พครตจะธิาอรกรรยิ มะ
เรียบเรียงโดย
1 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
คติธรรมของพระอรยิ ะ
เรยี บเรียงโดย : พ.อ.หลักแกว้ อัมโรสถ
พมิ พค์ รง้ั แรก : ๒๕๕๖
จำ�นวน : ๕,๐๐๐ เลม่
ศลิ ปกรรม : ดุลยวทิ ย์ วุฒสิ าร
ธรี นันท ์ พุ่มศลิ ป์
พิสจู น์อกั ษร : ชลธชิ า มากโมล
ISBN 978 616 335 237 8
จดั พมิ พ์โดย : พันเอก หลกั แกว้ อมั โรสภ (ศ.ศลิ าแลง)
กรมการทหารสอ่ื สาร ถนนสะพานแดง
เขตบางซอ่ื เขตบางซื่อ กรงุ เทพฯ
โทร. ๐๘-๑๑๒๓-๘๗๙๑
พิมพ์ที่ : หจก. อรณุ การพมิ พ์
๙๙/๒ ซอยพระศลุ ี ถนนดนิ สอ แขวงบวรนิเวศ
เขตพระนคร กรงุ เทพฯ ๑๐๒๐๐
โทรศัพท ์ ๐-๒๒๘๒-๖๐๓๓-๔
โทรสาร ๐-๒๒๘๐-๒๑๘๗-๘
http://www.aroonprinting.com
E-mail : [email protected]
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 2
บทนำ�
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะเลม่ นเ้ี กดิ จากการดำ� เนนิ
รายการรรู้ ักษแ์ ผ่นดนิ ทาง ททบ.๕ แลว้ มีผู้สนใจอยาก
ให้รวบรวมจัดท�ำเป็นรูปเล่มเล็กๆ จะได้เก็บไว้อ่าน
เพือ่ เตอื นสติในการด�ำเนนิ ชีวติ
คตธิ รรมเหลา่ นม้ี คี วามลำ้� ลกึ มากหากทา่ นอา่ น
ช้าๆ ไม่ต้องเร่งรีบ จะได้ข้อคิดส�ำหรับเป็นเคร่ือง
กลอ่ มเกลาจติ ใจอนั หยาบกระดา้ งใหบ้ างเบาลงจนจติ ใจ
ใสสะอาด อันจะน�ำไปสู่ความสงบร่มเย็นเป็นสุขของ
ตัวท่านเองและคนรอบขา้ ง
กระผมหวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ คตธิ รรมเลม่ เลก็ ๆ น้ี
คงเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านตามสมควรหากน้อมน�ำ
มาเป็นข้อคิดและการปฏิบัติในชีวิตประจ�ำวันแล้วก็
ม่ันใจได้ว่าท่านก�ำลังเดินทางเข้าสู่เส้นทางท่ีปลอดภัย
ในชวี ิตปราศจากมารรา้ ยมากลำ้� กลายทา่ นได้
ด้วยความปรารถนาดี
3 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
สารบัญ
หลวงปู่ทวดเหยียบนำ้� ทะเลจดื .......๖
สมเด็จพระพุฒาจารยโ์ ต พรหมรังสี .......๓๐
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช (เจรญิ สุวฑั ฒโน) .......๖๔
หลวงปมู่ ั่น ภรู ทิ ตั โต .......๘๖
หลวงปฝู่ ้นั อาจาโร .......๙๖
หลวงปแู่ หวน สจุ ณิ โณ .......๑๐๔
หลวงปบู่ ุดดา ถาวโร .....๑๐๘
ครูบาศรวี ชิ ัย .....๑๑๐
พระมงคลเทพมุนี .......๑๑๒
(หลวงพอ่ สด จันทสโร
วดั ปากน้ำ� -ภาษเี จรญิ )
คติธรรมจากพระอริยะ 4
หลวงปู่เทสก ์ เทสรงั ส ี .......๑๑๖
