1
การศึกษาการประดิษฐศ์ ริ าภรณ์ “รดั เกล้ายอด” โดยใช้ทฤษฎีการสอน
แบบการสาธิต
“A Study Of The Invention Of Siraporn Rudklao Yod By
Using Demonstration Teaching Theory”
สรวชิ ญ์ หางสลัด
สาขาวชิ านาฏยศลิ ปศ์ ึกษา (ค.บ. 5 ป)ี คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏบ้านสมเดจ็ เจา้ พระยา
ปีการศึกษา 2564
การศกึ ษาการประดิษฐศ์ ริ าภรณ์ “รดั เกล้ายอด” โดยใช้ทฤษฎีการสอน
แบบการสาธิต
“A Study Of The Invention Of Siraporn Rudklao Yod By
Using Demonstration Teaching Theory”
สรวิชญ์ หางสลดั
สาขาวชิ านาฏยศลิ ปศ์ ึกษา (ค.บ. 5 ป)ี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏบา้ นสมเด็จเจา้ พระยา
ปีการศกึ ษา 2564
ใบรบั รองรายงานการวิจัย
คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบา้ นสมเด็จเจา้ พระยา
ชื่อเร่อื ง การศกึ ษาการประดิษฐ์ศริ าภรณ์ “รดั เกล้ายอด”โดยใชท้ ฤษฎกี ารสอนแบบสาธิต
ชื่อนกั ศึกษา นาย สรวชิ ญ์ หางสลดั
ท่ีปรกึ ษาโครงการวิจัย ……………………………………………………………(อาจารย์รณกฤต เพชรเกล้ียง)
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา อนุมัติให้นับ
ร า ย ง า น ก า ร ว ิ จ ั ย น ี ้ เ ป ็ น ส ่ ว น ห น ึ ่ ง ข อ ง ก า ร ศ ึ ก ษ า ต า ม ห ล ั ก ส ู ต ร ค ร ุ ศ า ส ต ร บ ั ณ ฑิ ต
สาขาวชิ านาฏยศลิ ปศ์ ึกษา
คณบด…ี …………………………………………………………………………………………………
(ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ทชชยา วนนะบวรเดชน์)
วนั ที่……….เดือน………………พ.ศ. …………..
คณะกรรมการสอบ
ประธานกรรมการ……………………………………………………..….(ประธานสาขาวชิ า)
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปัทมา วัฒนบญุ ญา)
กรรมการ………….………………………………………………….……..(ผ้ทู รงคณุ วฒุ ดิ ้านการศกึ ษา)
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรา เดชโฮม)
กรรมการ………….......……………………………………………….…..(ผทู้ รงคุณวุฒดิ ้านนาฏยศิลป์)
(ดร. ไพโรจน์ ทองคำสุก)
กรรมการ………….………......………………………………………...…(ผทู้ รงคุณวฒุ ิด้านสื่อการสอน)
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ถาวร วัฒนบญุ ญา)
กรรมการ/เลขานุการ……………………….……………..………...…….(ผ้คู วบคุมรายวชิ า)
(อาจารย์รณกฤต เพชรเกลี้ยง)
i
ช่ือเร่อื ง การศกึ ษาการประดิษฐศ์ ริ าภรณ์ “รัดเกลา้ ยอด” โดยใชท้ ฤษฎกี ารสอนแบบสาธิต
ผู้วิจัย สรวชิ ญ์ หางสลัด
ท่ีปรกึ ษาโครงการวิจัย อาจารย์รณกฤต เพชรเกลยี้ ง
ระดับการศกึ ษา ครศุ าสตรบัณฑติ
สาขาวชิ า นาฏยศลิ ปศ์ ึกษา
คณะ มนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลยั ราชภัฏบา้ นสมเดจ็ เจา้ พระยา
ปกี ารศกึ ษา 2564
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประดิษฐศ์ ิราภรณ์ ผ่านรูปแบบการสอนแบบสาธิต สร้าง
คู่มือประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด” และนำมาพัฒนาสื่อคลิปวีดีโอ ชุด การศึกษาการประดิษฐ์ศิรา
ภรณ์ “รดั เกลา้ ยอด” (ระยะเวลา 1-3 นาท)ี ใช้สำหรับการศึกษาผา่ น Application Tik Tok เก็บรวบรวม
ขอ้ มลู จากการศึกษาเอกสาร ตำรา งานวจิ ัยทเ่ี กยี่ วขอ้ ง และการลงพนื้ ท่ีภาคสนาม เพอ่ื บนั ทกึ ขอ้ มูลแบบมี
ส่วนร่วมกับ ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการประดิษฐ์ศิราภรณ์ ได้แก่ อาจารย์สมศักดิ์ ทองปาน และ
ผ้ทู รงคณุ วุฒทิ างด้านทฤษฎกี ารศึกษา ไดแ้ ก่ ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ กลุ ธิดา ทุง่ คาใน
ผลจากการศึกษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด”โดยใช้ทฤษฎีการสอนแบบสาธิต ด้วย
วิธีการสอนของ ผศ.ดร. ไสว ฟักขาว แบบ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียม เป็นวิธีการเตรียมความพร้อมท้ัง
อปุ กรณ์ท่จี ะใชส้ ำหรับการประดษิ ฐ์ศริ าภรณ์ ขน้ั สาธิต เป็นขัน้ ตอนทผี่ ูเ้ ชีย่ วชาญทางดา้ นการประดิษฐ์ศิรา
ภรณ์ได้ถ่ายทอดกระบวนการ การประดิษฐ์ศิราภรณ์ให้กับผู้วิจัย ขั้นสรุปและประเมินผล เป็นขั้นตอนที่
ผู้วิจัยไดผ้ ลติ สื่อคลิปวีดีโอ ชดุ การศกึ ษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกลา้ ยอด” (ระยะเวลา 1-3 นาที) ใช้
สำหรับการศึกษาผ่าน Application Tik Tok และได้นำไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์ ก่อนให้ผู้ร่วมเข้า
ศึกษาคลิปวีดีโอได้ร่วมประเมินคุณภาพ ความพึงพอใจของสื่องานวิจัยนี้สามารถให้ความรู้ต่อผู้ที่เข้ามา
ศึกษาขอ้ มูลเก่ียวกับวิจยั นี้เพ่ือเปน็ ประโยชน์ตอ่ การเรยี นการสอน และนำไปต่อยอดเปน็ อาชีพเสริมตอ่ ไป
คำสำคัญ : ศริ าภรณ,์ รัดเกลา้ ยอด, การสอนแบบสาธติ , ส่อื คลิปวดี โี อ
ii
Topic A Study of The Invention of Siraporn Rudklao Yod by Using
Demonstration Teaching Theory
Researcher Sorawit Hangsalat
Researcher Advisor Ronnakrit Pheatkliang
Degree Bachelor of Education
Program Study Dance Education
Faculty Faculty of Humanities and Social Sciences.
University Bansomdejchaopraya Rajabhat University
Academic Year 2021
Abstract
This research aims to study the invention of Siraporn. through a demonstration
teaching model Create a handbook of craftsmanship “Rudklao Yod” and used to develop
a video clip, a study of the invention of Siraporn. “Rudklao Yod” (duration 1-3 minutes) is
used for studying through the Tik Tok application. Collect information from studies of
documents, textbooks, and related research. and field visits to record information in a
participative manner with Experts in the invention of Siraporn include Instructor Somsak
Thongpan and experts in educational theory, namely Asst Prof Kultida Thungkhanai
The results of the study of the invention of Siraporn “Rudklao Yod” using
demonstration teaching theory with the teaching method of Asst. Prof. Dr. Sawai Fakkhao
the 3-step method is the preparation stage, which is a method of preparing both the
equipment that will be used for the invention of the Siraporn. demonstration stage is the
stage where experts in the invention of Siraporn have conveyed the process. the invention
of Siraporn for the researcher, conclusion and evaluation this is the process in which the
researcher has produced a video clip, a study of the invention of Siraporn. “Radeklao Yod”
(duration 1-3 minutes) is used for studying through the Tik Tok application. and has been
published in social media. Before allowing participants to study video clips to assess the
quality media satisfaction. this research can educate those who come to study information
about this research for the benefit of teaching and learning. and lead to further
development as an additional career.
Keyword : Siraporn, Radeklao Yod, demonstration teaching, video clip media
iii
กติ ติกรรมประกาศ
วิจัยเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีด้วยความอนุเคราะห์ให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ จากอาจารย์ท่ี
ปรึกษาอาจารย์รณกฤต เพชรเกลี้ยง ที่ได้กรุณาเสียสละเวลาอันมีค่าให้ ความรู้และคำแนะนำข้อคิดเห็น
อันเป็นแนวทางในการดำเนินการวจิ ยั พร้อมคอยช่วยแก้ไข ข้อบกพร่องด้วยความเอาใจใส่และให้กำลังใจ
ผู้วิจัยมาโดยตลอด และขอกราบขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปัทมา วัฒนบุญญา อาจารย์ผู้
ควบคุมรายวชิ า ทอี่ นเุ คราะห์ขอ้ มูลการเขยี น และการตรวจ ฐานระเบยี บวิธีวิจยั
กราบขอบพระคุณอาจารย์ สมศักดิ์ ทองปาน ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการประดิษฐ์ศิราภรณ์
ที่อนุเคราะห์สละเวลาถ่ายทอดวิธีการประดิษฐ์ศิราภรณ์ พร้อมทั้งให้คำแนะนำข้อมูลในส่วนประเด็น
สำคญั ๆ ในงานวจิ ัยท่เี กีย่ วข้องให้เปน็ อยา่ งดี ขอกราบขอบพระคณุ มา ณ ท่นี ้ี
กราบขอบพระคุณ อาจารย์กุลธิดา ทุ่งคลาใน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านทฤษฎีการศึกษาที่ให้ความ
อนุเคราะห์ให้ข้อมูลในการบันทึกข้อมูล ในประเด็นหัวข้อ ทฤษฎีการสอนแบบการสาธิต พร้อมทั้งให้
คำแนะนำในการผลิตสื่อคลิปวีดีโอ ชุด การศึกษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด” (ระยะเวลา 1-3
นาที) ใช้สำหรับการศกึ ษาผา่ น Application Tik Tok
สุดท้ายนี้ ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณ บิดา มารดา ที่ได้อบรมสั่งสอน และคอยให้การสนับสนุน
