จติ สงบนำ้� ใส
“เมอื่ จติ ของเราสงบภายในแลว้
อปุ มาเหมอื นนำ้� สงบ นำ้� สงบแลว้ กใ็ ส
ใสแล้วก็มองเห็นเหตุ มองเห็นผล
มองเห็นบุญกุศล
มองเห็นสุขมองเห็นทุกข์ มองเห็นดี
มองเห็นช่ัว”
101 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
ดวงดีดวงร้ายอยทู่ ี่ใจของเรา
“วนั ไมไ่ ด้ท�ำอะไรแก่คน
วนั ดีท�ำไมคนจงึ ตายได้ วันไม่ดีท�ำไมคน
จึงเกดิ
ดวงดไี มด่ กี ใ็ หด้ เู อาซิ ไมใ่ ชม่ าจากฟา้ อากาศ
ดวงดีรวมมาส้ัน ๆ แล้ว คือใจเราดีมี
ความสขุ ความสบาย
เมือ่ ใจเราสุขสบายแลว้ ท�ำอะไรกส็ บาย
การงานก็สบาย ประเทศชาตกิ ส็ บาย
ดวงไม่ดี คือใจเราไม่ดี ใจมีทุกข์ยาก
วุ่นวายเดอื ดร้อน
นีแ่ หละดวงไมด่ ี ทำ� อะไรก็ไมด่ ี หาอะไร
ก็ไมด่ ี
ดตู รงน้ี จะให้ใครดใู หเ้ ลา่ ”
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 102
103 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
หลวงป่แู หวน สุจณิ โณ
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 104
กามหมนุ โลก
“กามน้ีมันหมุนรอบโลก มันเป็น
เจ้าโลก.......
การฆ่ากันตาย ชิงดีชิงเด่นกัน
ก็เพราะกามน.้ี ...
กามกเิ ลสตวั เดยี วน้ีแหละ ทีท่ ำ� ให้
เกิดสงครามตอ่ สู้กนั
ความรกั ความชงั กเ็ กดิ เพราะกาม
ผดิ กนั กเ็ พราะกามน้ีถกู กนั กเ็ พราะ
กามน้ี
ความรกั ความชงั ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในจติ ใจ
ก็เพราะกามน้”ี
105 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
ตณั หาผกู คอ ผูกศอก ผกู ขา
“ตณั หาท้ังสามมนั ปกครองสัตว์ท้ังโลก
ความพอใจก็ดี ความไม่พอใจก็ดี จัดเป็น
ตัณหา ....
กามตณั หา ภวตณั หา วภิ วตณั หา
เปรยี บเหมอื นธารแมน่ ำ�้ นอ้ ยใหญน่ บั ไมถ่ ว้ น
ไหลมาสูท่ ะเลอนั ไมม่ ีฝัง่ ไมม่ ที ่เี ต็ม ....
กามตัณหา เปรียบเหมือนเชอื กผกู คอ
ภวตณั หา เปรยี บเหมือนเชือกผกู ศอก
วิภวตณั หา เปรียบโซผ่ กู ขา
จะเอาอาวธุ มมี ดี หรอื ขวาน มาตดั มนั เทา่ ไร
มนั ก็ไมข่ าด
ยกเวน้ แตผ่ ้มู ปี ัญญาบารม”ี
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 106
107 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
หลวงป่บู ุดดา ถาวโร
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 108
ศาสนาธรรม คอื อยทู่ ต่ี าธรรม หธู รรม
จมกู ธรรม ลน้ิ ธรรม วาจาธรรม ใจธรรม
ศาสนาอยทู่ ก่ี ายยาววา หนาคบื กวา้ งศอกนเี่ อง
เหน็ เปน็ กลางทวั่ ไปทง้ั ภายในและภายนอก
ผปู้ ฏบิ ตั ติ อ้ งเหน็ อยา่ งนเ้ี รยี กวา่ เหน็ ธรรม
109 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
ครบู าศรวี ชิ ยั
คตธิ รรมจากพระอริยะ 110
ตามแตผ่ ลกรรมทีท่ ำ� มา
“ทุกชวี ิตตอ้ งไปตามกุศล และ อกศุ ล
ผลกรรมที่ตนทำ� มา”
ทุกข์ในโลกไม่เทา่ ทุกข์ในอบาย
“เกดิ มาในสภาพท่ยี ากจน....
