The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คติธรรมพระอริยะ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Lakkaew Channel, 2020-10-03 09:22:06

คติธรรมพระอริยะ

คติธรรมพระอริยะ

ในโลกนี้
อทิ ธิพล แพ้อทิ ธฤิ ทธิ์
อิทธฤิ ทธิ์ แพ้บุญฤทธิ์
บญุ ฤทธ์ิ แพก้ รรมวิบาก
และ ฤทธก์ิ รรมลขิ ติ

51 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ

“ทุกข์ท้ังหลายเกิดจากการยึดม่ัน
ยึดเขา ยึดเรา ยึดคณะ ยึดพวก เมื่อใด
เกิดความยึดม่ัน ในส่ิงเหล่านั้น แม้เพียง
สงิ่ เดยี ว เมื่อนั้น ยอ่ มเกิดทุกข”์

คติธรรมจากพระอรยิ ะ 52

ยศและลาภหาบไปไมไ่ ดแ้ น่
มเี พียงแตต่ น้ ทนุ บญุ กุศล
ทรัพย์สมบตั ิท้งิ ไว้ให้ปวงชน
แม้รา่ งตนเขาก็เอาไปเผาไฟ
เมื่อเจ้ามามีอะไรมาด้วย
เจา้ จะเอาแต่สขุ สนุกไฉน
เจ้ามามอื เปล่าเจา้ จะเอาอะไร
เจา้ ก็ไปมอื เปลา่ เหมือนเจา้ มา

53 คตธิ รรมจากพระอริยะ

ทา่ นท�ำดีก็เสวยกรรมดี
ทำ� ไมด่ กี ต็ กนรกไป
ท่านอย่านกึ วา่ ท่านตายแลว้ สญู เปลา่
ท่านทงั้ หลายจะพบกันในโลกวญิ ญาณอกี

คติธรรมจากพระอรยิ ะ 54

หนี้สนิ ท่ีท่านสรา้ งข้นึ ในโลกมนษุ ย์
กจ็ ะชดใชก้ ันในโลกวิญญาณ
ใชไ้ ม่หมดก็ต้องไปเกดิ
ไม่อยา่ งนั้นจะไมเ่ รยี กวา่ เวยี นวา่ ยตายเกิด

55 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ

มนษุ ย์ ๓ จ�ำพวก

๑.  เกิดมาแล้วเอาแต่เสพกามและ
ข้องอย่ใู นกาม มนษุ ย์ประเภทน้มี าจากการ
เปลี่ยนแปลง ของกศุ ลและของจติ จากพวก
สตั วเ์ ดรัจฉานท่พี ้นขึน้ มาส่มู าเปน็ มนษุ ย์

๒.  เกดิ จากมนษุ ยท์ บ่ี ำ� เพญ็ ทำ� บญุ
สุนทาน ทำ� สมาธิ มาจากเทพ พรหม ทีห่ มด
อายุขัยแห่งการเสวยทิพยอ�ำนาจ มนุษย์
ประเภทนี้ชอบเสพกามแล้วก็สร้างเกียรติ
เพือ่ ประดับบารมี

๓.  คอื ประเภท เหนอื กาม เหนอื เกยี รติ
มาจากการเป็นเทพ การเป็นพรหม ก็คือ
มนษุ ย์ประเภทนกั พรต

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 56

ท�ำใจใหส้ งบ

เมอื่ ทา่ นหาเวลาวา่ งได้
จงพยายามท�ำจิตให้สงบ
เม่ือจิตสงบดีแลว้ จะเกดิ อำ� นาจทิพย์
ช่วยใหท้ า่ นเปน็ ผู้มสี มองปลอดโปร่ง
มปี ัญญาในการด�ำรงไว้ซงึ่ สัมมาอาชีวะ
ความสุขจะเกดิ แก่ทา่ น

57 คติธรรมจากพระอริยะ

ถ้าเราม่ันใจในค�ำสอนของ
พระสมั มาสมั พทุ ธเจ้า ฉะน้ัน เจ้าจงหมั่น
สะสมบุญ ท้ังทาน ศีล ภาวนา ไว้อย่าง
สม�่ำเสมอ เทพยดา ฟ้า ดิน จะเอน็ ดชู ว่ ย
เหลอื เจ้าเอง

