The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาการศึกษา กศน.ยส66-70

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jamnongsuk2513, 2023-11-09 10:14:38

แผนพัฒนาการศึกษา กศน.ยส66-70

แผนพัฒนาการศึกษา กศน.ยส66-70

คำนำ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ยโสธร มีภารกิจสำคัญในการจัดการศึกษาและสงเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายและ มาตรฐานการศึกษา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดยโสธร จึงได้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษา ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางในการดำเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ให้ บรรลุเป้าหมาย ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างสูงสุด ซึ่งแผนพัฒนา การศึกษานี้ มีความเชื่อมโยงสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) แผนการ ศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 นโยบายและจุดเน้นของสำนักงานสงเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 และนโยบายสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 เพื่อใช้เป็นแนวทางการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน ทั้งก่อนดำเนินการ ระหว่างดำเนินการ และหลัง ดำเนินการ สามารถปรับกลยุทธ์ในการดำเนินงานให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงได้ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด ยโสธร หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นข้อมูลในการขับเคลื่อน พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ ได้กำหนดไว้ ขอขอบคุณ ผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ผู้รับผิดชอบทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการ จัดทำเอกสารรายงาน ไว้ ณ โอกาสนี้ กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา สำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร 15 พฤศจิกายน 2565


สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ ๑ บทนำ 1 ส่วนที่ ๒ บริบทด้านการศึกษา 38 ส่วนที่ ๓ สาระสำคัญของการพัฒนาการศึกษา สำนักงาน กศน. จังหวัดยโสธร 105 พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ ภาคผนวก คณะทำงาน คำสั่ง


๑ ๑. หลักการและเหตุผล ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ มาตรา ๙ ได้กำหนดไว้ว่า การบริหารราชการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐให้ส่วนราชการปฏิบัติ คือ (๑) ก่อนจะดำเนินการตามภารกิจใด ส่วนราชการต้องจัดทำแผนปฏิบัติราชการไว้เป็นการล่วงหน้า (๒) การกำหนดแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการตาม (๑) ต้องมีรายละเอียดของขั้นตอน ระยะเวลา และ งบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินการของแต่ละขั้นตอน เป้าหมายของภารกิจ ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ และตัวชี้วัดความสำเร็จของภารกิจ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัย พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๑๗ ให้มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัดทุกจังหวัด โดยทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและมีอำนาจหน้าที่บริหารจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยภายในจังหวัดแล้วแต่กรณี รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ เป้าหมายและแผนพัฒนา การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในจังหวัดให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการพัฒนาการศึกษาชาติ แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ตามสภาพของ ท้องถิ่นและชุมชนนั้น เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดีพ.ศ. ๒๕๔๖ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ -๒๕๘๐) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (๒๕๖๖-๒๕๗๐) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ ทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) (พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๗๓) คําแถลงนโยบายการจัดการศึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ของ กระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ของสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสำนักงาน กศน. (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) และการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร จึงได้จัดทำ แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสำนักงาน กศน. พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็น เครื่องมือกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาและให้สถานศึกษาในสังกัดยึดเป็นแนวทางในการแปลงแผน ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ ๒. อำนาจและหน้าที่ของสำนักงาน กศน.จังหวัด พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑ (มาตร ๑๗) กำหนดให้มี สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน กศน. จังหวัด” เป็นหน่วยงานการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน. ทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการของ คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาการนอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และกำหนดให้มีอำนาจ หน้าที่บริหารจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยภายในจังหวัด รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ ส่วนที่ ๑ บทนำ


๒ ๑. จัดทำยุทธศาสตร์ แผนพัฒนาและมาตรฐานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในจังหวัด ให้สอดคล้องกับนโยบาย มาตรฐานการศึกษา แผนการศึกษาชาติ แผนพัฒนาการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและความต้องการของท้องถิ่นและชุมชน ๒. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย ๓. วิเคราะห์ จัดตั้ง จัดสรร เงินงบประมาณให้แก่สถานศึกษาและภาคีเครือข่ายที่จัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๔. ประสาน ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของ สถานศึกษาและภาคีเครือข่าย ๕. จัดระบบการประกันคุณภาพการศึกษานอกระบบตามที่กฎหมายกำหนด ๖. ส่งเสริม สนับสนุนการเทียบโอนผลการเรียน การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์และการ เทียบระดับการศึกษา ๗. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาร่วมกับสถานศึกษา และภาคีเครือข่าย ๘. ระดมทรัพยากรด้านต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรบุคคล เพื่อการมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน การจัดและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๙. ส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๑๐. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและภาคี เครือข่าย ๑๑. ส่งเสริม สนับสนุน ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริงานนโยบายพิเศษของรัฐบาลและงานเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ๑๒. กำกับ ดูแล นิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยของสถานศึกษาและภาคีเครือข่าย ๑๓. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การขับเคลื่อนงานตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าว จึงออกแบบโครงสร้างสายงานการ บริหารงานของสำนักงาน กศน.จังหวัด เป็น กลุ่ม กลุ่มงาน และงาน ตามลำดับ โดยจะแสดงภาระงานให้ เห็นเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน ผลสำเร็จที่คาดหวังจากการปฏิบัติงาน ๗ กลุ่ม ประกอบด้วย ๑. กลุ่มอำนวยการ ๒. กลุ่มยุทธศาสตร์และการพัฒนา ๓. กลุ่มส่งเสริมการศึกษานอกระบบ ๔. กลุ่มส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัย ๕. กลุ่มส่งเสริมภาคีเครือข่ายและกิจการพิเศษ ๖. กลุ่มกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา ๗. กลุ่มตรวจสอบภายใน


๓ ๓. ข้อมูลทั่วไปของสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร ที่ตั้ง : ๑๒๓ หมู่ที่ ๑๑ ถนนแจ้งสนิท ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร รหัสไปรษณีย์ ๓๕๐๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๔๕๕๘ ๖๐๗๐ โทรสาร ๐ ๔๕๕๘ ๖๑๒๕ E-mail: [email protected] Website : http://yaso.nfe.go.th พื้นที่ : สำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร ตั้งอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ ทะเบียน ยส ๗๖๒ เนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๑ งาน ๓๙.๑ ตารางวา อยู่ติดกับถนนแจ้งสนิท ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ระยะทางห่างจาก กรุงเทพมหานคร โดยทางรถยนต์ประมาณ ๕๓๑ กิโลเมตร (ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๑, ๒, ๒๐๒) และ อยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ๒ หรือกลุ่มสำนักงาน กศน.จังหวัดสามเหลี่ยมมรกต (ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษและอำนาจเจริญ) มีอาคารสำนักงาน ๑ หลัง ห้องประชุม ๑ หลัง ห้อง รับรอง ๒ หลัง โรงเก็บรถยนต์ ๑ หลัง บ้านพักข้าราชการ ๓ หลัง บ้านพักพนักงานราชการ ๓ บ้านพัก คนงาน ภารโรง ๑ หลัง ประวัติความเป็นมา สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยโสธร พ.ศ. ๒๕๒๒ เริ่มก่อตั้งเป็นศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดยโสธร สังกัด กรมการศึกษานอก โรงเรียน กระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้พื้นที่เดิมของโรงเรียนบ้านสำราญ ตำบลสำราญเป็นที่ตั้ง พ.ศ. ๒๕๔๖ ภายหลังมีการปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงเปลี่ยน (สถานะจากกรม) เป็นสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน สังกัด สำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้มีพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งกำหนดให้มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดและให้เรียก โดยย่อว่าสำนักงาน กศน.จังหวัด จึงเป็นที่มาของ สำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร โดยมีมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Yasothon Provincial of the Non formal and Informal Education ผลสืบเนื่องจากการมีประกาศใช้ พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ทำให้มีการปรับเปลี่ยนชื่อและอำนาจหน้าที่ของสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน จังหวัด เป็นชื่อสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด และมีอำนาจ หน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย จังหวัด


๔ ทำเนียบผู้บริหาร • หมายเหตุข้อมูล ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน 2565


๕ ข้อมูลพื้นฐานหน่วยงาน สำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร มีโครงสร้างและกรอบอัตรากำลังของบุคลากรแต่ละประเภท และมี สถานศึกษาในสังกัด ดังนี้


6 ผู้บริหารหน่วยงาน/สถานศึกษา ที่ ชื่อผู้บริหาร ตำแหน่งหน่วยงาน/สถานศึกษา ๑ ว่าที่ ร.ท. จำนงค์ นนทะมาศ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร ๒ นางสุวาลี บุญปัญญา รองผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร ๓ นายเจียม ขันเงิน ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเมืองยโสธร ๔ นายมนตรี เวียงอินทร์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอคำเขื่อนแก้ว ๕ นางปาริชาติ บุญกอง ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอมหาชนะชัย ๖ นายชวนชัย วิเวก ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอเลิงนกทา ๗ นางสาวียะ พันธุ์ฤทธิ์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอกุดชุม ๘ นางมาลี พิญญศักดิ์ ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอทรายมูล ๙ นายกิตติชัย บุษราคัม ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอป่าติ้ว ๑๐ นายชนาวุฒิ ทรงรัมย์ ผู้อำนวยการ กศน.ไทยเจริญ ๑๑ นายภูริพัฒน์ ศรีแจ่ม ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอค้อวัง หมายเหตุ : ข้อมูล ณ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ บุคลากร (ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง) แยกประเภท ตำแหน่ง สถานที่ปฏิบัติงาน รวม จำนวน (คน) กศน.จังหวัด กศน.อำเภอ ข้าราชการ ผู้บริหาร ๒ ๙ ๑๑ ศึกษานิเทศก์ ๑ - ๑ ข้าราชการครู - ๕ ๕ ข้าราชการครู(ครูผู้ช่วย) - ๑๑ ๑๑ ข้าราชการ ๓๘ ค. (๒) ๒ ๔ ๖ พนักงาน ราชการ บริหารงานทั่วไป ๑๔ ๗ ๒๑ ครู กศน.ตำบล - ๙๗ ๙๗ ครูอาสาสมัคร กศน. - ๑๒ ๑๒ ลูกจ้างประจำ พนักงานพิมพ์ ๒ ๒ ๔ ลูกจ้าง/จ้าง เหมา บรรณารักษ์ - ๖ ๖ ครูผู้สอนคนพิการ - ๕ ๕ ครู ปวช. / ครู ศรช. - ๑/๑ ๑/๑ พนักงานขับรถยนต์ ๒ - ๒ พนักงานรักษาความปลอดภัย ๒ - ๒ พนักงานบริการ/คนสวน ๓ ๖ ๙ เจ้าหน้าที่ธุรการ/เจ้าหน้าที่พัสดุ ๑/๑ - ๑/๑ รวมทั้งสิ้นจำนวน ๓๐ ๑๖๖ ๑๙๖


7


8 ด้านทรัพยากรและสิ่งอำนวยความสะดวก อาคารสถานที่ ๑. อาคารสำนักงาน จำนวน ๑ หลัง ๒. อาคารหอประชุม จำนวน ๑ หลัง ๓. ศาลาที่พักผ่อน จำนวน ๒ หลัง ๔. บ้านพักข้าราชการ จำนวน ๖ หลัง ๕. อาคารที่จอดรถ จำนวน ๓ หลัง ๖. อาคารพัสดุ จำนวน ๒ หลัง เครื่องยนต์และเครื่องใช้ ๑. รถยนต์ราชการ (รถตู้) จำนวน ๒ คัน ๒. รถยนต์ (กระบะ ๔ ประตู) จำนวน ๑ คัน ๓. รถโมบาย(รถห้องสมุดเคลื่อนที่) จำนวน ๑ คัน ๔. เครื่องถ่ายเอกสาร จำนวน ๑ เครื่อง ๕. เครื่องโทรสาร จำนวน ๑ เครื่อง ๖. เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน ๑๘ เครื่อง ๗. เครื่องปรับอากาศ จำนวน ๑๘ เครื่อง ๘. ตู้เย็น จำนวน ๒ เครื่อง ๙. ถังทำน้ำเย็น จำนวน ๑ เครื่อง ๑๐. เครื่องรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต จำนวน ๑ เครื่อง สาธารณูปโภค ๑. ไฟฟ้า มีทั่วถึงครอบคลุมพื้นที่ ๒. น้ำประปาและน้ำบาดาล มีทั่วถึงครอบคลุมพื้นที่ ๓. โทรศัพท์สำนักงาน จำนวน ๑ เครื่อง


