The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง วงจรไฟฟ้าเบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Latthika Singda, 2023-02-17 04:45:21

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง วงจรไฟฟ้าเบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน

การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง วงจรไฟฟ้าเบื้องต้น ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน

ใบกิจกรรม สังเกตการวัดความต่างศักย์ จุดประสงค์ของกิจกรรม ทักษะสร้างเสริมความเข้าใจที่คงทน 1. สังเกตและอธิบายการวัดความต่างศักย์ได้ 2. อ่านค่าความต่างศักย์จากโวลต์มิเตอร์ได้ 1. การสังเกต 2. การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล 3. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป อุปกรณ์ 1. กระบะถ่านไฟฉาย พร้อมถ่านไฟฉาย ขนาด 1.5 โวลต์ 4 ก้อน 1 ชุด 4. สายไฟฟ้าพร้อมคลิปหนีบ ปากจระเข้/ที่เสียบ 5 เส้น 2. หลอดไฟฟ้าขนาด 6 โวลต์ 300 กรัม 5. สวิตช์ 1 อัน 3. โวลต์มิเตอร์แบบเข็ม 1 เครื่อง ปัญหา ขั้นตอน 1. ต่อหลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย (ใช้ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน) โวลต์มิเตอร์ และสวิตช์เป็นวงจรไฟฟ้า ดังรูป การต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อวัดความต่างศักย์และแผนภาพแสดงวงจรไฟฟ้า 2. สับสวิตช์ลงให้วงจรปิด สังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า พร้อมทั้งบันทึกค่าความต่างศักย์ที่วัดได้ จากโวลต์มิเตอร์ แล้วยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด 3. ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 1 และ 2 แต่เพิ่มถ่านไฟฉายในวงจรครั้งละ 1 ก้อน จนครบ 4 ก้อน สังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า พร้อมทั้งบันทึกค่าความต่างศักย์ที่วัดได้จากโวลต์มิเตอร์ 1.5 V


บันทึกผลการทดลอง จ ำนวนถ่ำนไฟฉำย (ก้อน) ควำมต่ำงศักย์ (โวลต์) 1 2 3 4 สรุปผล คำถามประกอบกิจกรรม 1. เมื่อเพิ่มจำนวนถ่านไฟฉายมากขึ้น ค่าความต่างศักย์ที่อ่านได้จากโวลต์มิเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ อย่างไร 2. เมื่อเพิ่มจำนวนถ่านไฟฉายมากขึ้น ความสว่างของหลอดไฟฟ้ามีลักษณะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไร 3. ค่าความต่างศักย์ที่อ่านได้จากโวลต์มิเตอร์มีความสัมพันธ์กับความสว่างของหลอดไฟฟ้าหรือไม่ อย่างไร


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง กระแสไฟฟ้า รหัสวิชา ว 23102 รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน นางสาวลัฐิกา สิงห์ดา เวลา 2 ชั่วโมง วันที่.......เดือน.......................พ.ศ................ คะแนนเก็บ 10 คะแนน 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัด ว 2.3 ม. 3/1 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน และ คำนวณปริมาณที่เกี่ยวข้องโดยใช้สมการ V = IR จากหลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.3 ม. 3/3 ใช้โวลต์มิเตอร์ แอมมิเตอร์ในการวัดปริมาณทางไฟฟ้า 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) 1.1 นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของกระแสไฟฟ้าได้ 1.2 นักเรียนสามารถบอกวิธีใช้แอมมิเตอร์ในการวัดความต่างศักย์ได้ 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 2.1 นักเรียนสามารถสังเกตและใช้แอมมิเตอร์ในการวัดกระแสไฟฟ้าได้ 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 3.1 นักเรียนมีความใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน 4. สาระสำคัญ กระแสไฟฟ้าเป็นการถ่ายโอนของประจุไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าในหนึ่งหน่วยเวลา มีหน่วยเป็นแอมแปร์ กระแสไฟฟ้าเป็นการถ่ายโอนของประจุไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าในหนึ่งหน่วยเวลา การวัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ทำได้โดยนำแอมมิเตอร์มาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม


5. สาระการเรียนรู้ กระแสไฟฟ้า 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1) ครูถามคำถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น – การต่อวงจรไฟฟ้ามีหลักการอย่างไร (แนวคำตอบ ต่อแหล่งกำเนิดไฟฟ้าให้เชื่อมกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยสายไฟฟ้าเพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลครบวงจร) – ถ้าวงจรไฟฟ้าเป็นวงจรปิด อุปกรณ์ไฟฟ้าจะทำงานได้หรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ ทำงานได้ เพราะมีกระแสไฟฟ้าไหลครบวงจร) 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้ เรื่อง กระแสไฟฟ้า ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับด้าน ชั้นเรียน (flipped classroom) ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (1) ครูให้นักเรียนดูรูปวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย แล้วถามคำถามนักเรียนดังนี้ – จากรูปมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะอะไร (แนวคำตอบ มี เพราะเป็นวงจรปิด โดยมี สายไฟฟ้าเชื่อมต่อระหว่างถ่านไฟฉายกับหลอดไฟฟ้า ทำให้หลอดไฟฟ้าสว่าง) – ถ้าต้องการทราบว่ามีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นในวงจรไฟฟ้ามากหรือน้อย ควรสังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ สังเกตจากกระแสไฟฟ้าที่วัดได้จากแอมมิเตอร์) (2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกับคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน 2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ให้นักเรียนศึกษาเรื่องกระแสไฟฟ้า จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้ นักเรียนเข้าใจว่า กระแสไฟฟ้าเป็นการถ่ายโอนของประจุไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าในหนึ่งหน่วยเวลา มีหน่วยเป็น แอมแปร์ โดยเมื่อต่อวงจรไฟฟ้าครบวงจรจะมีกระแสไฟฟ้าไหลออกจากขั้วบวกของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าผ่าน วงจรไฟฟ้าไปยังขั้วลบของแหล่งกำเนิดไฟฟ้า การวัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า นิยมใช้เครื่องมือวัดที่เรียกว่า แอมมิเตอร์ (ammeter) โดยมีหน่วยวัด คือ แอมแปร์ การวัดกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าทำได้โดยนำแอมมิเตอร์ มาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม (2) แบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า ตามขั้นตอนดังนี้ – แต่ละกลุ่มวางแผนการสืบค้นข้อมูล โดยแบ่งหัวข้อย่อยให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันสืบค้นตามที่ สมาชิกกลุ่มช่วยกันกำหนดหัวข้อย่อย เช่น ความหมายของกระแสไฟฟ้า ทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าใน วงจรไฟฟ้า หน่วยของกระแสไฟฟ้า และเครื่องมือที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้า