ตลอดจนการถกู กลา่ วหาโทษกรรม...
ยงั เปน็ ความทุกขท์ ่เี ลก็ นอ้ ยนกั
ไม่เท่าความทกุ ข์ทจ่ี ะได้รับในอบาย”
111 คตธิ รรมจากพระอริยะ
พระมงคลเทพมนุ ี
(หลวงพอ่ สด จนั ทสโร วดั ปากนำ้� -ภาษเี จรญิ )
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 112
ทำ� ดสี ุดความสามารถ
“ท�ำดอี ันใดอนั หนึง่
ท�ำอะไรก็ท�ำจนสุดความสามารถ
ของตัว”
113 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
อยใู่ คร อยมู่ ัน
อยา่ เบยี ดเบยี นกัน
“ประเทศใครใครอยู่ อู่ใครใครนอนไป
สบายอกสบายใจ
เพราะไมเ่ บยี ดเบยี นซงึ่ กนั และกนั ”
คตธิ รรมจากพระอริยะ 114
อย่ทู ี่ความประพฤติ
มิใชอ่ ยทู่ ฤี่ กษ์
“ทุกอยา่ งรวมอยู่ที่ความประพฤติ
คือ ฤกษ์ดี ฤกษ์ร้าย โชคดี
โชครา้ ย เรอ่ื งเคราะห์ กรรม บาป บุญ
อะไรท้ังหมดนี้ ล้วนออกไปจาก
ความประพฤติของมนษุ ย์ท้ังนน้ั ”
115 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
หลวงป่เู ทสก์ เทสรงั สี
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 116
มนษุ ย์สมบตั ลิ �้ำคา่
อยา่ ใหเ้ ปลา่ ประโยชน์
“เปน็ ทน่ี า่ เสยี ดาย ผทู้ ไ่ี ดม้ นษุ ยส์ มบตั ิ
อนั ลำ้� คา่
แตห่ าไดท้ ำ� ใหเ้ กดิ ประโยชนเ์ ทา่ ทคี่ วรไม่
เพราะเกิดในถนิ่ อนั ไมส่ มควร
แต่บคุ คลที่น่าสงสารมากกวา่ น้นั
คือ ผู้ท่ีเกิดมาแลว้
ได้รับความสมบูรณ์พูนสุขพร้อมด้วย
ประการท้งั ปวง
ตลอดถึงการศึกษา แล้วประมาท
จมอยู่ในความสขุ นน้ั ๆ อันหาสาระมไิ ด้
นอนให้กาลเวลาเขมือบอายุ ชีวิต
ให้สนิ้ ไปโดยไร้ประโยชนก์ ย็ งั มีเป็นอันมาก”
117 คตธิ รรมจากพระอริยะ
โลกธรรมประจ�ำโลก
“เราเกิดมาในโลกอันกว้างใหญ่
ไพศาลนี้
ยอ่ มมีสิทธิเสรีอยูไ่ ดโ้ ดยชอบ
แต่ทุกๆ คนจะมีอยู่ในเพศ ภูมิ
และฐานะมีจนใด ๆกต็ าม
โลกธรรมย่อมครอบง�ำถึงด้วยกัน
ทงั้ นัน้
เว้นแตเ่ ราจะรับเอาโลกธรรมนนั้
มาไว้เป็นเจ้าแห่งหัวใจของเรา
หรือไมเ่ ท่านนั้ เอง
เราใช้โลกธรรมให้เป็นประโยชน์
กด็ ีเหมอื นกัน”
คติธรรมจากพระอริยะ 118
ความรจู้ ากต�ำรา
ความรูจ้ ากสมอง
“ความรทู้ ี่ได้มาจากตำ� รา
มิใชค่ วามรูท้ เ่ี กดิ ขึน้ จากสมองของตน