เจา้ คณุ นรรัตนราชมานิต .......๑๒๒
(ธมั มวติ ักโก ภกิ ข)ุ
หลวงตา แพรเยอ่ื ไม ้ .......๑๓๐
พระพุทธวรญาณ (มงคล วโิ รจโน) .......๑๔๔
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาสภกิ ขุ) .....๑๕๐
พระธรรมกติ ติวงศ์ .......๑๕๒
(ทองดี สุรเตโช ป.ธ.๙)
พระพรหมคณุ าภรณ์ (ป.อ.ปยตุ โฺ ต) .......๑๕๖
สัจปรัชญาชวี ติ .......๑๖๒
ท่านเจ้าคณุ พระเทพกวี
5 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
หลวงป่ทู วดเหยยี บน้ำ� ทะเลจดื
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 6
ธรรมประจ�ำใจ
พูดมาก เสยี มาก พูดน้อย เสยี นอ้ ย
ไมพ่ ดู ไม่เสยี นง่ิ เสยี โพธสิ ัตว์
7 คติธรรมจากพระอริยะ
ละไดย้ ่อมสงบ
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกน้ี
ล้วนแต่เคลื่อนที่ไปสู่ความเป็น
อนจิ จงั ทุกขัง อนัตตา
ทกุ อยา่ งในโลกนี้เคลอ่ื นไป
สกู่ ารสลายตวั ทง้ั สนิ้ ไมย่ ดึ ไมท่ กุ ข์
ไมส่ ุข ละไดย้ ่อมสงบ
คติธรรมจากพระอริยะ 8
สนั ดาน
ภเู ขาถกู มนษุ ยท์ ำ� ลายลงมาได้
แตส่ นั ดานของคนเราทนี่ อนนงิ่ อยใู่ น
ก้นบึ้ง ซึ่งไม่เหมือนกันย่อมขัดเกลา
ใหด้ เี หมือนกนั ไดย้ าก
9 คตธิ รรมจากพระอริยะ
ชีวติ ทกุ ข์
การเกิดมาเป็นมนุษย์ชาติหน่ึง
จะว่าประเสริฐก็ประเสริฐ จะว่า
ไมป่ ระเสรฐิ ก็ไม่ประเสริฐ จะเหน็ ได้ว่า
ตนื่ เชา้ กม็ คี วามทกุ ขเ์ ขา้ ครอบงำ� จะตอ้ ง
ล้างหน้า ล้างปาก ล้างฟัน ล้างมือ
เสร็จแล้วจะต้องกินต้องถ่าย นี่คือ
ความทุกข์แห่งกายเน้ือ เม่ือเราจะ
ออกจากบ้านก็จะประสบความทุกข์
ในหมู่คณะ ในการงาน ในสัมมาอาชวี ะ
การเลยี้ งตนชอบ นค่ี อื ความทกุ ขใ์ นการ
แสวงหาปจั จยั
คติธรรมจากพระอริยะ 10
บรรเทาทุกข์
การทีเ่ ราจะไมต่ อ้ งทุกขม์ ากนน้ั
เราจะต้องรู้ว่า เรานี้จะต้องไม่เอาชีวิต
ไปฝากสงั คม เราตอ้ งเปน็ ตวั ของเราเอง
และเราจะต้องวินิจฉัยในเหตุการณ์
ท่ีจะเข้ามาเก่ียวข้องกับตัวเราว่า
สงิ่ ใดเราควรทำ� ส่งิ ใดไม่ควรท�ำ
11 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
ยากกวา่ การเกดิ
ในการที่เราเกดิ มา
ชวี ิตแหง่ การเกิดนั้นงา่ ย
แตช่ ีวติ แหง่ การอยู่นน้ั สยิ าก
เราจะทำ� อย่างไรให้อยไู่ ดอ้ ยา่ งสุขสบาย
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 12
ไม่สิ้นสุด
แม่น้�ำทะเล และมหาสมุทร
ไม่มที ส่ี ้ินสุดของน�้ำ ฉนั ใด
