สือ่ การจัดการเรยี นรู้
แหลง่ การเรียนรู้
13. หนังสือเรยี น
14. หนังสือท่ีเก่ยี วขอ้ ง
15. ส่อื การสอน Power Point
16. วิดีทัศน์
การประเมินผลการจดั การเรยี นรู้ (ให้สอดคล้องกับสมรรถนะทพี่ ึงประสงค์)
ก่อนเรยี น
สงั เกตจากความสนใจ ตั้งใจเรยี น รว่ มสนทนาและแสดงความคดิ เห็น
ขณะเรยี น
1. สังเกตความต้ังใจ การมีส่วนรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม มคี วามรับผดิ ชอบในงานท่ีมอบหมายให้
การแสดงความคดิ เห็นและซักถาม
2. สงั เกตความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ยและมีวนิ ัย มภี มู คิ ุ้มกันดา้ นยาเสพตดิ
หลงั เรยี น
สงั เกตการณจ์ ดบันทกึ การร่วมสรุปเนอ้ื หาและทำแบบทดสอบให้ถูกต้อง 80% ขน้ึ ไป
แบบทดสอบหรือใบงาน (ถ้ามี)
แบบทดสอบ หน่วยท่ี 4
พิจารณาเลอื กคำตอบท่ถี ูกต้องที่สุดเพยี งคำตอบเดียว
1. ข้อใดเปน็ การเปลี่ยนแปลงโดยใชเ้ ทคโนโลยี มีการวจิ ัยด้านพฤตกิ รรมและวัฒนธรรมองค์การ
ก. Organizational Change ข. Organizational Development
ค. Organizational Effectiveness ง. Organizational Environment
2. ขอ้ ใดกล่าวถกู ตอ้ ง
ก. การเปลี่ยนแปลงเหมอื นกับการพัฒนา ข. การเปล่ียนแปลงและพัฒนาแตกตา่ งกัน
ค. การเปลีย่ นแปลงและพัฒนาใช้ควบคกู่ ัน ง. การพฒั นาเป็นสว่ นหนึ่งของการ
เปล่ยี นแปลง
3. ข้อใดเปน็ ตำแหน่งการปรับตัวตลอดเวลาแตเ่ สถียรภาพต่ำ
ก. 1 ข. 3
ค. 4 ง. 5
4. มติ กิ ารเปล่ียนแปลงข้อใด เป็นของรฐั บาลคณะคืนความสุขใหป้ ระชาชน
ก. เป้าหมายและกลยุทธ์ ข. โครงสร้าง
ค. กระบวนการ ง. คน
5. ขอ้ ใดเป็นจดุ เร่ิมตน้ ของปจั จัยท่ีนำไปสูก่ ารเปล่ยี นแปลงพัฒนาองคก์ าร
ก. รปู แบบ ข. วงจรชีวิตองค์การ
ค. การเปลี่ยนแปลงองค์การ ง. ปัจจัยที่มีอทิ ธพิ ลต่อการเปลี่ยนแปลง
6. ข้อใดเป็นการเปลี่ยนแปลงองคก์ ารเมอ่ื สามารถแบ่งปันกับคู่แขง่ ขันได้แล้ว
ก. วงจรชีวติ ช่วงการเกดิ ข. วงจรชีวิตเติบโตเต็มท่ี
ค. วงจรช่วงเตบิ โต ง. วงจรชีวติ ช่วงเสอ่ื ม
7. ขอ้ ใดทำหน้าที่ชกั จูงและเกลี้ยกลอ่ มใหผ้ ู้อนื่ คลอ้ ยตามมองเหน็ ประโยชนก์ ารเปลี่ยนแปลง
ก. การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร ข. การประมวลและวิเคราะห์
ค. การรู้จักสภาพแวดลอ้ ม ง. การเรียนร้จู ากประสบการณ์
8. เมอ่ื ผนู้ ำหรือตัวแทนการเปล่ียนแปลงพัฒนาองคก์ ารไดร้ ิเร่ิมกลไกการเปลีย่ นแปลงแล้ว ลำดบั
ขั้นตอนไป คอื ข้อใด
ก. กำหนดบคุ ลากร ข. กำหนดงบประมาณ
ค. กำหนดมิติการเปลยี่ นแปลง ง. กำหนดประเภทการเปลี่ยนแปลง
9. การเปลีย่ นหลักสูตรใหมข่ องกรมอาชีวศกึ ษาเปน็ การเปล่ียนแปลงประเภทใด
ก. ตัวแบบของกระบวนการ ข. ตัวแบบอยา่ งมแี บบแผน
ค. ตัวแบบวจิ ัยเชิงปฏิบตั ิการ ง. ตวั แบบการร้ือปรบั ระบบขององค์การ
10. ข้อใดเปน็ หวั ใจของการเปลีย่ นแปลงพัฒนาองคก์ ารให้ประสบผลสำเร็จ
ก. สภาพแวดล้อมภายใน ข. สภาพแวดล้อมภายนอก
ค. ผนู้ ำหรือตัวแทนการเปลี่ยนแปลง ง. ถกู ทุกข้อ
เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน
1. ข
2. ง
3. ค
4. ข
5. ง
6. ค
7. ก
8. ค
9. ข
10. ง
บนั ทึกหลังการจดั การเรียนรู้
ผลการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
ผลการเรยี นของนักเรยี น
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
ผลการสอนของครู
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
............................................................................................................................................................
........
แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 5
ชอ่ื วิชาหลักการจดั การ สอนคร้ังที่ 10-11
ช่ือหน่วย การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นการ ชว่ั โมง 10
จดั การ
ช่ือเรื่องหรือชอ่ื งาน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจดั การ จำนวนชั่วโมง 10
หัวข้อเรื่องและงาน
23. ความหมายและความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
24. องคก์ ารธุรกิจกับเทคโนโลยสี ารสนเทศ
25. องค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
a. องค์ประกอบด้านเทคโนโลยี
b. องคป์ ระกอบดา้ นการจดั การและองค์การ
26. เทคโนโลยกี ารติดต่อสอ่ื สารไร้สาย
27. การประยุกต์วงจรสารสนเทศเขา้ กบั ระบบธรุ กิจ
28. กรณตี ัวอยา่ งการใชเ้ ทคโนโลยกี บั โลกใหมข่ องธุรกจิ ในยุคอิเล็กทรอนกิ ส์
สาระสำคัญ
องค์การเป็นโครงสรา้ งทางสังคมทร่ี วมกันอยไู่ ด้โดยอาศัยการใชท้ รัพยากรทางการจดั การ
ทส่ี ัมพันธ์กบั สภาพแวดลอ้ ม เพือ่ ให้ไดผ้ ลผลิตออกมาตามวัตถุประสงคแ์ ละเป้าหมาย ในองคก์ ารธุรกิจ
หนง่ึ ๆ จะมปี ระเด็นต่าง ๆ ท่เี กีย่ วกับระบบสารสนเทศทางธุรกจิ ชว่ ยอำนวยความสะดวกหรอื สนบั สนนุ
การตัดสนิ ใจเก่ยี วกบั ส่วนประสมของผลติ ภัณฑ์ สายผลติ ภณั ฑ์ กลยุทธ์ทางธรุ กิจในการขยายตัว การ
รวมตัว และการหดตัว การปรับขนาดขององคก์ ารและโครงสร้างองคก์ าร การรวมอำนาจและการ
กระจายอำนาจ การหวังผลกำไรและไมห่ วังผลกำไร ท้ังภาครฐั บาลและภาคเอกชน สารสนเทศระบบงาน
ภายในองคก์ าร ท้งั ตำแหนง่ สายงานและตำแหน่งท่ีปรกึ ษา จนกลา่ วไดว้ า่ สารสนเทศเปน็ ศูนยก์ ลาง
ของการเลือกใช้เทคโนโลยี เพอื่ การตัดสนิ ใจด้านการบริหารจดั การใหบ้ รรลุผลสำเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค์
และเป้าหมายขององคก์ าร ดว้ ย “เทคโนโลยีสารสนเทศ”
จุดประสงค์การเรียนรู้ เพื่อให้
22. บอกความหมายและความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศได้
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 5 10-11
ชอ่ื วิชาหลักการจัดการ สอนครัง้ ท่ี
ช่ือหน่วย การนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการ ช่วั โมง 10
จัดการ
ช่อื เรื่องหรอื ชือ่ งาน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจดั การ จำนวนช่วั โมง 10
23. อธบิ ายองคก์ ารธรุ กจิ กับเทคโนโลยีสารสนเทศได้
24. เขยี นองค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้
25. สามารถประยุกต์และเลือกใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
26. เข้ากับระบบธรุ กจิ ได้
27. นักศกึ ษาเปน็ ผู้รู้จักใช้ทรพั ยากร คุ้มค่า ประหยัด
สมรรถนะท่ีพึงประสงค์
ดา้ นพทุ ธิพิสัย
1. บอกความหมายและความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศได้
2. อธิบายองค์การธุรกจิ กบั เทคโนโลยสี ารสนเทศได้
3. สามารถประยุกตแ์ ละเลือกใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศเข้ากับระบบธรุ กิจได้
ดา้ นทักษะพิสัย
เขียนองค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้
ด้านจิตพิสัย (คณุ ธรรม จริยธรรม)
นกั ศกึ ษาเป็นผู้รู้จกั ใช้ทรพั ยากร คุ้มคา่ ประหยัด
บูรณาการหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง/3 D
นักศกึ ษาสามารถนำความร้จู ากการศึกษาเลา่ เรยี นไปประกอบการตัดสินใจและเพื่อเป็นภูมคิ ุ้มกนั ให้
ตวั เอง ด้วยการเป็นผู้มคี วามสนใจใฝ่รู้ ตงั้ ใจเรยี น
เนอ้ื หาสาระพอสังเขป
1.ความหมายและความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ หมายถึง การนำเทคโนโลยีคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศหรอื
เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสาร ขอ้ มูล มาประยุกต์ใช้งานรว่ มกัน เพือ่ อำนวยความสะดวก ความรวดเรว็
และถกู ต้องในการปฏบิ ตั ิงาน ซ่งึ เปน็ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบรหิ ารจัดการงานด้านต่าง ๆ ของ
องค์การยิง่ ขึ้น
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นระบบสารสนเทศทางธรุ กจิ ท่ีมีความสำคัญตอ่ องคก์ าร ดังนี้
1. ชว่ ยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานประจำ
2. ชว่ ยเพิ่มผลผลิต โดยการควบคมุ ต้นทุนการผลิต การควบคุมคุณภาพผลติ ภณั ฑ์
3. ชว่ ยเพ่ิมคณุ ภาพในการใหบ้ รกิ ารลูกคา้ เพ่อื ความสะดวก และรวดเร็ว
4. ก่อใหเ้ กดิ การสรา้ งโอกาสทางธุรกิจ เพ่อื ผลติ และจำหน่ายสนิ คา้ ใหม่และขยาย
ผลติ ภณั ฑ์
5. สามารถสรา้ งทางเลือกหรือกลยุทธใ์ นการแข่งขนั ได้
6. กอ่ ให้เกิดสัมพนั ธ์ภาพกบั ลูกค้าท่ีดยี ิ่งขึ้น
2.องคก์ ารธุรกิจกับเทคโนโลยีสารสนเทศ
องค์การเปน็ โครงสรา้ งทางสังคมท่รี วมกนั อยู่ไดโ้ ดยอาศัยการใชท้ รัพยากรทางการจดั การ
ที่สัมพันธก์ บั สภาพแวดลอ้ ม เพอื่ ให้ไดผ้ ลผลติ ออกมาตามวตั ถุประสงค์และเปา้ หมาย ในองค์การธุรกิจ
หนงึ่ ๆ จะมีประเด็นต่าง ๆ ท่เี กย่ี วกับระบบสารสนเทศทางธุรกิจชว่ ยอำนวยความสะดวกหรอื
สนับสนุนการตัดสินใจเกยี่ วกับ สว่ นประสมของผลติ ภณั ฑ์ สายผลิตภณั ฑ์ กลยุทธ์ทางธรุ กิจในการ
ขยายตัว
การรวมตัว และการหดตัว การปรบั ขนาดขององค์การและโครงสรา้ งองค์การ การรวมอำนาจและ
การกระจายอำนาจ การหวังผลกำไรและไม่หวังผลกำไร ท้งั ภาครัฐบาลและภาคเอกชน สารสนเทศ
ระบบ
งานภายในองคก์ าร ทงั้ ตำแหนง่ สายงานและตำแหนง่ ท่ีปรกึ ษา จนกล่าวได้ว่า สารสนเทศเป็น
ศนู ยก์ ลางของการเลือกใช้เทคโนโลยี เพื่อการตัดสนิ ใจด้านการบรหิ ารจดั การให้บรรลผุ ลสำเรจ็ ตาม
วัตถปุ ระสงคแ์ ละเปา้ หมายขององคก์ าร ดว้ ย “เทคโนโลยีสารสนเทศ”
3.องคป์ ระกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
3.1 องค์ประกอบดา้ นเทคโนโลยี
องค์ประกอบดา้ นเทคโนโลยี ประกอบดว้ ย
1.
