The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Email: [email protected])

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pinhathai Nunuan, 2021-05-09 05:56:02

ใบงานที่ 8 บทสรุปการเรียนรู้การออกแบบสวัสดิการการศึกษาในโรงเรียน

หากท่านใดต้องการ Download file สำหรับอ่านแบบ Offine สามารถคลิกได้ที่นี่

ออกแบบและผลิตรูปเล่มโดย : Natnaree Chouywattana (Email: [email protected])

วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

• พื้นทใ่ี ช้สอยส่วนกลางไม่เพียงพอตอ่ ความตอ้ งการ

เน่ืองจากการมีจํานวนนักเรียนท่ีเพ่ิมมากข้ึน แต่พ้ืนท่ีส่วนกลางไม่ได้มีเพ่ิมมากข้ึนเพื่อ
ตอบสนองความต้องการของนักเรียน เช่น โรงอาหาร เพราะจํานวนเก้าอ้ีในการเข้าเรียน
ของสถาณศึกษาเพ่ิมมากข้ึน แต่จํานวนเก้าอ้ีในโรงอาหารไม่ได้มีเพิ่มเพื่อสอดคล้องตาม
จํานวนเก้าอ้ีในการเข้าเรียนของสถาณศึกษา จึงก่อให้เกิดปัญหานักเรียนไม่มีท่ีน่ังรับประทาน
อาหาร

5. สวัสดิการและบรกิ ารทอ่ี ยากใหม้ ใี นสถาณศึกษา

สามารถสรุปประเด็นความต้องการในด้านสวัสดิการและบริการท่ีอยากให้มีได้ 2
ประเดน็ หลกั ๆ เนอ่ื งจากเปน็ ประเดน็ ท่ถี กู เสนอคอ่ นขา้ งมากททส่ี ุด คือ

• นักสังคมสงเคราะหใ์ นโรงเรยี น

โดยจะเป็นการให้บริการของนักสังคมสงเคราะห์ในการวางแผนหลักสูตรให้สอดคล้อง
กับพัฒนาการในแต่ละช่วงวัยของผู้เรียน การเฝ้าระวังการเกิดปัญหาต่าง ๆ หรือเป็นคน
กลางไกล่เกล่ียปัญหาภายในโรงเรียน เช่น ปัญหาระหว่างบุคลากรกับบุคลากร , บุคลากรกับ
นักเรียน หรือ นักเรียนกับนักเรียน โดยการดําเนินงานของนักสังคมสงเคราะห์เข้ามามี
บทบาทร่วมกับครอบครัวในการเย่ียมบ้าน บทบาทในการประสานกับทางองค์กรหรือทาง
ชุมชน และเน่ืองจากนักสังคมสงเคราะห์มีองค์ความรู้ทาด้านวิชาชีพซ่ึงสามารถนํามา
ประยุกต์ใช้กับสถาณการณ์ต่าง ๆ ได้ จึงทําให้นักสังคมสงเคราะห์สามารถเข้าใจในปัญหา
และบริบทของปัญหา หรือส่ิงท่ีนักเรียนหรือบุคคลากรต้องเผชิญ ได้อย่างเข้าใจภายใต้
มุมมองของนักสังคมสงเคราะห์ จึงทําให้สามารถหาทางออก หรือวิธีแก้ไขปัญหาได้อย่างถูก
วิธี ซ่ึงการมีนักสังคมสงเคราะห์ในสถาณศึกษาจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ ลงได้
อีกท้งั ยงั สามารถหาทรัพยากรมาสนบั สนนุ ทางโรงเรยี นไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพอีกดว้ ย

• ห้องให้คาํ ปรกึ ษาโดยมนี ักสังคมสงเคราะหเ์ ป็นผู้ใหบ้ ริการ

เน่ืองจากงานบริการทางด้านแนะแนวส่วนใหญ่เป็นงานบริการท่ีเก่ียวข้องกับการแนะ
แนวทางในการดําเนินชีวิต และให้คําปรึกษา ทว่าๆในหลายๆโรงเรียนกลับไม่มีบุคคลากรท่ีมี
องค์ความรู้ทางด้านการให้คําปรึกษาโดยตรง จึงทําให้เกิดการใช้วิธีการในการให้คําแนะนําผิด
วิธี ซ่ึงบางคร้ังกลับเป็นการสร้างบาดแผลในใจให้กับเด็กเองเสียมากกว่า จึงมีความคิดเห็น
จากหลายๆผู้นําเสนอว่า จะเป็นการดีกว่าไหมหากมีนักสังคมสงเคราะห์เข้ามามีบทบาทในการ
ทําหน้าท่ีตรงน้ี เพ่ือเพ่ิมประสิทธิภาพในการให้คําปรึกษา และเป็นการให้คําแนะนําท่ีถูกต้อง
ตามหลกั ทฤษฎีและวิธีการอกี ด้วย

6. บทบาทนกั สังคมสงเคราะหใ์ นสถาณศึกษา

จากท่ีกล่าวมาในข้อข้างต้น คือ สวัสดิการและบริการท่ีอยากให้มีในสถาณศึกษา จะ
เห็นได้ว่านักสังคมสงเคราะห์ในสถาณศึกษาน้ัน สามารถมีบทบาทในการให้คําปรึกษา โดยใน

98

วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

ข้ันตอนดังกล่าวนักสังคมสงเคราะห์สามารถเป็นผู้ประเมินสภาพจิตใจ สภาพสังคม และสภาพ
อารมณ์ของนักเรียนผู้ใช้บริการได้ อีกท้ังยังสามารถเป็นคนกลางในการไกล่เกล่ียปัญหาต่าง ๆ
รวมถึงการเป็นผู้ออกแบบรูปแบบการศึกษา หรือพัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับพัฒนาการ
ของผู้เรียน เพ่ือส่งเสริมศักยภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเต็มท่ีตามแต่ละช่วงวัย อีกท้ังนัก
สังคมสงเคราะห์ในสถาณศึกษาควรมีบทบาทในการทํางานร่วมกับทีมวิชาชีพหรือทรัพยกรต่าง
ๆ ภายในชุมชน เพื่อเป็นการประสานความร่วมมือเข้ากับชุมชน และเพื่อให้โรงเรียนเป็นส่วน
หน่ึงกับทางชุมชน และเป็นใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ในบริบทของโรงเรียนและชุมชนอย่างคุ้มค่า
เหมาะสม เพ่ือประโยชน์อันสูงสุดของโรงเรียนและชุมชน อน่ึง โรงเรียนหรือ สถาณศึกษาจัดว่า
เป็นส่วนหน่ึงของชุมชน อีกท้ังนักสังคมสงเคราะห์ยังมีบทบาทในการรายงานข้อสังเกตุ หรือ
ปัญหาท่ีพบกับตัวนักเรียนให้แก่คุณครู หรือ ผู้ปกครอง เพื่อนําไปสู่การเฝ้าระวัง การป้องกัน
หรือการแก้ไขปัญหาท่ีถูกต้องอย่างทันท่วงที และยังสามารถมีบทบาทในการเย่ียมบ้าน หรือ
ทํางานร่วมกับคุณครู เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดของภารกิจท่ีคุณครูต้องดําเดินการโดยมีนัก
สังคมสงเคราะห์เป็นท่ีปรึกษาในการให้คําแนะนํา ออกแบบ หรือประเมินการเรียนการสอนเป็น
ต้น ซ่ึงเป้าหมายสูงสุดน้ันคือการพัฒนาผู้เรียน และเติมเต็มศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็ม
ความสามารถ เพ่ือตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และเป็นการพัฒนาบุคลากรท่ีดีใน
อนาคต ดงั นน้ั จึงสรุปไดว้ า่ นกั สังคมสงเคราะห์ในสถาณศึกษา มบี ทบาทหลักๆดังน้ี

1. บทบาทกบั ผู้เรียน
2. บทบาทกบั คณุ ครู
3. บทบาทกบั สถาณศึกษา
4. บทบาทกบั ชุมชน
5. บทบาทกบั ผปู้ กครอง
6. บทบาทกับสหวิชาชีพ

