The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะวิชาการบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แบบฝึกทักษะวิชาการบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

แบบฝึกทักษะวิชาการบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจความหมายของค่าใช้จ่าย 2. เพื่อให้มีทักษะการคำนวณเงินได้พึงประเมินหลังหักค่าใช้จ่าย จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. อธิบายการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1-8 2. สามารถจำแนกการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมินได้ 3. ตระหนักในคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1-8 3. แสดงการคำนวณการหักค่าใช้จ่ายของเงินได้พึงประเมิน เนื้อหาสาระ เนื้อหาสาระ ใบความรู้หน่วยที่ 3 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3) ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การหักค่าใช้จ่าย วิธีนี้เป็นการหักค่าใช้จ่ายเป็น การเหมาตามอัตราร้อยละที่กฎหมาย กำหนด หรือเรียกสั้นๆ ว่า หักเหมา โดยไม่ต้องใช้หลักฐานค่าใช้จ่าย วิธีนี้เป็นวิธีการหักค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นจริงตามหลักฐานหรือเรียกสั้นๆ ว่าหักตามจริง ซึ่งต้อวมีหลักฐาน ค่าใช้จ่ายตามด้วย การหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา การหักค่าใช้จ่ายตามความ จำเป็นและสมควร ค่าใช้จ่าย หมายถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการหาเงินได้หรือค่าใช้จ่ายที่เป็นเหตุที่มาแห่งเงินได้หรือ รายจ่ายที่สามารถให้ผลประโยชน์ทางภาษี การหักค่าใช้จ่ายแบ่งออกเป็น 2 วิธีคือ ความหมายของค่าใช้จ่าย วิธีการหักค่าใช้จ่าย


46 การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่1 หรือมาตรา 40(1) และประเภทที่ 2 หรือมาตรา 40(2) มาตรา 42 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติไว้ว่า เงินได้พึงประเมินตามความในมาตรา 40 (1) และ มาตรา 40(2) ยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 ดังนั้นหากมีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 และ 2 ต้องนำมารวมกันก่อน แล้วจึงหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ตัวอย่าง นายไก่ดำมีเงินได้จากการเป็นลูกจ้างบริษัทได้รับเงินเดือนทั้งปีเป็นเงิน 200,000 บาท นายไก่หักค่าใช้จ่าย ได้ร้อยละ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (200,000 x 50%) เป็นเงิน 100,000 การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่3 หรือมาตรา 40(3) เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) เฉพาะที่เป็นค่าแห่งกู๊ดวิลล์ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น ยอมให้หักค่าใช้จ่าย เป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ตัวอย่าง นายเวียงมีเงินได้จากค้าลิขสิทธิ์ในบทประพันธ์ 200,000 บาท เวียงจะหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (200,000 x 50%) เป็นเงิน 100,000 บาท การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมิน การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่4 (4) ได้แก่ ดอกเบี้ย เงินปันผล ส่วนแบ่งกำไร เงินโบนัสให้แก่ผู้ถือหุ้น กฎหมายไม่ยอมให้หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวอย่าง นายรักชาติมีเงินได้จากการเป็นลูกจ้างบริษัทได้รับเงินเดือนทั้งปีเป็นเงิน 300,000 บาท และนายรักชาติมีเงินได้ จากค่านายหน้า 80,000 บาท นายรักชาติหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (380,000 x 50%) เป็นเงิน 100,000


47 การให้เช่าทรัพย์สิน กรณีผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 20 วิธีเดียว กรณีผิดดสัญญาเช่าซื้อขายเงินผ่อน ซึ่งผู้ขายได้รับทรัพย์สินคืนมาโดยไม่ต้องคืนเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 20 วิธีเดียว การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่5 หรือมาตรา 40 (5) 1. ถ้าเป็นบ้าน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ หรือแพ หักได้ร้อยละ 30 2. ถ้าเป็นที่ดินที่ใช้ในการเกษตรกรรม หักได้ร้อยละ 30 3. ถ้าเป็นที่ดินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรม หักได้ร้อยละ 15 4. ถ้าเป็นยานพาหนะในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า หักได้ร้อยละ 30 5. ถ้าเป็นทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ หักได้ร้อยละ 10 การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่6 หรือมาตรา 40(6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกหักค่าใช้จ่ายจามความจำเป็นและสมควรหรือหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ค่าใช้จ่ายเหมากฎหมายกำหนดดังนี้ 1. เงินได้จากการประกอบโรคศิลปะ หักได้ร้อยละ 60 2. เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระอื่น ๆ ได้แก่ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หักได้ร้อยละ 30 การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 7 (7) ได้แก่ เงินได้จากการรับเหมาซึ่งผู้รับเหมาต้องจัดหาสัมภาระในส่วนที่สำคัญ ผู้มีเงินได้จะเลือกหักค่าใช้จ่ายตาม ความจำเป็นและสมควรหรือหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ร้อยละ 60


48 การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่8 (8) เงินได้จากธุรกิจพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่งหรือการอื่น ๆ นอกจากที่ระบุไว้ใน มาตรา 40(1) ถึง (7) พระราชฎีกา ฉบับที่ 629 พ.ศ. 2560 มาตรา 8 กำหนดไว้ว่า เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่ง ประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 ยอมให้ หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ดังต่อไปนี้ 1. การเก็บค่าต๋งหรือค่าเกมจากการพนัน การแข่งขันหรือการเล่นต่าง ๆ ร้อยละ 60 2. การถ่าย ล้าง อัด หรือขยายรูป ภาพยนตร์ รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 60 3. การทำกิจการคานเรือ อู่เรือหรือซ่อมเรือที่มิใช่ซ่อม เครื่องจักร เครื่องกล ร้อยละ 60 4. การทำรองเท้าและเครื่องหนังแท้หนังเทียม รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 60 5. การตัด เย็บ ถัก ปักเสื้อผ้าหรือสิ่งอื่น ๆ รวมทั้งขายส่วนประกอบ ร้อยละ 60 6. การทำตกแต่งหรือซ่อมแซมเครื่องเรือน รวมทั้งการขายส่วนประกอบ ร้อยละ 60 7. การทำกิจการโรงแรม หรือภัตตาคาร หรือการปรุงอาหารหรือเครื่องดื่มจำหน่าย ร้อยละ 60 8. การดัด ตัด แต่งผม หรือตกแต่งร่างกาย ร้อยละ 60 9. การทำสบู่ แชมพู หรือเครื่องสำอาง ร้อยละ 60 10. การทำวรรณกรรม ร้อยละ 60 11. การค้าเครื่องเงิน ทอง นาก เพชร พลอย หรืออัญมณีอื่น ๆ รวมทั้งการ ร้อยละ 60 12. การทำกิจการสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลเฉพาะ ที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน รวมทั้งการรักษาพยาบาลและการจำหน่ายยา ร้อยละ 60 13. การโม่หรือย่อยหิน ร้อยละ 60 14. การทำป่าไม้ สวนยาง หรือไม้ยืนต้น ร้อยละ 60 15. การขนส่งหรือรับจ้างด้วยพานพาหนะ ร้อยละ 60 16. การทำบล็อกและตรา การรับพิมพ์หรือเย็บสมุด เอกสาร รวมทั้ง การขายส่วนประกอบ ร้อยละ 60 17. การทำเหมืองแร่ ร้อยละ 60 18. การทำเครื่องดื่มตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเครื่องดื่ม ร้อยละ 60 19. การทำเครื่องกระเบื้อง เครื่องเคลือบ เครื่องซีเมนต์ หรือดินเผา ร้อยละ 60 20. การทำหรือจำหน่ายกระแสไฟฟ้า ร้อยละ 60 21. การทำกาวแป้งเปียกหรือสิ่งที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน และการทำแป้ง ชนิดต่าง ๆ ที่มิใช่เครื่องสำอาง ร้อยละ 60 22. การทำน้ำแข็ง ร้อยละ 60 23. การทำลูกโป่ง เครื่องแก้ว เครื่องพลาสติก หรือเครื่องยางสำเร็จรูป ร้อยละ 60 24. การซักรีดหรือย้อมสี ร้อยละ 60 25. การขายของนอกจากที่ระบุไว้ในข้ออื่น ร้อยละ 60 ที่มา :www.rd.go.th