ทุนทรพั ย์ และคอยเปน็ กำลังใจใหผ้ ู้วิจัยสามารถดำเนินการวจิ ัยสำเรจ็ ลุลว่ งไปได้ด้วยดี หวงั เปน็ อย่างย่ิงว่า
งานวิจัยเลม่ นีจ้ ะมคี ณุ ค่า และเปน็ ประโยชน์แกบ่ ุคคลท่สี นใจ
สรวิชญ์ หางสลัด
พฤษภาคม 2565
สารบัญ iv
บทคัดย่อภาษาไทย หน้า
บทคดั ย่อภาษาอังกฤษ
กติ ตกิ รรมประกาศ i
สารบญั ii
สารบัญตาราง iii
สารบัญภาพ Iv
viii
บทที่ 1 บทนำ ix
ความเปน็ มาและความสำคญั ของปัญหา
วัตถปุ ระสงค์ของการวิจัย 1
ขอบเขตของการวิจยั 2
ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ ับจากการวิจัย 3
นิยามศัพทเ์ ฉพาะ 4
กรอบแนวคิดของการวิจัย 4
5
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจยั ทีเ่ ก่ยี วข้อง
2.1 ความรูเ้ กย่ี วกับการประดิษฐเ์ คร่อื งศริ าภรณ์ 7
2.1.1 ศริ าภรณ์ 7
2.1.2 การออกแบบสรา้ งชนิ้ งาน 8
2.2 ประเภทของศิราภรณ์ 9
2.2.1 ชฎา 9
2.2.2 มงกุฎกษตั รีย์ 17
2.2.3 รัดเกลา้ 17
2.2.4 ปันจเุ หรจ็ 23
2.2.5 หูกระตา่ ย 25
สารบญั (ตอ่ ) v
2.2.6 กระบงั หนา้ หน้า
2.3 การประดิษฐเ์ ชงิ อนรุ กั ษ์ 26
28
2.3.1 ช่างสิบหมู่ 28
2.4 สือ่ คลิปวีดีโอ 31
32
2.4.1 Application Tik Tok 33
2.5 การสอนแบบสาธิต 33
34
2.5.1 ความหมายของการสอนแบบสาธิต 35
2.5.2 แนวคดิ ของการสอนแบบสาธิต 36
2.5.3 วตั ถปุ ระสงคก์ ารสอนแบบสาธิต 37
2.5.4 ประเภทของการสอนแบบสาธติ 38
2.5.5 องค์ประกอบสำคญั ของการสอนแบบสาธติ 41
2.5.6 ขั้นตอนของการดำเนินการสอนแบบสาธิต 42
2.5.7 การสรปุ และประเมินผลการสอนแบบสาธติ 45
2.5.8 ขอ้ ดีและข้อจำกดั ของวธิ สี อนโดยใช้การสาธติ
2.6 งานวจิ ยั ทเี่ กย่ี วข้อง 50
50
บทท่ี 3 วิธกี ารดำเนนิ การวจิ ยั 50
3.1 เคร่อื งมอื และอปุ กรณ์ 50
3.1.1 เครอ่ื งบนั ทึกภาพ 50
3.1.2 เครื่องบนั ทกึ เสยี ง 50
3.1.3 แบบสงั เกตโดยมีสว่ นร่วม 51
3.2 วิธีดำเนนิ การวิจยั 51
3.2.1 การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
3.2.2 เคร่ืองมือทใี่ ช้ในการวิจยั
3.2.3 กลุ่มประชากร
vi
สารบญั (ตอ่ ) หน้า
51
3.2.4 ขนั้ ตอนในการวิจัย 51
3.3 วิธกี ารเก็บรวบรวมขอ้ มูล 52
3.4 การวเิ คราะหข์ ้อมลู
บทที่ 4 การวเิ คราะห์ข้อมูล 53
4.1 เพอื่ ศึกษาการประดษิ ฐศ์ ิราภรณ์ ผ่านรูปแบบการสอนแบบสาธิต 53
4.1.1 การศกึ ษาการประดษิ ฐ์ศริ าภรณ์ 54
4.1.2 รูปแบบการสอนแบบสาธิต 87
4.2 เพื่อสร้างคู่มือ และประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด” โดยใช้ทฤษฎีการสอนแบบ
สาธิต 104
4.3 เพื่อพัฒนาสื่อคลิปวีดีโอ ชุด การศึกษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด”
(ระยะเวลา 1-3 นาที) ใชส้ ำหรบั การศกึ ษาผ่าน Application Tik Tok
บทที่ 5 สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ 110
5.1 สรปุ ผลการวจิ ัย 112
5.2 อภิปรายผล 113
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
เอกสารอ้างอิง 114
ภาคผนวก 115
ภาคผนวก ก. เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการวิจัย แบบบันทกึ ข้อมลู การลงพน้ื ท่ี 116
ภาคผนวก ข. ประวัติผทู้ รงคณุ วฒุ ิ 120
ภาคผนวก ค. หนงั สือขอความอนุเคราะห์ 124
ภาคผนวก ง. ภาพการดำเนินงานวจิ ยั 126
สารบญั (ตอ่ ) vii
ประวัตผิ ู้วิจยั หน้า
131
สารบัญตาราง viii
ตารางท่ี หน้า
ตารางที่ 1 ระยะเวลาในการดำเนินงานวิจัย 3
ตารางที่ 2 อปุ กรณ์การประดิษฐ์ศริ าภรณ์ 56
ตารางที่ 3 การคำนบั ครู 61
ตารางที่ 4 ขนั้ ตอนการทำโครงรดั เกล้ายอด 62
ตารางที่ 5 ข้ันตอนการกระแหนะลาย 74
ตารางที่ 6 ข้นั ตอนการกระแหนะลาย 75
ตารางท่ี 7 ข้ันตอนการประดบั แวว 80
สารบัญภาพ ix
ภาพท่ี หน้า
1. รูปภาพของกรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั 5
2. รูปภาพพระมหาพชิ ยั มงกุฎ 11
3. รปู ภาพชฎาพระกลบี 12
4. รูปภาพพระชฎาเดนิ หน 12
5. รูปภาพพระชฎาห้ายอด รชั กาลที่ 6 13
6. รปู ภาพศริ าภรณ์ (นาง) อยุธยายุคที่ 3 14
7. รปู ภาพศริ าภรณ์ (นาง) อยธุ ยายคุ ที่ 4 15
8. รปู ภาพชฎา อยู่ทพ่ี ิพธิ ภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร 16
9. รูปชฎาปจั จุบนั ของสำนักการสงั คตั 16
10. รูปภาพมงกฎุ กษัตรีย์ 18
11. รปู ภาพมาลา 18
12. รูปภาพมาลาจอนหู หรือกระบงั หนา้ 19
13. รปู ภาพเกี้ยวยอด 19
14. รูปภาพรดั เกลา้ ยอด 20
15. รูปภาพด้านหน้า ปนั จุเหรจ็ ยอด 20
16. รูปภาพดา้ นหลงั ปันจุเหรจ็ ยอด 21
17. รปู ภาพรัดเกล้าเปลว 22
18. รปู ภาพรดั เกล้ายอด 23
19. รูปภาพปนั จุเหรจ็ เพชร 24
20. รปู ภาพปันจุเหรจ็ เงิน ประดบั เพชร 24
21. รปู ภาพปันจเุ หรจ็ ทอง (ขีร้ ัก) 25
22. รปู ภาพหูกระต่ายผ้า 25
23. รูปภาพหกู ระต่ายขร้ี ัก 25
24. รูปภาพสุวรรณมาลา 26
25. รูปภาพกระบังหนา้ เงนิ 27
26. รปู ภาพกระบังหน้าทอง 27
สารบัญภาพ (ต่อ) x
ภาพท่ี หน้า
27. พ้นื ทใี่ นการทำงาน 55
28. ตรวจ ATK ก่อนลงพืน้ ที่ 55
29. QR Code สรปุ ผลการประเมินส่ือ 86
30. การสรา้ งสื่อ Adobe Photoshop 2020 87
31. การสรา้ งสื่อ Adobe Photoshop 2020 88
32. การสร้างสอื่ Adobe Photoshop 2020 88
33. การสร้างสอื่ Adobe Photoshop 2020 89
34. หนา้ ปกค่มู ือการประดิษฐ์ศริ าภรณ์ 89
35. คำชี้แจง 90
36. ความหมายของศริ าภรณ์ 90
37. วัสดุอปุ กรณ์ 91
38. วัสดอุ ุปกรณ์ 91
39. วสั ดุอปุ กรณ์ 92
40. วัสดอุ ุปกรณ์ 92
41. แหล่งจำหน่ายวสั ดุอุปกรณ์ 93
42. ขน้ั ตอนการทำโครงรัดเกล้ายอด 93
43. ข้ันตอนการทำโครงรดั เกล้ายอด 94
44. ขัน้ ตอนการทำโครงรดั เกล้ายอด 94
45. ขนั้ ตอนการทำโครงรดั เกลา้ ยอด 95
46. ขน้ั ตอนการทำโครงรดั เกล้ายอด 95
47. ขัน้ ตอนการทำโครงรดั เกล้ายอด 96
48. ขั้นตอนการทำโครงรดั เกล้ายอด 96
49. ข้นั ตอนการทำโครงรดั เกลา้ ยอด 97
50. ขัน้ ตอนการทำโครงรดั เกล้ายอด 97
51. ขน้ั ตอนการทำโครงรัดเกลา้ ยอด 98
52. ขนั้ ตอนการทำโครงรัดเกล้ายอด 98
สารบัญภาพ (ตอ่ ) xi
ภาพท่ี หน้า
53. ขน้ั ตอนการกระแหนะลาย 99
54. ขั้นตอนการลงสีรองพน้ื , Flex, ลงทอง 99
55. ขน้ั ตอนการลงสีรองพนื้ , Flex, ลงทอง 100
56. ขน้ั ตอนการลงสรี องพนื้ , Flex, ลงทอง 100
57. ขั้นตอนการลงสีรองพื้น, Flex, ลงทอง 101
58. ขัน้ ตอนการลงสรี องพ้นื , Flex, ลงทอง 101
59. ขั้นตอนการประดับแวว 102
60. ปกหลัง 102
61. การบันทกึ ไฟลอ์ อกเปน็ ชดุ คู่มือ 103
62. การบนั ทึกไฟล์ออกเป็นชุดคู่มือ 103
63. การสมคั รสมาชิก Tik Tok 104
64. การสมคั รสมาชกิ Tik Tok 105
65. บัญชผี ู้ใช้งาน Tik Tok 105
66. การสรา้ งคลปิ วดี ีโอ 106
67. การต้ังชอ่ื คลปิ วีดโี อ 106
68. อัพโหลดคลปิ วดี โี อสำเรจ็ 107
69. QR Code ขั้นตอนการทำโครงรัดเกล้ายอด 107
70. QR Code ขั้นตอนการกระแหนะลาย 108
71. QR Code ขนั้ ตอนการลงสีรองพืน้ , Flex, ลงทอง 108
72. QR Code ข้ันตอนการประดับแวว 109
ข.1 ผเู้ ชยี่ วชาญด้านการประดิษฐ์ศิราภรณ์ 121
ข.2 ผ้เู ชี่ยวชาญดา้ นทฤษฎีการสอนแบบสาธติ 123
ค.1 หนงั สือขอความอนเุ คราะหข์ ้อมูล 125
ง.1 ภาพอบรมวิจยั ออนไลน์ 127
ง.2 ภาพโครงการอบรมส่ือ/ลงพนื้ ท่ี 127
ง.3 ภาพการสอบ 3 บท 128
xii
สารบัญภาพ (ตอ่ ) หน้า
128
ภาพท่ี 129
ง.4 ภาพการส่งความคืบหน้าอาจารยท์ ่ีปรึกษา 129
ง.5 ภาพการคำนับครู 130
ง.6 ภาพการลงพน้ื ท่ีดงู านโรงเรยี นเฉลิมพระเกียรติสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทร์ ระยอง 131
ง.7 ภาพการลงพน้ื ทีภ่ าคสนาม ณ ที่ตงั้ แบบมีส่วนร่วม
ง.8 ภาพผู้วิจยั
บทท่ี 1
บทนำ
ความเปน็ มาและความสำคัญของปัญหา
ศริ าภรณ์หรอื เคร่ืองประดับ มาจากคำว่า “ศีรษะ” และ “อาภรณ”์ หมายความถึงเคร่ืองประดับ
สำหรับใช้สวมศรี ษะ เช่น ชฎา มงกฎุ ซ่ึงเป็นชื่อเรียกเคร่ืองประดับศีรษะละคร ทม่ี ีวิวัฒนาการมาจากการ
โพกผ้าของชาวชฎิล ชฎาที่ใช้ในการแสดงโขนละครในปัจจุบัน ช่างผู้ชำนาญงานมักจะนิยมทำเป็นแบบมี
เกี้ยว 2 ช้นั มกี รอบหน้า กรรเจยี กจร ตดิ ดอกไม้ทดั ดอกไมร้ ้าน ประดบั ตามช้นั เชิงบาตร ซง่ึ ลักษณะของ
ชฎานี้ เป็นการจำลองรูปแบบมาจากพระชฎาของพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากชฎา
มงกุฎแล้ว ยังมีชฎายอดชัยที่เป็นชฎามียอดแหลมตรง มีลูกแก้ว 2 ชั้น ประดับเป็นชฎาที่นิยมใชก้ ันอย่าง
แพร่หลายในการแสดงโขนละคร ซึ่งมีที่มาของชฎายอดชัยนั้น สันนิษฐานว่าเป็นการสร้างเลียนแบบพระ
ชฎายอดชยั ทเ่ี ปน็ เคร่ืองทรงตน้ ในรปู แบบ และทรวดทรง มคี วามแตกตา่ งกนั ที่วสั ดุและรายละเอยี ดในการ
ตกแต่งเทา่ นัน้ รัดเกลา้ ยอด รัดเกลา้ เปลว กรอบพกั ตร์ หรือ กระบังหนา้ ปันจุเหร็จ รวมทัง้ หัวโขน ก็จัดอยู่
ในประเภทเครื่องศิราภรณ์เชน่ เดยี วกัน (วุฒินนั ท์ ป้นั แตง ม.ป.ป.)
