แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 1 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 1 แบตเตอรี่ 9.ความถ่วงจำเพาะของนำยาที่ 1.200 - 1.230 มีสภาพความจุของแบตเตอรี่กี่เปอร์เซนต์ ก) 75 % ข) 50 % ค) 25 % ง) ไม่มีไฟ 10.ความถ่วงจำเพาะของนำยาที่ 1.260 - 1.280 มีสภาพความจุของแบตเตอรี่กี่เปอร์เซนต์ ก) มีไฟเต็ม ข) 75 % ค) 50 % ง) 25 %
สื่อการสอน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่ 1 - 2 เรื่อง : แบตเตอรี่ เวลา 14 ชั่วโมง
สื่อการสอน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่ 1 - 2 เรื่อง : แบตเตอรี่ เวลา 14 ชั่วโมง
ใบงาน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่1-2 เรื่อง : โครงสร้างและหลักการทำงานของแบตเตอรี่ เวลา 14 ชั่วโมง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1 อธิบายโครงสร้างของแบตเตอรี่ได้ 2 เข้าใจหลักการจ่ายและสะสมพลังงานของแบตเตอรี่ได้ถูกต้อง 3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบแบตเตอรี่ 4 การถอด-ประกอบของแบตเตอรี่ คำ สั่ง ให้นกัเรียนตอบคำ ถำมตอ่ ไปน้ี 1.หน้าที่ของแบตเตอรี่คือ แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานเคมีให้เป็นพลังงานไฟฟ้าทำหน้าที่สะสม พลังงานและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ระบบต่างๆในรถยนต์ได้แก่ระบอบ start ระบบจุดระเบิดระบบแสง สว่างระบบอำนวยความสะดวกเป็นต้น 2.โครงสร้างของแบตเตอรี่ประกอบด้วย 3.แผ่นธาตุประกอบด้วยแผ่นธาตุ 2 ชนิด คือ แผ่นธาตุบวก ทำจาก ตะกั่วเปอร์ออกไซด์ (PbO2) และแผ่น ธาตุลบ ซึ่งทำจากตะกั่วธรรมดา (Pb) 4.ปฏิกิริยำเคมีขนำดแบตเตอรี่มีไฟประจุเต็มเป็ นอย่ำงไร ขณะแบตเตอรี่มีประจุไฟเต็ม แผ่นธำตุบวกจะมีสภำพเป็นตะกวั่เปอร์ออกไซด์(PbO2) แผ่นธำตุลบเป็ น ตะกวั่พรุน (Pb) น้ำ กรดแบตเตอรี่มีคุณสมบตัิทำงเคมี(H2SO4) ค่ควำมถ่วงจ ำเพำะอยู่ระหว่ำง 1.260-1.280 ปฏิกิริยำเคมีขณะประจุไฟเต็มคือ PbO2+ 2H2SO4+ Pb 1 คือ ฝำเติมน้ำ กลนั่ . 2 คือ แผ่นธำตุลบ . 3 คือ เปลือกแบตเตอรี่ . 4 คือ แผ่นก้นั . 5 คือ สันร่อง . 6 คือ แผ่นธำตุบวก . 7 คือ ข้วัแบตเตอรี่ . 8 คือ ฝำครอบช้นัเดียว .
ใบงาน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่1-2 เรื่อง : โครงสร้างและหลักการทำงานของแบตเตอรี่ เวลา 14 ชั่วโมง 5.ปฏิกิริยำเคมีขนำดประจุชำร์จเข้ำแบตเตอรี่เป็ นอย่ำงไร ขณะประจุไฟ (ชาร์จ) เข้าแบตเตอรี่ ภายในแบตเตอรี่จะเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างแผ่นธาตุบวก แผ่นธาตุลบและน้ำกรดกำมะถันเกิดการคืนตัว ซัลเฟส (SO4) ซึ่งจับอยู่กับแผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบจะ แยกตัวมารวมกับไฮโดเจน (H2) มีสภาพกลายเป็นกรดกำมะถันเจือจาง (2H2SO4) ส่วนออกซิเจน (O2) จะ เข้ารวมกับตะกั่วในแผ่นธาตุบวก กลายเป็นตะกั่วพรุน (Pb) เหมือนเดิมกับขณะมีประจุไฟ ปฏิกิริยาเคมี ขณะประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ สมกำรเคมีที่เกิดข้ึนคือ PbSO4+2H20+PbSO4 → PbO2+2H2S04+Pb 6.น้ำ ยำอิเล็กโทรไลต์ของแบตเตอรี่ประกอบด้วยอะไรบ้ำง ส่วนผสมของกรดกำมะกัน (H2SO4 ) ประมาณ 30% กับน้ำ (H20) ประมาณ 64% ทำให้ได้กรด กำมะถันเจือจาง ซึ่งขณะแบตเตรี่มีประจุไฟเต็มจะมีความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดแบตเตรี่1.260 - 1:280 ที่ อุณหภูมิ 20 องศาเซลเชียส 7.แบตเตอรี่ขณะมีไฟประจุเต็มและขนำดไม่มีประจุไฟค่ำควำมถ่วงจ ำเพำะเป็ นอย่ำงไร ค่ำควำมถ่วงจ ำเพำะคณะที่มีไฟเต็ม 1.260-1.280 8.ควำมจุของแบตเตอรี่หมำยถึง ควำมสำมำรถของแบตเตอรี่ที่จะจ่ำยกระแสไฟฟ้ำออกไปได้ด้วยปริมำณคงที่ในระยะเวลำที่ก ำหนด จนกระทงั่แรงดนัลดลงเหลือ10.5โวลด์ควำมจุแบตเตอรี่จะบอกอตัรำกำรจ่ำยกระแสไฟฟ้ำของ แบตเตอรี่ต่อชวั่โมงหรือแอมแปร์/ชวั่โมง (Ah) เช่น 45 Ah, 70 Ah, 100 Ah เป็ นต้นโดยจะเทียบกับอัตรำ ภำยใน 20 ชั่วโมง 9.แบตเตอรี่ 12 โวลท์ 70 Ah มีควำมหมำยในกำรจ่ำยกระแสไฟอย่ำงไร 10.กำรบ ำรุงรักษำแบตเตอรี่มีวิธีกำรอย่ำงไร
ใบงาน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่1-2 เรื่อง : โครงสร้างและหลักการทำงานของแบตเตอรี่ เวลา 14 ชั่วโมง 5.ปฏิกิริยำเคมีขนำดประจุชำร์จเข้ำแบตเตอรี่เป็ นอย่ำงไร ขณะประจุไฟ (ชาร์จ) เข้าแบตเตอรี่ ภายในแบตเตอรี่จะเกิดปฏิกิริยาเคมีระหว่างแผ่นธาตุบวก แผ่นธาตุลบและน้ำกรดกำมะถันเกิดการคืนตัว ซัลเฟส (SO4) ซึ่งจับอยู่กับแผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบจะ แยกตัวมารวมกับไฮโดเจน (H2) มีสภาพกลายเป็นกรดกำมะถันเจือจาง (2H2SO4) ส่วนออกซิเจน (O2) จะ เข้ารวมกับตะกั่วในแผ่นธาตุบวก กลายเป็นตะกั่วพรุน (Pb) เหมือนเดิมกับขณะมีประจุไฟ ปฏิกิริยาเคมี ขณะประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ สมกำรเคมีที่เกิดข้ึนคือ PbSO4+2H20+PbSO4 → PbO2+2H2S04+Pb 6.น้ำ ยำอิเล็กโทรไลต์ของแบตเตอรี่ประกอบด้วยอะไรบ้ำง ส่วนผสมของกรดกำมะกัน (H2SO4 ) ประมาณ 30% กับน้ำ (H20) ประมาณ 64% ทำให้ได้กรด กำมะถันเจือจาง ซึ่งขณะแบตเตรี่มีประจุไฟเต็มจะมีความถ่วงจำเพาะของน้ำกรดแบตเตรี่1.260 - 1:280 ที่ อุณหภูมิ 20 องศาเซลเชียส 7.แบตเตอรี่ขณะมีไฟประจุเต็มและขนำดไม่มีประจุไฟค่ำควำมถ่วงจ ำเพำะเป็ นอย่ำงไร ค่ำควำมถ่วงจ ำเพำะคณะที่มีไฟเต็ม 1.260-1.280 8.ควำมจุของแบตเตอรี่หมำยถึง ควำมสำมำรถของแบตเตอรี่ที่จะจ่ำยกระแสไฟฟ้ำออกไปได้ด้วยปริมำณคงที่ในระยะเวลำที่ก ำหนด จนกระทงั่แรงดนัลดลงเหลือ10.5โวลด์ควำมจุแบตเตอรี่จะบอกอตัรำกำรจ่ำยกระแสไฟฟ้ำของ แบตเตอรี่ต่อชวั่โมงหรือแอมแปร์/ชวั่โมง (Ah) เช่น 45 Ah, 70 Ah, 100 Ah เป็ นต้นโดยจะเทียบกับอัตรำ ภำยใน 20 ชั่วโมง 9.แบตเตอรี่ 12 โวลท์ 70 AIS มีควำมหมำยในกำรจ่ำยกระแสไฟอย่ำงไร 10.กำรบ ำรุงรักษำแบตเตอรี่มีวิธีกำรอย่ำงไร ใบงาน ให้ข้อคิดเห็น [นร1]:
ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่1-2 เรื่อง : โครงสร้างและหลักการทำงานของแบตเตอรี่ เวลา 14 ชั่วโมง จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1 อธิบายโครงสร้างของแบตเตอรี่ได้ 2 เข้าใจหลักการจ่ายและสะสมพลังงานของแบตเตอรี่ได้ถูกต้อง 3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบแบตเตอรี่ 4 การถอด-ประกอบของแบตเตอรี่ เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ 1 แบตเตอรี่ 2 ไฮโดรมิเตอร์ 3 มัลติมิเตอร์ 4 แปลงทำความสะอาด 5 ธาตุทำความสะอาด 6 เบกกิ้งโซดา 7 น้ำกลั่นแบตเตอรี่ 8 เครื่องมือประจำตัว ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน 1 ใช้ประแจคลายน๊อตยึดขั้วแบตเตอรี่ทั้งสองและปลดออกวงเล็บปลดขั้วแบตเตอรี่ทั้ง 2 ออกขั้ว แบตเตอรี่ด้านลบออกก่อนแล้วจึงถอดด้านบวกเพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ) 2 ทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่และขั้วต่อสายแบตเตอรี่ 3 ทำความสะอาดฝาครอบแบตเตอรี่และเปลือกด้านบนด้วยน้ำอุ่นผสมเบกกิ้งโซดา 4 ตรวจรอยแตกร้าวของเปลือกแบตเตอรี่ 5 เปิดฝาช่องเติมน้ำกลั่นออกทุกช่อง 6 ใช้ไฮโดรมิเตอร์วัดค่าความถ่วงจำเพาะของน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ของแบตเตอรี่ทุกช่อง
สื่อการสอน
ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่1-2 เรื่อง : แบตเตอรี่ เวลา 14 ชั่วโมง บันทึกหลังสอน
สัปดาห์ที่……………. ชื่อวิชา รหัสวิชา แผนกวิชา หน่วยที่ รายการสอน จำนวน ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา จำนวนผู้เรียน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) 2. ผลการสอน 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายวีระศักดิ์ รุนอร่าม) / / ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ลงชื่อ หัวหน้างานหลักสูตรฯ (นายควรรบ อู่มาลา) (นายสมศักดิ์หลวงนา) / / / / ลงชื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวิสัย) / /
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 1 เรื่อง แบตเตอรี่ (สัปดาห์ที่ 1 – 2)
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ชื่อเรื่อง ระบบสตาร์ต 1. หัวข้อเรื่อง 1.1 โครงสร้างของระบบสตาร์ต 1.2 หลักการทํางานของระบบสตาร์ต 1.3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสตาร์ต 1.4 การถอด-ประกอบของระบบสตาร์ต 1.5 ตรวจสภาพของระบบสตาร์ต 1.6 การบริการระบบสตาร์ต 1.7 การบํารุงรักษาระบบสตาร์ต 1.8 การแก้ไขข้อขัดข้องระบบสตาร์ต 2. สาระสำคัญ เครื่องยนต์เผาไหม้ภายในไม่สามารถสตาร์ตได้เองจะต้องมีระบบหมุนเครื่องยนต์ในช่วงเริ่มต้นการทำงาน เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วจะหมุนด้วยกำลังของการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการทำงานของระบบสตาร์ต 3.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับถอด-ประกอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบสตาร์ตตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับการตรวจสภาพชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบสตาร์ตตามคู่มือ 3.4 แสดงความรู้เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของระบบสตาร์ตตามคู่มือ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) 4.1สมรรถนะทั่วไป 4.1.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของระบบสตาร์ต 4.1.2 แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทํางานของระบบสตาร์ต 4.1.3 แสดงทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสตาร์ต 4.1.4 แสดงทักษะเกี่ยวกับการถอด-ประกอบของระบบสตาร์ต 4.1.5 แสดงทักษะเกี่ยวกับตรวจสภาพของระบบสตาร์ต 4.1.6 แสดงทักษะเกี่ยวกับการบริการระบบสตาร์ต 4.1.7 แสดงความรู้เกี่ยวกับการบํารุงรักษาระบบสตาร์ต 4.1.8 แสดงทักษะเกี่ยวกับการแก้ไขข้อขัดข้องระบบสตาร์ต