49 ค่าใช้จ่าย หมายถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการหาเงินได้ หรือค่าใช้จ่ายที่เป็นเหตุที่มาแห่ง เงินได้การหัก ค่าใช้จ่ายแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ 1. การหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา เป็นการหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามอัตราร้อยละที่กฎหมายกำหนด 2. การหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร เป็นการหักค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามหลักฐาน การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมิน ได้แก่ 1. การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 1 และ 2 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ (2) กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 แต่รวมกันต้องไม่เกิน 100,000 บาท 2. การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึ่งประเมินประเภทที่ 3 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(3) เฉพาะที่เป็นค่า แห่งกู๊ดวิลส์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละ 50 แต่ต้องไม่ เกิน 100,000 บาท ผู้มีเงินได้สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (3) อย่างอื่น กฎหมายไม่ยอมให้หักค่าใช้จ่าย 3. การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 4 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4) กฎหมายไม่ยอม ให้หักค่าใช้จ่ายเลย และเฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (4) (ข) เงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรที่ผู้มีเงินได้มีภูมิลำเนาอยู่ใน ประเทศไทยหรือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยได้รับจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ให้บวก เครดิตภาษี 4. การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) กฎหมายยอม ให้หักค่าใช้จ่ายดังนี้ (1) การให้เช่าทรัพย์สินกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า (ก) บ้าน เรือน สิ่งปลูกสร้าง อย่างอื่นหรือแพ ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 (ข) ที่ดินที่ใช้ในการเกษตรกรรม ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 20 (ค) ที่ดินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรม ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 15 (ง) ยานพาหนะ ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 (จ) ทรัพย์สินอย่างอื่น ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 10 กรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า ผู้มีเงินได้สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ กรณีให้เช่าช่วง ให้หักค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าเช่าที่เสียให้แก่ผู้ห่าเดิมหรือผู้ให้เช่าช่วงแล้วแต่กรณี (2) การผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 20 5. การหักค่าใช้จ่ายเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 6 (1) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ ประกอบโรคศิลปะ ให้หักค่าใช้จ่ายเหมาะร้อยละ 60 หรือหักค่าใช้จ่ายตาม ความจำเป็นและสมควรได้ (2) เงินได้นอกเหนือจาก (1) ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 หรือหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น และสมควรได้ สรุป


50 6. การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 7 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(7) กฎหมายยอม ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 60 หรือหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ 7. การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 8 เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) กฎหมายยอม ให้หักค่าใช้จ่ายได้ตามที่ได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา หากมิได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไว้ให้หักค่าใช้จ่ายตาม ความจำเป็นและสมควร


51 คำชี้แจง จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. นางสาวพิชญามีเงินได้จากเงินเดือนเดือนละ 15,000 บาท ได้รับโบนัสประจำปี 100,000 บาท ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... 2. นายวโรดม ได้รับเงินช่วยเหลือค่าที่พักการเป็นสมาชิกผู้แทนเดือนละ 6,000 บาท ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... 3. นายโชค มีเงินได้จากการเขียนบทละครลงในนิตยสารรายเดือน มีรายได้ตลอดทั้งปี 300,000 บาท ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... 4. นายกุลา เป็นเจ้าของสำนักงานให้เช่ารถยนต์ มีเงินได้จากค่าเช่าตลอดทั้งปี 350,000 บาท และได้จ่ายเป็น ค่าซ่อมแซมไปทั้งหมดในปีนั้น 220,000 บาท ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................... .................................................................. 5. นายพิพัฒน์ เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจได้รับเงินเดือนๆละ 35,000 บาท ภรรยานางพิมลเป็นข้าราชการ กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ ได้รับเงินเดือนๆละ 20,000 บาท และมีเงินได้จากค่า นายหน้าในการซื้อ ขายสินค้า 10,000 บาท ภรรยามีความประสงค์จะแยกคำนวณภาษ ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. ......................................................... ..................................................................................................... ................................................................................. แบบฝึกทักษะที่ 3.1


52 คำชี้แจง จงเติมอัตราค่าใช้จ่ายที่กฎหมายกำหนดลงในช่องว่างให้ถูกต้องครบถ้วน หากรายการใดกฎหมายให้เลือก หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควรได้ ให้นักเรียนใส่เครื่องหมาย √ ลงในช่องเลือกหักค่าใช้จ่ายตามความ จำเป็นและสมควร เงินได้พึงประเมิน ประเภท ของเงินได้ อัตราค่าใช้จ่าย เป็นการเหมา เลือกหักค่าใช้จ่ายตามความ จำเป็นและสมควร ค่านายหน้า 40 (2) ค่าสิทธิในการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมาย การค้า 40 (3) เงินได้จากการเปิดสำนักงานทนายความ 40 (6) เงินได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ต้อง จัดหาสัมภาระเอง 40 (7) เงินได้จากการทำน้ำแข็ง 40 (8) โบนัสในฐานะผู้ถือหุ้น 40 (4) เงินได้จากตำแหน่งกรรมการบริษัท 40 (2) เงินได้ของนักแสดงสาธารณะ 40 (8) เงินได้จากการให้เช่าที่ดินเพื่อการค้า 40 (5) เงินรายปีที่ภรรยาได้รับจากสามีตามคำ พิพากษาของศาล 40 (3) ค่าส่วนลดจากการจำหน่ายสินค้า 40 (2) เงินได้จากการให้เช่าอาคารพาณิชย์ 40 (5) เงินได้จากกิจการโรงเลื่อย 40 (8) โบนัสจากตำแหน่งกรรมการบริษัท 40 (1) เงินได้จากร้านตัดเย็บเสื้อผ้า 40 (8) เงินได้จากดอกเบี้ยเงินกู้ 40 (4) เงินได้จากการตรวจสอบบัญชี 40 (6) เงินได้จากการผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ทีผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินโดยไม่ต้องคืน เงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว 40 (5) เงินได้จากการรับเขียนแบบบ้าน 40 (6) เงินได้จากการขายที่ดินเงินผ่อน 40 (8) เงินได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ผู้ว่าจ้าง จัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญให้ 40 (7) เงินได้จากการให้เช่าคอนโดมิเนียม 40 (5) แบบฝึกทักษะที่ 3.2


คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (10 คะแนน) 1. นายทักษาทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่งได้รับเงินเดือน ๆ ละ 25,000 บาท นายทักษาจะมีเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายเท่าใด ก. 150,000 บาท ข. 180,000 บาท ค. 200,000 บาท ง. 60,000 บาท 2. การหักค่าใช้จ่ายตามอัตราร้อยละของเงินได้พึงประเมิน เรียกว่าอะไร ก. การหักค่าใช้จ่ายเป็นเปอร์เซ็นต์ ข. การหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมา ค. การหักค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริง ง. การหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร 3. เงินได้จากการให้เช่าบ้านในกรณีเจ้าของเป็นผู้ให้เช่า กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เท่าใด ก. ร้อยละ 10 ข. ร้อยละ 15 ค. ร้อยละ 20 ง. ร้อยละ 30 4. เงินได้จากการให้เช่าที่ดินที่มิได้ใช้ในการเกษตรกรรมในกรณีที่เจ้าของเป็นผู้ให้เช่ากฎหมายยอม ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เท่าใด ก. ร้อยละ 10 ข. ร้อยละ 15 ค. ร้อยละ 20 ง. ร้อยละ 30 5. เงินได้พึงประเมิน มาตรา 40 (4) กฎหมายให้หักค่าใช้จ่ายได้เท่าใด ก. ร้อยละ 30 ข. ร้อยละ 20 ค. ร้อยละ 15 ง. หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ 6. เงินได้เพิ่งประเมินตามมาตรา 40 (1) และมาตรา 40 (2) นอกจากเงินที่ไหนจ้างจ่ายให้ครั้งเดียว เพราะเหตุออกจากงาน ให้หักค่าใช้จ่ายอย่างไร ก. ร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ข. ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ค. ร้อยละ 60 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ง. ร้อยละ 60 แบบทดสอบหลังเรียน สอนครั้งที่ 4-5 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 หน่วยที่ 3 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3) รวม 10 ชม. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การหักค่าใช้จ่าย จำนวน 10 ชม.


