ใบงานที่ 8
บทสรุปการเรียนรูก้ ารออกแบบสวัสดิการการศึกษาในโรงเรียน
วิชา นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ (ดค.362)
อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ใบงานที่ 8
บทสรุปการเรียนรูก้ ารออกแบบสวัสดิการการศึกษาในโรงเรียน
วิชา นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ (ดค.362)
อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
สารบญั
เรอ่ื ง 6105490020 หน้า
6105490038
1. ธนวรรณ จันทร์ยงค์ 6105610411 1-9
2. วณชิ ญา บญุ วาที 6105610536 10 - 17
3. ธีมา จติ รเพียรค้า 6105610692 18 - 20
4. กลุ นนั ท์ บญุ เฉลียว 6105610700 21 - 29
5. ชญานนท์ ครองราชย์ 6105680117 30 - 32
6. ชไมธร จติ มน่ั 6105680166 33 - 34
7. ธวชั ชยั กลู หลกั 6105680182 35 - 40
8. ธนปรัชญ์ เมอื งพวน 6105680356 41 - 44
9. เบญจวรรณ อุทธยิ า 6105680406 45 - 50
10. ฐติ าพร แอนกําโภชน์ 6105680604 51 - 59
11. ผกามาศ กนั ทรประเสรฐิ 6105680844 60 - 63
12. นชิ านนั ท์ เปยี สัมประทวน 6105680919 64 - 67
13. ร่มฉตั ร โนรี 6105680927 68 - 72
14. ศศิภา แย้มบุบผา 6105681420 73 - 76
15. ศศิกานต์ โคว้ วลิ ัยแสง 6105681438 77 - 81
16. รติมา แก้วจ้อน 6105681628 82 - 84
17. สุธดิ า หนวู นั 6105681636 85 - 88
18. มนตธ์ ชั จิตกลาง 6105681644 89 - 91
19. จิรภทั ร ไกรนรา 6105681719 92 - 93
20. คัธรินทร์ บวั ทอง 6105681750 94 - 99
21. ฟา้ ประดับดาว สุวรรณคร 6208680279 100 - 106
22. ปานตะวนั เฝ้าดา่ น 107 - 110
23. ศรตุ า เขียวผวิ 111 - 112
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ธนวรรณ จันทรย์ งค์ 6105490020
สรปุ บทเรียนรจู้ ากการร่วมฟงั งานออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน
จากการรับชมและรับฟงั งานออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนท้ัง 23 กรณีศึกษาในวิชา
ดค. 362 ทําให้นักศึกษาได้เล็งเห็นว่า มีหลากหลายปัญหาท่ีหลายโรงเรียนต้องร่วมประสบพบเจอใน
สถานการณ์คล้ายๆกัน โดยปัญหาเหล่าน้ันเกิดผลกระทบต่อตัวนักเรียน ผู้ปกครอง คุณครู โรงเรียน
หรือหน่วยงานท่ีมีส่วนเก่ียวข้องต่าง ๆ ท้ังในทางดีและทางไม่ดี ซ่ึงสาเหตุของปัญหาน้ันก็อาจมาจาก
ตัวนักเรียน ผู้ปกครอง คุณครูหรือบุคลากร โรงเรียน หรือหน่วยงานท่ีมีส่วนเก่ียวข้องต่าง ๆ
หรือเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากสถานศึกษา จึงจัดกลุ่มประเด็นปัญหาออกมาและเสนอข้อเสนอแนะ
จากการฟงั งานออกแบบและความคดิ เห็นส่วนตัว ดังน้ี
• ทนุ การศึกษา
โดยปญั หาทพ่ี บน้นั คือ
1. การต้ังเกณฑ์ในการได้รับทุนท่ีไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ของเด็กท่ีจําเป็นและสมควรได้รับ
เช่น ทุนเรียนดีแต่ยากจน ทุนสําหรับผู้ท่ีสร้างช่ือเสียงให้กับโรงเรียน เป็นต้น ตัวอย่างทุน
เหล่าน้ีท่ีมีเกณฑ์หรือวัตถุประสงค์ท่ีเฉพาะเจาะจงในด้านท่ีอาจจะไม่เกิดประโยชน์ท่ีแท้จริงได้
เช่น มีนักเรียนยากจนจํานวนมากท่ีต้องการได้รับทุนแต่ “เรียนไม่เก่ง” ทําให้ไม่ได้รับทุน
ไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือผู้ท่ีได้รับทุนเป็นผู้ท่ีไม่มีความจําเป็นท่ีจะต้องได้รับทุน
หากเป็นการตอบแทนนักเรียนท่ีสร้างช่ือเสียงแก่โรงเรียนในด้านต่าง ๆ โรงเรียนก็ควรท่ีมี
หนทางในการตอบแทนนักเรียนเหล่าน้ันในทางท่ีเหมาะสมและเลือกบริหารนําเงินบริจาคหรือ
งบประมาณท่ไี ดร้ บั มาเพื่อชว่ ยเหลอื สําหรบั ผ้ทู ่ตี ้องการทุนจรงิ ๆ
2. จุดประสงค์ของทุนการศึกษาน้ันสามารถตอบสนองความต้องการหรือช่วยแบ่งเบาภาระ
นักเรียนท่ีได้รับจริงหรือไม่ หรือวัตถุประสงค์ของนักเรียนท่ีต้องการรับทุนน้ันสอดคล้องไปกับ
วัตถุประสงค์ของทุนน้ัน ๆ หรือไม่ เช่น ทุนสําหรับนักเรียนยากจนน้ันช่วยแบ่งเบาภาระของ
นักเรียนจริงหรือไม่ หรือทุนจํานวนน้ันถูกนําไปใช้จ่ายในด้านอ่ืน ๆ ของครอบครัว
หรือทุนจํานวนน้ันเพียงพอท่ีจะแบ่งเบาภาระความลําบากท่ีนักเรียนผู้ท่ีได้รับทุนได้จริงหรือไม่
หรือทุนสําหรับการซ้ืออุปกรณ์เคร่ืองแต่งกายของนักเรียนน้ันถูกนําไปใช้จ่ายในด้านน้ัน ๆ
จรงิ หรือไม่
3. แหล่งท่ีมาของทุนการศึกษา อาจจะมาจากผู้บริจาคท่ัวไป บริษัทใจดี หรือองค์กรเครือข่ายท่ี
อยากทําบุญช่วยสนับสนุนเงินทุนให้แก่นักเรียนในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ท่ีมาของทุนเหล่าน้ีเป็น
ประโยชน์ในการสนับสนุนเงินแก่นักเรียนท่ีต้องการทุนจริง ๆ แต่บางคร้ังไม่สามารถทําให้
ท่ัวถึงกันได้ เน่ืองจากเง่ือนไขต่าง ๆของผู้บริจาค ทําให้นักเรียนบางคนไม่ได้รับทุนท่ีสมควร
จะไดร้ บั
1
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
4. ปัญหาด้านจิตใจความรู้สึกของนักเรียนผู้ท่ีไม่ได้รับทุน หากนักเรียนผู้น้ันเขาเรียนไม่เก่งแต่
ต้องการทุนในการช่วยแบ่งเบาภาระความยากลําบากท่ีเผชิญอยู่ ความรู้สึกความยากลําบากท่ี
เขาต้องพบเจออยู่ก็บ่ันทอนรบกวนจิตใจเด็กมากเกินพอแล้วหากยังไม่ได้รับทุนอีกก็อาจจะ
ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของเด็กเข้าไปอีก ท่ีถูกท้ิงไม่ได้รับความช่วยเหลือไม่ได้รับคัดเลือก
หรือไม่เก่งพอท่ีจะรับทุนน้ัน ๆ ซ่ึงก็อาจจะส่งผลเสียในด้านอ่ืน ๆตามมาไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรม
หรอื อารมณข์ องเดก็
จากปัญหาท่ีกล่าวไปข้างต้น นักศึกษาจึงเล็งเห็นว่าเราควรมีการประเมินข้อมูลปัญหาของ
นักเรียนท่ีต้องเผชิญและต้องการทุนจริง ๆ และประเมินวัตถุประสงค์ในการให้ทุนท่ีต้องเข้าใจและ
สามารถตอบสนองความต้องการของนักเรียนผู้ท่ีได้รับทุนอย่างแท้จริง ซ่ึงอาจจะมีการเก็บข้อมูล
จากกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นคาบแนะแนว โฮมรูม การเย่ียมบ้าน ประกอบเพื่อท่ีจะทําให้
คุณครู นักสังคมสงเคราะห์หรือผู้ท่ีมีสิทธิการตัดสินใจสามารถรับรู้ถึงปัญหาของนักเรียนได้อย่าง
ครอบคลุมมากท่ีสุด และเงินทุนจํานวนน้ัน ๆจะสามารถสร้างประโยชน์ในตัวของมันได้อย่างแท้จริง
มากท่สี ุด
• ความหลากหลายทางชาติพันธ์ วฒั นธรรม ภาษา
โดยปัญหาทพ่ี บนน้ั คอื
1. ความแตกตา่ งด้านชาตพิ ันธุ์
2. ความแตกตา่ งด้านศาสนา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม
3. ความแตกตา่ งดา้ นภาษา
ความแตกต่างท่ีเกิดข้ึนอาจจะเป็นชนกลุ่มน้อย หรือชนกลุ่มหลักของพ้ืนท่ีน้ัน ๆ ก็ได้ แน่นอน
ว่าต้องมีการปรับตัวเพ่ือให้เข้ากับสังคมน้ัน ๆ แต่กระบวนการใดท่ีจะสามารถทําให้นักเรียนกลุ่มน้ี
ปรบั ตัวได้ โดยไมล่ ดทอนคณุ ค่าหรอื ละทง้ิ ความเปน็ อตั ลกั ษณ์ของตนเองไปน้นั สําคญั
แท้จริงแล้ว โรงเรียนควรเป็นสถานท่ีก่ึงกลางท่ีจะละลายความแตกต่างให้กลมกลืนกันโดยไม่
ละท้ิงส่ิงหน่ึงสิ่งใดไป การสอดแทรกวัฒนธรรมใหม่และอนุรักษ์ความดีงามของวัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียม หรือภาษาท้องถ่ินเดิมไว้น้ันคือการท่ีจะช่วยให้เด็กนักเรียนไม่เคอะเขินท่ีจะเป็นตัวของ
ตัวเองและภูมิใจในชาติพันธ์ุหรือภาษาท่ีแตกต่างไป แต่ความกลมกลืนท่ียังคงไว้ในอัตลักษณ์เฉพาะตัว
น้ัน ๆจะทําให้เด็กนักเรียนรู้สึกพิเศษในตนเองมากกว่าความรู้สึกแปลกแยกไปจากผู้อ่ืน ๆในสังคม
คุณครูและโรงเรียนจึงมีความสําคัญในการปรับตัวในการอยู่ร่วมกับสังคมอ่ืนของเด็กนักเรียน
ทัศนคติท่ีเขาจะมองตนเองหรือมองผู้อ่ืนท่ีแตกต่างไปน้ันมักข้ึนอยู่กับกระบวนการเรียนรู้ท่ีเขาได้รับ
ผ่านการกระทําของผู้อ่ืนสู่ตัวเขาเอง นโยบายหรือสวัสดิการต่าง ๆของโรงเรียนจึงควรส่งเสริมให้มี
ความแตกต่างนอ้ี ยู่ต่อไปแตร่ กั ษามันไว้ให้กลมกลนื กับผอู้ ่นื และอยูร่ ว่ มกนั อยา่ งใจเขาใจเรา
2
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
• การเยย่ี มบ้าน
โดยปญั หาทพ่ี บน้นั คอื
1. รูปแบบการเย่ียมบ้าน ในบางโรงเรียนมีรูปแบบในการเย่ียมบ้านแบบสุ่มรายช่ือ เลือกพ้ืนท่ีใกล้
โรงเรียน เลือกพื้นท่ีท่ีคุณครูผู้รับผิดชอบการเย่ียมบ้านสะดวก รูปแบบเหล่าน้ีอาจเกิดจาก
ข้อจํากัดต่าง ๆท้ังเวลาการทํางานท่ีต้องดําเนินการนอกเวลาราชการท่ีคุณครูอาจจะไม่สะดวก
หรอื ข้อจาํ กัดระยะทางใกล้ไกลของบ้านนักเรียนทาํ ให้คุณครูน้นั ตอ้ งลําบากในการเดนิ ทางไป
2. จุดประสงค์ของการเย่ียมบ้านน้ันจริง ๆเพื่ ออะไร เพ่ื อถ่ายรูปครอบครัวนักเรียน
เพื่อทําความรู้จักครอบครัวนักเรียนให้มากย่ิงข้ึน ก็จะเกิดคําถามข้ึนต่อไปว่าทําส่ิงเหล่าน้ันไป
เพื่ออะไร ประโยชน์อะไรจากการเย่ียมบ้านท่ีไม่ดีมีการประเมินหรือการนําข้อมูลท่ีได้มาไปใช้
ประโยชน์
3. ผู้รับผิดชอบการเย่ียมบ้านน้ันถูกจับพลัดจับผลูให้เป็นคุณครูเน่ืองจากเป็นบุคคลากรโดยตรง
ของโรงเรียนและเป็นผู้ท่ีใกล้ชิดนักเรียนมากท่ีสุด แต่คุณครูน้ันไม่ได้มีการอบรมหรือความรู้ใน
การเย่ียมบ้านมาก่อน การเย่ียมบ้านจึงอาจเป็นกิจกรรมท่ีคุณครูรู้สึกเสียเวลาเปล่าและทํา
กิจกรรมให้เสรจ็ ๆไปที
หากให้อธิบายในมุมของนักสังคมสงเคราะห์ถึงการเย่ียมบ้านน้ันถือว่าเป็นเคร่ืองมือท่ีมี
ประโยชน์ต่อนักสังคมสงเคราะห์มาก ๆ เน่ืองจากการเย่ียมบ้านจะทําให้นักสังคมสงเคราะห์ได้เห็น
สภาพความเป็นอยู่ท่ีแท้จริงของผู้รับบริการของเราได้ ดังน้ันควรมีการปรับปรุงท้ังวัตถุประสงค์และ
กระบวนการเย่ียมบ้านเสี ยใหม่เพ่ื อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าต่อทรัพยากรท่ีต้องเสี ยไปมากท่ีสุ ด
โดยเราอาจจะปรับเปล่ียนรูปแบบการเลือกบ้านนักเรียนเป็นนักเรียนทุกคนท่ีสามารถลงเย่ียมบ้านได้
หากระยะทางไม่ไกลเกิน 50 กม.จากโรงเรียนเป็นต้น ในกรณีท่ีนักเรียนบ้านอยู่ห่างไกลออกไปมาก
หรือต้องมาอยู่ประจําค้างคืนท่ีโรงเรียนอาจจะต้องมีการปรับเปล่ียนรูปแบบการเย่ียมบ้านเป็นการ
วิดีโอคอลส่ือสารกับทางบ้านนักเรียนเม่ือนักเรียนกลับบ้านเพ่ือให้ทางคุณครูหรือผู้รับผิดชอบได้เห็น
สภาพความเป็นอยทู่ บ่ี ้านของนกั เรียนดว้ ย
ในบทบาทผู้รับผิดชอบน้ัน อาจจะต้องเพิ่มทักษะความรู้ในการเย่ียมบ้านแก่คุณครู เพ่ือเข้าใจ
วัตถุประสงค์ข้ันตอนกระบวนการประโยชน์ท่ีจะเกิดข้ึนจากการเย่ียมบ้าน เพื่อผลของการเย่ียมบ้านท่ีมี
ประสิทธิภาพรวมไปถึงการเพ่ิมบุคลากรในการร่วมเย่ียมบ้านน้ันคือ นักสังคมสงเคราะห์ผู้ท่ีมีความ
ชํานาญการและมีความรู้ในเคร่ืองมืออุปกรณ์สําหรับการเย่ียมบ้านเพื่อประเมินสภาพแวดล้อมความ
ม่ันคง เหมาะสม ปลอดภัยในความเป็นอยู่ของนักเรียนและนําข้อมูลการเย่ียมบ้านมาเป็นฐานข้อมูลใน
การทจ่ี ะใหค้ วามชว่ ยเหลือตา่ ง ๆ แก่เดก็ นกั เรียนตอ่ ไป
3
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
• ครอบครัว
โดยปัญหาทพ่ี บน้นั คอื
1. สถานการณ์ทางเศรษฐกิจท่ยี ากจนและยากลําบากตอ่ การใช้ชีวติ ของนักเรียน
2. อาชีพของผู้ปกครอง ท่ีอาจจะต้องห่างไกลจากนักเรียน หรืออาชีพท่ีไม่เหมาะสมหรือไม่เอ้ือ
ต่อการดูแลเด็กท่ีเหมาะสม เช่น อาชีพรับจ้างในโรงงานท่ีผู้ปกครองแทบจะไม่มีเวลามาดูแล
เอาใจใส่นักเรียนเลยทําให้เกิดการละเลยความเป็นอยู่ของนักเรียน นําไปสู่ความไม่เหมาะสม
และปัญหาอ่ืน ๆตามมา หรืออาชีพผู้ปกครองท่ีมีผลกระทบต่อแรงจูงใจในการเรียนของ
นักเรียน เช่น อาชีพรับจ้างท่ัวไป เกษตรกรรม ท่ีผู้ปกครองเองคิดว่าไม่จําเป็นต้องเรียนจบ
สูงจบป.6 กเ็ พียงพอแลว้ ออกมาทาํ งานหาเงนิ ดกี วา่
3. ความแตกต่างของช่วงอายุผู้ดูแลใกล้ชิดท่ีบ้าน โดยอาจเป็นครอบครัวข้ามรุ่นท่ีมีผู้สูงอายุใน
ครอบครัวและรับหน้าท่ีหลักในการดูแลเด็ก ความแตกต่างทางด้านอายุทําให้เกิดช่องว่างหรือ
ช่วงประสบการณ์ในสังคมท่ีแตกต่างกัน หรือความเช่ือต่าง ๆท่ีแตกต่างกันไป อาจนํามาสู่
การสื่อสารท่ไี ม่ตรงกันหรอื การแนะนํา การดแู ลทไ่ี มท่ ว่ั ถงึ ไม่เหมาะสมต่อเดก็
4. การดูแลไม่เหมาะสม อาจจะเกิดจากการไม่มีทักษะหรือไม่มีความรู้ท่ีเหมาะสมกับพัฒนาการ
ตามวัยของเด็ก การไม่เข้าใจหรือไม่มีความรู้น้ันก็อาจนําไปสู่การดูแลไม่เหมาะสมอาจไปถึงข้ัน
ใชค้ วามรุนแรงเน่อื งจากการไมเ่ ข้าใจซ่งึ กันและกนั ในครอบครัว
ครอบครัวน้ันเป็นสิ่งสําคัญและมีอิทธิพลต่อเด็กเป็นอย่างมาก เม่ือปัญหาของนักเรียนอาจมี
สาเหตุมาจากครอบครัวได้ เราจึงควรให้ความสําคัญ ไม่ว่าจะเป็นการพู ดคุยกับครอบครัว
เพื่อสอบถาม รับฟงั และช่วยเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาน้ัน ๆ การช่วยปลุกฝังความรู้ท่ีเหมาะสมใน
การเล้ียงดูอย่างถูกต้องและเหมาะสมครอบครัวจะกลายเป็นปัจจัยด้านบวกท่ีทําให้นักเรียนมี
พัฒนาการและเจรญิ เตบิ โตมาได้อย่างเหมาะสม
• สุขภาพทางร่างกาย หรือพัฒนาการตามช่วงวัย
โดยปญั หาท่พี บนน้ั คือ
1. ไม่มีบริการตรวจสุขภาพ ในบางโรงเรียนอาจคิดว่าการท่ีโรงเรียนมีประกันสุขภาพให้แก่
นักเรียนน้ันเพียงพอแล้วจึงไม่มีบริการตรวจสุขภาพให้ด้วย หรือขาดทรัพยากรท่ีจะให้บริการ
ตรวจสุขภาพแก่นกั เรียน
2. บริการตรวจสุขภาพท่ีไม่ครอบคลุม ต่อเน่ือง ถ้าในช่วงช้ันอนุบาลหรือประถมวัยอาจจะมี
บริการสุขภาพท่ีถ่ีบ่อยและมีการส่งเสริมสุขภาพแก่เด็ก แต่ในบางโรงเรียนท่ีเป็นระดับช้ัน
มัธยมอาจไม่ได้ให้ความสําคัญกับเร่ืองสุขภาพมากนักแต่กลับให้ความสนใจในด้านวิชาการ
หรืออ่ืน ๆมากกว่า เม่ือขาดความครอบคลุมและต่อเน่ืองน้ันอาจทําให้เราพลาดต้นสายปลาย
เหตขุ องปัญหาสุขภาพของนกั เรียนไปได้
4
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
3. ขาดประสิทธิภาพและมาตรฐานในการส่งเสริมสุขภาพท่ีดีแก่นักเรียน ไม่ว่าจะเพราะสาเหตุ
ทางด้านกิจกรรมวิชาการท่ีเยอะกว่า เช่น การตัดวิชาพลศึกษาออกจากคาบเรียนเพ่ือนําเวลา
ไปเปน็ คาบเสรมิ ความรู้ในวิชาอ่นื ๆ
ไม่ว่าจะเป็นจะเป็นโรงเรียนท่ีมีระดับช้ันใด การส่งเสริมสุขภาพท่ีดีแก่นักเรียนเป็นส่ิงสําคัญ
เน่ืองจากการมีสุขภาพท่ีดีเป็นพ้ืนฐานหลักในการดํารงชีวิต การให้ความรู้เพื่อป้องกัน ส่งเสริม ฟ้ นื ฟู
สุขภาพนักเรียนจึงควรเป็นนโยบายหลักของโรงเรียน โดยอาจสอดแทรกกิจกรรมไว้ เช่น แอโรบิค
ยามเช้าสัปดาห์ละคร้ัง การตรวจสุขภาพประจําเทอม 2 คร้ังต่อปีการศึกษา การให้ความรู้ด้านการ
ป้องกันโรคท่ีถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นโรคท่ัวไป โรคติดเช้ือ หรือถ้าย่ิงเป็นโรคท่ีเก่ียวกับเพศสัมพันธ์น้ันย่ิง
ควรให้ความรู้แก่นักเรียนเพื่ อการปฏิบัติของนักเรียนท่ีถูกต้องต่อไป หรือเป็นการเปิดห้องให้
คําปรึกษาด้านโรคตา่ ง ๆ จากผู้เช่ยี วชาญในดา้ นนน้ั ๆก็ควรทาํ
• สุขภาพจิต
โดยปญั หาท่พี บนน้ั คอื
1. ความเครียด โดยมีมาจากหลายสาเหตุ เช่น มีหลายครอบครัวท่ีมีการดูแลเด็กไม่เหมาะสม
หรือมีปัญหาทะเลาะกันในครอบครัวส่งผลต่อความม่ันคงทางจิตใจของสมาชิกในครอบครัวท่ี
เป็นเด็กอย่างมาก หรือจากการปรับตัวในโรงเรียนใหม่เข้าสู่ช่วงวัยใหม่ท่ีต้องเรียนมากข้ึนมี
บทบาทภาระตา่ ง ๆมากขน้ึ ซ่งึ ทาํ ให้เกดิ ความเครยี ดได้ท้งั สิ้น
2. ความกดดันจากการแข่งขันด้านวิชาการเป็นส่ิงท่ีหลายโรงเรียนเผลอตัวให้ความสําคัญกับ
ด้านวิชาการมากเกินไปจนลืมการเสริมทักษะต่าง ๆหรือพัฒนาการของช่วงวัยท่ีต้องการการ
ทดลองทําหรือเรียนรสู้ ิ่งใหม่ๆท่เี ปน็ เอกลกั ษณข์ องชว่ งวยั รุ่นตอนตน้ ไป
3. การโดนกล่ันแกล้ง โดนกระทําโดยความรุนแรง บางคร้ังการทะเลาะของนักเรียนก็เป็นเร่ืองท่ี
ห้ามให้เกิดข้ึนได้ยาก แต่ระดับความรุนแรงท่ีเกิดข้ึนน้ันมีความหลากหลายและผลกระทบจาก
การกล่ันแกล้งน้ันก็มีหลากหลาย หากเป็นความรุนแรงทางร่างกายก็จะสังเกตได้จาก
บาดแผล แต่ถ้าหากเป็นความรุนแรงจากจิตใจก็ยากท่ีสังเกตได้ยาก ดังน้ันการเฝ้าระวังไม่ให้
เกดิ จะเปน็ แนวทางการปฏบิ ัตทิ ถ่ี กู ตอ้ ง
การเฝ้าระวังกรณีการกล่ันแกล้งภายในนักเรียนน้ันจําเป็นจะต้องใช้บุคลากรท่ีท่ัวถึงและ
เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นครูท่ีปรึกษาท่ีมีอัตราส่วนสมดุลกับจํานวนเด็ก ครูแนะแนวหรือนักสังคม
สงเคราะห์ท่ีคอยสอดส่องดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียนในระดับช้ัน และต้องอาศัยนโยบายกับเสริม
เน้ือหาความรู้ในทุก ๆ วิชาถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เห็นใจเขาใจเรา และต่างดูแลกันและกันใน
ห้องเรียน