99

วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

ฟา้ ประดับดาว สุวรรณคร 6105681719

สรุปบทเรียนรู้จากการรว่ มฟงั งานออกแบบสวัสดกิ ารนกั เรียนในโรงเรยี น

จากท่ีได้ฟังการนําเสนอ งานออกแบบสวัสดิการนักเรียนในโรงเรียนจากเพ่ื อน ๆ
ในคร้ังท่ี 1 - 5 โรงเรียนท่ีเพ่ือนเลือกมานําเสนอส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนท่ีได้เคยศึกษามาก่อน
เน่ืองจากมีข้อมูลทางด้านโรงเรียนค่อนข้างมาก ผ่านประสบการณ์การเรียนมาแล้ว และมีความคุ้นชิน
กบั โรงเรยี น โดยโรงเรยี นส่วนใหญ่จะเปน็ โรงเรียนท่อี ย่ใู นสังกัดรฐั บาล โดยแบง่ ออกได้ ดงั น้ี

โรงเรียนสังกัดรัฐบาลท่ีต้ังอยู่ในต่างจังหวัด มีดังน้ี 1. โรงเรียนท่าวังวิทยาคม จังหวัดน่าน
(เบน) 2. โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี จังหวัดหนองคาย (ปล๊ัก) 3. โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา จังหวัดสุ
ราษฎร์ธานี (ปิงปอง) 4. โรงเรียนบ้านน้ํางาว จังหวัดน่าน (แตงซ่ี) 5. โรงเรียนสตรีพัทลุง จังหวัด
พัทลุง (แคร์) 6.โรงเรียนบ้านปลายแหลม (หยดน้ํา) จังหวัดสุราษฏร์ธานี 7. โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย
จังหวัดลพบุรี (ป่ ิน) 8. โรงเรียนระยองวิทยาคม จังหวัดระยอง (แพร) 9. โรงเรียนบ้านประจัน
จังหวัดปัตตานี (อาสัน) 10. โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร จังหวัดหนองคาย (กิฟท์) 11. โรงเรียนบ้าง
บิง จังหวัดนครราชสีมา (ป่าน) 12. โรงเรียนปราจิณราษฎรอํารุง จังหวัดปราจีนบุรี (เอม)
13. โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ จังหวัดระยอง (ม่อน) 14. โรงเรียนรัตนราษฏร์
บํารุง จังหวัดราชบุรี (เพลง) 15. โรงเรียนตราษตระการคุณ จังหวัดตราด (แพท) 16. โรงเรียน
อุตรดิตถ์ จงั หวดั อตุ รดติ ถ์ (โบว)์

โรงเรียนสังกัดรัฐบาลท่ีอยู่ในเขตกรุงเทพและปริมลฑล มีดังน้ี 1. โรงเรียนสตรีนนทบุรี
จังหวัดนนทบุรี (จ๋า) 2. โรงเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้า จังหวัดกรุงเทพ (ลูกแก้ว) 3. โรงเรียนพญา
ไท จงั หวดั กรงุ เทพ (ปนั )

โรงเรียนสังกดั เอกชน คือ โรงเรียนลาซาล จงั หวดั กรุงเทพ (ฟรอ้ ง)
ศูนย์พัฒนา คือ ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเลก็ บา้ นตลาดเขต จังหวดั กาญจนบุรี (ซิน)

สถานการณภ์ ายในโรงเรยี น

สถานการณ์ของเด็กภายในโรงเรียนท่ีเพ่ือนได้นําเสนอน้ัน ระดับช้ันการศึกษาของโรงเรียน
ส่วนใหญ่จะเป็น โรงเรียนในระดับช้ันมัธยมท่ี 1 - 6 ซ่ึง สถานการณ์ในแต่ละโรงเรียนจะมีความ
แตกต่างกันไปตามบริบทของโรงเรียน ท้ังในด้าน ระดับช้ันการศึกษา สถานท่ีต้ังของโรงเรียน
สังกัดของโรงเรียน กฎระเบียบ รวมไปถึงส่ิงแวดล้อมโดยรอบ โดยเฉพาะ ขนาดของโรงเรียนและ
จํานวนของนักเรียน เน่ืองจากเม่ือโรงเรียนมีขนาดใหญ่ สวัสดิการและบริการ ก็จะมีมากเพิ่มข้ึนตาม
และงบประมาณท่ีได้รับก็จะมากกว่าโรงเรียนท่ีมีขนาดเล็ก เพราะงบประมาณมาจากการคํานึงจํานวน

100

วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

รายหัวของนักเรียนภายในโรงเรียน เม่ือมีนักเรียนจํานวนมากก็จะได้งบประมาณท่ีมาก และเม่ือมี
นักเรียนจํานวนน้อยก็จะได้งบประมาณน้อยตามลงไป โดยขนาดและจํานวนของนักเรียนท่ีเพ่ือนได้
นําเสนอ ส่วนใหญ่จะเป็นโรงเรียนท่ีมีขนาดใหญ่พิเศษ รองลงมาเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียน
ขนาดกลาง และ โรงเรียนขนาดใหญ่ ซ่งึ โรงเรยี นทง้ั หมดแบ่งตามขนาด ไดด้ งั น้ี

โรงเรียนขนาดเล็ก (จํานวนนักเรียน 1 - 499 คน) มีดังน้ี 1.โรงเรียนบ้านน้ํางาว มีจํานวน
นักเรียนท้ังหมด 129 คน (แตงซ่ี) 2. โรงเรียนบ้านประจัน มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 232 คน
(อาสัน) 3.โรงเรียนบ้างบิง มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 171 คน (ป่าน) 4.โรงเรียนบ้านไทยสามัคคี
(ปล๊ัก) มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 90 คน 5. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านตลาดเขต มีจํานวนนักเรียน
ทง้ั หมด 60 คน (ซิน) 6.โรงเรียนบา้ นแหลม มีจํานวนนกั เรยี นท้งั หมด 372 คน (หยดน้าํ )

โรงรียนขนาดกลาง (จํานวนนักเรียน 500-1,499 คน) มีดังน้ี 1.โรงเรียนท่าวังวิทยาคม มี
จาํ นวนนักเรียนทง้ั หมด 1,380 คน (เบน) 2.โรงเรียนเฉลมิ พระเกยี รติ มีจาํ นวนนักเรยี นท้งั หมด 1,025
คน (มอ่ น)

โรงเรียนขนาดใหญ่ (จํานวนนักเรียน 1,500-2,499 คน) มีดังน้ี 1.โรงเรียนตราษตระการคุณ
มจี าํ นวนนกั เรยี นท้งั หมด 1,958 คน (แพท) 2.พญาไท มีจํานวนนกั เรียนทง้ั หมด 1,751 คน (ปัน)

โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ (จํานวนนักเรียน 2,500 ข้ึนไป) มีดังน้ี 1. โรงเรียนราษฎร์พิยา มี
จํานวนนักเรียนทง้ั หมด 2,804 คน (ปงิ ปอง) 2. โรงเรียนสตรพี ัทลงุ มจี าํ นวนนกั เรียนท้งั หมด 2,673
คน (แคร์) 3. โรงเรียนสตรีนนทบุรี มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 2,795 คน (จ๋า) 4. โรงเรียนอุตรดิตถ์
มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 2,610 คน (โบว์) 5. โรงเรียนรัตรนราษฏร์บํารุง มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด
2,688 คน (เอม) 6. โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 3,000 คน (ป่ ิน) 7. โรงเรียน
ระยองวิทยาคมมีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 3,576 คน (แพร) 8. โรงเรียนปทุมเทพวิทยาคาร มีจํานวน
นกั เรยี นท้งั หมด 3,430 คน (กฟิ ท์) 9. โรงเรียนปราจิณราษฎรอาํ รงุ มีจาํ นวนนกั เรยี นทง้ั หมด 3,442
คน (เอม) 10. โรงเรียนลาซาล มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด 4,942 คน (ฟร้อง) 11. โรงเรียนเตรียม
อดุ มศึกษานอ้ มเกล้า มจี ํานวนนักเรยี นทง้ั หมด 3,206 คน (ลกู แก้ว)

