The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักการจัดการทั้งหมด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กุลสตรี ปันติ, 2020-10-19 11:24:13

หลักการจัดการทั้งหมด

หลักการจัดการทั้งหมด

แผนการจดั การเรยี นรู้
แบบมุ่งเน้นสมรรถนะอาชีพและบรู ณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

วิชาหลักการจัดการ รหัสวชิ า 3200-1002

ประเภทวชิ าบริหารธรุ กจิ สาขาวชิ าการจดั การสำนักงาน
หลักสตู รประกาศนยี บัตรวชิ าชีพชั้นสงู (ปวส.)
พุทธศักราช 2557
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2561

จดั ทำโดย
นางสาวอานสี รา โศภนะศุกร์
แผนกวชิ าการจดั การสำนักงาน

วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาลำปาง
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร

แผนการจัดการเรียนรู้
แบบมุง่ เนน้ สมรรถนะอาชีพและบูรณาการคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม

คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

รหัส 3200-1002 วิชาหลกั การจดั การ

โดย

นางสาวอานสี รา โศภนะศุกร์
วฒุ ิ บธ.ม. (บรหิ ารธุรกจิ มหาบัณฑิต)

แบบฟอร์มรายงานการตรวจและอนุญาตใหใ้ ชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้

 ควรอนุญาตให้ใชใ้ นการสอนได้
 ควรปรับปรุงเกี่ยวกับ
............................................................................................................................. ......................................
...................................................................................................................................... ................................
............................................................................................ ....................................................................

ลงชือ่ ......................................................
(....................................................)
ผตู้ รวจแผนการจัดการเรียนรู้
.............../.............../...............

 เหน็ ควรอนุญาตใหใ้ ชใ้ นการสอนได้
 ควรปรับปรุงดงั เสนอ
 อื่นๆ........................................................................................................................ ............................
...................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
(นายสันต์ ดวงประภา)

รองผ้อู ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
.............../.............../...............
 อนญุ าตใหใ้ ช้ในการสอนได้
 อ่ืนๆ.......................................................................................................................... ..........................
...................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ......................................................
(นายพลฤทธ์ิ จินดาหลวง)
ผ้อู ำนวยการ

.............../.............../...............



คำนำ

แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา 3200–1002 หลักการจัดการ ข้าพเจ้าได้จัดทำข้ึนเพ่ือเป็น
แนวทางการจัดการเรียนการสอน โดยกำหนดให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ข้าพเจ้าได้ศึกษาหลักสูตร
และคำอธิบายรายวิชาอย่างละเอียด แล้ววิเคราะห์เพื่อกำหนดคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามลำดับ
โดยกำหนดจุดประสงค์การเรียนรู้ ครอบคลุมเนื้อหารายวิชา และพฤติกรรมด้านพุทธิพิสัย จิตพิสัย
และทักษะพิสัย เพื่อให้ผู้เรียนศึกษาทฤษฎีและปฏิบัติ หน้าท่ีการจัดการ หลักการจัดการสมัยใหม่
การเปล่ียนแปลงพัฒนาองค์การ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ กรณีศึกษาการจัดการ
การประยกุ ตใ์ ช้หลกั การจดั การ การประยกุ ตห์ ลักการจัดการในงานอาชีพตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ข้าพเจ้าหวังว่า แผนการจัดการเรียนรู้ฉบับน้ี จะมีส่วนช่วยในด้านการพัฒนาการเรียนการสอน
และเปน็ ประโยชนต์ ่อครูอย่างแท้จรงิ ต่อไป

นางสาวอานสี รา โศภนะศกุ ร์
วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาลำปาง



สารบัญ หนา้

เรือ่ ง ข
คำนำ 1
สารบญั 3
แผนการจัดการเรยี นร้รู ายวชิ า 4
ตารางวเิ คราะห์หลักสตู ร 5
ตารางแสดงการบรู ณาการ 6
หน่วยการจัดการเรยี นรู้ 9
รายการหนว่ ยการจัดการเรียนรูแ้ ละสมรรถนะที่พงึ ประสงค์ 27
หนว่ ยที่ 1 ทฤษฏแี ละปฏิบัตเิ ก่ียวกับหลักการจดั การ 46
หน่วยท่ี 2 หน้าทใ่ี นการจัดการและกระบวนการบรหิ าร 58
หนว่ ยท่ี 3 การจดั การสมยั ใหม่ 70
หนว่ ยที่ 4 การเปลย่ี นแปลงและพัฒนาองคก์ าร 83
หนว่ ยที่ 5 การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นการจัดการ 94
หน่วยที่ 6 จริยธรรมในการจดั การ
หน่วยที่ 7 กรณศี ึกษาการจัดการ 114
หน่วยท่ี 8 หลกั การจดั การในงานอาชีพตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง 125
หนงั สอื อา้ งองิ

แผนการจัดการเรยี นรู้รายวิชา

รหัสวิชา 3200-1002 วิชาหลักการจดั การ
ระดบั ชั้น ปวส.1 แผนกวิชาการจดั การสำนักงาน
คาบ-หน่วยกิต 2-2-3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2561

จดุ ประสงค์รายวชิ า
1. เขา้ ใจเกีย่ วกับหนา้ ท่ีการจดั การ หลักการจัดการสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลงพฒั นา
องคก์ าร เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่อื การจดั การ และจริยธรรมในการจดั การ
2. มที ักษะในการจัดการมาประยุกตใ์ ช้ในงานอาชพี สาขาต่าง ๆ
3. มเี จตคติและกิจนิสยั ท่ดี ใี นการปฏบิ ตั ิงานภายใต้หลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

มาตรฐานรายวิชา
1. มีความร้คู วามเข้าใจหนา้ ท่ีการจดั การ
2. จัดการงานอาชพี หลักการจดั การ กระบวนการ และจริยธรรมองค์การ
3. ประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยีเพ่ือการจดั การ

สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรู้เกีย่ วกับหนา้ ทก่ี ารจัดการ หลักการจดั การสมัยใหม่ การเปลี่ยนแปลง
พัฒนา องค์การ เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจดั การ และจริยธรรมในการจัดการ
2. จดั การงานอาชีพและหลกั การ กระบวนการ และจรยิ ธรรม
3. ประยกุ ต์ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อการจดั การ
4. เห็นคณุ คา่ ของการจัดการในงานอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาทฤษฎีและปฏิบตั ิ หน้าท่กี ารจดั การ หลักการจดั การสมยั ใหม่ การเปลี่ยนแปลงพฒั นาองค์การ
การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นการจัดการ จรยิ ธรรมในการจดั การ กรณศี กึ ษาการจัดการ
การประยุกตห์ ลกั การจัดการในงานอาชีพตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง

เกณฑก์ ารวัดผลประเมินผล
คะแนนเต็ม 100 คะแนน แบง่ เป็น
คะแนนเก็บระหว่างภาค 80 คะแนน

ทดสอบ 40 คะแนน
ใบงาน/งานทีม่ อบหมาย 30 คะแนน
จติ พสิ ยั 10 คะแนน
สอบปลายภาค 20 คะแนน
วิธ/ี เครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นการวดั ผล

1. สังเกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. สงั เกตพฤติกรรมเปน็ กลมุ่
3. ตรวจแบบทดสอบ
4. ตรวจผลงาน

สอ่ื การสอน
1. หนังสือเรยี น
2. หนังสือที่เกี่ยวข้อง
3. สอ่ื การสอน Power Point
4. วิดที ัศน์

เอกสารประกอบการสอน/เอกสารอ้างอิง/หนงั สืออา่ นประกอบ
ปราณี กองทพิ ย์ และคณะ. หลกั การจัดการ. กรงุ เทพฯ : บรษิ ทั พัฒนาวิชาการ (2535) จำกดั .
2558.

ตารางวเิ คราะห์หลักสตู ร
รหสั วิชา 3200-1002 วิชา หลกั การจัดการ หน่วยกติ 2-2-3 ระดบั ช้ัน ปวส.
จำนวน 4 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ รวม 68 ช่ัวโมง จำนวน 17 สัปดาห์

จดุ ประสงค์

ชื่อหน่วย ความรู้ความจำ
ความเ ้ขาใจ
การนำไปใ ้ช
การ ิวเคราะ ์ห
การ ัสงเคราะห์
การประเ ิมนค่า
รวม
ลำ ัดบความสำคัญ
จำนวน ่ัชวโมง
นำ้ หนักความสำคัญของแตล่ ะจดุ ประสงค์ 10 10 10 10 10 10

1. ทฤษฎีและปฏบิ ัตเิ ก่ียวกับหลักการจดั การ 2 3 2 1 1 1 10 7 8
12
2. หนา้ ท่ใี นการจัดการและกระบวนการการ 5 5 5 2 2 1 20 1 8
บริหาร 8
10
3. การจัดการสมัยใหม่ 2 3 4 2 2 2 10 4 8
4
4. การเปลย่ี นแปลงและพัฒนาองคก์ าร 3 2 2 1 1 1 10 5 10

5. การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นการ 3 2 4 2 2 2 15 3 68
จัดการ

6. จริยธรรมในการจดั การ 2 3 4 1 1 1 10 6

7. กรณศี กึ ษาการจัดการ 3 2 2 1 1 1 10 8

8. หลกั การจดั การในงานอาชพี ตามหลกั 2 3 4 2 2 2 15 2

ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง

รวม 19 21 24 12 12 12 100

ความสำคญั 321456

ตารางแสดงการบรู ณาการ หน่วยท่ี จำนวนข้อสอบ สัปดาหท์ ่ี
คณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์
หลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และ 3 D 1 10 1-2

ที่ เร่อื ง/รายการทบี่ ูรณาการ 2 10 3-5
1 ทฤษฎแี ละปฏิบตั เิ กี่ยวกับหลักการจัดการ
3 10 6-7
บูรณาการเรอ่ื ง สนใจใฝ่รู้ ต้ังใจเรียน
2 หนา้ ท่ีในการจดั การและกระบวนการบริหาร 4 10 8-9

บูรณาการเรอ่ื ง ความรับผดิ ชอบ 5 10 10-11
3 การจัดการสมัยใหม่
6 10 12-13
บรู ณาการเรอ่ื ง ความคดิ สร้างสรรค์
4 การเปล่ยี นแปลงและพัฒนาองคก์ าร 7 10 14-15

บรู ณาการเรื่อง ความมรี ะเบียบวนิ ยั 8 10 16-17
5 การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการจดั การ

บูรณาการเรื่อง การใช้ทรพั ยากรคมุ้ คา่ ประหยดั
6 จริยธรรมในการจัดการ

บูรณาการเรอ่ื ง ความขยัน อดทน ซ่ือสตั ย์
7 กรณศี ึกษาการจัดการ

บูรณาการเรอ่ื ง ความมสี ัมมาคาราวะ สภุ าพออ่ นนอ้ ม
8 หลกั การจัดการในงานอาชพี ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ

พอเพยี ง
บรู ณาการเรื่อง ความมเี หตุผล พอประมาณและพอเพียง

หน่วยการจดั การเรียนรู้

รหัสวชิ า 3200-1002 วิชาหลกั การจดั การ

จำนวน 4 ชัว่ โมง/สัปดาห์

หน่วยที่ ชอื่ หน่วยการจดั การเรยี นรู้ จำนวน สปั ดาห์ที่
ชวั่ โมง
1 ทฤษฎีและปฏิบตั ิเกี่ยวกับหลักการจัดการ 8 1-2
2 หน้าทีใ่ นการจัดการและกระบวนการบรหิ าร 12 3-5
3 การจดั การสมัยใหม่ 8 6-7
4 การเปลีย่ นแปลงและพัฒนาองค์การ 8 8-9
5 การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการ 10 10-11
6 จริยธรรมในการจดั การ 8 12-13
7 กรณีศกึ ษาการจดั การ 4 14-15
8 หลักการจัดการในงานอาชพี ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ 10 16-17

