The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ม.3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ความสุข ของทุกคน, 2021-06-21 01:46:31

แผนการสอน วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ม.3

แผนการสอน วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ม.3

Keywords: แผนการสอน วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี ม.3

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือ และความรู้ในการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน

12. นักเรียนแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอข้อมูลบริเวณหน้าชั้นเรยี น โดยครูผูส้ อน
ประเมินผลงานการนำเสนอของนักเรยี นแตล่ ะกลุ่ม

ข้นั สรุป

1. ครูประเมนิ ผลโดยการสังเกตการณตอบคำถาม และการนำเสนอผลงานของนกั เรียน
2. นักเรยี นและครูรว่ มกันสรปุ ความรเู้ กย่ี วกับวสั ดสุ ำหรบั การพฒั นาชิน้ งาน สมบัตขิ องวัสดุ

หลักการเลอื กวัสดุ หลักการเลือกใช้และการดูแลรักษาอุปกรณแ์ ละเคร่ืองมือช่างพื้นฐาน
รวมถึงความรเู้ กี่ยวกบั กลไก ไฟฟ้า และอปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์
3. นกั เรียนแตล่ ะคนทำแบบฝึกหัด (Unit Activity) จากหนงั สือเรยี นเพ่ือทบทวนความรู้
ความเข้าใจ และพฒั นาทักษะการคดิ ของผเู้ รียน โดยการตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตวั
4. นกั เรียนตรวจสอบระดับความสามารถของตนเองจากหนงั สือเรียน โดยพจิ ารณาข้อความวา่
ถกู หรือผดิ หากนักเรียนพจิ ารณาไม่ถกู ต้องให้นักเรยี นกลบั ไปทบทวนเนอ้ื หาตามหวั ข้อ
ทกี่ ำหนดให้
5. ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนทำกิจกรรม High Oder Thinking จากแบบฝึกหัดรายวชิ าพนื้ ฐาน
เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เร่ือง วสั ดุ อปุ กรณ์
เครื่องมือ และความร้ใู นการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน และทำช้ินงาน/ภาระงาน(รวบยอด)
เรอ่ื ง การนำความรู้มาใช้ในการแก้ปญั หาหรือพัฒนางานเปน็ การบา้ นและนำมาสง่ ในชวั่ โมง
ถัดไป
6. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง วัสดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมอื และ
ความรู้ในการแกป้ ญั หาหรือพัฒนางาน หรือทำแบบทดสอบ (Unit Test) จากแบบฝึกหดั

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

81

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมอื และความรใู้ นการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางาน

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี นรายวชิ าพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 3
เร่อื ง วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ และความรใู้ นการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน
2) แบบฝึกหดั รายวชิ าพ้ืนฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3
เรอ่ื ง วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และความร้ใู นการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน
3) ใบงานท่ี 3.1.1 เรื่อง สำรวจวัสดภุ ายในบา้ น
4) ใบงานที่ 3.3.1 เรอ่ื ง กลไก ไฟฟา้ และอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) ห้องคอมพวิ เตอร์
2) อนิ เทอรเ์ น็ต

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

82

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื และความรูใ้ นการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน

แบบทดสอบก่อนเรียน

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3

คำชแ้ี จง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. ข้อใดไม่ใช่วสั ดุธรรมชาติ 6. อปุ กรณ์ในข้อใดท่ีช่วยในการจับ ยึด ดดั โคง้ งอ

ก. แก้ว ชิ้นงาน

ข. ไม้ไผ่ ก. ประแจ

ค. ปอสา ข. สวา่ นมอื

ง. กระจูด ค. คีมปากแหลม

2. “ใช้ทำกระดาษ ร่ม ดอกไมป้ ระดิษฐ์ โคมไฟ” ง. ไขควงปากแบน

ลกั ษณะงานดงั กลา่ วพัฒนาจากวัสดปุ ระเภทใด 7. ขอ้ ใดไม่ใช่ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า

ก. ยา่ นลเิ ภา ก. ไดโอด

ข. ยางพารา ข. ตวั นำไฟฟา้

ค. ปอสา ค. เครอ่ื งใช้ไฟฟา้

ง. กระจดู ง. แหลง่ กำเนดิ ไฟฟ้า

3. “ใชใ้ นการผลติ ยางรถยนต์ สายพาน” 8. อปุ กรณ์ในข้อใดถือว่าเปน็ แหล่งกำเนิดไฟฟา้

ลักษณะงานดังกลา่ วพฒั นาจากเป็นของวัสดุ ก. มอเตอร์

ประเภทใด ข. ถ่านไฟฉาย

ก. ย่านลิเภา ค. อะลูมิเนยี ม

ข. หวาย ง. สายทองแดง

ค. ยางสังเคราะห์ 9. กลไกในข้อใดทช่ี ่วยผ่อนแรงในการทำงาน

ง. เส้นใยสังเคราะห์ ก. คาน

4. ขอ้ ใดไม่ใช่สมบตั ิของวสั ดุ ข. สปริง

ก. สมบัติเชงิ กล ค. เฟืองตรง

ข. สมบตั ิทางเคมี ง. ลอ้ และเพลา

ค. สมบัติทางฟสิ ิกส์ 10. กลไกสปริงสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ บั ข้อใด

ง. สมบัติทางกายภาพ ก. เตยี งนอน

5. อุปกรณ์ในข้อใดท่ชี ่วยในการขนั นอตให้แน่น ข. ล้อรถยนต์

ก. ค้อนหงอน ข. เลอื่ ยลนั ดา ค. เบด็ ตกปลา

ค. สวา่ นไฟฟ้า ง. ไขควงปากแฉก ง. คีมคีบนำ้ แขง็

เฉลย 1. ก 2. ข 3. ค 4. ค 5. ง 6. ค 7. ก 8. ข 9. ง 10. ก

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

83

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ เคร่อื งมือ และความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน

แบบทดสอบหลงั เรยี น

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3

คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ขอ้ ใดไม่ใช่วัสดุธรรมชาติ 6. อุปกรณ์ในข้อใดใชใ้ นการขนั หรอื คลายนอตทมี่ ี

ก. ไหม หลายขนาด

ข. หวาย ก. ประแจ

ค. ยางพารา ข. สวา่ นไฟฟา้

ง. พลาสตกิ ค. ไขควงปากแฉก

2. “ใช้แปรรูปเป็นยางแผ่นรมควนั ยางแท่ง” ง. คีมตัดปากเฉียง

ลักษณะงานดังกล่าวพฒั นาจากวัสดปุ ระเภทใด 7. ข้อใดไมใ่ ช่ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า

ก. ไหม ก. ตัวนำไฟฟ้า

ข. ยางพารา ข. สวิตซ์ไฟฟ้า

ค. ปอสา ค. เครอื่ งใช้ไฟฟ้า

ง. กระจดู ง. แหลง่ กำเนดิ ไฟฟ้า

3. “รากและลำตน้ ใชเ้ ป็นสมุนไพรรกั ษาโรค” 8. อุปกรณ์ในข้อใดถือวา่ เปน็ แหลง่ กำเนดิ ไฟฟา้

ลักษณะงานดังกลา่ วพัฒนาจากวสั ดปุ ระเภทใด ก. มอเตอร์

ก. ไม้ไผ่ ข. แบตเตอร่ี

ข. กล้วย ค. อะลมู ิเนียม

ค. หวาย ง. เคร่ืองควบคมุ ความเรว็

ง. มะพรา้ ว 9. กลไกใดทีท่ ำหน้าทีด่ ีดหรืองดั วตั ถใุ ห้เคล่อื นท่ี

4. ข้อใดไม่ใช่สมบตั ิของวัสดุ รอบจุดหมนุ ได้

ก. สมบัติเชงิ กล ก. คาน

ข. สมบัติทางเคมี ข. สปรงิ

ค. สมบัตทิ างชวี วิทยา ค. เฟืองตรง

ง. สมบัติทางกายภาพ ง. ล้อและเพลา

5. อุปกรณ์ในข้อใดใช้ในงานเจาะรู 10. กลไกสปริงสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้ในข้อใด

ก. ค้อนหงอน ข. เลอ่ื ยลันดา ก. ปากกา ข. กรรไกร

ค. สว่านไฟฟ้า ง. ไขควงปากแฉก ค. มอเตอร์ ง. ล้อรถยนต์

เฉลย 1. ง 2. ข 3. ข 4. ค 5. ค 6. ก 7. ข 8. ข 9. ก 10. ก

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

84

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และความรู้ในการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เรอ่ื ง ความรเู้ กี่ยวกบั วสั ดุสำหรับการพฒั นาชน้ิ งาน

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1

ความร้เู ก่ยี วกบั วสั ดสุ ำหรับการพฒั นาช้ินงาน

เวลา 1 ชว่ั โมง

1. มาตรฐาน/ตัวชี้วดั

1.1 ตัวชีว้ ัด
ว 4.1 ม.3/5 ใช้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์
ให้ถูกต้องกับลกั ษณะของงาน และปลอดภยั เพ่ือแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน

2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของวสั ดแุ ละประเภทของวสั ดไุ ด้ (K)
2. พิจารณาสมบัติของวสั ดใุ ห้ตรงกบั วัตถปุ ระสงค์ที่ต้องการ (K)
3. ยกตวั อย่างวสั ดทุ ีใ่ ช้สำหรบั การพฒั นาชิ้นงานได้ (P)
3. เห็นประโยชน์ของวัสดทุ ใี่ ช้ในการพัฒนาชนิ้ งาน (A)

3. สาระการเรียนรู้

สาระการเรียนรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ

- วัสดุแตล่ ะประเภทมีสมบตั ิแตกตา่ งกนั เช่น ไม้ โลหะ พจิ ารณาตามหลักสูตรของสถานศกึ ษา

พลาสตกิ เซรามิก จงึ ต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพ่ือ

เลอื กใชใ้ ห้เหมาะสมกับลกั ษณะของงาน

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

วัสดุ หมายถงึ สง่ิ ของหรือวตั ถทุ น่ี ำมาใช้ประกอบกันเป็นชิ้นงานตามการออกแบบ เปน็ วตั ถุ
ทีส่ ามารถสัมผัสได้ และมีสมบัติเฉพาะตวั ทางฟิสิกส์ ทางเคมี ทางไฟฟา้ หรอื สมบัตเิ ชิงกลแตกต่างกันไป
โดยวสั ดแุ บ่งเปน็ 2 ประเภท คอื โลหะและอโลหะ โดยการเลือกใช้วสั ดคุ วรพจิ ารณาจากสมบัตขิ องวสั ดุน้นั
ใหต้ รงกับงานทีอ่ อกแบบหรอื ตามวัตถุประสงคท์ ่ตี ้องการ

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร 1. มวี นิ ัย รบั ผดิ ชอบ

- ทักษะการสอ่ื สาร 2. ใฝ่เรยี นรู้

2. ความสามารถในการคิด 3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

85

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมอื และความร้ใู นการแก้ปญั หาหรือพัฒนางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง ความรู้เกยี่ วกับวสั ดุสำหรับการพัฒนาชน้ิ งาน

สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
- ทกั ษะการให้เหตผุ ล
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ทักษะการแกป้ ัญหา
- ทกั ษะการสงั เกต
- ทกั ษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
- ทักษะการทำงานรว่ มกนั
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วธิ กี ารสอนโดยเนน้ รูปแบบการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ชว่ั โมงท่ี 1

ขนั้ นำ

ขน้ั ท่ี 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engagement)
1. นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรื่อง วสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือ
และความรู้ในการแกป้ ญั หาหรอื พัฒนางาน
2. ครถู ามคำถามสำคญั ประจำหัวขอ้ กบั นักเรียนว่า“ความรูเ้ ก่ียวกบั วสั ดมุ ีประโยชนต์ อ่ การพฒั นา
ช้นิ งานอยา่ งไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนักเรียนข้ึนอยกู่ ับดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน เช่น ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ
จะชว่ ยใหส้ ามารถเลือกวัสดุท่ีมรี ะดบั คุณภาพและสมบัติท่เี หมาะสมกบั ชน้ิ งานทีจ่ ะพัฒนา
ซ่ึงเม่ือเลือกใชว้ สั ดุทเ่ี หมาะสมจะชว่ ยลดค่าใชจ้ า่ ยและระยะเวลาในการพฒั นาชิน้ งานใหส้ ้ันลง)

ข้นั สอน

ข้นั ท่ี 2 สำรวจคน้ หา (Exploration)
1. นกั เรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน หรอื ตามความเหมาะสม เพ่ือสบื ค้นความหมายและประเภท
ของวสั ดจุ ากอินเทอรเ์ นต็

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

86

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื และความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง ความรเู้ ก่ียวกับวสั ดสุ ำหรบั การพัฒนาชน้ิ งาน

2. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานำเสนอเก่ยี วกับความหมายและประเภทของวสั ดุ
บรเิ วณหน้าชนั้ เรียน พรอ้ มอธิบายร่วมกับเพ่ือนในช้ันเรยี น

ขัน้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
3. นกั เรยี นศกึ ษาตวั อยา่ งวสั ดธุ รรมชาติและวัสดสุ งเคราะห์เพื่อสงั เกตสมบัติเด่น และลักษณะงาน
ของวสั ดตุ ่าง ๆ จากหนังสือเรียนรายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ และความร้ใู นการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
หรอื เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนสบื ค้นข้อมูลเพ่ิมเติมจากอนิ เทอร์เน็ต
4. ครูอธิบายกับนักเรยี นเพ่ือใหน้ ักเรยี นเข้าใจมากย่งิ ข้ึนว่า“การเลือกใชว้ ัสดใุ ห้เหมาะสมกับงาน
จะต้องพิจารณาจากสมบัติของวสั ดนุ นั้ ให้ตรงกับงานท่ีออกแบบหรือตามวตั ถปุ ระสงค์ท่ีต้องการ
จากวสั ดตุ ่าง ๆ เช่น การทนต่อความร้อน การนำไฟฟ้า”
5. เปดิ โอกาสให้นักเรียนสบื ค้นเกี่ยวกับสมบัติของวัสดุและหลักการเลือกวัสดจุ ากหนังสือเรียน
หรอื สืบค้นเพ่ิมเติมจากอนิ เทอร์เนต็

ขัน้ ท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
6. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซกั ถามข้อสงสยั โดยครูให้ความรู้ในสว่ นนน้ั
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ สแกน QR code เรื่อง คุณภาพของวสั ดุในการสร้างช้ินงานจากหนังสือเรยี น
8. ครูมอบหมายให้นักเรียนทำใบงานที่ 3.1.1 เร่ือง สำรวจวสั ดภุ ายในบ้าน และกจิ กรรมฝึกทกั ษะ
กระบวนการคิดและทบทวนเนอื้ หาอยา่ งครบถ้วนตามตัวช้ีวดั จากแบบฝกึ หดั รายวิชาพ้ืนฐาน
เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 เรอ่ื ง วัสดุ อุปกรณ์
เคร่ืองมอื และความรู้ในการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางานเปน็ การบา้ นและนำมาส่งในชัว่ โมง
ถัดไป

ขน้ั สรุป

ข้ันที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครูประเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถามและการนำเสนอผลงานของนักเรียน
2. ครตู รวจสอบการทำใบงานท่ี 3.1.1 เร่ือง สำรวจวัสดภุ ายในบา้ น
3. นกั เรยี นและครูร่วมกันสรปุ เกี่ยวกับวัสดุ ประเภทของวสั ดุ สมบัติของวสั ดุ และหลักการ
เลือกวัสดุ

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

87

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมือ และความรูใ้ นการแก้ปัญหาหรอื พฒั นางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เร่ือง ความรเู้ กี่ยวกับวัสดุสำหรับการพัฒนาชน้ิ งาน

7. การวดั และประเมินผล วิธีวดั เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
- แบบทดสอบก่อนเรียน ประเมนิ ตามสภาพจริง
รายการวัด - ตรวจแบบทดสอบ
7.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น ก่อนเรียน - ใบงานที่ 3.1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝึกหัด รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
- แบบทดสอบก่อนเรยี น - ตรวจใบงานท่ี 3.1.1
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
เรื่อง วัสดุ อุปกรณ์ - ตรวจแบบฝึกหัด การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
เครื่องมือ และความรู้ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
ในการแกป้ ญั หา - ประเมินการนำเสนอ การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
หรอื พฒั นางาน ผลงาน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
7.2 การประเมินระหว่างการ การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
จดั กิจกรรม - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
1) สำรวจวสั ดุ การทำงานรายบุคคล คณุ ลักษณะ ผา่ นเกณฑ์
ภายในบ้าน อนั พึงประสงค์
2) ความรเู้ กย่ี วกบั วสั ดุ - สังเกตพฤติกรรม
สำหรับการพัฒนา การทำงานกล่มุ
ช้นิ งาน
3) การนำเสนอผลงาน - สังเกตความมวี นิ ยั
ความรับผิดชอบ
4) พฤติกรรมการทำงาน ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ มนั่
รายบุคคล ในการทำงาน

5) พฤติกรรมการทำงาน
กลมุ่

6) คุณลักษณะ
อันพงึ ประสงค์

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

88

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมือ และความรู้ในการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ความรู้เกยี่ วกับวสั ดุสำหรบั การพฒั นาชนิ้ งาน

8. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3
เรอ่ื ง วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และความรใู้ นการแกป้ ัญหาหรือพฒั นางาน
2) แบบฝกึ หดั รายวิชาพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3
เร่ือง วัสดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื และความรูใ้ นการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน
3) ใบงานที่ 3.1.1 เรอื่ ง สำรวจวสั ดุภายในบ้าน

8.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) หอ้ งคอมพิวเตอร์
2) อินเทอร์เน็ต

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

89

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื และความรู้ในการแกป้ ัญหาหรือพฒั นางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่ือง ความรู้เกย่ี วกับวัสดุสำหรบั การพัฒนาชนิ้ งาน

ใบงานท่ี 3.1.1
เรอ่ื ง สำรวจวสั ดุภายในบ้าน

คำชีแ้ จง : ให้นกั เรียนสำรวจส่งิ ของเครอื่ งใช้ภายในบ้านของตนเองว่ามสี งิ่ ของเครื่องใชอ้ ะไรบ้าง
และกรอกข้อมูลลงในใบงานใหถ้ ูกต้อง

สง่ิ ของเครอ่ื งใชใ้ นบา้ น วัสดทุ ใ่ี ช้ สมบัตขิ องวสั ดุ

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

90

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื และความร้ใู นการแกป้ ัญหาหรือพฒั นางาน เฉลย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง ความรเู้ กีย่ วกบั วัสดสุ ำหรบั การพฒั นาชนิ้ งาน

ใบงานที่ 3.1.1
เรอ่ื ง ตรวจสอบวสั ดภุ ายในบา้ น

คำชี้แจง : ให้นกั เรยี นสำรวจสงิ่ ของเคร่อื งใช้ภายในบ้านของตนเองว่ามีสิ่งของเครื่องใชอ้ ะไรบ้าง
และกรอกข้อมูลลงในใบงานให้ถกู ต้อง

สิ่งของเครือ่ งใช้ในบา้ น วสั ดทุ ่ีใช้ สมบตั ิของวสั ดุ
โตะ๊ เขยี นหนังสอื ไม้
แก้วนำ้ แกว้ เปน็ วสั ดแุ ข็ง หดและขยายตัวเมอื่
ตะกรา้ ผา้ พลาสติก มีความชนื้
ตะกร้าใส่ผลไม้ หวาย มลี กั ษณะโปร่งใสและมคี วามเปราะ
มีดปลอกผลไม้ โลหะ
โคมไฟ ปอสา มีมวลน้อย น้ำหนักเบา ยอ่ ยสลายยาก
เสอ่ื กระจดู เปน็ ฉนวนความรอ้ นและไฟฟ้าไดด้ ี
เก้าอ้ี ไม้ไผ่ มคี วามเหนยี ว แขง็ แรง ทนทาน
ยางรถจกั รยาน ยางสงั เคราะห์ และยืดหยุ่นได้ดี
มีความแข็ง ผิวมันวาว ทนทาน
และเป็นตัวนำไฟฟา้
มลี กั ษณะที่เหนียว ทนทาน สามารถ
เก็บรกั ษาไดน้ าน
เหนียว ทนทาน ดดู ความช้นื ไดด้ ี

แข็ง ทนทาน มีความเหนียว ยืดหยนุ่
น้ำหนกั เบา และดัดโคง้ งอได้
มคี วามทนทานต่อการขูดขดี และ
ปอ้ งกันการผกุ ร่อนได้ดี

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

91

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมอื และความรใู้ นการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน .
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรือ่ ง ความรู้เก่ียวกบั วสั ดสุ ำหรับการพัฒนาชน้ิ งาน )
.......
9. ความเห็นของผบู้ ริหารสถานศึกษาหรือผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงชื่อ
(

ตำแหนง่

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน

 ดา้ นความรู้

 ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น

 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

 ดา้ นความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

 ด้านอ่ืน ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่ีมีปญั หาของนักเรยี นเป็นรายบุคคล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

92

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เครอื่ งมือ และความร้ใู นการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 อุปกรณแ์ ละเครอ่ื งมอื ช่างพนื้ ฐานในการแก้ปัญหาและสรา้ งชิ้นงาน

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2

อปุ กรณ์และเครอื่ งมอื ชา่ งพ้นื ฐานในการแก้ปัญหาและสร้างชิ้นงาน

เวลา 1 ชวั่ โมง

1. มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด

1.1 ตัวชีว้ ดั
ว 4.1 ม.3/5 ใชค้ วามรู้ และทักษะเกี่ยวกับวัสดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์
ใหถ้ ูกต้องกับลักษณะของงาน และปลอดภยั เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

