The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนไฟฟ้า ปวช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Verasake Roonaram, 2023-06-10 02:45:07

แผนการสอนไฟฟ้า ปวช

แผนการสอนไฟฟ้า ปวช

ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.2.1 ระบบจุดระเบิดที่ใช้ในเครื่องยนต์แก๊สโซลีนแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ 1. ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโต (Magneto ignition system) 2. ระบบจุดระเบิดแบบที่ใช้แบตเตอรี่ (Battery ignition system) 1. ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโต (Magneto ignition system) เป็นระบบที่ไม่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่ง เก็บและสะสมพลังงาน แต่กระแสไฟฟ้าที่ได้เกิดจากการเหนี่ยวนำระหว่างสนามแม่เหล็กที่เกิดจากแม่เหล็ก ถาวรที่ฝังติดอยู่บนขอบด้านข้างของล้อช่วยแรง หมุนตัด กับขดลวดซึ่งอยู่ด้านบน เมื่อล้อช่วยแรงหมุนจะทำ ให้เกิดการเหนี่ยวนำ เกิดกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่ำ ส่งให้คอลย์จุดระเบิด เป็นกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง ไหลไปยังหัวเทียน ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโตยังมีใช้อย่างแพร่หลายในเครื่องยนต์เล็กแก๊สโซลีน เช่น เครื่องยนต์ HONDA , THAIGER และเครื่องยนต์ที่ใช้กับรถจักรยานยนต์ ฯลฯ รายละเอียดนักศึกษาสามารถหาความรู้ เพิ่มเติมได้จากวิชาเครื่องยนต์เล็ก และจักรยานยนต์ ในโอกาสต่อไป รูปที่ 3.2 แสดงลักษณะของระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโต (Magneto ignition system) 2. ระบบจุดระเบิดแบบที่ใช้แบตเตอรี่ (Battery ignition system) เป็นระบบที่ใช้แบตเตอรี่เป็นแหล่ง เก็บและจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้แก่อุปกรณ์ต่างๆ นิยมใช้กับเครื่องยนต์แก๊สโซลีนทั่วๆไป เช่นเครื่องยนต์ที่ใช้กับ รถยนต์ และเครื่องต้นกำลังอื่นๆอีกมาก


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด ระบบจุดระเบิดชนิดที่ใช้แบตเตอรี่แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ 1. ระบบจุดระเบิดแบบธรรมดา (Conventional inductive system) 2. ระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์(Electronic ignition system) 1. ระบบจุดระเบิดแบบธรรมดา (Conventional inductive system) เป็นระบบจุดระเบิดแบบเก่าที่มีใช้มาตั้งแต่เริ่มแรกมากกว่า 50 ปีมาแล้ว ใช้หน้าทองขาวเป็นอุปกรณ์ หลักในการตัดต่อกระแสไฟฟ้ามีส่วนประกอบหลักดังนี้ 1. แบตเตอรี่ (Battery) 2. สวิตช์ กุญแจจุดระเบิด


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3. คอยล์จุดระเบิด (Ignition coil) 4. คอนเด็นเซอร์ (Condenser) 5. หัวเทียน (Spark plug)


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 6. หน้าทองขาว (Contact point) 7. จานจ่ายไฟ (Distributor)


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.3 หลักการทำงานของคอยล์จุดระเบิด เมื่อนำขดลวดมาพันรอบแกนเหล็กอ่อน โดยใช้กระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่ำ 12 โวลต์ เมื่อเปิด สวิตช์ (SW) จะทำให้แท่นเหล็กอ่อนเป็นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้บริเวณโดยรอบแท่นเหล็กอ่อนเกิดสนามแม่เหล็ก แต่ ในทางกลับกันหากเราปิดสวิตช์ แท่นเหล็กอ่อนก็จะไม่เป็นแม่เหล็ก ดังนั้นภายในคอยล์จุดระเบิดจะเกิด อาการลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องคือ เป็นแม่เหล็ก และไม่เป็นแม่เหล็กสลับกันอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากภายใน คอยล์มีขดลวด 2 ขด คือขดลวดปฐมภูมิ (Primary coil) พันรอบแกนเหล็กอ่อนประมาณ 200 – 500 รอบ เป็นขดลวดไฟแรงต่ำ และขดลวดทุติยภูมิ (Secondary coil) พันไว้ประมาณ 1,000 – 1,500 รอบ เป็น ขดลวดขดลวดไฟแรงสูง 3.3.1 ในกรณีที่หน้าทองขาวปิด (Breaker points closed) เมื่อเปิดสวิตช์กุญแจ (Switch on) กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านเข้าไปในขดลวดปฐมภูมิ(Primary coil) ของคอยล์จุดระเบิด เนื่องจากขณะนั้นหน้าทองขาวปิด (Breaker points closed)กระแสไฟฟ้าไหลไปลง กราวด์ที่หน้าทองขาว ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กรอบๆขดลวดปฐมภูมิ(Primary)


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.3.2 กรณีที่หน้าทองขาวเปิด (Breaker points open) เมื่อเครื่องยนต์หมุนไปทำให้หน้าทองขาวเปิด กระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่ำถูกตัดวงจรลงทันที ไม่สามารลงกราวด์ที่หน้าทองขาวได้ ทำให้สนามแม่เหล็กของขดลวดปฐมภูมิ(Primary coil ) ยุบตัว ไปตัด กับขดลวดทุติยภูมิ (Secondary coil) ทำให้เกิดไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูงประมาณ 8,000 - 25,000 โวลต์ ไหล ออกจากขดลวดทุติยภูมิ (Secondary coil) ภายในคอยล์จุดระเบิด ไปยังจานจ่ายไฟฟ้า (Distributor) สู่หัว เทียนเพื่อทำให้เกิดประกายไฟฟ้า จุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ 3.3.3 สวิตช์กุญแจจุดระเบิด (Ignition switch) สวิตช์กุญแจจุดระเบิด มีขั้วต่อใช้งานหลายขั้วขึ้นอยู่กับงานที่จะนำไปใช้ มีตั้งแต่ 3 – 6 ขั้ว ขั้วหลักที่ สำคัญมีดังนี้ 1 ขั้ว B ต่อจากแบตเตอรี่ขั้วบวก 2 ขั้ว IG ต่อไปเข้าขั้วบวกของคอยล์ 3 ขั้ว ST ต่อไปยังขั้วสตาร์ทของโซลินอยด์ 4 ขั้ว ACC ต่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ เช่น เทปเสียง พัดลมฯลฯ แกนเหล็กอ่อน


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.3.4 หน้าทองขาว (Contact point) หน้าทองขาว เป็นอุปกรณ์ของไฟฟ้าแรงเคลื่อนต่ำ ทำหน้าที่ตัดต่อกระแสไฟฟ้า โดยมีลูกเบี้ยวแกน จานจ่ายเป็นตัวควบคุม การทำงานตัดต่อกระแสไฟฟ้าของหน้าทองขาวจะทำให้เกิดการยุบตัวของ สนามแม่เหล็กในคอยล์ 3.3.5 หัวเทียน (Spark plug) หัวเทียนเป็นอุปกรณ์ที่ไฟฟ้าแรงสูงมากระโดด เพื่อจุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้ เนื่องจากหัวเทียน ได้รับการออกแบบให้ทนต่ออุณหภูมิ และความดันสูง ส่วนปลายของหัวเทียนเป็นส่วนที่สำคัญทั้งนี้เนื่องเป็น จุดที่ได้รับความร้อนสูง โดยปกติอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับหัวเทียนคือ อุณหภูมิ 450- 950 ซ. เพราะถ้า อุณหภูมิสูงเกินกว่านี้อาจจะทำให้เกิดการชิงจุดได้