กเิ ลสตณั หาของมนษุ ย์ กย็ อ่ ม
ไมม่ ีทีส่ ้นิ สดุ ฉันน้ัน
13 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
ยึดจึงเดือดร้อน
ทุกวันน้ีเกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน
ก็เพราะมนุษย์ไปยึดโน่น ยึดน่ี ยึดพวกยึดพ้อง
ยดึ หมยู่ ดึ คณะ ยดึ ประเทศเปน็ สรณะ โดยไมค่ ำ� นงึ
ถงึ ธรรม สากลจกั รวาลโลกมนษุ ยน์ ที้ กุ คนมกี รรม
จงึ เกดิ มาเปน็ สตั วโ์ ลก สตั วโ์ ลกทกุ คนตอ้ งใชก้ รรม
ตามวาระตามกรรม ถา้ ทกุ คนยดึ ถอื เปน็ อารมณ์
ก็จะเกิดการเข่นฆ่ากัน เกิดการฆ่าฟันกัน
เพราะอารมณ์แห่งการยึดถืออายตนะ ฉะน้ัน
ต้องพิจารณาให้ถ่องแท้วา่ สงิ่ ใดท�ำแล้ว สัตว์โลก
มคี วามสขุ สง่ิ นน้ั ควรท�ำนคี่ อื หลกั ความจรงิ ของ
ธรรมะ
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 14
อยู่ให้สบาย
ในภาวะแห่งการท่ีจะอยู่
อย่างสบายน้ัน เราต้องอยู่กันอย่าง
ไม่ยึด อยู่กันอย่างไม่ยินดี อยู่กัน
อยา่ งไมย่ นิ ร้าย อยู่กันอยา่ งพยายาม
ให้จิตวิญญาณของนามธรรมนั้น
เหนืออารมณ์ เหนือค�ำสรรเสริญ
เหนือนินทา เหนือความผิดหวัง
เหนือความส�ำเร็จ เหนือรัก เหนอื ชงั
15 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
ธรรมารมณ์
การอยู่อย่างมีธรรมารมณ์คือ
การอยู่เหนือความรู้สึกทั้งปวง อยู่อย่าง
รหู้ นา้ ทก่ี ารเปน็ คน และรหู้ นา้ ทใ่ี นการงาน
คือรู้ว่าสิ่งท่ีเราท�ำน้ันเป็นสิ่งท่ีเราต้องท�ำ
ไม่ใช่ท�ำเพื่อหวังผลตอบแทน เพราะถ้า
เราทำ� งานเพอ่ื หวงั ผลตอบแทนตา่ งๆ แลว้
ถา้ สงิ่ ตา่ งๆ ไมส่ มั ฤทธผิ ลตามความหวงั นน้ั
เราย่อมเกิดความโทมนัส เสียใจน้อยใจ
เป็นทกุ ข์
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 16
กรรม
ถ้าเรามีชีวิตอยู่อย่างที่ว่า
เกิดเพราะกรรม อยู่เพ่ือกรรม
ท�ำเพราะกรรม ตายเพราะกรรม
แล้ว ชีวิตการเป็นมนุษย์ย่อมมี
ความภริ มย์ มคี วามร่ืนเริง
17 คติธรรมจากพระอริยะ
มารยาทของผู้เปน็ ใหญ่
“ผู้ใหญ่ไม่ใช่อยู่ท่ีเกิดก่อน
ผู้ดีไม่ใช่อยู่ที่เรียนสูง” มารยาท
จรรยาของการเป็นผู้ใหญ่ ก็คือต้อง
สุขุมรอบคอบ และไม่ยึดติดเสียง
เป็นหลัก คือ ต้องไม่หวั่นไหวกับ
ค�ำนินทาและสรรเสรญิ
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 18
โลกยิ ะหรือโลกตุ ระ
คนท่ีเดินทางโลกุตระ ย่อมไปดี
ทางโลกิยะไม่ได้ คนท่ีเดินทางโลกิยะย่อม
ส�ำเร็จทางโลกุตระได้ยาก เพราะอะไร?