– สมาชิกกลุ่มแต่ละคนหรือกลุ่มย่อยช่วยกันสืบค้นข้อมูลตามหัวข้อย่อยที่ตนเองรับผิดชอบ โดยการสืบค้นจากหนังสือ วารสาร สารานุกรมวิทยาศาสตร์ สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน หรืออินเทอร์เน็ต – สมาชิกกลุ่มนำข้อมูลที่สืบค้นได้มารายงานให้เพื่อน ๆ สมาชิกในกลุ่มฟัง รวมทั้งร่วมกัน อภิปรายซักถามจนคาดว่าสมาชิกทุกคนมีความรู้ความเข้าใจที่ตรงกัน – สมาชิกกลุ่มช่วยกันสรุปความรู้ที่ได้ทั้งหมดเป็นผลงานของกลุ่ม และช่วยกันจัดทำรายงาน การศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า (3) ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรม (4) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด โอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน (2) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น – กระแสไฟฟ้าคืออะไร (แนวคำตอบ การถ่ายโอนของประจุไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าในหนึ่งหน่วย เวลา) – เมื่อต่อวงจรไฟฟ้าครบวงจร กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจะมีทิศทางการไหลในลักษณะใด (แนวคำตอบ กระแสไฟฟ้าไหลออกจากขั้วบวกของแหล่งกำเนิดไฟฟ้าผ่านวงจรไฟฟ้าไปยังขั้วลบของ แหล่งกำเนิดไฟฟ้า) – การวัดกระแสไฟฟ้าทำได้โดยวิธีใด (แนวคำตอบ ทำได้โดยนำแอมมิเตอร์มาต่อเข้ากับ วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า กระแสไฟฟ้า เป็นการถ่ายโอนของประจุไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าในหนึ่งหน่วยเวลา โดยการวัดกระแสไฟฟ้าทำได้โดยนำ แอมมิเตอร์มาต่อเข้ากับวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม 4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องหน่วยของปริมาณกระแสไฟฟ้า จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครู ช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อกำหนดให้ปริมาณประจุไฟฟ้า 1 คูลอมบ์ เคลื่อนที่ในตัวนำผ่านจุดจุดหนึ่ง ภายในเวลา 1 วินาทีเป็นปริมาณกระแสไฟฟ้า 1 หน่วยที่เรียกว่า แอมแปร์ จะได้ว่า 1 แอมแปร์ = 1 คูลอมบ์ ต่อวินาที (2) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้แอมมิเตอร์ให้นักเรียนเข้าใจว่า การใช้แอมมิเตอร์มี 2 แบบ เช่นเดียวกับการใช้โวลต์มิเตอร์ คือ ใช้วัดไฟฟ้ากระแสตรงและใช้วัดไฟฟ้ากระแสสลับ (3) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกตการวัดกระแสไฟฟ้า ตามขั้นตอน ดังนี้ – ต่อหลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย (ใช้ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน) แอมมิเตอร์ และสวิตช์เป็นวงจรไฟฟ้า ดังรูป


– สับสวิตช์ลงให้วงจรปิด สังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า พร้อมทั้งบันทึกค่ากระแสไฟฟ้าที่วัด ได้จากแอมมิเตอร์ แล้วยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด – ดำเนินการเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 1 และ 2 โดยการเพิ่มถ่านไฟฉายในวงจรครั้งละ 1 ก้อนจน ครบ 4 ก้อน จากนั้นสับสวิตช์ลงให้วงจรปิด สังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า พร้อมทั้งบันทึกค่ากระแสไฟฟ้า ที่วัดได้จากแอมมิเตอร์ แล้วยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด – อภิปรายและสรุปว่าการต่อหลอดไฟฟ้าเข้ากับถ่านไฟฉายจำนวนกี่ก้อน ทำให้หลอดไฟฟ้าสว่าง มากที่สุด (4) ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรม (5) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา (6) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น – เมื่อต้องการวัดปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในวงจรไฟฟ้าต้องต่อแอมมิเตอร์เข้ากับ วงจรไฟฟ้าแบบใด (แนวคำตอบ แบบอนุกรม) – ถ้านักเรียนสลับขั้วสายไฟฟ้าที่ต่อกับแอมมิเตอร์ ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ หลอดไฟฟ้าไม่ติดและเข็มชี้ของแอมมิเตอร์ไม่กระดิก) – จำนวนถ่านไฟฉายมีผลต่อความสว่างของหลอดไฟฟ้าหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ มีผล โดย ถ้าเพิ่มจำนวนถ่านไฟฉายจะเป็นการเพิ่มความต่างศักย์ให้กับวงจรไฟฟ้า ทำให้มีปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน ในวงจรไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น) 5) ขั้นประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ (2) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น – เครื่องมือที่ใช้วัดกระแสไฟฟ้าคืออะไร (แนวคำตอบ แอมมิเตอร์) – หน่วยของกระแสไฟฟ้าคืออะไร (แนวคำตอบ แอมแปร์) – แอมมิเตอร์ต่อกับวงจรไฟฟ้าโดยวิธีใด (แนวคำตอบ โดยวิธีต่อแบบอนุกรมกับวงจรไฟฟ้า) – กระแสไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับความสว่างของหลอดไฟฟ้าหรือไม่ ลักษณะใด (แนวคำตอบ มี ความสัมพันธ์กัน โดยความสว่างของหลอดไฟฟ้าแปรผันตรงกับกระแสไฟฟ้า ซึ่งความสว่างของหลอดไฟฟ้าจะ เพิ่มขึ้นเมื่อกระแสไฟฟ้าที่อ่านได้จากแอมมิเตอร์มีค่ามากขึ้น) 1.5 V


ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโน ทัศน์บนกระดานดำ 7. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 1. รูปวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย 2. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint เรื่องกระแสไฟฟ้า 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. สมุดประจำตัวนักเรียน 2. ใบกิจกรรม สังเกตการวัดกระแสไฟฟ้า 9. การวัดผลและประเมินผล ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ ด้านความรู้ (K) 1. สามารถอธิบายความหมายของ กระแสไฟฟ้าได้ 2. สามารถบอกวิธีใช้แอมมิเตอร์ใน การวัดความต่างศักย์ได้ 1. ซักถามความรู้เรื่องความ กระแสไฟฟ้า 2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงาน ของกิจกรรมฝึกทักษะ สมุดประจำตัว นักเรียนและ ใบกิจกรรม นักเรียนได้คะแนน 60 % ขึ้นไป ของคะแนนเต็ม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 1. สามารถสังเกตและใช้แอมมิเตอร์ ในการวัดกระแสไฟฟ้าได้ 1. ประเมินทักษะการคิดโดย การสังเกตการทำงานกลุ่ม 2. ประเมินพฤติกรรมในการ ปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มโดยการสังเกต การทำงานกลุ่ม แบบ ประเมินผล ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 4 ระดับ (Rubric Scoring) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. มีความใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการ ทำงาน สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 4 ระดับ (Rubric Scoring)


เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบริคส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายข้อของเกณฑ์รูบริคส์ ที่สร้างขึ้น สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score ) ตาราง : แสดงเกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบริคส์ ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) ด้านความรู้ (K) 1. สามารถอธิบายความหมายของ กระแสไฟฟ้าได้ 2. สามารถบอกวิธีใช้แอมมิเตอร์ใน การวัดความต่างศักย์ได้ มีคะแนน ใบกิจกรรม แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ด้านทักษะ/กระบวนการ(P) 1. สามารถสังเกตและใช้แอมมิเตอร์ ในการวัดกระแสไฟฟ้าได้ 1. เนื้อหามีความถูกต้อง ครบถ้วน 2. สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ กระแสไฟฟ้าได้เข้าใจง่าย ชัดเจน 3. สะอาด เรียบร้อยเป็น ระเบียบ 4. ทำงานเสร็จตรงเวลา ที่กำหนดไว้ มีองค์ประกอบ เพียง 3 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 2 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 1 ข้อ ด้านคุณลักษณะ (A) 1. นักเรียนมีความสนใจใฝ่รู้หรือ อยากรู้อยากเห็น 1. ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม หรือสอบถามจากผู้รู้มา ก่อน 2. มีความกระตือรือร้น ในการเรียน 3. อดทน ไม่ย่อท้อต่อ ปัญหาและอุปสรรคใน การทำงาน 4. มีความรับผิดชอบใน หน้าที่และการทำงาน มีองค์ประกอบ เพียง 3 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 2 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 1 ข้อ เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ นักเรียนมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ถือว่าผ่าน - นักเรียนมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ60 ถือว่าผ่าน


บันทึกหลังแผน 1. ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 1.1 ด้านความรู้ (K) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ปัญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ .............................................ผู้ตรวจบันทึก (นางสาวลัฐิกา สิงห์ดา) ………./………………./………..


บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (นางกัลญา สวนสอน) ครู/อาจารย์พี่เลี้ยง ........../..................../.............. บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ....………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ..……...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................. (ผู้ตรวจ) ( นางทรงพร วังซ้าย ) หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ........../..................../.............. บันทึกความเห็นของผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................…………………………………………………… ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (นางสุจินดา จิตมั่น) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ….........../..................../..............


ตารางสรุปผลการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง กระแสไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 1. เด็กชายกฎษกรณ์ สีแก้วดี 2. เด็กชายกิตติภัฏ ทับทิมใสย์ 3. เด็กชายคุณากร แก้วตา 4. เด็กชายชนะวัฒน์ แก้วเขียว 5. เด็กชายชยากร หมอนตอง 6. เด็กชายฐณะวัฒน์ อินทร์น้อม 7. เด็กชายณัฐกานต์ มงคลทอง 8. เด็กชายณัฐพงษ์ลูก้าส์นาคหลวง 9. เด็กชายณัฐพล นำแสง 10. เด็กชายธนวัฒน์ คำสุรันทร์ 11. เด็กชายธวัชชัย ชาวนา 12. เด็กชายธัชชัย สาครินทร์ 13. เด็กชายธันวา มิ่งโปร่ง 14. เด็กชายปฏิภัทร แก้วเปี้ย 15. เด็กชายปารามินต์ บุญตา 16. เด็กชายรัชตะ ซาซง 17. เด็กชายวทันยู สุขเณร 18. เด็กชายวีระศักดิ์ สุขเณร 19. เด็กชายศักรนันทน์ เนียมจันทร์ 20. เด็กชายศิริวัฒน์ สีคำทา 21. เด็กหญิงกมลชนก ปากิ 22. เด็กชายกมลทิพย์ ปีกกาง 23. เด็กชายกมลทิพย์ หงส์ทอง 24. เด็กชายชลธิชา แก้วรักถา 25. เด็กชายพาวิกา พรมต่อม


ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 26. เด็กหญิงภัทรวฏี พันแก้ว 27. เด็กหญิงศิริกัลยา สุชัยสงค์ 28. เด็กหญิงสุรินธา สีวัย 29. เด็กหญิงฐิติรัตน์ แซ่เติ๋น 30. เด็กหญิงกัญติชา บุญอินเขียว ทางเลือก 31. เด็กชายธนโชติ แก้วคำดี นักเรียนที่ไม่ผ่าน K จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน P จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน A จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ...................................................................... แล้ว


ตารางสรุปผลการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง กระแสไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 1. เด็กชายกฤษฎา สารสิน 2. เด็กชายกิตติศักดิ์ ครองสุข 3. เด็กชายคุณานนต์ กลเรียน 4. เด็กชายจีรยุทร ซื่อสัตย์ 5. เด็กชายชาญชัย คำแสน 6. เด็กชายณัฐนนท์ แสงคำ 7. เด็กชายธีระวิช ทองทาย 8. เด็กชายนนทกร สุขสด 9. เด็กชายนภดล จันทร์เมือง 10. เด็กชายปริวัฒน์ ปวงเตชะ 11. เด็กชายปิ่นนที พันเพ็ชร์ 12. เด็กชายปิติศักดิ์ พุ่มเกศา 13. เด็กชายพงศธร บุญเกตุ 14. เด็กชายภูวไนย ปีกกาง 15. เด็กชายระพีพัฒน์ คำมาก 16. เด็กชายรัฐศาสตร์ สุขเณร 17. เด็กชายอนุสรณ์ บุญอินเขียว 18. เด็กหญิงกรรณิการ์ มาใกล้ 19. เด็กหญิงขวัญฤทัย เล็กแกมเงิน 20. เด็กหญิงชลดา โต๊ะคำมณี 21. เด็กหญิงชลนภา ผาผึ้ง 22. เด็กหญิงณัฐณิชา คำคุ้ม 23. เด็กหญิงต้นหนาว ใสนวน 24. เด็กหญิงประภัสสร ป้องแก้ว 25. เด็กหญิงพีรยา ปาลาส


ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 26. เด็กหญิงวรภาส์ เจริญลาภ 27. เด็กหญิงสไบทอง แก้วรักถา 28. เด็กหญิงสุจิตราภา ศรีสูง 29. เด็กหญิงสุพัตรา สีดอกไม้ 30. เด็กชายวีรภัทร สุริวงษ์ 31. เด็กหญิงฐิติญา นวลแบน นักเรียนที่ไม่ผ่าน K จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน P จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน A จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ...................................................................... แล้ว


