ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 148
โครงสรา้ งรายวิชากลุ่มการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
รายวิชาเพ่ิมเติม
I30201 การศกึ ษาค้นควา้ และสรา้ งองคค์ วามรู้ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต
(Research and Knowledge Formation : IS1)
I30202 การสื่อสารและการนำเสนอ จำนวน 40 ชวั่ โมง 1.0 หน่วยกิต
(Communication and Presentation(Research and Formation : IS2)
I30203 กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ IS3 จำนวน 60 ช่ัวโมง
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 149
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหัสวชิ า I30201
รายวิชาการศึกษาคน้ ควา้ และสรา้ งองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation : IS1)
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หนว่ ยกติ
ศึกษา วเิ คราะห์ ฝกึ ทักษะตั้งประเดน็ ปัญหา/ต้ังคำถามเก่ยี วกบั สถานการณ์ปัจจุบันและสังคมโลก
ต้งั สมมติฐานและให้เหตผุ ลที่สนบั สนุนหรอื โต้แย้งประเดน็ ความรู้ โดยใช้ความรู้จากศาสตร์สาขาตา่ ง ๆ และ
มที ฤษฎีรองรับ ออกแบบวางแผน รวบรวมขอ้ มูล ค้นควา้ แสวงหาความรเู้ ก่ียวกับสมมติฐานทีต่ ัง้ ไว้จากแหลง่
เรียนรู้ท้ังปฐมภมู ิและทตุ ิยภมู ิ และสารสนเทศ อย่างมปี ระสิทธิภาพและพิจารณาความนา่ เช่อื ถือของแหล่ง
เรียนรอู้ ย่างมวี ิจารณญาณ เพื่อใหไ้ ด้ขอ้ มูลทีค่ รบถ้วนสมบูรณ์ วเิ คราะหข์ ้อมลู โดยใชว้ ธิ ีการทเ่ี หมาะสม
สังเคราะหส์ รปุ องค์ความร้แู ละร่วมกนั มีกระบวนการกลุ่มในการวพิ ากษ์ แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ โดยใช้
ความรูจ้ ากสาขาวิชาต่าง ๆ เสนอแนวคดิ วิธีการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นระบบดว้ ยกระบวนการคิด กระบวนการ
แก้ปญั หา กระบวนการปฏิบัติ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ สงั เคราะหส์ รุป อภปิ ราย
ผลเปรียบเทยี บเช่ือมโยงความรู้ ความเปน็ มาของศาสตร์ เข้าใจหลักการและวิธคี ดิ ในสิ่งท่ีศกึ ษา เห็น
ประโยชน์และคณุ ค่าของการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. ต้งั ประเดน็ ปัญหาจากสถานการณ์ปัจจบุ ันและสงั คมโลก
2. ต้งั สมมตฐิ านและใหเ้ หตุผลท่สี นบั สนนุ หรอื โตแ้ ย้งประเด็นความรู้ โดยใช้ความรจู้ ากศาสตร์สาขา
ตา่ ง ๆ และมีทฤษฎีรองรบั
3. ออกแบบ วางแผน ใชก้ ระบวนการรวบรวมขอ้ มูลอยา่ งมีประสิทธิภาพ
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 150
4. ศึกษาค้นคว้า แสวงหาความรู้เกยี่ วกบั ประเด็นทเี่ ลือกจากแหลง่ เรยี นรู้ที่มปี ระสทิ ธภิ าพ
5. ตรวจสอบความนา่ เช่อื ถือของแหล่งทีม่ าของข้อมูลได้
6. วเิ คราะห์ข้อค้นพบดว้ ยสถิตทิ เี่ หมาะสม
7. สังเคราะหส์ รปุ องค์ความรู้ดว้ ยกระบวนการกลุ่ม
8. เสนอแนวคดิ การแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ระบบด้วยองค์ความรูจ้ ากการค้นพบ
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรยี นรู้
คำอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
รหสั วิชา I30202
รายวชิ าการสอื่ สารและการนำเสนอ (Communication and Presentation(Research and
Formation : IS2)
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษา เรยี บเรยี งและถา่ ยทอดความคิดอย่างสร้างสรรคจ์ ากรายวิชา IS1 (Research and
Knowledge Formation) เกี่ยวกบั สถานการณป์ ัจจบุ นั และสังคมโลก โดยเขยี นโครงรา่ ง บทนำ เน้อื เรอ่ื ง
สรปุ ในรปู ของรายงานการศึกษาคน้ ควา้ ทางวชิ าการเป็นภาษาไทยความยาวจำนวน 4,000 คำ หรอื เป็น
ภาษาองั กฤษ ความยาว 2,000 คำ มีการอ้างอิงแหลง่ ความรู้ทีเ่ ชือ่ ถือไดอ้ ยา่ งหลากหลายท้งั ในประเทศและ
ตา่ งประเทศ เรียบเรยี งและถ่ายทอดสื่อสาร นำเสนอความคดิ อยา่ งชัดเจน เปน็ ระบบ มีการนำเสนอใน
รูปแบบเด่ียว (Oral individual) หรอื กลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใชส้ ่ือเทคโนโลยีท่หี ลากหลาย
และมกี ารเผยแพรผ่ ลงานสสู่ าธารณะ
เพ่ือใหเ้ กิดทักษะ ในการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ และทกั ษะการสือ่ สารท่ีมปี ระสิทธภิ าพ เหน็
ประโยชน์และคณุ คา่ ในการสร้างสรรค์งาน และถ่ายทอดสิ่งทเ่ี รยี นร้ใู หเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กส่ าธารณะ
ผลการเรียนรู้
1. วางโครงรา่ งการเขียนตามหลกั เกณฑ์ องค์ประกอบและวธิ ีการเขยี นโครงรา่ ง
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 151
2. เขยี นรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าเชงิ วชิ าการเป็นภาษาไทยความยาว 4,000 คำ หรอื เป็น
ภาษาองั กฤษ ความยาว 2,000 คำ
3. นำเสนอข้อค้นพบ ข้อสรปุ จากประเดน็ ที่เลือกในรปู แบบเดี่ยว(Oral individual) หรอื กลุ่ม
(Oral panel presentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยที ่หี ลากหลาย
4. เผยแพรผ่ ลงานสู่สาธารณะโดยใช้การสนทนา/วิพากษ์ผ่านส่ืออเิ ล็กทรอนิกส์ เช่น e-
conference, social media online
5. เหน็ ประโยชนแ์ ละคุณคา่ การสร้างสรรค์งานและถา่ ยทอดสิ่งทีเ่ รยี นรู้ให้เปน็ ประโยชน์
รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้
สว่ นที่ 4
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 152
กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
โครงสร้างหลักสตู รกิจกรรมพัฒนาผเู้ รียนระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นระหานวิทยา กำหนด
จดั กจิ กรรม 120 ชว่ั โมง / ปกี ารศึกษา โดยแยกการจดั กิจกรรมเป็น 3 กจิ กรรมดงั น้ี
1. กิจกรรมแนะแนว กำหนดจัดกิจกรรม 20 ชม. / ภาคเรียน
2. กิจกรรมนักเรยี น ประกอบด้วย
2.1 กจิ กรรมนกั ศึกษาวิชาทหาร กำหนดจัดกิจกรรม 20 ชม./ ภาคเรียน