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.3.6 จานจ่ายไฟ (Distributor) จานจ่ายไฟ มีหน้าที่รับไฟแรงเคลื่อนสูงที่ส่งผ่านมาจากคอยล์ เพื่อนำไปจ่ายให้สูบต่างๆของ เครื่องยนต์ โดยมีหัวโรเตอร์ทำหน้าที่เป็นสะพานไฟเชื่อมต่อการส่งกระแสไฟฟ้า จานจ่ายไฟในปัจจุบันได้รับ การออกแบบให้สะดวกต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น 3.4 การทำงานของระบบจุดระเบิดที่ใช้หน้าทองขาว เมื่อเปิดสวิตช์กุญแจกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผ่านขดลวดปฐมภูมิ (Primary coil) เมื่อหน้า ทองขาวปิด กระแสไฟฟ้าลงกราวด์ ครบวงจร ทำให้แกนเหล็กอ่อนในคอยล์เป็นแม่เหล็ก เกิดสนามแม่เหล็ก ภายในคอยล์ แสดงลักษณะของจานจ่ายไฟ (Distributor) คอลย์ จุดระเบิด จ่ายจ่าย


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด เมื่อหน้าทองขาวเปิด กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านคอยล์ลงกราวด์ไม่ได้ ทำให้เกิดการยุบตัวของ สนามแม่เหล็ก เกิดไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูงไหลผ่านขดลวดทุติยภูมิ ด้วยแรงดันประมาณ 8,000 - 25,000 โวลต์ แสดงลักษณะของระบบจุดระเบิดในขณะทีหน้าทองขาวตัดวงจรไฟฟ้า แสดงลักษณะของมุมการปิด-เปิดหน้าทองขาว


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.4.2 อุปกรณ์เร่งไฟ (Vacuum advance) อุปกรณ์เร่งไฟ เป็นอุปกรณ์เสริมให้การทำงานของระบบจุดระเบิดสมบูรณ์ยิ่งขึ้นการทำงานในตำแหน่ง เดินเบาประมาณ 750 – 800 รอบ/นาที พื้นที่ใต้ลิ้นปีกผีเสื้อจะมีสุญญากาศมากที่สุดประมาณ 150 มม. ปรอท ดังนั้นจึงมีการคิดประดิษฐ์โดยการนำสุญญากาศในท่อร่วมไอดีมาใช้ประโยชน์ อุปกรณ์ชุดเร่งไฟ (Vacuum advance) จะมีแผ่นไดอะเฟรมที่สามารถขยับเลื่อนไปเลื่อนมาได้ ดังนั้นเมื่อเกิดสุญญากาศแผ่น ไดอะเฟรมจะถูกความดันบรรยากาศดันให้เคลื่อนที่ ทำให้มีกลไกไปควบคุมให้องศาการจุดระเบิดเปลี่ยนไป เช่น เครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา องศาการจุดระเบิดจะอยู่ประมาณ 7 - 10 องศา แสดงลักษณะของกราฟตำแหน่งองศาการจุดระเบิดล่วงหน้าก่อนศูนย์ตายบน 3.4.1 มุมดเวลแองเกิล (Dwell Angle) คือมุมปิด - เปิดของหน้าทองขาว เป็นมุมที่บริษัทผู้ผลิตได้กำหนด ขึ้น เพื่อประโยชน์ในการออกแบบระยะเวลาการปิด เปิดของหน้าทองขาว ซึ่งจะมีผลต่อระยะห่างของหน้า ทองขาว ดังนี้ เครื่องยนต์ 4 สูบ มุมปิด เปิดของหน้าทองขาว (Dwell Angle) ประมาณ 54 องศา +/- 3 องศา เครื่องยนต์ 6 สูบ มุมปิด เปิดของหน้าทองขาว (Dwell Angle) ประมาณ 36 องศา +/- 3 องศา เครื่องยนต์ 8 สูบ มุมปิด เปิดของหน้าทองขาว (Dwell Angle) ประมาณ 27 องศา +/- 3 องศา


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.5 ระบบจุดระเบิดแบบอิเลคทรอนิกส์ (Electronic ignition system) ระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นระบบจุดระเบิดที่ได้รับการพัฒนาไปจากระบบจุด ระเบิดแบบหน้าทองขาว ทั้งนี้เนื่องจากมีอุปกรณ์ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถนำมาประกอบใช้ และทำ หน้าที่ได้ดีกว่า เช่น ระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถผลิตไฟฟ้าแรงสูงได้มากกว่า มีองศาการจุด ระเบิดที่มีความแม่นยำไม่ว่าความเร็วจะเปลี่ยนไปอย่างไร นอกจากนั้นมีการบำรุงรักษาน้อย ไม่ยุ่งยาก แต่ ขณะเดียวกันระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็มีจุดอ่อนอยู่บ้างเช่น เมื่อชำรุดเสียหาย ไม่สามารถ ซ่อมแซมชิ้นส่วนได้ ทั้งนี้เนื่องจากการออกแบบอุปกรณ์จะประกอบไว้สำเร็จรูป เมื่ออุปกรณ์ชิ้นใดเสียหาย ก็ จะต้องถอดเปลี่ยนทั้งชุด จะแยกซ่อมชิ้นส่วนเป็นชิ้นๆไม่ได้ แสดงลักษณะของระบบจุดระเบิดแบบอิเลคทรอนิกส์ (Electronic ignition system) องค์ประกอบของระบบจุดระเบิดแบบทรานซิสเตอร์มีดังนี้ 1.ตัวช่วยจุดระเบิด (Igniter) 2.ชุดกำเนิดสัญญาณ (Signal generator) ส่วนประกอบของชุดกำเนิดสัญญาณ 1.แม่เหล็กถาวร (Permanent magnet) 2.โรเตอร์ (Signal rotor) 3.ขดลวดไฟแรงต่ำ (Pick-up coil) ชุดกำเนิดสัญญาณของระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด ชุดกำเนิดสัญญาณ ทำหน้าที่ ส่งกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (A.C) แรงเคลื่อนต่ำประมาณ 0.5 - 1 โวลต์ ไปยังขา B ของทรานซิสเตอร์ แสดงลักษณะของการเหนี่ยวนำแม่เหล็ก ของชุดกำเนิดสัญญาณ แสดงลักษณะของส่วนประกอบภายในของกล่องตัวช่วยจุดระเบิด 3.5.1 ตัวช่วยจุดระเบิด (Igniter) ประกอบด้วย 1.อุปกรณ์ป้องกันความเสียหาย (Detector) 2. อุปกรณ์ขยายสัญญาณ (Amplifier) 3.ทรานซิสเตอร์ (Transistor) 4.อุปกรณ์ควบคุมองศาการจุดระเบิด (Dwell control) 5.อุปกรณ์ควบคุมกระแสไฟฟ้า (Current limiting )


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 3.6 เมื่อเครื่องยนต์ดับ เมื่อเปิดสวิตช์จุดระเบิด (SW. ON) แรงดันไฟฟ้าจะถูกจ่ายไปยังจุด (P) แต่เนื่องจากจุด (P) มีความ ต้านทาน R1 , R2 ทำให้กระแสไฟฟ้าผ่านได้น้อยมาก ขณะนี้ไม่มีสัญญาณมากระตุ้นที่ขา B ทรานซิสเตอร์ไม่ ทำงาน กระแสไฟฟ้าจากขั้วบวก (+) ของคอยล์ที่จะผ่านขา C ไม่สามารถไหลลงขา E ลงกราวด์ได้ แสดงลักษณะของวงจรจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ขณะทรานซิสเตอร์ไหม้ เมื่อเครื่องยนต์หมุน (ทำงาน) โรเตอร์กำเนิดสัญญาณจะจ่ายกระแสไฟฟ้าสลับ และเมื่อ กระแสไฟฟ้าสลับเป็นช่วงบวก (+) จะทำให้เสริมแรงดันไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ ที่จ่ายให้จุด (P) ทำให้ แรงดันไฟฟ้าที่จุด (Q) เพิ่มสูงขึ้นกว่าแรงดันไฟฟ้าทำงานของทรานซิสเตอร์ ด้วยเหตุนี้ทำให้ทรานซิสเตอร์ ทำงาน กระแสไฟฟ้าของคอลย์ที่รออยู่ที่ขา (C ) ไหลผ่านขา (E) ลงกราวด์ คอลย์เกิดสนามแม่เหล็ก แสดงลักษณะของการทำงานเมื่อทรานซิสเตอร์ทำงานทำให้คอยล์เกิดสนามแม่เหล็ก