“รัดเกล้า” เป็นเครื่องประดับศีรษะสตรีสูงศักดิ์ในราชสํานักแต่โบราณ และประดับศีรษะนาง
ละครแต่งยืนเครื่อง ซึ่งเลียนแบบสตรีสูงศักดิ์ มี 2 แบบ คือ “รัดเกล้าเปลว” และ “รัดเกล้ายอด” จะมี
เส้นรอบวงขนาดกลางสามารถวางพอดีรอบกะโหลกศีรษะโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-5.5 น้ิว
ทั้ง 2 แบบ จะมีจุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน ดังนี้ “รัดเกล้าเปลว” จะมียอดปักช่อกระหนก
เปลวไม่มียอดแหลมเหมือนกับรัดเกล้ายอด ไม่มีกรอบหน้า ขอบด้านล่างจะเรียบ เวลาสวมใส่นั้นจะมี
จอนหู และรัดท้ายช้องเช่นเดียวกับรัดเกล้ายอด ใช้สําหรับนางละครผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ รองลงมา
จากนางกษัตริย์ นั่นคือ นางแปลง และพระสนม“รัดเกล้ายอด” จะมียอดแหลมคล้ายกับชฎา แต่ไม่มี
กรอบหน้า ขอบด้านล่างจะเรียบ เวลาสวมใส่นั้นจะมีจอนหู และรัดท้ายช้อง ใช้สำหรับนางละครที่มี
ยศถาบรรดาศักดิ์เป็นนางกษัตริย์ หรือตัวเอกเท่านั้น
สำหรบั การเรียนรู้การประดิษฐ์เครื่องศริ าภรณ์ในปัจจุบันน้นั อาจารย์สมศักด์ิ ทองปาน ท่านได้
ตระหนักถึงความสำคัญในการประดิษฐ์ศิราภรณ์ รวมถึงการสืบสาน และเผยแพร่งานศิลปะของไทย
โดยได้ทำการบูรณาการกับวิชาเรียนในหมวดศิลปะ รายวิชานาฏศิลป์ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
2
และมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง โดยมีอาจารย์
สมศักดิ์ ทองปาน เป็นผู้ถ่ายทอดกระบวนการประดิษฐ์ศิราภรณ์ ให้แก่นักเรียน เพื่อสร้างทักษะใหม่ และ
พัฒนาทักษะเดิม ซึ่งผู้เรียนสามารถนำไปคิดต่อยอด อีกทั้งยังสามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพ เพื่อหา
รายไดเ้ สริมระหวา่ งเรยี นไดอ้ กี ดว้ ย
ผู้ศึกษาพบว่า “สื่อคลิปวีดีโอ” เป็นสื่อมัลติมีเดียที่สามารถทำให้ผู้เรียนได้เห็นภาพเสียง ซึ่งอาจ
เป็นภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวก็ สื่อคลิปวีดีโอสามารถใช้ในการสาธิตอย่างได้ผล เป็นส่ิงที่สามารถช่วย
ให้ผู้เรียนเห็นถึงวิธีการเรียนรู้ก่อนที่จะเริ่มศึกษาลงมือปฏิบัติตาม และยังสามารถกลับมาดูย้อนหลังได้
การสร้างทกั ษะใหม่เปน็ การเรยี นรู้สิง่ ใหม่ท่ียังไม่เคยเรียนรู้มากอ่ น เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปประกอบ
เป็นอาชีพในอนาคต การพัฒนาทักษะเดิมเป็นการเรียนรู้ในสิ่งเดิมที่เคยเรียนรู้มาก่อน หรือเป็นการนำ
ความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วมาฝึกทบทวนอีกครั้งเพื่อหาเทคนิควิธีการใหม่ก่อนจะนำไปปรับใช้ และต่อยอดใน
ผลงานของตนเองได้ โดยผู้ศึกษาได้นำสื่อคลิปวีดีโอมาบูรณาการผ่าน Application Tik Tok ใช้สำหรับ
การศึกษารว่ มกบั เทคโนโลยีที่ทันสมัย และกำลังเป็นทีน่ ยิ มในยคุ ปจั จบุ นั นี้
วัตถุประสงค์ของการวจิ ยั
1. เพ่อื ศึกษาการประดิษฐศ์ ริ าภรณ์ ผา่ นรปู แบบการสอนแบบสาธิต
2. เพ่ือสรา้ งค่มู ือ และประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รดั เกล้ายอด” โดยใช้ทฤษฎีการสอนแบบสาธติ
3. เพื่อพัฒนาสื่อคลิปวีดีโอ ชุด การศึกษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด” (ระยะเวลา
1-3 นาที) ใชส้ ำหรบั การศกึ ษาผา่ น Application Tik Tok
3
ขอบเขตของการวจิ ยั
ขอบเขตด้านเนื้อหา
ขอ้ มูลสงั เคราะห์การศึกษาการประดิษฐ์ศริ าภรณ์ “รัดเกล้ายอด” โดยใชท้ ฤษฎีการสอน
แบบสาธติ ของอาจารย์สมศักด์ิ ทองปาน รูปแบบและเทคนิควธิ ีการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้า
ยอด” เพือ่ ใช้สร้างส่ือคลปิ วีดีโอ ชดุ การศกึ ษาการประดิษฐศ์ ิราภรณ์ “รัดเกลา้ ยอด” (ระยะเวลา
1-3 นาที) ใช้สำหรับการศกึ ษาผา่ น Application Tik Tok
ขอบเขตด้านพนื้ ท่ี
โรงเรียนเฉลิมพระเกยี รติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง
ขอบเขตดา้ นประชากรและกลุม่ ตัวอยา่ ง
1. อาจารย์สมศกั ด์ิ ทองปาน ครูผเู้ ชี่ยวชาญด้านการประดิษฐศ์ ริ าภรณ์
2. อาจารย์กุลธดิ า ทงุ่ คลาใน ผูเ้ ชี่ยวชาญทางด้านทฤษฎีการศึกษา
ขอบเขตดา้ นเวลา
กจิ กรรม/ข้ันตอนการ ระยะเวลา (เดือน กนั ยายน ถึง พฤษภาคม)
ดำเนินงาน ธ.ค. ม.ค. ก.พ. ม.ี ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย.
1. ศึกษาเอกสาร และ
งานวจิ ยั ทเี่ กี่ยวขอ้ ง
2. สร้าง และพัฒนา
เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในการ
วิจยั
3. เก็บรวบรวม ขอ้ มลู
4. สังเคราะห์ และประ
มวลผลขอ้ มูล
5. วิเคราะหข์ อ้ มลู
6. สรุปผลการว ิจั ย
และอภปิ รายผล
ตารางที่ 1 ระยะเวลาในการดำเนนิ งานวิจยั
4
ประโยชนท์ ีไ่ ด้รับจากการวิจัย
1. ข้อมูลสังเคราะห์การประดษิ ฐศ์ ิราภรณ์ “รดั เกลา้ ยอด” ของอาจารย์สมศักด์ิ ทองปาน
2. สื่อคลิปวีดีโอ ชุด การศึกษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด” (ระยะเวลา 1-3 นาที)
ใช้สำหรับการศกึ ษาผา่ น Application Tik Tok
3. นักเรียนโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ระยอง สามารถนำไปต่อยอดทำ
เปน็ อาชพี เสรมิ และหารายไดใ้ นระหวา่ งเรยี นหนงั สือได้
นยิ ามศัพท์เฉพาะ
1. ศริ าภรณ์ หมายถึง เคร่ืองประดบั ศีรษะใชส้ ำหรบั ตกแตง่ ร่างกายเพื่อประกอบการแสดง
2. รัดเกล้ายอด หมายถึง เครื่องประดับศีรษะ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-5.5 นิ้ว และมี
ลกั ษณะเป็นยอดแหลมมคี วามคล้ายเคยี งกับชฎา แต่จะไมม่ กี รอบหน้า เวลาสวมใส่นั้นจะประกอบไปด้วย
ตัวเรือน จอนหู และรัดท้ายช้อง
3. การสอนแบบสาธิต หมายถงึ กระบวนการที่ทำให้ดเู ป็นตวั อย่าง มีจดุ ประสงคเ์ พือ่ ให้ผู้ท่ีเรียนรู้
ได้เห็นถงึ วธิ กี าร และเทคนคิ ตา่ ง ๆ ในการประดษิ ฐ์ศิราภรณ์
4. สอ่ื คลิปวีดีโอ ชดุ “การประดิษฐศ์ ริ าภรณ์” หมายถึง สอ่ื ท่ใี ช้สำหรบั การเรยี นรู้ในแต่ละขนั้ ตอน
ของการประดษิ ฐศ์ ริ าภรณ์ รวมถึงเทคนคิ ในการออกแบบชนิ้ งานด้วย
5
กรอบแนวคดิ ของการวจิ ยั
การวิจัยเรื่อง การศึกษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด” โดยใช้ทฤษฎีการสอนแบบสาธิต
ฉบับนี้ ผู้วิจัยไดศ้ ึกษารวมขอ้ มูลดา้ นทฤษฎกี ารสอนแบบสาธติ ก่อนนำไปสู่กระบวนการลงพนื้ ท่ีแบบมีส่วน
ร่วม รวมถึงการนำเข้าสู่กระบวนการ สังเคราะห์ วิเคราะห์ข้อมูล ลักษณะการถ่ายทอดองค์ความรู้ และ
สร้างสอ่ื คลิปวีดีโอ เพอื่ การศึกษาสำหรบั ใช้ฝกึ อาชีพ โดยมกี ารกำหนดกรอบแนวคดิ ของการวิจยั ดงั นี้
ศึกษา รวบรวมขอ้ มูลเชงิ ทฤษฎีการสอนแบบสาธติ
ลงพื้นทแี่ บบมีสว่ นร่วมกับ อาจารยส์ มศกั ด์ิ ทองปาน (ครผู ้เู ชีย่ วชาญดา้ นการประดษิ ฐศ์ ริ าภรณ์)
สังเคราะห์ วิเคราะห์ ข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับจากการ
ผ ่ า น ท ฤ ษ ฎ ี ก า ร ส อ น แ บ บ ส า ธิ ต ลงพื้นท่ีโดยใช้ทฤษฎีการสอนแบบสาธิตของ
(การประดษิ ฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้ายอด” ผศ.ดร.ไสว ฟักขาว 3 ขั้นตอน ได้แก่
ของอาจารย์สมศักด์ิ ทองปาน ) 1.ขั้นเตรียม 2.ขั้นสาธิต 3.ขั้นสรุปและ
ประเมินผล
สือ่ คลปิ วีดโี อ ชดุ การศึกษาการประดิษฐ์ศริ าภรณ์ “รดั เกล้ายอด”
(ระยะเวลา 1-3 นาท)ี ใชส้ ำหรับการศกึ ษาผ่าน Application Tik Tok
ภาพท่ี 1 รปู ภาพของกรอบแนวคดิ ในการวิจัย
บทที่ 2
เอกสารและงานวิจยั ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเกยี่ วข้องในเรื่อง การศกึ ษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้า
ยอด” โดยใช้ทฤษฎีการสอนแบบสาธิต ผ่านสื่อคลิปวีดีโอ ชุด การศึกษาการประดิษฐ์ศิราภรณ์ “รัดเกล้า
ยอด” (ระยะเวลา 1-3 นาที) ใช้สำหรับการศึกษาผ่าน Application Tik Tok ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและ
งานวิจัยท่เี ก่ียวข้อง ดงั นี้
2.1 ความรู้เกีย่ วกบั การประดิษฐเ์ ครอ่ื งศริ าภรณ์
2.1.1 ศิราภรณ์
2.1.2 การออกแบบสรา้ งช้นิ งาน
2.2 ประเภทของศิราภรณ์
2.2.1 ชฎา
2.2.2 มงกฎุ กษัตรีย์
2.2.3 รดั เกล้า
2.2.4 ปนั จุเหร็จ
2.2.5 หกู ระตา่ ย
2.2.6 กระบังหน้า ศรเี พศ หรอื เศียรเภท
2.3 การประดิษฐเ์ ชิงอนุรักษ์
2.3.1 ชา่ งสบิ หมู่
2.4 ส่อื คลิปวดี โี อ
2.4.1 Application Tik Tok
2.5 การสอนแบบสาธิต
2.5.1 ความหมายของการสอนแบบสาธติ
2.5.2 แนวคดิ ของการสอนแบบสาธิต
2.5.3 วัตถปุ ระสงค์การสอนแบบสาธติ
2.5.4 ประเภทของการสอนแบบสาธติ
2.5.5 องค์ประกอบสำคญั ของการสอนแบบสาธิต
7
2.5.6 ขนั้ ตอนของการดำเนินการสอนแบบสาธติ
2.5.7 การสรปุ และประเมินผลการสอนแบบสาธติ
2.5.8 ข้อดแี ละขอ้ จำกดั ของวธิ สี อนโดยใช้การสาธติ
2.6 งานวจิ ยั ทีเ่ กีย่ วขอ้ ง
2.1 ความรูเ้ ก่ียวกบั การประดษิ ฐ์เครือ่ งศริ าภรณ์
2.1 ศิราภรณ์
ศิราภรณห์ รอื เคร่ืองประดบั มาจากคำว่า “ศีรษะ” และ “อาภรณ”์ หมายความถึงเครื่องประดับ
สำหรบั ใชส้ วมศีรษะ เช่น ชฎา มงกฎุ ซ่ึงเป็นชื่อเรียกเคร่ืองประดับศรี ษะละคร ทม่ี วี ิวฒั นาการมาจากการ
โพกผ้าของชาวชฎิล ชฎาที่ใช้ในการแสดงโขนละครในปัจจุบัน ช่างผู้ชำนาญงานมักจะนิยมทำเป็นแบบมี
เก้ียว 2 ชน้ั มกี รอบหน้า กรรเจียกจร ติดดอกไมท้ ดั ดอกไม้รา้ น ประดับตามชั้นเชิงบาตร ซ่ึงลักษณะของ
ชฎานี้ เป็นการจำลองรูปแบบมาจากพระชฎาของพระมหากษัตริย์ในสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากชฎา
มงกุฎแล้ว ยังมีชฎายอดชัยที่เป็นชฎามียอดแหลมตรง มีลูกแก้ว 2 ชั้น ประดับเป็นชฎาที่นยิ มใช้กันอย่าง
แพร่หลายในการแสดงโขนละคร ซึ่งมีที่มาของชฎายอดชัยนั้น สันนิษฐานว่าเป็นการสร้างเลียนแบบพระ
ชฎายอดชัยทเี่ ปน็ เครือ่ งทรงตน้ ในรปู แบบ และทรวดทรง มีความแตกต่างกันท่ีวัสดแุ ละรายละเอียดในการ
ตกแตง่ เท่านัน้ รัดเกล้ายอด รัดเกลา้ เปลว กรอบพักตร์ หรอื กระบังหนา้ ปนั จเุ หร็จ รวมท้งั หวั โขน กจ็ ดั อยู่
ในประเภทเครอื่ งศิราภรณเ์ ชน่ เดียวกนั (วฒุ นิ ันท์ ปั้นแตง ม.ป.ป.)