ประสบการณท์ ก่ี ระตนุ้ ใหเ้ กดิ ความรู้
จากสมองนัน้ แล
จงึ จะเปน็ ความรขู้ องเราเองโดยแท”้
119 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
ดชี ่ัว ทำ� ได้ทุกเมือ่
“การทำ� ความดยี อ่ มทำ� ไดท้ กุ ๆ เมอื่
ไมเ่ ลอื กกาลเวลา และสถานที่
การท�ำช่ัวกเ็ ช่นเดียวกนั
แตก่ ารทำ� ชว่ั ใหเ้ กดิ อปั มงคล การทำ� ความดี
ใหเ้ กิดสิริมงคล”
คตธิ รรมจากพระอริยะ 120
ได้น้อย ทำ� นอ้ ย แตท่ �ำทกุ วนั
“ของเลก็ ๆ นอ้ ยๆ มีพรกิ มีผัก
ท�ำบุญตักบาตรทุกวันๆ อันนี้ละ
มนั เปน็ ประโยชน์
ได้น้อยท�ำบุญน้อยๆ ทุกวันๆ
นี้เป็นประโยชน์มาก
ถา้ ทกุ คนไปคอยให้ไดม้ ากๆ แลว้
ไม่ทราบวา่ กี่ปจี ึงจะได้มากๆ
พระตายหมดกอ่ น หรอื สกึ หมดแลว้
เลยไมไ่ ดท้ �ำซ้ำ� ”
121 คติธรรมจากพระอริยะ
เจา้ คณุ นรรัตนราชมานิต
(ธัมมวิตกั โก ภิกข)ุ
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 122
ดอกไมแ้ ยม้
“ต้องหดั ให้จติ ใจแชม่ ชนื่ รืน่ เริง
เกิดปีติปราโมทย์เป็นสุขสบาย
อยู่เสมอ
เป็นเหตใุ หเ้ กดิ ก�ำลงั กาย กำ� ลงั ใจ
Enjoy living มีชวี ติ อยูด่ ว้ ยความ
เบิกบาน
สมองจึงจะเบิกบาน จะศึกษา
เลา่ เรียนก็เขา้ ใจจ�ำไดง้ า่ ย
เหมอื นดอกไม้ทีแ่ ย้มเบกิ บาน
ต้อนรับหยาดน�้ำค้าง และอากาศ
อันบรสิ ทุ ธิฉ์ ะน้นั ”
123 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
สุขอ่นื ไม่สู้สขุ สงบ
“ความสขุ อนื่ มีทุกขซ์ อ้ นอยู่ทุกอย่าง
ตอ้ งคอยแกไ้ ขปรบั ปรงุ กนั อยเู่ สมอ
ไม่เหมือนกับความสุข ที่เกิดจาก
สนั ติความสงบ
ซึ่งเป็นความสุขที่เยือกเย็นและ
ไม่ซอ้ นดว้ ยความทกุ ข์
และไมต่ อ้ งแกไ้ ขปรบั ปรงุ ตกแตง่ มาก
เป็นความสขุ ที่ท�ำไดง้ ่ายๆ เกิดกบั
กายใจของเราน่ีเอง”
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 124
ท�ำอะไรไมผ่ ิดเลย
ก็คอื ไม่ท�ำอะไรเลย
“ความผิดนีแ้ หละ เปน็ ครูอย่างดี
ควรจะรู้สึกบุญคุณของตัวเอง
ท่ที �ำอะไรผดิ พลาด
และควรสบายใจที่ได้พบกับ
อาจารยผ์ วู้ เิ ศษ คอื ความผดิ จะได้ตรงกับ
ค�ำวา่ “เจบ็ แลว้ ต้องจำ� ”
แต่อาจารย์ผู้วิเศษยังคงอยู่คอย
กระซิบเตอื นใจอยูเ่ สมอทุกขณะว่า
“ระวัง ! อย่าประมาทนะ !”
