The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pratiditpat Singkarach, 2023-02-13 00:00:17

หนังสือมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง

มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวัดลำปาง

๙๙ ปลูกพริก ถั่วเหลือง ส฽งโรงงาน ปรากฏว฽าทุกอย฽างที่เคยบริโภคจากไร฾หมุนเวียนจากปุา ต฾องกลับมาซื้อข฾าวกิน ซื้อผักกิน ผลกระทบที่ปรากฏชัดเจนคือชาวบ฾านเริ่มมีหนี้สินมากขึ้น เริ่มคิดกลับไปรูปแบบวิธีการผลิตเดิมที่ใช฾น้ําน฾อย ต฾นทุนน฾อย แต฽ให฾ผลผลิตที่มั่นคง แต฽ปัญหาสําคัญพื้นที่ทํากินทับซ฾อนกับพื้นที่ปุาอนุรักษแ ทําไร฽หมุนเวียนไม฽ได฾ ในขณะที่ไร฽หมุนเวียนนั้นไม฽ได฾ใช฾ปุ฻ย ใช฾ยา ใช฾ธรรมชาติล฾วน ๆ อาศัยธาตุดินในการหมุนเวียน ๗-๘ ปี คือสิ่งที่ ชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางได฾ทําสืบทอดกันมาเป็นระยะเวลาร฾อยปี ๕. ประวัติความเป็นมา การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางเริ่มต฾นการแบ฽งเขตปุาอย฽างชัดเจน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งก฽อนหน฾านั้นชุมชนได฾ใช฾ประโยชนแจากปุาเหมือนปัจจุบัน แต฽มีแบบแผนการดูแลรักษาปุา ที่ยังไม฽ชัดเจน และไม฽เป็นระบบ หลังจากที่ชุมชนได฾รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับเรื่องการจัดการ ทรัพยากร และต฾องการไล฽คนออกจากปุา โดยขณ ะเดียวกันชุมชนถูกอุทยานประกาศทับพื้นที่ จึงก฽อให฾เกิดการตื่นตัว และนําไปสู฽การรวมตัวกัน มีการแต฽งตั้งคณะกรรมการปุาชุมชนบ฾านกลางขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อเป็นคณะทํางานในการดูแลจัดการปุาของหมู฽บ฾าน พร฾อมมีการวางแผนกิจกรรมในการดูแลรักษาปุา ของชุมชน ซึ่งมีการแบ฽งประเภทของปุาตามลักษณะการใช฾ประโยชนแปุา เนื่องจากต฾องการรักษาสมดุลของปุา และต฾องการให฾หน฽วยงานหรือบุคคลภายนอกเห็นถึงกระบวนการการดูแลจัดการปุาของชุมชน โดยการแบ฽งการใช฾ประโยชนแจากปุาของชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางนั้นแบ฽งตามความคุ฾นเคย และลักษณะของปุา ซึ่งให฾ผู฾คนภายนอกชุมชนนั้นสังเกตลักษณะ สันห฾วย และดอยสําคัญ เป็นหลัก ชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางจะรู฾ว฽าเขตปุา อยู฽ตรงไหน ใช฾ประโยชนแด฾านไหน เช฽น ปุาอนุรักษแ ปุาหากิน และปุาใช฾สอยอยู฽ตรงจุดไหน โดยการแบ฽งเขตปุานั้น เพื่อเป็นการควบคุมการใช฾ประโยชนแจากปุาอย฽างสิ้นเปลือง และการดูแลจัดการปุาของชุมชนที่ง฽ายมากขึ้น ๖. ลักษณะเฉพาะที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๖.๑ ประเภทงาน ความรู฾และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล ๖.๒ ความเชื่อ ชาวบ฾านมีการจัดการและใช฾ประโยชนแจากทรัพยากรธรรมชาติ โดยอาศัยภูมิปัญญาท฾องถิ่น ซึ่งได฾รับการถ฽ายทอดกันมาอย฽างหลากหลาย เช฽น กฎเกณฑแ ระเบียบ ข฾อบังคับ การกําหนดบทลงโทษ ความเชื่อ พิธีกรรม ซึ่งจะออกมาในลักษณะความสัมพันธแของคนต฾องพึ่งพาปุาในการดํารงชีวิต โดยมีการจัดการการใช฾ ประโยชนแจากพื้นที่ปุาไม฾ เช฽น การทําไร฽หมุนเวียน การเก็บหาของปุา การฟื้นตัวของปุาไม฾ที่ถูกทําลาย และความรู฾ เกี่ยวกับพันธุแไม฾ ด฾านขนบธรรมเนียมประเพณีชาวบ฾านได฾มีการจัดการทรัพยากรปุาไม฾โดยแบ฽งเป็นพื้นที่ปุาอนุรักษแ เขตหมู฽บ฾านสัตวแปุา เขตปุาหากิน และเขตปุาใช฾สอย เพื่อใช฾ประโยชนแจากปุาไม฾ ส฽วนด฾านศาสนาชาวบ฾านไม฽มี ความเชื่อเรื่องผีหรือเจ฾าคุ฾มครองปุา แต฽จะเชื่อเรื่องพระผู฾เป็นเจ฾า ซึ่งในคําสั่งสอนจากพระคัมภีรแมีส฽วนช฽วยส฽งเสริม ในการรักษาปุาและใช฾ประโยชนแจากปุาของชาวบ฾าน ด฾านความเชื่อชาวบ฾านให฾ความเคารพและปฏิบัติตาม กฎระเบียบ ข฾อบังคับของหมู฽บ฾าน โดยมีการแบ฽งปันผลประโยชนแ การให฾สิทธิ และกรรมสิทธิ์ แต฽จะอยู฽ภายใต฾ กฎเกณฑแการจัดการของชุมชน การแก฾ไขปัญหาความขัดแย฾งจะใช฾วิธีเจรจาต฽อรองไปจนถึงการรวมตัวประท฾วง ในปัจจุบันชาวบ฾านกลาง นับถือศาสนาคริสตแ โดยมีความเชื่อในพระผู฾เป็นเจ฾า ชาวบ฾านได฾เรียนรู฾ และรับการอบรมจากอาจารยแสอนศาสนาที่ให฾การอบรมสั่งสอน กล฽อมเกลา สืบทอดกันมายาวนานกว฽า ๑๐๐ ปี มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๐ ทําให฾ชาวบ฾านได฾รับประโยชนแจากหลักคําสอนสามารถนํามาใช฾ในชีวิตประจําวัน ซึ่งชาวบ฾านเชื่อว฽า การนมัสการและการอธิษฐานต฽อพระเจ฾า เพื่อไม฽ให฾ปุาไม฾ถูกทําลายเป็นการสนองตอบต฽อดํารัสของพระองคแ ถือว฽าเป็นเจตนารมณแที่ดีอย฽างหนึ่งตามความเชื่อในทุกวันอาทิตยแ ชาวบ฾านจะพร฾อมใจกันไปโบสถแเพื่อสวดมนตแ อ฾อนวอนพระเจ฾าตามความเชื่อของศาสนาและเป็นการเสริมกําลังใจในการดํารงชีวิตให฾กับชาวบ฾านทุกคน ๖.๓ กระบวนการ ๑) เริ่มบุกเบิกที่ให้เป็นนา แต่ไร่หมุนเวียนยังเป็นหลักในวิถีการผลิต ก฽อนปี พ.ศ. ๒๕๑๖ ชาวบ฾านกลาง ยังคงมีวิธีการผลิตในการทําไร฽หมุนเวียน ผลิตข฾าวพืชอาหารและเก็บหาของปุาเป็นหลัก ต฽อมาได฾มีองคแกรพัฒนาเอกชน ทั้งกรมประชาสงเคราะหแ ศูนยแพัฒนาชาวเขา โครงการไทย-ออสเตรเลีย โครงการไทย-เยอรมัน และโครงการไทย-นอรแเวยแ เข฾ามาส฽งเสริม ให฾ชาวบ฾านบุกเบิกนาขั้นบันได ทําสวนไม฾ผลยืนต฾น และเริ่มที่จะปลูกพืชเศรษฐกิจ ทั้งข฾าวโพด ข฾าวบาเล฽ยแ ถั่วเหลือง และถั่วเขียว แต฽การทํานาในสมัยนั้นยังเป็นการทดลองหรือบุกเบิกที่จะทํานา จึงทําให฾ไม฽เป็นที่นิยมกัน มากนักประกอบกับสภาพความแห฾งแล฾งจากการตัดไม฾ที่เกิดขึ้นจากการสัมปทานปุา อีกทั้งยังเกิดภาวะ น้ําแล฾ง น้ําไม฽พอที่จะใช฾การผลิต ทําให฾ได฾ผลผลิตน฾อยไม฽พอใช฾ในการทํานา ขณะเดียวกันระบบการผลิตที่จะพึ่งพิง การปลูกพืชเศรษฐกิจนั้น ชาวบ฾านต฾องแบกรับภาระต฾นทุนการผลิตที่สูง ทั้งปุ฻ย ยาฆ฽าแมลง เมล็ดพันธุแ หากเทียบกับผลผลิตที่ชาวบ฾านได฾รับกับกลายเป็นหนี้สินที่จะต฾องแบกรับภาระ ทําให฾ชาวบ฾านส฽วนใหญ฽เลิกที่จะ ปลูกพืชเศรษฐกิจไป ที่สําคัญแนวคิดการส฽งเสริมพืชที่มาจากภายนอกของหน฽วยงานต฽าง ๆ นั้นไม฽ใช฽วิธีการผลิต ที่ตรงกับแนวคิด และแนวทางของชุมชน บางหน฽วยงานที่เข฾ามาสนับสนุนจําต฾องออกจากพื้นที่ไป ในช฽วงปี พ.ศ. ๒๕๓๘ การหันกลับมาพึ่งพาตัวเองของชุมชนบ฾านกลาง ที่เป็นแนวทาง แนวคิดของชุมชนที่สอดคล฾องกับวิถีชีวิตและฐานทรัพยากรที่มีอยู฽นั้น จึงเริ่มต฾นจากการบุกเบิกพื้นที่ทํานา ซึ่งมาพร฾อมกับ ความอุดมสมบูรณแของพื้นที่ปุาที่เริ่มฟื้นกลับคืนมา ที่จะเอื้อให฾ผลผลิตในการปลูกข฾าวของชาวบ฾านเพียงพอ สําหรับการบริโภคในครัวเรือนตลอดทั้งปี แม฾ว฽าจะมีเงื่อนไขทางกฎหมายที่ไม฽เอื้อต฽อการเข฾าถึงฐานทรัพยากรฯ และระบบการผลิตตามวิถีเดิมของชุมชน แต฽ชุมชนยังคงทําไร฽หมุนเวียนเป็นหลักควบคู฽ไปกับการทําสวน ในลักษณะวนเกษตรและทํานา เพราะเป็นสิ่งที่ชุมชนสามารถสร฾างสิ่งแวดล฾อมที่ดีได฾ ๒) สถานการณ์ปัญหาและพัฒนาการจัดการทรัพยากรป่าไม้ จากคําบอกเล฽าของผู฾สูงอายุกล฽าวว฽า แต฽เดิมปุามีความอุดมสมบูรณแมาก มีน้ําไหล อุดมสมบูรณแ มีสัตวแมากมาย จนกระทั่งได฾มีเหตุการณแสําคัญคือ - พ.