แต่ถ้าเกิดการกล่ันแกล้งเกิดข้ึนแล้ว กระบวนการแก้ไขและฟ้ ืนฟู ความรุนแรงท่ีเกิดข้ึนน้ัน
สําคัญ จะทําอย่างไรให้ผู้กระทําเรียนรู้ว่าเป็นสิ่งท่ีไม่ควรและไม่กระทําเช่นน้ีอีก และจะทําอย่างไรให้ผู้ท่ี
5
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ถูกกระทําฟ้ นื ฟูสภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ให้กลับมาดีดังเดิมได้คงเป็นเร่ืองยาก ดังน้ันหนทางท่ีจะ
แกไ้ ขปัญหาการกลน่ั แกล้งภายในโรงเรยี นท่ดี ที ่สี ุดคอื การเฝ้าระวงั ไมใ่ ห้เกดิ การกล่นั แกลง้ ขน้ึ น่นั เอง
• แนวทางการดแู ลนกั เรียน
โดยปญั หาท่พี บนน้ั คอื
1. ไม่มีพื้นท่ีการแสดงออกความสามารถ โรงเรียนควรจัดทําและจัดสรรพื้นท่ีในส่วนน้ีให้นักเรียน
ได้แสดงออกความเป็นตัวตนออกมา หรือเลือกท่ีจะเรียนรู้ทดลองตามความสนใจของตนโดย
มคี ุณครคู อยดแู ลใหค้ าํ ปรกึ ษาเพื่อการเรียนรทู้ เ่ี หมาะสมแกน่ กั เรียน
2. ไม่มีกระบวนการหรือกิจกรรมท่ีให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นหรือความต้องการของตน
การถามเพื่อจัดสรรสวัสดิการท่ีตอบสนองแก่นักเรียน ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในความเป็นอยู่
ของตน ในส่ิงท่ีตนอยากทํา อยากเข้าร่วม จะช่วยกระตุ้นให้โรงเรียนเป็นสถานท่ีแห่งความสุข
ของนักเรยี นมากกวา่ สถานท่ใี ห้บรกิ ารทางการศึกษา
3. กระบวนการใกล้ชิดนักเรียน หมายถึง การดูแลท่ีสามารถเข้าถึงนักเรียนได้ไม่เพียงแค่ท่ัวถึง
แต่ต้องลึกซ้ึงให้ความอบอุ่น ดังคําท่ีใครเคยพู ดมาว่าโรงเรียนก็เปรียบเสมือนบ้านหลังท่ีสอง
ดังน้ันในทุกช่วงเวลาการเรียนรู้ของเด็ก ท้ังบ้านจริง ๆและโรงเรียนบ้านหลังท่ีสองควรเป็นท่ี
พ่ึงคอยสนับสนุนนักเรยี นให้เจรญิ เตบิ โตโดยไมเ่ ดียวดาย
4. พ้ืนท่ีให้คําปรึกษาแก่นักเรียน จําเป็นอย่างมากในการเป็นสถานท่ีสําหรับเติบโตของช่วง
แรกเร่ิมของชีวิต การท่ีมีพื้นท่ีหรือบุคคลท่ีจะรับฟงั ความคิด ความรู้สึก ความฝันของตนได้จะ
เปน็ การช่วยแบง่ เบาภาระทางอารมณ์หรือความยากลาํ บากท่นี ักเรียนตอ้ งพบเจออยู่
• แนวทางการเรยี นการสอน
ขอ้ เสนอแนะท่พี บ คอื
1. การนําเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อความน่าสนใจและเสริมทักษะให้กับนักเรียนเพ่ือการปรับตัวและ
เรียนรู้ให้ทันตามยุคสมัย และเพ่ือเป็นการบูรณาการวิชาเรียนให้น่าสนใจดึงดูดความอยากรู้
นักเรยี นและส่งเสริมใหน้ กั เรียนเขา้ ใจในเน้อื หามากย่งิ ขน้ึ
2. การจัดหลักสูตรเน้ือหาท่ี “เป็นประโยชน์สูงสุด” แก่นักเรียน จะต้องดูเน้ือหาการสอบวัดผล
ตา่ ง ๆ และการสอบคัดเลอื กในระดบั ช้นั ทส่ี ูงขน้ึ เพ่ือใหน้ กั เรยี นได้ความรทู้ ่เี หมาะสมและไมเ่ กิด
คําถามตามมาว่า เรียนไปทําไมเม่ือไม่ได้ใช้ และเสริมทักษะการดํารงใช้ชีวิตในสังคม ทักษะการ
ทําอาชพี หรอื ทกั ษะทน่ี ักเรียนสนใจเพ่ือใหน้ ักเรยี นสามารถนาํ ไปประยุกต์ใชไ้ ด้ในอนาคต
3. เน้ือหาหรือกระบวนการเรียนการสอนสําหรับเด็กพิเศษ ซ่ึงเป็นเร่ืองสําคัญ หากไม่มีการ
จัดการเรียนการสอนท่ีเหมาะสม ความต้ังใจท่ีจะเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษเข้ามาเรียนรู้ร่วมกันได้
จะกลายเป็นความเหล่ือมล้ําทางการศึกษาท่ีย่ิงผลักเขาออกจากระบบการศึกษาไปโดยไม่รู้ตัว
ดังน้ันความต้องการท่ีพิเศษของเขา ทางโรงเรียนจึงให้ความสําคัญและปฏิบัติกับเขาอย่าง
6
วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
เท่าเทียมกับนักเรียนคนอ่ืน ๆ หรือถ้าหากทางโรงเรียนไม่พร้อมจริง ๆไม่ควรฝืนทําตาม
นโยบายของทางกระทรวงศึกษาเพื่อเปน็ ผลงาน
• คุณครู
โดยปัญหาทพ่ี บนน้ั คือ
1. ช่วงวัยท่ีห่างจากนักเรียนมากเกินไป ทําให้ความคิด ทัศนคติ การมองสังคมท่ีต่างกัน
เราสามารถแก้ไขปัญหาเหล่าน้ีได้จากการพู ดคุย การทํากิจกรรมกลุ่มระหว่างครูรุ่นเก่าและ
ใหม่ให้เขาได้พู ดคุยแลกเปล่ียนกันในความคิดท่ีต่างกันออกไป และกิจกรรมท่ีเปิดโอกาสให้
นักเรียนได้แลกเปล่ียนความคิดเห็นของตนเองมากข้ึนก็จะช่วยให้คุณครูเข้าใจและปรับตนเอง
ใหเ้ ข้ากบั สถานการณเ์ ด็กท่เี ปล่ยี นไปตามยคุ สมยั ไดง้ ่ายขน้ึ
2. ครูคืนถ่ินในพื้นท่ีท่ีมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมสูง จะช่วยให้ครูเข้าใจในธรรมชาติของเด็กใน
พื้นท่ไี ดง้ ่ายและลึกซง้ึ กว่าครทู ม่ี าจากนอกพื้นท่ี
3. บุคลากรไม่เพียงพอต่อการดูแลนักเรียน ทําให้เกิดปัญหาต่าง ๆตามมาแก่เด็ก และยังเป็น
ภาระความลําบากใจแก่คุณครูอีกด้วยท่ีต้องรับความกดดันท่ีต้องให้ความรู้นักเรียนในหลาย
วชิ าและตอ้ งดูแลนกั เรียนท่มี ีจาํ นวนเยอะให้ดแี ละเหมาะสม
4. การเพิ่มบุคลากรท่ีมีคุณสมบัติหรือความเช่ียวชาญท่ีเฉพาะด้าน เช่น ครูสําหรับเด็กพิเศษท่ี
เข้ามาเรียนร่วมกับเด็กนักเรียนปกติ เพื่อเป็นการช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ให้แก่เด็กพิเศษมาก
ย่งิ ข้นึ และจะมีผทู้ ่เี ข้าใจและสามารถตอบสนองความตอ้ งการของเด็กพิเศษอยา่ งเหมาะสม
• โรงเรียน
ขอ้ เสนอแนะทพ่ี บ คือ
1. สภาพแวดล้อมท่ีไม่เหมาะสม เป็นอันตรายหรือไม่เพี ยงพอ เช่น อาคารเรียน ห้องน้ํา
โรงอาหาร สภาพแวดล้อมเหล่าน้ีเป็นสิ่งท่ีส่งผลต่อการเป็นอยู่ของนักเรียนอย่างมาก
ดังน้ัน ควรมีการเพิ่มเติมพัฒนา ปรับเปล่ียน หรือฟ้ นื ฟูให้ดีข้ึน เช่น อาจจะมีการสร้างสวนให้
นักเรียนพักผอ่ นหย่อนใจ ห้องนา้ํ ทไ่ี ดม้ าตรฐานเพ่ือความเป็นอย่ทู ่ถี ูกสุขลักษณะ
2. เกณฑ์การเข้าคัดเลือกท่ีต้องมีการทบทวนท่ีละเอียดรอบคอบและฟังความคิดเห็นจาก
ผเู้ ชย่ี วชาญท่หี ลากหลาย เพ่ือไม่ใหเ้ ปน็ การตดั โอกาสของนักเรยี นท่สี นใจจะเขา้ ศึกษา
3. การวางแผนหรือนโยบายรับมือความแปลกใหม่และแตกต่างของนักเรียนท่ีเปล่ียนไป
เน่ืองจากโรงเรียนไม่สามารถกําหนดหรือบังคับความเป็นตัวตนของนักเรียนหรือล่วงรู้ปัญหา
ท่ีจะเกิดข้ึนได้ ดังน้ันการเตรียมพร้อมท้ังเคร่ืองมือ นวัตกรรม บุคลากรท่ีมีความพร้อม
หน่วยงานทจ่ี ะประสานความชว่ ยเหลอื จงึ เปน็ สิ่งสําคญั
7
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ส่ิงท่ีนักศึกษาต้องการและคาดหวังจากการเรียนและความใฝ่ฝันอยากเป็นนักสังคมสงเคราะห์ใน
ด้านการศึกษาในโรงเรียน คือ การทําโรงเรียนให้เป็นสถานท่ีท่ีอบอุ่น เป็นบ้านท่ีมีผู้คอยดูแลเอาใจใส่
นักเรียน ไม่ได้เป็นเพียงสถานท่ีให้บริการความรู้ตามนโยบายรัฐเท่าน้ัน ในขณะท่ีเขาต้องเผชิญกับการ
เปล่ียนแปลงต่าง ๆตามช่วงวัย โรงเรียนจะเป็นทุกส่ิงท่ีนักเรียนต้องการและเป็นสิ่งท่ีนักเรียนอยาก
อยู่ด้วยใจจริงไม่ใช่เพราะค่านิยมท่ีปลูกฝังว่าเป็นเด็กก็ต้องเรียน และแน่นอนว่า “นักสังคมสงเคราะห์
จะพยายามอย่างเตม็ ทท่ี ่จี ะไม่ทาํ ให้เด็กคนไหนต้องหลุดไปจากระบบการศึกษา”
8
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
บทบาทนักสังคมสงเคราะหใ์ นโรงเรียน
จากการเรยี นรู้งานออกแบบสวัสดกิ ารนักเรยี นในโรงเรยี น ทาํ ให้นกั ศึกษาสรุปบทบาทของนกั
สังคมสงเคราะหใ์ นโรงเรยี นออกมาเปน็ สิ่งของ ดงั น้ี
ผา้ ห่ม
แว่นขยาย นักเรียน ใบโคเวอร์
ผ้าหม่ เบาะ
ฟองนํ้า
•เปรยี บเสมือนผา้ ห่มอุ่นๆใหแ้ ก่เดก็ นักเรยี นได้อุ่นใจทอ่ี ยูใ่ นโรงเรียน
•เปน็ ผ้ใู ห้คําปรกึ ษา คําแนะนาํ กาํ ลังใจแก่นักเรยี นในด้านต่าง ๆ
แว่นขยาย •เปน็ ผู้สอดส่องดูแลความเปน็ อย่ขู องนักเรยี นและบคุ ลากรคนอน่ื ๆ
•เป็นผ้เู ฝ้าระวังปญั หาและอนั ตรายดา้ นต่าง ๆที่อาจเกดิ ข้นึ ได้
ใบโคลเวอร ์ •เครอ่ื งหมายแหง่ ความโชคดี
•จะเป็นบุคคลทีน่ ักเรียนรู้สึกวา่ โชคดที ีไ่ ดพ้ บและมเี ราอยู่เคียงข้าง
•จะปฏบิ ัตหิ น้าทีข่ องตนเองอยา่ งเต็มทเี่ พ่ือ "นกั เรยี น"
เบาะฟองนาํ้ •เป็นที่รองรับเม่ือนักเรยี นเกดิ ปญั หาขน้ึ และเสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
•ให้ความชว่ ยเหลอื แก่นักเรยี นเพื่อการเรยี นรูแ้ ละเติบโตทเ่ี หมาะสม
•ประสานงานหนว่ ยงานเพื่อรองรบั ความหลากหลายของนักเรยี น
9
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
วนชิ ญา บุญวาที 6105490038
จากการฟังบรรยายเก่ียวกับการจัดสวัสดิการทางการศึกษาท่ีเหมาะสมสําหรับโรงเรียน
จํานวนท้งั ส้ิน 23 โรงเรียน ทําให้เกดิ ประเดน็ การเรยี นรตู้ า่ ง ๆ ทม่ี ีความนา่ สนใจดังน้ี
1. ความหลากหลายของรูปแบบสถานศึกษา
การนําเสนอรูปแบบการจัดสวัสดิการทางการศึกษา ทําให้เห็นรูปแบบของสถานศึกษาในลักษณะ
ต่าง ๆมากข้นึ โดยในแตล่ ะโรงเรยี นกม็ คี วามแตกต่างกันในลักษณะรูปแบบดังน้ี
§ ทต่ี ้งั ของสถานศึกษา
ในสังคมไทยได้มีการกระจายตัวของสถานศึกษาออกไปในแต่ละพ้ืนท่ี ทําให้เกิดความครอบคลุม
ความต้องการของเด็กและเยาวชนตามพื้นท่ีต่าง ๆให้สามารถเข้าถึงระบบทางการศึกษาอย่างท่ัวถึง
มากย่ิงข้ึน ด้วยเหตุผลน้ีจึงทําให้แต่ละโรงเรียนมีลักษณะท่ีต้ังแตกต่างกันไปตามพ้ืนท่ีและความ
หนาแน่นของประชากรตามท่ีน้ัน ๆ ซ่ึงจากการฟงั การนําเสนอรูปแบบของโรงเรียนจะพบว่าลักษณะ
พ้ืนท่ขี องทต่ี ้งั โรงเรียนจะแบ่งออกในลกั ษณะดงั น้ี
1.) โรงเรียนท่ีต้ังอยู่ในพื้นท่ีในเมืองและใกล้เคียงกับชุมชน ซ่ึงสังเกตได้ว่าโรงเรียนในระดับ
มัธยมศึกษา มักจะเป็นโรงเรียนท่ีต้ังอยู่ภายในพ้ืนท่ีท่ีติดกับพื้นท่ีของชุมชน และในบาง
โรงเรียนต้ังอยู่บนพื้นท่ีท่ีค่อนข้างมีความเป็นเมืองสูง ทําให้นักเรียนภายในโรงเรียน
ข้างต้นสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นอกจากน้ียังสามารถเข้าถึง
เทคโนโลยแี ละการสนบั สนนุ ตา่ ง ๆจากทางภาครฐั และองค์กรอ่นื ๆไดม้ ากข้นึ อีกด้วย
2.) โรงเรียนท่ีต้ังอยู่ในพื้นท่ีชนบทท่ีค่อนข้างห่างไกลจากความเจริญ ซ่ึงโรงเรียนท่ีต้ังอยู่ใน
พ้ืนท่ีเหล่าน้ีมักจะเป็นโรงเรียนท่ีมีขนาดเล็ก ท่ีมีจํานวนนักเรียนภายในโรงเรียนค่อนข้าง
น้อย และในบางพ้ืนท่ีอาจมีนักเรียนท่ีมีความหลากหลายในเร่ืองชาติพันธุ์ ซ่ึงโรงเรียนใน
พ้ืนท่ีเหล่าน้ีมักจะเข้าไม่ถึงความเจริญทางด้านเทคโนโลยีหรือทรัพยากรท่ีเป็นประโยชน์
สําหรับนักเรียนภายในโรงเรียนได้เท่าท่ีควร จึงจะต้องได้รับการสนับสนุนจากทางภาค
ส่วนต่าง ๆให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดรูปแบบและสวัสดิการต่าง ๆให้เหมาะสมสําหรับ
นกั เรียนภายในโรงเรียน
§ ลักษณะของสถานศึกษา
ลักษณะของสถานศึกษาก็มีความแตกต่างกันและมีลักษณะในหลายรูปแบบ โดยจากการฟงั
การนําเสนอเก่ียวกับบริบทของโรงเรียนต่าง ๆท้ัง 23 โรงเรียน จะพบลักษณะของสถานศึกษาใน
รปู แบบตา่ ง ๆ ดงั น้ี
10
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
1.) โรงเรยี นขยายโอกาสทางการศึกษา
ส่ วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนท่ีต้ังอยู่ภายในพ้ื นท่ีค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมือง
เป็นโรงเรียนท่ีนักเรียนส่วนใหญ่มีครอบครัวอยู่ในชุมชนใกล้ๆโรงเรียน ครอบครัวของเด็ก
อาจจะมีความไม่พร้อมในเร่ืองของเศรษฐกิจทางการเงินท่ีจะสามารถส่งเด็กภายใต้ปกครอง
เข้าสู่โรงเรียนท่ีอยู่ห่างจากชุมชนได้ และในบางโรงเรียนมักจะมีความแตกต่างในเร่ืองของชาติ
พันธ์ุของเด็กภายในโรงเรียนร่วมด้วย ซ่ึงโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาถือเป็นโรงเรียน
ท่ีค่อนข้างมีความสําคัญ เพราะสามารถทําให้เด็กในพ้ืนท่ีห่างไกล หรือเด็กท่ีครอบครัวไม่
สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆในการเรียน สามารถได้เข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างท่ัวถึง
มากยง่ิ ขน้ึ
2.) โรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษา
โ ร ง เ รี ย น ใ น ลั ก ษ ณ ะ น้ี จ ะ มี ห้ อ ง เ รี ย น ต้ั ง แ ต่ ร ะ ดั บ ช้ั น อ นุ บ า ล 1 – อ นุ บ า ล 3
และมีห้องเรียนระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 1 – 6 โดยในแต่ละโรงเรียนจะมีจํานวนนักเรียนและ
จํานวนห้องเรียนท่ีมีความแตกต่างกันในแต่ละพ้ืนท่ี และในแต่ละโรงเรียนก็มีการจัดสวัสดิการ
ทม่ี ีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมและงบประมาณของโรงเรยี นท่มี ี
3.) โรงเรยี นระดับมธั ยมศึกษา
เป็นโรงเรียนท่ีประกอบด้วยห้องเรียนต้ังแต่ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 1 – 6 และมีขนาดท่ี
หลากหลาย โดยสามารถแบ่งตามจํานวนนักเรียนภายในโรงเรียน ซ่ึงจากการฟงั การนําเสนอ
โรงเรียนต่าง ๆ จะสามารถนํามาแบ่งขนาดของโรงเรียนในสังกัดตามสํานักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษาข้นั พ้ืนฐาน (สพฐ.) ไดด้ งั น้ี
- โรงเรียนระดับมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ มีจํานวนนักเรียนต้ังแต่ 1,500 คน – 2,499
คน
- โรงเรียนระดับมธั ยมศึกษาขนาดใหญพ่ ิเศษ มีจาํ นวนนักเรียนต้งั แต่ 2,500 คนข้นึ ไป
4.) โรงเรยี นเอกชน
เป็นโรงเรียนท่ีมีขนาดใหญ่และมีจํานวนนักเรียนภายในโรงเรียนค่อนข้างมาก ซ่ึงจากการ
ฟังการนําเสนอเก่ียวกับการจัดสวัสดิการของโรงเรียนพบว่า ได้มีการนําเสนอเก่ียวกับ
โรงเรียนเอกชนน่ันก็คือ โรงเรียนลาซาลกรุงเทพ ซ่ึงภายในโรงเรียนมีจํานวนนักเรียนถึง
4,942 คน และมีระดับช้ันต้ังแต่ช้ันอนุบาลไปจนถึงระดับช้ันมัธยมปลาย ซ่ึงถือว่าเป็นโรงเรียน
ท่ีมีขนาดใหญ่มาก โดยโรงเรียนเอกชนจะค่อนข้างมีความพร้อมในเร่ืองของอุปกรณ์
เทคโนโลยีต่าง ๆ และสามารถเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาได้ค่อนข้างมาก อาจจะมาจาก
ความเพียงพอของงบประมาณภายในโรงเรยี น
5.) ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็
11
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
เป็นโรงเรียนสําหรับเตรียมความพร้อมของเด็กท่ีจะกําลังเข้าศึกษาในระดับช้ันอนุบาล
ซ่ึงจะมีการเตรียมความพร้อมในเร่ืองของพั ฒนาการและทักษะต่าง ๆ ให้แก่เด็กอย่าง
เหมาะสม โดยโรงเรียนเหล่าน้ีเป็นอาจจะเป็นโรงเรียนท่ีอยู่ใกล้เคียงกับชุมชน ทําให้ผู้ปกครอง
สามารถนําเดก็ เข้ามาฝากใหด้ ูแลได้
2. รปู แบบสวสั ดกิ ารส่วนใหญ่ทม่ี ีภายในสถานศึกษา
จากการฟังการนําเสนอเก่ียวกับประเด็นสวัสดิการท่ีมีภายในโรงเรียนท้ัง 23 โรงเรียน
ทําให้สามารถรวบรวมสวัสดิการส่วนใหญ่ท่ีท้ัง 23 โรงเรียนมีในลักษณะท่ีคล้ายกันๆ และมีคิดว่ามี
ความนา่ สนใจไดด้ งั น้ี
§ การเย่ยี มบา้ น
โรงเรียนต่าง ๆท่ีได้มีการนําเสนอมาน้ัน ส่วนใหญ่ได้มีการจัดทํากิจกรรมการเย่ียมบ้าน
โดยคนท่ีทําหน้าท่ีในการเย่ียมบ้านมักจะเป็นครูประจําช้ัน ซ่ึงลักษณะของการเย่ียมบ้าน
ในแต่ละโรงเรียนจะมีการวางแผนการดําเนินงานท่ีแตกต่างกันไปตามแต่ละพ้ืนท่ี ซ่ึงทําให้เห็นว่าการ
วางแผนการเย่ียมบ้านน้ัน สามารถปรับให้มีความยืดหยุ่นและปรับให้เข้ากับบริบทของโรงเรียนต่าง ๆ
ได้ตามความเหมาะสม แต่ยังคงมีประเด็นท่ีเป็นท่ีน่าสั งเกตและควรจะให้ความสํ าคัญก็คือ
หลาย ๆ โรงเรียนยังคงประสบปัญหาการไม่สามารถลงพื้นท่ีเย่ียมบ้านของนักเรียนได้ครบทุกคน
ซ่ึงอาจจะทําให้ไม่ได้เห็นถึงสภาวะความเป็นอยู่ของนักเรียนบางคน ไม่ได้พู ดคุยกับผู้ปกครองท่ีดูแล
เด็กในเวลาท่ีอยู่ท่ีบ้าน บางคร้ังปัญหาของเด็กหลายๆคนถูกมองข้าม และครูประจําช้ันไม่สามารถ
เข้าใจสภาพปัญหาท่ีแท้จริงของเด็กได้ครบทุกคน ซ่ึงในประเด็นน้ีควรได้รับการปรับปรุงและแก้ไข
เพ่ิมเติม เพื่อใหส้ ามารถลงพ้ืนท่เี ย่ยี มบ้านเดก็ ให้ไดม้ ากท่สี ุด
§ บรกิ ารเก่ยี วกบั ทางด้านการเงิน
บริการทางด้านการเงินส่วนใหญ่ท่ีทางโรงเรียนจัดข้ึน จะมีความเก่ียวกับสวัสดิการทางด้าน
ทุนการศึกษา ซ่ึงเป็นสิ่งท่ีมีความสําคัญสําหรับเด็กหลายๆคน เน่ืองจากเด็กภายในโรงเรียนมาจาก
ครอบครัวท่ีมีความแตกต่างหลากหลายในเร่ืองของเศรษฐกิจทางการเงิน ซ่ึงในโรงเรียนมักจะมีท้ัง
เด็กท่ีมีร่ํารวยไปจนถึงฐานะท่ียากจน ซ่ึงทุนการศึกษาเหล่าน้ีก็จะเป็นสิ่งหน่ึงท่ีจะช่วยสนับสนุนและ
แบ่งเบาครอบครัวของนักเรียนท่ีไม่สามารถรับค่าใช้จ่ายในการเรียนได้ โดยในแต่ละโรงเรียนจะมีการ
จัดสรรให้ทนุ ในลกั ษณะทแ่ี ตกต่างกนั ไป ตวั อยา่ งของทุนต่าง ๆ สามารถแบ่งออกไดเ้ ปน็ ดังน้ี
1.) การสนบั สนนุ ของโครงการเรยี นฟรี 15 ปี
2.) ทุนสนบั สนนุ จากกองทนุ เงนิ ใหก้ ยู้ มื เพ่ือการศึกษา (กยศ.)