9 ข้อมูลด้านงบประมาณ (๓ ปี) จำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็น ร้อยละ ๑) งบบุคลากร ๓๘,๔๘๗,๙๖๐ ๓๘,๔๘๗,๙๖๐ ๑๐๐ ๒) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ และผลผลิตที่ ๕ ๘,๙๓๓,๗๓๙ ๘,๙๓๓,๗๓๙ ๑๐๐ ๓) งบลงทุน ๖๖๐,๕๗๑ ๖๖๐,๕๗๑ ๑๐๐ ๔) งบเงินอุดหนุน ๒๖,๙๓๙,๐๖๓ ๒๖,๙๓๙,๐๖๓ ๑๐๐ ๖) งบรายจ่ายอื่น ๔,๔๙๒,๖๑๐ ๔,๔๙๒,๖๑๐ ๑๐๐ รวม ๗๙,๕๑๓,๙๔๓ ๗๙,๕๑๓,๙๔๓ ๑๐๐ จำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็น ร้อยละ ๑) งบบุคลากร ๔๑,๐๓๙,๔๗๗ ๔๑,๐๓๙,๔๗๗ ๑๐๐ ๒) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ และผลผลิตที่ ๕ ๕,๘๓๗,๕๗๓ ๕,๘๓๑,๐๙๓ ๙๙.๘ ๓) งบลงทุน ๒,๔๗๙,๐๐๐ ๒,๔๗๙,๐๐๐ ๑๐๐ ๔) งบเงินอุดหนุน ๒๘,๐๔๒,๕๖๑ ๒๘,๐๔๒,๕๖๑ ๑๐๐ ๖) งบรายจ่ายอื่น ๓,๗๐๙,๔๓๐ ๓,๗๐๙,๔๓๐ ๑๐๐ รวม ๘๑,๑๐๘,๐๔๑ ๘๑,๑๐๑,๕๖๑ ๙๙.๘ จำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๖ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็น ร้อยละ ๑) งบบุคลากร ๔๐,๒๑๖,๗๑๐ ๔๐,๒๑๖,๗๑๐ ๑๐๐ ๒) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ และ ผลผลิตที่ ๕ ๗,๑๒๔,๘๖๗ ๖,๘๒๓,๙๓๕ ๙๕.๗๘ ๓) งบลงทุน ๓๒๙,๖๐๐ ๓๒๙,๖๐๐ ๑๐๐ ๔) งบเงินอุดหนุน ๒๙,๖๙๗,๘๔๘ ๒๙,๓๖๗,๗๖๔ ๙๙.๙๐ ๖) งบรายจ่ายอื่น ๔,๓๙๓,๘๙๐ ๔,๓๙๓,๘๙๐ ๑๐๐ รวม ๘๑,๔๖๒,๙๑๕ ๘๑,๑๓๑,๘๙๙. ๐๖ ๙๙.๕๙


10 ข้อมูลสถานศึกษา ที่ สถานศึกษา ที่ตั้ง จำนวน กศน.ตำบล ๑ กศน. อำเภอเมืองยโสธร หมู่ที่ ๑๑ ถ.แจ้งสนิท ต.สำราญ อ.เมือง ๑๘ ๒ กศน. อำเภอคำเขื่อนแก้ว หมู่ที่ ๑ ถ.แจ้งสนิท ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว ๑๓ ๓ กศน. อำเภอมหาชนะชัย หมู่ที่ ๑ ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย ๑๐ ๔ กศน. อำเภอเลิงนกทา หมู่ที่ ๑๑ ต.สามแยก อ.เลิงนกทา ๑๐ ๕ กศน. อำเภอกุดชุม หมู่ที่ ๘ ต.กุดชุม อ.กุดชุม ๙ ๖ กศน. อำเภอทรายมูล หมู่ที่ ๑๖ ถ.เทศบาล ๓ ต.ทรายมูล อ.ทรายมูล ๕ ๗ กศน. อำเภอป่าติ้ว ถนน อรุณประเสริฐ ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว ๕ ๘ กศน. อำเภอไทยเจริญ หมู่ที่ ๑ ต.คำเตย อ.ไทยเจริญ ๕ ๙ กศน. อำเภอค้อวัง ถนนพลไว-ยางชุมน้อย ต.ค้อวัง อ.ค้อวัง ๔ รวมจำนวนตำบล ๗๙ จำนวนนักศึกษา นักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๒/๒๖๖๑ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม (คน) ประถม (คน) มัธยมศึกษา ตอนต้น (คน) มัธยมศึกษา ตอนปลาย (คน) เมืองยโสธร ๖๒ ๘๐๑ ๑,๒๐๒ ๒,๐๖๖ คำเขื่อนแก้ว ๑๙ ๓๓๖ ๖๓๗ ๙๙๑ มหาชนะชัย ๘๓ ๔๓๔ ๖๐๙ ๑,๑๒๖ เลิงนกทา ๑๖ ๔๓๓ ๖๓๒ ๑,๐๘๐ กุดชุม ๑๖ ๓๖๒ ๔๓๗ ๘๐๔ ทรายมูล ๑๘ ๑๗๔ ๓๑๘ ๖๑๐ ป่าติ้ว ๑๒ ๑๙๑ ๒๙๗ ๖๐๐ ไทยเจริญ ๑๓ ๑๔๖ ๒๖๔ ๔๒๒ ค้อวัง ๑๔ ๑๗๑ ๓๓๖ ๖๒๐ รวมทั้งสิ้น ๒๔๑ ๓,๐๓๖ ๔,๗๓๑ ๘,๐๘๘


11 นักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๑/๒๖๖๒ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา ประถม มัธยมศึกษา รวม ตอนต้น มัธยมศึกษาตอน ปลาย เมืองยโสธร ๖๙ ๘๒๐ ๑,๑๘๙ ๒,๐๖๘ คำเขื่อนแก้ว ๑๑ ๓๒๑ ๖๓๒ ๙๖๔ มหาชนะชัย ๑๐๒ ๔๔๓ ๖๘๗ ๑,๑๓๓ เลิงนกทา ๑๖ ๔๖๔ ๖๐๗ ๑,๐๗๖ กุดชุม ๑๘ ๓๖๓ ๔๗๗ ๘๔๘ ทรายมูล ๑๑ ๑๖๙ ๒๘๑ ๔๖๑ ป่าติ้ว ๙ ๑๙๐ ๒๙๙ ๔๙๘ ไทยเจริญ ๒๑ ๑๔๖ ๒๖๐ ๔๒๖ ค้อวัง ๖๓ ๒๐๓ ๓๓๓ ๖๘๙ รวมทั้งสิ้น ๓๐๐ ๓,๐๘๘ ๔,๖๖๖ ๘,๐๖๓ นักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๒/๒๖๖๒ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา ประถม มัธยมศึกษา รวม ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๖๙ ๘๓๗ ๑,๑๖๗ ๒,๐๖๓ เมืองยโสธร ๘๐ คำเขื่อนแก้ว ๑๑ ๓๒๘ ๖๒๔ ๙๖๓ มหาชนะชัย ๑๑๓ ๔๔๗ ๖๗๖ ๑,๑๓๖ เลิงนกทา ๑๑ ๔๖๑ ๖๑๖ ๑,๐๗๘ กุดชุม ๒๒ ๓๓๗ ๔๘๗ ๘๔๖ ทรายมูล ๑๐ ๑๗๓ ๒๖๗ ๔๖๐ ป่าติ้ว ๑๑ ๒๐๖ ๒๗๔ ๔๙๐ ไทยเจริญ ๔๑ ๑๖๒ ๒๖๙ ๔๖๒ ค้อวัง ๖๔ ๒๑๙ ๓๑๗ ๖๙๐ รวมทั้งสิ้น ๓๓๒ ๓,๑๖๙ ๔,๖๗๗ ๘๐ ๘,๐๖๘


12 นักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ปวช. ภาคเรียนที่ ๒/๒๖๖๓ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา ประถม มัธยมศึกษา รวม ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๙๗ ๗๔๕ ๑,๐๑๙ ๑,๘๖๑ เมืองยโสธร (ปวช.) ๘๐ ๘๐ คำเขื่อนแก้ว ๖๓ ๓๓๒ ๖๒๕ ๑,๐๒๐ มหาชนะชัย ๗๗ ๔๔๐ ๖๓๐ ๑,๑๔๗ เลิงนกทา ๑๓ ๔๕๓ ๕๘๕ ๑,๐๕๑ กุดชุม ๕๙ ๓๕๒ ๕๒๗ ๙๓๘ ทรายมูล ๕ ๑๔๗ ๒๘๖ ๔๓๘ ป่าติ้ว ๑๖ ๒๑๐ ๒๙๐ ๕๑๖ ไทยเจริญ ๓๒ ๑๕๔ ๒๘๐ ๔๖๖ ค้อวัง ๖๑ ๒๓๓ ๓๑๑ ๖๐๕ รวมทั้งสิ้น ๔๒๓ ๓,๐๖๖ ๔,๕๓๓ ๘๐ ๘,๑๒๒ นักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ปวช. ภาคเรียนที่ ๑/๒๖๖๓ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา ประถม มัธยมศึกษา รวม ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๗๖ ๗๙๘ ๑,๐๙๔ ๑,๙๖๘ เมืองยโสธร (ปวช.) ๘๐ ๘๐ คำเขื่อนแก้ว ๑๔ ๓๒๔ ๖๒๔ ๙๖๒ มหาชนะชัย ๑๐๓ ๔๑๔ ๖๑๗ ๑,๑๓๔ เลิงนกทา ๑๓ ๔๗๙ ๕๖๗ ๑,๐๕๙ กุดชุม ๒๙ ๓๒๑ ๕๑๕ ๘๖๕ ทรายมูล ๑๐ ๑๗๕ ๒๖๕ ๔๖๐ ป่าติ้ว ๑๑ ๒๐๗ ๒๗๓ ๔๙๑ ไทยเจริญ ๔๒ ๑๕๒ ๒๗๑ ๔๖๕ ค้อวัง ๖๕ ๒๑๑ ๓๒๔ ๖๙๐ รวมทั้งสิ้น ๓๕๓ ๓,๐๘๑ ๔,๕๕๐ ๘๐ ๘,๐๖๔


13 จำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ปวช. ภาคเรียนที่ ๑/๒๖๖๔ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา ประถม มัธยมศึกษา รวม ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๙๐ ๖๘๓ ๑,๐๓๔ ๑,๘๐๗ เมืองยโสธร (ปวช.) ๔๗ ๔๗ คำเขื่อนแก้ว ๕๙ ๓๒๕ ๖๓๖ ๑,๐๒๐ มหาชนะชัย ๖๑ ๔๕๓ ๖๓๓ ๑,๑๔๗ เลิงนกทา ๑๔ ๔๗๖ ๖๑๑ ๑,๑๐๑ กุดชุม ๓๖ ๓๑๗ ๕๐๖ ๘๕๙ ทรายมูล ๖ ๑๖๔ ๒๘๒ ๔๕๒ ป่าติ้ว ๑๔ ๑๙๒ ๒๘๒ ๔๘๘ ไทยเจริญ ๓๕ ๑๔๗ ๒๙๗ ๔๗๙ ค้อวัง ๔๙ ๒๓๕ ๓๑๖ ๖๐๐ รวมทั้งสิ้น ๓๖๔ ๒,๙๙๒ ๔,๕๙๗ ๔๗ ๘,๐๐๐ นักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ปวช. ภาคเรียนที่ ๒/๒๖๖๔ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา ประถม มัธยมศึกษา รวม ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๗๔ ๗๓๘ ๑,๐๙๐ ๑,๙๐๒ เมืองยโสธร (ปวช.) ๘๐ คำเขื่อนแก้ว ๕๕ ๓๐๖ ๖๔๙ ๑,๐๑๐ มหาชนะชัย ๕๙ ๔๐๕ ๖๓๖ ๑,๑๐๐ เลิงนกทา ๖ ๔๓๒ ๕๘๖ ๑,๐๒๔ กุดชุม ๔๑ ๓๒๐ ๕๑๔ ๘๗๕ ทรายมูล ๑๒ ๑๖๐ ๒๘๒ ๔๕๔ ป่าติ้ว ๑๔ ๑๖๓ ๓๐๓ ๔๘๐ ไทยเจริญ ๒๙ ๑๔๑ ๓๐๕ ๔๗๕ ค้อวัง ๓๙ ๒๑๓ ๓๔๘ ๖๐๐ รวมทั้งสิ้น ๓๒๙ ๒,๘๗๘ ๔,๗๑๓ ๔๗ ๗,๙๖๗


14 นักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ปวช. ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๕ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา ประถม มัธยมศึกษา รวม ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๗๑ ๗๙๘ ๑,๑๙๘ ๒,๐๖๗ เมืองยโสธร (ปวช.) ๔๒ ๔๒ คำเขื่อนแก้ว ๕๔ ๓๕๕ ๖๙๑ ๑,๑๐๐ มหาชนะชัย ๖๕ ๔๑๓ ๖๔๒ ๑,๑๒๐ เลิงนกทา ๘ ๔๒๗ ๖๓๐ ๑,๐๖๕ กุดชุม ๔๔ ๓๕๙ ๕๒๓ ๙๒๖ ทรายมูล ๑๕ ๑๘๐ ๓๒๘ ๕๒๓ ป่าติ้ว ๑๘ ๑๙๐ ๓๒๕ ๕๓๓ ไทยเจริญ ๘๒ ๑๕๘ ๓๔๔ ๕๖๔ ค้อวัง ๕๕ ๒๔๗ ๓๙๘ ๗๐๐ รวมทั้งสิ้น ๔๑๒ ๓,๑๒๗ ๕,๐๕๙ ๔๒ ๘,๖๔๐


15 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน โดยใช้กรอบแนวคิด (McKinsey ๗-S Framework) ๗-S Framework จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) กลยุทธ์ (Strategy) ๑. มีแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน ครอบคลุม ยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน ๒. ได้รับการวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ ให้เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม โดยมีอำนาจ ตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๑. ไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย ตามแผนที่วางไว้ในทุก ประเด็น ๒. การถ่ายทอดแผนกลยุทธ์ ไปสู่ผู้ปฏิบัติไม่ชัดเจน และ ขาดการกำกับติดตามงานตาม ยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โครงสร้าง ทรัพยากร (Structure) ๑. มีโครงสร้างองค์กรที่มีแบบแผน และ ระบบชัดเจน ๒. มีการมอบหมายอำนาจจาก ปลัดกระทรวงศึกษาธิการสู่ผู้บริหารระดับ จังหวัดและระดับอำเภออย่างชัดเจน ๓. มีคณะกรรมการสำนักงาน กศน. จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการเป็นประธาน ทำ ให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาค ส่วนมีความชัดเจน ครอบคลุม ๔. มีสถานศึกษาครอบคลุมทุกพื้นที่ ๑. การปฏิบัติงานตามบทบาท หน้าที่ตามโครงสร้างไม่ ครอบคลุม และไม่สอดคล้อง กับอัตรากำลังที่มีจำกัด ๒. การทำงานบางอย่าง เป็น อำนาจของสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำ ให้เกิดความล่าช้า อาทิ การ อนุมัติรื้อถอนอาคารกศน. ตำบลบางส่วน ยังไม่ได้ จากข้อมูลกรอบแนวคิดต่างๆ ที่ใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ รวมทั้งข้อมูลบริบทและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัด การศึกษา นำมาจัดทำเป็นผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) ของสำนักงาน กศน. จังหวัดยโสธร เป็นการกำหนดจุดแข็ง จุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน และโอกาส อุปสรรค จาก สภาพแวดล้อมภายนอก การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน โดยการปรับใช้ทฤษฎีกรอบแนวคิดของแมคคินซีย์ (McKinsey ๗’s Framework) ที่คำนึงถึงประสิทธิภาพขององค์กรที่เกิดจากความสัมพันธ์ของปัจจัย ต่างๆ ๗ ประการ ประกอบด้วย กลยุทธ์โครงสร้าง ระบบ รูปแบบ บุคลากร ทักษะและค่านิยมร่วม และนำมากำหนดเป็นจุดแข็ง และจุดอ่อน การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โดยการปรับใช้ทฤษฎี PESTEL Analysis ในการ วิเคราะห์ในมิติต่าง ๆ ประกอบด้วย การเมือง เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และ กฎหมาย ที่มีผลกระทบต่อองค์กร และนำมากำหนดเป็นโอกาสและอุปสรรค