ถ้าคนหนง่ึ สำ� เรจ็ ได้ทั้งโลกยิ ะ และโลกุตระ
งา่ ยแลว้ ทำ� ไม องคส์ มเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธ
โคดม ต้องสละราชบัลลังก์แห่งจักรพรรดิ
ไปเปน็ ธรรมราชาเลา่ ถา้ เปน็ ไปได้ พระองค์
เป็นมหาจักรพรรดิพร้อมทั้งธรรมราชา
ไมด่ หี รอื ? แตม่ นั เปน็ ไปไมไ่ ด้ เพราะโลกของ
โลกิยะและโลกตุ ระเดินคขู่ นานกนั เราต้อง
ตดั สนิ ใจ ตอ้ งมคี วามเดด็ เดยี่ วและกลา้ หาญ
ในการทจ่ี ะเลือกทางใดทางหน่ึง
19 คตธิ รรมจากพระอริยะ
ศิษยแ์ ท้
พจิ ารณากาย ในกาย พจิ ารณาธรรม
ในธรรม พิจารณาวิญญาณ น่ันแหละคือ
สานศุ ษิ ยอ์ นั แทจ้ รงิ ของพระสมั มาสมั พทุ ธเจา้
คตธิ รรมจากพระอริยะ 20
รู้ซงึ้
ทุกอย่างจะต้องมีเหตุ เม่ือมี
เหตุจึงจะมีผล ผลน้ันเกิดจากเหตุ
เราได้วินิจฉัยข้อนี้แล้ว เราจึงรู้ซ้ึงถึง
พทุ ธศาสนา
21 คติธรรมจากพระอริยะ
ใจส�ำคญั
การทำ� บญุ นน้ั จะตอ้ งทำ� ดว้ ย
จิตใจบริสุทธิ์ จะต้องท�ำด้วยความ
ศรัทธา ผลสะท้อนมันจะเกิดข้ึน
เกนิ ความคาดหมาย
คตธิ รรมจากพระอริยะ 22
หยดุ พิจารณา
คนเราน้ี ถ้าไม่มีอะไรท�ำอยู่
ในท่ีวิเวกคนเดียว จิตมันจะฟุ้งซ่าน
และถ้าภาวะน้ันตนไม่ปล่อยให้จิต
ฟุ้งซ่านไปเร่ือยๆ คือหยุดพิจารณา
แล้วค้นสัจจะของ ศลี สมาธิ ปญั ญา
ยอ่ มทจี่ ะคน้ หาสจั จะในธรรมะได้
23 คตธิ รรมจากพระอริยะ
บรจิ าค
ท�ำบุญสังฆทานเป็นจาคะ
จาคะเป็นการบริจาคโภคทรัพย์
ภายนอก การสวดมนต์เป็นการ
ภาวนา การภาวนาเป็นการบริจาค
ภายใน เพราะฉะนั้น ถ้านับในด้าน
ทพิ ย์อำ� นาจ การบริจาคภายในย่อม
ไดก้ ศุ ลมากกวา่ การบรจิ าคภายนอก
นค่ี อื เรือ่ งของนามธรรม
คติธรรมจากพระอริยะ 24
ท�ำด้วยใจสงบ
เราจะทำ� บญุ กด็ ี เราจะทำ� อะไรกด็ ี
จงทำ� ดว้ ยความสงบ อยา่ ทำ� ดว้ ยอารมณ์
แห่งความร้อน เพราะการท�ำด้วยอารมณ์
รอ้ นนั้น มันจะพาเราไปสู่หายนะ
เม่ือเกิดอารมณ์ร้อน เราจะท�ำสิ่ง
ใดส่ิงหน่ึง จงอยา่ ท�ำ นงั่ ใหจ้ ิตใจมนั สบาย
เสยี กอ่ น เมอื่ จิตใจสบายแล้วปญั ญาก็เกิด
เมื่อเกิดปัญญาแล้ว จะท�ำสิ่งใดก็เป็นไป
โดยความสะดวก
25 คตธิ รรมจากพระอริยะ
มสี ตพิ ร้อม
จะท�ำสิ่งใดก็ตาม เราต้องมี
สตพิ รอ้ ม คือ อยา่ ใหม้ ีโทสะ อย่าให้
อารมณเ์ ขา้ มาควบคมุ สติ อยา่ ใหเ้ รอ่ื ง
ส่วนตัวและขาดเหตุผลมาอยู่เหนือ
ความจรงิ
คติธรรมจากพระอริยะ 26
เตอื นมนุษย์
มนุษย์ผู้ใด เห็นแก่งานส่วนตัว
มนษุ ย์ผ้นู ั้น จะไมม่ งี านท�ำในไมช่ ้า
มนุษย์ผู้ใด เห็นแก่ทรัพย์ส่วนตัว
มนุษย์ผู้นั้น จะไมม่ ีทรพั ย์ครองในไมช่ า้
มนุษย์ผู้ใด เห็นแก่นอนมาก
มนษุ ยผ์ นู้ นั้ จะไม่ได้นอนในไม่ช้า
27 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
พจิ ารณาตวั เอง
คืนหน่ึงก็ดี วันหน่ึงก็ดี ควรให้มี
เวลาว่างสัก ๕ นาที หรือ ๑๐ นาที
ไม่ติดต่อกับใคร ให้นั่งเฉย ๆ คิดถึง
เหตุการณท์ ่เี ราทำ� ไปแตล่ ะวนั ๆ ว่าท่ีเรา
ท�ำไปนั้นเปน็ อย่างไร คือใหป้ ลกี ตวั มเี วลา
เปน็ ของตัวเองบ้าง คิดเอาแต่เรื่องของตวั
อยา่ ไปคดิ เรอ่ื งของคนอนื่ เพราะมนษุ ยเ์ รา
สว่ นมากทกุ วนั นี้ มกั เอาแตเ่ รอื่ งของคนอน่ื
มาคิด ไม่คอ่ ยคิดเรือ่ งของตวั เอง
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 28
29 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
สมเด็จพระพุฒาจารยโ์ ต พรมรงั สี
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 30
หแลมว้นั่ ฟส้ารด้านิงบจะาชรว่มยไี เวอ.้ .ง.