ศ. ๒๔๙๓ การสัมปทานปุาครั้งที่ ๑ ในช฽วงที่มีการสัมปทานไม฾สักให฾กับบริษัท ต฽างชาติ (บริษัทบอมเบยแ-เบอรแมา) ไม฾สักที่มีขนาดใหญ฽ประมาณ ๒-๕ คนโอบได฾ถูกทําลายลงไปจนหมด - พ.ศ. ๒๕๐๒ ต฽อมาได฾มีการสัมปทานปุาอีกเป็นครั้งที่ ๒ ซึ่งเป็นการสัมปทานไม฾ ให฾กับบริษัทไทย ทําให฾ไม฾ชนิดอื่น ๆ นอกเหนือจากไม฾สักถูกทําลายรุนแรงอีกครั้ง - พ.ศ. ๒๕๑๔ มีการสัมปทานปุาอีกเป็นครั้งที่ ๓ ซึ่งเป็นการสัมปทานไม฾ให฾กับ นายทุน ไม฾ชนิดต฽าง ๆ ได฾ถูกตัดทําลายอีกเป็นครั้งที่สาม มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๑ - พ.ศ. ๒๕๓๑-๒๕๓๒ หลังจากหมดยุคสัมปทานไม฾ พื้นที่ปุาแถบนี้ก็ต฾องเผชิญกับ การลักลอบตัดไม฾เถื่อนของพวกนายทุนและผู฾มีอิทธิพล ไม฾ที่ถูกตัดนั้นส฽วนใหญ฽เป็นไม฾สักและไม฾ขนาดใหญ฽ เพื่อแปรรูป จึงทําให฾สภาพปุาที่เสื่อมโทรมจากการสัมปทานที่ผ฽านมาต฾องเสื่อมโทรมมากยิ่งขึ้นอีกนอกจากนั้นไฟปุา ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการทําลายปุา ส฽วนหนึ่งเกิดจากกลุ฽มคนภายนอกที่เข฾ามาลักลอบยิงสัตวแปุาและได฾เผาปุาไปด฾วย และส฽วนหนึ่งก็เกิดจากความพลั้งเผลอและความรู฾เท฽าไม฽ถึงการณแของชาวบ฾านภายในชุมชนเองทําให฾สภาพปุา ที่ถูกทําลายอยู฽แล฾วต฾องเสื่อมโทรมมากขึ้นไปอีก การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางเริ่มต฾นการแบ฽งเขตปุา อย฽างชัดเจน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ซึ่งก฽อนหน฾านั้นชุมชนได฾ใช฾ประโยชนแจากปุาเหมือนปัจจุบัน แต฽มีแบบแผนการ ดูแลรักษาปุาที่ยังไม฽ชัดเจน และไม฽เป็นระบบ หลังจากที่ชุมชนได฾รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐเกี่ยวกับ เรื่องการจัดการทรัพยากร และต฾องการไล฽คนออกจากปุา โดยขณะเดียวกันชุมชนถูกอุทยานประกาศทับพื้นที่ จึงก฽อให฾เกิดการตื่นตัว และนําไปสู฽การรวมตัวกัน มีการแต฽งตั้งคณะกรรมการปุาชุมชนบ฾านกลางขึ้น เมื่อพ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อเป็นคณะทํางานในการดูแลจัดการปุาของหมู฽บ฾าน สําหรับการจัดการปุาของชาวกะเหรี่ยง บ฾านกลางนั้น แบ฽งออกเป็น ๔ ประเภท ดังนี้ ๑) ปุาชุมชนอนุรักษแ เป็นปุาพื้นที่กว฾างที่สุด โดยห฾ามตัดไม฾ ล฽าสัตวแ ทุกชนิด ยกเว฾นการหา สมุนไพรต฽าง ๆ และสามารถเก็บเอาหน฽อไม฾ได฾ เพราะการขุดเอาหน฽อไม฾ สามารถทําให฾หน฽อไม฾แตกหน฽อมากขึ้น เช฽น ห฾วยมะหลอด เป็นเขตที่ชาวบ฾านได฾เข฾าไปขุดหน฽อไม฾หกเป็นจํานวนมาก ถือว฽าเป็นแหล฽งใหญ฽ ในการขุด หน฽อไม฾หก ดังนั้นการตัดหน฽อไม฾ จึงเป็นข฾อยกเว฾น และทุกครั้งที่คนอื่นถามหรือเจ฾าหน฾าที่ถามชุมชนต฾องตอบ และอธิบายวิธีการเก็บหน฽อไม฾ ไม฽ให฾กระทบต฽อระบบนิเวศได฾ กรณีการตัดไม฾นั้น ในปุาอนุรักษแเป็นเขตห฾ามในการตัดไม฾ ไม฽มีใครสามารถเข฾าไปตัดได฾ ในกรณีที่มีคนแอบไปตัดนั้น ที่ผ฽านมาไม฽มีถึงขั้นการปรับกัน มีแต฽การตักเตือน แต฽ในกรณี ที่มีการฝุาฝืนอีกก็จะมีการปรับเงิน ประมาณ ๕๐๐-๑๐๐๐ บาท ตั้งแต฽มีการตั้งกฎขึ้นยังไม฽เคยมีรายได฾จากการปรับ ๒) ปุาชุมชนหากิน เป็นปุาที่สามารถหาของปุาทุกชนิดได฾ แต฽การเก็บของปุานั้น จะต฾องอยู฽ในขอบเขตที่ชุมชนยอมรับและไม฽ทําลายระบบนิเวศ ๓) ปุาชุมชนใช฾สอย เป็นปุาที่สามารถใช฾ประโยชนแได฾ตามความจําเป็น เช฽น การเก็บฟืน ตัดไม฾สร฾างบ฾าน แต฽ควรตัดเท฽าที่จําเป็น ซึ่งการตัดไม฾นั้นจะไม฽นิยมตัดห฾วยใดห฾วยหนึ่ง แต฽จะตัดห฾วยนั้นหนึ่งต฾น และไปตัดเพิ่มอีกห฾วยหนึ่ง เป็นการกระจาย เพื่อที่ในการตัดต฾นไม฾เขตปุาใช฾สอย ของชุมชนนั้นกว฾างมาก โดยเขตปุาชุมชนใช฾สอยที่ชาวบ฾านใช฾ประโยชนแจริงนั้นเป็นเขตบริเวณที่ใกล฾ๆ ชุมชน ไร฽ นา หรือว฽าหาของปุาที่ออกบริเวณเฉพาะดอย เช฽น ผักหวาน หรือที่ใกล฾ ๆ ถนน เป็นต฾น ๔) หมู฽บ฾านสัตวแของปุาชุมชน เป็นพื้นที่ที่แบ฽งเพื่ออนุรักษแพันธุแสัตวแปุาให฾มี การแพร฽กระจายมากขึ้น ซึ่งพื้นที่นี้ชาวบ฾านจะมีการใช฾ประโยชนแ เช฽น การหาเห็ด การหาดอกดิน เท฽านั้น และพื้นที่นี้ จะมีการทําแนวกันไฟตลอดทั้งดอย มีการจัดเวรยามเดินตระเวนตรวจไฟ และตรวจบุคคลภายนอกที่เข฾ามาล฽าสัตวแ ดังนั้นจะเห็นได฾ว฽าปุาอนุรักษแทั้ง ๔ ประเภท ของชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางนั้นแยกกัน แทบไม฽ออก เพราะว฽าผสมกันอยู฽ทั้งสามประเภทไม฽ได฾แยกขาดกัน โดยปุาหากินบางส฽วนลักษณะเหมือนปุาอนุรักษแ รวมไปถึงปุาใช฾สอยที่อยู฽ไกล ๆ เหมือนปุาอนุรักษแ ซึ่งจะซ฾อนกันอยู฽ ส฽วนไร฽ของชาวบ฾าน ถือว฽าอยู฽ในเขตของ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๒ บริเวณเขตปุาใช฾สอยและอยู฽ในเขตรังวัด โดยนอกเขตรังวัดชาวบ฾านจะไม฽สามารถเข฾าไปใช฾ประโยชนแได฾ ยกเว฾นเพียง การหาหน฽อไม฾เท฽านั้น ๓) เส้นทางและกระบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินท ากิน - พ.ศ. ๒๕๓๔ กรมปุาไม฾ได฾ประกาศเขตอุทยานแห฽งชาติถ้ําผาไททับที่ทํากินของ ชาวบ฾าน พื้นที่ที่ถูกประกาศเป็นเขตอุทยานฯ ครอบคลุมพื้นที่อําเภอเมือง อําเภอแจ฾ห฽ม อําเภอแม฽เมาะ และ อําเภองาว จังหวัดลําปาง มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๒๑๔ ตารางกิโลเมตรหรือ ๗๕๘,๗๕๐ ไร฽ ผลกระทบจากการ ประกาศเขตอุทยานฯ ทําให฾ชาวบ฾านกลางและชุมชนรอบข฾าง ถูกจํากัดสิทธิในการใช฾ประโยชนแจากที่ดิน ทํากิน จํากัดสิทธิในการเข฾าใช฾ประโยชนแและพึ่งพาทรัพยากรจากปุา เกิดความขัดแย฾งระหว฽างเจ฾าหน฾าที่รัฐ กับชาวบ฾านกรณีทําไร฽หมุนเวียนตามวิถีดั้งเดิมของชุมชน รวมถึงนโยบายการอพยพย฾ายคนออกจากปุา - พ.ศ. ๒๕๓๘ เป็นช฽วงที่มีการบังคับใช฾กฎหมายและนโยบายจัดการกับชุมชนที่อยู฽อาศัย ในเขตพื้นที่ปุาอย฽างเข฾มข฾น มีการอพยพชุมชนหลายแห฽งให฾ออกจากพื้นที่ปุาตามนโยบายของรัฐ ชุมชนบ฾านกลาง ก็เป็นหนึ่งในหลายชุมชนที่เข฾าร฽วมต฽อสู฾เพื่อทวงสิทธิของคนที่อยู฽อาศัยและทํากินในผืนปุามาก฽อนถูกประกาศพื้นที่ปุา ตามกฎหมายซ฾อนทับ โดยเข฾าร฽วมเป็นสมาชิกเครือข฽ายกลุ฽มเกษตรกรภาคเหนือ (คกน.) และสมัชชาคนจน เรียกร฾องให฾รัฐบาลในขณะนั้นลงมาดําเนินการแก฾ไขปัญหาที่ดินในเขตปุาร฽วมกับกลุ฽มสมัชชาคนจน - พ.ศ. ๒๕๔๐ ได฾มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๗ และ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นแนวทาง การแก฾ไขปัญหาที่ดินในเขตปุาร฽วมกับเจ฾าหน฾าที่อุทยานฯ จนกระทั่งกระบวนการตรวจสอบพิสูจนแสิทธิได฾ผ฽านความ เห็นชอบจากคณะกรรมการระดับอําเภอ เตรียมส฽งต฽อให฾คณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาต฾องยุติลงเนื่องจาก รัฐบาลได฾มีมติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๑ ที่เสนอโดยกรมปุาไม฾ ซึ่งมีแนวทางในการแก฾ไขปัญหา ที่ดินในเขตปุาขัดแย฾งกับแนวทางเดิมของเครือข฽าย ผลจากการร฽วมรังวัดในครั้งนั้นทําให฾ชาวบ฾านต฾องสูญเสียพื้นที่ ไร฽หมุนเวียนไปกว฽าครึ่งหนึ่งของที่เคยมีอยู฽และต฾องลดรอบการหมุนเวียนพื้นที่ทําไร฽ลงจากประมาณ ๗-๑๐ ปี เป็น ๓-๕ ปี เป็นส฽วนใหญ฽ ขบวนการต฽อสู฾เรียกร฾องสิทธิในที่ดินทํากินยังคงดําเนินไปอย฽างต฽อเนื่อง - พ.