1. บอกอปุ กรณ์และเครื่องมอื ชา่ งพน้ื ฐานได้ (K)
2. อธบิ ายวิธกี ารใช้งานของอุปกรณแ์ ละเครื่องมือชา่ งพ้นื ฐานได้ (K)
3. ใช้อุปกรณ์และเครือ่ งมือช่างพื้นฐานได้เหมาะสมกับการทำงาน (P)
4. เห็นประโยชน์ของการใช้อุปกรณ์และเคร่ืองมือชา่ งพน้ื ฐาน (A)

3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรูท้ อ้ งถิน่
พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
- อปุ กรณแ์ ละเครื่องมือในการสร้างชิ้นงานหรอื พัฒนา
วธิ ีการมหี ลายประเภท ต้องเลือกใชใ้ ห้ถูกต้อง
เหมาะสม และปลอดภัย รวมทัง้ ร้จู ักเกบ็ รักษา

4. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

อุปกรณ์และเคร่ืองมอื ช่างพ้นื ฐานถือว่าเปน็ ตวั ช่วยทส่ี ำคญั ในการออกแบบกระบวนการผลิต เชน่
ช่วยลดขน้ั ตอนและย่นระยะเวลาในการผลิต ซงึ่ การพฒั นาช้ินงานจำเปน็ ตอ้ งเลือกใช้อุปกรณแ์ ละเคร่อื งมือ
ที่มีความหลากหลาย โดยต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั รวมทัง้ รจู้ ักเกบ็ รกั ษาอุปกรณ์และ
เครอ่ื งมอื ช่างพื้นฐานได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพตลอดอายกุ ารใช้งาน

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี ินยั รับผดิ ชอบ

- ทักษะการสอื่ สาร 2. ใฝเ่ รียนรู้

2. ความสามารถในการคิด 3. มุ่งมั่นในการทำงาน

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

93

หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื และความรใู้ นการแก้ปญั หาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 อุปกรณ์และเครอื่ งมือช่างพ้นื ฐานในการแกป้ ัญหาและสร้างช้นิ งาน

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
- ทกั ษะการให้เหตผุ ล
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ทักษะการแก้ปัญหา
- ทักษะการสังเกต
- ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
- ทักษะการทำงานร่วมกัน
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วธิ กี ารสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ชัว่ โมงที่ 1

ขั้นนำ

ขนั้ ท่ี 1 กระตนุ้ ความสนใจ (Engagement)
1. ครถู ามคำถามสำคญั ประจำหัวขอ้ กบั นักเรยี นวา่ “ความรเู้ กี่ยวกับเครอื่ งมอื ชา่ งมปี ระโยชน์
ในการแก้ปัญหาและสร้างชิ้นงานอย่างไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนักเรียนข้นึ อยกู่ ับดลุ ยพินิจของครูผ้สู อน เชน่ ความรู้เกีย่ วกบั
เครือ่ งมือช่างทำใหช้ ่วยให้ตดั สนิ ใจในการเลือกเครื่องมือได้เหมาะสมกับวัสดุ อปุ กรณท์ ี่
จะใชง้ าน ทำใหเ้ กดิ ความสะดวก ปลอดภยั และป้องกันความเสียหายอาจเกิดจากการ
ใช้เคร่ืองมือผิดวตั ถุประสงค์ได้)
2. ครูอธิบายกบั นักเรียนเพื่อเชือ่ มโยงเข้าสบู่ ทเรยี นว่า “การสรา้ งชน้ิ งานจำเปน็ ทจ่ี ะต้องใช้
อปุ กรณ์และเคร่อื งมือชา่ งในการผลติ โดยตอ้ งเลือกใชใ้ ห้ถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
รวมทง้ั จะต้องรจู้ กั เกบ็ รักษาอุปกรณแ์ ละเคร่ืองมือใหใ้ ชง้ านได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพตลอดอายุ
การใชง้ าน”

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

94

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื และความรใู้ นการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2 อปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งมอื ชา่ งพืน้ ฐานในการแก้ปญั หาและสร้างชนิ้ งาน

ขั้นสอน

ข้นั ที่ 2 สำรวจคน้ หา (Exploration)
1. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน หรือตามความเหมาะสม เพ่อื ร่วมกันตอบคำถามว่า
“นักเรยี นรจู้ กั อุปกรณ์และเครื่องมือช่างพ้นื ฐานชนิดใดบา้ ง และอปุ กรณ์และเครื่องมือชา่ ง
ชนดิ น้นั ทำอะไร”
2. ครูสุ่มนักเรียน 2-3 คน ออกมาตอบคำถามบริเวณหน้าชนั้ เรยี น

ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explanation)
3. นกั เรียนศกึ ษาเนื้อหา เร่ือง อุปกรณ์และเครื่องมือช่างพ้ืนฐาน จากหนงั สอื เรียนรายวิชา
พื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เร่อื ง วัสดุ
อุปกรณ์ เครือ่ งมือ และความร้ใู นการแกป้ ัญหาหรือพัฒนางาน
4. ครอู ธิบายกบั นักเรยี นเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเข้าใจมากยงิ่ ขนึ้ ว่า “อุปกรณ์และเคร่ืองมือชา่ งพืน้ ฐาน
มหี ลายกลุม่ ได้แก่ เครื่องมือกลุม่ ไขควง เคร่อื งมือกล่มุ สวา่ น เครอ่ื งมือกลุ่มคีม และเคร่ืองมอื
พนื้ ฐานอนื่ ๆ”
5. นักเรียนศึกษาเน้ือหาเก่ยี วกับวิธีการเลอื กใช้อปุ กรณ์และเครอ่ื งมือชา่ งพนื้ ฐานแต่ละชนิด
จากหนงั สือเรียน
6. ครูอธบิ ายเกรด็ เสริมความรทู้ ี่เกยี่ วขอ้ งกบั เน้ือหา (Design Focus) เร่อื ง ไขควงลองไฟ
7. ครอู ธบิ ายกบั นักเรียนเพ่ือให้นักเรยี นเข้าใจมากยิ่งขน้ึ ว่า “การเลือกใช้อปุ กรณ์และเคร่ืองมอื ชา่ ง
พื้นฐานให้เหมาะสมกับการทำงาน เพื่อประสทิ ธิภาพในการสรา้ งชน้ิ งาน”
8. นักเรียนศกึ ษาเนื้อหา เรอื่ ง หลักการเลือกใช้และการดูแลรักษาอุปกรณ์และเครอ่ื งมือช่าง
พ้นื ฐานจากหนังสือเรยี น

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเขา้ ใจ (Elaboration)
9. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนซักถามขอ้ สงสัย และครูใหค้ วามรู้เพ่ิมเตมิ ในสว่ นนนั้
10. ครูมอบหมายใหน้ ักเรียนทำกิจกรรม High Oder Thinking ท่ีสอดคล้องกับตัวชีว้ ัดตามทักษะแหง่
ศตวรรษท่ี 21 จากแบบฝึกหัดรายวชิ าพ้นื ฐานเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ และความรูใ้ นการแก้ปญั หาหรือพัฒนางาน
11. ให้นักเรยี นแต่ละกล่มุ ส่งตวั แทนออกมานำเสนอคำตอบบริเวณหนา้ ชนั้ เรยี น

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

95

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ และความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 อุปกรณ์และเครอื่ งมอื ช่างพ้นื ฐานในการแก้ปัญหาและสรา้ งชิ้นงาน

ขนั้ สรปุ

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluation)
1. ครปู ระเมินผลโดยการสังเกตการณต์ อบคำถามและการนำเสนอผลงานของนกั เรียน
2. นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรุปความรูเ้ กยี่ วกับอุปกรณ์และเครื่องมือชา่ งพ้นื ฐานในการแก้ปัญหา
และการสรา้ งช้ินงาน

7. การวัดและประเมนิ ผล วิธวี ัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน

รายการวัด - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝกึ หัด รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
7.1 การประเมนิ ระหวา่ งการ
- ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมิน ระดับคุณภาพ 2
จัดกิจกรรม ผลงาน การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
1) อปุ กรณ์และเครอ่ื งมอื - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2
การทำงานรายบุคคล การทำงานรายบุคคล ผา่ นเกณฑ์
ชา่ งพื้นฐานในการ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
แกป้ ญั หาและสร้าง การทำงานกลุ่ม การทำงานกลมุ่ ผ่านเกณฑ์
ชนิ้ งาน - สังเกตความมวี ินัย - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2
2) การนำเสนอผลงาน ความรบั ผดิ ชอบ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
ใฝ่เรียนรู้ และมงุ่ ม่ัน อนั พงึ ประสงค์
3) พฤติกรรมการทำงาน ในการทำงาน
รายบคุ คล

4) พฤติกรรมการทำงาน
กลมุ่

5) คณุ ลกั ษณะ
อันพึงประสงค์

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

96

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ และความรใู้ นการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 อปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งมือชา่ งพนื้ ฐานในการแกป้ ญั หาและสร้างชนิ้ งาน

8. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้

8.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนังสือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3
เรอ่ื ง วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ และความรใู้ นการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นางาน
2) แบบฝึกหัดรายวิชาพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3
เร่ือง วัสดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมือ และความรูใ้ นการแก้ปญั หาหรอื พฒั นางาน

8.2 แหล่งการเรียนรู้
1) หอ้ งคอมพิวเตอร์
2) อินเทอรเ์ น็ต

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

97

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมอื และความรู้ในการแก้ปญั หาหรือพัฒนางาน .
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 2 อปุ กรณ์และเครอื่ งมอื ช่างพน้ื ฐานในการแกป้ ญั หาและสร้างช้ินงาน )
.......
9. ความเหน็ ของผู้บรหิ ารสถานศึกษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย

ข้อเสนอแนะ

ลงชื่อ
(

ตำแหน่ง

10. บนั ทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

 ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

 ด้านอนื่ ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤตกิ รรมทม่ี ปี ัญหาของนักเรียนเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปัญหา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

98

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมอื และความรูใ้ นการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 ความรู้ในการแกป้ ัญหาหรือพฒั นาชิ้นงาน

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3

ความรู้ในการแก้ปัญหาหรอื พัฒนาชิน้ งาน

เวลา 2 ช่ัวโมง

1. มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด

1.1 ตวั ชีว้ ดั
ว 4.1 ม.3/5 ใชค้ วามรู้ และทักษะเก่ียวกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์
ให้ถกู ต้องกับลกั ษณะของงาน และปลอดภัยเพ่ือแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน

2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของกลไก ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกสไ์ ด้ (K)
2. อธบิ ายวงจรไฟฟา้ แต่ละรปู แบบได้ (K)
3. ยกตัวอยา่ งอุปกรณต์ า่ ง ๆ ที่อาศัยกลไกสำคญั ในการพฒั นาช้ินงาน (P)
4. เลอื กใชอ้ ุปกรณ์อิเล็กทรอนิกสท์ ่ที ำหนา้ ทค่ี วบคมุ การไหลของกระแสไฟฟา้ ได้ (P)
5. ออกแบบช้นิ งานโดยอาศัยความรู้เกี่ยวกบั กลไก ไฟฟา้ และอุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกสไ์ ด้ (P)
6. เหน็ ประโยชน์ของการใชค้ วามร้ใู นการแกป้ ญั หาหรือพฒั นาช้ินงาน (A)

