณี พิธีกรรมทางศาสนาผสมผสานทั้งพุทธและความเชื่อเกี่ยวกับการนับถือผีของชาวกะเหรี่ยง ทําให฾มี การดํารงชีวิตและกิจกรรมการดําเนินชีวิตที่มีลักษณะเฉพาะตัวและเอื้อต฽อวิถีความเป็นอยู฽แบบดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง ได฾เป็นอย฽างดี โดยบ฾านโปุงน้ําร฾อน ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง มีอาณาเขตติดต฽อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต฽อกับ ตําบลเสริมขวา อําเภอเสริมงาม ทิศใต฾ ติดต฽อกับ หมู฽ ๒ บ฾านกิ่วห฾วยเบิก ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม ทิศตะวันออก ติดต฽อกับ ตําบลทุ฽งงามและตําบลเสริมขวา อําเภอเสริมงาม ทิศตะวันตก ติดต฽อกับ อําเภอลี้ จังหวัดลําพูน แผนที่บ฾านโปุงน้ําร฾อน ตําบลเสริมกลาง มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๑ บ฽อน้ําร฾อนจากธรรมชาติภายในหมู฽บ฾าน (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ๒) จ านวนประชากรชาติพันธุ์ กลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงตั้งถิ่นฐานที่บ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง เป็นชาวกะเหรี่ยง ๑๐๐ เปอรแเซ็นตแเป็นการอาศัยอยู฽กับบิดา มารดา เครือญาติที่สืบเชื้อสาย ชนเผ฽ากะเหรี่ยงที่เรียกว฽า “กะเหรี่ยงโปวแ” โดยมีประชากรจํานวนประมาณ ๕๐๐ คน และจํานวนครัวเรือน ประมาณ ๑๕๐ ครัวเรือน เป็นชุมชนที่มีลักษณะเหมือนชาวกะเหรี่ยงทั่วไป ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยทํานาไว฾บริโภค ในเวลาปกติผู฾หญิงก็จะทอผ฾าโดยใช฾กี่เอว เช฽น ทอเสื้อ ย฽าม และผ฾าถุง ซึ่งประชาชนส฽วนใหญ฽ ในหมู฽บ฾านยังคงมีความเป็นวิถีแห฽งธรรมชาติ มีความเป็นเอกลักษณแของชุมชนแห฽งชนเผ฽ากระเหรี่ยง ทั้งนี้ไม฽มีหลักฐานปรากฏทางภาษาเขียน แต฽สื่อสารผ฽านภาษากะเหรี่ยง ๓) ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง มีการตั้งถิ่นฐานมาประมาณ ๑๑๐ กว฽าปี โดยการอพยพมาจากอําเภอลี้ จังหวัดลําพูน ซึ่งระยะเวลาการตั้งถิ่นฐาน ของหมู฽บ฾านวัดจากต฾นไม฾ที่เหลือเพียงต฾นเดียวของหมู฽บ฾าน (ต฾นมะม฽วงอายุร฾อยกว฽าปี) เริ่มต฾นโดยการเข฾ามา ตั้งถิ่นฐานบ฾านเรือนจํานวน ๗ ครัวเรือน ประชากร ๑๓ คน ซึ่งประกอบอาชีพทําไร฽เลื่อยลอย จึงตัดสินใจตั้งถิ่นฐาน บ฾านเรือน ณ บ฾านโปุงน้ําร฾อนจนมาถึงปัจจุบันนี้ มีความสัมพันธแภายในชุมชนแบบพี่แบบน฾อง ช฽วยเหลือซึ่งกันและกัน โดยในปี พ.ศ. ๒๕๑๖-๒๕๑๗ มีการสร฾างถนนเข฾ามายังหมู฽บ฾าน ส฽วนในปีพ.ศ. ๒๕๒๘ มีการนําไฟฟูาเข฾ามายังหมู฽บ฾าน๑๙ การตั้งถิ่นฐานบ฾านเรือนภายในหมู฽บ฾าน (ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=HZ๙PqKA๖uXM. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ๑๙สุริยา รัตนกุล และ สมชาย บุรุษพัฒนแ. (๒๕๓๘). สารานุกรมกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงสะกอ. นครปฐม: สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนา ชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๒ ต฾นมะม฽วงอายุร฾อยกว฽าปีในหมู฽บ฾าน (ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=HZ๙PqKA๖uXM. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ๔) การประกอบอาชีพของชุมชนชาติพันธุ์ อาชีพของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง อยู฽ในสภาพที่เรียกว฽าเพื่อยังชีพ ซึ่งหมายถึงการทํามาหากินเพื่อบริโภคเท฽านั้น ได฾แก฽ การปลูกข฾าว ทําไร฽ ทํานาเป็นหลัก ในช฽วงที่ละเว฾นจากการทํานาชาวบ฾านก็จะอยู฽บ฾านโดยเฉพาะผู฾หญิงก็จะทอผ฾า ผู฾ชายก็จะ ออกทํางานรับจ฾างทั่วไป จึงนับว฽ากลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงเป็นพวกที่อยู฽อย฽างถาวร ไม฽เคลื่อนย฾าย ในปัจจุบันเริ่ม เปลี่ยนแปลง จากแต฽ก฽อนการเพาะปลูกพืชผักผลไม฾ เพื่อบริโภคเท฽านั้น แต฽ปัจจุบันนี้ทําการค฾าขายเพื่อเสริม รายได฾มากขึ้น ผักที่ปลูก เช฽น ข฾าวโพด ลําไย และเสาวรส เป็นต฾น โดยบ฾านโปุงน้ําร฾อนมีการคมนาคมค฽อนข฾าง สะดวก มีน้ําใช฾ สําหรับทําการเกษตรได฾ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก การเปลี่ยนวิถีการผลิตกระทบกระเทือนต฽อคุณค฽า ของการพึ่งตนเองและการพึ่งพากันเองเป็นอย฽างมาก ชาวบ฾านเริ่มเปลี่ยนจากการผลิตเพื่อยังชีพมาเป็นการผลิต เพื่อขาย เนื่องจากต฾องซื้อสินค฾า เช฽น พืชผัก กับข฾าว อาหารเช฾าเย็น จากตลาดหรือจากพ฽อค฾า ที่ขายในหมู฽บ฾าน และนอกหมู฽บ฾าน ชาวบ฾านเริ่มไม฽มีเวลาที่จะทําอาหารกินเองและพูดคุยปรึกษาหารือกัน ไม฽มีเวลาที่จะนึกถึงคนอื่น ที่อยู฽ในหมู฽บ฾านเดียวกัน หรือแม฾แต฽คนที่เป็นญาติพี่น฾องกัน ดังนั้นกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง ส฽วนใหญ฽ประกอบอาชีพหลักคือ การเพาะปลูก ทําไร฽ ทํานา ส฽วนอาชีพรอง คือการรับจ฾างค฾าขาย และอุตสาหกรรมในครัวเรือน ได฾แก฽ การทอผ฾าด฾วยมือ (กี่เอว) ซึ่งเป็นการทอ เพื่อการสวมใส฽ ในปัจจุบันได฾มีการประยุกตแทอเป็นเสื้อ ย฽าม เพิ่มมากขึ้น เพื่อขายให฾กับนักท฽องเที่ยว นอกจากนี้ ยังมีการทําเครื่องจักสาน เป็นต฾น ๒.๑.๒ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ๑) วิถีชีวิตวัฒนธรรม วิถีชีวิตในด฾านต฽าง ๆ ของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง ไม฽ว฽าจะเป็นการตั้งถิ่นฐาน ระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคมและวัฒนธรรม การปกครอง ภาษา ศาสนา ความเชื่อ และประเพณี ต฽างก็มีความสัมพันธแกับสภาพแวดล฾อมทั้งสิ้น อาทิ การตั้งถิ่นฐานก็มี สาเหตุมาจากความอุดมสมบูรณแของทรัพยากรธรรมชาติและความหนาแน฽นของถิ่นที่อยู฽เดิม ระบบเศรษฐกิจก็มี การเปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญก฾าวหน฾าของเทคโนโลยี แต฽วิถีในการดําเนินชีวิตแบบดั้งเดิม บางอย฽างก็ยังคง อยู฽และยังไม฽มีการเปลี่ยนแปลงไปมากนัก โดยเฉพาะการอยู฽ร฽วมกันกับธรรมชาติในลักษณะพึ่งพาอาศัยกัน มีการ ตั้งกฎเกณฑแ ข฾อความต฽าง ๆ หรือสร฾างเป็นความเชื่อและประเพณีเพื่อให฾ชาวบ฾านอาศัยอยู฽กับธรรมชาติ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๓ สภาพแวดล฾อมได฾อย฽างสมดุล เป็นต฾น รวมไปถึงการปรับตัวเพื่อความอยู฽รอดทางเศรษฐกิจ ก็ทําให฾กลุ฽มชาติพันธุแ กะเหรี่ยงรุ฽นใหม฽ยึดมั่นในอัตลักษณแทางชาติพันธุแของตนลดน฾อยลง เพราะเลือกที่จะปรับอัตลักษณแของตน ให฾กลมกลืนกับวิถีชีวิตในโลกสมัยใหม฽ รวมถึงการแต฽งงานกับคนนอกชนเผ฽าตนเองเพิ่มมากขึ้น ด้านที่อยู่อาศัย ลักษณะบ฾านเรือนของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง มีลักษณะคล฾ายกับบ฾านเรือนของคนพื้นเมืองทั่วไป คือเป็นบ฾าน ๒ ชั้น หรือชั้นเดียว โดยมีการสร฾างห฾องนอนส฽วนตัว เช฽น ห฾องนอนลูก ห฾องนอนพ฽อแม฽ พื้นที่ว฽างกลางบ฾านที่ใช฾สําหรับทํากิจกรรม ร฽วมกันในครอบครัวและพูดคุยกัน มีห฾องครัวที่แยกออกจากตัวบ฾านใช฾สําหรับทําอาหารและรับประทานอาหาร ส฽วนใต฾ถุนบ฾านใช฾สําหรับการทอผ฾ากี่เอว และเป็นที่พบปะพูดคุยกันของเพื่อนบ฾านใกล฾เคียงในการทํากิจกรรมต฽างๆ ห฾องน้ําจะเป็นแบบส฾วมซึม ส฽วนใหญ฽จะไม฽แยกออกจากห฾องอาบน้ํา รวมถึงความเชื่อและภูมิปัญญาดั้งเดิมที่มี ความสําคัญกับพื้นที่หมู฽บ฾าน คือ การสืบชะตาขุนห฾วย การทําบุญปุา การเลี้ยงผีไร฽ผีนา ส฽วนในระดับเรือนยังคงเหลือ ความเชื่อแบบดั้งเดิม คือ การทําบุญเตาไฟ การลงเสาเอกบริเวณเกือบกึ่งกลางเรือน เป็นต฾น นอกจากนี้ยังมีความเชื่อ ที่มาจากพุทธศาสนา อาทิ การมีหิ้งพระภายในบ฾าน การหันหน฾าเรือนไปทางวัด การหันหัวนอนไปทางทิศตะวันออก นอกจากนั้นกระแสความทันสมัยที่เข฾ามาในหมู฽บ฾าน จึงทําให฾ความเชื่อกับรูปแบบตัวบ฾าน พื้นที่ใช฾สอยภายใน บ฾าน เกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต แต฽ในปัจจุบันยังคงพบเห็นลักษณะที่อยู฽อาศัยแบบดั้งเดิมของกลุ฽มชาติพันธุแ กะเหรี่ยงที่บ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง ที่ยังคงรักษาความเป็นอัตลักษณแ ในเรื่องที่อยู฽อาศัยของชาวกะเหรี่ยงแบบดั้งเดิมไว฾อยู฽๒๐ บ฾านเรือนภายในบ฾านโปุงน้ําร฾อน ตําบลเสริมกลาง ด้านการแต่งกาย สําหรับการแต฽งกายของชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน หมู฽ที่ ๑ ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปางนั้น ชุดของเด็ก หรือ ผู฾หญิงโสด เรียกว฽า ชุดเชวา เป็นชุดสีขาว ทรงกระสอบยาวเลยเข฽า แต฽งลาย บริเวณหน฾าอก ส฽วนด฾านล฽างที่ชายผ฾าชุดเชวา จะทําชายผ฾าให฾รุ฽ยเป็นเส฾น ๆ ตามตัวผ฾า ส฽วนอื่นแต฽งลายเล็กน฾อย ๒๐ อ฾างแล฾วในสุริยา รัตนกุล มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๔ ชุดเชวา (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ส฽วนการแต฽งกายของผู฾หญิงที่แต฽งงานแล฾ว มีครอบครัวแล฾ว จะเปลี่ยนมาใส฽ชุดที่เรียกว฽า เชโหม฽ซู คือ เสื้อและผ฾าซิ่นสําหรับเสื้อจะมี ๒ ประเภท ได฾แก฽ เสื้อเชเบอะ ผู฾หญิงที่แต฽งงานต฾องสวมใส฽เสื้อเชเบอะ และผ฾าซิ่น ประกอบพิธีแต฽งงาน ลักษณะของเสื้อเชเบอะแบบดั้งเดิม เป็นผ฾าทอสีดําล฾วน บริเวณด฾านล฽างจากหน฾าอกลงมา ตกแต฽งด฾วยผ฾าลายน้ําไหล หรือ ปักเม็ดลูกเดือย สําหรับปัจจุบันมีการพัฒนาแบบเสื้อให฾ดูสวยงาม ทันสมัยมากขึ้น โดยสามารถใช฾ผ฾าหลากหลายสีตามความชื่นชอบ อีกประเภทคือ เสื้อเชโหม฽ซู เป็นเสื้อสําหรับผู฾หญิงที่แต฽งงานแล฾ว หลังจากผ฽านพิธีแต฽งงานที่ได฾ใส฽เสื้อเชเบอะแล฾ว จึงสามารถใส฽เสื้อเชโหม฽ซูได฾ ลักษณะเสื้อเชโหม฽ซู คือ บริเวณ ด฾านล฽างจากหน฾าอกลงมาตกแต฽งด฾วยผ฾าทอลวดลายยกดอกหรือเก็บดอก สําหรับผ฾าซิ่น แบ฽งออกได฾ ๓ แบบ ได฾แก฽ ๑)ผ฾าซิ่นหนี่อู คือ ผ฾าซิ่นที่มีการทอผสมลวดลายหลายชนิด โดยเน฾นที่กลางและด฾านล฽างให฾มีความสวยงาม วิธีการทอในขั้นตอนวนด฾ายจะใช฾ไม฾แนเพียงหนึ่งอัน ๒) ผ฾าซิ่นหนี่กิ คือ ผ฾าซิ่นที่มีการนําด฾ายมามัดย฾อมให฾เกิดลวดลายตามต฾องการ และนํามาทอเป็นผืน เรียกว฽า ผ฾าซิ่นลายน้ําไหล วิธีการทอ ในขั้นตอนวนด฾ายจะใช฾ไม฾แนเพียงหนึ่งอัน ๓)ผ฾าซิ่นหนี่บะตอ มีลักษณะเป็นผ฾าทอ ๓ ชิ้นใน ๑ ผืน ด฾านบนและด฾านล฽าง จะทอเหมือนกันแต฽ส฽วนตรงกลางจะมีลวดลายที่สวยงาม วิธีการทอในขั้นตอนวนด฾ายจะใช฾ไม฾แนหลายอัน เพื่อยกเส฾นด฾าย ส฽วน “โข฽เผ฽อกิ” หรือ ผ฾าโผกหัว ปลายทั้งสองทอเป็นลวดลายด฾วยสีแดงหรือสีตามต฾องการ ส฽วนตรงกลางจะเป็นสีขาว