ใบความรู้หน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด แสดงลักษณะของการยุบตัวของสนามแม่เหล็กมีไฟแรงสูงกระโดดที่หัวเทียน เมื่อเครื่องยนต์ทำงานเกิดกระแสไฟฟ้าสลับในช่วงลบ (-) ทำให้แรงดันไฟฟ้านี้ไปรวมกันแรงดันไฟฟ้า ที่จุด (P) ทำให้แรงดันไฟฟ้าที่จุด (Q) ต่ำทรานซิสเตอร์ไม่ทำงาน กระแสไฟฟ้าที่ขา (C) ไหลผ่านขา (E) ไม่ได้ ทำให้เกิดการยุบตัวของสนามแม่เหล็กภายในคอยล์ เกิดไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง ส่งไปจานจ่ายและหัวเทียน


แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. องค์ประกอบของการเผาไหม้ที่สำคัญ 3 ประการคือข้อใด ก. น้ำมัน เชื้อเพลิง และอากาศ ข. แก๊ส น้ำมัน และอุณหภูมิ ค. น้ำมัน อากาศ และอุณหภูมิ ง. อากาศ อุณหภูมิ และความร้อน 2. ระบบจุดระเบิดแบบแมกนีโต (Magneto Ignition System) ประกอบด้วยส่วนสำคัญอะไรบ้าง ก. กุญแจจุดระเบิด ขดลวดต้านทาน และหัวเทียน ข. จานจ่าย คอนเดนเซอร์ และคาปาซิเตอร์ ค. แบตเตอรี่ คอยล์ และหัวเทียน ง. ล้อแม่เหล็ก คอยล์ และหัวเทียน 3. แบตเตอรี่ 2 ลูกต่อขนานกัน มีแรงดันไฟฟ้ากี่โวลต์ ก. 12 โวลต์ ข. 24 โวลต์ ค. 6 โวลต์ ง. 10 โวลต์ 4. สวิตช์ กุญแจจุดระเบิด ขั้ว IG ต่อไปยังอุปกรณ์ใดต่อไปนี้ ก. หน้าทองขาว ข. คอยล์ขั้วบวก ค. มอเตอร์สตาร์ต ง. คอยล์ขั้วลบ 5. ขดลวดปฐมภูมิ (Primary Coil) พันรอบแกนเหล็กอ่อนไว้ประมาณกี่ขด ก. 1,000–2,000 ขด ด้วยขดลวดเส้นเล็ก ข. 2,000–4,000 ขด ด้วยขดลวดเส้นใหญ่ ค. 50–100 ขด ด้วยขดลวดเส้นเล็ก ง. 200–500 ขด ด้วยขดลวดเส้นใหญ่ 6. ข้อความใดกล่าวผิด ก. คอนเด็นเซอร์มีหน้าที่เก็บและจ่ายประจุไฟฟ้า ข. ลำดับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ 4 สูบ คือ 1, 2, 3, 4 ค. คอยล์มีหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าแรงเคลื่อนสูง ง. เมื่อหน้าทองขาวเปิดวงจรทำให้เกิดการยุบตัวของสนามแม่เหล็ก 7. อุปกรณ์ตัวใดที่ช่วยยืดอายุการใช้งานของหน้าทองขาวให้นานขึ้น ก. จานจ่าย ข. หัวโรเตอร์ ค. ตัวต้านทานภายนอก ง. คอนเดนเซอร์


แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 3 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 3 ระบบจุดระเบิด 8. ภายในกล่องตัวช่วยจุดระเบิด (Igniter) มีอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดคืออะไร ก. รีซีสเตอร์ ข. ทรานซิสเตอร์ ค. ไดโอด ง. คอนเดนเซอร์ 9. อุปกรณ์ระบบจุดระเบิดแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่แทนหน้าทองขาวคืออะไร ก. ไดโอด ข. คอนเดนเซอร์ ค. ทรานซิสเตอร์ ง. ชุดกำเนิดสัญญาณ 10. ภายในชุดกำเนิดสัญญาณมีขดลวดอยู่ชุดหนึ่งเรียกว่าอะไร ก. หม้อแปลงไฟฟ้า ข. ปิคอัพคอยล์ ค. คอยล์ ง. โรเตอร์


สื่อการสอน หน้าที่ 1 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่ 5 - 6 เรื่อง : ระบบจุดระเบิด เวลา 14 ชั่วโมง


บันทึกหลังสอน สัปดาห์ที่……………. ชื่อวิชา รหัสวิชา แผนกวิชา หน่วยที่ รายการสอน จำนวน ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา จำนวนผู้เรียน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) 2. ผลการสอน 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายวีระศักดิ์ รุนอร่าม) / / ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ลงชื่อ หัวหน้างานหลักสูตรฯ (นายควรรบ อู่มาลา) (นายสมศักดิ์ หลวงนา) / / / / ลงชื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวิสัย) / /


แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 3 เรื่อง ระบบจุดระเบิด (สัปดาห์ที่ 5 - 6)


1. หัวข้อเรื่อง 1.1 โครงสร้างของระบบประจุไฟ 1.2 หลักการทํางานของระบบประจุไฟ 1.3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบประจุไฟ 1.4 การถอด-ประกอบของระบบประจุไฟ 1.5 ตรวจสภาพของระบบประจุไฟ 1.6 การบริการระบบประจุไฟ 1.7 การบํารุงรักษาระบบประจุไฟ 1.8 การแก้ไขข้อขัดข้องระบบประจุไฟ 2. สาระสำคัญ อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ของรถยนต์จะใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในการทำงาน อย่างไรก็ตามเมื่อใช้ พลังงานไฟฟ้าต่อเนื่องพลังงานไฟฟ้าที่สะสมไว้ในแบตเตอรี่จะค่อย ๆ ลดลงและหมดไป ดังนั้นรถยนต์ทุกคันจึง ต้องมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าประจุกลับไปยังแบตเตอรี่และจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ ไฟฟ้ารถยนต์ขณะเครื่องยนต์ทำงาน ให้เพียงพอตลอดการใช้งาน 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการทำงานของระบบประจุไฟ 3.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับถอด-ประกอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบประจุไฟตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับการตรวจสภาพชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบประจุไฟตามคู่มือ 3.4 แสดงความรู้เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของระบบประจุไฟตามคู่มือ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) 4.1สมรรถนะทั่วไป 4.1.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของระบบประจุไฟ 4.1.2 แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทํางานของระบบประจุไฟ 4.1.3 แสดงทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบประจุไฟ 4.1.4 แสดงทักษะเกี่ยวกับการถอด-ประกอบของระบบประจุไฟ 4.1.5 แสดงทักษะเกี่ยวกับตรวจสภาพของระบบประจุไฟ 4.1.6 แสดงทักษะเกี่ยวกับการบริการระบบประจุไฟ 4.1.7 แสดงความรู้เกี่ยวกับการบํารุงรักษาระบบประจุไฟ แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ชื่อเรื่อง ระบบประจุไฟ


4.1.8 แสดงทักษะเกี่ยวกับการแก้ไขข้อขัดข้องระบบประจุไฟ 4.2 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 4.2.2 อธิบายหลักการทำงานของระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 4.2.3 บอกเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 4.3 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ปฏิบัติ) 4.3.1 ใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 4.3.2 ถอด-ประกอบของระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 4.3.3 ตรวจสภาพของระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 4.3.4 บริการระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 4.3.5 แก้ไขข้อขัดข้องระบบประจุไฟได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอน (คำอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน) ถ้ามี ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ (20101-2005) ได้กําหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลักการเรียนการสอนแบบ MIAP ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนที่นำเสนอเนื้อหา มีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียน สัปดาห์ที่7 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ โครงสร้างของระบบประจุไฟ หลักการทํางานของระบบประจุไฟ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบประจุไฟ 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 4 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ


5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียน สัปดาห์ที่8 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบประจุไฟ การถอด-ประกอบของระบบประจุไฟ ตรวจสภาพของระบบประจุไฟ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบประจุไฟ 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 4 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียน สัปดาห์ที่ 9 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ การบริการระบบประจุไฟ การบํารุงรักษาระบบประจุไฟ การแก้ไขข้อขัดข้องระบบประจุไฟ


5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบประจุไฟ 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 4 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 6. สื่อการเรียนรู้ 6.1. สื่อการสอน Power point หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 6.2 สื่อการเรียนการสอนจากของจริง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม 7.1. ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องระบบประจุไฟ 7.2. แบบฝึกหัด 8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 8.1. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ทฤษฎี) - แบบทดสอบ - ถาม - ตอบ - แบบทดสอบ - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.2. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ปฏิบัติ) ถ้ามี - ถาม - ตอบ - ใบงาน - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.3 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - สังเกตุการณ์ - แบบประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เกณฑ์ร้อยละ 80


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ 4.1 หน้าที่ระบบประจุไฟ 4.1.1. ชาร์จหรือประจุไฟเข้าแบตเตอรี่ 4.1.2. ควบคุมปริมาณไฟฟ้าที่ประจุเข้าแบตเตอรี่ 4.1.3. สร้างสัญญาณเตือนให้ทราบว่ามีการประจุไฟ ดังแสดงในรูปที่ 4.1 แสดงลักษณะของระบบไฟในวงจรไฟฟ้ารถยนต์ 4.2 ส่วนประกอบ 4.2.1. แบตเตอรี่ต้นกำลัง ไฟฟ้ากระแสตรง 12 โวลต์ หรือ 24 โวลต์ 4.2.2. สวิตซ์ตัด-ต่อวงจรไฟป้อนและไฟสัญญาณ 4.2.3. แผงฟิวส์ ป้องกันความเสียหายจากการใช้ไฟเกินในระบบ 4.2.4. เร็กกูเลเตอร์ ควบคุมไฟสัญญาณและปริมาณไฟที่ประจุเข้าแบตเตอรี่ 4.2.5. อัลเตอร์เนเตอร์ ผลิตและแปลงไฟสำหรับประจุเข้าแบตเตอรี่


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ 4.3 หลักการทำงานของระบบประจุไฟ 4.3.1 การป้องไฟเข้าเลี้ยงระบบ ไฟฟ้าแรงเคลื่อน 12 โวลต์ จากแบตเตอรี่ขั้วบวกไหลผ่านฟิวส์สาย ผ่าน ขั้ว Bเข้าสวิตช์กุญแจ เมื่อเปิดสวิตช์กุญแจไฟฟ้าจะไหลจาก B ผ่าน IG และแยกไหลผ่านฟิวส์ 2 ชุด ชุดที่ 1 จะผ่านหลอดไฟเตือนไฟชาร์จ ผ่านขั้ว L เร็กกูเลเตอร์ไปยังหน้าทองขาวชุดโวลเตจรีเลย์ ลง กราวด์ที่ E ทำให้หลอดไฟสว่าง ชุดที่ 2 กระแสไฟจากฟิวส์จะไหลเข้าที่ขั้ว IG ของเร็กกูเลเตอร์ผ่านหน้าทองขาวชุดโวลเตจเร็กกูเล เตอร์ ออกที่ขั้ว F และไหลผ่านที่ขั้ว F ของอัลเตอร์เนเตอร์ ผ่านแปรงถ่านป้อนเข้าขดลวดชุดโรเตอร์และลง กราวด์ที่ขั้ว E ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้นที่ชุดโรเตอร์ 4.3.2 การผลิตและจ่ายไฟ เมื่อเครื่องยนต์ทำงาน โรเตอร์จะหมุนตัดกับขดลวดสเตเตอร์เกิดการเหนี่ยวนำ ไฟฟ้าขึ้นที่ลวดสเตเตอร์ จ่ายไฟฟ้ากระแสสลับ ผ่านชุดแปลงกระแส (Rectifier) เปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสตรง จ่ายออกที่ขั้ว B ชาร์จเข้าแบตเตอรี่ที่ขั้วบวก ครบวงจรที่ขั้วลบแบตเตอรี่ซึ่งยึดอยู่กับกราวด์ 4.3.3 การตัดไฟสัญญาณเตือนชาร์จ ไฟฟ้าที่ผลิตได้อีกส่วนหนึ่งจะจ่ายออกที่ขั้ว N ของอัลเตอร์เนเตอร์ เข้าที่ขั้ว N ของเร็กกูเลเตอร์ไหลผ่านขดลวดชุดโวลเตจรีเลย์ ลงกราวด์ที่ขั้ว E ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำอำนาจ แม่เหล็กที่ชุดโวลเตรจรีเลย์ แม่เหล็กจะดูดหน้าทองขาว L ให้แยกออกจากขั้ว E วงจรสัญญาณถูกตัด หลอดไฟ สัญญาณจะดับ เพื่อบอกให้รู้ว่าในขณะนั้นมีไฟชาร์จเข้าแบตเตอรี่ 4.3.4 การควบคุมปริมาณการจ่ายไฟ เมื่อความเร็วรอบของเครื่องยนต์สูงขึ้น ปริมาณไฟชาร์จเข้า แบตเตอรี่มาก ในขณะเดียวกันไฟจากขั้ว N ซึ่งจ่ายเข้าที่ขดลวดชุดโวลเตจรีเลย์ก็มีมากพอที่จะดูดให้หน้า ทองขาว L มาสัมผัสกับหน้าทองขาวนั้น B ไฟจากขั้ว B ซึ่งรออยู่แล้ว จะถูกจ่ายผ่านขดลวดชุดโวลเตจเร็กกูเล เตอร์เหนี่ยวนำให้เกิดอำนาจแม่เหล็ก และแม่เหล็กจะดูดหน้าทองขาว F ให้แยกออกจาก IG ทำให้ไฟจาก IG ต้องไหลผ่านความต้านทานไปยังขั้ว F เพื่อป้อนขดลวดโรเตอร์ ปริมาณไฟป้อนและความเข้มของ สนามแม่เหล็กลดลง ส่งผลให้ไฟฟ้าที่เกิดจากการขดลวดโรเตอร์ ปริมาณไฟป้อนและความเข้มของ สนามแม่เหล็กลดลง ส่งผลให้ไฟฟ้าที่เกิดจากการเหนี่ยวนำและไฟที่ชาร์จเข้าแบตเตอรี่น้อยลง อันเป็นการ ควบคุมปริมาณไฟที่ชาร์จเข้าแบตเตอรี่