3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถน่ิ
พจิ ารณาตามหลักสตู รของสถานศกึ ษา
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
- การสร้างช้นิ งานอาจใช้ความรู้ เรอ่ื ง กลไก ไฟฟ้า
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เช่น LED LDR มอเตอร์ เฟือง คาน
รอก ลอ้ เพลา

4. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

กลไก คอื สิง่ ที่ทำงานประสานสอดคล้องกันเพื่อให้ระบบทำงานได้ เช่น กลไกการย่อยอาหารของ
มนุษย์ กลไกในเคร่ืองยนต์ท่ีทำให้รถเคล่ือนที่ได้ โดยอาศยั กลไกท่ีสำคัญในการพัฒนาช้นิ งาน ไดแ้ ก่ ล้อและ
เพลา รอก เฟืองตรง คาน และสปริง

ไฟฟ้า คือ พลงั งานที่สามารถเปลี่ยนพลงั งานจากการเคลื่อนท่ขี องอเิ ลก็ ทรอนิกส์หรือโปรตอน
ทก่ี ่อใหเ้ กิดพลงั งานอ่ืน ๆ เช่น แสงสว่าง ความรอ้ น พลงั งานกล ส่วนอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ เปน็ การ
ควบคมุ หรือออกแบบการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้า ซึ่งมีอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนกิ ส์ทำหน้าที่
ควบคมุ การไหลของกระแสไฟฟ้า

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

99

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมือ และความร้ใู นการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 ความรใู้ นการแกป้ ญั หาหรือพัฒนาช้นิ งาน

5. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี นและคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ

- ทักษะการส่ือสาร 2. ใฝเ่ รยี นรู้

2. ความสามารถในการคิด 3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน

- ทกั ษะการให้เหตผุ ล

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

- ทกั ษะการแก้ปัญหา

- ทักษะการสังเกต

- ทกั ษะการประยุกต์ใช้ความรู้

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ

- ทักษะการทำงานร่วมกนั

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

- ทกั ษะการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

6. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วิธกี ารสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบใช้ปญั หาเปน็ ฐาน (Problem-Based Learning)

ชัว่ โมงที่ 1

ขน้ั นำ

1. ครูถามคำถามสำคัญประจำหัวขอ้ เพื่อกระตุน้ ความสนใจของนักเรียนวา่ “การมคี วามรูเ้ ก่ยี วกบั
ศาสตร์ต่าง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้องกับการแกป้ ญั หาหรือการพัฒนาช้ินงานมีประโยชนอ์ ยา่ งไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรียนขน้ึ อยู่กับดลุ ยพินจิ ของครูผ้สู อน เช่น การมีความรู้เกย่ี วขอ้ งกบั
ศาสตร์ต่าง ๆ จะทำใหน้ กั พฒั นาสามารถออกแบบและพฒั นาช้นิ งานไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
ถูกต้อง เหมาะสม ตามกลไก หรือ กระบวนการทำงานตา่ ง ๆ รวมทัง้ สามารถแกป้ ญั หา
เฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นขณะปฏบิ ตั งิ าน)

2. ครอู ธิบายกับนักเรยี นเพื่อเช่อื มเช่อื มโยงเข้าสบู่ ทเรียนว่า “เทคโนโลยตี ่าง ๆ ทเี่ กิดข้นึ ต้องใช้
กลไก ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์เป็นสว่ นสำคญั ในการสรา้ ง ตวั อย่างเชน่ การเคล่ือนท่ีของรถ
ต้องอาศัยกลไกของล้อและเพลาชว่ ยใหเ้ คล่ือนทีไ่ ด้ นอกจากน้ี ยงั อาศยั ระบบไฟฟ้าใน
การขับเคลื่อนใหท้ ำงานได้สะดวกและรวดเรว็ ”

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

100

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และความรู้ในการแก้ปัญหาหรอื พฒั นางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 ความร้ใู นการแกป้ ญั หาหรอื พัฒนาชนิ้ งาน

ขั้นสอน

ข้นั ที่ 1 กำหนดปญั หา
1. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3-5 คน หรือตามความเหมาะสม
2. ครูถามคำถามกระตนุ้ ความคิดของนักเรียนวา่ “นกั เรียนรู้หรอื ไมว่ ่า ถา้ นักเรียนต้องการ
แก้ปัญหาหรือพฒั นาชนิ้ งาน นกั เรยี นจำเปน็ ต้องมีความรูใ้ นเร่อื งใดบ้าง”
(แนวตอบ : คำตอบของนักเรียนขน้ึ อยู่กับดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)

ขั้นที่ 2 ทำความเข้าใจปญั หา
3. นักเรยี นศกึ ษาเนื้อหาเก่ียวกับกลไกที่สำคัญในการพัฒนาชนิ้ งานจากหนังสอื เรยี นรายวชิ า
พื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เร่ือง วัสดุ
อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ และความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน ดงั นี้
1) ลอ้ และเพลา
2) รอก
3) เฟืองตรง
4) คาน
5) สปริง

ขั้นที่ 3 ดำเนินการศกึ ษาคน้ ควา้
4. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ แสดงความคดิ เหน็ ร่วมกันถึงสิ่งของในชีวติ ประจำวันที่เกีย่ วข้องกบั
กลไกต่าง ๆ ในการพฒั นาชนิ้ งาน
5. ครูอธิบายกบั นักเรยี นเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจมากย่ิงขน้ึ ว่า “การพัฒนาชิน้ งานอาจจำเป็นต้อง
ใชไ้ ฟฟา้ เนอ่ื งจากไฟฟ้าเป็นแหลง่ พลงั งานทสี่ ำคัญท่มี นุษย์จำเปน็ ต้องใช้และขาดไม่ได้”
6. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันศกึ ษาและสงั เกตรูปแบบของไฟฟ้าและวงจรไฟฟา้ อยา่ งา่ ย รวมถึง
อปุ กรณ์อเิ ล็กทรอนิกสท์ ่ีทำหนา้ ท่ีควบคมุ การไหลของกระแสไฟฟา้ จากหนังสอื เรียน หรือ
สบื ค้นขอ้ มูลเพิ่มเตมิ จากอนิ เทอรเ์ น็ต
7. ครูอธบิ ายกบั นักเรยี นเพ่อื ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจมากยิ่งขึ้นว่า “นักเรยี นควรระวังตนเองเม่ือต้อง
ปฏิบัติงานทเ่ี ก่ียวข้องกับไฟฟ้า ดงั นี้
1) กอ่ นทดลองหรือปฏิบัตงิ านที่เกี่ยวข้องกบั ไฟฟา้ จำเปน็ ต้องสำรวจอปุ กรณต์ า่ ง ๆ
ไมใ่ ห้ชำรุดหรอื แตกหัก
2) กอ่ นปฏบิ ตั ิงานต้องเขียนวงจรไฟฟ้าและให้ผูส้ อนตรวจสอบกอ่ นทดลองจริง
3) ขณะทำงานมอื และเทา้ ตอ้ งแห้ง หรือสวมรองเท้าเสมอ”

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

101

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมอื และความรใู้ นการแกป้ ญั หาหรือพฒั นางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 ความรูใ้ นการแกป้ ญั หาหรือพัฒนาชิน้ งาน

ขน้ั ท่ี 4 สังเคราะห์ความรู้
8. เปดิ โอกาสใหน้ ักเรยี นซกั ถามข้อสงสัย และครูให้ความรู้เพิ่มเติมตามความเหมาะสม
9. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันทำใบงานที่ 3.3.1 เร่ือง กลไก ไฟฟา้ และอุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์
10. จากนน้ั ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอใบงานบรเิ วณหน้าช้ันเรียน

ชวั่ โมงที่ 2

ขนั้ สอน

ขั้นที่ 4 สังเคราะหค์ วามรู้
11. ครทู บทวนการเรียนจากชั่วโมงท่ีแลว้ พอสังเขป
12. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กล่มุ เดมิ )
13. นกั เรยี นทำกจิ กรรมท่ีสอดคล้องกบั เนื้อหา โดยใหผ้ เู้ รียนฝึกปฏิบัติ เพื่อพฒั นาความรู้และทักษะ

(Design Activity) และบันทึกลงในสมดุ ประจำตวั
ขัน้ ท่ี 5 สรุปและประเมินค่าของคำตอบ
14. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของข้อมูล
15. ครทู บทวนคำถามกระต้นุ ความคดิ ของนักเรียนว่า “นักเรยี นรูห้ รือไมว่ ่า ถา้ นักเรยี นต้องการ

แก้ปัญหาหรือพัฒนาชน้ิ งาน นักเรียนจำเปน็ ต้องมีความรู้ในเรอื่ งใดบา้ ง”
(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรียนขึน้ อย่กู ับดลุ ยพินิจของครูผู้สอน เชน่ ความรูเ้ ก่ยี วกับวสั ดแุ ละ
ประเภทของวัสดุ อุปกรณ์และเคร่ืองมือช่างพ้นื ฐาน กลไก ไฟฟ้า และอปุ กรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์)

ข้ันที่ 6 นำเสนอและประเมินผลงาน
16. นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมานำเสนอข้อมลู บรเิ วณหนา้ ชนั้ เรียน โดยครผู ้สู อน

ประเมินผลงานการนำเสนอของนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่

ข้ันสรุป

1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตการณ์ตอบคำถาม และการนำเสนอผลงานของนกั เรียน
2. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ ความรู้เก่ยี วกบั วสั ดุสำหรับการพฒั นาช้นิ งาน สมบัตขิ องวัสดุ

หลักการเลือกวสั ดุ หลกั การเลอื กใชแ้ ละการดูแลรักษาอุปกรณแ์ ละเครือ่ งมือชา่ งพ้นื ฐาน
รวมถงึ ความรูเ้ กยี่ วกับกลไก ไฟฟา้ และอปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์
3. นกั เรียนแตล่ ะคนทำแบบฝึกหัด (Unit Activity) จากหนงั สือเรียน เพื่อทบทวนความรู้
ความเข้าใจ และพฒั นาทักษะการคิดของผูเ้ รียน โดยการตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตัว

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

102

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมือ และความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 ความร้ใู นการแกป้ ญั หาหรือพัฒนาช้ินงาน

4. นกั เรยี นตรวจสอบระดบั ความสามารถของตนเองจากหนังสอื เรยี น โดยพจิ ารณาขอ้ ความว่า
ถูกหรือผิด หากนักเรียนพจิ ารณาไม่ถกู ต้องให้นักเรยี นกลับไปทบทวนเน้อื หาตามหวั ข้อ
ที่กำหนดให้

5. ครมู อบหมายให้นักเรียนทำกจิ กรรม High Oder Thinking ท่ีสอดคล้องกับตวั ช้ีวดั ตามทักษะ
แห่งศตวรรษที่ 21 จากแบบฝึกหัดรายวิชาพ้นื ฐานเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3
หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ และความร้ใู นการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
และทำชนิ้ งาน/ภาระงาน(รวบยอด) เร่ือง การนำความรูม้ าใชใ้ นการแก้ปัญหาหรอื พฒั นางาน
เป็นการบ้านและนำมาส่งในช่ัวโมงถัดไป