ศ. ๒๕๔๕ ชาวบ฾านกลางได฾เข฾าร฽วมกับสหพันธแเกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) เรียกร฾องให฾รัฐบาลแก฾ไขปัญหาอีกครั้ง การแก฾ปัญหายังคงไม฽มีความคืบหน฾าและถูกยกเลิกอีกครั้ง เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ - พ.ศ. ๒๕๕๐ เกิดปัญหาหมอกควันทั่วภาคเหนือและมีกระแสความตื่นตัวเรื่องการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทําให฾เจ฾าหน฾าที่ปุาไม฾เพิ่มความเข฾มงวดในการควบคุมการเข฾าทําไร฽หมุนเวียนมากขึ้นอีก - พ.ศ. ๒๕๕๓ ชาวบ฾านกลางถูกเจ฾าหน฾าที่ยึดพื้นที่ทํากินและประกาศให฾เป็นพื้นที่ ที่จะถูกดําเนินคดีหากผู฾ใดเข฾าไปทํากินในพื้นที่นี้จะถูกข฾อหาทําลายปุาและทําให฾อากาศร฾อนขึ้นหรือที่ชาวบ฾าน เรียกว฽าคดีโลกร฾อน ปัจจุบันชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลาง ได฾ร฽วมกับเครือข฽ายปฏิรูปที่ดินภาคเ หนือ เรียกร฾องให฾รัฐบาลลงมาแก฾ไขปัญหาที่ดินทํากินตามแนวทางโฉนดชุมชน โดยผ฽านทาง ศจพ. ปชช. ซึ่งในขณะนี้ บ฾านกลางได฾ดําเนินการสํารวจที่ดินทํากินรายแปลงในแผนที่ ๑: ๔,๐๐๐ และผ฽านการตรวจสอบรับรองข฾อมูล โดยชุมชนแล฾ว อีกทั้งยังได฾ร฽วมกับมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือและนักวิชาการทํางานศึกษาวิจัยวิถีการผลิตในระบบ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๓ วนเกษตรไร฽หมุนเวียน และการจัดการปุากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหารของเกษตรกร รายย฽อยบนพื้นที่สูง เพื่อพิสูจนแข฾อกล฽าวหาว฽ารูปแบบการผลิตแบบไร฽หมุนเวียนเป็นสาเหตุของภาวะโลกร฾อนอีกทางหนึ่งด฾วย ๖.๔ ขั้นตอน/วิธีการ/ผลส าเร็จ ๑) ระบบการผลิตในไร่หมุนเวียน พื้นที่ไร฽หมุนเวียนของชุมชนบ฾านกลาง ใช฾พื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ ๑,๖๓๒ ไร฽ มีรอบหมุน อยู฽ระหว฽าง ๔ -๗ ปี แต฽ละปีชาวบ฾านจะใช฾พื้นที่ไร฽หมุนเวียนสําหรับการเพาะปลูกโดยเฉลี่ยร฾อยละ ๗ ของพื้นที่ ไร฽หมุนเวียนทั้งหมด โดยเฉลี่ย ๒๕ ไร฽/ครัวเรือน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชาวบ฾านใช฾ประโยชนแเพื่อการผลิตเป็นหลัก มีองคแประกอบที่หลากหลายของการใช฾พื้นที่ทั้งพิธีกรรม ความเชื่อ องคแความรู฾ ภูมิปัญญาท฾องถิ่นที่สืบทอดกันมาตั้งแต฽บรรพบุรุษ ระบบไร฽หมุนเวียน เป็นระบบการผลิตที่เกื้อกูลกันทั้งชุมชนและฐานทรัพยากร ต฽างพึ่งพาอาศัยแรงในการหนุน ตั้งแต฽การฟันไร฽ การทําแนวกันไฟ การก฽อเผาไร฽ การทําความสะอาดพื้นที่ การใส฽ข฾าวไร฽ พืช ผัก อาหารที่มีอยู฽ในไร฽หมุนเวียน ให฾เกิดผลผลิตที่งอกงาม ทั้งเพื่อการบริโภค และความ หลากหลายทางชีวภาพในระบบไร฽หมุนเวียน จุดเด฽นสําคัญของไร฽หมุนเวียนที่สะท฾อนมุมมองให฾เห็นว฽าต฽างจาก พื้นที่ไร฽อื่น ๆ แบบไหน และทําไมชุมชนบ฾านกลางถึงยึดระบบการทําไร฽หมุนเวียนเป็นหลักในพัฒนาเศรษฐกิจ ของชุมชน และตอบโจทยแแนวคิด ทัศนคติของหน฽วยงานที่มองว฽า ไร฽หมุนเวียนคือ ไร฽เลื่อนลอย สิ่งสําคัญคือ ๑. ระบบไร฽หมุนเวียนเป็นระบบการเกษตรที่ต฾องพึ่งพาน้ําฝนจากธรรมชาติ ไม฽ต฾องอาศัยชลประทาน ๒. การตัด ฟัน โค฽น เผาในพื้นที่ไร฽หมุนเวียนนั้น ไม฽ใช฽การทําลายปุา แต฽เป็น กระบวนการหนึ่งในวงจรการเกษตรแบบไร฽หมุนเวียนที่มีการพักพื้นที่ไร฽หมุนเวียนจนคืนสภาพไร฽เหล฽า ก฽อนที่จะ ตัด ฟัน โค฽น เผา เพิ่มธาตุอาหารในดิน ๓. ไร฽หมุนเวียนใช฾เทคโนโลยีอย฽างง฽าย จอบ เสียม สอดคล฾องกับทรัพยากรปุาไม฾ ที่มีความลาดชัน รักษาหน฾าดิน ๔. ไม฽ใช฾สารเคมี เพื่อให฾ได฾อาหารปลอดภัย แหล฽งน้ําปลอดภัย และรักษาคุณภาพของดิน ในระยะยาว ๕. ไร฽หมุนเวียนไม฽ใช฽สาเหตุของไฟปุา เนื่องจากต฾องทําแนวกันไฟก฽อนเผาไร฽ทุกครั้ง และมีการตรวจสอบความเรียบร฾อยหลังการเผา ๖. ไร฽หมุนเวียนไม฽ใช฽สาเหตุของการพังทลายหน฾าดิน ระบบการผลิตมีการพลิก หน฾าดินน฾อย และปลูกพืชคลุมดินที่หลากหลายเพื่อรักษาหน฾าดินไว฾ ๗. การเพิ่มของประชากรไม฽ได฾ทําให฾มีการเปิดพื้นที่ทํากินเพิ่มขึ้น มีระบบอื่นเข฾ามาทําให฾ ชุมชนอยู฽ได฾ทั้งระบบการผลิต และทรัพยากรฯ โดยการปรับพื้นที่นา สวน เลี้ยงสัตวแ หัตถกรรมพื้นบ฾านและรับจ฾าง ดังนั้นไร฽หมุนเวียน คือ ระบบเกษตรวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว฽างเกษตรและปุาไม฾ โดยมีพลวัตรของการจัดการและการปรับตัวอย฽างต฽อเนื่องกับเงื่อนไขระบบนิเวศ โดยการเปลี่ยนพื้นที่ไร฽เหล฽านี้ ให฾เป็นพื้นที่ไร฽ด฾วยการตัด ฟัน โค฽น และเพาะปลูก ทั้งพื้นที่ให฾มีการพักฟื้นในระยะเวลาที่เหมาะสมการพักฟื้น ที่ดินอย฽างเป็นระบบ เพื่อรักษาดุลยภาพของทรัพยากรดินน้ําและปุา และเพื่อทําเกษตรได฾อย฽างต฽อเนื่อง มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๔ และครบวงจร การใช฾ที่ดินแบบไร฽หมุนเวียน ส฽วนไร฽เลื่อนลอย คือระบบการเกษตรที่ย฾ายที่ไปเรื่อย ๆ ไม฽มีการพัฒนา รูปแบบและการจัดการที่เป็นระบบอย฽างถาวรและผูกพันกับถิ่นฐานที่ระบบการเกษตรนั้น ๆ ได฾ใช฾ทรัพยากรอยู฽ ระบบการหมุนเวียนไร฽ การเลือกพื้นที่ที่จะใช฾ประโยชนแให฾เป็นไร฽หมุนเวียน ส฽วนใหญ฽ตามความเชื่อและสิ่งที่ ปฏิบัติสืบทอดกันมานั้นจะไม฽เลือกพื้นที่ที่เป็นปุาต฾นน้ํานํามาเป็นพื้นที่ใช฾ประโยชนแไร฽หมุนเวียน เพราะเชื่อว฽าพื้นที่ ปุาต฾นน้ําเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีดวงวิญญาณ เจ฾าปุาเจ฾าเขาดูแลอยู฽ ชุมชนจะช฽วยกันดูแลรักษาให฾เป็นปุาต฾นน้ําและ แหล฽งต฾นน้ํา หรือส฽วนใหญ฽เรียกว฽า ปุาอนุรักษแ ที่หวงห฾ามไม฽ให฾เข฾าไปใช฾ประโยชนแหรือดําเนินการใด ๆ ในพื้นที่ การเลือกพื้นที่ในการทําไร฽หมุนเวียนจึงมี ๓ ส฽วน ได฾แก฽ - ส฽วน A เป็นบริเวณริมลําธารรวมถึงลําธารจะไม฽เหมาะกับการทําไร฽ หมุนเวียน เพราะเป็นการรักษาการกัดเซาะของน้ําในลําธาร และรักษาความชุ฽มชื้นของบริเวณแม฽น้ําลําธาร - ส฽วน B เป็นบริเวณที่เหมาะกับการทําไร฽หมุนเวียน เพราะดินจะอุดม สมบูรณแ ไม฾บริเวณนี้จะเป็นไม฾ที่โตเร็วและต฾นไม฾ที่ขึ้นบริเวณนี้ จะแข็งแรง สามารถที่จะฟื้นตัวได฾รวดเร็วแม฾จะผ฽านการตัดและเผา - ส฽วน C เป็นบริเวณบนเขาจะไม฽เหมาะทําไร฽หมุนเวียน เพราะดินจะไม฽ สมบูรณแ ต฾นไม฾จะฟื้นตัวช฾าและเป็นการรักษา บริเวณนี้ เพื่อเมล็ดพันธุแจากบริเวณนี้ปลิวหรือกลิ้งลงยังข฾างล฽าง (ส฽วน B) ได฾ด฾วย การเลือกพื้นที่ในการทําไร฽หมุนเวียน มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๕ นอกจากระบบไร฽หมุนเวียน จะมีความสําคัญต฽อระบบการผลิตตามวิถีของชุมชน บ฾านกลางแล฾ว ไร฽หมุนเวียนยังเป็นพื้นที่ของการสร฾างระบบนิเวศนแโดยธรรมชาติ เป็นพื้นที่แหล฽งความมั่นคง ทางด฾านอาหารที่ชุมชนสามารถเก็บผลผลิตมาบริโภคในครัวเรือนได฾ทั้งปี โดยจะเห็นได฾จากปฏิทินการผลิตในไร฽ หมุนเวียนของชุมชนบ฾านกลางในรอบปี รูปปฏิทินการผลิตในไร฽หมุนเวียน ไร฽หมุนเวียน เป็นพื้นที่ในการปลูกข฾าว พืช และผักชนิดต฽าง ๆ ที่ชุมชนมองว฽า เป็นการเกื้อกูลต฽อระบบนิเวศเป็นอย฽างสูง