โดยขนาดและจํานวนของนักเรียนน้ัน จะส่งผลต่อจํานวนของครูและบุคลากรภายในโรงเรียน
ซ่ึงสัดส่วนท่ีได้คุณภาพจะต้องมีจํานวนบุคลากรท่ีเหมาะสมกับจํานวนของนักเรียน โดยส่วนใหญ่
โรงเรียนท่ีเพื่อนนําเสนอจะมีสัดส่วนท่ีค่อนข้างเหมาะสมกัน แต่ก็มีบางโรงเรียนท่ีมีสัดส่วนไม่เหมาะสม
กับนักเรียนในด้านการเรียนการสอนและมักจะเป็นโรงเรียนท่ีมีขนาดเล็ก ตัวอย่าง เช่น โรงเรียนบ้าน
บิง จังหวัดนครราชสีมา ท่ีป่านเป็นผู้นําเสนอ จะเป็นโรงเรียนท่ีมีขนาดเล็ก มีจํานวนนักเรียนท้ังหมด
เพียงแค่ 171 คน และมีจํานวนบุคลากรท้ังหมด 15 คน เน่ืองจากเม่ือโรงเรียนมีขนาดเล็ก จํานวนของ
นักเรียนน้อย ทําให้บุคลากรทางการศึกษาภายในโรงเรียนน้อยไปด้วย ส่งผลให้คุณครูหน่ึงคน
ต้องสอนเด็กมากกว่า 1 วิชา แม้จะถนัดในรายวิชาหรือไม่ก็ตาม และเน่ืองจากโรงเรียนขนาดเล็กมักจะ

101

วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรับเดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

เป็นโรงเรียนท่ีต้ังอยู่ในชุมชน หรือ หมู่บ้านเล็ก ๆ ส่วนใหญ่มักจะเป็นหมู่บ้านปิด ไม่ได้เป็นโรงเรียน
ท่ีต้ังอยู่ในตัวเมืองจังหวัด ทําให้รัฐบาลไม่สามารถพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพและมาตรฐานเท่ากับ
โรงเรียนท่ีมีขนาดใหญ่ได้ จะเห็นได้จากสวัสดิการ กิจกรรม และ บริการ ท่ีมีน้อยกว่าโรงเรียนท่ีมี
ขนาดใหญ่ค่อนข้างมาก รวมไปถึงสภาพสิ่งแวดล้อมภายในและโดยรอบของโรงเรียนมีความเส่ือม
โทรม ท้ังห้องเรียน ห้องน้ํา ลานกีฬา หรือ ถนนโดยรอบ ส่งผลให้โรงเรียนขนาดเล็กส่วนมาก
มักจะถูกยุบ หรือ ถูกรวมกับโรงเรียนอ่ืนท่ีมีขนาดใหญ่กว่า นอกจากน้ีโรงเรียนขนาดเล็ก
มักจะเป็นโรงเรียนท่ีห่างไกลและค่อนข้างเป็นกลุ่มเฉพาะ เช่น โรงเรียนบ้านประจัน ท่ีสันได้นําเสนอ
จะเป็นโรงเรียนท่ีอยู่ในจังหวัดปัตตานี เป็นโรงเรียนท่ีนับถือศาสนาอิสลามท้ังหมด ทําให้มีการใช้ภาษา
ถ่นิ เป็นภาษาหลักในการสอน ทําใหบ้ างทมี ีปัญหาในเร่อื งภาษาบ้างเล็กนอ้ ย เปน็ ตน้

ในโรงเรียนขนาดอ่ืน ๆ ท้ังขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และ ขนาดใหญ่พิเศษ จะมีปัญหาท่ีแตกต่าง
อ อ ก ไ ป ปั ญ ห า ส่ ว น ใ ห ญ่ จ ะ เ ป็ น ปั ญ ห า ด้ า น ก า ร แ ข่ ง ขั น ท่ี สู ง ท้ั ง ภ า ย ใ น แ ล ะ น อ ก โ ร ง เ รี ย น
เม่ือมีการแข่งขันกันสูง ทําให้สวัสดิการ กิจการ บริการต่าง ๆ แทบจะไม่ตอบสนองรายบุคคลได้เลย
เน่ืองจากมีจํานวนนักเรียนท่ีค่อนข้างมาก และการจัดสวัสดิการต้องคํานึงถึงคนส่วนรวม
และอีกปัญหาหน่ึง คือ กฎระเบียบในโรงเรียน ท่ีค่อนข้างมีความเคร่งครัดซ่ึงจะมีความแตกต่างกันไป
ตามท่ีแต่ละโรงเรียนได้กําหนดข้ึนมา ซ่ึงจากการท่ีได้ฟังเพ่ือนนําเสนอพบว่า โรงเรียนหลายแห่ง
ประสบกับปัญหาน้ี เพราะกฎระเบียบท่ีทางโรงเรียนได้ต้ังข้ึนมามักจะขัดแย้งกับนักเรียน ยกตัวอย่าง
เช่น โรงเรียนสตรีพัทลุง ท่ีแคร์ได้นําเสนอน้ัน กระเป๋าท่ีนักเรียนใช้ จะต้องเป็นกระเป๋าของทาง
โรงเรียนเท่าน้ัน ซ่ึงมีราคาท่ีค่อนข้างแพงและวัสดุไม่คุ้มค่ากับราคา เป็นต้น นอกจากน้ียังมีปัญหาใน
ด้านของการเย่ียมบ้าน ซ่ึงเป็นปัญหาท่ีพบมากท่ีสุดจากการนําเสนอของเพื่อน โดยการเย่ียมบ้านน้ัน
คุณครูจะทําการเย่ียมบ้านแบบสุ่ม คือ การไม่ได้เย่ียมบ้านนักเรียนทุกคน และบ้านท่ีคุณครูมักจะเลือก
เย่ียม จะเป็นบ้านท่ีค่อนข้างใกล้กับโรงเรียน เดินทางสะดวก หรือ เลือกเย่ียมบ้านจากความสนิทสนม
ระหว่างนักเรียนและคุณครู ซ่ึงการเย่ียมบ้านน้ัน จะเป็นการเย่ียมแบบผิวเผิน โดยมักจะเป็นการไป
ถ่ายรูปคู่กับบ้านของนักเรียนเท่าน้ัน ซ่ึงการเย่ียมบ้านแบบดังกล่าว เป็นการเย่ียมบ้านท่ีไม่ก่อให้เกิด
ประโยชน์แก่ตัวคุณครูและตัวของนักเรียน อันเน่ืองมาจากคุณครูอาจจะมีทักษะในด้านน้ีไม่เพียงพอ
หรอื ไม่มคี วามและรู้ความชาํ นาญในด้านน้ี

102

วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

สวสั ดกิ ารท่มี ีอย่แู ล้วในโรงเรียน

โดยสวัสดิการท่ีมีอยู่ในโรงเรียน ส่วนมากจะมีลักษณะท่ีค่อนคล้ายกัน ไปในทิศทางเดียวกัน
เปน็ สวัสดิการขน้ั พ้ืนฐาน ทค่ี วรจะมอี ยู่ภายในโรงเรยี น ดงั น้ี

1. สวัสดิการทางด้านสุขภาพ ส่วนมากจะมีห้องพยาบาล การตรวจสุขภาพประจําปีให้แก่
นักเรียน การตรวจสุขภาพฟนั จากทันตกรรม การทําประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุ
ใหแ้ ก่นกั เรยี น

2. สวัสดกิ ารทางดา้ นทอ่ี ยอู่ าศัย คือ หอหกั ภายในโรงเรียน
3. สวัสดิการด้านความม่ันคง จะเป็นธนาคารโรงเรียน ท่ีสามารถสร้างดอกเบ้ียจากเงินฝาก

ของนักเรียนได้ และทุนการศึกษาสําหรับนักเรียนตามประเภทต่าง ๆ เช่น ทุนนักกีฬา ทุน
นกั เรียนเรียนดี เปน็ ต้น
4. สวสั ดิการทางด้านนนั ทนาการ ส่วนมากจะเป็น ทัศนศึกษา กฬี าสี เขา้ ค่าย
5. บริการส่ิงอํานวยความสะดวก เช่น ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ท่ีจอดรถจักรยานยนต์
สนามกฬี า อปุ กรณท์ างการกีฬา ห้องดนตรี ห้องศิลปะ บริการรถรับส่งนักเรียน เป็นต้น
6. กิจกรรมทางศาสนา เช่น การเข้าค่ายคุณธรรม กิจกรรมวันเข้าพรรษา หรือ กิจกรรม
การทําบญุ ตกั บาตร

สวัสดกิ ารท่เี หมาะสมสําหรบั นักเรียน

สวัสดิการท่ีเหมาะสมสําหรับนักเรียนท่ีได้ฟังการนําเสนอ เพ่ื อน ๆ จะจัดสวัสดิการ
ท่ีสอดคล้องกับปัญหาหรือสถานการณ์ของโรงเรียน ตามแต่ละโรงเรียนท่ีเพ่ื อน ๆ สนใจ
ทําให้สวัสดิการท่ีเหมาะสมกับนักเรียนมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่ก็จะมีบางด้านท่ีมีความ
คล้ายคลงึ กัน เชน่

การเย่ียมบ้านท่ีมีความเหมาะสม เน่ืองจากปัญหาท่ีพบเจอคล้ายๆ กัน คือการเย่ียมบ้านของ
คุณครู ท่ีเป็นการเย่ียมบ้านแบบไม่เป็นกิจลักษณะ และเป็นการสุ่มเย่ียม เย่ียมตามความสนิทสนม
ร ะ ห ว่ า ง นั ก เ รี ย น กั บ คุ ณ ห รื อ ห รื อ เ ย่ี ย ม บ้ า น โ ด ย เ ลื อ ก จ า ก ร ะ ย ะ ท า ง ใ ก ล้ – ไ ก ล เ ท่ า น้ั น
เน่ืองจากโรงเรียนมีขนาดใหญ่ ทางแก้คือควรจะเลือกเย่ียมบ้านนักเรียนท่ีมีปัญหา เพ่ือได้ชีวิตความ
เป็นอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างตัวนักเรียนและครอบครัว เพ่ือหาแนวทางในการแก้ไข หรือ คุณครู
ประจําช้ันควรจะหม่ันพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและครู เพ่ือสังเกตพฤติกรรมเด็กอยู่เสมอ
สามารถให้คําปรึกษาได้เม่ือเด็กมีปัญหา และ จัดประชุมผู้ปกครอง เพื่อถามไถ่ถึงชีวิตความเป็นอยู่ท่ี
บา้ น และเพ่ือทําความรจู้ กั กับผ้ปู กครองของเด็กนกั เรยี นทุกคนโดยไม่ต้องลงพื้นท่เี ยย่ี มบา้ น

103

วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

ลดเวลาเรียน หรือ จัดกิจกรรม เน่ืองจากภายในโรงเรียนขนาดใหญ่มักจะเกิดการแข่งขันกัน
ภายในโรงเรียน เพ่ื อทําคะแนน และเพื่ อเตรียมตัวในการสอบเข้า จึงทําให้เด็กเรียนหนัก
และมีเวลาพั กผ่อนไม่เพี ยงพอ จึงควรลดเวลาในการเรียนลด หรือ เพ่ิ มกิจกรรมนันทนาการ
เพื่อคลายภาวะความตึงเครียดและภาวะความกดดันจากการเรียนภาควิชาการ มาทํากิจกรรมท่ีสร้าง
ความสนุกสนาน หรือ ได้มีเวลาพักผ่อนสมองจากการเรียน เช่น การสร้างชมรมสําหรับนักเรียน
ให้นักเรียนได้รวมตัวกันทํากิจกรรมท่ีช่ืนชอบร่วมกัน และสามารถสร้างสัมพันธภาพระหว่างนักเรียน
ไดอ้ ีกดว้ ย

ให้ความสําคัญกับทุกสายเรียนเท่ากัน โรงเรียนควรจะให้ความสําคัญในทุกแผนการเรียน
เน่ืองจากโรงเรียนส่วนมาก มักจะให้ความสําคัญกับแผนการเรียนสายวิทย์คณิต หรือ ห้องพิเศษ
มากกว่าแผนการเรียนอ่ืน สาเหตุมาจากเด็กแผนการเรียนวิทย์คณิต สามารถไปศึกษาต่อทางด้าน
สายวิชาการมากกว่า บวกกับค่านิยมในสั งคมไทยท่ีคิดว่าหากเรียนสายอาชีพ หมอ วิศวะ
หรือ พยาบาล เท่ากับประสบความสําเร็จ ทําให้โรงเรียนมุ่งความสนใจไปท่ีสายวิทย์คณิตเป็นอันดับ
แรก เพราะเม่ือมีนักเรียนในโรงเรียนสอบติดมหาวิทยาลัยในสายอาชีพดังกล่าวได้ จะสามารถสร้าง
ช่ือเสียงให้แก่โรงเรียนได้ ถือเป็นความภาคภูมิใจของครูและโรงเรียน ท้ัง ๆ ท่ีในความจริงแล้วทุก
สายการเรียน มีความสําคัญท่ีเท่า ๆ กัน การเลือกเรียนต่อของนักเรียนน้ัน เป็นความสนใจและความ
ต้องการของเด็ก ไม่ใช่เคร่ืองมือในการวัดความประสบความสําเร็จในชีวิต ทางโรงเรียนจึงควรให้
ความสําคัญกับทุกแผนการเรียนเท่า ๆ กัน เพ่ือให้การเรียนรู้ของเด็กมีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้
ในสายการเรียนท่ีตนเองเลือกได้อย่างเต็มท่ี และลดความเหล่ือมล้ําภายในโรงเรียนเพียงเพราะการ
แบง่ สายการเรยี น

บทบาทนักสังคมสงเคราะห์ในงานสวัสดกิ ารการศึกษา

จากท่ีได้ฟังการนําเสนอของเพ่ือนๆ พบว่าบทบาทส่วนใหญ่ของนักสังคมสงเคราะห์ใน
โรงเรียน จะไปในทิศทางเดียวกัน คือ นักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียนควรจะทําหน้าท่ีในการให้บริการ
การให้คําปรึกษา หรือ counseling ส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกหรือดึงศักยภาพท่ีเด็กมีอยู่
คอยสังเกตพฤติกรรมของเด็ก และประเมินสภาพทางจิตใจ อารมณ์ ด้านสังคมสิ่งแวดล้อม
และพัฒนาการของเด็ก

นอกจากน้ีนักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียนสามารถทํางานร่วมกับผู้บริหารและผู้ปกครองในการ
ประเมินความสม่ําเสมอในการเข้าเรียนของนักเรียน รวมไปถึง จัดการประชุมผู้ปกครอง
ในการให้ข้อมูลความรู้ความเข้าใจ และหาข้ันตอนการแก้ไขร่วมกัน ในกรณีท่ีเด็กกําลังเผชิญกับ
ปัญหาอยู่ รวมไปถึงเป็นตัวกลางในการประสานงานหรือพู ดคุยระหว่างครู ผู้บริหาร นักเรียน
และ ผูป้ กครอง ในการหาขอ้ ตกลง หรอื แนวทางการแก้ไขปัญหารว่ มกัน

104

วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2563

อีกท้ังนักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน ควรจะมีบทบาทในการนําเสนอสวัสดิการท่ีเหมาะสมใน
กรณีท่ีโรงเรียนขาดสวัสดิการท่ีจําเป็นสําหรับนักเรียน หรือร่วมมือกันออกแบบกิจกรรมท่ีเหมาะสม
สําหรับนกั เรียน รว่ มกับคณะครูและคณะผ้บู รหิ าร ใหม้ ีความเหมาะสมและเปน็ ประโยชนแ์ ก่นกั เรียน

นักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน ควรจะทําบทบาทหน้าท่ีในการช่วยครูประจําช้ันในการประเมิน
เด็ก รวมไปถึงให้ข้อมูลในการจัดแผนในการลงพื้นท่ีเย่ียมบ้าน เน่ืองจากนักสังคมสงเคราะห์มีทักษะ
ด้านนน้ี และมีความรู้ ความชํานาญมากกว่า และร่วมลงพ้ื นท่ีกับครูในการณีท่ีเด็กมีปัญหา
เพ่ือเก็บข้อมูล และสามารถประเมินสถานการณ์จริง เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหากับคุณครู
ประจําช้นั ใหเ้ ข้าใจรปู แบบและวตั ถุประสงคข์ องการเย่ยี มบา้ น