แต฽ปัจจุบันได฾มีการประยุกตแให฾มีความหลากหลายในรูปแบบลวดลายและสี รวมทั้งได฾มีการตัดเย็บตามรูปแบบต฽าง ๆ ให฾ทันสมัยและใส฽ได฾หลากหลายโอกาสมากขึ้น การแต฽งกายของผู฾หญิงที่แต฽งงานแล฾ว (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) สําหรับการแต฽งกายของผู฾ชายในหมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน จะใส฽เสื้อเชโปโหละ ตั้งแต฽วัยเด็ก ไปจนถึงวัยชรา โดยมีลักษณะดั้งเดิม เป็นเสื้อคอแหลมสีแดง และสวมกับกางเกงแบบใดก็ได฾ ปัจจุบันภูมิปัญญา มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๕ ท฾องถิ่นในหมู฽บ฾านได฾พัฒนาแบบเสื้อให฾มีความสวยงามน฽าใส฽มากขึ้น เสื้อเชโปโหละจึงมีทั้งแบบคอกลม และหลากหลายสีมากขึ้น ดังนั้นในปัจจุบันการแต฽งกายของชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนมีการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากการดํารงชีวิตที่เปลี่ยนไป มีการประกอบอาชีพรับจ฾างที่ต฾องออกไปรับจ฾างข฾างนอกพื้นที่ ทั้งต฽างตําบล ต฽างอําเภอ เป็นต฾น จึงทําให฾แต฽งกายนั้นเหมือนกับคนพื้นราบทั่วไป อีกทั้งเสื้อผ฾าของคนพื้นราบนั้นสามารถหาซื้อ ได฾ง฽ายและสะดวกต฽อการสวมใส฽ทํางาน รวมไปถึงเวลาที่อยู฽บ฾านหรือทํากิจกรรมต฽าง ๆ จะเป็นแบบครึ่งท฽อน ยกเว฾นผู฾หญิงที่ยังไม฽ได฾แต฽งงาน ผู฾ชายก็จะใส฽เสื้อกะเหรี่ยงกับกางเกงขายาวทั่วไป และถ฾าออกไปทําไร฽ทํา นา จะแต฽งตัวแบบคนพื้นเมืองทั่วไป ส฽วนผู฾หญิงจะใส฽ซิ่นกะเหรี่ยงกับเสื้อยืดทั่วไป เด็กเล็กมักจะใส฽เสื้อผ฾าทั่วไ ป และจะใส฽ชุดประจําเผ฽าเมื่อมีพิธีกรรม ประเพณีที่สําคัญ หรือโอกาสพิเศษต฽าง ๆ๒๑ การแต฽งกายของผู฾ชายในหมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ด้านอาหาร อาหารพื้นบ฾านของชาวกะเหรี่ยง จึงเป็นภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอย฽างหนึ่งที่ชาวบ฾านได฾เรียนรู฾ เลือกสรรปรุงแต฽งให฾เหมาะสมกับความต฾องการตามแบบวิถีธรรมชาติ โดยความอร฽อย ซึ่งถูกปรุงแต฽ง การปรับตัว ให฾เข฾ากับวิถีชีวิตประจําวันอย฽างหลากหลาย เป็นวัฒนธรรมที่มีคุณค฽าที่ทําให฾สามารถดํารงชีวิตสืบทอดมาจากรุ฽น สู฽รุ฽น ดังนั้นภูมิปัญญาด฾านอาหารพื้นบ฾านจึงสะท฾อน ถึงวิธีคิด โลกทัศนแความเชื่อ และกฎเกณฑแต฽าง ๆ เพื่อค฾นหา อัตลักษณแชุมชนที่เกี่ยวข฾องกับอาหารพื้นบ฾าน ซึ่งอาหารหลักของชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนส฽วนใหญ฽ ได฾แก฽ พืชผักที่หาได฾จากธรรมชาติและตามรั้วบ฾าน มาปรุงแต฽งด฾วยวิธีการต฽าง ๆ เช฽น ต฾ม แกง ถือเป็นวัฒนธรรมการกิน แบบดั้งเดิมของชาวกะเหรี่ยง บ฾านโปุงน้ําร฾อน แต฽ไม฽นิยมประเภททอดและผัด โดยอาหารในชีวิตประจําวัน ของชาวกะเหรี่ยง คือ ข฾าว พริก เกลือ และนิยมบริโภคอาหารที่มีรสเผ็ดจัด เช฽น น้ําพริก แกงเผ็ด แกงส฾ม เป็นต฾น ซึ่งกับข฾าวของชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนแทบทุกชนิดต฾องใส฽พริก อีกทั้งเมนูกับข฾าวจะหาได฾จากพืชผักที่เก็บได฾ในปุา หรือพืชผักที่ปลูกเอง เช฽น ผักกูด ผักหนาม มะแขว฾ง (มะเขือพวง) หน฽อไม฾ เห็ดลม เห็ดถอบ เห็ดขอน ผักหวานปุา เช฽น เมนูแหนบไข฽มดแดง แหนบเขียด และยําผักกูด เป็นต฾น โดยสามารถหาได฾ตามฤดูกาลต฽าง ๆ นอกจากนี้ยังมี การทําข฾าวเบ฿อะ นิยมใช฾ข฾าวสารหรือข฾าวจ฾าวต฾มให฾สุก จากนั้นใส฽น้ําพริกแกง เนื้อสัตวแ และผัก ซึ่งน้ําพริกแกง ประกอบด฾วยกะปิ กระเทียม เกลือ พริกกะเหรี่ยงแห฾ง มะแขว฽นแห฾ง กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณแของข฾าวเบ฿อะ เกิดจากการต฾มใบพอวอและมะแขว฽น โดยชาวกะเหรี่ยงรับประทานอาหารชนิดนี้เป็นกับข฾าว สําหรับชาวกะเหรี่ยง ๒๑ ศิริวรรณ “มูลใจเจ฾าพ฽อโมกขละ: ความเชื่อเเละพิธีกรรมของชาวปกาเกอะญอ หมู฽บ฾านห฾วยปลากอง ตําบลขะเนจื้อ อําเภอแม฽ระมาด จังหวัด ตาก” วิทยานิพนธแ มหาวิทยาลัยนเรศวร, ๒๕๖๓. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๖ บ฾านโปุงน้ําร฾อน นิยมประกอบอาหารจากข฾าวเบ฿อะ อาทิ แกงข฾าวเบ฿อะ ข฾าวเบ฿อะหน฽อไม฾และข฾าวเบ฿อะ ใส฽ผักต฽างๆ เป็นต฾น ซึ่งแต฽ละพื้นที่จะมีรสชาติของข฾าวเบ฿อะ ที่แตกต฽างกันออกไปขึ้นอยู฽กับการปรุงรสชาติ๒๒ สําหรับการรับประทานอาหารแต฽ละมื้อนั้นจะนิยมรับประทานโดยใช฾ช฾อนตักกับข฾าวและใช฾มือ เปิบข฾าว ถ฾วยแกงจะวางในถาดหรือขันโตกกินร฽วมกัน ส฽วนถ฾วยน้ําพริกหรือผักนั้นบางทีก็จะอยู฽ในถาด บางทีก็จะ วางอยู฽ข฾าง ๆ ถาด แต฽ในกรณีที่มีแขกมาเยือน จะมีการเปลี่ยนมาใช฾จานตักข฾าว ใช฾ช฾อนส฽วนตัวของแต฽ละคน และมีแก฾วน้ําดื่มสําหรับแขกอีกทั้งชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน จะเคร฽งครัดในประเพณีที่มีพิธีกรรมปิดบ฾านเลี้ยงผี บรรพบุรุษปีละ ๒ ครั้ง และจะมีการทําพิธีด฾วยไก฽ต฾ม ซึ่งชุมชนมีการเลี้ยงไก฽และการทําอาหารจากไก฽หลายเมนู จึงทําให฾มีเมนูอาหาร ที่นําไก฽มาปรุงอาหารได฾หลากหลาย อาทิ ต฾มยําไก฽พริกสด, น้ําพริกตาแดงผักนึ่ง ตามฤดูกาลที่ทานคู฽กับข฾าวเหนียว และมียําไข฽น้ําแร฽ร฽วมในวงอาหาร เป็นต฾น เนื่องจากชุมชนมีบ฽อน้ําแร฽ธรรมชาติ ที่สามารถลวกไข฽ได฾ตลอดปี รวมไปถึงในหมู฽บ฾านมีต฾นกเงที่เกิดขึ้นในพื้นที่มากมาย ทําให฾ชุมชนนําใบกเงมาห฽อ ขนมข฾าวต฾มมัด เพื่อให฾มีความหอมน฽ารับประทาน ซึ่งสามารถทําเพื่อรองรับนักท฽องเที่ยวได฾ตลอดปี อาหารของชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ด้านภาษา ภาษาเขียน ความจริงแล฾วชาวกะเหรี่ยงไม฽มีภาษาเขียนมาก฽อน แต฽ที่เห็นชาวกะเหรี่ยงเขียนกัน เกิดจากคณะมิชชันนารีที่มาร฽วมงานกับกะเหรี่ยงประมาณศตวรรษที่ ๒๔ ได฾ปรับปรุงอักษรพม฽าใช฾เป็นตัวอักษร สําหรับกะเหรี่ยงขึ้น ซึ่งภาษาพูดนักภาษาศาสตรแจัดให฾ภาษากะเหรี่ยงเป็นภาษาหนึ่งอยู฽ในสายภาษาตระกูล จีน-ธิเบตกะเหรี่ยง แต฽ละเผ฽ามีภาษาพูดที่เกี่ยวพันกับภาษาต฽าง ๆ พื้นฐานของภาษายังไม฽เป็นที่ทราบแน฽นอน บางแห฽งบอกว฽ามาจากต฾นตระกูลจีน-ธิเบต คือ พวกกาเร็นนิด (Karenic) แต฽บางแห฽งสันนิษฐานว฽ามีความใกล฾เคียง กับแขนงของธิเบต-พม฽า ซึ่งเข฾าใจว฽าข฾อสันนิษฐานอันหลังนี้จะถูกต฾องมากกว฽า ภาษาของกะเหรี่ยงสกอโปวแ และบเว มีความใกล฾เคียงกัน แต฽ไม฽สามารถเข฾าใจกันได฾และเป็นที่น฽าสังเกตว฽าภาษากะเหรี่ยงสกอโปวแ ได฾รับ อิทธิพลจากภาษาในตระกูลมอญ-เขมร (Mon-Khmer) เฉพาะอย฽างยิ่งภาษามอญ โดยชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู฽ใน บ฾านโปุงน้ําร฾อน สามารถใช฾ภาษากะเหรี่ยง (โปวแ) เป็นภาษาพูด ในการสื่อสารระหว฽างกะเหรี่ยงด฾วยกันเอง ซึ่งจะใช฾ ในชีวิตประจําวัน แต฽ในปัจจุบันได฾มีบุคคลภายนอกเข฾ามาติดต฽อสื่อสาร อีกทั้งชาวบ฾านได฾รับการศึกษามากขึ้น ทําให฾ชาวกะเหรี่ยงสามารถสื่อสารได฾ทั้งภาษากะเหรี่ยง ภาษาท฾องถิ่นภาคเหนือ (คําเมือง) และภาษาไทยกลางได฾ดี ๒๒ ปิ่นแก฾ว เหลืองอร฽ามศรี. ๒๕๓๙. ภูมิปัญญานิเวศวิทยาชนพื้นเมือง: ศึกษากรณีชุมชนกะเหรี่ยงในปุาทุ฽งใหญ฽นเรศวร. กรุงเทพฯ: โครงการฟื้นฟู ชีวิตและธรรมชาติ. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๗ ๒) ประเพณี/เทศกาล ประเพณีเข้าพรรษา ประเพณีเข฾าพรรษา คือการที่พระสงฆแอยู฽ประจําที่ใดที่หนึ่งในช฽วงฤดูฝน พระสงฆแจะต฾องหยุด การเดินทางไปที่ต฽าง ๆ และพักอยู฽ที่ใดที่หนึ่งโดยไม฽ไปแรมคืนที่อื่นภายในกําหนด ๓ เดือน ตั้งแต฽วันแรม ๑ ค่ํา เดือน ๑๐ เหนือ ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ําเดือนเกี่ยง ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน ถือว฽าเป็นวันสําคัญยิ่งวันหนึ่ง เพราะเป็นโอกาสที่จะได฾ร฽วมทําบุญ โดยชาวพุทธทั้งหลายจะพากันไปใส฽บาตร รับศีล ตอนกลางคืน มีการถวายเทียน เข฾าพรรษาก฽อนจะถึงวันหรือเวลาถวายเทียน มักจะมีการแห฽เทียนพรรษาไปตามหมู฽บ฾านต฽าง ๆ รวมไปถึงการตานขันข฾าว หาคนตาย การทานแด฽พ฽อแม฽ปูุย฽าตายายที่ยังมีชีวิตอยู฽ด฾วย ในช฽วงเข฾าพรรษาชาวบ฾านส฽วนใหญ฽จะไปทําบุญที่วัด ทุกวันพระ มีการฟังเทศนแ ฟังธรรม คนเฒ฽าคนแก฽จะมีการไปนอนวัดจําศีล สําหรับคนทั่วไปบางคนก็ตั้งใจในการ งดเว฾นบาป และถือศีล เช฽น รักษาอุโบสถศีลตลอดพรรษา งดเว฾นดื่มสุรา งดเว฾นเนื้อสัตวแ ตลอดพรรษา เป็นต฾น ประเพณีเข฾าพรรษา (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ประเพณีออกพรรษา ประเพณีออกพรรษา เป็นวันสิ้นสุดการจําพรรษาของพระภิกษุสงฆแที่ร฽วมกันในวัดหรือสถานที่ ซึ่งอธิษฐานตลอดระยะเวลา ๓ เดือน ในวันนี้พระสงฆแจะประกอบพิธีทําสังฆกรรม ซึ่งเรียกว฽า “วันมหาปวารณา” คือ วันที่พระภิกษุแสงฆแทุกรูปจะอนุญาตให฾ว฽ากล฽าวตักเตือนกันได฾ ในเรื่องราวเกี่ยวกับความประพฤติต฽าง ๆ นับตั้งแต฽ พระสังฆเถระ ได฾แก฽ พระภิกษุผู฾ที่มีอาวุโสสูงลงมา จะสามารถว฽ากล฽าวตักเตือนหรือเปิดโอกาสให฾ซักถามข฾อสงสัย ซึ่งกันและกัน สําหรับชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน ถือว฽าเป็นวันสําคัญยิ่งวันหนึ่ง เพราะเป็นโอกาสที่จะได฾ร฽วมทําบุญ ตักบาตรในตอนเช฾า ถวายสังฆทาน ถวายภัตตาหาร ฟังพระธรรมเทศนา และมีการตักบาตรเทโวในวันรุ฽งขึ้น เป็นต฾น ประเพณีออกพรรษา (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๘ ประเพณีการขอฝน ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน และชาวกะเหรี่ยงหมู฽บ฾านใกล฾เคียงจะทําพิธีขอฝน ซึ่งเป็น ประเพณีการขอฝนปีละครั้ง และเป็นประเพณีเก฽าแก฽ที่ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนสืบทอดกันมานานหลายสิบปี ตามความเชื่อของชาวกะเหรี่ยง โดยจะนําช฾างเผือกที่ช฽วยกันสร฾างขึ้นมา ซึ่งจะนําไม฾ไผ฽มาจักสานทําเป็นรูปช฾าง แล฾วเอาสําลีผสมกาวมาแปะโครงสร฾าง เป็นรูปช฾าง จากนั้นจัดเครื่องไทยทานประกอบ แล฾วแห฽ไปขอฝน ระหว฽าง เดินทางก็จะมีการร฾องรําทําเพลง ตีกลอง จ฾อย ซอ ของผู฾เฒ฽าผู฾แก฽ พอไปถึงลานพิธีก็จะประกอบพิธีทางศาสนา ตามความเชื่อจนเสร็จพิธีในการขอฝน เพื่อให฾ฝนตกต฾องตามฤดูกาล เนื่องจากปัจจุบันฝนไม฽ตกตามฤดูกาล ทําให฾ ชาวกะเหรี่ยงไม฽มีน้ําที่จะใช฾ปลูกข฾าว ประเพณีการแห฽ช฾างเผือกขอฝนจึงเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาจนถึงในทุกวันนี้ ประเพณีการขอฝน (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ประเพณีขนทรายเข้าวัด ภาคเหนือเป็นเมืองแห฽งพระพุทธศาสนา คนทางเหนือจึงนิยมมาทําบุญกันทุกวันพระ และเมื่อมี ปัญหาใดก็มักจะนําวัดมาเป็นที่พึ่ง ทั้งการประชุมในหมู฽บ฾าน งานประจําปีในหมู฽บ฾าน