125 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
สติเปน็ โลป่ ้อง
“ทีจ่ ะทำ� อะไรไมผ่ ดิ นน้ั ขอ้ ส�ำคญั อย่ทู ่สี ติ
ถ้าสติคุ้มครองกาย วาจา ใจ อย่ทู ุกขณะ
จะทำ� อะไรไมผ่ ิดพลาดเลย
ท่ีผดิ พลาดเพราะขาดสติ
คอื เผลอ เหมอ่ เลนิ เล่อ ประมาท ระเริง
หลงลืม จึงผิดพลาด
จงนกึ ถึงคติพจน์วา่
“กมุ สตติ า่ งโลป่ อ้ ง อาจแกลว้ กลางสนาม”
คติธรรมจากพระอริยะ 126
หยาบ กลาง ละเอยี ด
“ด้วยอานุภาพของไตรสิกขา คือ
ศีล สมาธิ ปญั ญา นีแ้ ล
จงึ ชนะขา้ ศึก คือกเิ ลสอยา่ งหยาบ
อย่างกลาง และอยา่ งละเอยี ดได้ !”
127 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
ด อกมะลิ
“ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่หอมเย็น
ชนื่ ใจทส่ี ดุ
และขาวบริสุทธิ์ท่ีสุดในบรรดา
ดอกไม้ทง้ั หลาย
ชีวิตของมนุษย์ที่เป็นอยู่เช่นเดียว
กบั การเลน่ ละคร
ขอให้ท�ำตัวใหด้ ที สี่ ุด
เมอ่ื ยงั มชี วี ติ อยใู่ หห้ อมทส่ี ดุ เหมอื น
ดอกมะลทิ ี่เรม่ิ แย้มบานฉะน้ัน”
คตธิ รรมจากพระอริยะ 128
ช่วั หนัก ดี เบา
“ท�ำช่ัว เหมือนโยนหินลงน้�ำ
หินจะตอ้ งจมทันที
ทีดเี หมอื นน้ำ� มนั เบาเมือ่ เทลงน้�ำ
ย่อมลอยเป็นประกายมันปลาบ
อยู่เหนอื นำ�้ ”
129 คตธิ รรมจากพระอริยะ
พรห(ะลสควุพรงพูจตนศิา ์ากแลญพธรรจรเนยมโิอ่ื โกกไ)มศ้ ล
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 130
เกลอื รกั ษาความเคม็
“จงรักษาความดีท่ีท�ำมาแล้วนี้ไว้
ใหเ้ ขม้ ข้น
เหมือนเกลือซ่ึงมันไม่เคยจืดไม่ว่า
ตกไปส่ทู ใ่ี ดๆ”
131 คติธรรมจากพระอริยะ
กรรมดีสรา้ งให้ศักดิ์สิทธ์ิ
“กรรมดนี นั่ เองทำ� ใหค้ นื วนั ธรรมดา
เปน็ คนื วนั อมตะ
กรรมดอี ยทู่ ไี่ หน ? ใครทำ� ? ทำ� เมอ่ื ไร ?
สถานที่นน้ั บุคคลน้นั และวันนน้ั ๆ
ก็พลอยดีและศกั ดสิ์ ิทธไ์ิ ปหมด”
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 132
กระทอ้ นชีวิต
“ผลกระท้อนยิ่งช�้ำยงิ่ หวาน
ชีวิตยงิ่ ผดิ หวงั กย็ ่ิงฉลาด”
133 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
เวลาเผลอ เผยธาตแุ ท้
“หลวงตาชอบมองคนเวลาเผลอ
เพราะขณะน้ันคนก�ำลังปล่อย
ธาตุแท้ออกมา
คนท่ีเข้าใจยากดูยากที่สุดก็คือ
คนในหอ้ งรับแขก
เพราะไม่ต่างอะไรกับย่ีเกละคร
ท่รี �ำปอ้ อยู่หนา้ เวที”
คตธิ รรมจากพระอริยะ 134
ยามทกุ ขจ์ งู งา่ ย
“ในยามทุกข์คนเราจูงง่ายยิ่งกว่า
ควายเป็นไหนๆ”
135 คติธรรมจากพระอริยะ
ตัวเรา อยใู่ นกำ� มอื ของเรา
“ตัวเรา มันอยใู่ นก�ำมอื ของเรา
อยู่ในวสิ ัยทเี่ ราปรบั ปรุงแก้ไขได้
อยา่ ไปคดิ แกไ้ ขปรบั ปรงุ คนอน่ื เลย”
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 136
ลมื สิ่งมีคุณ
“คนลมื อะไรๆ ก็พอจะท�ำเนา
แตล่ มื ตวั ลมื คณุ ของสงิ่ ทมี่ คี ณุ นมี้ นั
หมดราคาจริงๆ
ถงึ จะรำ่� รวยยงั ไงกเ็ ถอะ !”