4.2 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 4.2.2 อธิบายหลักการทำงานของระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 4.2.3 บอกเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 4.3 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ปฏิบัติ) 4.3.1 ใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 4.3.2 ถอด-ประกอบของระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 4.3.3 ตรวจสภาพของระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 4.3.4 บริการระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 4.3.5 แก้ไขข้อขัดข้องระบบสตาร์ตได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอน สัปดาห์ที่3 ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ (20101-2005) ได้กําหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลักการเรียนการสอนแบบ MIAP ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนที่นำเสนอเนื้อหา มีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียน สัปดาห์ที่3 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต โครงสร้างของระบบสตาร์ต หลักการทํางานของระบบสตาร์ต การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสตาร์ต การถอด-ประกอบของระบบสตาร์ต 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบสตาร์ต 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 4 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต
5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่4 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต ตรวจสภาพของระบบสตาร์ต การบริการระบบสตาร์ต การบํารุงรักษาระบบสตาร์ต การแก้ไขข้อขัดข้องระบบสตาร์ต 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบสตาร์ต 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 4 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 6. สื่อการเรียนรู้ 6.1. สื่อการสอน Power point หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 6.2 สื่อการเรียนการสอนจากของจริง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม 7.1. ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องระบบสตาร์ต 7.2. แบบฝึกหัด
8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 8.1. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ทฤษฎี) - แบบทดสอบ - ถาม - ตอบ - แบบทดสอบ - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.2. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ปฏิบัติ) - ถาม - ตอบ - ใบงาน - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.3 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - สังเกตุการณ์ - แบบประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เกณฑ์ร้อยละ 80
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.1 ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์ เครื่องยนต์เผาไหม้ภายในไม่สามารถสตาร์ตได้เอง จะต้องมีระบบหมุนเครื่องยนต์ในช่วงเริ่มต้นการ ทำงาน เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้วจะหมุนด้วยกำลังของการจุดระเบิด ดังแสดงในรูปที่ 2.1 รูปที่2.1 แสดงลักษณะของวงจรสตาร์ตเครื่องยนต์ 2.2 โครงสร้างมอเตอร์สตาร์ต 2.2.1. สวิตซ์ (switch) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เปิดปิดวงจรไฟฟ้า ทำหน้าที่ตัดต่อกระแสไฟฟ้าที่จะไหลเข้ามอเตอร์สตาร์ตดัง แสดงในรูปที่ 2.2 รูปที่ 2.2 แสดงลักษณะของสวิตย์กุญแจ
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.2.2. ชุดเฟืองขับ (drive pinion) ทำหน้าที่รับแรงหมุนจากอาร์มาเจอร์ขับล้อช่วยแรงให้หมุนเพื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ดังแสดงในรูปที่ 2.3 รูปที่ 2.3 แสดงลักษณะของชุดฟิองขับ 2.2.3. อาร์มาเจอร์(armature) หรือเรียกทั่วไปว่า “มัดข้าวต้ม” เป็นขดลวดไฟฟ้า ปลายของขดลวดจะต่อเข้ากับคอมมิวเตเตอร์ ซึ่ง หมุนอยู่ภายในของมอเตอร์สตาร์ตไฟฟ้า ดังแสดงในรูปที่ 2.4 รูปที่2.4 แสดงลักษณะของอาร์มาเจอร์
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.2.4. แปรงถ่าน(brush) ทำหน้าที่ต่อระหว่างคอมมิวเตเตอร์ของอาร์มาเจอร์ด้วยแรงกดของสปริงทำให้กระแสไฟฟ้าไหลจาก คอยล์ไปยังอาร์มาเจอร์ดังแสดงในรูปที่ 2.5 รูปที่ 2.5 แสดงลักษณะของแปรงถ่าน 2.2.5. คอมมิวเตเตอร์(commutator) มีลักษณะเป็นแหวนตัวนำโดยติดตั้งบนเพลาของอาร์มาเจอร์จะสัมผัสกับแปรงถ่าน และเปลี่ยนความถี่ ของกระแสไฟฟ้าในขดลวดอาร์มาเจอร์ด้วย ดังแสดงในรูปที่ 2.6 รูปที่ 2.6 แสดงลักษณะของคอมมิวเตเตอร์
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.3 ชุดขับเคลื่อนของมอเตอร์สตาร์ต ชุดขับเคลื่อนของมอเตอร์สตาร์ตประกอบด้วยเฟืองพีเนียน เฟืองนี้จะเข้าขบกับเฟืองวงแหวนบนล้อ ช่วยแรง โดยจะมีชุดเฟืองทดเพื่อทำให้อาร์มาเจอร์หมุนเร็วประมาณ 15 เท่าของล้อช่วยแรง ชุดโรเตอร์มี อัตราเร็วรอบ 2000 ถึง 3000 รอบต่อนาที ขณะที่ล้อช่วยแรงจะหมุนด้วยความร็วประมาณ 300 รอบต่อนาที หลังจากสตาร์ตเครื่องยนต์ติดแล้วรอบเครื่องยนต์จะเพิ่มเป็น 3000 รอบ คลัตซ์ทางเดียวและเฟืองพีเนียนจะหมุนไปพร้อมกับมอเตอร์หลังจากสตาร์ตติดแล้วเครื่องยนต์จะเป็น ฝ่ายขับเฟืองพีเนียนและจะหมุนฟรีที่คลัตซ์ทางเดียวก่อนจะถอยกลับ การทดเฟือง มอเตอร์สตาร์ตมีการทดเฟืองด้วยเพื่อเพิ่มแรงบิดในการหมุนของเครื่องยนต์ การทดเฟือง ระหว่างชุดโรเตอร์กับล้อช่วยแรงจะมีค่าสประมาณ 45:1 นั่นคือชุดโรเตอร์ชุดโรเตอร์จะหมุนด้วยอัตราเร็วรอบ เป็น 45 เท่าของเพลาข้อเหวี่ยง ดังแสดงในรูปที่ 2.7 รูปที่ 2.7 แสดงลักษณะของโครงสร้างของคลัตท์ทางเดียว