คติธรรมจากพระอรยิ ะ 58

จงจำ� ไว้เถดิ วา่
เมื่อได้ท�ำบุญ ท�ำกุศลแล้ว อย่า
คิดว่าจะได้รับผลนั้นทันที จะท�ำให้จิตใจ
หดหู่ ท้อถอย
แต่จงม่ันใจเถิดว่า ผลบุญนั้น
ไม่สูญหายไปไหน เพราะการให้ผลของ
กรรมนนั้ จะใหผ้ ลตามกำ� หนด ถา้ ยังไมถ่ ึง
เวลาส่งผลแล้ว แม้แต่เทพเจ้าหรือผู้ที่มี
ฤทธิ์องค์ใดที่เจ้าไปขอร้องให้ช่วยเหลือ
กไ็ ม่สามารถใหผ้ ลนนั้ เกิดได้
แตเ่ มอ่ื ถงึ เวลาทจ่ี ะใหผ้ ลทว่ั ฟา้ ดนิ
ก็ตา้ นทานผลของกรรมนน้ั ไว้ไม่อยู่

59 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ

ฉะน้ัน จงเตอื นใจไว้เสมอวา่
ถ้าประสงค์ความสุข ความเจริญ
โภคสมบัติ จงหม่ันสร้างบุญ สร้างกุศล
ไว้อย่างสม�่ำเสมอ มากบ้าง น้อยบ้าง
ตามกำ� ลังศรทั ธา

คตธิ รรมจากพระอริยะ 60

ฉะนนั้ ด้วยความไม่ประมาท
จงระลกึ ไว้ว่า ถา้ ตนเอง ไมส่ ะสมไวแ้ ล้ว
ใครท่ไี หนจะช่วยเจ้าได้
เจ้าจะมีอะไรไว้เป็นทุนเดินทาง
เวยี นว่าย ในวัฏทุกข์ ท่ียงั ต้องผจญตอ่ ไป
ไม่รูว้ า่ จะจบส้ินเมอ่ื ไร

61 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

จงระลกึ ไวเ้ สมอว่า
เจา้ สะสมเตรียมตัวไวเ้ ดนิ ทางแลว้ หรือยัง
จะรอใหค้ นอ่นื ทำ� ไปใหน้ นั้
จะม่ันใจดเี ทา่ กบั เราเตรยี มหาไปเองหรอื
ดงั พุทธภาษติ วา่
“ตนนั้นแลเปน็ ทพี่ งึ่ แหง่ ตน”

คติธรรมจากพระอริยะ 62

63 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

สมเดจ็ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช

(เจริญ สวุ ัฑฒโน)

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 64

ยาด�ำ

“ความหลงนี้เห็นจะพอเปรียบได้
กบั ยาดำ�

คือมีแทรกอยู่ในกิเลสทุกกอง
ทุกประเภท ตั้งแตห่ ยาบสดุ ถึงละเอยี ดสดุ ”

65 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ

การได้ทไ่ี มค่ ุ้มเสีย

“การไดม้ าซง่ึ สงิ่ ของหรอื ทรพั ยส์ นิ
ใดๆ ก็ตาม

ด้วยวิธีอันมิชอบ นับเป็นการได้ที่
ไม่คุม้ เสีย

เพราะสงิ่ เหลา่ นนั้ เมอ่ื ถงึ เวลา กต็ อ้ ง
หมดสิ้นไปตามธรรมดา

แต่ความเสียหายอันเกิดจากการ
ทุจริตยอ่ มจกั คงอย”ู่

คติธรรมจากพระอริยะ 66

ทำ� แล้ว ไม่เลอื นหายไป

“การกระท�ำทุกอย่าง ทั้งดแี ละไมด่ ี
เม่ือท�ำแล้ว ไม่ลบเลอื นไปไหน
จะส่งั สมตวั เองอยตู่ ลอดเวลา
อยภู่ ายในใจของผู้กระท�ำนัน้ เอง
เปน็ พืน้ ฐานแห่งจิตใจของผู้กระทำ� น้นั เอง
ท�ำดีมาก พืน้ ฐานของจิตใจกด็ มี าก
ท�ำไมด่ ีมาก พ้นื ฐานของจติ ใจกไ็ มด่ ีมาก”