ใบกิจกรรม สังเกต การวัดกระแสไฟฟ้า จุดประสงค์ของกิจกรรม ทักษะสร้างเสริมความเข้าใจที่คงทน 1. สังเกตและอธิบายการวัดกระแสไฟฟ้าได้ 2. อ่านค่ากระแสไฟฟ้าจากแอมมิเตอร์ได้ 1. การสังเกต 2. การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล 3. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป อุปกรณ์ 1. กระบะถ่านไฟฉาพร้อมถ่านไฟฉาย ขนาด 1.5 โวลต์ 4 ก้อน 1 ชุด 4. สายไฟฟ้าพร้อมคลิปหนีบปาก จระเข้/ที่เสียบ 4 เส้น 2. หลอดไฟฟ้าขนาด 6 โวลต์ 1 หลอด 5. แอมมิเตอร์แบบเข็ม 1 เครื่อง 3. สวิตช์ 1 อัน ปัญหา ขั้นตอน 1. ต่อหลอดไฟฟ้า ถ่านไฟฉาย (ใช้ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน) แอมมิเตอร์ และสวิตช์เป็นวงจรไฟฟ้า ดังรูป การต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อวัดกระแสไฟฟ้าและแผนภาพแสดงวงจรไฟฟ้า 2. สับสวิตช์ลงให้วงจรปิด สังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า พร้อมทั้งบันทึกค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้ จากแอมมิเตอร์ แล้วยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด 3. ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 1 และ 2 โดยการเพิ่มถ่านไฟฉายในวงจรครั้งละ 1 ก้อนจนครบ 4 ก้อน จากนั้นสับสวิตช์ลงให้วงจรปิด สังเกตความสว่างของหลอดไฟฟ้า พร้อมทั้งบันทึกค่ากระแสไฟฟ้าที่วัดได้จาก แอมมิเตอร์ แล้วยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด 1.5 V


4. อภิปรายและสรุปว่าการต่อหลอดไฟฟ้าเข้ากับถ่านไฟฉายจำนวนกี่ก้อน ทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างมากที่สุด บันทึกผลการสังเกต จำนวนถ่านไฟฉาย (ก้อน) ความสว่างของหลอดไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า (มิลลิแอมแปร์) 1 2 3 4 สรุปผล คำถามประกอบกิจกรรม 1. เมื่อต้องการวัดปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในวงจรไฟฟ้าต้องต่อแอมมิเตอร์เข้ากับวงจรไฟฟ้าแบบใด 2. ถ้านักเรียนสลับขั้วสายไฟฟ้าที่ต่อกับแอมมิเตอร์ ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร 3. จำนวนถ่านไฟฉายมีผลต่อความสว่างของหลอดไฟฟ้าหรือไม่ อย่างไร


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า รหัสวิชา ว 23102 รายวิชา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ครูผู้สอน นางสาวลัฐิกา สิงห์ดา เวลา 2 ชั่วโมง วันที่.......เดือน.......................พ.ศ................ คะแนนเก็บ 10 คะแนน 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงานปฏิสัมพันธ์ ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 2. ตัวชี้วัด ว 2.3 ม. 3/2 เขียนกราฟความสัมพันธ์ระหว่างความต่างกระแสไฟฟ้าและศักย์ไฟฟ้า 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ด้านความรู้ (K) 1.1 นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความ ต้านทานได้ 2. ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 2.1 นักเรียนสามารถเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า ได้ 3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 3.1 นักเรียนมีความใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงาน 4. สาระสำคัญ ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน เป็นไปตามกฎของโอห์มที่กล่าว ว่า “เมื่ออุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำไฟฟ้าชนิดหนึ่งจะมีค่าแปรผันตรงกับความต่างศักย์ ระหว่างปลายทั้งสองของตัวนำนั้น” 5. สาระการเรียนรู้ ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า


6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 1) ครูให้นักเรียนทบทวนความรู้เดิมที่ได้เรียนรู้มาแล้ว โดยใช้คำถามต่อไปนี้ – ถ้าศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุดในวงจรไฟฟ้ามีค่าเท่ากันจะมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นหรือไม่ (แนวคำตอบ ไม่มี) – ศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุดในวงจรไฟฟ้ามีความสัมพันธ์กับกระแสไฟฟ้าในลักษณะใด (แนวคำตอบ ศักย์ไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุดในวงจรไฟฟ้ามีค่าแปรผันตรงกับกระแสไฟฟ้า) 2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้ เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับด้าน ชั้นเรียน (flipped classroom) ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1) ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (1) ครูถามคำถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น – ถ้าความต่างศักย์มีค่าเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในวงจรไฟฟ้าจะมีค่าเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ มีค่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต่างศักย์มีค่าแปรผันตรงกับกระแสไฟฟ้า) (2) นักเรียนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกับคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน 2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) (1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า จากใบความรู้หรือ ในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของหลอดไฟฟ้า มีค่าไม่เท่ากัน จะเกิดกระแสไฟฟ้าไหลผ่านหลอดไฟฟ้า และทำให้หลอดไฟฟ้าสว่างขึ้น (2) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์กับ กระแสไฟฟ้า ตามขั้นตอน ดังนี้ – ต่อตัวต้านทานขนาด 100 โอห์ม ถ่านไฟฉาย (ใช้ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน) แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ และสวิตช์เป็นวงจรไฟฟ้า ดังรูป – สับสวิตช์ลงให้วงจรปิด สังเกตและบันทึกค่าความต่างศักย์จากโวลต์มิเตอร์ และค่า กระแสไฟฟ้าจากแอมมิเตอร์ แล้วยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด 1.5 V 100


– ดำเนินการเช่นเดียวกับขั้นตอนที่ 1 และ 2 แต่เพิ่มถ่านไฟฉายในวงจรครั้งละ 1 ก้อนจนครบ 4 ก้อน – นำผลที่ได้จากขั้นตอนที่ 2 และ 3 มาเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และ กระแสไฟฟ้า โดยให้ความต่างศักย์อยู่แกนนอนและกระแสไฟฟ้าอยู่แกนตั้ง (3) ครูและนักเรียนร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรม (4) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาส ให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา 3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าห้องเรียน (2) ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น – กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์กับกระแสไฟฟ้ามีลักษณะใด (แนวคำตอบ มีลักษณะเป็นเส้นตรงที่ผ่านจุดกำเนิด) – กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานและความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของตัวต้านทานมี ความสัมพันธ์กันอย่างไร (แนวคำตอบ กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานมีค่าแปรผันตรงกับความต่างศักย์ ระหว่างปลายทั้งสองของตัวต้านทาน) (3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า ความต่าง ศักย์มีค่าแปรผันตรงกับกระแสไฟฟ้า โดยเมื่อความต่างศักย์มีค่าเพิ่มขึ้น กระแสไฟฟ้าจะมีค่าเพิ่มขึ้น และ อัตราส่วนระหว่างความต่างศักย์กับกระแสไฟฟ้าจะมีค่าคงที่ 4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (1) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎของโอห์มให้นักเรียนเข้าใจว่า ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ และกระแสไฟฟ้าเป็นไปตามกฎของโอห์มที่กล่าวว่า “เมื่ออุณหภูมิคงตัว กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวนำไฟฟ้า ชนิดหนึ่งจะมีค่าแปรผันตรงกับความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของตัวนำนั้น” โดยสามารถเขียนเป็น ความสัมพันธ์ได้ดังนี้ V = IR เมื่อ R คือ ความต้านทาน มีหน่วยเป็นโวลต์/แอมแปร์ (V/A) หรือโอห์ม (Ω) V คือ ความต่างศักย์ มีหน่วยเป็นโวลต์ (V) I คือ กระแสไฟฟ้า มีหน่วยเป็นแอมแปร์ (A) (2) ครูยกตัวอย่างการคำนวณหาปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎของโอห์มในหนังสือเรียน เพื่อให้ นักเรียนได้ฝึกทักษะการคิดคำนวณ (3) ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวต้านทานให้นักเรียนเข้าใจว่า โดยทั่วไปในวงจรไฟฟ้าต่างๆ จะมี อุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่กำหนดความต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้าให้กับวงจรไฟฟ้า เรียกอุปกรณ์นี้ว่า ตัวต้านทาน โดยตัวต้านทานที่นิยมใช้ในวงจรไฟฟ้ามากที่สุด คือ ตัวต้านทานแบบค่าคงที่ ซึ่งการบอกค่าความ