โดยบางส่วนท่ีเพื่อนนําเสนอน้ันมีความมีเห็นว่าควรจะมีนักจิตวิทยาในโรงเรียนควบคู่ไปกับนัก
สังคมสงเคราะห์ด้วย เน่ืองจากเด็กบางคนมีปัญหาทางจิตใจค่อนข้างมาก โดนกระทบจิตใจมาหนัก
ๆ เปน็ โรคซมึ เศรา้ หรอื อยูใ่ นภาวะท่มี ีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซมึ เศรา้ จงึ คิดว่าควรจะมนี กั จิตวทิ ยา
ทํางานร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์ด้วย โดยจะมีการประเมินสภาพจิตใจเด็กในเบ้ืองต้น เพ่ือหาทาง
แก้ไขปัญหา ประเมินสภาพจิตใจตามหลักจิตวิยาและวินิจฉัยเบ้ืองต้น และ ในเคสท่ีนักเรียนเป็นโรค
ซมึ เศร้าควรจะจดั ตง้ั บรกิ ารทางสุขภาพจติ หรอื ประสานงานกบั แพทยใ์ นการจา่ ยยาทเ่ี หมาะสม

บทบาทภาคส่วนอ่นื ๆ

ในด้านบทบาทภาคส่วนอ่ืน ๆ น้ัน ก็จะมีความแตกต่างกันไปตามบริบทสถานการณ์
ของแต่ละโรงเรียน โดยส่วนมาก จะเป็นบทบาทของครู ผ้บู ริหาร ผ้ปู กครอง และชมุ ชน ดังน้ี

ครูแนะแนว เป็นอีกหน่ึงบทบาทท่ีควรจะทําหน้าท่ีสอดคล้องกับการแนะนําแนวทางในการเรียน
หรือ การดําเนินชีวิตให้แก่นักเรียน สามารถให้คําปรึกษาในเร่ืองต่าง ๆ กับนักเรียนได้
โดยเฉพาะปัญหาท่ีเด็กไม่กล้าท่ีจะพูดกับเพ่ือนหรือครอบครัว และควรทําหน้าท่ีประชมสัมพันธ์ข่าวสาร
ต่าง ๆ ให้แก่นักเรียน ท้ังข่าวสารในภายใน และ ภายนอกโรงเรียน เช่น ข่าวสารการสอบ GAT –
PAT ข่าวสารเร่ืองทุนการศึกษา ข่าวสารในเร่ืองกําหนดการย่ืนคะแนนสอบมหาวิทยาลัย เป็นต้น
เพ่ือใหน้ กั เรียนได้รขู้ า่ วสาร เตรยี มพรอ้ ม และสามารถวางแผนกาํ หนดการเรียนในอนาคตได้

ผู้บริหาร ควรทําหน้าท่ีในการร่วมจัดสถาบันการศึกษากลุ่มภาคีเครือข่ายเพ่ื อนํามาจัด
สวัสดิการภายในโรงเรียนเล็ก สําหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ผู้บริหารควรทําหน้าท่ีสนับสนุนนักเรียน
ในดา้ นตา่ ง ๆ ให้ความสําคัญกบั หลกั สูตรการเรยี น และ กิจกรรมทไ่ี ด้จัดขน้ึ สําหรับนักเรยี น

พ่อ แม่ หรือ ผู้ปกครอง ควรจะเอาใจใส่ ม่ันดูแล ให้ความรัก และคอยสนับสนุนในสิ่งท่ีเด็กมี
สนใจ โดยเฉพาะในด้านการเรียน ไม่บังคับหรือกีดกันเด็กเพราะจะทําให้เด็กเกิดการต่อต้าน
ควรจะยอมรับและคํานึงถึงความต้องการของตัวเด็กซ่ึงเป็นผู้เรียนมากกว่า และให้ความร่วมมือในการ
ให้ข้อมลู กบั ทางคณุ ครหู รอื นกั สังคมสงเคราะห์เมอ่ื มกี ารประชมุ ผูป้ กครองหรือทําการเย่ยี มบา้ น

105

วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

ครูประจําช้ัน หรือ ครูท่ีปรึกษา ควรจะสร้างบรรยากาศท่ีเป็นกันเอง คอยสังเกตพฤติกรรม
เดก็ ในห้องเรียน ใหค้ วามช่วยเหลอื ในด้านการเรยี น สามารถเป็นท่พี ึ่งพาในยามทุกข์ยากให้แกน่ ักเรียน
เมอ่ื เกิดปัญหาได้

ชุ ม ช น ใ น ด้ า น ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ค ว ร จ ะ เ อ้ื อ ต่ อ ก า ร เ รี ย น รู้ ค อ ย ส นั บ ส นุ น โ ร ง เ รี ย น
และให้ความรว่ มมอื เม่อื มีกจิ กรรมต่าง ๆ

จากการท่ีได้ฟงั เพ่ือนนําเสนอการออกแบบจัดสวัสดิการสําหรับนักเรียนภายในโรงเรียนน้ัน
สรุปได้ว่า สถานการณ์ในแต่โรงเรียนมีความแตกต่างกัน แต่สวัสดิการท่ีโรงเรียนท่ีมีอยู่น้ันค่อนข้าง
จะมีความคล้ายคลึงกัน โดยจะเป็นสวัสดิการข้ันพ้ืนฐาน เป็นบริการหรือกิจกรรมท่ีไม่ได้สอดคล้องกับ
ผู้เรียนมากนัก ทําให้การออกแบบสวัสดิการท่ีเหมาะสมกับโรงเรียนท่ีเพื่อนได้นําเสนอ มีแตกต่างกัน
ตามการออกแบบของแต่ละคน ซ่ึงสวัสดิการท่ีเพ่ือนได้นําเสนอและออกแบบน้ัน จะมีความสอดคล้อง
กับสถานการณ์ หรือ ปัญหาภายในโรงเรียนท่ีเพ่ือน ๆ ได้เลือกมา ทําให้เห็นรูปแบบ และแนวคิดใน
การออกแบบท่ีมีความแตกต่างกันออกไป แต่ในบทบาทนักสังคมสงเคราะห์และบทบาทภาคส่วนอ่ืน ๆ
น้ัน จะมีความคล้ายคลึงกัน เน่ืองจากเป็นบทบาทหน้าท่ี ท่ีค่อนข้างมีความชัดเจน ว่าในแต่ละบทบาท
ต้องทําหน้าท่ีอย่างไร โดยเฉพาะนักสังคมสงเคราะห์ ท่ีควรจะมุ่งไปท่ีการให้คําปรึกษา เน่ืองจาก
ภายในโรงเรียนยังขาดผู้ท่ีสามารถให้คําปรึกษา หรือ แนะนําแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้แก่เด็กได้
และเน่ืองจากนักสังคมสงเคราะห์มีความรู้ความเข้าใจในด้านอารมณ์และจิตใจ ทําให้สามารถบําบัด
เบอ้ื งต้น ส่งเสรมิ พฤติกรรมทางบวก รวมถึงหาแนวทางในป้องกันและการแก้ไขปญั หาสําหรับเด็กได้

106

วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ สู้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563

ปานตะวัน เฝา้ ดา่ น 6105681750

สถานการณเ์ ดก็ ในโรงเรยี น
จากการนําเสนอในช้ันเรียนทําให้ได้ข้อมูลท่ีหลากหลายและหลายด้าน ทําให้ได้ข้อสรุปหลาย

ประเด็นท่ีทําให้ทราบว่าโรงเรียนยังมีความบกพร่องและยังเป็นปัญหาสําหรับเด็กท่ีโรงเรียนควรได้รับ
การแกไ้ ข ซ่งึ สามารถสรปุ ไดเ้ ป็นประเดน็ ดังน้ี