137 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
ลูกยางไมห่ ่างต้น
“ชาตลิ กู ยาง จะปลิวควา้ งหา่ งต้นไปอย่างไร
มนั กต็ อ้ งงอกเปน็ ยาง”
การเดนิ ทางและศาลา
“ชวี ติ เหมือนการเดินทาง
เรอื นรา่ งเหมอื นศาลาอาศยั ”
คตธิ รรมจากพระอริยะ 138
ยิ้มกับโลก
“คนเราจะเปน็ ตวั ของตวั ได้ กต็ อ้ งใจแขง็
อย่าเก็บเอาความคิดเห็นของทั้งโลก
มาเทินไว้บนหัว
ปลงมันลงเสียบ้าง ย้มิ กับโลกให้เตม็ ที่
เพราะอายขุ องเรามไี มม่ ากพอทจ่ี ะมาใช้
กบั ความระทมตรมตรอมใจ
สง่ิ ทผี่ ดิ พลาดไปมนั แกไ้ ขไมไ่ ด้ จะเกบ็ มนั
มาเป็นอารมณ์ทำ� ไม
ถา้ จะเกบ็ กเ็ กบ็ มนั ไวเ้ ปน็ ครู อยา่ เกบ็ มนั
ไว้เปน็ ยาพิษ”
139 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
ขนึ้ แล้วตก
“ความตายเป็นสถานีสุดทา้ ยของชีวติ
เหมอื นตะวนั ตกกค็ อื ทสี่ ดุ ของตะวนั ออก
ตะวันข้ึนแลว้ ก็ตก ชีวติ เกิดแลว้ ก็ตาย
ในอาการของชวี ติ เกิดแล้วตาย ซ่งึ เปน็
กฎธรรมชาติอย่างหน่งึ
ก็น่าท่ีคนเราจะรักษาปกติภาพไว้ได้
เพราะมใี หด้ เู ป็นประจำ�
เหน็ การเกดิ การตายอยเู่ สมอ แตก่ ห็ าได้
รักษาปกตขิ องจิตใจไว้ไดไ้ ม่
กลับเหน็ วา่ เปน็ เรือ่ งผดิ ปกติ
คติธรรมจากพระอริยะ 140
การท่ีเป็นเช่นน้ีก็เพราะคนเราไม่ยอม
คนุ้ เคยกบั ความตาย
เหมือนกบั คนุ้ ตอ่ การตกของดวงตะวนั
เห็นว่าความตายเป็นแขกแปลกหน้า
อยูเ่ สมอ
คนฉลาดเห็นการตายเป็นการสูญเสีย
ครงั้ เดียว
แตค่ นโงต่ ้องสูญเสียร�่ำไป
เหมอื นค�ำของปราชญ์ทว่ี า่
“คนกล้าตายครั้งเดียว คนขี้ขลาด
ตายหลายครงั้ ”
141 คติธรรมจากพระอรยิ ะ
อุปสรรควดั ฝมี ือ
“อุปสรรคมันกม็ ีประโยชน์
ในข้อที่เป็นเครอ่ื งวัดฝีมอื และอารมณ์
นิสัยของผทู้ ำ� งาน
วา่ เขาจะออ่ นแอ หรอื เขม้ แขง็ เพยี งไร...