“รัดเกล้า” เป็นเครื่องประดับศีรษะสตรีสูงศักดิ์ในราชสํานักแต่โบราณ และประดับศีรษะนาง
ละครแต่งยนื เครื่อง ซึ่งเลยี นแบบสตรสี งู ศกั ด์ิ มี 2 แบบ คอื “รัดเกล้าเปลว”และ“รดั เกล้ายอด” จะมีเส้น
รอบวงขนาดกลางสามารถวางพอดีรอบกะโหลกศีรษะโดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-5.5 น้ิว ทั้ง
2 แบบ จะมีจุดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเจน ดังน้ี “รัดเกล้าเปลว” จะมยี อดปักชอ่ กระหนกเปลวไม่
มียอดแหลมเหมือนกับรัดเกล้ายอด ไม่มีกรอบหน้า ขอบด้านล่างจะเรียบ ใช้สําหรับนางละครผู้ที่มี
ยศถาบรรดาศักดิ์ รองลงมาจากนางกษัตริย์ นั่นคือ นางแปลง และพระสนม “รัดเกล้ายอด” จะมียอด
แหลมคล้ายกับชฎา แต่ไม่มีกรอบหน้า ขอบด้านล่างจะเรียบ ใช้สำหรับนางละครที่มียศถาบรรดาศักด์ิ
เป็นนางกษัตริย์ หรือตัวเอกเท่าน้ัน
8
ผู้ศึกษาพบว่า “ศิราภรณ์” เป็นเครื่องประดบั ที่ใชป้ ระดับศีรษะ เพื่อใช้ในการประกอบการแสดง
ตา่ ง ๆ และสามารถบง่ บอกถงึ ยศถาบรรดาศักด์ิของตวั ละครตวั นัน้ ได้วา่ มีศกั ดิ์อยใู่ นข้ันใด ดงั นี้ “ชฎา” ใช้
กับตัวละครพระ “มงกุฎ” ใช้กับตัวละครนาง “รัดเกล้าเปลว” ใช้กับนางแปลง หรือพระสนม “รัดเกล้า
ยอด” ใช้กับตัวละครนางที่มียศเป็นนางกษัตริย์ “กระบังหน้า” ใช้กับนางกำนัล เป็นต้น ซึ่งศิราภรณ์นี้มี
วิวัฒนาการมาจากการใช้ผ้าโพกหัวของชาวชฎิล เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ อีกทั้งยังมีการสืบสาน
อตั ลกั ษณ์ และเอกลักษณ์ ของวงการเคร่อื งศิราภรณ์ไทยให้คงอยู่สบื ตอ่ ไป
2.1.2 การออกแบบสร้างชนิ้ งาน
ในขั้นตอนนี้นั้นผู้ฝึกหัดต้องมีจินตนาการพอสมควร ซึ่งเป็นของที่สามารถฝึกได้เฉพาะตนเท่าน้ัน
แต่สิ่งที่ผู้ฝึกหัดต้องคำนึง คือ ขนาด รูปทรงที่เป็นความงามตามคติเดิม โดยสามารถดูได้จากงานเก่า ๆ
ของคุณครูแต่โบราณท่ีท่านได้สร้างไว้ การออกแบบชิ้นงานนั้นถ้าเป็นชิ้นงานที่เป็นแบบทั่วไปก็ไม่สู้จะมี
ปัญหามากนัก แต่หากจะออกแบบเองควรคำนึงถึงการทำออกมาเป็นชิ้นงานที่ทำได้จริง การต่อลวดลาย
ต้องคำนึกถึงการเย็บลวดถ้าเราออกแบบลายที่มีลวดลายขาดกันไม่เนื่องกัน ก็จะส่งผลให้เวลาเย็บลวด
ลำบาก หลักการสร้างแบบงานคือร่างเป็นแบบละเอยี ดก่อนจากนั้นมา ลดทอนบางสว่ นแบง่ ช่องไฟให้เป็น
ชอ่ งโปรง่ สลับกับตัวลายท่เี ปน็ ช่องทับใหส้ อดรับกนั
เมือ่ จะสร้างผลงานแลว้ สิง่ ทต่ี ้องตระหนกั ใหม้ ากคือขนาดที่เหมาะสมพอดี กับผสู้ วมใส่ ไม่ให้คับไป
หรือไม่ให้หลวมไป โดยมากจะเกิดปัญหากับเครื่องสวมศีรษะเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นช่างทั้งหลายควร
วัดสัดส่วนเสียให้ดกี ่อนที่จะลงมือทำโครงสร้าง โครงสร้างน้ันควรมคี วามแข็งแรง และควรวางแผนให้ดีวา่
เครื่องประดับชิ้นนั้นจะมีส่วนประกอบอื่นอีกหรือไม่ เช่น รัดเกล้าเปลว รัดเกล้ายอด จำต้องมีดอกไม้ไหว
ประดับ มีเปลว มียอด ช่างนั้นต้องวางแผนที่จะมีโครงสร้าง สำหรับยึดเอาสิ่งเหล่านั้นเข้าไป แล้วจะ
สามารถรับน้ำหนักได้พอหรือไม่ อน่งึ เครอื่ งประกอบจำพวก ดอกไม้ไหวนั้นจะมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา
จำต้องยึดให้แน่นหนาเพราะนานเขา้ อาจจะมี การคลอนแคลนสดุ ท้ายกจ็ ะชำรุดหักพงั ได้งา่ ย
การออกแบบส่วนยดึ ตดิ เครื่องประดับให้ติดกับรา่ งกายผู้สวมใส่ สงิ่ นถ้ี ือเปน็ ความสำคญั อย่างหนึ่ง
หากช่างผู้ชาญฉลาดมีปฏิภาณสามารถท่จี ะทำห่วง หรอื ขอให้ตดิ กับร่างกายผู้สวมใส่ โดยไม่ให้เห็นว่าสอด
ตรงไหน เหน็บตรงไหน นั่นถือว่าเป็นเครื่องประดับที่ดี เช่น การทำห่วงยึด ของรัดเกล้า กรรเจียกจร
ช้องผม ช่างควรรวู้ า่ เครือ่ ง ๆ พวกนี้ตดิ ประดับเข้าตัวผู้สวมใส่เช่นไร ช่างควรจะศกึ ษาจากผู้รู้บ้างว่าการตั้ง
เครื่องพวกนี้ใช้เชือกนั้นรั้งเข้าแล้วสอดเข้าห่วง รั้งเข้าหางผมเมื่อเราจะออกแบบจุดคล้องเชือก ติดกิ๊บก็
ต้องวางห่วงนน้ั ให้อยตู่ ำแหนง่ ท่เี มือ่ รั้งเชือกแลว้ จะแนบเข้ากระหมอ่ ม แนบเขา้ ขมบั อยา่ งแนบเนยี น
9
การออกแบบสีของแวว การประดับแววก็คือการทำให้ชิ้นงานมีความแวววาวเมื่อยามผู้สวมใส่
เคล่อื นไหวรา่ งกายทำใหเ้ กิดความวจิ ิตร น่าสนใจมากข้ึน ตามคตทิ ว่ี า่ เทวดา นางฟา้ น้ันต่างจะอวดรศั มีกัน
วา่ ผูใ้ ดจะมรี ัศมีโอภาสกว่ากัน แทจ้ ริงแล้วการประดับแววนนั้ สามารถเพ่มิ มูลค่า หรอื ลดมูลค่า ของช้ินงาน
ได้เช่นกัน หากประดับกระจกก็จะดูเป็นงานตลาดทั่วไป แต่ถ้าประดับกระจกเกรียบเจียนให้ เล็กกว่ารู
กระจังจะกลายเปน็ งานทม่ี ีความวิจติ รมูลค่าสูงขนึ้ มาท้ัง ๆ ท่ปี ระดบั กระจกเหมือนกนั ช่างทั้งหลายพึงเพิ่ม
มูลค่าของชิ้นงานได้ด้วยการทำให้ละเอียดบรรจงขึ้น การให้สีนั้นก็มีความสำคัญ การประดับแววหลัก ๆ
แล้วควรให้สีพลอยที่มีสีขาวเป็นพื้นไม่ใช่ให้สีอื่นเป็นพื้น เช่น ใจพลอยแดงหรือพลอยสีล้อมด้วยสีขาว
เป็นต้น
จากการศกึ ษาเอกสารเกีย่ วกับการประดิษฐ์เคร่ืองศริ าภรณ์ และเทคนิคในการสร้างช้นิ งาน ผู้วิจัย
ได้ประโยชน์ความรู้จากเอกสารข้างต้นจึงได้วางแผนในการจัดการเรียนรู้สำหรับการประดิษฐ์ เครื่องศิรา
ภรณ์ “รัดเกล้ายอด” จากการศึกษาได้ทั้งกระบวนการ ขั้นตอนการวางแผน รวมไปถึงวัสดุอุปกรณ์ และ
วิธีการประดิษฐ์เครื่องศิราภรณ์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เพื่อจะนำไปเผยแพร่ ผ่าน
กระบวนการสร้างทกั ษะใหม่ และพัฒนาทักษะเดมิ ได้เปน็ อยา่ งมาก
2.2 ประเภทของศิราภรณ์
2.2.1 ชฎา
เป็นชื่อเรียกเครื่องประดับศีรษะละครตัวพระ ความหมายของชฎา หมายถึง รก ยุ่ง ใช้เรียกผมที่
ขดขมวดมุ่นมวยสูง เครื่องศริ าภรณ์ท่ีละครนำมาใช้น้ัน เป็นเครื่องศิราภรณ์ของพระมหากษัตริย์ ที่มีมาแต่
สมัยโบราณ สมยั กรงุ ศรอี ยุธยา ละครนำมาดัดแปลงแตง่ ใส่ กล่าววา่
พระมหาพิชัยมงกุฎ เป็นราชกกุธภัณฑ์ ประเภทราชศิราภรณ์ คือ เครื่องประดับพระเศียร
พระมหากษัตริย์ สร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุพโลก มหาราช และสำหรับ
พระมหากษัตริย์ทรงสวมในงานพระราชพิธีสำคัญ เช่น บรมราชาภิเษก พระมหามงกุฎนีท้ ำด้วยทองลงยา
ประดับเพชร เพชรเม็ดใหญ่ที่ประดับอยู่บนยอดนั้น มีชื่อว่า “พระมหาวิเชียรมณี” พระบาทสมเด็จพระ
จอมเกล้าเจ้าอยหู่ ัว โปรดให้พระราชสมบตั ไิ ปเทย่ี วหาซอ้ื ได้มาจากเมอื งกาลคี าตา ประเทศอนิ เดยี
โบราณถือมงกุฎเท่ากับราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นราชศิราภรณ์เท่านั้น หาได้ถือเป็นยอดแห่ง
ความสำคัญ เช่น พระมหาเศวตฉัตรไม่แม้ในงานพระราชพิธีราชาภิเษก ก็เห็นแต่เจ้าพนักงานทูลถวาย
10
พระมหากษัตริย์มิได้ทรงสวมดังในยุคหลัง ๆ แต่ถึงรัชกาลที่ 4 แห่งพระมหานครรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา
ประเทศไทยได้มีการติดต่อกับประเทศทางตะวันตก ซึ่งมีประเพณีเกี่ยวกับมงกุฎอยู่หลายประเทศ ฉะนั้น
คติที่ถือว่ามงกุฎเป็นสิ่งสำคัญในจำนวนราชกกุธภัณฑ์จึงมาสู่ประเทศไทยในงานพระราชพิธีบรม
ราชาภเิ ษกพระมหากษัตรยิ ์จึงทรงสวมพระมหามงกฎุ และเป็นประเพณีมาจนทุกวันนี้ พระมหาพิชัยมงกุฎ
มนี ้ำหนกั 1.3 กโิ ลกรมั
ศิราภรณ์ในชั้นต้นไทยเราคงไว้ผมสูง โพกผ้า แล้วมีพวงดอกไม้สวมผมต่อมาเมือ่ ไว้ผมส้ันลง ก็ทำ
ผา้ โพกให้เปน็ รปู ระโจมอย่างเดมิ ซงึ่ เรียกกนั วา่ “ลอมพอก” ใช้สวมศรี ษะแทนผ้าโพกแล้วเอาพวกดอกไม้
นั้นไปสวมลอมพอก เช่นที่เคยสวมผมมาแต่ก่อน เรียกพวงดอกไม้ว่า “มาลา” โดยเหตุที่โบราณเอามาลา
ไปสวมหมวกทำให้เป็นท่ีเข้าใจกนั ว่ามาลาแปลว่าหมวกแท้จริง คำว่ามาลานั้นหมายความถึงพวงดอกไม้ท่ี
สวมรอบหมวก ปัจจุบันนี้การเอาดอกไม้สดไปสวมลอมพอกและหมวกต้องทำกันบ่อย ๆ จึงเปลี่ยน
พวงดอกไม้เปน็ ทำดว้ ยโลหะ เช่น เงนิ หรือทองอนั ถาวรอยู่ได้ข้ึนแทนพวงดอกไมโ้ ลหะที่สวมลอมพอกหรือ
สวมหมวกนัน้ มาจากพวงดอกไมข้ องเดมิ ทรี่ ้อยเอาปลายทัง้ สองเกยี้ วตอ่ กนั จึงเรยี กยอ่ ๆ วา่ เกย้ี ว