ประเด็นท่ี 1 โรงเรียนขนาดใหญ่มีความการแข่งขันสูง ทําให้เด็กรู้สึกเครียด กดดัน
และไม่มีความสุขในการเรียน ซ่ึงเด็กในประเทศไทยมีจํานวนช่ัวโมงเรียนท่ีเยอะมาก หากพิจารณาถึง
โครงสร้างการศึกษา ท่ีอาจกล่าวได้ว่าเป็นหน่ึงในปัจจัยท่ีสร้างความเครียดและความกดดันให้กับเด็ก
มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสอบเข้าโรงเรียนท่ีต้องการในช่วงระดับต่าง ๆ ซ่ึงในปัจจุบัน
มีต้ังแต่สอบแข่งขันเข้าโรงเรียนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา การสอบเข้าสายการเรียน
และจะพบว่าระบบการคัดเลือกนักเรียนระดับมัธยมศึ กษาเพ่ื อเข้าศึ กษาต่อในระดับมหาลัย
อยา่ ง O-NET 9 สามญั GAT-PAT ซง่ึ สร้างความกดดนั และความเครยี ดให้กบั เด็ก

ประเด็นท่ี 2 การเรียนเน้ือหาในโรงเรียนไม่ครอบคลุมพอท่ีจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ซ่ึงการเรียนห้องปกติทําให้ได้แค่เน้ือหาพื้นฐาน จากประสบการณ์ตรงหากตนเองไม่เรียนพิเศษ
หรือหาหนังสือมาติวข้อสอบเองจะไม่สามารถสอบเข้ามหาลัยท่ีต้องการได้ ทางโรงเรียนจะหาวิทยากร
มาติวให้ก่อนสอบวิชาละ 3 ช่ัวโมงเท่าน้ันซ่ึงไม่เพี ยงพอ ดังน้ันการสอบเข้ามหาลัยวิทยาลัย
เด็กนักเรียนต้องพ่ึ งพาตนเองและเสียค่าใช้จ่ายค่าเรียนพิ เศษเพ่ิ ม ซ่ึงปัจจุบันค่าเรียนพิ เศษ
มีราคาท่ีค่อนข้างสูง หากเด็กนักเรียนท่ีประสบปัญหาด้านการเงินจะทําให้ไม่สามารถเรียนพิเศษได้
และตอ้ งลดเปา้ หมายการเขา้ มหาวิทยาลัยให้ตา่ํ ลงกวา่ เดิม

ประเด็นท่ี 3 โรงเรียนท่ีมีห้องพิเศษท่ีเด็กมีความถนัดเฉพาะด้าน ครูจะให้ความสนใจมากกว่า
ในโรงเรียนระดับใหญ่จะมีการแบ่งห้องตามความถนัดของเด็กนักเรียน แต่ก็ยังคงมีห้องเรียนปกติ
ซ่ึงคุณครูจะสนใจเด็กท่ีเก่งกว่า ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยท่ีเด็กจะต้ังใจเรียนกว่า หรือสามารถสร้างผลงาน
ให้กับคณุ ครไู ด้ ซ่งึ ในกรณดี ังกล่าวจะทาํ ใหค้ ุณครูปฏบิ ัติกบั เด็กอยา่ งเอนเอียงและไม่เปน็ ธรรม

ประเด็นท่ี 4 กฎระเบียบท่ีเคร่งครัดจนเกินไปซ่ึงจะเกิดข้ึนในโรงเรียนขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น
ทรงผม กระเป๋า แม้กระท่ังบางโรงเรียนห้ามใส่เส้ือกันหนาวท่ีเป็นสีสัน ซ่ึงแน่นอนกฎระเบียบเป็นเร่ือง
ท่ีดี ทําให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสงบและเป็นระเบียบ แต่กฎบางอย่างท่ีต้ังข้ึนเป็นเร่ืองท่ีไม่มีประโยชน์
ทําให้เด็กต้องให้ความสําคัญกับกฎระเบียบมากท้ัง ๆ ท่ีไม่ได้ส่งผลต่อการเรียน จากประสบการณ์
ของนักศึกษา นักศึกษาเคยเข้าห้องปกครองเพียงเพราะนักศึกษาได้กันคิว ฝ่ายปกครองจึงได้ทําการ
โทรหาผู้ปกครองเพื่อตักเตือน ซ่ึงนักศึกษาคิดว่าเป็นเร่ืองท่ีไร้สาระและเสียเวลาของผู้ปกครอง
เป็นอยา่ งมาก

ประเด็นท่ี 5 Beauty Privileges ซ่ึงคือการท่ีคนหน้าตาดีได้รับโอกาสมากกว่า รูปลักษณ์
ท่ีเป็นปัจจัยภายนอกก็ยังคงเป็นสิ่งสําคัญเสมอในสายตาของผู้คน ก่อให้เกิดปัญหาในการเลือก
ปฏิบัติและความไม่เท่าเทียมกัน สามารถเห็นได้ชัดว่าแม้แต่ในสถานศึกษาหลายแห่ง ท่ีซ่ึงควรเป็นท่ีบ่ม
เพาะฝึกสอนนักเรียนให้มีทัศนคติท่ีดีออกไปสู่สังคมขนาดใหญ่ในวันข้างหน้า ครูอาจารย์บางท่านได้
แสดงออกท้ังทางการกระทํา เช่น เลือกทําดีกับคนท่ีหน้าตาดีสําหรับตน เลือกข้ึนเป็นนางรํา

107

วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

คนถือพาน เชียร์ลีดเดอร์ ดรัมเมเยอร์ ฯลฯ และท้ังทางวาจา เช่น ใช้รังแกลูกศิษย์โดยเห็นเป็นเร่ือง
ปกติ หรือมักคิดว่าเป็นการชวนคุยเล่นกับเด็กเสมอ แน่นอนว่ามีนักเรียนจํานวนมากท่ีไม่เห็นด้วย
ก่อให้เด็กเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่มีปมด้อยในอนาคตข้างหน้า แย่กว่าน้ันเด็กบางคนซึมซับส่ิงท่ีผิดมาจาก
ครูผู้สอน และเร่ิมทําเช่นน้ันกับคนอ่ืนราวกับเป็นเร่ืองตลกขบขัน ในขณะท่ีผู้ฟงั กลายเป็นตัวตลกท่ีไม่
เคยหวั เราะออกมาเลยกบั สิ่งท่ตี วั เองได้ยิน

สวสั ดกิ าร กิจกรรม บรกิ ารทม่ี ที เ่ี ปน็ มาตราฐานของโรงเรยี นส่วนใหญ่
บริการด้านสุขภาพ การทําประกันอุบัติเหตุ เป็นการสร้างความม่ันคงให้เด็กนักเรียน

หากนักเรียนประสบอุบัติเหตุนักเรียนยังมีความสบายใจได้เน่ืองจากได้รับการคุ้มครองจากประกัน
และห้องพยาบาลอนามัยโรงเรียนเป็นงานท่ีให้บริการทางด้านสุขภาพของนักเรียนโดยมุ่งเน้นให้
นักเรียนทุกคนมีสุขภาพดี สมบูรณ์ท้ังด้านร่างกาย จิตใจอารมณ์ เปิดบริการให้กับนักเรียนด้านการ
ปฐมพยาบาลเบ้ืองต้น การดูแลผู้ป่วยท่ีมีอาการเจ็บไข้เล็กน้อย และพั กฟ้ ืนสําหรับนักเรียน
และบคุ ลากรในโรงเรียนตามสภาพแวดลอ้ มและความจาํ เปน็

บริการทุนการศึกษา โรงเรียนช่วยเหลือนักเรียนท่ีประสบปัญหาด้านการเงินและเพ่ือเป็นการ
ส่งเสริมและสนับสนุนเด็กนักเรียน จึงได้มีทุนต่าง ๆ ท่ีมอบให้แก่เด็กนักเรียน เช่น ทุนนักเรียนเรียนดี
,ทุนการศึกษาเด็กนักเรียนขาดแคลน เป็นตน้