ฮาร์ดแวร์ คอื เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ อุปกรณร์ ายรอบต่อพ่วงที่สามารถทำงานรว่ มกับ
เคร่ืองคอมพิวเตอรไ์ ด้
2. โปรแกรม คอื ชุดของคำสัง่ ที่เคร่อื งคอมพิวเตอร์ใช้ในการปฏบิ ัตงิ านเฉพาะงานใด
งานหนึง่ ตามความต้องการของผู้ใช้ ซอฟต์แวร์ เปน็ รายละเอยี ดของชุดคำสงั่ ควบคมุ
การปฏบิ ตั ิการของคอมพิวเตอร์ โดยทั่วไปการใชง้ านกับคอมพิวเตอรจ์ ะมี
วัตถุประสงค์เพ่อื ใช้งานคอมพวิ เตอรแ์ บบเฉพาะและทั่วไป จึงแบง่ โปรแกรมออกเปน็
2 ประเภท คือ
1) โปรแกรมระบบปฏิบัตกิ าร
2) โปรแกรมประยกุ ต์
3.2 องค์ประกอบดา้ นการจัดการและองคก์ าร
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเปน็ เรือ่ งจำเป็นทที่ กุ องคก์ ารจะหลกี หนไี ม่ได้ องค์ประกอบด้านการจัด
องค์การและการจัดการ ประกอบด้วยองค์ประกอบของทรัพยากรสารสนเทศทีจ่ ะต้องประกอบขึ้น
เป็นระบบสนับสนุนการบริหารงาน การจัดการ และการปฏบิ ัติงานของบคุ คลไมว่ ่าจะเป็นระดับ
สว่ นตวั ระบบแผนกหรือระดับองคก์ รน้นั องคป์ ระกอบทีเ่ กี่ยวข้องกบั ความสำเรจ็ จะต้องประกอบด้วย
การจดั การทรพั ยากรสารสนเทศภายในองคก์ ารอย่างน้อย 5 ส่วน คอื
1) ตวั เคร่ืองหรือฮารด์ แวร์คอมพิวเตอร์
2) โปรแกรมทีจ่ ะขับเคลอ่ื นใหค้ อมพิวเตอรท์ ำงานประยกุ ตค์ วามต้องการ
3) ขอ้ มูลท่ีเปน็ จุดเชื่อมโยงระหวา่ งคนกบั เครือ่ ง
4) บคุ ลากรท่ีจะใชง้ านเครื่องคอมพิวเตอร์ให้คุ้มคา่
5) ขน้ั ตอนในการปฏบิ ัตขิ องผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งประกอบดว้ ย ผู้จัดการด้านพฒั นาระบบ
ผู้จดั การด้านการเขยี นโปรแกรม ผู้จดั การดา้ นปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์ ผ้จู ัดการศูนย์
สารสนเทศ ผู้จดั การสำนักงานอตั โนมตั ิ
4.เทคโนโลยกี ารตดิ ต่อสอื่ สารไร้สาย
ยคุ 1G เป็นยคุ ทีใ่ ชร้ ะบบอนาลอ็ ก คือ ใช้สญั ญาณวิทยใุ นการสง่ คลื่นเสยี งโดยไมร่ องรบั การส่งผา่ น
ขอ้ มูลใด ๆ ท้ังสนิ้
ยคุ 2G จะเปล่ียนจากการสง่ คลน่ื ทางคล่นื วทิ ยแุ บบอนาล็อกมาเปน็ การเขา้ รหัสดจิ ิทัลสง่ ทางคล่นื
ไมโครเวฟ สามารถรับ-สง่ ข้อมลู ต่าง ๆ และตดิ ต่อเชื่อมโยงได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพมากข้ึนเรื่อยๆ จน
เกิดการกำหนดเส้นทางการเชือ่ มสถานีฐาน หรือทเี่ รียกว่า “Cell Site”
ยคุ 2.5G เป็นยุคที่พฒั นาต่อมาโดยการเข้ารหัสสัญญาณเสยี ง โดยบีบอดั สัญญาณเสียงในรูปแบบ
ดจิ ทิ ัล เปน็ ยุคที่กำเนิดเทคโนโลยี GPRS ทสี่ ามารถส่งข้อมลู ไดท้ คี่ วามเร็วสูงสุด 115 Kbps แตค่ วาม
จริงแลว้ น้ันความเร็วของ GPRS จะถูกจำกัดใหอ้ ยู่ทปี่ ระมาณ 40 Kbps เท่านัน้
ยุค 2.75G เป็นช่วงท่มี ีการเริ่มใชเ้ ทคโนโลยี EDGE เปน็ เทคโนโลยตี ่อยอดของ GPRS และถกู เรียกว่า
“เทคโนโลยยี คุ 2.75 G”
ยุค 3G หรือ Third Generation เป็นอุปกรณ์ทผี่ สมผสานการนำเสนอขอ้ มูลและเทคโนโลยีใน
ปัจจุบันเขา้ ดว้ ยกัน ใชบ้ ริการมัลติมเี ดียและส่งผ่านข้อมูลในระบบไร้สายด้วยอตั ราความเร็วท่ีสูงขน้ึ
ยคุ 4G เปน็ เครือข่ายไร้สายความเร็วสงู ชนิดพเิ ศษ หรือเป็นเสน้ ทางด่วนสำหรบั ข้อมูลทไ่ี มต่ อ้ งอาศยั
การลากสายเคเบิลสามารถส่งผ่านขอ้ มูลแบไรส้ ายด้วยระดบั ความเรว็ สูงที่เพ่ิมขึน้ ถึง 100 เมกะไบต์
ตอ่ วนิ าที
5.การประยกุ ต์วงจรสารสนเทศเขา้ กบั ระบบธรุ กิจ
6.กรณตี วั อย่างการใช้เทคโนโลยกี บั โลกใหม่ของธรุ กจิ ในยคุ อเิ ล็กทรอนิกส์
กิจกรรมการจัดการเรยี นรู้ (จดั กจิ กรรมให้สอดคลอ้ งกบั สมรรถนะท่พี ึงประสงค)์
ขน้ั นำเขา้ สู่บทเรยี น
เพือ่ กระตนุ้ ความสนใจและเชือ่ มโยงการเรียนรู้ ครูผสู้ อนให้ผเู้ รยี นดูส่อื การสอน Power Point เรื่อง
องค์การธรุ กิจกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ท่คี รผู ู้สอนนำมาเป็นส่อื ประกอบการเรียนรู้ โดยครผู สู้ อนคอย
สรุปประเดน็ สำคัญ
ข้นั สอน
1. ผู้เรียนฟังครูบรรยายเน้ือหาตามหวั ข้อในเอกสารประกอบการสอน ประกอบ Power
Point พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ เพื่อใหผ้ ู้เรยี นเข้าใจมากยิ่งขนึ้
2. เพ่อื ส่งเสริมการศกึ ษา คน้ ควา้ และหลอมรวมเปน็ องคค์ วามรู้ดว้ ยตนเอง ให้ผ้เู รียน
แบ่งกลมุ่ ๆ ละ
4 คน เขยี นองคป์ ระกอบของระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ขน้ั สรุป
1. ใหผ้ เู้ รยี นชว่ ยกนั ตอบคำถามและครูผูส้ อนสรปุ ซ้ำในประเดน็ เนือ้ หาทสี่ ำคญั
2. นำผลการตรวจสมุดแบบฝึกหดั ท่นี กั ศึกษานำสง่ และจากการสังเกตพฤตกิ รรม ขณะทำ
กจิ กรรมของแตล่ ะคนมาแจ้ง และชแ้ี จงใหผ้ ู้เรียนทราบ เพอื่ นำไปปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหด้ ีข้ึน
3. ครูผูส้ อนนัดหมายให้ผูเ้ รยี นเตรยี มตวั เก่ียวกับเน้ือหาทีจ่ ะเรยี นในหน่วยการเรียนต่อไป
สอ่ื การจดั การเรยี นรู้
แหลง่ การเรียนรู้
17. หนงั สือเรยี น
18. หนังสอื ท่เี กี่ยวข้อง
19. สือ่ การสอน Power Point
20. วดิ ที ศั น์
การประเมนิ ผลการจัดการเรียนรู้ (ให้สอดคล้องกับสมรรถนะทพ่ี ึงประสงค์)
ก่อนเรียน
สงั เกตจากความสนใจ ต้ังใจเรยี น ร่วมสนทนาและแสดงความคิดเหน็
ขณะเรียน
1. สังเกตความตั้งใจ การมสี ่วนรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม มีความรับผดิ ชอบในงานท่ีมอบหมายให้
การแสดงความคิดเหน็ และซักถาม
2. สังเกตความเปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ยและมีวนิ ยั มีภูมิคมุ้ กันด้านยาเสพตดิ
หลังเรยี น
สงั เกตการณ์จดบนั ทึก การร่วมสรุปเน้ือหาและทำแบบทดสอบใหถ้ ูกต้อง 80% ขึ้นไป
แบบทดสอบหรือใบงาน (ถ้ามี)
แบบทดสอบ หน่วยที่ 5
พิจารณาเลอื กคำตอบท่ีถูกต้องท่ีสดุ เพียงคำตอบเดียว
1. ข้อมูลข่าวสารท่ผี ่านการกล่ันกรองแลว้ จะถกู นำไปใช้ในขอ้ ใด
ก. Technology ข. Management
ค. Organization ง. Administration
2. ข้อมูลข่าวสารที่ผา่ นการกล่ันกรองแลว้ จะถกู นำมาเชอ่ื มโยงระหว่างภายนอกและภายใน
หน่วยงาน
ก. Technology ข. Information
ค. Information Technology : ITง. Information System : IS
3. ข้อใดเปน็ ข้ันตอนการพฒั นาการขององค์การธุรกิจกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ
ก. ระบบข้อมูลเดิม, ระบบสารสนเทศ และระบบเครอื ข่าย
ข. ระบบฮารด์ แวร,์ ระบบโปรแกรม, ระบบฐานข้อมูล และระบบการส่ือสาร
ค. ระบบฮารด์ แวร,์ ระบบข้อมูล, ระบบประมวลผล และระบบการสือ่ สาร
ง. ระบบคอมพิวเตอร,์ ระบบประมวลผล, ระบบสารสนเทศ, ระบบสารสนเทศทางธรุ กิจ และ
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
4. ข้อใดเปน็ องค์ประกอบของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)
ก. Data + MIS + Network
ข. Hardware + Software + Database
ค. Hardware + Program + Data + People
ง. Database + Process + Information
5. ขอ้ ใดเปน็ องค์ประกอบของระบบสารสนเทศทางธุรกิจ (IS or MIS)
ก. Data + MIS + Network
ข. Hardware + Software + Database
ค. Hardware + Program + Data + People
ง. Database + Process + Information
6. ขอ้ ใดเป็นองคป์ ระกอบทางด้านเทคโนโลยี
ก. Data + MIS + Network
ข. Hardware + Software + Database
ค. Hardware + Program + Data + People
ง. Database + Process + Information
7. ขอ้ ใดเป็นระบบปฏบิ ัตกิ าร (Operation Software : OS)
ก. AMD Athlon ข. IBM Embedded
ค. Intel Pentium 4 ง. Inter Server Management
8. ข้อใดคอื หน่วยประมวลผลของเครือ่ งคอมพิวเตอร์
ก. IBM Embedded ข. Microsoft Windows
ค. Intel Pentium 4 ง. Intel Server Management
9. การเชอื่ มเครอื ข่ายคอมพวิ เตอร์ด้วยอปุ กรณร์ ับและส่งโดยผ่านอปุ กรณ์ทกุ ตัวระหว่าง 2
อุปกรณ์
ท่ที ำใหง้ า่ ยต่อการควบคมุ และข้อมูลไม่ชนกันคอื ข้อใด
ก. เครอื ขา่ ยแบบบัส ข. เครอื ข่ายแบบดาว
ค. เครือข่ายแบบวงแหวน ง. เครอื ขา่ ยแบบลำดับข้ันตอน
10. ข้อใดเป็นระบบสารสนเทศที่กล่มุ บริษัทโตโยตา้ ฯ นำมาใชใ้ นดา้ นการผลติ ทนั เวลาพอดี
ก. Just In Time : JIT
ข. Decision Support System : DSS
ค. Management Information System : MIS
ง. Total Quality Management : TQM
เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน
1. ข
2. ง
3. ง
4. ก
5. ง
6. ง
7. ง
8. ง
9. ค
10. ก
บนั ทกึ หลังการจัดการเรียนรู้
ผลการใช้แผนการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ผลการเรยี นของนกั เรียน
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 6
ชอ่ื วิชาหลกั การจดั การ สอนครั้งท่ี 12-13
ชอ่ื หน่วย จริยธรรมในการจัดการ ชว่ั โมง 8
ช่อื เรอ่ื งหรอื ชอ่ื งาน จรยิ ธรรมในการจดั การ จำนวนชัว่ โมง 8
หัวข้อเรอ่ื งและงาน
29. ความหมายและความสำคัญของจริยธรรม
30. โครงสรา้ งของจริยธรรม