ลอมพอกนั้น ต่อมามีวิวัฒนาการทำด้วยโลหะ เช่น ทอง ทองลงยา จนถึงทองลงยาประดับเพชร
เรียกว่าชฎา ซึ่งแปลว่ายุ่งหรือรก อันหมายถึง การไว้ผมโหย่งอย่างเดิมหรืออย่างชฎิลนั่นเองพวงดอกไม้
โลหะที่เรียกว่า เกี้ยวซึ่งเคยสวมต่างหากแต่อย่างก่อน ก็เลยถูกทำให้เป็นของติดประจำอยู่คงที่ทีเดียว
ฉะนั้นชฎาย่อมมีรูปเกี้ยว คือ มาลาหรือพวงดอกไม้ติดปรากฏประจำอยู่ ชฎาอันเป็นราชศิราภรณ์ ของ
พระมหากษัตริย์ มดี งั น้ี
1. ชฎาพระกลีบ สร้างในรัชกาลที่ 1 ทำด้วยทองลงยาประดับเพชรเครื่องประกอบมีใบสันและ
กรรเจยี ก สำหรับพระมหากษตั ริยท์ รงบางเวลากพ็ ระราชทานใหพ้ ระบรมวงศ์ทรง
2. พระชฎาเดนิ หน สร้างในรชั กาลที่ 1 ทำด้วยทองลงยาประดับเพชรเครื่องประกอบมีใบสันและ
กรรเจียก สำหรับพระมหากษตั รยิ ท์ รงบางเวลา ก็พระราชทานให้พระบรมวงศ์ทรง
3. พระชฎา 5 ยอด คือที่เรียกกันเป็นสามัญว่า พระมหากฐินแต่ความจริงไม่ควรจะเรียกเช่นน้ัน
พระชฎานี้เปน็ ราชศิราภรณ์สำหรับพระมหากษัตรยิ ท์ รงและมักจะทรงในงานใหญ่ เช่นเวลาเสด็จพระราช
ดำเนินขบวนพยหุ าตราไปพระราชทานผ้าพระกฐิน จึงเป็นเหตุให้เรยี กพระชฎาองค์นี้กันว่า พระมหากฐิน
นอกจากน้บี างคราวก็เคยมที ่โี ปรดให้พระบรมวงศ์ทรง
พระชฎา 5 ยอด ทำด้วยทองลงยา ประดับเพชร ปลายเป็น 5 ยอด มีกรรเจียกและใบสันหรือปัก
ขนวายุภักษ์ สร้างในรชั กาลที่ 1 องค์หนึ่ง และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจ้าอยูห่ ัว โปรดให้สมเด็จ
11
เจ้าฟ้ามหามาลากรมพระยาผู้ทรงดำรงตำแหน่งพระราชพิธีสวามี คือ สมุหพระราชพิธีอยู่ในสมัยรัชกาล
นั้น เรียกว่า “พระมหาชมพู” เพราะลงยาสีชมพูทั้งองค์ ต่อมาได้สร้างในรัชกาลที่ 6 องค์หนึ่งและใน
รชั กาลท่ี 7 อีกองค์หนง่ึ พระชฎา 5 ยอดองคห์ นงึ่ มีนำ้ หนกั ประมาณ 3 กิโลกรัม
ภาพท่ี 2 รปู ภาพพระมหาพิชัยมงกฎุ
ท่มี า: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 170-171
12
ภาพท่ี 3 รปู ภาพชฎาพระกลีบ
ท่มี า: เครื่องแตง่ กายละครและการพัฒนา, หนา้ 172
ภาพท่ี 4 รูปภาพพระชฎาเดินหน
ท่มี า: เครื่องแต่งกายละครและการพฒั นา, หน้า 173
13
ภาพที่ 5 รปู ภาพชฎาห้ายอด รัชกาลท่ี 6
ท่ีมา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 174
14
ศิราภรณ์ (นาง)
อยธุ ยา ยุคท่ี 3
(พุทธศักราช 2173 - 2275)
เกี้ยวยอด มงกุฎกษัตรีย์
รัดเกลา้ สวุ รรณมาลา
ภาพท่ี 6 รูปภาพศิราภรณ์ (นาง) อยธุ ยายคุ ที่ 3
ที่มา: เคร่ืองแต่งกายละครและการพัฒนา, หนา้ 175
15
ศริ าภรณ์ (นาง)
อยุธยา ยคุ ที่ 4
(พทุ ธศักราช 2275 - 2310)
เก้ยี วยอด มงกฎุ กษัตรีย์ รดั เกลา้ เปลว
สวุ รรณมาลา รัดเกลา้
ภาพท่ี 7 รูปภาพศิราภรณ์ (นาง) อยุธยายคุ ที่ 4
ทมี่ า: เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา, หน้า 176
16
ภาพที่ 8 รปู ภาพชฎา อยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ที่มา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 177
ภาพที่ 9 รปู ภาพชฎาปจั จุบัน ของสำนักการสังคีต
ท่มี า: เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา, หน้า 178
17
ชฎาทกี่ รมศิลปากรใชใ้ นปัจจุบัน
ชฎาพระ ที่ใช้ในปัจจุบันเป็นการประดิษฐ์ขึ้นโดยผสมผสานกันระหว่างเครื่องเงินและทอง สร้าง
เลียนแบบมหาพิชัยมงกุฎเพิ่มกรอบหน้าเงิน กรรเจียกจรเงินประดับเพชร ดอกไม้ล้าน เงินประดับเพชร
ดอกไม้ไหวประดับเพชร ในส่วนประกอบที่เป็นองค์ชฎา ตกแต่งลายรักร้อย ลายผ้าจีบ กระจังตาอ้อย
เกี้ยวดอกไม้ทิศตลอดจนถึงปลายปลียอด จะลงรัก ปิดทอง ประดับด้วยเพชร และมี “ลายท้าย” หรือ
“ท้ายชฎา” ทำด้วยเงนิ ติดเพชร การเดมิ “ลายท้าย” ทีช่ ฎานั้นเนอ่ื งมาจากปญั หาท่เี วลาใส่ชฎาหรือมงกุฎ
นั้นไม่พอดีกับศีรษะของผู้แสดงส่วนมากเมื่อสวมชฎาแล้วก็จะหลวมกว่าหรือใหญ่กว่า ผู้แสดงก็จะ
แก้ปัญหาด้วยการทำหมอนเล็ก ๆ ให้โค้งเข้ารูปรองรับชฎา เพื่อมิให้ตกลงมาถึงหน้าผาก ถ้ายังไม่พอดีไม่
กระชับก็จะใช้ผ้าชิ้นเล็กหรือผ้าเช็ดหน้า พับเหน็บไว้ที่ขอบล่างของ “เกี้ยวมาลา” ตรงกลางด้านหลัง
เพอื่ ให้สวมมงกฎุ หรือชฎาได้กระชับพอดีกบั ศรี ษะเมื่อออกแสดงก็จะเห็นผา้ เหน็บด้านหลังจึงเป็นที่มาของ
การคิดแก้ปัญหาของ นายชิต แก้วดวงใหญ่ ซึ่งเป็นช่างศิราภรณ์ ได้คิดประดิษฐ์ “ลายท้าย” หรือ “ท้าย
ชฎา” ขึน้ เพื่อให้เป็นเครื่องปกปิดการหนุนศีรษะ และตกแต่งดว้ ยลวดลายเงิน ฝังเพชร มีสายรัดคางเพชร
แถวเชือ่ มต่อกบั กรอบหนา้ ถึงคาง ทัดดอกไมเ้ พชรข้างจอนหูช้าย และทัดอบุ ะดอกไมท้ ดั ข้างจอนหูขวา
2.2.2 มงกุฎกษัตรยี ์
มงกุฎกษัตรีย์ เป็นเครื่องประดับศีรษะสำหรับตัวละครนาง บางท่ีเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า
ชฎานาง ใช้สำหรับผู้แสดงที่สวมบทบาทเป็นนางฟ้า หรือนางกษัตริย์ ตัวอย่างเช่น พระอุมา พระลักษมี
สดี า มณโฑ ฯลฯ ลักษณะเปน็ มงกุฎยอดแหลม มสี ว่ นประกอบคือเกย้ี วยอด กระบังหนา้ และกรรเจียกจร
มารวมกนั เป็นช้นิ เดยี ว วธิ กี ารสวมใส่ คือเกลา้ ผมแลว้ สวมมงกฎุ ครอบ
2.2.3 รัดเกล้า
เป็นเครื่องประดับศีรษะ สำหรับละครตัวนางที่ได้แบบอย่างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ซึ่งสามารถพบ
หลักฐานไดจ้ ากภาพเขียนนนั้ บทละครในสมยั นนั้ ปรากฏเคร่ืองศริ าภรณ์อยู่ 3 แบบ คือ
1. มงกุฎสตรี มีมาลากับป่ัน ระหวา่ งป่ินกับมาลาบางทีมสี าแหรกยดึ บางทกี ็ไม่มี
2. รัดเกลา้ ก็คือมาลาน่ันเอง
3. กระบังหนา้ ก็คอื มาลาสดหรือมาลาทองพรอ้ มจอนหู
18
ภาพท่ี 10 รูปภาพมงกุฎกษัตรยี ์
ทม่ี า: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพัฒนา, หน้า 180
ภาพท่ี 11 รปู ภาพมาลา
ที่มา: เครื่องแต่งกายละครและการพฒั นา, หน้า 181
19
ภาพท่ี 12 รปู ภาพมาลาจอนหู หรอื กระบังหน้า
ที่มา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 181
นอกจากศิราภรณด์ ังกล่าวข้างต้นแล้ว ยงั ปรากฏศิราภรณแ์ บบใหมอ่ กี 3 แบบ คอื
1.เก้ียวยอด เป็นเกย้ี วกบั ปิ่น เวลาสวมมงคลก็เปน็ ครบเครื่องมงกุฎโดยประกอบดว้ ยมาลาเทยี ม
ภาพท่ี 13 รปู ภาพเกยี้ วยอด
ทม่ี า: เคร่ืองแต่งกายละครและการพฒั นา, หนา้ 182
20
2.รดั เกลา้ ยอด ทำข้นึ ในรัชกาลท่ี 4 เป็นมาลากับป่นิ
ภาพท่ี 14 รูปภาพรัดเกล้ายอด
ท่มี า: เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา, หนา้ 183
3. ปันจุเหร็จยอด เป็นของย่ีเกคิด ได้แกโ่ พกผา้ หกู ระต่าย ปกั ปิน่ ละครนยิ มนำมาใช้
ภาพที่ 15 รูปภาพดา้ นหนา้ ปันจุเหรจ็ ยอด
ทีม่ า: เครื่องแตง่ กายละครและการพฒั นา, หนา้ 184
21
ภาพท่ี 16 รูปภาพด้านหลัง ปนั จเุ หรจ็ ยอด
ที่มา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หนา้ 185
รัดเกล้า ที่สำหรบั ใช้ในการแสดงละครในกรมศลิ ปากรนัน้ มี 2 แบบคือ
1. รดั เกล้าเปลว เปน็ ของเดิมทมี่ ีมากอ่ น ประกอบดว้ ยมาลา และกนกเปลว
ตัวมาลาทำเช่นเดียวกับรัดเกล้ายอด แต่งลวดลายเพิ่มดอกไม้ไหวรอบวมาลา ลงรักปิดทอง
ประดับ พลอย กระจกและเพชร เปลวประลวดลายลงรักปิดทอง ประดับเพชรพลอย กระจก บางคร้ัง
ปลายเปลวประดบั ด้วยเพชร พลอย และกระจก บางคร้ังปลายเปลวจะประดบั ดว้ ยดอกไมไ้ หว
จอนหู และรดั ท้ายชอ้ งจะใช้เหมือนกับรดั เกล้ายอด
รดั เกล้าเปลว จะใช้กบั ตวั ละครทีม่ ศี ักด์ิ ลดหยอ่ นลงมา
2.รดั เกล้ายอด ซึ่งทำขึน้ ในสมยั รชั กาลที่ 2 รัดเกล้าประกอบดว้ ย
ตวั รดั เกล้า คือ มาลา และสนองเกล้า (ใช้สำหรับพระสนม ลักษณะเปน็ เกีย้ วทมี่ สี าแหรกคลุมมวย
ผม) ประกอบเข้าดว้ ยกัน ประดบั ดว้ ยดอกไม้ทองปจั จบุ นั ตัวมาลาจะข้ึนหนุ่ โครงในเป็นหวายหรอื กระดาษ
สาแต่งภายนอกด้วยตัวกระจกลงรักปิดทองประดับพลอยสี กระจกเพชร ปลายยอดใช้ไม้กลึงให้เป็นทรง
แหลมแต่งลวดลาย ปดิ ทอง ประดับพลอย กระจก เพชรต่อมาลา และปลายยอด ด้าย สาแหรก