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ 4.3.5 การตัดกระแสไฟชาร์จ แม้จะควบคุมปริมาณไฟชาร์จเข้าแบตเตอรี่แล้วก็ตาม เมื่อความเร็วรอบ เครื่องยนต์สูงขึ้นอีกทำให้ไฟชาร์จเข้าแบตเตอรี่มาก ในขณะเดียวกันไฟป้อนขดลวดชุดโวลเตจเร็กกูเลเตอร์มี มากเช่นเดียวกับแม่เหล็กจะดูดหน้าทองขาวของขั้ว F ทำให้สัมผัสหน้าทองขาวขั้ว E ทำให้กระแสไฟไหลลง กราวด์ จึงไม่มีไฟป้อนเข้าชุดโรเตอร์ ทำให้ไฟชาร์จถูกตัดเพื่อป้องกันการเสียหายซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการที่ กระแสไฟชาร์จเข้าแบตเตอรี่มากเกินไป ดังแสดงในรูปที่ 4.2 แสดงลักษณะหลักการทำงานของระบบประจุไฟในวงจรไฟฟ้ารถยนต์ 4.4 หลักการทำงานของระบบไฟชาร์จรถยนต์ (แบบที่ 2 ) วงจรไฟชาร์จรถยนต์แบบที่ 2 แตกต่างจากแบบที่ 1 ดังนี้ คือ แบบที่ 1 กระแสไฟควบคุมจากขั้ว B(A) จะไหลผ่านหน้าทองขาวชุดโวลเตจรีเลย์เมื่อชุดโวลเตจรีเลย์ ทำงานดูดหน้าทองขาวให้แตะกัน กระแสไฟจึงไหลผ่านขดลวดชุดโวลเตจเร็กกูเลเตอร์ลงกราวด์ที่ขั้ว E แบบที่ 2 กระแสไฟควบคุมจากขั้ว B(A) จะไหลผ่านขดลวดชุดโวลเตจเร็กกูเลเตอร์มารอลงกราวด์ที่ หน้าทองชุดโวลเตจรีเลย์ เมื่อชุดโวลเตจรีเลยทำงานดูดหน้าทองขาวให้แตะกัน กระแสไฟจะไหลผ่านลงกราวด์ ที่ขั้ว E ซึ่งจะช่วยลดไฟที่ไหลผ่านหน้าทองขาวให้น้อยลง ส่วนอื่นนอกเหนือจากนี้ใช้หลักการทำงานเหมือนกันทุกประการ และค่าความต้านทานซึ่งต่อคร่อม วงจร R2 และ R3 จะช่วยควบคุมแรงเคลื่อนและกระแสไฟที่จ่ายไฟใช้งานตามวงจรต่างๆ ให้ได้ตามค่ากำหนด ดังแสดงในรูปที่ 4.3


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ แสดงลักษณะหลักการทำงานของระบบประจุไฟในวงจรไฟฟ้ารถยนต์ 4.5 ระบบประจุไฟไอซีเร็กกูเลเตอร์ 4.5.1 หลักการทำงาน เปิดสวิตช์กุญแจ กระแสจาก IG ผ่านขดลวดรีเลย์ เข้าขั้ว L ผ่านขดลวดโรเตอร์มารอที่ขั้ว C ของ Tr1 กระแสไฟจากขั้ว L ผ่านความต้านทานมารอที่ขั้ว C ของ Tr2 และที่ B ของ Tr1 ทำให้ Tr1 นำกระแสจาก ขั้ว C ไปยังขั้ว E ขดลวดโรเตอร์ครบวงจรไฟเลี้ยงเต็มที่ เกิดการเหนี่ยวนำให้เกิดสนามแม่เหล็กที่แกนเหล็กอ่อน ของชุดโรเตอร์ เมื่อเครื่องยนต์หมุน อัลเตอร์เนเตอร์ผลิตไฟกระแสสลับ ผ่านชุดแปลงกระแส ออกที่ L และ B ด้วย แรงเคลื่อนสูงกว่าแรงเคลื่อนของแบตเตอรี่ เกิดการประจุแบตเตอรี่ขึ้น แรงเคลื่อนที่ขั้ว L ทำให้เกิดการสมดุล แรงเคลื่อนที่รีเลย์ไฟเตือน รีเลย์ไม่มีกระแสไหลผ่าน หมดอำนาจแม่เหล็กคอนแทคแยกตัวออก หลอดไฟ เตือนจะดับ เมื่อเครื่องยนต์หมุนด้วยความเร็วสูง แรงเคลื่อนที่ผลิตได้สูงกว่าค่าที่กำหนด ซีเนอร์ไดโอดจะยอมให้ กระแสไฟจากขั้ว S ไหลผ่านไปยังขั้ว B ของ Tr2 ผ่านขั้ว E ลงกราวด์ ทำให้ Tr2 นำกระแสจากขั้ว L ลัดวงจรที่ ขั้ว C และ E ของ Tr1 ไม่นำกระแส ขั้ว F ของโรเตอร์ไม่ครบวงจรหมดอำนาจแม่เหล็ก กระแสที่ผลิต ได้จะลดลง ดังแสดงในรูปที่ 4.4


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ แสดงลักษณะหลักการทำงานของระบบประจุไฟไอซีเร็กกูเลเตอร์ 4.6 การตรวจสอบระบบประจุไฟ เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สภาพการทำงานที่แท้จริงของระบบไฟชาร์จบนรถยนต์ ทำให้ทราบสาเหตุ ขัดข้องและวิธีแก้ไขที่ถูกต้อง การตรวจสอบบนรถยนต์ทำได้ 2 สภาวะ คือ 1. ตรวจสอบขณะดับเครื่องยนต์ 2. ตรวจสอบขณะติดเครื่องยนต์ 4.6.1. การตรวจสอบขณะดับเครื่องยนต์ ตรวจสอบดังนี้ คือ 1.ตรวจเช็คค่าความถ่วงจำเพาะของแบตเตอรี่ 2.ตรวจขั้วแบตเตอรี่และฟิวส์แบบสาย 3. ตรวจความตึงสายพาน 4. ตรวจการต่อเนื่องของฟิวส์ 5. ตรวจสภาพขั้วต่อและสายไฟของวงจร 4.6.2 การตรวจสอบขณะติดเครื่องยนต์ตรวจได้ 2 สภาวะ คือ ตรวจสอบใจขณะไม่มีภาวะ (โหลด) และมีภาวะ (โหลด) ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ดังนี้ 1. ฟังเสียงผิดปกติของอัลเตอร์เนเตอร์ 2. ตรวจการทำงานของระบบไฟชาร์จ โดยการสังเกตสัญญาณไฟชาร์จ 3. ตรวจการทำงานของระบบไฟชาร์จ โดยการอ่านค่ากระแสไฟชาร์จจากแอมมิเตอร์ 4. ตรวจการทำงานของระบบไฟชาร์จ โดยการอ่านค่าแรงเคลื่อนไฟชาร์จจากโวลต์มิเตอร์


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ 4.7 การตรวจสอบตามสภาพจริง


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ 4.8 ตรวจวงจรไฟเตือนชาร์จ 4.8.1 อุ่นเครื่องยนต์สักครู่ แล้วดับเครื่อง 4.8.2 ปิดสวิตช์ไฟอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทั้งหมด 4.8.3 เปิดสวิตช์กุญแจตำแหน่ง "ON" ตรวจดูว่าสัญญาณไฟเตือนไฟชาร์จติด 4.8.4 สตาร์ตเครื่องยนต์ ตรวจดูว่าไฟเตือนไฟชาร์จดับ ถ้าสัญญาณไฟเตือนไฟชาร์จไม่ติดและดับ ตามที่กำหนดไว้ ให้วินิจฉัยข้อบกพร่องของวงจรไฟเตือนไฟชาร์จ 4.9 ตรวจสอบวงจรไฟชาร์จไม่มีโหลด ข้อควรจำ ถ้าเครื่องทดสอบแบตเตอรี่อัลเตอร์เนเตอร์ทำไว้เป็นชุด ให้ต่อเครื่องทดสอบกับวงจรไฟ ชาร์จตามคู่มือของบริษัทผู้ผลิต ดังแสดงในรูปที่ 4.5 แสดงลักษณะของตรวจสอบวงจรไฟชาร์จไม่มีโหลด ถ้าเครื่องทดสอบไม่ได้ทำไว้เป็นชุด ให้ต่อโวลต์มิเตอร์และแอมมิเตอร์กับวงจรไฟชาร์จต่อไปนี้ ถอดสายไฟออกจากขั้ว B อัลเตอร์เนเตอร์ และนำสายไฟมาต่อเข้ากับสายขั้วลบของ แอมมิเตอร์ ขั้ว B อัลเตอร์เนเตอร์ ต่อเข้ากับสายขั้วบวกของแอมมิเตอร์ ต่อสายขั้วบวกของโวลต์มิเตอร์เข้าขั้ว B ของอัลเตอร์เนเตอร์ ต่อสายขั้วลบของโวลต์มิเตอร์ลงดิน