จึงทําให฾ชุมชนส฽วนใหญ฽ทําไร฽หมุนเวียนกันทุกปี ยกเว฾นบางครอบครัวที่มี พื้นที่มาก มีข฾าวบริโภคทั้งปี ซึ่งเมล็ดพันธุแข฾าวยังเป็นพันธุแข฾าวดั้งเดิมที่ใช฾สืบทอดกันมา ปัจจุบันมีอยู฽ทั้งหมด ๑๑ สายพันธุแ พืชอาหารที่พบในพื้นที่ไร฽หมุนเวียนมีอยู฽ทั้งหมด ๖๔ สายพันธุแ ทั้งนี้ขึ้นอยู฽กับการเลือกปลูกของแต฽ละ ครอบครัว อย฽างไรก็ตามแม฾ว฽าแต฽ละครัวเรือน จะมีไร฽หมุนเวียนที่จะใช฾ประโยชนแ แต฽พื้นที่ทําไร฽เป็นกรรมสิทธิ์ ส฽วนรวมของชุมชน (หน฾าหมู฽) ทุกคนมีสิทธิใช฾เท฽าเทียมกัน ภายใต฾ระบบการจัดการร฽วม เป็นระบบการเกษตรที่มี แผนปฏิบัติการสืบทอดกันมาตั้งแต฽ประวัติศาสตรแ แต฽ยังยืนอยู฽บนเงื่อนไข ข฾อจํากัดทางกฎหมายทั้งที่ดินทํากิน ที่ไม฽มีเอกสารสิทธิ์ พื้นที่ปุาที่ถูกประกาศให฾เป็นปุาอนุรักษแตามกฎหมายกลายเป็นถูกกล฽าวหาว฽าเป็นผู฾บุกรุกพื้นที่ปุา ทําลายปุา จํากัดการเข฾าถึงการใช฾ประโยชนแจากทรัพยากรด฾วยนโยบายมติครม. คําสั่งทางกฎหมายต฽าง ๆ ในขณะที่ ชาวบ฾านได฾ตั้งถิ่นฐานมาหลายชั่วอายุคนแล฾วก็ตาม และยังเป็นข฾อถกเถียงให฾สังคมส฽วนใหญ฽ได฾เข฾าใจยอมรับในวิถี การผลิตไร฽หมุนเวียน ที่สามารถเป็นระบบสร฾างปุาสร฾างความยั่งยืนได฾ รูปไร฽หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลาง ๒) การดูแลรักษาป่าไม้ของชุมชน ผลของความร฽วมมือของชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลาง และเจตนารมณแในการดูแลรักษาปุา ของชุมชนทําให฾ชุมชนบ฾านกลางได฾รับรางวัล ลูกโลกสีเขียวประเภทชุมชน ประจําปี ๒๕๕๐ นํามาซึ่งความ ภาคภูมิใจของชาวบ฾านและเป็นต฾นแบบขยายผลสู฽ชุมชนข฾างเคียง จากเหตุการณแและสาเหตุดังกล฽าวทําให฾ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๖ สถานการณแด฾านทรัพยากรของชุมชน เกิดความเสื่อมโทรมอย฽างหนัก พื้นที่ปุาต฾นน้ําได฾ถูกทําลายลงไป สัตวแปุา ลดลงเป็นจํานวนมาก ความอุดมสมบูรณแของลุ฽มน้ําถูกทําลายทําให฾ปริมาณน้ําในลําห฾วยต฽าง ๆ ลดลง บางลําห฾วย แห฾งขอด ไม฽เพียงแต฽ส฽งผลกระทบต฽อคนในชุมชนเท฽านั้น แต฽ยังมีผลสืบเนื่องไปถึงสัตวแปุาและสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่ อาศัยลําห฾วยในการหล฽อเลี้ยงชีวิต ดังนั้นกลุ฽มชาวบ฾านจึงได฾ทบทวนถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นและพยายาม ฟื้นฟูดูแลรักษาปุาต฾นน้ําของชุมชนที่ถูกทําลายให฾ฟื้นคืนสภาพดังเดิม โดยใน พ.ศ. ๒๕๓๘ คณะกรรมการปุาชุมชนบ฾านกลาง ได฾มีการพยายามรวมตัวกัน และจัดตั้งกลุ฽มองคแกรชาวบ฾าน เพื่อดูแลรักษาปุาไว฾ให฾อุดมสมบูรณแถึงลูกถึงหลานต฽อไป มีการตั้งกฎระเบียบ ในการใช฾ปุาของชุมชน และมีบทลงโทษสําหรับผู฾ที่ฝุาฝืนกฎระเบียบ โดยเฉพาะการดูแลสัตวแปุา มีการกันพื้นที่ ไว฾ให฾เป็น “หมู฽บ฾านสัตวแปุา” โดยมีชาวบ฾านเป็นผู฾สอดส฽องดูแลผู฾รุกล้ําหมู฽บ฾านสัตวแปุา และในวันสําคัญๆ จะมี พิธีกรรมทางศาสนาคริสตแตามความเชื่อของชาวบ฾านกลาง โดยมีการนมัสการพระเจ฾าอธิษฐานพระเจ฾า เพื่อปุาไม฾ และทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทําลายมากขึ้นทุกวัน คริสตแศาสนิกชนเชื่อว฽าทุกสิ่งในโลกเป็นสิ่งที่พระเจ฾าทรงสร฾าง ดังนั้นปุาไม฾และทรัพยากรธรรมชาติก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พระเจ฾าทรงสร฾าง ในพระคัมภีรแพระเจ฾าได฾ตรัสไว฾ว฽า “ให฾ดูแล รักษาสิ่งที่พระเจ฾าทรงสร฾าง” ชาวคริสตแถือว฽าการนมัสการและการอธิษฐานเพื่อปุาไม฾และทรัพยากรธรรมชาติ ไม฽ให฾ถูกทําลาย เป็นการสนองตอบต฽อพระดํารัสของพระเจ฾าและถือว฽าเป็นเจตนารมณแที่ดีอย฽างหนึ่งตามความเชื่อ ของชาวบ฾าน โดยสมาชิกชุมชนบ฾านกลางได฾กล฽าวเป็นเสียงเดียวกันว฽า “พวกเราไม฽ต฾อนรับผู฾ที่เข฾ามาในหมู฽บ฾าน ของเรา โดยมีความประสงคแหรือเจตนาร฾ายต฽อปุาต฽อสัตวแและต฽อพวกเรา” กิจกรรมที่ทางชุมชนบ฾านกลางได฾ปฏิบัติ มีดังนี้ - ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ จัดตั้งกลุ฽มองคแกรชาวบ฾าน คือ คณะกรรมการปุาชุมชนบ฾านกลาง - การตั้งกฎระเบียบการใช฾ปุาของชุมชน - จัดทําหมู฽บ฾านสัตวแปุา - ทําแนวกันไฟต฽อเนื่องทุกปี ทุกเดือนกุมภาพันธแ-เมษายน - การลาดตระเวนตรวจปุา จัดเวรยามหมุนเวียน วันละ ๓ คน ตลอดเดือน ก.พ. - เม.ย. - การทําปูายรณรงคแ - การอนุรักษแพันธุแปลา กําหนดพื้นที่ในการอนุรักษแ กําหนดเครื่องมือในการจับปลา - การบวชปุา - จัดตั้งกองทุนหน฽อไม฾ - กําหนดพื้นที่ส฽วนกลางในการทําไร฽หมุนเวียน ผลสําเร็จในการดําเนินงานด฾านการดูแลรักษาปุาไม฾ของชุมชน มีดังนี้ - ชุมชนมีแหล฽งอาหาร และมีรายได฾จากการเก็บหน฽อไม฾ ปีละประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ บาท - ผืนปุาเป็นแหล฽งสมุนไพร - สามารถรักษาแหล฽งต฾นน้ํา ลําธาร - สามารถดูแลปูองกันปัญหาไฟปุา หมอกควัน ได฾อย฽างมีประสิทธิภาพ - สามารถรักษาพื้นที่ขยายพันธุแสัตวแปุา จนกลายเป็น “หมู฽บ฾านสัตวแปุา” มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๗ - จัดกองทุนหมู฽บ฾านเพื่อนํามาทํากิจกรรมในการดูแลรักษาปุา - เยาวชนในพื้นที่ ไม฽ออกไปทํางานต฽างถิ่น เพราะมีอาชีพและรายได฾จากการเก็บของปุา รูปการทําแนวกันไฟบ฾านกลาง ๓) การจัดท าแนวเขตการจัดการที่ดินอย่างมีส่วนร่วม กระบวนการสํารวจแนวเขตและจัดทําฐานข฾อมูลโดยใช฾เครื่องมือสารสนเทศ ทางภูมิศาสตรแ ข฾อมูล ความรู฾ และความจริง ทั้งนี้นอกจากความพยายามในการดูแลจัดการทรัพยากร ของชุมชนให฾เป็นไปในแนวทางที่เหมาะสมแล฾ว ในประเด็นที่ดินทํากิน ชุมชนได฾ริเริ่มการจัดทําแนวเขต การจัดการ ที่ดินอย฽างมีส฽วนร฽วม โดยการสํารวจแนวเขตการใช฾ที่ดินทํากินโดยใช฾เครื่องมือสารสนเทศทางภูมิศาสตรแ เพื่อสํารวจ จัดทําข฾อมูลการใช฾ที่ดินรายแปลง รวมถึงการจัดทําแนวเขตที่ดินทํากินและแนวเขตปุาที่ชัดเจน พร฾อมทั้งปรับปรุง กฎระเบียบการใช฾ที่ดินที่เหมาะสม เพื่อปูองกันการบุกรุกและสร฾างความเชื่อมั่นในการใช฾ประโยชนแในที่ดินทํากิน ให฾กับชุมชนร฽วมกัน โดยได฾พัฒนายกระดับข฾อมูลแนวเขตที่ดินไปสู฽หนังสือรับรองทะเบียนประวัติการใช฾ที่ดิน นอกจากนั้นชุมชนบ฾านกลาง ได฾ร฽วมประสานงานกับชุมชนใกล฾เคียงระดับตําบล เพื่อทําความเข฾าใจเรื่องแนวเขตการจัดการที่ดินและปุาชุมชนให฾ชัดเจน รวมถึงการจัดตั้งเครือข฽ายระดับตําบล ร฽วมกับชุมชนอื่น ๆ จัดทําเครื่องมือ กลไกการบริหารจัดการที่ดินโดยชุมชนทั้งระบบ แต฽งตั้งคณะกรรมการที่ดิน โดยชุมชน มีวาระ ๔ ปี มีการจัดตั้งธนาคารที่ดินชุมชน เพื่อเป็นกลไกในการปูองกันปัญหาที่ดินหลุดมือออกนอก ชุมชน รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงกฎระเบียบการบริหารจัดการที่ดินของชุมชนให฾สามารถแก฾ไขปัญหาและ ปูองกันการบุกรุกได฾จริง โดยมีกฎระเบียบการจัดการที่ดินโดยชุมชน ดังนี้ ๑. ไม฽ขยายออกนอกเขตที่ชุมชนสํารวจร฽วมกัน / ไม฽บุกรุกปุาเพิ่ม ๒. ไม฽เปลี่ยนแปลงการใช฾ประโยชนแ-ระบบการผลิตในไร฽หมุนเวียนเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ ๓. ห฾ามคนภายนอกเข฾ามาเช฽าที่ดินทํากิน ๔. ห฾ามใช฾สารเคมีในระบบการผลิตที่มีผลกระทบต฽อคนและสิ่งแวดล฾อม ๕. ไม฽ขายที่ดินให฾กับคนภายนอกชุมชน หนังสือรับรองสิทธิชุมชน ทะเบียนประวัติการใช฾ที่ดินว฽าด฾วยการจัดการที่ดินอย฽างยั่งยืน ซึ่ง “ทะเบียนประวัติการใช฾ที่ดิน” มีนัยยะสําคัญเพื่อแสดงว฽าแปลงที่ดินดังกล฽าวได฾มีการทําประโยชนแในที่ดิน ภายใต฾ข฾อตกลงร฽วมและการรับรองของคณะกรรมการหมู฽บ฾าน เอกสารทะเบียนประวัติการใช฾ที่ดินดังกล฽าวมิใช฽ เอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน แต฽เป็นลักษณะการให฾สิทธิชุมชนในการจัดการที่ดิน ซึ่งมีการกําหนดขอบเขต พื้นที่องคแประกอบหรือผู฾แทนชุมชน เงื่อนไขการใช฾พื้นที่ไว฾อย฽างชัดเจน ส฽วนกระบวนการในการบริหารจัดการ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๘ ในการใช฾ประโยชนแที่ดินสมควรให฾ชุมชนจัดการกันเองให฾สอดคล฾องกับสภาพสังคม วิถีชีวิตวัฒนธรรม และ สิ่งแวดล฾อม โดยสิทธิของชุมชนในที่ดินดังกล฽าวจะทําให฾ชุมชนสามารถบริหารจัดการที่ดินให฾เกิดประโยชนแต฽อ สมาชิกในชุมชนภายใต฾เงื่อนไขข฾อตกลงกับภาครัฐ ซึ่งนอกจากจะเป็นผลดีแก฽ชุมชนแล฾ว ยังเป็นผลดีแก฽รัฐที่จะ ได฾รับความร฽วมมือจากชุมชนในการดูแลที่ดินและลดภาระในการปูองกันการบุกรุกที่ดินของรัฐอีกทางหนึ่ง รูปหนังสือรับรองสิทธิชุมชน รูปหลักเขตคุ฾มครองพื้นที่วัฒนธรรมพิเศษชุมชนกะเหรี่ยง ส่วนที่ ๒ คุณค่าและบทบาทของวิถีชุมชนที่มีต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๑. คุณค่าของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ส าคัญ ชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางมีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน โดยผ฽านทางภูมิปัญญาท฾องถิ่น ขนบธรรมเนียม ประเพณี ความเชื่อ ศาสนา ซึ่งสังเกตได฾จากการรู฾จักวิธีการอนุรักษแทรัพยากรปุาไม฾ การทําไร฽ หมุนเวียน การสร฾างแนวกันไฟ การบวชปุา โดยเฉพาะการทําไร฽หมุนเวียน ภายหลังทําไร฽ประมาณ ๒-๓ ปีก็สามารถ สร฾างรอยต฽อระหว฽างปุาธรรมชาติกับปุาช฽วงฟื้นตัวหลังจากการทําไร฽ได฾ ซึ่งจากการอนุรักษแปุาดังกล฽าวส฽งผลให฾เกิด การร฽วมกลุ฽มของชาวบ฾านเพื่อการจัดการทรัพยากรปุาไม฾ โดยตั้งเป็นคณะกรรมการปุาชุมชนหมู฽บ฾านมีการกําหนด กฎเกณฑแ ระเบียบ ข฾อบังคับ การกําหนดบทลงโทษ โดยชาวบ฾านจะอยู฽ภายใต฾ขอบเขตหรือกฎเกณฑแของ คณะกรรมการปุาชุมชน จากการมีผลประโยชนแร฽วมกันในทรัพยากรปุาไม฾ทุกคนภายในหมู฽บ฾านจะมีสิทธิและ ได฾รับกรรมสิทธิ์ในการแบ฽งปันผลประโยชนแอย฽างเป็นธรรมเหมือนกันทุกคน แต฽ชาวบ฾านจะไม฽ได฾มีสิทธิ์หรือ กรรมสิทธิ์โดยเด็ดขาดเพราะถือว฽าทรัพยากรปุาไม฾เป็นของส฽วนรวม มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๐๙ ๒. บทบาทของชุมชนที่มีต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ชุมชนได฾มีส฽วนร฽วมในการจัดการและใช฾ประโยชนแจากทรัพยากรธรรมชาติ โดยมีการค฾นหา ปัญหา สาเหตุ หาแนวทางแก฾ไขปัญหา และปกปูองทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน โดยมีการกําหนดนโยบายของ หมู฽บ฾านในการแก฾ไข ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมให฾ฟื้นคืนสภาพ โดยร฽วมกันวางแผนดําเนินงาน อีกทั้ง จัดตั้งองคแกรคณะกรรมการปุาชุมชนบ฾านกลางขึ้นมา เพื่อบริหารรักษาทรัพยากรปุาไม฾ โดยร฽างกฎระเบียบ ข฾อบังคับ และกําหนดการใช฾ประโยชนแจากทรัพยากรปุาไม฾ จัดสรรชาวบ฾านให฾เข฾าร฽วมในกิจกรรมการรักษาปุา ของหมู฽บ฾าน ซึ่งการอํานวยการจะผ฽านทางประธานกรรมการปุาชุมชนในการสั่งการ รวมทั้งประสานงานกับ หน฽วยงานของรัฐและองคแกรเอกชนภายนอก ส฽วนในด฾านของงบประมาณชาวบ฾านจะเก็บรวบรวมเงินกันภายใน หมู฽บ฾าน เพื่อจัดตั้งเป็นกองทุนรักษาปุาของหมู฽บ฾าน และอีกส฽วนหนึ่งได฾รับสนับสนุนจากองคแการบริหารส฽วนตําบลบ฾านดง ส่วนที่ ๓ มาตรการในการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ๑. โครงการกิจกรรมที่มีการด าเนินงานของรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม การอนุรักษแ ฟื้นฟู กรมปุาไม฾ (สํานักงานปุาไม฾จังหวัดลําปาง อุทยานแห฽งชาติถ้ําผาไท) เข฾ามาดูแลตรวจตราในพื้นที่ปุาไม฾ และเข฾าร฽วมกิจกรรมการบวชปุาของชุมชน, องคแการบริหารส฽วนตําบลบ฾านดง เข฾ามาส฽งเสริม และร฽วมกิจกรรมการบํารุงรักษา ฟื้นฟูปุาร฽วมกับชาวบ฾าน, เครือข฽ายกลุ฽มเกษตรกรภาคเหนือเข฾ามา สนับสนุนแลกเปลี่ยนให฾ความรู฾แก฽ชาวบ฾าน การจัดการและการใช฾ประโยชนแจากทรัพยากรปุาไม฾, ผู฾ใหญ฽บ฾านและคณะกรรมการหมู฽บ฾าน การบริหารจัดการ การปูองกัน การอนุรักษแ และการฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ๒. มาตรการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่คาดว่าจะด าเนินการ ในอนาคต การขับเคลื่อน บ฾านกลางโมเดล ชุมชนต฾นแบบ “คนอยู฽กับปุา” ยืนหยัดสู฾รัฐ ด฾วยข฾อมูลและวิถีกะเหรี่ยง ดั้งเดิม โดยกําหนดพื้นที่ปุาไว฾อย฽างชัดเจน มีคณะกรรมการปุาชุมชนบ฾านกลาง ที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อดูแล จัดการ และวางแผนกิจกรรมในการดูแลปุา พร฾อมทั้งแบ฽งพื้นที่ปุา ออกเป็น ๔ ประเภท ทั้งปุาอนุรักษแ ปุาชุมชนหากิน ปุาชุมชนใช฾สอย และหมู฽บ฾านสัตวแปุาของชุมชน ดังนั้น บ฾านกลางโมเดลจึงเป็นต฾นแบบ ในเรื่องคนอยู฽กับปุา มาปรับใช฾กับการพัฒนาในพื้นที่ และพิสูจนแให฾เห็นว฽าคนสามารถอยู฽กับปุาได฾ ยกให฾เป็นโมเดลนําร฽องของการจัดการตัวเองในการอยู฽ร฽วมกับธรรมชาติ สังคม วิถีวัฒนธรรม อาหาร และการผลิตต฽าง ๆ ได฾ดี เพื่อปรับใช฾กับหมู฽บ฾านอื่น ๆ รวมถึงที่สําคัญที่สุดคือ บ฾านกลางยังคง แนวทางของคนอยู฽กับปุา เพราะเชื่อว฽าธรรมชาติ และพระเจ฾าสามารถเลี้ยงเราให฾อยู฽รอดได฾ จึงทําให฾ ชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลาง ยังต฾องลุกขึ้นสู฾ และต฽อรองกับเจ฾าหน฾าที่รัฐ ด฾วยความอุดมสมบูรณแของปุาไม฾ ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษแ ให฾ช฽วยยืนยันว฽าชาวกะเหรี่ยงบ฾านกลางช฽วยกันรักษาผืนปุาแห฽งนี้มาเป็นอย฽างดี มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๑๐ ส่วนที่ ๔ สถานภาพปัจจุบัน ๑. สถานะการคงอยู่ของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มีการปฏิบัติอย฽างแพร฽หลาย เสี่ยงต฽อการสูญหายต฾องได฾รับการส฽งเสริมและรักษาอย฽างเร฽งด฽วน ไม฽มีการปฏิบัติอยู฽แล฾วแต฽มีความสําคัญต฽อวิถีชุมชนที่ต฾องได฾รับการฟื้นฟู ๒. สถานภาพปัจจุบันของการถ่ายทอดความรู้และปัจจัยคุกคาม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากชาวบ฾านมีส฽วนร฽วม พบว฽า เมื่อมองอย฽างผิวเผินแล฾ว อาจจะดูเหมือนว฽าจะไม฽เป็นตามระเบียบ แบบแผน ตามหลักวิชาการ แต฽ปรากฏว฽าชาวบ฾านมีวิธีการ จัดการตามแบบของตนได฾อย฽างมีประสิทธิภาพ บนเงื่อนไขวิถีชีวิตของชุมชนในการร฽วมกันวางแผน ดําเนินการจัดตั้งคณะกรรมการปุาชุมชนหมู฽บ฾านกลางขึ้นมาเพื่อบริหารรักษา โดยร฽วมกันร฽างกฎระเบียบ ข฾อบังคับ การกําหนดความรับผิดชอบของชาวบ฾าน