22
จอนหู หรือกรรเจียกจร แต่งด้วยลวดลายลงรักปิดทองประดับพลอยกระจก และเพชร แต่ง
กณุ ฑลเปน็ ดอกไม้เพชร หอ้ ยตงุ้ ตงิ้ ประดับดอกไม้ไหว รดั ท้ายช้อง ทำด้วยหนงั ม้วนเป็นทรงกระบอกใช้รัด
ปลายหางม้า (ผมปล่อยยาวด้านหลัง) แต่งลวดลายด้วยรักปิดทอง ประดับพลอย กระจก และเพชร
ประดับดอกไมไ้ หว รัดเกล้ายอด จะใชก้ บั ตัวละครที่สูงศกั ดิท์ ่เี ปน็ ตัวนาง
สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ
ทรงออกแบบพระราชทานละครใน และทรงหา้ มมใิ ห้ผใู้ ดนำแบบไปใช้
“รัดเกล้า” รัดเกล้าธรรมดาทำด้วยโลหะขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ “5 ถึง 5 1” สูงกว่าเกี้ยว
2
งามกว่าเกี้ยว มีกระจังโดยรอบมี 2 แบบ
1. รดั เกลา้ เปลว
2. รัดเกล้ายอด
ภาพที่ 17 รปู ภาพรัดเกล้าเปลว
ท่ีมา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพัฒนา, หน้า 188
23
ภาพท่ี 18 รปู ภาพรัดเกล้ายอด
ทมี่ า: เคร่ืองแต่งกายละครและการพัฒนา, หน้า 187
2.2.4 ปนั จุเหร็จ
ปันจุเหร็จประดิษฐ์ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ใช้สำหรับละครหลวง แต่งเป็นปันหยีกบั อุณากรรณ ใน
ละครเรอ่ื งอเิ หนา แทนการโพกศรี ษะ ปนั จุเหรจ็ นี้พวกลเิ กนิยมใช้กัน
ปนั จเุ หรจ็ ทกี่ รมศิลปากร ใช้แตง่ แสดงละครอเิ หนา คือ
- ปันจเุ หร็จเพชร จะทำโดยนำหนามเตยมาเชื่อมต่อกันบนโครงลวดเป็นรปู ตามต้องการแล้วจึงนำ
เพชรมาใส่หนามเตย แต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม มีดอกไม้เพชรทัดหู กรรเจียกจร ล้วนแต่เป็นเพชร เมื่อ
เวลาแสดงจะมพี วงอบุ ะดอกไม้ทดั ใส่ไว้ทางขวาของผูแ้ สดงเหมอื นอยา่ งการทัดอุบะดอกไม้ เม่อื สวมชฎา
บางครั้ง จะขึ้นโครงด้วยเงินทำรูปร่าง เหมือนกับโครงปันจุเหร็จที่ทำด้วยหนามเตย ประดับด้วย
พลอยขาวกน้ ตดั มดี อกไม้ไหว ดอกไหมเ้ พชร ตกแตง่ ให้สวยงาม ด้านหลงั ของปันจุเหรจ็ ท้ังโครงเงิน และ
โครงเพชร จะทำลวดลายคล้ายรูปผูกผ้าโพกมีชายผ้าที่ทำเป็นเงินและเพชร ด้านหลังเป็นการออกแบบ
ลวดลายท่ีสวยงาม ให้คงไว้ซงึ่ ทมี่ าของ “ปมผกู ผา้ ”
24
- ปันจุเหร็จขี้รัก มีรูปร่างทรงเหมือนกันกับปันจุเหร็จเพชรแต่ทำด้วยโครงหนังติดลวดลายตัว
กระจังด้วยรักและปิดทองประดับด้วยพลอย และเพชรมีดอกไม้ไหว ดอกไม้เพชร ปันจุเหร็จข้ีรัก นิยมใช้
กับตวั ละครที่เปน็ ตัวรองตวั พ่เี ลีย้ งเวลาแสดง มอี ุบะดอกไม้ทัดเช่นเดียวกันกบั ปันจุเหร็จเพชร
ปันจุเหร็จนี้ นอกจากจะใช้สำหรับการแสดงละครในแล้วยังใช้กับการแสดงทั่วไป เช่น ตัวชาลวนั
ในเรื่องไกรทอง เป็นต้น
ภาพที่ 19 รปู ภาพปันจุเหร็จเพชร
ที่มา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หนา้ 190
ภาพที่ 20 รปู ภาพปันจุเหรจ็ เงิน ประดบั เพชร
ท่ีมา: เครื่องแต่งกายละครและการพัฒนา, หนา้ 191
25
ภาพท่ี 21 รปู ภาพปันจุเหร็จทอง (ขีร้ ัก)
ทมี่ า: เครื่องแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 192
2.2.5 หูกระต่าย
หูกระต่ายเปน็ ศิราภรณท์ ี่ใช้สำหรับตัวพระ หูกระตา่ ยท่ีใชก้ ับละครนน้ั มีทงั้ หูกระต่าย ทเ่ี ป็นหมวก
ใชส้ ำหรบั ทหารทแ่ี ตง่ เคร่ืองทหารแดง (เข้มขาบ) ธรรมดา
หูกระต่ายอีกแบบจะมีลักษณะคล้ายปันจุเหร็จแต่ไม่มีจอนหูมีปกหูแทนด้านบน ไม่มีดอกไม้ไหว
สนั นษิ ฐานวา่ นา่ จะได้แบบอย่างมาจาก ปนั จเุ หร็จ และหมวกหูกระตา่ ยนำมาประดิษฐ์รว่ มกัน ออกมาเป็น
ปนั จเุ หร็จแบบไมม่ จี อนหแู ตม่ ีปกหแู ทนซ่งึ ใช้แทนการโพกผา้ ของตัวละครพวก “กิดาหยัน”
“หูกระต่ายขี้รัก” ที่กรมศิลปากรใช้สำหรับตัวกิดาหยันนั้นจะขึ้นโครงร่างด้วยหวาย ตัดหนังลาย
ฉลุ ตดั ใหเ้ ขา้ กับโครงหวาย ยดึ ตดิ ดว้ ยลวด แตง่ ลวดลายด้วยตัวกระจัง ลงรกั ปิดทองประดับเพชร เวลาใช้
ไม่ตอ้ งใส่อบุ ะดอกไม้ทัด
ภาพท่ี 22 รปู ภาพหูกระตา่ ยผา้ ภาพที่ 23 รปู ภาพหกู ระต่ายขรี้ ัก
ท่มี า: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพัฒนา, หน้า 193-194
26
2.2.6 กระบงั หนา้
กระบังหนา้ หรือศรีเพศหรือเศียรเภทเป็นศิราภรณ์รอง มีใชม้ าต้ังแต่สมัยอยุธยา ผู้ใช้กระบังหน้า
จะเปน็ ลูกหลานทีเ่ กิดจากนางสนมหรอื หลานหลวงขน้ั เอก
สุวรรณมาลาเป็นศิราภรณ์ที่เป็นต้นแบบของกระบังหน้าที่ใช้ในละครของกรมศิลปากร จะใช้
สำหรับตัวนางพระกำนัลหรือนางสนม กระบังหน้าทำด้วยหนังฉลุลาย ติดตัวกระจังลงรักปิดทองมี
กรรเจียกจร ทัดอุบะดอกไม้ที่จอนหูช้ายกระบังหน้านี้จะมีทั้งเงินประดับเพชรและหนังลงรักปิดทอง
ประดบั พลอย
กระบังหน้าเงินประดับเพชร ที่มีใช้ปัจจุบันจะใช้คู่กับรัดท้ายซ้องโดยรวบผมหางม้าไว้ด้านหลัง
รัดทางม้านีด้ ้วยรัดท้ายช้อง บางโอกาสก็จะมุ่นหางม้าเป็นมวยใส่เกี้ยววดั มวยผมปักปิ่น ส่วนใหญ่จะใช้กบั
ตัวละครทีม่ ีบทเป็นตัวสำคัญของเรื่อง หรือเป็นตัวเอกของละคร เชน่ นางคอ่ มจะใช้กระบังหนา้ เงินตอนตัด
ดอกไม้ฉายกริช ในละครเร่ืองอเิ หนา นอกจากนี้จะใชส้ ำหรับตวั ละครที่มีอายุน้อย เป็นพระธิดา เป็นโอรส
เป็นตน้
การสวมกระบังหน้าจะใส่พอดีกับกรอบหน้าทัดอุบะดอกไม้ที่จอนหูซ้ายสำหรับตัวนาง และใช้
สำหรับแตง่ ตวั พระ คอื สยี ะตราตอนเด็ก อบุ ะดอกไมท้ ัดข้างขวา
สุวรรณมาลาจะต่างกับกระบังหน้า ตรงสุวรรณมาลาไม่แต่งดอกไม้ไหวกระบังหน้าเงิน และกระ
บงั หนา้ ทอง จะมีดอกไม้ไหวแตง่ รอบกรอบกระบัง
ภาพท่ี 24 รปู ภาพสวุ รรณมาลา
ท่ีมา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 195
27
ภาพท่ี 25 รปู ภาพกระบังหน้าเงิน
ท่ีมา: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 196
ภาพที่ 26 รปู ภาพกระบงั หน้าทอง
ทมี่ า: เคร่ืองแตง่ กายละครและการพฒั นา, หน้า 196
28
2.3 การประดิษฐเ์ ชงิ อนรุ กั ษ์
2.3.1 ชา่ งสบิ หมู่
หากพูดถึงความหมายของคำว่า “ช่างสิบหมู่” ตามพจนานุกรมศัพท์ศิลปกรรม ฉบับราชบัณฑิต
สถาน หมายถงึ “ช่างหลวง” โดยสมเด็จพระบรมวงศ์เธอเจา้ ฟา้ กรมพระยานริศรานุวัตวิ งศ์ ทรงมีลายพระ
หัตถ์ประทาน พระยาอนุมานราชธนลงวันที่ 31 ส.ค. พ.ศ. 2479 ในหนังสือบันทึกเรื่องราวความรู้ต่าง ๆ
ไวว้ า่ “ช่างสบิ หมเู่ ป็นชือ่ กรมทร่ี วบรวมช่างได้มี 10 หมูด่ ว้ ยกัน”
การรวมตัวของช่างสิบหมู่เรมิ่ ต้นขน้ึ ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการปกครองแบบกระทรวงเวียง วัง คลัง
นา ทุกกระทรวงต้องการช่างที่มีฝีมือด้านศิลปกรรม ในการทำของใช้ในส่วนของราชการ ของใช้ส่วน
พระองค์ส่วนราชสกุล บริการแก่ศาสนา และบริการแก่ประชาชน แต่ในตอนนั้นช่างที่มีฝีมือต่าง ๆ ยังคง
กระจัดกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ จึงต้องรวบรวมช่างให้เข้ามาอยู่ในกรมเดยี วกันจนกลายเปน็ จุดเริ่มตน้
ของการรวบรวมช่างฝีมือด้านศิลปกรรมไทยที่มีอยูม่ ากกวา่ 10 หมู่ แต่เรียกว่า “ช่างสิบหมู่” เพื่อจำแนก
ช่างทีเ่ ป็นสว่ นสำคัญ ตอ่ มาภายหลังจงึ ไดเ้ พ่มิ เติมหรอื แยกแขนงออกไปตามลักษณะของงานนั่นเอง
ในอดีตชา่ งสบิ หมู่มหี น้าท่โี ดยตรงในการสร้างสรรค์งานศลิ ปกรรมต่าง ๆ ไม่วา่ จะเป็นงานประณีต
ศิลป์ วิจิตรศิลป์ มัณฑนศิลป์แก่ราชการในส่วนพระองค์ อาทิ เครื่องราชูปโภค พระราชพาหนะ พระราช
มณเฑียรสถาน และคอยรวบรวมบรรดาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีฝีมือช่างศิลปะประเภท
ต่าง ๆ เข้ามารับสนองราชการประจำ เพื่อเป็นช่างหลวงและทำงานสนองพระราชประสงค์หรือพระบรม
ราชโองการของพระราชา จึงได้รับการขนานนามมาแต่เดิมว่า “กรมช่างสิบหมู่” ซึ่งจำแนกแต่ละหมู่ได้
ดังนี้
1. หมชู่ า่ งเขียน 2. หมู่ช่างแกะ หรือชา่ งแกะสลัก
3. หมู่ช่างหุ่น 4. หมู่ชา่ งป้ัน
5. หมู่ชา่ งปนู 6. หมู่ช่างรัก
7. หมชู่ า่ งบุ 8. หมู่ช่างกลึง
9. หม่ชู า่ งสลกั 10. หมู่ช่างหล่อ
ในปจั จบุ นั ชา่ งสิบหม่มู ีหนา้ ทศ่ี ึกษา ค้นควา้ วเิ คราะห์ โดยรวบรวมหลักฐานงานทุกชน้ิ ท่ีมีลักษณะ