67 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

ความเช่ือทเ่ี ป็นผลดแี กต่ น

“เดก็ ทย่ี ังไม่รู้ว่าไฟรอ้ น
ถ้าเช่ือคำ� ส่งั สอนของผใู้ หญไ่ ว้กอ่ น
จะไม่เป็นการเชอ่ื อย่างงมงาย
แต่จะเป็นการเชื่อท่ีช่วยคุ้มครอง
รกั ษาเดก็ เอง
มิให้ถกู ไฟลวกไฟไหมพ้ องฉนั ใด
ผู้ที่ยังไม่เห็นถนัดชัดแจ้งด้วยตนเอง
ในเรอ่ื งกรรมและผลของกรรม
ถ้าเช่ือท่ีพระพุทธองค์ทรงส่ังสอน
ไว้ก่อน ก็จะไมเ่ ปน็ การเช่ืออยา่ งงมงาย
แต่จะเป็นการเช่ือท่ีช่วยคุ้มครอง
รักษาผู้เชอ่ื เอง
มิใหไ้ ด้รับผลรา้ ยจากการกระท�ำไมด่ ี
แตใ่ ห้ได้รับผลดจี ากการทำ� ดีฉนั น้นั ”



คติธรรมจากพระอริยะ 68

ความเช่ือทีม่ ีผลรา้ ย

ผู้ไม่เชื่อว่าผลของกรรม คือการที่กระท�ำ
มีจริงท�ำดีได้ดี ท�ำช่ัวได้ชั่ว คือผู้ท่ีไม่เช่ือว่า
ความสุข ความทุกข์นานาประการ ที่เกิดขึ้น
เป็นประจ�ำในโลก ทั้งแก่ตนเองและทั้งแก่ผู้อ่ืน
มิได้เป็นผลของกรรม คือ การท่ีกระท�ำอย่างหนึ่ง
อยา่ งใดของตนเองและของผู้อ่ืน แตเ่ ชอื่ ว่าความสุข
ความทุกข์เหล่าน้ันเป็นส่ิงเกิดขึ้นเอง มิได้เป็นผล
ของกรรมท่ีตนเองหรือผู้ใดผู้หน่ึงท�ำไว้ จะสุขก็สุข
เพราะเหตุอื่น จะทุกข์ก็ทุกข์เพราะเหตุอ่ืน ไม่
เกี่ยวข้องกับการกระท�ำใดๆ ทั้งสิ้นของตน ก็จะ
เช่ือด้วยว่า ไมม่ ีความจ�ำเปน็ ทจ่ี ะตอ้ งควรพิจารณา
ก่อนแล้วจึงท�ำ ความเชื่อนี้แหละ เป็นความเช่ือ
ของผู้มโี มหะ ความหลงผดิ ที่จะท�ำให้ความทกุ ขใ์ น
วฏั สงสารของตนเองเพิ่มขนึ้ ”