ใบความรู้หน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ 4.10 การทดสอบระยะประจุไฟแบบไอซี 4.10.1 การทดสอบการผลิตกระแสของอัลเตอร์เนเตอร์ดังแสดงในรูปที่ 4.6 การตรวจสอบการผลิตกระแสของอัลเตอร์เนเตอร์สภาวะจ่ายกระแสปกติโดยปิดสวิตช์ กุญแจ และถอดขั้วลบแบตเตอรี่ออกก่อน จึงต่อแอมมิเตอร์และโวลต์มิเตอร์เข้าวงจรดังรูป ต่อจากนั้นใส่ขั้วลบ แบตเตอรี่ เปิดสวิตช์กุญแจ ติดเครื่องยนต์ เปิดอุปกรณ์ใช้งานทุกชนิดเร่งเครื่องยนต์ที่ 2,500 รอบ/นาที อ่าน ค่ากระแสที่แอมมิเตอร์ ค่าที่ได้ต้องมากกว่า 70% ของค่ากำหนด แสดงลักษณะของการทดสอบระยะประจุไฟแบบไอซี แสดงลักษณะของการทดสอบตัวควบคุมแรงดันไฟฟ้า


แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 4 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. เร็กกูเลเตอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันเป็นแบบใด ก. แบบ 1 หลัก ข. แบบ 2 หลัก ค. แบบ 3 หลัก ง. แบบ 4 หลัก 2. ไดนาโมชาร์จที่นิยมใช้ในปัจจุบันเป็นแบบใด ก. อัลเตอร์เนเตอร์ ข. DC เยนเนอเรเตอร์ ค. ไดนาโม ง. DC ไดนาโม 3. อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณไฟชาร์จเข้าแบตเตอรี่คือข้อใด ก. แอมมิเตอร์ ข. โวลต์มิเตอร์ ค. เยนเนอเรเตอร์ ง. เร็กกูเลเตอร์ 4. ชุดที่ทำหน้าที่สร้างอำนาจแม่เหล็กในอัลเตอร์จะผ่านขั้วใดของเร็กกูเลเตอร์ ก. ชุดฟิลด์คอยล์ ข. ชุดอาร์มาเจอร์ ค. ชุดสเตเตอร์ ง. ชุดโรเตอร์ 5. กระแสไฟที่ป้อนเข้าขดลวดอัลเตอร์เนเตอร์จะผ่านขั้วใดของเร็กกูเลเตอร์ ก. B, L ข.IG, F ค. IG, B ง.IG, L 6. ขดลวดที่ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟชาร์จคือข้อใด ก. ขดฟิลด์คอยล์ ข. ขดอาร์มาเจอร์ ค. ขดสเตเตอร์ ง. ขดโรเตอร์ 7. ขดลวดสเตเตอร์3 ขดต่อกับแบบใด ก. แบบอนุกรม ข. แบบขนาน ค. แบบสตาร์ ง. แบบผสม 8. การลดปริมาณไฟชาร์จเข้าแบตเตอรี่เร็กกูเลเตอร์ใช้วิธีการอย่างไร ก. ลดปริมาณไฟป้อนเข้า ข. ใส่ค่าความต้านทานไว้ ค. ลดความเร็วรอบ ง. เพิ่มชุดแปลงกระแส 9. เมื่อไม่สามารถควบคุมไฟป้อนเข้าชุดโรเตอร์ได้ เร็กกูเลเตอร์จะทำงานอย่างไร ก. ตัดไฟป้อน ข. ลดไฟป้อน ค. ต่อไฟป้อนลงกราวด์ ง. ลดความเร็วรอบ


แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 1 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 4 ระบบประจุไฟ 9. เมื่อไม่สามารถควบคุมไฟป้อนเข้าชุดโรเตอร์ได้ เร็กกูเลเตอร์จะทำงานอย่างไร ก. ตัดไฟป้อน ข. ลดไฟป้อน ค. ต่อไฟป้อนลงกราวด์ ง. ลดความเร็วรอบ 10. ไฟที่นำไปป้อนชุดรีเลย์เตือนไฟชาร์จเพื่อตัดไฟสัญญาณต่อเข้าขั้วใด ก. ขั้ว B ข. ขั้ว IG ค. ขั้ว L ง. ขั้ว N


สื่อการสอน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่ 7 - 9 เรื่อง : ระบบประจุไฟ เวลา 7 ชั่วโมง


สื่อการสอน ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่ 7 - 9 เรื่อง : ระบบประจุไฟ เวลา 7 ชั่วโมง


บันทึกหลังสอน สัปดาห์ที่……………. ชื่อวิชา รหัสวิชา แผนกวิชา หน่วยที่ รายการสอน จำนวน ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา จำนวนผู้เรียน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) 2. ผลการสอน 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายวีระศักดิ์ รุนอร่าม) / / ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ลงชื่อ หัวหน้างานหลักสูตรฯ (นายควรรบ อู่มาลา) (นายสมศักดิ์ หลวงนา) / / / / ลงชื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวิสัย) / /


แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 4 เรื่อง ระบบประจุไฟ (สัปดาห์ที่ 7 - 9)


แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ชื่อเรื่อง ระบบไฟแสงสว่าง 1. หัวข้อเรื่อง 1.1 โครงสร้างของระบบไฟแสงสว่าง 1.2 หลักการทํางานของระบบไฟแสงสว่าง 1.3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบไฟแสงสว่าง 1.4 การถอด-ประกอบของระบบไฟแสงสว่าง 1.5 ตรวจสภาพของระบบไฟแสงสว่าง 1.6 การบริการระบบไฟแสงสว่าง 1.7 การบํารุงรักษาระบบไฟแสงสว่าง 1.8 การแก้ไขข้อขัดข้องระบบไฟแสงสว่าง 2. สาระสำคัญ การขับขี่รพยนต์ในเวลากลางคืนระบบไฟแสงสว่างคือระบบไฟแสงสว่างจะมีความจำเป็นและสำคัญ อย่างยิ่ง เนื่องจากความมืดจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นสภาพถนนและสิ่งรอบข้างได้เหมือนการขับขี่ไน เวลากลางวันขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนก็ไม่สามารถมองเห็นรถยนต์เราด้วยเช่นกัน ดังนั้นการมีระบบไฟแสงสว่างที่ สมบูรณ์จะทำให้ขับขี่ในเวลากลางคืนได้ปลอดภัย 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการทำงานของระบบไฟแสงสว่าง 3.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับถอด-ประกอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบไฟแสงสว่างตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับการตรวจสภาพชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบไฟแสงสว่างตามคู่มือ 3.4 แสดงความรู้เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของระบบไฟแสงสว่างตามคู่มือ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) 4.1สมรรถนะทั่วไป 4.1.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของระบบไฟแสงสว่าง 4.1.2 แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทํางานของระบบไฟแสงสว่าง 4.1.3 แสดงทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบไฟแสงสว่าง 4.1.4 แสดงทักษะเกี่ยวกับการถอด-ประกอบของระบบไฟแสงสว่าง 4.1.5 แสดงทักษะเกี่ยวกับตรวจสภาพของระบบไฟแสงสว่าง 4.1.6 แสดงทักษะเกี่ยวกับการบริการระบบไฟแสงสว่าง 4.1.7 แสดงความรู้เกี่ยวกับการบํารุงรักษาระบบไฟแสงสว่าง 4.1.8 แสดงทักษะเกี่ยวกับการแก้ไขข้อขัดข้องระบบไฟแสงสว่าง


4.2 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบไฟแสงสว่างได้ถูกต้อง 4.2.2 อธิบายหลักการทำงานของระบบไฟแสงสว่างได้ถูกต้อง 4.2.3 บอกเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบไฟแสงสว่างได้ถูกต้อง 4.3 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ปฏิบัติ) 4.3.1 ใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบไฟแสงสว่างได้ถูกต้อง 4.3.2 ถอด-ประกอบของระบบไฟแสงสว่างถูกต้อง 4.3.3 ตรวจสภาพของระบบไฟแสงสว่างได้ถูกต้อง 4.3.4 บริการระบบไฟแสงสว่างได้ถูกต้อง 4.3.5 แก้ไขข้อขัดข้องระบบไฟแสงสว่างได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอนครั้งที่1 (คำอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน) ถ้ามี ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ (20101-2005) ได้กําหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลักการเรียนการสอนแบบ MIAP ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนที่นำเสนอเนื้อหา มีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่10 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง โครงสร้างของระบบไฟแสงสว่าง หลักการทํางานของระบบไฟแสงสว่าง การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบไฟแสงสว่าง การถอด-ประกอบของระบบไฟแสงสว่าง 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบไฟแสงสว่าง 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง


5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่11 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง ตรวจสภาพของระบบไฟแสงสว่าง การบริการระบบไฟแสงสว่าง การบํารุงรักษาระบบไฟแสงสว่าง การแก้ไขข้อขัดข้องระบบไฟแสงสว่าง 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบไฟแสงสว่าง 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่องระบบรองรับน้ำหนัก 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 6. สื่อการเรียนรู้ 6.1. สื่อการสอน Power point หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 6.2 สื่อการเรียนการสอนจากของจริง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม 7.1. ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องระบบไฟแสงสว่าง 7.2. แบบฝึกหัด


8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 8.1. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ทฤษฎี) - แบบทดสอบ - ถาม - ตอบ - แบบทดสอบ - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.2. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ปฏิบัติ) ถ้ามี - ถาม - ตอบ - ใบงาน - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.3 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - สังเกตุการณ์ - แบบประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เกณฑ์ร้อยละ 80


ใบความรู้หน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง 5.1 ระบบระบบไฟแสงสว่างในรถยนต์ การขับขี่รพยนต์ในเวลากลางคืนระบบไฟแสงสว่างคือระบบไฟแสงสว่างจะมีความจำเป็นและสำคัญ อย่างยิ่ง เนื่องจากความมืดจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นสภาพถนนและสิ่งรอบข้างได้เหมือนการขับขี่ไน เวลากลางวันขณะที่ผู้ใช้รถใช้ถนนก็ไม่สามารถมองเห็นรถยนต์เราด้วยเช่นกัน ดังนั้นการมีระบบไฟแสงสว่างที่ สมบูรณ์จะทำให้ขับขี่ในเวลากลางคืนได้ปลอดภัย บางครั้งระบบไฟแสงสว่างอาจถูกใช้งานในเวลากลางวันด้วย เช่น ขณะฝนตกหรือหมอกลงจัด 5.2 ส่วนประกอบของระบบไฟแสงสว่าง ส่วนประกอบของระบบไฟแสงสว่าง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ไฟแสงสว่างภายนอกและไฟแสงสว่าง ภายในไฟแสงสว่างภายนอก มีหน้าที่ให้แสงสว่างด้านหน้ารถส่องสว่างพื้นถนนได้แก่ ไฟหน้าไฟตัดหมอก และมี หน้าที่ให้ความสว่างกับตัวรถ บอกความกว้างและตำแหน่งของตัวรถ ได้แก่ ไฟหรี่หน้า ไฟท้าย ไฟส่องป้าย ทะเบียน ไฟหน้าปัด เป็นต้น ไฟแสงสว่างภายใน ทำหน้าที่ให้ความสว่างภายในห้องโดยสาร กล่องเก็บของสัมภาระ ด้านท้ายรถ 5.2.1. ไฟหน้ารถยนต์ (Head Light) ไฟหน้ารถยนต์ มีหน้าที่ให้ความสว่างเส้นทางที่ใช้สัญจรเวลากลางคืน มีลำแสง 2 ระดับ คือ ลำแสงไฟต่ำ (Low Beam) มีระยะการส่องสว่างระยะทางประมาณ 40เมตรจากหน้ารถและลำแสงไฟสูง (High Beam) มีระยะส่องสว่างระยะทางประมาณ 100 เมตร จากหน้ารถไฟหน้าแบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังแสดง ในรูป รูปแสดงลักษณะของโคมไฟหน้ารถยนต์


ใบความรู้หน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง 1.1 แบบซีลบีม (Sealed Beam) เป็นไฟหน้าชนิดที่ผนึกรวมหลอดไฟและโคมไฟเป็นชุดเดียวกัน ไม่สามารถถอดแยกหลอดไฟออกจากโคมไฟได้ ป้องกันน้ำหรือฝุ่นละอองเข้าไปภายในโคมภายในโคมบรรจุ แก๊สเฉื่อยประกอบด้วยไนโตรเจน อาร์กอน และคลิปตอน อายุการใช้งานนานแต่ข้อเสียคือ หากไส้หลอดขาด จะต้องเปลี่ยนโคมใหม่ทั้งดวง ดังแสดงในรูปที่ 5.2 แสดงลักษณะของโคมไฟหน้าแบบซีลบีม (Sealed Beam) 1.2 แบบกึ่งซีลบีม (Semi sealed Beam) ไฟหน้าแบบนี้สามารถเปลี่ยนเฉพาะหลอดไฟได้ไม่ต้องเปลี่ยนโคมไฟใหม่ทั้งดวงหลอดไฟที่ใช้กับไฟ หน้าแบบกึ่งซีลบีมมีทั้งแบบธรรมดาและแบบฮาโลเจนซึ่งหลอดแบบฮาโลเจนมีความเข้มของลำแสงส่องสว่าง สูงกว่าหลอดไฟแบบธรรมดามีการเสื่อมสภาพช้าจึงนิยมใช้ในรถยนต์ในปัจจุบัน แสดงวิธีการเปลี่ยนหลอดฮาโล เจนทุกครั้งต้องใช้มือจับเฉพาะบริเวณฐานหลอดที่เป็นโลหะเท่านั้นเนื่องจากน้ำมันหรือเหงื่อที่สัมผัสกับหลอด เป้นสาเหตุให้หลอดแตกได้ขณะอุณหภูมิหลอดสูง ดังแสดงในรูปที่ 5.3 แสดงลักษณะของโคมไฟหน้าแบบกึ่งซีลบีม (Semi sealed Beam)


ใบความรู้หน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง 5.2.2. สวิตช์ไฟแสงสว่าง (Light Switch) สวิตช์ไฟแสงสว่าง ควบคุมการทำงานของไฟหน้าและไฟท้าย สวิตช์ไฟแสงสว่างติดตั้งอยู่ปลายก้าน สวิตช์ไฟเลี้ยวมี 3 ตำแหน่ง ดังแสดงในรูปที่ 5.4 แสดงลักษณะของสวิตช์ไฟแสงสว่าง (Light Switch) การควบคุมการทำงานของไฟสูง ไฟต่ำและไฟขอทาง (กระพริบ) ให้เหมาะสมกับการขับขี่และ การจราจรบนถนน ตำแหน่งก้านสวิตช์อยู่ต่ำสุด คือ ตำแหน่งไฟสูง ตรงกลาง คือ ตำแหน่งไฟต่ำ ดันขึ้นสุด ด้านบน คือ ตำแหน่งไฟขอทาง 5.2.4. รีเลย์ควบคุมไฟแสงสว่าง เนื่องจากวงจรไฟระบบแสงสว่างใช้กระแสไฟจำนวนมากดังนั้นเพื่อลดแรงเคลื่อนไฟฟ้าตกคร่อมภายใน วงจร ทำให้เกิดแสงสว่างของหลอดไฟเต็มที่ และยืดอายุการใช้งานของสวิตช์ จึงใช้รีเลย์ทำห้าที่เป็นสวิตช์ให้ กระแสไฟผ่านอุปกรณ์ระบบไฟแสงสว่างได้เต็มที่ 5.2.3. สวิตช์ไฟสูง-ต่ำ (Dimmer Switch)


