สื่อการสอน หน้าที่ 2 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่10 - 11 เรื่อง : ระบบไฟแสงสว่าง เวลา 7 ชั่วโมง
สื่อการสอน หน้าที่ 3 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่10 - 11 เรื่อง : แบตเตอรี่ เวลา 7 ชั่วโมง
บันทึกหลังสอน สัปดาห์ที่……………. ชื่อวิชา รหัสวิชา แผนกวิชา หน่วยที่ รายการสอน จำนวน ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา จำนวนผู้เรียน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) 2. ผลการสอน 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายวีระศักดิ์ รุนอร่าม) / / ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ลงชื่อ หัวหน้างานหลักสูตรฯ (นายควรรบ อู่มาลา) (นายสมศักดิ์ หลวงนา) / / / / ลงชื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวิสัย) / /
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 5 เรื่อง ระบบไฟแสงสว่าง (สัปดาห์ที่ 10 – 11)
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ชื่อเรื่อง ระบบสัญญาณ 1. หัวข้อเรื่อง 1.1 โครงสร้างของระบบสัญญาณ 1.2 หลักการทํางานของระบบสัญญาณ 1.3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสัญญาณ 1.4 การถอด-ประกอบของระบบสัญญาณ 1.5 ตรวจสภาพของระบบสัญญาณ 1.6 การบริการระบบสัญญาณ 1.7 การบํารุงรักษาระบบสัญญาณ 1.8 การแก้ไขข้อขัดข้องระบบสัญญาณ 2. สาระสำคัญ ระบบไฟแสงสว ่างและสัญญาณ เป็นระบบที ่มีความสำคัญเกี ่ยวกับความปลอดภัย รถยนต์ทุกคัน จะต้องมีอุปกรณ์ไฟแสงสว่างและสัญญาณ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ที่จะช่วยส่งเสริมความปลอดภัย แก่ผู้ร่วมทางบนท้องถนนรวมไปถึงผู้โดยสาร 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการทำงานของระบบสัญญาณ 3.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับถอด-ประกอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบสัญญาณตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับการตรวจสภาพชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของระบบสัญญาณตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของระบบสัญญาณตามคู่มือ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) 4.1สมรรถนะทั่วไป 4.1.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของระบบสัญญาณ 4.1.2 แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทํางานของระบบสัญญาณ 4.1.3 แสดงทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสัญญาณ 4.1.4 แสดงทักษะเกี่ยวกับการถอด-ประกอบของระบบสัญญาณ 4.1.5 แสดงทักษะเกี่ยวกับตรวจสภาพของระบบสัญญาณ 4.1.6 แสดงทักษะเกี่ยวกับการบริการระบบสัญญาณ 4.1.7 แสดงความรู้เกี่ยวกับการบํารุงรักษาระบบสัญญาณ 4.1.8 แสดงทักษะเกี่ยวกับการแก้ไขข้อขัดข้องระบบสัญญาณ
4.2 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 4.2.2 อธิบายหลักการทำงานของระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 4.2.3 บอกเกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 4.3 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ปฏิบัติ) 4.3.1 ใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 4.3.2 ถอด-ประกอบของระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 4.3.3 ตรวจสภาพของระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 4.3.4 บริการระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 4.3.5 แก้ไขข้อขัดข้องระบบสัญญาณได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอน (คำอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน) ถ้ามี ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ (20101-2005) ได้กําหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลักการเรียนการสอนแบบ MIAP ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนที่นำเสนอเนื้อหา มีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่12 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู ่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ โครงสร้างของระบบสัญญาณ หลักการทํางานของระบบสัญญาณ การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบระบบสัญญาณ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบสัญญาณ 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ
5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่13 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู ่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบสัญญาณ การถอด-ประกอบของระบบสัญญาณ ตรวจสภาพของระบบสัญญาณ การบริการระบบสัญญาณ 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่14 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู ่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับระบบสัญญาณ การบํารุงรักษาระบบสัญญาณ การแก้ไขข้อขัดข้องระบบสัญญาณ
5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 6. สื่อการเรียนรู้ 6.1. สื่อการสอน Power point หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 6.2 สื่อการเรียนการสอนจากของจริง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม 7.1. ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 เรื่องระบบสัญญาณ 7.2. แบบฝึกหัด 8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 8.1. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ทฤษฎี) - แบบทดสอบ - ถาม - ตอบ - แบบทดสอบ - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.2. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ปฏิบัติ) ถ้ามี - ถาม - ตอบ - ใบงาน - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.3 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - สังเกตุการณ์ - แบบประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เกณฑ์ร้อยละ 80