31. วิธีการฝกึ อบรมพัฒนาและปลกู ฝังจริยธรรม
32. จรยิ ธรรมในการใชส้ ารสนเทศ
33. องค์การแห่งคุณธรรม จริยธรรม และการจดั การความรู้
34. บทสรุปเนอ้ื หาจรยิ ธรรมในการจัดการ
สาระสำคญั
จรยิ ธรรมของแต่ละบุคคลย่อมจะมีพัฒนาการไปในรปู แบบตา่ ง ๆ การพัฒนาจริยธรรมจะมลี ำดับข้นั ตอน
แบบอยา่ ง และมีองค์ประกอบคล้ายคลงึ กัน คอื การอาศยั ปัจจัยทีด่ ลบนั ดาลทำให้เกิดจริยธรรมจากตัว
เราเอง กบั ปจั จัยท่ดี ลบนั ดาลให้เกดิ จริยธรรมจากภายนอก
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เพือ่ ให้
28. บอกความหมายและความสำคัญของจรยิ ธรรมได้
29. บอกโครงสร้างของจริยธรรมได้
30. อธบิ ายวธิ ีการฝกึ อบรมเพื่อพัฒนาและปลูกฝังจริยธรรมได้
31. อธบิ ายองค์การแหง่ คุณธรรมจริยธรรม และการจดั การเรียนรไู้ ด้
32. นักศกึ ษาเปน็ ผขู้ ยัน อดทน และซื่อสตั ย์
สมรรถนะท่ีพึงประสงค์
ดา้ นพุทธิพิสยั
6. บอกความหมายและความสำคญั ของจรยิ ธรรมได้
7. บอกโครงสรา้ งของจริยธรรมได้
8. อธบิ ายองค์การแหง่ คณุ ธรรมจริยธรรม และการจดั การเรียนรู้ได้
ดา้ นทกั ษะพิสัย
แสดงวิธกี ารฝกึ อบรมเพื่อพัฒนาและปลูกฝังจริยธรรมได้
ดา้ นจิตพิสยั (คุณธรรม จรยิ ธรรม)
นักศึกษาเป็นผขู้ ยัน อดทน และซื่อสัตย์
บรู ณาการหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง/3 D
นกั ศึกษาสามารถนำความรจู้ ากการศึกษาเลา่ เรียนไปประกอบการตดั สินใจและเพ่อื เป็นภูมคิ ้มุ กนั ให้
ตัวเอง ด้วยการเป็นผู้มคี วามสนใจใฝ่รู้ ต้งั ใจเรียน
เน้ือหาสาระพอสังเขป
1. ความหมายและความสำคัญของจริยธรรม
จรยิ ธรรม หมายถึง มาตรฐานของความประพฤติหรือศีลธรรมที่ก่อตัวขึน้ มาจากอารมณแ์ ละทศั นคติ
ของสังคมใดสังคมหน่ึง ทั้งในอดตี และปัจจุบนั จรยิ ธรรมทางธุรกิจจงึ เก่ยี วกับความถูกหรือผิด
ทส่ี งั คมแต่ละกลุ่มคาดหมายไว้การปฏิบัติหรือไม่ปฏิบตั ิอย่างใดอย่างหน่งึ อาจ “ผดิ ” ในทัศนะคตขิ อง
คนหน่งึ บรษิ ทั วงการหรือประเทศหนงึ่ แตใ่ นทอ่ี ืน่ คนอ่ืน ประเทศอ่นื อาจจะ “ถูก”
2. โครงสรา้ งของจริยธรรม
2.1 ความรบั ผิดชอบ
2.2 ความซ่ือสตั ย์
2.3 ความมีเหตุผล
2.4 ความกตญั ญูกตเวที
2.5 การรักษาระเบยี บวนิ ยั
2.6 ความสามัคคี
2.7 ความยุติธรรม
2.8 ความเสยี สละ
2.9 การประหยัด
2.10ความเมตากรุณา
2.11ความอุตสาหะ
3. วิธกี ารฝกึ อบรมพัฒนาและปลูกฝังจริยธรรม
จรยิ ธรรมของแตล่ ะบุคคลย่อมจะมีพฒั นาการไปในรปู แบบต่าง ๆ การพัฒนาจริยธรรมจะมลี ำดบั
ข้นั ตอน แบบอย่าง และมีองค์ประกอบคล้ายคลงึ กนั คือ การอาศยั ปจั จยั ทด่ี ลบนั ดาลทำให้เกิด
จรยิ ธรรมจากตวั เราเอง กับปจั จยั ท่ีดลบนั ดาลให้เกิดจริยธรรมจากภายนอก
4. จริยธรรมในการใชส้ ารสนเทศ
จรยิ ธรรมทเี่ กย่ี วข้องกับการใชส้ ารสนเทศ ประกอบด้วย 4 ประเดน็ คือ
4.1 ความเป็นส่วนตัว
4.2 ความถูกตอ้ ง
4.3 ความเปน็ เจ้าของ
5. องคก์ ารแหง่ คุณธรรม จรยิ ธรรม และการจัดการความรู้
คุณธรรม มี 3 อย่างทสี่ ำคัญ ไดแ้ ก่
5.1 ความดี
5.2 ความถกู ต้อง
5.3 ความเป็นธรรม
การจดั การความรู้ คอื นำส่ิงที่ทำ มาพนิ จิ พิจารณาใหค้ นทท่ี ำนนั้ เอง มาพินิจพิจารณาแลว้ เรียนร้จู าก
ทท่ี ำ ประมวลวเิ คราะห์ สังเคราะห์ ออกมาเป็นความรู้ บันทึกไว้เพ่อื ใชป้ ระโยชน์ในภายหลัง และ
เพ่อื แลกเปลยี่ นเรียนรูก้ บั กลุ่มอ่นื ๆ หน่วยงานอืน่ ๆ
6. บทสรุปเนือ้ หาจริยธรรมในการจดั การ
แนวความคิดทีจ่ ะใหค้ นประพฤตดิ ีปฏิบตั ิงาน เป็นทปี่ รารถนาของสังคม ต้องการคนดีมีคุณธรรม
องคก์ ารทุกแห่งรับบคุ คลากรเข้าปฏบิ ตั งิ านจะคดั เลือกบุคคลที่มคี วามรคู้ วามสามารถมปี ระสบการณ์
ในการทำงานน้ัน ๆ พรอ้ มกันน้นั จะพิจารณาจริยธรรม คณุ ธรรม คณุ ธรรม มนุษยส์ ัมพนั ธ์ น้ันกค็ อื
ปรัชญา “ความรู้คู่คุณธรรม” และแปรเป็น “ธุรกิจคจู่ ริยธรรม” การปลกู ฝังเสรมิ สร้าง ฝกึ อบรม
จริยธรรมต้องคำนงึ ถึงพ้นื ฐาน 3 ประการ ดงั ต่อไปนี้
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ (จัดกจิ กรรมใหส้ อดคลอ้ งกับสมรรถนะที่พึงประสงค)์
ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรยี น
เพอื่ กระต้นุ ความสนใจและเชื่อมโยงการเรียนรู้ ครูผู้สอนอธิบายโครงสร้างของจรยิ ธรรม
โดยครผู ูส้ อนคอยสรุปประเด็นสำคญั ขั้นสอน
ขน้ั สอน
3. ผูเ้ รยี นฟังครบู รรยายเน้ือหาตามหวั ข้อในเอกสารประกอบการสอน ประกอบ Power
Point พร้อมยกตวั อยา่ งประกอบ เพ่ือให้ผูเ้ รยี นเขา้ ใจมากยงิ่ ขนึ้
4. เพ่ือสง่ เสริมการศกึ ษา คน้ คว้าและหลอมรวมเป็นองคค์ วามร้ดู ้วยตนเอง ให้ผ้เู รียน
แบง่ กลมุ่ ตามความสมัครใจและจำนวนเทา่ ๆ กนั แสดงวิธกี ารฝกึ อบรมเพ่ือพัฒนาและ
ปลกู ฝังจริยธรรมและศกึ ษาค้นควา้ สาระสำคัญ และนำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น
ข้นั สรปุ
4. ให้ผูเ้ รียนชว่ ยกนั ตอบคำถามและครผู สู้ อนสรุปซำ้ ในประเดน็ เน้อื หาท่ีสำคัญ โดยเฉพาะ
องคก์ ารแห่งคุณธรรมจริยธรรม และการจัดการเรยี นรู้เพือ่ ใหผ้ ้เู รยี นนำมาพจิ ารณาใช้ใน
ชวี ิตประจำวนั ได้
5. นำผลการตรวจสมุดแบบฝกึ หดั ที่นักศึกษานำสง่ และจากการสงั เกตพฤตกิ รรม ขณะทำ
กิจกรรมของแต่ละคนมาแจง้ และชแ้ี จงให้ผู้เรยี นทราบ เพ่อื นำไปปรับปรุงแกไ้ ขใหด้ ีขึ้น
6. ครูผู้สอนนดั หมายใหผ้ เู้ รยี นเตรยี มตัวเกี่ยวกับเนอ้ื หาที่จะเรียนในหนว่ ยการเรียนต่อไป
สือ่ การจัดการเรยี นรู้
แหลง่ การเรียนรู้
21. หนังสือเรยี น
22. หนังสือท่ีเก่ยี วขอ้ ง
23. ส่อื การสอน Power Point
24. วิดีทัศน์
การประเมินผลการจดั การเรยี นรู้ (ให้สอดคล้องกับสมรรถนะทพี่ ึงประสงค์)
ก่อนเรยี น
สงั เกตจากความสนใจ ตั้งใจเรยี น รว่ มสนทนาและแสดงความคิดเห็น
ขณะเรยี น
1. สังเกตความต้ังใจ การมีส่วนรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม มคี วามรับผดิ ชอบในงานท่ีมอบหมายให้
การแสดงความคดิ เห็นและซักถาม
2. สงั เกตความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ยและมีวนิ ัย มีภมู คิ ุ้มกันดา้ นยาเสพติด
หลงั เรยี น
สงั เกตการณจ์ ดบันทกึ การร่วมสรุปเนอ้ื หาและทำแบบทดสอบให้ถูกต้อง 80% ข้ึนไป
แบบทดสอบหรือใบงาน (ถา้ ม)ี
แบบทดสอบ หน่วยที่ 6
พิจารณาเลือกคำตอบที่ถกู ต้องท่ีสุดเพยี งคำตอบเดียว
1. ข้อใดเป็นธรรมทีเ่ ป็นข้อปฏบิ ัติ
ก. จริยา ข. จรรยา
ค. จริยธรรม ง. จรรยาบรรณ
2. ขอ้ ใดไมถ่ ูกต้อง
ก. คณุ ธรรมทางจรยิ ธรรมมีพ้นื ฐานจากการกระทำ
ข. จริยธรรมเน้นหลักการและเหตุผลจากการกระทำ
ค. การมีความรู้ ความสามารถทำใหเ้ ป็นทยี่ อมรับในสงั คม
ง. มนษุ ย์เป็นสัตว์สงั คม ต้องทำตนใหเ้ ป็นทีย่ อมรับในสงั คม
3. จากคำกล่าวทว่ี า่ “เป็นแคก่ ิ๊กกนั เท่านนั้ เอง” เปน็ สเี ทาเข้มในข้อใด
ก. ความสามคั คี ข. ความซื่อสตั ย์
ค. ความมีเหตุผล ง. ความยุตธิ รรม
4. ถา้ อยู่ในสงั คมต้องไม่ผกู พันกับอารมณ์และความยดึ มัน่ ของตนเองเป็นใหญ่ คือข้อใด
ก. การประหยดั ข. ความอุตสาหะ
ค. ความมเี หตุผล ง. การรกั ษาระเบียบวนิ ัย
5. ขอ้ ใดเปน็ กลไกสำคัญในการพฒั นาจริยธรรม
ก. การสรา้ งจติ ใจใหม้ ีคุณธรรม
ข. การฝกึ ฝนพฒั นาเอาใจใส่อยู่เปน็ นิจ
ค. การฝกึ ฝนภาวะทางจติ มุ่งมน่ั ทำดี
ง. การอบรมสั่งสอนปลกู ฝังหลักจริยธรรม
6. ขอ้ ใดเป็นหลกั การปลูกฝงั จริยธรรมที่ถูกต้อง
ก. การฝกึ เลือกคณุ คา่ คุณประโยชน์
ข. นำสถาบันครอบครวั เปน็ เอกลกั ษณ์สบื ทอดค่านยิ ม
ค. การใชค้ วามรคู้ ูข่ นานดา้ นบวกสร้างความดี
ง. สมาชกิ ทุกคนต้องได้รับการฝึกอบรมพัฒนาจริยธรรม
7. ขอ้ ใดเป็นการปลูกฝังจริยธรรมจากภายใน
ก. สถาบนั ครอบครวั เป็นผู้ส่งเสรมิ จรยิ ธรรม
ข. สถานศกึ ษา ศาสนา เป็นแหล่งปลกู ฝังจรยิ ธรรม
ค. การฝกึ หดั ทบทวนจากตำราเอกสารด้านจริยธรรมอยูเ่ ปน็ นจิ
ง. การฝึกฝนเสริมสร้างลกั ษณะนิสัยดา้ นจรยิ ธรรมอย่เู ปน็ นิจ
8. ขอ้ ใดปลูกฝังจริยธรรมใหเ้ ป็นเดก็ ดอี ย่างยั่งยนื
ก. หนูตอ้ งเกบ็ รักษาของเล่นให้ดีมีระเบียบนะคะ
ข. หนตู อ้ งแบ่งของเลน่ ให้เพอื่ นเล่นดว้ ยจะไดร้ ักกันนะคะ
ค. หนนู ่ารกั จงั เลยคะ ท่ีแบ่งของเลน่ ใหเ้ พือ่ นเล่นดว้ ยกนั นะคะ
ง. หนูเกง่ มากมากทส่ี ามารถแยง่ ของเล่นเพอื่ นมาเปน็ ของหนไู ด้
9. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลักของจริยธรรมในการใชส้ ารสนเทศท่ถี กู ต้อง
ก. ความเป็นธรรม ข. ความถกู ต้อง
ค. ความเป็นส่วนตัว ง. ความเป็นเจ้าของ
10. ข้อใดป้องกันความเส่ยี งด้านจริยธรรมองค์การไดอ้ ยา่ งย่ังยนื
ก. จรยิ ธรรมองคก์ าร ข. จรรยาบรรณธรุ กิจ
ค. องค์ความรู้องค์การ ง. การจัดการความรู้
เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน
1. ค
2. ค
3. ข
4. ง
5. ค
6. ค
7. ง
8. ค
9. ค
10. ค
บันทึกหลังการจัดการเรยี นรู้
ผลการใชแ้ ผนการจดั การเรยี นรู้
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................