ใบความรู้หน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง 5.3 การทำงานของวงจรไฟหน้า 5.3.1. ตำแหน่งไฟต่ำ เมื่อบิดสวิตช์ไฟแสงสว่างตำแหน่ง HEAD กระแสไฟจากแบตเตอรี่ไหลผ่าน ขดลวดรีเลย์ไฟหน้าไปขั้ว H ของสวิตช์ไฟแสงสว่างลงกราวด์ที่ขั้ว EL หน้าคอนแทกรีเลย์ไฟหน้าจึงต่อกัน กระแสไฟจึงไหลผ่านฟิวส์ 15 A ของหลอดไฟหน้า EL และ RH ผ่านไส้หลอดไปที่สวิตช์ไฟสูง-ต่ำ เมื่อสวิตช์ไฟ สูง-ต่ำ อยู่ตำแหน่ง LOW ขั้ว HLและขั้ว ED ต่อเนื่องกัน กระแสไฟจึงผ่านขั้ว ED ลงกราวด์ หลอดไฟต่ำทั้งสอง ดวงของไฟหน้าจึงสว่างขั้น ดังแสดงในรูปที่ 5.5 แสดงลักษณะของการทำงานวงจรไฟหน้าตำแหน่งไฟต่ำ 5.3.2. ตำแหน่งไฟสูง เมื่อสวิตช์ไฟแสงสว่างอยู่ตำแหน่ง HEAD และสวิตช์ไฟสูง-ต่ำ อยู่ตำแหน่ง HIGH ขั้ว HU ต่อเนื่องกับขั้ว ED กระแสไฟจะผ่านไส้หลอดไฟสูง ผ่านขั้ว HU และ ED ลงกราวด์ หลอดไฟสูงทั้งสอง ดวงจึงสว่างขั้นขณะเดียวกันกระแสไฟจะไหลผ่านไส้หลอดต่ำไปยังหลอดแสดงสัญญาณไฟสูงลงกราวด์ หลอดไฟแสดงสัญญาณไฟสูงจึงสว่างขึ้น ดังแสดงในรูปที่ 5.6 แสดงลักษณะของการทำงานวงจรไฟหน้าตำแหน่งไฟสูง


ใบความรู้หน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง แสดงลักษณะของการทำงานวงจรไฟหน้าตำแหน่งไฟขอทาง 5.4 การทำงานของวงจรไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟหน้าปัด ไฟส่องป้ายทะเบียน เมื่อบิดสวิตช์ควบคุมไฟแสงสว่างตำแหน่ง TAL หรือ HEAD จะทำให้ขั้ว T กับขั้ว EL ต่อถึงกันกระแสไฟ จากแบตเตอรี่จะไหลผ่านขดลวดรีเลย์ไฟท้ายไปยังขั้ว T และลงกราวด์ที่ขั้ว EL รีเลย์ไฟฟ้าทำงานกระแสไฟจึง ไหลผ่านหน้าคอนแทกรีเลย์ไฟท้าย 15 A ไปยังหลอดไฟหรี่หน้า ไฟท้าย ไฟหน้าปัด ไฟส่องป้ายทะเบียน ทำให้ หลอดสว่างขึ้นพร้อมกัน ดังแสดงในรูปที่ 5.8 แสดงลักษณะของการทำงานวงจรไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟหน้าปัด ไฟส่องป้ายทะเบียน 5.3.3. ตำแหน่งไฟขอทาง สวิตช์ควบคุมไฟแสงสว่างตำแหน่ง OFF เมื่อคันสวิตช์ไฟสูง-ต่ำ ขึ้นด้าน บนสุดกระแสไฟจากแบตเตอรี่ไหลผ่านขดลวดรีเลย์ไฟหน้าไปยังขั้ว HF ลงกราวด์ที่ขั้ว ED ทำให้หน้าคอนเทกรี เลย์ไฟหน้าต่อกัน ทำให้กระแสไฟฟ้าผ่านหน้าคอนแทกมาลงกราวด์ที่ขั้ว ED หลอดไฟสูงสองดวงจึงสว่างขึ้น และเมื่อปล่อยมือจากสวิตช์ไฟสูง-ต่ำ จะกลับมาอยู่ตำแหน่งไฟต่ำ ขั้ว HF จะไม่ต่อกับขั้ว ED รีเลย์ ไฟหน้าไม่ ทำงานหลอดไฟทั้งสองดวงจึงดับลง ดังแสดงในรูปที่ 5.7


ใบความรู้หน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง 5.5 การทำงานของวงจรไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร กระแสไฟจากแบตเตอรี่จะไหลผ่านฟิวส์ DOME ขนาด 15 A ผ่านหลอดไฟเตือนปิดประตูไม่สนิทที่ หน้าปัดและหลอดไฟห้องเก็บสัมภาระรอลงกราวด์ที่สวิตช์ประตูทั้ง 4 บาน และสวิตช์ประตูห้องเก็บสัมภาระ ท้ายรถ หากประตูบานใดบานหนึ่งใน 4 บาน ถูกเปิดออกจะทำให้หลอดไฟเตือนปิดประตูสว่างขึ้นเนื่องจากไฟที่ หลอดไฟเตือนสามารถลงกราวด์ได้ดังแสดงในรูปที่ 5.9 แสดงลักษณะของการทำงานของวงจรไฟแสงสว่างในห้องโดยสาร สวิตช์ควบคุมไฟแสงสว่างในห้องโดยสารซึ่งติดตั้งบริเวณเพดานห้องโดยสารมีตำแหน่ง ควบคุม 3 ตำแหน่ง คือ 1. ตำแหน่ง OFF หลอดไฟจะไม่ติด 2. ตำแหน่ง ON หลอดไฟสว่างตลอดเวลา 3. ตำแหน่ง DOOR หลอดไฟจะสว่างเมื่อประตูด้านหนึ่งด้านใดถูกเปิด


แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ง. HEAD 1. ระบบไฟแสงสว่างใดเป็นระบบไฟแสงสว่างภายใน ก. ไฟหรี่ ข. ไฟหน้า ค. ไฟท้าย ง. ไฟห้องเก็บสัมภาระ 2. ไฟหรี่ทำหน้าที่สำคัญอย่างไร ก. บอกความกว้างและตำแหน่งของรถ ข. ให้แสงสว่างด้านหน้าและหลังของรถ ค. ส่องสว่างให้เห็นป้ายทะเบียนรถ ง. ให้ความสว่างภายในห้องโดยสาร 3. ไฟหน้าแบบซีลบีมมีลักษณะเฉพาะอย่างไร ก. ไส้หลอดขาดต้องเปลี่ยนทั้งโคม ข. ใช้ไส้หลอดธรรมดาเท่านั้น ค. ใช้ไส้หลอดชนิดฮาโลเจนเท่านั้น ง. สามารถเปลี่ยนหลอดไฟหน้าได้ 4. วิธีจับหลอดฮาโลเจนถูกต้องคือ ก. จับส่วนปลายหลอด ข. จับบริเวณกลางหลอด ค. จับบริเวณฐานหลอด ง. จับบริเวณไส้หลอด 5. สวิตช์ไฟแสงสว่าง (Light Switch) ที่ก้านสวิตช์ไฟเลี้ยวมี 3 ตำแหน่ง ยกเว้นข้อใด ก. ON ข.OFF ค. TAIL


แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 5 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 5 ระบบไฟแสงสว่าง ง. HORN 6. สวิตช์ควบคุมไฟแสงสว่างห้องโดยสาร มี 3 ตำแหน่ง ยกเว้นข้อใด ก. ON ข. OFF ค. DOOR ง. FLASH 7. “หากเปิดประตูใดประตูหนึ่ง หลอดไฟห้องโดยสารจะสว่าง” สวิตช์อยู่ตำแหน่งใด ก. ON ข. OFF ค. DOOR ง. OPEN 8. วงจรไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟหน้าปัด ไฟส่งป้าย จะต่อหลอดไฟ วงจรแบบใด ก. วงจรอนุกรม ข. วงจรขนาน ค. วงจรผสม ง. วงจรบริด 9. วงจรไฟระบบแสงสว่างใช้ฟิวส์ขนาดเท่าใด ก. 7. 5 A ข. 15 A ค. 25 A ง. 30 A 10.ถ้าหลอดไฟหน้าไม่ติดจะตรวจสอบฟิวส์ไฟหน้าตัวใด ก. TAIL ข. TRUN ค. HEAD


สื่อการสอน หน้าที่ 1 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่10 - 11 เรื่อง : ระบบไฟแสงสว่าง เวลา 7 ชั่วโมง


Click to View FlipBook Version