The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนพัฒนาการศึกษา กศน.ยส66-70

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by jamnongsuk2513, 2023-11-09 10:14:38

แผนพัฒนาการศึกษา กศน.ยส66-70

แผนพัฒนาการศึกษา กศน.ยส66-70

46 นโยบายที่ ๕ การยกระดับศักยภาพของแรงงาน นโยบายที่ ๖ การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต นโยบายที่ ๗ การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ ๒๑ นโยบายที่ ๘ การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่ายราชการประจํา นโยบายที่ ๙ การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นโยบายที่ ๑๐ การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน นโยบายที่ ๑๑ การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย นโยบายที่ ๑๒ การสนับสนุนให้มีการศึกษา การรับฟังความเห็นของประชาชน และ การดําเนินการเพื่อ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้องกับ นโยบายรัฐบาลข้อที่ ๗ การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ นโยบายที่ ๗ : การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ ๒๑ โดยสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ใหม่ ในระบบดิจิทัล ปรับปรุงรูปแบบการเรียนรู้ มุ่งสู่ระบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีด้านวิศวกรรม คณิตศาสตร์ โปรแกรมเมอร์และ ภาษาต่างประเทศ ส่งเสริมการเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา การพัฒนา โรงเรียนคุณภาพในทุกตําบล ส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อแบ่งปัน องค์ความรู้ของสถาบันการศึกษาสู่สาธารณะ เชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคปฏิบัติจริงในภาคธุรกิจ สร้างนักวิจัยใหม่และนวัตกรเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประเทศ สร้างความรู้ความ เข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สื่อออนไลน์ และโครงข่ายสังคมออนไลน์ของคนไทย เพื่อป้องกันและลด ผลกระทบในเชิงสังคม ความปลอดภัย อาชญากรรมทางไซเบอร์และสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือใน การกระจายข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง การสร้างความสมานฉันท์ และความสามัคคีในสังคม รวมทั้งปลูกฝัง คุณธรรม จริยธรรมที่จําเป็นในการดําเนินชีวิต ๒. กรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) และประกาศในราชกิจจา นุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๖๑ เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ ๒๐ ปีโดย กำหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ดังนี้


47 วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนา ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หรือเป็นคติพจน์ประจำชาติว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ความมั่นคง หมายถึง การมีความมั่นคงปลอดภัยจากภัยและการเปลี่ยนแปลงทั้ง ภายในประเทศและภายนอกประเทศในทุกระดับ ทั้งระดับประเทศ สังคม ชุมชน ครัวเรือน และปัจเจก บุคคล และมีความมั่นคงในทุกมิติ ทั้งมิติทางการทหาร เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมือง เช่น ประเทศมีความมั่นคงในเอกราชและอธิปไตย มีการปกครองระบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุข สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มีความเข้มแข็งเป็นศูนย์กลางและเป็นที่ ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชน มีระบบการเมืองที่มั่นคงเป็นกลไกที่นำไปสู่การบริหารประเทศที่ต่อเนื่อง และโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล สังคม มีความปรองดองและความสามัคคี สามารถผนึกกำลังเพื่อพัฒนา ประเทศ ชุมชนมีความเข้มแข็ง ครอบครัวมีความอบอุ่น ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีงานและรายได้ที่มั่นคง พอเพียงกับการดำรงชีวิต มีการออมสำหรับวัยเกษียณ ความมั่นคงของอาหาร พลังงาน และน้ำ มีที่อยู่อาศัย และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ความมั่งคั่ง หมายถึง ประเทศไทยมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและมีความยั่งยืน จนเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูง ความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาลดลง ประชากรมีความอยู่ดีมีสุข ได้รับผลประโยชน์จากการพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันมากขึ้น และมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงทุกภาคส่วน มีคุณภาพชีวิตตามมาตรฐานขององค์การสหประชาชาติ ไม่มีประชาชนที่อยู่ในภาวะความยากจน เศรษฐกิจ ในประเทศมีความเข้มแข็ง ขณะเดียวกันต้องมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั้งในตลาดโลก และตลาดภายในประเทศ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศตลอดจนมีการสร้าง ฐานเศรษฐกิจและสังคมแห่งอนาคตเพื่อให้สอดรับกับบริบทการพัฒนาที่เปลี่ยนแปลงไป และประเทศไทย มีบทบาทที่สำคัญในเวทีโลก และมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอย่างแน่นแฟ้นกับประเทศใน ภูมิภาคเอเชีย เป็นจุดสำคัญของการเชื่อมโยงในภูมิภาคทั้งการคมนาคมขนส่ง การผลิต การค้า การลงทุน และการทำธุรกิจ เพื่อให้เป็นพลังในการพัฒนา นอกจากนั้น ยังมีความสมบูรณ์ในทุนที่จะสามารถสร้าง การพัฒนาต่อเนื่องไปได้ ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนทางปัญญา ทุนทางการเงิน ทุนที่เป็นเครื่องมือเครื่องจักร ทุนทางสังคม และทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน หมายถึง การพัฒนาที่สามารถสร้างความเจริญ รายได้ และคุณภาพชีวิต ของประชาชนให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจที่อยู่บนหลักการใช้ การรักษา และการฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติจนเกินพอดี ไม่สร้างมลภาวะ ต่อสิ่งแวดล้อมจนเกินความสามารถในการรองรับและเยียวยาของระบบนิเวศ การผลิตและการบริโภค เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์


48 มากขึ้นและสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพดีขึ้น คนมีความรับผิดชอบต่อสังคม มีความเอื้ออาทร เสียสละ เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม รัฐบาลมีนโยบายที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญกับการมี ส่วนร่วมของประชาชน และทุกภาคส่วนในสังคมยึดถือและปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาอย่างสมดุล มีเสถียรภาพและยั่งยืน โดยมีเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” โดยยกระดับศักยภาพของ ประเทศในหลากหลายมิติพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีภาครัฐของ ประชาชนเพื่อประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย ๑) ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย ๒) ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการกระจายรายได้ ๓) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ๔) ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม ๕) ความหลากหลายทางชีวภาพ คุ ณภาพสิ่งแวดล้ อม และความยั่ งยืนของ ทรัพยากรธรรมชาติ ๖) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐ ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.๒๕๖๑-๒๕๘๐) มี ๖ ยุทธศาสตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ๖ ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ๑. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญ คือ ประเทศชาติ มั่นคง ประชาชนมีความสุข เน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมั่นคง ปลอดภัย เอกราช อธิปไตย และมีความสงบเรียบร้อยในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติ สังคม ชุมชน มุ่งเน้นการพัฒนาคน เครื่องมือ เทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ให้มีความพร้อมสามารถรับมือกับภัยคุกคามและ ภัยพิบัติทุกรูปแบบ และทุกระดับความรุนแรง ควบคู่ไปกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงที่มี อยู่ในปัจจุบัน และที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้กลไกการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการทั้งกับส่วนราชการ ภาคเอกชน ประชาสังคม และองค์กรที่ไม่ใช่รัฐ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านและมิตรประเทศ ทั่วโลกบนพื้นฐานของ หลักธรรมาภิบาลเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการดำเนินการของยุทธศาสตร์ชาติ ด้านอื่นๆ ให้สามารถ ขับเคลื่อนไปได้ตามทิศทางและเป้าหมายที่กำหนด ๒. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่ มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพื้นฐานแนวคิด ๓ ประการ ได้แก่


49 ๑) “ต่อยอดอดีต” โดยมองกลับไปที่รากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย รวมทั้งความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ของประเทศในด้านอื่นๆ นำมาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้สอดรับกับบริบท ของเศรษฐกิจ และสังคมโลกสมัยใหม่ ๒) “ปรับปัจจุบัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ในมิติต่างๆ ทั้งโครงข่ายระบบคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และดิจิทัล และการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการอนาคต ๓) “สร้างคุณค่าใหม่ในอนาคต”ด้วยการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการพัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึง ปรับรูปแบบธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาด ผสมผสานกับยุทธศาสตร์ที่รองรับอนาคต บนพื้นฐานของการต่อยอดอดีตและปรับปัจจุบัน พร้อมทั้งการส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐให้ประเทศไทย สามารถสร้างฐานรายได้และการจ้างงานใหม่ ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลกควบคู่ไปกับ การยกระดับรายได้และการกินดีอยู่ดี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของคนชั้นกลางและลดความเหลื่อมล้ำของคนใน ประเทศได้ในคราวเดียวกัน ๓. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยคนไทยมี ความพร้อมทางกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัยมีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น มัธยัสถ์ อดออม โอบอ้อมอารี มีวินัย รักษาศีลธรรมและเป็นพลเมืองดีของ ชาติมีหลักคิดที่ถูกต้อง มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาที่ ๓ และ อนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตสู่การเป็นคนไทยที่มี ทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆ โดยมีสัมมาชีพตามความถนัดของ ตนเอง ๔. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สำคัญที่ให้ความสำคัญการดึงเอาพลังของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคเอกชน ประชาสังคม ชุมชน ท้องถิ่น มาร่วมขับเคลื่อน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชน ในการร่วมคิด ร่วมทำเพื่อส่วนรวม การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชนในการจัดการตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทย ทั้งในมิติสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมให้เป็นประชากรที่มีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเอง และทำประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานที่สุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและสวัสดิการที่มีคุณภาพอย่างเป็น ธรรมและทั่วถึง


50 ๕. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งมิติด้าน สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และความเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือระหว่างกันทั้งภายในและภายนอก ประเทศอย่างบูรณาการ ใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในการกำหนดกลยุทธ์และแผนงาน และการให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในแบบทางตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยเป็นการดำเนินการ บนพื้นฐานการ เติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต โดยให้ความสำคัญกับการสร้าง สมดุลทั้ง ๓ ด้าน อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนเพื่อคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง ๖. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ มีเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญเพื่อปรับเปลี่ยนภาครัฐที่ยึดหลัก “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน และ ประโยชน์ส่วนรวม” โดยภาครัฐต้องมีขนาดที่เหมาะสมกับบทบาทภารกิจ แยกแยะบทบาท หน่วยงานของ รัฐที่ทำหน้าที่ในการกำกับหรือในการให้บริการในระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันมีขีดสมรรถนะสูง ยึดหลัก ธรรมาภิบาล ปรับวัฒนธรรมการทำงานให้มุ่งผลสัมฤทธิ์และผลประโยชน์ส่วนรวมมีความทันสมัยและพร้อม ที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำนวัตกรรม เทคโนโลยีข้อมูลขนาดใหญ่ ระบบการทำงานที่เป็นดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างคุ้มค่า และปฏิบัติงานเทียบ ได้กับมาตรฐานสากล รวมทั้งมีลักษณะเปิดกว้าง เชื่อมโยงถึงกันและเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วน ร่วม เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส โดยทุกภาคส่วนใน สังคมต้องร่วมกันปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต ความมัธยัสถ์ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิเสธไม่ ยอมรับการทุจริตประพฤติมิชอบอย่างสิ้นเชิง นอกจากนั้น กฎหมายต้องมีความชัดเจน มีเพียงเท่าที่จำเป็น มีความทันสมัยมีความเป็นสากล มีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำและเอื้อต่อการพัฒนา โดยกระบวนการยุติธรรมมีการบริหารที่มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติและการอำนวยความ ยุติธรรมตามหลักนิติธรรม ๓. แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติพ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๑๐ บัญญัติว่า เมื่อมี พระบรมราชโองการ ประกาศใช้ยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติแต่ละด้าน จัดทำแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ เสนอคณะกรรมการพิจารณาให้ ความเห็นชอบ และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นแผนแม่บทเพื่อบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ใน ยุทธศาสตร์ชาติ มีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น รวมทั้งการจัดทำ งบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทด้วย โดยแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบด้วย ๖ ด้าน ๒๓ ประเด็น (ข้อมูล : พฤศจิกายน ๒๕๖๑) ดังนี้


51 ๑. ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง ๑. แผนแม่บทประเด็นความมั่นคง ๒. แผนแม่บทประเด็นการต่างประเทศ ๒. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ๓. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาการเกษตร ๔. แผนแม่บทประเด็นอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ๕. แผนแม่บทประเด็นการท่องเที่ยว ๖. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ๗. แผนแม่บทประเด็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล ๘. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการยุคใหม่และ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ๙. แผนแม่บทประเด็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ๒๓. แผนแม่บทประเด็นวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ๓. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ๑๐. แผนแม่บทประเด็นการปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม ๑๑. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ๑๒. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ ๑๓. แผนแม่บทประเด็นการเสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี ๑๔. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาศักยภาพการกีฬา ๔. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ๑๕. แผนแม่บทประเด็นการเสริมสร้างพลังทางสังคม ๑๖. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาความเสมอภาค และส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ๑๗. แผนแม่บทประเด็นการสร้างหลักประกันทางสังคม ๕. ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ๑๘. แผนแม่บทประเด็นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ๑๙. แผนแม่บทประเด็นการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ๖. ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ๒๐. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนาการบริการประชาชนและการพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ ๒๑. แผนแม่บทประเด็นการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ ๒๒. แผนแม่บทประเด็นการพัฒนากฎหมายและการพัฒนากระบวนการยุติธรรม


52 โดยสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ทุกแผนย่อยในประเด็น ๑๒ การพัฒนาการเรียนรู้ และแผนย่อยที่ ๓ ในประเด็น ๑๑ ศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ๔. แผนการปฏิรูปประเทศ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ กำหนดให้รัฐจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเป็นเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาประเทศ ประกอบกับมาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๕๙ กำหนดให้ ทำการปฏิรูปประเทศเพื่อวางรากฐานการพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนา อย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสมดุล ประชาชนในสังคมมีโอกาสทัดเทียม กัน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี รวมทั้งมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและการปกครอง ในระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยจะต้องดำเนินการปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในช่วงห้าปี ข้างหน้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในแผนการปฏิรูปแต่ละด้าน คือ ๑) ด้านการเมือง ๒) ด้านการ บริหารราชการแผ่นดิน ๓) ด้านกฎหมาย ๔) ด้านกระบวนการยุติธรรม ๕) ด้านเศรษฐกิจ ๖) ด้าน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๗) ด้านสาธารณสุข ๘) ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ๙) ด้านสังคม ๑๐) ด้านพลังงาน ๑๑) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ๑๒) ด้านการศึกษา ๑๓) ด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๘ ด้าน ดังนี้ ๑. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง การธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขที่มีความมั่นคง มีความชอบธรรม มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ ประเทศชาติ บ้านเมืองและประชาชน สร้างการมีส่วนร่วม รู้จักยอมรับความเห็นที่แตกต่างกัน พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้และพัฒนาเป็นสถาบันทางการเมืองของ ประชาชน ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และรับผิดชอบต่อประชาชน ในการปฏิบัติหน้าที่ของตน และสร้างให้เกิดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธีโดยมี เป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ เป้าหมายที่ ๑ ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมตลอดทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ รู้จักยอมรับในความเห็นทางการเมืองโดยสุจริตที่แตกต่างกัน และให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติโดยอิสระปราศจากการครอบงำไม่ว่าด้วยทางใด ประเด็นปฏิรูปที่ ๑ การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองและการมีส่วนร่วม ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