ผลการเรยี นของนักเรียน
............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
............................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้ หนว่ ยที่ 7
ชอ่ื วิชาหลักการจดั การ สอนครัง้ ที่ 14-15
ชือ่ หน่วย กรณศี กึ ษาการจัดการ ชัว่ โมง 4
ช่ือเรอ่ื งหรอื ชือ่ งาน กรณีศึกษาการจัดการ จำนวนชั่วโมง 4
หวั ข้อเรื่องและงาน
35. กรณีศึกษาแนวความคดิ ทฤษฎีองค์การ
36. กรณีศกึ ษาการวางแผน
37. กรณศี กึ ษาการจดั การองคก์ าร
38. กรณีศึกษาการนำ (การชน้ี ำ 1)
39. กรณีศกึ ษาการนำ (การชน้ี ำ 2)
40. กรณศี กึ ษาการนำ (การชี้นำ 3)
41. กรณีศึกษาการควบคุม
42. กรณีศึกษาการเปลย่ี นแปลงและพัฒนาองค์การ
43. กรณีศกึ ษาการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจดั การ
44. กรณศี กึ ษาจริยธรรมในการจดั การ
สาระสำคญั
ศึกษาเกี่ยวกบั กรณศี กึ ษาการจัดการ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ เพือ่ ให้
33. อธิบายกรณศี กึ ษาแนวคิดทฤษฎีองคก์ ารได้
34. อธบิ ายกรณศี ึกษาการวางแผนได้
35. อธบิ ายกรณศี ึกษาการจัดองคก์ ารได้
36. อธิบายกรณีศึกษาการส่ังการได้
37. อธบิ ายกรณศี ึกษาการควบคุมได้
38. อธิบายกรณีศึกษาการจัดการสมยั ใหม่ได้
แผนการจัดการเรยี นรู้ หน่วยที่ 7
ชื่อวิชาหลักการจดั การ สอนครัง้ ที่ 14-15
ชอ่ื หน่วย กรณศี กึ ษาการจดั การ ชัว่ โมง 4
ชอื่ เร่ืองหรอื ชื่องาน กรณศี กึ ษาการจดั การ จำนวนชั่วโมง 4
39. อธบิ ายกรณศี กึ ษาการเปล่ียนแปลงและพฒั นาองค์การได้
40. อธบิ ายกรณศี กึ ษาการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชใ้ นการจัดการได้
41. กรณศี กึ ษาจริยธรรมในการจดั การได้
42. นกั ศกึ ษาเปน็ ผมู้ ีสัมมาคาราวะ สุภาพ อ่อนน้อม
สมรรถนะทพ่ี ึงประสงค์ (ความรู้ ทกั ษะ คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณวิชาชีพ)
ดา้ นพุทธิพิสัย
11. อธิบายกรณีศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎีองคก์ ารได้
12. อธิบายกรณศี กึ ษาการวางแผนได้
13. อธิบายกรณศี กึ ษาการจดั องค์การได้
14. อธิบายกรณศี ึกษาการสง่ั การได้
15. อธบิ ายกรณศี กึ ษาการควบคุมได้
16. อธิบายกรณศี ึกษาการจดั การสมยั ใหมไ่ ด้
17. อธิบายกรณศี ึกษาการเปลี่ยนแปลงและพฒั นาองค์การได้
18. อธิบายกรณีศึกษาการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการได้
ดา้ นทักษะพิสัย
วเิ คราะห์กรณศี กึ ษาจรยิ ธรรมในการจัดการได้
ด้านจิตพิสัย
นักศึกษาเป็นผู้มสี มั มาคาราวะ สุภาพ อ่อนน้อม
บูรณาการหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง/3 Dนักศึกษาสามารถนำความรจู้ ากการศกึ ษาเล่าเรียน
ไปประกอบการตดั สนิ ใจและเพื่อเปน็ ภูมิคุ้มกนั ให้ตัวเอง ดว้ ยการเปน็ ผู้มเี หตุผล พอประมาณ และ
พอเพียง
เน้อื หาสาระพอสังเขป
1. กรณศี กึ ษาแนวความคดิ ทฤษฎอี งคก์ าร
กรณีศกึ ษาท่ี “ไซเบอรส์ เปซ ทอยส์”
โรงงานผลิตตกุ๊ ตาไร้สารพษิ ช่อื บริษัท ไซเบอรส์ เปซ ทอยส์ ทตี่ ้ัง 16 – 19 ถนนพุทธมณฑลสาย 5
อำเภอนครชยั ศรี จงั หวดั นครปฐม ทำต๊กุ ตาและของเดก็ เลน่ ดว้ ยแป้งมนั สำปะหลังและใยพืช เปน็
โรงงานขนาดกลางมีอาคารเพียง 4 หลงั บนทดี่ นิ 14 ไร่ ผลิตสินคา้ ตามใบสัง่ ตามฤดกู าล เช่น
ครสิ ต์มาส ปใี หมแ่ ละของชำรว่ ยงานพธิ งี านรืน่ เรงิ ต่าง ๆ ขณะนี้เปา้ หมายทางการตลาดจึงมีเฉพาะ
ตลาดทม่ี ีความจำเปน็ จริงจึงสัง่ ทำของเท่านั้น
สถานการณ์ของการประกอบการข้างต้น ทำให้มีงานชกุ ในบางชา่ งบางเดือนเทา่ นั้น นโยบายบรษิ ทั ใน
การผลิตมกี ารจา้ งงานช่ัวคราวตามความจำเปน็ ทำให้มีพนักงาน 2 ประเภท คือ พนกั งานประจำ
กบั พนกั งานชว่ั คราว ซง่ึ สว่ นใหญ่ไดจ้ ากชานเมือง กทม. เชน่ หนองแขม อ้อมน้อย อ้อมใหญ่
สมุทรสาคร ศาลายา นครชัยศรี นครปฐม ซ่ึงคนงาน บางส่วนยงั ไมห่ ายตน่ื กลัวจากอุบัติภยั ไฟไหม้
โรงงานผลิตตุก๊ ตา
ชือ่ “เคเคอร”์ ท่ีใช้วัตถดุ ิบใยสงั เคราะห์ โพลิยสั เตอร์และผา้ เป็นสว่ นสำคญั ทำให้สำนักงานแรงงาน
จงั หวัดและอตุ สาหกรรมจงั หวัดนครปฐมเข้ามาตรวจงาน โรงงานไซเบอรส์ เปซ ทอยส์ บอ่ ยครั้ง
เนือ่ งจากเปน็ โรงงานใหมท่ ี่ต้องผ่านกฎเกณฑ์ ระเบียบตา่ ง ๆ เพอื่ การจดั ตง้ั โรงงานและตอ้ งปฏิบัติงาน
ตามกฎหมายที่เกย่ี วข้องหลายฉบับ ทำใหค้ ุณการณุ สรุ ยิ แสง ผ้จู ัดการใหญ่ ซงึ่ อดีตเคยเป็นผจู้ ดั การ
โรงงานทอผา้ ใหญแ่ ห่งหนึง่ ทม่ี ีพนักงานกว่า 900 คน แต่มาอยใู่ นโรงงานแหง่ นีเ้ พียง 2 ปี และมี
จำนวนคนงานไม่แนน่ อนแลว้ ยังแบ่งเปน็ 2 ประเภท ดงั กลา่ วข้างตน้ เสยี อีก
เหตกุ ารณท์ เี่ ปน็ ปัญหาจึงเกิดขึน้ เมื่อ คุณการุณ ใหผ้ ู้จดั การฝา่ ยบคุ คล คุณประดิษฐ์ ประวตั ิดี
กำหนดวิธีการให้รางวลั เป็นโบนสั กับพนกั งานประจำทต่ี อ้ งทำงานเพ่มิ ข้ึนในช่วงเรง่ รดั การผลิตเทา่ น้ัน
ส่วนพนักงานงานช่ัวคราวจะใหโ้ บนสั ต่อเม่ือช่ัวโมงล่วงเวลาสูงกวา่ เกณฑ์ที่กำหนด ดูตารางแสดง
ช่วั โมงล่วงเวลากับโบนสั ท่ใี หป้ ระกอบ
เกณฑเ์ ฉลยี่ (1) มชี ่ัวโมงล่วงเวลาไมต่ ่ำกว่า 350 ช่ัวโมงตอ่ 7 เดอื น สำหรับพนักงานประจำ
และ (2) พนักงานชั่วคราว 140 ช่ัวโมง 7 เดือน (3) เศษเกนิ ปดั ไปใชอ้ ตั ราโบนัสชนั้ สูงกว่า 1 ชัน้ (4)
เงินโบนัสไมเ่ กี่ยวกบั เงนิ คา่ ล่วงเวลาทีก่ จิ การต้องจา่ ยตามข้อบังคบั กระทรวงแรงงานและสวัสดิการ
สังคมอย่แู ล้ว (5) เงนิ เดอื นข้ันต่ำของพนักงานประจำชัน้ 1 เดอื นละ 3,000.– ชนั้ 2 เดอื นละ 4,000.-
ชัน้ 3 เดอื นละ 6,000.- บาท
ขณะเดยี วกับท่ีออกเกณฑ์การให้โบนสั ก็เร่ิมเข้มงวดกับระเบยี บการสูบบหุ รี่ภายในบริเวณโรงงานและ
การห้ามสบู บุหรภ่ี ายในตัวอาคาร จับได้ใหไ้ ลอ่ อกทนั ที นอกจากน้กี ารออกนอกบรเิ วณโรงงานจะ
กระทำได้ตอ่ เม่ือหัวหนา้ งานอนุญาตโดยตอกบตั รเขา้ ออกท่ี รปภ. หน้าประตูโรงงานคร้ังละไม่เกิน 20
นาที ต่อ/วัน ภายใน พฤษภาคม มีคนถกู ให้ออก 3 คน เปน็ พนักงานชัว่ คราวท้ังส้ิน ต่อมาเดอื น
มถิ นุ ายน
ใหอ้ อกจากงาน 5 คน เป็นพนักงานประจำ 1 คน
2 ปตี ่อมา คุณการุณ ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจลม้ เหลวเพราะความเครยี ด คุณสถาพร สายลมเย็น
ผู้ชว่ ยผู้จดั การใหญไ่ ดร้ ับตำแหนง่ แทนคณุ การณุ หลังจากรักษากรอยู่ 7 เดอื น จึงต้องการให้บรษิ ัทมี
การเปล่ยี นแปลงปรับปรงุ และพฒั นาท้ังการผลิต การตลาดและการจัดการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
คำถาม
1. อธบิ ายและยกตัวอย่างความสัมพันธ์ขององค์การและการจัดการของบริษทั แห่งนมี้ าใหเ้ ข้าใจ
2. ใหว้ ิเคราะห์การบรหิ ารงานของบริษัทน้วี า่ ใช้ทฤษฎีองคก์ ารและการจัดการ แบบใดแลว้ ให้
เหตุผลประกอบ
3. คณุ การณุ มภี าระผู้นำแบบไหน โดยยกตัวอย่างประกอบ
4. ถ้าคณุ เป็นคณุ สถาพร จะทำอยา่ งไร จะเริ่มจดั การงานแบบไหน ใชห้ ลักอะไร
2. กรณศี ึกษาการวางแผน
กรณีศกึ ษา บรษิ ัทออโต – สแปร์พาร์ท จก.