เป็นงานช่างสิบหมู่ และทำการวิจัย ทดลอง ซ่อมแซม พร้อมกับสร้างใหม่ในเชิงอนุรักษ์ศิลปกรรม
ให้บริการ ให้ความรู้ วิธีการด้านงานออกแบบศิลปกรรมไทยโบราณ คอยพัฒนาฝีมือ และผลงานให้เป็น
งานประยุกต์ผลงานในอดีตให้เข้ากันกับผลงานในปัจจุบัน โดยมีจุดประสงค์หลักในด้านการทำงาน 3 ข้อ
ดังนี้
29
1. อนุรักษ์ หมายความว่า อนรุ ักษ์ วิธกี าร องค์ความรู้ เทคนิควธิ ี ท่ีทำใช้ในทำงานของช่างตา่ ง ๆ
ในสมัยกอ่ นไวอ้ ยา่ งครบถว้ น
2. สืบสาน หมายความว่า นำผลงานชิ้นเก่าที่มีการเสื่อมของกาลเวลา มาซ่อมแซมให้ดูเหมือน
ของใหม่อกี ครงั้ แตย่ ังคงรกั ษาวธิ ีการทำ และรูปแบบคงเดมิ เอาไวเ้ ปน็ อยา่ งดี
3. สร้างสรรค์ หมายความวา่ สร้างสรรค์ผลงานใหม่ด้วยความรู้องค์รวมทางดา้ นศิลปกรรม และ
นำไปต่อยอดใหเ้ กิดช้นิ งานทง่ี ดงาม และเขา้ ใจไดง้ า่ ยขึน้
ลกั ษณะงานของช่างสบิ หมู่ แบง่ ออกเป็น 4 ประเภท คือ
กลมุ่ งานจิตรกรรม
งานกลุ่มจิตรกรรมจะเน้นการสืบสานและสร้างสรรค์ผลงานสู่สังคม งานจิตรกรรมจะมีทั้งในด้าน
จิตรกรรมไทยตามแบบประเพณีนิยม และงานจิตรกรรมร่วมสมัย โดยเน้นไปในแนวทางของศิลปะตาม
หลักวิชาการ (Academic Art) มากกว่า ผลงานที่กลุ่มจิตรกรรมทำไว้มากมาย อาทิ ภาพเขียนพระบรม
สาทิสลักษณ์พระมหากษัตริย์รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ภาพบุคคลสำคัญต่าง ๆ โดยอาศัยแนวเรื่องจาก
ประวัตศิ าสตร์ ศาสนา วถิ ีชวี ิต และวัฒนธรรม
กลมุ่ งานประติมากรรม
กลมุ่ งานประติมากรรม เนน้ การสบื สานและสร้างสรรค์ผลงานสสู่ ังคม งานประตมิ ากรรมของไทย
จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ งานหล่อและงานปั้นเกี่ยวกับงานพิธีการศาสนาและพระพุทธปฏิมา
ปจั จบุ นั จะเนน้ ไปในแนวทางศิลปะตามหลักวชิ าการ (Academic Art) มากกวา่ และดนิ ท่ีใช้ปั้นในปัจจุบัน
ส่วนใหญจ่ ะเปน็ ดนิ สามโคก เพราะทางสำนักงานช่างสิบหมู่ ได้ทำการทดลองและวจิ ัยสำเร็จแลว้ วา่ เป็นดิน
ทีป่ น้ั ไดด้ ที สี่ ดุ ในตอนนี้
กลมุ่ งานประณตี ศิลป์
กลุ่มงานประณีตศิลป์จะเน้นการอนุรักษ์และสืบสานของการใช้เทคนิคของโบราณในการ
สร้างสรรค์ผลงาน งานประณีตศิลป์มีความหมายดั่งชื่อ คือ ความประณีตในการประดิดประดอยขึ้นด้วย
ความละเอยี ดอ่อน ตัง้ ใจ และ พถิ พี ิถัน เพ่ือให้คุณคา่ ทางความงามแกผ่ ลงาน จะให้ความสำคัญด้านความ
สวยงาม มีคุณค่า ควรนำไปเก็บสะสมรักษาหรือตั้งโชว์มากว่าที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ผลงานส่วนใหญ่จึง
จัดเปน็ งานศลิ ปะภณั ฑ์ทมี่ คี วามงดงาม
30
กลุ่มงานศลิ ปประยุกต์และเครอื่ งเคลอื บดนิ เผา
กล่มุ งานศิลปประยุกต์ จะมีหน้าท่ีวิจัยงานศลิ ปะประยุกต์และเคร่ืองเคลอื บดินเผา เพ่อื การพัฒนา
เทคนิค และแนะนำเผยแพร่ให้แก่บุคคลที่สนใจ ซึ่งได้ทำการออกแบบส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มงานออกแบบ
เพื่อใช้ในงานสงั คมเสยี ส่วนใหญ่ เช่น การออกแบบตาลปัตร พดั รอง แสตมป์ สจู บิ ตั ร พวงมาลา หนุ่ จำลอง
เปน็ ตน้
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ช่างสิบหมู่ ไม่เพียงมีฝีมือในการทำงาน แต่ยังต้องมีความรัก
ความอดทน ความพิถีพีถัน ในงานศิลปะอย่างสุดซึ้ง เพราะว่างานของช่างสิบหมู่ไม่ได้ทำเพียงของที่มี
คุณค่าทางด้านวัฒนธรรมแตย่ งั เกบ็ รักษาเทคนิค วิธีการไวใ้ หส้ มบรู ณ์และครบถ้วนท่สี ุด เพอ่ื ส่งตอ่ ใหค้ นรุ่น
หลงั ได้เก็บรักษาสืบสานตอ่ ไป เพ่อื ให้งานศลิ ปกรรมไทยโบราณยงั คงสง่างามเสมอไม่ว่าเวลาจะผา่ นไปนาน
เท่าไหรก่ ต็ าม
31
2.4 สอ่ื คลปิ วีดีโอ
คลิปวีดีโอ เป็นสื่อที่เหมาะสมสําหรับใช้เพื่อการจัดการเรียนรู้ เพราะคลิปวีดีโอเป็นสื่อที่ทำให้
ผู้เรียนเห็นภาพได้ชดั เจน ซึ่งอาจเป็นภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหว ทำให้ผู้เรียนได้ยินเสียงที่สอดคล้องกบั
ภาพนั้น ๆ อีกด้วย คลิปวีดีโอสามารถใช้ในการสาธิต เป็นสิ่งที่สามารถช่วยให้ผู้เรียนเห็นสิ่งที่ควรเห็น
ผู้สาธิตสามารถจัดเตรียม และจัดทำคลิปวีดีโอได้อย่างถูกต้อง ก่อนที่จะนําไปใช้จริง นอกจากนั้นการใช้
คลิปวีดีโอสามารถเลือกดูวีดีโอได้ตามสิ่งที่สนใจ หรือถ้าไม่เข้าใจในส่วนไหนก็สามารถย้อนกลับมาดูซ้ำได้
การบนั ทกึ ภาพคลิปวดี ีโอสามารถทำได้ทั้งในห้องถ่ายภาพ (Studio) และห้องปฏบิ ัติการซึ่งเราสามารถตัด
ต่อสว่ นท่ตี ้องการ หรอื เพิ่มเตมิ ส่วนใหม่ลงไปได้
ประโยชนข์ องคลิปวดี ีโอ
1. แนะนำองค์กรและหน่วยงาน การสร้างงานคลิปวีดีโอเพื่อแนะนำสถานที่ต่าง ๆ หรือในการ
นำเสนอข้อมูลภายในหน่วยงานและองค์กร เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ชมผู้ฟัง และยัง
ก่อใหเ้ กดิ ความเข้าใจในตัวงานได้งา่ ยข้นึ
2. บันทึกภาพเคลื่อนไหวเพื่อเป็นความทรงจำ และเหตุการณ์ที่สำคัญ เช่น การเดินทางไป
ท่องเที่ยวในสถานที่ตา่ ง ๆ งานวันเกิด งานแต่งงาน งานรับปริญญา งานเลี้ยงของหนว่ ยงาน
หรอื องค์กร ซงึ่ เดิมเราจะเก็บไว้ในรูปแบบภาพนง่ิ
3. การทำสื่อการเรียนการสอน คุณครูสามารถสร้างสื่อการสอนในรูปแบบคลิปวีดีโอไว้เพื่อให้
นักเรียนได้กลบั มาทบทวนเพ่ิมเติมยอ้ นหลังได้
4. การนำเสนอรายงาน วทิ ยานพิ นธ์ และงานวจิ ยั ตา่ ง ๆ ซ่ึงปรับเปล่ยี นการนำเสนองานจากรูป
แบบเดิม ที่เป็นเอกสารภาพประกอบ แผ่นชาร์จแผ่นใส ให้ทันสมัยเหมาะสมกับสถานการณ์
ปจั จุบัน
5. คลิปวีดีโอสำหรับบุคคลพิเศษ บุคคลสำคัญในโอกาสพิเศษ อาจหมายถึง วิทยากรที่เชิญมา
บรรยาย ผูท้ ่ีจะเกษยี ณอายจุ ากการทำงาน เจา้ ของวนั เกดิ คู่บ่าวสาว โอกาสของบุคคลท่ีได้รับ
รางวัลต่าง ๆ
32
แนวคิดในการสรา้ งคลิปวีดโี อ
ก่อนลงมือสร้างผลงานคลิปวีดีโอ ควรคำนึงว่าคลิปวีดีโอที่ดีนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินลงทุน
ที่ใช้แต่ขึ้นอยู่กับความประณีต และความคิดสร้างสรรค์มากกว่า ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการคิด วางแผน
มาอย่างรอบครอบ ไม่ใช่ไปถ่ายวิดีโอแล้วก็นำมาตัดต่อเลย โดยไม่มีการคิดให้ดีก่อนที่จะถ่ายทำ เพราะ
ปัญหาที่มักเกิดขึ้นเสมอก็คือการที่ไม่ได้ภาพตามที่ต้องการ หรือเนื้อหาที่ถ่ายมาไม่สอดคล้องกับสิ่งท่ี
ตอ้ งการนำเสนอ ดงั น้ันการวางแผนที่ดีน้ัน จะสง่ ผลให้ทำงานอย่างมีประสิทธภิ าพ ตรงตามความต้องการ
จะไดไ้ ม่ตอ้ งมาเสยี เวลาแก้ไขภายหลัง
2.4.1 Application Tik Tok
แอปพลิเคชัน “TikTok” (ติ๊กต็อก) หรอื “Douyin” (เตาอิน) ท่เี รียกกนั ในจีนนั้น เปดิ ตวั คร้ังแรก
เมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 และได้รับความนิยมทั่วโลกเมื่อปี 2018 ที่ได้รับการพัฒนามาจากบริษัท
ByteDance ซึ่ง TikTok เกิดจากไอเดียของวิศวกรซอฟต์แวร์ชาวจีน Zhang Yiming ที่ต้องการจะมี
บรษิ ทั ซอฟต์แวรเ์ ป็นของตัวเอง
TikTok ถือเป็นแพลตฟอร์ม Social Media ที่มีจุดเด่นคือ การสร้างและแชร์วิดีโอสั้นๆ ไม่ว่าจะ
เปน็ คลปิ เต้นสน้ั ๆ ลิปซงิ คเ์ พลง สร้างคอนเทนตต์ ลก เฮฮา การทำ Challenge ตา่ ง ๆ เปน็ ต้น
มิชชั่นดังกล่าวนี้ เริ่มต้นเพื่อความสนุกสนาน แต่ฮิตกันมากจนแบรนด์สินค้าเล็งเห็นโอกาสว่า
สามารถนำไปทำกจิ กรรมเพื่อการโฆษณา เพ่ือใหแ้ ชร์กับเพ่อื นบนโลกออนไลน์พร้อมตดิ #Hahstag ตา่ ง ๆ
เพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงได้ ด้วยจุดเด่นที่เป็นคลิปสั้น ๆ ใช้งานง่าย จึงได้รับความนิยมมากขึน้ จนมี
ยอดการดาวน์โหลดเกือบ 113 ล้านครั้งทั่วโลกในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 ทั้งใน App Store และ
Google Play ซึ่งแอป ฯ นี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดให้บริการใน 155 ประเทศ และรองรับถึง 75 ภาษาท่ัว
โลก ส่วนใหญ่ผู้เล่นจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีอายุอยู่ในช่วง 16–24 ปี (Gen Z) ถือเป็นประชากรกลุ่มที่ใหญ่