2.2 กจิ กรรมชุมนมุ / ชมรม กำหนดจัดกจิ กรรม 20 ชม./ ภาคเรยี น
3. กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณะประโยชนร์ ะดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
60 ช่วั โมง ตลอดหลกั สูตร
1. กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมแนะแนวมุ่งส่งเสริม พัฒนาผู้เรียนให้พัฒนาตนเองอย่างเต็มตามศักยภาพ รักและเห็น
คณุ คา่ ในตนเองแลผ้อู น่ื พงึ่ ตนเอง มีทักษะในการเลือกแนวทางการศึกษา การงานและอาชพี ชีวติ และสังคม
มีสขุ ภาพจิตท่ีดี มีจิตสำนึกในการทำประโยชน์ต่อครอบครัว สงั คมและประเทศชาติ โดยมสี าระสำคญั ดงั นี้
1. วตั ถปุ ระสงคข์ องกจิ กรรมแนะแนว การจัดกิจกรรมแนะแนวมวี ตั ถปุ ระสงคท์ ่ีสำคัญดังน้ี
1.1 เพื่อให้ผู้เรียนคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและเหน็ คุณคา่
ในตนเองและผอู้ ่ืน
1.2 เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักการแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศึกษา
อาชีพ ส่วนตัว สงั คม เพ่อื นำไปใช้ในการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้อง
กบั ศกั ยภาพของตนเอง
1.3 เพือ่ ให้ผู้เรียนได้พัฒนาบคุ ลกิ ภาพและปรบั ปรุงตวั อยู่ในสังคมไดอ้ ย่างมีความสขุ
1.4 เพื่อใหผ้ ู้เรียน มคี วามรู้ มีทักษะ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจตคติทด่ี ตี ่ออาชีพ
สุจริต
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 153
1.5 เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนมีค่านิยมท่ีดีงามในการดำเนนิ ชวี ิต เสรอมสร้างวนิ ัย คุณธรรมและจริยธรรมแก่
ผ้เู รยี น
1.6 เพอื่ ให้ผู้เรียนมีจติ สำนกึ ในการรบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สงั คมและประเทศชาติ
2. หลักการจัดกิจกรรมแนะแนว การจัดกิจกรรมแนะแนวมหี ลักการดังน้ี
2.1 จดั กจิ กรรมให้สอดคล้องกบั สภาพปญั หา ความตอ้ งการ ความสนใจและธรรมชาตขิ องผเู้ รียน
2.2 จดั กจิ กรรมใหส้ อดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสถานศกึ ษา ท่ีต้องสนองตอบจุดหมายของแกนกลาง
การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551
2.3 จดั กจิ กรรมเพื่อผูเ้ รียนทุกคน โดยครอบคลมุ ด้านการศกึ ษา การงานและอาชีพ ชีวิต
2.4 จัดกจิ กรรมทเี่ น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ โดยผเู้ รียนมอี ิสระในการคดิ และตัดสินใจ
2.5 จัดกจิ กรรมท่เี น้นใหผ้ ู้เรียน เรยี นรูด้ ้วยตนเองใหม้ ากทีส่ ดุ ดว้ ยการปฏบิ ัติจนเกดิ ทักษะหรือ
การเรียนรู้
2.6 ให้ครทู ุกคนมสี ว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรม โดยครแู นะแนวทำหน้าท่ีเปน็ พี่เลีย้ งและประสานงาน
3. ขอบข่ายของการจัดกจิ กรรมแนะแนว
ในการจดั กิจกรรมแนะแนวให้เปน็ ไปตามจุดประสงค์ขา้ งต้น จึงควรจดั ให้ครอบคลุมขอบขา่ ยดงั นี้
3.1 การจดั กจิ กรรมแนะแนวด้านการศึกษา มงุ่ ใหผ้ ูเ้ รียนได้พัฒนาตนเองในดา้ นการเรียนอย่างเต็ม
ตามศกั ยภาพ รจู้ ักแสวงหาและใชข้ ้อมลู ประกอบการวางแผนเรียน การศกึ ษาตอ่ ได้อย่างเหมาะสมกับตนเอง
3.2 การจัดกิจกรรมแนะแนวด้านการงานและอาชีพ มุง่ ให้ผู้เรียนได้รู้จักตนเองในทกุ ด้านรู้โลกของ
งานอาชีพอย่างหลากหลาย มีเจตคติที่ดีต่อการมีชีวิตที่ดีมีคุณภาพ มีทักษะในการดำเนินชีวิตและสามารถ
ปรับตวั ให้ดำรงชวี ติ อยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสุข
4. กรอบความคิดกจิ กรรมแนะแนว
การจดั กิจกรรมแนะแนวมีวัตถุประสงค์เพื่อพฒั นาผเู้ รยี นให้บรรลุวัตถุประสงคต์ ามที่ สถานศึกษา
กำหนดและตอบสนองจดุ มุ่งหมายของหลักสูตรการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ดังน้ันโรงเรยี นระ
หานวทิ ยาจงึ จดั กิจกรรมใหค้ รอบคลมุ ขอบขา่ ยการจดั กจิ กรรมแนะแนวทั้งด้านการศกึ ษา ดา้ นการงานและ
อาชีพ ด้านชวี ิตและสงั คม ในการจดั กจิ กรรมจำเป็นต้องจัดกิจกรรมทัง้ 3 ดา้ น ไปพร้อม ๆ กนั ดังน้ัน
จึงไดผ้ สมผสานและบูรณาการเป็นกลุม่ กิจกรรมใหญ่ ๆ 4 กลมุ่ ดังนี้
กลุม่ ที่ 1 กจิ กรรมรู้จัก เข้าใจ และเหน็ คุณค่าในตนเองและผอู้ นื่
กลมุ่ ท่ี 2 กิจกรรมการแสวงหาและใช้ข้อมูลสารสนเทศ
กลมุ่ ท่ี 3 กิจกรรมการตัดสินใจและแกป้ ัญหา
กลุ่มที่ 4 กิจกรรมการปรบั ตัวและดำรงชวี ติ
กจิ กรรมกลุ่มท่ี 1 มจี ุดมุ่งหมายเพื่อให้ผ้เู รียนรู้จกั เขา้ ใจ และเห็นคุณค่าในตนเองและผอู้ นื่
เป็นกจิ กรรมทีช่ ว่ ยให้ผู้เรียนสามารถรู้จักตนเองและเข้าใจตนเอง ทัง้ ในดา้ นความถนัด ความสนใจ
ความสามารถ จดุ เดน่ จุดด้อย นิสยั อารมณ์ ความภูมิใจและเหน็ คุณคา่ ในตนเองและผอู้ ืน่
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 154
กิจกรรมกลุ่มท่ี 2 มีจดุ มงุ่ หมายเพื่อใหม้ ีความสามารถในการแสวงหาและใช้ขอ้ มูลสารสนเทศเปน็
กิจกรรมที่ช่วยใหผ้ ู้เรยี นมีทักษะ และวิธีการแสวงหาข้อมลู จากแหล่งต่าง ๆ รวบรวม และจัดระเบยี บขอ้ มูล
สามารถจัดระบบ กลัน่ กรอง เลือกใชข้ ้อมลู ฉลาดเหมาะสม และเหน็ คุณค่าในการใช้ขอ้ มลู สารสนเทศ
กิจกรรมกลุ่มที่ 3 มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการตัดสินใจ และแก้ปัญหาได้
อย่างเหมาะสม เปน็ กิจกรรมที่ชว่ ยให้ผู้เรียน สามารถกำหนดเปา้ หมาย วางแผน วเิ คราะห์ สงั เคราะห์และ
ประเมนิ ผล ตลอดจนปรบั ปรงุ แผนการดำเนินงาน โดยใชข้ อ้ มูล คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม เป็นพน้ื ฐานในการ
ตัดสินใจ
กิจกรรมกลุ่มท่ี 4 มีจุดมุ่งหมายเพอื่ ใหผ้ ูเ้ รียนมีความสามารถในการปรบั ตัวและการดำรงชีวิตอย่าง
มีความสขุ เปน็ กิจกรรมท่ีชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเข้าใจยอมรบั ตนเองและผู้อ่ืน มวี ฒุ ทิ างอารมณ์ แสดงออกอย่างอย่าง