6. นักเรยี นทำแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เรื่อง วสั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื และ
ความรูใ้ นการแกป้ ญั หาหรือพัฒนางาน หรือทำแบบทดสอบ (Unit Test) จากแบบฝึกหดั

7. การวัดและประเมนิ ผล

รายการวัด วธิ ีวดั เครอ่ื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
7.1 การประเมินระหว่างการ - ใบงานท่ี 3.3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบฝกึ หดั
จดั กิจกรรม

1) กลไก ไฟฟ้า และ - ตรวจใบงานท่ี 3.3.1

อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์

2) อปุ กรณ์และเครื่องมือ - ตรวจแบบฝกึ หดั

ช่างพ้ืนฐานในการ

แกป้ ญั หาและสรา้ ง

ช้นิ งาน

3) การนำเสนอผลงาน - ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2
ผลงาน การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
4) พฤติกรรมการทำงาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
รายบุคคล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
- สงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2
5) พฤติกรรมการทำงาน การทำงานกลุ่ม การทำงานกลมุ่ ผา่ นเกณฑ์
กลุ่ม - สงั เกตความมีวินยั - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
ความรบั ผดิ ชอบ คณุ ลกั ษณะ ผา่ นเกณฑ์
6) คณุ ลกั ษณะ ใฝเ่ รยี นรู้ และมุ่งมั่น อันพงึ ประสงค์
อนั พงึ ประสงค์ ในการทำงาน

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

103

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื และความรใู้ นการแก้ปญั หาหรือพฒั นางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 ความร้ใู นการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนาชนิ้ งาน

รายการวดั วิธวี ัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
7.2 การประเมนิ หลังเรียน
ระดับคุณภาพ 2
1) แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน ผา่ นเกณฑ์

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 3 หลงั เรียน

เร่อื ง วสั ดุ อปุ กรณ์

เครอื่ งมอื และความรู้

ในการแก้ปญั หาหรอื

พัฒนางาน

2) การประเมนิ ช้นิ งาน/ - ตรวจชน้ิ งาน/ - แบบประเมนิ ช้ินงาน/

ภาระงาน (รวบยอด) ภาระงาน (รวบยอด) ภาระงาน (รวบยอด)

เรอื่ ง การนำความรู้

มาใชใ้ นการแกป้ ญั หา

หรอื พัฒนางาน

8. สือ่ /แหล่งการเรยี นรู้

8.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3
เรอ่ื ง วสั ดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ และความร้ใู นการแกป้ ญั หาหรอื พัฒนางาน
2) แบบฝึกหดั รายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3
เร่ือง วัสดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื และความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน
3) ใบงานท่ี 3.3.1 เรื่อง กลไก ไฟฟ้า และอุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์

8.2 แหลง่ การเรียนรู้
1) หอ้ งคอมพวิ เตอร์
2) อนิ เทอรเ์ นต็

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

104

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 วัสดุ อุปกรณ์ เครอื่ งมือ และความร้ใู นการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 ความรใู้ นการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นาชน้ิ งาน

ใบงานที่ 3.3.1
เรื่อง กลไก ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์

คำชแ้ี จง : จากภาพท่ีกำหนดให้ ใหน้ ักเรยี นสังเกตว่าภาพดังกล่าวมีการใช้กลไก ไฟฟ้า และอุปกรณ์
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ประเภทใดบา้ ง จงอธบิ ายพอสังเขป

หุ่นยนตส์ ำรวจและกภู้ ัย

รายการ ประเภท สว่ นทใ่ี ช้

กลไก

ไฟฟา้
และอปุ กรณ์
อเิ ล็กทรอนกิ ส์

รถยนต์บังคับ

รายการ ประเภท สว่ นท่ใี ช้

กลไก

ไฟฟ้า
และอุปกรณ์
อิเล็กทรอนกิ ส์

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

105

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ และความรูใ้ นการแกป้ ญั หาหรือพฒั นางาน เฉลย
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 ความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นาชนิ้ งาน

ใบงานท่ี 3.3.1
เรื่อง กลไก ไฟฟา้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

คำช้แี จง : จากภาพที่กำหนดให้ ให้นกั เรยี นสังเกตวา่ ภาพดังกล่าวมกี ารใช้กลไก ไฟฟ้า และอปุ กรณ์
อเิ ล็กทรอนกิ สป์ ระเภทใดบ้าง จงอธบิ ายพอสังเขป

หุ่นยนตส์ ำรวจและกู้ภยั

รายการ ประเภท สว่ นท่ีใช้
ล้อและเพลา ลอ้ รถ มอเตอร์
กลไก เฟอื งตรง ชดุ เฟืองในหุ่นยนต์
สปรงิ รองรับแรงกระแทก
ไฟฟา้ อปุ กรณ์ไฟฟ้า อปุ กรณ์เซน็ เซอร์
และอุปกรณ์ อุปกรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ สมองกล
อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ - -

รถยนต์บังคบั

รายการ ประเภท สว่ นท่ใี ช้
ล้อและเพลา ล้อรถ มอเตอร์
กลไก เฟอื งตรง ชุดเฟอื งในรถยนต์
- -
ไฟฟา้ แหล่งกำเนดิ ไฟฟา้ ถ่ายไฟฉาย แบตเตอร่ี
และอุปกรณ์ เครื่องใช้ไฟฟา้ หรอื โหลด เคร่อื งควบคุมความเร็ว
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ หรือ รโี มท
-

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

106

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เครื่องมอื และความรใู้ นการแก้ปญั หาหรือพัฒนางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 ความรูใ้ นการแกป้ ญั หาหรือพฒั นาชิน้ งาน

ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เร่ือง การนำความรูม้ าใช้ในการแกป้ ญั หาหรือพัฒนางาน

คำชี้แจง : ให้นกั เรียนออกแบบสง่ิ ของท่ีอยูร่ อบตวั ของนกั เรียนคนละ 1 ชิน้ โดยอธิบายแนวทางการพฒั นางาน
พอสังเขป

วัสดทุ ีใ่ ช้ คือ
เครอ่ื งมือชา่ งท่ีใชง้ าน คืออะไร และใช้สำหรบั ทำอะไร

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

107

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื และความรใู้ นการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน เฉลย
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 ความรใู้ นการแกป้ ัญหาหรอื พัฒนาชน้ิ งาน

ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
เร่ือง การนำความรมู้ าใช้ในการแกป้ ัญหาหรือพัฒนางาน

คำชแี้ จง : ใหน้ ักเรียนออกแบบสิ่งของท่อี ยรู่ อบตัวของนักเรียนคนละ 1 ช้ิน โดยอธบิ ายแนวทางการพฒั นางาน
พอสงั เขป

วัสดทุ ่ีใช้ คือ
ไม้ ตะปู กาวลาเทก็ ซ์

เครอื่ งมือชา่ งที่ใช้งาน คืออะไร และใช้สำหรับทำอะไร
1. เลื่อย ใช้สำหรบั เล่อื ยไมก้ ระดาน
2. คอ้ น ใชส้ ำหรับตอกตะปบู นไม้
3. ตลบั เมตร ใช้สำหรับวดั ความยาวของโต๊ะที่ต้องการ
4. สวา่ น ใช้สำหรับเจาะรู

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

108

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมือ และความรใู้ นการแก้ปญั หาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3 ความรูใ้ นการแกป้ ัญหาหรือพฒั นาชนิ้ งาน

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน

คำชี้แจง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ลงในชอ่ ง
ท่ีตรงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา 
2 ความคิดสรา้ งสรรค์  
3 วิธีการนำเสนอผลงาน  
4 การนำไปใช้ประโยชน์  
5 การตรงต่อเวลา  


รวม

ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมนิ
............/................./....................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางสว่ น

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ตำ่ กว่า 8 ปรับปรงุ

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

109

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ และความร้ใู นการแกป้ ญั หาหรือพฒั นางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 ความรใู้ นการแกป้ ัญหาหรือพัฒนาชน้ิ งาน

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานรายบุคคล

คำชีแ้ จง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่อง
ทต่ี รงกับระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น 
2 การยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ของผูอ้ น่ื  
3 การทำงานตามหนา้ ท่ีที่ได้รบั มอบหมาย  
4 ความมนี ำ้ ใจ  
5 การตรงต่อเวลา  


รวม

เกณฑ์การให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ............/................./....................
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั
ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครัง้ ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

14–15 ดมี าก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ำกวา่ 8 ปรบั ปรุง

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

110

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมือ และความรู้ในการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 ความรู้ในการแกป้ ญั หาหรอื พฒั นาชน้ิ งาน

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ

คำช้ีแจง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่อง
ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

ลำดบั ท่ี ช่อื –สกลุ การแสดง การยอมรับ การทำงาน ความมี การมีส่วนร่วม
ของนักเรยี น ความคิดเห็น ฟังคนอ่ืน ตามท่ไี ดร้ ับ นำ้ ใจ ในการปรบั ปรุง รวม
มอบหมาย ผลงานกลมุ่ 15

คะแนน

321321321321321

ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
................/................./....................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน

ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ตำ่ กวา่ 8 ปรบั ปรุง

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

111

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมือ และความรใู้ นการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3 ความรู้ในการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นาช้ินงาน

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

คำช้แี จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ลงในช่อง

ทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 32 1

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาตแิ ละร้องเพลงชาติได้

กษตั รยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกิจกรรมที่สรา้ งความสามัคคีปรองดองและเปน็ ประโยชน์

ตอ่ โรงเรยี น

1.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมทางศาสนาที่ตนนับถอื ปฏบิ ตั ิตามหลกั ศาสนา

1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมที่เกย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ตามที่โรงเรียนจดั ขึ้น

2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต 2.1 ให้ข้อมูลทถี่ ูกต้องและเป็นจรงิ

2.2 ปฏบิ ัตใิ นสิ่งทถี่ ูกตอ้ ง

3. มวี นิ ยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบงั คบั ของครอบครัว

มคี วามตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวัน

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ร้จู ักใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ ละนำไปปฏบิ ัติได้

4.2 รู้จกั จดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เช่ือฟังคำสงั่ สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง

4.4 ต้ังใจเรียน

5. อยอู่ ย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินและสงิ่ ของของโรงเรยี นอย่างประหยดั

5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยดั และรคู้ ณุ ค่า

5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงนิ

6. ม่งุ ม่ันในการทำงาน 6.1 มคี วามต้ังใจและพยายามในการทำงานที่ได้รบั มอบหมาย

6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ใหง้ านสำเรจ็

7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย

7.2 เห็นคณุ ค่าและปฏิบตั ติ นตามวัฒนธรรมไทย

8. มีจติ สาธารณะ 8.1 รจู้ ักชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน

8.2 รู้จกั การดูแลรกั ษาทรพั ย์สมบตั แิ ละสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี น