53 พันธกิจที่ ๑ การให้การศึกษาและเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของพลเมือง กลยุทธ์ที่ ๑ การให้การศึกษาและเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของพลเมือง กลยุทธ์ที่ ๒ จัดให้มีการให้ความรู้ทางด้านการเมืองการปกครอง (Political Education) วัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยฯ ๒. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เป้าหมายปรับเปลี่ยนภาครัฐ สู่การเป็น “ภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน”ตามยุทธศาสตร์ ชาติที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ตอบสนองความต้องการของประชาชน อันจะส่งผลให้ภาครัฐได้รับความ เชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน (Public Trust) แผนปฏิรูประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน กำหนด ประเด็นปฏิรูปไว้๖ ประการ และกำหนดกลยุทธ์ แผนงาน ไว้ในแต่ละประเด็นปฏิรูป ในส่วนของ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการเกี่ยวข้องอยู่ ๒ ประเด็นปฏิรูป ประเด็นปฏิรูปที่ ๒ : ระบบข้อมูลภาครัฐมีมาตรฐาน ทันสมัย และเชื่อมโยงกัน ก้าวสู่ รัฐบาลดิจิทัล กลยุทธ์ที่ ๒ นำระบบดิจิทัลมาใช้ในการปฏิบัติงาน และการบริหารราชการ แผนงานที่ ๑ การพัฒนาหรือนำระบบดิจิทัลมาใช้ปฏิบัติงานและการบริหารราชการ เป้าหมาย : หน่วยงานภาครัฐสามารถดำเนินงานตามภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้งาน กิจกรรม : พัฒนาหรือนำระบบดิจิทัล เพื่อรองรับทำงานตามภารกิจเฉพาะของ หน่วยงาน กิจกรรม : พัฒนาหรือนำระบบดิจิทัล เพื่อรองรับงานพื้นฐานของ หน่วยงาน เช่น งานสารบรรณ งานแผนและงบประมาณ งานพัสดุ งานบริหารบุคคล เป็นต้น กลยุทธ์ที่ ๓ บูรณาการข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐเพื่อการบริหารราชการแผ่นดิน แผนงานที่ ๑ การปรับปรุงพัฒนาการจัดทำ รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดิจิทัล ของหน่วยงานภาครัฐ เป้าหมาย : หน่วยงานภาครัฐมีการจัดทำข้อมูลสำคัญตามมาตรฐานที่กำหนด และ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภายนอกได้ กิจกรรม : จัดทำชุดข้อมูลสำคัญของหน่วยงานให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลที่เป็นไป ตามมาตรฐานที่กำหนด เป้าหมาย : ผู้บริหารระดับสูงมีข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย สำหรับใช้ในการ ตัดสินใจและการบริหารราชการแผ่นดิน


54 กิจกรรม : เชื่อมโยงข้อมูลสำคัญของต้นเข้าสู่ศูนย์ข้อมูลกลางภาครัฐเพื่อให้ ผู้บริหารระดับสูงสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจและการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ แผนงานที่ ๓ สนับสนุนให้นำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดิน การบริการประชาชน และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เป้าหมาย : บุคลากรภาครัฐมีสมรรถนะด้านการบริหารจัดการข้อมูล การวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล กิจกรรม : พัฒนาสมรรถนะบุคลากรภาครัฐในด้านการบริหารจัดการ ข้อมูล การวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลและการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ประเด็นปฏิรูปที่ ๓ : โครงสร้างภาครัฐ กะทัดรัด ปรับตัวได้เร็ว และระบบงานมีผลสัมฤทธิ์สูง กลยุทธ์ที่ ๑ ปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและระบบบริหารงานของรัฐ และลด/ ละลายความเป็นนิติบุคคลของกรม แผนงานที่ ๑ การดำเนินการจัดทำแผนปฏิรูปองค์การ เป้าหมาย : ส่วนราชการมีการจัดทำแผนปฏิรูปองค์การ โดยมีการทบทวน ๔ ด้าน ได้แก่ โครงสร้าง กระบวนงาน บุคลากร และกฎหมาย กิจกรรม : การดำเนินการจัดทำแผนปฏิรูปองค์การ แผนงานที่ ๒ การปฏิรูประบบราชการ (Government Reform) เป้าหมาย : ปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ กิจกรรม : การปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ (Service Reform) ๓. แผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย กฎหมายเป็นเครื่องมือสนับสนุนการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ให้ทันต่อการพัฒนาตามกระแสโลกาภิวัตน์ เป็นธรรม และขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมีเป้าหมาย และประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ เป้าหมายที่ ๑ มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและเท่าที่จำเป็น รวมทั้ง มีกลไกในการทบทวนกฎหมายที่มีผลบังคับแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ ตามมาตรา ๗๗ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประเด็นการปฏิรูปที่ ๑ มีกลไกให้การออกกฎหมายเป็นกฎหมายที่ดีและเท่าที่จำเป็น รวมทั้งมีกลไกในการทบทวนกฎหมาย ที่มีผลบังคับแล้วเพื่อให้สอดคล้องกับหลักการ ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กิจกรรม จัดทำกฎหมายเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดทำร่างกฎหมาย การกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการตรวจสอบความจำเป็นในการตรากฎหมาย การรับฟังความคิดเห็น


55 ของผู้เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ประกอบการจัดทำ ร่างกฎหมายรวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายที่มีผลใช้บังคับแล้ว 4. แผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม มีเป้าประสงค์เพื่ออำนวยความยุติธรรมในแต่ละขั้นตอนให้เป็นไปอย่างโปร่งใสแล้วเสร็จตาม ระยะเวลาที่กำหนด ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยง่าย สร้างความเสมอภาค ลดความ เหลื่อมล้ำ พัฒนาระบบการบริหารงานยุติธรรมให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เลือกปฏิบัติและเป็นธรรม โดย กำหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ จำนวน ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย ๑) การรให้ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้า ขั้นตอนการดำเนินงานต่าง ๆในกระบวนการ ยุติธรรม ๒) การรับแจ้งความร้องทุกข์ต่างท้องที่ ๓) การจัดหาทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจให้ครบทุกสถานี ทั่วประเทศ ๔) ปฏิรูประบบการปล่อยชั่วคราว ๕) การบันทึกภาพและเสียงในการตรวจค้น จับกุม และการ สอบปากคำในการสอบสวน ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ประชาชนทราบถึงระยะเวลาดำเนินงานในทุก ขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมได้ชัดเจน มีมาตรการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้เสียหาย ผู้ต้องหา และจำเลย ทำ ให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะดวกรวดเร็ว ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสิทธิที่จะ ได้รับการปล่อยชั่วคราว 5. แผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ มีเป้าประสงค์เพื่อยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศกระจายความเจริญและความ เข้มแข็งของภาคสังคม และปรับบทบาท โครงสร้าง และกลไกสถาบันบริหารจัดการเศรษฐกิจของประเทศตามหลัก แนวคิดการบริหารงานคุณภาพที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเด็นปฏิรูปเพื่อเพิ่มความสามารถในการ แข่งขันทางเศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดผลสัมฤทธิ์โดยกำหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ จำนวน ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย ๑) การสร้างเกษตรมูลค่ำสูง ๒) การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง ๓) การเพิ่มโอกาสของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ในอุตสาหกรรมและบริการเป้าหมาย ๔) การเป็นศูนย์กลางด้านการค้ำและการลงทุนของไทยในภูมิภาคและ ๕) การพัฒนาศักยภาพคนเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้กำลังคน ในระบบมีทักษะสอดคล้องตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและบริการเป้าหมาย และได้รับการจ้างงานเพิ่ม มากขึ้น บุคลากรในภาคเกษตรกรรม ภาคการท่องเที่ยว และผู้ประกอบการรายย่อยมีรายได้เพิ่มขึ้นสามารถกระตุ้น เศรษฐกิจของประเทศได้ดียิ่งขึ้น


56 ๖. แผนการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับการรักษา ฟื้นฟูให้สมบูรณ์และยั่งยืน เป็นรากฐานในการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มีการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสังคม เกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครองรักษาและการใช้ ประโยชน์อย่างยั่งยืน รวมทั้งมีระบบการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพบนพื้นฐานการมีส่วนร่วม ของภาคส่วนต่างๆ โดยมีเป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ เป้าหมายที่ ๑ ระบบบริหารจัดการมลพิษที่แหล่งกำเนิดมีประสิทธิภาพส่งผลต่อ คุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชน ประเด็นการปฏิรูปที่ ๑ เสริมสร้างระบบบริหารจัดการมลพิษที่แหล่งกำเนิด ให้มีประสิทธิภาพ กิจกรรมที่ ๒ ให้ความรู้และทักษะกับชุมชนและโรงเรียนในการคัดแยกขยะแต่ละประเภท รวมทั้งผนวกความรู้เรื่องการคัดแยกขยะเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอน 7. แผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข มีเป้าประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วย ผู้เสี่ยงโรคและผู้สูงอายุได้รับบริการที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และทันสมัย มีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น สามารถป้องกันและลดโรคที่สามารถป้องกันได้ พร้อมทั้งผู้สูงอายุสามารถดูแลสุขภาพตนเองและได้รับการบริบาลและรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพที่บ้านและใน ชุมชน โดยกำหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญจำนวน ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย ๑) การปฏิรูปการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขรวมถึงโรคระบาดระดับชาติและโรค อุบัติใหม่ เพื่อความมั่นคงแห่งชาติด้านสุขภาพ ๒) การปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการสร้าง เสริมสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การป้องกันและดูแลรักษาโรคไม่ติดต่อสำหรับประชาชนและผู้ป่วย ๓) การ ปฏิรูประบบ บริการสุขภาพผู้สูงอายุด้านการบริบาลการรักษาพยาบาลที่บ้าน/ชุมชน และการดูแลสุขภาพตนเอง ในระบบสุขภาพปฐมภูมิเชิงนวัตกรรม ๔) การปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้องให้มีความเป็น เอกภาพ บูรณาการ เป็นธรรมทั่วถึง เพียงพอและยั่งยืนด้านการเงินการคลัง และ ๕) การปฏิรูปเขตสุขภาพให้มี ระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการ คล่องตัว และการร่วมรับผิดชอบด้านสุขภาพระหว่างหน่วยงานและท้องถิ่น ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง รัฐบาลมี การบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ๘. แผนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ การสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทำหน้าที่ของสื่อบนความรับผิดชอบ กับการกำกับที่มีความชอบธรรม และการใช้พื้นที่ดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ ดำรงรักษา เสรีภาพของการแสดงออก การรับรู้ของประชาชน ด้วยความเชื่อว่าเสรีภาพของการสื่อสาร คือ เสรีภาพ


57 ของประชาชนตามแนวทางของประชาธิปไตย สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ในการให้ความรู้แก่ประชาชน ปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติและปลูกฝังทัศนคติที่ดีโดยมีเป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ เป้าหมาย ๑. การมุ่งเน้นการสร้างดุลยภาพระหว่างเสรีภาพของการทำหน้าที่ของสื่อบนความรับผิดชอบ กับการกำกับที่มีความชอบธรรม และการใช้พื้นที่ดิจิทัลเพื่อการสื่อสารอย่างมีจรรยาบรรณ ดำรงรักษาเสรีภาพของการแสดงออก การรับรู้ของประชาชน ด้วยความเชื่อว่าเสรีภาพของการสื่อสาร คือเสรีภาพของประชาชนตามแนวทางของประชาธิปไตย ๒. สื่อเป็นโรงเรียนของสังคม ในการให้ความรู้แก่ประชาชน ปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ และปลูกฝังทัศนคติที่ดี ประเด็นการปฏิรูปที่ ๑ การปฏิรูปการรู้เท่าทันสื่อของประชาชน กิจกรรม การจัดสัมมนาเรื่อง “การรู้เท่าทันสื่อ” ในโรงเรียนและในมหาวิทยาลัย และในสถานที่สาธารณะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่อยู่นอกสถานศึกษาในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด อย่างต่อเนื่อง ๙. แผนการปฏิรูปประเทศด้านสังคม คนไทยมีหลักประกันทางรายได้ในวัยเกษียณที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตอย่างมี คุณภาพและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การมีจิตสาธารณะเพิ่มขึ้น สังคมไทยเป็นสังคมแห่งโอกาสและ ไม่แบ่งแยก ภาครัฐมีข้อมูลและสารสนเทศด้านสังคมที่บูรณาการทุกหน่วยงานและเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถเข้าถึงได้ และให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง โดยสามารถบริหารจัดการชุมชนได้ด้วยตนเอง โดยมี เป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ เป้าหมาย คนไทยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปสู่การมีจิตสาธารณะเพิ่มขึ้น ประเด็นการปฏิรูปที่ ๕การมีส่วนร่วม การเรียนรู้ การรับรู้และการส่งเสริมกิจกรรมทางสังคม กิจกรรมที่ ๒ สร้างพลังแผ่นดิน 10. แผนการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน มีเป้าประสงค์เพื่อให้กิจการพลังงานมีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมมากขึ้น ภายใต้ กลไกตลาดที่เหมาะสม หน่วยงานภาครัฐมีการใช้พลังงานอย่างรับผิดชอบ ประหยัดและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีการใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการเผยแพร่สื่อสารข้อมูลการวิเคราะห์ ด้านพลังงาน เพื่อสนับสนุนการวางแผนและเตรียมความพร้อมระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และ สนับสนุนการเติบโตของพลังงานทางเลือก และสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง แก่ประชาชนอย่าง ต่อเนื่อง โดยกำหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชน


58 อย่างมีนัยสำคัญ จำนวน ๕ กิจกรรม ประกอบด้วย ๑) ศูนย์อนุมัติอนุญาตเบ็ดเสร็จด้านกิจการไฟฟ้าที่ แท้จริง ๒) การพัฒนาศูนย์สารสนเทศพลังงานแห่งชาติ ๓) การใช้มาตรการบริษัทจัดการพลังงานสำหรับ หน่วยงานภาครัฐ ๔) การพัฒนาปิโตรเคมีระยะที่ ๔ เพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและ สร้างฐานทางเศรษฐกิจใหม่ และ ๕) ปรับโครงสร้างกิจการไฟฟ้าและธุรกิจก๊าซธรรมชาติเพื่อเพิ่มการแข่งขัน ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลให้พลังงานของประเทศมีความมั่นคง ปริมาณเพียงพอ ประชาชน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และได้รับการบริการที่มีคุณภาพ ในระดับราคาที่เป็นธรรม ๑๑. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการทุจริต มีมาตรการควบคุมการบริหารจัดการของ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน และยกระดับการบังคับใช้มาตรการทางวินัยและกฎหมายต่อเจ้าพนักงาน ของรัฐ โดยมีเป้าหมายและประเด็นการปฏิรูปที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ เป้าหมาย ประเทศไทยมีระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index : CPI) อยู่ใน ๒๐ อันดับแรกของโลกในปี ๒๕๗๙ ประเด็นการปฏิรูปที่ ๑ ด้านการป้องกันและเฝ้าระวัง กลยุทธ์ที่ ๑ เร่งสร้างการรับรู้และจิตสำนึกของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต ประพฤติมิชอบ โดยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม กิจกรรมที่ ๑.๙ สร้างทัศนคติ ความรู้และปลูกฝังเยาวชนในสถานศึกษาทุกระดับ ให้รังเกียจการทุจริตและตระหนักถึงโทษภัยของการทุจริตคอร์รัปชั่นต่อประเทศชาติ ประเด็นการปฏิรูปที่ ๒ ด้านการป้องปราม กลยุทธ์ที่ ๒ ให้หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือผู้บังคับบัญชา มีมาตรการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเป็นตัวอย่างในการบริหารงานด้วยความซื่อตรงและรับผิดชอบ กรณีปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการ ให้ถือเป็นความผิดวินัยหรือความผิดอาญา กิจกรรมที่ ๒.๒ ปลุกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีคุณธรรมความซื่อตรง (Integrity) โดยเน้นความซื่อตรงต่อหน้าที่ (ซื่อสัตย์สุจริตตามเป้าหมายอย่างดีที่สุด) และซื่อตรงต่อ ประชาชน กลยุทธ์ที่ ๓ เสริมสร้างหน่วยงานตรวจสอบภายในให้เป็นกลไกอิสระและมีการเฝ้า ระวังการทุจริตในหน่วยงาน กิจกรรมที่ ๓.๓ วางระบบการประเมินความเสี่ยงต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ ในส่วนราชการเป็นประจำทุกปี และรายงานผลการปฏิบัติต่อผู้บังคับบัญชาเหนือตนตามระยะเวลาที่ กำหนด กลยุทธ์ที่ ๔ ทำให้การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจไม่พึงกระทำ กิจกรรมที่ ๔.๓ พัฒนาแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสม เพื่อใช้ในองค์กรภาครัฐและเอกชนในการป้องกันการให้สินบนและการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในทุกรูปแบบ


59 ๑๒. แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ได้กำหนดแผนงานเพื่อการ ปฏิรูปการศึกษา ๗ เรื่อง เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการปฏิรูปการศึกษา ไว้ดังนี้ เรื่องที่ ๑ : การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลำดับรอง มีประเด็นปฏิรูป ๕ ประเด็น ได้แก่ (๑) การมีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. .... และมีการทบทวน จัดทำ แก้ไขและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (๒) การสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเอกชน เพื่อการจัดการศึกษา (๓) การขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาตนเองและการศึกษาเพื่อการ เรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อรองรับการพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต (๔) การทบทวนและปรับปรุงแผนการศึกษาแห่งชาติ (๕) การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ เรื่องที่ ๒ : การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน มีประเด็นปฏิรูป ๒ ประเด็น ได้แก่ (๑) การพัฒนาระบบการดูแล พัฒนา และจัดการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กปฐมวัยได้รับ การพัฒนา ร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย (๒) การสื่อสารสังคมเพื่อสร้างความเข้าใจในการพัฒนาเด็กปฐมวัย เรื่องที่ ๓ : การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประกอบด้วยประเด็น ปฏิรูป ๓ ประเด็น ได้แก่ (๑) การดำเนินการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (๒) การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลพิการ บุคคลที่มีความสามารถพิเศษ และ บุคคลที่มีความต้องการการดูแลเป็นพิเศษ (๓) การยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล หรือในสถานศึกษาที่ ต้องมีการยกระดับคุณภาพอย่างเร่งด่วน เรื่องที่ ๔ : การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพ ครูและอาจารย์ประกอบด้วยประเด็นปฏิรูป ๕ ประเด็น ได้แก่ (๑) การผลิตครู และการคัดกรองครู เพื่อให้ได้ครูที่มีคุณภาพตรงกับความ ต้องการของประเทศ และมีจิตวิญญาณของความเป็นครู (๒) การพัฒนาวิชาชีพครู (๓) เส้นทางวิชาชีพครู เพื่อให้ครูมีความก้าวหน้า ได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ เหมาะสม (๔) การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาในสถานศึกษา (๕) องค์กรวิชาชีพครู และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


60 เรื่องที่ ๕ : การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงใน ศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วยประเด็นปฏิรูป ๘ ประเด็น ได้แก่ (๑) การปรับหลักสูตร พร้อมกระบวนการจัดการเรียนการสอน และการประเมิน เพื่อพัฒนาการเรียนรู้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ (๒) การจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรม (๓) การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาระดับชาติและระบบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ (๔) การพัฒนาคุณภาพระบบการศึกษา (๕) ระบบความปลอดภัย และระบบสวัสดิภาพของผู้เรียน (๖) การปฏิรูปอาชีวศึกษา เพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (๗) การปฏิรูปอุดมศึกษาเพื่อยกระดับคุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการ แข่งขันประสิทธิภาพและธรรมาภิบาลของระบบอุดมศึกษา (๘) การจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ(National Institute of Curriculum and Learning) เรื่องที่ ๖ : การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุง การจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาประกอบด้วยประเด็นปฏิรูป๓ประเด็น ได้แก่ (๑) สถานศึกษามีความเป็นอิสระในการบริหารและจัดการศึกษา (๒) พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา (๓) การปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องที่ ๗ : การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalization for Educational and Learning Reform) ประกอบด้วยประเด็นปฏิรูป ๓ ประเด็น ได้แก่ (๑) การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัล แห่งชาติ(Digital Learning Reform: National Digital Learning Platform (NDLP)) (๒) ระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา (big data for education) (๓) การพัฒนาความเป็นพลเมืองดิจิทัล (digital citizenship) ในด้านความ ฉลาดรู้ดิจิทัล (digital literacy) ความฉลาดรู้สารสนเทศ (information literacy) ความฉลาดรู้สื่อ (media literacy) เพื่อการรู้วิธีการเรียนรู้ (learning how to learn) ในการเรียนรู้ตลอดชีวิตตลอดจนการ มีพฤติกรรมที่สะท้อนการรู้กติกา มารยาท จริยธรรมเกี่ยวกับการใช้สื่อและการสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต การบรรลุผลของการปฏิรูปการศึกษาตามแผนข้างต้น จะแบ่งเป็น ๓ ระยะ คือ (๑) ระยะ เร่งด่วน หรือภายในวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งครบวาระการท างานของ กอปศ. (๒) ระยะสั้น หรือภายใน ๓ ปีและ (๓) ระยะกลาง-ระยะยาว หรือภายใน ๕ - ๑๐ ปี ทั้งนี้ประเด็นปฏิรูปที่มีลำดับสำคัญ สูงสุดและต้องดำเนินการให้บรรลุผลให้ได้ในระยะเร่งด่วน มี๖ ประเด็น ได้แก่ (๑) ยกเครื่องระบบการศึกษาโดยการบังคับใช้ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับ ใหม่ รวมถึงกฎหมายสำคัญอื่นที่เสนอโดย กอปศ. ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ได้แก่


61 ร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. .... และการจัดตั้งสถาบันหลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติ (๒) บุกเบิกนวัตกรรมของการจัดการศึกษาระดับโรงเรียน กลุ่มโรงเรียน หรือการจัดการ ระดับพื้นที่โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของการยกระดับคุณภาพของการศึกษา ผ่านการขับเคลื่อนเรื่อง สถานศึกษาที่มีความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ และระบบนิเวศที่สนับสนุนการดำเนินการของ สถานศึกษา (๓) นำเสนอแนวทางการปรับหลักสูตรการจัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานไปสู่ หลักสูตรฐานสมรรถนะ และรูปแบบการปรับหลักสูตรในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑–๓ จัดตั้งสถาบัน หลักสูตรและการเรียนรู้แห่งชาติเพื่อเป็นเสมือนศูนย์ความเป็นเลิศในการวิจัย พัฒนาและปรับปรุงหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการประเมินผลการเรียนรู้ สำหรับการจัดการศึกษาในระดับต่าง (๔) สร้าง “ดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติ” ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล นำความรู้ และวิธีการเรียนรู้ไปสู่โรงเรียน นักเรียน และครูทั่วประเทศ โดยเฉพาะในท้องถิ่นห่างไกล (๕) จัดระบบการผลิตครูให้มีคุณภาพและสมรรถนะความเป็นครู ผ่านการจัดตั้งกองทุน หรือแผนงานเพื่อการผลิตและพัฒนาครูสำหรับครูรุ่นใหม่ และพัฒนาบัณฑิตครูที่มีอยู่ ให้ตรงตามความ จำเป็นของประเทศในระยะแรกเน้นครูปฐมวัย และครูประถมศึกษา สำหรับท้องถิ่นขาดแคลน (๖) ให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติตามที่กำหนดไว้ในร่าง พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติและ การปฏิรูปการศึกษาให้เริ่มดำเนินการได้ และมีความต่อเนื่องในระยะยาว 13. แผนการปฏิรูปประเทศด้านวัฒนธรรม กีฬาแรงงาน และการพัฒนาทรัพยากร มนุษย์ มีเป้าประสงค์เพื่อให้ประชาชนมีคุณธรรมจริยธรรม เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจฐาน วัฒนธรรม ประชาชนออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อพัฒนา สุขภาพให้แข็งแรง และเป็นฐานในการพัฒนากีฬาชาติ และกำลังคนของประเทศมีทักษะที่เอื้อต่อการสร้าง ผลิตภาพแรงงานและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยกำหนดกิจกรรมปฏิรูปประเทศที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ ๕ กิจกรรมประกอบด้วย ๑) การส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมในทุกช่วงวัย ผ่านการปฏิรูปอุตสาหกรรมบันเทิงและการใช้กลไกร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อน ๒) การพัฒนาการเรียนรู้และเศรษฐกิจชุมชนบนฐานวัฒนธรรมแบบบูรณาการ ๓) การส่งเสริมประชาชน เป็นศูนย์กลางในการสร้างวิถีชีวิตทางการกีฬาและการออกำลังกายอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม และการสร้าง โอกาสทางการกีฬาและการพัฒนานักกีฬาอาชีพ ๔) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการกำลังคนของ ประเทศแบบบูรณาการ และ ๕) การบริหารจัดการศักยภาพบุคลากรของประเทศ ทั้งนี้ในการดำเนินการ ดังกล่าวจะส่งผลให้ประชาชนได้รับการพัฒนาในทุกมิติให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ โดยมีความพร้อม ทั้งกาย ใจ สติปัญญา และมีสุขภาวะที่ดี นอกจากนี้ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการนำทุนทางวัฒนธรรมมาเพิ่ม มูลค่า


62 ๕. ร่างกรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) แนวคิดของกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ ภายใต้กระแสแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาทิ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอย่างพลิกผัน การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัย และภาวะโลกร้อนจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร่วมกับปัจจัยเร่งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ ที่ก่อให้เกิดความผันผวนของสถานการณ์ทาง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมแก่หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยนั้น พบว่าแนวโน้มการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวสามารถนำมาซึ่งโอกาสและความเสี่ยงที่จะช่วยผลักดันให้การพัฒนาประเทศไทยใน ระยะต่อไปให้เกิดผลสำเร็จหรือเป็นอุปสรรค หน่วงรั้งการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้ไม่สามารถบรรลุ เป้าหมายที่กำหนดไว้ ขึ้นอยู่กับบริบทหรือศักยภาพและขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยโอกาสที่สำคัญสำหรับประเทศไทยขี่งมีที่มาจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงใน ระดับโลก พบว่ามีที่มาจากความก้าวหน้าและความแพร่หลายของเทคโนโลยีเป็นหลัก ซึ่งการสรรค์สร้าง ประโชน์จากเทคโนโลยีให้เกิดเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยได้นั้น ต้องอาศัยการพัฒนาคนและระบบ บริหารจัดการด้านดิจิทัลและข้อมูลสารสนเทศให้มีความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสที่เกิดขึ้นจากการ เปลี่ยนแปลงให้กระจายลงสู่ทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง เท่าทันขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่คาดว่าจะส่งผล กระทบเชิงลบและเป็นความท้าทายที่สำคัญต่อประเทศไทยในการที่จะต้องเร่งแสวงหาแนวทางในการแก้ไข รับมือนั้น พบว่ามาจากแนวโน้มด้านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติซึ่งจะบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงยังอาจเป็นเงื่อนไขท้าทายต่อมิติการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสร้างความเสมอภาคในสังคม ซึ่ง บริบทสถานการณ์ของประเทศไทยที่ยังมีข้อจำกัดภายในหลายประการนั้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่าง เร่งด่วนแล้ว อาจส่งผลให้ประเทศไทยมีความเปราะบางยิ่งขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่มีความ ผันผวนสูง ตลอดจนอาจพลาดโอกาสที่จะใช้ประโยชน์จากพลวัตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการพัฒนา ประเทศไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ และส่งผลให้ประเทศไทยไม่สามารถก้าวตามโลกได้อย่างเท่าทัน นำไปสู่ การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และอาจต้องจมกับปัญหาเรื้อรังที่จุดรั้งความก้าวหน้า ของประเทศในทุกมิติอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในช่วงระยะเวลาของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทิศทางที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีได้อย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เงื่อนไขความท้าทายทั้งหลายดังกล่าว จึงจำเป็นที่ประเทศจะต้องเสริมสร้าง ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระดับโครงสร้างของประเทศบนพื้นฐานของความเข้มแข็ง สมดุล และ ยั่งยืน เพื่อก้าวข้ามปัญหาอุปสรรคเดิมให้ประทศไทยมีสมรรถนะเพียงพอต่อการบริหารจัดการความเสี่ยง พร้อมทั้งเร่งเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์ประโยชน์จากโอกาสที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที


63 ทั้งนี้ การยกระดับสมรรถนะและศักยภาพของประเทศไทยในระยะเวลาอันใกล้จะไม่สามารถ เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมหากอาศัยเพียงการมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือการปรับเปลี่ยนแนวทางการ ดำเนินงานในรายละเอียดเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปจะไม่เท่าทันต่อพลวัตการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลันในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังไม่เพียงพอสำหรับการรับมือกับความ เสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงและแผ่ขยายในวงกว้าง หรือทันต่อการแสวงหาโอกาสที่จะสร้าง ผลประโยชน์ที่ผลักดันให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติได้ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด พลิกโฉมประเทศไทย สู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน (Transformation to Hi-Value and Sustainable Thailand) การวางกรอบทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ มีจุดประสงค์เพื่อ พลิกโฉมประเทศไทย หรือ เปลี่ยนแปลงประเทศขนานใหญ่ (Thailand's Transformation) ภายใต้แนวคิด "Resilience" ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการลดความเปราะบาง สร้างความพร้อมในการรับมือกับเปลี่ยนแปลง สามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้ในสภาวะวิกฤติ โดยสร้างภูมิคุ้มกันทั้งในระยะสั้นและให้ประเทศสามารถ เติบโตได้อย่างยั่งยืนโดยการพลิกโฉมประเทศไทยครอบคลุมตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง นโยบาย และกลไก ในขณะเดียวกัน กรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ ยังมุ่งกำหนดทิศทางพัฒนาประทศให้ สอดคล้องกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านการสร้างความสมดุลในการกระจายผลประโยชน์จากการ พัฒนาแก่ทุกภาคส่วนเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นธรรม รวมทั้งการสร้างความสมดุลระหว่างความสามารถ ในการแข่งขันกับต่างประเทศกับความสามารถในการพึ่งตนเอง พร้อมทั้งการปรับเปลี่ยนองคาพยพในมิติ ต่าง ๆ ให้เท่าทันและสอดคล้องกับพลวัตและบริบทใหม่ของโลก โดยคำนึงถึงเงื่อนไขของสถานการณ์และ ทรัพยากรของประเทศ นอกจากนี้กรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ ยังให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนา อย่างยังยืน ในการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกกลุ่ม และส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่ดีไปยังคนรุ่นต่อไป เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศเกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ ชาติ และสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาประเทศทั้งหมดตามที่กล่าวถึงข้างต้น การพลิกโฉมประเทศไทย (Thailand's Transformation) ในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ จึงมีเป้าหมายหลักเพื่อพลิกโฉมประเทศ ไปสู่ "เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน" หรือ "Hi-Value and Sustainable Thailand" โดย ใช้องค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนการยกระดับ ศักยภาพและพัฒนาประเทศในทุกมิติ เพื่อสนับสนุน เสริมสร้างการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและขีด ความสามารถในการแข่งขัน และเพื่อส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมอย่างทั่วถึง ตลอดจน เพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและการบริโภคให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปในทิศทางที่


64 ประเทศสามารถปรับตัวและรองรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเท่าทัน ตลอดจนสามารถอยู่รอดและเติบโต ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวไปพร้อมกับการรักษาความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบหลักของการขับเคลื่อนประเทศสู่ "เศรษฐกิจสร้างคุณค่า สังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน" (Hi-Value and Sustainable Thailand) เนื่องด้วยเป้าประสงค์ที่ต้องการให้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติทำหน้าที่ ระบุทิศทาง การพัฒนาประเทศที่ควรมุ่งเน้นได้อย่างชัดเจน การกำหนดกรอบแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ จึงมุ่งเน้น คัดเลือกประเด็นการพัฒนาที่มีลำดับความสำคัญสูงในการพลิกโฉมประเทศไทยสู่ Hi Value and Sustainable Thailand ในองค์ประกอบสำคัญ ๔ ประการ ได้แก่ ๑) เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม (High Value-Added Economy) ๒) สังคมแห่งโอกาสและความเสมอภ าค (High Opportunity Society) ๓) วิถีชีวิตที่ยั่งยืน (Eco-Friendly Living) และ ๔) ปัจจัยสนับสนุนการพลิกโฉม ประเทศ (Key Enablers for Thailand's Transformation) โดยภายใต้องค์ประกอบในแต่ละด้าน ได้มี การกำหนด "หมุดหมาย" Milestones) ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงสิ่งที่ประเทศไทยปรารถนาจะ 'เป็น' มุ่งหวังจะ 'มี' หรือต้องการจะ 'ขจัด' ในช่วงระยะเวลา ๕ ปี ของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ ๑๓ เพื่อสะท้อนประเด็นการ พัฒนาที่มีความสำคัญต่อการพลิกโฉมประเทศสู่การเป็น Hi-Value and Sustainable Thailand ภายในปี ๒๕๗๐ โดยรายละเอียดขององค์ประกอบทั้ง ๔ ด้าน และหมุดหมาย มีดังนี้ ที่มา : https://www.nesdc.go.th/ (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ)


65 ๖. (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ(พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ(พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) ใช้เป็นกรอบ ทิศทางในการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข หรือระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งชาติและ รักษาผลประโยชน์แห่งชาติอันเป็นเป้าหมายสูงสุดของประเทศ โดยมีวิสัยทัศน์ว่า “ประเทศชาติมี เสถียรภาพ ประชาชนอยู่ดีมีสุข ปลอดภัยจากภัยคุกคามทุกรูปแบบมีศักยภาพบริหารจัดการความมั่นคง แบบองค์รวม และรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติอย่างยั่งยืน”และมีเป้าหมายในภาพรวม : ประเทศไทย มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ประชาชนดำรงชีวิตโดยปกติสุข รวมทั้งมีการพัฒนาศักยภาพบริหาร จัดการ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงแบบองค์รวมและรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์แห่งชาติโดยมีทั้งสิ้น ๑๗ นโยบายและแผนความมั่นคงสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน ๗ นโยบายและ แผนความมั่นคง ดังนี้ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑ การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ กลยุทธ์หลักที่ ๑ การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๑ ส่งเสริมการเรียนรู้และการจัดทำหรือพัฒนาหลักสูตรการศึกษาเกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกระดับอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับทุกช่วงวัย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและ การตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในชาติ กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๒ ส่งเสริมการจัดทำและเผยแพร่ชุดข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชประวัติพระราชกรณียกิจโครงการพระราชดำริหลักการทรงงานแก่เด็ก เยาวชน และประชาชน ทั่วไป โดยมุ่งเน้นการจัดทำสื่อที่มีความทันสมัย มีการเผยแพร่ในหลายช่องทาง รวมถึงมีการจัดทำระบบ การบริหารจัดการ ชุดข้อมูลระหว่างส่วนราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยเฉพาะการเข้ามามี ส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน กลยุทธ์หลักที่ ๒ การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของคนในชาติอย่างสันติและเคารพในความแตกต่าง หลากหลาย บนพื้นฐานสิทธิมนุษยชน กลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๔ สร้างความตระหนักรู้การเสริมสร้าง ทัศนคติและความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ หลักการสิทธิมนุษยชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน สถานศึกษา สถานที่ทำงาน ให้บุคคล ตระหนักและปกป้องถึงสิทธิของตนเองรวมถึงเคารพและไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น กลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๑๐ ส่งเสริมให้สถาบันครอบครัวและสถาบัน การศึกษาเป็นหน่วยทางสังคม ที่สำคัญในการวางรากฐานความ มั่นคงของประเทศ โดยมุ่งเน้นแนวคิดการแบ่งปันและการทำประโยชน์เพื่อสังคม ส่วนรวม ตลอดจนการอยู่ ร่วมกันบนความแตกต่างหลากหลายของคนในชาติ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๕ การป้องกันและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลยุทธ์หลักที่ ๒ การยกระดับการพัฒนาที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ กลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๒ พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยเสริมสร้างองค์ ความรู้และทักษะที่จำเป็นอย่างทั่วถึงผ่านการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับ ความต้องการและวิถีชีวิต การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การขยายโอกาส การเข้าถึงการศึกษาอย่างไม่ เลือกปฏิบัติเพื่อให้การศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง ( Inclusive Education) ทั้งการศึกษาในระบบและนอก


66 ระบบของรัฐและเอกชน การเสริมสร้างบทบาทของครอบครัวและชุมชนให้มีความเป็นปึกแผ่นและสามารถ พึ่งพาตนเองได้การส่งเสริมการเรียนและใช้ภาษาไทยควบคู่กับการใช้ภาษาที่หลากหลาย ตลอดจนการ แก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๖ การบริหารจัดการผู้หลบหนีเข้าเมืองและผู้โยกย้ายถิ่นฐาน แบบไม่ปกติ กลยุทธ์หลักที่ ๑ การป้องกันและแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองกลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ของบุคคล กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๓ คุ้มครองและส่งเสริมสวัสดิการ อาทิสิทธิด้านการศึกษา สิทธิด้านสาธารณสุข และสิทธิในการทำงานของกลุ่มที่มีปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลให้เข้าถึงเป็นไปตามกฎหมายภายใน และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นรัฐภาคีรวมทั้งการมีกองทุนสนับสนุนงบประมาณรองรับการ ดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๗ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ กลยุทธ์หลักที่ ๒ การพัฒนาขีดความสามารถและสมรรถนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้า มนุษย์ กลยุทธ์ย่อยที่ ๒.๔ จัดทำและพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนในสถานศึกษาเพื่อให้เด็กและ เยาวชนสามารถป้องกันตนเองจากการค้ามนุษย์ นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๘ การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด กลยุทธ์หลักที่ ๑ การเสริมสร้างความเข้มแข็งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว ชุมชน และสังคม ให้มีภูมิคุ้มกันและสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและลดความต้องการยาเสพติด กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๑ สร้างภูมิคุ้มกันระดับบุคคล ด้วยการเสริมสร้างทัศนคติและความรู้เท่าทันยา เสพติดทั้งการเสพและการค้า รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ให้ สอดคล้องกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ทั้งรูปแบบ เนื้อหา วิธีการ และช่องทางการสื่อสารและให้ความสำคัญกับ การมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายในทุกขั้นตอน นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๙ การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กลยุทธ์หลักที่ ๑ การลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๓ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ รวมถึงการรับรู้และตระหนักรู้การจัดการความ เสี่ยงจากสาธารณภัยที่ถูกต้องให้กับทุกภาคส่วน ทั้งมิติการวิเคราะห์ภัยที่อาจเกิดขึ้น ความล่อแหลมในพื้นที่ และประเมินสภาพความเปราะบางที่อาจก่อให้เกิดอันตรายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน นโยบายและแผนความมั่นคงที่ ๑๐ การป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ กลยุทธ์หลักที่ ๑ การป้องกัน รับมือ และลดความเสี่ยงกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่กระทบต่อ ระบบ โครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ


67 กลยุทธ์ย่อยที่ ๑.๒ ส่งเสริมให้หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศมีมาตรฐาน และ แนวทางปฏิบัติในการป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงรักษาและฟื้นฟูความเสียหายจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่เท่าทันต่อเหตุการณ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ๗. ทิศทางแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ(พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙) แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ เป็นแผนที่วางกรอบเป้าหมายและทิศทางการ จัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาค ในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนาคนให้มีสมรรถนะ ในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการพัฒนาประเทศ แนวคิดการจัด การศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ ยึดหลักสำคัญในการจัดการศึกษาประกอบด้วย หลักการจัดการศึกษาเพื่อ ปวงชน (Educationfor All) หลักการจัดการศึกษาเพื่อความเท่าเทียม และทั่วถึง (Inclusive Education) หลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และหลักการมีส่วนร่วมของสังคม (All For Education) อีกทั้งยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs ๒๐๓๐) ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues) อาทิคุณภาพของคนช่วงวัย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ประชากรของประเทศ ความเหลื่อมล้ำของการกระจายรายได้ และวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม โดยนำ ยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นกรอบความคิดสำคัญในการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ วิสัยทัศน์: คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิต อย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ ๒๑ วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อพัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ ๒. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดี มีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะที่สอดคล้อง กับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ ๓. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ และคุณธรรม จริยธรรม รู้รัก สามัคคี และร่วมมือผนึกกำลังมุ่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๔. เพื่อนำประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง และความเหลื่อมล้ำ ภายในประเทศลดลง


68 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ๖ ยุทธศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับภารกิจของสำนักงานปลัด กระทรวงศึกษาธิการทั้ง ๖ ยุทธศาสตร์ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ เป้าหมาย ๑. คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๒. คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ พิเศษได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ ๓. คนทุกช่วงวัยได้รับการศึกษา การดูแลและป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ แนวทางการพัฒนา ๑. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๒. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓. ยกระดับคุณภาพและส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาในพื้นที่พิเศษ (พื้นที่ สูงพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดน และพื้นที่เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และ วัฒนธรรม กลุ่มชน-ชายขอบ และแรงงานต่างด้าว) ๔. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการจัดระบบการดูแลและป้องกันภัยคุกคามในรูปแบบ ใหม่ อาทิ อาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติภัยจากโรคอุบัติ ใ ห ม่ ภัยจากไซเบอร์ เป็นต้น ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การผลิตและพัฒนากำลังคน การวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสร้างขีด ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป้าหมาย ๑. กำลังคนมีทักษะที่สำคัญจำเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ๒. สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่จัดการศึกษาผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญและ เป็นเลิศเฉพาะด้าน ๓. การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและ มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ


69 แนวทางการพัฒนา ๑. ผลิตและพัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ๒. ส่งเสริมการผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นเลิศเฉพาะด้าน ๓. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิต และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป้าหมาย ๑. ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทยและทักษะและ คุณลักษณะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ๒. คนทุกช่วงวัยมีทักษะความรู้ความสามารถและสมรรถนะตามมาตรฐาน การศึกษาและมาตรฐานวิชาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ตามศักยภาพ ๓. สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตร ได้อย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน ๔. แหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน นวัตกรรมและสื่อการเรียนรู้มีคุณภาพและ มาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ๕. ระบบและกลไกการวัด การติดตามและประเมินผลมีประสิทธิภาพ ๖. ระบบการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้มาตรฐานระดับสากล ๗. ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะตามมาตรฐาน แนวทางการพัฒนา ๑. ส่งเสริม สนับสนุนให้คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และการ พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย ๒. ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สื่อตำราเรียน และสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ให้มี คุณภาพมาตรฐาน และประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ๓. สร้างเสริมและปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัย จิตสาธารณะ และ พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ๔. พัฒนาระบบและกลไกการติดตาม การวัดและประเมินผลผู้เรียนให้มีประสิทธิภาพ ๕. พัฒนาคลังข้อมูล สื่อ และนวัตกรรมการเรียนรู้ ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ๖. พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการผลิตครู อาจารย์ และบุคลากรทางการ ศึกษา ๗. พัฒนาคุณภาพครูอาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา


70 ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การสร้างโอกาส ความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางการศึกษา เป้าหมาย ๑. ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ๒. การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคน ทุกช่วงวัย ๓. ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาที่ครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน เพื่อการวางแผนการบริหารจัดการศึกษา การติดตามประเมินและรายงานผล แนวทางการพัฒนา ๑. เพิ่มโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ๒. พัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย ๓. พัฒนาฐานข้อมูลด้านการศึกษาที่มีมาตรฐาน เชื่อมโยงและเข้าถึงได้ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป้าหมาย ๑. คนทุกช่วงวัย มีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำ แนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ๒. หลักสูตร แหล่งเรียนรู้ และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม คุณธรรม จริยธรรม และการนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ๓. การวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แนวทางการพัฒนา ๑. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรม และนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในการดำเนินชีวิต ๒. ส่งเสริมและพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ และสื่อ การเรียนรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ๓. พัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ด้านการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา เป้าหมาย ๑. โครงสร้าง บทบาทและระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัว ชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้


71 ๒. ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา ๓. ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความต้องการ ของประชาชนและพื้นที่ ๔. กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณที่ แตกต่างกันของผู้เรียน สถานศึกษา และความต้องการกำลังแรงงานของประเทศ ๕. ระบบบริหารงานบุคคลของครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษามีความเป็นธรรม สร้างขวัญกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างเต็มตามศักยภาพ แนวทางการพัฒนา ๑. ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษา ๒. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสถานศึกษา ๓. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการจัดการศึกษา ๔. ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับระบบการเงินเพื่อการศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพและ ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ๕. พัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ๘. เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) (พ.ศ. ๒๕๕๙-๒๕๗๓) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs ) เป็นวาระการ พัฒนาภายหลังปี ๒๐๑๕ ระยะ ๑๕ ปี ( ค.ศ. ๒๐๑๖-๒๐๓๐) ที่ผู้นำประเทศสมาชิกสหประชาชาติ จำนวน ๑๙๓ ประเทศ ได้ร่วมกันลงนามรับรองพันธะสัญญาทางการเมืองระดับผู้นำในเอกสาร “Transforming Our World: The ๒๐๓๐ Agenda for Sustainable Development” เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาที่ ยั่งยืนของโลก ๑๕ ปีข้างหน้า เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ความยากจนในทุกมิติและทุกรูปแบบ โดยมีเป้าหมายหลัก ๑๗ ข้อ ครอบคลุม ๓ เสาหลักด้านการพัฒนาที่ ยั่งยืน คือ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการสานต่อภารกิจที่ยังไม่บรรลุผลสำเร็จภายใต้ เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) (ค.ศ. ๒๐๐๐-๒๐๑๕) การดำเนินการในส่วนของประเทศไทยนั้น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ(สศช.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการขับเคลื่อนเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานต่าง ๆ ในรูปแบบคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีปลัดกระทรวง ผู้แทนส่วนราชการ และหน่วยงานต่างๆ เป็น กรรมการ และมีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ ๓ คณะภายใต้กพย. ได้แก่ ๑) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ๒) คณะอนุกรรมการส่งเสริมความเข้าใจและประเมินผลการพัฒนาที่ยั่งยืน


72 ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ ๓) คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อ สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน และมีการแต่งตั้งคณะทำงานต่าง ๆ ภายใต้คณะอนุกรรมการ ทั้ง ๓ คณะ ทั้งนี้ กพย. ได้มอบหมายให้กระทรวงต่าง ๆ เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในแต่ละเป้าหมาย ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักใน เป้าหมายที่ ๔ สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่า เทียมและสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งประกอบด้วย ๑๐ เป้าประสงค์โดยมี ๒ เป้าประสงค์ที่ ถูกจัดลำดับให้อยู่ในเป้าประสงค์การพัฒนาที่ยั่งยืนที่มีสำคัญ ๓๐ ลำดับแรก ได้แก่ เป้าประสงค์ที่ ๔.๑ สร้างหลักประกันว่าเด็กหญิงและเด็กชายทุกคนสำเร็จการศึกษา ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาที่มีคุณภาพ เท่าเทียม และไม่มีค่าใช้จ่าย นำไปสู่ผลลัพธ์ทางการเรียนที่ มีประสิทธิผลภายในปี ๒๕๗๓ เป้าประสงค์ที่ ๔.๒ สร้างหลักประกันว่าเด็กหญิงและเด็กชายทุกคนเข้าถึงการพัฒนา การ ดูแล และการจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ ภายในปี ๒๕๗๓ เพื่อให้ เด็กเหล่านั้นมีความพร้อมสำหรับการศึกษาระดับประถมศึกษา ๙. คําแถลงนโยบายการจัดการศึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง) ได้มอบนโยบาย และยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงานให้กับผู้บริหารระดับสูง บุคลากรกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานใน กำกับ เพื่อเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาให้เกิดความเชื่อมั่น และสร้างความมั่นใจจให้กับ สังคม โดยมอบหลักการทำงาน นโยบายหลัก และนโยบายเร่งด่วน เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๔ ณ ห้อง ประชุมราชวัลลภ ชั้น ๒ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ ๑) หลักการทํางาน “สร้างความเชื่อมั่น และความไว้วางใจให้กับสังคม” หรือ “TRUST” ภายใต้หลักการ ดังนี้ T (Transparency) หมายถึง ความโปร่งใส ทั้งในเชิงกระบวนการทํางานและ กระบวนการ ตรวจสอบจากภาคส่วนต่าง ๆ R (Responsibility) หมายถึง ความรับผิดชอบ สนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคน ดําเนินการ ตามภารกิจของตนด้วยความรับผิดชอบต่อตัวเอง องค์กร ประชาชน และประเทศชาติ U (Unity) หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ระหว่างครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง ผู้เรียน และประชาชน


73 S (Student-Centricity) หมายถึง ผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา โดยการทําให้ ผู้เรียน มีวิธีคิดและทักษะที่เป็นสากลสอดคล้องกับพลวัตในศตวรรษที่ ๒๑ ควบคู่ไปกับสํานึกและความเข้าใจ ใน ความเป็นไทย T (Technology) หมายถึง ความพร้อมด้านเทคโนโลยี ทั้งในเชิงโครงสร้าง (Infrastructure) ได้แก่ สิ่งจําเป็น และสิ่งอํานวยความสะดวกด้านการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของ โอกาส ในการศึกษา และในเชิงการเรียนรู้ (Learning) ได้แก่ แหล่งข้อมูล แหล่งเรียนรู้รูปแบบต่าง ๆ ที่ทันสมัยช่วยให้ผู้เรียนทุกคน ถึงพร้อมซึ่งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกประการ ๒) นโยบายการจัดการศึกษาทั้ง ๑๒ ข้อ ดังนี้ ข้อ ๑ การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ให้ทันสมัย และทันการ เปลี่ยนแปลง ของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกระดับการศึกษาให้มีความรู้ ทักษะและ คุณลักษณะที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย ข้อ ๒ การพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและอาจารย์ในระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน และอาชีวศึกษาให้มีสมรรถนะทางภาษาและดิจิทัล เพื่อให้ครูและอาจารย์ได้รับการพัฒนาให้มี สมรรถนะทั้งด้านการจัดการเรียนรู้ ด้วยภาษาและดิจิทัล สามารถปรับวิธีการเรียนการสอนและการใช้สื่อ ทันสมัย และมีความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ข้อ ๓ การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ (NDLP) และการส่งเสริมการฝึกทักษะดิจิทัลในชีวิตประจําวัน เพื่อให้มีหน่วยงานรับผิดชอบพัฒนา แพลตฟอร์มการเรียนรู้ด้วยดิจิทัลแห่งชาติ ที่สามารถนำไปใช้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ทันสมัยและ เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวางผ่านระบบออนไลน์ และนำฐานข้อมูลกลางทางการศึกษามาใช้ ประโยชน์ในการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา ข้อ ๔ การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารและการจัดการศึกษา โดยการส่งเสริมสนับสนุน สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การกระจายอํานาจการบริหารและการจัดการศึกษา โดยใช้จังหวัด เป็นฐาน โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่ได้รับการปรับปรุงเพื่อกำหนดให้มีระบบบริหาร และการจัดการ รวมถึงการจัดโครงสร้างหน่วยงานให้เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพ สถานศึกษาให้มีความเป็นอิสระและคล่องตัว การบริหารและการจัดการศึกษาโดยใช้จังหวัดเป็นฐาน มี ระบบการบริหารงานบุคคลโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ข้อ ๕ การปรับระบบการประเมินผลการศึกษาและการประกันคุณภาพ พร้อมจัด ทดสอบวัดความรู้ และทักษะที่จำเป็นในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสายวิชาการและสายวิชาชีพ เพื่อให้ระบบการประเมินผลการศึกษาทุกระดับและระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ได้รับการปรับปรุง ให้ทันสมัย ตอบสนองผลลัพธ์ทางการศึกษาได้อย่างเหมาะสม


74 ข้อ ๖ การจัดสรรและการกระจายทรัพยากรให้ทั่วถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการ ระดมทรัพยากรทางการศึกษาจากความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษามี ความเป็นธรรมและสร้างโอกาสให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพทัดเทียมกลุ่มอื่นๆ กระจาย ทรัพยากรทั้งบุคลากรทางการศึกษา งบประมาณ และสื่อเทคโนโลยีได้อย่างทั่วถึง ข้อ ๗ การนํากรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) และกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน (AQRF) สู่การ ปฏิบัติเป็นการผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อการพัฒนาประเทศโดยใช้กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เชื่อมโยงระบบ การศึกษาและการอาชีพ โดยใช้กลไกการเทียบโอนประสบการณ์ด้วยธนาคารหน่วยกิตและการจัดทำ มาตรฐานอาชีพในสาขาที่สามารถอ้างอิงอาเซียนได้ ข้อ ๘ การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อ พัฒนา ร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย เพื่อเป็นการขับเคลื่อนแผนบูรณาการ การพัฒนาเด็กปฐมวัยตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๒ สู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปเป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย และมีการ ติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ ข้อ ๙ การศึกษาเพื่ออาชีพและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพื่อให้ผู้จบการศึกษาระดับปริญญาและอาชีวศึกษามีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพและ คุณภาพชีวิตที่ดี มีส่วนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลกได้ ข้อ ๑๐ การพลิกโฉมระบบการศึกษาไทย ด้วยการนํานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ ทันสมัย มาใช้ในการจัดการศึกษาทุกระดับการศึกษา เพื่อให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งนำนวัตกรรมและ เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษาผ่านระบบดิจิทัล ข้อ ๑๑ การเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทาง การศึกษา และผู้เรียนที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ข้อ ๑๒ การจัดการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยยึดหลักการ เรียนรู้ตลอดชีวิตและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสและการเข้าถึงการศึกษาที่มี คุณภาพของกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-๑๙) ในปัจจุบันได้ก่อให้เกิดความนิยมในรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ (Online) มากยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบ อย่างนัยสำคัญต่อการเตรียมผู้เรียนไทยให้มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งมุ่งเน้นความเป็น ผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) และความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ (Resilience) รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของสถานศึกษาและปัญหาความเหลื่อมล้ำของโอกาสใน การศึกษาที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น


75 ๓) นโยบายระยะเร่งด่วน (Quick Win) ของกระทรวงศึกษาธิการ ๗ ข้อ ดังนี้ ๑) ความปลอดภัยของผู้เรียน โดยจัดให้มีรูปแบบ วิธีการ หรือกระบวนการในการดูแล ช่วยเหลือนักเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ มีความสุข และได้รับการปกป้องคุ้มครอง ความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รวมถึงการสร้างทักษะให้ผู้เรียนมีความสามารถในการดูแลตนเอง จากภัยอันตรายต่าง ๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางสังคม ๒) หลักสูตรฐานสมรรถนะ มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายโดยยึดความสามารถ ของผู้เรียนเป็นหลัก และพัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่ต้องการ ๓) ฐานข้อมูล Big Data พัฒนาการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและไม่ซ้ำซ้อน เพื่อให้ ได้ข้อมูล ภาพรวมการศึกษาของประเทศที่มีความครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องเป็นปัจจุบัน และสามารถ นํามาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง ๔) ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) สนับสนุน การดําเนินงานของศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) ตามความเป็นเลิศของแต่ ละสถานศึกษา และตามบริบทของพื้นที่ สอดคล้องกับความต้องการของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ตลอดจนมีการจัดการเรียนการสอนด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย สอดคล้องกับเทคโนโลยีปัจจุบัน ๕) พัฒนาทักษะทางอาชีพ ส่งเสริมการจัดการศึกษา ที่เน้นพัฒนาทักษะอาชีพของผู้เรียน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ๖) การศึกษาตลอดชีวิต การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสําหรับประชาชนทุกช่วงวัย ให้มีคุณภาพ และมาตรฐาน ประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับการศึกษาตามความต้องการอย่างมีมาตรฐาน เหมาะสม และเต็ม ตามศักยภาพตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยชรา และพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคม ผู้สูงวัย ๗) การจัดการศึกษาสําหรับผู้ที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษ ส่งเสริมการจัดการศึกษา ให้ผู้ที่มีความต้องการจําเป็นพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ สามารถดํารงชีวิตในสังคมอย่างมี เกียรติศักดิ์ศรี เท่าเทียมกับผู้อื่นในสังคม สามารถช่วยเหลือตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ๑๐. (ร่าง) แผนปฏิบัติราชการ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ของกระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน์ ภายในปี ๒๕๗๐ ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม มี ทักษะที่จำเป็นพร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิตและปรับตัวสอดคล้องกับวิถีชีวิตโลกยุคใหม่