69 คตธิ รรมจากพระอริยะ

น้ำ� ลา้ งความสกปรก

ความสกปรกลา้ งไดด้ ว้ ยนำ�้ สะอาด
ฉันใด

โมหะความหลงผิด ก็ท�ำลายได้
ด้วยปัญญาฉันน้ัน

คตธิ รรมจากพระอริยะ 70

พ้ืนดี พน้ื ไมด่ ี

“พ้ืนเพเป็นข้อสำ� คัญในทางเป็นบ่อเกิด
และเป็นทร่ี องรบั

เหมือนยา่ งเปน็ ตัวพืชและเป็นทน่ี าพชื
การศึกษาอบรมเป็นข้อสำ� คญั
ในทางเปน็ การเพาะปลกู พชื ใหเ้ กดิ เจรญิ
จึงตอ้ งมเี ป็นคกู่ ัน
พน้ื ไมส่ ดู้ ี แตต่ งั้ ใจศกึ ษาอบรมใหด้ ี กอ็ าจ
ไปได้
เด็กบางคนที่มีอายุมาก แต่ยังเรียนอยู่
ชั้นต�่ำจงึ ไม่ควรท้อใจ
ไปอย่างเต่า แตไ่ ปเรอ่ื ยจนถึงที่หมาย
ดกี วา่ เรว็ อยา่ งกระตา่ ยซงึ่ วง่ิ ไปไดห้ นอ่ ยหนงึ่
แลว้ ก็ไปหยดุ นอนเสยี ไม่ถึงทหี่ มาย”

71 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ

เด็กดไี ดด้ ้วยการอบรม

ไม่ควรถือตามค�ำปัดว่า เลี้ยงกันได้
แต่กาย ใจเลี้ยงไม่ได้ ใจท่ีอาจเลี้ยงไม่ได้
คือใจท่ีแข็ง หรือเติบโตเป็นตัวของตัวเอง
ในทางที่ถกู กต็ าม ผดิ กต็ ามเสียแลว้

แต่จิตใจที่ยังอ่อนยังจะเติบโตต่อไป
ถ้าผู้ปกครองบ�ำรุงเล้ียงให้อาหารใจที่ดี
อยเู่ สมอแลว้ ภาวะทางจติ ใจของเดก็ กจ็ ะ
เติบโตขึ้นในทางทดี่ ี

ทั้งนี้เกี่ยวแก่การอบรมดีให้เด็กได้
เสวนา คือซ่องเสพคบหาคุ้นเคยกบั บุคคล
และสิง่ แวดล้อมท่ีดีทีช่ อบถกู ตอ้ ง

เม่ือเด็กได้รับการเลี้ยงดูให้มีร่างกาย
และจิตใจเติบโตขึ้นสมดุลกัน ก็จะเติบโต
ข้ึนเร่ือยๆ”

คติธรรมจากพระอรยิ ะ 72

ยดึ มน่ั ไว้เท่าไรกท็ กุ ขเ์ ทา่ น้ัน

“ทกุ ๆ สิ่งท่ไี ด้ จะเปน็ ลาภเป็นยศ
เป็นอะไรกต็ าม ท่ีได้นน้ั ชื่อวา่ เปน็ การไดท้ ่ี
เปน็ ความต้งั ตน้ ของความพลดั พราก

เพราะฉะนั้น เม่ือได้ก็ดีใจ รู้สึก
เป็นสุข แต่ความดีใจ ความสุขนั้นต้ังอยู่
ประเดย๋ี วประด๋าว

แล้วเมื่อส่ิงท่ีได้นั้นต้องแปรปรวน
เปลย่ี นแปลงไป ดับไป

เม่ือความยึดถืออยู่ว่าเป็นตัวเรา
ของเรา

ยึดถือไว้เท่าไรก็ต้องเป็นทุกข์มาก
เทา่ นน้ั

ยึดถือมากก็เป็นทุกข์มาก ยึดถือ
นอ้ ยก็ทกุ ขน์ อ้ ย

ไม่ยึดถอื เลย จึงจะไม่เป็นทกุ ข์

73 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ

สาวหลงั คาดหนา้

“รจู้ ักทจี่ ะสาวหลัง ในเมื่อประสบ
ผลที่เป็นไปอยู่ในปัจจบุ ันได้ถูกตอ้ ง

รู้จักที่จะคาดหน้า คือเมื่อกระท�ำ
อะไรทเ่ี ปน็ สว่ นเหตอุ ยใู่ นปจั จบุ นั กจ็ ะคาด
ไปข้างหนา้ ไดถ้ ูกว่าจะให้เกดิ ผลอย่างไร”

คติธรรมจากพระอรยิ ะ 74

ไม่เคยท�ำบุญ
จะเบกิ บุญมาแตท่ ่ไี หน

“หากชาติก่อนไม่เคยได้ท�ำบุญ
ใสบ่ าตรฝากสวรรคเ์ อาไว้ อยๆู่ กม็ าขอเบกิ
ในชาตนิ ้ี จะมีทไ่ี หนใหม้ าเบิก”