3.) ทุนสําหรับนักกฬี า
4.) ทุนสําหรับนกั เรยี นเรียนดี
12
วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
5.) ทุนฉกุ เฉนิ สําหรับนกั เรยี น
§ บริการทางดา้ นสุขภาพ
บริการทางด้านสุขภาพเป็นสิ่งท่ีสําคัญเพราะเป็นหน่ึงในพื้นฐานของสวัสดิการท่ีนักเรียนควร
จะไดร้ ับ ซง่ึ จากการรวบรวมข้อมลู พบว่า ในหลายๆโรงเรยี นไดม้ ีการจดั บรกิ ารทางดา้ นสุขภาพ ดงั น้ี
1.) การทําประกันอุบัติเหตุฉุกเฉินสําหรับนักเรียน โดยในบางโรงเรียนจะมีการเรียกเก็บเงิน
ประกันไปพร้อมกับค่าธรรมเนียมการศึกษา แต่ในบางโรงเรียนก็สามารถให้ผู้ปกครองเป็น
ผูต้ ดั สินใจวา่ จะเลือกทําหรือไม่กไ็ ด้ตามความสมัครใจ
2.) ห้องพยาบาล เป็นสถานท่ีรองรับนักเรียนเม่ือเกิดอุบัติเหตุกระทันหัน หรือเม่ือนักเรียน
ภายในโรงเรียนมีอาการเจ็บป่วย โดยจะมีครูหรือพยาบาลท่ีมีความรู้และความเช่ียวชาญ
เกย่ี วกบั การปฐมพยาบาลประจําการอยู่ในพ้ืนท่ี
3.) การตรวจสุขภาพประจําปีและการฉีดวัคซีน ในบางโรงเรียนมีการเปิดให้หน่วยงาน
สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลเข้ามาตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนให้แก่นักเรียนและบุคลากร
ภายในโรงเรียนในทุก ๆ ปีการศึกษา เช่น การตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน การวัด
นา้ํ หนักส่วนสูงประจาํ ปี การฉดี วัคซีนปอ้ งกนั โรคต่าง ๆ เปน็ ต้น
§ บริการแนะแนว
บริการแนะแนวเป็นบริการท่ีมีความสําคัญเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้นักเรียนภายใน
โรงเรียนสามารถรับรู้เก่ียวกับข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องกับการเรียนได้สะดวกและรวดเร็วมาก
ข้ึน และยังเป็นบริการท่ีช่วยค้นหาตัวตนทางด้านการเรียนให้กับเด็ก ซ่ึงในหลายๆ โรงเรียนได้มีการ
บรรจุช่ัวโมงของการแนะแนวลงไปในตารางเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถปรึกษาปัญหาต่าง ๆ
ท่ีเก่ียวข้องกับการเรียนได้อย่างสะดวกมากข้ึน แต่ก็ยังมีประเด็นท่ีเป็นข้อสังเกต คือ บางโรงเรียน
ไม่ได้ให้ความสําคัญกับการบริการแนะแนวทางการศึกษาเท่าท่ีควร ซ่ึงอาจจะทําให้เด็กบางกลุ่มอาจจะ
ไม่สามารถคน้ หาความตอ้ งการของตนเองได้
§ กิจกรรมโฮมรูม (Homeroom)
เป็นกิจกรรมท่ีจัดข้ึนสําหรับให้นักเรียนและครูประจําช้ัน ให้มีโอกาสในการพบปะพู ดคุยกัน
แจ้งข่าวสารต่าง ๆ หรือทํากิจกรรมอ่ืน ๆร่วมกัน ซ่ึงเป็นกิจกรรมท่ีช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างครู
และนักเรียนได้มากข้ึนผ่านการพู ดคุยและแลกเปล่ียนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆท่ีเก่ียวข้องกับ
นกั เรียน ซง่ึ ในบางโรงเรียนไดม้ ีการจัดกิจกรรมโฮมรมู (Homeroom) ให้เปน็ ส่วนหน่งึ ของคาบเรยี น
§ กิจกรรมการประชุมผปู้ กครอง
จ า ก ก า ร นํ า เ ส น อ โ ร ง เ รี ย น ส่ ว น ใ ห ญ่ มี ก า ร จั ด ป ร ะ ชุ ม ผู้ ป ก ค ร อ ง ใ น ช่ ว ง แ ร ก ข อ ง ปี ก า ร ศึ ก ษ า
ซ่ึงมีวัตถุประสงค์หลักๆ เพ่ือเป็นการพู ดคุยระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครอง และเป็นการส่ือสารกับ
ผู้ปกครองเก่ียวกับแนวทางการปฏิบัติของโรงเรียน และแจ้งให้ผู้ปกครองให้ทราบเก่ียวกับรูปแบบ
13
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
การเรียนต่าง ๆ ท่ีจะเกิดข้ึนในตลอดภาคปีการศึกษา นอกจากน้ียังจะช่วยให้ครูประจําช้ันได้มีโอกาส
ในการพบเจอกับผู้ปกครองของนักเรียน ซ่ึงถือเป็นกิจกรรมท่ีทําให้ผู้ปกครอง คุณครูประจําช้ัน
และโรงเรยี นได้มีโอกาสในการสื่อสารกนั เบ้อื งตน้
3. ปญั หาและขอ้ เสนอแนะสําหรับการจดั สวสั ดิการภายในสถานศึกษา
§ ความเครยี ดและความกดดันท่เี กิดจากการเรยี น
ปัญหาเก่ียวกับความเครียดและความกัดดันท่ีเกิดข้ึน ส่วนใหญ่มักจะเป็นปัญหาท่ีพบใน
โรงเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษา เน่ืองจากโรงเรียนในระดับมัธยมศึกษามักจะมีการแบ่งรูปแบบของ
แผนการเรียนออกเป็นหลายลักษณะ เช่น การแบ่งแผนการเรียนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
การแผนการเรียนภาษาต่างประเทศหลายๆภาษา เป็นต้น ซ่ึงหากเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาในระดับท่ีมี
ขนาดใหญ่ข้ึนก็จะมีการแข่งขันทางด้านการเรียนท่ีค่อนข้างสู ง ทําให้นักเรียนหลายๆคน
มีการต้ังเป้าหมายให้ประสบความสําเร็จในด้านของการเรียน เม่ือมีการต้ังเป้าหมายท่ีเพ่ิ มข้ึน
ประกอบกับต้องทําการแข่งขันด้านการเรียนท่ีสูงข้ึนเร่ือย ๆ จึงก่อให้เกิดเป็นความเครียดแก่นักเรียน
ภายในโรงเรียน ซ่ึงความเครียดเหล่าน้ีก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านจิตใจ ด้านพฤติกรรม และการเข้า
สังคมของนักเรียนเป็นอย่างมาก และจะมีบางกลุ่มท่ีไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเหล่าน้ีได้ก็จะ
ประสบปัญหากระทบกับผลการเรียนได้ในเวลาต่อมา และจากปัญหาความเครียดและความกดดันท่ี
เกิดข้ึน จึงทําให้บริการทางการให้คําปรึกษาและทางด้านจิตวิทยาจะต้องเข้ามามีความสําคัญภายใน
โรงเรยี น ซง่ึ ได้มีการนําเสนอรปู แบบการจัดบริการทางดา้ นจิตวทิ ยาออกมาในลักษณะดังน้ี
1.) เสนอให้มีผู้เช่ียวชาญทางด้านจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ให้เข้ามามีบทบาทในการให้
คําปรึกษาเก่ียวกับสภาวะทางด้านจิตใจและสภาวะทางอารมณ์ให้แก่นักเรียนและบุคลากร
ภายในโรงเรียน
2.) มีการจัดต้ังหน่วยบริการทางสุขภาพจิตท่ีมีความจริงจังมากข้ึน โดยสามารถให้คําปรึกษา
วินิจฉัย รวมไปถึงการทําการบําบัดให้แก่นักเรียนท่ีประสบปัญหาทางด้านอารมณ์และ
จิตใจ
3.) มีการจดั หอ้ งให้คําปรึกษาโดยเฉพาะสําหรับผทู้ ต่ี ้องการรับคําปรกึ ษาจากผ้เู ช่ยี วชาญ
4.) จัดอบรมความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับทางจิตวิทยาและการให้คําปรึกษาแก่ครูภายในโรงเรียน
ให้สามารถทําการให้คําปรึกษาเบ้ืองต้นแก่นักเรียนได้ และสร้างความเข้าใจ รวมไปถึงการ
ปฏบิ ตั ิตวั ให้เหมาะสมกับนกั เรียนเม่อื พวกเขาตอ้ งเผชิญปัญหาเกย่ี วกบั ความเครยี ด
5.) ปรับตารางเรียน เพ่ิมเวลาทํากิจกรรม โดยจะต้องเป็นกิจกรรมท่ีมีความสร้างสรรค์และไม่
กดดันเด็กนักเรียนซ่ึงจะช่วยลดปัญหาในเร่ืองของความเครียด เช่น กิจกรรม Free day
14
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ท่ีเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถแสดงความสามารถหรือทําในสิ่งท่ีเป็นอิสระได้ใน 1 วันของ
ภาคการศึกษาน้นั เป็นตน้
§ พฤตกิ รรมของนกั เรียน
ปัญหาเก่ียวกับพฤติกรรมของนักเรียนเป็นปัญหาท่ีพบได้ท่ัวไป แต่ในบางคร้ังพฤติกรรม
บางอย่างท่ีเกิดข้ึนมักจะส่งกระทบท่ีรุนแรงมากข้ึน ซ่ึงปัญหาท่ีเก่ียวข้องพฤติกรรมต่าง ๆ เช่น
การมีพฤติกรรมท่ีก้าวร้าว การมีพฤติกรรมการทะเลาะวิวาทภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน
การมีพฤติกรรมท่ีไม่มีความรับผิดชอบในเร่ืองของการเรียน การมีพฤติกรรมการไม่สามารถปรับตัว
เข้ากับกลุ่มเพ่ือน และปัญหาการเสพสารเสพติด เป็นต้น ซ่ึงจากการนําเสนอการจัดสวัสดิการหรือ
กิจกรรมกไ็ ดม้ ีการเสนอใหแ้ กป้ ัญหาตา่ ง ๆ โดย
1.) เสนอให้นักสังคมสงเคราะห์เข้ามามีบทบาทในการช่วยเหลือให้นักเรียนสามารถปรับตัว
ให้กับสถานการณ์ต่าง ๆภายในโรงเรียน โดยจะต้องมีการทํางานร่วมกับครอบครัวและ
ชมุ ชน
2.) ครูประจําช้ันจะต้องทําการสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน และทําการจัดทําสมุดบันทึก
พฤติกรรมข้ึน ไว้ใช้สําหรับการบันทึกพฤติกรรมต่าง ๆของนักเรียนเป็นรายบุคคล
เ ม่ื อ พ บ ปั ญ ห า ก็ จ ะ ส า ม า ร ถ นํ า ไ ป ป รึ ก ษ า กั บ ท า ง นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ แ ล ะ แ จ้ ง ใ ห้ แ ก่
ครอบครวั ให้รับทราบ เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและปอ้ งกันปัญหาตอ่ ไป
3.) การเย่ียมบ้านเป็นส่ วนหน่ึงท่ีจะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของนักเรียนได้มากข้ึน
ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่ และความสัมพั นธ์การแสดงออกของเด็กและครอบครัว
ซ่ึงครูประจําช้ันควรมีบทบาทสําคัญในการเย่ียมบ้าน เพ่ือให้สามารถรับรู้ถึงปัญหาของ
พฤติกรรม และนาํ ข้อมลู เหลา่ นน้ั ไปประเมินและหาแนวทางในการแกไ้ ขปญั หา
§ ปัญหาทางดา้ นครอบครวั ของนกั เรียนภายในสถานศึกษา
ปัญหาท่ีสามารถส่งผลกระทบต่อเด็กได้หน่ึงในน้ัน คือ ปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากครอบครัวของเด็ก
ในโรงเรียนขยายโอกาสหรือโรงเรียนท่ีอยู่ตามพื้นท่ีชุมชนท่ีห่างไกล เด็กภายในโรงเรียนมักจะประสบ
ปัญหาดงั น้ี
1.) ครอบครัวมีปัญหาทางด้านสภาวะทางเศรษฐกิจท่ีไม่พร้อมสําหรับการส่งเด็กให้เข้ารับ
การศึกษาตามมาตรฐานท่ีกําหนดไว้ ส่งผลให้เด็กหลายๆคนไม่มีโอกาสเข้าถึงระบบ
การศึกษา หรือต้องออกจากการศึกษากระทันหันหลังจากเรียนจบในระดับช้ันมัธยมศึกษา
ตอนตน้
2.) เด็กส่วนใหญ่อยู่ในครอบครัวท่ีไม่สมบูรณ์ เช่น ครอบครัวเล้ียงเด่ียว ครอบครัวข้ามรุ่น
ครอบครัวท่ีเป็นพ่อแม่วัยรุ่น หรือครอบครัวท่ีต้องมีการโยกย้ายถ่ินฐานการทํางานอย่าง
15
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
สม่ําเสมอ ทําให้เด็กไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่สนับสนุนทางด้านการศึกษาอย่างเหมาะสม
และในบางรายอาจไม่ได้รบั การศึกษาท่ตี อ่ เน่อื ง
ซ่ึงจากปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากครอบครัวดังท่ีได้กล่าวไปข้างต้น ได้มีข้อเสนอแนะเก่ียววิธีการแก้ไข
ปญั หา และการจัดสวสั ดิการทเ่ี หมาะสม ดังน้ี
1.) การจัดบริการทางสังคมสงเคราะห์ภายในโรงเรียน เน่ืองจากหลายๆโรงเรียนมีเพียง
บริการท่ีเก่ียวข้องกับการแนะแนวทางการศึกษา การให้คําปรึกษาทางด้านจิตวิทยา
แต่ยังขาดบริการการให้คําปรึกษาทางสังคม ซ่ึงการให้คําปรึกษาทางสังคมก็เป็นสิ่งท่ีมี
ความสําคัญ โดยนักสังคมสงเคราะห์จะต้องมีบทบาทหน้าท่ีในการทํางานร่วมกับโรงเรียน
ครอบครัว และชุมชน ซ่ึงจะต้องเป็นผู้ทําให้ครอบครัวเห็นความสําคัญของการศึกษา
สําหรับเด็ก
2.) สนับสนุนทุนเก่ียวกับการศึกษาให้สําหรับนักเรียนท่ีมีความขาดแคลนทางด้านทุนทรัพย์
เพ่ื อเป็นการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระสํ าหรับครอบครัวท่ีเกิดความไม่พร้อมทางด้าน
เศรษฐกจิ
§ การเตรยี มความพรอ้ มและการสรา้ งพ้ืนทท่ี างการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ
หลายโรงเรียนได้มีการรับเด็กท่ีมีความพิเศษเข้ามาเรียนร่วมกับเด็กท่ัว ๆ ไปภายในโรงเรียน
แต่ถึงจะมีการเปิดรับนักเรียนท่ีมีความพิเศษเหล่าน้ีเข้ามาเรียนภายในโรงเรียนแล้ว แต่ก็ยังคงมี
หลักสู ตรหรือลักษณะรูปแบบของการเรียนท่ีไม่ค่อยเอ้ืออํานวยสํ าหรับเด็กท่ีมีความพิ เศษมากน้ัน
ซ่ึงส่งผลให้เด็กพิเศษท่ีต้องเข้ามาเรียนในสถานศึกษาไม่ได้รับการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
อย่างเต็มท่ี ซ่ึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสําหรับการปรับบริบทของหารเรียนให้เอ้ือต่อความต้องการ
ของเดก็ พิเศษสามารถทําไดด้ ังน้ี
1.) การให้ความรู้แก่ครูและบุคลากรภายในโรงเรียน โดยเป็นความรู้พื้นฐานท่ีมีความเก่ียวข้อง
กับเด็กพิเศษ เพื่อให้บุคลากรเกิดความรู้และความเข้าใจในการดูแลและปฏิบัติตัวให้
เหมาะสม
2.) จัดทําพ้ืนท่ีภายในโรงเรียนให้มีอํานวยความสะดวกและรองรับเด็กนักเรียนท่ีมีความพิเศษ
เฉพาะด้าน เช่น การจัดทําพ้ืนลาดชันสําหรับรถเข็นของนักเรียนท่ีมีความบกพร่อง
ทางด้านการเคล่ือนไหว การจัดทําทางเดินเท้าเฉพาะสําหรับนักเรียนท่ีมีความบกพร่อง
ทางสายตา เป็นตน้
16
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
4. บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ทางการศึกษา
จากการนําเสนอการจัดสวัสดิการทางการศึกษาสําหรับโรงเรียน ทําให้เห็นถึงความสําคัญในการ
ท่ีโรงเรียนควรจะมีนักสังคมสงเคราะห์มากย่ิงข้ึน โดยสามารถวิเคราะห์บทบาทของนักสังคม
สงเคราะหไ์ ด้ดงั น้ี
1.) บทบาทการให้คําปรึกษาแก่นักเรียน ครอบครัว ครู และบุคลากรภายในโรงเรียนเก่ียวกับด้าน
ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสภาวะทางอารมณ์และจิตใจ ด้านการปรับตัวและการเข้าสังคม
ซ่ึ ง ใ น ก า ร ใ ห้ คํ า ป รึ ก ษ า นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ จ ะ ต้ อ ง มี ค ว า ม เ ป็ น ก ล า ง ใ น ก า ร ใ ห้ คํ า ป รึ ก ษ า
และคาํ นึงถึงความแตกตา่ งในปัญหาและความต้องการในแตล่ ะบุคคล
2.) บทบาทการเป็นตัวกลางในประสานงานกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ให้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือ
จัดสวัสดิการต่าง ๆ และจัดหาทรัพยากรท่ีเป็นประโยชน์และมีความเหมาะสมสําหรับนักเรียน
และบุคลากรภายในโรงเรียน
3.) ประเมินวินิจฉัยปัญหาท่ีเกิดข้ึนกับนักเรียนภายในโรงเรียน รวมต้ังจะต้องดําเนินการจัดทํา
แผนการแก้ไข ป้องกัน ฟ้ นื ฟู และพัฒนาให้มีความเหมาะสมกับปัญหาหรือความต้องการของ
เด็กแต่ละกลุ่ม เพราะนักเรียนภายในโรงเรียนมีความเป็นปัจเจก สภาพปัญหาและความ
ตอ้ งการยอ่ มมคี วามแตกตา่ งกันไป
4.) บทบาทในการออกแบบสวัสดิการให้มีความสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียน โดยจะต้องทํา
การพิจารณาในเร่ืองของทรัพยากรท่ีมีอยู่โดยรอบ ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียน ครอบครัว
โรงเรียน และชุมชน เพื่อให้การออกแบบสวัสดิการทางการศึกษาเป็นไปในทิศทางท่ีเหมาะสม
สําหรบั เด็กภายในโรงเรียนทุก ๆ คน
5.) บทบาทการสนับสนุนให้นักเรียนสามารถเข้าถึงบริการทางการศึกษาได้อย่างท่ัวถึงและมี
ประสิทธิภาพ หากสถานศึกษายังไม่สามารถตอบสนองสวัสดิการข้ันพ้ืนฐานสําหรับนักเรียน
ได้ นักสังคมสงเคราะห์จะต้องเป็นกระบอกเสียงในการนําเสนอให้ทางฝ่ายบริหารทําการ
ปรับปรงุ และแก้ไขให้เกดิ ความเหมาะสมมาก
17
วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
ธมี า จติ รเพียรค้า 6105610411
การสรปุ บทเรยี นรู้จากการร่วมฟงั งานการออกแบบสวัสดิการนกั เรยี นในโรงเรยี น
(23 กรณีศึกษา) ได้แก่
1. โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม มธั ยม
2. โรงเรยี นบ้านไทยสามัคคี ปฐมวยั - ปฐมศึกษา
3. โรงเรยี นสุราษฎรพ์ ิทยา มธั ยมศึกษา 1 - 6
4. ศูนย์พัฒนาเดก็ เลก็ บ้านตลาดเขต พรีอนบุ าล
5. โรงเรียนบา้ นน้าํ งาว อนุบาล-มธั ยมศึกษาตอนต้น
6. โรงเรยี นสตรีพัทลงุ มธั ยมศึกษา 1 - 6
7. โรงเรยี นบ้านปลายแหลม ประถมศึกษา
8. โรงเรยี นพิบูลวทิ ยาลัย มธั ยมศึกษา 1 - 6
9. โรงเรียนสุราษฎรธ์ านี มธั ยมศึกษา 1 - 6
10. โรงเรยี นเทศบาล 4 สิทธไิ ชย์อปุ ถมั ภ์ ประถมศึกษา
11. โรงเรียนบ้านประจัน อนุบาล - ประถมศึกษา
12. โรงเรยี นสตรนี นทบุรี มัธยมศึกษา 1 - 6
13. โรงเรียนปทุมเทพวทิ ยาคาร มธั ยมศึกษา 1 - 6
14. โรงเรยี นระยองวิทยาคม มธั ยมศึกษา 1 - 6
15. โรงเรียนบ้านบงิ อนุบาล - มธั ยมศึกษาตอนตน้
16. โรงเรียนตราษกระการคุณ มัธยมศึกษา 1 - 6
17. โรงเรียนปราจีนราษฎรอาํ รุง มธั ยมศึกษา 1 - 6
18. โรงเรยี นอตุ รดติ ถ์ มธั ยมศึกษา 1 - 6
19. โรงเรียนเฉลิมพระเกยี รตสิ มเด็จพระศรนี ครินทร์ มัธยมศึกษา 1 - 6
20. โรงเรยี นรัตนราษฎรบ์ าํ รงุ มธั ยมศึกษา 1 - 6
21. โรงเรียนเตรียมอดุ มศึกษานอ้ มเกล้า มธั ยมศึกษา 1 - 6
22. โรงเรียนลาซาล อนุบาล - มธั ยมศึกษาตอนปลาย
23. โรงเรยี นพญาไท อนุบาล - ประถมศึกษา
โรงเรียนท้ังหมดท่ีกล่าวมาจะแตกต่างกันไปท้ังระดับการศึกษามีต้ังแต่ เตรียมอนุบาลไปจนถึง
ระดับมัธยมปลาย และโรงเรียนท่ีเป็นโรงเรียนศาสนาคริสต์ รวมไปถึงโรงเรียนกลุ่มชาติพั นธ์ุ
ทําให้บทบาทหน้าท่ีของครูแต่ละระดับช้ันแตกต่างกันไปตามระดับอายุของเด็กท่ีเข้าศึกษา ปัญหาและ
ข้อจํากัดท่ีเกิดข้ึนในโรงเรียน โรงเรียนระดับมัธยมส่วนใหญ่จะมีปัญหาเร่ืองการจัดตารางเรียนของ
ดรงเรียนท่ีแน่นเกินไป อีกท้ังเด็กในระดับมัธยมปลายจะต้องแบกรับความกดดันในการสอบเข้า
มหาวิทยาลัยทําให้เกิดความเครียดมากข้ึน โรงเรียนระดับประถมวัยส่วนใหญ่จะประสบปัญหาเด็กขาด
18
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
การดูแลและเอาใจใส่ การแยกทางกันของผุ้ปกครองส่งผลต่อการดําเนินชีวิตของเด็ก รวมถึงความ
พร้อมในการเล้ียงดู ปัญหาเร่ืองทุนทรัพย์ พฤติกรรมเลียนแบบคนในชุมชนท่ีติดการอบายมุขไป
จนถึงปัญหาด้านยาเสพติดในแหล่งชุมชน ท้ังหมดน้ีล้วนส่งผลต่อการพัฒนาของเด็ก อีกท้ังเด็ก
ใ น ช่ ว ง น้ี เ ป็ น วั ย ท่ี กํ า ลั ง เ รี ย น รู้ ใ น ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต เ ป็ น ผู้ ใ ห ญ่ ค ว ร ไ ด้ รั บ ก า ร อ บ ร ม สี่ ง ส อ น แ ล ะ มี
แบบอยา่ งทด่ี ใี นการดําเนินชีวติ มเิ ชน่ นน้ั จะสั่งผลเสียตอ่ ตวั เด็กเองในการเตบิ โตเปน็ ผใู้ หญ่ตอ่ ไป
สวัสดิการท่ีเหมาะสมควรจัดตามระดับการศึกษาของเด็กซ่ึงจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละ
ระดับช้ัน ไม่ว่าจะเป็น เตรียมอนุบาลท่ี ควรจัดกิจกรรมท่ีสามารถพัฒนาเด็กทางร่างกาย อารมณ์
จิตใจ สังคมและสดิปัญญา โดยใช้ส่ือเป็นตัวช่วยไม่ว่าจะเป็นของเล่น หรือสื่อธรรมชาติ และจัดใน
รูปแบบบูธณาการผ่านการเล่น เพ่ือพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา
เพราะเป็นแรกเร่ิมการเรียนรู้ ระดับประถมวัย และโรงเรียนท่ีมีเด็กพิเศษโรงเรียนยังขาดความร่วมมือ
ระหว่างครูท่ัวไปกับครูศึกษาพิเศษซ่ึงเป็นการเรียนร่วมแนวคิดใหม่เป็นความร่วมมือและรับผิดชอบ
ร่วมกันของครูท้ังสองฝ่าย เพื่อช่วยเหลือเด็กท่ีมีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้และจัดสวัสดิการท่ี
เหมาะสม อีกท้ังการเรียนการสอนตามระบบท่ีกระทรวงศึกษาท่ีการจัดทําข้ึนไม่สามารถตอบโจทย์การ
เรียนของเด็กได้ ทําให้เด็กได้รับความเครียดมากเกินไปอีกท้ังยังจํากัดช่วงเวลานันทนาการท่ีเด็ก
สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองดังน้ันควรส่ งเสริมให้เด็กได้ทํากิจกรรมตามวัยมากข้ึนเพื่ อไม่ให้เด็ก
กดดันตัวเองมากเกินไปและเปิดโอกาสให้ค้นหาความถนัดของตนเอง ส่งเสริมความเท่าเทียมในการ
ปฏิบัติตัวต่อครูและนักเรียนเพ่ือไม่ให้เกิดความไม่เท่าเทียมข้ึน ควรมีบริการแนะแนวในการให้คําแนะนํา
รับฟงั และให้คําปรึกษากับเด็กท่ีดําเนินการโดยผู้เช่ียวชาญเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กสามารถระบายความ
ในใจของตนได้อย่างเปิดเผยและสามารถรับคําแนะนําไปปฏิบัติใช้กับตนเองได้ บริการทุนการศึกษาท่ี
เด็กทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ส่งเสริมให้ครูในโรงเรียนได้รับคําแนะนําในการตรวจ
สุขภาพจิตเน่ืองจากครูจะเป็นผู้ท่ีต้องดูแลเด็กโดยตรงสุขภาพจิตท่ีดีของครูจึงเป็นเร่ืองสําคัญ
ระดับมัธยมอย่างท่ีทราบกันดีว่าเด็กในวัยน้ีต้องแบกรับความกดดันเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเด็ก
มั ธ ย ม ต้ น ท่ี ต้ อ ง ส อ บ เ ข้ า ร ะ ดั บ มั ธ ย ม ป ล า ย แ ล ะ เ ด็ ก มั ธ ย ม ป ล า ย ท่ี จ ะ ส อ บ เ ข้ า ศึ ก ษ า ต่ อ ใ น
ระดับอุดมศึกษา ทําให้พวกเค้าเกิดความเครียดได้ง่าย อีกท้ังเด็กบางคนมีปัญหาเร่ืองทุนทรัพย์ทําให้
เกิดความยากลําบากในการเรียนต่อ สวัสดิการท่ีควรจัดให้เด็กระดับมัธยมน้ัน ควรมีสวัสดิการด้าน
ทุนการศึกษา บริการแนะแนวการศึกษาต่อเพื่อให้เด็กสามารถศึกษาต่อในส่ิงท่ีตนเองสนใจ บริการ
ด้านจิตวิทยาในการ ให้คําแนะนําปรึกษา และรับฟงั ปัญหาของเด็กจากผู้เช่ียวชาญในการให้คําปรึกษา
ด้านจิตวิทยาเพ่ือให้เด็กสามารถระบายความในใจและปัญหาท่ีตนเองกําลังเผชิญอยู่ อีกท้ังควรจัด
สวัสดิการสําหรับเด็กพิเศษเพ่ือส่งเสริมให้เด็กพิเศษสามารถเรียนร่วมกับเพื่อนๆในช้ันเรียนท่ีมีเด็ก
พิ เศษได้อีกท้ังควรส่ งเสริมความเข้าใจในการปฏิบัติตัวต่อเด็กพิ เศษเพ่ื อป้องกันการถูกรังแกถูก
แบง่ แยกในช้นั เรียน
บทบาทนักสังคมสงเคราะห์ ส่วนใหญ่จะทําหน้าท่ีในการเป็นผู้ประสานงานหรือตัวกลางในการ
เช่ือระหว่างเด็ก ครอบครัว โรงเรียน และชุมชน ประสานงานร่วมกับครอบครัวและโรงเรียนในการ
สร้างความม่ันคงทางจิตใจและส่งเสริมการสร้างสัมพันธภาพร่วมกันระหว่างเด็ก ครู ผู้ปกครองและ
ชุมชน เพ่ือหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาท่ีอาจกระทบต่อเด็ก, ประเมินสภาพร่างกาย จิตใจ
พัฒนาการเด็ก เฝ้าระวังความรุนแรงท่ีอาจเกิดข้ึนกับเด็กผ่านการสังเกตและประเมินสุขภาพจิตเด็ก,
19
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ทํางานร่วมกับสหวิชาชีพ, จัดบริการให้คําปรึกษาท่ีเด็กสามารถเข้าถึงไห้ง่าย เพื่อให้เด็กสามารถรับ
คําปรึกษาหาแนวทางการแก้ไขและนําคําแนะนําไปปรับใช้กับตนเอง, จัดรูปแบบการประชุมให้กับ
โรงเรียนเน่ืองจากนักสังคมสงเคราะห์จะเป็นผู้ประสานงานระหว่างเด็ก ครอบครัว โรงเรียน และ
ชุมชน
20
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
กลุ นนั ท์ บญุ เฉลียว 6105610536
กรณศี ึกษาท่ี 1 โรงเรียนทา่ วังพิทยาคม
เ ป็ น โ ร ง เ รี ย น ท่ี อ ยู่ ใ น เ ข ต พ้ื น ท่ี ท่ี ล้ อ ม ร อ บ ด้ ว ย ชุ ม ช น ทุ่ ง น า แ ล ะ ภู เ ข า เ ป็ น ส่ ว น ม า ก
มีกิจกรรมการบริการ สวัสดิการในโรงเรียนท่ีหลากหลายท้ังบริการท่ีพักอาศัยแต่มีจํานวนน้อย
สําหรับเด็กท่ีอยู่ห่างไกลและโควต้านักกีฬาเท่าน้ัน การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา
กับชุมชน การบริการเก่ียวกับองค์กรภาครัฐและเอกชน รวมถึงการปรับเปล่ียนพฤติกรรมผู้เรียน
กิ จ ก ร ร ม น้ี มี ท ห า ร เ ข้ า ม า มี บ ท บ า ท เ ป็ น อ ย่ า ง ม า ก เ ป็ น ผู้ ค ว บ คุ ม กิ จ ก ร ร ม แ ล ะ มี ก า ร ส่ ง นั ก เ รี ย น
ท่ีมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้าค่ายทหาร กิจกรรมท่ีน่าสนใจคือ กิจกรรมส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง
สถานศึกษากับชุมชนท่ีมีการส่งเสริมการปลูกข้าว การเกษตรและส่งเสริมประเพณีต่าง ๆ เน่ืองจาก
คนในพื้ นท่ีและตัวนักเรียนเองน้ันมีความหลากหลายทางชาติพั นธ์ุ ยังมีกิจกรรมท่ีส่งเสริม
ศิลปะวัฒนธรรมในคงอยู่ โดยท่ีให้เด็กในแต่ละตําบลมาคุยกันและแข่งขันกัน การจัดสวัสดิการ
ท่ีเหมาะสมในด้านกิจกรรมนันทนาการเป็นส่ิงท่ีสมควรเป็นอย่างมาก เน่ืองจากมีเด็กนักเรียนบางกลุ่ม
ถูกลดทอนคุณค่า การปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมจากปัจจัยทางศาสนา การเพ่ิมกิจกรรมนันทนาการ
ให้มีความหลากหลายเหมาะสมกับทุกกลุ่ม ควรไม่มีการปิดก้ันการแสดงออกอย่างอิสระ
บทบาทของนักสั งคมสงเคราะห์ในโรงเรียนคือการสร้างความสั มพั นธ์ระหว่างผู้สอนและนักเรียน
อ ย่ า ง ท่ี เ พ่ื อ น ไ ด้ บ อ ก ว่ า ค รู ส่ ว น ม า ก เ ป็ น ผู้ มี อ า ยุ ค ว ร ท่ี จ ะ มี ก า ร ล ด ช่ อ ง ว่ า ง ร ะ ห ว่ า ง วั ย
เพื่อการเรยี นการสอนทม่ี ีประสิทธิภาพมากย่งิ ข้นึ
กรณศี ึกษาท่ี 2 โรงเรียนบ้านไทยสามคั คี
ส ภ า พ โ ด ย ร ว ม ข อ ง ส ถ า น ก า ร ณ์ ใ น โ ร ง เ รี ย น น้ั น มี ห ล า ย อ ย่ า ง ท่ี นํ า ไ ป สู่ ก า ร ข า ด ก า ร ดู แ ล เ ด็ ก
อย่างท่ัวถึง เน่ืองจากสภาพแวดล้อมอยู่ในชุมชนท่ีครอบครัวส่วนมากเป็นครอบครัวแหว่งกลาง
การไปทํางานต่างถ่ินของพ่อแม่ทําให้เด็กของอยู่ในความดูแลของปู่ย่า-ตายาย เกิดการขาดเอาใจใส่
ท่ีเพียงพอ ผู้ปกครองบางส่วนมีรายได้ท่ีไม่เพียงพอ หรือบางส่วนไม่มีรายได้สนับสนุนการเรียน
ของเด็กเลย ในชุมชนยังมีค่านิยมท่ีเช่ือว่าเรียนไม่ต้องสู งมากเพ่ื อท่ีจะออกมาทํางานต่อ
และเกิดความสัมพันธ์ท่ีห่างเหิน ทําให้ตัวเด็กเองไม่มีความอยากเรียนต่อและยากในการปรับตัว
ส่งผลให้ผลการเรียนมีความแย่ลง อีกท้ังในชุมชนยังมีเร่ืองของปัญหายาเสพติด เกิดพฤติกรรม
เลียนแบบ เน่ืองจากจังหวัดหนองคายมีปัญหาเร่ืองยาเสพติดในชุมชนมาอย่างยาวนาน
จึงเป็นเร่ืองยากท่ีปัญหาเหล่าน้ีจะไม่เกิดข้ึนโรงเรียนเลย ดังน้ันการป้องกันและแก้ไขเก่ียวกับเร่ืองน้ี
จึ ง เ ป็ น ส่ิ ง สํ า คั ญ ม า ก สิ่ ง ท่ี นั ก ศึ ก ษ า ส น ใ จ คื อ เ ร่ื อ ง ข อ ง ทุ น ก า ร ศึ ก ษ า ท่ี มี ม า ก ม า ย
ซ่ึ ง แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง ค ว า ม เ อ า ใ จ ใ ส่ ข อ ง ชุ ม ช น ต่ อ นั ก เ รี ย น โ ร ง เ รี ย น แ ล ะ บุ ค ล า ก ร
รวมถึงนักสังคมสงเคราะห์ควรท่ีจะมีการดูแลและผลักดันด้านแรงจูงใจท่ีอยากจะมีความต้องการ
ศึกษาต่อของนักเรียน และแนะนําให้มีการจัดกิจกรรมสําหรับเด็กทุกคนท่ีมีความสามารถเฉพาะตัว
21
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
ท่ีแตกต่างกันไป เช่น การมอบประกาศณียบัตรด้านต่าง ๆ ไม่จําเป็นต้องเป็นด้านวิชาการเสมอไป
เพ่ือเสรมิ สร้างแรงจูงใจให้แกเ่ ดก็ นกั เรียน รวมท้งั ดูแลดา้ นยาเสพติดอยา่ งเข้มงวดรวมกบั ชุมชน
กรณีศึกษาท่ี 3 โรงเรยี นบา้ นสุราษฎร์พิทยา
เป็นโรงเรียนท่ีส่งเสริมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก มีท้ังห้องเรียนพิเศษ
ท่ีส่งเสริมความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น
และห้องเรียนพิเศษส่งเสริมความเป็นเลิศทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
ซ่ึงทําให้เกิดการท่ีนักเรียนในห้องเรียนท่ัวไปไม่ได้รับการเอาใจใส่เท่าท่ีควร หรือไม่ได้รับการส่งเสริม
ทางการศึกษาท่ีเท่าเทียม หลักสูตรการเรียนไม่สามารถนําไปใช้ในชีวิตจริงได้ ครูจะให้ความสนใจเด็ก
เรียนเก่งและส่งเสริมเด็กเหล่าน้ีเท่าน้ัน มีการใช้กฎระเบียบท่ีเข้มงวดจนเกินไป โรงเรียนเน้นสร้าง
ช่ือเสียงด้านการแข่งขันวิชาการ ครูขาดการมีปฏิสัมพันธ์ท่ีไม่ดีต่อเด็ก ทําให้เด็กนักเรียนขาด
แรงจูงใจในการเรียน การออกแบบสวัสดิการท่ีเหมาะสมกับโรงเรียนคือ การส่งเสริมนักเรียน
ห้องเรียนท่ัวไปให้เท่าเทียมกันกับเด็กคนอ่ืน ควรมีการจัดกิจกรรมสันทนาการท่ีมีความสนุกสนาน
เด็กนักเรียนสามารถเข้าร่วมกกิจกรรมได้อย่างสนุกสนานและไม่มีความเครียด เน่ืองจากการเรียน
การสอนท่ีมีความเข้มงวดมากเกินไป และนักสังคมสงเคราะห์มีส่วนร่วมในการออกแบบกิจกรรม
ใหส้ อดคล้องกบั สถานการณข์ องเด็กนักเรียน
กรณศี ึกษาท่ี 4 ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ บ้านตลาดเขต
เ ป็ น ศู น ย์ พั ฒ น า เ ด็ ก เ ล็ ก ท่ี เ ป็ น ศู น ย์ เ ล็ ก ๆ แ ล ะ มี จํ า น ว น เ ด็ ก ใ น ศู น ย์ แ ค่ เ พี ย ง 60 ค น
อี ก ท้ั ง บ ท บ า ท ห น้ า ท่ี ข อ ง ค รู น้ั น มี ส่ ว น ร่ ว ม เ ป็ น อ ย่ า ง ม า ก ท้ั ง ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ท่ี คิ ด ร่ ว ม กั บ เ ด็ ก
การจัดสภาพแวดล้อมต่าง ๆ การกระตุ้นให้เด็กร่วมคิด แก้ปัญหา และค้นคว้าหาคําตอบได้ด้วยเอง
รวมถึงใช้กิจกรรมเล่นเป็นสื่อการเรียนรู้สําหรับเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ สวัสดิการและบริการ
กิจกรรมได้แก่ กิจกรรมการเคล่ือนไหวตามจังหวะ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมเสร กิจกรรม
ส่งเสริมประสบการณ์ กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา ครอบครัวในชุมชนน้ีส่วนมาก
ประกอบอาชีพเกษตรกร เม่ือพ่อแม่ออกไปทํางานเด็กจึงอยู่กับผู้อายุในบ้าน ทําให้เด็กได้รับการดูแล
จากคนในครอบครัวตลอดท้ังวัน และครอบครัวส่วนมากจึงไม่ค่อยส่งลูกหลานมาท่ีศูนย์เด็กเล็กมาก
กิจกรรมสําหรับเด็กเล็กจึงเป็นส่วนสําคัญท่ีส่งเสริมการเจริญเติบโต และพัฒนาการต่าง ๆ ของเด็ก
นักสังคมสงเคราะห์ควรเข้ามามีบทบาทในส่วนการจัดกิจกรรมท่ีส่งเสริมเด็ก การคิดกิจกรรม
นันทนาการร่วมกับครูและผู้ปกครองโดยผ่านการประเมินกายจิตสังคมท่ีเหมาะสม การเฝ้าระวังความ
รนุ แรงท่อี าจจะเกดิ ข้นึ จากเดก็ ดว้ ยกนั เอง หรอื การใชค้ วามรนุ แรงระหวา่ งครกู บั เด็ก
22
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
กรณศี ึกษาท่ี 5 โรงเรียนบา้ นนา้ํ งาว
เป็นโรงเรียนท่ีสอนต้ังแต่ระดับช้ันอนุบาลจนถึงมัธยมต้น ท่ีน่าสนใจคือ นักเรียนทุกคน
เป็นกลุ่มชาติพั นธ์ุเม่ียน นักเรียนส่วนใหญ่อยู่กับปู่ย่า-ตายาย ถือเป็นครอบครัวแหว่งกลาง
เ ด็ ก ส่ ว น ใ ห ญ่ มี พ ฤ ติ ก ร ร ม ไ ป โ ร ง เ รี ย น ส า ย แ ล ะ ไ ม่ ต้ั ง ใ จ เ รี ย น เ ด็ ก ข า ด ก า ร เ อ า ใ จ ใ ส่ ท่ี ดี
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนท่ีเด็กนักเรียนไม่มีแรงจูงใจในการศึกษาต่อ เด็กนักเรียนไม่มีเป้าหมาย
ไม่มีทิศทาง เน่ืองจากมีความคิดว่าท่ีว่าจบการศึกษาวุฒิม.3 เพื่ อท่ีจะได้ไปทํางานต่อเท่าน้ัน
และยังมีสวัสดิการท่ีหลากหลายเหมาะสมกับเด็กนักเรียน เช่น สวัสดิการอาหารเสริม และสวัสดิการ
คูปองการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ เป็นต้น แต่การจัดสวัสดิการท่ียังขาดตกบกพร่องเน่ืองจาก
โรงเรียนไม่มีบุคลากรครบทุกหน้าท่ี การดําเนินงานจึงดําเนินไปอย่างไม่ราบร่ืน การจัดสวัสดิการ
ท่ีเหมาะสมท่ีน่าสนใจคือการส่งเสริมร่วมกับสถาบันอ่ืน ๆ เป็นการส่งเสริมและสนับสนุนในด้าน
การศึกษาต่อด้านอาชีพตามความสามารถและความสนใจของนักเรียน โรงเรียนควรเสริมสร้าง
แรงจูงใจในการศึกษาต่อ หากนักเรียนคนไหนมีความสามารถด้านใดก็ควรท่ีจะส่งเสริมและผลักดัน
ให้เรียนต่อด้านสายอาชีพน้ัน เพ่ือให้ได้รับการศึกษาท่ีเพ่ิมมากข้ึนจนสามารถนําไปประกอบอาชีพ
ได้จริง และยังได้วุฒกิ ารศึกษาท่สี ูงมากข้นึ
กรณีศึกษาท่ี 6 โรงเรียนบ้านสตรพี ัทลุง
เป็นโรงเรียนระดับมัธยมท่ีมีขนาดใหญ่พิเศษในรูปแบบสหศึกษา สวัสดิการและบริการ กิจกรรม
ในโรงเรียน เช่น ตารางเรียนของนักเรียนช้ันม.6 ท่ีโดยปกติจะมีการเรียนท่ีครบตามหลักสูตร
และเกิดปัญหาข้ึนท่ีว่าในช่วงเทอมหน่ึงหรือเทอมสองน้ันมีการตัดรายวิชาด้านศิลปะและพลศึกษาออก
เพ่ือเพิ่มเวลาในการจัดการติวสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้นักเรียน ซ่ึงจะเน้นท่ีรายวิชาวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษเป็นส่วนมาก การจัดรายวิชาเหล่าน้ีเกิดข้ึนแค่จากมุมมองของครู
ความคาดหวังจากผู้ปกครอง หรือค่านิยมของสังคมท่ีอยากให้เด็กนักเรียนเรียนด้านวิทยาศาสตร์
และคณิตศาสตร์เท่าน้ัน แต่ตัวเด็กเองกลับไม่มีส่วนร่วมในการจัดรายวิชาตามความสนใจเลย
นักสังคมสงเคราะห์ควรเข้ามามีบทบาทในด้านการให้คําปรึกษาและสร้างความเข้าใจให้แก่บุคลากร
ในโรงเรียนในด้านการไม่เลือกปฏิบัติหรือส่งเสริมแค่ด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เท่าน้ัน
แ ล ะ แ น่ น อ น ว่ า นั ก เ รี ย น เ อ ง ก็ มี ค ว า ม เ ค รี ย ด ค ว า ม ก ด ดั น จ า ก ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ร อ บ ตั ว
ค ว ร มี ก า ร จั ด กิ จ ก ร ร ม นั น ท น า ก า ร ท่ี ส ร้ า ง ส ร ร ค์ แ ล ะ ส นุ ก น า น สํ า ห รั บ ก า ร ค ล า ย เ ค รี ย ด
อีกประเด็นท่ีน่าสนใจคือ การบังคับใช้กระเป๋าเป้ของโรงเรียน แต่เน่ืองจากเด็กบางคนมีข้อจํากัด
ด้านการเงินเพราะค่อนข้างราคาสูงหรือปัจจัยอ่ืน โดนท่ีครูทําการลงโทษคนท่ีไม่ใช้กระเป๋า
โดยให้ใส่ถุงพลาสติกแทนเร่ืองน้ีส่งผลระทบต่อจิตใจของนักเรียนเป็นอย่างมาก นักเรียนควรได้รับ
อสิ ระในการเลอื กใชก้ ระเป๋ามากข้นึ
23
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
กรณีศึกษาท่ี 7 โรงเรยี นบ้านปลายแหลม
เป็นโรงเรียนปฐมศึกษาขนาดกลางท่ีมีจํานวนเด็กนักเรียนประมาณ 370 คน สถานการณ์
ภายในโรงเรียนน้ันมีปัญหาด้านพั ฒนาการจากเด็กนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางการพู ด
และเด็กนักเรียนท่ีเป็นกลุ่มชาติพันธ์ุ มีความไม่คุ้นชินกับภาษา ทําให้พู ดไม่ชัดเจนไม่สามารถเข้าใจ
ป ร ะ โ ย ค ท่ี มี ค ว า ม ซั บ ซ้ อ น ไ ด้ ปั ญ ห า ด้ า น ก า ร อ่ า น ก า ร เ ขี ย น ร ว ม ถึ ง ด้ า น ก า ร คิ ด วิ เ ค ร า ะ ห์
ทางคณิตศาสตร์ ปัญหาเหล่าน้ีเป็นปัญหาท่ีขัดขวางด้านการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นอย่างมาก
และยังเกิดปัญหาท่ีว่าเด็กนักเรียนกลุ่มน้ีถูกเพ่ื อนมองอย่างแปลกแยก ไม่เหมือนคนท่ัวไป
โ ร ง เ รี ย น แ ล ะ บุ ค ล ก า ร ร ว ม ถึ ง นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ค ว ร ร่ ว ม กั น จั ด ก า ร ก า ร ส ร้ า ง ห ลั ก สู ต ร ใ ห ม่
ท่ีตอบสนองต่อเด็กกลุ่มน้ี ในความคิดเห็นของนักศึกษาเอง อยากให้มีการจัดหลักสูตรการสอน
ท่ีมีภาษาของกลุ่มชาติพั นธุ์น้ัน ๆ ด้วย เพ่ื อท่ีเด็กกลุ่มน้ีสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
และมีประสิทธิภาพมากข้ึน และการจัดการดูแลเด็กท่ีมีความบกพร่องทางการพูด ควรมีครูสําหรับเด็ก
กลุ่มน้ีโดยเฉพาะหรือครูท่ีจบด้านเด็กท่ีมีความบกพร่องโดยตรง เพ่ื อเสริมสร้างการสอน
ท่ตี รงกับสภาพของเด็กเอง
กรณศี ึกษาท่ี 8 โรงเรยี นพิบลู วทิ ยาลยั
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนมัธยมศึกษาท่ีมีขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนถึง 3,000 คน และมีห้องเรียน
อีกแยกย่อยหลายแผนการเรียน มีสวัสดิการบริการและกิจกรรมอีกมากมายท้ัง การเย่ียมบ้าน
ในกรณีพิเศษและท่ัวไปท่ีนักเรียนกลุ่มยากจน ประสบภัยพิบัติต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
หรืออยู่ในพ้ืนท่ีห่างไกล เดินทางลําบาก ในส่วนน้ีผู้อํานวยการโรงเรียนน้ันเป็นผู้ลงพ้ืนท่ีไปเย่ียมด้วย
ตนเองและพิ จารณาการช่วยเหลือในข้ันตอนต่อไป แต่เน่ืองจากบางครอบครัวท่ีอยู่ไกล
อาจจะทําให้เกิดการเย่ียมบ้านท่ีไม่ท่ัวถึง และบริการด้านสุขภาพประจําปีโดยแพทย์ เช่น การตรวจ
สายตาเพ่ื อในกรณีการตัดแว่นสายตาให้นักเรียน การตรวจตาบอดสี ตรวจฟัน เป็นต้น
และบทบาทนักสังคมสงเคราะห์โรงเรียนน้ัน ควรมีบทบาทในการจัดกิจกรรมสันทนาการท่ีเพิ่มมากข้ึน
และเด็กนักเรียนทุกคนสามารถเข้าร่วมได้ รวมท้ังการประเมินกาย จิต สังคม และด้านการให้การ
ปรกึ ษาสําหรบั เด็กท่มี คี วามเครียดหรือเดก็ ท่มี ีความเครียดจากครอบครัวทย่ี ากจน
กรณศี ึกษาท่ี 9 โรงเรยี นสุราษฎร์ธานี
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนมัธยมศึกษาท่ีมีขนาดใหญ่พิเศษอีกเช่นกัน มีนักเรียนประมาณ 3,000
คน สถานการณ์ปัญหาท่ีเกิดข้ึนภายในโรงเรียน คือการท่ีมีกฎระเบียบท่ีเข้มงวดมากเกินไป