ต้านทานของตัวต้านทานแบบค่าคงที่จะใช้รหัสสีคาดเป็นแถบ และแปลความหมายของรหัสสีเป็นค่าความ ต้านทานและความคลาดเคลื่อนของค่าความต้านทาน (4) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน เล่นเกมต่อวงจรไฟฟ้า แล้วให้แต่ละกลุ่มหาว่าอุปกรณ์ใดใน วงจรไฟฟ้าที่อยู่ผิดตำแหน่ง และต้องแก้ไขอย่างไร กลุ่มใดตอบได้ถูกต้องมากที่สุดเป็นฝ่ายชนะ 5) ขั้นประเมิน (Evaluation) (1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่ยังไม่ เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ (2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข อย่างไรบ้าง (3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม และ การนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ (4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น – กระแสไฟฟ้ากับความต่างศักย์มีความสัมพันธ์กันในลักษณะใด (แนวคำตอบ กระแสไฟฟ้ามีค่า แปรผันตรงกับความต่างศักย์) – กฎของโอห์มเขียนเป็นสมการได้อย่างไร (แนวคำตอบ V = IR เมื่อ R คือ ความต้านทาน V คือ ความต่างศักย์ และ I คือ กระแสไฟฟ้า) ขั้นสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า โดยร่วมกัน เขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์บนกระดาน 7. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้ 1. สื่อการเรียนรู้ PowerPoint เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า 8. ชิ้นงาน / ภาระงาน 1. สมุดประจำตัวนักเรียน 2. ใบกิจกรรม สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์กับกระแสไฟฟ้า


9. การวัดผลและประเมินผล ตาราง: แสดงกรอบการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การผ่านจุดประสงค์ ด้านความรู้ (K) 1. สามารถอธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างความต่างศักย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทานได้ 1. ซักถามความรู้เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความ ต่างศักย์กับกระแสไฟฟ้า 2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงาน ของกิจกรรมฝึกทักษะ สมุดประจำตัว นักเรียนและ ใบกิจกรรม นักเรียนได้คะแนน 60 % ขึ้นไป ของคะแนนเต็ม ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) 1. ส า ม า ร ถเ ข ี ย น ก ร า ฟ แ ส ด ง ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ และกระแสไฟฟ้าได้ 1. ประเมินทักษะการคิดโดย การสังเกตการทำงานกลุ่ม 2. ประเมินพฤติกรรมในการ ปฏิบัติกิจกรรมเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มโดยการสังเกต การทำงานกลุ่ม แบบ ประเมินผล ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 4 ระดับ (Rubric Scoring) ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) 1. มีความใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการ ทำงาน สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ระดับ 2 ขึ้นไปจาก 4 ระดับ (Rubric Scoring)


เกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบริคส์ (Rubric Score) ให้คะแนนเป็นรายข้อของเกณฑ์รูบริคส์ ที่สร้างขึ้น สำหรับการประเมิน (Analytical Rubric Score ) ตาราง : แสดงเกณฑ์การให้คะแนนเกณฑ์รูบริคส์ ประเด็นการประเมิน ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) ด้านความรู้ (K) 1. สามารถอธิบายความสัมพันธ์ ร ะ ห ว ่ า ง ค ว า ม ต ่ า ง ศ ั ก ย์ กระแสไฟฟ้า และความต้านทาน ได้ มีคะแนน ใบกิจกรรม แบบฝึกทักษะ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ด้านทักษะ/กระบวนการ(P) 1. สามารถเขียนกราฟแสดง ความสัมพันธ์ระหว่างความต่าง ศักย์และกระแสไฟฟ้าได้ 1. เนื้อหามีความถูกต้อง ครบถ้วน 2. สรุปข้อมูลเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างความ ต่างศักย์กับกระแสไฟฟ้าได้ เข้าใจง่าย ชัดเจน 3. สะอาด เรียบร้อยเป็น ระเบียบ 4. ทำงานเสร็จตรงเวลาที่ กำหนดไว้ มีองค์ประกอบ เพียง 3 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 2 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 1 ข้อ ด้านคุณลักษณะ (A) 1. นักเรียนมีความสนใจใฝ่รู้หรือ อยากรู้อยากเห็น 1. ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม หรือสอบถามจากผู้รู้มาก่อน 2. มีความกระตือรือร้นใน การเรียน 3. อดทน ไม่ย่อท้อต่อปัญหา และอุปสรรคในการทำงาน 4. มีความรับผิดชอบใน หน้าที่และการทำงาน มีองค์ประกอบ เพียง 3 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 2 ข้อ มีองค์ประกอบ เพียง 1 ข้อ เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ นักเรียนมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่าระดับ 2 ถือว่าผ่าน - นักเรียนมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ60 ถือว่าผ่าน


บันทึกหลังแผน 1. ผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 1.1 ด้านความรู้ (K) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 1.3 ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ปัญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ .............................................ผู้ตรวจบันทึก (นางสาวลัฐิกา สิงห์ดา) ………./………………./………..


บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (นางกัลญา สวนสอน) ครู/อาจารย์พี่เลี้ยง ........../..................../.............. บันทึกความเห็นของผู้ตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู้ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ....………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ..……...................................................................................................................................................................... ลงชื่อ............................................................. (ผู้ตรวจ) ( นางทรงพร วังซ้าย ) หัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ........../..................../.............. บันทึกความเห็นของผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..................................................................................................................…………………………………………………… ลงชื่อ.............................................(ผู้ตรวจ) (นางสุจินดา จิตมั่น) ผู้ช่วยผู้อำนวยการกลุ่มบริหารวิชาการ ….........../..................../..............


ตารางสรุปผลการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 1. เด็กชายกฎษกรณ์ สีแก้วดี 2. เด็กชายกิตติภัฏ ทับทิมใสย์ 3. เด็กชายคุณากร แก้วตา 4. เด็กชายชนะวัฒน์ แก้วเขียว 5. เด็กชายชยากร หมอนตอง 6. เด็กชายฐณะวัฒน์ อินทร์น้อม 7. เด็กชายณัฐกานต์ มงคลทอง 8. เด็กชายณัฐพงษ์ลูก้าส์นาคหลวง 9. เด็กชายณัฐพล นำแสง 10. เด็กชายธนวัฒน์ คำสุรันทร์ 11. เด็กชายธวัชชัย ชาวนา 12. เด็กชายธัชชัย สาครินทร์ 13. เด็กชายธันวา มิ่งโปร่ง 14. เด็กชายปฏิภัทร แก้วเปี้ย 15. เด็กชายปารามินต์ บุญตา 16. เด็กชายรัชตะ ซาซง 17. เด็กชายวทันยู สุขเณร 18. เด็กชายวีระศักดิ์ สุขเณร 19. เด็กชายศักรนันทน์ เนียมจันทร์ 20. เด็กชายศิริวัฒน์ สีคำทา 21. เด็กหญิงกมลชนก ปากิ 22. เด็กชายกมลทิพย์ ปีกกาง 23. เด็กชายกมลทิพย์ หงส์ทอง 24. เด็กชายชลธิชา แก้วรักถา 25. เด็กชายพาวิกา พรมต่อม


ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 26. เด็กหญิงภัทรวฏี พันแก้ว 27. เด็กหญิงศิริกัลยา สุชัยสงค์ 28. เด็กหญิงสุรินธา สีวัย 29. เด็กหญิงฐิติรัตน์ แซ่เติ๋น 30. เด็กหญิงกัญติชา บุญอินเขียว ทางเลือก 31. เด็กชายธนโชติ แก้วคำดี นักเรียนที่ไม่ผ่าน K จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน P จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน A จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ...................................................................... แล้ว


ตารางสรุปผลการจัดการเรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 1. เด็กชายกฤษฎา สารสิน 2. เด็กชายกิตติศักดิ์ ครองสุข 3. เด็กชายคุณานนต์ กลเรียน 4. เด็กชายจีรยุทร ซื่อสัตย์ 5. เด็กชายชาญชัย คำแสน 6. เด็กชายณัฐนนท์ แสงคำ 7. เด็กชายธีระวิช ทองทาย 8. เด็กชายนนทกร สุขสด 9. เด็กชายนภดล จันทร์เมือง 10. เด็กชายปริวัฒน์ ปวงเตชะ 11. เด็กชายปิ่นนที พันเพ็ชร์ 12. เด็กชายปิติศักดิ์ พุ่มเกศา 13. เด็กชายพงศธร บุญเกตุ 14. เด็กชายภูวไนย ปีกกาง 15. เด็กชายระพีพัฒน์ คำมาก 16. เด็กชายรัฐศาสตร์ สุขเณร 17. เด็กชายอนุสรณ์ บุญอินเขียว 18. เด็กหญิงกรรณิการ์ มาใกล้ 19. เด็กหญิงขวัญฤทัย เล็กแกมเงิน 20. เด็กหญิงชลดา โต๊ะคำมณี 21. เด็กหญิงชลนภา ผาผึ้ง 22. เด็กหญิงณัฐณิชา คำคุ้ม 23. เด็กหญิงต้นหนาว ใสนวน 24. เด็กหญิงประภัสสร ป้องแก้ว 25. เด็กหญิงพีรยา ปาลาส


ชื่อ - นามสกุล ด้าน K (ผ่าน 60%) ด้าน P (ผ่านระดับ 2) ด้าน A (ผ่านระดับ 2) สรุป(ผ่าน/ไม่ ผ่าน) หมายเหตุ 10 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 4 3 2 1 ผ/มผ 26. เด็กหญิงวรภาส์ เจริญลาภ 27. เด็กหญิงสไบทอง แก้วรักถา 28. เด็กหญิงสุจิตราภา ศรีสูง 29. เด็กหญิงสุพัตรา สีดอกไม้ 30. เด็กชายวีรภัทร สุริวงษ์ 31. เด็กหญิงฐิติญา นวลแบน นักเรียนที่ไม่ผ่าน K จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน P จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ..................................................................... แล้ว นักเรียนที่ไม่ผ่าน A จำนวน ......... คน ครูผู้สอนมอบหมายให้นักเรียน ...................................................................... แล้ว


ใบกิจกรรม สังเกตความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์กับกระแสไฟฟ้า จุดประสงค์ของกิจกรรม ทักษะสร้างเสริมความเข้าใจที่คงทน สังเกตและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์ กับกระแสไฟฟ้าได้ 1. การสังเกต 2. การจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล 3. การตีความหมายข้อมูลและการลงข้อสรุป อุปกรณ์ 1. กระบะถ่านไฟฉายพร้อม ถ่านไฟฉายขนาด 1.5 โวลต์ 4 ก้อน 1 ชุด 4. สายไฟฟ้าพร้อมคลิปหนีบปาก จระเข้/ที่เสียบ 1 เครื่อง 2. ตัวต้านทาน 100 โอห์ม 1 ตัว 5. โวลต์มิเตอร์แบบเข็ม 6 เส้น 3. แอมมิเตอร์แบบเข็ม 1 เครื่อง 6. สวิตช์ 1 อัน ปัญหา ขั้นตอน 1. ต่อตัวต้านทานขนาด 100 โอห์ม ถ่านไฟฉาย (ใช้ถ่านไฟฉาย 1 ก้อน) แอมมิเตอร์ โวลต์มิเตอร์ และ สวิตช์เป็นวงจรไฟฟ้า ดังรูป การต่อวงจรไฟฟ้าเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า และแผนภาพแสดงวงจรไฟฟ้า 2. สับสวิตช์ลงให้วงจรปิด สังเกตและบันทึกค่าความต่างศักย์จากโวลต์มิเตอร์ และค่ากระแสไฟฟ้าจาก แอมมิเตอร์ แล้วยกสวิตช์ขึ้นให้วงจรเปิด 3. ดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ 1 และ 2 แต่เพิ่มถ่านไฟฉายในวงจรครั้งละ 1 ก้อนจนครบ 4 ก้อน 4. นำผลที่ได้จากข้อ 2 และ 3 มาเขียนกราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และ กระแสไฟฟ้า โดยให้ความต่างศักย์อยู่แกนนอนและกระแสไฟฟ้าอยู่แกนตั้ง 1.5 V 100


จำนวนถ่านไฟฉาย (ก้อน) ความต่างศักย์ (โวลต์) กระแสไฟฟ้า (แอมแปร์) 1 2 3 4 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้า สรุปผล คำถามประกอบกิจกรรม 1. กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างความต่างศักย์และกระแสไฟฟ้ามีลักษณะใด 2. กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านตัวต้านทานและความต่างศักย์ระหว่างปลายทั้งสองของตัวต้านทานมีความสัมพันธ์ กันอย่างไร