และโรงเรียน

ลงช่อื ..................................................ผู้ประเมนิ
............/.................../................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ิชดั เจนและสมำ่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 51-60 ดมี าก
พฤติกรรมที่ปฏบิ ัตชิ ดั เจนและบอ่ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน 41-50 ดี
พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติบางครง้ั 30-40 พอใช้
ปรบั ปรงุ
ตำ่ กวา่ 30

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

112

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมือ และความรู้ในการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 3 ความรูใ้ นการแกป้ ัญหาหรือพัฒนาช้นิ งาน

แบบประเมนิ ชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)

ว 4.1 ม.3/5 ใช้ความรู้ และทักษะเกี่ยวกบั วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา้ และ
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ให้ถูกต้องกับลักษณะของงาน และปลอดภัยเพอ่ื แก้ปัญหา
หรอื พฒั นางาน

รายการ เกณฑ์การประเมนิ (ระดับคุณภาพ) ระดบั
ประเมนิ คณุ ภาพ
ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
1. วสั ดสุ ำหรบั ใช้งาน ดีมาก
สามารถบอกวสั ดุทีใ่ ช้ สามารถบอกวสั ดุทใ่ี ช้ สามารถบอกวสั ดุทใี่ ช้ ไมส่ ามารถบอกวสั ดุท่ี
.2เครือ่ งมอื ช่างพน้ื ฐาน สำหรบั ใช้งานไดถ้ ูกตอ้ งดี ใช้สำหรบั ใชง้ านได้ ดี
และหนา้ ท่ีการทำงาน มาก สำหรบั ใช้งานได้ดี สำหรับใช้งานได้
สามารถบอกเคร่ืองมอื ไมส่ ามารถบอก พอใช้
3. ความสมบรู ณ์ ชา่ งพืน้ ฐานและหน้าที่ คอ่ นข้างดี เครอื่ งมือช่างพนื้ ฐาน
ของผลงาน การทำงานไดถ้ กู ตอ้ ง และหน้าทกี่ ารทำงาน ปรับปรงุ
.4ส่งงานตรงเวลา ดีมาก สามารถบอกเครือ่ งมอื สามารถบอกเคร่อื งมือ ได้
ผลงานมีความครบถ้วน ผลงานมคี วามครบถว้ น
สมบูรณด์ มี าก ชา่ งพืน้ ฐานและหน้าท่ี ช่างพ้นื ฐานและหน้าที่ สมบรู ณ์น้อย
ส่งภาระงานชา้ กวา่
สง่ ภาระงานภายในเวลา การทำงานไดด้ ี การทำงานได้คอ่ นขา้ งดี กำหนดเกนิ วันข้ึนไป 3
ทกี่ ำหนด
ผลงานมคี วามครบถว้ น ผลงานมีความครบถ้วน
สมบรู ณ์คอ่ นขา้ งดี สมบรู ณ์ดเี ปน็ บางส่วน

ส่งภาระงานชา้ กวา่ ส่งภาระงานชา้ กวา่
กำหนด วนั 1 กำหนด วัน 2

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

14-16 ดมี าก

10-13 ดี

7-9 พอใช้

1-6 ปรับปรงุ

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

113

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และความรใู้ นการแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน .
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3 ความรูใ้ นการแกป้ ัญหาหรือพัฒนาชิน้ งาน )
.......
9. ความเหน็ ของผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษาหรอื ผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย

ขอ้ เสนอแนะ

ลงช่อื
(

ตำแหนง่

10. บันทกึ ผลหลงั การสอน

 ด้านความรู้

 ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

 ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

 ด้านความสามารถทางเทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

 ดา้ นอื่น ๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมท่มี ปี ัญหาของนกั เรียนเปน็ รายบคุ คล (ถ้าม)ี )

 ปญั หา/อปุ สรรค
 แนวทางการแก้ไข

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

114

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 การแกป้ ัญหาชมุ ชนหรอื ท้องถ่ินด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4

การแก้ปัญหาชมุ ชนหรอื ทอ้ งถิน่ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม

เวลา 7 ช่ัวโมง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชวี้ ดั

ว 4.1 เข้าใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีเพอื่ การดำรงชีวติ ในสังคมที่มกี ารเปลยี่ นแปลงอย่างรวดเรว็
ใชค้ วามร้แู ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ นื่ ๆ เพื่อแก้ปญั หาหรอื
พฒั นางานอยา่ งมีความคดิ สร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคำนึงถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และสง่ิ แวดล้อม
ว 4.1 ม.3/1 วเิ คราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยท่ีส่งผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี และ
ความสมั พนั ธข์ องเทคโนโลยกี ับศาสตร์อน่ื โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือ
คณติ ศาสตร์ เพอ่ื เป็นแนวทางการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน
ว 4.1 ม.3/2 ระบปุ ญั หาหรอื ความต้องการของชมุ ชนหรอื ทอ้ งถ่นิ เพ่ือพัฒนางานอาชีพ
สรปุ กรอบของปญั หา รวบรวม วเิ คราะหข์ ้อมลู และแนวคิดท่เี กยี่ วข้องกับ
ปญั หาโดยคำนงึ ถึงความถูกต้องด้านทรัพยส์ ินทางปัญญา
ว 4.1 ม.3/3 ออกแบบวิธีการแก้ปญั หา โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือก
ข้อมูลทจี่ ำเป็นภายใตเ้ ง่ือนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นำเสนอแนวทางการ
แก้ปญั หาใหผ้ ู้อ่นื เข้าใจดว้ ยเทคนคิ หรอื วิธีการที่หลากหลาย วางแผน
ขั้นตอนการทำงานและดำเนนิ การแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นขัน้ ตอน
ว 4.1 ม.3/4 ทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์ และใหเ้ หตผุ ลของปญั หาหรือข้อบกพรอ่ งท่ี
เกิดข้นึ ภายใต้กรอบเงอ่ื นไข พร้อมทัง้ หาแนวทางการปรับปรงุ แก้ไข และ
นำเสนอผลการแก้ปัญหา

2. สาระการเรียนรู้

2.1 สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1) เทคโนโลยีมีการเปลย่ี นแปลงตลอดเวลาตั้งแต่อดตี จนถึงปัจจบุ นั ซ่ึงมีสาเหตหุ รอื ปัจจยั
มาจากหลายดา้ น เช่น ปญั หาหรือความต้องการของมนษุ ย์ ความกา้ วหน้าของศาสตร์ตา่ ง ๆ
การเปล่ยี นแปลงทางดา้ นเศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม และส่ิงแวดล้อม
2) เทคโนโลยมี ีความสมั พันธ์กบั ศาสตรอ์ นื่ โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ โดยวทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ พ้ืนฐาน
ความรู้ทีน่ ำไปสกู่ ารพัฒนาเทคโนโลยี และเทคโนโลยีทไ่ี ด้สามารถเป็นเคร่อื งมือท่ใี ช้ในการศกึ ษา
ค้นคว้า เพ่ือใหไ้ ด้มาซง่ึ องค์ความรู้ใหม่
3) ปัญหาหรือความต้องการอาจพบได้ในงานอาชพี ของชมุ ชนหรือท้องถน่ิ ซึ่งอาจมีหลายดา้ น เช่น
ด้านการเกษตร อาหาร พลงั งาน การขนส่ง

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

115

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 การแกป้ ญั หาชุมชนหรอื ท้องถิ่นด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

4) การวิเคราะห์สถานการณป์ ัญหาชว่ ยให้เขา้ ใจเง่อื นไขและกรอบของปญั หาได้ชัดเจน จากนัน้
ดำเนินการสบื คน้ รวบรวมข้อมลู ความรูจ้ ากศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกีย่ วข้อง เพื่อนำไปสกู่ ารออกแบบ
แนวทางการแก้ปญั หา

5) การวเิ คราะห์ เปรียบเทียบ และตดั สนิ ใจเลือกข้อมูลท่จี ำเป็น โดยคำนึงถึงทรัพย์สนิ ทางปัญญา
เงอ่ื นไขและทรพั ยากร เช่น งบประมาณ เวลา ขอ้ มลู และสารสนเทศ วสั ดุ เครื่องมือและอุปกรณ์
ชว่ ยให้ไดแ้ นวทางการแกป้ ญั หาท่ีเหมาะสม

6) การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้หลากหลายวธิ ี เชน่ การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ
การเขยี นผงั งาน

7) เทคนคิ หรือวิธกี ารในการนำเสนอแนวทางการแกป้ ัญหามหี ลากหลาย เช่น การใชแ้ ผนภมู ิ ตาราง
ภาพเคลื่อนไหว

8) การกำหนดขน้ั ตอนและระยะเวลาในการทำงานกอ่ นดำเนนิ การแก้ปัญหาจะช่วยใหก้ ารทำงาน
สำเร็จได้ตามเป้าหมาย และลดข้อผิดพลาดของการทำงานที่อาจเกดิ ขนึ้

9) การทดสอบและประเมนิ ผลเป็นการตรวจสอบชน้ิ งานหรอื วธิ กี ารวา่ สามารถแก้ปัญหาได้ตาม
วตั ถปุ ระสงค์ภายใต้กรอบของปัญหา เพ่อื หาข้อบกพรอ่ ง และดำเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบ
ซำ้ เพ่ือให้สามารถแก้ไขปัญหาได้

10) การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคดิ เพ่ือให้ผอู้ น่ื เข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทำงาน และ
ชนิ้ งานหรอื วิธกี ารท่ีได้ ซึ่งสามารถทำไดห้ ลายวธิ ี เชน่ การเขียนรายงาน การทำแผน่ นำเสนอ
ผลงาน การจัดนิทรรศการ การนำเสนอผ่านส่อื ออนไลน์

2.2 สาระการเรียนรู้ท้องถ่นิ
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมเป็นกระบวนการแกป้ ญั หาหรอื พัฒนาช้ินงานอยา่ งเป็น
ขัน้ ตอนภายใต้ทรพั ยากรท่ีมีอยู่ การวเิ คราะหส์ ถานการณ์ของปัญหา ผลกระทบของการแก้ปญั หา เพอ่ื
นำไปสู่การออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา โดยใชค้ วามรดู้ ้านวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่นื ๆ
สำหรบั กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม โดยการพฒั นาชมุ ชนอยา่ งยั่งยืนนน้ั จะมุ่งเน้นพัฒนาชมุ ชนให้
พ่งึ พาตวั เองได้ผา่ นการสร้างผู้นำชมุ ชนท่ีเขม้ แขง็ ทำงานตอบสนองต่อสภาพแวดลอ้ มทเ่ี ป็นเอกลกั ษณ์ของ
แต่ละชุมชน นำวธิ ีการพัฒนาที่ไดผ้ ลมาใช้แกป้ ญั หาทีส่ ำคัญของชมุ ชน และกระตุน้ ใหเ้ กิดการลงมอื ทำ
ตลอดจนมีการสร้างเศรษฐกจิ ให้กับชมุ ชนและประชาชนในการใชท้ รัพยากรตา่ ง ๆ เป็นเคร่ืองมือใน
การทำงานและสร้างอาชีพได้ โดยอาศัยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมาช่วยในการสร้างงานเพื่อ
แกป้ ญั หาทเ่ี กดิ ขึ้นในชุมชน เพอื่ นำไปสกู่ ารแกป้ ัญหาท่ีเกิดขึน้ ในชมุ ชนอยา่ งย่ังยืน