76 พันธกิจ (๑) พัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน (๒) สร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (๓) ผลิต พัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพกำลังคนที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการของ ตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศ (๔) ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนาด้านการศึกษา สังคม หรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ (๕) พัฒนาระบบบริหารจัดการการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล ผลสัมฤทธิ์ (๑) ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ มีทักษะการเรียนรู้ และทักษะที่จำเป็นของโลกยุคใหม่ สามารถเข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตได้รับการพัฒนา ศักยภาพตามพหุปัญญา (๒) กำลังคนมีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และความต้องการของ ประเทศ (๓) ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและ เท่าเทียม ด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม ๔) ประเด็นยุทธศาสตร์และเป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการรายประเด็นยุทธศาสตร์ (๑) ประเด็นยุทธศาสตร์ศธ. ที่ ๑ การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศ เป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความเข้าใจ ปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถปรับตัวรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ได้ตาม สถานการณ์ (๒) ประเด็นยุทธศาสตร์ ศธ. ที่ ๒ การผลิตและพัฒนากำลังคน เพื่อสร้างขีดความสามารถใน การแข่งขัน เป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการ ผู้เรียนและประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับการ พัฒนาทักษะ สมรรถนะวิชาชีพ ตามความต้องการของตลาดแรงงานและสนับสนุนการพัฒนาประเทศ (๓) ประเด็นยุทธศาสตร์ ศธ. ที่ ๓ การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัยและการสร้างสังคมแห่ง การเรียนรู้ เป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการ (๓.๑) ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ มีทักษะ ที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพตามพหุปัญญา และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต


77 (๓.๒) ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน วิชาชีพ และได้รับการส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี (๓.๓) มีผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการศึกษา สังคมหรือสร้างมูลค่าเพิ่มเชิงเศรษฐกิจ (๔) ประเด็นยุทธศาสตร์ศธ.ที่ ๔ การสร้างโอกาสเข้าถึงบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึงและเสมอภาค เป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการ ประชาชนกลุ่มเป้าหมาย มีหลักประกันในการ เข้าถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง เสมอภาคและเหมาะสม (๕) ประเด็นยุทธศาสตร์ศธ. ที่ ๕ การจัดการศึกษาเพื่อการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม เป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการ ผู้เรียนได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง มีความตระหนักในการดำเนินชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม (๖) ประเด็นยุทธศาสตร์ศธ. ที่ ๖ การพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล เป้าประสงค์/เป้าหมายการให้บริการ ระบบบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและ ทันสมัย ๑๑. แผนปฏิบัติราชการ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๗๐) ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ วิสัยทัศน์ บูรณาการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีคุณภาพและทักษะที่จำเป็นในโลกยุค ใหม่ พันธกิจ ๑. ส่งเสริม สนับสนุนการบริหารและจัดการศึกษาแบบบูรณาการทุกระดับ ทุกพื้นที่อย่างมี ประสิทธิภาพ ๒. ส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย ให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ๓. ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เหมาะสมตามศักยภาพและช่วงวัยของผู้เรียน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ๔. ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาระบบการบริหารงานบุคคลและพัฒนาสมรรถนะของ ข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่


78 เป้าประสงค์รวม ๑. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการมีการบริหารและการจัดการศึกษาแบบบูรณาการ ที่มีประสิทธิภาพ ๒. ผู้เรียนได้รับการศึกษาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตที่มีคุณภาพและเท่าทัน การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ๓. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ๔. ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะที่ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เท่า ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ประเด็นยุทธศาสตร์ ๑. พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง ๒. พัฒนากำลังคน เพื่อสร้างความ สามารถในการแข่งขันของประเทศ ๓. พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ ๔. สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา ๕. ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ๖. พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ เป้าประสงค์รายประเด็นยุทธศาสตร์ ๑. ผู้เรียนได้รับโอกาสและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและทักษะที่จำเป็นสอดคล้องกับ การเสริมสร้างความมั่นคงในแต่ละบริบท ๒. ผู้เรียนมีสมรรถนะและองค์ความรู้ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน ในพื้นที่ ภูมิภาค และประเทศ ๓. ผู้เรียนมีคุณภาพ ทักษะและคุณลักษณะที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ในโลกยุคใหม่ ๔. ครู และบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะเท่าทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคใหม่ ๕. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างทั่วถึง และเสมอภาคด้วยรูปแบบที่ หลากหลาย ๖. หน่วยงานและสถานศึกษามีการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ๗. หน่วยงานมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ตอบสนองความ ต้องการของผู้รับบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส


79 กลยุทธ์ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง กลยุทธ์ ๑.๑ ปลูกฝังค่านิยมและหลักคิดที่ถูกต้องเพื่อเสริม สร้างเสถียรภาพสถาบันหลักของ ชาติ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๑.๒ ยกระดับคุณภาพและสร้างโอกาสการเข้าถึงการศึกษา และพัฒนาสมรรถนะการ เรียนรู้/อาชีพ ด้วยศาสตร์พระราชาและตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเขตพื้นที่พิเศษ (พื้นที่สูง พื้นที่ตามตะเข็บชายแดนและพื้นที่ เกาะแก่ง ชายฝั่งทะเล ทั้งกลุ่มชนต่างเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม กลุ่มชนชายขอบและแรงงาน ต่างด้าว) ๑.๓ พัฒนากลไกบูรณาการระบบบริหารจัดการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด หรือภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ๑.๔ พัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพและ โอกาสทางการศึกษา ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ พัฒนากำลังคน เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กลยุทธ์ ๒.๑ พัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะอาชีพให้สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ ภูมิภาค และประเทศ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๓ พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ กลยุทธ์ ๓.๑ ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนพัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบผ่าน ประสบการณ์ตรงจากการลงมือปฏิบัติ ควบคู่กับการเรียนรู้ผ่านสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล ๓.๒ สร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลรองรับการเรียนรู้ที่หลากหลาย ๓.๓ บูรณาการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ส่งเสริม ระเบียบ วินัย คุณธรรม จริยธรรม จิตสาธารณะ ความเป็นพลเมืองและความปลอดภัยของผู้เรียน ๓.๔ พัฒนาการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อยกระดับสมรรถนะในการปฏิบัติงาน ๓.๕ ส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมการบริหารและจัดการศึกษา และพัฒนาบุคลากร วิจัยทางการศึกษา


80 ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา กลยุทธ์ ๔.๑ เพิ่มและกระจายโอกาสทางการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย ให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตที่มีคุณภาพได้ อย่างหลากหลายครอบคลุม ทุกพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมาย ๔.๒ ส่งเสริม พัฒนาสื่อการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เหมาะสมต่อการเข้าถึงและ พัฒนาการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๕ ส่งเสริมการสร้างคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ ๕.๑ ส่งเสริมกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้คุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๖ พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ ๖.๑ ส่งเสริมและพัฒนาการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการ และบริการประชาชน ๖.๒ พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางด้านการศึกษาให้เป็นเอกภาพ เป็นปัจจุบัน และ เชื่อมโยงกันในทุกระดับ ๖.๓ สร้างและพัฒนากลไกการบริหารจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยง ทุกระดับ ทุกพื้นที่ ๖.๔ เร่งรัด ปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ และข้อบังคับให้สอดคล้องและ เหมาะสมกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ๖.๕ ปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานให้มีความทันสมัย ยืดหยุ่น เชื่อมโยง และเอื้อต่อการพัฒนาหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพ ๖.๖ พัฒนาเครือข่ายต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบให้มีส่วนร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ เฝ้าระวัง และติดตามพฤติกรรมเสี่ยงการทุจริต ๖.๗ พัฒนาระบบงานการบริหารงานบุคคลของข้าราชการพลเรือน และบุคลากร ทางการศึกษาอื่น เพื่อยกระดับสมรรถนะการปฏิบัติงาน


81 ๑๒. แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยของสำนักงาน กศน. (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๗๙) สำนักงาน กศน. ได้จัดทำแผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของ สำนักงาน กศน. (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) สำหรับเป็นแผนระดับหน่วยงาน เพื่อวางกรอบเป้าหมายและทิศ ทางการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของสำนักงาน กศน. ให้สามารถขับเคลื่อนการ ดำเนินงานด้านการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยไปสู่การปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่ง จัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนา ระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ พัฒนากำลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้ วิสัยทัศน์ “คนไทยได้รับโอกาสการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตที่ เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีทักษะที่จำเป็นในโลกศตวรรษที่ ๒๑” จุดเน้น “ส่งเสริม สนับสนุน และให้บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและการเรียนรู้ ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ มีสาระการเรียนรู้ที่เป็นปัจจุบันและตรงกับความต้องการของผู้เรียน และสังคม โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และใช้สื่อเทคโนโลยีที่หลากหลายและทันสมัยมา เป็นกลไกในการจัดรวมทั้งพัฒนาครูให้เป็นผู้จัดการศึกษาและการเรียนรู้มืออาชีพ เน้นพัฒนากระบวนการ คิดและการวิจัยให้กับกลุ่มเป้าหมาย ใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการเชิงรุก โดยให้ชุมชนและทุกภาคส่วนมีส่วน ร่วมภายใต้การบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน” เป้าหมายหลัก ๑) คนไทยสามารถเข้าถึงบริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย รวมทั้งการเรียนรู้ ตลอดชีวิตที่มีคุณภาพ และมาตรฐานอย่างทั่วถึง ๒) คนไทยมีสมรรถนะและทักษะในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัย สอดคล้องกับหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ ๓) หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพเพื่อให้บริการ การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ๔) หน่วยงานและสถานศึกษามีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้การบริหารจัดการตาม หลักธรรมาภิบาล


82 ๕) ทุกภาคส่วนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการส่งเสริม สนับสนุน และจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ตลอดชีวิต ยุทธศาสตร์ ๑) เพิ่มและกระจายโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ๒) พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนทุกช่วงวัยให้มีสมรรถนะและทักษะเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ ดี ๓) ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย ๔) พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาและส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษา เป้าหมายตามยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนา ยุทธศาสตร์ที่ ๑ เพิ่มและกระจายโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ๑) คนไทยได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่มี คุณภาพและมาตรฐาน ๒) แหล่งเรียนรู้สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้มีคุณภาพและมาตรฐาน ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ๓) คนไทยทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนใต้และพื้นที่พิเศษได้รับการศึกษานอก ระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ แนวทางการพัฒนา การศึกษานอกระบบ ๑) ประกันโอกาสการเข้ารับบริการทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานให้แก่ผู้เรียนในทุก พื้นที่ครอบคลุมผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ๒) ส่งเสริมให้มีการบูรณาการ การศึกษานอกระบบเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงโอกาสทางการ ศึกษาที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับวัย สภาพร่างกายและสุขภาพ ความจำเป็น ความต้องการและความสนใจ และสามารถนำผลที่ได้จากการศึกษาและการเรียนรู้ไปเทียบระดับ เทียบโอน เชื่อมโยงส่งต่อระหว่าง การศึกษาทุกรูปแบบทุกระดับได้ ๓) ส่งเสริมการจัดการศึกษานอกระบบที่สอดคล้องกับความสนใจและวิถีชีวิตของผู้เรียนทุก กลุ่มเป้าหมาย


83 ๔) ส่งเสริมโอกาสในการเข้าถึงการศึกษานอกระบบของคนทุกช่วงวัยในพื้นที่พิเศษ และเขตพัฒนา พิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ให้เหมาะสมกับภูมิสังคม อัตลักษณ์และความต้องการของชุมชนและ พื้นที่ ๕) จัดทำ SMART CARD ทางการศึกษาสำหรับทุกกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายพิเศษ เพื่อขอรับบริการทางการศึกษา ๖) พัฒนาระบบ E-exam และระบบการสอบอิเล็กทรอนิกส์ให้มีมาตรฐานและยกระดับ สถานศึกษาทุกแห่งให้เป็นศูนย์ทดสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มี คุณภาพให้แก่ประชาชน ๗) พัฒนาระบบการเทียบโอนและการเทียบระดับการศึกษา ให้มีมาตรฐานและสามารถเชื่อมโยง การศึกษาและการเรียนรู้ทุกระดับ ทุกรูปแบบ การศึกษาตามอัธยาศัย ๑) พัฒนาแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้มีมาตรฐานตามประเภทแหล่งการเรียนรู้และสอดคล้องกับ ความสนใจและวิถีชีวิตของผู้รับบริการแต่ละกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้ง สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึง ๒) พัฒนาห้องสมุด พิพิธภัณฑ์และจัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย กระจายอยู่ทุกพื้นที่ให้เป็นกลไก ในการแสวงหาความรู้ของประชาชน ๓) เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาตามอัธยาศัยของคนทุกช่วงวัยในพื้นที่พิเศษ และเขตพัฒนา พิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ให้เหมาะสมกับภูมิสังคม อัตลักษณ์และความต้องการของชุมชนและ พื้นที่ ๔) พัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สื่อเพื่อการเรียนรู้และการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ ทุกรูปแบบ ตลอดจนขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในสถานศึกษาทุกแห่ง ครอบคลุมทุกพื้นที่และ เพียงพอกับผู้เรียน เพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์ที่ ๒ พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนทุกช่วงวัยให้มีสมรรถนะ และทักษะเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ๑) คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตได้ ตามศักยภาพ ๒) คนไทยได้รับการพัฒนาสมรรถนะและทักษะในการดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับช่วงวัย และพร้อม รับการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ ๒๑ รวมพื้นที่ชายแดนใต้และพื้นที่พิเศษ