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.4 การควบคุมมอเตอร์สตาร์ต 2.4.1 ระบบหน้าสัมผัสในสวิตซ์กุญแจ เมื่อหมุนสวิตซ์กุญแจไปที่ตำแหน่ง START หน้าสัมผัสจะชนกันทำให้โซเลนอยด์ของมอเตอร์ สตาร์ตต่อถึงแบตเตอรี่หลังจากเครื่องยนต์ติดแล้วและปล่อยสวิตซ์กุญแจ สปริงในตัวสวิตซ์จะดันให้กุญแจหมุน กลับมาสู่ที่ตำแหน่ง ON โซเลนอยด์มีขดลวด 2 ชุด คือ ขดลวดดึงและขดลวดยึด ขดลวดทั้งสองทำงานร่วมกัน โดยการ ดึงแกนเลื่อนให้เคลื่อนที่เข้าข้างในทำให้เฟืองพีเนียนเข้าขบกับเฟืองวงแหวนบนล้อช่วยแรง ทำให้หน้าสัมผัส ของสวิตซ์ชนกันหลังจากที่แกนเลื่อนเคลื่อนที่เข้าข้างในแล้วขดลวดดึงจะหยุดทำงาน ในขณะที่ขดลวดยึดยังคง ทำงานอยู่ดังแสดงในรูปที่ 2.8 รูปที่ 2.8 แสดงลักษณะของวงจรของระบบสตาร์ต 2.4.2. ระบบสตาร์ตแบบใช้รีเลย์ เมื่อสวิตซ์กุญแจถูกหมุนไปตำแหน่ง START รีเลย์มอเตอร์สตาร์ตจะต่อถึงแบตเตอรี่ทำให้ หน้าสัมผัสในรีเลย์ชนกัน ทำให้มอเตอร์สตาร์ตต่อเข้ากับมอเตอร์สตาร์ตโดยตรงและเริ่มหมุนเครื่องยนต์ดัง แสดงในรูปที่ 2.9 รูปที่ 2.9 แสดงลักษณะของระบบสตาร์ตแบบใช้รีเลย์
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.5 วิธีการสตาร์ตเครื่องยนต์ 2.5.1. การสตาร์ตเครื่องยนต์เกียร์ธรรมดา • ดึงเบรกมือปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด • เข้าเกียร์ว่าง(ก่อนสตาร์ตรถ) • เหยียบคลัตซ์ให้สุด เพื่อช่วยผ่อนแรงมอเตอร์สตาร์ตและช่วยยืดอายุของแบตเตอรี่ 2.5.2. การสตาร์ตเครื่องยนต์เกียร์อัตโนมัติ • ดึงเบรกมือปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด • เข้าเกียร์ N หรือ P 2.6 การสตาร์ตเครื่องยนต์เบนซินขณะเครื่องยนต์เย็น 2.6.1 แบบใช้คาร์บูเรเตอร์ • เปิดสวิตซฺกุญแจไปตำแหน่ง ON ตรวจดูการทำงานของเกจวัดและไฟเตือนต่างๆ • เหยียบคันเร่ง 1 ครั้งแล้วปล่อยหรือดึงปุ่มโช้คอย่างใดอย่างหนึ่ง • สตาร์ตเครื่องยนต์โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง • ตรวจดูการทำงานของเกจวัดและไฟเตือนต่างๆและอุ่นเครื่องยนต์ก่อนนำออกไปใช้ใช้งาน 2.6.2 แบบใช้หัวฉีด • เปิดสวิตซ์กุญแจไปตำแหน่ง ON ตรวจระบบการทำงานของเกจวัดและไฟเตือนต่างๆ • สตาร์ตเครื่องยนต์โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง เครื่องยนต์บางรุ่นมีหัวฉีดสตาร์ตเย็นทำหน้าที่แทนโช้ค
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.6 ขั้นตอนการถอด-ประกอบระบบสตาร์ท ถอดสายไฟขั้ว ถอดสายไฟขั้ว C 2.6.1 ถอดสายไฟขั้ว C รูปที่ 2.9 แสดงลักษณะของการถอดสายไฟขั้ว C 2.6.2 ถอดโบลต์ยึดมอเตอร์ รูปที่ 2.10 แสดงลักษณะของถอดโบลต์ยึดมอเตอร์ 2.6.3 การถอดมอเตอร์ออกจากชุดสวิตช์แม่เหล็ก ชุดสวิตช์แม่เหล็ก รูปที่ 2.11 แสดงลักษณะของการถอดมอเตอร์ออกจาก ชุดสวิตช์แม่เหล็ก
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.6.4 การถอดแปลงถ่าน รูปที่ 2.12 แสดงลักษณะของการถอดแปลงถ่าน 2.6.5 การถอดทุ่นอาเมเจอร์ รูปที่ 2.13 แสดงลักษณะของการถอดทุ่นอาเมเจอร์ 2.6.6 การถอดทุ่นอาเมเจอร์ รูปที่ 2.14 แสดงลักษณะของการถอดทุ่นอาเมเจอร์
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.6.7 การถอดสวิตช์แม่เหล็กออก รูปที่ 2.15 แสดงลักษณะการถอดสวิตช์แม่เหล็กออก 2.6.8 การถอดเฟืองสะพาน รูปที่ 2.16 แสดงลักษณะการถอดเฟืองสะพาน 2.6.9 การถอดเฟืองสะพาน รูปที่ 2.16 แสดงลักษณะการถอดเฟืองสะพาน
ใบความรู้หน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 2.6.10 ถอดลูกปืนออกจากชุดเฟืองทด และระวังอย่าให้ลูกปืนหาย รูปที่ 2.17 แสดงลักษณะของการถอดลูกปืนออกจากชุดเฟืองทด 2.6.11 ถอดสปริงออกจากสวิตช์แม่เหล็ก รูปที่ 2.17 แสดงลักษณะของการถอดสปริงออกจากสวิตช์แม่เหล็ก 2.6.12 ประกอบมอเตอร์สตาร์ทเสร็จสิ้น รูปที่ 2.18 แสดงลักษณะของลักษณะมอเตอร์สตาร์ต
แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. หลักการของระบบสตาร์ตคือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 2. ส่วนประกอบของมอเตอร์สตาร์ตคือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 3. หลักการทดเฟืองของมอเตอร์สตาร์ต คือ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 4. วิธีการสตาร์ตเครื่องยนต์แบบเกียร์ธรรมดา .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 5. การติดตั้งมอเตอร์สตาร์ตมีขั้นตอน คือ ......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 6. การสตาร์ตเครื่องยนต์เกียร์อัตโนมัติ ......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 2 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 2 ระบบสตาร์ต 7. ระบบสตาร์ตแบบใช้รีเลย์ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 8. ชุดโรเตอร์มีอัตราเร็วรอบ 2000 ถึง 3000 รอบต่อนาที ล้อช่วยแรงจะหมุนด้วยความร็วประมาณกี่รอบ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 9. หน้าที่ของชุดเฟืองขับ .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... 10. หน้าที่ของแปรงถ่าน .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................... ..........................................................................................................................................................................