อกี 2 วนั ขา้ งหนา้ คณุ ชัยพร พนกั งานแผนการวางแผน ซึง่ รับผิดชอบการเขยี นร่างแผนงานจะตอ้ ง
รายงานเสนอต่อที่ประชุม จึงไดห้ ารือกับหัวหนา้ หน่วยคือ คุณปิติ ดงั นั้น
ชัยพร : “ในเร่ืองแผนการสงั่ ซ้อื สินคา้ ชนิดใหม่ คือ “Z” สำหรับเดอื นกรกฎาคมวา่ ระหวา่ ง
เดอื น กรกฎาคม จนถงึ ตุลาคม มีเพยี ง 12,000 ชิ้น เท่านนั้ ดังน้ันเราไมค่ วรสัง่ สนิ ค้าให้
มา ไมใ่ ชห้ รือครบั ”
ปิติ : “แต่วา่ จากคำพดู จาของหวั หนา้ แผนกในวันกอ่ น เขาบอกว่า ฝา่ ยขายเริ่มทำการ
ขายสนิ คา้ Z อยา่ งจริงจงั ดังน้นั ตามท่ีตกลงกันไวใ้ นตอนแรก และเพื่อเป็นการลด
ต้นทุนสินคา้
เข้าควรสั่งซื้อเดือนละ 10,000 ช้ิน ต้ังแตเ่ ดือนตลุ าคม เปน็ ต้นไป”
ชัยพร : “หรือครับ แตฝ่ า่ ยขายเคยตอบวา่ ลูกค้าเองก็ยังมีสตอ๊ กอยู่มากนะครบั ”
ปิติ : “ใช้แล้ว แต่คุณสมเกียรติ ผู้ผลติ สินค้าไดบ้ อกยำ้ มาหลายคร้ังแลว้ วา่ ให้รกั ษาสัญญา
ท่ีกำหนดใหซ้ ้ือเดอื นละ 10,000 ช้นิ ต้ังแตเ่ ดือนตลุ าคม เป็นต้นไปคงเพราะมกี าร
ส่ังซื้อ วัตถดุ ิบไวแ้ ล้วเปน็ จำนวนมาก หวั หน้าสว่ นของคณุ เอง ก็ยังพดู กำชับมากว่า “เขา้
ใจสเป็ค และต้นทนุ แลว้ ใช่ไหม” มาด้วยครับ”
ชยั พร : “แตว่ ่าทางเรากไ็ ม่อยากถูกฝ่ายบัญชตี ่อวา่ ด้วยเรื่องสนิ ค้าเกินสตอ๊ กในช่วงปลาย
ภาค”
ปิติ : “แย่จรงิ ถ้างน้ั เราลองมาหาทางลดจำนวนการสง่ั ซอื้ จะดีมยั้ ”
ชยั พร : “แตว่ า่ หัวหน้าครบั อีกหน่อยถา้ ถูกสัง่ ให้เพม่ิ จำนวนข้นึ อีก กค็ งแย่”
ตามกรณนี ี้ สิง่ ท่ีอยากให้พจิ ารณา คือ หวั หนา้ หนว่ ย (คณุ ปติ )ิ จะใหค้ ุณชัยพรรา่ งแผนการจัดซื้อ
สินค้า Z ด้วยแนวคดิ ใด คณุ ปติ ิจะต้องเขา้ ประชุมการจดั ซ้อื ที่จะมีข้ึนในอีก 2 วัน ขา้ งหนา้ ดังนัน้ จงึ
ตอ้ งการให้คณุ ชยั พร รา่ งแผนงานโดยเรว็ แต่ทวี่ ่าคำปรกึ ษาในเร่อื งนี้มีเพยี งนิดเดยี วคือ “เราไม่ควร
ส่ังสนิ คา้ ให้มากไมใ่ ช้หรอื ครับ” (ปิต)ิ และ “เราลองมาหาทางลดจำนวนการสั่งซ้ือลงดีไหม”
คำถาม
ถา้ ท่านอยใู่ นฐานะของหวั หนา้ หนว่ ยอยา่ งคุณปิติ ท่านจะมกี ารปฏิบตั เิ กยี่ วกบั รา่ งแผนการจัดซื้อ
อยา่ งไร ขอให้ทา่ นเลอื กระหว่างข้อ ก. ถงึ ข้อ จ. มา 1 หัวขอ้ ทีใ่ กล้เคยี งกบั แนวคิดของทา่ นมากที่สุด
ก. เปา้ หมายการจดั ซื้อสนิ ค้า “Z” นัน้ มีความชัดเจน กลา่ วคือ กำหนดใหซ้ ื้อเดือนละ
10,000 ช้นิ นับแต่เดือนตุลาคม และกอ่ นหน้าน้ี ผูจ้ ดั การฝา่ ยได้กล่าว “จะทำการซอ้ื
เดือนละ 10,000 ชิน้ ใหจ้ งได้” ดังนั้นควรใหค้ ณุ ชยั พร จัดรา่ งแผนโดยใชเ้ ปา้ หมายท่ี
กำหนดไว้
ข. เน่ืองด้วยมีปจั จัยความไมแ่ น่นอนอยู่มากจึงไมค่ วรยึดมัน่ กับการ “ซ้ือเดือนละ 10,000
ช้นิ นบั ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป” จงึ ควรใหค้ ุณชัยพร ร่างแผนงานโดยใช้แนวคิด
ของเขาเอง
ค. ตวั ของหัวหนา้ หนว่ ย คอื คุณปิติ ควรทีจ่ ะกระตือรือร้นมากขน้ึ โดยหาข้อมูลจากฝ่าย
ขายหรอื จากหนว่ ยงานอ่ืน เพือ่ ทำการตัดสนิ ใจวา่ “ซอื้ เดือนละ 10,000 ช้นิ นบั ต้ังแต่
เดือนตุลาคม เป็นตน้ ไป เปน็ สงิ่ ทถ่ี ูกต้องหรือไม”่ และให้คณุ ชยั พรรา่ งแผนงานภายใต้
การตัดสินใจน้ี
ง. หัวหน้าหน่วย คอื คุณปติ ิ ควรปรึกษาหารือกบั หัวหน้าแผนกให้ดีเกย่ี วกับแนวโนม้ การ
สงั่ สินคา้ “Z” และเร่ืองสถานการณ์อนื่ ๆ “ซื้อสินค้าเดอื นละ 10,000 ช้ิน นบั ต้งั แต่
เดือนตุลาคมเป็นต้นไป หลังจากนนั้ จงึ ชี้แนะวธิ ที ำแผนงานแก่คุณชัยพร”
จ. ควรพจิ ารณารว่ มกบั คุณชัยพรให้มากขึ้นในเรือ่ ง “จดั ทำแผนงานตง้ั แต่เดือนกรกฎาคม
เปน็ ตน้ ไป” อยา่ งไร และให้คณุ ชยั พร รา่ งแผนงานขน้ึ ด้วยแนวคดิ ของเขาเองในฐานะท่ี
เป็นพนกั งานหน่วยจัดซอื้
3. กรณีศกึ ษาการจัดการองคก์ าร
กรณีศึกษา : บรษิ ทั สินเธาว์ จ.ก.
บริษัทสนิ เธาว์ จำกัด จดทะเบยี นเป็นบริษทั จำกดั ในจังหวัดกาฬสนิ ธุ์ โดยมีเป้าหมายผลิตเกลือ
สินเธาว์ จากแหล่งเกลือใตด้ ิน และได้สัมปทาน 40 ปี จากรฐั บาลในรปู ของเหมอื งเกลือ การผลติ เกลือ
สนิ เธาว์จงึ เปน็ ผลผลติ ช่วงต้นเทา่ นั้น ในปีท่ี 1 และ (2540-2542) เพ่ือรอการตดิ ตง้ั โรงงานแปรรปู
หรอื แยกธาตเุ กลอื จะเดนิ เครอ่ื งไดจ้ ะมีผลผลิตช่วงกลางและชา่ งปลายเปน็ ปุ๋ยเปน็ PVC และเคมีภัณฑ์
อ่ืน ๆ การลงทุนในระยะแรก พ.ศ. 2540-2542 จะแบ่งเปน็ ทนุ ดำเนนิ การ 50 ลา้ นบาท ซึ่งเป็น
คา่ ใช้จ่ายในการสัมปทาน ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนในโรงงานใบอนญุ าตเปดิ การผลติ และกจิ กรรมธุรการ
เรมิ่ จากการประชมุ คณะผูก้ อ่ การจนมีมติพเิ ศษให้จัดตั้งบริษทั จัดทำหนังสอื บรคิ ณสนธิ จดทะเบยี น
เปน็ บรษิ ทั จำกดั ออกหนงั สือบอกกลา่ วป่าวร้องระดมทนุ และกันเงนิ อกี สว่ นหนง่ึ เปน็ ทุนจดทะเบียน
200 ล้านบาท
เร่ิมมกี ารประชุมใหญ่ผูถ้ ือหุ้นเมอ่ื 10 มถิ ุนายน 2539 เพ่อื กำหนดวิสัยทัศน์และเปา้ หมาย
ในการดำเนนิ ธุรกิจอตุ สาหกรรม ที่จะทั้งผลิตและขายผลผลิตแก่อตุ สาหกรรมข้างเคยี งและ
อุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยคาดวา่ จะมี ROI = 5% สำหรับปี พ.ศ. 2541 และ 10% ในปี พ.ศ. 2542
แต่เม่ือมผี ลผลิตช่วงปลายแลว้ คาดว่าจะได้ ROI = 15% เปน็ อยา่ งตำ่ ในปี พ.ศ.2543
ใหน้ ักศกึ ษาใชก้ ระบวนการจดั ตัง้ องค์การ 6 ขั้นตอน มาจดั องคก์ ารให้บริษัทนจ้ี นครบกระบวนการ
โดยแสดงแผนภมู ิ เปน็ ข้ันตอน จนถึงขัน้ แสดงแผนผงั ของบรษิ ัทไดแ้ ละเสนอแนะวิธีประเมนิ ผล
วิเคราะห์ปรบั แผนหรอื โครงสร้างขององค์การด้วย
4.กรณศี กึ ษาการนำ (การชนี้ ำ 1)
แบบฝกึ หดั กรณศี ึกษาเพ่ือการแกไ้ ขปญั หา เรือ่ ง ดแี น่หรือ
เหตุการณเ์ กดิ ขนึ้ ในบริษทั สวนสวรรคจ์ ำกัด ขายอุปกรณ์ทำสวนและเคร่อื งตดั หญ้า ซึ่งมีอนาคตทาง
การตลาดดมี าก เพราะเป็นยุคธรุ กิจพฒั นาอสังหาริมทรพั ย์เฟ่ืองโดยเฉพาะที่อยู่อาศยั ไดแ้ ก่ หมู่บ้าน
จัดสรร และผ้รู กั การทำสวนไมด้ อกไม้ประดับในเขตบา้ นบรษิ ทั น้จี ึงมีจังหวะทางการตลาดดหี ลงั จาก
ประคบั ประคองตวั มานานตลอด พ.ศ.2529-2532 ธุรกิจเริม่ ดีในช่วง พ.ศ. 2533 ถึงปจั จบุ ัน จงึ ขยาย
สาขาออกไปต่างจงั หวัดใหญ่ ๆ 4 จงั หวดั คือ นครราชสีมา เชียงใหม่ หาดใหญส่ งขลา และชลบรุ ี
คณุ สุริยนั แสงประเทือง อายุ 34 ปี ไดเ้ ขา้ มาทำงานกับบรษิ ัทน้ีเปน็ เวลา 9 ปเี ศษ ใน 4 ปี แรก
ทำหน้าทเ่ี ปน็ พนกั งานขาย และใน 5 ปีหลงั ไดร้ บั แตง่ ตั้งเป็นผ้จู ดั การสาขาจงั หวดั นครราชสีมา มี
หนา้ ทแี่ ละรับผดิ ชอบการบริหารงานสาขา และตรวจสอบควบคุมงานโดยมีผู้ใตบ้ ังคับบญั ชาคอื
พนกั งานขาย 7 คน และหนว่ ยธรุ การมีหัวหนา้ หน่วยธุรการ 1 คน และเสมียนพนกั งานอีก 3 คน
รวมท้ังสำนักงานสาขาของบรษิ ัท มี 11 คน รวมท้ังตง้ั คุณสุริยนั ดว้ ย
ผู้จัดการฝ่ายกิจการสาขาของบรษิ ัทสวนสวรรค์ จก. ในกรงุ เทพฯ คือ คุณประสาน เพชรดี
ไดต้ ดิ ตามผลงานของคณุ สุรยิ นั มาตลอดโดยทราบจากรายงานของคุณสุริยนั ว่าบรหิ ารงานดีเลศิ ทุกปี
แต่เมอ่ื วานนเ้ี อง คณุ ประสานได้รับจดหมายฉบับหน่ึงจากคณุ โสภิณ ดสี ูงเนนิ อายุ 40 ปี เป็น
หวั หนา้ งานหน่วยธุรการของคุณสุริยา เป็นจดหมายลาออกโดยใหเ้ หตุผลว่า “ทนต่อสภาพงานและ
ความสมั พนั ธ์เลวรา้ ยไมไ่ หว” ดงั นั้น คณุ ประสาน จึงไดส้ อบถามข้อมลู กับฝ่ายบรหิ ารงานบุคคลทนั ที