เหมาะสมมมี นุษย์สมั พันธส์ ามารถร่วมกับผู้อนื่ และดำรงชีวติ อยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสขุ
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 155
โครงสรา้ งเวลาเรียนกิจกรรมแนะแนว
ระดบั ช้นั เวลาเรยี น หมายเหตุ
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 40 ชว่ั โมง/ ปี 1 ช่ัวโมง / สัปดาห์
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 5 40 ชั่วโมง/ ปี 1 ชว่ั โมง / สัปดาห์
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 40 ชวั่ โมง/ ปี 1 ช่วั โมง / สปั ดาห์
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1. กจิ กรรมร้จู กั เข้าใจและเหน็ คุณค่าในตนเองและผู้อืน่
1.1 เพ่มิ พูนความรแู้ ละทักษะเฉพาะด้าน
2. กจิ กรรมแสวงหาความรแู้ ละใช้ข้อมูลสารสนเทศ
2.1 มที กั ษะการใช้วทิ ยาการและเทคโนโลยี
3. กจิ กรรมการตดั สินใจและแก้ปญั หา
4. มที ักษะกระบวนการคดิ ข้นั สงู
5. สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนใ์ นการศกึ ษาต่อและการประกอบอาชพี
6. กจิ กรรมการปรับตัว การดำรงชีวติ และรกั สงิ่ แวดล้อม
6.1 สามารถพัฒนาตนและประเทศชาตติ ามบทบาทของตน
6.2 สามารถเปน็ ผนู้ ำและเป็นผ้ใู ห้บริการชมุ ชนในดา้ นต่าง ๆ
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 156
คำอธิบายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
กจิ กรรมแนะแนว ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
ภาคเรยี นท่ี 1 – 2 จำนวน 40 ชั่วโมง
กจิ กรรมแนะแนวชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 มเี นือ้ หาใหน้ ักเรยี นได้เรียนรแู้ ละศึกษาเกี่ยวกบั การยอมรบั
ผลการกระทำของตนเอง การสำรวจจดุ เดน่ และความสามารถพิเศษในตนเอง การสำรวจความชอบความ
สนใจในดา้ นการเรียน อาชีพ และบุคลกิ ภาพ การมองโลกในแงด่ ี การรจู้ ักแหล่งข้อมูลตา่ งๆ การเลอื กรบั
ขอ้ มลู ข่าวสาร ปญั หากับการพฒั นาตน การรู้จกั ตนเองและเพื่อน ทกั ษะการสือ่ สาร การสำรวจและพฒั นา
ความฉลาดทางดา้ นอารมณ์ การทำประโยชนเ์ พอื่ สงั คม และการอยรู่ ว่ มกับผอู้ น่ื โดยมีวตั ถปุ ระสงคใ์ ห้
นกั เรียนไดส้ ำรวจและรู้จักตนเองในด้านตา่ งๆเห็นคุณค่าของตนเองและผ้อู ่ืน ร้จู กั แหล่งข้อมูลและเลือกรบั
ขอ้ มลู ข่าวสาร มีความสามารถในการแก้ปัญหาและพฒั นาตนเอง สามารถทำประโยชน์เพือ่ ส่วนรวมและอยู่
รว่ มกบั ผ้อู ่ืนได้อยา่ งมคี วามสุข
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั และเหน็ คุณคา่
ในตนเองและผู้อนื่
2. เพื่อใหผ้ ้เู รียนรจู้ กั การแสวงหาความรู้จากข้อมลู ขา่ วสาร แหล่งเรียนรู้ ทงั้ ดา้ นการศึกษา อาชพี
ส่วนตัว สังคม เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับ
ศกั ยภาพของตนเอง
3. เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รยี นได้พฒั นาบุคลิกภาพและปรบั ปรุงตวั อยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสุข
4. เพอ่ื ให้ผู้เรยี น มคี วามรู้ มีทักษะ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ ในงานอาชพี และมเี จตคตทิ ่ีดตี ่ออาชพี
สจุ ริต
5. เพอ่ื ให้ผู้เรียนมคี า่ นิยมท่ดี ีงามในการดำเนินชีวติ เสริมสร้างวนิ ยั คณุ ธรรมและจริยธรรมแก่
ผู้เรียน
6. เพอื่ ใหผ้ ู้เรียนมีจติ สำนกึ ในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ
รวมทั้งหมด 6 วตั ถปุ ระสงค์
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 157
คำอธบิ ายกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น
กจิ กรรมแนะแนว ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 5
ภาคเรียนที่ 1 – 2 จำนวน 40 ช่ัวโมง
กจิ กรรมแนะแนวช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 5 มเี นอื้ หาวชิ าใหน้ กั เรียนไดเ้ รยี นรู้และศึกษาเก่ยี วกบั การ
ยอมรับผลการกระทำของตนเอง การพัฒนาจุดเด่นและความสามารถพเิ ศษ การปรบั ปรงุ พฒั นาทางด้าน
การเรียนและบุคลิกภาพ การพฒั นาสว่ นดีและแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งในตนเอง การชืน่ ชมยนิ ดีในความดงี ามของ
ผ้อู ื่น การวเิ คราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล การเลือกรบั ข้อมูลข่าวสาร ผลกระทบของการตัดสินใจ
การแลกเปล่ยี นประสบการณ์ชีวติ ทกั ษะการสื่อสาร การเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส คนดศี รสี งั คม และ
การสร้างมนษุ ยส์ ัมพนั ธ์ โดยมีวัตถปุ ระสงค์ใหน้ ักเรยี นได้พัฒนาตนเองในด้านตา่ งๆยอมรับช่นื ชมตนเองและ
ผอู้ ื่น สามารถวิเคราะหแ์ ละสังเคราะห์ข้อมูลได้ มที ักษะในการสอื่ สารมีความสามารถในการเปล่ยี นวกิ ฤติให้
เป็นโอกาส สามารถนำคณุ ธรรมความดีของคนดี ศรีสังคมไปปรับใช้กับชวี ติ ของตนเอง และมมี นุษย์สัมพันธ์
ทด่ี ีกับบคุ คลทว่ั ไป
วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนค้นพบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั และเหน็ คณุ ค่า
ในตนเองและผู้อื่น
2. เพ่ือให้ผเู้ รยี นรู้จักการแสวงหาความรู้จากข้อมลู ข่าวสาร แหลง่ เรยี นรู้ ท้งั ด้านการศกึ ษา อาชีพ
ส่วนตัว สังคม เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับ
ศักยภาพของตนเอง
3. เพื่อใหผ้ เู้ รียนได้พฒั นาบุคลิกภาพและปรับปรุงตัวอยู่ในสงั คมได้อยา่ งมีความสขุ
4. เพอื่ ใหผ้ เู้ รียน มคี วามรู้ มีทกั ษะ มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ในงานอาชพี และมเี จตคตทิ ่ีดีต่ออาชีพ
สุจริต
5. เพื่อให้ผูเ้ รียนมคี ่านยิ มทีด่ ีงามในการดำเนินชวี ติ เสริมสร้างวินัย คุณธรรมและจริยธรรมแก่
ผเู้ รียน
6. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมจี ติ สำนึกในการรบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สงั คมและประเทศชาติ