มักจะนิยมทําในวัด จึงมีความเชื่อว฽าขนาดเดินเข฾าออกวัดจะมีทรายของวัดติดเท฾าไปด฾วย เกรงว฽าจะเป็นการลักขโมยทรายวัดออกไป จะทําให฾เป็นบาป ด฾วยเหตุนี้จึงเป็นกุศโลบายให฾ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนทําการขนทรายที่อยู฽ขอบแม฽น้ํามา ถวายแก฽วัด โดยการนํามาก฽อรวมกันไว฾ตรงหน฾าพระวิหารเป็นรูปเจดียแ เพื่อเป็นการนําทรายมาคืนวัดดังเดิม แล฾วนําตุงไส฾หมู ตุงสิบสองนักษัตร มาปักไว฾เป็นการตกแต฽ง และถวายเป็นพระพุทธบูชา ดังนั้นเพื่อมิให฾เป็นบาป ที่ตนเหยียบทรายในวัดครั้งก฽อน และเพื่อเป็นบุญแห฽งการถวายก฽อสร฾างเสนาสนะของวัดต฽อไปและตุง ก็เป็นเครื่องถวาย เพื่อเป็น สิริมงคล โดยมีความเชื่อว฽าจะเป็นสะพานนําตนไปสู฽สวรรคแมักนิยมทํากันในวันที่ ๑๔ เมษายนของทุกปี เชื่อว฽าเป็นวันเนาวแหรือวันเน฽า ซึ่งเป็นวันที่ ๒ ของประเพณีสงกรานตแ ประเพณีขนทรายเข฾าวัด (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๒๙ ประเพณีตานหลัวหิงไฟพระเจ้า (กองฟืน ถวายเป็นพุทธบูชา) ประเพณีตานหลัวหิงไฟพระเจ฾า ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนปฏิบัติตามจารีตประเพณี ที่สืบทอดกันมาช฾านาน ปีละหนึ่งครั้ง โดยการทํากองฟืนถวายเป็นพุทธบูชา ในวันเพ็ญเดือนสอง (สี่เป็ง) ณ วัดโปุงน้ําร฾อน ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมาแต฽โบราณของชาวล฾านนายึดถือปฎิบัติกันมา หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวข฾าว เสร็จสิ้น ชาวบ฾านจะนําข฾าวใหม฽ ข฾าวเปลือก หรือข฾าวสารนํามาถวายที่วัด เพื่ออุทิศส฽วนกุศลให฾กับผู฾ล฽วงลับ และเจ฾าของนา รวมทั้งเทวดาผู฾ปกปักษแรักษาพื้นที่ทํากิน นอกจากนั้นจะมีการตานหลัวหิงไฟพระเจ฾า หรือฟืน โดยชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนจะนําท฽อนไม฾มาทําฟืนเป็นเรือสําเภาอย฽างสวยงาม หลังจากเสร็จพิธี ในพระวิหาร จะทําพิธี จุดหลัวหรือกองไฟพระเจ฾า เป็นการเพื่อคลายความหนาวเย็นให฾กับพระพุทธเจ฾า ตามความเชื่อของชาวบ฾าน สําหรับตานหลัวหิงไฟพระเจ฾าและตานข฾าวใหม฽ มักทําไปพร฾อม ๆ กัน ประเพณีตานหลัวหิงไฟพระเจ฾า (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ประเพณีบวชป่า สืบชะตามหากุศล วิถีชุมชนคนต้นน้ า ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน และชุมชนใกล฾เคียง ได฾ร฽วมกันประกอบพิธีทําบุญปฏิบัติธรรม สืบชะตามหากุศล ในงานรุกขมูลวัตรปฏิบัติธรรมบวชปุา ณ อ฽างเก็บน้ําแม฽เสริม อันเนื่องมาจากพระราชดําริ บ฾านโปุงน้ําร฾อน โดยหมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อนเป็นชุมชนกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับธรรมชาติมาช฾านาน เพื่อปลูกจิตสํานึกให฾กับชุมชนได฾ร฽วมกันอนุรักษแปุาต฾นน้ําแม฽เสริม ซึ่งเป็นแหล฽งทรัพยากรปุาไม฾และอาหาร ตามธรรมชาติที่หล฽อเลี้ยงชุมชน ถือเป็นพิธีทําบุญสืบชะตา บวชปุา และมีพระสงฆแได฾ปฏิบัติธรรมในเขตปุาชุมชน ๗ วัน ๗ คืน และบิณฑบาตผืนปุาเพื่อให฾เป็นเขตหวงห฾ามในการตัดไม฾ทําลายปุา ประเพณีบวชปุา สืบชะตามหากุศล (ที่มา : https://www.facebook.com/หมู฽บ฾านโปุงน้ําร฾อน-อเสริมงาม-จลําปาง. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๐ ๓) ศาสนา/พิธีกรรม ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนนับถือศาสนาพุทธเป็นส฽วนใหญ฽ รวมไปถึงการนับถือผี ซึ่งมีความเชื่อว฽า แทบทุกหน ทุกแห฽งจะมีผีสิงสถิตอยู฽ เช฽น ในปุา ในน้ํา ในไร฽ หรือในหมู฽บ฾าน ผีที่ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน นับถือมีอยู฽ ๒ อย฽าง คือ ผีเรือนกับผีบ฾าน ซึ่งผีเรือน เป็นผีประจําบ฾านเรือน คือ เมื่อบิดามารดาปูุย฽าตายายได฾ เสียชีวิตไปแล฾ว วิญญาณยังคงเวียนว฽ายอยู฽ภายในบ฾านเรือนและหมู฽บ฾านด฾วยความเป็นห฽วงบุตรหลาน ผู฾ที่จะสืบตระกูล ของตนและจะคอยปูองกันรักษาให฾อยู฽ด฾วยความสุข ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนจะมีการเลี้ยงผีเรือนอย฽างน฾อย ปีละ ๒ ครั้ง ส฽วนผีบ฾านหรือผีที่รักษาหมู฽บ฾าน ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนถือว฽าเป็นผีที่มีความสําคัญมากตนหนึ่ง เพราะมีความสําคัญเกี่ยวกับการเกษตรและพิธีกรรมเกี่ยวกับความสุขของคนทั้งหมู฽บ฾าน โดยการเลี้ยงผีเจ฾าที่นั้น จะจัดทําปีละสองครั้ง ซึ่งคนในหมู฽บ฾านทั้งหมดต฾องเข฾าร฽วมในพิธี รวมไปถึงมีความเชื่อที่ว฽า ผีหอหรือผีบรรพบุรุษ จะคอยปกปูองคุ฾มครองทุกคนในครอบครัวให฾ดําเนินชีวิตได฾อย฽างปกติสุข การแต฽งงานเป็นการเพิ่มสมาชิกใหม฽ ของคนในหมู฽บ฾าน จึงต฾องมีการบอกกล฽าวผีหอของหมู฽บ฾านได฾ทราบและช฽วยให฾งานแต฽งงานราบรื่น ตลอดจนเชื่อว฽า หมู฽บ฾านมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาเขตแดน การพาคนนอกหมู฽บ฾านเข฾ามาจะต฾องขออนุญาตเสียก฽อน เพื่อให฾เจ฾าที่หรือผีบรรพบุรุษช฽วยเปิดทางและปัดเปุาสิ่งไม฽ดีที่ติดตามเจ฾าบ฽าวมาให฾หายไป เป็นต฾น พิธีกรรมแต่งงาน ชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน ส฽วนใหญ฽อยู฽กันเป็นครอบครัวเดี่ยว โดยในบ฾านหลังหนึ่ง จะประกอบด฾วยพ฽อแม฽และลูกเท฽านั้น เมื่อลูกแต฽งงานก็จะแยกครอบครัวไปปลูกบ฾านใหม฽หลังเล็ก ๆ แต฽มีข฾อแม฾ว฽า ถ฾าแต฽งงานแล฾วชายจะต฾องมาอยู฽กับบ฾านภรรยาก฽อนเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาลเกษตร (คือเริ่มจากการถางไร฽) ปลูกข฾าว และเก็บเกี่ยวข฾าวประมาณ ๗-๘ เดือน หลังจากนั้นก็จะปลูกบ฾านใกล฾ชิดกับพ฽อแม฽ฝุายภรรยา ซึ่งกะเหรี่ยงโปวแเป็น กลุ฽มที่นับถือผีบรรพบุรุษฝุายมารดา สําหรับผู฾มีบิดาหรือมารดาเป็นกลุ฽มอื่น เช฽น สะกอหรือลัวะ จะไม฽มีผีบรรพบุรุษ หรือผีในสายฝุายมารดาเดียวกัน จะมีแต฽ผีเรือนของตนเองเท฽านั้น ซึ่งการแต฽งงานเป็นแบบผัวเดียวเมียเดียว ถือเป็นกฎ ที่เคร฽งครัดมากในหมู฽บ฾าน การหย฽าร฾างมีน฾อยและการแต฽งงานใหม฽ไม฽ค฽อยปรากฏ การสมสู฽ก฽อนที่จะแต฽งงานกันนั้นเป็นกฎ ข฾อห฾าม และจะถูกรังเกียจ ถึงขั้นปรับไหม และเชื่อกันว฽าผีเจ฾าที่จะขุ฽นเคือง (การผิดผี) โดยปกติกะเหรี่ยงโปวแจะ แต฽งงานกับพวกเผ฽าเดียวกัน แต฽ก็มีบ฾างที่แต฽งงานกับคนนอกเผ฽า เช฽นกะเหรี่ยงสะกอ ลัวะ และคนพื้นเมือง เป็นต฾น๒๓ ส฽วนการสู฽ขอ มีลักษณะคือ เมื่อเป็นที่รับรู฾แล฾วว฽าหญิงชายรักชอบพอกัน พ฽อแม฽และญาติพี่น฾อง ของฝุายหญิงก็จะส฽งคนไปหาฝุายชาย เพื่อสอบถามให฾แน฽ใจว฽าฝุายชายรักและยินดีที่จะแต฽งงานกับฝุายหญิง จริงหรือไม฽ หากฝุายชายรักชอบพอกันและยินยอมที่จะแต฽งงานกับฝุายหญิง ก็จะมีการนัดหมายวันเวลา ทําพิธีแต฽งงานกันในเวลานั้น (ตามหลักประเพณีกะเหรี่ยงฝุายหญิงจะต฾องเป็นฝุายไปขอฝุ ายชาย) ส฽วนการหมั้นหมายนั้น เมื่อฝุายชายตกลงปลงใจว฽าจะแต฽งงานกับฝุายหญิงและนัดหมายวันเวลาแต฽งงาน ที่แน฽นอนแล฾ว ฝุายชายจะส฽งเถ฾าแก฽ไปทําพิธีหมั้นหมายฝุายหญิงก฽อนวันแต฽งงาน ซึ่งภายในพิธีฝุายหญิงจะฆ฽าไก฽ ๒ ตัว ในการทําอาหาร เพื่อเลี้ยงรับรองเถ฾าแก฽ของฝุายชาย และวันรุ฽งขึ้นก็จะนัดหมายวันเวลาที่ฝุายชาย และเพื่อน ๆ จะมาหาฝุายหญิง เพื่อทําพิธีแต฽งงานต฽อไป หมูตัวแรกทําพิธีเทาะเตาะ คือหมูตัวแรกที่ใช฾ฆ฽าในพิธี ๒๓กฤษฎา บุญชัย, พรพณา ก฿วยเจริญและคณะ. ๒๕๕๗. งานวิจัยโครงการศึกษาไร฽หมุนเวียนของกะเหรี่ยงเพื่อเสนอเป็นมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม. กระทรวงวัฒนธรรม มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๑ แต฽งงานและจะนําเนื้อหมูมาเอาไว฾เป็นเครื่องบูชา เพื่อขอเทวดามาอวยพรเจ฾าบ฽าวเจ฾าสาวและผู฾ร฽วมงานทุกคน เมื่อถึงเวลาออกเดินทางไปสู฽หมู฽บ฾านเจ฾าสาว เถ฾าแก฽ของเจ฾าบ฽าวและเพื่อนเจ฾าบ฽าวจะลงไปอยู฽พร฾อมกันที่พัก หน฾าหมู฽บ฾านและจะปูเสื่อเพื่อนั่งปรึกษาหารือกัน จากนั้นเถ฾าแก฽จะทําพิธีรินเหล฾าและอธิษฐานขอพรเมื่อเสร็จพิธี ก็จะออกเดินทางโดยมีเจ฾าบ฽าวและเพื่อน ๆ ของเจ฾าบ฽าวร฽วมเดินทางกันอย฽างพร฾อมเพรียงกัน เมื่อเดินทางมาถึง บ฾านเจ฾าสาว เพื่อนบ฾านของเจ฾าสาวก็จะคอยต฾อนรับ โดยจะให฾ไปพักที่พักชั่วคราวบริเวณหน฾าบ฾าน เพื่อทําพิธี ดื่มเหล฾า เสร็จพิธีดื่มหัวเหล฾า (เหล฾าขวดแรกที่ใช฾ดื่มในพิธี) หลังจากนั้นก็จะขึ้นไปสู฽บ฾านเจ฾าสาวเพื่อพักผ฽อน และดื่มเหล฾าพร฾อมกับขับลํานําโต฾ตอบกันระหว฽างเพื่อนเจ฾าบ฽าวที่เป็นคนต฽างถิ่นและเพื่อนเจ฾าสาวที่เป็นคนต฽างถิ่น และเพื่อนเจ฾าสาวที่เป็นคนในถิ่น ในขณะเดียวกันนี้ญาติพี่น฾องของเจ฾าสาวก็จะทําการฆ฽าหมู เพื่อทําอาหารสําหรับ เลี้ยงต฾อนรับแขกที่มาในงานทุกคน รวมถึงเพื่อนเจ฾าบ฽าวที่มาจากต฽างถิ่นมารับประทานอาหารร฽วมกันเสร็จแล฾ว ก็จะเป็นเวลาส฽วนตัวของแต฽ละคนที่จะพักผ฽อนนอนหลับ หรือเยี่ยมเยือนเพื่อนบ฾านอื่น ๆ และขับลํานําโต฾ตอบกัน ซึ่งบางคนบางกลุ฽มก็จะเที่ยวขับลํานําตลอดคืนเลยก็มี การขอพรระหว฽างเดินทางกลับ ฝุายหญิงก็จะทําการฆ฽าไก฽ ๒ ตัว ต฾มให฾สุกแล฾วห฽อให฾เถ฾าแก฽และเพื่อนของเจ฾าบ฽าวนํากลับไป เพื่อเป็นอาหาร เมื่อออกจากหมู฽บ฾านของเจ฾าสาว ซึ่งระหว฽างทางจะหยุดอยู฽ข฾างทาง เถ฾าแก฽จะทําพิธีถวายอาหารแด฽เทพยดา เพื่อเป็นการอวยพรแก฽ผู฾ร฽วมเดินทาง ให฾ได฾รับความปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งหลายและกลับถึงบ฾านโดยสวัสดิภาพ จากนั้นทุกคนที่มาด฾วยกัน จะต฾องช฽วยกันกินไก฽กับข฾าวให฾หมด พอกลับถึงบ฾านแล฾วทุกคนก็จะมารวมกันตัวกันตรงจุดหน฾าบ฾านของเจ฾าบ฽าว ก฽อนที่จะแยกย฾ายกันกลับบ฾านของตน แล฾วเถ฾าแก฽ก็จะทําพิธีดื่มหัวเหล฾าอีกครั้งเป็นครั้งสุดท฾าย วันรุ฽งขึ้นเพื่อนบ฾านทุกคนจะหยุดงาน ซึ่งถือเป็นข฾อห฾าม เรียกข฾อห฾ามนี้ว฽า “ดึเทาะโค฽เบล” การผูกขวัญร฽วมกัน ระหว฽างเจ฾าบ฽าวและเจ฾าสาว (กี่ฆึจือ) หลังจากอยู฽ร฽วมกันนานสามวันสามคืนแล฾วพ฽อแม฽ของเจ฾าบ฽าวและเจ฾าสาว จะทําพิธีผูกขวัญให฾ โดยจะผูกร฽วมกันระหว฽างเจ฾าบ฽าวและเจ฾าสาว ซึ่งการผูกขวัญร฽วมกันนี้มีความหมายว฽า ทั้งสองคนได฾กลายเป็นหนึ่งอันเดียวกันแล฾วตั้งแต฽บัดนี้เป็นต฾นไป พิธีกรรมงานศพ งานศพตามประเพณีของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อน จะมีลักษณะที่คล฾ายกับงานศพ ของชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่อื่น ๆ ทั่วไป เมื่อในหมู฽บ฾านหากมีผู฾คนในหมู฽บ฾านเสียชีวิตลง เพื่อนบ฾านทุกคนจะหยุดงาน เพื่อที่จะมาในงานของผู฾ตาย ขั้นแรกญาติพี่น฾องก็จะอาบน้ําศพและนําเสื้อผ฾าใหม฽ มาสวมใส฽ให฾เสร็จแล฾วก็จะห฽อศพ ด฾วยเสื่อตีข฾าวและเตรียมสัมภาระให฾แก฽ศพ หลังจากห฽อศพแล฾วจะหาไม฾ไผ฽หนึ่งท฽อนยาวนํามาผ฽าออกเป็น ๔ ซีก เท฽า ๆ กัน ครึ่งท฽อนแล฾วง฽ามลงบนศพเพื่อยึดศพให฾มั่น เรียกไม฾ไผ฽ท฽อนนี้ว฽า “ไม฾ง฽ามศพ” จากนั้นจะนําเสื้อผ฾า ของศพที่ญาติพี่น฾องมอบให฾แขวนไว฾ที่ปลายท฽อนไม฾ไผ฽ ซึ่งเปูาหมายของการเตรียมสัมภาระของศพ เพื่อทําความร฽มรื่น ให฾ศพขณะเดินทางกลับไปยังโลกหน฾า ส฽วนพิธีส฽งสัมภาระและข฾าวของให฾ศพ ซึ่งก฽อนที่จะปลงศพ จะมีการเตรียมสัมภาระและข฾าวของ ให฾ศพ โดยประกอบด฾วยปัจจัยจําเป็นในการดําเนินงาน ได฾แก฽ ย฽าม มีดหม฾อ ชาม ถ฾วย ไม฾ขีดไฟ เชื้อมัน เชื้อข฾าว กล฾ากล฾วย ยาสูบ หมากพลู เป็นต฾น ข฾าวของสัมภาระทั้งหมดจะบรรจุลงในกะฉุกใบหนึ่ง เมื่อได฾เวลาปลงศพ กะฉุกใบนี้ก็จะถูกเอาไปด฾วย เมื่อปลงศพเสร็จแล฾วจะนํากะฉุกใบนี้ไปวางไว฾ใต฾ต฾นไม฾ จากนั้นนําขอเกี่ยวคอเสื้อ ผู฾ทําพิธีและดึงกลับบ฾านพอเป็นพิธี ซึ่งการทําพิธีส฽งสัมภาระและข฾าวของให฾ศพนี้มีความหมายว฽า ในโลกหน฾า มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๒ วิญญาณของศพจะต฾องกลับไปทํามาหากินเช฽นเดียวกับชีวิตในโลกนี้ จึงต฾องมีการมอบสัมภาระและข฾าวของให฾ มิเช฽นนั้นวิญญาณจะมีความยากลําบากไม฽มีข฾าวของและเครื่องใช฾ในการทํามาหากิน เป็นต฾น สําหรับข฾อห฾ามหลังปลงศพ คือไม฽ให฾คนในหมู฽บ฾านออกไปทํามาหากินนอกบ฾าน ส฽วนจะห฾าม กี่วันนั้นขึ้นอยู฽กับว฽าศพนั้นมีการเก็บไว฾กี่วัน หากเก็บไว฾หนึ่งวันก็จะห฾ามออกไปทํางาน ๑ วัน ถ฾าเก็บ ๓ วัน ก็จะห฾าม ๓ วัน เป็นต฾น เนื่องจากชาวกะเหรี่ยงบ฾านโปุงน้ําร฾อนมีความเชื่อว฽า หลังจากปลงศพ วิญญาณของผู฾ตาย ยังเดินไปมาภายในบริเวณหมู฽บ฾านอยู฽จนกว฽าจะพ฾นจํานวนวันที่เก็บศพไว฾ เพราะฉะนั้นหากผู฾ใดออกนอกหมู฽บ฾าน ในช฽วงนี้ ผีผู฾ตายอาจเห็นเข฾าและจับขวัญของผู฾นั้นไป ซึ่งจะทําให฾ผู฾นั้นล฾มปุวยลงได฾ รวมไปถึงพืชผักของศพ หากมีผู฾เสียชีวิตลงในกลางปีและผู฾เสียชีวิตไม฽มีโอกาสได฾รับประทานพืชผักที่ตนปลูกลงไป ในกรณีนี้ญาติพี่น฾อง ก็จะนําผลผลิตของพืชผักต฽าง ๆ ในรอบปีนั้นไปฝากไว฾ที่ไร฽หรือใต฾ต฾นไม฾บริเวณของศพ หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จแล฾ว ทั้งนี้เพื่อให฾วิญญาณศพได฾กลับมารับประทานผลผลิตพืชผักเหล฽านั้น แล฾วจะได฾กลับไปสู฽สุคติด฾วยความสงบสุข จะได฾ไม฽กลับมาขอจากญาติพี่น฾องอีก เป็นต฾น ในปัจจุบัน เนื่องจากสังคมได฾เปลี่ยนแปลงไป งานศพตามประเพณีของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยง ในพื้นบ฾านโปุงน้ําร฾อนจึงมีการเปลี่ยนแปลงจากการทําพิธีแบบดั้งเดิม จึงหาดูงานศพแบบดั้งเดิมได฾ยากมากขึ้น เห็นได฾จากการเปลี่ยนแปลง เช฽น เสื่อตีข฾าวที่ใช฾ห฽อศพได฾มีการเปลี่ยนมาใช฾เป็นโลงศพแทน และพิธีการประกอบ ทางศาสนาอย฽างการขับลํานําแทบจะไม฽ทํากันแล฾วในชุมชน ซึ่งคนรุ฽นหลังมีส฽วนน฾อยมากที่จะให฾ความสําคัญ เนื่องจากการทําพิธีแบบดั้งเดิมต฾องใช฾เวลานานเป็นข฾ามคืนข฾ามวัน โดยสังคมที่คนปัจจุบันต฾องเร฽งรีบจึงมีการย฽น ระยะเวลา ทําให฾ส฽วนสําคัญของพิธีได฾ปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบใหม฽ คือ รวดเร็วและลดขั้นตอนของพิธีกรรม งานศพบางอย฽างไป เป็นต฾น ๔) ศิลปะ/การแสดง เต้นร าชนเผ่าปกาเกอญอ การเต฾นรําที่นําเอาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงมาประยุกตแเป็นท฽าทาง ลีลาประกอบเพลง ที่มีเนื้อร฾องเป็นภาษากะเหรี่ยง ซึ่งผู฾ที่ทําการแสดงจะสวมผ฾าโพกศีรษะ แต฽งกายด฾วยชุดกะเหรี่ยง ซึ่งในปัจจุบัน อาจเห็นลักษณะของการแสดงเต฾นรําชนเผ฽าปกาเกอญอได฾ในกลุ฽มเด็กและเยาวชนโรงเรียนบ฾านโปุงน้ําร฾อนที่จะมี การแสดงในงานเทศกาลสําคัญต฽าง ๆ ภายในหมู฽บ฾าน และทําการแสดงต฾อนรับแขกหรือนักท฽องเที่ยวที่เข฾ามา เยี่ยมชมหมู฽บ฾าน เป็นต฾น เต฾นรําชนเผ฽าปกาเกอญอ (ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=sCN๖FH-Bf๕A. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๓ ๒.๒ บ้านแม่ฮ่าง ต าบลนาแก อ าเภองาว จังหวัดล าปาง ๒.๒.๑ บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ ๑) ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ บ฾านแม฽ฮ฽าง หมู฽ที่ ๔ ตําบลนาแก อําเภองาว จังหวัดลําปาง มีระยะทางห฽างจากตัวอําเภองาว ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร โดยประชากรเป็นชาวไทยภูเขาเผ฽ากะเหรี่ยงและเผ฽าอาข฽า ซึ่งบ฾านแม฽ฮ฽าง ตั้งอยู฽ใน ภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ฾อน ประกอบด฾วยปุาเต็งรัง ปุาเบญจพรรณ ปุาดิบเขา และปุาสนเขา ที่อุดมสมบูรณแ จึงมีพรรณไม฾และสัตวแปุาอาศัยอยู฽ อีกทั้งเป็นปุาต฾นน้ํายม ซึ่งประชาชนส฽วนใหญ฽มีอาชีพเกษตรกรรม มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงและอาข฽าที่พึ่งพิงธรรมชาติ โดยมีอาณาเขตติดต฽อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต฽อกับ บ฾านสันติสุข ตําบลนาแก อําเภองาว ทิศใต฾ ติดต฽อกับ ตําบลบ฾านอ฾อน อําเภองาว ทิศตะวันออก ติดต฽อกับ ตําบลบ฾านอ฾อน อําเภองาว ทิศตะวันตก ติดต฽อกับ ตําบลปงเตา อําเภองาว แผนที่บ฾านแม฽ฮ฽าง ตําบลนาแก อําเภองาว ๒) จ านวนประชากรชาติพันธุ์ ชาวบ฾านแม฽ฮ฽าง หมู฽ที่ ๔ ตําบลนาแก อําเภองาว จังหวัดลําปาง ส฽วนใหญ฽เป็นกลุ฽มชาติพันธุแ กะเหรี่ยง และอาข฽าที่อาศัยอยู฽รวมกัน สําหรับชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู฽ที่บ฾านแม฽ฮ฽าง เป็นการอาศัยอยู฽กับบิดา มารดา และเครือญาติที่สืบเชื้อสายชนเผ฽ากะเหรี่ยง โดยมีประชากรที่เป็นชาวกะเหรี่ยง จํานวนประมาณ ๔๐๐ คน และจํานวนครัวเรือนประมาณ ๙๒ ครัวเรือน เป็นชุมชนที่มีลักษณะเหมือนชาวกะเหรี่ยงทั่วๆ ไป ซึ่งชาวบ฾าน ในหมู฽บ฾านส฽วนใหญ฽นับถือศาสนาคริสตแ นิกายโปรเตสแตนตแ (หย฽อมบ฾าน บ฾านแม฽ฮ฽าง) และมีบางส฽วนที่ยังนับถือผี ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสตแ นิกายคาทอลิก (หย฽อมบ฾าน บ฾านแม฽คิง) การประกอบอาชีพ ส฽วนใหญ฽ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม หาของปุา รับจ฾างทั่วไป วิถีชีวิตของชาวบ฾านกะเหรี่ยง ดํารงชีวิตโดยการทําไร฽ หาของปุา ในเวลาว฽าง ผู฾หญิงก็จะทอผ฾าโดยใช฾กี่เอว ไว฾สําหรับนุ฽งห฽ม และเป็นเครื่องใช฾ในบ฾าน เช฽น ผ฾าห฽ม ผ฾าปู ถุงย฽าม ผ฾าโบกหัว เสื้อไว฾ใช฾ในครัวเรือน เป็นต฾น ซึ่งประชาชนส฽วนใหญ฽ในหมู฽บ฾าน ยังคงมีความเป็นวิถีแห฽งธรรมชาติมีความเป็น เอกลักษณแของชุมชนชาวกระเหรี่ยง และยังสื่อสารระหว฽างกันผ฽านภาษากะเหรี่ยง มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๔ ๓) ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน บ฾านแม฽ฮ฽าง หมู฽ที่ ๔ ตําบลนาแก อําเภองาว จังหวัดลําปาง ในอดีตมีบริเวณกว฾างขวางมาก เป็นเมืองโบราณที่มีชื่อว฽า “เวียงแปูง” ปัจจุบันยังปรากฏซากปรักหักพังให฾เห็นอยู฽ทั่วไป ซึ่งเดิมชาวบ฾านแม฽ฮ฽าง ได฾อาศัยอยู฽ ณ บ฾านแม฽กวัก (แม฽หินในปัจจุบัน) ได฾เข฾ามาทําไร฽ ทําสวน และสร฾างที่พักอาศัยชั่วคราว เพื่ออยู฽ดูแลไร฽ ต฽อมามีชาวบ฾านเริ่มเข฾ามาอาศัยอยู฽กันมากขึ้น จึงได฾ย฾ายเข฾ามาอยู฽อย฽างถาวร ณ บ฾านแม฽ฮ฽าง เนื่องจากการเดินทาง ไป-กลับค฽อนข฾างลําบาก โดยเริ่มจากไม฽กี่หลังคาเรือนและเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงได฾มีการรวมตัวกันสร฾างโบสถแเพื่อใช฾ เป็นสถานที่นมัสการพระเจ฾า และได฾เลือกอาจารยแลูน ศักดา เป็นผู฾ดูแลคริสตจักร และเป็นผู฾ใหญ฽บ฾าน ต฽อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๙ ได฾มีการประชุมประจําปีคริสตจักรภาคที่ ๑๐ ณ คริสตจักรมากมายจึงได฾มีการเสนอต฽อที่ประชุมภาค เพื่อพิจารณาแต฽งตั้งกลุ฽มสมาชิกบ฾านแม฽ฮ฽างเป็นคริสตจักรที่ได฾พิจารณาและอนุมัติก฽อตั้งเป็นคริสตจักรโดยใช฾ชื่อว฽า “คริสตจักรวรกาย” แล฾วได฾ตั้งอาจารยแลูน ศักดา เป็นศิษยแยาภิบาลประจําการ หลังจากนั้นไม฽นานได฾เกิดไฟไหม฾ โบสถแวอดไปทั้งหลัง ทางคริสตแจักรจึงได฾เสนอเรื่องก฽อตั้งโบสถแใหม฽อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต฽เริ่มแรกที่มีการก฽อตั้งหมู฽บ฾าน แม฽ฮ฽างจนถึงปัจจุบัน มีผู฾นําทําหน฾าที่ผู฾ใหญ฽บ฾านทั้งสิ้น จํานวน ๕ คน ปัจจุบันมีนายอรุณ เยละ เป็นผู฾ใหญ฽บ฾าน โดยบ฾านแม฽ฮ฽างมีการแบ฽งหย฽อมบ฾านออกเป็น ๓ หย฽อม ได฾แก฽ หย฽อมบ฾านแม฽ฮ฽าง (ประชากรส฽วนใหญ฽นับถือ ศาสนาคริสตแ นิกายโปรเตสแตนตแ เป็นกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยง ชุมชนดั้งเดิม) หย฽อมบ฾านห฾วยจอน (เป็นชาวเผ฽าอาข฽า ที่ย฾ายมาจากอําเภอแม฽จัน อําเภอแม฽สรวย และอําเภอแม฽ฟูาหลวง จังหวัดเชียงราย ประชากรนับถือผี และศาสนาคริสตแ นิกายคาทอลิก) และหย฽อมบ฾านแม฽คิง (เป็นกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงและเป็นชุมชนดั้งเดิม ประชากรนับถือผี ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสตแ นิกายคาทอลิก)๒๔ การตั้งถิ่นฐานบ฾านเรือนภายในหมู฽บ฾านแม฽ฮ฽าง (ที่มา : https://www.facebook.com/aroon.yela.๕/photos. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ๔) การประกอบอาชีพของชุมชนชาติพันธุ์ อาชีพของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽าง ส฽วนใหญ฽ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช฽น การปลูกข฾าวทําไร฽ ทํานา ทําสวน เป็นต฾น ซึ่งแต฽เดิมเป็นหมู฽บ฾านที่ทําการเกษตรเพื่อการยังชีพ โดยทําการเกษตรรูปแบบไร฽หมุนเวียน ทํากันปีละหนึ่งครั้ง พอเสร็จสิ้นจากการทําไร฽ ประชาชนส฽วนใหญ฽ก็จะอยู฽กับบ฾าน ทํางานทั่วไป เช฽น รับจ฾างทั่วไป หาของปุา ทอผ฾า จักสานตามวิถีดั้งเดิมของชุมชน เป็นการดํารงชีพแบบเรียบง฽าย แบบพอเพียง แต฽ในปัจจุบัน ได฾เกิดการเปลี่ยนแปลงไปมาก ซึ่งจากการทําเกษตรเพื่อการยังชีพ เปลี่ยนมาเป็นการทําเกษตรกรรมเพื่อการค฾าขาย มากขึ้น ทําให฾มีการแผ฾วถางปุามากขึ้น จากที่เคยทําการเกษตรปีละครั้ง มาเป็นการทําเกษตรตลอดทั้งปี ๒๔คณะกรรมการส฽งเสริมวิทยาศาสตรแ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), ๒๕๖๓. “สถานการณแและภาพรวมงานวิจัยเพื่อพัฒนาและแก฾ปัญหาในจังหวัด ลําปาง” มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๕ จากที่ไม฽มีหนี้สินกลับมีหนี้สิน ในปัจจุบันพื้นที่ส฽วนใหญ฽จะเป็นพื้นที่ปลูกข฾าวโพด สภาพปุากลายเป็นภูเขาหัวโล฾น นอกจากนี้ชาวบ฾านยังมีการเก็บหาของปุา ซึ่งถือเป็นแหล฽งรายได฾ให฾กับชาวบ฾าน ทั้งเพื่อการบริโภคและจําหน฽าย โดยภายในหมู฽บ฾านจะมีข฾อตกลง ระเบียบการจัดการที่คนในหมู฽บ฾านตกลงร฽วมกันและปฏิบัติกันอย฽างเคร฽งครัด ในช฽วงที่ละเว฾นจากการทํานาชาวบ฾านก็จะอยู฽บ฾าน โดยเฉพาะผู฾หญิงก็จะทอผ฾า ผู฾ชายก็จะออกทํางานรับจ฾างทั่วไป ดังนั้นกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽าง ส฽วนใหญ฽ประกอบอาชีพหลักคือ เกษตรกรรม โดยการเพาะปลูกทําไร฽ ทํานา และมีอาชีพรองที่สร฾างรายได฾ให฾แก฽ครอบครัวคือ การรับจ฾าง ค฾าขาย และอุตสาหกรรมในครัวเรือน ได฾แก฽ การทอผ฾ากี่เอว โดยบ฾านแม฽ฮ฽าง มีผลิตภัณฑแจากผ฾าทอ อาทิ เสื้อผู฾ชาย-ผู฾หญิง ถุงย฽าม ผ฾าโบกหัว เป็นต฾น ไว฾ใช฾ใน ครัวเรือนและเพื่อขายให฾กับนักท฽องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีการทําเครื่องจักสาน และการทําหน฽อไม฾อัดปี๊บ เป็นต฾น การทําเกษตรกรรมภายในหมู฽บ฾านแม฽ฮ฽าง (ที่มา : https://www.facebook.com/aroon.yela.