“ลกู เอย๋ ...กอ่ นจะเทย่ี วไปขอบารมี
หลวงพอ่ องคใ์ ด เจา้ จะตอ้ งมที นุ ของตวั เอง
คือบารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมี
ของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่น
มาช่วย หาไม่เช่นน้ันแล้วเจ้าจะเอาตัว
ไม่รอดเพราะหนี้สินในบุญบารมีท่ีเที่ยว
ไปขอยมื มาจนพน้ ตวั ...เมอื่ ทำ� บญุ ทำ� กศุ ล
ได้บารมีมาก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หน้ีเขา
จนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว แล้วเจ้า
จะมอี ะไรไวใ้ นภพหนา้ ...หมน่ั สรา้ งบารมไี ว้
แล้วฟ้าดนิ จะชว่ ยเอง
31 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
จงจ�ำไวน้ ะ...
จงจ�ำไว้นะ...เม่ือยังไม่ถึงเวลา
เทพเจา้ องค์ใดจะคดิ ช่วยเจา้ ไม่ได.้ ..
คร้ันถึงเวลา....ท่ัวฟ้าจบดิน
กต็ า้ นเจ้าไมอ่ ย่.ู ..
จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน เม่ือ
บุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครท่ีไหน
มาชว่ ยเจา้ ”
คตธิ รรมจากพระอริยะ 32
เคลด็ ลบั สคู่ วามส�ำเร็จ
เคล็ดลับสู่ความส�ำเร็จสุดยอดใน
ทางธรรม คือ จะต้องมีสัจจะอันแน่วแน่
และมีขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะฝ่าฟัน
อปุ สรรค บรรลุความสำ� เร็จได้
อาตมามีกฎอยู่ว่า เช้าตีห้าไม่ว่า
ฝนจะตก ฟ้าจะรอ้ ง อากาศจะหนาวต้อง
ตน่ื ทันที ไมม่ ีการผดั เวลา แล้วเขา้ สรงนำ้�
ช�ำระกายให้สะอาด แล้วจึงได้สวดมนต์
และปฏิบตั ิสมถกรรมฐานหน่งึ ช่ัวโมง
พอหกโมงตรงก็ออกบิณฑบาต
เพื่อปฏิบัติตามปฏิปทาขององค์สมเด็จ
พระสัมมาสมั พุทธเจ้า
33 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
หลกั กากรรปรฏมบิ ฐัตาิวนปิ สั สนา
๑. จะตอ้ งมีสจั จะตอ่ ตนเอง
๒. จะต้องไม่คล้อยตามอารมณ์
ของมนุษย์
๓. พยายามตัดงานในด้านสังคม
ออก และไม่นัดหมายใครในเวลาปฏิบัติ
กรรมฐาน ดงั นน้ั เมอ่ื จะเปน็ นกั ปฏบิ ตั ธิ รรม
จำ� เปน็ จะตอ้ งมกี ฎเกณฑข์ องเรา เพอื่ ฝกึ จติ
ให้เขม้ แขง็
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 34
ทางแห่งความหลดุ พน้
ชีวิตมนุษย์อยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยปี
ก็ตอ้ งตายและถูกหามเขา้ ป่าช้า
ดังน้ัน จึงควรประพฤติปฏิบัติอยู่
ในศลี สมาธิ และปัญญา เพอื่ ให้หลุดพ้น
จากสังสารวฏั
มนุษย์อาบน้�ำช�ำระกายวันละ
สองคร้ัง เพ่ือก�ำจัดเหงื่อไคลส่ิงโสโครก
ทีเ่ กาะร่างกาย แตไ่ มเ่ คยคดิ จะช�ำระจิต