84 ๓) ระบบการวัดผลและประเมินผลและการเทียบโอนการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ ๔) คนไทยมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๕) สถานศึกษาสามารถจัดกิจกรรม กระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรได้อย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน ๖) ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง ๗) กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้พลาดโอกาส และกลุ่มผู้ขาดโอกาส ได้รับโอกาสในการพัฒนา สมรรถนะและทักษะในการดำรงชีวิตเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ๘) ผู้เรียน ผู้รับบริการ ได้รับโอกาสและความเสมอภาคในการเข้ารับการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอย่างมีคุณภาพ แนวทางการพัฒนา การศึกษานอกระบบ ๑) ปฏิรูปหลักสูตร ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการจัดการเรียนรู้ให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพของกลุ่มเป้าหมาย ๒) พัฒนากระบวนการเรียนการสอนเพื่อยกระดับคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบคุณภาพการศึกษา นอกระบบระดับชาติ(N-NET) ๓) พัฒนาคุณภาพมาตรฐานการศึกษานอกระบบให้เชื่อมโยงกับระบบคุณวุฒิวิชาชีพที่นำไปสู่ เส้นทางอาชีพ โดยมีกลไกการวัดและประเมินผลเพื่อเทียบโอนความรู้และประสบการณ์และพัฒนาให้มี ระบบการสะสมและเทียบโอนหน่วยการเรียน (Credit Bank System) ๔) พัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์การพัฒนาประเทศและ เป็นไปตามสภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน เสริมสร้างความตระหนักในคุณค่าของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และความรู้เรื่องทักษะที่จำเป็นใน ศตวรรษที่ ๒๑ ๕) พัฒนารูปแบบและวิธีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน สามารถวัด และประเมินได้ตรงตามวัตถุประสงค์และนำผลการประเมินไปใช้ได้จริง ๖) ส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สื่อเพื่อการเรียนรู้และการ ให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศทุกรูปแบบที่ได้มาตรฐาน ๗) พัฒนาหลักสูตรการศึกษานอกระบบและหลักสูตรการอบรมแก่กลุ่มผู้สูงวัยให้มีคุณภาพและ ชีวิตที่ดี ๘) พัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับประชาชนเพื่อยกระดับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษของ คนไทย และภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ที่เป็นไปตามความต้องการของพื้นที่และประชาชน


85 ๙) ส่งเสริมให้มีการจัดทำแผนการเรียนรู้ตลอดชีวิตของชุมชน/รายบุคคล เพื่อเป็นเครื่องมือในการ กำหนดทิศทางและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน ๑๐) ส่งเสริมให้สถานประกอบการจัดการศึกษานอกระบบ ซึ่งอาจจัดเองหรือร่วมจัดโดยสามารถ นำค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาไปลดหย่อนภาษีได้ ๑๑) พัฒนาหลักสูตรอาชีพเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาอาชีพให้กับประชาชนในชุมชนแบบครบวงจร ซึ่งเป็นกระบวนการต้นทางถึงปลายทางตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูป การจัดจำหน่าย การตลาด และ การดำเนินการในเชิงธุรกิจ ๑๒) ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างเสริม และปรับเปลี่ยนค่านิยมของคนไทยให้มีวินัยจิต สาธารณะ และพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ๑๓) พัฒนาสมรรถนะครูให้มีศักยภาพในการจัดการเรียนรู้สามารถใช้เทคโนโลยีและประสานภูมิ ปัญญาท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการจัดการเรียนรู้เป็นครูมืออาชีพ และมีมาตรฐานคุณภาพตามที่สำนักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพ (องค์กรมหาชน) กำหนด ๑๔) พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรให้ตรงกับสายงานหรือความชำนาญเพื่อให้ สามารถจัดการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ๑๕) ส่งเสริมให้แรงงานได้รับโอกาสยกระดับคุณวุฒิทางการศึกษาและทักษะความรู้ที่สูงขึ้น การศึกษาตามอัธยาศัย ๑) พัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่ปลูกจิตวิทยาศาสตร์ให้กับประชาชนผ่าน STEM Education สำหรับประชาชน อันจะนำไปสู่การใช้ความคิดวิเคราะห์ความคิดสร้างสรรค์และการใช้ เหตุผลในการดำเนินชีวิต ๒) ส่งเสริมการสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ ๆ ทั้งจากภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่เดิมและความรู้ด้าน นวัตกรรมใหม่ๆ ๓) จัดกิจกรรม สื่อ และนิทรรศการที่มีชีวิตและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ในแหล่งเรียนรู้ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ๑) โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษาของหน่วยงานและสถานศึกษามีความ ทันสมัย และมีคุณภาพ ๒) ระบบฐานข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และ ระบบเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นเพื่อประโยชน์ในการจัดและบริการการศึกษาได้


86 แนวทางการพัฒนา ๑) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา การจัดการเรียนการสอน การจัดกระบวนการ เรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นหลากหลาย สามารถเข้าถึงได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ๒) พัฒนาสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (ETV) ให้เป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา สาธารณะ (Free ETV) ๓) ส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสถานีโทรทัศน์สาธารณะแบบดิจิทัลและการผลิตรายการเพื่อการศึกษา ๔) พัฒนากระบวนการเผยแพร่ ICT เพื่อการศึกษาให้มีรูปแบบที่หลากหลาย ทันสมัย เป็นปัจจุบัน และสอดรับกับความต้องการของสังคม ๕) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการวิจัย เพื่อพัฒนารูปแบบ แนวทางในการใช้เทคโนโลยีเพื่อ การศึกษาในการจัดและส่งเสริมการจัดการศึกษา ๖) ให้มีและบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ ๗) ส่งเสริมให้มีสื่อดิจิทัลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการส่งเสริมการมีอาชีพเพิ่มขึ้น ๘) จัดและสนับสนุนสถานศึกษา แหล่งการเรียนรู้กศน.ตำบล ให้มีความพร้อมเกี่ยวกับโครงสร้าง พื้นฐานด้าน ICT และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่นที่เหมาะสมกับพื้น ๙) พัฒนาระบบฐานข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาให้ครอบคลุมถูกต้อง เป็น ปัจจุบัน และเชื่อมโยงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการวางแผน การบริหารจัดการ การติดตาม ประเมิน และรายงานผล ให้มีมาตรฐานที่ครอบคลุม ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรงกับความต้องการในการใช้งานที่ เชื่อมโยงกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างเป็นระบบ ๑๐) พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์เนื้อหา และวิชาการ เพื่อช่วย ในการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับประชาชน ๑๑) พัฒนาประสิทธิภาพเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาทางไกล และการศึกษาในระบบเปิด อาทิETV E-learning MOOC เพื่อเป็นเครื่องมือในการขยายการให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษา และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีบทบาทและมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ ๑) ระบบบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลต่อคุณภาพและมาตรฐานการจัด การศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิต


87 ๒) ระบบบริหารงานบุคคล มีความเป็นธรรม สร้างขวัญและกำลังใจ และส่งเสริมให้ปฏิบัติงานได้ เต็มตามศักยภาพ ๓) บุคลากรทุกประเภททุกระดับได้รับการพัฒนาความรู้ทักษะ ตามมาตรฐานตำแหน่ง รวมทั้ง บทบาทภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ๔) กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รองรับการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้อง กับบริบทของสภาพสังคม ๕) ระบบและกลไกการวัด ติดตาม และประเมินผลการศึกษาและการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ ๖) ทุกภาคส่วนมีบทบาทและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความ ต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในพื้นที่/ชุมชน แนวทางการพัฒนา ๑) พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการที่เน้นการกระจายอำนาจลงสู่พื้นที่ภาค การมีส่วนร่วมของทุก ภาคส่วน และมีระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล ๒) กำหนดให้มีมาตรการจูงใจทั้งด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับภาคีเครือข่ายที่เข้า มาร่วมจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ๓) ผลักดันให้เกิดกองทุนเพื่อการพัฒนาสำหรับการศึกษานอกระบบ เพื่อเป็นกลไกในการสร้าง โอกาสทางการศึกษา ๔) ส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นภาคีเครือข่าย และสร้างแรงจูงใจ ในรูปแบบต่าง ๆ ให้ภาคีเครือข่ายร่วมจัดและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในชุมชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ๕) สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการศึกษากับองค์กรหรือหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการทำงานในลักษณะบูรณาการการวิจัยและพัฒนา ๖) วิเคราะห์วิจัย ปรับปรุงกฎ ระเบียบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการพัฒนาการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยให้เอื้อต่อการบริหารจัดการ ๗) ส่งเสริมการสร้างสภาพแวดล้อมของชุมชน ท้องถิ่น สังคม เพื่อเอื้อต่อการศึกษาและการเรียนรู้ และสนับสนุนการสร้างกลไกการขับเคลื่อนชุมชนไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ ๘) วิเคราะห์และจัดทำแผนอัตรากำลังตามบทบาท หน้าที่ และภารกิจ ของหน่วยงานและ สถานศึกษาในสังกัดโดยใช้รูปแบบการวิจัย เพื่อให้การเกลี่ยอัตรากำลัง/บรรจุแต่งตั้งบุคลากรตาม อัตรากำลังมีความเหมาะสม ๙) พัฒนาบุคลากร กศน. ทุกระดับ ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานตำแหน่ง ให้ตรงกับสาย งานหรือความชำนาญ


88 ตัวชี้วัดตามยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๗๙) ตัวช ี้ วดั ขอมูล ปจจุบัน คาเปาหมาย ปที่๑- ๕ ปที่๖ - ๑๐ ปที่๑๑ - ๑๕ ปที่๑๖ - ๒๐ เพ ิ่ มและกระจายโอกาสในการเขาถึงบริการการศกึษาและการเรียนรูท ี่ มีคุณภาพ ๑) ประชากรวัยแรงงาน (อายุ๑๕–๕๙ ป) มีปการศึกษาเฉล ี่ ยเพิ่มข ึ้ น ๙.๔ ๑๐.๑๕ ๑๐.๙๐ ๑๑.๗๐ ๑๒.๕๐ ๒) รอยละของกําลังแรงงานท ี่ สําเร็จ การศึกษาระดับมธั ยมตอนต้นหรือ เทียบเท่า ไดรับการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเทา N/A ๖๐ ๘๕ ๑๐๐ ๑๐๐ ๓) รอยละของแรงงานท ี่ ขอเทียบโอน ความรูและประสบการณเพื่อยกระดับ คุณวุฒิการศึกษาเพ ิ่ มข ึ้ น N/A ๒๐ ๒๕ ๓๐ ๔๐ ๔) รอยละของแหลงเรียนรูท ี่ไดรับการ พัฒนาใหสามารถจัดบริการทาง การศึกษาและมีการจัดกิจกรรมการ เรียนรูตลอดชีวิตที่มีคุณภาพเพ ิ่ มขึ้น N/A ๕๐ ๗๕ ๑๐๐ ๑๐๐ ๕ ) ผูเรียนระดับการศึกษาข ั้ นพ ื้ นฐานทุกคน ไดรับการสนับสนุนคาใชจายในการศึกษา๑๕ ป N/A ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๖) รอยละของประชาชนกลุมเป้าหมายท ี่ ลงทะเบียนเรียนในทุกหลักสูตร/ กิจกรรม การศึกษาตอเน ื่ องเทียบกับ เป้าหมาย N/A ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๗) จํานวนผูรับบริการในพ ื้ นที่เปาหมาย ไดรับการสงเสริมดานการรูหนังสือและ การพัฒนาทักษะชีวิต ๑๖,๘๘๔ ๑๖,๘๘๔ ๑๖,๘๘๔ ๑๖,๘๘๔ ๑๖,๘๘๔ ๘) รอยละของผูเขารวมกิจกรรมท ี่ สามารถ อานออกเขียนไดและคิด เลขเป็นตาม จุดมุ่งหมายของกิจกรรม ๘๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐


89 ตัวช ี้ วดั ขอมูล ปจจุบัน คาเปาหมาย ปที่๑- ๕ ปที่๖ - ๑๐ ปที่๑๑ - ๑๕ ปที่๑๖ - ๒๐ ๙) จํานวนนักเรียนนักศึกษาท ี่ไดรับ บริการ ติวเขมเต็มความรู ๒,๐๐๐,๐๐๐ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ๑๐) รอยละของผูเรียนพิการไดรับการ พัฒนาสมรรถภาพและบริการทาง การศึกษาท ี่ เหมาะสม N/A ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๑) รอยละของผูเรียนการศึกษาภาค บังคับได้รับการอุดหนุนและการชวย เหลือ คาใช้จายต ั้ งแตระดับอนุบาล จนจบ การศึกษาภาคบังคับ N/A ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ พัฒนาและเสริมสรางศักยภาพคนทุกชวงวัยใหมีสมรรถนะและทักษะเหมาะสม มีคุณภาพชีวิตท ี่ดี ๑) รอยละของผลการทดสอบระดับชาติ N-Net แตละระดับ/สาระการเรียนรู้ ผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๕๐ข ึ้นไป นอยกวา รอยละ ๕๐ ๕๐ ๕๑ ๕๒ ๕๓ ๒) รอยละการอานของคนไทยเพ ิ่ มข ึ้ น ๗๗.๗ ๘๕ ๙๐ ๙๕ ๑๐๐ ๓ )รอยละของผูผานการฝกอบรม/พัฒนา ทักษะอาชีพระยะส ั้ นสามารถนําความรู ไป ใชในชีวิตประจําวันและพัฒนา ตนเองได ๖๐ ๖๕ ๗๐ ๗๕ ๘๐ ๔) รอยละของสถานศึกษาท ี่ มีงานวิจัย และ/หรือนวัตกรรมการจัดการเรียนรู N/A ๑๐ ๒๐ ๓๐ ๔๐ ๕) รอยละของสถานศึกษาท ี่ จัดการศึกษา โดยบูรณาการองคความรูแบบสะเต็ม ศึกษา เพ ิ่ มข ึ้ น ๕ ๓๐ ๖๐ ๙๐ ๙๕ ๖) รอยละของชุมชนท ี่ นําความรูไปใชต่อ ยอดในการพัฒนาชุมชนอยางย ั่ งยืน N/A ๕๐ ๗๐ ๙๐ ๑๐๐ ๗) รอยละของแหลงเรียนรูท ี่ มีนิทรรศการ ส ื่ อกิจกรรมเพ ื่ อปลูกฝงกระบวนการ เรียนรูตลอดชีวิต N/A ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐


90 ตัวช ี้ วดั ขอมูล ปจจุบัน คาเปาหมาย ปที่๑- ๕ ปที่๖ - ๑๐ ปที่๑๑ - ๑๕ ปที่๑๖ - ๒๐ ๘) รอยละของผูเรียนท ี่ เขารวมกิจกรรม การเรียนรูหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง พัฒนาแนวคิดไปสูการปฏิบัติ N/A ๓๐ ๖๐ ๙๐ ๑๐๐ ๙) รอยละของสถานศึกษาท ี่ เขารับการ ประเมินมีคุณภาพตามเกณฑประกัน คุณภาพเพ ิ่ มขึ้น ๗๐ ๘๐ ๙๐ ๑๐๐ ๑๐๐ สงเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพ ื่ อการศึกษาสําหรับคนทุกชวงวัย ๑) รอยละของสถานศึกษาท ี่ มีการจัดการ เรียนการสอนผานเทคโนโลยีดิจิทัล N/A ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๒) จํานวนระบบเครือขายเทคโนโลยีดิจิทัล เพ ื่ อการศึกษาท ี่ ทันสมยัสนองตอบ ความ ตองการของผูเรียนและผูใช้บริการอยาง ท ั่ วถึงและมีประสิทธิภาพเพิ่มข ึ้ น N/A ๑ ๑ ๑ ๑ ๓) รอยละของสถานศึกษาไดรับบริการ อินเทอรเน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทุก พ ื้ นที่ข ั้ นต่ำ ๓๐ mbps ใน ๕ ปแรก และ ๑๐๐ mbps ภายใน ๒๐ ป เพ ิ่ มข ึ้ น N/A ๙๘ ๑๐๐ ๑๐๐ ๑๐๐ ๔) รอยละของนักเรียนในเขตพัฒนา เศรษฐกิจชายแดนใตและพ ื้ นท ี่ พิเศษท ี่ มี คะแนนผลการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-Net) แตละสาระวิชา ร้อยละ ๕๐ เพ ิ่ มข ึ้ น ต่ำวา รอยละ ๕๐ ๕๐ ๕๓ ๕๕ ๖๐ พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาและสงเสริมใหทุกภาคสวนมีบทบาทและมีสวนรวมในการจัดการศึกษา ๑) รอยละของบุคลากรท ี่ บรรจุตามกรอบ อัตรากําลังเพ ิ่ มข ึ้ น ๓๐ ๔๐ ๕๐ ๖๐ ๗๐


91 ตัวช ี้ วดั ขอมูล ปจจุบัน คาเปาหมาย ปที่๑- ๕ ปที่๖ - ๑๐ ปที่๑๑ - ๑๕ ปที่๑๖ - ๒๐ ๒) รอยละของบุคลากรท ี่ไดรับการพัฒนา เพ ิ่ มข ึ้ น ๑๐.๖๘ ๒๐ ๒๕ ๓๐ ๓๕ ๓) รอยละหนวยงาน/สถานศึกษาที่ไดรับ การสนับสนุนเคร ื่ องมือวัสดุอุปกรณ และ เทคโนโลยีท ี่ ทันสมัยเพ ิ่ มขึ้น ๕๘ ๖๕ ๗๐ ๘๐ ๙๐ ๔) รอยละของหนวยงาน/สถานศึกษาท ี่ได รับการจัดสรรงบประมาณตาม แผนพัฒนาการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัย N/A ๖๐ ๖๒ ๘๐ ๑๐๐ ๕) มีกฎระเบียบท ี่ สามารถนําไป ปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ N/A มี มี มี มี ๖) จํานวนภาคีเครือขายท ี่ รวมระดมทุน และทรัพยากรทางการศึกษา ๓,๐๑๗ ๓,๐๕๐ ๓,๑๐๐ ๓,๑๕๐ ๓,๒๐๐ ๗) จํานวนภาคีเครือขายท ี่ รวมจัดกิจกรรม/ แหลงเรียนรู ๕๗ ๖๐ ๖๕ ๗๐ ๗๕ ๘) จํานวนผลงานของภาคีเครือขายท ี่ มี การสรางและเผยแพรองคความรู/ นวัตกรรม N/A ๒๐ ๔๐ ๖๐ ๘๐ ๙) รอยละของสถานศึกษาในสังกัด สํานักงานกศน.ที่ไดรับแตงต ั้ งเปนศูนย ทดสอบดวยระบบอิเล็กทรอนิกส ๑๔.๖๕ ๔๐ ๖๕ ๘๕ ๑๐๐


92 ๑๓. บทวิเคราะห์สำนักงาน กศน.จังหวัดยโสธร ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมการจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (SWOT Analysis) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดยโสธรได้ประชุมบุคลากร เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ของหน่วยงาน/สถานศึกษา โดยใช้การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและ ศักยภาพ (SWOT Analysis) ในการกำหนดจุดแข็งและจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อมภายใน รวมทั้งโอกาส และอุปสรรคจากสภาพแวดล้อมภายนอก อันเป็นปัจจัยต่อการส่งเสริมการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อนำผลไปกำหนดทิศทางการดำเนินงานของหน่วยงาน ซึ่งได้ผลการประเมินสถานการณ์ของหน่วยงาน เป็นดังนี้ ๑. จุดแข็งของหน่วยงาน (Strength) ด้านผู้บริหาร ๑. ผู้บริหารสำนักงาน กศน. จังหวัด มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ๒. ผู้บริหารสำนักงาน กศน.จังหวัด และผู้บริหารสถานศึกษา ให้ความสำคัญด้านการพัฒนา บุคลากร ๓. ผู้บริหารสำนักงาน กศน.จังหวัด และผู้บริหารสถานศึกษา มีสัมพันธภาพที่ดีทำให้การทำงาน ร่วมกันมีความรวดเร็วและราบรื่น ๔. ผู้บริหารสำนักงาน กศน.จังหวัด คิดเร็ว ทำเร็ว และมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานเชิงรุก ๕. ผู้บริหารสำนักงาน กศน.จังหวัด มีการเร่งรัด และกำกับ ติดตามการใช้จ่ายงบประมาณให้ เป็นไปตามวัตถุประสงค์และแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามวงเงินที่ได้รับการจัดสรรจาก สำนักงาน กศน. ด้านบุคลากร ๑. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัด พร้อมที่จะเรียนรู้งานใหม่ตลอดเวลา ๒. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัด มีการแจ้งเตือนการส่งงานก่อนถึงกำหนดทุกกิจกรรม ให้กศน.อำเภอทราบ ๓. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัด สามารถใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน ๔. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ได้รวดเร็ว และทันเวลา ๕. สำนักงาน กศน.จังหวัด มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ๖. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอได้รับการส่งเสริมพัฒนาการปฏิบัติงานในหน้าที่ เช่น การให้มีใบประกอบวิชาชีพครู การให้เข้าร่วมประชุม/อบรม ด้านกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ๗. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอสามารถทำงานเป็นทีมได้อย่างมีคุณภาพ ๘. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ๙. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอมีความรู้ความสามารถในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย


93 ๑๐. บุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอมีความพร้อมในการปฏิบัติงานด้วยความ กระตือรือร้น ด้านการบริหารจัดการ ๑. สำนักงาน กศน.จังหวัด มีการมอบหมายงานได้ตรงกับความสามารถของบุคลากร ๒. สำนักงาน กศน.จังหวัด มีอุปกรณ์/เทคโนโลยี เพียงพอในการปฏิบัติงาน ๓. สำนักงาน กศน.จังหวัด/อำเภอ มีทำเลที่ตั้งมีความเหมาะสมในด้านของการให้บริการ ๔. สำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอ มีการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด ๕. การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาคำนึงถึงนโยบายและจุดเน้นของสำนักงาน กศน. ๖. การมีส่วนร่วมของบุคลากร สำนักงาน กศน.จังหวัดในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ๗. มีกิจกรรมที่หลากหลายตรงความต้องการของประชาชน เช่น การเทียบระดับการศึกษา, การ เทียบโอนความรู้และประสบการณ์, ศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน, ศูนย์ดิจิทัลชุมชน, ศูนย์ส่งเสริมพัฒนา ประชาธิปไตยตำบล, ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงประจำตำบล, ส่งเสริมการรักการอ่าน, ห้องสมุด ประชาชนเคลื่อนที่ และบ้านหนังสืออัจฉริยะ ๘. มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น ระบบ โปรแกรม e-Budget, easy dose, e-Person, e-Store, e-Salary, Acc Easy, ITW, e-Office, และ Website สำนักงาน กศน.จังหวัด ๙. สำนักงาน กศน.จังหวัด มีการจัดทำ/จัดหา คู่มือ แนวทาง แผนผังการปฏิบัติงานที่เป็นปัจจุบัน เช่น คู่มือการใช้โปรแกรมต่าง ๆ, คู่มือการดำเนินงานด้านการเงิน/บัญชี/พัสดุและแผน ๑๐. มีการกำกับติดตามงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายเป็นประจำทุกเดือน ด้านผู้เรียน/และผู้รับบริการ ๑. สถิติผู้เข้าสอบเกินร้อยละ ๗๐ ๒. ผู้รับบริการการศึกษาต่อเนื่องสามารถนำไปขยายผลเพื่อประกอบอาชีพเสริม และมีรายได้ ๓. ผู้เรียน/ผู้รับบริการ ได้รับการเรียนรู้จากกิจกรรมที่จัดให้อย่างหลากหลาย ๔. ผู้จบหลักสูตรการศึกษานอกระบบขั้นพื้นฐาน สามารถยกระดับการศึกษาไปต่อในระดับที่สูงขึ้น ได้ ด้านเทคโนโลยี ๑. บุคลากรมีทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย ๒. มีการติดตั้งสัญญาณเครือข่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการสื่อสาร ครอบคลุมทุกพื้นที่ ๓. มีเครื่องมือ อุปกรณ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์เพียงพอสำหรับการจัดการศึกษา


94 ๒. จุดอ่อนของหน่วยงาน (Weakness) ด้านผู้บริหาร ๑. ผู้บริหารสำนักงาน กศน.จังหวัด มอบหมายงานบางเรื่องให้แก่บุคลากรที่ยังขาดความรู้และ ประสบการณ์เนื่องจากบุคลากรมีน้อย ๒. ผู้บริหารสถานศึกษาบางแห่งให้ความสำคัญกับงานวิชาการน้อย ด้านบุคลากร ๑. บุคลากรที่เป็นข้าราชการในสำนักงาน กศน.จังหวัดมีน้อย ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน ๒. บุคลากรบางส่วนในกศน.อำเภอ ขาดทักษะในการปฏิบัติงานในหน้าที่ เช่น ด้านพัสดุและ การเงิน ๓. บุคลากรสำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอ บางกลุ่มงานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทนกันได้ เช่น การขอข้อมูล ๔. บุคลากรสำนักงาน กศน.จังหวัดและอำเภอ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นด้านวิชาการ น้อย ๕. บุคลากรกศน.อำเภอ จัดทำข้อมูลไม่ถูกต้องและไม่สมบูรณ์ ด้านการบริหารจัดการ ๑. เอกสารหลักฐานการเบิกจ่ายของการเงินและพัสดุของ กศน.อำเภอไม่ถูกต้องทำให้การเบิกจ่าย ได้ล่าช้า ๒. เครื่องเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ของสำนักงานมีอายุการใช้งานมาเป็นเวลานาน ทำให้การ ปฏิบัติงานล่าช้า ๓. การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมีค่อนข้างน้อย ควรเน้นจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น เช่น ผลการทดสอบ N-Net ด้านผู้เรียนและผู้รับบริการ ๑. นักศึกษา กศน. ส่วนใหญ่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานไปประกอบอาชีพอยู่ต่างภูมิลำเนา ส่งผลให้ การมาเข้าร่วมกิจกรรมทำได้น้อยครั้ง ๓. โอกาส (Opportunity) สังคม ประเพณี และวัฒนธรรม ๑. ประชาชนให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษา ๒. ประชาชนให้การยอมรับ กศน.อำเภอในการจัดการศึกษา ๓. ภาคีเครือข่ายระดับจังหวัดและอำเภอให้การยอมรับ สนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษาของ สำนักงาน กศน.จังหวัด โดยการเชิญเป็นคณะทำงาน ส่งผลให้เพิ่มประสบการณ์ในการปฏิบัติงานของ บุคลากร ๔. เครือข่ายให้ความสำคัญในการพัฒนาบุคลากร


95 ๕. องค์กร และหน่วยงานอื่น มีการให้ความร่วมมือด้านบุคลากรในการเป็นวิทยากร อาคารสถานที่ เช่น ที่ว่าการอำเภอ/ โรงพยาบาลตำบล/ อบต./ หมู่บ้าน/ วัด และโรงเรียน เป็นต้น ๖. ประชาชนเข้าร่วมประเพณีวัฒนธรรมที่หลากหลาย ทำให้สำนักงาน กศน.จังหวัดและกศน. อำเภอ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนมากขึ้น ๗. จังหวัดยโสธรมีประเพณีวัฒนธรรมที่หลากหลาย สามารถใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา กศน. ได้ ด้านเศรษฐกิจ ๑. หน่วยงาน/สถานศึกษาได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดการศึกษา และจัดกิจกรรม จากหน่วยงานต้นสังกัดอย่างต่อเนื่องทุกปี ๒. หน่วยงาน/สถานศึกษาได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดการศึกษาหรือจัดกิจกรรม จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานภาคีเครือข่ายเป็นบางส่วน ๔. อุปสรรค (Threat) ด้านการเมืองการปกครอง ๑. งานอื่นๆ ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยเหนือมีจำนวนมาก ส่งผลให้การปฏิบัติงานในหน้าที่ล่าช้า ๒. หน่วยงานต้นสังกัดจัดส่งแนวทางการปฏิบัติงานมาล่าช้า ซึ่งบางเรื่องไม่ชัดเจน ส่งผลให้การ ปฏิบัติงานเกิดความล่าช้า และมีความเสี่ยงสูง ด้านเทคโนโลยี ๑. ไม่มีงบประมาณพัฒนาด้านระบบเครือข่ายสารสนเทศ ๒. ระบบเว็บไซต์ของสำนักงาน กศน. ไม่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างทั่วถึง ๑. การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT) S จุดแข็ง (Strengths : S) จุดอ่อน (Weaknesses : W) Strategy ๑. มีการกำหนดทิศทางการจัดการศึกษาที่ ชัดเจน สอดคล้องกับภารกิจและความ ต้องการของหน่วยงาน ๒. การขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติมีความ ชัดเจน ตลอดจนมีการถ่ายทอดกลยุทธ์ไปสู่ การปฏิบัติทุกระดับได้อย่างทั่วถึง การติดตามตรวจสอบประเมินผลและการ รายงานผลการดำเนินงานไม่เป็นไปอย่าง ต่อเนื่องเท่าที่ควร Structure มีการจัดโครงสร้างการบริหารและกำหนด บทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน การบริหารงาน ของหน่วยงานและสถานศึกษาเป็นระบบ สามารถบริหารจัดการได้มาตรฐาน เนื่องจาก


Click to View FlipBook Version