เช่น การให้คะแนนความประพฤติของนักเรียนและมีการหักคะแนนจากการปฏิบัติตนผิดระเบียบ
และความขัดแย้งระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน การจัดสวัสดิการท่ียังไม่เห็นรูปธรรมมากนัก
แ ล ะ นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ค ว ร เ ข้ า ม า มี บ ท บ า ท ร่ ว ม กั บ ค รู ใ น ก า ร จั ด ส วั ส ดิ ก า ร แ ล ะ กิ จ ก ร ร ม
เช่น ชมรม Friend for Friend สามารถนําไปต่อยอดไดอ้ ีก
24
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
กรณีศึกษาท่ี 10 โรงเรียนเทศบาล 4 สิทธิชยั อุปถมั ภ์
โรงเรียนประถมศึกษาท่ีต้ังอยู่ใกล้แหล่งชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรม เด็กนักเรียนส่วนใหญ่
เป็นเด็กท่ีครอบครัวมาจากต่างถ่ินย้ายเข้ามาทํางาน มีรายได้ปานกลางจนถึงน้อย ครอบครัวส่วนมาก
เป็นครอบครัวท่ีไม่สมบูรณ์ เช่น ครอบครัวเล้ียงเด่ียว ครอบครัวข้าวรุ่น และครอบครัววัยรุ่น
ทําให้ขาดความพร้อมในการดูแลลูกและขาดการสนับสนุนด้านการเงิน เม่ือไม่ได้รับการเอาใจใส่ท่ีดีเด็ก
จึงขาดความอบอุ่นและไม่มีผู้ปกครองสอนเร่ืองมารยาทในการเข้าสังคม มีปัญหาด้านพฤติกรรม
เด็กต้องดูแล และสถานการณ์ในโรงเรียนท่ีครูมุ่งให้แต่เด็กทําการบ้าน ไม่ได้มีการส่งเสริมด้าน
นันทนาการตามวัยตนเอง การจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมกับเด็กเหล่าน้ีควรทํางานร่วมกับ
นักสังคมสงเคราะห์ เพ่ือท่ีจะประเมินด้านกาย จิต สังคมเพ่ือจัดบริการและกิจกรรมท่ีเหมาะสม
และส่งเสริมด้านการเข้าสังคม และปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และการจัดความเหมาะสมของจํานวน
ห้องเรยี นให้ครสู ามารถดแู ลเดก็ ได้อยา่ งทว่ั ถงึ
กรณศี ึกษาท่ี 11 โรงเรยี นบา้ นประจัน
เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สอนต้ังแต่ระดับอนุบาล-ประถมศึกษา เด็กนักเรียนท้ังโรงเรียนนับถือ
ศาสนาอิสลามทุกคน มีการใช้ภาษามาลายูถ่ินในการเรียนการสอน การจัดหลักสูตรทําให้นักเรียน
สามารถเรียนรู้ได้ท่ามกลางพหุวัฒนธรรม และภาษาเรียกว่า “การจัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษา”
และในการรับเด็กเข้าศึ กษาต่อน้ันโรงเรียนมีวิธีการสํ ารวจเชิงรุกโดยลงไปในแต่ละพื้ นท่ี
เพ่ือรับเด็กเข้าเรียนต่อเองโดยท่ีไม่ต้องมาสมัครท่ีโรงเรียน โรงเรียนต้องการดึงเด็กเข้ามาเรียน
ให้มากข้ึน เพราะครอบครัวเด็กส่วนมากไม่ต้องการให้เด็กมาเรียนในโรงเรียนด้วยข้อจํากัดทางภาษา
และเด็กท่ีมาจากในชุมชนเองก็จะได้แหล่งเรียนรู้ท่ีมาจากในชุมชนของตนเอง เช่น การเกษตร
งานอาชีพวิถีชุมชน เป็นต้น โรงเรียนและบุคลการรวมถึงนักสังคมสงเคราะห์ควรร่วมกันจัดการ
การสร้างหลักสูตรใหม่ท่ีตอบสนองต่อเด็กกลุ่มน้ี เพ่ือท่ีเด็กกลุ่มน้ีสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว
และมปี ระสิทธิภาพมากข้นึ
กรณีศึกษาท่ี 12 โรงเรียนสตรีนนทบรุ ี
โรงเรียนหญิงล้วนท่ีเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ ในจังหวัดนนทบุรี มีสายการเรียน
ท่ีหลากหลายท้ัง สายวิทย์-คณิต ภาษา รวมไปถึงห้องเรียนพิเศษท่ีเป็นสายอาชีพ เม่ือเป็นโรงเรียน
หญิงล้วนทําให้การควบคุมกฎระเบียบของโรงเรียนน้ันเข้มงวดมาก โรงเรียนให้ความสําคัญกับการ
เรียนเป็นอันดับหน่ึงจึงมีการแข่งขันภายในสูง เด็กนักเรียนมีภาวะเครียด มีความกดดันในโรงเรียน
เพื่อให้ประสบความสําเร็จ ได้รับโอกาสเพิ่มมากข้ึน เช่น ได้รับรางวัล และเกียรติบัตร เป็นต้น
การจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมจึงเป็นการเพิ่ มกิจกรรมสันทนาการ เช่น ชมรมตามความสนใจ
ของนักเรียนโดยไม่มีการปิดกันทางความคิด เพื่อท่ีจะได้รับการคลายเครียดและได้ทํากิจกรรมสันทนา
25
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
ก า ร อ ย่ า ง ส นุ ก ส น า น นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ค ว ร เ ข้ า ม า มี บ ท บ า ท ใ ห้ ก า ร ช่ ว ย ทํ า ง า น กั บ ค รู
สร้างความตระหนักว่าการเอาใจใส่ท่ีมากเกินไปส่งผลให้เกิดผลลบกับนักเรียน และการท่ีเด็กนักเรียน
ห้องเรียนพิเศษไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเท่าเทียม เน่ืองจากเด็กส่วนมากเป็นเด็กกิจกรรม
และนักกีฬา ควรมีการส่งเสริมต่อยอดด้านท่ีนักเรียนสนใจหรือมีความสามารถเพื่อการศึกษาต่อ
ในอนาคตของตัวเดก็ เอง
กรณีศึกษาท่ี 13 โรงเรยี นปทมุ เทพวิทยาคาร
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนท่ีเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิ เศษ ต้ังอยู่ในจังหวัดหนองคาย
ติดชายประเทศ สถานการณ์ในโรงเรียนน้ันมีท้ังเร่ืองการลอกเลียนแบบพฤติกรรม เช่น การสูบบุหร่ี
การเสพยาเสพติด การใช้ความรุนแรง เป็นต้น ท่ีน่าสนใจคือ มีนักเรียนท่ีเป็นโรคซึมเศร้าเพ่ิมมากข้ึน
และได้โพสตอ์ ยากฆา่ ตวั ตายมากข้นึ จงึ มีการจดั การดูแลอยา่ งใกลช้ ิด ทง้ั การรวบรวมรายชอ่ื นกั เรยี น
ท่ีมีความเส่ียงและการส่งตัวรักษาต่อ ปัญหาส่วนมากน้ันมาจากครอบครัวเป็นหลัก คือเป็นครอบครัว
เล้ียงเด่ียว หรือการมาอยู่ท่ีหอคนเดียว ในบางกรณีก็เป็นพฤติกรรมเลียนแบบท่ีเกิดข้ึน และการเรียน
การสอนท่ีมีความเข้มข้นมาก ท้ังในแผนการเรียนท่ีเพิ่งเปิดใหม่คือ แผนการเรียนท่ีเน้นด้านกฎหมาย
ทําให้ปกติโรงเรียนท่ีเน้นด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์อยู่แล้ว กลายเป็นการเพิ่มความกดดันมาก
ข้ึน สวัสดิการท่ีมีในโรงเรียนท่ีสนใจคือ ระบบเฮ้าส์ เป็นแบ่งบ้านเพ่ือให้มีการดูแลนักเรียนอย่างท่ัวถึง
มีพ้ืนท่ีสําหรับนักเรียนในการทํากิจกรรมต่าง ๆ และใช้ประโยชน์ได้ ระบบตรงน้ีสามารถนําไปต่อยอด
ได้โดยทํางานร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์และนักเรียน ในการมีส่วนร่วมการคิดกิจกรรมสันทนาการ
ชุมนุมท่สี ามารถเปน็ กจิ กรรมทเ่ี กดิ มาจากความต้องการของนกั เรียนเองได้
กรณีศึกษาท่ี 14 โรงเรียนระยองวทิ ยาคม
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนท่ีเน้นการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ โดยมีการจัดการ
ระบบคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล และมีภาคีเครือข่ายท้ังในประเทศและต่างประเทศ
สวัสดิการและกิจกรรมของโรงเรียน ได้แก่ หลักสู ตรSTEMศึ กษา คือการเรียนการสอน
ท่ีเน้นด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นหลัก ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมหรือโครงงาน
ท่ีมุ่งแก้ปัญหาท่ีพบเห็นในชีวิตจริง เพ่ือสร้างเสริมประสบการณ์ ทักษะชีวิต ความคิดสร้างสรรค์
นําไปสู่การสร้างนวัตกรรม ผู้เรียนท่ีมีประสบการณ์ในการทํากิจกรรมหรือโครงงานสะเต็ม
จะมีความพร้อมท่ีจะไปปฏิบัติงานท่ีต้องใช้องค์ความรู้ และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยีในภาคการผลิต และการบริการท่ีสําคัญต่ออนาคตของประเทศ อาจจะทําให้มีการเรียน
ท่ีเข้มงวดมากเกินไป การจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมจึงเป็นการเพ่ิมกิจกรรมสันทนาการ เช่น ชมรมตาม
ความสนใจของนักเรียนโดยไม่มีการปิดกันทางความคิด เพื่อท่ีจะได้รับการคลายเครียดและได้ทํา
กิจกรรมสันทนาการอย่างสนุกสนาน นักสังคมสงเคราะห์ควรเข้ามามีบทบาทให้การช่วยทํางานกับครู
สรา้ งความตระหนกั วา่ การเอาใจใส่ทม่ี ากเกนิ ไปส่งผลใหเ้ กดิ ผลลบกับนักเรยี น
26
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
กรณศี ึกษาท่ี 15 โรงเรียนบา้ นบิง
เป็นโรงเรียนด้านการขยายโอกาส ต้ังแต่ระดับช้ันอนุบาล-มัธยมศึกษาปีท่ี 3 สถานการณ์
โรงเรียนคือมีจํานวนบุคลากรน้อยและไม่ตรงตามความถนัดเฉพาะด้าน ไม่มีกิจกรรมชมรมท่ีนักเรียน
สามารถเลือกได้ตามใจชอบ สุขามีความเสื่อมโทรม นักเรียนส่วนใหญ่มีครอบครัวท่ียากจน
บางคนไม่ได้รับเงินมาโรงเรียน ทําให้เกิดการดูแลท่ีไม่ได้รับการเอาใจใส่ จากครอบครัว
ส่ วนใหญ่เดินทางมาโรงเรียนเอง และบางส่ วนเป็นครอบครัวแหว่งกลางอยู่กับผู้สู งอายุ
การจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมนักสั งคมสงเคราะห์ควรเข้าไปมีส่ วนร่วมในการจัดสวัสดิการ
เป็นอย่างมาก ท้ังในเร่ืองของการช่วยเหลือและจัดการด้านการเรียนการสอนท่ีมีปะสิทธิภาพ
ทําการตรวจสุขภาพกาย จิต สังคมเบ้ืองต้น และดูแลเร่ืองสิทธิต่าง ๆ ของนักเรียนให้ได้รับการ
คุ้มครองและประโยชน์ของตนเอง การเสริมสร้างกําลังใจ การผลักดันในการศึกษาต่อจนเรียนจบ
ฟ้ นื ฟูพฤติกรรมท่ไี ม่เหมาะสม การดูแลเร่อื งวุฒภิ าวะของเด็กนักเรยี น
กรณีศึกษาท่ี 16 โรงเรียนอตุ รดติ ถ์
เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาท่ีมีการแบ่งสายการเป็นหลายสายด้วยกัน เน้นการเรียนการสอนด้าน
วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และด้านวิศวกรรม สวัสดิการในโรงเรียนมีการติวสอบสําหรับการ
เตรียมพร้อมเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา รวมถึงมีการให้ข้อมูลเก่ียวกับการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญา
ตรีและทุนการศึกษาต่าง ๆ การออกแบบสวัสดิการท่ีเพื่อนได้ยกมาคือ กิจกรรม Free Day ท่ีช่วยให้
การผ่อนคลายจากการเรียนในห้องและการเรียนรู้นอกห้องเรียน มีการเล่นคอนเสิร์ตโดยมาจาก
นักเรียนในรงเรียนเอง รวมถึงมีการจัดกิจกรรมเล่นเกมส์ ต่าง ๆ เพ่ื อมอบของรางวัล
ส่วนตัวนักศึกษาคิดว่าสามารถนําไปต่อยอดได้อีก รวมถึงการทํางานรวมกับนักสังคมสงเคราะห์
เพ่ือคน้ หา จัดกจิ กรรมท่สี รา้ งสรรคแ์ ละเหมาะสมสําหรบั การคลายเครยี ดของนักเรยี น
กรณศี ึกษาท่ี 17 โรงเรยี นเฉลมิ พระเกียรติ
โรงเรียนมัธยมศึ กษาแบบสหศึ กษาท้ังประจําและไป-กลับ สายการเรียนท่ีหลากหลาย
ท้ังสายวิทย์-คณิต ภาษา มีโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการเพชรบนดอยท่ีจะได้ทุนการศึกษา
ต้ังแต่ม.4-ม.6 และโควต้าอําเภอในการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับม.1 ต้องมีทะเบียนบ้านอาศัย
ในเขตเดียวกันกับโรงเรียน การหอพักสําหรับนักเรียนชาย-หญิงท่ีอยู่พ้ืนท่ีห่างไกล และมีสวัสดิการ
รถรับส่งฟรีในตําบล และรับส่งในพ้ืนท่ีจังหวัดในราคาท่ีเหมาะสม เพื่อํานวยความสะดวกในการ
เดินทางของนักเรียน การจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมในด้านการศึ กษาต่อในระดับอุดมศึ กษา
โรงเรียนยังขาดด้านการประชาสัมพั นธ์การเข้าศึกษาต่อทําให้มีหลายคนท่ีเสียโอกาสตรงน้ีไป
และควรมีการทํางานร่วมนักสังคมสงเคราะห์ในด้านการจัดสวัสดิการการศึกษาต่อท่ีจริงจังมากข้ึน
ควรมกี ารประชาสัมพันธ์ท่เี ขา้ ถงึ ทกุ คนในจงั หวดั เพ่ือให้ไดร้ ับขอ้ มูลข่าวสารท่คี รบถว้ น
27
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
กรณีศึกษาท่ี 18 โรงเรยี นบ้านตราษตระการคณุ
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนท่ีเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ ท่ีมีสายการเรียนท่ีหลากหลาย
การเลิกเรียนวิชาเสรีตามความสนใจของนักเรียนเอง ในหน่ึงสั ปดาห์จะเรียนสองช่ัวโมง
และมีการจํากัดจํานวนักเรียน เพื่อให้มีการดูแลอย่างท่ัวถึงและมีประสิทธิภาพ แต่โรงเรียนควรมีการ
เพิ่มคาบเรียนในเยอะมากข้ึน เน่ืองจากการจํากัดจํานวนนักเรียนอาจจะทําให้นักเรียนหลายคน
ไม่สามารถเข้าเรียนเพราะลงทะเบียนเรียนไม่ทันได้ และนักสังคมสงเคราะห์ควรเข้ามามีบทบาท
ในการให้การปรึกษาสําหรบั บุคลากรในการสอนทท่ี ่วั ถงึ และมีทัศนคตทิ ่ดี ตี ่อนกั เรยี น
กรณีศึกษาท่ี 19 โรงเรียนปราจณิ ราษฎรอาํ รุง
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนท่ีเป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่พิเศษ ท่ีมีสายการเรียนท่ีหลากหลาย
มีจํานวนนักเรียนถึง 3,400 คน ถือว่ามีจํานวนเยอะมาก และมีห้องเรียนอีกแยกย่อยหลายแผนการ
เรียน การเรียนการสอนท่ีมีความเข้มข้นมาก ทําให้ปกติโรงเรียนท่ีเน้นด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์
อยู่แล้ว กลายเป็นการเพิ่ มความกดดันมากข้ึน และบทบาทนักสังคมสงเคราะห์โรงเรียนน้ัน
ควรมีบทบาทในการจัดกิจกรรมสันทนาการท่ีเพิ่มมากข้ึนและเด็กนักเรียนทุกคนสามารถเข้าร่วมได้
รวมถึงการจัดการใหค้ าํ ปรึกษาสําหรบั นักเรียนและบุคลากร
กรณศี ึกษาท่ี 20 โรงเรียนรตั นราษฎร์บาํ รงุ
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนมัธยมศึกษาท่ีมีขนาดใหญ่พิเศษ และมีห้องเรียนอีกแยกย่อยหลายแผนการ
เรียน สถานการณ์ในโรงเรียนพบปัญหาการทะเลาะวิวาทระหว่างเด็กนักเรียนเองและภายนอก
โรงเรียน ปัญหาเร่ืองกฎระเบียบการแต่งกายของนักเรียน ปัญหาการจัดรูปแบบการเรียนการสอน
สําหรับเด็กพิเศษ ดังน้ันการจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมกับนักเรียน จึงต้องทํางานร่วมกับนักสังคม
สงเคราะห์เพ่ือให้คําปรึกษาสําหรับนักเรียนแลบุคลากร การจัดกิจกรรมสันทนาการท่ีเหมาะสมในการ
ส่งเสริมด้านการคลายเครียดจากการเรียน และการจัดสวัสดิการสําหรับเด็กพิเศษ โดยควรทํางาน
รว่ มกบั ทีมสหวชิ าชพี เพ่ือให้ไดก้ ารแกไ้ ขและช่วยเหลืออย่างตรงจจุด
กรณีศึกษาท่ี 21 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษานอ้ มเกล้า
เป็นอีกหน่ึงโรงเรียนมัธยมศึกษาท่ีมีขนาดใหญ่พิเศษ และมีห้องเรียนอีกแยกย่อยหลาย
แผนการเรียนท้ังห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ ห้องเรียนพิเศษEnglish Program
ห้องเรียนปกติ ห้องเรียนภาษา รวมไปถึงห้องเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเท่ียว ส่งผลให้เด็ก
หลายคนมีความเครียด ความกดดันจากการเรียนท่ีเข้มงวดมากเกินไป ต้องแข่งขันกันเอง
การจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสมในด้านการส่ งเสริมทักษะวิชาการควบคู่กับทักษะการใช้ชีวิต
28
วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
และควรมีการจัดกิจกรรมท่ีเป็นสันทนาการสําหรับตามความสนใจนักเรียนเอง ตรงนน้ีนักสังคม
สงเคราะห์ก็ควรเข้ามีบทบาทสําคัญในการช่วยผลักดนั และส่งเสริมนกั เรียนในดา้ นอ่นื ๆ
กรณศี ึกษาท่ี 22 โรงเรียนลาซาล
เป็นโรงเรียนศาสนาคริสต์ท่ีเกิดจากการก่อต้ังของคณะภราดาลาซาล เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่
พิเศษ มีต้ังแต่ระดับช้ันอนุบาลจนถึงมัธยมตอนปลาย มีจํานวนนักเรียนถึง 4,942 คน สถานการณ์
ปัญหาภายในโรงเรียนคือ การเรียนท่ีค่อนข้างหนัก ในคาบเรียนสุดท้าย คือคาบท่ี 8 เป็นการเรียน
พิ เศษท่ีมีค่าใช้จ่ายแต่นักเรียนทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้และจะต้องเรียนพิ เศษน้ีทุกคน
เกิดความเหล่ือล้ําและการแข่งขันอยู่ตลอดเวลา แทบทุกโรงเรียนท่ีได้ศึกษาจากกรณีศึกษาน้ัน
ล้วนแต่มีการเรียนท่ีเข้มข้น และเด็กเกิดความเครียด ดังน้ันการจัดสวัสดิการท่ีเหมาะสม
ควรมีนักสังคมสงเคราะห์เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ท่ีเด็กเผชิญอยู่
และการให้คําปรึกษาสําหรับเด็กนักเรียนในช่วงเวลาพักและหลังเวลาเลิกเรียน เพ่ือให้เด็กได้รับการ
ปรึกษาเพื่อเผชิญสถานการณ์ท่ีเจออยู่ได้ และการจัดต้ังกิจกรรมสันทนาการ ชมรมชุมนุมต่าง ๆ
ท่มี สี ามารถคลายเครียดไดโ้ ดยท่ไี ม่ได้ปิดกน้ั ความสนใจของเดก็ นักเรยี นเอง
กรณศี ึกษาท่ี 23 โรงเรียนพญาไท
เป็นโรงเรียนท่ีจัดการศึกษาในระดับช้ันปฐมวัยและประถมศึกษา มีการเรียนการสอนใน 3 รูปแบบ
คือ หลักสูตรปกติ หลักสูตร MEP และหลักสูตรการศึกษาพิเศษสําหรับเด็กพิเศษท่ีมีความบกพร่อง
ทางสติปัญญา เด็กออทิสติก และเด็กท่ีมีความบกพร่องทางการได้ยิน เป็นการจัดการเรียนการสอน
ท่ี เ รี ย น ร่ ว ม กั บ เ ด็ ก ป ก ติ ใ น ช้ั น เ รี ย น ดั ง น้ั น ก า ร จั ด ส วั ส ดิ ก า ร ท่ี เ ห ม า ะ ส ม กั บ เ ด็ ก พิ เ ศ ษ น้ั น
ควรมีการทํางานร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์และทีมสหวิชาชีพ ท่ีเป็นผู้เช่ียวชาญเฉพาะด้านน้ัน ๆ
เพื่ อการจัดการสวัสดิการท่ีตรงจุดและควรให้เด็กพิ เศษและผู้ปกครองเข้ามามีส่ วนร่วมในการจัด
สวสั ดิการเพ่ือให้ตรงกับความต้องการของตัวเด็กเอง
29
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
ชญานนท์ ครองราชย์ 6105610692
CF362 สรุปบทเรียนรู้จากการรว่ มฟงั งานสวสั ดิการนักเรยี นในโรงเรยี นทง้ั 23 กรณศี ึกษา
จากการร่วมฟงั การออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนท้ัง 23 กรณีพบว่า สถานการณ์
ปจั จุบนั ในโรงเรียนส่วนใหญ่ มดี ังน้ี
(1) ปัจจุบันโรงเรียนท่ีมีขนาดใหญ่น้ันค่อนข้างมีความตึงเครียดในการเรียนของนักเรียน
โดยท่ีโรงเรียนท่ีมีขนาดใหญ่และเป็นโรงเรียนประจําจังหวัดรวมถึงโรงเรียนขนาดใหญ่ท่ีอยู่ในพื้นท่ีตัว
เมืองส่วนใหญ่มีการจัดการเรียนการสอนโดยให้โรงเรียนน้ันเป็นพ้ืนท่ีการเรียนท่ีเน้นไปท่ีการส่งเสริม
ทักษะการเรียนรู้ทางวิชาการ รวมไปถึงส่งเสริมการจัดกิจกรรมส่วนมากในเชิงวิชาการท่ีเพิ่มความ
กดดันให้แก่นักเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอนท่ีเน้นไปท่ีวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การให้