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ ระบบไฟแสงสว ่างและสัญญาณ เป็นระบบที ่มีความสำคัญเกี ่ยวกับความปลอดภัย รถยนต์ทุกคัน จะต้องมีอุปกรณ์ไฟแสงสว่างและสัญญาณ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่ที่จะช่วยส่งเสริมความปลอดภัย แก่ผู้ร่วมทางบนท้องถนนรวมไปถึงผู้โดยสาร ดังนั้น ช่างเทคนิคต้องมีความรู้ ความเข้าใจในจุดประสงค์ การ ทำงานและการควบคุมของวงจรไฟแสงสว่างและสัญญาณที่หลากหลายในรถยนต์ เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบ วิเคราะห์ปัญหาและการบริการได้อย่างถูกต้อง ระบบไฟแสงสว่างและสัญญาณในรถยนต์ปัจจุบันจะใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานร ่วมกัน ประกอบด้วย รีเลย์ ฟิวส์และฟิวส์สาย สวิตช์ หลอดไฟ ขั้วต่อสายไฟ วงจรไฟฟ้าแสงสว่างและสัญญาณประกอบด้วยไฟแสง สว ่างภายในและภายนอกตัวรถยนต์ ประกอบด้วยไฟหน้า ไฟท้าย ไฟหรี ่ ไฟในเก๋ง ไฟประตู ไฟส่องป้าย ทะเบียน ไฟแผงหน้าปัด และสวิตช์ต่าง ๆ ไฟตัดหมอก (บางรุ่น)ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน ไฟเบรก แตร ไฟเกียร์ถอย 6.1 หน้าที่ของระบบไฟแสงสว่างและสัญญาณ ระบบไฟแสงสว ่างและสัญญาณ ทำหน้าที ่อำนวยความสะดวกแก ่ผู้ขับขี ่ที ่จะช ่วยส่งเสริมความ ปลอดภัยแก ่ผู้ร ่วมทางบนท้องถนนรวมไปถึงผู้โดยสารซึ ่งมีอยู ่อย ่างหลากหลาย เช ่น ไฟหน้าหรือไฟใหญ่ ไฟตัดหมอก ไฟหรี่ ไฟท้าย ไฟส่องป้ายทะเบียน ไฟในห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระ ไฟแผงหน้าปัด ไฟ เบรก ไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉิน ไฟถอยหลัง 6.2 โครงสร้างและส่วนประกอบของระบบสัญญาณ 6.2.1 หลอดไฟหน้ารถยนต์ หลอดไฟหน้ารถยนต์ คือหลอดไฟที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าของรถยนต์ เพื่อให้แสงสว่างบนถนนในเวลา กลางคืน หรือเวลาอื่น ๆ ที่ทัศนวิสัยการขับขี่ไม่ดี เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถยนต์ และผู้ใช้รถร่วมทางบน ถนน หลอดไฟหน้ารถยนต์ มีด้วยกัน 2 ประเภท คือแบบไส้เดี่ยวและแบบไส้คู่ แบบไส้คู่หลอดไฟหน้ารถยนต์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ 1. ชนิดไฟหน้าทั้งดวง (Sealed beam) ไฟหน้าทั้งดวงเป็นไฟหน้าที่รวมเอาเลนส์จานสะท้อนแสง และไส้หลอด รวมอยู่เป็นชุดเดียวกันในโคมแก้วและผนึกแน่น 2. ไฟหน้าแบบกึ่งซีลบีม (Semi – Sealed Beam) จากข้อจำกัดของไฟหน้าแบบซีลบีมดังกล่าว เมื่อไส้หลอดขาดจะต้องเปลี่ยนโคมไฟหน้าทั้งดวง ทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูง บริษัทผู้ผลิตจึงได้ผลิตไฟหน้าแบบกึ่งซี ลบีมประกอบด้วยหลอดไฟที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ เมื่อหลอดไฟหน้าชำรุด หลอดไฟหน้าแบบนี้ยังแบ่งย่อย เป็น หลอดไฟแบบทั่วไป หลอดไฟแบบฮาโลเจน หลอดไฟแบบคายประจุความเข้มสูงหรือแบบซีนอน หลอดไฟ แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ และแบบโปรเจคเตอร์
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 6.2.2 สวิตช์ไฟแสงสว่าง สวิตช์ที่ใช้ในระบบไฟฟ้ารถยนต์ ทำหน้าที่ปิด เปิดหรือเปลี่ยนทิศทางการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร ซึ่งควบคุมโดยคนขับ วงจรไฟฟ้าปกติจะควบคุมโดยสวิตช์ ซึ่งสวิตช์ที่ใช้ในระบบไฟแสงสว่างมีอยู่อย่าง หลากหลาย โครงสร้างภายในจะเป็นชุดสะพานไฟ ซึ่งจะทำงานโดยยอมให้กระแสไหลผ่านหรือหยุดการไหล ของกระแส (เปิดวงจร) สวิตช์ที่ใช้ในระบบไฟแสงสว่าง ส่วนใหญ่จะเป็นแบบรวม ซึ่งรวมเอาสวิตช์ไฟหรี่ ไฟหน้า ไฟสูงต่ำ และ ไฟเลี้ยวรวมเข้าไว้ในสวิตช์เดียวกัน ซึ่งที่ทำหน้าที่เปิด ปิดและเปลี่ยนทิศทางวงจรไฟฟ้าที่ได้รับจากแบตเตอรี่ ผ่านไปยังหน้าสัมผัสของสวิตช์ ซึ่งยอมให้ไปควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าและหลอดไฟได้ การติดตั้ง สวิตช์ไฟแสงสว ่างส ่วนใหญ ่จะออกแบบติดตั้งไว้ตรงคอพวงมาลัยรถยนต์บางรุ ่นติดตั้งบนแผงควบคุม อุปกรณ์ไฟฟ้า ดังแสดงในรูปที่ รูปแสดงลักษณะของสวิตช์ไฟแสงสว่างแบบมีระบบควบคุมอัตโนมัติและแบบธรรมดา
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 6.2.3 รีเลย์ วงจรไฟแสงสว่างทั้งไฟหน้า ไฟท้ายและไฟหรี่ ส่วนใหญ่จะใช้รีเลย์เป็นตัวต่อทางไฟฟ้า เนื่องจากวงจร ไฟแสงสว่างจะใช้กระแสค่อนข้างสูง การใช้รีเลย์จะช่วยให้การควบคุมได้สะดวก ใช้สวิตช์ควบคุมขนาดเล็กลง ได้ สวิตช์มีอายุการใช้งานยาวนาน ทำให้กระแสไฟฟ้าผ่านไปยังภาระ (หลอดไฟ) ได้เต็มที่ และช่วยลดแรงดัน ตกคร่อมในวงจร กล่าวคือรีเลย์เป็นสวิตช์แม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งใช้หลักการแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังสะพานไฟ ซึ่งยอมให้ ปริมาณกระแสเล็กน้อยไปควบคุมกระแสจำนวนมากได้ดังแสดงในรูปที่ 6.2 รูปแสดงลักษณะของรีเลย์ชนิดต่างๆที่ใช้ในรถยนต์
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 6.2.4 ชนิดของหลอดไฟรถยนต์ หลอดไฟที่ใช้ในรถยนต์มีอยู่หลากหลาย ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของการใช้งานหลอดไฟจะมีการ กำหนดขนาดแรงเคลื ่อนไฟฟ้า (โวลต์) และกำลังไฟฟ้า (วัตต์) ติดไว้ที่ข้างตัวหลอดเพื่อให้สามารถเลือกใช้ หลอดไฟได้อย่างถูกต้องกับวงจรไฟฟ้านั้น ๆ ภายในตัวหลอดแก้วของหลอดไฟจะเป็นสุญญากาศบรรจุพวก แก๊สเฉื่อยไว้ภายใน และไส้หลอดไฟจะทำด้วยโลหะผสมทังสเตน ตามตารางที่ 1.1 ชนิดของหลอดไฟ การนำไปใช้งาน ไฟหน้ารถยนต์ (ไฟสูง/ไฟต่ำ) ไฟตัดหมอก ไฟหรี่ ไฟเลี้ยวและไฟถอยหลัง ไฟ ส่องป้ายทะเบียน ไฟท้าย (ไฟเบรก /ไฟหรี่) ซึ่งทั้งสอง ไส้ของหลอดไฟแบบนี้จะมีวัตต์ ต่างกัน
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ ชนิดของหลอดไฟ การนำไปใช้งาน หลอดไฟแบบเสียบ ไฟหรี่ ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ไฟ ส่องสว่างหน้าปัด หลอดไฟแบบ 2 ขั้ว ไฟในเก๋ง ไฟส่องสว่างที่ประตูรถ ไฟส่องป้ายทะเบียน ตารางแสดงลักษณะของหลอดไฟในรถยนต์ชนิดต่างๆ 6.3 การทำงานของระบบไฟแสงสว่าง 6.3.1 การทำงานของระบบไฟแสงว่างด้านหน้า (ไฟใหญ่) รูปแสดงลักษณะของการทำงานของวงจรไฟหน้า (ไฟใหญ่) รถยนต์