พอเพยี ง 68
รวมชั่วโมง

รายการหนว่ ยการจดั การเรยี นรแู้ ละสมรรถนะที่พึงประสงค์

ชอ่ื หน่วย/ช่ือเรือ่ ง สมรรถนะที่พึงประสงค์

หน่วยที่ 1 1. บอกวิวัฒนาการทฤษฎที างการจัดการได้

ทฤษฎีและปฏิบัตเิ กี่ยวกับหลักการจัดการ 2. อธบิ ายความสัมพันธข์ ององค์การกับการบริหาร

และ

การจัดการได้

3. บอกประเภทขององคก์ ารและวงจรชีวิตของ

องคก์ ารได้

4. อธบิ ายระดบั ของผนู้ ำในองค์การได้

5. บอกทักษะด้านการจัดการได้

6. เขยี นวงจรชีวิตของการจดั การได้

7. อธบิ ายนวตั กรรมทางด้านการจัดการได้

8. อธิบายแนวโนม้ รปู แบบการจัดการในอนาคตได้

9. นกั ศึกษาเปน็ ผู้มีความสนใจใฝร่ ู้ ต้งั ใจเรยี น

หนว่ ยที่ 2 1. บอกความหมายของการวางแผนได้

หน้าท่ใี นการจัดการและกระบวนการ 2. บอกความสำคญั ของการวางแผนได้

บรหิ าร 3. บอกประเภทของการวางแผนได้

4. อธิบายเคร่อื งมอื และเทคนิคในการวางแผนได้

5. อธิบายหลักการและวิธกี ารเขียนโครงการได้

6. เขยี นโครงการได้

7. บอกความหมายและความสำคัญของการจัด

องคก์ ารได้

8. อธิบายกระบวนการจดั ทำโครงสร้างองคก์ ารได้

9. เขยี นเคร่อื งมือทใี่ ช้บง่ ชี้การจดั องค์การได้

10. อธบิ ายหลักการและแนวคิดพน้ื ฐานเพื่อการ

จัดโครงสรา้ งองค์การได้

ชอื่ หน่วย/ช่ือเรอ่ื ง สมรรถนะท่ีพึงประสงค์
11. อธบิ ายเครื่องมอื ท่ีใช้ในการจัดองคก์ ารได้
หน่วยที่ 3 12. อธิบายหลักการมอบหมายงานได้
การจัดการสมยั ใหม่ 13. อธิบายหลักการตดั สนิ ใจของผู้บริหารได้
14. อธบิ ายการจูงใจได้
15. บอกความหมายและความสำคญั ของการ
ควบคมุ ได้
16. อธิบายประเภทการควบคุมได้
17. อธบิ ายเทคนิคและเครือ่ งมือทใี่ ชใ้ นการควบคมุ
ได้
18. อธบิ ายการจัดทำเทคนิคการควบคุมด้วย
โครงข่าย
การปฏบิ ัตงิ านได้
19. นกั ศกึ ษาเป็นผู้มีความรับผิดชอบ
1. บอกความเปน็ มาของแนวคิดปรชั ญาสกู่ าร
จัดการสมัยใหมไ่ ด้
2. อธบิ ายทรัพยากรการจดั การได้
3. อธบิ ายสภาพแวดล้อมของการจัดการได้
4. อธบิ ายการวางแผนกลยทุ ธไ์ ด้
5. อธิบายการจัดการในศตวรรษท่ี 21 ได้
6. อธิบายแนวคดิ ในการสรา้ งความเป็นเลิศทาง
ธรุ กจิ ได้
7. นกั ศึกษาเปน็ ผมู้ ีความคิดสร้างสรรค์

หน่วยที่ 4 1. อธบิ ายมติ ิของการเปล่ยี นแปลงและพัฒนา
การเปล่ยี นแปลงและพัฒนาองคก์ าร องค์การได้

2. จำแนกปจั จัยที่นำไปสู่การเปล่ยี นแปลงและ
พฒั นาองค์การได้

ช่อื หน่วย/ชื่อเรอื่ ง สมรรถนะท่ีพึงประสงค์
3. อธิบายผนู้ ำแห่งการเปล่ียนแปลงและพัฒนา
องค์การได้
4. จำแนกปัจจยั ทมี่ ีอิทธิพลต่อความสำเรจ็ ในการ
เปลยี่ นแปลงและพัฒนาองค์การได้
5. นักศึกษาเป็นผู้มรี ะเบียบวินัย

หนว่ ยท่ี 5 1. บอกความหมายและความสำคญั ของเทคโนโลยี
การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใชใ้ นการ สารสนเทศได้
จดั การ
2. อธบิ ายองคก์ ารธรุ กจิ กับเทคโนโลยีสารสนเทศ
ได้

3. เขียนองคป์ ระกอบของระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศได้

4. สามารถประยุกต์และเลอื กใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศ
เขา้ กับระบบธรุ กิจได้

5. นักศกึ ษาเปน็ ผู้รู้จักใช้ทรัพยากร ค้มุ ค่า
ประหยดั

หนว่ ยที่ 6 1. บอกความหมายและความสำคัญของจริยธรรม
จรยิ ธรรมในการจดั การ ได้

2. บอกโครงสร้างของจริยธรรมได้
3. อธบิ ายวธิ กี ารฝึกอบรมเพื่อพัฒนาและปลกู ฝัง

จริยธรรมได้
4. อธิบายองคก์ ารแหง่ คณุ ธรรมจริยธรรม และการ

จดั การเรียนรู้ได้
5. นักศึกษาเปน็ ผู้ขยนั อดทน และซ่ือสัตย์

ช่ือหน่วย/ช่ือเร่อื ง สมรรถนะท่ีพึงประสงค์

หนว่ ยท่ี 7 1. อธิบายกรณศี ึกษาแนวคิดทฤษฎีองค์การได้
กรณีศึกษาการจดั การ 2. อธิบายกรณีศึกษาการวางแผนได้
3. อธบิ ายกรณีศกึ ษาการจดั องคก์ ารได้
4. อธบิ ายกรณีศึกษาการส่งั การได้
5. อธบิ ายกรณีศึกษาการควบคุมได้
6. อธิบายกรณศี กึ ษาการจดั การสมัยใหม่ได้
7. อธิบายกรณศี กึ ษาการเปลีย่ นแปลงและพัฒนา

องค์การได้
8. อธบิ ายกรณศี ึกษาการนำเทคโนโลยสี ารสนเทศ

มาใช้
ในการจดั การได้
9. กรณศี ึกษาจริยธรรมในการจัดการได้
10. นักศกึ ษาเป็นผูม้ ีสมั มาคาราวะ สุภาพ อ่อนน้อม

หน่วยที่ 8 1. บอกความหมายและความสำคญั ของเศรษฐกจิ
หลกั การจดั การในงานอาชพี ตามหลัก พอเพยี งได้
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. อธิบายกรอบแนวคดิ ของเศรษฐกิจพอเพียงได้
3. อธบิ ายเงื่อนไขของเศรษฐกิจพอเพยี งได้
4. อธบิ ายจดุ มุ่งหมายของเศรษฐกิจพอเพียงได้
5. อธิบายเศรษฐกจิ พอเพียงใจภาคธุรกจิ ได้
5.1 เรอ่ื ง หลักความพอประมาณทางธุรกจิ
5.2 เร่ือง หลกั ความมเี หตุผลในธุรกจิ
5.3 เร่ือง หลักการมีภูมคิ ุ้มกันที่ดีในธุรกจิ
5.4 เรอ่ื ง ความร้แู ละคุณธรรมในธุรกิจ
6. นกั ศกึ ษาเป็นผู้มีเหตุผล พอประมาณ และ

พอเพียง

ชอื่ หน่วย/ชื่อเร่อื ง สมรรถนะท่พี ึงประสงค์

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยที่ 1 1-2
ชื่อวิชาหลักการจัดการ สอนครง้ั ท่ี
ชอื่ หน่วย ทฤษฎแี ละปฏิบตั เิ กี่ยวกับหลักการ ชั่วโมง 4
จัดการ
ชอื่ เรือ่ งหรือชอ่ื งาน ทฤษฎีและปฏบิ ตั ิเก่ียวกบั หลกั การจัดการ จำนวนชัว่ โมง 8
หวั ข้อเรือ่ งและงาน
1. ความสมั พนั ธข์ ององค์การกับการบรหิ ารและการจดั การ
2. ประเภทขององคก์ ารและวงจรชวี ติ ขององคก์ าร
3. ระดบั ของผ้นู ำในองค์การ
4. ทกั ษะด้านการจดั การ
5. ผลสำเร็จขององค์การซึ่งเกดิ จากการจดั การและบรหิ าร
6. ความเปน็ ทฤษฎีและปฏิบตั ิของการจดั การ
7. ยุคประวัตคิ วามเป็นมาของการจดั การ
8. วิวัฒนาการทฤษฎที างการจัดการ
9. ววิ ัฒนาการของแนวความคิดในการจัดการ
10. วงจรชีวิตของการจัดการ
11. นวัตกรรมทางดา้ นการจัดการ
12. แนวโนม้ รปู แบบการจัดการในอนาคต

สาระสำคัญ

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 1

ชอื่ วิชาหลักการจัดการ สอนคร้ังที่ 1-2

ช่ือหน่วย ทฤษฎีและปฏิบัตเิ ก่ียวกับหลักการ ชั่วโมง 4

จัดการ

ชอ่ื เร่อื งหรือช่ืองาน ทฤษฎีและปฏิบตั ิเกยี่ วกับหลกั การจัดการ จำนวนชั่วโมง 8

มนษุ ย์เปน็ สัตวส์ ังคม ไม่สามารถอยไู่ ดต้ ามลำพัง เพราะต้องมีการชว่ ยเหลือซึง่ กนั และกัน สงั คมมนุษย์

จะต้องประกอบดว้ ยคนทกุ เทศทุกวัยท่ีมารวมกลุ่มกนั จำนวนมาก มีความรสู้ ึกทีส่ อดคล้องกัน

มคี วามสัมพนั ธ์โดยทางตรงและทางออ้ มอย่างใดอย่างหนึ่ง มีระเบียบแบบแผนในการดำเนินชวี ิตร่วมกัน

ซ่ึงแบบแผนในการดำเนินชวี ิตไดจ้ ากประสบการณ์ การเรยี นรู้ การสรา้ งสม การสืบต่อ การถา่ ยทอด

วัฒนธรรมจากการอยูร่ ่วมกันงา่ ย ๆ มาสสู่ ังคมที่มีการคิดค้น เครอื่ งมือเคร่ืองใช้และสื่อเพ่ือความเขา้ ใจ

กับบคุ คลอ่ืน เพราะธรรมชาตขิ องมนษุ ยม์ คี วามคดิ และสติปัญญาที่มกี ารพัฒนาและสร้างสรรคส์ ังคมเพอ่ื

ความมัน่ คงปลอดภยั ความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันจงึ ทำให้มนษุ ยต์ ้องวางระบบความสัมพนั ธ์ของกลุ่มคน

ในสังคม โดยจัดระเบียบสงั คมให้แตล่ ะสถาบนั ทางสังคมปฏบิ ัติหนา้ ท่ีหรือแสดงบทบาทของตนให้ถูกตอ้ ง

เหมาะสมเป็น “องคก์ ารและบริหารจดั การ” เพอื่ ให้สังคมดำรงความเป็นปกึ แผ่น มั่นคง ถาวร และ