75 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

เมล็ดพชื ดี ผูห้ วา่ นดี นาดี

“การหว่านเมล็ดข้าวเปลือกลงใน
พ้ืนนา ๑ กำ� มอื

แม้เมล็ดข้าวนั้นก็จะเป็นพันธุ์ดีที่
พร้อมจะงอกงาม

และผู้หว่านคือกสิกรก็มีเจตนาจะ
หว่านเพ่ือทำ� นาให้เกิดผลติ ผลเปน็ อาชพี ....
แตห่ ากทน่ี าน้นั เปน็ ทท่ี ี่ไม่สมำ่� เสมอกัน

เมล็ดข้าวท่ีหว่านลงไปก็งอกเงย
ไม่เสมอกนั

โดยเมล็ดท่ไี ปตกในท่ีเปน็ ดนิ ดี ปุ๋ยดี
มนี �้ำอุดมดี

กจ็ ะงอกเงยมผี ลติ ผลท่สี มบรู ณ์
ส่วนเมล็ดที่ไปตกบนพื้นท่ีนาที่
แหง้ แล้ง มแี ตก่ รวดกบั ทรายและขาดน้�ำ
ก็จะแห้งเหี่ยวหรือเฉาตายไป หรือ
ไมง่ อกเงยเสยี เลย ในการท�ำนา
ตัวบุคคลผู้รับของท่ีเราให้ทาน จึง
เปน็ เงือ่ นไขที่สำ� คัญที่สดุ
เราผู้ท�ำทานจะได้บุญมากหรือน้อย
ก็ขึ้นอยู่กับคนพวกน้ี”

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 76

ย่ิงสงบยิ่งเป็นสขุ

“คนทหี่ ลบั แลว้ สงบแลว้ จากความ
ปรารถนาต้องการ

ไม่ว่าจะหลับบนฟูกอันอ่อนนุ่มใน
คฤหาสนใ์ หญ่โตมโหฬารหรหู ราเพียงใด

หรือจะหลับอยู่บนดินบนทราย
แขง็ ระคายเพยี งไหน ย่อมเป็นสุข

เพราะจิตใจพ้นจากอ�ำนาจของ
ความปรารถนาตอ้ งการ

ที่เป็นเหตุแห่งความทุกข์ความ
ร้อน”

77 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

บัวท่หี วงั จะบาน

“หมู่คนท่ีเหมือนดอกบัวอันมีหวัง
จะบานได้

เมื่อยงั ไมบ่ านกเ็ รียกวา่ เวไนยนกิ ร
เมื่อบานแล้วก็เรียกวา่ พระสงฆ์
และดอกบวั จะบานไดก้ เ็ พราะตอ้ ง
แสงอาทติ ย์ฉนั ใด
หมู่ของเวไนยจะบานก็เพราะต้อง
แสงพระธรรมฉนั นน้ั ”

คติธรรมจากพระอริยะ 78

รัว้ กัน้ ความชัว่

“การรักษาศีล เหมือนเป็นการ
สร้างร้วั ลอ้ มตนเอง

ศีลยิ่งมากข้อ ก็ยิ่งเหมือนรั้วท่ี
แน่นหนาแข็งแรง”

79 คตธิ รรมจากพระอริยะ

พนักพิงชวี ิต

“ลางคนเขาท�ำท่ีน่ังป้องกันเด็กที่
ซุกซน พอเดก็ น่งั ไดด้ กี ็ต่อเป็นเกา้ อี้มีพนัก
๔ ด้าน เอาเด็กลงไปน่ังในที่น้ัน เด็กก็ไม่
หกลม้

ขอ้ นีม้ อี ปุ มาฉนั ใด
ถ้าคนไม่มีธรรมเป็นที่อิงอาศัย ก็
หกล้ม ได้ความทุกข์เดือดร้อน มีอุปไมย
ฉันนน้ั ”