54 7. เงินได้จากการเป็นทนายความ ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เท่าใด ก. ร้อยละ 10 ข. ร้อยละ 20 ค. ร้อยละ 30 ง. ร้อยละ 60 8. เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้อัตราเท่าใด ก. ร้อยไม่ละ 40 ข. ร้อยละ 20 ค. ร้อยละ 30 ง. ร้อยละ 40 และ 60 9. เงินได้ที่เป็นค่าแห่งกู๊ดวิลล์กฎหมายยอมให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ร้อยละเท่าใด ก. ร้อยละ 30 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ข. ร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 60,000 บาท ค. ร้อยละ 50 แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ง. หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ 10. เงินมาได้จากการผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้เท่าใด ก. ร้อยละ 10 ข. ร้อยละ 20 ค. ร้อยละ 30 ง. ร้อยละ 60


55 ให้นักเรียนนำคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน มาสรุปผลการประเมินหลังเรียนจบ หน่วยที่ 3 ว่าจะอยู่ในระดับใด แบบทดสอบ ก่อนเรียน หลังเรียน ข้อละ 1 คะแนน ระดับคะแนนที่ได้ ดีมาก (9-10 คะแนน) ดี (7- 8 คะแนน) พอใช้ (5- 6 คะแนน) ปรับปรุง (1- 4 คะแนน) สรุปผล ............................................................................................................................. ......................................................... ...................................................................................................................................................................................... แบบประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 3


คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (10 คะแนน) 1. นายจิตใจ มีบุตรสาว 1 คน อายุ 25 ปี กำลังศึกษาสถาบันอุดมศึกษา นายจิตใจจะหักค่าลดหย่อน ของบุตรได้เท่าใด ก. 15,000 บาท ข. 20,000 บาท ค. 25,000 บาท ง. 30,000 บาท 2. บุตรคนใดที่สามารถนำมาหักค่าลดหย่อนได้ตามกฎหมายได้ ก. บุตรคนที่ 1 อายุ 26 ปี ศึกษา ม.รามคำแหง ข. บุตรคนที่ 2 อายุ 22 ปี ศึกษา ม.เชียงใหม่ ค. บุตรคนที่ 3 อายุ 18 ปี ศึกษา ปวส. โรงเรียนราษฎร์มีเงินได้จากการเดินแบบ 60,000 บาท ง. ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก 3. ผู้มีเงินได้จะหักค่าลดหย่อนสำหรับตัวเองได้เท่าใด ก. 10,000 บาท ข. 30,000 บาท ค. 60,000 บาท ง. 50,000 บาท 4. นายปองพล มีภริยาถูกต้องตามกฎหมาย มิได้ทำงาน ภริยาตั้งครรภ์บุตรคนที่ 1 และได้จ่ายค่า ฝากครรภ์ไปในปีภาษี 2563 จำนวน 80,000 บาท นายปองพลสามารถนำค่าฝากครรภ์มาหักค่า ลดหย่อนได้ตามข้อใด ก. 35,000 บาท ข. 40,000 บาท ค. 50,000 บาท ง. 60,000 บาท 5. ผู้มีเงินได้จะหักค่าลดหย่อนสำหรับสามีหรือภรรยาของตนได้เท่าใด ก. 10,000 บาท ข. 30,000 บาท ค. 60,000 บาท ง. 100,000 บาท 6. การหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้นั้นกรมธรรม์ประกันชีวิตจะต้องมีกำหนดเวลาเท่าใด ก. ตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ข. ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ค. ตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ง. ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป แบบทดสอบก่อนเรียน สอนครั้งที่ 6-7 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 หน่วยที่ 4 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3) รวม 10 ชม. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การหักค่าลดหย่อน จำนวน 10 ชม.


57 7. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะหักค่าลดหย่อนได้เท่าใด ก. 5,000 บาท ข. 7,000 บาท ค. เท่าที่จ่ายจริง ง. เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท 8. การหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้จะหักได้เท่าใด ก. 7,000 บาท ข. 10,000 บาท ค. เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ง. ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก 9. ในกรณีภรรยามีรายได้ตามมาตรา 40 (1) และประสงค์จะแยกยื่นรายการเสียภาษีต่างหากจากสามี ภรรยาจะต้องหักค่าลดหย่อนบุตรคนที่ 2 เกิดในปี 2563 ได้คนละเท่าใด ก. 30,000 บาท ข. 40,000 บาท ค. 50,000 บาท ง. 60,000 บาท 10. การหักค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืม กรณีสามีภรรยาร่วมกันทำสัญญาจำนอง และต่างฝ่ายต่างมี เงินได้ ภรรยาหักค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้เท่าใด ก. หักไม่ได้ ข. หักตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ค. ไม่เกิน 50,000 บาท ง. หักตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท


จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้รู้และเข้าใจความหมายของค่าลดหย่อน 2. เพื่อให้มีทักษะในการคำนวณควรวณการหักค่าลดหย่อน 3. สร้างลักษณะนิสัยความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. อธิบายความหมายของการหักค่าลดหย่อนได้ถูกต้อง 2. สามารถจำแนกหลักเกณฑ์การหักค่าลดหย่อนได้ถูกต้อง 3. แสดงการคำนวณการหักค่าลดหย่อนได้อย่างถูกต้อง 4. มีความยัน รับผิดชอบ และความสามัคคีในการปฏิบัติงานร่วมกัน 5. ปฏิบัติงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับค่าลดหย่อน 2. การคำนวณการหักค่าลดหย่อน เนื้อหาสาระ ใบความรู้หน่วยที่ 4 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 วิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น ( 1-4-3) ชื่อหน่วยการเรียนรู้การหักค่าลดหย่อน ความหมายของค่าลดหย่อน ค่าลดหย่อน หมายถึง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้มีเงินได้กฎหมายยอมให้หักค่าลดหย่อนได้เพื่อ เป็นการบรรเทาภาระในการเสียภาษีของผู้มีเงินได้ เงินได้สุทธิหมายถึง เงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย -ค่าลดหย่อน เงินได้สุทธิคือสิ่งที่ใช้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


59 การหักค่าลดหย่อน การหักค่าลดหย่อนกรณีทั่วไป ผู้มีเงินได้ สามารถหักลดหย่อนสำหรับตนเอง ได้60,000 บาท หักลดหย่อยได้คนละ 30,000 บาท ตั้งแต่คนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปีพ.ศ. 2561 หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท (รวมเป็น 60,000) บุตรบุญธรรม หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 3 คน บุตร ค่าเบี้ยประกันภัยที่ผู้มีเงินได้จ่ายในปี ภาษีสำหรับการประกันชีวิตของผู้มี เงินได้และสามีหรือภริยาของผู้มีเงิน หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท คู่สมรส หักลดหย่อนได้ 60,000 บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หักได้คนละ 30,000 บาท หักลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือ คนทุพลภาพ หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ค่าเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่จ่ายให้แก่ บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกัน วินาศภัยในราชอาณาจักร หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท


60 มีการทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ นั้นระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2559 สามารถหักได้ไม่เกินร้อยละ 20 ใช้สิทธิลดหย่อนต่อเนื่องกัน 5 ปีภาษีที่มีการจด ทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ หัก 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยง ชีพ หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท สำหรับส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษี การหักค่าลดหย่อนกรณีทั่วไป เงินได้สะสมกองทุนการออมแห่งชาติ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่าย จริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) หัก 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) หักได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้และ ไม่เกิน 500,000 บาท เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุน ประกันสังคม สามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวน ที่จ่ายจริงตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้าง อาคารอยู่อาศัย หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่ เกิน 100,000 บาท เงินได้ที่จ่ายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์


61 ค่าซื้อและค่าติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์ วงจรปิด เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) และ (8) ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจเท่านั้น เงินบริจาคพรรคการเมือง หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท การหักค่าลดหย่อนกรณีทั่วไป ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระเงินด้วย บัตรเดบิต เฉพาะเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) และ (8) เท่านั้น ค่าท่องเที่ยว เที่ยวเมืองรองลดหย่อยไม่เกิน 20,000 บาท เที่ยวเมืองหลักลดหย่อนไม่เกิน 15,000 บาท ค่าลงหุ้นหรือลงทุนในการจัดตั้งหรือเพิ่ม ทุนในกิจการที่ประกอบอุตสาหกรรม เป้าหมาย ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งเป็นเงินได้ ที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ถึง 31 ธันวาคม 2562 ต้องถือหุ้นในบริษัทหรือห้าง หุ้นส่วนนิติบุคคลไม่น้อยกว่า 2 ปี ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 60,000 บาท


62 การหักค่าลดหย่อนกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ ให้หักค่าลดหย่อนรวมกันไม่เกิน 120,000 บาท ไม่ว่าจะยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสีย ภาษีเงินได้รวมกัน หรือต่างฝ่ายต่างยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีของตนเอง กรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประทศไทย (อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษี) สามารถ หัก ลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้ 60,000 บาท แต่สำหรับสามีภริยาบุตร และบิดามารดาให้หักลดหย่อนได้ เฉพาะ สามีภริยา บุตร และบิดามารดาที่เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น กรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษีให้หักลดหย่อนได้เสมือนผู้ตายมีชีวิตอยู่ ตลอดปี ภาษีที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย ดังนั้นการหักลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษีจึงเหมือนกับการหัก ลดหย่อนกรณีทั่วไป กฎหมายให้หักลดหย่อนได้ 60,000 บาท การหักค่าลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย การหักค่าลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษี การหักค่าลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง กรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้หักลดหย่อนสำหรับ ผู้เป็น หุ้นส่วนหรือบุคคลในคณะบุคคลแต่ละคนซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ได้คนละ 60,000 บาท แต่รวมกันต้องไม่ เกิน 120,000 บาท การหักค่าลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล


63 เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา การกีฬา สถานพยาบาลของทางราชการ อื่น ๆ หักได้ 2 เท่าของที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน การหักค่าลดหย่อนเงินบริจาค เงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ หักได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหัก ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ที่มา :www.rd.go.th


64 ค่าลดหย่อน หมายถึงค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้มีเงินได้ กฎหมายยอมให้หักเพื่อเป็นการบรรเทาภาระในการ เสียภาษีของผู้มีเงินได้ เงินได้สุทธิ หมายถึงเงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนการหักค่าลดหย่อน แบ่งออกเป็น การ หักค่าลดหย่อนกรณีทั่วไป การหักค่าลดหย่อนกรณีสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้การหักค่าลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้ มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย การหักค่าลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้ถึงแก่ความตายในระหว่างปีภาษีการหักค่าลดหย่อน กรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดก การหักคาลดหย่อนกรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มีใช่ การหัก ค่าลดหย่อนเงินบริจาค สรุป


65 1. นายปรัชญามีเงินได้จากเงินเดือนเดือนละ 80,000บาท ได้รับโบนัส 2 เท่าของเงินเดือน มีเงินได้จากการรับเหมา ก่อสร้างที่ต้องจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ 4,000,000 บาท มีค่าใช้จ่ายจริงตามหลักฐาน 3, 150,000 บาท นายปรัชญามีภริยาซึ่งไม่มีเงินได้ มีบุตรผู้เยาว์กำลังศึกษา 1 คนได้อุปกระเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองซึ่งไม่ มีเงินได้อายุ 65 ปี และ 59 ปี และอุปการะเลี้ยงดูมารดาของภรรยาซึ่งไม่มีเงินได้อายุ 61 ปี ระหว่างปีนายปรัชญาจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตให้บริษัท คุ้มเกล้าประกันภัยจำกัด สำหรับตนเองเดือนละ 10,000 บาท สำหรับภรรยาเดือนละ 3,000 บาท สำหรับบุตรคนละ 20,000 บาทต่อปี ทุกกรมธรรม์กำหนดเวลา 20 ปี จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราร้อยละ 10 ของค่าจ้าง จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อสร้างบ้านอยู่ อาศัยให้ธนาคารเมืองไทย จำกัด 145,000 บาท จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราร้อยละ 5 ของค่าจ้าง นายปรัชญาได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการศึกษา 20,000 บาท ทั้งคู่ได้ร่วมกันบริจาคเงิน ให้มูลนิธิชัย พัฒนา 10,000 บาท ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. ........ ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................ .......................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................................... .. ...................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................. .................................... ...................................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................. แบบฝึกทักษะที่ 4.1


66 คำชี้แจง จงตอบคำถามลงในช่องว่างต่อไปนี้ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ 1. การหักลดหย่อนตามสถานภาพของผู้มีเงินได้ กฎหมายยอมให้หักได้ดังนี้ 1.1 ผู้มีเงินได้ บาท 1.2 สามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ บาท 1.3 บุตรของผู้มีเงินได้คนละ บาท 1.4 บุตรที่เกิด พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป หักลดหย่อนได้ . 1.5 ผู้มีเงินได้และคู่สมรสมีสิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาได้คนละ . 1.6 กรณีผู้มีเงินได้เป็นกองมรดก ให้หักลดหย่อนได้ . 1.7 กรณีผู้มีเงินได้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ให้หักลดหย่อนคนละ บาท แต่รวมกันต้องไม่เกิน บาท 2. การหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ ทั้งนี้เฉพาะในกรณีที่กรมธรรม์ประกันชีวิต มีกำหนดเวลาตั้งแต่ ปีขึ้นไป 3. การหักลดหย่อนเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ . . ถ้าลูกจ้างจ่ายเป็นเงินสะสมเข้า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท ให้นำไปหัก . 4. การหักลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ . การหักลดหย่อนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ . . 6. การหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ไม่เกิน . และเมื่อรวมกับ . แล้วไม่เกิน . 7. การหักลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ไม่เกิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน . 8. การหักลดหย่อนเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ . 9. การหักลดหย่อนเงินบริจาคทั่วไป ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักได้ . แบบฝึกทักษะที่ 4.2


คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (10 คะแนน) 1. บุตรคนใดที่สามารถนำมาหักค่าลดหย่อนได้ตามกฎหมายได้ ก. บุตรคนที่ 1 อายุ 26 ปี ศึกษา ม.รามคำแหง ข. บุตรคนที่ 2 อายุ 22 ปี ศึกษา ม.เชียงใหม่ ค. บุตรคนที่ 3 อายุ 18 ปี ศึกษา ปวส. โรงเรียนราษฎร์มีเงินได้จากการเดินแบบ 60,000 บาท ง. ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก 2. นายปองพล มีภริยาถูกต้องตามกฎหมาย มิได้ทำงาน ภริยาตั้งครรภ์บุตรคนที่ 1 และได้จ่ายค่าฝาก ครรภ์ในปีภาษี 2563 จำนวน 80,000 บาท นายปองพลสามารถนำค่าฝากครรภ์มาหัก ค่าลดหย่อนได้ตามข้อใด ก. 35,000 บาท ข. 40,000 บาท ค. 50,000 บาท ง. 60,000 บาท 3. นายจิตใจ มีบุตรสาว 1 คน อายุ 25 ปี กำลังศึกษาสถาบันอุดมศึกษา นายจิตใจจะหักค่าลดหย่อน ของบุตรได้เท่าใด ก. 15,000 บาท ข. 20,000 บาท ค. 25,000 บาท ง. 30,000 บาท 4. ผู้มีเงินได้จะหักค่าลดหย่อนสำหรับตัวเองได้เท่าใด ก. 10,000 บาท ข. 30,000 บาท ค. 60,000 บาท ง. 50,000 บาท 5. ผู้มีเงินได้จะหักค่าลดหย่อนสำหรับสามีหรือภรรยาของตนได้เท่าใด ก. 10,000 บาท ข. 30,000 บาท ค. 60,000 บาท ง. 100,000 บาท 6. เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะหักค่าลดหย่อนได้เท่าใด ก. 5,000 บาท ข. 7,000 บาท ค. เท่าที่จ่ายจริง ง. เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10,000 บาท แบบทดสอบหลังเรียน สอนครั้งที่ 6-7 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 หน่วยที่ 4 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3 ) รวม 10 ชม. ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การหักค่าลดหย่อน จำนวน 10 ชม.


68 7. การหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตได้นั้นกรมธรรม์ประกันชีวิตจะต้องมีกำหนดเวลาเท่าใด ก. ตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ข. ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ค. ตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ง. ตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป 8. การหักค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืม กรณีสามีภรรยาร่วมกันทำสัญญาจำนอง และต่างฝ่ายต่างมี เงินได้ ภรรยาหักค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืมได้เท่าใด ก. หักไม่ได้ ข. หักตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ค. ไม่เกิน 50,000 บาท ง. หักตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท 9. ในกรณีภรรยามีรายได้ตามมาตรา 40 (1) และประสงค์จะแยกยื่นรายการเสียภาษีต่างหากจากสามี ภรรยา จะต้องหักค่าลดหย่อนบุตรคนที่ 2 เกิดในปี 2563 ได้คนละเท่าใด ก. 30,000 บาท ข. 40,000 บาท ค. 50,000 บาท ง. 60,000 บาท 10. การหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตของผู้มีเงินได้จะหักได้เท่าใด ก. 7,000 บาท ข. 10,000 บาท ค. เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ง. ข้อ ข. และข้อ ค. ถูก


69 ให้นักเรียนนำคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน มาสรุปผลการประเมินหลังเรียนจบ หน่วยที่ 4 ว่าจะอยู่ในระดับใด แบบทดสอบ ก่อนเรียน หลังเรียน ข้อละ 1 คะแนน ระดับคะแนนที่ได้ ดีมาก (9-10 คะแนน) ดี (7- 8 คะแนน) พอใช้ (5- 6 คะแนน) ปรับปรุง (1- 4 คะแนน) สรุปผล ............................................................................................................................. ......................................................... ................................................................................................................ ...................................................................... แบบประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 4


คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (10 คะแนน) 1. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาร้อยละ 25 ใช้กับเงินได้สุทธิตามข้อใด ก. เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท ข. เกิน 750,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ค. เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท ง. เกิน 2,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท 2. ผู้ที่มีเงินได้สุทธิเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท เสียภาษีในอัตราใด ก. ร้อยละ 10 ข. ร้อยละ 15 ค. ร้อยละ 20 ง. ร้อยละ 25 3. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีจากเงินได้สุทธิ มีขั้นตอนตามข้อใด ก. เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ข. เงินได้พึงประเมิน - ค่าลดหย่อน - ค่าใช้จ่าย = เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ค. เงินได้สุทธิ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้พึงประเมิน x อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ง. เงินได้สุทธิ - ค่าลดหย่อน - ค่าใช้จ่าย = เงินได้พึงประเมิน x อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 4. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีกรณีคนโสดใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินตามข้อใด ก. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2-8 ตั้งแต่ 60,000 บาท ขึ้นไป ข. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5-8 ตั้งแต่ 60,000 บาท ขึ้นไป ค. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5-8 ตั้งแต่ 100,000 บาท ขึ้นไป ง. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5-8 ตั้งแต่ 150,000 บาท ขึ้นไป แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 สอนครั้งที่ 5 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3) รวม 15 ชม. ชื่อหน่วยการเรียนรู้การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จำนวน 15 ชม.