๕/photos. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ๒.๒.๒ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ๑) วิถีชีวิตวัฒนธรรม กลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽าง ยังคงมีอัตลักษณแทางชาติพันธุแของกลุ฽มในด฾านวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท฾องถิ่น ทั้งด฾านที่อยู฽อาศัย ภาษา อาหาร ประเพณี และการแต฽งกายของกลุ฽มชาติพันธุแ ทําให฾เกิดเป็น ชุมชนเข฾มแข็ง โดยยังคงรักษาวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่เรียบง฽ายที่อาศัยอยู฽ร฽วมกับธรรมชาติ ประเพณีพิธีกรรมของ ชาวกะเหรี่ยงไว฾ไม฽ให฾สูญหาย แม฾ว฽าในอดีตหมู฽บ฾านแห฽งนี้จะเคยนับถือผี แต฽ปัจจุบันศาสนาคริสตแได฾เข฾ามามี บทบาทในหมู฽บ฾านมากขึ้น จึงทําให฾หมู฽บ฾านแห฽งนี้กลายเป็นหมู฽บ฾านที่นับถือศาสนาคริสตแ ทว฽าความเป็นอัตลักษณแ ของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงยังคงมีการรักษาและสืบทอดผ฽านภาษา การแต฽งกาย มาจนถึงปัจจุบันนี้ ด้านที่อยู่อาศัย ลักษณะบ฾านเรือนของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽าง มีลักษณะคล฾ายกับบ฾านเรือน ของคนพื้นเมืองทั่วไป ทั้งที่เป็นบ฾านลักษณะสองชั้น และชั้นเดียว โดยมีการแบ฽งสัดส฽วนพื้นที่ในตัวบ฾าน ได฾แก฽ ห฾องนอนส฽วนตัวของลูก ห฾องนอนของพ฽อแม฽ มีพื้นที่ว฽างกลางบ฾านที่ใช฾สําหรับดูโทรทัศนแ และพูดคุยกัน มีห฾องครัวที่แยกออกจากตัวบ฾านใช฾สําหรับทําอาหาร และมีใต฾ถุนบ฾านที่ใช฾สําหรับการทอผ฾ากี่เอว รวมถึงเป็นที่ พบปะพูดคุยกันของเพื่อนบ฾านใกล฾เคียงในการทํากิจกรรมต฽าง ๆ ส฽วนห฾องน้ําจะเป็นแบบส฾วมซึม ส฽วนใหญ฽จะไม฽ แยกออกจากห฾องอาบน้ํา แต฽ในปัจจุบันลักษณะการสร฾างบ฾านของชาวบ฾านแม฽ฮ฽างส฽วนใหญ฽นิยมสร฾างบ฾านชั้นเดียว ยกพื้นสูง บริเวณใต฾ถุนใช฾เป็นที่พักผ฽อนและเก็บของ ตัวบ฾านใช฾ไม฾เนื้อแข็ง ทั้งเสาบ฾าน ฝาบ฾าน และพื้นบ฾าน มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๖ ส฽วนหลังคามุงด฾วยกระเบื้อง ซึ่งการสร฾างบ฾านด฾วยไม฾เนื้อแข็ง เพื่อให฾มีความคงทนมากขึ้น แต฽ยังคงเห็นลักษณะ ที่อยู฽อาศัยแบบดั้งเดิมของกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงที่บ฾านแม฽ฮ฽าง หมู฽ที่ ๔ ตําบลนาแก อําเภองาว จังหวัดลําปาง ที่ยังคงรักษาความเป็นอัตลักษณแในเรื่องที่อยู฽อาศัยของชาวกะเหรี่ยงแบบดั้งเดิมไว฾อยู฽ บ฾านเรือนภายในบ฾านแม฽ฮ฽าง ตําบลนาแก ด้านการแต่งกาย สําหรับการแต฽งกายของชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽างนั้น ชุดของเด็ก หรือ ผู฾หญิงโสด เรียกว฽า ชุดเชวา มีทั้งสีขาวและสีแดง ทรงกระสอบยาวเลยเข฽า แต฽งลายบริเวณหน฾าอก ส฽วนด฾านล฽างที่ชายผ฾าชุดเชวา จะทําชายผ฾าให฾รุ฽ยเป็นเส฾น ๆ ตามตัวผ฾าส฽วนอื่น ๆ จะแต฽งลายเล็กน฾อย ผู฾ชายจะใส฽ชุดเสื้อคอสีแดง ใส฽กางเกงทรงกระบอก เนื่องด฾วยในปัจจุบันผู฾ชายกะเหรี่ยง นิยมแต฽งกายเหมือนผู฾คนในท฾องถิ่นทั่วไป แต฽ส฽วนใหญ฽ยังคงมีเสื้อสีแดงสําหรับไว฾ใส฽ในโอกาสสําคัญ ซึ่งเสื้อสีแดง เป็นสัญลักษณแของความเป็นชาย แสดงถึงความอดทน แข็งแรง เสื้อสีแดงของชายกะเหรี่ยงเป็นเสื้อทรง กระสอบคอเสื้อรูปตัววี ตรงชายคาเสื้อจะติดพู฽ห฾อยลงมา ตัวเสื้อจะมีการตกแต฽งด฾วยแถบสีไม฽มีการปักประดับ เหมือนเสื้อผู฾หญิงสมัยก฽อนเสื้อแดงของชายโสดจะมีพู฽ห฾อยยาวลงมาเลยชายเสื้อ ส฽วนเสื้อแดงของชายที่แต฽งงาน แล฾วจะติดพู฽ห฾อยลงมาเสมอชายเสื้อ เพราะชายที่แต฽งงานแล฾วต฾องทํางานมากขึ้น การที่ใส฽เสื้อที่มีพู฽ยาว จะทําให฾รุงรัง ไม฽สะดวกในการทํางาน ผู฾ชายกะเหรี่ยงจะสวมกางเกงแบบคนไทยภาคเหนือ ส฽วนผู฾หญิงที่แต฽งงาน หรือมีครอบครัวแล฾ว จะใส฽ชุดเป็น ๒ ส฽วนคือ ผ฾าซิ่นสีแดง และใส฽เสื้อ คอสีดํา น้ําเงิน คนละท฽อน ตกแต฽งด฾วยลูกเดือย หรือทอยกดอก ยกลาย หรือปักด฾วยด฾ายหลากสีในลวดลาย ชนิดต฽าง ๆ ซึ่งแต฽ละชนิดจะเลียนแบบจากธรรมชาติ ดังนั้นชาวกะเหรี่ยงในหมู฽บ฾านแม฽ฮ฽าง ตําบลนาแก อําเภองาว จังหวัดลําปาง การแต฽งกาย จะแต฽งกายคล฾ายกับกะเหรี่ยงทั่ว ๆ ไป คือ ผู฾หญิงถ฾ายังไม฽ได฾แต฽งงาน จะสวมใส฽ชุดสีขาวยาวกรอมเท฾า สําหรับผู฾หญิง ที่แต฽งงานแล฾ว จะใส฽เสื้อสีต฽าง ๆ และผ฾าถุง สําหรับผู฾ชายในปัจจุบันจะสวมใส฽เสื้อสีต฽าง ๆ ตามความต฾องการ และนิยมแต฽งกายด฾วยเสื้อผ฾าทั่วไป เช฽น เสื้อยึด กางเกงยีนสแ เป็นต฾น แต฽หากในหมู฽บ฾านมีงานสําคัญทางศาสนา หรืองานที่หมู฽บ฾านมีการรวมตัวกัน สมาชิกในหมู฽บ฾านจะต฾องแต฽งกายด฾วยชุดกะเหรี่ยง มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๗ ชุดเชวา สําหรับหญิงสาวที่ยังไม฽ได฾แต฽งงาน (ที่มา : https://www.facebook.com/aroon.yela.๕/photos. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) การแต฽งกายหญิงสาวที่แต฽งงานแล฾ว (ที่มา : https://www.facebook.com/aroon.yela.๕/photos. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) การแต฽งกายของผู฾ชายในหมู฽บ฾านแม฽ฮ฽าง (ที่มา : https://www.facebook.com/aroon.yela.๕/photos. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ด้านอาหาร อาหารหลักของชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽างส฽วนใหญ฽นิยมนําพืชผักที่หาได฾ในปุาตามฤดูกาล และตามรั้วบ฾าน มาปรุงแต฽งด฾วยวิธีการต฽าง ๆ เช฽น ต฾ม แกง ผัด เป็นต฾น อาทิ ผักกูด ผักหนาม หน฽อไม฾ เห็ดลม เห็ดถอบ และผักหวานปุา ฯลฯ โดยนํามาผสมกับเครื่องปรุงต฽าง ๆ ที่มีอยู฽ในครัว ส฽วนอาหารที่เป็นเนื้อสัตวแจะได฾ จากที่เลี้ยงไว฾บริโภคในครัวเรือน เช฽น ไก฽ หมู หากเป็นสัตวแน้ําจะหาตามลําห฾วยต฽าง ๆ ซึ่งในลําห฾วยสามารถหาได฾ ทุกฤดูกาล แต฽ชาวบ฾านจะไม฽นิยมจับสัตวแน้ําในช฽วงฤดูฝน เนื่องจากเป็นช฽วงที่สัตวแน้ําวางไข฽และเป็นช฽วงที่มี น้ําหลากหาปลาต฽าง ๆ ยาก นอกจากนี้ยังมีการทําข฾าวเบ฿อะ นิยมใช฾ข฾าวสารหรือข฾าวจ฾าวต฾มให฾สุก จากนั้นใส฽ น้ําพริกแกง เนื้อสัตวแ และผัก โดยชาวกะเหรี่ยงรับประทานอาหารชนิดนี้เป็นกับข฾าว ซึ่งแต฽ละพื้นที่จะมีรสชาติ ของข฾าวเบ฿อะที่แตกต฽างกันออกไปขึ้นอยู฽กับการปรุงรสชาติของข฾าวเบ฿อะ ดังนั้นชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽าง รับประทานอาหารในแต฽ละวันนั้นแบ฽งออกเป็นสามเวลา ชาวกะเหรี่ยงเรียกว฽า “เอาะแม” ซึ่งมีข฾าวเป็นหลัก เหมือนกับคนทั่ว ๆ ไป มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๘ อาหารของชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽าง ด้านภาษา ชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽างส฽วนใหญ฽เป็นกะเหรี่ยงโปวแ (ผู฾คนในพื้นที่ดั้งเดิม) แต฽จะมีบางส฽วน ที่เป็นกะเหรี่ยงสกอวแ คือ กะเหรี่ยงที่มาจากพื้นที่ข฾างนอกเข฾ามาแต฽งงานกับคนในหมู฽บ฾าน ซึ่งภาษาพูดที่ใช฾เป็น ภาษากะเหรี่ยงโปวแ ส฽วนภาษาเขียนจะใช฾ภาษากะเหรี่ยงสกอวแ ซึ่งเป็นภาษาทางการที่มีการใช฾มากในหมู฽ชน ชาวกะเหรี่ยง หรืออาจเรียกได฾ว฽าเป็นภาษากลางของกะเหรี่ยง คาดว฽าบ฾านแม฽ฮ฽างมีการใช฾ภาษากะเหรี่ยงสกอวแ ตั้งแต฽ที่มีมิชชั่นนารีมาเผยแผ฽ศาสนาและสอนภาษากะเหรี่ยงสกอวแอ฽านพระคัมภีรแ ร฾องเพลง ที่เขียนด฾วยภาษา กะเหรี่ยงสกอวแ ดังนั้นชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽างใช฾ภาษาในการสื่อสารกันหลายภาษา ทั้งภาษากะเหรี่ยงโปวแ กะเหรี่ยงสกอวแ ภาษาเมือง (คําเมือง) ภาษาไทยกลาง เป็นต฾น แต฽ภาษาที่นิยมพูดกันภายในหมู฽บ฾าน คือ ภาษากะเหรี่ยงโปวแ ๒) ประเพณี/เทศกาล ประเพณีวันอีสเตอร์ (วันคืนพระชนม์พระเจ้า) ประเพณีวันอีสเตอรแ เป็นอีกหนึ่งในเทศกาลที่สําคัญมากที่สุดในศาสนาคริสตแ เนื่องจาก วันอีสเตอรแนั้น เป็นวันเฉลิมฉลองการคืนพระชนมแของพระเยซูหลังจากที่ทรงถูกตรึงกางเขน และสิ้นพระชนมแไปแล฾วเป็นเวลา ๓ วัน โดยในแต฽ละปีจะไม฽ตรงกันขึ้นอยู฽กับการกําหนด โดยสภาคริสตจักร ในประเทศไทย และสิ่งที่ชาวบ฾านแม฽ฮ฽างจะทําร฽วมกันในวันอีสเตอรแคือ จะช฽วยกันทําความสะอาดปุาช฾า ของหมู฽บ฾านและจัดเตรียมสถานที่บริเวณปุาช฾าประจําหมู฽บ฾านก฽อนวันงาน ๑ วัน และในช฽วงเช฾ามืดของวันถัดไป เวลาประมาณ ๐๔.๐๐ น. ชาวบ฾านจะออกไปรวมตัวกันที่ปุาช฾าอีกครั้ง เพื่อทําการนมัสการพระเจ฾าร฽วมกัน และจะทําการนมัสการร฽วมกันอีกครั้งในตอนกลางวันที่โบสถแ พร฾อมทั้งยังมีการแสดงของเด็ก ๆ มีการร฽วมร฾องเพลง และร฽วมรับประทานอาหารร฽วมกัน นอกจากนั้นยังมีการตามหาไข฽ไก฽ที่ต฾มแล฾วที่จะถูกนําไปซ฽อนไว฾บริเวณ โดยรอบของโบสถแ ซึ่งสําหรับความเชื่อของศาสนาคริสตแแล฾วไข฽ไก฽นั้น หมายถึง การมีชีวิตใหม฽ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๓๙ ประเพณีวันคริสต์มาส (เทศกาลคริสต์มาส) ชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽างจะร฽วมพิธีทางศาสนาคริสตแ เนื่องในวันคริสตแมาส ถือเป็นวันคล฾ายวันประสูติ ของพระเยซูคริสตแ จึงเป็นวันที่ชาวคริสเตียนทั่วโลก มีความชื่นชมยินดีเป็นอย฽างมาก โดยกิจกรรมของหมู฽บ฾านนั้น ได฾มีการจัดขึ้นในวันที่ ๒๔-๒๕ ธันวาคมของทุกปี จะมีการจัดเตรียมงาน มีการเตรียมแจกเสื้อผ฾า อาหารต฽าง ๆ ให฾แก฽แขกที่มาเยือน นอกจากนั้นในช฽วงกลางคืนชาวบ฾านในหมู฽บ฾านบางส฽วนจะออกเดินไปร฾องเพลงและอวยพร ตามบ฾านต฽าง ๆ ในหมู฽บ฾านจนถึงรุ฽งเช฾า โดยในวันที่ ๒๕ ธันวาคม จะมีการนมัสการพระเจ฾า และรับประทานอาหารร฽วมกัน เทศกาลคริสตแมาสบ฾านแม฽ฮ฽าง (ที่มา : https://www.facebook.com/aroon.yela.