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใบงาน หน้า : 1 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท งานตรวจระบบสตาร์ท งานตรวจระบบสตาร์ทจะต้องมีเครื่องมือ / อุปกรณ์ที่ใช้ดังนี้ 1. มอเตอร์สตาร์ท 2. แบตเตอร์รี่ 3. มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล 4. ไขควง 5. ประแจแหวน 6. ตาชั่งสปริง 7. เวอร์เนียคาลิปเปอร์
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใบงาน หน้า : 2 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่1 แสดงลักษณะของมอเตอร์สตาร์ท 1. มอเตอร์สตาร์ท หน้าที่ของมอเตอร์สตาร์ท คือ ทำให้ เครื่องยนต์เริ่มหมุนได้ จากนั้นเครื่องยนต์ก็จะเริ่มหมุนไป เรื่อยๆ ส่วนระบบสตาร์ทก็จะหยุดการทำงานลงทันทีที่ เครื่องยนต์เริ่มทำงาน รูปที่2 แสดงลักษณะของมัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล รูปที่3 แสดงลักษณะของแบตเตอรี่ 2. มัลติมิเตอร์แบบดิจิตอล เป็นเครื่องมือวัดปริมาณทาง ไฟฟ้าหลายประเภทรวมอยู่ในเครื่องเดียวกัน ความสามารถของเครื่องมัลติมิเตอร์ มีดังนี้ -วัดความต่างศักย์ทางไฟฟ้ากระแสสลับ AC VOLTAGE -วัดความต่างศักย์ทางไฟฟ้ากระแสตรง DC VOLTAGE -วัดองศาการจุดระเบิดในกระบอกสูบ -วัดรอบการทำงานของเครื่องยนต์ -วัดโอห์ม -วัดอุณหภูมิได้ ทั้ง องศา C และ องศา F -วัดปริมาณกระแสตรง และ กระแสสลับ 3. แบตเตอรี่ เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่สะสมพลังงาน ไฟฟ้า รถยนต์ทุกคันต้องมีแบตเตอรี่ เพื่อจ่ายพลังงาน ไฟฟ้า ให้แก่ระบบสตาร์ท ระบบจุดระเบิด ระบบแสง สว่าง อุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบอื่น ๆ
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใบงาน หน้า : 3 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่ 4 แสดงลักษณะของไขควงแบน 4. ไขควงแบน ไขควงปากแบนใช้สำหรับถอดตะปู เกลียวหัวผ่าเท่านั้นอย่าใช้งัดฝากระป๋องหรือตอกสิ่งใด ๆ ควรซื้อเฉพาะไขควงที่ทำด้วยเหล็กคุณภาพดีไข ควงปากแบนมีทั้งปากใหญ่และปากเล็ก ซึ่งต้อง เลือกใช้ให้เหมาะกับขนาดของตะปูเกลียว รูปที่ 5 แสดงลักษณะของไขควงแฉก 5. ไขควงแฉก ไขควงปากแฉก ใช้สำหรับถอดและ ขันตะปูเกลียวปากแฉก ซึ่งมีที่ใช้มากในการยึด อุปกรณ์ภายในของรถยนต์ เพราะไม่ลื่นไถลง่าย เหมือนตะปูหัวผ่าธรรมดา รูปที่ 6 แสดงลักษณะของประแจแหวนประแจ 6. ประแจแหวนประแจ (Wrench) มีอยู่หลาย ชนิด จะผลิตขนาดของปากมาตามมาตรฐานการผลิต แป้นเกลียวและสลักเกลียวด้ามของประแจ จะมีความ ยาวตามมาตรฐาน
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใบงาน หน้า : 4 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่ 7 แสดงลักษณะของตาชั่งสปริง 7.ตาชั่งสปริง ใช้วัดน้ำหนักของอุปกรณ์ต่างๆ รูปที่8 แสดงลักษณะของเวอร์เนียคาลิเปอร์ 8.เวอร์เนียคาลิเปอร์ เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวัด ละเอียด
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใบงาน หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบงาน หน้า : 5 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่ 9 แสดงลักษณะของตรวจสอบความจุของแบตเตอรี่ งานตรวจสอบระบบสตาร์ท เมื่อมอเตอร์สตาร์ทไม่หมุนทำงานหรือหมุนแต่ว่ารอบต่ำ ให้ทำการตรวจสอบมอเตอร์สตาร์ตบนรถยนต์ก่อนว่า สาเหตุเกิดมาจากระบบไฟฟ้าหรือตัวมอเตอร์สตาร์ท เมื่อตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากมอเตอร์สตาร์ท จึง จะทำการถอดมอเตอร์สตาร์ตออกมาตรวจซ่อม มีการ ตรวจสอบมีขั้นตอนดังนี้ การตรวจสอบแบตเตอรี่ การตรวจสอบแบตเตอรี่สามารถทำได้ดังนี้ 1. ตรวจสอบความจุของแบตเตอรี่ 2. ตรวจดูขั้วแบตเตอรี่ ต้องแน่นและสะอาด 3. ตรวจดูสายบวกและลบของแบตเตอรี่ ต้องแน่น 4. บิดสวิตช์จุดระเบิดในตำแหน่ง ST วัดแรง เคลื่อนที่ขั้วแบตเตอรี่ ต้องได้ 9.6 โวลต์ขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้ให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หน้า : 6 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่10 แสดงลักษณะของการตรวจสอบ แรงเคลื่อนไฟฟ้า การตรวจสอบแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ขั้ว 50 ของมอเตอร์ สตาร์ท การตรวจสอบแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ขั้ว 50 ของ มอเตอร์สตาร์ทสามารถทำได้ดังนี้ 1. บิดสวิตซ์จุดระเบิดไปในตำแหน่ง ST วัด แรงเคลื่อนไฟฟ้าระหว่างขั้ว 50 และกราวด์ ต้องได้แรงเคลื่อนไฟฟ้า 8.0 โวลต์ขึ้นไป 2. ถ้าแรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำกว่า 8.0 โวลต์ ให้ตรวจ ฟิวส์ สายฟิวส์ และสวิตซ์จุดระเบิด การตรวจสอบแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ขั้ว30 ของมอเตอร์ สตาร์ท 1. บิดสวิตซ์จุดระเบิดไปในตำแหน่ง ST วัด แรงเคลื่อนไฟฟ้าระหว่างขั้ว 30 และกราวด์ แรงเคลื่อนไฟฟ้าต้องได้8.0 โวลต์ขึ้นไป 2. ถ้าแรงเคลื่อนไฟฟ้าต่ำกว่า 8.0 โวลต์ ตรวจดู สายเมนที่แบตเตอรี่ ถ้าไม่ดี ให้เปลี่ยนใหม่
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบงาน หน้า : 7 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่11 แสดงลักษณะของการถอดมอเตอร์สตาร์ท รูปที่12 แสดงลักษณะของแยกส่วนประกอบต่างๆ การถอดและประกอบมอเตอร์สตาร์ท ขั้นตอนการถอดและประกอบและตรวจสอบมอเตอร์ สตาร์ททุกๆแบบจะมีขั้นตอนที่เหมือนๆกัน จึงควรศึกษา ขั้นตอนต่างๆ ให้เข้าใจ เพื่อที่จะปฏิบัติได้ถูกต้อง และไม่ ทำให้มอเตอร์สตาร์ทเกิดความเสียหายและชำรุด การถอดมอเตอร์สตาร์ท 1. คลายสกรูที่ยึดเสื้อของแปรงถ่านออก 2. ถอดอาร์เมเจอร์เบรกออก 3. คลายโบลต์ที่ยึดโครงมอเตอร์สตาร์ตออก 4. ถอดสลักจุดหมุนก้ามปูออก 5. คลายสกรูที่ยึดโซรีนอยด์ออก 6. แยกส่วนประกอบต่างๆของมอเตอร์สตาร์ท ออก 7. ใช้ไขควงแบนหรือเหล็กปลายแหลมงัดแหวน ล็อคออก 8. ดึงปลอกกันชนออก 9. ดึงชุดโองเวอร์รันนิ่งคลัตซ์ออก