71 จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 5-6 นายแพทย์คมสันมีภริยาซึ่งไม่มีเงินได้ มีบุตรผู้เยาว์กำลังศึกษา 2 คน ระหว่างปีนายแพทย์คมสัน มีเงินได้จาก เงินเดือนเดือนละ 65,000 บาท มีเงินได้จากการเปิดคลินิกทั้งปี 1,450,000 บาท มีค่าใช้จ่ายจริงตามหลักฐาน 950,000 บาท นายแพทย์คมสันได้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาซึ่งไม่มีเงินได้อายุ 62 ปี และ 58 ปี ตามลำดับได้จ่ายเบี้ย ประกันชีวิตให้บริษัท อยุธยาประกันภัย จำกัด สำหรับตนเองปีละ 150,000 บาท สำหรับภริยาปีละ 50,000 บาท จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในอัตราร้อยละ 3 ของเงินเดือน 5. ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 คือข้อใด ก. 65,590 บาท ข. 87,200 บาท ค. 92,320 บาท ง. 151,650 บาท 6. ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 2 คือข้อใด ก. 3,500 บาท ข. 5,900 บาท ค. 7,250 บาท ง. 12,350 บาท 7. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สามารถหักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้และคู่สมรส ก. 15,000 บาท ข. 30,000 บาท ค. 50,000 บาท ง. 60,000 บาท 8. ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ค่าลดหย่อนตามข้อใดที่ไม่สามารถนำมาหักได้ ก. ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ข. ค่าลดหย่อนเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาและเพื่อการกุศลสาธารณะ ค. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ง. ค่าลดหย่อนเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ


72 จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 9 นางสาวพิมพ์รัตน์มีเงินได้จากเงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท ระหว่างปีจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตให้บริษัท สห มงคลประกันภัย จำกัด 40,000 บาท กรมธรรม์มีกำหนดเวลา 20 ปี จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพใน อัตราร้อยละ 10 ของค่าจ้าง จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราร้อยละ 5 บริจาคเงินให้มูลนิธิสายใจไทย 10,000 บาท 9. นางสาวพิมพ์รัตน์ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามข้อใด ก. ได้รับการยกเว้นภาษี ข. 9,600 บาท ค. 10,600 บาท ง. 12,600 บาท 10.ระหว่างเดือนมกราคม-มิถุนายน นายพิธานได้รับเงินปันผลจากบริษัท ยางสยาม จำกัด 40,000 บาท (บริษัทเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20%) มีเงินได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ต้องจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจาก เครื่องมือ 3,000,000 บาท นายพิธานเป็นคนโสดและอุปการะเลี้ยงดูมารดาอายุ 68 ปี ไม่มีเงินได้ นายพิธานต้อง เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีตามข้อใด ก. 89,000 บาท ข. 98,000 บาท ค. 132,000 บาท ง. 155,000 บาท


จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้รู้และเข้าใจอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. เพื่อให้มีทักษะการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีได้ 3. เพื่อให้มีทักษะคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้ 4. ตระหนักในคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อย่างถูกต้อง 2. แสดงการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีได้อย่างถูกต้อง 3. แสดงการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีได้อย่างถูกต้อง 4. มีความยัน รับผิดชอบ และความสามัคคีในการปฏิบัติงานร่วมกัน 5. ปฏิบัติงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3. คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื้อหาสาระ 1. วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบ่งออกเป็น 2 วิธีดังนี้ 1.1 คำนวณจากเงินได้สุทธิ (วิธีที่ 1) วิธีนี้จะนำเงินได้พึงประเมินมาหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธิให้คำนวณภาษี ตามอัตราที่กำหนดไว้ในบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1.2 คำนวณจากเงินได้พึงประเมิน (วิธีที่ 2) ใบความรู้หน่วยที่ 5 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3) ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


74 วิธีนี้ใช้สำหรับผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)-(8) ตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป ให้นำเงินได้พึง ประเมินมาคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน หากคำนวณภาษีวิธีที่ 2 แล้วมีภาษีเงินได้ที่ต้องเสียไม่เกิน 5,000 บาท ผู้มีเงินได้ได้รับการยกเว้นภาษี เงินได้ตามวิธีที่ 2 แต่ยังคงมีหน้าที่เสียภาษีตามจำนวนที่คำนวณได้จากวิธีที่ 1 เงินได้สุทธิ ช่วงเงินได้สุทธิสูงสุด ของแต่ละขั้น อัตราภาษี ร้อยละ ภาษีแต่ละขั้น เงินได้สุทธิ ภาษีสะสมสูงสุด ของแต่ละขั้น 1 – 150,000 150,000 ได้รับยกเว้น - - 150,001 – 300,000 150,000 5 7,500 7,500 300,001 – 500,000 200,000 10 20,000 27,500 500,001 – 750,000 250,000 15 37,500 65,000 750,001 – 1,000,000 250,000 20 50,000 115,000 1,000,001 – 2,000,000 1,000,000 25 250,000 365,000 2,000,001 – 5,000,000 3,000,000 30 900,000 1,265,000 5,000,001 บาทขึ้นไป - 35 - - หมายเหตุ : เงินได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 150,000 บาท ยังคงได้รับยกเว้นตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการยกเว้น รัษฎากร(ฉบับที่ 470) พ.ศ.2551 ตัวอย่างที่ 2 นายเมธายนต์มีเงินได้สุทธิ 200,000 บาท คำนวณภาษีดังนี้ เงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก ได้รับการยกเว้นภาษี = - เงินได้สุทธิ 50,000 บาท ที่เหลือ เสียภาษีร้อยละ 5 = 2,500 บาท นายเมธายนต์ต้องเสียภาษี = 2,500 บาท บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตารางบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตัวอย่างที่ 1 นางมุกดามีเงินได้สุทธิ 750,000 บาท คำนวณภาษีดังนี้ เงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก ได้รับการยกเว้นภาษี = - เงินได้สุทธิ 150,000 เสียภาษีร้อยละ 5 = 2,500 บาท เงินได้สุทธิ 200,000 เสียภาษีร้อยละ 10 = 20,000 บาท เงินได้สุทธิ 250,000 เสียภาษีร้อยละ 15 = 37,500 บาท นางมุกดาต้องเสียภาษี = 65,500 บาท


75 ตัวอย่างที่ 3 นายก้องภพมีเงินได้สุทธิ 4,500,000 บาท คำนวณภาษีดังนี้ เงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก ได้รับการยกเว้นภาษี = - เงินได้สุทธิ 150,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 5 = 7,500 บาท เงินได้สุทธิ 200,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 10 = 20,000 บาท เงินได้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 15 = 37,500 บาท เงินใต้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 20 = 50,000 บาท เงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท ต่อมาเสียภาษีร้อยละ 25 = 250,000 บาท เงินได้สุทธิ 2,500,000 บาท ที่เหลือ เสียภาษีร้อยละ 30 = 750,000 บาท นายก้องภพต้องเสียภาษี = 1,115,000 บาท ตัวอย่างที่ 4 นายนพดลมีเงินได้สุทธิ 7,000,000 บาท คำนวณภาษีดังนี้ เงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก ได้รับการยกเว้นภาษี = - เงินได้สุทธิ 150,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 5 = 7,500 บาท เงินได้สุทธิ 200,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 10 = 20,000 บาท เงินได้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 15 = 37,500 บาท เงินใต้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เสียภาษีร้อยละ 20 = 50,000 บาท เงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท ต่อมาเสียภาษีร้อยละ 25 = 250,000 บาท เงินได้สุทธิ 3,000,000 บาท ต่อมาเสียภาษีร้อยละ 30 = 900,000 บาท เงินได้สุทธิ 2,000,000 บาท ที่เหลือ เสียภาษีร้อยละ 35 = 700,000 บาท นายนพดลต้องเสียภาษี = 1,965,000 บาท