ให้สะอาดแม้เพยี งนาที
ด้วยเหตุนี้ ท�ำให้จิตใจของมนุษย์
ยุคปัจจุบันเศร้าหมองเคร่งเครียดและ
ดดุ นั กอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หาความพิการในสังคม
ความแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน จนกระท่ัง
เกิดความขัดแย้งและกลายเป็นสงคราม
มนุษย์ฆา่ มนษุ ยด์ ว้ ยกนั
35 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
กรรมลิขิต
เราทงั้ หลายเกดิ มาเปน็ มนษุ ยชาติ
แล้ว ล้วนแต่มีกรรมผูกพันกันมาทั้งสิ้น
ผูกพันในความเป็นมิตรบ้างเป็นศัตรูบ้าง
แต่ละชีวิตก็ย่อมท่ีจะเดินไปตามกรรม
วบิ ากของตนท่ไี ด้กระท�ำไว้ ทกุ ชวี ติ ลว้ นมี
กรรมเปน็ เครือ่ งลิขิต
อดีตกรรม ถา้ กรรมดี เสวยอยู่
ปจั จบุ นั กรรม สรา้ งกรรมชว่ั ย่อมลบล้าง
อดีตกรรม กรรมแห่งอกุศล วิบากตน
ปัจจุบนั สรา้ งกรรมดี ย่อมผดงุ
เรอื่ งกฎแหง่ กรรม ถา้ เปน็ ชาวพทุ ธ
แล้ว เขาถือว่าเป็นกฎแห่งปัจจัตตัง ผู้ท่ี
ต้องการรู้ ต้องท�ำเอง รเู้ อง ถึงเอง แล้วจึง
จะเขา้ ใจ
คตธิ รรมจากพระอริยะ 36
นกั บุญ
การท�ำบุญก็ดี การท�ำสิ่งใดก็ดี
ถ้าเป็นการทำ� ตนใหล้ ะทิฏฐมิ านะ ทำ� เพอื่
ให้จิตเบิกบาน ย่อมเสวยบุญน้ันในปรภพ
มนุษย์ทุกวันน้ีท�ำแบบมีกิเลส ดังนั้น
บางคนนกึ วา่ เขาสรา้ งโบสถเ์ ปน็ หลงั ๆ แลว้
เขาจะไปสวรรคห์ รือเปล่า เขาตายไปอาจ
จะตอ้ งตกนรก เพราะอะไรเลา่ เพราะถ้า
เขาสร้างด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ เป็นการ
ท�ำเพื่อเอาบุญบังหน้าในการเสวยความ
สุขส่วนตัวก็มี บางคนอาจเรียกได้ว่าหน้า
เนอ้ื ใจเสอื คอื ขา้ งหนา้ เปน็ นกั บญุ ขา้ งหลงั
เปน็ นักปลน้
37 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
ละความตระหนีม่ ีสุข
ดังนั้นบุญท่ีเขาท�ำน้ีถือว่า ไม่เป็นสุข
หากมาจากการก่อกรรม บุญน้ัน จึงมี
กระแสคล่ืนน้อยกว่าบาปที่เขาท�ำเอาไว้
หากมีใครเข้าใจค�ำว่าบุญ นี้ดีแล้ว การ
ท�ำบุญนี้จุดแรกในการท�ำก็เพื่อไม่ให้เรา
น้ีเป็นคนตระหนี่ รู้จักเสียสละเพ่ือความ
สุขของผู้อ่ืน ธรรมดาเพ่ือนมนุษย์ด้วยกัน
เมอื่ มที กุ ขก์ ค็ วรจะทกุ ขด์ ว้ ย เมอื่ มคี วามสขุ
กค็ วรสขุ ด้วยกัน
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 38
อย่าเอาเปรียบเทวดา
ในการท�ำบุญ สง่ิ ทีจ่ ะไดก้ ็คือ ระหว่าง
เราผู้เป็นมนุษย์ เรารู้ว่าสิ่งท่ีเราท�ำนี้จะ
เป็นมงคล ท�ำให้จิตใจเบิกบานดี น่ีคือการ
เสวยผลแห่งบุญในปัจจุบัน ทีน้ีการท�ำบุญ
เพ่ือจะเอาผลตอบแทนน้ัน มนุษย์นี้ออกจะ