ความสําคัญต่อเกรดเฉล่ีย การเตรียมตัวสอบของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 หรือการเรียนพิเศษ
เพ่ิมเติมท่ีนอกเหนือไปจากเวลาเรียนท่ีทําให้ไปลดการทํากิจกรรมอ่ืน ๆ ของนักเรียน โดยมุ่งผลักดัน
และส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการท่ีส่งผลให้เกิดความเครียด ความกดดันและ
เกิดการแขง่ ขันในการเรียนของนกั เรยี น
(2) ครูแนะแนวในโรงเรียนจํานวนหน่ึงขาดทักษะการให้การปรึกษาและบทบาทของครูแนะแนว
ในแต่ละโรงเรียนส่วนมากไม่ค่อยมีความเด่นชัดในโรงเรียนมากนัก จากการได้รับฟงั พบว่าบทบาท
ของครูแนะแนวในโรงเรียนส่วนมากมีหน้าท่ีในการแนะแนวการศึกษาต่อแก่นักเรียน แต่ไม่ได้มีการแนะ
แนวอย่างอ่ืนแก่นักเรียน ซ่ึงจะทําให้โรงเรียนไม่สามารถท่ีจะให้ความช่วยเหลือในการให้การปรึกษา
ความเครยี ดของนักเรียนท่พี บได้
(3) การจัดต้ังกฎระเบียบกฎเกณฑ์ ท่ีสร้างความกดดันในการใช้ชีวิตในโรงเรียนของนักเรียน
ซ่ึงพบว่าในบางกฎเกณฑ์น้ันไม่ได้มีความจําเป็นมากนักท่ีจะต้องนําไปสู่การต้ังกฎระเบียบและนําไปสู่
การลงโทษท่ีส่งผลในด้านลบแก่นักเรียน และสร้างความกดดันเข้มงวดในการใช้ชีวิตในโรงเรียนของ
นักเรียนมากจนเกินไป ซ่ึงกฎระเบียบและบทลงโทษบางจุดก็ไม่ได้ครอบคลุมและไม่ได้แก้ปัญหาตรง
จุดมากนัก
(4) การจัดสวัสดิการแก่เด็กพิเศษในโรงเรียน เช่น ทางลาดและราวจับ เพื่ออํานวยความ
สะดวกแก่รถเข็น ท่ีแสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของนักเรียนทุกคน แต่ยังพบว่ามีข้อ
บกพรอ้ งคือการมจี ํากดั มีเฉพาะบางจุด และยงั ขาดการซพั พอรต์ ทเ่ี พียงพอตอ่ ความต้องการ
(5) การออกแบบกิจกรรมแก่นักเรียนท่ีมีข้อจํากัด ไม่ว่าจะเป็น การจัดต้ังชมรมท่ีไม่ค่อยมี
ความหลากหลาย ส่วนใหญ่จะเป็นชมรมท่ีเน้นไปทางเชิงวิชาการ ไม่ค่อยพบชมรมท่ีสร้างมาเพ่ือลด
ความเครียด สร้างความผ่อนคลายให้แก่นักเรียน และไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการหรือ
ความสนใจของนกั เรยี นได้
(6) ข้อจํากัดของโรงเรียนขนาดเล็ก หรือโรงเรียนขยายโอกาส ซ่ึงในปัจจุบันพบว่าโรงเรียน
ขนาดเล็กถูกยุบลงเน่ืองจากในหลายปัจจัย เช่น การขาดผู้เรียน การขาดแคลนบุคลากร แม้จะพบว่า
ข้อดีของโรงเรียนขนาดเล็กคือเพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาแก่เด็ก ๆ ในชุมชนให้ได้รับ
การศึกษา แต่ข้อเสียท่ีพบก็คือ การขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน และ ประสิทธิภาพทางการ
30
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
สอนท่ีด้อยกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ รวมถึงในโรงเรียนขนาดใหญ่มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือจาก
ภาครฐั มากกว่าโรงเรยี นขนาดเล็ก สามารถระดมทุนไดง้ า่ ยกวา่
(7) การจัดการในด้านสวัสดิการของโรงเรียนท่ียังไม่ครอบคลุม เช่น โรงเรียนขาดการ
คํานึงถึงคุณภาพและปริมาณร้านอาหารท่ีไม่เพียงพอต่อจํานวนนักเรียนในโรงเรียน หรือในความ
หลากหลายทางศาสนาท่ีส่งผลให้เกิดความจํากัดในการเลือกซ้ืออาหารของนักเรียนในเวลาพักเท่ียงท่ี
มอี ยา่ งจาํ กัด
ขอ้ เสนอแนะ
(1) การจัดการให้บริการ ในการให้คําปรึกษาแก่นักเรียน อันเน่ืองมาจากความกดดันหรือ
ความเครียดจากการเรียน โดยผู้เช่ียวชาญมีทักษะในการให้คําปรึกษา เข้าใจในบริบทท้ังทางด้านกาย
จิตและสังคมของนกั เรยี น
(2) โรงเรียนควรมีการจัดการในคุณภาพของอาหาร รวมไปถึงการคํานึงถึงความหลากหลาย
ของนกั เรยี นทม่ี ีการนับถอื ศาสนาทแ่ี ตกต่างกนั เชน่ การเพ่ิมจํานวนร้านอาหารมสุ ลมิ
(3) การจัดการของโรงเรียนในการลดความตึงเครียดทางการศึกษาลง ลดการเข้มงวดใน
กฎระเบียบท่ีไม่สมเหตุสมผล ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนได้ใช้เวลาว่างพักผ่อน
หรือค้นหาตนเอง ส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการ การส่งเสริมทักษะทางวิชาการร่วมกับทักษะการใช้
ชีวิตแกน่ ักเรียน
(4) การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ในการคอยสอดส่องดูแลนักเรียนนอกโรงเรียน
โดยครอบครวั ชมุ ชนและโรงเรยี นมกี ารทํางานรว่ มกันอยเู่ สมอ
(5) การจัดการอบรมและให้คําปรึกษาเก่ียวกับเร่ืองทางจิตวิทยาแก่ครูเพื่อส่งเสริมในการ
เข้าใจเด็กมากข้ึน การรับมือและเข้าใจในความแตกต่าง เพ่ือส่งเสริมให้บรรยากาศการเรียนในห้องดี
ข้ึน การมีสัมพันธภาพท่ีดีระหว่างเด็กและครู ทําให้เด็กมีความเช่ือม่ันและกล้าท่ีจะปรึกษาครูได้มากข้ึน
เม่อื เกิดปัญหา
บทบาทนักสังคมสงเคราะหใ์ นงานสวัสดกิ ารศึกษา
- ควรมีนักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียนเพื่อนําไปสู่การประสานงานให้การช่วยเหลือแก่เด็กและ
โรงเรียนรวมถึงครอบครัวและชุมชนโดยรอบท่ีส่งผลต่อนักเรียน และนักสังคมร่วมหาแนวทางและ
ส่งเสริมการจัดสวัสดิการท่ีอํานวยประโยชน์แก่นักเรียน นักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียนมีส่วนร่วมใน
การออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องท้ังในมิติกาย สังคม อารมณ์ รวมถึงการจัดอบรมแก่ครูและ
ผู้ปกครองในการส่งเสริมการรับรู้และเข้าใจพฤติกรรม อารมณ์จิตใจและสังคมของเด็กนักเรียน
มีการคอยสังเกตพฤติกรรม อารมณ์และสังคมโดยรอบของนักเรียนอยู่เสมอ คอยส่งเสริมให้
นักเรียนได้สํารวจและมีความเข้าใจในตนเองได้มากข้ึน การจัดกลุ่มพู ดคุยของนักเรียนในการ
แลกเปล่ียนประเด็นของตนเอง มีการให้ความช่วยหลือในด้านการปรับตัว นักสังคมสงเคราะห์ร่วมลง
พื้นท่ีสํารวจและเย่ียมบ้านของนักเรียนร่วมกับครูประจําช้ัน ในกรณีท่ีครูประจําช้ันสังเกตว่ามีเด็ก
นักเรียนท่ีมีความเส่ียง หรือมีปัญหาทางด้าน ต่าง ๆ นักสังคมสงเคราะห์ประสานงานร่วมกับ
ครอบครัวและโรงเรียนในการสร้างความม่ันคงทางจิตใจและส่งเสริมการสร้างสัมพันธภาพร่วมกัน
31
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
ของเด็กและครู ผู้ปกครอง ชุมชน และมีความเข้าใจต่อกัน ทําหน้าท่ีร่วมกับทางครอบครัว
และโรงเรียนรวมถึงชุมชน เพ่ื อค้นหาสาเหตุและร่วมหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหา
ทอ่ี าจส่งผลตอ่ เดก็
32
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
ชไมธร จิตม่นั 6105610700
จากการศึกษาการออกแบบสวัสดิการทางการศึกษาในโรงเรียนท้ังหมด 23 โรงเรียน
ท่ียกมาเป็นกรณีศึกษา จะพบว่าในกรณีศึกษาท้ังหมด 23 โรงเรียน มีความหลากหลายท้ังในด้าน
ขนาดและระดับการศึกษา เช่น มีท้ังโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง โรงเรียนขนาดใหญ่
โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซ่ึงแต่ละขนาดสามารถแตกย่อยออกเป็นระดับ
การศึกษา ต้ังแต่ระดับอนุบาลถึงระดับมัธยมปลาย เป็นต้น โดยแต่ละโรงเรียนได้มีการจัดสวัสดิการท่ี
แตกต่างกันไป บางโรงเรียนมีสวัสดิการท่ีครอบคลุมครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านกิจกรรม
ด้านสุขภาพ ด้านท่ีพักอาศัย ด้านการเงินหรือทุนการศึกษา ด้านบริการงานแนะแนว แต่บางโรงเรียน
ไม่สามารถเข้าถึงได้เน่ืองจากเป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา อีกท้ังยังมีนักเรียนท่ีมีความ
บกพร่องทางด้านร่างกายและสติปัญญาเรียนรวมอยู่ด้วย ซ่ึงนักเรียนกลุ่มน้ีต้องได้รับการเล้ียงดู
ได้รับการศึกษาท่ีปรับให้เหมาะสมกับความพิเศษของคนกลุ่มน้ีโดยต้องดําเนินการผ่านผู้เช่ียวชาญ
อีกท้ังโรงเรียนเองเป็นโรงเรียนขนาดกลางค่อนไปทางเล็ก มีบุคลากรในโรงเรียนไม่ครบทุกตําแหน่ง
และโรงเรียนมีเงินอุดหนุนสถานศึกษาค่อนข้างน้อยทําให้คุณครูจะได้รับบทบาทในด้านจัดสวัสดิการ
การจัดการบริการ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ซ่ึงในความเห็นของนักศึกษา มองว่าการท่ีคุณครูต้อง
เข้ามารับผิดชอบในบทบาทต่าง ๆ ของโรงเรียน ทําไมคุณครูไม่สามารถพัฒนาคุณภาพในการปฏิบัติ
หน้าท่ีในด้านการสอนได้อย่างเต็มท่ี อาจส่งผลถึงการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนได้ อีกท้ังการ
ออกแบบการเรียนการสอนไม่สามารถแบ่งระหว่างนักเรียนท่ีมีความบกพร่องด้านสติปัญญากับ
นักเรียนธรรมดาท่ัวไปได้เน่ืองจากมีบุคลากรท่ีจํากัดซ่ึงอาจส่ งผลถึงคุณภาพของผู้เรียน
และบางโรงเรียนยังพบว่ามีจํานวนนักเรียนท่ีไม่สอดคล้องกับจํานวนบุคลากรท่ีมีน้อยจนเกินไป
ทาํ ใหม้ เี ด็กทไ่ี ม่สามารถเข้าถึงการชว่ ยเหลอื ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
และจากกรณีศึกษาท้ังหมด 23 โรงเรียน ได้มีข้อเสนอแนะในการจัดสวัสดิการทางการศึกษา
ไว้อยา่ งหลากหลายรปู แบบ ซง่ึ สามารถสรุปผลได้ดังน้ี
1. ด้านกิจกรรมและวิชาการ ได้มีข้อเสนอให้ปรับให้เหมาะสมและสอดคล้องกัน หลาย ๆ กรณีได้
มีการเสนอให้มีกิจกรรมท่ีสามารถผ่อนคลาย เน่ืองจากการเรียนการสอนในยุคสมัยท่ีต้อง
เปล่ียนแปลงไปเพ่ือให้สอดคล้องกับสังคมภายนอก ซ่ึงอาจทําให้มีความตึงเครียดแก่ตัว
นกั เรยี นเอง
2. ด้านสวัสดิการต่าง ๆ จากกรณีศึกษาท้ังหมด 23 โรงเรียน ส่วนมากมีการเสนอให้มี
นักจิตวิทยา เจ้าหน้าท่ีสังคมสงเคราะห์เข้ามาทํางานร่วมกับสถานศึกษา ซ่ึงเก่ียวเน่ืองมาจาก
ความตึงเครียดของการออกแบบการเรียนการสอนในปัจจุบัน ผลกระทบจากความ
หลากหลายปัญหาของสังคมท่ีเพิ่มข้ึนเร่ือย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจใน
ครอบครัว ความสัมพันธ์ในครอบครัว ซ่ึงปัญหาเราน้ีควรได้รับการแก้ไขจากผู้เช่ียวชาญ
อีกท้ัง บทบาทของครูท่ีปรึกษาท่ีได้รับหน้าท่ีในการเย่ียมบ้านนักเรียนซ่ึงบางคร้ังจะเป็นการสุ่ม
หรือใช้วิธีการสัมภาษณ์ ทําให้นักเรียนท่ีมีความจําเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือไม่สามารถ
ได้รับความมช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกท้ังการเย่ียมบ้านยังต้องใช้ทักษะการ
33
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
สัมภาษณ์เพ่ื อให้ได้ประเด็นต่าง ๆ เพ่ื อประเมินระดับความต้องการให้ความช่วยเหลือ
ซ่งึ ต้องกระทําโดยผเู้ ช่ยี วชาญ ซง่ึ นกั สังคมสงเคราะหส์ ามารถทํางานในด้านนไ้ี ด้
34
วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
นายธวัชชัย กูลหลกั 6105680117
การรับรู้และความเข้าใจ คือหัวใจสําคัญในการออกแบบสวัสดกิ ารนกั เรยี นในโรงเรยี น
ในการออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน ข้อมูลสถานการณ์ บริบทสภาพแวดล้อม
สังคม ชุมชน การรับรู้และความเข้าใจประเด็นเหล่าน้ีทุกอย่างล้วนเป็นหัวใจสําคัญ ท่ีจะทําให้การ
ออกแบบสวัสดิการน้ันมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ตรงตามความต้องการ แก้ปัญหา ส่งเสริม
พัฒนา ได้ตรงตามเป้าหมาย ถึงสาเหตุท่ีแท้จริง อย่างการนําเสนอประเด็นทางกายภาพ ภูมิศาสตร์
ท่ีต้ังของโรงเรียน หากมองแล้วอาจคิดว่าไม่ได้มีความจําเป็นในการออกแบบสวัสดิการนักเรียนใน
โรงเรียน แต่ประเด็นทางกายภาพน้ีเองคือสิ่งท่ีช่วยสะท้อนให้เห็นถึงบริบทแวดล้อม องค์ประกอบ
ภายนอกในมีส่วนในการกํากับภายใน เด็กนักเรียนในโรงเรียนน้ันอยู่ในสภาวะการณ์ พ้ืนท่ีแบบไหน
เป็นสิ่งท่ีผู้เขียนมีความเห็นว่าคือส่ิงสําคัญท่ีต้องทราบในการจัดสวัสดิการสวัสดิการนักเรียนใน
โรงเรียนซ่ึงการนําเสนอในช้ันเรียนของทุกคนน้ันได้สะท้อนสถานการณ์ท่ีแตกต่าง หลากหลาย
ทราบถึงข้อมูลได้เป็นอย่างดี นําไปสู่การออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนท่ีมีความเฉพาะตรง
ตามความต้องการในสภาวะการณ์น้ันได้ และอธิบายถึงระบบ ความสัมพันธ์ รวมถึงการสะท้อนให้
ทราบถึงสถานการณ์ปัญหาท่ีมีความแตกต่าง และหลากหลาย อย่างการนําเสนอของหลาย ๆ
กรณีศึกษาท่ีสะท้อนถึงปัญหาท่ีเกิดจากสภาพครอบครัวท่ีมีผลต่อนักเรียน ท้ังในเร่ืองสภาพความ
ยากจน การทํางาน การไม่มีเวลาในการดูแลบุตรหลาน ครอบครัวข้ามรุ่น หรือในเร่ืองปัญหาในระบบ
ของโรงเรียน การกําหนดคุณสมบัติความพิเศษกับการส่งเสริมการเรียนรู้ ความหลากหลายของ
ความต้องการท่ีไม่ใช่แค่เร่ืองการเรียน ยังรวมถึงการเข้าถึงการส่งเสริม พัฒนา หรือแม้แต่การ
ตอ้ งการรักษาไว้ซง่ึ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม บรบิ ทสภาพแวดลอ้ มของสังคมน้นั
อย่างท่ีได้กล่าวไปประเด็นก่อนหน้าว่าข้อมูลสถานการณ์ บริบทสภาพแวดล้อม สังคม ชุมชน
การรับรู้และความเข้าใจประเด็นเหล่าน้ีทุกอย่างล้วนเป็นหัวใจสําคัญในการออกแบบสวัสดิการนักเรียน
ในโรงเรียน ผู้เขียนมีความเห็นว่าปัจจัยท่ีสําคัญประการหน่ึงคือแหล่งท่ีมาของข้อมูลสถานการณ์ใน
บริบทน้ัน ๆ การรับรู้และความเข้าใจซ่ึงข้อมูลสถานการณ์เดียวกับมุมมองท่ีต่างกันมีผลต่อการ
ออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนด้วย จากประเด็นการนําเสนอในช้ันเรียนหลาย ๆ กรณีศึกษา
ได้มีการศึกษาข้อมูลจากหลายแหล่ง ท้ังครู นักเรียนปัจจุบัน ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และคนในชุมชน
ทําให้ทราบถึงข้อดีในเร่ืองของมุมมองท่ีหลากหลายต่างสามารถเปรียบเทียบได้ แต่ในทางกลับกันอาจ
มีบางอย่างท่ีเป็นข้อมูลจากแหล่งเดียว ทําให้เป็นข้อจํากัดในการออกแบบสวัสดิการนักเรียนใน
โรงเรยี น ทอ่ี าจไมไ่ ดต้ รงตามสถานการณ์และความต้องการในบริบทนน้ั ๆ
35
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
ความพิเศษท่กี าํ หนดการออกแบบสวัสดกิ ารนักเรยี นในโรงเรียนเพ่ือคนพิเศษ
“ความพิเศษ อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ตัวตน ความต้องการ กับการออกแบบสวัสดิการ
นักเรียนในโรงเรียน” มีหลายกรณีศึกษาท่ีได้มีการนําเสนอ ท้ังความต้องการเฉพาะในด้านในการ
เข้าถึงการพัฒนาส่งเสริมนอกเหนือจากเน้ือหาเชิงวิชาการ การส่งเสริมนักเรียนในห้องเรียนพิเศษ
อย่างเต็มศักยภาพ ให้ความสําคัญอย่างเท่าเทียม การเข้าถึงทุนการศึกษาท่ีไม่ได้จํากัดคุณสมบัติท่ี
เป็นข้อจํากัดของนักเรียน รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของเด็กท่ีมีความพิเศษ และการรักษา
ความเป็นอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ตัวตนไว้ ควบคู่กับการเข้าถึงการศึกษาด้วย ผู้เขียนได้สะท้อนการ
เรยี นรจู้ ากงานนําเสนอ ดังน้ี
“ต้นทุนทรัพยากรมากกว่าเท่ากับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษามากกว่า” ในเร่ืองน้ีส่ิงท่ีสะท้อน
ได้จากงานนําเสนอ คือเร่ืองข้อจํากัดในด้านทรัพยากร ผู้เขียนขอยกตัวอย่างความเหล่ือมล้ําทางการ
ศึกษาจากการเรยี นออนไลนใ์ นสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 (covid-
19) ท่ีมีการจัดให้มีการเรียนการสอนผ่านช่องทางออนไลน์แทนการเรียนการสอนในห้องเรียน
ตามปกติ หากย้อนไปก่อนสถานการณ์น้ีการเรียนในห้องเรียนใช่ว่าจะไม่มีความเหล่ือมล้ําเกิดข้ึน บาง
คนน่ังแถวด้านหน้า บางคนน่ังด้านหลัง บางคนน่ังตรงจุดท่ีมีอุณหภูมิในห้องเรียนไม่เท่ากัน อาจารย์
แต่ละกลุ่มสอนไม่เหมือนกัน ท้ังหมดน้ีเป็นเร่ืองท่ีเกิดข้ึนจากสภาพแวดล้อมสิ่งต่าง ๆ ในสถานการณ์
ปกติถึงแม้ว่ามีความเหล่ือมล้ําท่ีกล่าวไปเกิดข้ึนแต่การสอบทุกคนยังได้สอบพร้อมกัน มีเวลาเท่ากัน
กระดาษ วิธีการท่ีเหมือนกัน ถ้าหากในสถานการณ์การเรียนการสอนออนไลน์น้ีใครท่ีมีสภาพแวดล้อม
ท่ีเอ้ืออํานวย ต้นทุนทางเทคโนโลยี ทรัพยากรท่ีพร้อมกว่าก็จะได้เปรียบ ผู้เขียนมีความเห็นว่าการ
เรียนออนไลน์น้ันส่งผลดีไม่ต้องเดินทางไกล ประหยัดเวลา เข้าถึงได้ทุกท่ี สามารถย้อนดูทบทวน
บทเรียนได้ย้อนหลังได้หรืออาจจะมีข้อดีมากกว่าท่ีกล่าวไปสําหรับคนอ่ืน ๆ แต่ทว่าการเรียนออนไลน์น้ี
เป็นการสร้างความเหล่ือมล้ําทางการศึกษาให้เพิ่มข้ึน สภาพแวดล้อมการเรียนของแต่ละคนท่ีต่างกัน
บางคนมีสภาพแวดล้อมท่ีเอ้ือต่อการเรียน มีห้องเพ่ือเรียนออนไลน์ส่วนตัว แต่บางคนไม่มีห้อง
ส่วนตัว มีเสียงดังรบกวน คนในครอบครัวไม่ได้เข้าใจ สิ่งเหล่าน้ีไม่ใช่เร่ืองปกติท่ีสามารถยอมรับได้
สําหรับคนท่ีต้องเรียนออนไลน์ เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนท่ีสามารถเรียนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมือนกัน นอกจากน้ีความพร้อมด้านอุปกรณ์ เทคโนโลยี การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตท่ีมีความแตกต่าง
กัน ทุกคนไม่ได้มีอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต ส่ิงอํานวยความสะดวกท่ีเหมือนกัน ความเหล่ือมล้ําท้ังหมดน้ี
ยังส่งผลมากท่ีสุดในการสอบวัดผล ทุกคนมีเวลาเท่ากันแต่ความพร้อมในด้านอ่ืน ๆ น้ันมีไม่เท่ากัน
บางคนมีอุปกรณ์ท่ีมากกว่า แต่บางคนมีเพียงแค่อุปกรณ์เดียว สุดท้ายน้ันก็อาจเกิดเป็นความเหล่ือม
ล้ําท่ีมาในรูปแบบใหม่อันเน่ืองจากการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ท่ีมีบ่อเกิดจากสถานการณ์การ
เรยี นการสอน
“ความเหล่ือมล้ําท่ีมากกว่าของคนพิเศษท่ีเป็นกลุ่มเปราะบางทางสังคม” ในมุมของผู้เขียนท่ี
เป็นนักศึกษาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ กลุ่มเปราะบางทางสังคมเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักท่ีนักสังคม