76 ค่าซื้อและค่าติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด xxx ค่าธรรมเนียมจากการชำระเงินด้วยบัตรเดบิต xxx ค่าท่องเที่ยว "จังหวัดท่องเที่ยวรอง" xxx ค่าลงหุ้นและลงทุนในการจัดตั้งหรือเพิ่มทุนฯ xxx ค่าฝากครรภ์และค่าคลอดบุตร xxx เงินบริจาคพรรคการเมือง xxx ค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการ (ตามที่กำหนด) xxx xxx การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ขั้นตอนที่1 คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามวิธีที่1 คำนวณจากเงินได้สุทธิดังนี้ เงินได้พึงประเมิน หัก คำใช้จ่าย เงินได้พึงประเมิน หัก ค่าใช้จ่าย รวมเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน: ผู้มีเงินได้ คู่สมรส บุตร บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไปที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 อุปการะเลี้ยงดูบิดา/มารดา อุปการะเลี้ยงดูคนพิการ/คนทุพพลภาพ เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาผู้มีเงินได้/คู่สมรส เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันสุขภาพ เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมกองทุนการออมแห่งชาติ ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย เงินได้ที่จ่ายเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx


77 เงินได้ก่อนหักเงินสนับสนุนการศึกษา xxx หัก เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา การกีฬา และอื่น ๆ 2 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ก่อนหักเงินสนับสนุนการศึกษาฯ xxx เงินได้ก่อนหักเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ xxx หัก เงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ ก่อนหักเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ xxx เงินได้สุทธิ xxx ขั้นตอนที่ 2 คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามวิธีที่ 2 โดยคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้ พึงประเมิน ดังนี้ เงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2-8 รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป x 0.5% ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 2 XXX ขั้นตอนที่ 3 นำภาษีที่คำนวณได้จากขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 มาเปรียบเทียบกัน แล้วเลือก เสียภาษี ตามวิธีที่มากกว่า เลือกเสียภาษีตามวิธีที่มากกว่า xxx หัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย xxx ภาษีครึ่งปี xxx เครดิตภาษีเงินปันผล xxx xxx ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม/(ภาษีที่ต้องขอคืน) xxx คำนวณภาษี - xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx ได้รับยกเว้นภาษี เสียภาษีร้อยละ 5 เสียภาษีร้อยละ 10 เสียภาษีร้อยละ 15 เสียภาษีร้อยละ 20 เสียภาษีร้อยละ 25 เสียภาษีร้อยละ 30 เสียภาษีร้อยละ 35 เงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก เงินได้สุทธิ 150,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 200,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 3,000,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ ส่วนที่เกิน 5,000,000 บาท ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1


78 ขั้นตอนที่1 คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามวิธีที่ 1 คำนวณจากเงินได้สุทธิ ดังนี้ เงินได้พึงประเมิน (ประเภทที่ 5-8) xxx หัก ค่าใช้จ่าย xxx xxx เงินได้พึงประเมิน (ประเภทที่ 5-8) xxx หัก ค่าใช้จ่าย xxx xxx รวมเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย xxx หัก ค่าลดหย่อน: (กึ่งหนึ่งของภาษีสิ้นปี หรือตามกฎหมายกำหนด) ผู้มีเงินได้ xxx คู่สมรส xxx บุตร xxx อุปการะเลี้ยงดูบิดา/มารดา xxx อุปการะเลี้ยงดูคนพิการ/คนทุพพลภาพ xxx เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาผู้มีเงินได้/คู่สมรส xxx เบี้ยประกันชีวิต xxx เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ xxx ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ xxx ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว xxx ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย xxx xxx เงินได้ก่อนหักเงินสนับสนุนการศึกษา xxx หัก เงินบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา การกีฬา และอื่น ๆ 2 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ก่อนหักเงินสนับสนุนการศึกษาฯ xxx เงินได้ก่อนหักเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ xxx หัก เงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ก่อนหักเงินบริจาคเพื่อการกุศลสาธารณะ xxx เงินได้สุทธิ xxx การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี


79 ขั้นตอนที่ 2 คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามวิธีที่ 2 โดยคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของเงินได้ พึงประเมิน ดังนี้ เงินได้พึ่งประเมินประเภทที่ 2-8 รวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป x 0.5% ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 2 XXX ขั้นตอนที่ 3 นำภาษีที่คำนวณได้จากขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 มาเปรียบเทียบกัน แล้วเลือก เสียภาษี ตามวิธีที่มากกว่า หลังจากนั้น จึงนำภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีครึ่งปี และเครดิตภาษีเงินปันผลส่วนแบ่งกำไรมาหักออก จากภาษีที่คำนวณได้ หากภาษีที่คำนวณได้มากกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องชำระภาษีเพิ่ม หากภาษีที่คำนวณได้น้อย กว่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องขอคืนภาษี เลือกเสียภาษีตามวิธีที่มากกว่า xxx หัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย xxx ภาษีครึ่งปี xxx เครดิตภาษีเงินปันผล xxx xxx ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม/(ภาษีที่ต้องขอคืน) xxx ‘ คำนวณภาษี - xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx xxx ได้รับยกเว้นภาษี เสียภาษีร้อยละ 5 เสียภาษีร้อยละ 10 เสียภาษีร้อยละ 15 เสียภาษีร้อยละ 20 เสียภาษีร้อยละ 25 เสียภาษีร้อยละ 30 เสียภาษีร้อยละ 35 เงินได้สุทธิ 150,000 บาท แรก เงินได้สุทธิ 150,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 200,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 250,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ 3,000,000 บาท ต่อมา เงินได้สุทธิ ส่วนที่เกิน 5,000,000 บาท ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 ที่มา :www.rd.go.th


80 การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อเสียภาษีสิ้นปี สามารถคำนวณได้ 2 วิธีดังนี้ 1. คำนวณจากเงินได้สุทธิ โดยนำเงินได้พึ่งประเมินหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน เหลือเท่าใดเป็น 2. คำนวณจากเงินได้พึงประเมิน โดยนำเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 40 (2)-(8) มารวมกันตั้งแต่ 120,000 บาทขึ้นไป คูณอัตราภาษีร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมิน การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี มีขั้นตอนในการคำนวณ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามวิธีที่ 1 คำนวณจากเงินได้สุทธิ โดยนำเงินได้พึงประเมิน หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามที่กฎหมายกำหนด ได้ผลลัพธ์เป็นเงินได้สุทธินำไปคำนวณภาษีตามบัญชีอัตราภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา ขั้นตอนที่ 2 คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามวิธีที่ 2 โดยคำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 0.5 ของ เงินได้พึงประเมิน หากภาษีที่คำนวณได้มีจำนวนไม่เกิน 5,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษีตามวิธีที่ 2 ขั้นตอนที่ 3 นำภาษีที่คำนวณได้จากขั้นตอนที่ 1 และขั้นตอนที่ 2 มาเปรียบเทียบกัน แล้วเลือกเสีย ภาษีตามวิธีที่มากกว่า โดยนำภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีครึ่งปี และเครดิตภาษีเงินปันผล/ส่วนแบ่งกำไรมาหัก ออกจากภาษีที่คำนวณได้ หากภาษีที่คำนวณได้มากกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องชำระภาษีเพิ่ม หากภาษี ที่คำนวณได้น้อยกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องขอคืนภาษี การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี มีขั้นตอนในการคำนวณ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 นำเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5-8 หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามเกณฑ์ที่กฎหมาย กำหนด เหลือเท่าใดเป็นเงินได้สุทธินำไปคำนวณภาษีตามวิธีที่ 1 โดยใช้บัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับภาษีสิ้นปี ขั้นตอนที่ 2 คำนวณภาษีวิที่ 2 คือนำเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5-8 คูณอัตราภาษีร้อยละ 0.5 ขั้นตอนที่ 3 เลือกเสียภาษีตามวิธีที่มากกว่า โดยนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ หากภาษีที่คำนวณได้มากกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องชำระภาษีเพิ่ม หากภาษีที่คำนวณได้น้อยกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้องขอคืนภาษี ภาษีครึ่งปีที่ชำระแล้วจะถือเป็นเครดิตในการคำนวณภาษีสิ้นปี สามารถนำไปหักออกจากภาษีสิ้นปีได้เงิน สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพและเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ เนื่องจาก ไม่ได้นำเงินได้ประเภทที่ 1 มาคำนวณภาษีครึ่งปี สรุป