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 1. ตำแหน่งไฟต่ำ เมื่อผู้ขับขี่รถเปิดสวิตช์ไฟแสงสว ่างไปในตำแหน่ง H (ไฟใหญ่) รีเลย์ไฟแสงสว ่าง ทำงาน และในเวลาเดียวกันสวิตช์ไฟสูง - ต่ำ ก็อยู่ในตำแหน่ง HL (ไฟต่ำ) กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านฟิวส์ไปยังไส้ หลอดไฟต่ำของหลอดไฟใหญ่ ขั้ว HL และ ED ของสวิตช์ไฟสูงต่ำ ลงกราวด์ตามลำดับ เป็นเหตุให้ไฟสว่างขึ้น ในตำแหน่งไฟต่ำ ในเวลาเดียวกัน ไฟหรี่ ไฟส่องป้าย ไฟแสดงตำแหน่งรถจะยังทำงานอยู่ เมื่อรีเลย์ไฟหรี่ทำงาน (รีเลย์ไฟหรี่และสวิตช์ไฟหรี่ยังคงทำงานอยู่) 2. ตำแหน ่งไฟสูง เมื ่อบิดสวิตช์ไฟแสงสว ่างไปในตำแหน่งขั้ว H (ไฟใหญ่) ทำให้รีเลย์ไฟแสงสว่าง ทำงาน ถ้าในเวลานั้นสวิตช์ไฟสูง - ต่ำอยู่ในตำแหน่ง HU (ลำแสงไฟสูง) กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผ่าน จาก หลอดไฟสูงของไฟใหญ่ไปขั้ว HU , ED และลงกราวด์ตามลำดับ เป็นเหตุให้ไฟสว่างขึ้นในตำแหน่งไฟสูงใน เวลาเดียวกันไฟหรี่ ไฟส่องป้ายจะติดสว่างเช่นกัน เป็นเพราะรีเลย์ไฟหรี่ยังทำงานอยู่ ส่วนไฟแสดงตำแหน่งไฟ สูงจะติดสว่างขึ้นเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านไส้หลอดไฟต่ำลงกราวด์ 3. ตำแหน่งไฟขอทางของไฟใหญ่ การเปิดไฟขอทางเป็นการเตือนให้ผู้ขับขี่รถที่ส่วนทางมาลดระดับ ลำแสงไฟใหญ ่ให้ต ่ำลง เมื ่อผู้ขับขี ่ปรับสวิตช์ไฟสูง-ต ่ำไปตำแหน ่ง HF (ไฟขอทาง) และปล่อยกลับ ทำให้ กระแสไฟจากแบตเตอรี่ไหลโดยตรงผ่านสวิตช์ไฟสูง - ต่ำชั่วขณะ ไฟแสดงตำแหน่งไฟสูงที่หน้าปัดจะสว่างขึ้น และดับลงเมื่อสิ้นสุดการทำงานของไฟขอทาง 6.3.2 การทำงานของไฟตัดหมอก การทำงาน เมื่อกดสวิตช์ไฟตัดหมอกตำแหน่งเปิด (ON) กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ผ่านฟิวส์ สาย ฟิวส์ย่อย สะพานไฟรีเลย์ไฟหรี่ผ่านขดลวดรีเลย์ไฟตัดหมอกไปยังสวิตช์ไฟตัดหมอกลงกราวด์ครบวงจร ทำให้ขดลวดรีเลย์ไฟตัดหมอกเกิดอำนาจแม่เหล็กดูดสะพานไฟรีเลย์มาต่อวงจรทางไฟฟ้า ทำให้กระแสไฟฟ้า ผ่านฟิวส์ไฟตัดหมอก ไปยังหลอดไฟตัดหมอกลงกราวด์ครบวงจร หลอดไฟจึงติดสว่างขึ้น โดยทั่วไปแล้วไฟตัด หมอกจะติดสว่างขึ้นได้นั้น ผู้ขับขี่จะต้องกดสวิตช์ไปตำแหน่งเปิด (ON) พร้อมกับการทำงานของรีเลย์ไฟหรี่ ซึ่ง ไฟหรี่จะติดสว่างด้วยเช่นกัน ดังแสดงในรูปที่ 6.3 รูปแสดงลักษณะของวงจรไฟหรี่และไฟตัดหมอกรถยนต์
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 6.3.3 การทำงานของไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร มีรายละเอียดดังนี้ 1. จังหวะปิด (OFF) เป็นจังหวะที่ต้องการปิดไฟในเก๋ง เป็นจังหวะที่ไม่มีสัญญาณกราวด์มาที่โคมไฟ ทำให้หลอดไฟไม่สว่าง 2. จังหวะเปิด (ON) เป็นจังหวะที่ต้องการเปิดไฟในเก๋งให้หลอดติด โดยไม่ต้องเปิดประตูรถยนต์ โดย ดันสวิตช์ไฟมาที่จังหวะ ON หลอดไฟจะติดสว่างโดยอาศัยสัญญาณกราวด์จากตัวถังรถยนต์ที่มารออยู่ที่โคมไฟ ในเก๋ง 3. จังหวะเปิดประตู(DOOR ) เป็นจังหวะที่หลอดไฟติดในขณะที่เปิดประตูรถยนต์ข้างใดข้างหนึ่ง โดย ดันสวิตช์โคมไฟในเก๋งมาที่จังหวะ DOOR แล้วเปิดประตูจะทำให้สัญญาณกราวด์จากสวิตช์ประตูไหลผ่านสวิตช์ มาที ่โคมไฟในเก๋ง ทำให้หลอดไฟติดสว ่าง แต ่เมื ่อปิดประตูสวิตช์ข้างประตูจะถูกตัดสัญญาณกราวด์ทำให้ หลอดไฟในเก๋งดับ ดังแสดงในรูปที่ 6.4 รูปแสดงลักษณะของวงจรไฟส่องสว่างในห้องโดยสารรถยนต์
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 6.4 การทำงานของระบบไฟสัญญาณ 6.4.1 การทำงานของระบบไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉิน ระบบไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินประกอบด้วยอุปกรณ์หลักได้แก ่ สวิตช์ไฟเลี้ยว สวิตช์ไฟฉุกเฉิน และ แฟลชเชอร์ การทำงานของแฟลชเชอร์แบบขดลวดความร้อน เมื ่อเปิดสวิตช์กุญแจและสวิตช์ไฟเลี้ยว กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี ่จะผ ่านสวิตช์กุญแจ ไปยังฟิวส์เข้าขั้ว B ของแฟลชเชอร์คอนแทก C1 ลวดความร้อน ความต้านทาน R ผ่านคอยล์ออกขั้ว L ของแฟลชเชอร์เข้าสวิตช์ไฟเลี้ยว ผ่านหลอดไฟเลี้ยว ลงกราวด์ครบวงจร ทำให้คอยล์ของแฟลชเชอร์มีอำนาจแม่เหล็ก อย่างไรก็ตามในช่วงนี้กระแสไฟฟ้าต้องผ่าน ลวดความร้อนและความต้านทานจึงทำให้มีกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงหลอดไฟเลี้ยวน้อยมากไม่สามารถทำให้ไฟ เลี้ยวติดได้ซึ่งต่อกับ C2 ผ่านคอยล์ออกขั้ว L ของแฟลชเชอร์ผ่านเข้าสวิตช์ไฟเลี้ยว ไปยังหลอดไฟเลี้ยวลง กราวด์ครบวงจรทำให้หลอดไฟเลี้ยวติด ซึ ่งขณะนี้ไม ่มีกระแสไฟฟ้าผ่านลวดความร้อนของแฟลชเชอร์ ลวดความร้อนจะเย็นลงและหดตัวดึงคอนแทก C1 ชนะแรงดูดของคอยล์แยกออกจาก C2 หลอดไฟเลี้ยวจึงดับ และกลับไปเริ่มต้นทำงานใหม่ทำให้ไฟเลี้ยวเกิดการกระพริบเป็นจังหวะ ส่วนแฟลชเชอร์แบบโลหะคู่ควบ แบบคอนเดนเซอร์และรีเลย์ (แบบคาปาซิเตอร์) มีการทำงานภายใน มีพื้นฐานคล้ายกับแบบลวดความร้อน แต่ต่างกันที่การใช้โลหะควบคู่ คอนเดนเซอร์ และรีเลย์ควบคุมการ ทำงานร่วมกับลวดความร้อน ซึ่งอาศัยหลักการของอุณหภูมิที่ขดลวดความร้อนทำงานร่วมกับหน้าทองขาว โดยการโก่งตัวและเย็นตัวของโลหะเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้นหรือลดลง รวมทั้งการเก็บประจุและคายประจุของ คาปาซิเตอร์ เพื่อตัดต่อทางไฟฟ้าเพื่อควบคุมให้แฟลชเชอร์ทำงาน ให้หลอดไฟเลี้ยวกระพริบเป็นจังหวะได้ดัง แสดงในรูปที่ 6.5 รูปแสดงลักษณะของวงจรไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินรถยนต์
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 6.4.2 การทำงานของวงจรไฟเบรก ในวงจรไฟเบรก ถ้าเป็นสวิตช์ไฟเบรกแบบกลไก จะรับการตัด ต่อจากคันเหยียบเบรก แต่ถ้าเป็น สวิตช์ไฟเบรกแบบแรงดัน เมื่อเหยียบเบรกแรงดันน้ำมันในแม่ปั๊มเบรกจะเป็นตัวทำให้สวิตช์ไฟเบรกตัด ต่อทาง ไฟฟ้า โดยทั่วไปรถยนต์จะใช้สวิตช์ไฟเบรกแบบกลไก อาศัยการทำงานของคันเหยียบเบรก ปกติคันเหยียบ เบรกจะดันให้สะพานไฟ (หน้าคอนแทก) จากกันโดยชนะแรงดันสปริงของสวิตช์ เมื่อไม่เหยียบเบรกสปริงดึง คันเหยียบเบรกจะดึงคันเหยียบเบรกให้กดแกนสวิตช์ไฟเบรกดันให้สะพานไฟไม่ต่อกัน ทำให้กระแสไฟไหล ไม่ได้หลอดไฟเบรกจึงดับ แต่เมื่อเหยียบเบรก คันเหยียบเบรกจะเคลื่อนตัวลงต่ำ ปุ่มสวิตช์เบรกจะเป็นอิสระ สปริงในสวิตช์จะดันให้สะพานไฟต่อกัน ทำให้กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ไหลผ่านฟิวส์ไฟเบรก สวิตช์ไฟเบรก ไปยังหลอดไฟเบรกทั้งสองข้างและลงกราวด์ครบวงจร หลอดไฟจึงติดสว่างขึ้น ดังแสดงในรูปที่ 6.6 รูปแสดงลักษณะของวงจรไฟเบรกรถยนต์