คติธรรมจากพระอรยิ ะ 80

คำ� นินทามีคา่ ต่อชีวติ

“เวลาได้ฟังนินทา ก็ควรมีสติอย่าเพ่ิง
โกรธเขา

พงึ พจิ ารณาตวั เราเองเสยี กอ่ นวา่ การที่
เขานนิ ทาเชน่ น้ัน

เราท�ำจรงิ พดู จริงอยา่ งนัน้ หรอื ไม่
ถ้าไม่จริง ก็ไม่น่าโกรธ เขาพูดผิดก็
เป็นโทษแกเ่ ขา
เราไมค่ วรจะเดือดรอ้ น
เราดอี ยแู่ ลว้ ควรปติ ยิ นิ ดวี า่ เราไมไ่ ดท้ ำ�
เชน่ นน้ั
ถ้าเราท�ำจริง พูดจริง ก็ไม่น่าโกรธ
เพราะเขาพดู ถูก
ตรงกบั ความจรงิ เรากท็ ำ� ผดิ พดู ผดิ จรงิ
ควรละเลกิ เสีย
อยา่ ทำ� อยา่ พดู อยา่ งนนั้ อกี ตอ่ ไป จะได้
ไมม่ เี รื่องเชน่ นั้น

เราก็ดีขนึ้ มแี ตค่ วามรม่ เย็น”

81 คตธิ รรมจากพระอริยะ

อปุ สรรคมมี ากกวา่ ความราบรนื่

“เมื่อนั่งรถไปตามถนนสายต่างๆ
ถึงตอนที่มสี ัญญาณไฟเขยี วแดง จะพบวา่
ถูกไฟแดงท่ีต้องหยุดรถมากกว่าไฟเขียว
ซ่ึงแล่นรถไปได้

น่านึกว่าการด�ำเนินทางชีวิตของ
ทุกคน มักจะต้องพบอุปสรรคที่ท�ำให้
การงานตอ้ งชะงัก

หากเทยี บกับทางโปรง่ น่าจะต้อง
พบความติดขัดมากกว่าที่จะปลอดโปร่ง
ไปไดท้ ีเดยี ว”

คติธรรมจากพระอรยิ ะ 82

ไม่สนั โดษก็ขาดแคลนร่�ำไป

“จติ ใจทข่ี าดสนั โดษ ประกอบดว้ ย
ความปรารถนา กระหายในสงิ่ ตา่ งๆ ยอ่ มรสู้ กึ
วา่ ขาดแคลนอยู่เสมอ

มีทรพั ยม์ ากเทา่ ไรกเ็ หมือนไม่มี
ทรัพย์เหล่านั้นมีค่าเท่ากับเชื้อ
สำ� หรับสมุ กองไฟ คือตัณหาเท่าน้ัน
แลว้ เชอ้ื นน้ั เองกก็ ลายเปน็ เถา้ ถา่ น
ไปในเวลาไม่ช้า
ตณั หาจะอยากทะยานหาเชอื้ ใหม่
ต่อไป ต่อเม่ือมีสันโดษ จึงความมั่งมีและ
ความสุข”

83 คติธรรมจากพระอริยะ

ใหญ่มาจากเล็ก

“ของใหญย่ อ่ มเกิดจากของเลก็
น�้ำฝนที่เป็นของจ�ำเป็นอย่างยิ่ง
แกช่ ีวิต เกดิ จากเมฆใหญ่
แต่เมฆใหญ่ก็เกิดจากการรวมตัว
ของปุยเมฆน้อยๆ
และปยุ เมฆนอ้ ยๆ กเ็ กดิ จากละออง
ทบ่ี างเบา
แม้เพียงเท่าน้ีย่อมชัดว่าไม่เร่ิมต้น
จากเลก็ นอ้ ยแล้ว
สิ่งท่ีย่ิงใหญ่จะเกิดไม่ได้ ฉะน้ัน
อยา่ ประมาทความเลก็ น้อย”