81 คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. ให้นักเรียนเติมคำลงในช่องว่างให้ถูกต้อง เงินได้สุทธิ ช่วงเงินได้สุทธิ สูงสุดของแต่ละขั้น อัตราภาษี ร้อยละ ภาษีแต่ละขั้นเงิน ได้สุทธิ ภาษีสะสมสูงสุดของ แต่ละขั้น 1 – 150,000 150,001 – 300,000 300,001 – 500,000 500,001 – 750,000 750,001 – 1,000,000 1,000,001 – 2,000,000 2,000,001 – 5,000,000 5,000,001 บาทขึ้นไป แบบฝึกทักษะที่ 5.1


82 คำชี้แจง จงแสดงการคำนวณภาษี 1. ในปีภาษีปัจจุบัน นายฟิล์มทำงานบริษัท อาร์เอส จำกัด ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 120,000 บาท นายฟิล์มจะเสียภาษีเป็นจำนวนเท่าไร 2. นายฟิล์มและนางสุขฤทัย เป็นสามีภริยาถูกต้องตามกฎหมาย มีบุตรผู้เยาว์กำลังศึกษา 3 คน นายฟิล์ม มีเงินได้ จากเงินเดือน ๆ ละ 100,000 บาท ส่วนนางสุขฤทัยมีรายได้จากค่านายหน้าทั้งปี 500,000 บาท จงคำนวณภาษีที่ นายฟิล์มต้องชำระ (กรณีคำนวณภาษีร่วมกัน) แบบฝึกทักษะที่ 5.2


83 3. ในปีภาษีปัจจุบัน นายจันทร์กระจ่างทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งได้เงินเดือน ๆ ละ 20,000 บาท และมีรายได้จาก การให้เช่าบ้านทั้งปี เป็นเงิน 500,000 บาท นายจันทร์กระจ่างมีภริยาจดทะเบียนตามกฎหมายคือนางแจ่มจันทา มี บุตรผู้เยาว์ 1 คน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษา ตลอดปีนางแจ่มจันทาและบุตรไม่มีเงินได้แต่อย่างใด นายจันทร์ กระจ่างได้ทำประกันชีวิตกับบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด กรมธรรม์อายุ 10 ปี ได้จ่ายเบี้ยประกันเป็นเงิน 8,000 บาท ได้จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นเงินร้อยละ 4 ของค่าจ้าง ได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน ประกันสังคมเป็นเงินร้อยละ 5 ของค่าจ้าง และได้บริจาคเงินให้โรงพยาบาลศิริราช เป็นเงิน 10,000 บาท ให้คำนวณ ภาษีที่นายจันทร์กระจ่างจะต้องเสีย 3.1 ให้คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ (วิธีที่ 1) ของนายจันทร์กระจ่าง 3.2 ให้คำนวณภาษีจากเงินได้พึงประเมิน (วิธีที่ 2) ของนายจันทร์กระจ่าง 3.3 ให้สรุปจำนวนภาษีที่นายจันทร์กระจ่างต้องเสีย


คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (10 คะแนน) 1. อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาร้อยละ 25 ใช้กับเงินได้สุทธิตามข้อใด ก. เกิน 300,000 บาท แต่ไม่เกิน 500,000 บาท ข. เกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท ค. เกิน 750,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ง. เกิน 1,000,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท 2. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีจากเงินได้สุทธิ มีขั้นตอนตามข้อใด ก. เงินได้พึงประเมิน – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ × อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ข. เงินได้พึงประเมิน – ค่าลดหย่อน – ค่าใช้จ่าย = เงินได้สุทธิ × อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ค. เงินได้สุทธิ– ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้พึงประเมิน × อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ง. เงินได้สุทธิ– ค่าลดหย่อน – ค่าใช้จ่าย = เงินได้พึงประเมิน × อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3. ผู้ที่มีเงินได้สุทธิเกิน 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 750,000 บาท เสียภาษีในอัตราใด ก. ร้อยละ 5 ข. ร้อยละ 10 ค. ร้อยละ 15 ง. ร้อยละ 20 จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 4-5 นายแพทย์ไพโรจน์มีภริยาซึ่งไม่มีเงินได้ มีบุตรผู้เยาว์กำลังศึกษา 2 คน ระหว่างปีนายแพทย์ไพโรจน์มีเงินได้ จากเงินเดือนเดือนละ 65,000 บาท มีเงินได้จากการเปิดคลินิกทั้งปี 1,450,000 บาทมีค่าใช้จ่ายจริงตามหลักฐาน 950,000 บาท นายแพทย์ไพโรจน์ได้อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาซึ่งไม่มีเงินได้อายุ 62 ปี และ 58 ปี ตามลำดับ ได้ จ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้บริษัท อยุธยาประกันภัย จำากัด สำหรับตนเองปีละ 150,000 บาท สำหรับภริยาปีละ 50,000 บาท จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการในอัตราร้อยละ 3 ของเงินเดือน 4. ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 คือข้อใด ก. 64,490 บาท ข. 82,320 บาท ค. 92,320 บาท ง. 181,600 บาท แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 5 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 สอนครั้งที่ 5 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3) รวม 15 ชม. ชื่อหน่วยการเรียนรู้การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จำนวน 15 ชม.


85 5. ภาษีที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 2 คือข้อใด ก. 2,500 บาท ข. 3,900 บาท ค. 7,250 บาท ง. 10,850 บาท 6. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีกรณีคนโสด ใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินตามข้อใด ก. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2–8 ตั้งแต่ 30,000 บาท ขึ้นไป ข. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 2–8 ตั้งแต่ 60,000 บาท ขึ้นไป ค. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5–8 ตั้งแต่ 30,000 บาท ขึ้นไป ง. มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5–8 ตั้งแต่ 60,000 บาท ขึ้นไป 7. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี สามารถหักลดหย่อนสำหรับผู้มีเงินได้และคู่สมรสได้คนละเท่าใด ก. 15,000 บาท ข. 17,000 บาท ค. 30,000 บาท ง. 45,000 บาท จงใช้ข้อมูลต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 8 นางสาวพิมพ์รัตน์มีเงินได้จากเงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท ระหว่างปีจ่ายค่าเบี้ยประกันชีวิตให้บริษัท สหมงคล ประกันภัย จำกัด 40,000 บาท กรมธรรม์มีกำหนดเวลา 20 ปี จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในอัตราร้อย ละ 10 ของค่าจ้าง จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมในอัตราร้อยละ 5 บริจาคเงินให้มูลนิธิสายใจไทย 10,000 บาท 8. นางสาวพิมพ์รัตน์ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามข้อใด ก. 9,600 บาท ข. 10,600 บาท ค. 12,600 บาท ง. 17,600 บาท 9. ระหว่างเดือนมกราคม–มิถุนายน นายพิศาลได้รับเงินปันผลจากบริษัท ยางสยาม จำกัด 40,000 บาท (บริษัท เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20%) มีเงินได้จากการรับเหมาก่อสร้างที่ต้องจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจาก เครื่องมือ 3,000,000 บาท นายพิศาลเป็นคนโสดและอุปการะเลี้ยงดูมารดาอายุ 68 ปี ไม่มีเงินได้ นายพิศาลต้อง เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีตามข้อใด ก. 96,000 บาท ข. 155,000 บาท ค. 161,250 บาท ง. 166,250 บาท


86 10. ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี ค่าลดหย่อนตามข้อใดที่ไม่สามารถนำมาหักได้ ก. ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ข. ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้ยืม ค. ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ง. ค่าลดหย่อนเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ


87 ให้นักเรียนนำคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบก่อนและหลังเรียน มาสรุปผลการประเมินหลังเรียนจบ หน่วยที่ 5 ว่าจะอยู่ในระดับใด แบบทดสอบ ก่อนเรียน หลังเรียน ข้อละ 1 คะแนน ระดับคะแนนที่ได้ ดีมาก (9-10 คะแนน) ดี (7- 8 คะแนน) พอใช้ (5- 6 คะแนน) ปรับปรุง (1- 4 คะแนน) สรุปผล ............................................................................................................................. ......................................................... ...................................................................................................................................................................................... แบบประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 5