๕/photos. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ๓) ศาสนา/พิธีกรรม ชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽ฮ฽าง ส฽วนใหญ฽นับถือศาสนาคริสตแ นิกายโปรเตสแตนตแ (หย฽อมบ฾านแม฽ฮ฽าง) และมีบางส฽วนที่ยังนับถือผี ศาสนาพุทธ และศาสนาคริสตแ นิกายคาทอลิก (หย฽อมบ฾านแม฽คิง) โดยมีสถานที่ใช฾ ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาคริสตแ คือ โบสถแคริสตจักรวรกาย ซึ่งทุกวันอาทิตยแชาวบ฾านจะหยุดการทํางาน และจะไม฽ออกไปยังที่ต฽าง ๆ หากไม฽จําเป็น โดยจะรวมใจกันไปนมัสการพระเจ฾าที่โบสถแ ในระหว฽างการนมัสการ พระเจ฾า ตั้งแต฽เริ่มต฾นจนจบการนมัสการ ชาวบ฾านมีการใช฾ภาษากะเหรี่ยงทั้งหมด ไม฽ว฽าจะเป็นการอธิษฐาน การอ฽านพระคัมภีรแ การเทศนา การถวายเสียงเพลง และการประชาสัมพันธแข฽าวสารในคริสตจักร ซึ่งในหนังสือ พระคัมภีรแจะมีทั้งภาษาไทยและภาษากะเหรี่ยง นมัสการพระเจ฾าที่โบสถแคริสตจักรวรกาย (ที่มา : https://www.facebook.com/aroon.yela.๕/photos. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) พิธีกรรมการเกิด การเกิดในสมัยก฽อนหมอตําแยเป็นผู฾ทําคลอด เนื่องจากการเดินทางไปโรงพยาบาลลําบาก และมีค฽าใช฾จ฽ายสูง เมื่อเด็กคลอดพ฽อของเด็กจะนํารกไปฝังใต฾บันไดขั้นแรก ซึ่งมีความเชื่อว฽าเมื่อเด็กโตขึ้น เด็กจะมี ความรักและผูกพันกับบ฾าน หากเด็กหลงหายบันไดจะเรียกขวัญเรียกให฾เด็กกลับบ฾าน ปัจจุบันการฝากท฾องและ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๐ การคลอดต฾องไปคลอดที่โรงพยาบาล จึงทําให฾การฝังรกใต฾บันไดจึงได฾สูญหายไป เมื่อเด็กอายุได฾ ๑ เดือน มีการ ประกอบพิธีทางศาสนาคือ จะเชิญผู฾นําศาสนามาประกอบพิธีศาสนาที่บ฾าน เป็นการนมัสการขอให฾พระเจ฾า คุ฾มครองเด็กให฾มีสุขภาพแข็งแรง ให฾เติบโตเป็นคนดี รวมทั้งอาจมีการตั้งชื่อเป็นภาษากะเหรี่ยง พิธีกรรมการแต่งงาน พิธีการแต฽งงานการใช฾ชีวิตคู฽ร฽วมกันของชายหนุ฽มหญิงสาว จะเกิดขึ้นได฾เมื่อพ฽อแม฽ทั้งสองฝุาย ได฾ตกลงกับยอมให฾ชายหนุ฽มกับหญิงสาวสามารถแต฽งงานและใช฾ชีวิตร฽วมกันได฾ จึงกําหนดวัน เวลา ในการประกอบ พิธีทางศาสนา จากนั้นจึงแจ฾งให฾ผู฾นําศาสนาทราบ ขั้นตอนการประกอบพิธีทางศาสนาไม฽มีความสลับซับซ฾อน ผู฾ที่อยู฽ในขบวนพิธีประกอบด฾วยผู฾ประกอบพิธี เจ฾าบ฽าวเจ฾าสาว เพื่อนเจ฾าบ฽าวเพื่อนเจ฾าสาวเด็กถือพาน และหนังสือทะเบียนสมรส เด็กถือพานมาลัย เด็กถือพานแหวน เด็กโปรยดอกไม฾และพ฽อแม฽คู฽บ฽าวสาว ซึ่งพิธีกรรมจะเป็นแบบสากล โดยจะประกอบพิธีภายในโบสถแ สําหรับการแต฽งกายจะแต฽งกายด฾วยชุดกะเหรี่ยง ทั้งหมด เมื่อเสร็จพิธีจะมีการรับประทานอาหารร฽วมกันที่บ฾านเจ฾าบ฽าวและบ฾านเจ฾าสาวจากนั้นเวลาตอนหัวค่ําจะมี การนมัสการที่บ฾านเจ฾าสาว เพื่อเป็นการอวยพรให฾คู฽บ฽าวสาวครองรักกันอย฽างมั่นคง พิธีกรรมเกี่ยวกับการตาย เมื่อมีการตายเกิดขึ้นในหมู฽บ฾านแม฽ฮ฽าง ชาวบ฾านจะอยู฽พร฾อมกันที่บ฾านผู฾เสียชีวิต เพื่อร฽วมไว฾อาลัย และแสดงความเสียใจกับญาติพี่น฾อง จากนั้นผู฾นําทางศาสนาจะประกอบพิธีมนัสการพระเจ฾า เพื่อมอบดวงวิญญาณ กลับสู฽อ฾อมแขนของพระเจ฾า และเป็นการหมุนใจญาติพี่น฾อง โดยการเก็บศพไว฾ขึ้นอยู฽กับญาติพี่น฾อง ของผู฾เสียชีวิตว฽าต฾องการเก็บไว฾กี่วัน หลังจากที่ญาติพี่น฾องตัดสินใจจะทําพิธีฌาปณกิจศพ จะมีการนมัสการ พระเจ฾าอีกครั้งก฽อนที่จะมีการบรรจุศพลงในโลง จากนั้นจะมีการเคลื่อนย฾ายไปที่สุสานเพื่อประกอบพิธีฝังศพ เมื่อฝังศพเสร็จแล฾วจะมีการนมัสการที่บ฾านญาติผู฾เสียชีวิตอีก ๓ คืน เพื่อเป็นการให฾กําลังใจญาติพี่น฾อง ๔) ศิลปะ/การแสดง ศิลปะการแสดงชนเผ่า การเต฾นรําที่นําเอาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง มาประยุกตแเป็นท฽าทางลีลาประกอบเพลง ที่มีเนื้อร฾องเป็นภาษากะเหรี่ยง ซึ่งผู฾ที่ทําการแสดงจะสวมผ฾าโพกศีรษะ แต฽งกายด฾วยชุดกะเหรี่ยง เพื่อให฾เห็นถึง วิถีชีวิต วัฒนธรรม และการแต฽งกายของกลุ฽มชาติพันธุแ ในปัจจุบันอาจเห็นลักษณะของการแสดงเต฾นรําชนเผ฽าได฾ ในกลุ฽มเด็กและเยาวชนโรงเรียนบ฾านแม฽ฮ฽าง ที่จะมีการแสดงในงานเทศกาลสําคัญต฽าง ๆ ภายในหมู฽บ฾าน และทําการแสดง ต฾อนรับแขกหรือนักท฽องเที่ยวที่เข฾ามาเยี่ยมชมหมู฽บ฾าน เป็นต฾น ศิลปะการแสดงชนเผ฽า (ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=PbFAwW๗QD๑s. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๑ ๒.๓ บ้านแม่หมีใน ต าบลหัวเมือง อ าเภอเมืองปาน จังหวัดล าปาง ๒.๓.๑ บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ ๑) ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ บ฾านแม฽หมีใน หมู฽ที่ ๖ ตําบลหัวเมือง อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง ตั้งอยู฽ห฽างจาก ตัวจังหวัดลําปาง ไปทางทิศเหนือประมาณ ๑๒๐ กิโลเมตร และอยู฽ห฽างจากตัวอําเภอเมืองปานประมาณ ๔๕ กิโลเมตร สูงจาก ระดับน้ําทะเลประมาณ ๗๐๐ เมตร ซึ่งบ฾านแม฽หมีในมีทั้งหมด ๓ หย฽อมบ฾าน คือ หย฽อมบ฾านแม฽หมีใน หย฽อมบ฾าน แม฽หมีนอก และหย฽อมบ฾านจกปก โดยมีลําน้ําหลักที่สําคัญของหมู฽บ฾าน ๔ ลําน้ํา คือ ลําน้ําแม฽หมี ลําน้ําห฾วยปุาคา ลําน้ําห฾วยก฾อม และลําน้ําห฾วยแม฽หมีน฾อย มีน้ําไหลตลอดปี ซึ่งบ฾านแม฽หมีใน ตําบลหัวเมือง อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง มีอาณาเขตติดต฽อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต฽อกับ บ฾านจําบอน ตําบลแม฽เจดียแใหม฽ อําเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย ทิศใต฾ ติดต฽อกับ บ฾านทุ฽งยาง หมู฽ ๖ ตําบลหัวเมือง อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง ทิศตะวันออก ติดต฽อกับ บ฾านแม฽สง ตําบลร฽องเคาะ อําเภอวังเหนือ จังหวัดลําปาง ทิศตะวันตก ติดต฽อกับ บ฾านเมืองน฾อย ตําบลแม฽เจดียแใหม฽ อําเภอเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย สภาพแวดล฾อมภายในหมู฽บ฾านแม฽หมีใน (ที่มา : https://www.nairobroo.com/travel/meamhee-teerak/. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ๒) จ านวนประชากรชาติพันธุ์ บ฾านแม฽หมีใน ตําบลหัวเมือง อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง มีประชากรประมาณ ๑๑๘ คน ครัวเรือนประมาณ ๒๐ ครัวเรือน กลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีในเข฾ามาตั้งถิ่นฐานนานประมาณ ๑๕๗ ปี ลักษณะการตั้งบ฾านเรือนอยู฽รวมกันเป็นกลุ฽ม มีภูเขาล฾อมรอบและลําห฾วยไหลผ฽าน ชาวบ฾านส฽วนใหญ฽ประกอบ อาชีพเกษตรกรรมอยู฽ในหมู฽บ฾านมากกว฽าออกไปทํางานนอกหมู฽บ฾าน ชาวบ฾านยังคงยึดถือความเชื่อประเพณี และวัฒนธรรมดั้งเดิมอย฽างเคร฽งครัดเยาวชนในหมู฽บ฾านส฽วนใหญ฽เรียนที่ศูนยแการเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม฽ฟูาหลวง บ฾านแม฽หมีใน ซึ่งเปิดสอนวันจันทรแถึงศุกรแ โดยครูอาสาสมัคร ไม฽มีการปิดภาคเรียน แต฽จะพักการเรียนช฽วงสิ้นเดือน ถึงต฾นเดือน วิชาหลักที่สอนคือภาษาไทยและคณิตศาสตรแ ศึกษาจบได฾วุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ ซึ่งมีการศึกษาต฽อในระดับมัธยมหลายสถาบันโดยกรมประชาสงเคราะหแและมูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิต และสังคมให฾การสนับสนุนทุนการศึกษา ๓) ประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐาน ประวัติการตั้งหมู฽บ฾านแม฽หมีใน เล฽ากันว฽า กะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีในอพยพมาจากบ฾านเมืองคอน อําเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม฽ เมื่อประมาณ ๔๓๓ ปี หรือประมาณปี พ.ศ.๒๓๘๓ โดยการนําของ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๒ นายพะตือ ยาง เข฾ามาตั้งถิ่นฐานบ฾านเรือนอยู฽บริเวณที่ราบในหุบเขาริมลําห฾วยแม฽หมี เพื่อหาที่ดินทํากินแห฽งใหม฽ ในบริเวณริมห฾วยแม฽หมี ทางทิศใต฾ของที่ตั้งหมู฽บ฾านปัจจุบัน เรียกว฽า บ฾านเกอแนโป หลังจากนั้นได฾ย฾ายหมู฽บ฾าน ไปอยู฽บริเวณลําห฾วยแม฽หมีและแม฽ตเอม ต฽อมามีชาวกะเหรี่ยงจากตําบลแจ฾ซ฾อน อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง และเวียงปุาเปูา จังหวัดเชียงราย ได฾อพยพเข฾ามาอยู฽ด฾วย ซึ่งการย฾ายที่ตั้งหมู฽บ฾านแต฽ละครั้งมีสาเหตุต฽างกัน เช฽น ผู฾นําเสียชีวิต เกิดโรคระบาด เกิดความขัดแย฾งในหมู฽บ฾าน และย฾ายเพื่อให฾อยู฽ใกล฾พื้นที่ทํากิน จนกระทั่งมีการ แยกกลุ฽มบ฾านออกเป็น ๒ กลุ฽มใหญ฽ คือ กลุ฽มบ฾านแม฽หมี และกลุ฽มบ฾านแม฽ตเอม ทั้งนี้ในกลุ฽มบ฾านแม฽หมีได฾ แบ฽งออกเป็น ๒ หย฽อม คือ บ฾านแม฽หมีในและบ฾านแม฽หมีนอก ต฽อมาปีพ.ศ. ๒๕๒๐ นายโคโล฽ ยาง ผู฾นําในขณะนั้น ได฾แยกหมู฽บ฾านแม฽หมีมาตั้งในพื้นที่ปัจจุบัน โดยการจัดระเบียบหมู฽บ฾าน ประกอบด฾วยผู฾ใหญ฽บ฾าน ซึ่งเป็นคนพื้นราบ บ฾านทุ฽งยาง และคณะกรรมการหมู฽บ฾าน ๙ คน กรรมการที่ปรึกษา ๓ คน กรรมการตรวจปุา ๖ คน กรรมการ การศึกษา ๕ คน ทั้งนี้การแต฽งตั้งคณะกรรมการหมู฽บ฾านมาจากความเห็นร฽วมของชาวบ฾าน นอกจากผู฾นําที่รัฐ แต฽งตั้งแล฾วบ฾านแม฽หมีในยังมีผู฾นําดั้งเดิมซึ่งเรียกว฽า “ญี่โข฽” ด฾วย ผู฾นําทั้งสองกลุ฽มแบ฽งบทบาทหน฾าที่กัน คือ คณะกรรมการหมู฽บ฾านดูแลการติดต฽อประสานงานกับหน฽วยงานนอกชุมชน ส฽วนญี่โข฽และผู฾อาวุโสของหมู฽บ฾าน ดูแลเรื่องที่เกี่ยวข฾องกับประเพณีวัฒนธรรมในชุมชน เช฽น พิธีมัดมือปีใหม฽ พิธีแต฽งงาน พิธีเลี้ยงผีไร฽ นอกจากนั้น ญี่โข฽ยังดูแลลูกบ฾านไม฽ให฾ทําผิดข฾อห฾ามของหมู฽บ฾านและกฎหมายด฾วย๒๕ ๔) การประกอบอาชีพของชุมชนชาติพันธุ์ อาชีพส฽วนใหญ฽ของชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีใน จะประกอบอาชีพเกษตรกร โดยการปลูกข฾าว ทําไร฽หมุนเวียน ทําสวน และปลูกผักสวนครัวในไร฽ บางครอบครัวก็ปลูกกาแฟตามแนวรั้ว นําเมล็ดไปขาย นอกจากเพาะปลูกแล฾ว ยังเก็บของปุา เช฽น น้ําผึ้ง หน฽อไม฾ เห็ด เป็นต฾น ชาวบ฾านบางคนก็มีรายได฾จํานวนมาก จากการขายสัตวแเลี้ยง นอกจากนั้น ผู฾หญิงในหมู฽บ฾านยังมีรายได฾จากการทอผ฾า โดยรวมตัวกันเป็น “กลุ฽มสตรีทอผ฾า ย฾อมสีธรรมชาติ” ซึ่งได฾รับการส฽งเสริมสนับสนุนจากมูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม และการออมทรัพยแ บ฾านแม฽หมีในมีกลุ฽มออมทรัพยแซึ่งเพิ่งก฽อตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยเริ่มจากเจ฾าหน฾าที่โครงการพัฒนาชุมชนชาวเขา มูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม แนะนําให฾กลุ฽มสัตรีทอผ฾าย฾อมสีธรรมชาติรู฾จักการออม ๒.