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 6.4.3 การทำงานของวงจรไฟเกียร์ถอยหลัง เมื่อเปิดสวิตช์กุญแจตำแหน่ง IG และเข้าเกียร์ถอยหลัง กระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผ่าน สวิตช์กุญแจ ฟิวส์ไฟถอย สวิตช์ไฟถอย (สวิตช์ไฟถอยจะติดตั้งอยู่ที่ท้ายกระปุกเกียร์จะต่อวงจรเมื่อเข้าเกียร์ ถอยหลังเท่านั้น)ผ่านหลอดไฟถอยลงกราวด์ครบวงจร ทำให้หลอดไฟถอยหลังติดสว่างขึ้น เมื่อปลดคันเกียร์ จากตำแหน่งถอยหลังจะเป็นการปลดสวิตช์ไฟถอยไม่ให้ต่อทางไฟ หลอดไฟถอยหลังจึงดับลง ดังแสดงในรูปที่ 6.7 รูปแสดงลักษณะของวงจรไฟเกียร์ถอยหลังรถยนต์ 6.4.4 การทำงานของวงจรแตร วงจรแตร โดยทั่วไปจำแนกเป็นแบบธรรมดา (ไม่ใช้รีเลย์) และแบบใช้รีเลย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะ ใช้รีเลย์ควบคุม เพื่อยืดอายุการใช้งานของสวิตช์และลดแรงดันตกคร่อมในวงจร การทำงานของวงจรแตรแบบ ใช้รีเลย์ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านฟิวส์มารอที่ขั้วของรีเลย์แตร (ไม่ผ่านสวิตช์จุดระเบิด) และอีกทางหนึ่ง กระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดของรีเลย์แตรมารออยู่ที่สวิตช์แตรบนพวงมาลัย เมื่อกดสวิตช์แตรกระแสไฟฟ้า จะไหลผ่านสวิตช์แตรลงกราวด์ครบวงจรทำให้คอนแทคของรีเลย์แตรต่อเนื่องกัน กระแสไฟฟ้าจึงไหลผ่าน คอนแทคของรีเลย์แตรไปยังแตรลงกราวด์ ทำให้แผ่นไดอะแฟรมของแตรสั่นด้วยความถี่สูงทำให้เกิดเสียงดังขึ้น ดังแสดงในรูปที่ 6.8
ใบความรู้หน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ รูปแสดงลักษณะของวงจรแตรรถยนต์ 6.5 การตรวจสอบและวิเคราะห์ปัญหาระบบไฟแสงสว่างและสัญญาณ ขั้นตอนการทดสอบวงจรระบบไฟแสงสว่างและสัญญาณโดยทั่วไป มีรายละเอียดดังนี้ ตรวจสอบทาง กายภาพ ตรวจสอบสภาพการประจุไฟแบตเตอรี ่ ตรวจสอบหลอดไฟ ตรวจสอบการต ่อเนื ่องของฟิวส์ ตรวจความต่อเนื่องของสวิตช์ควบคุม ตรวจสอบการทำงานรีเลย์ ตรวจสอบแรงดันแหล่งจ่ายที่จ่ายมายังสวิตช์ ควบค ุมไฟแสงสว ่างและสัญญาณต ่าง ๆ ตรวจสอบแหล ่งจ ่ายไฟที ่เข้ารีเลย์ และออกจากรีเลย์ ตรวจสอบแรงดันแหล่งจ่ายไปยังหลอดไฟต่าง ๆ ของระบบไฟแสงสว่างและสัญญาณและตรวจการลงกราวด์
แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. หน้าที่ของระบบไฟแสงสว่างคือข้อใด ก. เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถบนถนน ข. เพื่อเป็นสัญญาณเตือนแก่ผู้ใช้รถและผู้ใช้ถนน ค. เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ง. ถูกทุกข้อ 2. ไฟหรี่หรือไฟท้ายมีหน้าที่ตามข้อใด ก. บอกระยะความกว้างของตัวรถ ข. บอกตำแหน่งของตัวรถในเวลากลางคืน ค. ให้แสงสว่างร่วมกับไฟหน้าและไฟท้าย ง. ถูกทุกข้อ 3. โคมไฟสีขาวด้านหลังรถยนต์คือข้อใด ก. ไฟถอยหลังและสัญญาณไฟเลี้ยว ข. ไฟถอยหลังและไฟส่องป้ายทะเบียน ค. ไฟส่องป้ายทะเบียนและไฟเลี้ยว ง. ไฟเลี้ยวและไฟถอยหลัง 4. ความแตกต่างที่สำคัญของไฟหน้าแบบซีลบีมกับหลอดไฟหน้าแบบกึ่งซีลบีมคือข้อใด ก. ไส้หลอดขาดต้องเปลี่ยนโคมไฟทั้งชุด ข. ใช้ไส้หลอดธรรมดาเท่านั้น ค. ใช้ไส้หลอดชนิดฮาโลเจนเท่านั้น ง. สามารถเปลี่ยนหลอดไฟหน้าได้ 5. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับไฟหน้าแบบกึ่งซีลบีม (แบบถอดแยกได้) ก. ใช้หลอดไฟแบบถอดเปลี่ยนได้ ข. เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบตัวรถ ค. ใช้เลนส์โพลีคาร์บอเนต ง. มีสีแดงหรือสีเหลืองอำพัน 6. สวิตช์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในวงจรไฟแสงสว่างคือข้อใด ก. สวิตช์รวม ข. สวิตช์ดันและดึง ค. สวิตช์ 3 ทาง ง. รีโอสตัท 7. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าระบบไฟแสงสว่างและสัญญาณ ก. ไส้หลอดไฟมีการเชื่อมต่อแบบอนุกรม ข. วงจรไฟฟ้าทั้งหมดใช้หลอดไฟทั้งไฟสูงและไฟต่ำ ค. วงจรยอมให้มีฉนวนของหลอดไฟและกราวด์ของสวิตช์ ง. หลอดไฟหน้ารถยนต์ได้รับพลังงานผ่านทางสวิตช์จุดระเบิด
แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 6 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 6 ระบบสัญญาณ 8. ไฟหน้าเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อความปลอดภัย ซึ่งจะถูกป้องกันโดยอุปกรณ์ใด ก. ฟิวส์กระแสสูง ข. ฟิวส์สาย ค. เซอร์กิตเบรกเกอร์ ง. รีเลย์ 9. หลอดไฟหรี่และหลอดไฟส่องป้ายทะเบียนของรถยนต์ โดยทั่วไปจะป้องกันโดยอุปกรณ์ใด ก. ฟิวส์กระแสสูง ข. ฟิวส์ย่อย ค. เซอร์กิตเบรกเกอร์ ง. รีเลย์ 10.กระแสไฟที่ไปยังหลอดไฟเบรก ปกติสวิตช์ไฟเบรกจะต่อมาจากข้อใด ก. ไฟเลี้ยงสวิตช์กุญแจ ข. ไฟเลี้ยงสวิตช์ไฟหน้า ค. ไฟเลี้ยงสวิตช์ไฟเลี้ยว ง. ง. ไฟเลี้ยงแบตเตอรี่โดยตรง
สื่อการสอน หน้าที่ 1 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่12 – 1 4 เรื่อง : ระบบสัญญาณ เวลา 21 ชั่วโมง ระบบแตร วงจรแตร มีหน าที่ผลิตสัญญาเสียง เพื่อเตือนให ผู ใช ถนนได ทราบ เสียง ของแตรเกิดจากการสั่นสะเทือนของไดอะแฟรมภายในแตร ปกตินิยมใช ตัว ต อ วงจร เสียงต่ํา ตัว เสียงสูง ตัว แบบใช รีเลย ช วย ส วนประกอบของวงจรแตร แบตเตอรี่ มีหน าที่จ ายกระแสให กับวงจร แตร มีหน าที่แปลงกระแสไฟฟ าให เป นสัญญาเสียง โดยการสั่นสะเทือน ของแผ นไดอะแฟรม ฟ วส
สื่อการสอน หน้าที่ 2 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่12 – 1 4 เรื่อง : ระบบสัญญาณ เวลา 21 ชั่วโมง ข อเสนอแนะ หน าทองขาวของรีเลย ทนกระแสได สูงในวงจรที่ต องใช กระแสไฟมาก การใช รีเลย ควบคุมจึงเหมาะสมกว าการ ใช สวิตช โดยตรง การปรับแตร การตรวจสอบวงจรแตร แบบธรรมดา ลําดับขั้นการตรวจสอบ ตรวจฟ วส ด วยตา ตรวจไฟผ านฟ วส ตรวจสายไฟและขั้วต อ ด วยตา ตรวจการทํางานของแตร ตรวจการทํางานของสวิตช ด วยโอห มมิเตอร แบบรีเลย ลําดับขั้นการตรวจสอบ ตรวจฟ วส ด วยตา ตรวจไฟผ านฟ วส ตรวจสายไฟและขั้วต อ ด วยตา ตรวจการทํางานของแตร ตรวจการทํางานของรีเลย ตรวจการทํางานของสวิตช ด วยโอห มมิเตอร การตรวจสอบวงจรแตร ระบบเบรกเท า และเบรกมือ ไฟเบรกรถยนต ประกอบด วย ไฟเบรกเท า ไฟเบรกมือ วงจรไฟเบรกมือ
บันทึกหลังสอน สัปดาห์ที่…………… ชื่อวิชา รหัสวิชา แผนกวิชา หน่วยที่ รายการสอน จำนวน ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา จำนวนผู้เรียน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) 2. ผลการสอน 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายวีระศักดิ์ รุนอร่าม) / / ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ลงชื่อ หัวหน้างานหลักสูตรฯ (นายควรรบ อู่มาลา) (นายสมศักดิ์ หลวงนา) / / / / ลงชื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวิสัย) / /
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 6 เรื่อง ระบบสัญญาณ (สัปดาห์ที่ 12 – 14)