รวมทั้งหมด 6 วตั ถุประสงค์
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 158
คำอธบิ ายกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน
กิจกรรมแนะแนว ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6
ภาคเรียนที่ 1 – 2 จำนวน 40 ชว่ั โมง
กิจกรรมแนะแนวชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 6 มเี นอื้ หาวชิ าให้นักเรียนรู้และศึกษาเกยี่ วกบั การยอมรบั ผล
การกระทำของตนเอง ความพงึ พอใจและภาคภูมใิ จในเอกลกั ษณ์ของตนเอง การตดั สนิ ใจเลอื กแนวทาง
ศกึ ษาต่อ การยกยอ่ งความดีงามของตนเองและผ้อู นื่ การนำข้อมูลท่ผี า่ นการวเิ คราะหไ์ ปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์
การเลอื กสรรขอ้ มลู ทีก่ ่อประโยชนต์ อ่ ตนเองและสังคม การรว่ มตดั สินใจแก้ปญั หาทเี่ กิดข้นึ กับชุมชนและ
สงั คม การยอมรับในศักดิ์ศรขี องความเปน็ มนุษย์ การคิดในทางทดี่ ี และมีชีวิตอยู่อย่างสรา้ งสรรค์
วธิ ีเอาชนะอปุ สรรคและความมุ่งม่นั ในการทำงาน คา่ ของคนอยูท่ ่ีผลของการเสยี สละและชว่ ยเหลือผู้อน่ื
การทำงานเป็นกลุ่ม โดยมวี ัตถุประสงค์ให้นกั เรียนตระหนกั ในคณุ ค่าของตนเองและผ้อู ่นื มคี วามสามารถใน
การวเิ คราะห์และเลอื กสรรข้อมลู ที่เปน็ ประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม สามารถตัดสนิ ใจเลือกแนวทางใน
การศกึ ษาต่อหรอื ประกอบอาชพี ได้ สามารถรว่ มตัดสนิ ใจแกไ้ ขปัญหาท่เี กิดข้นึ กบั ชุมชนและสังคมได้
มีทักษะในการคดิ ในทางทีด่ ี มชี ีวิตอย่อู ย่างสรา้ งสรรค์ เสยี สละและมีความสขุ
วตั ถุประสงค์
1. เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั และเห็นคุณค่า
ในตนเองและผู้อื่น
2. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นรจู้ ักการแสวงหาความร้จู ากข้อมูล ขา่ วสาร แหลง่ เรียนรู้ ท้ังดา้ นการศึกษา อาชีพ
ส่วนตัว สังคม เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษาอาชีพได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับ
ศกั ยภาพของตนเอง
3. เพื่อให้ผ้เู รียนได้พัฒนาบคุ ลิกภาพและปรับปรุงตวั อยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสขุ
4. เพ่ือใหผ้ เู้ รยี น มีความรู้ มที กั ษะ มีความคิดสรา้ งสรรค์ ในงานอาชีพและมเี จตคตทิ ี่ดีตอ่ อาชพี
สจุ ริต
5. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนมีค่านยิ มทด่ี ีงามในการดำเนินชวี ิต เสรมิ สรา้ งวนิ ยั คุณธรรมและจริยธรรมแก่
ผู้เรียน
6. เพื่อให้ผู้เรยี นมจี ิตสำนึกในการรบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครวั สังคมและประเทศชาติ
รวมทั้งหมด 6 วตั ถุประสงค์
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 159
โครงสร้างหนว่ ยการเรียนรกู้ ิจกรรมแนะแนว
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง)
ภาคเรียนท่ี 1
1. - การยอมรับผลการกระทำของตนเอง 3
2. - การสำรวจจุดเด่นและความสามารถ 3
3. พเิ ศษในตนเอง 4
- การสำรวจความชอบความสนใจใน 2
4. 3
ดา้ นการเรียน อาชีพและบุคลิกภาพ 3
- การมองโลกในแงด่ ี 20
- การรู้จักแหล่งข้อมูลต่างๆ
- การเลือกรบั ขอ้ มลู ขา่ วสาร
รวม
ภาคเรยี นท่ี 2 - ปญั หากบั การพัฒนาตน 3
1. - การรู้จกั ตนเองและเพื่อน 3
2. - ทักษะการส่ือสาร 3
3. - การสำรวจและการพัฒนาความฉลาด 3
4.
ทางดา้ นอารมณ์ 3
5. - การทำประโยชน์เพอ่ื สังคม 3
6. - การอย่รู ่วมกบั ผ้อู ่ืน 20
รวม
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 160
โครงสรา้ งหน่วยการเรยี นรกู้ ิจกรรมแนะแนว
ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ช่ือหน่วยการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง)
ภาคเรยี นที่ 1
1. - การยอมรับผลการกระทำของตนเอง 3
2. - การพฒั นาจดุ เด่นและความสามารถ 3
3. พิเศษ 3
- การปรบั ปรงุ พัฒนาทางดา้ นการเรียน 3
4. 3
และบุคลิกภาพ 3
5. - การพฒั นาสว่ นดีและแก้ไข 20
6.
ข้อบกพร่อง 3
ภาคเรยี นที่ 2 - การชืน่ ชมยนิ ดใี นความดีงามของผอู้ ่ืน 3
1. - การวิเคราะห์และสงั เคราะหข์ ้อมลู 2
2. 3
3. รวม 3
4. 2
5. - การเลือกรับขอ้ มลู ข่าวสาร 2
6.
7. - ผลกระทบของการตัดสินใจ 20
-
- การแลกเปลยี่ นประสบการณ์ชวี ิต
- ทกั ษะการสื่อสาร
-
- การเปลย่ี นวิกฤตใิ ห้เป็นโอกาส
- คนดี ศรสี งั คม
- การสรา้ งมนุษยส์ ัมพนั ธ์
รวม
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 161
โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรกู้ ิจกรรมแนะแนว
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 6
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ เวลา (ช่ัวโมง)
ภาคเรยี นที่ 1
- การยอมรบั ผลการกระทำของตนเอง 3
1. - ความพงึ พอใจและภาคภมู ิใจใน 3
2. 3
3. เอกลกั ษณ์ของตนเอง 3
4. - การตดั สินใจเลือกแนวทางศกึ ษาตอ่
- การยกย่องความดงี ามของตนเองและ 3
5.
ผู้อืน่ 3
6. - การนำเสนอขอ้ มูลท่ีผ่านการ 18
วิเคราะห์ไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์
- การเลือกสรรขอ้ มูลท่ีก้อประโยชนต์ อ่
ตนเองและสังคม
รวม
ภาคเรียนที่ 2 - การร่วมตัดสินใจแกป้ ญั หาท่ีเกิด 3
1. ขนึ้ กับชุมชนและสงั คม
3
2. - การยอมรบั ในศักดศ์ิ รีความเป็น 3
3. มนุษย์
3
4. - การคิดในทางที่ดีและมชี ีวิตอยูอ่ ยา่ ง 3
5. สร้างสรรค์
3
6. - วธิ ีเอาชนะอุปสรรคและความมุง่ มัน่ 18
ในการทำงาน
- คา่ ของคนอยู่ทผ่ี ลของการเสียสละ
และช่วยเหลือผู้อื่น
- การทำงานเปน็ กลุ่ม
รวม
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 162
การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รยี น กิจกรรมแนะแนวระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
................................................................