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 84



หลวงป่มู ั่น ภรู ิทตั โต

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 86

ธรรมะอยู่ในตัวเรา

“ธรรมนน้ั อยา่ พงึ เขา้ ใจวา่ อยทู่ ไี่ หน
อยู่ในตวั ของเรานเ้ี อง
ที่ว่าอยู่ในคัมภีร์ใบลานน้ันไม่ใช่
ใบไม้เขาเอามาจารกึ
ว่าอยใู่ นวดั กไ็ ม่ใช่ น่นั คอื ท่ีอยขู่ อง
หมู่สงฆ์
ว่าอยู่บนอากาศ ป่าไม้กไ็ มใ่ ช่
ถ้าอย่างน้ันอยู่ที่ไหน ก็อยู่ในตัว
ของคนเรานเ้ี อง”

87 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

พอดี

“มัชฌมิ า ทางสายกลาง หมายทาง
พอดี ของพอดนี ้ันมคี วามสำ� คญั

ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างขาดความพอดี
ใชไ้ มไ่ ด้

ไม้ที่จัดเป็นบ้านขาดความพอดีก็
เปน็ บา้ นไมไ่ ด้

จวี ร เสอื้ ผา้ ตดั ยาวไป สน้ั ไป กใ็ ชไ้ มไ่ ด้
อาหารมากไปก็ไม่ได้ น้อยไปกไ็ ม่ได้
ความเพียรมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็
ไมไ่ ด้”

คติธรรมจากพระอริยะ 88

สจั ธรรมอยูใ่ นตัวคน

ถามวา่ “สจั ธรรมอยทู่ ไ่ี หน”ตอบวา่
“อยู่ทต่ี วั ของคนทกุ คน”

“อยใู่ นตวั ของทกุ ๆ คน ทำ� ไมทกุ คน
จึงไม่บรสิ ทุ ธิ”์

“เพราะเขาไม่รวู้ ิธกี าร”
“เหมือนกับทรัพยากรพวกแรธ่ าตุ
ตา่ งๆ อยู่ใตด้ ิน
คนไมม่ วี ธิ กี าร กเ็ อาแรธ่ าตทุ รพั ยากร
เหล่านั้นมาใชไ้ มไ่ ด้ แรธ่ าตุจะมีประโยชน์
ต่อมนุษย์ก็ต่อเม่ือมนุษย์มีวิธีการน�ำขุด
น�ำเอามาใช้ให้ถูกต้องตามวิธีการ แม้
อรยิ สัจจธรรมกเ็ ชน่ เดยี วกนั ”

89 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

พอเหมาะพอดี

“การอยู่ป่าเขาเมื่อจะอยู่นานได้นั้น
ต้องตรวจดูภูมิประเทศเกี่ยวกับอากาศอย่า
ใหอ้ บั เกินไปคือ อยา่ ให้เป็นปา่ ทึบ เพราะจะ
ทำ� ใหเ้ กดิ ความวปิ รติ แกร่ า่ งกาย

และถ้าเป็นภูเขาก็อย่าให้สูงเกินไป
จะท�ำให้เกิดไม่สบายเกี่ยวกับอากาศและ
การโคจร

หากประสงค์จะท�ำความเพียรให้
ได้ผลก็ควรจะหาชาวบ้านท่ีเป็นสัปปายะ
ไม่รบกวนจนเป็นเหตุให้ต้องเสียเวลาการ
ท�ำความเพียร”

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 90

ดีคนเดียว
ช่วยไดเ้ ป็นรอ้ ยคน

“การฝกึ ฝนพระใหไ้ ดร้ บั ประโยชนอ์ งคเ์ ดยี ว
เทา่ กบั ไดโ้ ยมเปน็ ๑๐๐ เปน็ ๑,๐๐๐ คน”

91 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

ท�ำนาในแผ่นดิน
ปฏบิ ัตทิ ก่ี าย วาจา ใจ

“อันบุคคลผู้ท�ำนาก็ต้องท�ำลงไป
ในแผน่ ดิน

ลุยตมลุยโคลน ตากแดดกร�ำฝน
จงึ จะเหน็ ขา้ วเปลือก ขา้ วสาร ขา้ วสกุ มาได้

และได้บริโภคด่ืมสบาย ก็ล้วนท�ำ
มาจากของมอี ยู่ทง้ั ส้ินฉันใด

ผ้ปู ฏิบัตกิ ็ฉนั นัน้ เพราะ ศลี สมาธิ
ปัญญาก็มีอยู่ใน กาย วาจา จิต ของ
ทุกคน ฯ”