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ชื่อเรื่อง อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1. หัวข้อเรื่อง 1.1 โครงสร้างของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1.2 หลักการทํางานของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1.3 การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1.4 การถอด-ประกอบของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1.5 ตรวจสภาพของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1.6 การบริการอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1.7 การบํารุงรักษาอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 1.8 การแก้ไขข้อขัดข้องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 2. สาระสำคัญ ระบบอำนวยความสะดวกของรถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งมากับรถยนต์เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์เกิดความ สะดวกสบายและปลอดภัยขณะขับขี่ ประกอบด้วยระบบปัดย้ำฝนและน้ำฉีดล้างกระจก ระบบละลายฝ้า กระจกหลัง ที่จุดบุหรี่ กระจกไฟฟ้า กระจกมองข้างไฟฟ้า และอื่น ๆ 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหลักการทำงานของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 3.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับถอด-ประกอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ ตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับการตรวจสภาพชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ ตามคู่มือ 3.3 แสดงความรู้เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ตามคู่มือ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) 4.1สมรรถนะทั่วไป 4.1.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับโครงสร้างของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 4.1.2 แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทํางานของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 4.1.3 แสดงทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบอุปกรณ์อํานวยความสะดวกใน รถยนต์ 4.1.4 แสดงทักษะเกี่ยวกับการถอด-ประกอบของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 4.1.5 แสดงทักษะเกี่ยวกับตรวจสภาพของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์
4.1.6 แสดงทักษะเกี่ยวกับการบริการอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 4.1.7 แสดงความรู้เกี่ยวกับการบํารุงรักษาอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 4.1.8 แสดงทักษะเกี่ยวกับการแก้ไขข้อขัดข้องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 4.2 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 บอกเกี่ยวกับโครงสร้างของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ได้ถูกต้อง 4.2.2 อธิบายหลักการทำงานของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ได้ถูกต้อง 4.2.3 บอกเกี่ยวกับการบำรุงรักษาอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ได้ถูกต้อง 4.3 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ปฏิบัติ) 4.3.1 ใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ได้ถูกต้อง 4.3.2 ถอด-ประกอบของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ถูกต้อง 4.3.3 ตรวจสภาพของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ได้ถูกต้อง 4.3.4 บริการอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ได้ถูกต้อง 4.3.5 แก้ไขข้อขัดข้องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอน (คำอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน) ถ้ามี ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ (20101-2005) ได้กําหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลักการเรียนการสอนแบบ MIAP ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการ พัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนที่นำเสนอเนื้อหา มีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่ 15 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ โครงสร้างของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ หลักการทํางานของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ การใช้เครื่องมือวัดและเครื่องมือทดสอบอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ การถอด-ประกอบของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์
5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวก ในรถยนต์ 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่16 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.2.3 ผู้สอนแสดงตัวอย่างเกี่ยวกับอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ ตรวจสภาพของอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ การบริการอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ การบํารุงรักษาอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ การแก้ไขข้อขัดข้องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวก ในรถยนต์ 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์
6. สื่อการเรียนรู้ 6.1. สื่อการสอน Power point หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 6.2 สื่อการเรียนการสอนจากของจริง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม 7.1. ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 7.2. แบบฝึกหัด 8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 8.1. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ทฤษฎี) - แบบทดสอบ - ถาม - ตอบ - แบบทดสอบ - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.2. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ปฏิบัติ) ถ้ามี - ถาม - ตอบ - ใบงาน - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.3 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - สังเกตุการณ์ - แบบประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เกณฑ์ร้อยละ 80
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 7.1 ระบบอำนวยความสะดวกในรถยนต์ ระบบอำนวยความสะดวกของรถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งมากับรถยนต์เพื่อให้ผู้ใช้รถยนต์เกิดความ สะดวกสบายและปลอดภัยขณะขับขี่ ประกอบด้วยระบบปัดย้ำฝนและน้ำฉีดล้างกระจก ระบบละลายฝ้า กระจกหลัง ที่จุดบุหรี่ กระจกไฟฟ้า กระจกมองข้างไฟฟ้า และอื่น ๆ ซึ่งรถยนต์รุ่นเดียวกันอาจมีอุปกรณ์ ระบบ อำนวยความสะดวกต่างกัน อุปกรณ์ระบบอำนวยความสะดวกจึงเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดราคาขายของรถ 7.1.1 ระบบปัดน้ำฝนละน้ำฉีดล้างกระจก ระบบปัดน้ำฝนใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับให้ก้านปัด และใบปัดน้ำฝนให้เคลื่อนที่ ซึ่งมีวงจรปัด น้ำฝน 4 แบบ ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของวงจรควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนแบบธรรมดา
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ แสดงลักษณะของวงจรควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนขณะใบปัดน้ำฝนอยู่ที่ขอบกระจก 1. แบบธรรมดา สวิตช์ปัดน้ำฝนจะควบคุมก้านปัดน้ำฝนดังนี้ ตำแหน่ง LOW กระแสไฟจากแบตเตอรี่ ผ่านสวิตช์จุดระเบิดและฟิวส์ 20 A WIPER เข้าขั้ว B ของสวิตช์ควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนไปที่ขั้ว +1 ของ มอเตอร์ปัดน้ำฝนลงกราวด์ ทำให้มอเตอร์ปัดน้ำฝนหมุนช้าเมื่อบิดสวิตช์ควบคุมไปตำแหน่ง HIGH กระแสไฟที่ เข้าขั้ว B จะไปที่ขั้ว +2 ของมอเตอร์ปัดน้ำฝนและลงกราวด์ทำให้มอเตอร์ปัดน้ำฝนหมุนเร็ว ขณะสวิตช์ควบคุม มอเตอร์ปัดน้ำฝนอยู่ตำแหน่ง LOW หรือ HIGH และใบปัดน้ำฝนกำลังเคลื่อนที่อยู่บริเวณกลางกระจก หากเรา บิดสวิตช์ปัดน้ำฝนไปตำแหน่ง OFF ลูกเบี้ยว (Cam switch) ในมอเตอร์ปัดน้ำฝนจะทำให้ขั้ว B และขั้ว S ต่อเนื่องกัน จึงทำให้กระแสไฟจากบขั้ว B ของมอเตอร์ปัดน้ำฝนไปยังขั้ว S ของสวิตช์ควบคุมขั้ว +1 ของสวิตช์ ควบคุมไปยังขั้ว +1 ของมอเตอร์ปัดน้ำฝนลงกราวด์ทำให้ใบปัดน้ำฝนเคลื่อนที่ต่อไปอีกจาถึงขอบกระจก ด้านล่างซึ่งจะทำให้ขั้ว B และขั้ว S ของมอเตอร์ปัดน้ำฝนไม่ต่อเนื่องกันเป็นผลให้มอเตอร์ปัดน้ำฝนหยุดหมุน เนื่องจากกระไฟจากขั้ว B ไหลผ่านไปขั้ว S ไม่ได้ดังแสดงในรูป
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 2. แบบมีสวิตช์ควบคุมตำแหน่ง MIST (ปัด-หยุด) เมื่อสวิตช์ปัดน้ำฝนอยู่ตำแหน่ง MIST กระแสไฟจะ ไหลผ่านขั้ว B และขั้ว +1 ของสวิตช์ควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนไปยังขั้ว +1 ของมอเตอร์ปัดน้ำฝนลงกราวด์ มอเตอร์ปัดน้ำฝนจะหมุนด้วยความเร็วเท่ากับตำแหน่ง LOW แต่เมื่อปล่อยมือจากสวิตช์ควบคุมมอเตอร์ปัด น้ำฝน สวิตช์จะคืนกลับไปอยู่ตำแหน่ง OFF ใบปัดน้ำฝนหยุดทำงานโดยเคลื่อนมาหยุดที่ตำแหน่งของกระจก ด้านล้าง ส่วนตำแหน่งอื่นของสวิตช์ควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนทำงานเหมือนแบบธรรมดา ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของวงจรควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนแบบมีตำแหน่ง MIST
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 3. แบบมีสวิตช์ควบคุมตำแหน่ง INT (ชนิดปรับตั้งเวลาหยุดไม่ได้) เมื่อสวิตช์ควบคุมของมอเตอร์ปัด น้ำฝนอยู่ตำแหน่ง INT รีเลย์ปัดน้ำฝน (WIPER RELAY) จะทำงานโดยส่งกระแสไฟไปยังขั้ว S ของสวิตช์ควบคุม มอเตอร์ปัดน้ำฝน ผ่านขั้ว +1 ของสวิตช์ควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนไปขั้ว +1 ของมอเตอร์ปัดน้ำฝนลงกราวด์ มอเตอร์ปัดน้ำฝนจึงทำงานเมื่อใบปัดน้ำฝนเคลื่อนกลับมาอยู่ที่ขอบกระจกด้านล่าง จะทำให้ขั้ว S กับขั้ว E ของ มอเตอร์ปัดน้ำฝนต่อเนื่องกัน รีเลย์ปัดน้ำฝนซึ่งอยู่ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์จะหยุดทำงานชั่วขณะ (ประมาณ 3 วินาที) จากนั้นจึงเริ่มทำงานใหม่ ใบปัดน้ำฝนจึงเคลื่อนที่ขึ้นลงลักษณะนี้สลับกันไปเรื่อย ๆ เมื่อกดสวิตช์ฉีดน้ำล้างกระจก กระแสไฟจะผ่านมอเตอร์ฉีดน้ำไปยังขั้ว W และขั้ว E ของสวิตช์ควบคุม ลงกราวด์ มอเตอร์ปั้มน้ำฉีดล้างกระจกทำงาน ขณะที่ชุดอิเล็กทรอนิกส์จะส่งสัญญาณให้รีเลย์ปัดน้ำฝนทำงาน ควบคุมให้ใบปัดน้ำฝนเคลื่อนที่ขึ้นลง 1-2 ครั้ง แล้วหยุดเพื่อทำความสะอาดและปาดน้ำบนกระจกให้อออกไป ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของวงจรควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนแบบมี INT ชนิดปรับหยุดไม่ได้
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 4. แบบมีสวิตช์ควบคุมตำแหน่ง INT (ชนิดปรับตั้งเวลาหยุดได้) การทำงานเหมือนกับแบบปรับตั้ง เวลาหยุดไม่ได้ แต่ต่างกันตรงที่แบบปรับตั้งเวลาหยุดได้ จะมีตัวต้านทานปรับค่าได้เพิ่มในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ควบคุมและหยุดของใบปัดน้ำฝนให้เพิ่มขั้นหรือลดลงได้โดยผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งเวลาการหยุดของใบ ปัดน้ำฝนได้จากสวิตช์ควบคุมการทำงาน ดังแสดงในรูปที่ 7.4 แสดงลักษณะของวงจรควบคุมมอเตอร์ปัดน้ำฝนแบบมี INT ชนิดปรับหยุดได้ แสดงลักษณะของปั้มน้ำแบบต่าง ๆ 7.2 ปั้มน้ำฉีดล้างกระจก (Windshield washer pump) ทำหน้าที่ปั้มน้ำให้มีแรงดันส่งไปยังหัวฉีดเพื่อฉีดน้ำล้างกระจกจากปั้มน้ำฉีดล้างกระจก มีหลายแบบ เช่น แบบเฟือง แบบรีดอัด แบบหอยโข่ง ซึ่งแบบหอยโข่งเป็นแบบที่นิยมใช้กันมากมีอายุการใช้งานนาน ดังแสดงในรูป
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 7.3 หัวฉีดน้ำล้างกระจก (Nozzle) ปัจจุบันหัวฉัดน้ำล้างกระจกนิยมทำมากจากพลาสติก บริเวณปลายหัวฉีดจะเจาะรูเล็ก ๆ 1-2 รู เพื่อ กระจายสเปรย์น้ำให้ทั่วกระจก ลักษณะของหัวฉีดน้ำล้างกระจก ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของหัวฉีดน้ำล้างกระจก 7.4 ระบบละลายฝ้ากระจกหลัง เมื่อมีการขับขี่ขณะอุณหภูมิอากาศนอกรถมีอุณหภูมิต่ำหรือฝนตกอาจเกิดละอองน้ำเล็ก ๆ เกาะติด แผ่นกระจกหลังด้านนอก ทำให้ผู่ขับขี่มองเห็นด้านหลังไม่ชัดเจน (กระจกเป็นฝ้า) จึงมีการติดตั้งระบบละลาย ฝ้ากระจกหลังมีลักษณะเป็นแผ่นเส้นลวดความร้อน เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านในเส้นลวดจะทำให้เส้นลวด ร้อนขึ้นสามารถละลายฝ้าที่กระจกได้ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของสัญญาณสวิตช์ ที่ละลายฝ้ากระจก แสดงลักษณะของแผ่นเส้นลวดละลายฝ้ากระจกหลัง
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ การทำงาน เมื่อกดสวิตช์ละลายฝ้ากระจกหลังหน้าสัมผัสจะต่อให้กระแสไฟไปยังแผ่นเส้นขดลวดความร้อน ซึ่ง ติดอยู่ที่กระจกหลังลงกราวด์ทำให้แผ่นเส้นลวดร้อนขึ้น ขณะเดียวกันกระแสไฟจะผ่านฟิวส์ 7.5 A DEFOG ไป หลอดไฟแสดงการทำงาน ที่หน้าปัดสว่างขึ้น (นางรุ่นไฟแสงการทำงานจะอยู่ที่สวิตช์ละลายฝ้า) เมื่อกดสวิตช์อีก ครั้งปุ่มสวิตช์จะคืนกลับหน้าสัมผัสจะไม่ต่อเนื่อง ทำให้ตัดการทำงานของแผ่นเส้นลวดความร้อนและหลอดไฟ แสดงการทำงาน วงจรไฟฟ้าควบคุมระบบละลายฝ้ากระจกหลัง ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของวงจรควบคุมละลายฝ้ากระจกหลัง บางครั้งจะพบว่ารีเลย์มาเป็นสะพานไฟให้ตัดต่อกระแสไฟฟ้าแทนการใช้สวิตช์ละลายฝ้าโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้สวิตช์ละลายฝ้ามีอายุการใช้งานนานขึ้นเนื่องจากกระแสไฟส่วนมากไหลผ่านหน้าสัมผัสของรีเลย์ ละลายฝ้าแทนหน้าสัมผัสสวิตช์จุดระเบิดและสวิตช์ละลายฝ้า ดังแสดงในรูปที่ แสดงลักษณะของวงจรควบคุมะลายฝ้ากระจกหลังแบบใช้รีเลย์