สงเคราะห์ต้องความคํานึงถึง และให้ความสําคัญในการดูแลช่วยเหลือ ในด้านการศึกษา คนพิการ
36
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
ทางการเคล่ือนไหว ทางการเห็น ทางการได้ยิน ผู้มีควาผิดปกติทางสมองและอารมณ์ คนกลุ่ม
เปราะบางเหล่าน้ีเป็นกลุ่มท่ีได้รับความล้ําทางการศึกษาท่ีเห็นได้ชัดเจน หากเป็นกลุ่มเปราะบางแล้วยัง
ขาดโอกาสในเร่ืองการเข้าถึง เร่ืองการเงิน อยู่ในพื้นท่ีชนบทท่ีมีความเหล่ือมล้ําทางการศึกษาอยู่แล้ว
จะย่ิงเป็นการสร้างความเหล่ือมล้ําท่ีทวีคูนไปให้กับกลุ่มคนเหล่าน้ีเพ่ิมมากข้ึน ถึงแมประเทศไทยมี
สถานศึกษาท่ีรองรับกลุ่มเปราะบางทางสังคมเหล่าน้ี มีโรงเรียนผู้พิการ ทุนการศึกษา มีหน่วยงานท่ี
ดูแล แต่รูปแบบวิธีการเรียนการสอนวิธีการต่าง ๆ น้ันยังมีความแตกต่างไปจากสถานศึกษาปกติ
ท่ัวไปในท่ีน้ีเข้าใจได้ในเร่ืองข้อจํากัดต่าง ๆ ท่ีเกิดข้ึน แต่กระน้ันกลุ่มคนเปราะบางเหล่าน้ีสามารถท่ีจะ
เข้าเรียนในสถานศึ กษาปกติได้ ท้ังน้ีข้ึนอยู่กับนโยบายของแต่ละสถานศึ กษาว่ารับหรือไม่
โดยส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีสถานศึกษารับเข้าเรียน เพราะมีทัศนคติว่ากลุ่มคนเปราะบางน้ีเป็นกลุ่มท่ีมี
ศักยภาพการเรียนรู้ไม่ดีพอ อาจเป็นส่วนท่ีทําให้ระดับคะแนนการประเมินมาตรฐานของสถานศึกษา
ต่ําลง นอกจากน้ียังรวมถึงการกําหนดคุณสมบัติเด็กท่ีมีความพิเศษในการเข้าเรียน อีกด้านหน่ึงมอง
ว่าในมุมท่ีดีคือการสามารถดูแลอย่างท่ัวถึง เตรียมความพร้อม แต่อีกด้านคือการตอกย้ําและ
แบ่งแยกให้เด็กท่ีมีความพิ เศษออกจากเด็กท่ัวไปอย่างในสถานการณ์ปัจจุบันท่ีสํ านักงาน
คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เตรียมนําเสนอ คณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐานประกาศ
จัดต้ัง โรงเรียนการศึกษาพิเศษ เรียกว่า”โรงเรียนออทิสติก”ต่อท้าย ช่ือจังหวัดท่ีจะจัดต้ัง มีแผนการ
รับนักเรียนต้ังแต่ อนุบาล ถึง มัธยมศึกษาปีท่ี 6 รับเด็กแบบประจําและไปกลับ จากพื้นท่ี 13 จังหวัด
ในเขตภาคกลาง โดยมีเป้าประสงค์เพ่ือลดความแออัดของโรงเรียนการศึกษาพิเศษในปัจจุบัน
ท่ีนักเรียนแน่นโรงเรียน ความต้องการโรงเรียนประจําสําหรับผู้ปกครองไม่มีทางเลือก หรือโรงเรียน
เรียนร่วม ผู้เขียนมีความเห็นว่าการเรียนร่วมน้ันเหมาะสมกว่าแนวคิดการเสนอโรงเรียนพิเศษข้างต้น
เพราะการเรียนร่วมนอกจากจะช่วยให้เด็กพิเศษ ได้เรียนรู้ทักษะทางสังคมแล้วยังช่วยให้สังคมเข้าใจ
เด็กพิเศษมากขน้ึ ดว้ ย
“ทุนการศึกษาสําหรับเด็กเรียนดีแต่ยากจน” ผู้เขียนได้สะท้อนเร่ืองน้ีจากงานท่ีนําเสนอเร่ือง
การออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน บางครอบครัวมีความพร้อมทางด้านการเงินจริงแต่
วิธีการในการเล้ียงดูหรือสาเหตุอ่ืน ๆ เด็กท่ีอยู่ในครอบครัวน้ันก็อาจจะต้องทํางานหารายได้ส่งตัวเอง
เรียนหนังสือ ทุนการศึกษา ท่ีมีการกําหนดคุณสมบัติไว้ว่าต้องมีผลการเรียนท่ีดี แต่ต้องยากจน
เท่ากับว่าคนท่ีเรียนดีแต่ไม่ยากจนจะไม่สามารถเข้าถึงโอกาสน้ันได้ ความจนเป็นเร่ืองยากท่ีจะสามารถ
จํากัดความได้ และความจนของแต่ละบุคคลน้ันอาจมีความหมายท่ีแตกต่างกัน หรือเป็นคนท่ีมีความ
พร้อมด้านการเงินจะไม่มีโอกาสเข้าถึงทุนการศึกษาท่ีมีหลักเกณฑ์เก่ียวกับความยากจนได้ แต่เร่ืองน้ี
อาจจะได้ถูกกําหนดไว้ว่าเป็นปัญหาของความเหล่ือมล้ําเพราะใช้แนวคิดท่ีว่ามีความพร้อมทางด้าน
การเงินมากกว่าสามารถเข้าถงึ โอกาสท่มี ากกวา่ ไดด้ ว้ ยตนเองกเ็ ป็นได้
“ห้องเรียนพิเศษส่งเสริมการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม” จากการนําเสนอหลาย ๆ กรณีศึกษาแต่
ละโรงเรียนมีการพู ดถึงการแบ่งระดับช้ัน แยกห้องเรียนกลุ่มต่าง ๆ อาทิ นักเรียนห้องเรียน
ภาษาอังกฤษ นักเรียนห้องเรียนภาษาจีน นักเรียนห้องเรียนกีฬา นักเรียนห้องเรียนดนตรี นักเรียน
ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ นักเรียนห้องเรียนภาษาไทย ซ่ึงแต่ละกลุ่มน้ันก็มีความพิเศษท่ีแตกต่างกัน
37
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
การส่งเสริมการเรียนรู้ในความพิเศษน้ันจึงมีความสําคัญเป็นอย่างมาก แต่หากมองในบริบทปัจจุบัน
การส่งเสริมการเรียนรู้ตามความถนัด ศักยภาพท่ีมีซ่ึงเป็นเร่ืองท่ีดีน้ัน กลับไม่ได้ถูกส่งเสริมการ
เรียนรู้อย่างเท่าเทียม การให้ความสําคัญกับความพิเศษของแต่ละโรงเรียนน้ันมีความแตกต่างกัน
ด้วยปัจจัยต่าง ๆ ท้ังความต้องการของโรงเรียน โรงเรียนท่ีเน้นด้านวิชาการอาจให้ความสําคัญกับ
ความพิเศษด้านการเรียนภาษา หรือวิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้ให้ความสําคัญด้านกีฬา ดนตรี หรือบาง
โรงเรียนเน้นการแข่งขัน ก็จะส่งสเริมในความพิเศษในด้านกีฬา ดนตรี มากกว่าด้านวิชาการ ซ่ึงความ
ไม่เท่าเทียมในการส่ งเสริมศั กยภาพการเรียนรู้น้ีทําให้นักเรียนเสี ยโอกาสในการพั ฒนาศั กยภาพ
เรียนรู้ในสิ่งท่ีตนมีความถนัดและสนใจได้อย่างเต็มท่ี การออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนจึง
ควรคาํ นึงประเด็นนเ้ี ป็นส่ิงสําคัญเชน่ กนั
“ระบบกฎระเบียบ ค่านิยม ปรัชญา กับการพัฒนาส่งเสริมผู้เรียน” ในการนําเสนอการ
ออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน ส่ิงท่ีถูกนําเสนอท่ีมักจะมีคือ ค่านิยม ปรัชญา คําขวัญของ
โรงเรียน หากทบทวนการจัดสวัสดิการในโรงเรียนน้ัน ๆ จะทราบได้ว่าการมีอยู่ของสิ่งเหล่าน้ีถูก
กําหนดข้ึนมาโดยผู้บริหารของโรงเรียน ผ่านกลไกลการบริหารโครงสร้างท่ีไม่ได้สอดคล้องเป็น
จุดมุ่งหมายจริง ๆ ของการพัฒนาผู้เรียน เช่ือมโยงถึงระบบกฎระเบียบ ท่ีมีความต้องการให้ผู้เรียนมี
ความเป็นระเบียบ เรียบร้อย ในทางกลับกันสิ่งท่ีแสดงออกมาไม่ได้เป็นอย่างจุดมุ่งหมายท่ีต้ังไว้
อย่างการกําหนดให้นักเรียน ใช้กระเป๋า เคร่ืองแบบของโรงเรียน มุมหน่ึงคือความเป็นอันหน่ึงอัน
เดียวกัน แต่อีกมุมหน่ึงก็มีการต้ังคําถามเกิดข้ึนว่าเป็นการจํากัดสิทธิหรือไม่ รวมถึงความแตกต่าง
หลากหลายในการใช้งานหรือความต้องการท่ีต่างกัน สะท้อนไปถึงเร่ืองการลงโทษนักเรียน
ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเร่ืองการลงโทษนักเรียน พ.ศ.2548 ระบุโทษไว้เป็นลําดับคือ
ว่ากล่าวตักเตือน ทําทัณฑ์บน ตัดคะแนนความประพฤติ และทํากิจกรรมเพื่อให้ปรับเปล่ียนพฤติกรรม
แต่ในทางปฏิบัติน้ัน มีกฎระเบียบของโรงเรียนท่ีเกิดข้ึนมากมายตามบริบทต่าง ๆ เช่นจากการ
นําเสนอในประเด็นในโรงเรียนหญงิ ลว้ น กาํ หนดทรงผม การแต่งกาย เปน็ ตน้
“กิจกรรมตรงตามความต้องการ และทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้” จากกรณีศึกษาโรงเรียน
ต่าง ๆ มีการนําเสนอกิจกรรม สวัสดิการท่ีเกิดข้ึนรวมท้ังข้อเสนอต่อกิจกรรม สิ่งหน่ึงท่ีสะท้อน
ร่วมกันหลายกรณีคือการท่ีโรงเรียนไม่ได้มีกิจกรรมท่ีตรงกับความต้องการของผู้เรียนจริง ๆ
ท้ังกิจกรรมชมรม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอ่ืน ๆ ส่วนใหญ่แล้วเป็นการกําหนดกิจกรรมจากทาง
โรงเรียน หรืออีกกรณีคือการมีอยู่ของกิจกรรมน้ัน ไม่ได้ทําให้ทุกคนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ และ
เกิดเป็นการแข่งขัน ความเหล่ือมล้ําในการทํากิจกรรม อย่างกิจกรรมกีฬาสี ท่ีแข่งขันกันทําหน้าท่ีใน
ตําแหน่งต่าง ๆ ท่ีมีอยู่อย่างจํากัดเป็นการผลักให้ผู้เรียนน้ันออกจากการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมและ
พัฒนา
“อัตลักษณ์ เอกลักษณ์ ตัวตนของผู้เรียน” ความพิเศษท่ีเป็นความเฉพาะ เป็นตัวตนของ
ผู้เรยี นท่เี กิดจากกายภาพ วัฒนธรรม ภาษา ชาตพิ ันธุ์ บางคร้งั ระบบการศึกษาเปน็ ตัวกาํ หนดเงอ่ื นไข
ในการทําลายสิ่งเหล่าน้ันออกจากตัวผู้เรียน แต่จากการนําเสนอกรณีศึกษาสะท้อนให้ทราบถึงข้อมูล
38
วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
ในเร่ืองของการพยายามให้นักเรียนสามารถเรียนได้ควบคู่ไปกับการรักษาอัตลักษณ์ เอกลักษณ์
ตัวตนไว้ อย่างโรงเรยี นสองภาษา โรงเรียนวถิ ีพุทธ โรงเรยี นศาสนาครสิ ต์ เป็นต้น
บทบาทของนกั สังคมสงเคราะหก์ บั การออกแบบสวสั ดกิ ารนกั เรยี นในโรงเรียน
จากงานการนําเสนอการออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน สะท้อนถึงบทบาท
ของนักสังคมสงเคราะห์ท่ีเป็นส่วนสําคัญ เป็นผู้ศึกษาสถานการณ์ บริบท สภาพปัญหา ทรัพยากร
นอกจากบทบาทในการออกแบบสวัสดิการแต่ละกรณีศึกษาแต่ละโรงเรียนมีความแตกต่างกันออกไป
หากเป็นในโรงเรียนท่ีมีเด็กเล็กบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ทําหน้าท่ีประเมินสภาพร่างกาย
จิตใจ พัฒนาการเด็กอย่างสม่ําเสมอ เฝ้าระวังการกล่ันแกล้งในโรงเรียนและความรุนแรงเกินเหตุท่ี
อาจเกิดข้ึนในโรงเรียนได้ รวมถึงคอยเฝ้าระวังความรุนแรงท่ีอาจเกิดข้ึนกับเด็ก ผ่านการสังเกตุและ
ประเมินสุขภาพจิต อารมณ์ สังคม สติปัญญา ถ้าเป็นโรงเรียนท่ีมีปัญหาด้านพฤติกรรม จิตใจ
นักสังคมสงเคราะห์ต้องสนับสนุนพฤติกรรมเชิงบวกให้แก่นักเรียน รวมไปถึงการให้คําปรึกษา
ในประเด็นต่าง ๆ ของบทบาทนักสังคมสงเคราะห์ก็ได้สะท้อนมุมมองการมองบทบาทของ
นักสังคมสงเคราะห์ในการออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนจากคนในสังคมว่าบริบทของนัก
สังคมสงเคราะห์น้ันคือด้านสังคม ในปัญหาด้านจิตใจมักจะต้องการวิชาชีพอ่ืนมาเป็นผู้ดูแล ซ่ึงเป็น
เร่ืองท่ีดีท่ีจะดูแลนักเรียนได้อย่างเหมาะสม แต่ทว่าบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์น้ันมีความ
เช่ือมโยงท้ังทาง กาย จิต สังคม อย่างกรณีศึกษานักเรียนภายในโรงเรียนเป็นกลุ่มชาติพันธ์ุโดย
อาศัยอยู่ในครอบครัวข้ามรุ่น มีพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ น่ันคือการไปโรงเรียนสายและไม่ต้ังใจ
ท้ังยังขาดการอบรมดูแลเอาใจใส่ การจัดบริการ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ บทบาทของนักสังคม
สงเคราะห์มีการเช่ือมโยงประเด็นต่าง ๆ ไม่ได้มองแค่ปลายเหตุปัญหาท่ีเกิดข้ึน แต่จะทําการค้าหา
ข้อมูลช่วยเหลือถึงสาเหตุของปัญหาน้ัน ๆ โดยการออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนและทํา
หน้าท่ีตามบทบาทของนักสังคมสงเคราะห์ ผู้เขียนมีความเห็นว่าปัจจัยสําคัญคือการทํางานร่วมกัน
ของโรงเรียน ชุมชน ครอบครัวในการสร้างความเข้าใจ ร่วมแก้ไขปัญหา พัฒนาส่งเสริมการเรียนรู้
อยา่ งรอบด้านและเร่อื งอ่นื ๆ นอกจาการเรียนของผเู้ รียนด้วย
สรปุ บทเรียนรูก้ ารออกแบบสวสั ดกิ ารนกั เรียนในโรงเรยี น
จากการร่วมการศึกษาบทเรียนรู้การออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน กรณีศึกษา
ท้ังหมด 23 โรงเรียน ในประเด็นสถานการณ์นักเรียน โรงเรียน สวัสดิการท่ีมีอยู่ ข้อเสนอการ
ออกแบบสวัสดิการ รวมถึงมีประเด็นเพิ่มเติมท่ีเกิดข้ึนหลากหลายจากงานแต่ละช้ิน มีประเด็นท่ีได้รับรู้
แลกเปล่ียน คิดต่อยอด ทุกประเด็นล้วนมีรายละเอียด ความน่าสนใจ สิ่งค้นพบท้ังเหมือนและต่างกัน
ผ่านการศึกษาสถานการณ์ ศึกษาข้อมูล ออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน สอดคล้องบริบท
สภาพแวดล้อมท้ังโรงเรียน ชุมชน ครอบครัว สภาพสังคม ท้ังมุมท่ีเป็นสถานการณ์ปัญหาและโอกาส
ในการพัฒนา เช่ือมโยงสู่บทบาทของนักสังคมสงเคราะห์กับงานสวัสดิการศึกษาท่ีสะท้อนมุมมองท่ี
หลากหลายนอกจากบทบาท ยังมีความท้าทาย บริบทแวดล้อมต่าง ๆ ท่ีร่วมอยู่ด้วย ซ่ึงได้กล่าวไว้ใน
ประเด็นต่าง ๆ ข้างต้นของงานเขียนช้ินน้ี ยังมีอีกหลายประเด็นท่ีมีความน่าสนใจให้ค้นพบ
39
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
สะท้อนการเรียนรู้ได้อีกมากมาย ผู้เขียนยังมีความเช่ือและมุ่งม่ันท่ีว่าทุกคนนน้ันต้องสามารถเข้าถึง
สวัสดิการการศึกษาได้ และต้องเหมาะสมกับผู้เรียน น่ันหมายความว่าการออกแบบสวัสดิการนักเรียน
ในโรงเรียนเป็นสิ่งสําคัญมาก สุดท้ายแล้วก็เพื่อแก้ไขปัญหา ส่งเสริมพัฒนา ขับเคล่ือนให้ทุกคน
เข้าถึงการศึกษาท่ีเหมาะสมเป็นดังประโยคแรกท่ีได้มาเรียนในวิชาน้ีท่ีว่า “Education for all, and
All for Education” อยา่ งแทจ้ ริง
40
วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
ธนปรัชญ์ เมอื งพวน 6105680166
จากการนําเสนอการออกแบบสวัสดิการการศึกษา โดยนักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน
คร้ังท่ี 1 - 5 จํานวน 23 โรงเรียนท่ีผ่านมาทําให้เห็นถึงสถานการณ์ของโรงเรียนระดับต่าง ๆ
ซ่ึงมีขนาดและบริบททางสังคมท่ีแตกต่างกันออกไป อันส่งผลออกมาผ่านการจัดสวัสดิการ บริการ
และกิจกรรมของโรงเรียนท่ีความเหมือนความต่าง ความมีลักษณะเฉพาะ รวมไปถึงปัญหาความ
ต้องการของผู้เรียนและโรงเรียนท่ีต้องเผชิญ ซ่ึงสิ่งเหล่าน้ีล้วนสะท้อนมาจากประสบการณ์ท่ีได้รับ
โดยตรงของผู้เขียนขณะกําลังศึกษา และจากการสัมภาษณ์ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน หรือบุคลากรใน
โรงเรยี น โดยจากการฟงั บรรยายสามารถตง้ั ข้อสังเกตได้ดังน้ี
โรงเรียนระดับมธั ยมศึกษา
ประการแรก ความต่างท่ีถูกทําให้เหมือน โรงเรียนระดับมัธยมศึกษามักจะทําให้ความต่างของ
ผู้เรียนท่ีเคยมีกลายเป็นความเหมือนกันทุกคนในระบบการศึกษาในรูปแบบเดียว จะเห็นได้ว่าโรงเรียน
ระดับมัธยมศึกษามักมุ่งเน้นผลสัมฤทธ์ิทางวิชาการเป็นอย่างมาก จึงให้ความสําคัญย่ิงกับแผนการ
เรียนวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ อันส่งผลต่อการสอบวัดผลระดับชาติท่ีสําคัญต่อการจัดลําดับของ
โรงเรียน โดยไม่ได้ให้ความสําคัญกับแผนการเรียนอ่ืนเท่าท่ีควร ดังจะเห็นได้จากบางโรงเรียนในช่วง
ใกล้สอบเพื่อวัดผลระดับชาติมีการตัดบางรายวิชาออกไปเพ่ือนําไปสอนเสริมในอีกรายวิชาท่ีโรงเรียน
เห็นว่าสําคัญ เช่น โรงเรียนสตรีพัทลุงท่ีมีการตัดรายวิชาศิลปะ - ดนตรี และพละศึกษา โดยไปให้
ความสําคัญกับรายวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษแทน เป็นต้น ทําให้นักเรียนมี
ความตรึงเครียดและกดดันเพิ่มมากข้ึนกว่าเดิม อีกท้ังไม่ตอบสนองต่อนักเรียนบางส่วนท่ีมีความถนัด
และสนใจท่ีศึกษาต่อในศาสตร์ท่ีเก่ียวกับรายวิชาดังกล่าวท่ีถูกตัดออกไป และในบางโรงเรียนนอกจาก
ตารางเรียนปกติท่ีมีความตึงเครียดมากมายอยู่แล้วยังมีการเพ่ิมคาบเรียนพิเศษเสริมเพ่ิมเติมท่ีทําให้
ผู้เรียนต้องแบกรับความตึงเครียดมากข้ึนไปอีก เช่น โรงเรียนลาซาลท่ีมีการเรียนพิเศษเสริมซ่ึงมี
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากคาบเรียนปกติจํานวน 1 คาบ โดยการเรียนพิเศษเสริมดังกล่าวเรียกได้ว่าเป็น
การบังคับเรียน เพราะผู้เรียนไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเรียนหรือไม่ เป็นต้น ซ่ึงการมีอยู่ของห้องแนะ
แนวก็ไม่ได้ตอบโจทย์อย่างตรงจุดในความกดดันและตรึงเครียดต่อการเรียนท่ีต้องแบกรับของผู้เรียน
นอกจากน้ัน โรงเรียนยังมีชุมนุมท่ีไม่หลากหลายและตอบสนองต่อความสนใจผู้เรียนอย่างเพียงพอ
ซ่ึงบางโรงเรียนมีชุมนุมท่ีเก่ียวข้องกับวิชาการเพียงเท่าน้ัน ดังน้ัน สุดท้ายแล้วชุมนุมท่ีถือเป็นการ
ผ่อนคลายตามสิ่งท่ีตนเองสนใจก็ถูกผลักให้เข้าสู่ความเหมือนจากการมีชุมนุมของโรงเรียนท่ีไม่มี
ความหลากหลายทต่ี อบสนองตอ่ ผูเ้ รยี นนน่ั เอง
ประการถัดมา ความไม่เท่าเทียมกัน จากการท่ีโรงเรียนให้ความสําคัญกับสายการเรียน
วิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์เป็นอย่างมาก ย่ิงโดยเฉพาะกับห้องเรียนพิเศษ ทําให้ห้องเรียนพิเศษได้
สิทธิพิเศษในหลายๆ อย่างท่ีห้องเรียนท่ัวไปไม่ได้รับเพ่ือส่งเสริมทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน
เช่น โรงเรียนสุราษฎร์พิทยาท่ีมีการจัดติวแยกและต่างกัน โดยห้องเรียนพิเศษจะได้รับการติว
จากติวเตอร์จากภายนอก ส่วนห้องเรียนท่ัวไปจะได้รับการติวจากคุณครูในโรงเรียนเพียงเท่าน้ัน
หรือโรงเรียนอุตรดิตถ์ท่ีมีการส่งเสริมการทําโครงงาน โครงการ และกิจกรรมเฉพาะอย่างท่ีจัดข้ึน
เพื่อเด็กห้องเรียนพิเศษเท่าน้ัน เป็นต้น มากกว่าน้ัน คุณครูยังมักจะให้ความสนใจกับเด็กท่ีมีผลการ
41
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ้สู อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
เรียนดี โดยส่งเสริมเฉพาะเด็กท่ีมีผลการเรียนดีเท่าน้ัน แสดงให้ถึงการเลือกปฏิบัติ กีดกัน
ความสามารถ และถูกทําให้เป็นอ่ืนของเด็กท่ีอาจจะมีผลการเรียนไม่ดีแต่มีแนวทางท่ีจะก้าวเดินต่อไป
ด้วยศักยภาพในด้านอ่ืน ดังเช่นห้องแผนท่ัวไปอาชีพและธุรกิจของโรงเรียนสตรีนนทบุรีท่ีเน้นทักษะ
การใช้ชีวิตเป็นหลัก ซ่ึงเด็กท่ีอยู่ในห้องน้ีเป็นเด็กท่ีทํากิจกรรมเป็นส่วนใหญ่ เช่น นักกีฬา นักดนตรี
ฯลฯ ทําให้คุณครูไม่ได้ใส่ใจและสนใจส่งเสริมการเรียนของเด็กเหล่าน้ีอย่างเท่าเทียมกับเด็กท่ีผลการ
เรียนดีในห้องอ่ืน ๆ อย่างท่ีควรจะเป็นโดยไม่เลือกปฏิบัติ นอกจากน้ัน จํานวนคุณครูอาจเป็นสาเหตุ
หน่ึงท่ีทําให้เกิดความไม่เท่าเทียมข้ึน เน่ืองจากด้วยจํานวนนักเรียนท่ีมากทําให้คุณครูอาจเข้าไม่ถึง
นักเรียนทุกคนอย่างเข้าใจและช่วยส่งเสริมในด้านต่าง ๆ แม้แต่ละห้องจะมีครูท่ีปรึกษาจํานวน 1 - 2
คนคอยดูแล แต่ถ้าดูเทียบการเข้าถึงนักเรียนในท่ีปรึกษาจากการไปเย่ียมบ้านก็สามารถอนุมานได้ว่า