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 92

ดไี ด้ดว้ ยฝึก

“ผู้เกดิ มาชาตนิ อ้ี าภัพแล้ว อย่าให้
ใจอาภพั

เราตอ้ งการของดี คนดกี จ็ ำ� ตอ้ งฝกึ
ฝกึ จนดี

ค�ำว่า ดี จะเป็นสมบัติของผู้ฝึกดี
แล้วแน่นอน”

93 คติธรรมจากพระอรยิ ะ

เห็นคณุ คา่ ของตนและคนอ่นื

“ผู้เห็นคุณค่าของตัว จึงควรเห็น
คณุ ค่าของผูอ้ ่ืน”

คติธรรมจากพระอริยะ 94

ดอกบวั

“ธรรมชาติของดีท้ังหลาย ย่อม
เกดิ มาแต่ของไมด่ ี

อุปมาดังดอกปทุมชาติอันสวยๆ
งามๆ

เกดิ ขน้ึ มาจากโคลนตมอนั เปน็ ของ
สกปรกปฏิกูลน่าเกลียด

แต่ว่าดอกบัวน้ัน เมื่อขึ้นพ้น
โคลนตมแลว้

ย่อมเป็นส่ิงทส่ี ะอาด และดอกบัว
นัน้ ก็มกิ ลบั คนื ไปยังโคลนตมอกี เลย”

95 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ

หลวงป่ฝู ั้น อาจาโร

คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 96

เชอื กผูก

“ตณั หารกั เมยี เปรยี บเหมอื นเชอื ก
ผูกคอ

ตัณหารักลูกหลานเปรียบเหมือน
ปอผกู ศอก

ตณั หารกั วตั ถขุ า้ วของตา่ งๆ เปรยี บ
เหมือนปอผกู ตนี ”

97 คตธิ รรมจากพระอริยะ

ใจคดิ อย่างไรกเ็ ป็นอยา่ งนนั้

“ใจคนมีหลายนยั
ตวั เป็นมนุษย์ แตใ่ จเป็นสตั ว์
ตัวเป็นมนุษย์ แตใ่ จเป็นเปรต
ตวั เปน็ มนุษย์ แต่ใจเปน็ นรก
ตัวเปน็ มนุษย์ ใจเป็นมนษุ ย์
หรอื เทวดา เป็นพรหม เปน็ พระอรหนั ต์
เปน็ พระพุทธเจ้า กม็ าจากคน”

คตธิ รรมจากพระอริยะ 98

เราทำ� ตัวเราเอง

“ทำ� มนั แนน่ อนลงไป ใครจะทำ� ให้
เราเล่าไมใ่ ชพ่ ระพทุ ธเจา้ จะทำ� ให้ เราทำ� เอง
เราปฏบิ ัตเิ อา

กรรมทั้งหลาย ไม่ใช่พระพุทธเจ้า
ทำ� ให้ เทวบุตร เทวดา ญาติ พีน่ อ้ งท�ำให้
มโนกรรม เราท�ำเอาท้ังน้ัน เราสร้างเอา
ท้งั นัน้ ”

99 คติธรรมจากพระอริยะ

ดังกอ้ นหินสแู้ รงลม

“ท�ำจิตให้เป็นปกติ เหมือนกับ
ก้อนหิน

ลมพดั มาทุกทิศทั้งสก่ี ไ็ มห่ วน่ั ไหว
ใครจะวา่ อยา่ งไรกต็ าม ดชี ว่ั ไมเ่ ปน็
เหมอื นเขาว่า
เม่ือเราไม่ดีแล้วเขาว่าดี มันก็ไม่ดี
เหมือนเขาว่า
เมื่อเราดีแล้วเขาว่าไม่ดี ก็ไม่เป็น
เหมือนเขาวา่
เรากด็ ซู ิ ใหเ้ ห็นซิ”

คติธรรมจากพระอริยะ 100


Click to View FlipBook Version