กำหนดการวดั ผลและประเมินผลการจัดกิจกรรมแนะแนวโดยใชร้ ะเบียบ
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. 2551 ว่าดว้ ยการวัดและประเมนิ ผลการจัดกจิ กรรม
พฒั นาผ้เู รียน ซงึ่ มีรายละเอียดดงั น้ี คือ
1. เกณฑ์และวธิ กี ารตัดสนิ ผลการเขา้ ร่วมกิจกรรม โดยนกั เรยี นจะไดร้ ับการตดั สนิ ผลวา่ ผา่ น (ผ)
การเขา้ ร่วมกจิ กรรมต้องผ่านการประเมินดงั น้ี
1.1 มีเวลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมตลอดปกี ารศึกษา รอ้ ยละ 80 ของเวลาท้ังหมด
1.2 ผา่ นการเขา้ ประเมินจุดประสงค์สำคัญของหลักสตู ร และคุณลักษณะอันพึงประสงค์จาการ
เขา้ ร่วมกิจกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ข้ึนไป หรือมีผลการประเมนิ จากการเข้ารว่ มกจิ กรรมตลอดปีการศกึ ษา
รอ้ ยละ 60 ขนึ้ ไป
1.3 นักเรียนทม่ี ีผลการเขา้ ร่วมกจิ กรรม ไม่ผ่าน ( มผ ) จะตอ้ งได้รบั การพฒั นาจนกวา่ จะผา่ น
การเขา้ ร่วมกิจกรรม และปรับผลการเข้าร่วมกจิ กรรมเป็น ผา่ น (ผ ) ต่อไป
2. การประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ในการจัดกจิ กรรมแนะแนว ประเมนิ คุณลกั ษณะที่พึง
ประสงค์ ดงั ต่อไปน้ี
2.1 ร้จู ักตนเอง ประเมินจากการเข้ารว่ มกจิ กรรมอย่างสม่ำเสมอ และจากแบบสอบถาม แบบ
สมั ภาษณ์ แบบสงั เกต เป็นต้น
2.2 รู้รกั ษส์ ง่ิ แวดล้อม ประเมินจากพฤติกรรมและหลักฐานการเขา้ ร่วมกิจกรรมของโรงเรียน ชมุ ชน
ดา้ นสิ่งแวดล้อม
2.3 คิดตัดสินใจและแก้ปัญหา ประเมนิ จากการสมั ภาษณ์ ตามสถานการณท์ ี่กำหนด และ
สถานการณ์จริง
2.4 กำหนดเปา้ หมายและวางแผนชีวิตดา้ นการศึกษาต่อและอาชีพ ประเมนิ จาก แฟ้มสะสมงาน
การเขยี นรายงาน แบบประเมินตนเอง และระเบียนสะสม
2.5 ปรบั ตวั ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมประเมินจาก แบบประเมินตนเอง กลมุ่ เพอ่ื น ครู ผู้ปกครอง
การสัมภาษณ์
3. การวางแผนการวดั ผลและประเมินผลการจดั กิจกรรม กำหนดแผนการวัดผลและประเมนิ ผล
ตามหลักสตู รการจัดกจิ กรรมแนะแนวระดับชนั้ มธั ยมศึกษา โดยกำหนดการประเมนิ เกณฑ์ วิธกี ารและวิธกี าร
วัดผลดงั นี้
3.1 การวดั ผลและประเมินผลตลอดภาคการศกึ ษา กำหนดการประเมินผลคอื
1) การวัดและประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
2) การวดั และประเมนิ จดุ ประสงคส์ ำคัญของหลักสูตร
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 163
3.2 เกณฑ์การประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์และผลการปฏิบตั งิ านตามเกณฑ์ ระดบั คุณภาพ
ดังน้ี
1)ระดับ 4 หมายถงึ คณุ ภาพระดบั ดีมาก
หมายถงึ การปฏิบตั ิงานและการพฒั นาตนเองจากการประเมนิ ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป
2) ระดบั 3 หมายถึง คุณภาพระดบั ดี
หมายถงึ การปฏิบตั งิ านและการพฒั นาตนเองจากการประเมินร้อยละ 70 - 79
3) ระดบั 2 หมายถึง คุณภาพระดับ พอใช้
หมายถึง การปฏิบตั งิ านและการพัฒนาตนเองจากการประเมินร้อยละ 60 – 69
4) ระดบั 1 หมายถึง คุณภาพระดบั ปรับปรุง
หมายถงึ การปฏิบตั ิงานและการพัฒนาตนเองจากการประเมิน ต่ำกว่ารอ้ ยละ 60
3.3 นกั เรียนทผ่ี ่าน (ผ) การประเมนิ ต้องมีผลการประเมินระดบั คุณภาพ 2 ขน้ึ ไป
2. กจิ กรรมนักเรยี น
2.1 กจิ กรรมนกั ศกึ ษาวชิ าทหาร
กิจกรรมนักศกึ ษาวิชาหาร เปน็ กิจกรรมที่มุง่ ใหผ้ ู้เรียนมีระเบียบวินยั เช่อื ฟงั และปฏบิ ัตติ ามคำสั่ง
ปฏิบตั ิตนอยูใ่ นกรอบของประเพณีและวัฒนธรรมทดี่ ี และมีสขุ ภาพและพลานามยั ทแ่ี ข็งแรง
หลักการ
1. เป็นกิจกรรมที่เกิดขน้ึ ตามความสมคั รใจของผเู้ รียน
2. เปน็ กิจกรรมที่ผเู้ รียนตระหนักว่าตนเองเป็นสว่ นหน่ึงของชาติจึงตอ้ งมคี วามรักความหวง
แหน สามารถทจ่ี ะเสียสละ และอุทิศชวี ติ ให้กบั ชาติไม่หวังสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด
3. เป็นกจิ กรรมที่ผเู้ รียนมีความรู้และประสบการณใ์ นวิชาทหารที่เหมาะสม มที ัศนคตทิ ่ดี ี
เชอ่ื ม่ัน ศรัทธาในกองทพั และมคี วามพร้อมทจี่ ะเข้ารบั ใชช้ าตใิ นฐานะกำลังพลสำรอง ที่มี
คุณภาพของกองทัพ เม่ือสำเร็จการฝกึ วิชาทหารตามหลักสูตรดว้ ยความเต็มใจ
4. เปน็ กจิ กรรมทเ่ี ป็นสอ่ื กลางในการสร้างความเขา้ ใจอันดีระหว่างทหารกับประชาชนรวมท้ัง
สามารถเป็นแบบอยา่ งทีด่ ีให้กับเยาวชนในสงั คมโดยเฉพาะในเรื่องการณณรงค์เพื่อป้องกัน
และตอ่ ต้านยาเสพติด
วตั ถุประสงค์
1. เพือ่ ใหส้ อดคล้องกับความถนัด ความสามารถ และความสนใจของผู้เรียน
2. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นทั้งชายและหญิงท่ีสมคั ร มคี วามรู้วชิ าทหารทง้ั ในทางเทคนิคและทาง
ยุทธศาสตร์
3. เพอื่ ปลูกฝงั ให้มีอุดมการณ์ เทิดทูน และยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการ
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุข และมีจติ สำนึกในเรื่อง
ชาตนิ ิยม
4. เพอ่ื เสรมิ สรา้ งใหเ้ ป็นผมู้ ีระเบียบวนิ ัย ปฏบิ ัตติ นอยใู่ นกรอบของประเพณี และวัฒนธรรมทด่ี ี
ของชาติ มีสขุ ภาพพลานามยั แข็งแรง มีความอดทน และอดกลั้น
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 164
5. เพ่ือส่งเสริมให้มสี ่วนรว่ มในการรณรงค์ และดำเนินกจิ กรรมอนั เปน็ ประโยชนต์ อ่ สาธารณะ
ชนอยา่ งกวา้ งขวาง จริงจงั และต่อเน่ือง
6. เพอ่ื เสรมิ สรา้ งใหม้ คี วามรักและสามัคคใี นหมู่คณะด้วยกัน รวมท้งั ใหม้ ีความสำนึกใน
ภาระหนา้ ทข่ี องตนให้เกดิ เป็นรปู ธรรมและเปน็ ระบบโดยต่อเน่ือง
ขอบข่าย
1. นักศึกษาวชิ าทหารชนั้ ปีที่ 1 และ 2 ศึกษาวชิ าทหารเบ้ืองตน้ ในระดับลกู แถว บงั เกิดความ
มีระเบยี บวนิ ยั เสรมิ สรา้ งบคุ ลิกลักษณะนิสัย สามารถใชอ้ าวธุ ประจำกาย และทำการยิง
อย่างได้ผล
2. นักศึกษาวชิ าทหารช้นั ปีท่ี 3 ศกึ ษาวชิ าทหารในระดับผบู้ งั คับหมู่ รองผบู้ งั คบั หมวดและผู้
บงั คบั หมวด มีความพร้อมในการควบคมุ บังคบั บญั ชาหน่วยในการรบท้ังในแบบและนอก
แบบ
แนวการจดั กจิ กรรม
การสมัครเข้าร่วมกจิ กรรมนักศกึ ษาวิชาทหาร ต้องมีคณุ ลักษณะและคุณสมบตั ิ ดังนี้
1. เปน็ ชายหรือหญิงที่มสี ัญชาติไทย
2. ไม่พิการ ทุพพลภาพ หรอื มีโรคซง่ึ ไมส่ ามารถจะรับราชการทหารไดต้ ามกฎหมาย วา่
ด้วยการรบั ราชการทหาร
3. มขี นาดรอบตวั น้ำหนัก และความสูงตามสัดส่วนสมั พนั ธ์ ดังนี้
ชาย หญงิ
น้ำหนัก ความสงู
อายุ (ปี) ความขยายของอก (ซม.) น้ำหนกั ความสงู (กก.) (ซม.)
(ซม.)