แบบทดสอบหลังเรียน รหัสวิชา ว 23103 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 รายวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เวลาสอบ 1 ชั่วโมง วันที่.......เดือน.....................พ.ศ............ คะแนนเต็ม 30 คะแนน ผู้สอน นางสาวลัฐิกา สิงห์ดา คำชี้แจง 1. แบบทดสอบมี 2 ตอน ประกอบด้วย ตอนที่ 1 แบบปรนัย ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว จำนวน 30 ข้อ 30 คะแนน 2. ให้เขียน ชื่อ - นามสกุล ชั้น เลขที่ ลงในกระดาษคำตอบให้เรียบร้อย ตอนที่ 1 คำชี้แจง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เครื่องมือที่ใช้วัดความต่างศักย์ไฟฟ้าคือข้อใด ก. แอมมิเตอร์ ข. โวลต์มิเตอร์ ค. โอห์มมิเตอร์ ง. แกลวำนอมิเตอร์ 2. ข้อใดเป็นหน่วยของกำลังไฟฟ้า ก. วัตต์ ข. กิโลวัตต์ ค. จูลต่อวินาที ง. ถูกทุกข้อ 3. เครื่องใช้ไฟฟ้าข้อใดที่ให้พลังงานความร้อนทั้งหมด ก. เตาอบไมโครเวฟ เตารีดไฟฟ้า ข. เตารีดไอน้ำ เครื่องปรับอากาศ ค. เครื่องปรับอากาศ เครื่องสูบน้ำ ง. เครื่องเป่าผมไฟฟ้า หม้อต้มกาแฟ 4. กระแสไฟฟ้าไหลจากบริเวณศักย์ไฟฟ้าสูงไปยังบริเวณ ศักย์ไฟฟ้าต่ำ หมายความว่าอย่างไร ก. กระแสไฟฟ้าจากที่สูงไปยังที่ต่ำ ข. กระแสไฟฟ้าไหลจากขั้วบวกไปยังขั้วลบ ค. กระแสไฟฟ้าไหลจากความต้านทานมากไปยัง ความต้านทานน้อย ง. กระแสไฟฟ้าไหลจากความต้านทานน้อยไปยัง ความต้านทานมาก 5. การเลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจะต้องตรวจสอบค่าสิ่งใดเพื่อให้ เหมาะสมกับความต้องการ ก. จำนวนวัตต์และค่ากระแสไฟฟ้า ข. จำนวนวัตต์และค่าความต้านทาน ค. จำนวนวัตต์และค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า ง. ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าและค่าความต้านทานไฟฟ้า 6. ข้อใดเป็นอุปกรณ์ในการต่อเซลล์ไฟฟ้าอย่างง่าย ก. หลอดไฟ สายไฟเซลล์ไฟฟ้า สวิตช์ ข. หลอดไฟ มอเตอร์ ออดไฟฟ้า ค. สายไฟ สวิตช์ ง. เซลล์ไฟฟ้า แบตเตอรี่มอเตอร์เซลล์ไฟฟ้า 7. ทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าเป็นอย่างไร ก. ออกจากขั้ว -ไปยังขั้ว + ข. ออกจากขั้ว + ไปยังขั้ว – ค. ออกจากขั้ว + และขั้ว – สลับกัน ง. ไหลไปในทิศทางเดียวกัน 8. กระแสไฟฟ้า หมายถึงข้อใด ก. ปริมาณประจุไฟฟ้า ข. ทิศทางการไหลไฟฟ้า ค. ความต่างของศักย์ไฟฟ้า ง. ปริมาณความสว่างของหลอดไฟ


9. ข้อใดคือหน้าที่ของแอมมิเตอร์ ก. วัดค่ากระแสไฟฟ้า ข. วัดค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า ค. วัดค่าความสว่างไฟฟ้า ง. วัดค่าความเสถียรไฟฟ้า 10. แอมมิเตอร์ มีหน่วยวัดคืออะไร ก. แอมมิเตอร์ ข. แอมแปร์ ค. แอมป์ ง. ไอแอมป์ 11. ข้อใดกล่าวถึงหลักการใช้เครื่องแอมมิเตอร์ได้ถูกต้อง ก. ขั้วบวกของแอมมิเตอร์ต่อเข้ากับขั้วลบถ่านไฟฉาย ข. ขั้วลบของแอมมิเตอร์ต่อเข้ากับขั้วบวกถ่านไฟฉาย ค. ขั้วบวกของแอมมิเตอร์ต่อเข้ากับขั้วบวกถ่านไฟฉาย ง. ไม่มีข้อใดกล่าวถูกต้อง 12. เพราะเหตุใดเราจึงควรวัดกระแสไฟฟ้าที่ขั้วรองรับ กระแสไฟฟ้าสูงที่สุดก่อน ก. ถ้าเริ่มวัดขั้วบวกที่น้อยกว่าค่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้ ให้แอมมิเตอร์เสียหายได้ ข. ถ้าเริ่มวัดขั้วบวกที่น้อยกว่าค่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้ เข็มตีกลับได้ ค. ถ้าเริ่มที่ขั้วบวกที่น้อยกว่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้ หลอดไฟไม่สว่าง ง.ถ้าเริ่มที่ขั้วบวกที่น้อยกว่ากระแสไฟฟ้าอาจทำให้ถ่าน หมดไว 13. ความต่างศักย์ไฟฟ้า สามารถเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ ใด ก. V ข. I ค. A ง. R 14. ข้อใดกล่าวถึง ความต่างศักย์ไฟฟ้า ได้ถูกต้อง ก.เป็นความสว่างของหลอดไฟที่แตกต่างกัน ข.เป็นความแตกต่างของพลังงานไฟฟ้าระหว่างจุด 2 จุด ต่อหน่วยประจุ ค.เป็นความต่างของขนาดหลอดไฟฟ้า 2 จุด ง. เป็นความเหมือนกันของพลังงานไฟฟ้า 15. ถ้าหากต่อขั้วบวกของโวลต์มิเตอร์กับขั้วลบของ ถ่านไฟฉาย ผลที่ได้จะเป็นอย่างไร ก. สามารถวัดความต่างศักย์ไฟฟ้าได้เหมือนเดิม ข. ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้ามีการคลาดเคลื่อน ค. เข็มที่หน้าปัดจะเกินค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่วัด ง. เข็มที่หน้าปัดจะตีกลับ 16. ข้อใดคือหน่วยของความต้านทานไฟฟ้า ก. โวลต์ต่อแอมแปร์ ข. แอมแปร์ต่อโวลต์ ค. โวลต์ ง. แอมแปร์ 17. หากตัวต้านทานมีสีส้ม ดำ น้ำตาล ทอง ตามลำดับ ค่าความต้านทานไฟฟ้ามีค่าเท่าใด ก. 300 + 5% ข. 3000 + 5% ค. 500 + 5% ง. 5000 + 5% 18. หากในวงจรไฟฟ้ามีค่าความต้านทานมาก จะมีผลอย่างไร ในวงจร ก. ทำให้ไฟสว่างมาก ข. ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้มาก ค. ทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้น้อย ง. ไม่มีผลในวงจร 19. กำหนดให้ความต้านทานไฟฟ้าเท่ากับ 30 โอห์ม กระแสไฟฟ้าเท่ากับ 0.2 แอมแปร์ ค่าที่วัดได้จากโวลต์มิเตอร์ มีค่าเท่าใด ก. 150 v ข. 15 v ค. 6 v ง. 0.6 v 20. ถ้าต่อวงจรไฟฟ้ากระแสไฟฟ้าที่ผ่านหลอดเท่ากับ 0.5 แอมแปร์ ความต้านทานไฟฟ้าของหลอดเป็น 20 โอห์ม ค่าที่อ่านได้เมื่อต่อโวลต์มิเตอร์มีค่าเท่าใด ก. 100 v ข. 150 v ค. 200 v ง. 250 v