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบงาน หน้า : 8 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่13 แสดงลักษณะของตรวจการรั่วลงกราวด์ รูปที่14 แสดงลักษณะของตรวจวัดการขาดของ คอมมิวเทเตอร์ ตรวจการลัดวงจร การตรวจสอบอาร์เมเจอร์ 1. ตรวจการรั่วลงกราวด์ของขดลวดอาร์เมเจอร์ โดยใช้โอห์มมิเตอร์ทดสอบ วัดระหว่างซี่คอมมิว เทเตอร์กับแกนอาร์เมเจอร์ สายที่จี้คอมมิวเท เตอร์ให้หมุนไปรอบๆ เข็มของโอห์มมิเตอร์ จะต้องไม่ขึ้น หรือหลอดไฟจะต้องไม่ติด ถ้าไม่ เป็นไปตามนี้ ให้เปลี่ยนอาร์เมเจอร์ใหม่ 2. ตรวจวัดการขาดของคอมมิวเทเตอร์โดยใช้โอห์ม มิเตอร์ ทดสอบจี้ที่ซี่คอมมิวเทเตอร์ไปรอบๆ เข็ม ของโอห์มมิเตอร์จะต้องขึ้น ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ให้ เปลี่ยนอาร์เมเจอร์ใหม่ 3. ตรวจคอมมิวเทเตอร์ วัดความกลมของมิวเท เตอร์ ต้องไม่เกิน 0.4 มิลลิเมตร (0.016 นิ้ว) ถ้า เกินค่าที่กำหนด ให้นำไปกลึงให้กลม 4. ตรวจการลัดวงจรของขดลวดอาร์เมเจอร์ วาง อาร์เมเจอร์บนเครื่องโกรว์เลอร์ เปิดสวิตช์เครื่อง โกรว์เลอร์ให้เครื่องโกรว์เลอร์เป็นแม่เหล็ก นำ แผ่นเหล็กบางๆวาง บนอาร์เมเจอร์ล้วหมุนไป รอบๆ ถ้าแผ่นเหล็กถูกดูดตรงตำแหน่งใดก็แสดง ว่าขดลวดอาร์เมเจอร์เกิดการลัดวงจร ให้เปลี่ยน อาร์เมเจอร์ใหม่ ซี่คอมมิวเทเตอร์ แกนอาร์เมเจอร์ ปรับที่โอห์มมิเตอร์ จ้ีที่ซี่คอมมิวเทเตอร์ไปรอบๆ
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบงาน หน้า : 9 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่16 แสดงลักษณะของตรวจความสะอาดและ ความลึก รูปที่17 แสดงลักษณะของการตรวจสอบฟิลด์คอยล์ 5. ตรวจความสะอาดและความลึกของร่องไมก้า คอมมิวเทเตอร์ ความลึกของร่องไมก้าต้องไม่ น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร (0.008นิ้ว) ถ้าความลึก น้อยกว่าค่าที่กำหนดให้ทำการเซาะร่องโดยใช้ใบ เลื่อยเซาะร่องให้ได้ความลึก 0.5 ถึง 0.8 มิลลิเมตร (0.020 ถึง 0.031นิ้ว) การตรวจสอบฟิลด์คอยล์ 1. ตรวจการขาดวงจรของฟิลด์คอยล์โดยใช้โอห์ม มิเตอร์ สายทั้งสองของเครื่องวัดจี้ที่สายที่ต่อกับ แปรงถ่าน เข็มของโอห์มมิเตอร์จะต้องขึ้น ถ้าไม่ เป็นไปตามนี้ ให้เปลี่ยนฟิลด์คอยด์ใหม่ 2. ตรวจสอบการรั่วลงกราวด์ของฟิลด์คอยด์โดยใช้ โอห์มมิเตอร์สายหนึ่งที่สายต่อกับแปรงถ่าน และ อีกสายหนึ่งจี้ที่โครงของฟิลด์คอยล์ เข็มจะต้อง ไม่ขึ้น ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ให้เปลี่ยนฟิลด์คอยล์ ใหม่ สายต่อแปรงถ่าน สายต่อแปรงถ่าน โครงฟิลด์คอยด์
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใบงาน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หน้า : 10 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่18 การตรวจสอบชุดแปรงถ่าน การตรวจสอบชุดแปรงถ่าน 1. ตรวจการรั่วลงกราวด์ของซองแปรงถ่านบวก โดยใช้โอห์มมิเตอร์ สายหนึ่งจี้ที่ซองแปรงถ่าน บวก อีกสายหนึ่งจี้ที่โครงยึดแปรงถ่าน เข็ม จะต้องไม่ขึ้น ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ให้เปลี่ยนโครง ยึดแปรงถ่านใหม่ 2. ตรวจวัดความยาวของแปรงถ่าน ต้องมีความ ยาวไม่น้อยกว่า 10 มิลลิเมตร (0.39นิ้ว) ถ้า ความยาวน้อยกว่า 10 มิลลิเมตร (0.39นิ้ว) ให้ เปลี่ยนแปรงถ่านใหม่ 3. ตรวจวัดสปริงกดแปรงถ่าน โดยใช้ตาชั่งเกี่ยว สปริงและดึงสปริงกดแปรงถ่าน ขณะที่สปริง เริ่มเคลื่อนที่ให้อ่านค่าที่ตาชั่ง ต้องได้ค่าไม่น้อย กว่า 1.0 กิโลกรัม (2.2ปอนด์) ถ้าไม่ได้ตามนี้ ให้ เปลี่ยนสปริงกดแปรงถ่านใหม่ ซองแปรงถ่าน โครงยึดแปรงถ่าน แปรงถ่าน ต้องได้ค่าไม่น้อยกว่า 1.0 กิโลกรัม (2.2ปอนด์)
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบงาน หน้า : 12 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่19 การตรวจสอบชุดโอเวอร์รันนิ่งคลัตซ์ รูปที่20 การตรวจสวิตซ์แม่เหล็ก การตรวจสอบชุดโอเวอร์รันนิ่งคลัตซ์ การตรวจสอบชุดโอเวอร์รันนิ่งคลัตซ์ทำได้โดย การตรวจเฟืองขับ โดยดูการแตกหักหรือบิ่นของฟันเฟือง ถ้ามี ให้เปลี่ยนใหม่ และตรวจชุดคลัตซ์โดยหมุนเฟืองขับ ตามเข็มนาฬิกา เฟืองขับจะหมุนได้ และหมุนทวนเข็ม นาฬิกา เฟืองขับจะถูกล็อค ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ให้เปลี่ยน ชุดโอเวอร์คลัตซ์รันนิ่งใหม่ การตรวจสวิตซ์แม่เหล็ก (โซลีนอยด์) 1. ตรวจสอบพลันเยอร์ โดยกดพลันเยอร์เข้า และปล่อย พลันเยอร์จะต้องออกมาอย่าง รวดเร็ว ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ให้ตรวจสอบ สปริงดันพลันเยอร์ 2. ตรวจสอบการขาดวงจรของขดลวดชุดดึง ใช้โอห์มมิเตอร์ทดสอบวัดระหว่างขั้ว 50 และขั้ว C เข็มจะต้องขึ้น ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ให้เปลี่ยนสวิตซ์แม่เหล็กใหม่ 3. ตรวจสอบการขาดวงจรของขดลวดชุดยึด ใช้โอห์มมิเตอร์วัดระหว่างขั้ว 50 และ โครง ของสวิตซ์แม่เหล็ก เข็มจะต้องขึ้น ถ้าไม่ เป็นไปตามนี้ ให้เปลี่ยนสวิตซ์แม่เหล็กใหม่ หมุน ล็อค กดเข้า ข้วั C ข้วั 50 โครงสวิตซ์แม่เหล็ก ข้วั 50