16 ๗-S Framework จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) ๕. มีกศน.ตำบล เป็นฐานจัดการเรียนรู้ใน ชุมชนอย่างชัดเจน ครอบคลุมทุกตำบล ๖. มีแหล่งการเรียนรู้ กศน. ในระดับพื้นที่ อย่างชัดเจน ๗. มีบุคลากรปฏิบัติงานและเครือข่าย ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วจังหวัด สามารถ ประสานและบูรณาการการทำงานได้ ครอบคลุมทุกพื้นที่ มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด แหล่งเรียนรู้กศน. ขาดความ พร้อมด้านทรัพยากรและ ความทันสมัย ระบบกระบวนการ แพลตฟอร์ม (System) ๑. มีระบบงานที่สอดคล้องกับภารกิจของ องค์กรมีระบบปฏิบัติงานที่มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบการทำงานได้ ๒. มีการดำเนินตามระบบการประกัน คุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา ที่ได้มาตรฐาน ๓. มีหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน รูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ และ การวัดผลประเมินผลที่มีความยืดหยุ่น ๔. มีระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหาร จัดการ ๕. มีมาตรการควบคุมความเสี่ยงภายในที่ เป็นแบบแผนชัดเจน ๑. ระบบงานต่าง ๆ ขาดการ ติดตามและประเมินผลอย่าง ต่อเนื่อง ขาดการมีส่วนร่วมในการ พัฒนาและปรับปรุงระบบงาน ที่ซ้ำซ้อน ซึ่งสามารถทำได้ โดยไม่ขัดกับระเบียบและ กฎหมาย ๒. การดำเนินงานยังไม่ ตอบสนองความต้องการ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียอย่างครบถ้วน ๓. การจัดการเรียนการสอน และการวัดประเมินผลของ กศน. ไม่สอดคล้องกับการ ทดสอบทางการศึกษา N-NET ของสถาบันทดสอบทาง การศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ส่งผลให้คะแนนลดลง ๔. ระบบฐานข้อมูลมีความ ยุ่งยากในการปรับปรุงพัฒนา เนื่องจากปัญหาด้านลิขสิทธิ์ ๕. การควบคุมความเสี่ยง ภายในยังไม่ได้รับความสำคัญ อย่างเต็มที่เท่าที่ควร


17 ๗-S Framework จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) แบบแผน (Style) ๑. ผู้บริหารมีความเป็นผู้นำ รับฟังความ คิดเห็นของทุกฝ่าย มีความยืดหยุ่น ๒. ผู้บริหารนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยใน การสื่อสารเชิงการบริหารและการทำงาน ในทุกระดับ ส่งผลการเกิดความรวดเร็วใน การประสานงาน ๔. ผู้นำมีทักษะในการบริหารทรัพยากร เวลา งบประมาณ ๕. ผู้บริหารมีการบูรณาการมีส่วนร่วมกับ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ๑. การรับเรื่องร้องเรียนยัง แก้ปัญหาได้ไม่ทันท่วงที ๒. การร่วมมือของภาคึ เครือข่ายยังขึ้นอยู่กับคำสั่ง ทางกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ อาทิ คำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการ บุคลากร (Staff) ๑. มีการทำงานเป็นทีม สามัคคี ช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน สามารถบูรณาการการ ทำงานภายในองค์กรได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ๒. บุคลากรมีความเป็นมิตร มีมนุษย์ สัมพันธ์ที่ดี ๓. มีบุคลากร ครอบคลุมทุกประเภท ทุก ตำแหน่ง ๑. บุคลากรบางส่วนปรับตัว ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของ เทคโนโลยีดิจิทัล และ บางส่วนมุ่งทำงานประจำ มากกว่าทำงานแบบริเริ่ม สร้างสรรค์ ๒. หลักสูตรและรูปแบบการ พัฒนาบุคลากร ไม่ หลากหลาย ขาดความ ต่อเนื่อง ไม่เพียงพอและไม่ ตรงกับความต้องการของ บุคลากร ๓. บุคลากรขาดการแรงจูงใจ ในการทำงาน เนื่องจากไม่รับ การส่งเสริมสนับสนุน ความก้าวหน้าในสายงาน ๔. การบรรจุอัตรากำลังใน ตำแหน่งที่ว่างมีความล้าช้า ครู กศน.ตำบล มักไม่มี วันหยุดตามที่กำหนด เนื่องจากภารกิจที่เร่งด่วน


18 ๗-S Framework จุดแข็ง (Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) หลากหลายขององค์กร ส่งผล ให้ขาดขวัญและกำลังใจ ทักษะ ความสามารถ (Skill) ๑. บุคลากรมีความรู้ ประสบการณ์ความ ชำนาญเหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบ ๒. บุคลากรมีวุฒิวิชาเอกหลากหลายสาขา มีการพัฒนาความรู้และทักษะให้กับ บุคลากรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิด ประสิทธิภาพในการทำงาน มีกิจกรรมเพื่อ สังคม อาทิ กศน.ช่วยเหลือประชาชน ๑. บทบาทครูส่วนใหญ่ยังไม่ เอื้อต่อการส่งเสริมผู้เรียนให้มี ทักษะในศตวรรษที่ ๒๑ ส่วนใหญ่ขาดทักษะความ เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล การวิจัย พัฒนา นวัตกรรม ๒. มีความรู้ ความชำนาญ แยกส่วน ไม่มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ระหว่างเพื่อนร่วมงาน ค่านิยมร่วม (Share Value) มีค่านิยมร่วม “TEAMWINS” การนำค่านิยมมาใช้ยังไม่เป็น รูปธรรม การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โดยการปรับใช้ทฤษฎี PESTEL Analysis PESTEL โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) นโยบายการเมือง (Politic) ๑. นโยบายของรัฐบาลสนับสนุนการสร้าง โอกาส ความเสมอภาค และเท่าเทียมกัน ทางการศึกษาแก่ประชาชนรวมถึงการ ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วย นวัตกรรมและเทคโนโลยี ตามนโยบาย “ประเทศไทย ๔.๐” ๒. รัฐบาลมีนโยบายในการดูแลและสร้าง โอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมายพิเศษอย่าง ชัดเจน เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ ๓. นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจบน พื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเป้าหมายการจัดการศึกษาเพื่อการ พัฒนาที่ยั่งยืนเอื้อต่อการจัดการศึกษา ตลอดชีวิตทิศทางการพัฒนาประเทศใน แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ ๑. การเมืองขาดเสถียรภาพ ส่งผลให้ขาดความเชื่อมั่นต่อ ระบบ รวมถึงความขัดแย้ง ทางความคิด ส่งผลให้ นโยบายขาดความต่อเนื่อง/ เปลี่ยนแปลงบ่อย ๒. การปรับเปลี่ยนผู้บริหาร ระดับสูง และการ เปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทำ ให้มีการปรับเปลี่ยนนโยบาย การดำเนินงาน ส่งผลให้การ ดำเนินงานของหน่วยงานและ สถานศึกษาขาดความต่อเนื่อง ภาครัฐมีปัญหาด้านการเงิน การคลัง งบประมาณถูกตัด และลดลง


19 PESTEL โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) และสังคมแห่งชาติแผนการศึกษา แห่งชาติ ให้ความสำคัญกับการพัฒนา คุณภาพประชาชนโดยเฉพาะวัยแรงงาน รัฐบาลส่งเสริมการบริหารจัดการข้อมูล ขนาดใหญ่ (Big Data) ทำให้จัดเก็บ เชื่อมโยง และใช้ประโยชน์ต่อการปรับปรุง กระบวนการทำงานของหน่วยงานจาก ฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจ (Economic) ๑. มีฐานเศรษฐกิจที่เป็นต้นทุนกระจายตัว ในภาคการผลิตหลายสาขา เช่น การเกษตร อุตสาหกรรม และการ ท่องเที่ยว ทำให้เกิดรายได้และช่องทาง ทำงานของคนในพื้นที่ ๒. มีต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่ สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ ๓. เกิดกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology ๑. กลุ่มเป้าหมาย กศน. ส่วน ใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย ต้อง ประกอบอาชีพตลอดเวลา ทำ ให้ไม่สามารถเข้าร่วม กิจกรรมอย่ำงต่อเนื่อง ๒. ความเหลื่อมล้ำทาง เศรษฐกิจยังทำให้คนยากจน ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้าน การศึกษามากกว่าครอบครัว ที่ร่ำรวย ๓. ปัญหาที่เกิดจากโรค ระบาดและโรคอุบัติใหม่ ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ รายได้จากการประกอบอาชีพ ลดลง และมีแนวโน้มอัตรา การว่างงานที่เพิ่มขึ้น สังคมวัฒนธรรม (Social-Culture) ๑. เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ เป็น โอกาสในการพัฒนาการจัดการศึกษาและ การเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ มีแหล่งเรียนรู้ทางอาชีพที่หลากหลายและ ครอบคลุมทุกพื้นที่ ที่พร้อมให้การ สนับสนุนและถ่ายทอดความรู้มีความ หลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ ๒. มีปราชญ์ท้องถิ่นที่มีองค์ความรู้หรือภูมิ ปัญญาในพื้นที่จำนวนมาก ที่ได้รับการ ยอบรับและพร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้จาก ๑. ประชากรกลุ่มผู้สูงอายุ (กลุ่มพึ่งพิง) เพิ่มขึ้น และ ระบบการดูแลสุขภาพ ผู้สูงอายุยังไม่ครอบคลุม ทั้ง ในด้านส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู ๒. การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของ ประชากรและแฝงเข้ามา ทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก ทำ ให้เกิดปัญหาสะสม และ


20 PESTEL โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) รุ่นสู่รุ่น ๓. ภาคีเครือข่าย ทั้งส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชนในระดับท้องถิ่น และชุมชนมี ส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมพัฒนา ความรู้แก่ประชาชน ๔. หน่วยงานภาครัฐให้การส่งเสริม สนับสนุนศิลปะวัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทรัพยากรที่ หลากหลาย ผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ระบบ สาธารณูปโภค และโครงสร้าง พื้นฐาน ตลอดจนการจัด การศึกษา ไม่ว่าจะเป็นใน เรื่องคุณภาพการจัด การศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการ ศึกษา การออกกลางคัน เทคโนโลยี (Technology) ๑. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัลใน ปัจจุบัน ได้เพิ่มช่องทางการให้บริการการ จัดการเรียนการสอนและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้นแก่ กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๒. ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำมาช่วยในการบริหารจัดการ ภาคส่วนต่าง ๆ ได้ทั้งสถานศึกษา ภาครัฐ และเอกชนที่จะสนับสนุนการจัดการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ และ ลดต้นทุน ๓. มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยใน การบริหารจัดการข้อมูลสารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ ๔. ประชาชนกลุ่มวัยแรงงานให้ ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีในการ ดำเนินชีวิต เพื่อเข้าถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ๑.อันตรายในรูปแบบต่าง ๆ ของสังคมโลกยุคดิจิทัล และ การใช้สื่อเทคโนโลยีที่ไม่ เหมาะสม เกิดภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ ๒.ประชาชนมีทางเลือกใน การเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านสื่อ และเทคโนโลยีดิจิทัลสื่อและ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการ ลงทุนในการจัดการศึกษา ทำ ให้ผู้ใช้งานปรับตัวไม่ทัน ๓.สังคมยุคดิจิตอล (โลก เสมือนจริง) ที่ขาดการ ควบคุมการใช้ ส่งผลต่อวิถี การดำรงชีวิต และ ความสัมพันธ์ในสังคม/ ครอบครัว ๔.ปัญหาความเหลื่อมล้ำใน การเข้าถึงเทคโนโลยี สารสนเทศ ทำให้ผู้เรียน บางส่วนขาดความสามารถใน การเรียนออนไลน์ จากการ ขาดอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต


21 PESTEL โอกาส (Opportunities) อุปสรรค (Threats) Disruptive Technology ๕.นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ สร้างตลาดและมูลค่าให้กับตัว ผลิตภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยี และ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง เกิดดิสรัปชั่นต่อตลาดของ ผลิตภัณฑ์เดิม รวมทั้งอาจจะ ทำให้ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี แบบเดิม ๆ ล้มหายตายจาก ไป ๖.อินเทอร์เน็ต กศน.ตำบล หมดสัญญาไม่ได้การ สนับสนุนงบประมาณค่าเช่า บริการอินเทอร์เน็ต สิ่งแวดล้อม (Environment) มีแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญและมีคุณค่า ๑.การเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ เสี่ยงต่อการเกิด ภัยแล้งและอุทกภัยในบาง พื้นที่ รวมถึงปัญหาฝุ่น PM ๒.๕ ที่ส่งผลกระทบต่อการ ดำรงชีวิต กฎหมาย (Legal) ๑.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคน ได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอ ย่ำงมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ๑.กฎ ระเบียบ ในการจัด การศึกษาบางเรื่องมีข้อจำกัด ไม่สอดคล้องกับบริบทสังคมที่ เปลี่ยนแปลงไป และไม่เอื้อ ต่อการจัดการศึกษาที่มีความ ยืดหยุ่น หลากหลาย ๒.กระบวนการปรับปรุง แก้ไขกฎหมายระดับชาติ บางส่วนล่าช้า ไม่ครบถ้วน ไม่ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว


22 สรุปปัจจัยสภาพแวดล้อมที่สำคัญ จุดแข็ง (STRENGTHS) จุดอ่อน (WEAKNESSES) S๑ ได้รับการวางตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ให้เป็น หน่วยงานหลักในการจัดการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย และมีอำนาจทางกฎหมายใน การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิต S๒ มีคณะกรรมการ กศน.จังหวัดที่มีผู้ว่าราชการเป็น ประธาน ทำให้มีการบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐ และเอกชน S๓ มีสถานศึกษา และแหล่งการเรียนรู้ กศน. ครอบคลุมทุกพื้นที่อาทิ กศน.ตำบล ห้องสมุดประชาชน S๔ มีรูปแบบการเรียนรู้ กศน. ที่มีความยืดหยุ่นและเอื้อ ต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน อาทิ หลักสูตร สื่อ รูปแบบการ จัด และการวัดผลประเมินผล S๕ บุคลากรมีความรู้ ประสบการณ์ความชำนาญ เหมาะสม มีการทำงานเป็นทีม และสามารถบูรณาการ การทำงานภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างมี ประสิทธิภาพ S๖ มีกิจกรรมเพื่อสังคม อาทิ กศน.ช่วยเหลือประชาชน W๑ การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ ตามโครงสร้างไม่ครอบคลุม และไม่ สอดคล้องกับอัตรากำลังที่มีจำกัด W๒ แหล่งเรียนรู้ กศน. ยังพัฒนาให้มี ความพร้อมด้านทรัพยากรและความ ทันสมัย ในอัตราที่ช้ากว่ามาตรฐานที่ กำหนดในยุคปัจจุบัน W๓ ระบบงานต่าง ๆ ขาดการติดตาม และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง W๔ บุคลากรขาดการแรงจูงใจในการ ทำงาน เนื่องจากไม่รับการส่งเสริม สนับสนุนความก้าวหน้าในสายงาน W๕ บุคลากรส่วนใหญ่ขาดทักษะ ความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล การวิจัย พัฒนานวัตกรรม


23 โอกาส (OPPORTUNITIES) อุปสรรค (THREATS) O๑ การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี O๒ เกิดกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology O๓ เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ เป็นโอกาสในการ พัฒนาการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ O๔ ภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชนในระดับ ท้องถิ่น และชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาความรู้แก่ ประชาชน O๕ เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพิ่มช่องทางการจัดการเรียนรู้ O๖ เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ บริหารจัดการของภาครัฐและเอกชน T๑ ภาครัฐมีปัญหาด้านการเงินการ คลัง งบประมาณถูกตัดและลดลง T๒ กลุ่มเป้าหมายเป็นผู้มีรายได้น้อย ต้องประกอบอาชีพตลอดเวลา ทำให้ ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอย่ำง ต่อเนื่อง T๓ แนวโน้มของประชากรวัยเรียนที่ จะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานใน เขตพื้นที่บริการ มีจำนวนลดน้อยลง สอดคล้องกับลักษณะประชากรใน สังคมผู้สูงอายุ T๔ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึง เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้ผู้เรียน บางส่วนขาดโอกาสการเรียนรู้ T๕ กฎ ระเบียบ ในการจัดการศึกษา บางเรื่องมีข้อจำกัด ไม่สอดคล้องกับ บริบทสังคม ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix กลยุทธ์เชิงรุก (SO) ตารางที่ ๑ แสดงผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix กลยุทธ์เชิงรุก (SO) S๑O๓ ส่งเสริมการจัดการศึกษาของผู้สูงอายุเพื่อให้เป็น Active Ageing Workforce และ มี Life skill ในการดำรงชีวิตที่เหมาะกับช่วงวัย S๒O๔ สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา S๓O๒ พัฒนาหลักสูตรอาชีพระยะสั้นที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มอาชีพใหม่ที่รองรับ Disruptive Technology S๖O๔ ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีให้เห็นคุณค่าอย่างแพร่หลาย กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST) ตารางที่ ๒ แสดงผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix กลยุทธ์เชิงป้องกัน (ST) S๔T๒ จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นหลากหลาย S๑T๓ ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้ครอบคลุมทุกพื้นที่


24 S๕T๔ สร้างอาสาสมัคร กศน. เป็นเครือข่ายในการสนับสนุนการจัดการศึกษาตลอดชีวิตใน ชุมชน กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO) ตารางที่ ๓ แสดงผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix กลยุทธ์เชิงแก้ไข (WO) W๓O๖ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ W๕O๑ ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัย และพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ W๕O๕ พัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์เชิงรับ (WT) ตารางที่ ๔ แสดงผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix กลยุทธ์เชิงรับ (WT) W๔T๕ ส่งเสริม เชิดชูเกียรติ คุณงามความดีของผู้ปฏิบัติงานทุกประเภท W๒T๑ ส่งเสริมการระดมทรัพยากรจากภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน W๑T๑ บริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ข้อมูลสภาพทั่วไปของจังหวัดยโสธร ที่ตั้งและอาณาเขต จังหวัดยโสธร มีพื้นที่ ๔,๑๖๑.๖ ตารางกิโลเมตร หรือ ๒,๖๐๑,๐๔๐ ไร่ คิดเป็นร้อยละ ๐.๘๑ ของพื้นที่ทั่วประเทศ (๓๒๑ ล้านไร่) และคิดเป็นร้อยละ ๑๒.๘๙ ขงพื้นที่กลุ่มจังหวัด (อุบลราชธานี ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และยโสธร) ประกอบด้วย ๙ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง ยโสธร ทรายมูล กุดชุม ค้อวัง คำเขื่อนแก้ว มหาชนะชัย ป่าติ้ว ไทยเจริญ และเลิงนกทา ตารางแสดงจำนวนพื้นที่จังหวัดยโสธร และระยะทางอำเภอสู่ตัวจังหวัดยโสธร (รายอำเภอ) ที่ อำเภอ พื้นที่ ระยะทาง (กม.) ไร่ ตร.กม. ๑ เมืองยโสธร ๓๖๑,๓๘๗.๕๐ ๕๗๘.๒๒๐ - ๒ ค้อวัง ๙๓,๗๕๐.๐๐ ๑๕๐.๐๐๐ ๗๐ ๓ เลิงนกทา ๕๘๙,๒๕๐.๐๐ ๙๔๒.๘๐๐ ๖๙ ๔ ไทยเจริญ ๑๗๐,๑๒๕.๐๐ ๒๗๒.๒๐๐ ๕๒ ๕ มหาชนะชัย ๒๘๔,๕๔๒.๐๐ ๔๕๕.๒๖๘ ๔๑ ๖ กุดชุม ๓๔๐,๐๐๐.๐๐ ๕๔๔.๐๐๐ ๓๗ ๗ ป่าติ้ว ๑๙๒,๕๐๐.๐๐ ๓๐๘.๐๐๐ ๒๗ ๘ คำเขื่อนแก้ว ๓๙๙,๐๐๐.๐๐ ๖๓๘.๔๐๐ ๒๓ ๙ ทรายมูล ๑๗๐,๔๘๕.๐๐ ๒๗๒.๗๗๖ ๑๗ รวม ๒,๖๐๑,๐๔๐.๐๐ ๔,๑๖๑.๖๖๔


25 อาณาเขตติดต่อ ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดมุกดาหาร ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดศรีสะเกษ ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดร้อยเอ็ด


26 ลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศ จังหวัดยโสธรมีพื้นที่เป็นรูปร่างคล้ายพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ยาวจากทิศเหนือลงมาทิศใต้ มีลักษณะลาดเอียงจากทิศตะวันตกลงไปทางทิศตะวันออก พื้นที่ทางตอนเหนือส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง ภูเขา สลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่น มีสภาพป่าและภูเขา มีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยลิงโจน ห้วยสะแบก ลำโพง ลำเซบาย (ลุ่มน้ำมูล) ไหลผ่านทางตอนเหนือและตอนกลาง ส่วนพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้เป็น ที่ราบลุ่มต่ำสลับซับซ้อนกับสันดินริมน้ำ มีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ได้แก่ แม่น้ำชี และขนาดกลาง ได้แก่ ลำน้ำ ยัง ลำทวน (ลุ่มน้ำชี) ไหลผ่านจังหวัด ลักษณะดินส่วนมากเป็นดินปนทรายและดินเค็ม มีหนอง บึง ลำห้วย และแหล่งน้ำขนาดเล็กอยู่ทั่วไป พื้นที่แหล่งน้ำอยู่ในลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล สำหรับภูมิอากาศ จังหวัดยโสธรมี ๓ ฤดูคือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มีปริมาณน้ำฝนวัดได้๑,๔๖๐.๙ มิลลิเมตร อุณหภูมิสูงสุด ๓๘ องศาเซลเซียสในเดือนมีนาคม เมษายน และพฤษภาคม อุณหภูมิต่ำสุด ๑๑.๐ องศา เซลเซียส ในเดือนธันวาคม การใช้ประโยชน์ที่ดิน ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ จังหวัดยโสธรมีพื้นที่ทั้งหมด ๒,๖๐๑,๐๔๐ ไร่ มีเนื้อที่ป่าไม้ ๒๓๖,๑๐๔ ไร่ เนื้อที่ถือครองการเกษตร จำนวน ๑,๗๑๘,๐๓๖ ไร่ แบ่งเป็นที่นา ๑,๓๗๖,๐๙๑ ไร่ ที่พืชไร่ ๑๔๒,๘๔๘ ไร่ ที่ไม้ผลและไม้ยืนต้น ๑๐๔,๑๙๒ ไร่ ที่สวนผักและไม้ดอก ๕,๒๓๗ ไร่ และที่ใช้ประโยชน์ทาง การเกษตรอื่น ๆ ๘๙,๖๖๘ ไร่ ส่วนเนื้อที่นอกการเกษตรมี ๖๔๖,๙๐๐ ไร่ การปกครอง ๑) การปกครองท้องที่ จังหวัดยโสธร แบ่งเขตการปกครองเป็น ๙ อำเภอ โดยรวมมี ๗๙ ตำบล ๘๘๕ หมู่บ้าน โดยมีชุมชนอยู่ในเขตเทศบาลเมืองยโสธร ๒๓ ชุมชน โดย ๙ อำเภอ ประกอบด้วย (๑) อำเภอเมืองยโสธร ๑๘ ตำบล ๑๙๐ หมู่บ้าน (๒) อำเภอทรายมูล ๕ ตำบล ๕๔ หมู่บ้าน (๓) อำเภอกุดชุม ๙ ตำบล ๑๒๘ หมู่บ้าน (๔) อำเภอไทยเจริญ ๕ ตำบล ๔๘ หมู่บ้าน (๕) อำเภอเลิงนกทา ๑๐ ตำบล ๑๔๕ หมู่บ้าน (๖) อำเภอป่าติ้ว ๕ ตำบล ๕๗ หมู่บ้าน (๗) อำเภอคำเขื่อนแก้ว ๑๓ ตำบล ๑๑๕ หมู่บ้าน (๘) อำเภอมหาชนะชัย ๑๐ ตำบล ๑๐๓ หมู่บ้าน (๙) อำเภอค้อวัง ๔ ตำบล ๔๕ หมู่บ้าน ๒) การปกครองท้องถิ่น จังหวัดยโสธรมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๓ รูปแบบ จำนวน ๘๘ แห่ง ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๑ แห่ง เทศบาลเมือง ๑ แห่ง เทศบาลตำบล ๒๓ แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล ๖๓ แห่ง


27 ตารางแสดงจำนวนตำบล หมู่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ที่ อำเภอ จำนวน ตำบล หมู่บ้าน อบจ เทศบาล นคร เทศบาลเมือง เทศบาล ตำบล อบต. ๑ เมืองยโสธร ๑๗ ๑๙๐ ๑ - ๑ ๕ ๑๒ ๒ คำเขื่อนแก้ว ๑๓ ๑๑๕ - - - ๒ ๑๒ ๓ มหาชนะชัย ๑๐ ๑๐๓ - - - ๑ ๑๐ ๔ เลิงนกทา ๑๐ ๑๔๕ - - - ๙ ๓ ๕ กุดชุม ๙ ๑๒๘ - - - ๑ ๙ ๖ ป่าติ้ว ๕ ๕๗ - - - ๑ ๕ ๗ ไทยเจริญ ๕ ๔๘ - - - ๑ ๔ ๘ ทรายมูล ๕ ๕๔ - - - ๒ ๔ ๙ ค้อวัง ๔ ๔๕ - - - ๑ ๔ รวม ๗๘ ๘๘๕ ๑ - - ๒๓ ๖๓ ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดยโสธร ประชากร ในปี๒ ๕ ๖ ๔ จังห วัดยโสธรมีจำนวน ป ระชากรทั้ งสิ้น ๕ ๓ ๔ ,๐๖๕ คน เป็นชาย ๒๖๖,๖๔๐ คน เป็นหญิง ๒๖๗,๔๒๕ คน (ข้อมูล ณ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔) ตารางแสดงประชากรจังหวัดยโสธร ปี พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๖๔ พ.ศ. เพศชาย (คน) หญิง (คน) รวม (คน) ๒๕๕๘ ๒๗๑,๑๐๙ ๒๖๙,๐๗๓ ๕๔๐,๑๘๒ ๒๕๕๙ ๒๗๐,๗๔๘ ๒๖๙,๐๖๗ ๕๓๙,๘๑๕ ๒๕๖๐ ๒๗๐,๔๑๒ ๒๖๙,๑๓๐ ๕๓๙,๕๔๒ ๒๕๖๑ ๒๖๙,๗๐๕ ๒๖๙,๐๒๔ ๕๓๘,๗๒๙ ๒๕๖๒ ๒๖๘,๗๗๔ ๒๖๘,๕๒๕ ๕๓๗,๒๙๙ ๒๕๖๓ ๒๗๖,๐๑๖ ๒๖๗,๔๘๔ ๕๓๔,๕๐๐ ๒๕๖๔ ๒๖๖,๖๔๐ ๒๖๗,๔๒๕ ๕๓๔,๐๖๕ (ณ ๓๐ เม.ย ๖๔)