เจรญิ กา้ วหนา้ สืบไป

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพ่ือให้
1. มีความรคู้ วามเข้าใจความสัมพนั ธ์ขององค์การกับการบริหารและการจัดการ
2. ทราบวิวัฒนาการทฤษฎที างการจัดการ
3. บอกประเภทขององค์การและวงจรชีวิตขององคก์ ารได้
4. อธบิ ายระดับของผนู้ ำในองค์การได้
5. บอกทักษะด้านการจดั การได้
6. เขยี นวงจรชีวติ ของการจัดการได้
7. อธบิ ายนวตั กรรมทางดา้ นการจัดการได้
8. อธิบายแนวโนม้ รปู แบบการจดั การในอนาคตได้
9. นกั ศกึ ษาเป็นผมู้ คี วามสนใจใฝร่ ู้ ตงั้ ใจเรยี น

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 1 1-2
ชื่อวิชาหลักการจัดการ สอนครงั้ ท่ี
ช่ือหน่วย ทฤษฎแี ละปฏิบัตเิ ก่ียวกับหลักการ ชัว่ โมง 4
จดั การ
ช่อื เรอื่ งหรอื ชื่องาน ทฤษฎีและปฏิบตั เิ กี่ยวกบั หลกั การจัดการ จำนวนชว่ั โมง 8

สมรรถนะท่ีพึงประสงค์
ด้านพุทธิพสิ ยั

10. บอกวิวัฒนาการทฤษฎีทางการจัดการได้
11. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ขององค์การกับการบริหารและการจดั การได้
12. บอกประเภทขององคก์ ารและวงจรชีวิตขององค์การได้
13. อธิบายระดับของผนู้ ำในองค์การได้
14. บอกทักษะดา้ นการจัดการได้
15. อธบิ ายนวตั กรรมทางด้านการจัดการได้
16. อธบิ ายแนวโนม้ รูปแบบการจดั การในอนาคตได้

ดา้ นทกั ษะพิสัย

เขยี นวงจรชีวติ ของการจดั การได้

ด้านจิตพิสยั
นักศึกษาเป็นผู้มีความสนใจใฝร่ ู้ ตัง้ ใจเรียน

บูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง/3 D
นกั ศึกษารู้จกั ใชท้ รัพยากรอย่างมคี ุณคา่ ประหยัด ปฏบิ ัติตามกฎและกตกิ าในการเรียน และการอยู่
รว่ มกนั ในหอ้ งเรียน ไม่ทะเลาะววิ าท มคี วามอดทน ช่วยเหลือกัน

เน้อื หาสาระพอสังเขป
1. ความสัมพนั ธข์ ององคก์ ารกับการบริหารและการจดั การ

มนษุ ยเ์ ป็นสตั ว์สงั คม ต้องมีการร่วมกลุ่มเพือ่ ตอบสนองความต้องการของตนเองและหมคู่ ณะ ซึ่งต้อง
ร่วมมือปฏบิ ตั ิกิจกรรมตา่ ง ๆ ทำใหเ้ กิดเป็นองคก์ าร (Organization) เพอื่ ให้ประสบความสำเรจ็ ตาม
วัตถปุ ระสงค์และเปา้ หมาย จึงต้องอาศัยข้อเทจ็ จริงจากความรคู้ วามสามารถของการตัดสนิ ใจ
ใชท้ รพั ยากร (การจดั การ) รวมถึงวธิ ีการลำดับขั้นตอน กระบวนการปฏิบัติงาน กฎเกณฑ์ กตกิ า
(การบริหาร) ทเ่ี หมาะสม
ดงั น้ัน ถ้าไมม่ ีองคก์ ารกไ็ ม่ต้องมกี ารจดั การและการบรหิ าร หรือถา้ ไม่มคี วามต้องการกค็ งไมต่ ้อง
รวมตัวกนั ทำให้เกดิ องค์การ นั่นเอง

2. ประเภทขององค์การและวงจรชวี ติ ขององคก์ าร
มนุษย์ถือว่าเป็นสตั วท์ ี่ประเสริฐถอื วา่ ก่อกำเนดิ จากการรวมกลุ่ม หรอื เป็นสตั ว์สังคมอยู่คนเดียวไม่ได้
กลุ่มบคุ คล ทมี งาน มหี ลายประเภทตามลักษณะการเกิดขึน้ ของสังคม เชน่

1. องค์การที่เกิดขน้ึ ตามธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ครอบครัว หมู่บ้าน รัฐ ประเทศ ชาติ
ศาสนา

2. องค์การทเ่ี กิดขน้ึ จากการจัดต้งั ข้นึ มา ได้แก่ หน่วยงานทางธรุ กจิ ตำบล อำเภอ
จงั หวดั

3. องค์การทีเ่ กดิ ขน้ึ แบบเป็นทางการ ไดแ้ ก่ กล่มุ คนหรือทีมงานตามอำนาจหนา้ ที่ และ
ความรับผิดชอบตามสายงานการบังคบั บัญชา และเกดิ ขนึ้ แบบไม่เปน็ ทางการ ไดแ้ ก่
กลมุ่ เพ่ือสนิท กลุ่มเพื่อนเดนิ ทางทอ่ งเทย่ี ว ทศั นาจร กลมุ่ เพ่ือนทส่ี นใจในเร่ือง
เดียวกัน ซ่ึงไมผ่ กู พนั ชัดเจน

4. องค์การทเี่ กดิ ขึ้นจากากรแก้ไขปัญหาในลักษณะการบรหิ ารงาน ไดแ้ ก่ องคก์ าร
ภาครัฐ ไดแ้ ก่ กระทรวง ทบวง กรม กอง แผนก คณะกรรมการอาหารและยา
ฯลฯ องค์การภาคเอกชน ได้แก่ ห้างหนุ้ ส่วน บริษัทจำกัด ธนาคาร สำนักงาน
ฯลฯ

5. องคก์ ารทเ่ี กิดข้ึนจากความสัมพันธ์ระหวา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ องคก์ ารสหประชาชาติ
สำนักงานเงินคณะกรรมการเงินกองทุนสำรองระหวา่ งประเทศ กลมุ่ ประเทศอาเซียน
ฯลฯ

6. องคก์ ารอนื่ ๆ ที่มีลักษณะการเกดิ ทแ่ี ตกต่างจากทก่ี ล่าว
วงจรชีวิตขององค์การแบง่ เป็นลำดับขนั้ ตอนออกเป็น 5 ขัน้ ตอน ดงั นี้

1. ขั้นการเป็นธรุ กิจแบบผู้ประกอบการ (Entrepreneurial Stage) คือ ข้นั เกดิ ใหม่ของ
องค์การเปา้ หมายต่าง ๆ จะไม่ชัดเจน แต่การคิดริเร่มิ สรา้ งสรรค์ส่งิ ใหม่จะทำไดม้ าก

2. ขัน้ การรวมพลัง (Collectivity Stage) เป็นการดำเนนิ ตอ่ เนอ่ื งด้วยการคิดรเิ ร่ิมและ
สร้างสรรคต์ อ่ จากขัน้ ตอนแรก

3. ขนั้ การจดั ระบบเปน็ ทางการและการควบคมุ (Formalization and Control
Stage) ขัน้ น้ีโครงสร้างองคก์ ารเริม่ จะปรับตวั คงทแี่ ละเขา้ รปู

4. ขนั้ ตอนโครงสร้างที่เบง่ บานขยายตัว (Elaboration of Structure Stage) เป็น
ขั้นตอนท่อี งค์การไดม้ ีการขยายตลาดผลิตภณั ฑ์และบริการออกไป

5. ขน้ั การถดถอย (Decline Stage) ผลท่ตี ามมาจากการแข่งขันจะทำใหต้ ลาดหดตัวลง
หรอื ความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการเริม่ จะลดนอ้ ยถอยลง

3. ระดับของผ้นู ำในองคก์ าร
ระดบั ของผู้นำในองคก์ าร จัดแบง่ เป็น 3 ระดับ

1. การจัดการระดับตน้ (First Line Management) มีผนู้ ำระดับต้น เรียกวา่
“หัวหนา้ งาน” (Supervisor)

2. การจัดการระดบั กลาง (Middle Management) มผี ู้นำระดบั กลาง เรยี กว่า
“ผู้จดั การ” (Manager)

3. การจัดการระดบั สูง (Top Management) มีผ้นู ำระดับสงู เรยี กว่า “ผู้บรหิ าร”
(Executive)

4. ทักษะดา้ นการจัดการ
ทกั ษะหรอื ความชำนาญความสามารถท่คี วรปลกู ฝังและพัฒนาแก่ผูน้ ำหรอื ผูบ้ รหิ าร ประกอบด้วย

1. ทักษะดา้ นเทคนิค (Technical Skill) คือ ความสามารถในการปฏิบัตงิ านดว้ ยความ
เชย่ี วชาญตามสาขาอาชพี โดยการใชฝ้ ีมือหรือการใชอ้ ุปกรณ์ต่าง ๆ ด้วยมือ

2. ทกั ษะด้านมนุษยส์ ัมพันธ์ (Human Relations Skill) คือ ความสามารถในการใช้
วธิ ีการตา่ ง ๆ จงู ใจให้สมาชิกในองค์การรว่ มมอื ร่วมใจในการทำงานตามวตั ถุประสงค์
ท่ีตงั้ ไว้

3. ทักษะด้านความคิด (Conceptual Skill) คือ ความสามารถในการคดิ วิเคราะห์การ
ใชว้ จิ ารณญาณรเิ ริ่มสร้างสรรค์เพ่ือนำมาใชใ้ นการตดั สินใจการวางนโยบายการ
วางแผนหรอื เตรยี มวธิ กี ารปฏบิ ตั ิงานต่าง ๆ

5. ผลสำเร็จขององค์การซ่ึงเกิดจากการจัดการและบริหาร
ในการวดั ผลการทำงานประกอบด้วยการกำหนดเปา้ หมายและการเทียบผลการทำงานกบั เป้าหมายท่ี
เราตง้ั ไว้ การวัดผลการทำงานทั้งทีต้องมีดัชนีวัดท่เี ป็นรูปธรรม อาทเิ ช่น การวดั ด้วยดัชนวี ดั ง่าย ๆ
(ในระยะเรม่ิ ตน้ คอ่ ยเรียนรไู้ ปกอ่ น/พวกชอบคดิ ยาก ๆ แต่ทำไมไ่ ด้ผล) หรอื วัดซับซ้อนขึน้ ไปเรอ่ื ย ๆ
เชน่ วดั ปริมาณ วัดคุณภาพ ความถูกต้อง รวดเร็ว ครบถ้วน ความถึงพอใจของผู้ใชบ้ ริการ
ตน้ ทุน ค่าตอบแทน ความประหยดั (Economy) ประสิทธิภาพ (Efficiency) ประสิทธผิ ล
(Effectiveness) ผลิตภาพ (Productivity) ผลสมั ฤทธิ์ (Result) และความสขุ (Happiness)
จากเศรษฐกจิ พอเพียง (Sufficiency Economy)

6. ความเปน็ ทฤษฎแี ละปฏิบัติของการจัดการ
สว่ นประกอบของศาสตรใ์ นการบรหิ ารจัดการ (Science) คือ ความรทู้ ี่ไดจ้ ัดระบบแล้วคุณลกั ษณะท่ี
สำคัญของศาสตรแ์ ขนงใดก็ตาม คือ วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ (อาศยั หลกั เหตุผล)
ได้พฒั นาความรู้ ดังนั้น ศาสตร์จงึ ประกอบด้วย ความคิดเห็น ทฤษฎี ความรูท้ ่ีสะสมไว้โดยพัฒนา
จากสมมติฐาน การทดลอง การวเิ คราะห์ ซ่ึงแตกต่างจากแนวคดิ ของหลกั วิทยาศาสตร์ (The
Scientific Approach) มีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน คอื

1. แนวความคดิ ทช่ี ดั เจน (Clear Concept) คอื ภาพลักษณ์ด้านจติ ใจของส่ิงใดสง่ิ
หนึง่ ซ่ึงกำหนดโดยการสรปุ จากรายละเอยี ดของสงิ่ ตา่ ง ๆ

2. วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific) หมายถึง การพิจารณาข้อเทจ็ จริงผ่านการ
สงั เกต หลังจากการจดั ประเภทและการวเิ คราะหข์ ้อเท็จจรงิ

3. ทฤษฎี (Theory) หมายถึง การจดั กลุ่มอย่างมรี ะบบของความคดิ และหลกั เกณฑท์ ่ี
ขึ้นแกก่ ัน ซงึ่ กำหนดโครงร่างการทำงาน หรือการนำความรมู้ ารวมกันเป็น
ความสำคัญในเร่ืองใดเรอื่ งหน่งึ

7. ยคุ ประวตั คิ วามเป็นมาของการจดั การ
ความเปน็ มาของการจัดการ (History of Management) แบง่ ออกเป็นยคุ 4 ยคุ ไดแ้ ก่
ยคุ ท่ี 1 ยคุ โบราณ เชอื่ วา่ มนุษยเ์ ปน็ สัตว์สังคม เกิดการรวมตัวกันเพื่อความอยรู่ อดของชีวติ และ
ทรัพยส์ นิ ของตนเองและพวกพอ้ งจากส่ิงท้ังหลายทั้งปวงในยคุ นัน้
ยุคที่ 2 ยุคเกษตรกรรม เม่ือกาลเวลาเปล่ียนแปลงไปประชากรเพิม่ มากขึ้น ความต้องการกม็ ากขนึ้
จำนวนองค์การและขนาดขององคก์ ารก็มากขน้ึ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัดไม่
พอเพียงกบั ความตอ้ งการ การจัดการนา่ จะเกิดข้ึน จากการเรยี นรจู้ ากธรรมชาติ โดยการรู้จกั ใช้
ปัจจัยนำเข้า
ยุคท่ี 3 ยคุ การปฏบิ ตั ิอตุ สาหกรรม ประมาณศตวรรษท่ี 18 จากการเลียนแบบธรรมชาติ การลอง
ผิดลองถูกเป็นพนื้ ฐานความรู้ จนมผี ู้ประดิษฐ์เครอื่ งจักรไอน้ำ เคร่อื งจักรกล เครอ่ื งยนต์
ไปแทนแรงงานมนษุ ย์และสัตว์มากขึ้นความรูด้ า้ นการจัดการเร่มิ โดดเดน่ ขึ้น ด้วยการรูจ้ ักใชป้ ัจจัย
นำเข้าในยคุ น้ีคอื เครอื่ งจกั รกลอยา่ งแพร่หลาย ทำให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงสังคมเกษตรกรรมมาเปน็
สงั คมอตุ สาหกรรม

8. ววิ ัฒนาการทฤษฎที างการจัดการ
ทฤษฎีทางการบริหารและการจัดการ มผี ู้ศกึ ษา คน้ ควา้ และพิสจู น์จนสรุปออกมาเป็นทฤษฎี ดงั รปู

1. การจดั การแบบคลาสสิค (Classical Management)
1.1 การจดั การตามหลกั วิทยาศาสตร์ (Scientific Management)
1.2 การจดั การตามระบบราชการ (Bureaucratic Management)
1.3 การจดั การแบบหลกั การบริหาร (Administrative Management)

2 การจัดการเชิงพฤตกิ รรมศาสตร์ (Behavioral Management)
2.1 จิตวทิ ยาอุตสาหกรรม (Industrial Psychology Management)
2.2 ระบบสังคมในการจัดการ (The Social System Management)
2.3 การจงู ใจในการจดั การ (Motivation Management)
2.4 ทฤษฎี X ทฤษฏี Y (Theory X Theory Y)

3 การจดั การเชิงปริมาณ (The Quantitative Management)
3.1 ศาสตร์การจัดการ (Management Science)
3.2 การจดั การการปฏิบตั งิ าน (Operations Management)
3.3 ระบบข้อมูลการจัดการ (Management Information Systems :

MIS)
4 การจัดการสมยั ใหม่ (Modern Management)

4.1 ทฤษฎรี ะบบ (Systems Theory)
4.2 ทฤษฎกี ารจดั การเชงิ สถานการณ์ (Contingency Management)
4.3 ทฤษฏี Z ของ Quchi (Ouchi’s Theory Z)
4.4 การค้นหาความเปน็ เลศิ ขององคก์ าร (Excellene)
4.5 การรือ้ ปรบั ระบบ (Reengineering)
4.6 องคก์ ารแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)
4.7 การบริหารคณุ ภาพโดยรวม (Total Quality Management)
4.8 การจดั การความรู้ (Knowledge Management)

9. วิวัฒนาการของแนวความคิดในการจัดการ
แนวความคดิ ววิ ัฒนาการ

1. แนวความคดิ แบบด้ังเดิม
1.1 การบรหิ ารจดั การแบบวทิ ยาศาสตร์

1) การบรหิ ารแบบวทิ ยาศาสตร์ (Frederick W. Taylor)
2) สง่ิ จูงใจด้านคา่ ตอบแทน (Henry L. Gantt)
3) การศึกษาเวลาและการเคลื่อนไหวในการทำงาน (Frank &

Gilbreth)
4) ประสิทธภิ าพขององคก์ าร (Harrington Emerson)
1.2 ทฤษฏอี งคก์ ารแบบดง้ั เดิม
1) การปฏิบัตกิ ารหลักการบริหาร (Henri Fayol)
2) การบริหารจัดการแบบระบบราชการ (Max Weber)
2) แนวความคดิ แบบเชงิ พฤติกรรมศาสตร์
1) จติ วทิ ยาอุตสาหกรรม (Hogo MUsterberg)
2) สังคมวิทยาไปสกู่ ารบริหารจดั การ (Elton Mayo)
3) ระบบสงั คมบรหิ าร (Chester Barnard)
4) การเคลอ่ื นไหวทางด้านร่างกายดา้ นมนษุ ยสัมพนั ธ์

5) การจูงใจ ลำดับขน้ั ตอนความต้องการ (Abraham Maslow)
6) ทฤษฎี X ทฤษฎี Y (Douglas McGregor)
3. แนวความคดิ แบบเชิงปรมิ าณ
1) วิทยาการจดั การ
2) การจัดการการปฏิบัตกิ าร
4. แนวความคดิ ทฤษฎรี ะบบ
5. แนวความคดิ ทฤษฎกี ารบริหารจัดการเชงิ สถานการณ์
6. แนวความคดิ ทฤษฎกี ารบรหิ ารจัดการแบบญป่ี ุ่น
7. แนวความคิดทฤษฎี Z ของ Ouchi
8. แนวความคิดการค้นหาความเป็นเลศิ ขององคก์ าร
9. แนวความคิดองคก์ ารแหง่ การเรยี นรู้
10. แนวความคิดการรื้อปรับระบบ
11. แนวความคดิ การบริหารจัดการคณุ ภาพโดยรวม

10. วงจรชีวิตของการจดั การ
วงจรชีวิตของการจัดการ (Management Life Cycle) แบง่ ออกเป็น 4 ข้ันตอน คอื

1. ช่วงการเกดิ (Birth Phase) จะมแี นวความคิดท่ีเรยี บงา่ ย ไม่ซับซ้อนมากนกั และ
มักจะให้ความสำคญั กับความอยู่รอด

2. ชว่ งการเจรญิ เติบโต (Growth Phase) เม่ือองค์การผา่ นพ้นชว่ งการเกิด และ
ประสบความสำเรจ็ ในการแกป้ ญั หาหรือดำเนนิ การอยู่รอดแลว้ มักจะกำหนด
จดุ มุ่งหมายขององคก์ ารเด่นชดั ขึน้

3. ชว่ งอ่ิมตัว (Maturity Phase) องคก์ ารจะดำเนินงานอย่างเต็มกำลัง และมีการ
ขยายงาน
ในทุกดา้ นเพอื่ ให้เกดิ การประหยัดโดยขนาด (Economy of Scale) แต่งองคก์ ารจะมี
การขายตัวล่าชา้ ลง มีโครงสรา้ งทซี่ ับซอ้ น มขี ้นั ตอนการทำงาน ทำใหต้ อบสนองต่อ
การเปลย่ี นแปลงไดช้ ้าลง

4. ช่วงการเส่ือม (Decline Phase) ตลาดขององค์การจะเริม่ อ่ิมตวั และถดถอยสนิ ค้า
และบรกิ ารจะลา้ สมัย มกี ารค้นพบและสรา้ งสรรค์นวัตกรรมใหมล่ ดลง เป็นสาเหตใุ ห้
การเจรญิ เติบโตขององค์การลดลง ยอดขายลดลง และกำไรลดลง

11. นวตั กรรมทางดา้ นการจัดการ

ศาสตร์ในการบริหารจัดการ ย่อมเปลี่ยนแปลงและแปรผันไปตามสภาพแวดล้อม เพือ่ ใหส้ ามารถ

รองรบั การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สังคมและเศรษฐกิจ ในแตล่ ะยคุ แต่ละสมัย ซึ่งสามารถสรุป

นวัตกรรมจากช่วงทศวรรษที่เปลยี่ นแปลงไป ได้ดงั ต่อไปนี้

ทศวรรษ นวตั กรรมทางการจัดการ

กอ่ น ค.ศ.1960 เนน้ คนเป็นเครอ่ื งจกั ร คนเปน็ เศรษฐทรัพย์ เป็นแรงงานเพอ่ื การผลติ ทฤษฎี X

เน้นประสิทธภิ าพของการทำงานเป็นการเฉพาะ

ค.ศ. 1960 เรม่ิ ให้ความสำคัญในคุณค่าของมนษุ ย์มากขนึ้ (ในซีกโลกตะวนั ตก ซ่ึงตรงกับ

วัฒนธรรมองค์การในซึกโลกตะวันออก เชน่ ญี่ปุ่น) เกิดทฤษฎใี หม่ เรียกวา่

ทฤษฎี Y เน้นประสทิ ธภิ าพของการทำงานควบคู่กนั ไปกับคณุ คา่ ของงาน

ค.ศ. 1970 การบรหิ ารเชงิ มุ่งหวงั ผล เน้นวัตถุประสงค์ (Management by Objective :

MBO) การเน้นคุณภาพชวี ิตในการทำงาน (Quality of Work Life)

ค.ศ. 1980 กล่มุ ควบคมุ คุณภาพ (Quality Control Circle)

เนน้ ประสิทธภิ าพและประสิทธผิ ลในการทำงาน (Work Productivity)

การบรหิ ารการจัดการเชิงคณุ ภาพรวม (Total Quality Management :

TQM)

ค.ศ. 1990 ระบบการเอ้อื อำนาจ (Empowerment) เพ่ือเชื่อมโยงระหว่าง ภาวะผู้นำ

(Leadership) กับการมอบหมายงาน (Delegating)

ระบบรเี อน็ จเิ นียริ่ง (Reengineering) เปน็ การปรับร้ือระบบ โดยการคดิ ใหม่

ทง้ั หมดให้เริม่ ตน้ กันใหมด่ ้วยแนวทางท่ถี ูกต้อง

ระบบองค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) เพื่อเน้นศักยภาพและ

ความสามารถในการเรยี นรู้ร่วมกนั เปน็ ทีมของบุคคลและองค์กรในระยะยาว

ศตวรรษท่ี 21 ระบบการจดั การความรู้ (Knowledge Management) ซง่ึ เป็นแนวคดิ ทีเ่ สริม

ระบบการพฒั นาองคก์ ารแห่งการเรยี นรใู้ ห้เป็นรปู ธรรมมากยิ่งข้ึน

12. แนวโนม้ รูปแบบการจดั การในอนาคต
การบรหิ ารและการจดั การในอนาคตในอนาคตจะมีลกั ษณะ ดังน้ี