การร฽วมกิจกรรม การรักษาปุา โดยมีการสั่งการ จากคณะกรรมการปุาชุมชนของหมู฽บ฾านในการจัดการทรัพยากรปุาไม฾ของชุมชน จะออกมาในรูปของ แรงงานคนเป็นส฽วนมาก ในด฾านของงบประมาณที่ได฾มาจากการเก็บรวบรวมของชาวบ฾านทุกหลังคา เรือนซึ่งบ฽งบอกถึงการเสียสละและรู฾ซึ้งถึงคุณค฽าของทรัพยากรปุาไม฾ซึ่งก฽อให฾เกิดประโยชนแแก฽ชุมชน ๓. รายชื่อผู้สืบทอดหลัก รายชื่อบุคคล/หัวหน้า คณะ/กลุ่ม/สมาคม/ ชุมชน อายุ/อาชีพ องค์ความรู้ด้านที่ได้รับ การสืบทอด/จ านวนปีที่ สืบทอดปฏิบัติ สถานที่ติดต่อ/โทรศัพท์ นายสมชาติ หละแหลม ผู฾ใหญ฽บ฾าน หมู฽บ฾านกลาง การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ ๑๑ หมู฽ ๕ ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง โทรศัพทแ๐๘ ๑๐๒๗ ๐๗๕๐ ส่วนที่ ๕ การยินยอมของชุมชนในการจัดท ารายการเบื้องต้นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ชื่อ-สกุล นายสมชาติ หละแหลม สถานภาพที่เกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ผู฾ใหญ฽บ฾าน หมู฽ที่ ๕ บ฾านกลาง ตําบลบ฾านดง ขอรับรองข้อมูลตามเอกสารค าขอเสนอฯ และยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลและน าไปใช้ประโยชน์ต่อไป ลงชื่อ นายสมชาติ หละแหลม วันที่ ๓๐ เดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๑๑ ส่วนที่ ๖ ภาคผนวก ๑. บุคคลอ้างอิง นายสมชาติ หละแหลม ผู฾ใหญ฽บ฾าน หมู฽ที่ ๕ บ฾านกลาง ตําบลบ฾านดง ที่อยู฽ ๑๑ หมู฽ ๕ ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง โทรศัพทแ๐๘ ๑๐๒๗ ๐๗๕๐ ๒. รูปภาพ พร้อมค าอธิบายใต้ภาพ จ านวน ๕ ภาพ รหัสภาพ ภาพ ค าอธิบาย วัน เดือน ปี ที่ ถ่าย ผู้ถ่ายภาพ การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ –๐๑ ลงพื้นที่จัดเก็บ ข฾อมูล ๒๖ กันยายน ๒๕๖๔ เฉลิมชนมแ บุตรจุมปา การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ –๐๒ ลงพื้นที่จัดเก็บ ข฾อมูล ๒๖ กันยายน ๒๕๖๔ เฉลิมชนมแ บุตรจุมปา การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ –๐๓ ปู า ย ท า ง เ ข฾ า หมู฽บ฾านกลาง ๒๖ กันยายน ๒๕๖๔ เฉลิมชนมแ บุตรจุมปา การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ –๐๔ ปูายแสดงเข฾าสู฽ พื้นที่คุ฾มครอง ทางวัฒนธรรม พิเศษ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๔ เฉลิมชนมแ บุตรจุมปา การจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ –๐๕ บ฾านเรือนของ ชาวกะเหรี่ยง บ฾านกลาง ๒๖ กันยายน ๒๕๖๔ เฉลิมชนมแ บุตรจุมปา มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๑๒ ๓. ข้อมูลภาพถ่าย ข้อมูลภาพเคลื่อนไหว หรือข้อมูลเสียง ข฾อมูลภาพถ฽าย ได฾แก฽ ภาพถ฽าย จํานวน ๕ ภาพ ข฾อมูลภาพเคลื่อนไหว ได฾แก฽ ข฾อมูลเสียง ได฾แก฽ ๔. ข้อมูลผู้เสนอ ชื่อ-สกุล นายสมชาติ หละแหลม หน฽วยงาน ผู฾ใหญ฽บ฾าน หมู฽ที่ ๕ บ฾านกลาง เลขที่ ……๑๑……..หมู฽ ..…๕….. ซอย ........-......... ถนน .....-......... แขวง/ตําบล ...บ฾านดง….. เขต/อําเภอ........แม฽เมาะ.................. จังหวัด ....ลําปาง.....รหัสไปรษณียแ ......... ๕๒๑๑๐........ โทรศัพทแ ........-....... โทรสาร .....-.... มือถือ ๐๘ ๑๐๒๗ ๐๗๕๐ ๕. ข้อมูลผู้ประสานงาน ชื่อ-สกุล นายสมชาติ หละแหลม โทรศัพทแ .........-........ โทรสาร ..........-....... มือถือ ๐๘ ๑๐๒๗ ๐๗๕๐ อีเมลแ ............-.................. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๑๓ บรรณานุกรม กาญจนา เงารังสีและคณะ, ๒๕๕๘. “บทที่ ๕ พลังความคิดและภูมิปัญญา”. ในอานันทแ กาญจนพันธุแ(บก.). กํากึ้ดกําปาก งานวิจัยวัฒนธรรมภาคเหนือ. เชียงใหม฽: ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษวิทยา คณะสังคมศาสตรแ มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽. คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.), ๒๕๖๓. “สถานการณแและภาพรวมงานวิจัยเพื่อพัฒนาและแก฾ปัญหาในจังหวัดลําปาง” ไพสิฐ พาณิชย์กุลและคณะ, ๒๕๕๙. สิทธิของชุมชนชาวกะเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) กับการดําเนินเขตวัฒนธรรมพิเศษไร฽หมุนเวียนในพื้นที่ยุทธศาสตรแการ แก฾ไขปัญหาข฾อพิพาทกรณีที่ดินทํากินและที่อยู฽อาศัยของชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ปุาภาคเหนือ,สํานักงานสิทธิ มนุษยชนแห฽งชาติ. ขวัญชีวัน บัวแดง, ๒๕๔๙. “กะเหรี่ยง : หลากหลายชีวิตจากขุนเขาสู฽เมือง” : ศูนยแศึกษาชาติพันธุแและการพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽, พิมพแครั้งที่ ๑ ลูวิส, พอล, ๒๕๒๘. “หกเผ฽าชาวดอย” พอล และ อีเลน ลูวิส ; ศิริวรรณ สุขพานิช, แปลและเรียบเรียง เชียงใหม฽ : หัตถกรรมชาวเขา, ๒๕๒๘ วินัย บุญลือ, ๒๕๔๕. “ทุนทางวัฒนธรรมและการช฽วงชิงอํานาจเชิงสัญลักษณแของชุมชนชาวปกาเกอะญอ”เชียงใหม฽ : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽ ฟ้อน เปรมพันธุ์, ๒๕๖๐. “ภูมิปัญญากะเหรี่ยง กาญจนบุรี” : สํานักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี. ศรีสมร เทพสุวรรณ์, ๒๕๕๑. “การศึกษากระบวนการการผลิตและลายของผ฾าทอกะเหรี่ยงจังหวัดตาก: กรณีศึกษา บ฾านปุาไร฽เหนือ หมู฽ที่ ๓ ตําบล พระธาตุ อําเภอแม฽ระมาด จังหวัดตาก ศิริวรรณ มูลใจ, ๒๕๖๓. “เจ฾าพ฽อโมกขละ: ความเชื่อเเละพิธีกรรมของชาวปกาเกอะญอ หมู฽บ฾านห฾วยปลากอง ตําบลขะเนจื้อ อําเภอแม฽ระมาด จังหวัดตาก” วิทยานิพนธแ มหาวิทยาลัยนเรศวร. ชัยศิลป์ คนคล่อง, ๒๕๔๓. “ความเชื่อ ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวปกาเกอญอบ฾านแม฽หมีในหมู฽ที่ ๖ ตําบลหัวเมือง อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง” สํานักบัณฑิตอาสาสมัคร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตรแ กฤษฎา บุญชัย, พรพณา ก๊วยเจริญและคณะ. ๒๕๕๗. “การศึกษาไร฽หมุนเวียนของกะเหรี่ยงเพื่อเสนอเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม”. กระทรวงวัฒนธรรม คณะกรรมการอ านวยการบูรณาการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกระเหรี่ยง. ๒๕๕๔. “แนวนโยบายและหลักปฏิบัติในการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง”. กรุงเทพฯ: โรงพิมพแแห฽งจุฬาลงกรณแมหาวิทยาลัย. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๑๔ รัตนาพร เศรษฐกุลและคณะ. “สิทธิชุมชนท฾องถิ่นชาวเขาในภาคเหนือของประเทศไทย: อดีตและปัจจุบัน กรณีศึกษาและปัญหา. กรุงเทพฯ: นิติ ธรรม”. ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี. ๒๕๓๙. “ภูมิปัญญานิเวศวิทยาชนพื้นเมือง: ศึกษากรณีชุมชนกะเหรี่ยงในปุาทุ฽งใหญ฽นเรศวร”. กรุงเทพฯ: โครงการฟื้นฟูชีวิต และธรรมชาติ. ยศ สันตสมบัติ. ๒๕๔๒. “ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท฾องถิ่นเพื่อการพัฒนาอย฽างยั่งยืน” .