28 ตารางจำนวนประชากรจังหวัดยโสธร ปีพ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๖๒ รายอำเภอ อำเภอ ๒๕๖๐ ๒๕๖๑ ๒๕๖๒ ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม ชาย หญิง รวม เมือง ยโสธร ๖๔,๙๔๙ ๖๔,๕๖๔ ๑๒๙,๕๑๓ ๖๔,๘๘๙ ๖๔,๕๓๕ ๑๒๙,๔๒๔ ๕๔,๕๓๕ ๕๓,๙๑๐ ๑๐๘,๔๔๕ คำเขื่อน แก้ว ๓๓,๕๖๒ ๓๓,๒๕๖ ๖๖,๘๑๘ ๓๓,๔๒๖ ๓๓,๑๙๒ ๖๖,๖๑๘ ๓๑,๓๓๐ ๓๑,๐๘๗ ๖๒,๔๑๗ มหาชนะ ชัย ๒๘,๖๖๖ ๒๘,๕๑๐ ๕๗,๑๗๖ ๒๘,๔๗๗ ๒๘,๔๒๗ ๕๖,๙๐๔ ๒๖,๐๖๗ ๒๕,๘๘๘ ๕๑,๙๕๕ เลิงนกทา ๔๘,๓๗๑ ๔๘,๕๐๙ ๙๖,๘๘๐ ๔๘,๓๒๘ ๔๘,๕๕๖ ๙๖,๘๘๔ ๔๔,๙๑๙ ๔๕,๐๖๘ ๘๙,๙๘๗ กุดชุม ๓๓,๕๖๙ ๓๓,๐๕๓ ๖๖,๖๒๒ ๓๓,๕๐๕ ๓๓,๐๒๗ ๖๖,๕๓๒ ๓๑,๑๐๙ ๓๐,๘๐๕ ๖๑,๖๑๔ ป่าติ้ว ๑๗,๗๒๓ ๑๗,๖๐๘ ๕๓,๓๓๑ ๑๗,๖๕๑ ๑๗,๖๒๗ ๓๕,๒๗๘ ๑๖,๑๐๑ ๑๖,๐๙๒ ๓๒,๑๙๓ ไทยเจริญ ๑๕,๓๓๓ ๑๕,๒๕๘ ๓๐,๕๙๑ ๑๕,๓๒๔ ๑๕,๒๗๕ ๓๐,๕๙๙ ๑๕,๒๗๕ ๑๕,๒๙๔ ๓๐,๕๖๙ ทรายมูล ๑๕,๕๔๐ ๑๕,๕๒๙ ๓๑,๐๖๙ ๑๕,๔๗๖ ๑๕,๕๖๖ ๓๑,๐๔๒ ๑๒,๓๖๑ ๑๒,๒๗๒ ๒๔,๖๓๓ ค้อวัง ๑๒,๖๙๙ ๑๒,๘๔๓ ๒๕,๕๔๒ ๑๒,๖๒๙ ๑๒,๙๑๘ ๒๕,๔๔๘ ๑๐,๓๓๗ ๑๐,๔๖๕ ๒๐,๘๐๒ รวม ๒๗๐,๔๑๒ ๒๖๙,๑๓๐ ๕๓๙,๕๔๒ ๒๖๙,๗๐๕ ๒๖๙,๐๒๔ ๕๓๘,๗๒๙ ๒๔๒,๐๓๔ ๒๔๐,๕๘๑ ๔๙๒,๖๑๕ ที่มา : ที่ทำการปกครองจังหวัดยโสธร เศรษฐกิจของจังหวัดยโสธร ๑) การเกษตร เกษตรอินทรีย์: จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรมคือ การทำนา โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เกษตรกรเพาะปลูกมากที่สุด มีการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง อ้อยโรงงาน แตงโม ถั่วลิสง ข้าวโพด หอมแดง เป็นต้น โดยมีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีในปี ๒๕๖๔ มีจำนวน ๑,๓๕๖,๗๕๐ ไร่ สินค้าที่มี ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศและสามารถสร้างรายได้เข้าสู่จังหวัดเป็นจำนวนมาก คือ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์และข้าวหอมมะลิปลอดภัย โดยจังหวัดมีกลุ่มเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งรวมกลุ่มเกษตร อินทรีย์มาเป็นระยะเวลายาวนาน มีการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ดังนั้น จังหวัดจึงได้กำหนดตำแหน่ง การพัฒนา (Positioning) ของจังหวัดเป็นเมืองเกษตร มุ่งส่งเสริมเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย การ ขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในปัจจุบัน จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดหลักที่มีพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์มาเป็นระยะ เวลานานมากกว่า ๒๐ ปี และได้กำหนดวิสัยทัศน์จังหวัดให้เป็นเมืองเกษตรอินทรีย์และเมืองแห่งวิถีอีสาน ๒) การท่องเที่ยว : จังหวัดยโสธรมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้ที่กระจายลงสู่ กลุ่มเป้าหมายต่างๆ อย่างหลากหลายและทั่วถึง จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้เล็งเห็นลู่ทางในการสร้าง รายได้จากภาคการท่องเที่ยวและบริการ โดยจังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งใน เชิงประวัติศาสตร์โบราณสถาน/โบราณวัตถุ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทาง วัฒนธรรม ประเพณีและศาสนา อาทิเช่น พระธาตุตาดทองหรือธาตุก่องข้าวน้อย ภูสูง วัดมหาธาตุแหล่ง โบราณสถานบ้านสงเปือย เมืองโบราณดงเมืองเตย พระพุทธบาทยโสธร หอไตรวัดสระไตรนุรักษ์ เมืองเก่า บ้านสิงห์ท่า ภูถ้ำพระ โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ สวนสาธารณะพญาแถน หมู่บ้านทำหมอนขิดบ้านศรีฐาน นอกจากนั้น จังหวัดยังมีงานประเพณีที่มีชื่อเสียงติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของงานประเพณีโลก และมี นักท่องเที่ยวอยากเดินทางมาเที่ยวชมมากที่สุด คือ งานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธร โดยในแต่ละปี


29 จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเดินทางมาท่องเที่ยวงานประเพณีบุญบั้งไฟของจังหวัดยโสธร เป็นจำนวนมาก เฉลี่ยปีละประมาณ ๔๘๐,๐๐๐ คน มีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ ๒๙๔ ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ยังมีงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องกันมายาวนาน เช่น งานประเพณีแห่มาลัย ประเพณีการแห่ มาลัยข้าวตอก ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยโสธรมากขึ้น ส่งผลให้ ประชาชนมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าของฝาก ของที่ระลึก (ผลิตภัณฑ์OTOP) ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของ นักท่องเที่ยว ได้แก่ ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ผลิตภัณฑ์จากข้าวหอมมะลิ หมอนขิดผ้าไหม ปลาส้ม และลอดช่อง เป็นต้น ๓) ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีอีสาน จังหวัดยโสธรเป็นเมืองที่ประชากรโดยทั่วไป สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างสงบสุข มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน มีอาชีพ มีรายได้เพียงพอสำหรับ การดำรงชีพ และการดำเนินชีวิตจะเกี่ยวข้องกับศาสนา ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวยโสธร โดยการ ดำเนินชีวิตของประชาชนจะดำรงตนตามแบบวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม มีภูมิคุ้มกันทางสังคม สามารถ ปรับตัวได้อย่างผสมกลมกลืนกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคปัจจุบัน มีศิลปวัฒนธรรมประเพณีแบบ ชาวอีสาน เช่น ประเพณีบั้งไฟเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดยโสธร เป็นงานระดับนานาชาติงานแห่มาลัย ข้าวตอก งานประเพณีจุดไฟตูมกา งานประเพณีบุญคูณลาน งานนมัสการพระธาตุพระอานนท์ งานนมัสการพระธาตุกู่จาน งานประเพณีที่ น่าสนใจที่จัดขึ้นตามฮีตสิบสอง และงานประเพณีแห่ดาวบ้าน ซ้งแย้ช่วงเทศกาลวันคริสมาสต์ของศาสนาคริสต์ ด้านศิลปะการแสดงที่มีชื่อเสียง เช่น หมอลำพื้นบ้าน (หมอลำกลอน) หมอลำเพลิน หนังประโมทัย วงโปงลาง รำผู้ไท การแสดงกลองยาว และการแสดงฟ้อน กลองตุ้ม อาหารที่มีชื่อเสียง เช่น ลาบยโสธร ลอดช่อง ปลาส้ม ลาดเป็ด ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นกุดชุม โคขุน หนองแหน อำเภอกุดชุม และข้าวปุ้นน้ำวัวสูตรเวียดนาม นอกจากนี้ ยังมีศิลปวัฒนธรรมประเพณี และ สินค้าของดีที่สร้างสรรค์มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น หมอนขิด เครื่องจักสาน เครื่องทองเหลือง ข้าวหอม มะลิอินทรีย์ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และสินค้าอื่นๆ ที่เกิดจากภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งสิ่งสรรค์สร้างเหล่านี้ล้วน แล้วแต่เกิดจากการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกิดกับคนในชุมชน เป็นการดำรงชีวิตแบบวิถีอีสานภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น/ภูมิปัญญาชาวบ้าน เช่น การแกะลายบั้งไฟ/ทำบั้งไฟโบราณ ช่างทำบั้งไฟขั้น สูง การทำมาลัยข้าวตอก การทำหมอนขวานผ้าขิด ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) การทำกระเป๋าผ้า พื้นเมืองแฮนด์เมด การทอผ้าพื้นเมือง/ผ้าฝ้ายยกดอกย้อมสีธรรมชาติ การทำเครื่องทองเหลือง การสาน กะคุการจักสาน การทำเกวียนสลักลาย และช่างแทงหยวก ซึ่งสิ่งสรรค์สร้างเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เกิดจากการ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกิดกับคนในชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นการ ดำรงชีวิตแบบวิถีอีสานภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บุคคลสำคัญที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ได้แก่ ๑. นายบุญส่ง มาตขาว ปราชญ์เกษตรอินทรีย์ ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ศูนย์เครือข่าย ปราชญ์ชาวบ้าน บ้านโนนยาง อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ๒. นายสุทิน จันขาว ปราชญ์เกษตรอินทรีย์ ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ ศูนย์กสิกรรม ธรรมชาติศรีโสธรพัฒนา อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร


30 ๓. นายนิคม เพชรผา ปราชญ์เกษตรอินทรีย์ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ แหล่งท่องเที่ยว เกษตรอินทรีย์ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติจังหวัดยโสธร ชุมชนสวนธรรมร่วมใจ อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ๔. นายมั่น สามสี ปราชญ์เกษตรอินทรีย์ บ้านโนนสมบูรณ์ ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร ๕. นายประจักษ์ สมชอบ ปราชญ์ชาวบ้าน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านคำฮี ตำบลขั้นไดใหญ่ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร ๖. นางพิมพา มุ่งงาม ปราชญ์ชาวบ้าน เกษตรกรดีเด่นบ้านดวน ตำบลน้ำอ้อม อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร เจ้าของสวนพ่อพอเพียง ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากสำนักงานเลขาธิการสภา การศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๙ ด้านเกษตรกรรม(ข้าวหอมมะลิอินทรีย์) ประจำปี๒๕๖๑ แหล่งเรียนรู้อื่น ๑) ประเพณีและวัฒนธรรม - งานประเพณีบุญบั้งไฟ เทศบาลเมืองยโสธร และอำเภอต่างๆ งานประเพณีบุญแห่มาลัย ที่อำเภอมหาชนะชัย งานประเพณีบุญข้าวจี่ วัดป่าวังน้ำทิพย์ ที่อำเภอเลิงนกทา งานประเพณีแข่งเรือสั้น เรือยาว งานลอยกระทง ในเทศกาลออกพรรษา เขตเทศบาลเมืองยโสธร - งานเทศกาลประจำปี เช่น งานกาชาดยโสธร จัดระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ของทุกปี งานประเพณีบุญบั้งไฟ จัดขึ้นในช่วงเดือนหกประมาณเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยจัดให้มีการ ประกวด ขบวนแห่บั้งไฟสวยงาม ประกวดธิดาบั้งไฟ และแข่งขันบั้งไฟขึ้นสูง ซึ่งมีชาวญี่ปุ่นทำบั้งไฟ มา ร่วมแข่งขัน เพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีระหว่างกันเป็นประจำทุกปี ๒) ประวัติศาสตร์ และโบราณสถาน - แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น สวนสาธารณะพญาแถน วังมัจฉา หาดทรายแม่น้ำชี ในพื้นที่อำเภอเมืองยโสธร ภูถ้ำพระ (ตำบลกุดชุม) อ่างเก็บน้ำกกกุง ภูหมากพริก ภูหินปูน ในพื้นที่ อำเภอกุดชุม ห้วยลิงโจน ห้วยสะแบก ภูถ้ำพระ (ตำบลกุดแห่) ในพื้นที่อำเภอเลิงนกทา - แหล่งโบราณสถาน โบราณวัตถุ ที่สำคัญ เช่น พระพุทธบุษรัตน์หรือพระแก้วหยดน้ำค้าง , พระธาตุยโสธรหรือพระธาตุพระอานนท์, หอไตรวัดมหาธาตุ ที่วัดมหาธาตุอำเภอเมืองยโสธร ธาตุก่อง ข้าวน้อยที่บ้านตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร พิพิธภัณฑ์พระพุทธรูปรอยพระพุทธบาทจำลอง ที่อำเภอ มหาชนะชัย วัดเทวัญคีรี (พระธาตุภูกอย) ในพื้นที่อำเภอไทยเจริญ หอไตร วัดสระไตรนุรักษ์ ในพื้นที่อำเภอ ทรายมูล พระธาตุกู่จาน ตำบลกู่จาน และดงเมืองเตย ตำบลสงเปือย ในพื้นที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว - แหล่งศิลปหัตถกรรม รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว (ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว) ที่สำคัญ ได้แก่ เช่น แหล่งผลิตกระติบข้าว และเกวียนไม้แกะสลัก เครื่องทองเหลือง ที่บ้านนาสะไมย์ อำเภอเมืองยโสธร หมอนขวานผ้าขิด บ้านศรีฐาน หมู่บ้านดิน อำเภอป่าติ้ว หัตถกรรมต่างๆ บ้านกุดเสถียร อำเภอเลิงนกทา