1. มีความเปน็ โลกาภิวัตน์ (Globalization) เม่ือประเทศต่าง ๆ ไร้พรมแดนทำให้ต้อง
แขง่ ขนั การผลิตและจำหนา่ ยสินคา้ ระหว่างประเทศกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง
เพื่อลดตน้ ทุน และเพ่ิมขีดความสามารถในการแขง่ ขนั จึงเผชญิ กบั โอกาสและ
อุปสรรคในตลาดโลกไปพรอ้ ม ๆ กัน

2. มคี วามหลากหลายทางด้านแรงงาน (Workforce Diversity) มีการอพยพของ
แรงงานระหวา่ งประเทศมากขึน้ ไมม่ กี ารกีดกันเพศ เชอ้ื ชาติ ชาตพิ ันธุ์ และอายุ เกิด
ปญั หาด้านสงั คม วัฒนธรรม และพฤติกรรมองค์การ

3. มคี วามเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น (Entrepreneurship) ผบู้ ริหารยคุ ใหมจ่ ะต้องมี
จิตสำนึกของความเป็นเจา้ ของ ผู้บุกเบิก เพื่อแสวงหาโอกาส รเิ รม่ิ ศึกษาและ
ตดิ ตามสภาพแวดล้อมทเี่ ปล่ียนแปลง และปรับตัวยดื หยุ่นเพื่อให้องคก์ ารประสบ
ความสำเรจ็ และเจรญิ ก้าวหน้าไปตลอด

4. มีการจัดการในรปู แบบ E-Business วทิ ยาการของระบบเครอื ขา่ ยการส่ือสารและ
คอมพิวเตอร์ได้เสนอตัวรองรับธรุ กรรมตา่ ง ๆ ทางธุรกจิ

5. มคี วามจำเปน็ ตอ้ งเปล่ียนแปลงและยดื หยนุ่ (Need for Innovation and
Flexibility) จากความเปลย่ี นแปลงของสภาพแวดล้อม สง่ ผลต่อพฤติกรรมและ
ความตอ้ งการของผู้บรโิ ภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกทั้งคู่แขง่ ขนั ทางการคา้ มกี าร
พฒั นาอยเู่ สมอ สภาพเศรษฐกิจ สงั คม และโลกาภวิ ัฒน์รุนแรง องคก์ ารจึงต้องปรับตัว
ให้ยดื หยนุ่ ตามความเปลี่ยนแปลง เพือ่ ความอยรู่ อดและเจริญเติบโตในทุกสภาวการณ์

6. การจัดการเชิงคุณภาพ (Quality Management) เนน้ คณุ ภาพโดยรวม (Total
Quality Management : TQM) เปน็ ปรชั ญาการปรบั ปรุงคุณภาพอย่างต่อเนอ่ื ง
และตอบสนองความต้องการของลูกคา้ เปน็ สำคัญ จะตอ้ งทำงานเป็นทีม สรา้ งทีมงาน
ทมี่ ปี ระสิทธิภาพเพ่ือคณุ ภาพอยา่ งต่อเนือ่ งในการผลติ สินคา้ หรือบรกิ าร

7. องค์การแหง่ การเรียนรู้ (Learning Organization) เป็นรูปแบบขององค์การใน
อนาคต
ท่จี ะต้องพร้อมรับสภาพแวดล้อมที่เปล่ยี นแปลง เป็นองคก์ ารที่ขยายขอบเขต
ความสามารถในการสร้างอนาคตองค์การอยา่ งต่อเนือ่ งโดยการเรยี นรู้ เพอื่ ความอยู่

รอด เพอื่ การปรับตัว และเพ่ือการเปลยี่ นแปลงผู้บริหารในองคก์ ารแห่งการเรยี นร้ทู ่ี
ต้องสนบั สนนุ ให้บคุ ลากรทั้งหมดขององค์การ มศี ักยภาพในการเรียนรู้
มีการแลกเปลย่ี นข้อมูลให้ทันสมยั ผู้บริหารองค์การแหง่ การเรียนรูจ้ ึงจอ้ งรูจ้ ักฟัง จูง
ใจ สอนงาน และถนอมรักษา พนักงานของตนแทนที่จะส่ังการหรือนัยหนง่ึ ต้องลด
ตวั เองจากเจา้ นายลงมาเปน็ หัวหน้าทีม เพ่ือจะใกล้ชิดกับลกู นอ้ งมากข้นึ
8. ธรรมะในการทำงาน (Workplace Spirituality) องคก์ ารจะตอ้ งเป็นสถานท่ีมี
ความหมาย
ต่อจิตใจของพนักงาน เปน็ ท่ีซึ่งจะใหค้ วามรัก สามัคคี ความอบอนุ่ เอ้ืออาทรต่อกนั
เหมอื นบานทีส่ อง เปน็ ที่รวมของจติ วิญญาณของพนักงาน ผู้บริหารองคก์ ารอาจจัด
ให้มีการอบรมใหค้ วามรทู้ างธรรมะ
ฝกึ สมาธิ ให้พนกั งานเข้าใจสัจจธรรมชีวติ เพื่อให้ท่ที ำงานเป็นสถานทพี่ นกั งานร้สู กึ
ผกู พัน และทำงานอย่างเป็นสุข
กิจกรรมการจดั การเรยี นรู้ (จัดกจิ กรรมให้สอดคล้องกบั สมรรถนะทพ่ี ึงประสงค์)
ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูช้แี จงวตั ถปุ ระสงคข์ องการเรียนรู้
2. ครตู งั้ คำถามให้นักศกึ ษาร่วมแสดงความคดิ เหน็ เรื่อง “การจดั การ” มคี วามหมายว่า
อยา่ งไร

ขน้ั สอน
1. ครูอธิบายความหมายของการจดั การ และสรุปความหมายของการจดั การของนักศึกษาทไี่ ด้
แสดงความคดิ เหน็ ไว้
2. ครแู บง่ นักศึกษาออกเปน็ 6 กลุ่ม ให้ค้นหาตัวอยา่ งของกิจกรรมในการจัดการจากสอ่ื
ต่าง ๆ ในห้องสมุด

ข้ันสรุป
1. ครแู ละนักศกึ ษารว่ มกันสรปุ โดยมีวิธีการ ถาม-ตอบ
2. ครใู หน้ กั ศึกษาทำกจิ กรรมทา้ ยบท

3. ครใู หน้ ักศกึ ษาทำแบบทดสอบ และทำการตรวจคำตอบ

สือ่ การจดั การเรยี นรู้
แหลง่ การเรียนรู้
5.หนังสือเรยี น
6.หนังสอื ทีเ่ กยี่ วข้อง
7.สือ่ การสอน Power Point
8.วิดีทัศน์

การประเมินผลการจดั การเรยี นรู้ (ใหส้ อดคล้องกบั สมรรถนะที่พงึ ประสงค์)
ก่อนเรียน
- สังเกตความสนใจและตัง้ ใจเรยี น

ขณะเรยี น
- สงั เกตการณ์เรียนดูพฤติกรรมเปน็ รายบคุ คล
- สังเกตการณม์ ีส่วนร่วมในห้องเรยี น การตอบคำถาม การเขา้ กิจกรรมกลมุ่
- สงั เกตความรบั ผดิ ชอบ มีความสนใจใฝ่รู้

หลงั เรียน
- ประเมนิ ความรับผดิ ชอบ มีความสนใจใฝ่รู้
- ตรวจผลงานท่ีมอบหมายให้ปฏิบัติ
- ตรวจเฉลยแบบทดสอบ
- ดูความสนใจใฝ่รู้

แบบทดสอบหรือใบงาน (ถ้ามี)
แบบประเมินผลการเรยี นรู้หน่วยท่ี 1
พจิ ารณาเลอื กคำตอบท่ีถกู ต้องที่สดุ เพียงคำตอบเดยี ว

1. ขอ้ ใดกลา่ วถูกต้อง
ก. เพราะมอี งค์การจึงต้องมีการจดั การและการบริหาร
ข. เพราะมีการจดั การจงึ ตอ้ งอาศัยการบรหิ ารและองคก์ าร
ค. เพราะความต้องการจงึ ทำให้เกิดการจัดการและการบริหาร
ง. เพราะความตอ้ งการจงึ เกดิ องค์การและการบรหิ าร
2. ขอ้ ใดแสดงความสัมพนั ธก์ ันอยา่ งถูกต้อง
ก. สมอง=องค์การ ข. หวั ใจ=การจัดการ
ค. จิตใจ=การบริหาร ง. รา่ งกาย=องค์การ
3. ข้อใดเปน็ การตดั สนิ ใจใชท้ รัพยากรไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกับปญั หา สถานการณแ์ ละเป้าหมาย
ก. องค์กร ข. องค์การ
ค. การจัดการ ง. การบรหิ าร
4. ผ้จู ัดการฝ่ายบุคคล คอื ผู้บรหิ ารระดบั ใด
ก. ระดบั สงู ข. ระดบั ต้น
ค. ระดบั ต่ำ ง. ระดับกลาง
5. ผบู้ รหิ ารทกุ ระดับควรมีทกั ษะการจดั การตามข้อใดเทา่ เทียมกัน
ก. ทกั ษะด้านความคิด ข. ทกั ษะดา้ นเทคนคิ
ค. ทกั ษะดา้ นมนุษยส์ ัมพนั ธ์ ง. ทกั ษะดา้ นการบรหิ ารจัดการ
6. ข้อใดใหค้ วามสำคญั กับการจดั ทำโครงสร้างงาน โครงสรา้ งคน
ก. การวางแผน ข. การช้ีนำ/ชกั นำ
ค. การจัดองค์การ ง. การควบคุม
7. ขอ้ ใดเปน็ ศาสตร์ดา้ นการจัดการ
ก. ความรู้ ข. ความคดิ
ค. ความสามารถ ง. ความพยายาม
8. ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงควรอยใู่ นการยคุ ใด
ก. ยคุ โบราณ ข. ยคุ เกษตรกรรม
ค. ยุคอุตสาหกรรม ง. ยุคโลกาภวิ ตั น์

9. ทฤษฎีการจดั การขอ้ ใดใหค้ วามสำคญั กบั One best way
ก. แบบคลาสสกิ ข. แบบเชงิ พฤติกรรม
ค. แบบเชิงปริมาณ ง. แบบการจัดการสมยั ใหม่

10.ข้อใดเปน็ การจัดการแบบคลาสสกิ
ก. ทฤษฎี X ทฤษฎี Y ข. การจดั การการปฏิบตั กิ าร
ค. การจงู ใจในองค์การ ง. การจัดการตามระบบราชการ

เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน
1. ก
2. ง
3. ค
4. ง
5. ค
6. ค
7. ก
8. ข
9. ก
10. ง

บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้

............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................

ผลการเรียนของนกั เรียน
............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ผลการสอนของครู
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................

แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยท่ี 3

ชอื่ วิชาหลกั การจัดการ สอนครั้งท่ี 6-7

ชอื่ หน่วย การจัดการสมัยใหม่ ช่วั โมง 4

ชอ่ื เร่ืองหรอื ช่ืองาน การจดั การสมยั ใหม่ จำนวนชวั่ โมง 8

หวั ข้อเรอ่ื งและงาน

13. ความเปน็ มาของแนวความคิดปรัชญาสู่การจัดการสมัยใหม่

14. ทรัพยากรการจัดการ

a. ทรพั ยากรมนุษย์

b. ทรพั ยากรการเงิน

c. ทรพั ยากรกายภาพ

d. ทรัพยากรข้อมูล

15. สภาพแวดลอ้ มของการจัดการ

a. การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก

b. การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายใน

16. การวางแผนกลยุทธ์

สาระสำคญั

จากสังคมของมนุษย์ยคุ ดึกดำบรรพส์ ู่สังคมเกษตรกรรม เขา้ สยู่ คุ การปฏบิ ัตวิ ตั ิอตุ สาหกรรมและโน้มนำหา

โลกาภวิ ัตน์ มบี างคนคาดการณ์จะเข้าสู่ยุคหุน่ ยนต์ สภาพของสงั คมมีผลต่อการกำเนนิ ขององค์การที่

แตกตา่ งกัน เพราะองค์การได้เกิดขน้ึ ตามความเจรญิ และต้องการ ของวทิ ยากรเทคโนโลยีทที่ ำให้เกดิ

ความจำเปน็ ต่อการระดมทรัพยากรและคนเขา้ ทำงานใหเ้ กิดผลสำเร็จทำให้มีทฤษฎอี งคก์ ารกำเนินขึ้น

ตง้ั แต่ระยะตน้ ของศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมาถึงปัจจุบนั

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เพือ่ ให้
10. บอกความเป็นมาของแนวคิดปรชั ญาสกู่ ารจัดการสมัยใหม่ได้
11. อธิบายทรพั ยากรการจดั การได้
12. อธบิ ายสภาพแวดล้อมของการจัดการได้
13. อธิบายการวางแผนกลยุทธไ์ ด้
14. อธิบายการจัดการในศตวรรษท่ี 21 ได้

แผนการจัดการเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 3
ช่ือวิชาหลกั การจดั การ สอนคร้ังท่ี 6-7
ชื่อหน่วย การจดั การสมัยใหม่ ชั่วโมง 4
ช่อื เร่ืองหรอื ชอ่ื งาน การจดั การสมยั ใหม่ จำนวนชวั่ โมง 8
15. อธิบายแนวคิดในการสรา้ งความเปน็ เลิศทางธุรกิจได้
16. นักศกึ ษาเปน็ ผู้มคี วามคดิ สร้างสรรค์

สมรรถนะท่พี ึงประสงค์ (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)
ดา้ นพุทธพิ สิ ยั

8. บอกความเป็นมาของแนวคิดปรชั ญาสู่การจัดการสมัยใหม่ได้
9. อธิบายทรัพยากรการจัดการได้
10. อธิบายสภาพแวดล้อมของการจัดการได้
11. อธบิ ายการวางแผนกลยทุ ธไ์ ด้
12. อธบิ ายการจัดการในศตวรรษที่ 21 ได้

ดา้ นทกั ษะพสิ ัย
วิเคราะห์แนวคิดในการสรา้ งความเป็นเลิศทางธรุ กิจได้

ดา้ นจติ พิสยั (คณุ ธรรม จรยิ ธรรม)
นกั ศกึ ษาเปน็ ผู้มีความคิดสร้างสรรค์

บูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง/3 D
นักศึกษาสามารถนำความรจู้ ากการศึกษาเลา่ เรียนไปประกอบการตัดสินใจและเพื่อเป็นภมู คิ มุ้ กันให้
ตวั เอง ด้วยการเป็นผู้มคี วามสนใจใฝ่รู้ ต้ังใจเรยี น

เน้อื หาสาระพอสังเขป
1. ความเป็นมาของแนวความคิดปรชั ญาสูก่ ารจัดการสมัยใหม่

แนวความคดิ ด้านทฤษฎีองค์การข้ึนอยู่กับความสมเหตสุ มผลตามสถานการณ์ ซง่ึ เป็นการม่งุ เนน้ เรือ่ ง
ประสทิ ธภิ าพและการรักษาสถานภาพขององค์การไว้ โดยผบู้ รหิ ารต้องปรับกลยุทธต์ า่ ง ๆ เพื่อให้
ผลงานสำเรจ็ ด้วยการออกแบบโครงสรา้ งและกระบวนการบริหารที่มเี หตุผลเพ่ือใหเ้ หมาะสมกบั
สถานการณ์ตา่ ง ๆ ของสภาพแวดล้อม เทคโนโลยี และปจั จยั อื่น ๆ ในองค์การทัง้ ภายในและ
ภายนอกองค์การ ซ่ึงการมองเป็นระบบและการมองทีจ่ ุดมุ่งหมายของโครงสร้างเป็นเกณฑ์ เม่ือ
พิจารณาแยกออกเปน็ แนวความคิดของทฤษฎอี งคก์ ารท่ีแตกต่างกนั ตามววิ ัฒนาการของทฤษฎกี าร
จดั การองค์การออกได้เป็น 4 ทฤษฎี ดังรปู

2. ทรพั ยากรการจัดการ
ทรพั ยากรการจัดการ หมายถึง ส่งิ ท่มี ีชีวิตและไมม่ ีชีวติ สิง่ แวดล้อมภายนอกและส่ิงแวดลอ้ มภายใน
รวมถึงเหตุการณ์จากสภาพแวดล้อมทั้งหลายท้ังปวงท่ผี ู้นำหรือผู้บรหิ ารจะตดั สินใจเลอื กใชใ้ นองคก์ าร
ในชว่ งระยะเวลาใดเวลาหน่งึ เพอ่ื ให้กระบวนการแปรสภาพหรอื การดำเนินงานกิจกรรมตา่ ง ๆ ได้
บรรลุผลสำเรจ็ ตามตอ้ งการ เดมิ ปัจจัยหรือทรพั ยากรการจัดการข้ันพ้ืนฐาน ได้แก่ คนหรอื แรงงาน
เงินลงทุน วัสดุ และเครอ่ื งจักร ปัจจบุ นั ต้องให้ความจำเปน็ และความสำคญั ของทรพั ยากรการ
จดั การมากกวา่ เดมิ เพ่ือใหก้ ารตัดสินใจเลือกใชท้ รพั ยากรได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสมกับเวลา, สถานท,่ี
ภายใตเ้ ง่อื นไข หรอื สถานการณ์ ผูน้ ำหรือผู้บรหิ ารจำเป็นตอ้ งรู้และเข้าใจในองคป์ ระกอบของ
ทรพั ยากรการจัดการต่าง ๆ ดังตอ่ ไปน้ี

2.1 ทรัพยากรมนุษย์
มนษุ ย์หรือคน เปน็ ปัจจยั ที่สำคัญยงิ่ ของการจดั การ เพราะคนเป็นผปู้ ฏิบตั ิงาน คนเปน็

ต้นเหตุท่ีกอ่ ใหเ้ กิดองค์การ คนจะเป็นผู้ใชป้ ัจจัยการจดั การอื่น ๆ พร้อมทั้งเปน็ ผู้ดำเนินการใน
กระบวนการทางการบริหาร และคนทมี่ ีคณุ ภาพจึงมีประโยชน์จะทำใหธ้ รุ กิจประสบผลสำเร็จหรือ
ลม้ เหลว นอกจากคนเปน็ ผู้ใช้แรงงานแล้ว มนุษย์เปน็ ทรัพยากรที่มีสตปิ ัญญามกี ารรับร้แู ละเรยี นรู้ มี
ความเชอื่ ทศั นคติ บคุ ลกิ ภาพและพฤตกิ รรมของบคุ คลและพฤติกรรมกลุ่มทีแ่ ตกตา่ งกันอยา่ ง
หลากหลาย

2.2 ทรพั ยากรการเงนิ
เงินทุน เป็นปจั จัยการจัดการท่สี ำคญั ใหก้ ารสนบั สนนุ ในการจดั หาทรัพยากรอนื่ ๆ เพือ่ หล่อ

เล้ียงและเอ้ืออำนวยให้กิจกรรมขององค์การดำเนินไปโดยไมต่ ิดขดั เงินทุนอาจเป็นของสว่ นตัว กู้ยืม
หรอื รว่ มกบั หุ้นสว่ น บรษิ ัทจำกัด บรษิ ทั มหาชนจำกัด กล่มุ คนหรอื คณะบคุ คลท้ังภายในและนอก
ประเทศ ซึ่งเปน็ ท้งั ตลาดเงนิ และตลาดทุน เงนิ ลงทนุ แบ่งเป็น 2 ประเภท คอื เงินทุนคงที่ และ
ทุนหมุนเวียน

2.3 ทรพั ยากรกายภาพ
ทรัพยากรกายภาพ หมายถึง สิ่งท้ังปวงอันเปน็ ทรพั ย์ เก่ยี วกับสิง่ ทไี่ มม่ ีชวี ิต เชน่

วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ ศึกษาเกี่ยวกับสสารและพลังงาน ภมู ศิ าสตรก์ ายภาพ ศึกษาเก่ียวกับลักษณะ
ตามธรรมชาตขิ องผิวดนิ บรรยากาศ อากาศ พชื และสัตวใ์ นถิ่นตา่ ง ๆ ทรพั ยากรกายภาพทางดา้ น
การจดั การ

2.4 ทรัพยากรข้อมูล
ขอ้ มูล หมายถึง ข้อเทจ็ จริงหรือสิ่งท่ีถอื หรือยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง สำหรับใชเ้ ป็นหลัก

อนมุ านหาความจริงหรือการคำนวณ ข้อมูลทางธุรกจิ คือ จงึ เป็นข้อเท็จจรงิ หรอื ข่าวสารทเ่ี กี่ยวกับ
กจิ กรรมทางธุรกิจ อาจอยูใ่ นรปู ของตัวเลข ข้อความ หรืออนื่ ท่ีแสดงถงึ คณุ ลักษณะของส่ิงทส่ี นใจ
โดยวัตถุประสงคข์ องการจัดการข้อมลู เพ่อื ให้ได้ขอ้ มูลท่ีคุณคา่ หมายถงึ มีความถกู ต้อง มี
รายละเอียดชัดเจน ทนั สมัย ทันเวลาและสอดคลอ้ งสัมพนั ธ์กบั สงิ่ ทส่ี นใจ สนับสนุนการตดั สินใจใน
การดำเนินงานได้อยา่ งมีคณุ ภาพ

3. สภาพแวดลอ้ มของการจัดการ
สภาพแวดลอ้ มของการจัดการ หมายถึง องคก์ ารตอ้ งเผชญิ กับสภาพแวดล้อมหรือสง่ิ แวดล้อมตา่ ง
ๆ ที่สง่ ผลกระทบตอ่ การตัดสนิ ใจใช้ทรพั ยากรและการดำเนินการแปรสภาพ การทีผ่ ู้นำหรอื ผบู้ ริหาร
ตระหนกั ถึงความสำคัญและปรบั เปลย่ี นให้ทนั กบั สภาพแวดล้อมย่อมก่อใหเ้ กิดโอกาสที่จะวางแผน
ใชท้ รัพยากรตา่ ง ๆ ไดใ้ นอนาคต หากผนู้ ำหรือผ้บู ริหารละเลยเพิกเฉยไม่สนใจสภาพแวดล้อมแล้วจะ
เกดิ ความเส่ียงและทำให้กิจการล้มเหลวได้ เพื่อช่วยให้ผู้นำหรือผูบ้ รหิ ารสามารถตัดสินใจตามทศิ ทาง
ม่งุ สเู่ ปา้ หมายได้อย่างแท้จริง ตอ้ งทำการวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมของสภาพแวดล้อมด้วยการ
ตรวจสอบข้อมูล
ทง้ั อดีต ปัจจบุ ันและแนวโนม้ ของอนาคตของสภาพแวดลอ้ มดังต่อไปนี้

3.1 การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายนอก
คำว่า “วิเคราะห”์ หมายถงึ การใคร่ครวญการแยกออกเปน็ ส่วน ๆ เพอ่ื ศึกษาให้ถ่องแท้

กอ่ นการตดั สนิ ใจ โดยเฉพาะผู้นำหรอื ผ้บู รหิ ารองค์การต้องรเู้ ท่าทนั ในสิง่ ทีเ่ ปลี่ยนแปลงในแต่ละ
ช่วงเวลาถึงผลกระทบท้ังในเชิงบวกและเชิงลบจากปัจจัยภายนอก ซึง่ องค์การไม่สามารถควบคมุ ได้
อาจแบง่ ปจั จัยหรือสภาพแวดลอ้ มภายนอกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