ยังไม่สามารถเข้าถึงเด็กทุกคนได้อย่างเพียงพอ เรียกได้ว่าเป็นท่ีปรึกษาแค่ในนาม ทําตามหน้าท่ีให้จบ
เพียงเทา่ นน้ั
ประการถัดมา กฎระเบียบของโรงเรียน โรงเรียนมีความเคร่งครัดในกฎระเบียบเป็นอย่าง
มาก ซ่ึงการผิดกฎระเบียบของโรงเรียน เช่น การมาโรงเรียนสาย การไม่เข้าช้ันเรียน การแต่งกายไม่
เรียบร้อย ฯลฯ คุณครูจะมีการหักคะแนนนักเรียน โดยไม่ได้ถามถึงสาเหตุท่ีแท้จริงในการกระทําของ
ผู้เรียน สนเพียงแต่กฎระเบียบของโรงเรียนเพียงเท่าน้ัน เช่น โรงเรียนพิบูลวิทยาลัยท่ีมีนักเรียนคน
หน่ึงมาสายทุกเช้าเพราะช่วยครอบครัวขายหมูป้ ิง หรือการท่ีนักเรียนเป็นตัวแทนไปแข่งขันกิจกรรมให้
ทางโรงเรียนสุราษฎร์ธานี แต่ไม่สามารถตามสอบเก็บคะแนนได้ เป็นต้น หรือแม้ว่านักเรียนกระทําผิด
ก ฎ โ ร ง เ รี ย น ส ถ า น เ บ า ก็ ยั ง ถู ก คุ ณ ค รู ใ ช้ ว า จ า รุ น แ ร ง ท่ี ส่ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ต่ อ จิ ต ใ จ ข อ ง ผู้ เ รี ย น ต า ม ม า
หน่ึงในวิธีปรับพฤติกรรมของทางโรงเรียน คือ การเข้าค่ายปรับพฤติกรรมโดยทหารเข้ามามีบทบาท
ซ่ึงในท้ายท่ีสุดแล้วผู้เรียนก็ยังคงทําพฤติกรรมน้ันเช่นเดิมไม่เปล่ียนแปลง นอกจากน้ัน ทางโรงเรียน
ยังมีข้อกําหนดเสมือนบังคับให้นักเรียนใช้ผลิตภัณฑ์ของทางโรงเรียน เช่น กระเป๋า โบว์ผูกผม ฯลฯ
โดยกรณีของโรงเรียนสตรีพัทลุง ผู้เรียนมองว่ากระเป๋าโรงเรียนไม่มีความดึงดูดให้ใช้งาน อีกท้ัง
คุณภาพสวนทางกับราคา จึงใช้กระเป๋าจากภายนอกทําให้เกิดเหตุการณ์การยึดกระเป๋าจากคุณครู
โดยผู้เรียนมีการใช้ถุงพลาสติกใส่ของเพื่อเดินเรียนท้ังวัน ซ่ึงเหตุการณ์ดังกล่าวสามารถส่งผลกระ
ทบต่อความรู้สึกของผู้เรียนท่ีเกิดจากกฎระเบียบของทางโรงเรียนท่ีผู้เรียนไม่สิทธิเลือกหรือเสนอ
แนวทางร่วมกนั
ประการสุดท้าย ความแตกต่างความหลาย ในโรงเรียนล้วนมีความแตกต่างหลากหลายทาง
ศาสนา ชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ฯลฯ ซ่ึงส่วนมากในโรงเรียนแน่นอนว่าต้องเป็นศาสนาพุ ธ แต่เม่ือมี
ความหลากหลายทางศาสนาเข้ามาเก่ียวข้อง ดังน้ันควรท่ีจะเคารพและมีสิ่งท่ีตอบสนองต่อผู้เรียนทุก
คน เช่น ห้องละหมาด ร้านอาหารท่ีหลากหลาย เป็นต้น เพราะจากกรณีของโรงเรียนเตรียม
อุดมศึกษาน้อมเกล้าท่ีร้านอาหารฮาลาลสําหรับมุสลิมยังไม่หลากหลาย นอกจากน้ัน บางโรงเรียนยัง
ไ ด้ ก ล่ า ว ถึ ง ก า ร มี เ ด็ ก ท่ี มี ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร พิ เ ศ ษ ใ น โ ร ง เ รี ย น ท่ี เ ข้ า ม า ใ น ร ะ ก า ร ศึ ก ษ า ร่ ว ม กั บ ค น ท่ั ว ไ ป
โรงเรียนได้มีสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ทางลาด ราวจับ ลิฟต์ภายในอาคาร ให้กับเด็กท่ีมีความต้องการ
พิเศษ แต่ยังไม่เพียงพอและพร้อมสนับสนุนเพื่อให้เด็กท่ีมีความต้องการพิเศษในโรงเรียนได้เข้าถึง
การศึกษา เช่น ไม่มีห้องน้ําคนพิการ ไม่มีอุปกรณ์ชาร์จเคร่ืองช่วยฟงั เป็นต้น เพราะเคยมีกรณีของ
42
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าท่ีมีผู้เรียนลืมเอาอุปกรณ์ชาร์จเคร่ืองช่วยฟังมาทําให้วันน้ัน
ผ้เู รยี นท่เี ดก็ ทม่ี ีความตอ้ งการพิเศษไมส่ ามารถเข้าถึงการศึกษาไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
โรงเรียนระดบั ประถมศึกษา
ประการแรก ครอบครัวของเด็ก ส่วนมากของโรงเรียนท่ีผู้เขียนได้นําเสนอมักจะเป็นโรงเรียน
ขนาดเล็กและขยายโอกาสท่ีทําให้เห็นบริบททางสั งคมชนบทท่ีเด็กมักไม่ได้อาศั ยอยู่กับพ่ อหรือแม่
หรือพ่อและแม่ โดยมักมีลักษณะของครอบครัวข้ามรุ่น ครอบครัวเล้ียงเด่ียว มักมีปัญหาด้าน
พฤติกรรมเพราะขาดความรักความเอาใจใส่จากครอบครัว เช่น โผงผาง ก้าวร้าว มาโรงเรียนสาย
ไม่ต้ังใจเรียน เป็นต้น มีรายได้ท่ีไม่แน่นอนจากอาชีพท่ีไม่ม่ันคง มีการย้ายถ่ินฐานตามผู้ปกครองท่ีไป
ทํางานต่างถ่ินทําให้เด็กมีปัญหาด้านการปรับตัวและการเรียนท่ีต่อเน่ือง บางครอบครัวไม่ได้ให้
ความสําคัญกับการศึกษาเท่าท่ีควรจากค่านิยมและบริบททางสังคม โดยให้เข้าโรงเรียนเพ่ือถือว่ามีคน
ดูแลลูกเม่ือตนเองไปทํางาน เด็กไม่มีแรงจูงใจในการศึกษาต่อในระดับท่ีสูงข้ึน และบางครอบครัวไม่
ทุนทรัพย์ในการส่งเพ่ือเข้ารับการศึกษาต่อไป แสดงเห็นว่าการดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว ค่านิยม
บริบททางสังคม ทุนทรัพย์มีความสําคัญอย่างมากในการสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาอย่าง
รอบด้านของผู้เรียน นอกจากน้ัน ภาษาและวัฒนธรรมยังถือเป็นอีกปัจจัยหน่ึงท่ีสามารถทําให้เด็ก
หลุดจากระบบการศึกษาได้ ดังเช่นในโรงเรียนบ้านประจันท่ีมีการใช้ภาษามาลายูเป็นภาษาหลัก
และภาษาไทยเป็นภาษาท่ีสอง ซ่ึงภาษาเป็นสิ่งท่ีมีความสําคัญอย่างมากท่ีจะทําเด็กเข้าถึงและเกิดการ
เรียนรู้ได้ท่ามกลางความหลากหลาย จึงต้องมีการส่งเสริมพัฒนาการพร้อมไปกับการปรับภาษาโดย
จัดการศึกษาแบบทวิ-พหุภาษา (ภาษาไทย-มาลายูถ่ิน) ท่ีเร่ิมต้ังแต่อนุบาล เพื่อให้ผู้เรียนและ
ผู้ปกครองเห็นความสําคัญของการศึกษาโดยไม่มองว่าภาษาเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ ซ่ึงส่ิงเหล่าน้ี
สามารถทาํ ให้เดก็ ทกุ คนทา่ มกลางความหลากหลายสามารถเขา้ ถึงการศึกษาไดอ้ ย่างแท้จรงิ
ประการถัดมา คุณครูท่ีไม่เพียงพอและไม่ตอบสนอง เม่ือครูในโรงเรียนมีจํานวนน้อยก็ทําครู
คนหน่ึงต้องรับหน้าท่ีในการสอนหลายวิชาตามมาโดยอัตโนมัติ ทําให้ผู้เรียนได้รับความรู้เท่าท่ีมีใน
หนังสือเท่าน้ัน เพราะครูทําการสอนตามหนังสือของกระทรวงศึกษาธิการ จึงให้ผู้เรียนไม่สามารถรู้ถึง
เน้ือหาท่ีมีความเฉพาะได้อย่างลึกซ้ึง ดังเช่นกรณีของโรงเรียนบ้านบิงท่ีคุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้
พละศึกษาต้องทําการสอนหลายวิชา จากน้ันมีผู้เรียนสอบถามถึงเน้ือหาแต่ครูไม่สามารถตอบได้จึง
ต้องไปศึกษาค้นคว้ามาเพ่ือตอบคําถามผู้เรียน เหตุการณ์ดังกล่าวทําให้คุณครูเกิดความรู้สึกอึดอัดใน
ใจท่ีไม่สามารถตอบคําถามผู้เรียนได้ ดังน้ัน หากมีคุณครูครบตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ก็จะมีสามรถ
ช่วยส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างตอบสนองและมีประสิทธิภาพในด้านการศึกษา นอกจากน้ันบาง
โรงยังมีเด็กท่ีมีความต้องการพิเศษเรียนร่วมกับเด็กท่ัวไปในโรงเรียน แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนองเพ่ือ
ส่งเสริมพัฒนาการอย่างเพียงพอ ดังเช่นในโรงเรียนบ้านไทยสามัคคีท่ีแม้จะถูกจัดให้เป็นโรงเรียน
แกนนําจัดการเรียนร่วม ซ่ึงมีการคัดกรองพบเด็กบกพร่องทางการเรียนรู้จํานวน 15 คนในโรงเรียน
นับได้ว่าเป็นจํานวนท่ีเยอะมากหากเทียบจากจํานวนนักเรียนท้ังหมด 90 คน แต่ก็ไม่ได้มีการ
จัดรูปแบบ หรือแนวทางการศึกษาท่ีตอบสนองต่อการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กท่ีมีความต้องการ
พิเศษเท่าท่ีควร ให้สมด่ังการถูกจัดให้เป็นโรงเรียนแกนนําจัดการเรียนร่วม ซ่ึงอาจจะด้วยปัญหา
สืบเน่ืองของจํานวนครูท่ีมีจํานวนพอดีต่อช้ันเรียนทําให้มีภาระหน้าท่ีของครูมีเยอะเกินจึงไม่สามารถ
ปรับและจดั แนวทางดงั ทค่ี วรจะเปน็ ได้
43
วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
จากท่ีได้กล่าวไปในข้างต้น จะเห็นได้ถึงสถานการณ์โรงเรียนหลายระดับท่ีมีความแตกต่างกัน
ไปในขนาดและบริบททางสังคม ซ่ึงมีท้ังความเหมือนความต่าง ความมีลักษณะเฉพาะ และปัญหา
ความต้องการของแต่ละโรงเรียนท่ีแตกต่างกันไปผ่านหลักสูตรแกนกลางเดียวกันในสังคมท่ีมีความ
หลากหลายและไม่หยุดน่ิง ซ่ึงถือว่ามีความท้าทายเป็นอย่างมากต่อนักสังคมสงเคราะห์ท่ีต้องทํางาน
กับมนุษย์ท่ามกลางสังคมไปเพ่ือให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาดังประโยคท่ีว่า การศึกษาเพื่อสิทธิท่ี
ทุกคนต้องได้รับ (Education For All) และทุกคนควรมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา (All For
Education) เพราะการศึกษาถือเป็นสิทธิข้ันพ้ืนฐานท่ีทุกคนต้องควรได้รับอย่างเท่าเทียมและเป็น
ธรรม โดยไม่ถกู ละเลยหรอื เลือกปฏบิ ตั ดิ ว้ ยเหตุแห่งอะไรท้งั ส้ิน
44
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผสู้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2563
เบญจวรรณ อุทธิยา 6105680182
สรปุ บทเรียนการออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียน
• สถานการณท์ ่พี บในโรงเรียน
1. สถานการณ์ของผู้ปกครองท่ีดูแลเด็ก ส่งผลต่อสภาพจิตใจ และพฤติกรรมของเด็ก
โดยตรง เช่น ความเอาใจใส่ การดูแลบุตรของผู้ปกครอง, รายได้ของผู้ปกครอง, การศึกษา
ของผปู้ กครอง, สถานภาพครอบครวั , พฤติกรรมของบคุ คลรอบตัวเดก็ เป็นตน้
ข้อมลู จากการศึกษาเพิ่มเตมิ
การสนับสนุนของครอบครัว ผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่นักเรียน เป็นท่ีปรึกษา
และให้กาํ ลังใจเก่ยี วกบั เรอ่ื งการเรยี น แสวงหาขอ้ มูล รวมทง้ั สนับสนนุ เรอ่ื งเอกสารตาํ ราเรียน
อุปกรณ์การเรียน รวมท้ังเงินเพ่ิมเติม เพ่ือใช้ในการเรียนและสื่อ การเรียนการสอนอ่ืน ๆ
ท่ีเป็นประโยชน์ต่อการเรียน การใช้คําพูดท่ีไม่รุนแรงแก่เด็ก ส่งผลให้นักเรียนมีพฤติกรรมการ
เรยี นทด่ี ี
สถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัว กําหนดคุณภาพของโอกาสท่ีเด็กจะ
ได้รับ ครอบครัวท่ีมีฐานะดีสามารถเสนอแหล่งเรียนรู้ท่ีดีกว่าให้กับลูกของคุณ และมีความ
ช่วยเหลือเป็นพิเศษหากเด็กต้องการ และจากครอบครัวท่ียากจนกว่าอาจไม่สามารถเข้าถึง
แหลง่ การศึกษาและโภชนาการท่ดี ี เพ่ือให้ไดเ้ ตม็ ศักยภาพ
ตัวอย่าง สถานการณ์ในโรงเรียนบ้านไทยสามัคคี โรงเรียนบ้านน้ํางาว โรงเรียนบ้านปลาย
แหลมผู้ปกครองส่วนใหญ่ของนักเรียนมีระดับการศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา ซ่ึงส่งผลต่อ
การประกอบอาชีพ โดยอาชีพส่วนใหญ่ของผู้ปกครองคือ อาชีพเกษตรกรรม และการรับจ้าง
ในหลายๆครอบครัว เด็กต้องย้ายถ่ินฐานตามผู้ปกครอง หรือเด็กต้องอาศัยอยู่กับบุคคลอ่ืน
ในครอบครัวแทน (ตา ยาย ปู่ ย่า ป้า น้าฯ) จากสถานการณ์ดังกล่าวทําให้เด็กอาจมีปัญหา
ด้านจิตใจ และปัญหาด้านพฤติกรรมตามมา เป็นผลมาจากการปรับตัว, การเลียนแบบ
และการไม่ไดร้ บั การดแู ล เป็นตน้
2. ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมท่ีอยู่อาศัยของเด็ก สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กมีบทบาทสําคัญต่อ
พฤติกรรมของเด็ก เช่น สภาพแวดล้อมทางกายภาพ สภาพท่ีพั กอาศัย สภาพทาง
ภูมิศาสตร์ของสถานท่ีอยู่อาศัย สภาพแวดล้อมทางสังคม ซ่ึงมีผลต่อความปลอดภัย
พัฒนาการด้านรา่ งกาย อารมณ์ และจติ ใจ
ข้อมูลจากการศึกษาเพ่ิมเติม
ปรีชา คัมภีรปกรณ์ (2532) ได้กล่าวว่าชุมชนคือ ต้นแบบของพฤติกรรม เป็นแหล่ง
สนับสนุนพฤติกรรมแหล่งสะสมค่านิยม ความคิด ชุมชนเป็นปัจจัยสําคัญ ก่อให้เกิดความ
ผูกพันทางสังคม (Social Control or Social Bonds) ในความผกู พันจะมีองค์ประกอบหลัก
45
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563
4 ประการ คือ 1) ความรู้สึกผูกพันกับบุคคลอ่ืน 2) มีพันธะสัญญาต่อเป้าหมายในอนาคต 3)
เก่ียวข้องกับกิจกรรมทางสังคม และ 4) ความเช่ือในค่านิยม และบรรทัดฐานทางสังคม
ถ้าความผูกพั นทางสังคมอ่อนแอลง หรือเส่ือมสลาย ก็จะทําให้บุคคลกระทําความผิด
หรือแสดงพฤตกิ รมเบ่ยี งเบนได้
ถ้าเด็กได้รับความรู้สึกม่ันคง ปลอดภัย และอยู่ในชุมชนท่ีมีสัมพันธภาพท่ีดี จะส่งผล
ต่อการเรียนรู้ การปรับตัวตามบรรทัดฐานของสังคม ซ่ึงจะเป็นผลดีต่อการรับรู้ การมี
แบบอย่างท่ดี ี ซ่งึ จะส่งผลโดยตรงตอ่ ความคดิ และพฤติกรรมการพัฒนาตวั เองของเด็ก
ตัวอย่าง สถานการณ์โรงเรียนบ้านน้ํางาว, โรงเรียนบ้านประจัน และโรงเรียนท่าวังผาพิทยา
คม มีนักเรียนจากหลายพื้นท่ีเข้ารับการศึกษา เป็นผลให้เกิดความหลากหลาย ท้ังเร่ืองของ
ภูมิศาสตร์ท่ีอยู่อาศัยของเด็ก, ความแตกต่างของวัฒนธรรมชุมชน, สภาพชุมชนบริเวณรอบ
โรงเรียน ส่งผลให้เกดิ ความหลากหลายในการแสดงออกพฤตกิ รรมของเด็ก
3. ปฏิสัมพั นธ์ระหว่างครูผู้สอน และเด็ก เป็นสิ่งท่ีสามารถกําหนดพฤติกรรมของเด็กได้
เช่น การปลูกฝังความคิด ความเช่ือ การสร้างความม่ันใจ หรือการลดความม่ันใจในตัวเด็ก
รวมไปถึงการไม่เลือกปฏิบัติ เพ่ือให้เด็กเกิดความรู้สึกท่ีเช่ือม่ันว่าตนเองจะได้รับส่ิงต่าง ๆ
อย่างเทา่ เทยี มกบั คนอน่ื ๆ
ข้อมูลจากการศึกษาเพิ่มเติม
การท่ีนักเรียนและ ครูมีสัมพันธภาพท่ีดีต่อกันโดยท่ีนักเรียนปฏิบัติต่อครู ได้แก่ การมี
ความเคารพนับถือ เช่ือฟงั ครูผู้สอน ต้ังใจและสนใจกระทําในส่ิงท่ีครูสอนและซักถามครูเม่ือมี
ข้อสงสัย ท้ังในด้านการเรียนและเร่ืองส่วนตัว และการท่ีครูปฏิบัติต่อนักเรียน ได้แก่ ให้ความ
สนใจต่อนักเรียน ให้ความเป็นกันเอง และให้ความรัก ความเอาใจใส่ ให้คําปรึกษา และข้อช้ีแนะ
แก่นักเรียนในด้านการเรียน และเร่ืองส่วนตัว เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ และการปรับตัวของ
นักเรียน ลดความกดดัน ความตึงเครียดท่ีจะเกิดข้ึนในห้องเรียน ลดอคติของครูท่ีมีต่อ
นักเรียน และครูให้ความสนใจนักเรียนอย่างสม่ําเสมอไม่เลือกปฏิบัติ ส่ิงเหล่าน้ีล้วนมีส่วนช่วย
ให้เด็กมีความคิด ความม่ันใจในตนเอง กล้าคิดและกล้าแสดงออก เป็นการส่งเสริมให้เด็กมี
สุขภาพจิต และมีการแสดงออกทางพฤติกรรมทด่ี ี
ตัวอย่าง สถานการณ์ในโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา, โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้าฯ
โรงเรียนสตรีนนทบุรี ซ่ึงสถานการณ์ภายในโรงเรียนมีลักษณะท่ีคล้ายกัน น่ันคือการท่ี
บุคลากรให้ความสําคัญกับเด็กแตกต่างกัน มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยด้านการ
แข่งขันทางวิชาการ ความสามารถของเด็กและ ประเด็นการแบ่งห้องให้ผู้เรียน ล้วนส่งผลให้
เกิดความเครยี ดต่อเด็กมากย่งิ ข้นึ
4. สภาพแวดล้อม การจัดการเรียนการสอนภายในโรงเรียน เป็นสภาพสังคมท่ีเด็กต้องเจอใน
ทุกวัน ในแตล่ ะโรงเรียนจะมสี ภาพแวดล้อม สังคมในกลมุ่ เพื่อนแตกตา่ งกัน
ขอ้ มูลจากการศึกษาเพิ่มเติม
46
วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
ระเบียบและกฎเกณฑ์ของโรงเรียน ในหลายๆโรงเรียนมีความเข้มงวดเกินไปในด้าน
ระเบียบ เช่น ระเบียบการแต่งกาย, ระเบียบทรงผม โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น ทําให้นักเรียนเกิด
ความคับข้องใจ เกิดความขัดแย้งกับระเบียบ กฎเกณฑ์ท่ีมีความละเอียดยิบเกินไป เป็นเหตุให้
แรงจูงใจในการไปโรงเรียนลดลง เพราะบรรยากาศของโรงเรียนไม่เอ้ือต่อการเรียนรู้
โรงเรียนสกปรก เสียงยานพาหนะหนวกหู ห้องเรียนร้อนอบอ้าว ก็ไม่สร้างแรงจูงใจในการ
เรยี นเช่นกัน
จากการสํารวจสภาพแวดล้อมทางสังคมและปัจจัยทางจิตวิทยากับพฤติกรรมการ
เรยี นท่ดี ีของนกั เรียน พบวา่ การสนับสนุนของเพื่อน บรรยากาศทางการเรยี น การตระหนกั รู้
ด้านการเรียน การเรียนการสอนท่ีเหมาะสม สามารถนําไปใช้ได้จริง การมีมีจํานวนประมาณ
ครูทเ่ี พียงพอกบั จาํ นวนนักเรยี น ชว่ ยใหเ้ กดิ การดูแล ให้คําปรึกษาเดก็ ไดท้ ว่ั ถึงมากยง่ิ ข้นึ
ตัวอย่าง สถานการณ์โรงเรียนบ้านบิง, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตลาดเขต, โรงเรียนบ้าน
ปลายแหลม และโรงเรียนสุราษฎร์พิทยา เป็นโรงเรียนท่ีมีจํานวนบุคลากรท่ีไม่สัมพันธ์กับ
จํานวนนักเรียน ทําให้การดูแลนักเรียนอาจไม่ครอบคลุมทุกคน รวมถึงงานบริการอาจทําได้ช้า
นอกจากน้ีโรงเรียนส่วนใหญ่มีการบังคับใช้กฎระเบียบท่ีเข้มงวดเกินไป ทําให้เด็กมีแรงจูงใจใน
การเรยี นลดลง เกดิ ความเครยี ด
5. สวัสดิการ งานบริการ และกิจกรรมในโรงเรียน การจัดกิจกรรม และบริการเป็นส่ิงท่ีแต่ละ
โรงเรียนจะต้องส่งเสริมให้นักเรียนได้รับบริการสวัสดิการข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือให้สามารถเรียนได้
อยา่ งราบรน่ื
ข้อมลู จากการศึกษาเพิ่มเตมิ
การท่ีโรงเรียนจัดกิจกรรมให้เด็กมีส่วนร่วมในการดําเนินงาน ท้ังกิจกรรมนันทนาการ
แ ล ะ วิ ช า ก า ร ก า ร ส่ ง เ ส ริ ม ใ ห้ ผู้ เ รี ย น ไ ด้ เ รี ย น รู้ เ พ่ิ ม เ ติ ม ใ น เ ร่ื อ ง ข อ ง ก า ร สื่ อ ส า ร ใ น
ภาษาต่างประเทศ การจัดห้องปฏิบัติการทางด้านคอมพิวเตอร์อย่างเพียงพอ มีการช้ีแนะ
ทางด้านวิชาการ และงานทะเบียน เพ่ือให้การบริการทางด้านวิชาการอย่างมีประสิทธิภาพ
รวดเร็ว รวมไปถึงการจัดสวัสดิการบริการด้านสุขภาพ ทุนการศึกษา และการเย่ียมบ้าน
นักเรียน จะช่วยให้เด็กได้รับการดูแล เข้าถึงสวัสดิการของโรงเรียน และได้รับการให้บริการ
การศึกษาอย่างทว่ั ถึง โดยไม่ต้องกงั วลเก่ยี วกับค่าใชจ้ า่ ย
ตัวอย่าง สถานการณ์โรงเรียนสตรีพัทลุง, โรงเรียนรัตนราษฎร์บํารุง โรงเรียนลาซาญ และ
โรงเรียนอ่ืน ๆ ยังคงพบปัญหาเก่ียวกับการออกแบบกิจกรรมท่ีไม่มีความหลากหลาย
เพียงพอต่อความต้องการ รวมถึงสวัสดิการท่ีเด็กได้รับยังไม่ครอบคลุมกับเด็กทุกกลุ่ม เช่น
กิจกรรมด้านศาสนา, การส่งเสริมสวัสดิการด้านสุขภาพ, การสนับสนุนท่ีพักอาศัย และ
เงินทุน, การจัดห้องชุมนุม ชมรมให้มีความหลากหลาย รวมถึงขาดการควบคุมการให้บริการ
ดา้ นงานโภชนาการแก่เดก็
47