เอาเปรียบเทวดา ท�ำบุญครั้งใด ก็ปรารถนา
เอาวิมานหน่ึงหลังสองหลัง การท�ำบุญแบบนี้
เรียกว่า ท�ำเพราะหวังผลตอบแทนด้วยความ
โลภ บุญน้ันก็ย่อมจะไม่มีผล ท่านอย่าลืมว่า
ในโลกวิญญาณเขามีกระแสทิพย์รับทราบใน
การท�ำของมนุษย์แต่ละคนเขามีห้องเก็บบุญ
และบาปแห่งหน่ึงอันเป็นท่ีเก็บบุญและบาป
ของใครต่อใครและของเรื่องราวน้ันๆ กรรม
ของใครก็จะติดตามความเคล่ือนไหวของตนๆ
น้นั ไปตลอดระหว่างทเี่ ขายงั ไมส่ ิ้นอายขุ ัย
39 คตธิ รรมจากพระอริยะ
บุญบรสิ ุทธ์ิ
การทส่ี อนใหท้ ำ� บญุ โดยไมป่ รารถนานน้ั
ก็เพื่อให้กระแสบุญนั้นบริสุทธิ์เป็นขั้นท่ีหนึ่ง
จะได้ตามให้ผลทันในปัจจุบันชาติ แต่ถ้าตาม
ไม่ทันในปัจจุบันชาติ ก็ติดตามไปให้เสวยผล
ในปรภพ คือ เมื่อสิ้นอายุขัยจากโลกมนุษย์
ไปแลว้ ฉะนน้ั เขาจึงสอนไม่ใหท้ �ำบญุ เอาหน้า
ท�ำบุญอย่าหวังผลตอบแทน สิ่งดีที่ท่านท�ำไป
ย่อมได้รบั สนองดีแน่นอน
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 40
สั่งสมบารมี
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส�ำหรับ
นักปฏิบัติธรรมแล้ว การท�ำบุญท�ำทาน
ย่อมเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติจิตให้
บรรลธุ รรมไดเ้ รว็ ข้นึ เปน็ บารมอี ยา่ งหน่งึ
ในบารมีสิบทัศท่ีต้องส่ังสม เพ่ือให้ส�ำเร็จ
มรรคผลนิพพาน
41 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
เมตตาบารมี
การทำ� บญุ ใหท้ านเพยี งแตเ่ รยี กวา่
ทานบารมี หากบ�ำเพ็ญสมาธิจิตจนได้
ญาณบารมี และโดยเฉพาะการบ�ำเพ็ญ
ทุกอย่างนั้น ถ้าท่านให้โดยไม่มีเจตนา
แห่งการให้ ให้สกั แต่วา่ ให้เขา ท่านก็ยอ่ ม
ได้กุศลเรียกว่าไม่มากและทัศนคติของ
อาตมาว่าการบ�ำเพ็ญเมตตาบารมีใน
ภาวนาบารมีน้ันได้กุศลกรรมกว่าการ
ใหท้ าน
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 42
แผ่เมตตาจิต
ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสัมฤทธิผลนั้น
เกดิ จากกรรม๓อยา่ งคอื มโนกรรมเปน็ ใหญ่
แล้วค่อยแสดงออกมาทางวจีกรรม หรือ
กายกรรมที่เป็นรูป การบ�ำเพ็ญสมาธิจิต
เป็นกุศลดีกว่า เพราะว่าการแผ่เมตตา
๑ คร้ัง ได้กุศลมากกว่าสร้างโบสถ์ ๑
หลงั ขณะจติ ทแ่ี ผเ่ มตตานน้ั จะเกดิ อารมณ์
แจ่มใส สรรพสัตว์ไม่มีโทษภัย ตัวท่าน
ก็ไม่มีโทษภัย ฉะน้ัน เขาจึงว่านามธรรม
มคี วามสำ� คัญกวา่
43 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
อานสิ งสก์ ารแผ่เมตตา
ผู้ปฏิบัติธรรมนั้น ต้องรู้จักค�ำว่า
แผ่เมตตา คือต้องเข้าใจว่า ความวิเวก