ทส่ี ดุ บนแพลตฟอรม์
33
2.5 การสอนแบบสาธติ
2.5.1 ความหมายของการสอนแบบสาธิต
การจดั การเรยี นรู้แบบสาธิต เปน็ รูปแบบการสอนทย่ี ึดผู้เรียนเปน็ ศนู ย์กลาง ผสู้ อนมีหน้าที่ในการ
เป็นผู้นำหรือผู้แสดงให้ผู้เรียนดูหรือในบางกรณีจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ออกมาเป็นผู้สาธิต
หรือผู้นำเสนอ โดยขึ้นอยู่กับโอกาสหรือสถานการณ์ตามที่ผู้สอนได้ออกแบบการเรียนไว้ ซึ่งมีนักวิชาการ
หลายทา่ นไดใ้ หค้ วามหมายของการสอนแบบสาธติ ไว้ดังน้ี
ทิศนา แขมมณี (2551, หน้า 330) กล่าวว่า วิธีสอนโดยการใช้สาธิต คือ กระบวนการที่ผู้สอนใช้
ในการช่วยใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ตามวัตถปุ ระสงค์ท่ีกำหนด โดยการแสดงหรือทำสิ่งท่ีต้องการให้ผู้เรียน
ได้เรียนรู้ ให้ผู้เรียนสังเกตแล้วให้ผู้เรียนซักถาม อภิปราย และสรุปการเรียนรู้ที่ได้จากการสังเกตการสอน
แบบสาธิต
ทศิ นา แขมมณี (2547) กลา่ วว่าการสอนสาธิต ( Demonstration Method) คือ กระบวนการท่ี
ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยการแสดง หรือทำสิ่งท่ี
ต้องการให้ผ้เู รยี นไดเ้ รียนรใู้ ห้ผเู้ รยี นสงั เกตดแู ล้วให้ผเู้ รยี นซักถาม อภิปราย และสรุปการเรียนรู้
สุวิทย์ มูลคำ (2545) กล่าวว่า การสอนแบบสาธิตเป็นกระบวนการสอนที่ผู้สอนมีหน้าที่ในการ
ชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นไดม้ กี ระบวนการ การเรยี นรู้ตามวัตถปุ ระสงค์ โดยแสดงให้ผู้เรยี นเหน็ เป็นตัวอย่าง พร้อมกับ
การอธิบายให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ ซึ่งผู้เรียนจะเรียนรู้จากกระบวนการ และการสังเกต พร้อมกับเปิด
โอกาสให้ผู้เรียนได้ซักถามอภิปราย ซึ่งรูปแบบการเรียนรู้แบบสาธิตเหมาะกับการเรียนการสอนที่ผู้เรียน
ตอ้ งเห็นข้นั ตอนในการปฏบิ ัติงาน
ทิศนา แขมมณี (2547) กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการสอนแบบสาธิตว่า เป็นการสอนโดยใช้การ
สาธิตเป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้เรียนทั้งชั้นได้เห็นการปฏิบัติจริงด้วยตาตนเองว่าทำให้เกิดการเรียนรู้ความ
เข้าใจในเร่อื ง หรอื การปฏิบตั ินนั้ ชัดเจน และครบถ้วนมากย่ิงขึน้
ชูชาติ เชิงฉลาด (2523) กล่าวว่า การสอนแบบสาธิต คือ การแสดง การทดลอง หรือการทำใหด้ ู
วธิ ีสอนแบบสาธติ เป็นวธิ สี อนแบบหน่ึงที่จะชว่ ยให้ผเู้ รยี นเกิดความเขาใจ เกดิ ความคดิ ในการเรียนรู้ที่ได้ดู
จากการทดลองของครู ซ่ึงจะสง่ ผลใหผ้ ู้เรียนจดจำไดร้ วดเร็วจะมผี ลสมั ฤทธ์ิได้ดีกว่าการสอนแบบอ่ืน ๆ อีก
หลายวธิ ี
34
อาภรณ์ ใจเที่ยง (2540) กล่าวว่า การสอนแบบสาธิต หมายถึง วิธีการสอน ผู้สอน บุคคลใด
บคุ คลหน่ึงแสดงหรือกระทำให้ผู้เรยี นได้เห็นตัวอย่างพร้อม กับการบอกการอธิบายให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก
ประสบการณ์ตรงในเชิงรูปธรรม ผ้เู รียนจะเกิดการเรยี นรู้ได้จากการสงั เกตกระบวนการ ข้นั ตอนการสาธิต
น้ัน ๆ การสอนแบบสาธติ เปน็ การสอนท่ียดึ ผูส้ อนเป็นศนู ย์กลางเพราะผู้สอนเปน็ ผวู้ างแผนดำเนินการและ
ลงปฏบิ ัติ ผ้เู รียนจะมสี ่วนรว่ มบ้างเพยี งเล็กน้อย การสอนแบบน้ีจึง เหมาะสำหรับจดุ ประสงค์ท่ีต้องการให้
ผเู้ รยี นเห็นขัน้ ตอนการปฏิบัติ
ไสว ฟกขาว (2544) กลา่ ววา่ การสอนสาธติ คือการสาธติ เป็นการแสดงใหด้ ู ซ่งึ อาจเปน็ การแสดง
ให้เห็นถึงขั้นตอน วิธีการ ผลที่จะเกิดขึ้นหรือท่าทางต่าง ๆ โดยอาจทำในรูปของการสาธิต ทดลองหรือ
สาธิตปฏิบัติ วิธีสอนแบบสาธิตอาจนำไปใช้รวมกับวิธีสอนแบบอื่นได้ เช่น สาธิต ประกอบการบรรยาย
สาธิตประกอบการ อภิปราย
จากความหมายข้างต้น ผู้ศึกษาสรุปได้ว่า การสอนแบบสาธิต คือ กระบวนการจัดการเรียนการ
สอนในชนั้ เรียน ที่มคี รเู ป็นคนดำเนินการป้อนข้อมูลใหก้ ับผู้เรียน โดยผ่านลกั ษณะของการบรรยายเนื้อหา
สาระการเรียนรู้ ขั้นตอน และแสดงวิธีการ การปฏิบัติงานเพื่อให้ผู้เรียนดูเป็นตัวอย่าง ด้วยวิธีการสังเกต
แลว้ ผเู้ รยี นนำไปปฏบิ ัตติ าม ซง่ึ อาจมกี ารใชส้ ่ือเป็นส่วนหน่ึงของการประกอบการสอนแบบสาธิต การสอน
แบบสาธติ มวี ัตถุประสงค์เพ่ือต้องการใหผ้ ู้เรยี นได้เห็นข้นั ตอนการปฏิบตั ิท่ีชดั เจน หากมขี ้อสงสัยก็สามารถ
ซกั ถามผ้ทู ่ีสาธติ ได้ทนั ที ทำใหก้ ารเรยี นรู้นน้ั ประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วขึ้น
2.5.2 แนวคดิ ของการสอนแบบสาธติ
การสอนแบบสาธิต เป็นวิธีที่ทำให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ที่ใกล้เคียงกับประสบการณ์ตรง
เป็นการสอนที่ผู้สอนแสดงให้ดูหรือผู้เรียนมีโอกาสได้กระทำด้วยตนเอง ทำให้การเรียนรู้บรรลุ
วัตถุประสงค์ได้ง่ายเพราะผู้เรียนได้สังเกตด้วยตาของตนเอง ได้เห็นขั้นตอนการปฏิบัติ จึงเหมาะสำหรับ
การสอนวิชา พลศึกษา ศิลปศึกษา อุตสาหกรรมศิลป์ วิชาในกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี และ
นาฏศิลป์ การสาธิตเป็นการแสดงให้ดูก่อนที่จะมีการลองลงมือทำ หรือแม้แต่การปฏิบัติการจัดทำ
กลุ่มผู้เรียนต้องไม่มากเกินไป ถึงอย่างไรก็ตามการจัดกลุ่มผู้เรียนย่อมขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการสอน
วิธีการสาธิต สถานที่ หรอื อุปกรณท์ จี่ ะใช้ประกอบการสาธติ
35
สิริพร วัยสุวรรณ (2547:35) ได้สรุปลักษณะของการสอนแบบสาธิตที่เป็นลักษณะการสาธิตไว้
ดังนี้
1. เริ่มแรกบอกให้เด็กว่าจะทำอะไร ชี้แจงให้เด็กเห็นความสำคัญ เพื่อเร้าให้เกิดความสนใจ และ
กระตุ้นให้เห็นว่าสิง่ นั้นมีความจำเป็นสำหรับตนว่าเป็นอย่างไร ต่อจากนั้นจึงสาธิตให้เด็กดตู ัง้ แต่ต้นจนจบ
เพื่อให้เด็กจัดระบบสิ่งที่จะเรียนเป็นเรื่องราวเมื่อสาธิตจบ อธิบายให้เข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
ส่งิ ตา่ ง ๆ เน้นสงิ่ ที่สำคัญ และสิ่งท่ตี ้องการให้สงั เกต
2. ให้เด็กได้มีโอกาสฝึกหัดทันทีหลังจากการสาธิต สิ่งที่จะต้องคำนึงถึง คือ การทำซ้ำ และการ
เสริมแรง ถ้าวัสดอุ ุปกรณไ์ ม่เพียงพอ คือ ให้สาธติ กบั กล่มุ เล็ก ๆ เพ่อื ใหเ้ ดก็ ทกุ คนไดม้ ีโอกาสฝึกหัด และครู
มโี อกาสเสริมแรงได้อย่างท่วั ถึงการฝึกหัดจะไดผ้ ลดหี ากนักเรียนอยู่ในสภาพท่ีกระตือรือรน้ ถา้ ค้นพบว่าใน
ขณะที่ทำแบบฝึกหัดมีเด็กทำผิดให้สาธิตใหม่อย่าทำเฉพาะคน เพราะเด็กจะเกิดปมด้อย คิดว่าตนเองเปน็
คนที่เข้าใจอะไรได้ยาก หรือบางครั้งเพื่อนในห้องอาจจะคิดว่าทำไมครูต้องเอาใจใส่กับเด็กบางคนเป็น
พิเศษ ซ่งึ ความคิดท้ังสองนี้ไม่เป็นผลดที ัง้ ส้ิน
3. ในขณะทีฝ่ ึกหดั ครคู วรใหค้ ำแนะนำเพื่อช่วยให้เด็กทำทักษะนัน้ ๆ ได้
4. ให้คำแนะนำในขณะที่อยู่ในบรรยากาศที่สบาย ๆ โดยเฉพาะเด็กโตบางคนจะกลัวทำผิด
กลัวทำไม่ได้ จึงมักจะทำผิดพลาดครูต้องใจเย็นไม่ดุ บรรยากาศที่ไม่ตึงเครียดจะยั่วยุให้เด็กเกิดความ
พยายามที่จะลองจากแนวคิดต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไว้พอสรุปได้ว่าการสอนแบบสาธิตเป็นการสอนที่ผู้สอนได้
แสดงให้ผู้เรียนดู ผู้เรียนสามารถรับรู้ได้จากประสาทสัมผัสทั้ง 5 ทำให้มองเห็นขั้นตอนต่าง ๆ ได้ชัดเจน
ผู้สอนได้เรียนรู้ใกล้เคียงกับประสบการณ์ตรงจึงทำใหไ้ ม่เกิดความเบื่อหน่าย หากเกิดความสงสัยผู้เรียนก็
กล้าซกั ถามได้ในทนั ที
2.5.3 วตั ถุประสงค์การสอนแบบสาธติ
วัตถุประสงค์ของการแบบสาธิตมีมากมายล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ต้องการให้ผู้เรียนมีความรู้
ความเข้าใจถ่องแท้ให้ผู้เรียนเข้าใจลำดับขั้นต่าง ๆ สามารถสรุปผลจากการที่ได้สาธิต หรือ สังเกตการณ์
สาธิต และทสี่ ำคัญเป็นกิจกรรมที่สามารถปฏบิ ัติไปพร้อมกบั วิธีสอนวธิ ีอ่นื ๆ รว่ มด้วยได้ แต่อย่างไรก็ตาม
ได้มีนักวิชาการหลายทา่ นกล่าวถงึ วตั ถุประสงคข์ องการสอนแบบสาธิตไวต้ ่าง ๆ ดงั น้ี