หายใจเขา้ หายใจออก (กก.) 155 41 148
156 42 149
ไมเ่ กิน 15 75 72 42 158 43 150
160 44 151
16 76 73 44 161 45 152
17 77 74 46
18 78 75 48
19 ถงึ 22 79 76 49
4. มีความประพฤติเรยี บรอ้ ย
5. กำลังศกึ ษาอยใู่ นระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ของโรงเรยี นระหานวิทยา
6. มีผลการเรียนหลงั สำเร็จการศึกษาระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 3 หรอื เทียบเท่าต้ังแต่
1.00 ขน้ึ ไป
7. นักศึกษาวชิ าทหารจะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกายตามท่ีกำหนด ดงั นี้
7.1 ลุก-นัง่ 34 ครัง้ ภายใน 2 นาที
7.2 ดันพื้นท่ี 22 คร้งั ไมจ่ ำกัดเวลา
7.3 ว่งิ ระยะทาง 800 เมตร ใชเ้ วลาไมเ่ กิน 3 นาที 15 วินาที
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 165
8. นักศึกษาหญงิ จะต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพทางกายตามท่ีกำหนด ดังน้ี
8.1 ลกุ -นัง่ 25 ครง้ั ภายใน 2 นาที
8.2 ดนั พน้ื ท่ี 15 คร้ัง ภายในเวลา 2 นาที
8.3 วง่ิ ระยะทาง 800 เมตร ใชเ้ วลาไมเ่ กนิ 4 นาที
การประเมนิ กิจกรรม
การประเมนิ กจิ กรรม เปน็ การตรวจสอบความสามารถและพฒั นาการดา้ นต่างๆ ของ
นกั ศกึ ษาวิชาทหาร ซ่งึ นอกจากจะพิจารณาความรตู้ ามทฤษฎีแลว้ ยงั ตอ้ งพิจารณาด้านความประพฤติ
พฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมทีเ่ น้นทักษะและการปฏิบตั ิต่างๆ ดว้ ยวธิ ีการที่หลากหลายและประเมนิ
ตามสภาพจรงิ โดยกำหนดดงั น้ี
ผา่ น หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 มผี ลงาน/ชิน้ งาน/
คณุ ลักษณะตามเกณฑ์และประเมนิ ผา่ นวัตถปุ ระสงค์กิจกรรมนกั ศึกษาวิชาทหาร
ไมผ่ ่าน หมายถงึ ผเู้ รียนมเี วลาเขา้ รว่ มกิจกรรมน้อยกว่าร้อยละ 80 มีผลงาน/ชนิ้ งาน/
คณุ ลกั ษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์และประเมนิ ไมผ่ า่ นวัตถปุ ระสงค์ของกจิ กรรม
นักศกึ ษาวชิ าทหาร
2.2 กิจกรรมชมุ นุม ชมรม
กิจกรรมชุมนมุ ชมรม เปน็ กิจกรรมนกั เรยี นที่สถานศึกษาสนับสนนุ ให้ผเู้ รยี นรวมกลุ่มกันจดั ขนึ้ ตาม
ความสนใจ ความถนดั ความสามารถของผูเ้ รียน เพ่ือเตมิ เตม็ ศักยภาพของผู้เรียนตามเจตนารมณข์ อง
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551
ชมุ นุม หมายถึง การรวมกลุ่มของผู้เรยี นทม่ี ีความสนใจ ความถนัดในเร่ืองเดยี วกันและร่วมกนั ปฏิบตั ิ
กิจกรรมใหบ้ รรลวุ ัตถุประสงค์ เพอ่ื พฒั นาความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ของตนเองใหเ้ ตม็ ศักยภาพ ตลอดจน
ปลูกฝังจติ สำนกึ ในการทำประโยชน์ต่อตนเองและสงั คม
ชมรม หมายถงึ การรวมกลุ่มของกลมุ่ บุคคลท่ีมคี วามมุ่งหมายอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ร่วมกนั การจัดต้ังมี
การกำหนดวตั ถุประสงค์ ขอ้ บังคบั สมาชิก โครงสร้างของชมรม และบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง ใหเ้ ป็นไปตาม
ข้อกำหนดของสถานศกึ ษา
หลักการจัดกจิ กรรมชุมนุม ชมรม
1. เปน็ กิจกรรมท่เี กิดจากความสมัครใจของผเู้ รียน โดยมีครทู ี่ปรกึ ษา
2. เปน็ กจิ กรรมทผี่ ู้เรยี นช่วยกันคิด ช่วยกนั ทำ และชว่ ยกนั แกป้ ัญหา
3. เป็นกิจกรรมที่พฒั นาผูเ้ รียนตามสาระที่กำหนดนอกเหนือจากการเรยี นการสอน
4. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริม และพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน
5. เปน็ กิจกรรมทเี่ หมาะสมกบั สภาพของสถานศึกษา หรือท้องถ่ิน
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 166
วัตถุประสงค์การจัดกจิ กรรมชมุ นมุ ชมรม
1. พัฒนาความรู้ ความสามารถ ดา้ นการคิด วิเคราะห์ สงั เคราะห์ เพื่อใหเ้ กดิ ทักษะ
ประสบการณ์ ทงั้ วชิ าการและวชิ าชพี ตามศักยภาพ
2. เสรมิ สร้างคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ มท่ีพึงประสงค์
3. ส่งเสรมิ ใหม้ สี ุขภาพและบุคลกิ ภาพทางด้านรา่ งกายและจติ ใจท่ดี ี
4. ใช้เวลาวา่ งให้เกดิ ประโยชนต์ ่อตนเอง ชุมชน สังคม และประเทศชาติ
5. มมี นษุ ยสมั พันธ์ในการทำงานรว่ มกบั ผอู้ ืน่ ในระบบประชาธปิ ไตย
การประเมนิ กจิ กรรม
การประเมินกจิ กรรมชุมนมุ รมรม เป็นการตรวจสอบความสามารถและพัฒนาการดา้ น
ต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ดว้ ยวธิ ีการที่หลากหลายและประเมนิ ตามสภาพจรงิ โดยกำหนดดงั น้ี
ผา่ น หมายถงึ ผเู้ รียนมเี วลาเขา้ รว่ มกิจกรรมไมน่ ้อยกว่าร้อยละ 80 มผี ลงาน/ช้ินงาน/
คณุ ลักษณะตามเกณฑแ์ ละประเมินผา่ นวัตถุประสงค์ของชมุ นมุ ชมรมทุกขอ้
ไม่ผ่าน หมายถงึ ผเู้ รยี นมเี วลาเข้ารว่ มกิจกรรมน้อยกวา่ ร้อยละ 80 มผี ลงาน/ชิ้นงาน/
คุณลักษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑแ์ ละประเมนิ ผ่านวัตถปุ ระสงคข์ องชมุ นมุ ชมรมทุก
ข้อ
3. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ เป็นกจิ กรรมท่สี ง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียนบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม
ชุมชนและท้องถิน่ ตามความสนใจในลกั ษณะอาสาสมคั ร เพื่อแสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความดีงาม ความ
เสยี สละตอ่ สงั คม มจี ิตสาธารณะ เชน่ กจิ กรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กจิ กรรมสร้างสรรคส์ งั คม หลกั การ
ของกิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์
1. ส่งเสริมให้ผูเ้ รยี นสามารถพฒั นาตนเองตามธรรมชาติและเตม็ ศกั ยภาพ
2. คำนงึ ถงึ ความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลและพฒั นาการทางสมอง
3. เนน้ ความรู้ คุณธรรม จรยิ ธรรม
4. ใหผ้ ู้เรยี นคดิ สรา้ งสรรค์
5. ออกแบบกจิ กรรมอย่างหลากหลาย
6. รปู แบบลักษณะจิตอาสา
ขอบขา่ ยของกิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
1. จดั กิจกรรมในลักษณะบรู ณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรยี นรู้
2. จดั กจิ กรรมลักษณะโครงการ/โครงงาน/กิจกรรม
3. จัดกจิ กรรมรว่ มกับองคก์ รอน่ื
3.1 ร่วมกับหนว่ ยงานอื่นที่เข้ามาจัดในโรงเรียน
3.2 รว่ มกับหน่วยงานอื่นทจ่ี ดั กิจกรรมนอกโรงเรียน
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 167
วตั ถปุ ระสงค์ของกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
1. เพื่อให้ผู้เรียนบำเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรยี น ชมุ ชน สงั คมและ
ประเทศชาติ
2. เพื่อให้ผูเ้ รยี นออกแบบการจดั กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์อย่างสรา้ ง
สรรคต์ ามความถนดั และความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร
3. เพอ่ื ใหผ้ ้เู รียนพฒั นาศักยภาพในการจัดกจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชนไ์ ด้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
4. เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นปฏิบัตกิ ิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยขน์จนเกดิ คุณธรรม
จริยธรรมตามคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
5. เพอื่ ให้ผเู้ รียนมีจติ สาธารณะและใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
สังคม / ประเทศชาติ สถานศึกษา ชุมชน ครอบครวั
1) การเขา้ รว่ มกิจกรรม 1) การจัดภมู ิทศั น์ 1) มคั คเุ ทศก์น้อย 1) กิจกรรมดว้ ย
2) การดำรงรกั ษาสืบสาน 2) การพัฒนาส่ิงแวดล้อม 2) การสบื สาน รัก และผกู พัน
ศาสนาและศิลปวฒั นธรรม 3) การจดั บรรยากาศใน วัฒนธรรมทอ้ งถน่ิ สร้างสรรคป์ ญั ญา
3) กิจกรรมคุ้มครองผู้บริโภค หอ้ งเรียน 3) จติ อาสาสาธารณะ 2) ครอบครวั
4) กจิ กรรม TO BE 4) การรณรงค์ต่อต้านสง่ิ 4) กิจกรรมบรกิ าร อบอุน่ ด้วยพระ-
NUMBER ONE เสพตดิ สงเคราะห์ ธรรม
5) 1 โรงเรยี น 1 ผลิตภัณฑ์ 5) กจิ กรรม 1 กลุม่ 1 5) กจิ กรรมช่วยน้อง 3) กจิ กรรมออม
6) กจิ กรรมฟ้นื ฟูศีลธรรม ผลงาน หนู ส้ภู ยั วันละ 1 บาท
สืบ-ทอดพระพุทธศาสนา 6) กจิ กรรมอาสาพฒั นา 6) กิจกรรมป้องกัน 4) ลอ้ มรกั ด้วย
7) ตน้ แบบเดก็ ดดี า้ นศีลธรรม และบรกิ าร และบรรเทาสาธารณ- ครอบครัว ลอ้ มร้ัว
8) กจิ กรรมคนดีศรีสงั คม 7) กิจกรรมเสยี งตามสาย ภัย ด้วยใจ
8) กจิ กรรมพี่สอนน้อง 7) กิจกรรมนำความรู้ 5) กิจกรรมพา
9) ไหวพ้ ระ 9 วดั สู่ชมุ ชน ( เสยี งตาม ลกู เขา้ วดั
10) กจิ กรรมเพื่อนใจ สาย วิทยชุ ุมชน 6) กจิ กรรม
วัยรุ่น 8) กจิ กรรมวยั รุ่น วัยรุ่นยคุ ใหม่
11) กจิ กรรมหอ้ งสมุดท่ี คณุ ธรรม เข้าใจชวี ติ
รกั
12) กิจกรรมธนาคาร
ขยะ
(เก็บเพชร เก็บ
พลอย)
13) กจิ กรรมขับขี่
ปลอดภยั
มีวินัย จราจร
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 168
การวดั ผลและประเมนิ ผลกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์
กำหนดการวัดผลและประเมินผลการจดั กจิ กรรมกจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย โดยใช้ระเบยี บตามหลักสตู รการศึกษาข้นั พื้นฐานว่าด้วยการวัดผลและประเมนิ ผลการ
จดั กจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ซึง่ มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
เกณฑ์และวธิ ีการตัดสินผลการเขา้ ร่วมกจิ กกรม โดยนักเรียนจะได้รับการตัดสินผลว่าผา่ น (ผ) การเข้า
รว่ มกิจกรรมต้องผา่ นการประเมิน ดงั น้ี
1. มเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมตลอดปีการศึกษา ร้อยละ 80 ของเวลาทั้งหมด
2. ผา่ นการเขา้ ประเมนิ จุดประสงค์สำคญั ของหลกั สตู ร และคณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงคจ์ าก
การเข้ารว่ มกิจกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ข้นึ ไป หรือมผี ลการประเมนิ จากการเข้ารว่ มกิจกรรมตลอดปีการศกึ ษา
รอ้ ยละ 60 ขึน้ ไป
3. นกั เรียนที่มีผลการเขา้ รว่ มกิจกรรม ไม่ผา่ น (มผ) จะต้องไดร้ ับการพัฒนาจนกว่าจะ
ผา่ นการเขา้ ร่วมกจิ กรรม และปรบั ผลการเขา้ ร่วมกิจกรรมเป็นผา่ น(ผ) ตอ่ ไป
เกณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลการเรียน
1. การตดั สนิ การให้ระดับผลการเรียน 1
1.1 การตดั สินผลการเรียน
(1) ตัดสินผลการเรยี นเปน็ รายวิชา ผ้เู รียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรยี นไมน่ ้อย
กว่ารอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทัง้ หมดในรายวชิ านนั้ ๆ
(2) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รับการประเมนิ ทุกตวั ชีว้ ัด และผา่ นตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนด
(3) ผู้เรยี นต้องได้รบั การตัดสนิ ผลการเรยี นทุกรายวิชา
(4) ผ้เู รยี นตอ้ งได้รับการประเมิน และมผี ลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑ์ที่
สถานศกึ ษากำหนด ในการอา่ น คิดวิเคราะห์และเขยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นา
ผู้เรียน
1.2 การให้ระดับผลการเรียน
(1) ในการตัดสินเพ่อื ใหร้ ะดับผลการเรยี นรายวิชา ใชต้ ัวเลขแสดงระดบั ผลการเรียนเป็น
8 ระดบั
(2) การประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขยี น และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์นัน้ ให้
ระดับผลการประเมนิ เปน็ ดเี ยี่ยม ดี และผ่าน
(3) การประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น จะต้องพจิ ารณาทง้ั เวลาการเขา้ รว่ มกจิ กรรม การ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและผลงานของผเู้ รยี น ตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากำหนด และใหผ้ ลการเขา้ ร่วมกิจกรรมเป็น
ผ่าน และไม่ผ่าน
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 169
2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา 2
เกณฑ์การจบระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
(1) ผูเ้ รียนเรียนรายวชิ าพื้นฐานและเพ่ิมเติม ไม่น้อยกวา่ 81 หน่วยกิต โดยเปน็ รายวชิ า
พ้ืนฐาน 39 หนว่ ยกติ และรายวิชาเพ่มิ เติมตามที่สถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรยี นต้องไดห้ น่วยกิตตลอดหลกั สูตรไมน่ ้อยกว่า 77 หนว่ ยกติ โดยเป็นรายวชิ า
พน้ื ฐาน 39 หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ไม่น้อยวา่ 38 หนว่ ยกิต
(3) ผเู้ รียนมีผลการประเมิน การอ่าน คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน จะต้องได้รับผลการ
ประเมินเปน็ “ดเี ยย่ี ม” “ดี” และ “ผ่าน” ถ้านักเรียนได้รับผลการประเมินเปน็ “ไมผ่ ่าน” ในการประเมิน
ระดับชน้ั ใด ถอื วา่ ไม่จบหลกั สตู ร
(4) ผเู้ รียนมผี ลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องสถานศึกษา จะต้องได้รับผลการ
ประเมนิ เป็น “ดเี ยย่ี ม” “ดี” และ “ผา่ น” ถา้ นักเรยี นได้รับผลการประเมินเปน็ “ไมผ่ า่ น” ในการประเมิน
ระดบั ช้ันใด ถอื ว่าไม่จบหลกั สูตร
(5) ผู้เรยี นเข้ารว่ มกจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียนและมผี ลการประเมนิ ผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ เปน็
“ผ” ซงึ่ ถอื ว่าผ่านการตัดสินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน แตถ่ ้าได้รบั ผลการเรียนเป็น “มผ” แมก้ จิ กรรมใด
กจิ กรรมหน่งึ ถือวา่ ไมจ่ บหลกั สตู ร
หมายเหตุ 1 , 2 รายละเอียดทงั้ หมดอยู่ในระเบียบระเบียบโรงเรยี นระหานวทิ ยาว่าด้วยการ
วัดผลและประเมนิ ผลการเรยี นตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 พ.ศ.