กิจกรรมนันทนาการ ในการเข้าร่วมกิจกรรมนนันทนาการในสถานศึกษาน้ัน นักเรียนได้รับ
การกระตุ้นในการสร้างกลยุทธ์ใหม่สําหรับการแก้ปัญหา พัฒนาทักษะ การตัดสินใจท่ีแหลมคม
พัฒนาการทํางานเป็นทีมและทํางานร่วมกันเรียนรู้ด้วยวิธีท่ีหลากหลายและสามารถนําทักษะใหม่ๆไปใช้
ในชีวิตประจําวนั

บริการเย่ียมบ้าน เป็นการส่งเสริมและพัฒนานักเรียนน้ัน จําเป็นอย่างย่ิงท่ีคุณครูจะต้อง
ทราบถึงภูมิหลังและพ้ื นเพของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นลักษณะครอบครัวหรือสภาพสิ่งแวดล้อม
ท่ีนักเรียนอาศัยอยู่ เพ่ือช่วยให้คุณครูทราบถึงสาเหตุและปัญหาท่ีชัดเจนของนักเรียน เป็นการทําให้
คุณครูได้เห็นสภาพครอบครัวความเป็นอยู่ของนักเรียนอย่างแท้จริง เปิดโอกาสให้แลกเปล่ียนข้อมูล
นักเรียนระหว่างครูกับผู้ปกครอง สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับผู้ปกครอง และรู้ถึงเจตคติ
ของผู้ปกครองท่ีมีต่อครู โรงเรียน และตัวนักเรียน ซ่ึงข้อมูลท่ีมาจากการเย่ียมบ้านเหล่าน้ีมีประโยชน์
อย่างมาก เพราะสามารถใช้เป็นข้อมูลสําคัญในการวางแผนพัฒนา ส่งเสริม ป้องกันและแก้ปัญหา
ของนักเรียนในโรงเรียน ซ่ึงทําให้การส่งเสริมการเรียนรู้ของครู รวมถึงการบริหารจัดการของ
โรงเรียนมีประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน การเย่ียมบ้านนับเป็นกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาท่ีได้รับการ
สนับสนุนจากภาครัฐ โดยเป็นส่วนหน่ึงในโครงการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ซ่ึงมีนโยบายในเร่ือง
น้ีมาต้ังแต่ปี 2542 และมีการกําหนดไว้เป็นหน่ึงในมาตรฐานคุณภาพการศึกษา โดยปัจจุบันมีหลาย
โรงเรียนทไ่ี ดด้ ําเนินการในเร่อื งน้ี

กิจกรรมปฐมนิเทศ คือ การแนะนําให้นักเรียนใหม่ได้ทราบถึงกฎระเบียบข้อบังคับวินัย
ผู้บริหาร ตลอดจนถึงการปฏิบัติตัวของนักเรียนท่ีต้องเข้ามาอยู่ในโรงเรียน การปฐมนิเทศนับว่าเป็น
กิจกรรมท่ีมีความสําคัญย่ิงท่ีจะต้องจัดข้ึน เพ่ือให้นักเรียนได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของ
โรงเรียน โครงสร้างขององค์กร ผู้บริหารและบุคลากร รับทราบถึงกฎระเบียบ ข้อบังคับ วินัย

108

วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ ินหทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

การปฏิบัติตัวของนักเรียน ตลอดจนช่วยปลูกฝังทัศนคติ ให้มีความรู้สึ กท่ีดีต่อโรงเรียน
และเพื่อนนกั เรียน

กิจกรรมท่ีส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม เป็นการดําเนินกิจกรรมส่งเสริมด้านคุณธรรม
จริยธรรม ความดีงาม เพ่ือให้กบั ผ้เู รยี นเป็นคนดีมคี ุณธรรม และอยรู่ ่วมกบั ผอู้ น่ื ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข

รูปแบบ แนวทาง รูปแบบการจัดสวัสดิการการศึกษาสําหรับโรงเรียนในประเทศไทย ควรเป็น
อยา่ งไร (อภปิ รายจากขอ้ มลู การบนั ทกึ การเรยี นรู้ท้งั 5 ครง้ั )

1. การร่วมมือจัดการเรียนการสอนให้เด็กพิเศษ เป็นการร่วมมือกันกับคุณครูในโรงเรียน
เพื่อจัดการเรียนการสอนเฉพาะทาง ตามความถนัด และเหมาะสมกับเด็กพิเศษเป็นราย
กรณี เพ่ือส่งเสริมศักยภาพและป้องกันฟ้ นื ฟู ให้เด็กมีทักษะท่ีสามารถนําไปใช้ได้ในปัจจุบัน
และอนาคต และอยู่ร่วมกับผูอ้ น่ื ได้ในโรงเรยี น/สังคม

2. นักสังคมสงเคราะห์ การมีนักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน งานท่ีให้การช่วยเหลือนักเรียน
คุณครู ครอบครัวและชุมชนท่ีเก่ียวข้องกับสถานศึกษา เพื่ อให้เกิดความเท่าเทียม
ช่วยเหลือเด็กท่ีถูกเพ่ือนรังแก ก็จัดการรายกรณี ผ่านการพิทักษ์สิทธิ การแสวงหา
ทรัพยากร การคุ้มครอง รวมท้ังการพัฒนาแบบองค์รวม ให้แก่นักเรียนท้ังทางด้าน
ร่างกาย จิตใจและสังคม เข้าเย่ียมบ้านเด็กเพ่ือรับรู้ข้อมูลและปัญหา ซ่ึงการปฏิบัติงาน
ข อ ง นั ก สั ง ค ม ส ง เ ค ร า ะ ห์ ใ น โ ร ง เ รี ย น ถื อ ว่ า ส วั ส ดิ ก า ร ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า ข้ั น พื้ น ฐ า น ท่ี เ ด็ ก
นักเรียนทกุ คนควรจะได้รับ

3. นักจิตวิทยา มักจะมีหน้าท่ีติดต่อกับนักเรียนเป็นจํานวนมาก ผู้เช่ียวชาญเหล่าน้ีมีหน้าท่ี
รับผิดชอบในการประเมินและประเมนิ นักเรียนเพ่ือหาปญั หา เชน่ ปญั หาการเรยี นรู้ ปญั หา
สังคม ปญั หาอารมณ์ และปัญหาจิตใจ

4. จัดต้ังชมรมหรือแนะแนวให้เด็ก เพื่อให้เด็กได้ทดลองทําในสิ่งท่ีสนใจและเรียนรู้เพ่ือต่อ
ยอดทักษะและศักยภาพ หากโรงเรียนปราศจากการเรียนรู้นอกกรอบ จะทําให้เสมือนการ
ตกี รอบนักเรยี นไว้เพียงในเนอ้ื หาวชิ าการเท่านน้ั เดก็ จะไม่ทราบถงึ ความสนใจของตนเอง

ข้อค้นพบอ่ืน ๆ ท่ีต้องการเสนอแนะในฐานะผู้ร่วมฟังการนําเสนอช้ินงานในกรณีต่าง ๆ
และมุมมองจากสถานการณ์เด็กในระบบการศึกษาปัจจุบัน/บทบาท นโยบายรัฐ โรงเรียน
ในงานสวัสดิการการศึกษา

จากการฟงั การนําเสนอท้ัง 5 คร้ัง ทําให้ทราบถึงความไม่เท่าเทียมกันของโรงเรียนขนาดใหญ่
และขนาดเล็ก ซ่งึ ความเปน็ จริงโรงเรียนขนาดใหญ่และขนาดเล็กควรมีสวัสดกิ ารท่เี ท่ากนั รูปแบบการ
เรียนการสอน กิจกรรม ชมรม การเรียน ภาษา ดนตรี คุณครูท่ีมีจํานวนเหมาะสมไม่ควรวัดตาม
จํานวนเด็กในโรงเรียน ทุกโรงเรียนในประเทศควรเป็นโรงเรียนท่ีพัฒนาแล้ว เพื่อให้เด็กได้สะดวกต่อ
การเข้าเรียนใกล้บ้าน ไม่ใช่ไปสอบแข่งขันให้ได้อยู่โรงเรียนท่ีดีกว่า และยังสร้างความกดดัน
ความเครียดให้กับเด็กนักเรียน อีกท้ังโรงเรียนท่ีพัฒนาแล้วมักจะอยู่ภายในตัวเมืองทําให้เด็กท่ีอาศัย
อยู่นอกเมืองต้องเสียเวลาเดินทาง ในกรณีของการเรียนการสอนเด็กพิเศษมักจะมีแค่เพียงบาง