ไดข้ อ้ มูลแล้วจงึ วเิ คราะห์ทราบวา่ ย้อนหลงั ไปตั้งแต่ พ.ศ. 2536 เป็นต้นมามอี ตั ราคนเขา้ -ออกงานที่
สาขานครราชสีมาสูงมาก โดยเฉพาะตำแหน่งเสมียนพนกั งานเปน็ อัตรา 40% เมื่อเทียบกับสาขาต่าง
ๆ ทง้ั 4 จังหวัด
เร่อื งนถี้ ้าคณุ เป็นคุณประสาน จะจดั การงานในลักษณะแก้ไขและป้องกันปญั หาทีเ่ กิดขนึ้ ได้อยา่ งไร
เพราะอาจเกิดข้นึ อกี เพราะตัวคุณสรุ ยิ นั เองหรือว่าเกิดจากคณุ สมบตั ิของพนักงานไมต่ รงกับความ
ต้องการของงาน และอาจเกดิ จากปญั หาส่วนตัวของคุณโสภณิ ท่ที ำงานดีมาต้ังแตต่ น้ ก็ได้ ท้งั นไ้ี ม่ใช่
เพื่อตัดสนิ ว่าใครผดิ ใครถูก แต่ถือวา่ เปน็ ปญั หาท่ีตอ้ งรว่ มกันแก้ไขแตย่ ังติดใจวา่ คณุ สุรยิ ัน ดีแนห่ รอื
4. กรณศี ึกษาการนำ (การชน้ี ำ 2)
(การชนี้ ำ 2)
จดุ หวั เล้ยี งหัวต่อของขา้ พเจ้า
เม่อื ปีท่แี ลว้ ผมเป็นผจู้ ัดการตลาดของบริษทั ต่อตวั ถังรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก 10 ล้อ ช่อื บรษิ ัท
พานทอง ตัวถงั รถ จก. อำเภอพานทอง จังหวัดชลบรุ ี มีคณุ สมหวัง ภักดกี ุล เปน็ ผู้จัดการฝ่ายขาย
ระดับอำเภอ ทำหน้าทห่ี าตลาดและหางานป้อนโรงงานรับผิดชอบเขตอำเภอศรรี าชาและเมอื งพัทยา
ผมชนื่ ชมผลงานของคณุ สมหวังมากเพราะเขาทำยอดขายได้ดี แตม่ ีกิจกรรมทางสังคมค่อนขา้ งมาก
เพราะเป็นสมาชกิ สโมสรโรตารี่สมาชกิ นกั ธรุ กิจหนุ่มเมืองพทั ยา สมาชกิ สโมสรกอล์ฟ ปญั ญา
บางพระ สังกัด “กว๊ นพลัง-หนมุ่ ” ฯลฯ
ผจู้ ดั การใหญต่ ิดต่อส่ือสารเชิงอรูปนัยกับผมวา่ ให้ “กำจดั คณุ สมหวัง” เพราะสังคมจดั เกินไป ผม
รับทราบด้วยความคดิ ท่ีสับสนระหว่างที่ตามสายบังคบั บัญชากบั ความเป็นจรงิ และผลประโยชน์ของ
องคก์ าร เหมือนระฆังช่วย เมื่อ 3 เดอื นทแี่ ลว้ ผมถูกทาบทามดึงตวั อย่างแรงจากบริษทั ระยอง
โคชแอนดท์ รดั จก. ให้เป็นผู้อำนวยการฝา่ ยการตลาด ซึ่งมีตำแหน่งสูงกว่า อำนาจหนา้ ทแ่ี ละความ
รบั ผิดชอบมากกว่าทเี่ ดิม และแนล่ ะคา่ ตอบแทนมากกว่าที่เดมิ เกอื บเทา่ ตัว ก่อนท่ผี มจะไปดำรง
ตำแหนง่ ใหม่ ทีใ่ หม่อย่างเรง่ ดว่ นนี้ ผมควรใช้โอกาสนี้ “กำจัด” คณุ สมหวงั หรือไม่ อยา่ งไร
ในเมอ่ื ตัวผมเองมคี วามจงรกั ภักดตี ่อองคก์ ารคอ่ นขา้ ง “แตกร้าว” อย่อู ย่างน้ี ผมควรจะอยกู่ ับบริษัท
เดมิ ดหี รอื ไมโ่ ดยปิดปากเงียบ หรือ “ไปเลย” แล้วเตือนคณุ สมหวังให้รู้ตวั คณุ เป็นผมจะทำอยา่ งไรดี
5. กรณศี ึกษาการนำ (การชนี้ ำ 3)
(การชีน้ ำ 3)
เร่อื ง บรษิ ัทรุง่ โรจนบ์ รรจภุ ณั ฑ์ จำกัด
บริษทั รุ่งโรจน์บรรจุภณั ฑ์ จำกดั รงั สิต ปทมุ ธานี จ่ายคา่ ตอบแทนให้กบั พนักงานขายเป็นเงินเดือน
โบนัส และสว่ นแบ่งจากยอดขาย (คอมมิวช่นั ) โบนัสจะจา่ ยใหใ้ นเดอื นธนั วาคมของทุกปี เป็น
หน้าทแ่ี ละอย่ใู นดุลยพินิจของผบู้ ริหารหน่วยงาน ซงึ่ พิจารณาจาก (1) การใชจ้ า่ ยซึ่งเงนิ ของบริษทั
(2) การรูจ้ ักวางแผนงานและทำงานตามแผนและ (3) ดูจากความประพฤติของพนกั งานในแตล่ ะ
เกณฑ์ดงั กล่าวมคี ะแนนเตม็ 10 คะแนน สงู สุดไมเ่ กนิ 5,000 บาท ถ้าคะแนนเต็มทั้ง 3 เกณฑ์
พนกั งานผู้น้ันจะได้ 15,000 บาท แล้วยงั จะได้จากโบนัสซง่ึ มากจากสว่ นแบง่ กำไรหลงั จากหักภาษี
แลว้ พนกั งานเคยไดอ้ ยา่ งต่ำ 2.5 เดือน อย่างสงู 4.5 เดอื น ของเงนิ เดือนทไ่ี ดร้ บั อยู่อีกด้วย
ตวั อย่างเชน่ คุณวชิ ัย เนตรวเิ ชียร ไดร้ ับเงินเดือน 8,000 บาท ได้รบั โบนัส 3.0 เปน็ เงิน
24,000 บาท และไดค้ ะแนนตามเกณฑ์ท้ัง 3 เต็ม 30 คะแนน จะไดเ้ พมิ่ มาอกี 15,000 บาท
ในเดอื นธันวาคมของทุกปนี ั้น เขาจะไดร้ บั เงนิ รางวัลการทำงานทั้งส้ิน 39,000 บาท
เรื่องกม็ ีอยู่ว่า คณุ สถาพร เลิศวไิ ล ผ้จู ดั การฝ่ายขายให้โบนสั คณุ สมพงษ์ คงเกษม 26,000 บาท
และคณุ สมพงษไ์ ด้ทราบข่าวว่า คุณเชดิ ชาย สิงหท์ อง ได้โบนัสถงึ 35,000 บาท ซ่งึ คุณสมพงษ์
เหน็ วา่ ไม่ยุตธิ รรม โดยชใี้ ห้เหน็ ว่า ตวั เขาเอง (คุณสมพงษ)์ สามารถทำยอดขายให้กับกิจการได้ถึง
7,000,000 บาท ในปีน้ี ส่วนคุณเชิดชาย ขอดขายตกลงมากกวา่ 800,000 บาท แตค่ ณุ สถาพร
ไมส่ นใจทีค่ ุณสมพงษ์
มารอ้ งเรยี น กลับชี้ข้อบกพร่องให้เห็นวา่ คุณสมพงษ์ ชอบสวมเสื้อสฉี ดู ฉาด ส่งรายงานการขายช้า
กว่ากำหนด ชอบรับประทานอาหารแพง ๆ พกั โรงแรมดี ๆ ยิ่งไปกวา่ น้ันการใชร้ ถของบริษัทยังมี
จำนวนกโิ ลเมตร
ตอ่ การเยย่ี มลกู คา้ 1 ครั้งสูงกวา่ ของคุณเชดิ ชายถึง 11% คุณสถาพรจึงปิดแฟ้มเร่ืองร้องเรียนของคณุ
สมพงษท์ ันที โดยเขียนบนั ทึกท้ายเร่อื งใหเ้ หตุผลวา่ “ผมไดเ้ ตอื นคณุ แลว้ ในที่ชุมชนใหญ่ของฝ่ายขาย
ภาคคร่งึ ปีเมื่อเดอื นมถิ ุนายน เรอื่ งคุณแตง่ กายไม่เหมาะสม” เร่ืองนี้คณุ สมพงษไ์ มย่ อมแนน่ อน
1. มปี ัญหาอะไรเกดิ ข้นึ ในเรื่องการจูงใจ
2. ระบบการให้รางวัลเพ่อื การจูงใจของบริษัทนเี้ ปน็ เช่นไร จงวเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์
3. ถ้าคณุ เปน็ คณุ สถาพรจะแกป้ ญั หาอย่างไร และจะกำหนดวธิ ีการจูงใจเสยี ใหมห่ รอื ไม่
อยา่ งไร
6. กรณศี กึ ษาการควบคมุ
กรณศี ึกษาเชิงปฏิบัติและแก้ปัญหา : ปญั หาการควบคมุ ฝ่ายจดั ซอื้ ของเทวญั
คณุ เทวัญ พรปราณี เจ้าของบริษทั พรปราณี จำกัด ดำรงตำแหน่งผ้จู ดั การใหญ่บรษิ ัทฯ ดว้ ย
มผี บู้ รหิ ารระดับผูจ้ ดั การฝา่ ยต่าง ๆ ทีมีฝีมือด้านบริหารและอยู่มานานบรษิ ัทฯ ไดผ้ ลิตตาข่ายแห
อวนไนลอ่ น มาต้งั แต่ พ.ศ. 2521 เมื่อเริ่มแรกมีคู่แข่งเพยี งไมก่ ี่ราย แตป่ ัจจุบันเฉพาะที่พระประแดง
ใกล้ปอ้ มพระจุล มีโรงงานเชน่ เดียวกันนี้ 3-4 รายและยงั มีทีอ่ ืน่ ๆ อกี
ในระยะ 10 ปี แรกของโรงงานไมม่ ีปัญหาเก่ียวกบั วัตถุดิบ คือ เสน้ เอน็ ไนล่อนขนาดต่าง ๆ เพราะ
สง่ั ซ้ือตรงจากประเทศญป่ี ุน่ และบางประเทศยุโรป พ.ศ. 2532 วัตถุดบิ เริม่ หายาก และมีราคาแพง
จงึ เร่ิมสัง่ ซือ้ จากไต้หวันเพม่ิ ขน้ึ อกี ปจั จุบันใชว้ ัตถดุ ิบ เฉลย่ี 650 ตัน/เดือน ท้งั สั่งตรงจากประเทศ
และจากตัวแทนจำหนา่ ยในกรุงเทพฯ ค่าวตั ถุดิบเพิ่มขึ้นจาก พ.ศ.2530 ถึง 25% แตเ่ นือ่ งจากมีอุป
สงค์มากขนึ้ ในจังหวดั ชายทะเลภาคใต้ คณุ เทวญั จึงขยายกจิ การไป 3 แห่ง ที่จังหวดั ตราด
กระบี่ และนราธวิ าส แต่ละแห่งเฉล่ยี แล้วต้องใช้วตั ถดุ ิบ 300 ตัน/เดือน แตก่ ารจดั ซื้อดำเนนิ การที่
โรงงานใหญส่ มุทรปราการ โดยมีคุณนพคณุ มโนสจุ ริต อายุ 54 ปี เปน็ ผจู้ ัดการฝ่ายจดั ซื้อ ซงึ่ มี
อายุงาน 9 ปี ทำหน้าที่จัดซอ้ื และจดั ส่งวตั ถุดิบ อะไหล่ วสั ดุอปุ กรณ์อืน่ ๆ (ไมน่ ับรวมเครอื่ งจักร)
เดือนละประมาณ 16,000,000 บาท
ฝา่ ยจดั ซ้ือมตี ำแหน่งผู้ช่วย 2 คน เจ้าหนา้ ท่ีจัดหา สบื ราคา จัดประกวดราคา 3 คน เสมยี น
พนักงาน 6 คน คุณนพคณุ มีหอ้ งทำงานอย่บู นสำนกั งานใหญ่ ไมไ่ ดอ้ ยู่ทีส่ ำนักงานตดิ กับคลังสนิ คา้
โดยมีคุณวสันต์ แต้เจริญพานชิ เปน็ ผชู้ ่วย และคุณวนิดา สายสมร เป็นเลขานกุ าร คุณวสันต์
เป็นผชู้ ว่ ยอาวุโส มีอายงุ าน 7 ปี ผลงานและความซื่อสตั ย์ ไวใ้ จได้ คุณเทวัญ คิดได้วา่ เหมาะสม
ทจ่ี ะแทนคณุ นพคุณได้เม่อื จำเปน็
เม่อื 4 เดอื นทแ่ี ล้วสำนกั งานผูต้ รวจสอบบญั ชี (ผตู้ รวจสอบภายนอก) ร่วมกับฝ่ายบัญชแี ละฝ่าย
บริหารงานบคุ คลของบรษิ ัทฯ ได้ตรวจสอบหลักฐานและวเิ คราะห์งานของฝ่ายจดั ซอ้ื แลว้ มีความเหน็