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 7.5 การทำงานของที่จุดบุหรี่ ที่จุดบุหรี่ ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจุดบุหรี่ ลักษณะที่จุดบุหรี่ ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของที่จุดบุหรี่ การทำงานกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรี่จะไหลผ่านฟิวส์ที่จุดบุหรี่รอลงกราวด์ เมื่อกดที่จุดบุหรี่ให้ยุบลงก ระแสไฟจะไหลผ่านขดลวดความร้อนของตัวที่จุดบุหรี่ลงกราวด์ครบวงจร ทำให้ขดลวดความร้อนเกิดความร้อน จนแดง จากนั้นความร้อนจะทำให้ตัวที่จุดบุหรี่ถูกดันให้เด้งออกมาจากตำแหน่งล็อคไว้เดิมให้นำไปใช้งาน ดัง แสดงในรูป แสดงลักษณะวงจรไฟฟ้าที่จุดบุหรี่
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 7.6 ระบบควบคุมกระจกไฟฟ้า ระบบควบคุมกระจกไฟฟ้าทำหน้าที่อำนวยความสะอาดของการเลื่อนปิดเปิดกระจกหน้าต่าง ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักสำคัญ 2 ส่วน คือ ชุดเลื่อนกระจกซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์ขับกลไกเลื่อนกระจกและ สวิตช์ควบคุมการทำงาน 1.มอเตอร์กระจกไฟฟ้าละกลไกเลื่อนกระจกลักษณะมอเตอร์และกลไกเลื่อนกระจกด้านหน้า และด้านหลัง ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงทำหน้าที่ขับเฟืองหรือชุดรอกและสลิง ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะมอเตอร์กระจกไฟฟ้าและกลไกเลื่อนกระจก 2. สวิตช์ควบคุมมอเตอร์กระจกไฟฟ้า จะมีสวิตช์ควบคุมหลัก (ด้านคนขับ) ที่สามารถควบคุม การปิด และเปิดกระจกหน้าต่างได้ทุกบาน รวมทั้งสามารถล็อคหน้าต่างบนอื่นไม่ให้เปิดได้ด้วย และสวิตช์ ควบคุมสำหรับผู้โดยสารซึ่งสามารถควบคุมการปิดและเปิด กระจกหน้าต่างเฉพาะบนที่สวิตช์ตัวนั้นติดตั้งอยู่ ลักษณะของสวิตช์ควบคุมหลักและสวิตช์ควบคุมด้านผู้โดยสาร ดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของสวิตช์ควบคุมมอเตอร์กระจกไฟฟ้า
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 7.7 ระบบควบคุมกระจกมองข้างด้วยไฟฟ้า ระบบควบคุมกระจกมองข้างด้วยไฟฟ้าประกอบด้วยอุปกรณ์ที่สำคัญ คือ มอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับปรับ กระจกและสวิตช์ควบคุมการทำงานเพื่อเลือกปรับกระจกขึ้นลง หรือซ้ายขวา โครงสร้างภายในของกระจก มองข้ามไฟฟ้า โครงสร้างกระจกมองข้างไฟฟ้าแบบมีตัวพับกระจก ดังแสดงในรูปที่ 7.15 และดังแสดง ในรูป แสดงลักษณะของโครงสร้างภายในของกระจกมองข้ามไฟฟ้า แสดงลักษณะของโครงสร้างภายในของกระจกมองข้ามไฟฟ้าแบบมีตัวพับกระจก
ใบความรู้หน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 7.8 สวิตช์ควบคุมกระจกมองข้าง สวิตช์ควบคุมกระจกมองหลังทำหน้าที่กลับขั้วกระแสไฟฟ้าที่ป้อนเข้ามอเตอร์กระจกเพื่อควบคุม ทิศทางหมุนของมอเตอร์ให้กระจกมองข้ามเคลื่อนที่ขึ้น-ลง หรือ ซ้าย-ขวา สวิตช์ควบคุมกระจกมองข้างมี 2 แบบ คือ แบบที่ไม่มีสวิตช์ควบคุมการพับกระจก และแบบที่มีสวิตช์ควบคุมการพับกระจก ดังแสดง ในรูปที่ 7.17 และดังแสดงในรูป แสดงลักษณะของสวิตช์ควบคุมกระจกมองข้าง (ไม่มีสวิตช์ควบคุมการพับกระจก) แสดงลักษณะของสวิตช์ควบคุมกระจกมองข้าง (แบบมีสวิตช์ควบคุมการพับกระจก)
แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมายกากบาท ( X ) ลงคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว ง. สเต็ปมอเตอร์ 1. ข้อใดเป็นระบบอำนวยความสะดวกทั้งหมด ก. กระจกไฟฟ้า, ถุงลมนิรภัย ข. ละลายฝ้ากระจก,กระจกมองข้างไฟฟ้า ค. ระบบเบรก ABS , ที่จุดบุหรี่ ง. ระบบปัดน้ำฝน , ระบบควบคุมความเร็วคงที่ 2. อุปกรณ์ที่ทำให้ทุกครั้งเมื่อปิดสวิตช์ปัดน้ำฝนจะทำให้ใบปัดมาอยู่ที่ขอบกระจกล่างคืออะไร ก. มอเตอร์ปัดน้ำฝน ข. รีเลย์ปัดน้ำฝน ค. แคมสวิตช์ ง. ก้านปัดน้ำฝน 3. วงจรปัดน้ำฝนที่ตำแหน่ง MIST มีการทำงานอย่างไร ก. ใบปัดขึ้นลง 1 ครั้ง แล้วหยุด ข. ใบปัดน้ำฝนเคลื่อนที่ช้า ค. ใบปัดน้ำฝนเคลื่อนที่เร็ว ง. ใบปัดทำงานและหยุดชั่วขณะสลับกันไป 4. วงจรปัดน้ำฝนที่ตำแหน่ง INT มีการทำงานอย่างไร ก. ใบปัดขึ้นลง 1 ครั้ง แล้วหยุด ข. ใบปัดน้ำฝนเคลื่อนที่ช้า ค. ใบปัดน้ำฝนเคลื่อนที่เร็ว ง. ใบปัดทำงานและหยุดชั่วขณะสลับกันไป 5. สวิตช์ควบคุมตำแหน่ง INT ชนิดสามารถปรับตั้งเวลาหยุดได้โดยผู้ขับขี่ ใช้อะไรควบคุมเวลา ก. รีเลย์ปัดน้ำฝน ข. ความต้านทานปรับค่าได้ ค. แคมสวิตช์
แบบฝึกเสริมทักษะหน่วยที่ 7 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ หน่วยที่ 7 อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ ง. ด้านขวาใช้เฟือง ด้านซ้ายใช้สลิง 6. ปั๊มน้ำฉีดกระจกมีหลายแบบ แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดคือแบบใด ก. แบบเฟือง ข. แบบหอยโข่ง ค. แบบรีดอัด ง. แบบเยื้องศูนย์ 7. การเกิดฝ้ากระจกขณะฝนตกมีสาเหตุมาจากอะไร ก. เปิดแอร์เย็นจัด ข. เปิดพัดลมแอร์แรงไป ค. อุณหภูมินอกรถต่ำกว่าในรถ ง. อุณหภูมิในรถต่ำกว่านอกรถ 8. วัสดุที่ติดกับกระจกหลังลักษณะเป็นแถบเล็ก ๆ เพื่อละลายฝ้าทำจากอะไร ก. เส้นแถบแม่เหล็ก ข. เส้นลวดความร้อน ค. เส้นพลาสติกสังเคราะห์ ง. เส้นฉนวนความร้อน 9. สวิตช์ควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านใดสามารถควบคุมการขึ้น – ลง ของกระจกได้ทุกบาน ก. หน้าซ้าย ข. หน้าขวา ค. หลังซ้าย ง. หลังขวา 10. กลไกลการเลื่อนกระจกไฟฟ้าส่วนมากเป็นแบบใด ก. ด้านหน้าใช้เฟือง หลังใช้สลิง ข. ด้านหน้าใช้สลิง หลังใช้เฟือง ค. ด้านซ้ายใช้เฟือง ด้านขวาใช้สลิง
สื่อการสอน หน้าที่ 1 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่15 - 16 เรื่อง : อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ เวลา 14 ชั่วโมง
สื่อการสอน หน้าที่ 2 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่15 - 16 เรื่อง : อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ เวลา 14ชั่วโมง
สื่อการสอน หน้าที่ 3 ชื่อวิชา : งานไฟฟ้ารถยนต์ สัปดาห์ที่15 - 16 เรื่อง : อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ เวลา 14 ชั่วโมง