คำสั่ง : จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงคำตอบเดียว (10 คะแนน) 1. สำหรับผู้มีเงินได้ที่มีเงินได้หลายประเภทจะต้องใช้แบบรายการชนิดใด ก. ภ.ง.ด. 90 ข. ภ.ง.ด. 91 ค. ภ.ง.ด. 93 ง. ภ.ง.ด. 94 2. สำหรับผู้ที่มีรายได้ที่มีหน้าที่ต้องชำระภาษีครึ่งปี จะต้องใช้แบบแสดงรายการชนิดใด ก. ภ.ง.ด. 90 ข. ภ.ง.ด. 91 ค. ภ.ง.ด. 93 ง. ภ.ง.ด. 94 3. ผู้ที่มีสามีหรือภรรยา มีเงินได้จากการจ้างแรงงานเพียงประเภทเดียว สามีและภรรยาจะต้องมี เงินได้รวมกันเท่าใด จึงจะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี ก. 50,000 บาท ข. เกิน 60,000 บาท ค. 100,000 บาท ง. เกิน 120,000 บาท 4. ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91 จะต้องยื่นแบบตามข้อใด ก. ไม่เกินสิ้นเดือนมกราคมปีถัดไป ข. ไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีถัดไป ค. ไม่เกินสิ้นเดือนมีนาคมปีถัดไป ง. ไม่เกินสิ้นเดือนเมษายนปีถัดไป 5. ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 (ภาษีครึ่งปี) จะต้องยื่นแบบตามข้อใด ก. ไม่เกินสิ้นเดือนกรกฎาคมในปีภาษีนั้น ข. ไม่เกินสิ้นเดือนสิงหาคมในปีภาษีนั้น ค. ไม่เกินสิ้นเดือนกันยายนในปีภาษีนั้น ง. ไม่เกินสิ้นเดือนตุลาคมในปีภาษีนั้น 6. กรณีไม่ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีภายในเวลาที่กำหนด และเจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษี ตามที่เห็นว่าถูกต้อง ผู้ต้องเสียภาษีต้องรับผิดตามข้อใด ก. เสียเบี้ยปรับ 1 เท่า และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ข. เสียเบี้ยปรับ 2 เท่า และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ค. เสียเบี้ยปรับ 1 เท่า และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ง. เสียเบี้ยปรับ 2 เท่า และเสียเงินเพิ่มร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน แบบทดสอบก่อนเรียน สอนครั้งที่ 11-13 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 หน่วยที่ 6 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น ( 1-4-3) รวม 15 ชม. ชื่อหน่วยการเรียนรู้การจัดทำและยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จำนวน 15 ชม.


89 7. กรณีขอคืนภาษีภายหลังการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปีต้องยื่นแบบขอคืนภาษีตามข้อใด และภายใน ระยะเวลากี่ปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนดหรือนับแต่วันที่ยื่นรายการ เสียภาษี ก. ยื่นแบบ ค.10 ภายในเวลา 1 ปี ข. ยื่นแบบ ค.10 ภายในเวลา 2 ปี ค. ยื่นแบบ ค.10 ภายในเวลา 3 ปี ง. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ภายในเวลา 2 ปี 8. นายกมลมีเงินได้จากเงินเดือนและการให้เช่าที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ต้องใช้ ภ.ง.ด. ตามข้อใดในการยื่นแบบ แสดงรายการเพื่อเสียภาษี ก. ภ.ง.ด.90 ข. ภ.ง.ด.91 ค. ภ.ง.ด.92 ง. ภ.ง.ด.93 9. การขอชำระภาษีเป็น 3 งวด ๆ ละเท่า ๆ กันได้นั้น ผู้มีเงินได้จะต้องมีภาษีที่ต้องชำระตั้งแต่ จำนวนเท่าใด ก. 2,000 บาท ข. 3,000 บาท ค. 4,000 บาท ง. 5,000 บาท 10. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสถานที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ก. ผู้เสียภาษีต้องยื่นแบบแสดงรายการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ผู้เสียภาษีมีภูมิลำเนาอยู่ ข. ผู้เสียภาษีต้องยื่นแบบแสดงรายการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ผู้เสียภาษีมีเงินได้เกิดขึ้น ค. ผู้เสียภาษีสามารถยื่นแบบแสดงรายการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทั่วประเทศ ง. ผู้เสียภาษีต้องยื่นแบบแสดงรายการ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่


จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เพื่อให้รู้และเข้าใจการจัดทำและยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. เพื่อให้มีทักษะการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 3. ตระหนักในคุณธรรม จริยธรรม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. บอกการจัดทำและยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อย่างถูกต้อง 2. จำแนกแยกแยะการยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อย่างถูกต้อง 3. มีความยัน รับผิดชอบ และความสามัคคีในการปฏิบัติงานร่วมกัน 4. ปฏิบัติงานตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สมรรถนะประจำหน่วย 1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการจัดทำและยื่นแบบแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2. สามารถยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื้อหา การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีเงินได้ที่เข้าลักษณะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษี จะต้องนำเงินได้พึงประเมินมารวมกันแล้วหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนได้เงินสุทธิ แล้วนำมาคำนวณภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า และหากเงินได้นั้นเป็นไปตามมาตรา 40(5)-(8) นอกจากจะคำนวณภาษีสิ้นปีแล้ว ยังต้องคำนวณภาษีครึ่งปีอีกด้วย โดยยื่นแบบภายในวันที่ 30 กันยายนของปีภาษีนั้นและหากยื่นแบบแสดงรายการ เสียภาษีผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจะได้รับสิทธิพิเศษขยายเวลายื่นแบบได้ถึงวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี และยื่นเสียภาษี ประจำปีภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีภาษีถัดไป ใบความรู้หน่วยที่ 6 หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) พุทธศักราช 2562 ชื่อวิชา การบัญชีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รหัส 20201-2005 ท-ป-น (1-4-3) ชื่อหน่วยการเรียนรู้ การจัดทำและยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


91 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมสำหรับผู้มีเงิน ได้กรณีทั่วไป ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงิน ได้จากกสรจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวล รัษฎากร ประเภทเดียว ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับใช้ยื่น ก่อนถึงกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษี ก่อนถึงกำหนดเวลาการ ยื่นแบบตามปกติ แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปีสำหรับ ผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) (8) แห่งประมวลรัษฎากร ภายในวันที่ 30 กันยายน ของปีภาษีนั้น แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับคน ต่างด้าวผู้มีเงินได้ได้จากการจ้างแรงงานของสำนักงาน ปฏิบัติการภูมิภาค ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป ชื่อย่อแบบ ชื่อเต็มแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษี กำหนดเวลายื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ภ.ง.ด.93 ภ.ง.ด.90 ภ.ง.ด.94 ภ.ง.ด.95 แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


92 1. การยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีด้วยตนเอง ตามแบบ ภ.ง.ด.91 ตัวอย่าง ในปีภาษี2565 นายแม๊กซ์ เรียนดี เป็นโสดทำงานบริษัท เอ็มเอ็ม จำกัด ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 120,000 บาท ถูกหักประกันสังคมร้อยละ 5 ของค่าจ้าง นายแม๊กซ์ อุปการะเลี้ยงดูมารดาอายุ 67 ปี ไม่มีเงินได้ จะ เสียภาษีเป็นจำนวนเท่าไร การคำนวณภาษีวิธีที่ 1 เงินได้จากเงินเดือน ( 120,000 12 ) = 1,440,000 หักค่าใช้จ่ายร้อยละ 50 (50/100 1,440,000) = 720,000 ซึ่งเกิน = 100,000 เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย = 1,340,000 หัก ค่าลดหย่อน–ผู้มีเงินได้ 60,000 อุปการะเลี้ยงดูมารดา 30,000 กองทุนประกันสังคม 9,000 99,000 เงินได้สุทธิ = 1,241,000 การคำนวณภาษีวิธีที่ 1 ขั้นที่ 1 เงินได้สุทธิ 150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี ขั้นที่ 2 เงินได้สุทธิ 150,000 บาท เสียภาษี 5% 7,500 บาท ขั้นที่ 3 เงินได้สุทธิ200,000 บาท เสียภาษี 10% 20,000 บาท ขั้นที่ 4 เงินได้สุทธิ 250,000 บาท เสียภาษี 15% 37,500 บาท ขั้นที่ 5 เงินได้สุทธิ250,000 บาท เสียภาษี 20% 50,000 บาท ขั้นที่ 6 เงินได้สุทธิที่เหลือ ( 241,000 ) เสียภาษี 25% 60,250 บาท ดังนั้น นายฟิล์มต้องเสียภาษีตามวิธีที่ 1 75,250 บาท ไม่ต้องคำนวณวิธีที่ 2 เพราะมีเงินได้ประเภทที่ 1 อย่างเดียว การจัดทำแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


93 การกรอกแบบ ภ.ง.ด.91 ดังนี้


94


Click to View FlipBook Version