๓.๒ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ๑) วิถีชีวิตวัฒนธรรม ชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีใน มีเอกลักษณแเฉพาะตัว มีประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อที่สืบทอดกันมา มีความใกล฾ชิดผูกพันกับธรรมชาติมาแต฽อดีต ปัจจุบันวิถีชีวิตของชาวบ฾าน ต฾องมีการติดต฽อกับสังคมภายนอก อีกทั้งชุมชนมีความใกล฾ชิดกับธรรมชาติ อาศัยธรรมชาติในการดํารงชีวิต อาชีพหลัก ได฾แก฽ เก็บของปุา ล฽าสัตวแ ทํานา ทําไร฽ ปัจจุบันความสมบูรณแของทรัพยากรธรรมชาติลดลง อาชีพเก็บของปุาล฽าสัตวแทําได฾ยากขึ้น ชาวบ฾าน จึงประกอบอาชีพทํานา ทําไร฽เป็นหลัก และมีการซื้อสินค฾าจากภายนอกมากขึ้น สภาพเศรษฐกิจชุมชน เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากมีประชากรเพิ่มมากขึ้น ทรัพยากรธรรมชาติกลับอุดมสมบูรณแน฾อยลงและพื้นที่ ทําการเกษตรมีจํากัด ชาวบ฾านมีภาวะหนี้สินในขณะที่รายได฾ลดลงทําให฾มีสภาพความเป็นอยู฽ที่ค฽อนข฾างลําบาก ๒๕ชัยศิลป฼ คนคล฽อง, ๒๕๔๓. “ความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวปกาเกอญอบ฾านแม฽หมีใน หมู฽ที่ ๖ ตําบลหัวเมือง อําเภอเมืองปาน จังหวัด ลําปาง” สํานักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรแ. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๓ ในด฾านวิถีการผลิตชาวบ฾านแม฽หมีทําไร฽หมุนเวียน วัฒนธรรมประเพณีของชนเผ฽าปกาเกอญอ ดํารงอยู฽ได฾ด฾วยการทําไร฽ซึ่งไม฽เพียงแต฽ปลูกข฾าวไร฽เท฽านั้น แต฽ยังได฾มีการปลูกพืชผักต฽างๆ โดยการนําเมล็ดพันธุแพืชต฽าง ๆ มาผสมกับเมล็ดพันธุแข฾าวปลูกลงพร฾อมกับข฾าวไร฽ และได฾มีการปลูกพืชผักอื่น ๆ อีกมากมายประกอบกับประเพณี ที่เกี่ยวข฾องกับกระบวนการทําไร฽หมุนเวียน เช฽นประเพณีปีใหม฽เป็นการเริ่มต฾นของกระบวนการผลิตทางการเกษตร ตามวิถีชีวิตของชนเผ฽า ผู฾เฒ฽า ผู฾แก฽ ภายในหมู฽บ฾านต฾องร฽วมกันหารือเพื่อคัดเลือกและกําหนดพื้นที่ทําไร฽หมุนเวียน ว฽าควรทําทางด฾านทิศไหนของหมู฽บ฾านกรรมสิทธิ์การถือครองที่ดินในไร฽หมุนเวียนจะไม฽เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต฽จะเป็นของชุมชนทุกคนเป็นเจ฾าของร฽วมกัน หรือที่เรียกว฽า“ของหน฾าหมู฽” นอกจากนี้ยังมีส฽วนที่เกี่ยวข฾องกับ การจัดการทรัพยากรที่ดิน ปุาไม฾ และน้ําตามความเชื่อที่มีการสืบทอดกันมาตั้งแต฽บรรพบุรุษของชนเผ฽าและถือเป็น กฎ ระเบียบ ข฾อห฾ามของชนเผ฽าที่ต฾องยึดถืออย฽างเคร฽งครัดนอกจากทําไร฽หมุนเวียนแล฾วชาวบ฾านแม฽หมี ได฾มีการบุกเบิกพื้นที่ราบลุ฽มตามหุบเขาใกล฾ลําห฾วยเป็นที่นา ควบคู฽กับการทําไร฽หมุนเวียน ด้านที่อยู่อาศัย ลักษณะบ฾านเรือน ตัวบ฾านยกพื้นสูงจากพื้นดินประมาณ ๑ เมตรเศษ ใต฾ถุนใช฾เลี้ยงสัตวแ เก็บฟืน เก็บพาหนะ ตากผ฾า หรือทอผ฾า ที่ว฽างข฾างบ฾านมักตั้งครกกระเดื่องซึ่งบางบ฾านอาจทําเพิงสําหรับตั้งครกกระเดื่อง แยกออกจากตัวบ฾าน โดยบ฾านทุกหลังมุงหลังคาด฾วยไม฾เกล็ด (ไม฾สัก) ใช฾ไม฾ไผ฽สับฟาก หรือไม฾ทําฝาบ฾าน พื้นบ฾าน เป็นไม฾สักหรือไม฾เนื้อแข็ง ภายในบ฾านมีห฾องนอนมิดชิดสําหรับลูกสาว ส฽วนห฾องครัวกั้นแยกออกมามีเตาไฟ อยู฽ตรงกลาง ห฾องครัวซึ่งนอกจากใช฾ทําอาหารแล฾ว ยังเป็นที่ประกอบพิธีกรรมด฾วย บ฾านหลังหนึ่งประกอบด฾วย ตัวบ฾าน ยุ฾งฉางข฾าว ลานบ฾าน และมีเขตรั้วบ฾าน โดยใต฾ถุนจะมีคอกหมู บริเวณนอกบ฾านทําคอกเพื่อเลี้ยงไก฽ วัว และควาย ลักษณะบ฾านเป็นใต฾ถุนสูงจากพื้น ๕-๖ ฟุต โดยเสาบ฾านเป็นไม฾ทั้งต฾น พื้นบางบ฾านปูด฾วยฟากไม฾ไผ฽ และฝาบ฾านใช฾ไม฾กระดาน ส฽วนหลังคามุงด฾วยใบตองตึงหรือไม฾ไผ฽ผ฽าซีกเรียกว฽า "ไม฾โขบ" แต฽ก็มีบ฾างที่มุงหลังคา กระเบื้อง ตัวบ฾านมี ๒ ส฽วน คือ ชานบ฾าน และห฾องใหญ฽ ซึ่งเป็นห฾องอเนกประสงคแสําหรับเป็นห฾องครัว ห฾องอาหาร และรับแขก โดยมีเตาไฟอยู฽ตรงกลาง มีชั้นวางของ ๓ ชั้น ทําด฾วยไม฾ไผ฽สานเพื่อวางอุปกรณแ เครื่องครัว ชั้นล฽างสุดจะตากข฾าวเปลือกด฾วยความร฾อนจากเตาไฟ ภายในห฾องค฽อนข฾างจะมืดเพราะไม฽มีหน฾าต฽าง มีเพียงแสงที่ลอดเข฾ามาตามซี่หรือรอยโหว฽ของฟาก บริเวณลานบ฾านเป็นที่ทํากิจกรรมกลางแจ฾ง เช฽น นั่งผิงไฟ ทอผ฾า ทําเครื่องจักสาน และห฾องน้ํา บ฾านเรือนในหมู฽บ฾านแม฽หมีใน มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๔ ด้านการแต่งกาย การแต฽งกาย ผู฾ชายโสดหรือแต฽งงานแล฾วจะใส฽เสื้อทรงกระบอก คอวี แขนสั้น สีแดงหรือสีชมพู เรียกว฽า เชควอ สวมกางเกงทรงใดก็ได฾ ขณะที่หญิงสาวใส฽ชุดสีขาวยาวคลุมถึงเข฽าหรือตาตุ฽ม มีลวดลาย ทอประดับเรียกว฽า เชวา ทั้งนี้หญิงสาวโสดห฾ามสวมเสื้อผ฾าสีดํา ดังนั้นจึงมีการทอเชวาสีชมพูและสีม฽วง ไว฾สวมใส฽ด฾วย สําหรับหญิงแต฽งงานแล฾วจะสวมใส฽เสื้อผ฾าสีดําหรือน้ําเงินยาวถึงเอว เรียกว฽า เชซู ประดับด฾วยลูกเดือยปักมือ สวมผ฾าถุงสีแดงหรือสีชมพู ปัจจุบันผู฾ชายนิยมแต฽งตัวเหมือนคนพื้นราบมากขึ้น เนื่องจากมีความสะดวก ในการทํางาน สําหรับเสื้อผ฾าหญิงสาวจะทอกันเอง แต฽สําหรับครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสตแมักจะไม฽ปักลูกเดือย แต฽ใช฾เป็นการทอเป็นลายต฽าง ๆ แทน การแต฽งกายของชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีใน (ที่มา : https://www.nairobroo.com/travel/meamhee-teerak/. สืบค฾นเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔) ด้านอาหาร อาหารการกิน จะมีข฾าวเป็นอาหารหลัก โดยชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีในจะตําข฾าวกินเอง ผู฾หญิงจะตําข฾าวเปลือกวันละ ๒ ครั้ง ตอนเช฾ามืดและตอนเย็น ปลายข฾าวที่ได฾จะนําไปเลี้ยงสัตวแ ในการหุงข฾าว หากหุงข฾าวแฉะจะใช฾ใบตองปิดปากหม฾อและนําไปตั้งไฟอ฽อน ๆ อีกครั้ง ข฾าวเหนียวนึ่งสุกที่ทานไม฽หมดจะนํามาทําข฾าวจี่ หรือข฾าวปิ้งในวันรุ฽งขึ้น และจะมีน้ําพริก มีส฽วนประกอบคือ พริกสด มะเขือเทศ หอมแดง ที่นําไปย฽างไฟจนสุก ปรุงรส ด฾วยเกลือ ส฽วนการกิน ใช฾ขันโตกวางอาหาร สมาชิกในบ฾านนั่งล฾อมลงรอบขันโตก บางคนใช฾ช฾อนบางคนใช฾มือกินข฾าว รวมไปถึงนิยมอาหารรสเผ็ดกับข฾าวทุกชนิดต฾องใส฽เกลือ ส฽วนพืชผักและเนื้อสัตวแที่นํามาบริโภคจะขึ้นอยู฽กับ ฤดูกาล เพราะได฾มาจากการผลิตเองและธรรมชาติ และเนื้อสัตวแที่นิยมนํามาทํากับข฾าวคือ ปลาทู ปลาแห฾ง เนื้อ หมู เนื้อวัว ปลาสด ซึ่งต฾องซื้อจากพ฽อค฾า สําหรับสัตวแเลี้ยงคือ ไก฽ และหมูนั้นเป็นสัตวแที่ใช฾ในพิธีกรรม ชาวบ฾าน ไม฽ค฽อยนํามาบริโภค ส฽วนสัตวแปุาหามาได฾เป็นครั้งคราว ส฽วนใหญ฽เป็นนก หนู กระรอก หมูปุา ไก฽ปุา เป็นต฾น โดยนิยม นํามาขาย เพราะได฾ราคาสูงและนําเงินมาซื้อของจากพ฽อค฾าแทน ดังนั้นอาหารที่ซื้อได฾แก฽ ปลาทูเค็ม ปลาแห฾ง ปลากระป฻อง เนื้อหมู เนื้อไก฽ เกลือ กะปิ ปลาร฾าขนม ผักผลไม฾ต฽าง ๆ ชาวบ฾านนิยมทํากับข฾าวอย฽างเดียวในแต฽ละมื้อ ส฽วนมากเป็นน้ําพริกและแกง นอกจากนี้ยังมีอาหารประเภทอื่น เช฽น ต฾มเค็ม หมก ยํา ไม฽ชอบกินอาหารที่มี น้ํามัน ชาวบ฾านกินข฾าวโดยนั่งเป็นวงรอบโตก สําหรับขนม ชาวบ฾านไม฽กินของหวานหลังกินข฾าวแบบคนไทย แต฽จะมีขนม ซึ่งจะทํากินในงานเลี้ยงหรือประเพณีต฽าง ๆ เช฽น ข฾าวปฺุก คือ ข฾าวเหนียวนึ่งสุกแล฾วเอามาผสมกับ งาคั่วและเกลือที่ตําละเอียดแล฾วตําให฾เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งทําในพิธีมัดมือปีใหม฽ พิธีขึ้นบ฾านใหม฽ และข฾าวเหนียวต฾ม มีลักษณะคล฾ายข฾าวต฾มน้ําวุ฾นของไทย ต฽างกันที่ขนาดและรูปร฽าง นอกจากนี้จะใช฾ตอกแทนที่จะใช฾ไม฾กลัด๒๖ ๒๖อ฾างแล฾ว ชัยศิลป฼ คนคล฽อง มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๕ ด้านภาษาและการศึกษา ชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีใน จะพูดภาษากะเหรี่ยง และภาษาไทยภาคเหนือ (คําเมือง) แต฽จะมี กลุ฽มผู฾สูงอายุที่ฟังหรือพูดภาษาไทยกลางไม฽ได฾ แต฽ชาวบ฾านโดยส฽วนใหญ฽สามารถพูดและฟังภาษาไทยภาคเหนือ (คําเมือง) ได฾ เพราะได฾ติดต฽อสื่อสารกับคนพื้นราบบ฽อยครั้ง และต฽อเนื่อง มีเพียงส฽วนน฾อยที่พูดและฟังภาษาไทยกลาง ไม฽ได฾ ในด฾านการศึกษาพบว฽าเยาวชนในหมู฽บ฾านส฽วนใหญ฽เรียนที่ศูนยแการเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม฽ฟูาหลวง บ฾านแม฽หมีใน ศูนยแการเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม฽ฟูาหลวงบ฾านหมีใน เปิดสอนวันจันทรแถึงศุกรแ โดยครู อาสาสมัคร ไม฽มีการปิดภาคเรียน แต฽จะพักการเรียนช฽วงสิ้นเดือนถึงต฾นเดือน วิชาหลักที่สอนคือภาษาไทยและ คณิตศาสตรแ ศึกษาจบได฾วุฒิการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ ๖ ซึ่งมีการศึกษาต฽อในระดับมัธยมหลายสถาบัน โดยกรมประชาสงเคราะหแและมูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคมให฾การสนับสนุนทุนการศึกษา ด้านการจัดการทรัพยากร สําหรับชุมชนบ฾านแม฽หมี ซึ่งประกอบด฾วย ๓ หมู฽บ฾านย฽อย กินพื้นที่ในเขตอุทยานประมาณ หนึ่งหมื่นกว฽าไร฽ แบ฽งเป็นพื้นที่ทํากินและเพาะปลูก ๑,๑๗๐ ไร฽ ซึ่งพื้นที่ส฽วนใหญ฽โดยเฉพาะที่ทํากินถูกประกาศ เขตอุทยานทับซ฾อนและมีปัญหาในเรื่องกรรมสิทธิ์และการถือครอง รวมถึงส฽งผลต฽อระบบการผลิตตามแบบวิถีเดิม คือไร฽หมุนเวียน ทั้งนี้ชาวบ฾านได฾เสนอประเด็นเรื่องการดูแลจัดการทรัพยากรร฽วมกับเจ฾าหน฾าที่อุทยานที่จะเข฾ามาช฽วย ดูแลทรัพยากร ขณะเดียวกันก็ไม฽ได฾ต฾องการกรรมสิทธิ์ในเขตอุทยานแต฽อย฽างใด เพียงแต฽ขอให฾มีการสํารวจ และขีดแนวเขตอุทยานให฾ชัด โดยละเว฾นพื้นที่ทํากินของชาวบ฾านไว฾ ส฽วนพื้นที่ปุาซึ่งอยู฽ในเขตอุทยาน ชาวบ฾าน ยืนยันว฽าพวกเขาสามารถช฽วยกันดูแลรักษา โดยร฽วมเป็นหูเป็นตากับเจ฾าหน฾าที่รัฐได฾ เพราะนั่นคือสิ่งที่ชาวบ฾าน ทํากันมาแล฾วเนิ่นนานอย฽างเป็นระบบ การจ าแนกประเภทป่าและการใช้ประโยชน์จากป่าตามความเชื่อของชาวบ้านแม่หมีใน ๑. ปุาต฽าเดโดะเป็นปุาที่อยู฽ระหว฽างสันเขา ๒ ลูก มีพื้นที่บริเวณกว฾างเป็นปุาแก฽ บริเวณตั้งแต฽ร฽องกิ่ว ของภูเขาถึงกิ่วกลางยอดเขาทั้ง ๒ ลูก จะไม฽ทําการใด ๆ ทั้งสิ้นเป็นปุาทางเดินของผี เก็บเห็ดหาอาหาร หาของปุา เก็บฟืน หาสมุนไพร หาหน฽อไม฾ เก็บใบตอง ๒. ปุาเดะมื่อเบอเป็นเขาเดี่ยวมีลักษณะนูนตรงกลาง คล฾ายหลังเต฽ามีลําห฾วยไหลอ฾อมขนาน ๒ ข฾าง เป็นปุา ที่มีผีแรง เป็นบ฾านของผี เข฾าไปใช฾ประโยชนแได฾บ฾าง ส฽วนใหญ฽เป็นผู฾ชายห฾ามทําไร฽ สวน ปลูกบ฾าน ห฾ามตัดต฾นไม฾ ๓. ปุาช฾า แยกเป็น ๒ ส฽วน คือ ส฽วนที่ฝังศพเรียกว฽า “ปุาปู” และอีกส฽วนเป็นปุาที่เอาของคนตายไว฾ เช฽น สัมภาระเครื่องใช฾ต฽าง ๆ ของคนตายเรียกปุานี้ว฽า“ปุาโล” เป็นปุาของผีของคนตายไม฽มีการใช฾ประโยชนแใดๆ ทั้งสิ้น ๔. ปุาทีมอปู (ปุาดินโปุง) เป็นปุาที่มีผีน้ําอาศัยอยู฽ล฽าสัตวแ เลี้ยงสัตวแเก็บสมุนไพร ๕. ปุาเซ฽เลอะทีคัวะคี (ปุาต฾นน้ํา ปุาขุนน้ํา)ปุามีผีหรือสิ่งศักดิ์อาศัยอยู฽ เก็บหวาย ใบตอง หาอาหาร ล฽าสัตวแ เก็บสมุนไพร ใส฽กระบอกหนู (เครื่องมือดักหนูของชาวบ฾าน) ห฾ามตัดต฾นไม฾ ๖. ปุาเดะปอ (ปุาสายสะดือ) ปุาเจ฾าของสายรกสายสะดือหาอาหาร เก็บสมุนไพรล฽าสัตวแ หาหน฽อไม฾ หาฟืนใส฽กระบอกหนูห฾ามตัดต฾นไม฾ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๖ ๗. ปุาทีเปอท฽อ (ปุาน้ําซับน้ําซึม) ปุาที่อยู฽ของผีน้ํา หาอาหาร เก็บสมุนไพร ล฽าสัตวแ เก็บใบตอง เลี้ยงสัตวแ ๘. ปุาปกาปู ทีเปอท฽อ (ปุาน้ําผุด) ปุาที่มีผีดุมาก ไม฽มีใครเข฾าไปรบกวนและไม฽มีการเข฾าไปใช฾ประโยชนแ ใดๆ ทั้งสิ้น ๙. ปุาหัวไร฽ปลายนา ที่มีน้ําซับ น้ําซึม ผีน้ําอาศัยอยู฽ เก็บฟืน หาอาหาร เก็บสมุนไพร ใส฽กระบอกดักหนู การใช฾ประโยชนแในที่ดิน ระบบการผลิตและการใช฾ประโยชนแจากปุา ลักษณะการใช฾ประโยชนแและกรรมสิทธิ์การ ถือครองที่ดินของบ฾านแม฽หมี สามารถแบ฽งออกเป็น ๔ ลักษณะดังนี้ ประเภทที่ดิน กรรมสิทธิ์การถือครอง ๑. ปุาชุมชน - ของหน฾าหมู฽ กรรมสิทธิ์ร฽วม ๒. ไร฽หมุนเวียน - กรรมสิทธิ์ส฽วนบุคคล/แต฽ใช฾ร฽วมกัน ๓. สวน - กรรมสิทธิ์ส฽วนบุคคล ๔. ที่นา - กรรมสิทธิ์ส฽วนบุคคล ๒) ประเพณี/เทศกาล ประเพณีวันขึ้นปีใหม่ กําหนดวันโดยผู฾อาวุโสโดยจัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง คือเดือนกุมภาพันธแซึ่งใกล฾ช฽วงเริ่มทําไร฽ และเดือน กันยายนซึ่งสิ้นสุดการทําไร฽ ก฽อนถึงวันงานทุกครัวเรือนจะเตรียมเหล฾าไว฾สําหรับประกอบพิธี โดยหมักเหล฾า จากข฾าวสุก ส฽วนแปูงเหล฾าหรือโกมี่จะทําจากข฾าวสารเหนียวแช฽ ซึ่งมีความเชื่อว฽าแปูงเหล฾าเป็นของบริสุทธิ์ ดังนั้น จึงต฾องเตรียมจากหญิงสาวบริสุทธิ์ใส฽ชุดขาว ทั้งนี้หญิงสาวจะไม฽กินข฾าวก฽อนตําแปูงแต฽สามารถกินกล฾วยได฾ คนใน หมู฽บ฾านอาจร฽วมกันลงขันซื้อหมูเพื่อทําอาหารเลี้ยงแขกที่มาร฽วมงาน ผู฾หญิงจะทําขนมและข฾าวปุกเพื่อใช฾ประกอบพิธี ช฽วงเย็นก฽อนวันงานจะมีการทําพิธีที่บ฾านญี่โข฽ เป็นการดื่มเหล฾าพร฾อมเวียนไปยังครัวเรือนต฽าง ๆ ซึ่งมีการเตรียม เหล฾าไว฾ โดยผู฾อาวุโสจะอวยพรให฾เจ฾าบ฾านพร฾อมทั้งรินเหล฾ารดลงร฽องพื้นบ฾าน หลังจากนั้นทําพิธีซิดะ คือการเวียน จิบเหล฾าส฽งต฽อไปยังทุกคนที่ร฽วมพิธี โดยสมาชิกภายในบ฾านจะต฾องดื่มทุกคนเพราะเชื่อว฽าทําให฾สุขสบาย เช฾าวันรุ฽งขึ้นทุกครัวเรือนจะฆ฽าไก฽ตัวผู฾ตัวเมียหรือหมูตัวเล็กทําอาหาร สมาชิกครัวเรือนจะเตรียมขันโตกใส฽กับข฾าว ขนม ข฾าวปุก เหล฾า และด฾ายผูกข฾อมือ ชาวบ฾านทุกคนแต฽งกายด฾วยชุดประจําเผ฽า พิธีกรรมเริ่มต฾นจากบ฾านญี่โข฽ ซึ่งเจ฾าบ฾านจะผูกข฾อมือให฾แก฽สมาชิก ด฾วยเชื่อว฽าจะอยู฽เย็นเป็นสุขผูกพันมัดกันไว฾จนชั่วลูกหลาน หลังจากนั้น แม฽บ฾านจะผูกข฾อมือให฾ลูกพร฾อมอวยพร เมื่อผูกข฾อมือเสร็จเจ฾าบ฾านจะรินเหล฾าลงแก฾ว สวดอวยพรและเวียนกันดื่ม ตามด฾วยการกินขนมในขันโตกพอเป็นพิธีและสุดท฾ายร฽วมกันรับประทานอาหาร ในช฽วงสายจะประกอบพิธีคล฾ายกับ ช฽วงเย็นเมื่อวานเพียงแต฽จะมีการรับประทานอาหารเพิ่มเข฾ามา นอกจากนี้ยังมีการขับร฾องเพลงกะเหรี่ยง ดังเป็น ระยะ ๆ ตั้งแต฽ช฽วงสายจนถึงดึก ในวันนี้เด็กที่ยังไม฽ได฾เจาะหูทั้งหญิงชายจะให฾คนแก฽เจาะหูให฾เพราะเชื่อว฽าหากใคร ไม฽ได฾เจาะหูเมื่อตายไปจะถูกหนอนมาชอนไช ส฽วนกลุ฽มหนุ฽มสาวจะมีการถักด฾ายข฾อมือเรียกว฽า จิเกอเด จับกลุ฽ม ผูกข฾อมือกันเพื่อสร฾างความสัมพันธแ การจัดปีใหม฽ของชาวกะเหรี่ยงจะทําเฉพาะผู฾ที่นับถือผีหรือบรรพบุรุษ ๓) ศาสนา/พิธีกรรม ชาวกะเหรี่ยงบ฾านแม฽หมีในนับถือศาสนาพุทธ คริสตแ และผี โดยมีสัดส฽วนการนับถือผีสูงสุด คือร฾อยละ ๗๘.๘๑ รองลงมาคือศาสนาคริสตแ ร฾อยละ ๑๗.๘๐ และศาสนาพุทธ ร฾อยละ ๓.๓๙ ทั้งนี้การที่ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๗ ชาวบ฾านเปลี่ยนจากนับถือผีมานับถือศาสนาคริสตแนั้น เนื่องจากความขัดสน ไม฽มีค฽าใช฾จ฽ายในการประกอบพิธี ส฽วนกลุ฽มที่นับถือศาสนาพุทธนั้นมีการประกอบพิธีทางศาสนาเป็นระยะ ๆ ตามความสะดวกและความจําเป็น พิธีผูกต้นไม้สายสะดือ เป็นพิธีเกี่ยวกับการเกิด พ฽อของเด็กจะนําสายรกเด็กเกิดใหม฽ลงใน กระบอกไม฽ไผ฽ที่ใช฾ใส฽น้ําที่เรียกว฽า “ทีเตอะ” แล฾วนําไปผูกติดกับต฾นไม฾ที่มีผลในปุา เพราะเชื่อว฽าเมื่อเด็กโตขึ้น จะมีเพื่อนไม฽อดอยาก มีลูกหลานสืบต฽อไปเหมือนผลของไม฾ต฾นนั้น วันมัดสายสะดือห฾ามคนทั้งหมู฽บ฾านขึ้นยุ฾งข฾าว เพราะเชื่อว฽าหากไม฽ทําตามจะไม฽ประสบความสําเร็จด฾านการงานในภายภาคหน฾า ต฾นไม฾ที่มัดสายสะดือ ห฾ามตัดโค฽น แต฽กินลูกได฾ยกเว฾นเจ฾าของสายสะดือ เป็นต฾น พิธีกรรมเกี่ยวกับงานศพ เมื่อมีคนตายทุกคนในหมู฽บ฾านต฾องเข฾าร฽วมงาน หากผู฾ตายเป็น ภรรยาหัวหน฾าครอบครัว สัตวแเลี้ยงจะต฾องถูกฆ฽า รื้อบ฾าน และเผาเครื่องใช฾ต฽าง ๆ เพราะถือว฽าบ฾านเรือนและสัตวแเลี้ยง เป็นของผู฾หญิง ตอนกลางคืนจะมีการร฾องเพลงซอไว฾อาลัยแก฽ผู฾ตาย เป็นเวลา ๒ คืน และตอนเช฾าวันที่สามจึงนําศพ ไปฝังพร฾อมกับสมบัติของผู฾ตาย หลังจากฝังศพผู฾เข฾าร฽วมงานจะล฾างตัวเพื่อไม฽ได฾สิ่งไม฽ดีติดตัวมา และเสียบมีดพร฾า ที่นําไปในร฽องพื้นบ฾าน พิธีไหว฾ผีเรือน (ผีบรรพบุรุษ) เนื่องด฾วยความเชื่อเรื่องดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่วนเวียน ดูแลลูกหลาน ดังนั้นทุกคนในครอบครัวจะต฾องเข฾าร฽วมพิธีไหว฾ผีเรือนอย฽างเคร฽งครัด โดยพิธีกรรมเป็นการนั่งล฾อมวง รอบสํารับอาหาร (เนื้อไก฽ต฾มและน้ําเปล฽า) สมาชิกในบ฾านจะเริ่มกินข฾าวและอาหารตามลําดับจนครบ และสุดท฾ายเป็นการเชิญดวงวิญญาณมากินเครื่องเซ฽นไหว฾และอธิษฐานขอให฾ปกปูองคุ฾มครองคนในครอบครัว พิธีไหว้ผีเรือน (ผีบรรพบุรุษ) เนื่องด฾วยความเชื่อเรื่องดวงวิญญาณบรรพบุรุษที่วนเวียนดูแล ลูกหลาน ดังนั้นทุกคนในครอบครัวจะต฾องเข฾าร฽วมพิธีไหว฾ผีเรือนอย฽างเคร฽งครัด โดยพิธีกรรมเป็นการนั่งล฾อมวง รอบสํารับอาหาร (เนื้อไก฽ต฾มและน้ําเปล฽า) สมาชิกในบ฾านจะเริ่มกินข฾าวและอาหารตามลําดับจนครบ และสุดท฾ายเป็นการเชิญดวงวิญญาณมากินเครื่องเซ฽นไหว฾และอธิษฐานขอให฾ปกปูองคุ฾มครองคนในครอบครัว พิธีกรรมการแต่งงาน ชาวกะเหรี่ยงจะไม฽ได฾เสียก฽อนแต฽งงาน เพราะผิดผี และหากท฾องจะถูก ประจาน การแต฽งงานฝุายชายจะส฽งคนเฒ฽าคนแก฽ ๒ คน ทาบทามหญิงสาว หากฝุายหญิงพร฾อมจะเตรียมหมู และทอเสื้อสีแดงสําหรับฝุายชาย และทอเสื้อดําและผ฾าถุงสําหรับตนเอง งานแต฽งงานจะจัด ๓ วัน ๓ คืน ที่บ฾าน เจ฾าสาว และจัดพิธีที่บ฾านเจ฾าบ฽าว เจ฾าบ฽าวจะอยู฽บ฾านเจ฾าสาวประมาณ ๗ วัน แล฾วทําพิธีส฽งตัวเจ฾าสาวอยู฽บ฾าน เจ฾าบ฽าว ๗ วันหลังจากนั้นเจ฾าบ฽าวจะอยู฽บ฾านเจ฾าสาวเป็นเวลา ๑ ปี จึงแยกออกไปสร฾างบ฾านเรือนของตนเอง ชาวกะเหรี่ยงจะยึดถือเรื่องผัวเดียวเมียเดียว หากภรรยาเสียชีวิต สามีต฾องรอ ๓ ปีจึงจะแต฽งงานใหม฽ได฾ บทบาท ชายหญิง ชาวกะเหรี่ยงถือว฽าบ฾านเป็นของผู฾หญิง ไร฽เป็นของผู฾ชาย ผู฾ชายจะมีบทบาทในไร฽มากกว฽าผู฾หญิง รวมทั้งเป็นผู฾นําในการประกอบพิธีกรรม ขณะที่ผู฾หญิงมีบทบาทในครัวเรือน ดูแลความเป็นอยู฽ของสมาชิก ในเรือน ทําอาหาร เลี้ยงลูก ตักน้ํา ตําข฾าว ทอผ฾า เลี้ยงสัตวแ เป็นต฾น มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๔๘ ๒.๔ บ้านกลาง ต าบลบ้านดง อ าเภอแม่เมาะ จังหวัดล าปาง ๒.๔.๑ บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนชาติพันธุ์ ๑) ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ บ฾านกลาง หมู฽ที่ ๕ ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง เป็นกลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงโปวแ นับถือศาสนาคริสตแ สังกัดสภาคริสตจักรแห฽งประเทศไทย ในอดีตหมู฽บ฾านนี้เคยนับถือผีมาก฽อน และตั้งหมู฽บ฾าน อยู฽ทางทิศตะวันตกห฽างจากที่ตั้งหมู฽บ฾านในปัจจุบันประมาณ ๓ กิโลเมตร ต฽อมาประมาณ ๑๒๐ ปีที่ผ฽านมาได฾มี การเข฾ามาประกาศพระกิตติคุณ (คําสอนของพระเยซู) ชาวบ฾านเกิดความนับถือศรัทธาจึงได฾เปลี่ยนมาเป็นคริสเตียน ทั้งหมด และกลายเป็นจุดเริ่มต฾นแห฽งการเผยแผ฽คริสตแศาสนากะเหรี่ยงแบ฿บติสในประเทศไทย โดยลักษณะทาง กายภาพของบ฾านกลาง เป็นภูเขาสูงสลับซับซ฾อน สภาพปุาเป็นปุาเบญจพรรณ สลับกับปุาเต็งรัง มีพื้นที่ราบ ตามหุบเขาและเชิงเขา ซึ่งมีลักษณะการตั้งถิ่นฐานอยู฽บนพื้นที่สูง สูงกว฽าระดับน้ําทะเลประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ เมตร จากระดับ น้ําทะเลปานกลาง และมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวเทือกเขาล฾อมรอบลักษณะเป็นแอ฽งกระทะ ล฾อมรอบด฾วยภูเขา ๗ ลูก ที่เป็นต฾นน้ําของลําห฾วยเล็ก ๆ จํานวน ๑๗ สาย โดยมีแหล฽งต฾นน้ําสําคัญที่เป็นลําห฾วย ขนาดใหญ฽ ๒ สายหลัก คือลําห฾วยแม฽มาย และลําห฾วยแม฽ต่ํา ไหลลงสู฽แม฽น้ํายม มีเนื้อที่ทั้งหมด ประมาณ ๒๓,๐๘๐.๐๓ ไร฽ เป็นที่อยู฽อาศัย ๕๘.๘๑ ไร฽ พื้นที่ใช฾สอย ๒,๒๘๑.๓๐ ไร฽ ที่เหลือเป็นพื้นที่ปุาชุมชน ซึ่งบ฾านกลาง ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง มีอาณาเขตติดต฽อ ดังนี้ ทิศเหนือ ติดต฽อกับ บ฾านแม฽ส฾าน อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง ทิศใต฾ ติดต฽อกับ บ฾านจําปุย อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง ทิศตะวันออก ติดต฽อกับ บ฾านปููจ฾อย อําเภอเมือง จังหวัดลําปาง ทิศตะวันตก ติดต฽อกับ บ฾านปงปางหละ อําเภองาว จังหวัดลําปาง แผนที่บ฾านกลาง ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง ๒) จ านวนประชากรชาติพันธุ์ กลุ฽มชาติพันธุแกะเหรี่ยงบ฾านกลาง ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง เป็นชาวกะเหรี่ยงโปวแ มีประชากรประมาณ ๓๐๐ คน ครัวเรือนประมาณ ๗๐ ครัวเรือน ชาวบ฾านจะให฾ความเคารพเชื่อถือและปฏิบัติ ตามหลักคําสอนของคริสตแศาสนาอย฽างเคร฽งครัด เช฽น การเข฾าโบสถแในวันอาทิตยแ และจะหยุดการทํากิจกรรม ทั้งหมด การเฉลิมฉลองวันคริสตแมาส ฯลฯ การดําเนินชีวิตของชาวบ฾านเป็นไปโดยเรียบง฽าย มีวัฏจักรที่ไม฽ได฾ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


Click to View FlipBook Version