บันทึกหลังสอน สัปดาห์ที่……………. ชื่อวิชา รหัสวิชา แผนกวิชา หน่วยที่ รายการสอน จำนวน ชั่วโมง ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา จำนวนผู้เรียน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน ชั้น กลุ่ม จำนวน คน เข้าเรียน คน ขาดเรียน คน 1. เนื้อหาที่สอน (สาระสำคัญ) 2. ผลการสอน 3. ปัญหา อุปสรรค ที่เกิดขึ้นในระหว่างการเรียนการสอน 4. แนวทางการแก้ปัญหาของครูผู้สอน (แนวทางการทำวิจัย) ลงชื่อ ครูผู้สอน (นายวีระศักดิ รุนอร่าม) / / ลงชื่อ หัวหน้าแผนกวิชาช่างยนต์ ลงชื่อ หัวหน้างานหลักสูตรฯ (นายควรรบ อู่มาลา) (นายสมศักดิ์ หลวงนา) / / / / ลงชื่อ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ (นายประเสริฐ ถึงวิสัย) / /
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 7 เรื่อง อุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ (สัปดาห์ที่ 15 – 16)
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่ 8 ระดับชั้น ปวช. สาขาวิชาช่างยนต์ จำนวน 3 หน่วยกิต รหัสวิชา 20101-2005 ชื่อวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ จำนวน 7 ชั่วโมง/สัปดาห์ ชื่อเรื่อง การประมาณราคาค่าบริการ 1. หัวข้อเรื่อง 1.1 ความหมายของการประเมินราคาค่าบริการ 1.2 องค์ประกอบของการประเมินราคาค่าบริการ 2. สาระสำคัญ เมื่อลูกค้านำรถยนต์มาซ่อมหรือบริการไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตามเมื่อช่างพิจารณาแล้วลง ความเห็นว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้เสีย หลังจากนั้นก็จะได้รับคำถามว่าราคาคาบริการประมาณเท่าไร ดังนั้น ช่างหรือผู้ประกอบการจะต้องประมาณราคาค่าบริการที่เหมาะสมไม่แพงหรือถูกเกินไปจนทำให้ กิจการต้องประสบปัญหาการขาดทุน ซึ่งองค์ประกอบของการประมาณราคาคำบริการโดยทั่วไปจะ พิจารณาจาก 2องค์ประกอบ คือ ราคาต้นทุน และกำไร 3. สมรรถนะหลัก (สมรรถนะประจำหน่วย) 3.1 ความหมายของการประเมินราคาค่าบริการ 3.2 แสดงความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของการประเมินราคาค่าบริการ 4. สมรรถนะย่อย (สมรรถนะการเรียนรู้) 4.1สมรรถนะทั่วไป 4.1.1 แสดงความรู้เกี่ยวกับความหมายของการประเมินราคา 4.1.2 แสดงความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของการประเมินราคาค่าบริการ 4.2 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ทฤษฎี) เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเนื้อหาในบทนี้แล้ว ผู้เรียนสามารถ 4.2.1 เข้าใจเกี่ยวกับเกี่ยวกับเกี่ยวกับความหมายของการประเมินราคาได้ถูกต้อง 4.2.2 เข้าใจเกี่ยวกับองค์ประกอบของการประเมินราคาค่าบริการได้ถูกต้อง 4.3 สมรรถนะที่พึงประสงค์ (ปฏิบัติ) 4.3.1 สามารถคำนวนเกี่ยวกับเกี่ยวกับความหมายของการประเมินราคาได้ถูกต้อง 4.3.2 สามารถอธิบายองค์ประกอบของการประเมินราคาค่าบริการได้ถูกต้อง 5. กิจกรรมการเรียนการสอน (คำอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมการเรียนการสอน) ถ้ามี ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชางานไฟฟ้ารถยนต์ (20101-2005) ได้กําหนดกิจกรรม การเรียนการสอนให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยยึดหลักการเรียนการสอนแบบ MIAP ซึ่งมุ่งพัฒนาการเรียนการ สอนเกี่ยวกับตามขั้นตอนของการเรียนการสอน โดยจะเน้นรูปแบบวิธีการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการ
พัฒนาการเรียนการสอนให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ใช้หลักการสอนที่นำเสนอเนื้อหา มีการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้โดยเน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนดังต่อไปนี้ 5.1 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นนำเข้าสู่บทเรียนสัปดาห์ที่ 17 (Motivation) เวลา 15 นาที ผู้สอนชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับจุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชา การวัด และประเมินผลการเรียนรายวิชา คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของรายวิชา และการนำเข้าสู่บทเรียนใน หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 5.2 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นศึกษาข้อมูล (Information) เวลา 2 ชั่วโมง 5.2.1 ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนประจำสัปดาห์ 5.2.2 ผู้สอนถ่ายทอดความรู้ในหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 1.1 ความหมายของการประเมินราคาค่าบริการ 1.2 องค์ประกอบของการประเมินราคาค่าบริการ 5.2.3 ผู้สอนสรุปเกี่ยวกับอุปกรณ์อํานวยความสะดวกในรถยนต์ 5.3 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นประเมินผล (Application) เวลา 2 ชั่วโมง 5.3.1 ผู้สอนมอบหมายงานให้ผู้เรียนนำความรู้ความเข้าใจที่เกิดขึ้นไปใช้ในการทำแบบฝึกหัด ประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 5.3.2 ผู้สอนให้ผู้เรียนเขียนสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่เรียนประจำสัปดาห์ 5.3.3 ผู้สอนวัดผลผู้เรียนโดยจัดทำใบงานประจำหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 5.3.4 ผู้สอนวัดประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน 5.4 กิจกรรมการเรียนการสอนขั้นสรุปผล (Progress) เวลา 45 นาที 5.4.1 สรุปผลการเรียนในหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 5.4.2 สรุปการประเมินผลหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 6. สื่อการเรียนรู้ 6.1. สื่อการสอน Power point หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 6.2 สื่อการเรียนการสอนจากของจริง 7. งานที่มอบหมาย/กิจกรรม 7.1. ใบงานหน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เรื่องการประเมินราคาค่าบริการ 7.2. แบบฝึกหัด
8. การวัดและประเมินผล วัดผล/ประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 8.1. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ทฤษฎี) - แบบทดสอบ - ถาม - ตอบ - แบบทดสอบ - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.2. สมรรถนะที่พึง ประสงค์ (ปฏิบัติ) ถ้ามี - ถาม - ตอบ - ใบงาน - แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 8.3 คุณลักษณะอันพึง ประสงค์(Attitude) - สังเกตุการณ์ - แบบประเมิน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ เกณฑ์ร้อยละ 80