2553
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 170
สว่ นที่ 5
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 171
เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน
1. การตัดสินการใหร้ ะดบั แลการรายงานผลการเรยี น
1.1 การตดั สนิ ผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นน้นั ผูส้ อนตอ้ งคำนงึ ถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็น
หลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อม
เสริมผเู้ รียนให้พฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ
ระดับมัธยมศกึ ษา
(1) ตัดสินผลการเรยี นเป็นรายวิชา ผู้เรียนตอ้ งมเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ย
ละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวชิ านน้ั ๆ
(2) ผูเ้ รียนต้องไดร้ ับการประเมินทุกตัวชวี้ ัด และผ่านตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด
(3) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการตดั สนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชา
(4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา
กำหนด ในการอ่านคิดวเิ คราะห์และเขยี น คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น
การพิจารณาเลื่อนขั้นทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย
และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะ
ผ่อนผนั ใหเ้ ล่ือนชั้นได้ แต่หากผ้เู รยี นไมผ่ ่านรายวชิ าจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียน
ในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะ
และความร้คู วามสามารถาของผเู้ รียนเปน็ สำคัญ
1.2 การใหร้ ะดับผลการเรียน
ระดบั มธั ยมศกึ ษา ในการตดั สินเพื่อให้ระดบั ผลการเรียนรายวชิ า ใหไ้ ด้ตวั เลขแสดงระดับ
ผลการเรียนเป็น 8 ระดบั
การประเมนิ การอา่ น คิดวเิ คราะห์และเขียน และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคน์ ้นั ให้ระดับ
ผการประเมนิ เป็น ดีเยีย่ ม ดี และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กจิ กรรมและผลงานของผเู้ รียนตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้ารว่ มกจิ กรรมเป็นผ่านและไม่ผา่ น
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 172
1.3 การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครอง และผู้เรียนทราบความก้าวหน้าในการ
เรยี นร้ขู องผเู้ รียน ซ่งึ สถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทำเอกสารรายงานใหผ้ ู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ
หรอื อยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ 1 ครง้ั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อนม
มาตรฐานการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้
2. เกณฑก์ ารจบการศึกษา
หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน กำหนดเกณฑ์กลางสำหรับการจบการรศึกษาเป็น 3 ระดับ
คอื ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น และระดับมธั ยศึกษาตอนปลาย
เกณฑ์การจบระดับชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย
(1) ผู้เรียนเรียนวิชาพ้ืนฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวชิ าพน้ื ฐาน 41 หนว่ ยกิตและรายวชิ าเพิ่มเติม
ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรยี นต้องไดห้ นว่ ยกิต ตลอดหลักสตู รไมน่ ้อยกว่า 97.5 หน่วยกิต โดยเป็นรายวชิ าพ้ืนฐาน
41 หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพ่ิมเตมิ ไม่น้อยกว่า 56.5 หน่วยกิต
(3) ผู้เรียนมผี ลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขยี น ในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่
สถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผ้เู รียนและมผี ลการประเมินผา่ นเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากำหนด
สำหรับการจบการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสำหรับผู้มี
ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้
คณะกรรมการของสถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตาม
หลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับ
กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 173
เอกสารอ้างองิ
กระทรวงศึกษาธกิ าร. (๒๕๔๔). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา
ลาดพรา้ ว.
สภาพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาต.ิ (๒๕๔๙). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๐.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (๒๕๔๗). ข้อเสนอยุทธศาสตรก์ ารปฏิรปู การศึกษา. กรุงเทพฯ: เซ็นจูร.ี่
สำนักนายกรัฐมนตรี,สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาต.ิ (๒๕๔๒). พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรบั ส่งสนิ ค้าและพัสดภุ ัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สำนักผตู้ รวจราชการและติดตามประเมินผล. (๒๕๔๘). การติดตามปัญหาอุปสรรคการใชห้ ลักสตู รการศึกษาข้ัน
พนื้ ฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔. บนั ทึก ที่ ศธ ๐๒๐๗ / ๒๖๙๒ ลงวันท่ี ๑๙ กนั ยายน ๒๕๔๘.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (๒๕๔๖ ก.). สรุปผลการประชุมวเิ คราะห์หลักสูตรการศึกษาขน้ั พื้นฐาน.
๒๗ – ๒๘ ตุลาคม ๒๕๔๖ โรงแรมตรัง กรุงเทพฯ. (เอกสารอดั สำเนา) .
____________. (๒๕๔๖ ข.). สรปุ ความเห็นจากการประชุมเสวนาหลักสตู รการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ๕ จุด.
พฤศจิกายน ๒๕๔๖ (เอกสารอัดสำเนา).
____________. (๒๕๔๘ ก.). รายงานการวจิ ัย การใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพน้ื ฐานตามทัศนของผูส้ อน.
กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์องค์การรับส่งสนิ ค้าและพสั ดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
____________. (๒๕๔๘ ข.). รายงานการวิจยั โครงการวิจัยทดลอง กระบวนการสร้างหลักสตู รสถานศึกษาแบบ
องิ มาตรฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสนิ ค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
สวุ ิมล วอ่ งวาณชิ และ นงลักษณ์ วริ ชั ชยั . (๒๕๔๗). การประเมินผลการปฏิรปู การเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ พหุกรณีศึกษา. เอกสารการประชุมทางวชิ าการการวจิ ยั เก่ียวกับ
การปฏิรูปการเรียนรู้ โดยสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ วนั ท่ี ๑๙-๒๐
กรกฎาคม ๒๖๔๗.
Kittisunthorn, C., (2003). Standards-based curriculum: The first experience of Thai teachers.
Doctoral
Dissertation, Jamia Islamia University, Delhi , India.
Nutravong, R., (2002). School-based curriculum decision-making: A study of the Thsiland
reform
Experiment. Doctornal Dissertation, Indiana University, Bloomington. U.S.A.
ห้ อ ง เ รี ย น พิ เ ศ ษ อั จ ฉ ริ ย ภ า พ ท า ง ด้ า น ไ อ ซี ที ( I C T T a l e n t ) ห น้ า | 174
รายชอื่ คณะผ้จู ัดทำหลกั สตู รหอ้ งเรียนพเิ ศษอัจฉรยิ ภาพทางดา้ นไอซที ี(ICT Talent)
1.นายบัญชร จันทร์ดา ประธานทป่ี รึกษา
2.นายธนพงษ์ เกษศรี ประธานกรรมการ
3.นายเกยี รตศิ ักดิ์ แกว้ หลา้ รองประธานกรรมการ
4.นายนยิ ม เกตกุ อ กรรมการ
5.นายโกมทุ แกว้ ไทรหงวน กรรมการ
6.นางภัทณี วงสกลุ กรรมการ
7.นางขวัญมณฐั รวดพวง กรรมการ
8.นางนุสลา รฐั ธรรม กรรมการ
9.นายกติ ตพิ งษ์ สว่างทิตย์ กรรมการ
10.นางสาวนัทธ์ธนัน ธนันฐติ ริ ตั น์ กรรมการ
11.นางสาวชนกนาถ นมะภัทร กรรมการ
12.นางธนดิ า แก้วคำฟู กรรมการ
13.นายเลิศสุวฒั น์ ทองก้อนศลิ า กรรมการ
14.นายทรงพล พรหมนอ้ ย กรรมการ
15.นายณัฐภัทร กลัดเจรญิ กรรมการ
16.นายเกียรติชัย แสนศรี กรรมการและเลขานุการ