3.1.1 สภาพแวดล้อมทว่ั ไป หมายถึง สงิ่ ทีม่ ีผลกระทบธรรมดาหรือทั่วไปต่อความสำเร็จ
หรือล้มเหลวของการตัดสนิ ใจใชท้ รัพยากรการจัดการท่ีผู้นำหรือผ้บู รหิ ารองค์การพึงให้ความสนใจโดย
ท่ัว ๆ ไป ประกอบด้วย

3.1.1.1 ประชากรศาสตร์
3.1.1.2 สงั คมและวัฒนธรรม
3.1.1.3 การเมืองและกฎหมาย
3.1.1.4 เทคโนโลยี
3.1.1.5 เศรษฐกจิ
3.1.1.6 สภาพแวดลอ้ มระดบั สากล
3.1.2 สภาพแวดล้อมเชงิ แข่งขัน หมายถึง ผลกระทบธรรมดาของทางธุรกิจจะต้องเผชิญ
กับการแข่งขัน เพ่ือเขา้ ชิงชัยเอาชนะมาเป็นรางวลั ทต่ี ้องการ
3.2 การวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อมภายใน
การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมภายในสามารถกระทำไดด้ ังน้ี

3.2.1 การวิเคราะห์จากโซแ่ ห่งคุณค่า
3.2.2 การวิเคราะหจ์ ากหนา้ ทท่ี างธรุ กจิ
3.2.3 การวเิ คราะห์จากวฒั นธรรมและภาวะผนู้ ำ
3.2.4 การวิเคราะหจ์ ากความชอบธรรมและชอ่ื เสียง
3.2.5 การวิเคราะห์จากากรเลอื กกลยุทธ์
4. การวางแผนกลยุทธ์
การวางแผนกลยุทธ์ เป็นการดำเนินงานเพ่ือไปใหถ้ งึ เปา้ หมายด้วยวิธกี ารทางกลยุทธ์ท่ีเหมาะสมใน
รปู แบบตา่ ง ๆ ท่อี าจแตกต่างกนั ในแต่ละระดับขององค์การ โดยมจี ุดมุ่งหมายทส่ี ำคัญ 3 ประการ คือ
4.1 ความสามารถหลัก
4.2 การรวมตัว
4.3 การสร้างคณุ คา่

ลำดบั ขัน้ ตอนการทำแผนธุรกจิ
การวางแผนธุรกิจมลี ักษณะพเิ ศษอาจมีขอบเขตกวา้ งครองคลมุ แต่ละส่วนงาน จนถึงแผนขนาดใหญ่
เปน็ พิมพเ์ ขยี วสำหรับการพัฒนาองคก์ ารโดยรวม หรือมีขอบเขตเฉพาะเจาะจงเนน้ ความเป็นเฉพาะ
กจิ ของแต่ละบคุ คลกไ็ ด้ สำหรบั แผนธรุ กจิ ในเชงิ ทฤษฏี มกี ารแบ่งออกเป็น 3 ระดับคอื 1) แผนกล
ยุทธ์ 2) แผนกลวิธี 3) แผนปฏบิ ตั ิ แตอ่ ยา่ งไรก็ตามสภาพแวดลอ้ มทางการบริหารงานในแต่ละ
องค์การ
อาจแตกตา่ งกัน จงึ มีความเป็นไปไดท้ ่ีมบี างองคก์ ารไดล้ ดภาระงานด้านการจัดทำแผนธุรกิจลงเหลอื
เพียง
2 ระดบั คือ 1) แผนกลยุทธ์ 2) แผนปฏบิ ัตกิ าร ดงั รูป

กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (จดั กจิ กรรมใหส้ อดคลอ้ งกับสมรรถนะที่พึงประสงค)์

ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน
1. ครูเลา่ ใหน้ กั ศึกษาฟังเกีย่ วกับความเป็นมาของแนวคิดปรัชญาสกู่ ารจดั การสมยั ใหม่ให้
นกั ศึกษาฟัง
2. ครูสอบถามนักศกึ ษาถึงแนวคดิ ในการสรา้ งความเป็นเลศิ ทางธุรกิจวา่ มีอะไรบา้ ง และ
วิเคราะหส์ งิ่ ท่คี รผู ู้สอนเล่าเรอื่ งราวให้ฟงั

ข้นั สอน
1. ครูยกตวั อยา่ งทรัพยากรการจดั การของบริษทั ชนั้ นำของประเทศไทยนกั ศกึ ษาฟัง
2. ครูเรมิ่ ทำการบรรยายรายละเอียดทสี่ ำคัญต่าง ๆ ของบทเรียน พร้อมท้งั ยกตัวอย่าง
ประกอบและซักถามนักศึกษาไปพร้อมคำบรรยาย
3. ครอู ธิบายเรื่อง สภาพแวดล้อมของการจัดการ พร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบและ
ซกั ถามนักศกึ ษาไปพร้อมคำบรรยาย

4. ครูบรรยายเรอ่ื งการจดั การในศตวรรษท่ี 21 พร้อมทั้งยกตวั อย่างประกอบและซักถาม
นกั ศึกษาไปพร้อมคำบรรยาย

5. ครใู หน้ กั ศกึ ษาชว่ ยกันวิเคราะหเ์ นอ้ื หาตา่ ง ๆ ทไี่ ด้เรยี นมาแล้วออกมาอภปิ รายใหเ้ พอ่ื น

ขั้นสรุป
ครูสรุปและเปิดโอกาสให้รว่ มแสดงความคิดเห็นจากบทเรยี นที่เรียนหากไม่เข้าใจสว่ นไหนให้สอบถาม
ได้

สื่อการจัดการเรยี นรู้
แหล่งการเรยี นรู้
9.หนังสือเรยี น
10. หนงั สือทีเ่ กย่ี วขอ้ ง
11. ส่ือการสอน Power Point
12. วดิ ที ัศน์

การประเมนิ ผลการจดั การเรียนรู้ (ใหส้ อดคล้องกับสมรรถนะที่พึงประสงค์)
กอ่ นเรยี น

สงั เกตจากความสนใจ ตั้งใจเรยี น ร่วมสนทนาและแสดงความคิดเห็น

ขณะเรียน
1. สังเกตความต้ังใจ การมสี ่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม มีความรับผดิ ชอบในงานท่ีมอบหมายให้
การแสดงความคิดเหน็ และซักถาม
2. สังเกตความเปน็ ระเบียบเรียบร้อยและมีวนิ ยั มภี มู คิ ุม้ กนั ดา้ นยาเสพติด

หลงั เรยี น
สงั เกตการณจ์ ดบนั ทกึ การร่วมสรุปเน้อื หาและทำแบบทดสอบใหถ้ ูกตอ้ ง 80% ขึ้นไป

แบบทดสอบหรือใบงาน (ถา้ ม)ี

แบบทดสอบ หน่วยท่ี 3

พจิ ารณาเลอื กคำตอบทถี่ ูกต้องที่สดุ เพียงคำตอบเดยี ว

1. ขอ้ ใดกล่าวความหมายของการวางแผนถกู ต้อง

ก. เป็นกระบวนการกำหนดอดีตจากอนาคต

ข. เป็นกระบวนการทางความคิดและการตัดสินใจ

ค. เปน็ การกำหนดอนาคตจากผลการปฏบิ ตั ใิ นอดตี

ง. เป็นการตัดสนิ ใจในปัจจบุ นั เพอ่ื ใหไ้ ดผ้ ลในอนาคต

2. ถ้าไมม่ กี ารวางแผน ขอ้ ใดกลา่ วผิด

ก. กระบวนการบรหิ ารกจ็ ะไมเ่ กิดข้ึน

ข. กำหนดทิศทางวางวิสัยทัศน์อย่างถกู ต้อง

ค. กำหนดมาตรฐานในการควบคมุ เปน็ ไปอยา่ งถูกต้อง

ง. การวเิ คราะหป์ ระเมินปัญหาและสถานการณถ์ ูกต้อง

3. ข้อใดเปน็ แผนท่ใี ช้ครั้งเดียว

ก. ปฏทิ นิ ข.นโยบาย

ค. กฎเกณฑ์ ง.มาตรฐาน

4. การใช้ข้อมูลการตลาดในอดีตเป็นฐานเพื่อกำหนดเปา้ หมายในอนาคตคือข้อใด

ก. การวเิ คราะห์จดุ ค้มุ ทุน ข.การจัดทำงบประมาณ

ค. การพยากรณเ์ ชิงปรมิ าณ ง. การพยากรณ์เชงิ คุณภาพ

5. การใชผ้ ู้เช่ียวชาญจากภายนอกองค์การมาศึกษาข้อมลู ภายในองคก์ ารและเสนอแนะการ

แก้ปญั หาคอื ข้อใด

ก. การวเิ คราะห์จุดคุ้มทนุ ข. การจดั ทำงบประมาณ

ค. การพยากรณเ์ ชิงปริมาณ ง. การพยากรณเ์ ชงิ คุณภาพ

6. ขอ้ ใดเป็นแผนการจดั สรรทรัพยากรใหเ้ หมาะสมกบั สภาพแวดล้อมทเี่ ปล่ียนแปลง

ก. แผนธรุ กจิ ข. แผนกลยุทธ์

ค. แผนยุทธวธิ ี ง. แผนปฏบิ ตั ิการ

7. ข้อใดไมใ่ ช่จดุ มุ่งหมายของแผนกลยุทธ์
ก. ยึดมน่ั ในศักยภาพไม่ปรบั เปลีย่ นตามสภาพแวดล้อม
ข. ยึดมั่นในการผสมผสานสร้างคณุ คา่ ให้ทันสภาพแวดลอ้ ม
ค. พบจุดแขง็ และเพ่ิมความแข็งแกร่งจากสถานการณใ์ หม่
ง. พบจุดอ่อนหลกี เลี่ยงแก้ไขโดยการรวมตัวกับทรัพยากรใหม่
8. ขอ้ ใดคอื ความมุ่งหวงั หรือตำแหนง่ ธุรกจิ ในอนาคตทีเ่ หมาะสมกับทรพั ยากรสภาพแวดลอ้ มใน

อนาคต
ก. คา่ นยิ ม ข.พนั ธกจิ
ค. วสิ ัยทัศน์ ง.วตั ถุประสงค์
9. ผลติ ภัณฑใ์ หม่ ๆ ทเ่ี ร่ิมแนะนำตลาด ควรกำหนดในตำแหน่งขอ้ ใด
ก. วัวนม ข.ดาวเด่น
ค. สุนัขข้ีเกยี จ ง.เด็กเจา้ ปัญหา
10. ขอ้ ใดเปน็ วงจรชีวิตผลติ ภัณฑ์ในขั้นเจริญเตบิ โต
ก. วัวนม ข.ดาวเด่น
ค. สุนขั ขี้เกยี จ ง.เดก็ เจ้าปัญหา

เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน
1. ข
2. ข
3. ก
4. ค
5. ง
6. ข
7. ง
8. ค
9. ง
10. ข

บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้

............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........

ผลการเรียนของนักเรยี น
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........

ผลการสอนของครู
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........