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

116

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 การแกป้ ัญหาชมุ ชนหรือทอ้ งถนิ่ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม

4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ

- ทักษะการสือ่ สาร 2. ใฝ่เรยี นรู้

2. ความสามารถในการคดิ 3. มุ่งม่ันในการทำงาน

- ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล

- ทกั ษะการคดิ อย่างเป็นระบบ

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

- ทักษะการแกป้ ญั หา

- ทกั ษะการสังเกต

- ทกั ษะการประยุกต์ใช้ความรู้

4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

- ทักษะการทำงานร่วมกนั

- ทกั ษะการสำรวจ

5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

- ทกั ษะการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

- ทกั ษะการสบื ค้นขอ้ มูล

5. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

- ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรื่อง การแกป้ ญั หาชุมชนหรือทอ้ งถ่ินด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

6. การวัดและการประเมินผล

รายการวัด วิธวี ดั เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน
- แบบทดสอบ ประเมินตามสภาพจริง
6.1 การประเมินก่อนเรียน กอ่ นเรยี น
รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- แบบทดสอบก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบ - ใบงานท่ี 4.1.1

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 ก่อนเรียน

เรอ่ื ง การแก้ปัญหาชุมชน

หรอื ท้องถิ่นด้วย

กระบวนการออกแบบเชิง

วศิ วกรรม

6.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัด

กจิ กรรม

1) การระบปุ ัญหา - ตรวจใบงานที่ 4.1.1

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

117

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 การแกป้ ญั หาชุมชนหรือท้องถ่นิ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

รายการวัด วธิ ีวัด เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน
2) การรวบรวมขอ้ มลู และ - ตรวจใบงานที่ 4.1.2 - ใบงานท่ี 4.1.2 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

แนวคดิ ท่ีเกยี่ วข้อง - ตรวจใบงานท่ี 4.1.3 - ใบงานที่ 4.1.3 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
3) การออกแบบวธิ กี าร
- ตรวจใบงานที่ 4.1.4 - ใบงานที่ 4.1.4 รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
แกป้ ัญหา
4) การวางแผนและ - ตรวจแบบฝึกหัด - แบบฝึกหัด รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ดำเนินการแก้ปญั หา - ตรวจแบบฝกึ หดั - แบบฝึกหัด ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
5) กระบวนการออกแบบ
- ประเมินการนำเสนอ - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
เชงิ วศิ วกรรมกับ ผลงาน
การแก้ปญั หาชุมชนหรือ - สงั เกตพฤติกรรม การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์
ท้องถิ่น การทำงานรายบคุ คล
6) การนำวิทยาศาสตร์ - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดบั คุณภาพ 2
เทคโนโลยี และ การทำงานกลุ่ม
นวตั กรรมไปพัฒนา - สังเกตความมีวินัย การทำงานรายบคุ คล ผ่านเกณฑ์
ชุมชน ความรบั ผดิ ชอบ
7) การนำเสนอผลงาน ใฝเ่ รียนรู้ และมงุ่ ม่ัน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2
ในการทำงาน
8) พฤติกรรมการทำงาน การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
รายบคุ คล - ตรวจแบบทดสอบ
หลังเรียน - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2
9) พฤติกรรมการทำงาน
กลุ่ม คุณลักษณะ ผา่ นเกณฑ์

10) คุณลักษณะ อนั พงึ ประสงค์
อนั พึงประสงค์
- แบบทดสอบ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
6.3 การประเมินหลังเรียน หลังเรยี น
1) แบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4
เรื่อง การแก้ปญั หา
ชุมชนหรือท้องถ่ินดว้ ย
กระบวนการออกแบบ
เชิงวิศวกรรม

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

118

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 การแก้ปัญหาชมุ ชนหรือทอ้ งถิ่นดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม

รายการวัด วิธีวดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
2) การประเมินชิ้นงาน/ - ตรวจชนิ้ งาน/
- แบบประเมินชิ้นงาน/ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ภาระงาน (รวบยอด) ภาระงาน (รวบยอด)
เร่ือง การแก้ปญั หา ภาระงาน (รวบยอด) ผา่ นเกณฑ์
ชุมชนหรอื ทอ้ งถ่นิ
ด้วยกระบวนการ
ออกแบบเชงิ วิศวกรรม

7. กิจกรรมการเรียนรู้

นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เร่ือง การแก้ปัญหาชุมชนหรือท้องถิ่นด้วย
กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

119

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 การแกป้ ญั หาชุมชนหรอื ท้องถนิ่ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม

เร่อื งท่ี 1 : กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมกบั การแก้ปัญหาชุมชนหรือทอ้ งถิ่น เวลา 4 ช่วั โมง

วธิ ีการสอนโดยเนน้ รูปแบบการสอนแบบใช้โครงงานเปน็ ฐาน (Project-Based Learning)

ขัน้ นำ

ขั้นท่ี 1 ให้ความรูพ้ ้นื ฐาน
1. ครูถามคำถามกระตุน้ ความคิดของนักเรียนว่า“ในชมุ ชนที่นักเรียนอาศัยอยู่มปี ัญหาอะไร
เกดิ ข้ึนบ้าง และปัญหาเหล่าน้ันสามารถแก้ไขไดห้ รือไม่ อย่างไร”

ขั้นท่ี 2 กระตุ้นความสนใจ
2. ครถู ามคำถามประจำหัวข้อเพ่ือกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรียนว่า“นักเรียนคดิ ว่า กระบวนการ
ออกแบบเชิงวศิ วกรรม จะช่วยแก้ปัญหาในชมุ ชนหรือทอ้ งถนิ่ ของนกั เรียนได้อย่างไร”
3. ครูสุ่มนักเรียน 6 คน ออกมายืนเรยี งกันบริเวณหน้าชน้ั เรียนโดยครูเปิดแผ่นปา้ ย เรื่อง
กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมใหน้ ักเรยี นดูและให้นักเรียนคนแรกพูดข้อความ
ที่ปรากฏอยูใ่ นแผน่ ป้าย จากนัน้ ครเู ปดิ แผ่นปา้ ยที่ 2 ให้แก่นักเรียนคนถัดไป โดยนกั เรียน
จะตอ้ งพดู ขอ้ ความทปี่ รากฏอยใู่ นแผน่ ป้ายและข้อความจากเพ่ือนคนแรก โดยดำเนนิ การ
ตอ่ ไปเร่ือย ๆ จนถงึ นักเรียนคนสุดท้าย ตามลำดับ

ข้ันสอน

ขัน้ ที่ 3 จดั กลุ่มร่วมมือ
1. ใหน้ ักเรียนแบ่งกลุม่ กล่มุ ละ 3-5 คน หรอื ตามความเหมาะสม เพอื่ ศึกษากระบวนการออกแบบ
เชงิ วิศวกรรมกบั การแก้ปญั หาชุมชนหรือท้องถ่ินจากหนงั สือเรียน
2. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ระดมความคดิ เห็นร่วมกนั เพ่ือระบปุ ัญหาทีม่ ีภายในชมุ ชนหรอื ท้องถ่ิน
ทีน่ ักเรียนสนใจกลุ่มละ 3 ปญั หา จากน้นั ตอบคำถามลงในใบงานที่ 4.1.1 เรือ่ ง การระบุ
ปัญหา และใหน้ ักเรยี นออกมานำเสนอหวั ขอ้ ปัญหาทนี่ ักเรียนสนใจบริเวณหน้าชัน้ เรยี น
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มศึกษาเกณฑ์การจดั ลำดับความสำคัญของปญั หาท้งั 4 เกณฑ์ จากหนังสือเรียน
และคดั เลือกปัญหากล่มุ ละ 1 ปัญหาท่ีต้องการแกไ้ ขอย่างแทจ้ ริงพร้อมระบลุ งในใบงานที่ 4.1.1

ขัน้ ท่ี 4 แสวงหาความรู้
4. ใหน้ ักเรยี นศึกษาเนื้อหาเกยี่ วกบั ข้นั ตอนการรวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ท่ีเกยี่ วข้องกบั ปัญหา
จากหนงั สอื เรยี นและตอบคำถามลงในใบงานท่ี 4.1.2 เรอ่ื ง การรวบรวมข้อมูลและแนวคิดท่ี
เกี่ยวข้อง และสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอข้อมูลบรเิ วณหนา้ ชน้ั เรยี น และเปดิ โอกาสให้นักเรยี น
แลกเปล่ยี นความคิดเหน็ ร่วมกันได้อย่างอิสระ
5. ใหน้ กั เรียนศึกษาเน้ือหาเก่ียวกับขัน้ ตอนการออกแบบวธิ กี ารแก้ปญั หาจากหนังสือเรยี น
จากนั้นให้ตอบคำถามลงในใบงานท่ี 4.1.3 เรือ่ ง การออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

120

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 การแก้ปัญหาชุมชนหรือท้องถ่นิ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม

6. นักเรยี นศึกษาเนื้อหาเก่ยี วกบั ขัน้ ตอนการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหาและสังเกตตวั อยา่ ง
จากหนังสอื เรยี น และตอบคำถามลงในใบงานที่ 4.1.4 เร่อื ง การวางแผนและดำเนินการ
แก้ปัญหา จากนนั้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอบริเวณหน้าช้ันเรียน โดยครคู อยให้
ข้อเสนอแนะเพ่มิ เตมิ อย่างใกล้ชิด

7. ให้นกั เรยี นศึกษาเนื้อหาเก่ยี วกับข้นั ตอนการทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรงุ แก้ไขวิธีการ
แกป้ ญั หาหรือชนิ้ งานและสังเกตตัวอย่างประกอบจากหนงั สือเรียน

8. นกั เรยี นศกึ ษาเนื้อหาเก่ยี วกับการนำเสนอวธิ กี ารแก้ปัญหา ผลการแก้ปัญหาหรือชิน้ งานและ
สงั เกตตัวอยา่ งจากหนงั สือเรียน และส่งตวั แทนออกมานำเสนอความรู้ที่ได้บรเิ วณหนา้ ชั้นเรียน

ขัน้ ที่ 5 สรุปส่ิงที่เรียนรู้
9. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนวา่ “กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมกบั
การแกป้ ัญหาชุมชนหรอื ท้องถน่ิ ประกอบไปดว้ ยกี่ขน้ั ตอน อะไรบ้าง”

ข้ันท่ี 6 นำเสนอผลงาน
10. เปิดโอกาสให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรยี นโดยครูกำหนดเวลาใน

การนำเสนอตามความเหมาะสม จากนัน้ ให้ครูและเพื่อนรว่ มชั้นร่วมกันประเมินผลการนำเสนอ
ผลงานของนักเรยี นแต่ละกล่มุ

ขัน้ สรุป

1. เปิดโอกาสให้นักเรียนซกั ถามขอ้ สงสัย โดยครใู ห้ความรู้เพิม่ เตมิ ตามความเหมาะสม
2. นักเรียนและครูร่วมกันสรปุ เก่ียวกบั กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมกับการแกป้ ญั หาชุมชน