31 ภาคีเครือข่าย 1. กรมทหารราบที่ ๑๖ ค่ายบดินทรเดชา 2. เรือนจำจังหวัดยโสธร 3. ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดยโสธร 4. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต ๑ และเขต ๒ 5. สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัดยโสธร 6. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดยโสธร 7. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยโสธร 8. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดยโสธร 9. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร 10. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดยโสธร โครงการในพระราชดำริในพื้นที่จังวัดยโสธร 1. อำเภอเมืองยโสธร 1) โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณหนองอึ่งอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง ยโสธร จังหวัดยโสธร 2) โครงการสิ่งเสริมศิลปาชีพบ้านคำน้ำสร้าง ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 2. อำเภอเลิงนกทา 1) โครงการพัฒนาพื้นที่มูลนิธิชัยพัฒนา ตำบลกุดแห่ อำเภอเลิงนกทา จังหวัด ยโสธร 2) โครงการโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านศรีสวัสดิ์ ตำบลศรีแก้ว อำเภอ เลิงนกทา จังหวัดยโสธร ๕. ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ ๑) ด้านงบประมาณ ตารางจำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็นร้อยละ % ๑) งบบุคลากร ๓๗,๗๘๒,๖๘๐ ๓๕,๑๒๑,๘๘๓ ๙๒.๙๖ ๒) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ การศึกษานอกระบบ ๔,๐๘๐,๓๔๐ ๓,๘๓๗,๓๖๘.๘๐ ๙๔.๐๔ ๓) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๕ การศึกษาตามอัธยาศัย ๔,๒๐๔,๒๒๐ ๒,๗๗๖,๕๗๑.๙๙ ๖๖.๐๔ ๔) งบลงทุน ๕๑๖,๗๐๐ ๔๕๒,๗๐๐ ๑๐๐ ๕) งบรายจ่ายอื่น ๘,๒๕๑,๘๑๖ ๗,๓๐๕,๕๒๑ ๘๘.๕๓ ๖) งบเงินอุดหนุน ๒๗,๗๕๒,๒๒๐ ๒๓,๙๔๐,๓๖๔.๑๕ ๘๖.๒๖ รวม ๘๒,๕๘๗,๙๗๖ ๗๓,๔๓๔,๔๐๘,๙๔ ๘๘.๙๒


32 ตารางจำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๒ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็นร้อยละ % ๑. งบบุคลากร ๓๖,๘๓๒,๙๓๐ ๓๖,๘๓๒,๙๓๐ ๑๐๐ ๒. งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ และผลผลิตที่ ๕ ๙,๓๕๔,๔๘๕ ๙,๓๕๔,๔๘๕ ๑๐๐ ๓. งบลงทุน ๖๕๕,๗๐๐ ๖๕๕,๗๐๐ ๑๐๐ ๔. งบอุดหนุน ๒๗,๗๒๐,๒๒๕ ๒๗,๗๒๐,๒๒๕ ๑๐๐ ๕. งบรายจ่ายอื่น ๖,๕๑๘,๙๓๐ ๖,๕๑๘,๙๓๐ ๑๐๐ รวม ๘๑,๐๘๒,๒๗๐ ๘๑,๐๖๒,๒๗๐ ๑๐๐ ตารางจำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็นร้อยละ % ๑) งบบุคลากร ๓๔,๐๑๐,๘๔๐ ๓๔,๐๑๐,๘๔๐ ๑๐๐ ๒) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ และผลผลิตที่ ๕ ๙,๑๔๘,๕๐๒ ๙,๑๔๘,๕๐๒ ๑๐๐ ๓) งบลงทุน ๒,๑๒๔,๔๐๐ ๒,๑๒๔,๔๐๐ ๑๐๐ ๔) งบเงินอุดหนุน ๒๘,๕๔๕,๖๐๒ ๒๘,๕๔๕,๖๐๒ ๑๐๐ ๕) งบรายจ่ายอื่น ๔,๗๗๒,๙๓๕ ๔,๗๗๒,๙๓๕ ๑๐๐ รวม ๗๘,๖๐๒,๒๗๙ ๗๘,๖๐๒,๒๗๙ ๑๐๐ ตารางจำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๔ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็นร้อยละ % ๑) งบบุคลากร ๓๘,๔๘๗,๙๖๐ ๓๘,๔๘๗,๙๖๐ ๑๐๐ ๒) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ และผลผลิตที่ ๕ ๘,๙๓๓,๗๓๙ ๘,๙๓๓,๗๓๙ ๑๐๐ ๓) งบลงทุน ๖๖๐,๕๗๑ ๖๖๐,๕๗๑ ๑๐๐ ๔) งบเงินอุดหนุน ๒๖,๙๓๙,๐๖๓ ๒๖,๙๓๙,๐๖๓ ๑๐๐ ๕) งบรายจ่ายอื่น ๔,๔๙๒,๖๑๐ ๔,๔๙๒,๖๑๐ ๑๐๐ รวม ๗๙,๕๑๓,๙๔๓ ๗๙,๕๑๓,๙๔๓ ๑๐๐ ตารางจำนวนงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๕ ประเภท/งบประมาณ เงินรับโอน ผลการเบิกจ่าย คิดเป็นร้อยละ % ๑) งบบุคลากร ๔๑,๐๓๙,๔๗๗ ๔๑,๐๓๙,๔๗๗ ๑๐๐ ๒) งบดำเนินงาน ผลผลิตที่ ๔ และผลผลิตที่ ๕ ๕,๘๓๗,๕๗๓ ๕,๘๓๑,๐๙๓ ๙๙ ๓) งบลงทุน ๒,๔๗๙,๐๐๐ ๒,๔๗๙,๐๐๐ ๑๐๐ ๔) งบเงินอุดหนุน ๒๘,๐๔๒,๕๖๑ ๒๘,๐๔๒,๕๖๑ ๑๐๐ ๕) งบรายจ่ายอื่น ๓,๗๐๙,๔๓๐ ๓,๗๐๙,๔๓๐ ๑๐๐ รวม ๘๑,๑๐๘,๐๔๑ ๘๑,๑๐๑,๕๖๑ ๑๐๐


33 ๒) สถานศึกษา สถานศึกษา/กศน.ตำบล สถานศึกษา ที่ตั้ง กศน.ตำบล ๑. กศน.อำเภอเมืองยโสธร หมู่ที่ ๑๑ ถ.แจ้งสนิท ต.สำราญ อ.เมือง ๑๘ ๒. กศน.อำเภอทรายมูล หมู่ที่ ๑๖ ถ.เทศบาล ๓ ต.ทรายมูล อ.ทรายมูล ๕ ๓. กศน.อำเภอกุดชุม หมู่ที่ ๘ ต.กุดชุม อ.กุดชุม ๙ ๔. กศน.อำเภอค้อวัง ถนนพลไว-ยางชุมน้อย ต.ค้อวัง อ.ค้อวัง ๔ ๕. กศน.อำเภอคำเขื่อนแก้ว หมู่ที่ ๑ ถ.แจ้งสนิท ต.ลุมพุก อ.คำเขื่อนแก้ว ๑๓ ๖. กศน.อำเภอมหาชนะชัย หมู่ที่ ๑ ต.ฟ้าหยาด อ.มหาชนะชัย ๑๐ ๗. กศน.อำเภอป่าติ้ว ถนนอรุณประเสริฐ ต.โพธิ์ไทร อ.ป่าติ้ว ๕ ๘. กศน.อำเภอไทยเจริญ หมู่ที่ ๑ ต.คำเตย อ.ไทยเจริญ ๕ ๙. กศน.อำเภอเลิงนกทา หมู่ที่ ๑๑ ต.สามแยก อ.เลิงนกทา ๑๐ รวมทั้งสิ้น ๗๙ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ๑. ศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ ทฤษฎีใหม่ประจำตำบล ครบทุกตำบล ๗๙ แห่ง ๒. ศูนย์ดิจิทัลชุมชน ครบทุกตำบล ๗๙ แห่ง ๓. ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยตำบล ครบทุกตำบล ๗๙ แห่ง ๔. ศูนย์การศึกษาตลอดชีวิตชุมชน ครบทุกตำบล ๗๙ แห่ง นักศึกษา จำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๑ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย เมืองยโสธร ๕๒ ๘๐๑ ๑,๒๐๒ ๒,๐๕๕ ทรายมูล ๑๘ ๑๗๔ ๓๑๘ ๕๑๐ กุดชุม ๑๕ ๓๕๒ ๔๓๗ ๘๐๔ ค้อวัง ๑๔ ๑๗๑ ๓๓๕ ๕๒๐ คำเขื่อนแก้ว ๑๙ ๓๓๕ ๖๓๗ ๙๙๑ มหาชนะชัย ๘๓ ๔๓๔ ๖๐๙ ๑,๑๒๖ ป่าติ้ว ๑๒ ๑๙๑ ๒๙๗ ๕๐๐ ไทยเจริญ ๑๓ ๑๔๕ ๒๖๔ ๔๒๒ เลิงนกทา ๑๕ ๔๓๓ ๖๓๒ ๑,๐๘๐ รวมทั้งสิ้น ๒๔๑ ๓,๐๓๖ ๔,๗๓๑ ๘,๐๘๘


34 จำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๒ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย เมืองยโสธร ๕๙ ๘๒๐ ๑,๑๘๙ ๒,๐๖๘ ทรายมูล ๑๑ ๑๕๙ ๒๘๑ ๔๕๑ กุดชุม ๑๘ ๓๕๓ ๔๗๗ ๘๔๘ ค้อวัง ๕๓ ๒๐๓ ๓๓๓ ๕๘๙ คำเขื่อนแก้ว ๑๑ ๓๒๑ ๖๓๒ ๙๖๔ มหาชนะชัย ๑๐๒ ๔๔๓ ๕๘๗ ๑,๑๓๓ ป่าติ้ว ๙ ๑๙๐ ๒๙๙ ๔๙๘ ไทยเจริญ ๒๑ ๑๔๕ ๒๖๐ ๔๒๖ เลิงนกทา ๑๕ ๔๕๔ ๖๐๗ ๑,๐๗๖ รวมทั้งสิ้น ๓๐๐ ๓,๐๘๘ ๔,๖๖๕ ๘,๐๕๓ จำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๒ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย เมืองยโสธร ๕๙ ๘๓๗ ๑,๑๕๗ ๒,๐๕๓ ทรายมูล ๑๐ ๑๗๓ ๒๖๗ ๔๕๐ กุดชุม ๒๒ ๓๓๗ ๔๘๗ ๘๔๖ ค้อวัง ๕๔ ๒๑๙ ๓๑๗ ๕๙๐ คำเขื่อนแก้ว ๑๑ ๓๒๘ ๖๒๔ ๙๖๓ มหาชนะชัย ๑๑๓ ๔๔๗ ๕๗๖ ๑,๑๓๖ ป่าติ้ว ๑๑ ๒๐๕ ๒๗๔ ๔๙๐ ไทยเจริญ ๔๑ ๑๖๒ ๒๕๙ ๔๖๒ เลิงนกทา ๑๑ ๔๕๑ ๖๑๖ ๑,๐๗๘ รวมทั้งสิ้น ๓๓๒ ๓,๑๕๙ ๔,๕๗๗ ๘,๐๖๘ กศน.อำเภอ จำนวนนักศึกษาระดับปวช. ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๒ รวม สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขาการตลาด เมืองยโสธร ๔๐ ๔๐ ๘๐