เชียงใหม฽: ภาควิชาสังคมวิทยา และมนุษยวิทยา คณะสังคมศาสตรแ มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽. สุมิตรชัย หัตสาร. ๒๕๕๙. “ โครงการศึกษาปัจจัยเอื้อและข฾อจ ากัดต฽อการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติโดยชุมชนอย฽างยั่งยืน: กรณีศึกษาชุมชนต฾นแบบเครือข฽ายปฏิรูปที่ดินภาคเหนือ”. (เอกสารอัดสําเนา) ______๒๕๔๗. “ระบบการเกษตรแบบไร฽หมุนเวียน: สถานภาพและความเปลี่ยนแปลง (เล฽ม ๒)”.เชียงใหม฽: คณะสังคมศาสตรแ มหาวิทยาลัยเชียงใหม฽. อานุภาพ นุ่นสง. ๒๕๕๗. “๕ ทศวรรษความเปลี่ยนแปลงในชนบทภาคเหนือ: ศึกษาการจัดการสมบัติชุมชนของชุมชนและหย฽อมบ฾าน อ.แม฽แจ฽ม จ.เชียงใหม฽ พ.ศ. ๒๕๐๐-2550”.กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาองคแกรชุมชน Marshall, Harry Ignatius ,1997. The Karen People of Burma. A Study in Anthropology and Ethnology. White Lotus. Anderson, Jon Lee , 2004. Guerrillas: Journeys in the Insurgent World. Penguin Books. Delang, Claudio O., 2003. Living at the Edge of Thai Society: The Karen in the Highlands of Northern Thailand. London: Routledge. ISBN 978-0-415-32331-4. Falla, Jonathan ,1991. True Love and Bartholomew: Rebels of the Burmese Border. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 978-0-521-39019-4. Forbes, Andrew, and Henley, David, 2012. 'Chiang Mai's Hill Peoples' in: Ancient Chiang Mai Volume 3. Chiang Mai, Cognoscenti Books, ASIN: B006IN1RNW. มรดกภมูิปัญญาทางวฒันธรรม ของกลุ่มชาติพันธกุ์ะเหรี่ยง ในพื้นที่จังหวดัลำ ปาง


๑๑๕ ภาคผนวก


๑๑๖ แบบส ารวจมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพื้นที่จังหวัดล าปาง (แบบ มภ.๑) กลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง ชื่อรายการ มรดก ภูมิปัญญา ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป ชื่อผู้ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ ภาพถ่ายมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บ฾านโปุงน้ําร฾อน ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริมงาม จังหวัดลําปาง ผ฾าทอกะเหรี่ยง โดยใช฾กี่เอว งานช฽างฝีมือ ดั้งเดิม ความรู฾ และ การปฏิบัติเกี่ยวกับ ธรรมชาติและจักรวาล แนว ปฏิบัติ ทางสังคมเกี่ยวกับ พิ ธี ก ร ร ม ป ร ะ เ พ ณี แ ล ะ เทศกาล ศิลปะการแสดง มีคุณภาพของสีทนต฽อแสง โดยการใช฾ น้ําแร฽เป็นส฽วนผสมในทุกขั้นตอนของ การย฾อมสีธรรมชาติ ซึ่งใช฾กี่เอวในการ ทอผ฾าจึงได฾ผืนผ฾าที่แน฽น และลวดลาย ที่หลากหลาย รูปแบบเป็น ลายดั้งเดิม ที่สืบทอดต฽อกันมาจากบรรพบุรุษ และ ลวดลายที่ดัดแปลงมาจากลายเดิม เป็นลวดลายที่ลอกเลียนมาจาก ธรรมชาติ นอกจากนี้ผ฾าทอกะเหรี่ยงยัง อยู฽ในวิถีชีวิตพิธีกรรม ประเพณี และ เทศกาล ซึ่งชาวบ฾านจะแต฽งชุดประจํา เผ฽าเมื่อมีพิธีกรรม ประเพณีที่สําคัญ และโอกาสพิเศษต฽าง ๆรวมไปถึง ผ฾าทอ กะเหรี่ยง ถูกนําเป็นเครื่องแต฽งกาย เพื่อใช฾ในการแสดงของชาวกะเหรี่ยงใน งานประเพณีที่สําคัญของหมู฽บ฾าน งาน สําคัญทางศาสนาและงานต฾อนรับ นักท฽องเที่ยว เป็นต฾น - นางพลอย กาวิโล - ส ม า ชิ ก ใ น ก ลุ฽ ม ผ฾ า ท อ กะเหรี่ยงบ฾าน โ ปุง น้ํ า ร฾ อ น ตําบลเสริมกลาง อําเภอเสริม งาม จังหวัด ลําปาง


๑๑๗ กลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง ชื่อรายการ มรดก ภูมิปัญญา ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป ชื่อผู้ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ ภาพถ่ายมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บ฾านแม฽ฮ฽าง ตําบลนาแก อําเภองาว จังหวัดลําปาง ผ฾าทอกะเหรี่ยง โดยใช฾กี่เอว งานช฽างฝีมือ ดั้งเดิม ความรู฾ และ การปฏิบัติเกี่ยวกับ ธรรมชาติและจักรวาล แนว ปฏิบัติ ทางสังคมเกี่ยวกับ พิ ธี ก ร ร ม ป ร ะ เ พ ณี แ ล ะ เทศกาล ศิลปะการแสดง ผ฾ า ท อ ก ะ เ ห รี่ ย ง เ ป็ น ผ฾ า ฝู า ย ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณแเฉพาะตัว มีลายดั้งเดิม และลายที่มีปรับปรุง ประยุกตแเป็นลายใหม฽ โดยใช฾ฐานลาย เก฽ามาปรับ ทําให฾เกิดความสวยงาม และทันสมัยมากขึ้น มีการนําเอ ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งเปลือกไม฾ ใบไม฾ ผลไม฾ มาย฾อมสีผ฾า นอกจากนี้ผ฾า ทอกะเหรี่ยงยังอยู฽ในวิถีชีวิต พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล ซึ่งชาวบ฾านจะ แต฽งชุดประจําเผ฽าเมื่อมีพิธีกรรม ประเพณีที่สําคัญ และโอกาสพิเศษ ต฽าง ๆรวมไปถึงผ฾าทอกะเหรี่ยง ถูกนํา เป็นเครื่องแต฽งกาย เพื่อใช฾ในการแสดง ของชาวกะเหรี่ยงในงานประเพณีที่ สําคัญของหมู฽บ฾าน งานสําคัญทาง ศาสนา และงานต฾อนรับนักท฽องเที่ยว เป็นต฾น - นางอาภรณแ ศิราไพบูลยแพร - นางประไพ สิราซาง - น า ง วิ ลั ย ปิ่นเงิน - นางปรานอม ศิราไพบูลยแพร - สมาชิกใน กลุ฽มผ฾าทอ กะเหรี่ยงบ฾าน แม฽ฮ฽าง ตําบล นาแก อําเภอ งาว จังหวัด ลําปาง


๑๑๘ กลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง ชื่อรายการ มรดก ภูมิปัญญา ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป ชื่อผู้ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ ภาพถ่ายมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บ฾านแม฽หมีใน ตําบลหัวเมือง อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง ผ฾าทอย฾อมสี ธรรมชาติ งานช฽างฝีมือ ดั้งเดิม ความรู฾ และ การปฏิบัติเกี่ยวกับ ธรรมชาติและจักรวาล แนว ปฏิบัติ ทางสังคมเกี่ยวกับ พิ ธี ก ร ร ม ป ร ะ เ พ ณี แ ล ะ เทศกาล ศิลปะการแสดง - สมาชิกใน กลุ฽มผ฾าทอ กะเหรี่ยงบ฾า น แม฽ฮ฽าง ตําบล นาแก อําเภอ งาว จังหวัด ลําปาง


๑๑๙ กลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง ชื่อรายการ มรดก ภูมิปัญญา ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป ชื่อผู้ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ ภาพถ่ายมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บ฾ า น ก ล า ง ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง ผ฾าทอกะเหรี่ยง โดยใช฾กี่เอว งานช฽างฝีมือ ดั้งเดิม แนว ปฏิบัติ ทางสังคมเกี่ยวกับ พิ ธี ก ร ร ม ป ร ะ เ พ ณี แ ล ะ เทศกาล ศิลปะการแสดง เทคนิคการทอผ฾าของชาวกะเหรี่ยง บ฾านกลาง มีการสร฾างสรรคแลวดลาย ที่หลากหลายทั้งการจก การทอ ยก ดอก การนัดหยี่ การปักด฾วยด฾ายหรือ ไหมพรมหลากสี การปักประดับ ตกแต฽งด฾วยเมล็ดลูกเดือย เป็นต฾น ซึ่งการปูายด฾วยด฾ายเป็นลวดลาย ดอกไม฾ ใบไม฾ และลวดลายต฽าง ๆ ถือ เป็นจุดเด฽นและความแตกต฽าง นอกจากนี้ชาวบ฾านจะแต฽งชุดประจํา เผ฽าเมื่อมีพิธีกรรม ประเพณีที่สําคัญ และโอกาสพิเศษต฽าง ๆ รวมไปถึง ผ฾า ทอกะเหรี่ยง ถูกนํามาเป็นเครื่อง แต฽งกาย เพื่อใช฾ในการแสดงของชาว กะเหรี่ยงในงานประเพณีที่สําคัญของ หมู฽บ฾าน งานสําคัญทางศาสนา และ งานต฾อนรับนักท฽องเที่ยว เป็นต฾น - นางสาวแก฾วตา จินใจ --นางสาวจามจุรี มะกันถา -- นางสาววลิ ดา หละแหลม - น า ง ส า ว นิตยา ครอง ธารา - สมาชิกใน กลุ฽มผ฾าทอ กะเหรี่ยงบ฾าน กลาง ตําบล บ฾านดง อําเภอแม฽ เมาะ จังหวัด ลําปาง