วังเวงแห่งการคิดนึกของเราแต่ละบุคคล
นน้ั มกี ระแสแหง่ ธาตไุ ฟผสมอยใู่ นจติ และ
วิญญาณกระจายออกไป เมื่อจิตของเรา
มีเจตนาบริสุทธ์ิ เมื่อจิตของเราเป็นมิตร
กับทุกคน เมื่อน้ันเขาก็ย่อมเป็นมิตรกับ
เรา เสมอื นหนึง่ เราใหเ้ ขากนิ อาหาร คนที่
กินอาหารน้ันย่อมคิดถึงคุณของเรา หรือ
อีกนัยหนึ่งว่าเราผูกมิตรกับเขาๆ ก็ย่อม
เป็นมิตรกับเรา แม้แต่คนอนั ธพาล เราแผ่
เมตตาจติ ให้ทุกๆ วนั สกั วนั หน่งึ เขากต็ อ้ ง
คติธรรมจากพระอริยะ 44
เป็นมติ รกบั เราจนได้ เม่อื จติ เรามีเจตนาดี
ต่อดวงวิญญาณทุกๆ ดวง ดวงวิญญาณ
ทกุ ๆดวงยอ่ มรกู้ ระแสแหง่ จติ ของเรา เรยี กวา่
มนษุ ยเ์ รานม้ี กี ระแสธาตไุ ฟออกจากสงั ขาร
เพราะเปน็ พลงั แหง่ การนง่ั สมาธจิ ติ วญิ ญาณ
จะสงบ ธาตุทั้ง ๔ นั้น จะเสมอแล้วจะ
เปลง่ เป็นพลงั งานออกไป
ฉะนั้น ผู้ที่น่ังสมาธิปฏิบัติอย่าง
สม�่ำเสมอ จิตแน่วแน่แล้ว โรคท่ีเป็นอยู่
มันจะหายไป ถ้าสังขารนั้นไม่ใช่จะพัง
เตม็ ทแี ลว้ คอื ไมถ่ งึ วาระสน้ิ อายขุ ยั หรอื วา่
สงั ขารนนั้ รว่ งโรยเกนิ ไปแลว้ กจ็ ะรกั ษาให้
มันกระชุ่มกระชวยได้หรือจะให้มันสบาย
หายเป็นปกตดิ งั่ เดมิ ได้
45 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
“คนเราทกุ วันน้ี
ดีแต่ส่องกระจกด้านหน้ากัน
แตเ่ พียงด้านเดียว
ให้เอากระจกหกด้านมาส่อง
เสยี บา้ งซิ แลว้ จะเห็นเอง”
คตธิ รรมจากพระอริยะ 46
การเป็นคน ให้เหมอื นคน
ต้องเปน็ คน ไมถ่ อื ตน
เมอ่ื ถอื ตน ย่อมเปน็ คน ไมถ่ งึ ตน
การเป็นคน ต้องเป็นคน ไม่หยามคน
เมอื่ หยามคน ยอ่ มถึงการ เป็นพาลชน
อนั พาลชน ยอ่ มพาลคน ทั่วทกุ ทศิ
เมื่อพาลคน วาระจติ ย่อมเศร้าหมอง
ถอื ทฐิ ิ อกุศล วาระกรรม วิบากข้นึ
ย่อมสนอง คนพาลเอย
47 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
คนเราช�ำระจิตใจ ให้สะอาด
ปราศจากตระหนเ่ี หนยี วแนน่ แลว้ ชาตหิ นา้
จะอดุ มสมบรู ณ์ย่งิ ขน้ึ
ผใู้ ดตระหน่ี ชาตหิ นา้ กจ็ ะเกดิ เปน็
คนยากจน
คตธิ รรมจากพระอริยะ 48
อนั ยศศักดิน์ ัน้ เป็นของจอมปลอม
เป็นของสมมุตกิ นั ท้ังส้นิ
หาความจรงิ อนั ใดมิได้
จงดพู ระเวสสนั ดร เปน็ ตัวอยา่ งเถดิ
ทา่ นสละได้แมแ้ ต่ไอสรู ยส์ มบตั ิ
และสละแม้ลูกและเมีย เพื่อผลใน
โพธิญาณ
49 คตธิ รรมจากพระอริยะ
ปราชญ์แท้ไม่คยุ ฟงุ้ อวดตน
คนดีไมเ่ ทีย่ วยกสอพลอ
คนเกง่ ย่อมทะนงอย่างเงียบ
คนช่ัวอวดรู้ดที ว่ั ภพ
คนโงอ่ วดฉลาดมากมาย
สิ่งท้ังหลายทา่ นเห็นมที กุ ที่เอย
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 50