35 ตารางแสดงจำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๓ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๗๖ ๗๙๘ ๑,๐๙๔ ๑,๙๖๘ เมืองยโสธร (ปวช.) --- ๘๐ ๘๐ ทรายมูล ๑๐ ๑๗๕ ๒๖๕ ๔๕๐ กุดชุม ๒๙ ๓๒๑ ๕๑๕ ๘๖๕ ค้อวัง ๕๕ ๒๑๑ ๓๒๔ ๕๙๐ คำเขื่อนแก้ว ๑๔ ๓๒๔ ๖๒๔ ๙๖๒ มหาชนะชัย ๑๐๓ ๔๑๔ ๖๑๗ ๑,๑๓๔ ป่าติ้ว ๑๑ ๒๐๗ ๒๗๓ ๔๙๑ ไทยเจริญ ๔๒ ๑๕๒ ๒๗๑ ๔๖๕ เลิงนกทา ๑๓ ๔๗๙ ๕๖๗ ๑,๐๕๙ รวมทั้งสิ้น ๓๕๓ ๓,๐๘๑ ๔,๕๕๐ ๘๐ ๘,๐๖๔ ตารางแสดงจำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๓ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๙๗ ๗๔๕ ๑,๐๑๙ ๑,๘๖๑ เมืองยโสธร (ปวช.) ๘๐ ๘๐ ทรายมูล ๕ ๑๔๗ ๒๘๖ ๔๓๘ กุดชุม ๕๙ ๓๕๒ ๕๒๗ ๙๓๘ ค้อวัง ๖๑ ๒๓๓ ๓๑๑ ๖๐๕ คำเขื่อนแก้ว ๖๓ ๓๓๒ ๖๒๕ ๑,๐๒๐ มหาชนะชัย ๗๗ ๔๔๐ ๖๓๐ ๑,๑๔๗ ป่าติ้ว ๑๖ ๒๑๐ ๒๙๐ ๕๑๖ ไทยเจริญ ๓๒ ๑๕๔ ๒๘๐ ๔๖๖ เลิงนกทา ๑๓ ๔๕๓ ๕๘๕ ๑,๐๕๑ รวมทั้งสิ้น ๔๒๓ ๓,๐๖๖ ๔,๕๓๓ ๘๐ ๘,๑๒๒


36 ตารางแสดงจำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๔ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๙๐ ๖๘๓ ๑,๐๓๔ ๑,๘๐๗ เมืองยโสธร (ปวช.) ๔๗ ๔๗ ทรายมูล ๖ ๑๖๔ ๒๘๒ ๔๕๒ กุดชุม ๓๖ ๓๑๗ ๕๐๖ ๘๕๙ ค้อวัง ๔๙ ๒๓๕ ๓๑๖ ๖๐๐ คำเขื่อนแก้ว ๕๙ ๓๒๕ ๖๓๖ ๑,๐๒๐ มหาชนะชัย ๖๑ ๔๕๓ ๖๓๓ ๑,๑๔๗ ป่าติ้ว ๑๔ ๑๙๒ ๒๘๒ ๔๘๘ ไทยเจริญ ๓๕ ๑๔๗ ๒๙๗ ๔๗๙ เลิงนกทา ๑๔ ๔๗๖ ๖๑๑ ๑,๑๐๑ รวมทั้งสิ้น ๓๖๔ ๒,๙๙๒ ๔,๕๙๗ ๔๗ ๘,๐๐๐ ตารางแสดงจำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๖๔ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๗๔ ๗๓๘ ๑,๐๙๐ ๑,๙๐๒ เมืองยโสธร (ปวช.) ๘๐ ทรายมูล ๑๒ ๑๖๐ ๒๘๒ ๔๕๔ กุดชุม ๔๑ ๓๒๐ ๕๑๔ ๘๗๕ ค้อวัง ๓๙ ๒๑๓ ๓๔๘ ๖๐๐ คำเขื่อนแก้ว ๕๕ ๓๐๖ ๖๔๙ ๑,๐๑๐ มหาชนะชัย ๕๙ ๔๐๕ ๖๓๖ ๑,๑๐๐ ป่าติ้ว ๑๔ ๑๖๓ ๓๐๓ ๔๘๐ ไทยเจริญ ๒๙ ๑๔๑ ๓๐๕ ๔๗๕ เลิงนกทา ๖ ๔๓๒ ๕๘๖ ๑,๐๒๔ รวมทั้งสิ้น ๓๒๙ ๒,๘๗๘ ๔,๗๑๓ ๔๗ ๗,๙๖๗


37 ตารางแสดงจำนวนนักศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภาคเรียนที่ ๑/๒๕๖๕ กศน.อำเภอ ระดับการศึกษา รวม ประถม มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. เมืองยโสธร ๗๑ ๗๙๘ ๑,๑๙๘ ๒,๐๖๗ เมืองยโสธร (ปวช.) ๔๒ ๔๒ ทรายมูล ๑๕ ๑๘๐ ๓๒๘ ๕๒๓ กุดชุม ๔๔ ๓๕๙ ๕๒๓ ๙๒๖ ค้อวัง ๕๕ ๒๔๗ ๓๙๘ ๗๐๐ คำเขื่อนแก้ว ๕๔ ๓๕๕ ๖๙๑ ๑,๑๐๐ มหาชนะชัย ๖๕ ๔๑๓ ๖๔๒ ๑,๑๒๐ ป่าติ้ว ๑๘ ๑๙๐ ๓๒๕ ๕๓๓ ไทยเจริญ ๘๒ ๑๕๘ ๓๔๔ ๕๖๔ เลิงนกทา ๘ ๔๒๗ ๖๓๐ ๑,๐๖๕ รวมทั้งสิ้น ๔๑๒ ๓,๑๒๗ ๕,๐๕๙ ๔๒ ๘,๖๔๐


38 ส่วนที่ ๒ บริบทด้านการศึกษา บริบทที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ 2. เพื่อให้สถานศึกษาในพื้นที่ยึดเป็นแนวทางในการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามนโยบายที่วางไว้ สำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร จัดทำแผนให้สอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้แก่ นโยบายรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศ ร่างกรอบแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความ มั่นคงแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐ ทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ(พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) (พ.ศ. ๒๕๕๙ - ๒๕๗๓) คําแถลง นโยบายการจัดการศึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) (ร่าง) แผนปฏิบัติ ราชการ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ของกระทรวงศึกษาธิการ แผนปฏิบัติราชการ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยของสำนักงาน กศน. (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) และการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ของสำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร มากำหนดเป็นกรอบแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของสำนักงาน กศน. จังหวัดยโสธร พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐ ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้ ๑. นโยบายรัฐบาล (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ โดยรัฐบาลได้กําหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน ดังนี้ นโยบายหลัก ๑๒ ด้าน นโยบายที่ ๑ การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ นโยบายที่ ๒ การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของ ประเทศ นโยบายที่ ๓ การทํานุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นโยบายที่ ๔ การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก ส่วนที่ ๒


39 นโยบายที่ ๕ การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย นโยบายที่ ๖ การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค นโยบายที่ ๗ การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก นโยบายที่ ๘ การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย นโยบายที่ ๙ การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม นโยบายที่ ๑๐ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการ เติบโตอย่างยั่งยืน นโยบายที่ ๑๑ การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ นโยบายที่ ๑๒ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม โดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้องกับนโยบายข้อที่ ๑การปกป้อง และเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์นโยบายข้อที่ ๒ การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ นโยบายข้อที่ ๓ การทํานุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นโยบายข้อที่ ๘ การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย และนโยบายข้อที่ ๑๒ การป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และ กระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ นโยบายที่ ๑ : การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสําคัญยิ่งต่อประเทศและประชาชนชาวไทย รัฐบาล ถือเป็นหน้าที่สําคัญที่จะเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์และปกป้องรักษาพระบรมเดชานุภาพ ด้วยความ จงรักภักดี ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายดําเนินการ ดังนี้ ๑.๑ สืบสาน รักษา ต่อยอดศาสตร์พระราชาและโครงการ อันเนื่องมาจาก พระราชดําริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักสําคัญในการบําบัดทุกข์ และบํารุงสุขให้ ประชาชน และพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมทั้ง ส่งเสริมการเรียนรู้หลักการทรงงาน การนํามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการและการพัฒนา ประเทศ เพื่อประโยชน์ในวงกว้าง รวมทั้ง เผยแพร่ศาสตร์พระราชาและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปสู่เวทีโลกเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่าง ยั่งยืน ๑.๒ ต่อยอดการดําเนินการของหน่วยพระราชทานและประชาชน จิตอาสา พระราชทานตามแนวพระราชดําริ ให้เป็นแบบอย่างการบําเพ็ญสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อ บรรเทาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยระดมพลัง ความรัก ความสามัคคี ทั้งของหน่วยงานในพระองค์ หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน และชุมชน


40 ๑.๓ สร้างความตระหนักรู้ เผยแพร่ และปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้องและเป็นจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชกรณียกิจเพื่อประชาชน ตลอดจนพระ มหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ เพื่อก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องกับการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในบริบทของไทย นโยบายที่ ๒ : การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบ สุขของประเทศ ๒.๑ รักษาและป้องกันอธิปไตยและความมั่นคงภายในของประเทศ ทั้งทางบก ทาง ทะเล ทางอากาศ รวมทั้งป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามต่าง ๆ และภัยคุกคาม รูปแบบใหม่ โดยมุ่งเน้น การสร้างอํานาจกําลังรบที่มีตัวตนและไม่มีตัวตนให้เข้มแข็ง การพัฒนาระบบเตรียมความพร้อมแห่งชาติ ระบบงานข่าวกรอง การจัดการข้อมูลที่เป็นเท็จทางสื่อออนไลน์และการมีส่วนร่วมของประชาชนด้านความ มั่นคง รวมทั้งพัฒนาระบบการบริหารจัดการความมั่นคงแบบองค์รวมให้มีความพร้อมในการรักษาอธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และร่วมพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ๒.๒ ปลูกจิตสํานึก เกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีความเป็นชาติไทย การมีจิตสาธารณะ และการมีส่วนร่วมทําประโยชน์ให้ประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ ความสามัคคีปรองดองและความ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างกันของประชาชน โดยสถาบันการศึกษาสอดแทรกการปลูกฝังวินัยของคนในชาติ หลักคิดที่ถูกต้อง สร้างค่านิยม “ประเทศไทยสําคัญที่สุด” การเคารพกฎหมายและกติกาของสังคม ปรับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาให้เอื้อต่อการมีคุณธรรม จริยธรรม และจิต สาธารณะ ๒.๓ พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่มีธรรมาภิบาล ความรักชาติ และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้นักการเมืองมีคุณภาพ เป็นคนดีมีคุณธรรม มีความรู้ความสามารถ เห็นแก่ประโยชน์ของ ประเทศชาติมากกว่าส่วนตน เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเอื้ออํานวยต่อการพัฒนาประเทศให้มีความ เจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคง ๒.๔ สร้างความสงบและความปลอดภัยตั้งแต่ระดับชุมชน โดยกําหนดให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวัง ดูแล และรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน ความสงบสุขของประชาชน และปัญหายาเสพติดในระดับชุมชนและหมู่บ้าน อย่างต่อเนื่อง และสนับสนุน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐในการสร้างความปลอดภัยในพื้นที่ ๒.๕ แก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่าง เคร่งครัด ปราบปรามแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด ป้องกันเส้นทางการนําเข้าส่งออกโดยร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน การลด


41 จํานวนผู้ค้าและผู้เสพรายใหม่ และให้ความรู้เยาวชนถึงภัยยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฟื้นฟู ดูแล รักษา ผู้เสพผ่านกระบวนการทางสาธารณสุข นโยบายที่ ๓ : การทํานุบํารุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม รัฐบาลให้ความสําคัญกับการส่งเสริมให้สถาบันทางสังคมร่วมปลูกฝังค่านิยม และ วัฒนธรรมที่ดีรวมทั้งการทํานุบํารุงศาสนา การอนุรักษ์ ฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมไทย และการยอมรับ ประเพณีวัฒนธรรมที่ดีที่มีความหลากหลาย เพื่อสร้างสังคมให้มีคุณภาพ คุณธรรม และอยู่ร่วมกัน ได้อย่าง มีความสุข ดังนี้ ๓.๑ ส่งเสริมวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของชาติ โดยอนุรักษ์ฟื้นฟู และเผยแพร่ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ศิลปะ ประเพณี ภูมิปัญญา ภาษาไทย และภาษาถิ่นที่มี อัตลักษณ์และความหลากหลายผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในเอกลักษณ์ของชาติ พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างสรรค์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย เพื่อกระตุ้นกระแสนิยมวัฒนธรรมไทย พัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม ๓.๒ ปลูกฝังค่านิยมและวัฒนธรรมที่ดีทั้งด้านคุณธรรม จริยธรรม กตัญญู ความซื่อสัตย์ การมีวินัย เคารพกฎหมาย มีจิตสาธารณะและการมีส่วนร่วมทําประโยชน์ให้ประเทศ และ เป็นพลเมืองที่ดี โดยส่งเสริมให้สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชนเป็นฐานในการบ่มเพาะ ส่งเสริมให้ภาคเอกชนดําเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ให้สื่อมีบทบาทกระตุ้นและสร้างความตระหนักใน ค่านิยมที่ดี รวมถึงผลิตสื่อที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบ และเปิดพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ ๓.๓ ทํานุบํารุงศาสนาให้มีความเข้มแข็ง ส่งเสริมสถาบันศาสนาทุกศาสนาให้มี บทบาทในการเผยแผ่หลักคําสอนที่ดีงาม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และเสริมสร้างความร่วมมือในการ พัฒนาคุณภาพชีวิต จิตใจ และพัฒนาสังคมให้มีความสามัคคี ปรองดอง และยั่งยืน และให้พุทธศาสนิกชน เข้าถึงแก่นแท้คําสอนของพระพุทธเจ้าและสามารถนํามาปฏิบัติในชีวิตประจําวันได้ ๓.๔ สร้างความรู้ ความเข้าใจในขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ของประเทศ เพื่อนบ้าน ยอมรับและเคารพในประเพณี วัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ และชาวต่างชาติที่มีความ หลากหลาย ในลักษณะพหุสังคมที่อยู่ร่วมกัน โดยสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศควบคู่กับการ ส่งเสริม สร้างสรรค์งานศิลปวัฒนธรรมที่เป็นสากล เพื่อการเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก นโยบายที่ ๘ : การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุก ช่วงวัย ๘.๑ ส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย ๘.๑.๑ จัดให้มีระบบพัฒนาเด็กแรกเกิดอย่างต่อเนื่องจนถึง เด็กวัยเรียนให้ มีโอกาสพัฒนาตามศักยภาพ เพื่อสร้างคนไทยที่มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพผ่านครอบครัวที่อบอุ่นใน