๑๒๐ กลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง ชื่อรายการ มรดก ภูมิปัญญา ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป ชื่อผู้ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ ภาพถ่ายมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บ฾ า น ก ล า ง ตําบลบ฾านดง อําเภอแม฽เมาะ จังหวัดลําปาง เครื่องจักสาน (กระด้ง) งานช฽างฝีมือ ดั้งเดิม ความรู฾ และ การปฏิบัติเกี่ยวกับ ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ จักรวาล ไ ผ่ บง มีจ า น ว น ม า กใ น พื้ น ที่ ปุ า เ ข ต ชุ ม ช น ข อ ง บ้ า น ก ล า ง ท าให้เครื่องจักสานที่รังสรรค์ขึ้นมา นั้นมีความแข็งแรง ทนทาน และ สามารถใช้งานในครัวเรือนได้อย่าง หลากหลาย ส าหรับเครื่องจักสานที่ ชาวบ้านกลางมีความรู้และภูมิปัญญา ในการผลิต คือ กระด้งที่ท าจากไผ่บง ซึ่งส่วนที่น ามาท านั้นคือ เนื้อไม้โดย ใช้ท าคอกส าหรับท าเครื่องจักสาน เมื่อน าไม้ไผ่มาเหลาให้เป็นเส้นบาง พอสมควรแล้วต้องตากให้แห้งก่อน จึงจะน ามาสานได้กรณีที่จะย้อมสีไม้ ไผ่เมื่อเห ล าไม้ไผ่ แ ล ะต า กแห้ง เรียบร้อยแล้ว ต้องน าไม้ไผ่ไปต้มใส่ เกลือก่อนพร้อมใส่สีผสมอาหารและ เอาไปตากให้แห้งอีกรอบจึงค่อยเอา น ามาสาน - นายอิน หละ แหลม - ชาวบ้านใน หมู่บ้านกลาง ต าบลบ้านดง อ าเภอแม่ เมาะ จังหวัด ล าปาง


๑๒๑ กลุ่มชาติพันธุ์ กะเหรี่ยง ชื่อรายการ มรดก ภูมิปัญญา ลักษณะ ข้อมูลโดยสังเขป ชื่อผู้ถือปฏิบัติ และผู้สืบทอด สถานะการคงอยู่ ภาพถ่ายมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม ปฏิบัติ อย่าง แพร่หลาย เสี่ยงต่อ การสูญ หาย ไม่มี ปฏิบัติ แล้ว บ้ า น ก ล า ง ต าบลบ้านดง อ าเภอแม่เมาะ จังหวัดล าปาง การจัดการ ท รั พ ย า ก ร ธรรมชาติ ความรู฾ และ การปฏิบัติเกี่ยวกับ ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ จักรวาล การจัดการทรัพยากรธรรมชาติชุมชน เริ่มต้นการแบ่งเขตปุาอย่างชัดเจนเริ่ม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ แต่ก่อนหน้านั้น ชุมชนได้ใช้ประโยชน์จากปุาเหมือน ปัจจุบัน แต่แบบแผนการดูแลรักษา ปุาอย่างไม่ชัดเจนและไม่เป็นระบบ หลังจากที่ชุมชนได้รับผลกระทบจาก นโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการ จัดการทรัพยากรและต้องการไล่คน ออกจากปุาและขณะเดียวกัน ชุมชนถูก อุทยานประกาศทับพื้นจึงก่อให้เกิด การตื่นตัวและน าไปสู่การรวมตัวกันมี การแต่งตั้งคณะกรรมการปุาชุมชน บ้านกลางขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ เพื่อ เป็นคณะท างานในการดูแลจัดการปุา ของหมู่บ้านพร้อมกับมีว างแผน กิจกรรมในการดูแลปุา - นายสมชาติ หละแหลม (ผู้ใหญ่บ้าน) - ชาวบ้านใน หมู่บ้านกลาง ต าบลบ้านดง อ าเภอแม่ เมาะ จังหวัด ล าปาง


๑๒๒ คณะผู้จัดท า ที่ปรึกษำ 1. นางสาวทัศนีย์ ดอนเนตร์ วัฒนธรรมจังหวัดล าปาง 2. นางลัษมา ธารีเกษ วัฒนธรรมจังหวัดปทุมธานี 3. นางปิยะนาถ พูลพิพัฒน์ ผู้อ านวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดล าปาง คณะท ำงำน 1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์เพ็ญศิริ พันพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ล าปาง 2. นางธิติพร จินดาหลวง ผู้อ านวยการกลุ่มกิจการพิเศษ 3. นางพรรณทิพย์ เหล่าวัฒนพงศ์ ผู้อ านวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม 4. นางพัชรนันท์ แก้วจินดา ผู้อ านวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝูาระวังทางวัฒนธรรม ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย 5. นางสาวกิศยา จันแดง ผู้อ านวยการกลุ่มกิจการพิเศษ ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย 6. นางกรรณิกา ศักดิ์มั่นวงศ์ นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ 7. นางสาววารินทร์ เหล่าสงคราม นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ 8. นายศุขฐิ์เกษม ฝั้นค าอ้าย นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ 9. นางสาวมะลิวรรณ ปันแก้ว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ๑0. นางสาวสุนิสา กุลกิจ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ๑1. นายอัมรินทร์ เจะอาลี นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ 12. นายวิษณุพงศ์ พรมยะ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ๑3. นายธนกฤต สมบัติวรรณทนา นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ๑4. นายภานุพงษ์ หมื่นภิรมย์ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ๑5. นางสาวภูษณิศา ทองประทุม นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ 16. นางสาวจีรพร ปูอข่วง นักพัฒนาสังคม ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดล าปาง 17. นายสิทธิพงษ์ ฟุูงสันติภาพ ผู้น ากลุ่มท่องเที่ยวบ้านบ่อสี่เหลี่ยม 18. นายวรวุฒิ ชัยสุขศรีสองฟูา ผู้ใหญ่บ้านบ่อสี่เหลี่ยม ต าบลปงเตา อ าเภองาว จังหวัดล าปาง 19. นายสมชาติ รักษ์สองพลู ผู้ใหญ่บ้านกลาง ต าบลบ้านดง อ าเภอแม่เมาะ จังหวัดล าปาง ๒0. นายพงษ์พันธุ์ อัญชลีอนันตกิจ ผู้ประสานงานการท่องเที่ยวชุมชนบ้านบ่อสี่เหลี่ยม ต าบลปงเตา อ าเภองาว จังหวัดล าปาง ๒1. นายอรุณ เยละ ผู้ใหญ่บ้านแม่ฮ่างใต้ ต าบลนาแก อ าเภองาว จังหวัดล าปาง ๒2. นางอาภรณ์ ศิราไพบูลย์พร ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าพื้นบ้านกะเหรี่ยง บ้านแม่ฮ่างใต้ ต าบลนาแก อ าเภองาว จังหวัดล าปาง ๒3. นางพลอย กาวิโล ประธานกลุ่มท่องเที่ยวบ้านโปุงน้ าร้อน ต าบลเสริมกลางอ าเภอ เสริมงาม จังหวัดล าปาง 24. นางสาวนัซมี สังข์ศิลปชัย ฝึกงานสหกิจศึกษา มหาวิทยาเชียงใหม่ 25. นางสาวธิญาดา บุญยืน ฝึกงานสหกิจศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์ล าปาง


กลุ่มลุ่ ชาติพัตินพัธุ์กธุ์ ะเหรี่ย รี่ ง จัจัด จั ด จั ทำทำทำทำโดย สำ สำสำสำนันัก นั ก นั งานวัวั วั ฒ วั ฒนธรรมจัจัง จั ง จั หวัวั วั ด วั ดลำลำ ลำลำ ปาง ๔๔๐๐๙๙ ถถนนนนพพรระะเเจ้จ้จ้าจ้าทัทันทันทัใใจจ ตำตำตำตำบบลลต้ต้นต้นต้ ธธงงชัชัยชัยชั อำอำอำอำเเมืมือ มื อ มืงงลำลำลำลำปปาางง จัจัจังจังหหวัวัดวัดวัลำลำลำลำปปาางง โโททรรศัศัพศัพศัท์ท์ ท์ท์ ๐๐ ๕๕๔๔๒๒๒๒ ๘๘๗๗๖๖๓๓ โโททรรสสาารร ๐๐ ๕๕๔๔๘๘๒๒ ๔๔๑๑๘๘๒๒ wwwwww..mm--ccuullttuurree..ggoo..tthh//llaammppaanngg FFaacceebbooookk:: สสนนงง.. วัวัฒวัฒวั นนธธรรรรมม ลำลำลำลำปปาางง ((สำสำสำสำนันันักนักงงาานนวัวัฒวัฒวั นนธธรรรรมมจัจัจังจังหหวัวัดวัดวัลำลำลำลำปปาางง)) แม่พริกริ เถินถิ สบปราบ เกาะคา แม่ทะ ห้างฉัตฉัร เมือมืงลำ ปาง แม่เมาะ งาว แจ้ห่ม เมือมื งปาน วังวัเหนือ เสริมริ งาม


Click to View FlipBook Version