ว่า (1) ควรรวมฝ่ายจดั ซื้อเข้ากับฝ่ายคลงั สนิ ค้าตามนโยบายลดขนาดขององค์การและใหโ้ ครงสรา้ ง
เป็นแนวระดับเพือ่ แยกความรบั ผิดชอบและใหข้ ั้นตอนการทำงานน้อยลงใหง้ านเสรจ็ เรว็ ขนึ้ หรือ (2)
กระจายฝ่ายจัดซอ้ื เป็นหน่วยจัดซือ้ ประจำโรงงานแตล่ ะจังหวัด
จึงเกิดขา่ วลือว่าถ้าปีหนา้ คณุ นพ คุณตอ้ งเกษียณอายุงาน จะไมม่ ตี ำแหน่งนีอ้ ีกและเจ้าหนา้ ทจี่ ดั ซ้อื แต่
ละจงั หวดั จะใชค้ นท้องถ่นิ ให้เป็นหวั หน้าหน่วยงานจ๋ิวแต่แจ๋ว เร่อื งน้ีคณุ วสันต์ทราบมาบา้ งแล้วจึงจะ
ขอเข้ามาพบคุณเทวัญ
1. มีปัญหาอะไรเกิดข้ึนท่ฝี า่ ยจัดซื้อ
2. ลักษณะงานของฝา่ ยจดั ซ้ือควรจะใช้แบบกระจายอำนาจ และความรบั ผิดชอบ หรือ
ควรรวมศูนย์ ซ่งึ จะเหมาะสมต่อการควบคุมงาน ใหแ้ สดงเหตุผลสนับสนนุ
3. เรื่องน้ีสมควรหรือไม่ท่คี ณุ วสันต์ นำไปปรึกษาคณุ เทวญั
4. ถา้ คณุ เป็นคุณเทวญั จะอธิบายเรอ่ื งนก้ี ับคุณวสนั ต์วา่ อย่างไร
7. กรณีศึกษาการจัดการสมัยใหม่
การจดั การงานของกลุ่มเจรญิ โภคภัณฑ์
บรษิ ัทต่าง ๆ ของกลุ่มเจริญโภคภณั ฑ์ ภายใตก้ ารนำของคณุ ธานนิ ท์ เจยี รวนท์ ประธานกลมุ่ ซีพี
ไดก้ ำหนดภารกิจสำคญั ประการหนงึ่ วา่ “ถ้าต้องการทำธุรกจิ ใหญ่ ธุรกจิ นนั้ จะตอ้ งเกี่ยวข้องกับคน
ส่วนใหญ”่ และมีวิสัยทศั น์ที่ชัดเจนแนว่ แน่ว่า “ซีพีจะต้องเปน็ ธรุ กจิ ระดับนานาชาต”ิ ซง่ึ คณุ ธนินท์
ได้กลา่ วกับคณะผบู้ รหิ ารระดบั สูงของบรษิ ทั เม่ือ พ.ศ.2533 “ในอีก 10 ปี ซีพีจะต้องใหญ่แบบมติ ซบู ิ
ชิใหไ้ ด”้ เปน็ การก้าวไปทลี ะข้ัน แตม่ ัน่ คงแบบนักธุรกจิ จนี ทีส่ ัง่ สอนกันต่อมาวา่ “แปะเฉียะกอเท้า ไจ่
จ่ิงเจ็กโปว่ ” แปลว่า ไม้คาน 100 เฉียะ และก้าวไปข้างหน้าทลี ะกา้ ว บดั น้ีคำกลา่ วนนั้ ใกล้ความจรงิ
เข้าไปทกุ ทแี ลว้ จากภาพที่เราเห็นและบทบาทการดำเนนิ ธรุ กจิ ทเ่ี ราติดตามศึกษาอยู่ ซพี เี ดิมโตจาก
ธรุ กิจขนาดเลก็ ของบรรพบุรุษ แซ่เจี่ย คา้ เมลด็ พันธพ์ุ ืช ชอ่ื รา้ น “เจียไต”๋ อยู่ใกล้วดั เกาะสัมพันธวงศ์
มาประมาณ 75 ปี แลว้ ต่อมาคุณธนนิ ท์ รบั ดำเนินงานสานต่อธรุ กจิ ขยายเข้าส่เู กษตรอตุ สาหกรรม
ประเภทอาหา คอื เลือกทำการคา้ และกา้ วเดนิ บนเสน้ ทางของธุรกจิ ท่ถี นัดก่อนอยา่ งอื่นโดยซ้ือพันธุไ์ ก่
อาหาร เนอื้ “บรอยเลอร”์ จากออสเตรเลียมาเปน็ พันธ์ตน้ ตระกลู จนสามารถสรา้ งเครือขา่ ยการ
เพาะเล้ียงเขา้ สูร่ ะบบเกษตรรายย่อย แลว้ สนบั สนุนดา้ นยาและอาหารสตั ว์ มรี ะบบการรับซือ้ ที่
ยตุ ธิ รรม ทำให้มวี ัตถดุ ิบป้อนโรงงานจำหน่ายขายส่งเขา้ ตลาดในประเทศและตา่ งประเทศได้ทง้ั ไกส่ ด
แชแ่ ขง็ เนื้อสกุ รและอาหารแปรรูป ทำใหซ้ ีพเี ปน็ เจ้าตลาดเน้ือสตั วแ์ ละอาหารสัตว์ได้ไม่ยาก
ซีพี กา้ วสูงขน้ึ ไปไดอ้ กี เพราะรูจ้ ักเลอื กซ้ือเลอื กใช้เทคโนโลยที ีเ่ หมาะสม ร้จู กั เลือกผู้ร่วมทุนทส่ี ามารถ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยีให้กับซพี ีได้ ปัจจบุ ันซพี ีมีกลุ่มธุรกจิ อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และ
ขนาดเล็กหลายแห่ง ในอนาคตอันใกล้น้ีซีพีอาจเป็นกลุ่มธุรกิจทใ่ี หญท่ ส่ี ดุ ของกลุ่มอาเซยี นกไ็ ด้ ซ่งึ
วิสัยทศั น์ของประธานกล่มุ คือ คุณธานนิ ท์ นน้ั สอ่ งไปได้ไกลและชดั เจนจากรายการโทรทศั น์ Nation
News Talk มสี าระสำคัญทางการบริหารงานดงั นี้
1. “ถ้าต้องการทำธุรกิจให้ใหญ่ ธุรกจิ นัน้ จะตอ้ งเกยี่ วขอ้ งกับคนสว่ นใหญ”่ เชน่ ขายปัจจัย
4 ซงึ่ ซีพีเลือกปัจจัยแรกคือ อาหาร ตามมาดว้ ยพลงั งาน โทรคมนาคม และ
ยานพาหนะ เปน็ ตน้
2. “ธรุ กิจต้องรับผดิ ต่อลูกค้าและสังคม และตอ้ งทำใหส้ ำเร็จ กำไรจะตามมาเอง” มีความ
ตอนหน่ึงวา่ “คณุ พ่อสอนวา่ ถา้ เราขายเมล็ดพนั ธ์ุที่ไมด่ ใี ห้แก่ลกู คา้ เมอ่ื ลกู ค้านำไป
ปลูกไม่ขนึ้ และได้รับความเสียหาย ลกู คา้ ก็คา้ ขายไมไ่ ด้แน่นอนทสี่ ุดกไ็ ม่มเี งินมาซอ้ื
เมล็ดพนั ธพุ์ ชื ไปปลูกใหม่อกี เราก็เสยี หายด้วย” คำกล่าวน้ีเป็นไปตามขอ้ คดิ จีนท่สี อน
พอ่ ค้าว่า กำไรมากกำไรน้อย กำไรนอ้ ยกำไรมาก
3. การทำธุรกิจต้องเลือกทำในแนวถนดั และรจู้ ักเลือกลงทนุ เลอื กผู้มาลงทุนร่วมหรอื รว่ ม
ค้าที่มเี ทคโนโลยีที่เราตอ้ งการ มีสถานะภาพที่มน่ั คง จะทำใหธ้ รุ กจิ ของเรามีความเสยี่ ง
นอ้ ยลง เช่น “ซพี ี ไมส่ ามารถผลติ เทคโนโลยยี าก ๆ ไดเ้ อง เชน่ การสรา้ งดาวเทียม
ไอซหี ลอดภาพโทรทศั น์และไปโอเทคโนโลยบี างอย่าง แต่รู้จกั เลือกซ้ือหรอื ร่วมทนุ เพื่อ
นำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ตรงกบั ความต้องการของประเทศและโอกาสทางธรุ กิจ”
คุณธานนิ ท์ ให้ความเหน็ ไวใ้ นการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้
จากขอ้ มูลขา้ งตน้ ทำให้เราพอจะเหน็ วสิ ัยทศั น์ของซีพีและความม่งุ ม่นั ตั้งใจของผู้บริหารของกล่มุ
บริษัทน้ี ท่ีได้ฟันฝ่าอปุ สรรคมาได้จนถงึ วนั น้ีและจะต้องก้าวเดินไปในอนาคตซงึ่ ต้องเผชิญปัญหาและ
อุปสรรคอยู่บ้าง ดังนน้ั ผู้ศึกษาติดตามเรอื่ งนีจ้ ะไดท้ ราบแนวทางจากข้อความเพ่ิมเติมท่จี ะช่วยให้
ทราบปญั หาและชว่ ยในการวเิ คราะห์ปัญหากับหาทางเลือกในการแกป้ ัญหาของกรณีศกึ ษานี้ได้ต่อไป
คอื
รายละเอียดเพิ่มเตมิ เพื่อช่วยในการวเิ คราะห์กรณีศกึ ษา
1. จากธุรกิจขนาดเลก็ ของครอบครวั เมื่อ 75 ปที ี่ผา่ นมา บัดน้ีไดก้ า้ วลำ้ นำหน้าธุรกิจขนาด
ใหญช่ นั้ นำคือ กลุ่มบริษัทของปนู ซเี มนตไ์ ทย ท่ีตา่ งประเทศรู้จักกันดีวา่ “กลุม่ SCT” ที่
มกี ำลังผลิตมหมึ า แต่อยู่คนละกลมุ่ อตุ สาหกรรมกบั ซพี ี คอื ซีพีอยู่ในกลุ่มอตุ สาหกรรม
อาหารและโทรคมนาคม ส่วนกลมุ่ ซีเมนตไ์ ทยหรือทีเ่ รียกว่า ปูนไทย ในกลุ่มวัสดุ
กอ่ สรา้ งกลา่ วได้ว่าซพี ีกล่าวมาไดร้ วดเรว็ และม่ันคงในช่วงเวลา 10 ปที ี่ผา่ นมา ทำให้
ยืนอยู่ในแถวหน้าของผู้ประกอบการชนั้ นำของประเทศและของภูมิภาคเพราะมีผนู้ ำท่ีมี
วิสยั ทศั นก์ วา้ งไกลกลา้ ตัดสนิ ใจรู้จักใชโ้ อกาส ระบบบริหารท่ีมคี วามคลอ่ งตัวสูงไม่ล่าช้า
แบบอนุรกั ษน์ ิยม ไม่มากข้ันหลายตอนแบบระบบราชการทท่ี ำได้เชน่ นเ้ี พราะมคี ณะ
ผ้บู รหิ ารทีม่ คี วามคดิ ก้าวหน้า ทำหนา้ ท่ีเปน็ เสนาธิการบางกลุ่มเป็นแม่ทัพนายกองที่
สำคัญมาช่วยกันคิด ชว่ ยกนั ทำ ช่วยกนั แก้ปัญหา แต่ท่ีบริษทั เทเลคอมเอเชีย มอี ตั รา
การเขา้ -ออกค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสายช่วงท่มี ีอายุงาน 4 ปี
2. ปจั จุบัน ซีพี เป็นธุรกจิ ขนาดใหญ่ ท่ีมคี วามรับผิดชอบต่อลูกคา้ และต่อสังคมทำให้
ภาพพจนน์ ้ีจะกลายเปน็ ทุนมหาศาลในอนาคต ในภาษาทางธุรกจิ เรียกวา่ มี “Brand-
name equity”
3. การรู้จักเลอื กทนุ เลอื กผู้รว่ มคา้ และผูร้ ่วมทนุ ประกอบกับการเห็นโอกาสทางธรุ กิจ จะ
ทำให้ซีพีย่งิ โตเร็ว เช่น การเข้าไปทำธรุ กิจในจีนทนั ทที ่ีมโี อกาสเพราะจีนมีประชากร
มาก เป็นตลาดสนิ คา้ อุปโภคบรโิ ภคขนาดใหญ่ ซีพีจงึ เลือกผลติ ยาและอาหารสัตว์
ประกอบกับภาวะนิสัยในการบริโภคของคนจีนเปลี่ยนไปและพัฒนาขน้ึ เช่น จากการใช้
จักรยานเรม่ิ เปลย่ี นเป็นจกั รยานยนต์ ซีพีจึงซื้อเทคโนโลยีจากญป่ี นุ่ และผลิต
จักรยานยนตข์ ายในจีน และกำลงั รกุ คืบหนา้ เข้าไปในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและการ
ซอ่ มบำรุงอากาศยาน เปน็ ต้น สว่ นในประเทศไทยมตี ัวอย่างเหน็ ได้ชัด คือ ก่อน พ.ศ.