21. ต่อวงจรไฟฟ้าหลอดหนึ่งมีความต้านทานไฟฟ้า 60 โอห์ม มีความต่างศักย์ไฟฟ้าตกคร่อมไฟฟ้า 12 โวลต์ ค่ากระแสไฟฟ้ามีค่าเท่าใด ก. 0.10 A ข. 0.8 A ค. 0.6 A ง. 0.2 A 22. จากภาพข้อใดกำหนดขั้วของเซลล์ไฟฟ้าได้ถูกต้อง ก. + , + ข. - , - ค. + , - ง. - , + 23. จากภาพเป็นสัญลักษณ์ของวงจรไฟฟ้าแบบใด และผลของ หลอดไฟแสดงเช่นไร ก. สวิตช์ปิด(วงจรปิด) หลอดไฟสว่าง ข. สวิตช์เปิด(วงจรเปิด) หลอดไฟดับ ค. สวิตช์เปิด(วงจรเปิด) หลอดไฟสว่าง ง. สวิตช์ปิด(วงจรปิด) หลอดไฟดับ 24. จากภาพ เป็นการแสดงสายไฟฟ้าแบบใด ก. สายไฟฟ้าที่ต่อตรงข้ามกับขั้ว ข. สายไฟฟ้าที่มีไม้มากั้น ค. สายไฟฟ้าที่ไม่ไม่ได้เชื่อมต่อกัน ง. สายไฟฟ้าชำรุจ 25. จากภาพเป็นสัญลักษณ์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าใด ก. แอมมิเตอร์ ข. โวลต์มิเตอร์ ค. ตัวต้านทาน ง. สวิตช์เปิด 26.ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับกฎของโอห์ม ก. กระแสไฟฟ้าจะแปรผกผันตามค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า ข. กระแสไฟฟ้าจะแปรผันตรงกับค่าความต่างศักย์ไฟฟ้า ค. มีสูตรว่า I = VR ง. ไม่มีข้อใดถูก 27. กระแสไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านเรือนเป็นกระแสไฟฟ้าชนิดใด ก. ไฟฟ้ากระแสตรง ข. ไฟฟ้ากระแสสลับ ค. ไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ ง. กล่าวผิดทุกข้อ 28. ถ้าอุปกรณ์ตัวใดตัวหนึ่งเสียหายจะทำให้วงจรไม่มีกระแส ไฟฟ้าในวงจร เป็นการต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าแบบใด ก. วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรม ข. วงจรไฟฟ้าแบบขนาน ค. วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน ง. วงจรไฟฟ้าแบบกระแสสลับ 29. จงหากระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านทั้งวงจรเมื่อ นำถ่านไฟฉาย ขนาด 1.5 V มาต่ออนุกรมกัน 4 ก้อนแล้วนำไปต่อขนานกับ หลอดไฟทีมีความต้านทาน 3 Ω จำนวน 3 หลอด ก. 4 A ข. 5 A ค. 6 A ง. 7 A 30. หลอดไฟฟ้าหลอดหนึ่งมีตัวเลข 220 v 23 w กำกับไว้ ตัวเลขดังกล่าวมีความหมายตรงกับข้อใด ก. ใช้กับความต่างศักย์ 220 โวลต์ จะให้ความสว่าง 32 วัตต์ ข. ใช้กับความต่างศักย์ 220 โวลต์ จะให้พลังงาน 32 วัตต์ ค. ใช้กับความต่างศักย์ 32 วัตต์ จะให้ความสว่าง 220 โวลต์ ง. ใช้กับความต่างศักย์ 220 โวลต์ จะให้กำลังไฟฟ้า 32 วัตต์ v


แบบประเมินความพึงพอใจ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับแนวคิดห้องเรียน กลับด้าน คำชี้แจง 1. แบบประเมินที่สร้างขึ้นมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประเมินความพึงพอใจ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน 2. จุดประสงค์ของการประเมินความพึงพอใจ โดยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบ เสาะหาความรู้ ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับบริบทของนักเรียน สาระการ เรียนรู้แกนกลาง มาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) 3. ให้ท่านทำเครื่องหมาย ✓ลงในช่องแต่ละรายการประเมินของแต่ละด้านที่ทำการประเมินตาม ความเห็นของท่าน 4. ขณะที่ท่านทำการประเมินหากพบรายการใดที่เห็นว่าสมควรปรับปรุงแก้ไข ขอความอนุเคราะห์โปรด ให้ข้อเสนอแนะหรือทำการแก้ไขจักกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง ตาราง : แบบประเมินความพึงพอใจ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหา ความรู้ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ด้านที่ทำการประเมิน รายการที่ทำการประเมินความพึงพอใจ ผลการประเมิน 5 4 3 2 1 ด้านผู้สอน ใช้ภาษาที่เหมาะสมและเข้าใจง่าย มีการเตรียมตัวและความพร้อมของผู้สอน สามารถอธิบายเนื้อหาได้ชัดเจนและตรงประเด็น รวม …………………คะแนน ด้านการจัด กระบวนการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีความหลากหลาย กิจกรรมการเรียนรู้จัดลำดับขั้นตอนได้ถูกต้อง เหมาะสม การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและ สืบเสาะหาความรู้ได้ด้วยตนเอง รวม …………………คะแนน


ตาราง : แบบประเมินความพึงพอใจ โดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ข้อเสนอแนะ (ถ้ามี) ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………….………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………… ด้านที่ทำการประเมิน รายการที่ทำการประเมินความพึงพอใจ ผลการประเมิน 5 4 3 2 1 ด้านการจัด กระบวนการเรียนรู้ (ต่อ) การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เน้นกระบวน การจัดการเรียนรู้เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สรุปองค์ความรู้ ด้วยตนเองและนำเสนอรูปแบบต่างๆ รวม …………………คะแนน ด้านสื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้มีความหลากหลาย เหมาะสม สื่อการเรียนรู้สอดคล้องกับกิจกรรมการจัด การเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ช่วยกระตุ้นให้ผู้เรียนเข้าใจ เกิดความคิดรวบยอดอย่างรวดเร็ว และสรุปความรู้ได้ด้วยตนเอง รวม …………………คะแนน ด้านการวัดผล ประเมินผลการเรียนรู้ การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้มี ความเหมาะสมกับนักเรียน การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้สอดคล้องกับ จุดประสงค์การเรียนรู้ การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้มี ความหลากหลาย สามารถวัดผลประเมินผล การเรียนรู้ได้จริง นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการวัดผล ประเมินผลการเรียนรู้ รวม …………………คะแนน


ประวัติผู้วิจัย ชื่อ – สกุล นางสาวลัฐิกา สิงห์ดา รหัสนักศึกษา 61031050181 วุฒิการศึกษา กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 5 สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์


Click to View FlipBook Version