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบงาน หน้า : 13 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่21 ตรวจสอบฝา รูปที่22 การตรวจสอบมอเตอร์สตาร์ท การตรวจสอบฝาครอบหน้า- หลัง การตรวจสอบฝาครอบหน้า-หลัง ทำได้โดย ตรวจดูการชำรุดหรือสึกหรอของบูช ให้เปลี่ยนใหม่เมื่อ บูชชำรุดหรือสึกหรอ การตรวจสอบมอเตอร์สตาร์ทและสวิตซ์แม่เหล็ก การตรวจสอบมอเตอร์สตาร์ทและสวิตซ์ แม่เหล็กสามารถตรวจสอบทั้งก่อนและหลังจาก ประกอบมอเตอร์สตาร์ทแล้ว ซึ่งจะทำให้สามารถ วิเคราะห์สภาพการทำงานของมอเตอร์สตาร์ทได้ถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะทำการทดสอบให้รีบกระทำอย่าง รวดเร็วประมาน3 ถึง 5 วินาที เพื่อป้องกันสวิตซ์ แม่เหล็กเสียหาย การทดสอบขดลวดชุดดึง ให้ถอดสายไฟมอเตอร์สตาร์ทที่ขั้ว C ออก นำสายไฟ แบตเตอรี่ขั้วบวกหนึ่งเส้นคีบเข้าที่ขั้ว 50 และสายลบ 2 เส้นคีบที่ขั้วC และโครงมอเตอร์สตาร์ท สวิตซ์แม่เหล็ก จะทำงาน เฟืองจะถูกดันออกจนสุด แสดงว่าขดลวดชุด ดึงทำงาน ถ้าเฟืองขับไม่ถูกดันออก แสดงว่าขดลวดชุด ดึงขาด เปลี่ยนสวิตซ์แม่เหล็กใหม่ ขั้ว บวก (+) ขั้ว ลบ (-) สายไฟขั้ว C ขั้วบวก คีบ ที่ขั้ว50 ขั้วลบ คีบ ที่ขั้ว C
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ ใบงาน หน้า : 14 หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท รูปที่26 การทดสอบขดลวดชุดยืด รูปที่27 การตรวจสอบระยะห่างเฟื องขับ การทดสอบขดลวดชุดยืด เมื่อเอาสายลบที่ข้ัว C ออก เฟื องขับยังไม่ดีดตัวกลับ แสดงว่าขดลวดชุดยึดขาด ให้เปลี่ยนสวิตซ์แม่เหล็ก ใหม่ การตรวจสอบระยะห่างเฟื องขับ ขณะที่ขดลวดชุดยึดยังท างาน ให้ใช้เวอร์ เนี ยวัด ระยะห่างระหว่างเฟื องขับกับปลอกกันชน ซึ่งจะต้อง อยู่ในค่าพิกัดระหว่าง 0.1 ถึง 0.4 มิลลิเมตร (0.004 ถึง 0.016 นิ้ว) การตรวจสอบการคืนกลับของเฟื องขับ เมื่อเอาสายลบที่โครงของมอเตอร์สตาร์ตออก เฟื องขับ จะดีดตัวกลับเข้าที่เดิมด้วยแรงของสปริง แสดงว่าการ ประกอบสปริงและก้ามปูถูกต้อง ตรวจสอบการหยุดของมอเตอร์สตาร์ทเมื่อตัด วงจร มอเตอร์สตาร์ทต้องหยุดโดยทันที ถ้ายังหมุนอยู่ แสดงว่าเหตุบกพร่องข้ึนกบัอาร์เมเจอร์เบรก ให้ทา การ ตรวจสอบดูอาร์เมเจอร์เบรกใหม่ เอาสายลบ ที่ขั้ว C ออก สายลบ
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท วัสดุ : มอเตอร์สตาร์ท คำสั่ง : ให้นักศึกษา 1. ถอดประกอบมอเตอร์สตาร์ท ขั้นตอนการทำงาน วัสดุ/เครื่องมืออุปกรณ์ ชื่อนักศึกษา : ผู้ควบคุม : ห้อง/ชั้น : วันที่ : ใบสั่งงาน
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ใบประเมินผล หน้า :19 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ หัวข้อเรื่อง : งานตรวจสอบระบบสตาร์ท ชื่อนักศึกษา............................................................................................................กลุ่มที่.......................................... วันที่ปฏิบัติงาน........................................................................................................................................................... คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับความคิดเห็นตรงกับระดับผลงานของนักศึกษา ลำดับ รายการ คะแนน หมายเหตุ เต็ม ได้ 1 ตรวจสอบแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ขั้ว 50 ของมอเตอร์สตาร์ท 20 2 ตรวจสอบแรงเคลื่อนไฟฟ้าที่ขั้ว 30 ของมอเตอร์สตาร์ท 20 3 ถอดมอเตอร์สตาร์ท 20 4 ตรวจสอบอาร์มาเจอร์ 20 5 ตรวจสอบฟิลด์คอยล์ 20 รวม 100 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ได้........................คะแนน ลงชื่อ……........................................................ผู้ตรวจ
หลักสูตร : ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ใบประเมิน หน้า : 20 ชื่อวิชา : ปฏิบัติงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์ หัวข้อเรื่อง : งานตรวจระบบสตาร์ท ชื่อนักศึกษา............................................................................................................กลุ่มที่........................................... เรื่อง งานตรวจระบบสตาร์ท ลำดับ รายการ คะแนนเต็ม 10 หมายเหตุ 1 การแต่งกายที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน 2 การเตรียมอุปกรณ์การตรวจระบบสตาร์ท 3 ท่าทางการจับเครื่องมือ 4 มีการศึกษาวิธีการใช้ก่อนที่จะใช้เครื่อง 5 ถอดมอเตอร์สตาร์ทได้อย่างถูกต้อง 6 ประกอบมอเตอร์สตาร์ทได้อย่างถูกต้อง 7 ปฏิบัติงานตามขั้นตอนที่กำหนด 8 มีความสนใจในงานที่ปฏิบัติ 9 ตรวจวัดมอเตอร์สตาร์ทได้อย่างถูกต้องปลอดภัย 10 เก็บเครื่องมืออุปกรณ์เข้าที่เรียบร้อย รวมคะแนนจาก 100 คะแนน
บันทึกหลังสอน สัปดาห์ที่……………. ชื่อวิชา รหัสวิชา แผนกวิชา หน่วยที่ รายการสอน จำนวน ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา จำนวนผู้เรียน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) 2. ผลการสอน 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายวีระศักดิ์ รุนอร่าม) / / ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ลงชื่อ หัวหน้างานหลักสูตรฯ (นายควรรบ อู่มาลา) (นายสมศักดิ์ หลวงนา) / / / / ลงชื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวิสัย) / /
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 2 เรื่อง ระบบสตาร์ท (สัปดาห์ที่ 3 - 4)