2538 มีภาวะขาดแคลนโทรศัพท์ เนอ่ื งจากระบบบริหารราชการไมส่ ามารถตอบสนอง
ความต้องการของประชาชนและธรุ กจิ อตุ สาหกรรมภายในประเทศท่ีกำลังเพ่ิมและ
เตบิ โตอยา่ งรวดเรว็ สถานการณ์น้ีอาจทำใหเ้ ศรษฐกิจของชาติถดถอยหรือไม่ทนั
ประเทศคู่แข่งทางการคา้ ในภมู ิภาคเดียวกนั ได้ ในเร่อื งการช่วงชิงความเป็นศูนย์กลาง
ทางโทรคมนาคมและศนู ย์กลางทางการเงินของภมู ิภาค ซีพีจึงจดั ตัง้ บริษทั เทเลคอม
เอเชยี จำกดั (DTAC) ขึน้ มาประมูลการวางขา่ ยโทรศัพท์และดำเนินการสว่ นหนงึ่ ตาม
ระยะเวลาของสญั ญาใหท้ นั กับความต้องการของประชาชนและทันเวลา ทัน
ความกา้ วหน้าของชาติ การสัมปทานครง้ั น้ถี ือว่าเป็นโอกาสทางธุรกจิ ทีง่ ดงามมาก ทำ
ใหซ้ ีพกี า้ วหนา้ เขา้ สู่อตุ สาหกรรมทใ่ี ชเ้ ทคโนโลยีระดับสูงคอื โทรคมนาคม
เม่ือบริษัทเจริญเตบิ โตข้นึ คนมาขึน้ ปัญหาจะตามมาแล้วการบรหิ ารจะยากขน้ึ ด้วย เช่น
การสรรหาและไดค้ นมาไมย่ ากเพราะชื่อเสยี งของบริษทั ดี ซีพีจงึ จดั ตั้งศูนยส์ รรหาทรพั ยากรมนุษย์
กลาง แต่การได้คนดีมาใชง้ านแลว้ จะรกั ษาคนดีเหลา่ นัน้ ไวไ้ ดอ้ ย่างไรเปน็ ปัญหาในอนาคต ถ้าซีพี
สามารถเป็นแบบอยา่ งในการบรหิ ารธุรกิจทส่ี ังคมยอมรับและอา้ งอิงได้ จะเปน็ ตวั อย่างจงู ใจ ธรุ กิจอน่ื
ให้ยกระดบั การบริหารงานให้มีคณุ ภาพแข่งขนั กันเองทง้ั ในประเทศและกบั คูแ่ ขง่ ตา่ งประเทศดว้ ย
คำถาม
1. จากกรณศี ึกษาของการจดั การในกล่มุ บรษิ ทั เจริญโภคภณั ฑ์หรอื ซพี ี ใหแ้ สดงความเห็น
ว่า การบรหิ ารธุรกิจแบบครอบครวั ในประเทศไทย สมควรจะเปลี่ยนแปลงเป็นธุรกจิ ท่ี
ใชน้ กั บรหิ ารมืออาชพี เข้ามาช่วยและมกี ารกระจายหนุ้ เพื่อการเป็นบริษทั มหาชนใน
อนาคตหรือไม่อย่างไร จะแสดงแนวโน้มและให้เหตผุ ลประกอบการอธิบาย
2. การกา้ วไปทีละกา้ วแต่มน่ั คง จะยอ้ นแย้งกบั ความเจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเร็วขององค์การ
การตดั สินใจท่ที ันโอกาสทางธรุ กิจและความเปลีย่ นแปลงอย่างรวดเรว็ ของเทคโนโลยี
หรอื ไม่อยา่ งไร ใหแ้ สดงความคดิ เห็น
3. ในกรณศี ึกษานี้ ใหร้ ะบุปัญหาทีน่ ่าจะเกิดข้นึ ในอนาคตกับซพี ีในประเทศไทยวา่ มีอย่างไร
3 ประการสำคญั แล้วใหว้ ิเคราะหป์ ัญหาพรอ้ มเสนอแนวทางแก้ไข
4. อนาคตของกลุ่มเจรญิ โภคภณั ฑ์ท่ีไปลงทุนในจีนจะเปน็ เช่นใด เชน่ การจัดการทีต่ า่ ง
ภาษาและแตกต่างในวฒั นธรรมบางประการรวมถึงระบบเศรษฐกจิ และการเมืองที่
ตา่ งกนั ด้วยใหแ้ สดงแนวโนม้ และอุปสรรคปญั หาที่อาจเกิดขน้ึ
8. กรณีศึกษาการเปลย่ี นแปลงและพฒั นาองคก์ าร
กรณศี กึ ษาเรื่องหนา้ ที่ การจัดการในองคก์ ารของรัฐ
(การบริหารระบบราชการไทย)
9. กรณีศึกษาการนำเทคโนโลยสี ารสนเทศมาใช้ในการจัดการ
กรณศี ึกษา บรษิ ทั LINE
LINE Application นน้ั เปน็ โปรแกรมทถี่ ูกสรา้ งข้นึ ในชว่ งกลางปี 2010 โดยการรว่ มมือของบรษิ ัท
Naver Japan Corporation และ บริษทั Livedoor โดยมี NHN japan เปน็ ผู้พัฒนาฟิเจอรต์ ่าง ๆ
ของไลน์ และในส่วนของการตลาดด้านธุรกจิ นน้ั แยกใหบ้ รษิ ัทแม่มีเกาหลี NHN Corporation
จัดการหลังทเี่ ปดิ ตัวได้เพียงไม่นาน ก็ไดร้ บั การตอบรบั ถงึ หลายสบิ ลา้ นยูสเซอร์ในญป่ี ุ่น ประเดน็ แรกที่
ใชใ้ นการสรา้ งโปรแกรมแชท LINE ข้นึ มาก็มสี าเหตุมาจากสถานการณแ์ ผ่นดนิ ไหวทภี่ มู ภิ าค Tohoku
เมือ่ ต้นปี 2011 นน้ั เอง ในตอนน้นั ระบบการติดต่อทางการโทรศัพทล์ ่มอย่างไมเ่ ปน็ ท่า ทำให้ NHN
japan ตัดสนิ ใจออกแบบ App ที่สามารถใชไ้ ดท้ ้ังบนมือถอื บนแท็บเลต็ และคอมพิวเตอรพ์ ซี ี ซ่ึงจะ
ทำงานบนเครือข่ายข้อมลู ทส่ี ามารถแชทตอบโต้ไดร้ วดเร็วและตอ่ เน่อื งด้วยความท่ไี ลน์มีคุณสมบัติ
ของโปรแกรมแชทครบถว้ น ตง้ั แต่ แชท ส่งไฟลร์ ูป ไฟล์วีดีโอ ไฟลเ์ สยี ง ระบบการค้นหาเพื่อนด้วย
QR Code หรือจะเกมไว้คลายเครยี ด ยงั มอี กี สง่ิ หน่ึงท่ีมือถือได้วา่ เป็นจดุ เด่นของแอพพลเิ คชั่นนี้ก็วา่
ได้ นน่ั ก็คือ “Sticker” นน่ั เอง
คำถาม
1. จงระบุปัจจัยท่ีชว่ ยให้ LINE ประสบความสำเรจ็ ในเวลารวดเรว็ ตอบเป็นข้อ ๆ อธบิ าย
ใหเ้ ข้าใจ
2. จงระบธุ ุรกิจในเครือข่าย LINE และชอ่ งทางการนำเสนอเพื่อครองใจครอบครองตลาด
ไอที
3. ท่านสามารถนำ LINE มาใชใ้ นการจัดการไดอ้ ยา่ งไร ตอบเปน็ ข้อ ๆ อธิบายพอเข้าใจ
10. กรณศี กึ ษาจรยิ ธรรมในการจัดการ
สง่ิ ที่ได้รบั การกลา่ วขวัญเมือ่ เกิดความสูญเสีย ความรุนแรง อาทิ ตกึ ถลม่ โป๊ะล่ม โรงงานถกู ไฟไหม้ ก็
คือ ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคมและจริยธรรมในการประกอบธรุ กิจ
ในเร่ืองของจริยธรรมนั้น เป็นเร่อื งของรปู แบบของการตีความวา่ พฤติกรรมใดผิดพฤตกิ รรมใดถูก สง่ิ
ใดดี สิง่ ใดเลว ควรทำหรือไม่ควรทำ จริยธรรมนีจ้ ะเกย่ี วข้องกบั มนุษย์ทกุ สถาบนั ไมว่ า่ จะเป็นสถาบนั
ครอบครวั สถาบนั การศึกษา หรอื สถาบนั วชิ าชพี สถาบันตา่ ง ๆ พยายามท่ีจะสอนให้คนมจี ริยธรรม
แตก่ ารท่ีไดผ้ ลสมั ฤทธติ์ ามคำสอนหรือไม่ข้นึ อยกู่ ับจิตสำนึกของผูเ้ รยี นรู้ว่าจะยอมรับและนำไปปฏิบัติ
มากน้อยเพียงใด จริยธรรมจึงจะเกิดผล
นกั ธรุ กิจหรือผบู้ ริหารก็เช่นเดียวกัน ในปจั จบุ นั หลายท่าน คงไดย้ นิ ว่าในเวลาท่ปี ระกอบธรุ กจิ มกั จะมี
การพูดวา่ เราควรมจี ริยธรรมในการดำเนนิ ธุรกิจ พฤติกรรมทีผ่ ดิ จรยิ ธรรมอาทิการให้ข่าวสารรั่วไหล
ออกไป เพื่อผลประโยชนใ์ นการซื้อขายหลกั ทรพั ยแ์ ก่เพ่ือนฝงู ทใ่ี กล้ชดิ หรือการโฆษณาทห่ี ลอกลวง โป้
ปดมดเทจ็ แก่ผู้บรโิ ภค การวมหัวกนั ขน้ึ ราคา เหลา่ น้ี ควรจะเลกิ ไปเสีย เพราะเปน็ พฤตกิ รรมท่ีผิด
จรยิ ธรรมในการดำเนินธรุ กจิ
แตก่ ย็ งั มีอกี หลายคน มคี วามคดิ วา่ หากมัวแตค่ ิดเรือ่ งนแี้ ลว้ ธุรกิจจะไปรอดได้อยา่ งไร เมอ่ื ไหรท่ ่นี ัก
บรหิ ารมคี วามคิดเช่นน้ี ก็คงไมต่ ้องพดู กนั รอจนกว่าผลลัพธ์และความเสยี หายมาเยอื นกแ็ ล้วกนั และ
เม่อื ถึงวันนัน้ เราก็คงเศร้ากนั อีก เพราะไมใ่ ชเ่ พยี งแตท่ รัพย์สนิ เสยี หายเทา่ น้ันแต่อาจหมายถึงชีวติ ของ
ผทู้ ่ไี ม่รอู้ ิโหน่อิเหน่ จะต้องมารับกรรม เพราะการกระทำของท่าน และรัฐก็คงจะต้องเสียเวลามาคอย
ตามแก้ไขกนั อีก หมุนกันเป็นวงล้ออย่างไม่ร้จู บเชน่ เดมิ
การพิจารณาว่าอะไรเป็นสง่ิ ทีไ่ ม่ควรทำ หรือไมผ่ ิดจริยธรรมนั้น เราพิจารณากนั ได้อยา่ งไรในเร่ืองนี้
ผรู้ ู้กล่าวว่า เราสามารถพจิ ารณาไดใ้ น 3 ประเดน็ คือ
1. ตน้ ทนุ : ผลประโยชน์ ต้องมองให้กว้าง
2. ไมข่ ัดกับสิทธิมนษุ ยชน
3. เสมอภาคและยตุ ิธรรม
กจิ กรรมการจัดการเรียนรู้ (จัดกิจกรรมให้สอดคล้องกบั สมรรถนะทีพ่ ึงประสงค์)
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรียน
เพอื่ กระต้นุ ความสนใจและเชือ่ มโยงการเรยี นรู้ ครผู ูส้ อนอธิบายแนวคิดทฤษฎีองค์การ และกรณีศกึ ษา
การจดั การ โดยครผู ูส้ อนคอยสรุปประเดน็ สำคัญ
ขนั้ สอน
5. บรรยายเน้ือหาตามหัวขอ้ ในเอกสารประกอบการสอน ประกอบ Power Point พร้อม
ยกตวั อย่างประกอบ เพ่ือให้ผเู้ รียนเขา้ ใจมากยิ่งขน้ึ
6. เพ่อื ส่งเสริมการศึกษา คน้ คว้าและหลอมรวมเปน็ องค์ความร้ดู ้วยตนเอง ให้ผู้เรียนไป
ศกึ ษาค้นคว้าขอ้ มูลเกี่ยวกับกรณีศกึ ษาการจัดการ จดั ทำเปน็ รายงานและอภิปรายหน้า
ช้นั เรยี น
ขัน้ สรุป
7. ให้ผู้เรียนช่วยกันตอบคำถามและครผู สู้ อนสรุปซำ้ ในประเดน็ เนอ้ื หาทส่ี ำคญั เพือ่ ให้ผ้เู รียน
เขา้ ใจกรณศี กึ ษาการจดั การย่ิงขึ้น
8. นำผลการตรวจสมุดแบบฝึกหดั ที่นกั ศึกษานำส่งและจากการสงั เกตพฤติกรรม ขณะทำ
กจิ กรรมของแต่ละคนมาแจ้ง และช้ีแจงใหผ้ เู้ รียนทราบ เพื่อนำไปปรับปรงุ แกไ้ ขให้ดีข้ึน
9. ครผู สู้ อนนัดหมายใหผ้ ูเ้ รียนเตรยี มตัวเก่ียวกับเนอ้ื หาที่จะเรยี นในหนว่ ยการเรียนต่อไป
สือ่ การจัดการเรยี นรู้
แหลง่ การเรียนรู้
25. หนังสือเรยี น
26. หนังสือท่ีเก่ยี วขอ้ ง
27. ส่อื การสอน Power Point
28. วิดีทัศน์
การประเมินผลการจดั การเรยี นรู้ (ให้สอดคล้องกับสมรรถนะทพี่ ึงประสงค์)
ก่อนเรยี น
สงั เกตจากความสนใจ ตั้งใจเรยี น รว่ มสนทนาและแสดงความคดิ เห็น
ขณะเรยี น
1. สังเกตความต้ังใจ การมีส่วนรว่ มกจิ กรรมกลุ่ม มคี วามรับผดิ ชอบในงานท่ีมอบหมายให้
การแสดงความคดิ เห็นและซักถาม
2. สงั เกตความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ยและมีวนิ ัย มภี มู คิ ุ้มกันดา้ นยาเสพตดิ
หลงั เรยี น
สงั เกตการณจ์ ดบันทกึ การร่วมสรุปเนอ้ื หาและทำแบบทดสอบให้ถูกต้อง 80% ขน้ึ ไป
แบบทดสอบหรือใบงาน (ถ้ามี)
เฉลยแบบทดสอบหรอื ใบงาน
บันทกึ หลังการจัดการเรียนรู้
ผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ผลการเรยี นของนักเรียน
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
ผลการสอนของครู
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู้ หนว่ ยที่ 8
ชอื่ วิชาหลกั การจัดการ สอนครั้งที่ 16-17
ชอ่ื หน่วย หลักการจัดการในงานอาชพี ตามหลัก ชัว่ โมง 10
ปรชั ญา เศรษฐกิจพอเพียง
ช่อื เรื่องหรือชอ่ื งาน หลกั การจัดการในงานอาชพี ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจ จำนวนช่ัวโมง 10
พอเพยี ง
หัวข้อเร่อื งและงาน
45. ความหมายและความสำคญั ของเศรษฐกิจพอเพียง
46. กรอบแนวความคดิ ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
47. คุณลักษณะของเศรษฐกิจพอเพียง
48. เงอ่ื นไขของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
49. ระดับของเศรษฐกิจพอเพียง
50. จดุ มงุ่ หมายของเศรษฐกจิ พอเพียง
51. เศรษฐกิจพอเพียงในภาคธรุ กิจ
a. หลักความพอประมาณทางธุรกจิ
b. หลักความมีเหตผุ ลในธรุ กจิ
c. การมภี มู คิ มุ้ กันทีด่ ีในธุรกิจ
d. ความรแู้ ละคณุ ธรรมในธุรกิจ
52. กรณีศกึ ษาการประยกุ ต์หลกั การจดั การในงานอาชีพตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
สาระสำคญั
การประยุกตห์ ลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ในการจดั การ เพราะเศรษฐกจิ พอเพียงเป็นปรัชญาท่ี
ชถ้ี ึงแนวทางการดำรงอยแู่ ละปฏิบตั ิตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครวั ระดับชุมชน ถึง
ระดับรฐั ให้ดำเนินไปในทางสายกลาง คือ ความพอเพยี ง ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล รวมถงึ ความ
จำเปน็ ที่จะต้องมรี ะบบภูมคิ ุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควรตอ่ การมผี ลกระทบต่อใด ๆ เพอื่ พรอ้ มรับสถานการณ์
อนั เกดิ จากการเปลย่ี นแปลงทัง้ ภายนอกและภายใน โดยเฉพาะการพฒั นาเศรษฐกิจเพ่ือใหก้ ้าวทันตอ่ ยุค
โลกาภิวัตน์