หากไม่มีอุปสรรค บารมธี รรมกไ็ ม่เกดิ
เหมือนว่าวที่ขาดลม
ไมม่ ที างจะลอยสหู่ ว้ งเวหาอยา่ งมสี งา่ ได”้
คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ 142
ศรัทธาตอ้ งลมื ตา
“ศรทั ธาเปน็ ของดี แต่ตอ้ งลมื ตา”
143 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
พระพุทธวรญาณ
(มงคล วิโรจโน)
คตธิ รรมจากพระอริยะ 144
ไก่งามเพราะขน
คนงามเพราะแตง่
“ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง
จดั วา่ เปน็ สภุ าษติ ทดี่ มี ากมคี วามหมาย
ลกึ ซงึ้
ธรรมดาไกม่ นั มขี นสวยงามอยแู่ ลว้ ตาม
ธรรมชาติ
จงึ มติ อ้ งแตง่ อะไรอกี มนั งามในเนอ้ื ตวั
ของมันเอง
แตค่ นเราไมม่ ขี นงามอยา่ งไก่ จงึ ตอ้ งหา
วธิ แี ตง่ ดว้ ยเสอื้ ผ้าอาภรณ์
แต่ว่าการแต่งเพียงเท่าน้ีก็เรียกว่างาม
แต่ภายนอก
ยังไม่สามารถท่ีจะพ้นชวั่ พน้ ผิดได้
เขา้ ตำ� ราทีว่ า่ ขา้ งนอกสกุ ใส แตข่ า้ งใน
สกปรก
ดงั นนั้ จงึ ตอ้ งนำ� เอาศลี ธรรมมาปฏบิ ตั ดิ ว้ ย
จึงจะสวยพร้อมทงั้ นอกทงั้ ใน”
145 คตธิ รรมจากพระอริยะ
เสาบา้ น เสาชวี ติ
“ท่านผู้หนึ่งได้เปรียบเทียบไว้อย่าง
น่าฟังว่า
ธรรมดาวา่ บา้ นเรอื นนน้ั สำ� คญั อยทู่ เ่ี สา
หากเสาตรงดแี ลว้ สง่ิ ทตี่ ดิ เนอ่ื งอยกู่ บั
เสา เช่น หลังคา ฝา พนื้
กย็ อ่ มอยใู่ นสภาพปกตดิ ี ไมโ่ ยเ้ ยเ้ อนเอยี ง
แต่ถา้ เกิดเสาโย้เย้ ส่ิงทีเ่ นือ่ งกับเสา ก็
พลอยโยเ้ ย้ตามไปดว้ ย
ภายในบ้านเรือน พ่อเป็นเสาต้นหน่ึง
แม่เป็นเสาตน้ หน่งึ
ปู่ ยา่ ตา ยาย ก็เปน็ เสาแตล่ ะต้น
คตธิ รรมจากพระอริยะ 146
ถา้ คนเหลา่ นป้ี ระพฤตดิ ี มศี ลี ธรรม
อยู่แล้ว
ลกู หลาน บรวิ ารชน กพ็ ลอยดตี าม
ไปดว้ ย
แต่คนเหลา่ น้ีปฏบิ ัติตนไม่ดี
พ่อกินเหล้าเมาเปะปะ แม่ชอบ
เลน่ การพนัน ลงุ ชอบด่า ตาชอบขโมย
ลูกหลานก็พลอยเสียตามไปด้วย
เพราะเสาเกิดโยเ้ ย้เสยี แล้ว”
147 คตธิ รรมจากพระอริยะ
ฟงั เทศนต์ อ้ งต้งั ใจ
“การฟงั เทศน์ ......ตอ้ งตง้ั ใจ และก็
ตอ้ งต้งั ใหค้ รบทั้ง ๓ ต้ังด้วย
จงึ จะได้ผลเตม็ ท่ี ๓ ต้ังน้นั กค็ อื
o ตัง้ ใจฟงั
o ตัง้ ใจจ�ำ
o ตง้ั ใจปฏบิ ตั ิ
น่ีคือลักษณะของการฟังเทศน์ให้
ไดบ้ ุญ”
คติธรรมจากพระอรยิ ะ 148
ของท่ยี มื เขามา
“รา่ งกายของสตั วท์ งั้ หลายทเี่ กดิ มา
ถา้ จะเปรยี บกค็ ลา้ ยของทยี่ มื เขามา
คือยืมมาจากความตายท่ีพวกเรา
พากันยกย่องสถาปนา
ตง้ั นามให้วา่ พระยามัจจรุ าช
ผลสดุ ท้ายเราจะตอ้ งสง่ คนื เจา้ ของ
ทงั้ ๆ ที่ไมอ่ ยากคืน”
149 คตธิ รรมจากพระอรยิ ะ
พระธรรมโกศาจารย์
(พุทธทาสภิกขุ)
คติธรรมจากพระอริยะ 150