42 ทุกรูปแบบครอบครัว เพื่อส่งต่อการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพสู่การพัฒนาในระยะถัดไปบนฐานการให้ ความช่วยเหลือที่คํานึงถึงศักยภาพของครอบครัวและพื้นที่ เตรียมความพร้อมการเป็นพ่อแม่ ความรู้เรื่อง โภชนาการและสุขภาพ การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยผ่านการให้บริการสาธารณะที่ เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการยกระดับคุณภาพสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทั่วประเทศให้ได้มาตรฐาน และพัฒนา ศักยภาพของบุคลากรทางการศึกษาและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยให้สามารถจัดการศึกษาได้อย่าง มีคุณภาพ ๘.๑.๒ ส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยคํานึงถึงพหุปัญญาที่หลากหลาย ของเด็กแต่ละคนให้ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ ผ่านการออกแบบ การจัดการ เรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับระบบโรงเรียนปกติที่เป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน ๘.๒ พัฒนาบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ๘.๒.๑ ปรับรูปแบบการเรียนรู้และการสอนเพื่อพัฒนาทักษะ และอาชีพ ของคนทุกช่วงวัยสําหรับศตวรรษที่ ๒๑ โดยปรับโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาให้ทันสมัย มีการนํา เทคโนโลยีและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงเข้ามามีส่วนในการจัดการเรียนการสอน และปรับระบบ ดึงดูด การคัดเลือก การผลิตและพัฒนาครูที่นําไปสู่การมีครูสมรรถนะสูง เป็นครูยุคใหม่ที่สามารถ ออกแบบและจัดระบบการสร้างความรู้ สร้างวินัย กระตุ้น และสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโลกทัศน์มุมมองของ เด็กและครูด้วยการสอนในเชิงแสดงความคิดเห็นให้มากขึ้น ควบคู่กับหลักการทางวิชาการ ๘.๒.๒ จัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทํางานเพื่อพัฒนาสมรรถนะของ ผู้เรียนทั้งในส่วนฐานความรู้และระบบความคิดในลักษณะสหวิทยาการ และตรงกับความต้องการของ ประเทศในอนาคต และเป็นผู้เรียนที่สามารถปฏิบัติได้จริงและสามารถกํากับการเรียนรู้ของตนเองได้ รวมถึงมีทักษะด้านภาษาอังกฤษและภาษาที่สามที่สามารถสื่อสารและแสวงหาความรู้ได้ มีความพร้อมทั้ง ทักษะความรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ๘.๓ พัฒนาอาชีวะ พัฒนาคุณภาพวิชาชีพ และพัฒนาแรงงานรองรับอุตสาหกรรม ๔.๐ โดยการจัดระบบและกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่ชัดเจนเป็นระบบในการ พัฒนากําลังคนที่มีทักษะขั้นสูงให้สามารถนําความรู้และทักษะมาใช้ในการแก้ไขปัญหา รวมถึงการสร้างและ พัฒนานวัตกรรม ซึ่งต้องครอบคลุมการพัฒนากําลังคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมแล้ว กําลังคนที่กําลังจะเข้าสู่ อุตสาหกรรม และเตรียมการสําหรับผลิตกําลังคนในสาขาที่ขาดแคลน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมและ เทคโนโลยีในอนาคต รวมทั้งเร่งรัด และขยายผลระบบคุณวุฒิวิชาชีพ การยกระดับฝีมือแรงงานในกลุ่ม อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ และอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ๘.๔ ดึงดูดคนเก่งจากทั่วโลกเข้ามาร่วมทํางานกับคนไทย และส่งเสริมผู้มี ความสามารถสูง สนับสนุนให้ธุรกิจชั้นนําในประเทศดึงดูดบุคคลที่มีความสามารถระดับสูงจากทั่วโลก โดยเฉพาะคนไทย เพื่อกลับมาเป็นผู้นําการเปลี่ยนแปลงและถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ความเชี่ยวชาญ ให้แก่บุคลากรในองค์กร ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับ


43 ประเทศ โดยในระยะแรกให้ความสําคัญกับการดึงดูดนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาร่วมวิจัยและ พัฒนาเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าในสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมทั้งมีพื้นที่ให้กลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษที่ มีศักยภาพสูงได้ทํางานร่วมกัน หรือร่วมกับ เครือข่ายอื่น ๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้กับประเทศ ๘.๕ วิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ๘.๕.๑ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อขจัด ความเหลื่อมล้ำและ ความยากจน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมเชิงสังคมและนวัตกรรม ในเชิงพื้นที่ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสสําหรับผู้ด้อยโอกาส และยกระดับคุณภาพ ชีวิตผู้สูงวัยควบคู่ไปกับการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมสําหรับโลกยุคดิจิทัลและอุตสาหกรรม ๔.๐ ตามความ เหมาะสมได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยระยะแรกจะให้ความสําคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาด้าน สุขภาพของประชาชนอย่างครบวงจร ทั้งระบบยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ๘.๕.๒ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลง และสร้าง ความเป็นเลิศของประเทศในอนาคต โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในเชิงธุรกิจ กําหนดวาระการวิจัยแห่งชาติ ส่งเสริมความร่วมมือและการเป็นหุ้นส่วนของทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ชุมชน และภาคเอกชน ในทุกสาขาการผลิตและบริการ สร้างสภาพแวดล้อมและ องค์ประกอบของระบบวิจัยและ การพัฒนานวัตกรรมให้เข้มแข็ง รวมทั้งบูรณาการการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรมกับการนําไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ๘.๕.๓ สร้างเครือข่ายการทําวิจัยระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ ปฏิรูปและบูรณา การระบบการเรียนการสอนกับระบบงานวิจัยและพัฒนา ให้เอื้อต่อการเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมของ ประเทศ เพื่อสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจไทยทุกระดับในเวทีการค้าโลก ส่งเสริมกระบวนการ การทํางานของภาครัฐและภาคเอกชนในการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมให้เป็น ระบบเปิด และมีการบูรณาการการทํางานกันอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเชื่อมโยงระบบการศึกษากับ ภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างนักวิจัยมืออาชีพและนวัตกรที่สามารถสร้าง มูลค่าเพิ่มและยกระดับงานวิจัย สู่การเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ ๘.๖ ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทุกช่วงวัย ๘.๖.๑ มุ่งเน้นการพัฒนาโรงเรียนควบคู่กับการพัฒนาครูเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบบริหารจัดการศึกษาในทุกระดับบนพื้นฐานการสนับสนุนที่คํานึงถึงความจําเป็นและศักยภาพของ สถาบันการศึกษาแต่ละแห่ง พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำของโรงเรียนในทุกระดับ และสร้างระบบวัดผล โรงเรียนและครูที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียน คืนครูให้นักเรียนโดยลดภาระงานที่ ไม่จําเป็น รวมถึงจัดให้มีระบบฐานข้อมูล เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยการเชื่อมโยงหรือส่งต่อข้อมูล


44 ครอบครัวและผู้เรียนระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงการพัฒนาตลอดช่วงชีวิต ตลอดจน พัฒนาช่องทางให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ๘.๖.๒ พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล พร้อมทั้งส่งเสริมให้ มีการนําเทคโนโลยีสารสนเทศและการสร้างสรรค์ที่เหมาะสมมาใช้ในการเรียนการสอนออนไลน์แบบเปิดที่ หลากหลาย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจและเหมาะสมกับช่วงวัย ตลอดจนพัฒนา แหล่งเรียนรู้และอุทยานการเรียนรู้สําหรับเยาวชนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับวิถีชีวิต และส่งเสริมการเรียน การสอนที่เหมาะสมสําหรับผู้ที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ๘.๖.๓ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยบูรณาการการดําเนินงาน ระหว่างหน่วยจัดการศึกษากับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มุ่งเน้นกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและ กลุ่มเด็กนอกระบบการศึกษา ปรับเปลี่ยนการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจําเป็นของผู้เรียน และลักษณะพื้นที่ของสถานศึกษา จัดระบบโรงเรียนพี่เลี้ยง จับคู่ระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ การศึกษาดีกับโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และการส่งเสริมให้ภาคเอกชน ชุมชนใน พื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบการศึกษาในพื้นที่ สนับสนุนเด็กที่มีความสามารถแต่ไม่มีทุนทรัพย์ เป็นกรณีพิเศษ ตลอดจนแก้ไขปัญหาหนี้สินทางการศึกษา โดยการปรับโครงสร้างหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อ การศึกษา และทบทวนรูปแบบการให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เหมาะสม ๘.๖.๔ พัฒนาทักษะอาชีพทุกช่วงวัย โดยกําหนดระบบที่เอื้อต่อการพัฒนา ทักษะและเพิ่มประสิทธิภาพของทุกช่วงวัย อาทิการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษาให้เชื่อมโยงกับ ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ โดยมีกลไกการวัดและประเมินผลเพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์หน่วยการ เรียนที่ชัดเจน ส่งเสริมเยาวชนที่มีศักยภาพด้านกีฬาให้สามารถพัฒนาไปสู่นักกีฬาอาชีพ การกําหนด มาตรฐานฝีมือแรงงาน การจัดให้มีระบบที่สามารถรองรับความต้องการพัฒนาปรับปรุงทักษะอาชีพของ ทุกช่วงวัย เพื่อรองรับการเปลี่ยนสายอาชีพ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานที่อาจจะเปลี่ยนไป ตามแนวโน้มความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในอนาคต ๘.๖.๕ ส่งเสริมหลักคิดที่ถูกต้อง โดยสอดแทรกการปลูกฝังวินัยและ อุดมการณ์ที่ถูกต้องของคนในชาติ หลักคิดที่ถูกต้องด้านคุณธรรม จริยธรรม การมีจิตสาธารณะ การเคารพ กฎหมาย และกติกาของสังคมเข้าไปในทุกสาระวิชาและในทุกกิจกรรม ควบคู่ไปกับการส่งเสริมกลไก สร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวในทุกมิติอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ปรับสภาพแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาให้เอื้อต่อการมีคุณธรรม จริยธรรม และจิตสาธารณะ รวมทั้งลงโทษ ผู้ละเมิดบรรทัดฐานที่ดีทางสังคม ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการขับเคลื่อน ประเทศ ๘.๗ จัดทําระบบปริญญาชุมชนและการจัดอบรมหลักสูตรระยะสั้น เน้นออกแบบ หลักสูตรระยะสั้นตามความสนใจ พัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ใช้ในการดํารงชีวิตประจําวันและทักษะอาชีพของ


45 คนทุกช่วงวัยในพื้นที่และชุมชนเป็นหลัก พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการพัฒนาเป็นรูปแบบธนาคารหน่วยกิต ซึ่งเป็นการเรียนเก็บหน่วยกิตของวิชาเรียนเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนข้ามสาขาวิชาและข้าม สถาบันการศึกษา หรือทํางานไปพร้อมกัน หรือเลือกเรียนเฉพาะหลักสูตรที่สนใจ เพื่อสร้างโอกาสของคน ไทยทุกช่วงวัยและทุกระดับสามารถพัฒนาตนเองทั้งในด้านการศึกษาและการดํารงชีวิต นโยบายที่ ๑๒ : การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และ กระบวนการ ยุติธรรม ๑๒.๑ แก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยจัดให้มีมาตรการและระบบ เทคโนโลยีนวัตกรรมที่ช่วยป้องกันและลดการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างจริงจังและเข้มงวด รวมทั้งเป็น เครื่องมือในการติดตามการแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเร่งสร้าง จิตสํานึกของคนในสังคมให้ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ถูกต้อง ชอบธรรม และสนับสนุนทุกภาคส่วนให้ เข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตประพฤติมิชอบ ๑๒.๒ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยส่งเสริมให้มีรูปแบบการลงโทษอื่น ที่ไม่ใช่ โทษอาญาตามหลักสากล มุ่งเน้นยกระดับการพัฒนาระบบ แก้ไข บําบัด ฟื้นฟูผู้กระทําผิด ส่งเสริม ปกป้อง คุ้มครองสิทธิมนุษยชน พัฒนาประสิทธิภาพระบบการสืบสวนสอบสวน ด้านการปราบปรามอาชญากรรม พิเศษ กําหนดมาตรการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถปฏิบัติหน้าที่โดย ปราศจากการแทรกแซงหรือครอบงําใด ๆ พร้อมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ให้ดําเนินงานสอดประสานกันอย่างเป็นองคาพยพ เพื่อให้สามารถจัดการกับข้อขัดแย้งและกรณีพิพาทได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการทํางานเชิงรุก รวมทั้งพัฒนาบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมให้สามารถ อํานวยความยุติธรรมได้อย่างเป็นธรรม เสมอภาค โปร่งใส รวดเร็ว ทั่วถึง และปราศจากการเลือกปฏิบัติ สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมได้ และสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เกิดความเสมอภาคและเท่าเทียม พร้อมทั้งผลักดันให้เกิดการนําเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่ มาใช้ในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกฎหมาย พัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การบังคับใช้ กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ไม่เลือกปฏิบัติ และเป็นธรรม รวมทั้งให้ความช่วยเหลือทาง กฎหมายที่จําเป็นและเหมาะสมแก่ผู้ยากไร้หรือผู้ด้อยโอกาสในการเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมได้ โดยสะดวกและรวดเร็ว นโยบายเร่งด่วน ๑๒ ด้าน นโยบายที่ ๑ การแก้ไขปัญหาในการดํารงชีวิตของประชาชน นโยบายที่ ๒ การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน นโยบายที่ ๓ มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก นโยบายที่ ๔ การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม


Click to View FlipBook Version