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ชื่อเรื่อง ระบบจุดระเบิด 1. หัวข้อเรื่อง 1.1 โครงสร้างของระบบจุดระเบิด 1.2 หลักการทํางานของระบบจุดระเบิด 1.3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบจุดระเบิด 1.4 การถอด-ประกอบของระบบจุดระเบิด 1.5 ตรวจสภาพของระบบจุดระเบิด 1.6 การบริการระบบจุดระเบิด 1.7 การบํารุงรักษาระบบจุดระเบิด 1.8 การแก้ไขข้อขัดข้องระบบจุดระเบิด 2. สาระสำคัญ ระบบจุดระเบิด เป็นบ่อเกิดของพลังงานความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบของ เครื่องยนต์ แรงระเบิดเกิดเป็นพลังงานความร้อน ผลักดันลูกสูบให้เคลื่อนที่เปลี่ยนเป็นพลังงานกล การเผา ไหม้อย่างฉับพลันที่เรียกว่าการจุดระเบิด มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ ที่เป็นเหตุให้เกิดพลังงานความ ร้อนภายในกระบอกสูบ 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการทำงานของระบบจุดระเบิด 3.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับถอด-ประกอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบจุดระเบิดตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับการตรวจสภาพชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบจุดระเบิดตามคู่มือ 3.4 แสดงความรู้เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของระบบจุดระเบิดตามคู่มือ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) 4.1สมรรถนะทั่วไป 4.1.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของระบบจุดระเบิด 4.1.2 แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทํางานของระบบจุดระเบิด 4.1.3 แสดงทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบจุดระเบิด 4.1.4 แสดงทักษะเกี่ยวกับการถอด-ประกอบของระบบจุดระเบิด 4.1.5 แสดงทักษะเกี่ยวกับตรวจสภาพของระบบจุดระเบิด 4.1.6 แสดงทักษะเกี่ยวกับการบริการระบบจุดระเบิด 4.1.7 แสดงความรู้เกี่ยวกับการบํารุงรักษาระบบจุดระเบิด
4.1.8 แสดงทักษะเกี่ยวกับการแก้ไขข้อขัดข้องระบบจุดระเบิด 4.2 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 4.2.2 อธิบายหลักการทำงานของระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 4.2.3 บอกเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 4.3 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ปฏิบัติ) 4.3.1 ใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 4.3.2 ถอด-ประกอบของระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 4.3.3 ตรวจสภาพของระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 4.3.4 บริการระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 4.3.5 แก้ไขข้อขัดข้องระบบจุดระเบิดได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอนสัปดาห์ที่5 (คำอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน) ถ้ามี ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ (20101-2005) ได้กําหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลักการเรียนการสอนแบบ MIAP ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนที่นำเสนอเนื้อหา มีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนครั้งที่1 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบจุดระเบิด 1.1 โครงสร้างของระบบจุดระเบิด 1.2 หลักการทํางานของระบบจุดระเบิด 1.3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบจุดระเบิด 1.4 การถอด-ประกอบของระบบจุดระเบิด 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 4 ชั่วโมง
5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียน สัปดาห์ที่6 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบจุดระเบิด ตรวจสภาพของระบบจุดระเบิด การบริการระบบจุดระเบิด การบํารุงรักษาระบบจุดระเบิด การแก้ไขข้อขัดข้องระบบจุดระเบิด 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 4 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด
6. สื่อการเรียนรู้ 6.1. สื่อการสอน Power point หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 6.2 สื่อการเรียนการสอนจากของจริง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม 7.1. ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องระบบจุดระเบิด 7.2. แบบฝึกหัด 8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 8.1. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ทฤษฎี) - แบบทดสอบ - ถาม - ตอบ - แบบทดสอบ - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.2. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ปฏิบัติ) ถ้ามี - ถาม - ตอบ - ใบงาน - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.3 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - สังเกตุการณ์ - แบบประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เกณฑ์ร้อยละ 80
ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.1 ระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์ (Ignition System) ระบบจุดระเบิด เป็นบ่อเกิดของพลังงานความร้อนที่ได้จากการเผาไหม้ภายในกระบอกสูบของ เครื่องยนต์ แรงระเบิดเกิดเป็นพลังงานความร้อน ผลักดันลูกสูบให้เคลื่อนที่เปลี่ยนเป็นพลังงานกล การเผา ไหม้อย่างฉับพลันที่เรียกว่าการจุดระเบิด มีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการ ที่เป็นเหตุให้เกิดพลังงานความ ร้อนภายในกระบอกสูบ 3.1.1 เชื้อเพลิง (Fuel)ได้แก่น้ำมัน แก๊ส 3.1.2 อากาศออกซิเจน (Oxygen) 3.1.3 ความร้อน (Heat) รูปที่ 3.1 แสดงลักษณะของสามเหลี่ยมแห่งไฟ (Fire Triangle) 3.2 ความสำคัญของระบบจุดระเบิด ระบบจุดระเบิดมีหน้าทีทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง ประมาณ 8,000 - 25,000 โวลต์(Volt) เพื่อส่งให้หัวเทียนจุดประกายไฟ (Spark) เผาไหม้น้ำมันและอากาศในจังหวะระเบิด ผลจากการ เผาไหม้จะเกิดพลังงาน (ความร้อน) ผลักดันลูกสูบให้เคลื่อนที่เป็นพลังงานกล ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้