109

วิชา สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ูส้ อน ผศ.ดร.ป่ นิ หทัย หนูนวล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563

โรงเรียนท่ีจัดสรรการเรียนรู้อย่างเหมาะสม ดังน้ันการพัฒนาโรงเรียนท่ีไม่กระจายให้ท่ัวทุกพื้นท่ีเป็น
การตดั โอกาสเดก็ ทจ่ี ะได้เข้ารบั การศึกษาท่มี ปี ระสิทธภิ าพ

110

วชิ า สค.362 นโยบายและสวสั ดิการการศึกษาสําหรบั เด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผ้สู อน ผศ.ดร.ป่ ินหทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

ศรุตา เขียวผิว 6208680279

สรปุ สวสั ดกิ ารการศึกษาในโรงเรยี น

ภาพรวมท่วั ไปและปัญหาของโรงเรยี น
สวัสดิการการศึกษาจากการฟังการนําเสนอพบว่า สวัสดิการ กิจกรรม และการบริการ

ท่ีโรงเรียนส่วนใหญ่ได้จัดการบริการให้กับนักเรียน ได้แก่ กิจกรรมกีฬาสี การปฐมนิเทศนักเรียน
การประชมุ ผูป้ กครอง กจิ กรรมวนั สําคญั ต่าง ๆ กจิ กรรมวันสําคญั ทางศาสนา

1. พบว่าแต่ละโรงเรียนต่างมีห้องเรียนโครงการพิเศษหรือห้องเรียนความสามารถพิเศษ
ในด้านต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว นักเรียนเหล่าน้ันมีศักยภาพความสามารถ
ตามท่ีห้องเรียนน้ัน ๆ ระบุไว้จริงหรือไม่ ห้องเรียนพิเศษยังเป็นสิ่งท่ีกําหนดแบ่งนักเรียน
ออกจากกัน นักเรียนท่ีไม่ได้เรียนห้องพิเศษถูกดูแคลนจากครูเพื่อนร่วมช้ันเรียนบ่อยคร้ัง
เพียงเพราะพวกเขาเปน็ นกั เรยี นธรรมดา

2. ขนาดห้องเรียนท่ีใหญ่เกินความดูแลของครูประจําช้ัน จากการฟังการนําเสนอพบว่า
โรงเรยี นบางโรงเรยี นมขี นาดนักเรยี นมากกวา่ ครูประจาํ ทาํ ให้การดูแล สอดส่องไมท่ ว่ั ถึง

3. ขนาดโรงอาหารท่ีไม่เพี ยงพอต่อความต้องการของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า
ท่ีไม่หลากหลาย โต๊ะรับประทานอาหารท่ีมีน้อย เวลาพักกลางวันพร้อมกันทําให้นักเรียน
ต้องแย่งกันซ้ืออาหาร เวลาพั กกลางวันท่ีน้อยหรือครูสอนเกินเวลาทําให้นักเรียน
ต้องรบี เร่งในการรบั ประทานอาหาร

4. ปัญหานักเรียนมีความประพฤติไม่พึ งประสงค์ เช่น นักเรียนโรงเรียนบ้านน้ํางาว
มีพฤติกรรมแต่งกายไม่เรยี บร้อย ไม่ต้งั ใจเรยี น

สวัสดิการ กิจกรรมและการบรกิ ารทว่ั ไป
1. กิจกรรมงานกีฬาสี เป็นกิจกรรมท่ีมีทุกโรงเรียน ปัญหาคือนักเรียนไม่ได้มีส่วนร่วม
ในกิจกรรมทุกคน ร่วมกิจกรรมเฉพาะนักเรียนบางกลุ่ม เช่น นักเรียนบางคนไม่ถนัด
เล่นกีฬาหรือมีกีฬาให้เลือกเล่นบางประเภท อีกท้ังกีฬาสียังเป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมค่านิยม
beauty standard ทํ า ใ ห้ นั ก เ รี ย น แ ข่ ง ขั น กั น เ พ่ื อ ใ ห้ ตั ว เ อ ง เ ด่ น แ ล ะ ยั ง ทํ า ใ ห้
นักเรยี นบางคนถกู ดอ้ ยคา่ ได้
2. กิจกรรมทางศาสนา การให้ความสําคัญกับศาสนาพุ ทธท่ีเป็นศาสนาท่ีนักเรียนส่วนใหญ่
นับถือ อาจทําให้ศาสนาอ่ืนท่ีเป็นส่วนน้อยไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างท่ัวถึง เช่น การให้
นักเรียนศาสนาอ่ืนเข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาพุ ทธโดยไม่มีข้อยกเว้น ในโรงเรียนพิบูล
วทิ ยาลัย
3. การบริการเย่ียมบ้าน เพ่ือสอดส่องสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียน ซ่ึงเกิดปัญหาในการ
สุ่มบ้าน เชน่ โรงเรียนสตรพี ัทลงุ ครปู ระจาํ ชน้ั ส่วนใหญเ่ ลอื กสุ่มจากนกั เรียนบา้ นใกล้

111

วชิ า สค.362 นโยบายและสวัสดกิ ารการศึกษาสําหรบั เดก็ พิเศษ Section 810001 อาจารยผ์ ู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ภาคการเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

4. สวัสดิการทุนการศึกษา การมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเรียนดีหรือนักเรียนเรียนดี
แต่ขาดแคลนทุนทรพั ย์ และเขา้ ชว่ ยเหลือนกั เรียนทป่ี ระสบภยั พิบตั ิหรือเหตุไม่คาดคิด

สวัสดกิ ารการศึกษา กจิ กรรม และการบรกิ ารทน่ี ่าสนใจ
1. การพยายามส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาพ้ื นถ่ินควบคู่ภาษาไทยหลัก เพ่ื อสืบทอดภาษา
และป้องกันการถูกกลืนกลายทางวัฒนธรรม เช่น โรงเรียนบ้านประจัน มีการส่งเสริม
สนบั สนุนการเรยี นด้วยภาษามลายู
2. โรงเรียนบางโรงเรียน เช่น โรงเรียนพญาไท ซ่ึงเปิดรับนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทาง
สติปัญญา เด็กออทิสติก และเด็กท่ีมีความบกพร่องทางการได้ยินเข้าศึกษาได้ด้วย
นับเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษเหล่าน้ีได้อยู่ร่วมสังคมอย่างปกติ โดยไม่ถูกมองเป็นอ่ืน
แ ต่ โ ร ง เ รี ย น ท่ี รั บ เ ด็ ก พิ เ ศ ษ เ ข้ า ศึ ก ษ า ล้ ว น มี ข้ อ น่ า สั ง เ ก ต ท่ี ก า ร ส มั ค ร เ ข้ า ศึ ก ษ า
จะตอ้ งย่นื หลักฐานทางการแพทย์เข้าร่วมด้วย การกระทาํ น้เี ป็นการละเมิดสิทธิของเด็กได้

บทบาทนกั สังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน
1. ให้คําแนะนาํ และปรกึ ษาให้ครใู นโรงเรียนเพ่ือให้สามารถใหค้ วามชว่ ยเหลอื นักเรยี นได้อย่างถกู ตอ้ ง
2. รว่ มออกแบบสวสั ดกิ าร กจิ กรรม การบริการในดา้ นตา่ ง ๆ ให้เหมาะสมกับนกั เรียน
3. รว่ มประสานงานกับหนว่ ยงานภายนอก ขอความรว่ มมือระหวา่ งโรงเรยี นและชุมชน
4. ใหค้ วามช่วยเหลือทท่ี างบ้านประสบปัญหาเร่งดว่ น
5. เปน็ ผดู้ าํ เนินการเยย่ี มบ้านนกั เรียน

112

วิชา สค.362 นโยบายและสวสั ดกิ ารการศึกษาสําหรับเด็กพิเศษ Section 810001 อาจารย์ผู้สอน ผศ.ดร.ป่ นิ หทยั หนนู วล
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคการเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563

113


Click to View FlipBook Version