แผนการจดั การเรยี นรู้ หน่วยที่ 4

ชือ่ วิชาหลกั การจัดการ สอนคร้งั ท่ี 8-9

ช่ือหน่วย การเปล่ียนแปลงและพัฒนาองค์การ ชัว่ โมง 8

ชื่อเร่อื งหรอื ชอ่ื งาน การเปลยี่ นแปลงและพัฒนาองคก์ าร จำนวนชั่วโมง 8

หวั ข้อเร่ืองและงาน

17. ตัวแบบการวิเคราะห์การปรับตวั เพือ่ การเปลยี่ นแปลงและพัฒนาองคก์ าร

18. มติ ิของการเปลี่ยนแปลงและพฒั นาองค์การ

19. ปัจจัยที่นำไปสกู่ ารเปล่ยี นแปลงและพัฒนาองคก์ าร

20. ผู้นำการเปลย่ี นแปลงและพัฒนาองค์การ

21. ปจั จัยที่มอี ิทธพิ ลต่อความสำเรจ็ ในการเปลยี่ นแปลงและพัฒนาองค์การ

22. ประเภทของการเปลย่ี นแปลงและพัฒนาองคก์ าร

สาระสำคญั
การเปลีย่ นแปลงและการพัฒนา มีความหมายใกลเ้ คยี งกันมาก แต่การพฒั นาเปน็ สว่ นหนง่ึ ของการ
เปลย่ี นแปลงองค์การอย่างมีแบบแผน ในอันทจี่ ะทำให้องค์การสามารถปรบั ตวั ใหเ้ ขา้ กับการเปล่ยี นแปลง
ของสภาพแวดลอ้ มไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ โดยการใช้ความร้แู ละเทคนิควธิ ที างดา้ นพฤตกิ รรมศาสตรเ์ ข้า
มาประยุกตใ์ ช้ในการเปลีย่ นแปลงองคก์ าร

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เพื่อให้
17. อธิบายมิติของการเปลีย่ นแปลงและพัฒนาองคก์ ารได้
18. จำแนกปัจจัยทนี่ ำไปสกู่ ารเปล่ียนแปลงและพัฒนาองคก์ ารได้
19. อธบิ ายผ้นู ำแหง่ การเปล่ียนแปลงและพัฒนาองคก์ ารได้
20. จำแนกปัจจัยทม่ี ีอทิ ธพิ ลต่อความสำเรจ็ ในการเปลีย่ นแปลงและพัฒนาองค์การได้
21. นักศึกษาเปน็ ผู้มรี ะเบียบวินัย

แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยท่ี 4
ชื่อวิชาหลักการจัดการ สอนครัง้ ที่ 8-9
ชอ่ื หน่วย การเปล่ียนแปลงและพัฒนาองคก์ าร ช่ัวโมง 8
ช่ือเรอ่ื งหรือชื่องาน การเปล่ียนแปลงและพัฒนาองค์การ จำนวนชว่ั โมง 8

สมรรถนะทพี่ ึงประสงค์
ด้านพุทธิพสิ ัย

6. อธบิ ายมิติของการเปลีย่ นแปลงและพัฒนาองค์การได้
7. จำแนกปจั จยั ทนี่ ำไปสกู่ ารเปล่ยี นแปลงและพัฒนาองคก์ ารได้
8. อธิบายผู้นำแหง่ การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองคก์ ารได้

ดา้ นทกั ษะพิสัย
วเิ คราะห์ปจั จยั ที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการเปลย่ี นแปลงและพัฒนาองคก์ ารได้

ดา้ นจติ พิสัย
นกั ศกึ ษาเปน็ ผู้มรี ะเบยี บวินัย

บรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง/3 D
นกั ศกึ ษาสามารถนำความรู้จากการศึกษาเล่าเรียนไปประกอบการตดั สินใจและเพ่ือเป็นภูมคิ ุ้มกนั ให้
ตัวเอง ด้วยการเป็นผู้มคี วามสนใจใฝร่ ู้ ต้งั ใจเรียน

เนือ้ หาสาระพอสังเขป
1.ตวั แบบการวิเคราะห์การปรบั ตวั เพ่ือการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การ

การเปลยี่ นแปลงและการพัฒนา มคี วามหมายใกลเ้ คียงกันมาก แต่การพัฒนาเป็นส่วนหนง่ึ ของการ
เปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผน ในอนั ทจี่ ะทำให้องคก์ ารสามารถปรบั ตวั ให้เข้ากบั การ
เปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยการใชค้ วามรแู้ ละเทคนิควธิ ีทางด้าน
พฤติกรรมศาสตร์เขา้ มาประยกุ ต์ใช้ในการเปล่ียนแปลงองคก์ าร การเปลีย่ นแปลงกับเสถียรภาพ เฮล
เรยี เกล และสโลคัม ไดพ้ ัฒนาตัวแบบสำคญั เพ่ือใช้ในการวเิ คราะห์ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งการ
เปล่ยี นแปลงกับการปรบั ตัวขององคก์ าร เรียกวา่ ตวั แบบการวิเคราะหก์ ารปรับตวั การมีเสถยี รภาพ
และความอยู่รอดขององค์การ ดงั รปู

2.มติ ิของการเปลี่ยนแปลงและพฒั นาองคก์ าร
การเปลีย่ นแปลงองค์การในมติ ิใดน้นั ข้นึ อยู่กับปจั จัยหลายประการ โดยเฉพาะสภาพแวดลอ้ มภายใน
และภายนอกท่เี กิดขน้ึ รวมท้งั การวิเคราะห์ข้อมูลเกีย่ วกับสภาพแวดล้อมและความจำเป็น
ทอ่ี งค์การเปล่ียนแปลง โดยทว่ั ไปแล้วมติ ิสำคัญที่องค์การจะตอ้ งเปล่ียนแปลงมีดงั นี้

1. การเปล่ยี นแปลงเป้าหมายและกลยุทธ์
2. การเปลยี่ นแปลงเทคโนโลยี
3. การออกแบบระบบการทำงานใหม่
4. การเปลีย่ นแปลงโครงสรา้ ง
5. การเปล่ียนแปลงกระบวนการ

3.ปัจจยั ทนี่ ำไปสกู่ ารเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การ
การเปลี่ยนแปลง เปน็ สาเหตุสำคญั ท่ผี ู้บริหารต้องตดั สนิ ใจทำการพฒั นาองค์การ เพราะเมื่อ
สิ่งแวดล้อมเปล่ียนแปลง ทุกองคก์ ารย่อมจะต้องพยายามปรับตัวให้เหมาะสมและสอดคล้องโดยท่ี
องคก์ ารตา่ งต้องปรบั ปรงุ และเปลยี่ นแปลงตนเองอยตู่ ลอดเวลาเพือ่ ความเป็นอย่รู อด ความมน่ั คง
และการเจรญิ เติบโตอย่างต่อเนอ่ื ง ปัจจัยทจี่ ะนำไปสู่การเปล่ียนแปลง ได้แก่

1. รูปแบบ
2. วงจรชีวิตขององคก์ าร
3. การเปลีย่ นแปลงขององค์การ
4. ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลย่ี นแปลง

4.ผู้นำการเปล่ียนแปลงและพัฒนาองคก์ าร
ตวั แทนการเปล่ียนแปลงหรือผ้นู ำการเปลีย่ นแปลง หมายถึง บคุ คลหรือกลุ่มบคุ คลท่ีเปน็ สมาชกิ ของ
องค์การ หรือมาจากภายนอกองค์การ โดยมีวัตถปุ ระสงค์หลักทจ่ี ะใช้ความรู้ ทักษะ ความสามารถ
และประสบการณ์ เพ่ืออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงขององคก์ ารใหเ้ กิดข้ึนและดำเนนิ การ
ไปอย่างมีประสิทธภิ าพ ด้วยคณุ สมบัติ และหน้าท่ี ดังตอ่ ไปนี้

1. ทกั ษะในการติดตอ่ สอ่ื สารระหวา่ งบคุ คล
2. ความสามารถในการประมวลผล วเิ คราะหแ์ ละแก้ไขปัญหา
3. ความสามารถในการเรียนร้สู ่ิงต่าง ๆ จากประสบการณ์
4. ความสามารถในการรบั รสู้ ถานการณ์และความร้สู ึกของผูอ้ น่ื

5.ปัจจยั ที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองคก์ าร
การเปลี่ยนให้ประสบความสำเรจ็ นนั้ ผบู้ ริหารจำเป็นต้องตระหนักถงึ ปัจจัยทีส่ ำคญั หลายประการ
โดยเฉพาะอย่างยง่ิ จะต้องพิจารณาในสว่ นของผ้นู ำในการเปลย่ี นแปลง การช้ีชดั ให้ได้ว่าจะ
เปลี่ยนแปลงอะไร จะใชก้ ารเปล่ยี นแปลงประเภทใด มใี ครบ้างจะไดร้ ับผลกระทบจากการ
เปล่ียนแปลง และควรประเมินการเปลย่ี นแปลง ดังรปู

6.ประเภทของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองคก์ าร
ประเภทของการเปลีย่ นแปลงองคก์ าร มนี ักทฤษฎอี งคก์ ารได้ศกึ ษารูปแบบการเปลี่ยนแปลงองค์การไว้
มากมาย สามารถสรุปเปน็ ประเภทได้ดงั นี้

1. ตวั แบบของกระบวนการเปล่ียนแปลง ดงั รูป

2. ตวั แบบการเปล่ียนแปลงองคก์ ารแบบสามขนั้ ตอน ดังรูป

3. ตวั แบบการเปล่ยี นแปลงองคก์ ารอย่างมีแบบแผน

4. ตัวแบบการเปลีย่ นแปลงองค์การด้วยการวจิ ัยเชงิ ปฏิบตั ิการ ดังรปู

5. ตัวแบบการเปลี่ยนแปลงองคก์ ารดว้ ยการลดขนาดองคก์ าร ทำไดห้ ลายวิธี เชน่
5.1 ทำการเปล่ียนแปลงองค์การในด้านโครงสรา้ ง
5.2 การคงสภาพโครงสร้างเดิมไว้ แต่ให้ลดบคุ ลากรจากการตดั ตำแหนง่ งานบาง
ตำแหนง่ ออกไป ลดบคุ ลากรฝ่ายอำนวยการ และใหบ้ คุ ลากรเกษยี ณเร็วข้ึน
5.3 การเปลยี่ นแปลงวธิ กี ารบริหาร

6. ตัวแบบการเปลย่ี นแปลงองค์การดว้ ยการร้อื ปรับระบบ ดังรปู

กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (จัดกิจกรรมให้สอดคลอ้ งกับสมรรถนะท่ีพึงประสงค)์
ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรยี น

3. ครูเลา่ ให้นกั ศกึ ษาฟงั เกย่ี วกับมิตขิ องการเปลี่ยนแปลงและพฒั นาองค์การใหน้ ักศึกษาฟงั
4. ครสู อบถามนักศึกษาวา่ ปจั จัยทน่ี ำไปสู่การเปลยี่ นแปลงและพฒั นาองค์การมีอะไรบ้าง

วเิ คราะหส์ ่ิงที่ครผู ู้สอนเล่าเรื่องราวให้ฟัง

ขน้ั สอน
1. ครูยกตัวอยา่ งผูน้ ำแหง่ การเปล่ียนแปลงและพฒั นาองค์การให้นกั ศกึ ษาฟัง
2. ครูเริ่มทำการบรรยายรายละเอยี ดทีส่ ำคญั ต่าง ๆ ของบทเรยี น พร้อมทั้งยกตวั อยา่ ง
ประกอบและซักถามนักศึกษาไปพร้อมคำบรรยาย
3. ครูใหน้ ักศกึ ษาชว่ ยกนั วเิ คราะหป์ ัจจัยท่ีมีอิทธิพลตอ่ ความสำเรจ็ ในการเปล่ียนแปลงและ
พัฒนาองค์การ พร้อมท้งั ยกตัวอย่างประกอบและซกั ถามนกั ศกึ ษาไปพร้อมคำบรรยาย

ขน้ั สรปุ
ครูสรปุ และเปิดโอกาสใหร้ ่วมแสดงความคิดเห็นจากบทเรียนทีเ่ รยี นมา หากไมเ่ ขา้ ใจในส่วนไหน ให้
สอบถามได้


Click to View FlipBook Version