หรือทอ้ งถิ่น

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

121

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 4 การแกป้ ญั หาชุมชนหรอื ท้องถ่นิ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม

เรอ่ื งท่ี 2 : กรณศี กึ ษาการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปพัฒนาชุมชน เวลา 3 ชั่วโมง

วิธีการสอนโดยเน้นรูปแบบการสอนแบบอปุ นยั (Induction)

ขน้ั นำ

1. ครใู หน้ ักเรียนช่วยกันหาความหมายของคำวา่ “การพัฒนาชุมชนอย่างยัง่ ยืน”จากนนั้ ครูสุ่ม
นกั เรียน 2-3 คน ตอบคำถาม พร้อมกบั อภปิ รายรว่ มกนั ภายในหอ้ งเรยี น

2. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนสบื ค้นปญั หาของชมุ ชนท้ังในประเทศและตา่ งประเทศจาก
อนิ เทอรเ์ น็ต จากนั้นครูสมุ่ นักเรยี นออกมาเล่าเก่ยี วกับปัญหาของชมุ ชนตามทนี่ กั เรยี นสนใจ
บริเวณหนา้ ชัน้ เรียน โดยเปดิ โอกาสให้เพ่ือนรว่ มชั้นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็

3. ครูยกตัวอยา่ งกรณีศึกษาการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวตั กรรมไปพัฒนาฮาลา-บาลา
เพอื่ ใหน้ กั เรยี นเข้าใจมากย่งิ ข้ึนจากหนงั สอื เรียน

4. ครูถามคำถามประจำหัวข้อเพ่ือกระตนุ้ ความสนใจของนักเรียนว่า“นกั เรียนคดิ วา่ กรณศี กึ ษาน้ี
ช่วยแก้ปัญหาในชุมชนได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ อย่างไร”

ขนั้ สอน

1. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 3-5 คน หรอื ตามความเหมาะสม เพ่อื ศึกษาการนำวทิ ยาศาสตร์
เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปแกป้ ัญหาพื้นที่ปา่ สาคูในจังหวัดนราธิวาสเพม่ิ เตมิ จากหนังสือเรียน
โดยใหน้ ักเรยี นศึกษาขนั้ ตอนการแก้ปัญหาในชุมชนทง้ั 6 ขั้นตอนอยา่ งละเอียด

2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มวิเคราะห์สาเหตขุ องปญั หาจากข้นั ตอนที่ 1 ระบุปัญหา โดยให้แตล่ ะกลุ่ม
พูดคยุ กนั ถึงการระบุปัญหาจากกรณีศกึ ษาในหนงั สือเรียนว่าเหมาะสมหรือไม่ อยา่ งไร และควร
มีปัญหาใดเพมิ่ เติม จากนั้นครูสุม่ นักเรยี น 2-3 คนออกมาสรุปปญั หาที่พบเพ่ิมเติมจากกรณีศึกษา
บรเิ วณหนา้ ชนั้ เรยี น

3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มทำความเข้าใจกบั ข้อมลู ของปัญหาจากขั้นตอนที่ 2 รวบรวมข้อมูลและ
แนวคดิ ทเี่ ก่ียวข้องกับปญั หา และใหน้ ักเรยี นแต่ละกลุ่มรวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ทเี่ กีย่ วข้อง
กบั ปญั หาเพม่ิ เติม โดยการสบื ค้นขอ้ มลู จากอินเทอรเ์ นต็ จากน้นั ให้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มออกมา
นำเสนอข้อมลู บริเวณหนา้ ช้นั เรยี น และเปดิ โอกาสให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ระดมความคิดเห็นเพ่ือ
จัดทำสรุปแนวทางการแกป้ ัญหาจากการศึกษาสถานการณ์

4. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาอธบิ ายสรปุ แนวทางในการแกป้ ัญหาที่ได้จดั ทำขึน้ บรเิ วณ
หน้าช้นั เรยี น

5. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ศึกษาข้นั ตอนต่าง ๆ จากหนังสือเรยี นเพอ่ื ขยายความเขา้ ใจมากยง่ิ ขึ้นดังน้ี
ขน้ั ตอนที่ 3 ออกแบบวิธีการแก้ปญั หา
ขั้นตอนท่ี 4 วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

122

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 4 การแกป้ ญั หาชุมชนหรอื ท้องถ่นิ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม

ขน้ั ตอนท่ี 5 ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวิธกี ารแกป้ ัญหา หรือชนิ้ งาน
ขนั้ ตอนที่ 6 นำเสนอวิธีการแกป้ ญั หา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงาน
6. จากนั้นให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั สรุปจากการศกึ ษาการนำวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี และ
นวตั กรรมไปแก้ปัญหาพน้ื ทป่ี ่าสาคูในจังหวดั นราธิวาสทงั้ 6 ขั้นตอนในหนังสือเรียน โดยใช้
วิธีการตา่ ง ๆ ตามทน่ี ักเรยี นสนใจ เช่น ภาพ Infographic ผงั มโนทศั น์ แผน่ พับ และ
ส่งตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอข้อมลู บริเวณหน้าชนั้ เรยี น
7. ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละคนทำกิจกรรมทีส่ อดคลอ้ งกับเนอื้ หา โดยผูเ้ รียนฝึกปฏบิ ตั เิ พอ่ื
พัฒนาความรู้และทักษะ (Design Activity) โดยใหน้ ักเรยี นแก้ปัญหาชมุ ชนหรือทอ้ งถน่ิ ดว้ ย
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมตามขั้นตอนท้ัง 6 ขนั้ ตอน จากนน้ั ใหน้ กั เรยี นออกมา
นำเสนอข้อมูลในรปู แบบทน่ี ักเรียนคดิ ว่านา่ สนใจและเปดิ โอกาสใหเ้ พ่ือร่วมชัน้ ซกั ถามข้อสงสยั
โดยครูคอยให้คำแนะนำตามความเหมาะสม

ขนั้ สรุป

1. เปดิ โอกาสให้นักเรยี นซกั ถามข้อสงสัย โดยครูให้ความร้เู พม่ิ เตมิ ตามความเหมาะสม
2. นักเรียนและครูร่วมกนั สรุปเก่ียวกับกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมกับการแก้ปัญหาใน

ชมุ ชนหรอื ทอ้ งถ่ินเพื่อชว่ ยแก้ปัญหาในชุมชนได้อย่างย่งั ยนื
3. นักเรียนแต่ละคนทำแบบฝกึ หัด (Unit Activity) จากหนงั สือเรยี นเพ่ือทบทวนความรู้

ความเข้าใจ และพฒั นาทกั ษะการคิดของนักเรยี น โดยการตอบคำถามลงในสมดุ ประจำตัว
4. นักเรยี นตรวจสอบระดบั ความสามารถของตนเองจากหนังสือเรียน โดยพิจารณาข้อความว่าถูก

หรอื ผิด หากนักเรียนพิจารณาขอ้ ความไม่ถกู ตอ้ งให้นกั เรยี นกลบั ไปทบทวนเน้อื หาตามหัวขอ้ ที่
กำหนดให้
5. ครมู อบหมายให้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการคิด และทบทวนเนื้อหาอยา่ งครบถ้วน
ตามตัวชวี้ ัด และกจิ กรรม High Oder Thinking ทส่ี อดคล้องกับตัวช้ีวดั ตามทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21
จากแบบฝกึ หดั รายวชิ าพืน้ ฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 เรือ่ ง การแก้ปญั หาชุมชนหรือทอ้ งถน่ิ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ
วิศวกรรมเป็นการบา้ นและนำมาส่งในชั่วโมงถัดไป
6. นกั เรียนทำแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 เรื่อง การแก้ปัญหาชุมชนหรือท้องถิ่น ดว้ ย
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมหรือทำแบบทดสอบ (Unit Test) จากแบบฝึกหดั เพื่อวัด
ความรู้ท่ีนักเรียนไดร้ บั หลงั จากผ่านการเรียนรู้
7. นักเรยี นทำชิน้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด) เรอื่ ง การแก้ปัญหาชมุ ชนหรือทอ้ งถ่ินด้วยกระบวนการ
ออกแบบเชงิ วิศวกรรม และนำมาสง่ ในชั่วโมงถัดไป

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

123

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 การแกป้ ญั หาชุมชนหรอื ทอ้ งถนิ่ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม

8. สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้

8.1 สอื่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรียนรายวิชาพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ม.3 หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4
เรอ่ื ง การแก้ปัญหาชุมชนหรือทอ้ งถนิ่ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
2) แบบฝกึ หดั รายวชิ าพื้นฐาน เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ม.3 หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4
เรอ่ื ง การแกป้ ัญหาชมุ ชนหรอื ท้องถิน่ ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
3) ใบงานท่ี 4.1.1 เรื่อง การระบุปญั หา
4) ใบงานที่ 4.1.2 เรื่อง การรวบรวมขอ้ มูลและแนวคิดท่เี กยี่ วข้อง
5) ใบงานท่ี 4.1.3 เร่ือง การออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหา
6) ใบงานท่ี 4.1.4 เร่ือง การวางแผนและดำเนินการแก้ปญั หา
7) แผ่นปา้ ย เรื่อง กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
8) บตั รภาพ เรอื่ ง การร่างภาพ

8.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งคอมพิวเตอร์
2) อินเทอร์เน็ต

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

124

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 4 การแก้ปญั หาชมุ ชนหรือท้องถ่ินดว้ ยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม

แบบทดสอบก่อนเรียน

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 4

คำชแ้ี จง : ให้นกั เรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมท่ีสรา้ งขึ้นมานน้ั 6. ขนั้ ตอนใดเป็นการกำหนดลำดบั ขนั้ ตอนของการแก้ปญั หา

มจี ุดประสงคอ์ ะไร ก. ระบุปญั หา

ก. พัฒนาชุมชนใหเ้ ป็นแหล่งท่มี คี วามรู้ ข. ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา

ข. ทำให้การทำงานสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ค. วางแผนและดำเนนิ การแกป้ ญั หา

ค. ทำใหป้ ระชาชนรจู้ ักเทคโนโลยีมากยงิ่ ข้ึน ง. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดท่เี กี่ยวข้องกบั ปญั หา

ง. ชว่ ยแก้ไขปัญหาตา่ ง ๆ ท่เี กดิ ข้ึนอย่างมีระบบ 7. ขน้ั ตอนใดสามารถบอกได้ว่าชิ้นงานนน้ั สามารถแกป้ ัญหาได้

2. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ เกณฑใ์ นการจดั ลำดับความสำคญั ของ ก. ระบุปญั หา

ปญั หา ข. วางแผนและดำเนินการแกป้ ญั หา

ก. ขนาดของปญั หา ค. รวบรวมข้อมลู และแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปญั หา

ข. ความยากง่ายในการแก้ปญั หา ง. ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรุงแกไ้ ขวิธีการแก้ปญั หา

ค. ความพงึ พอใจของคนแกป้ ญั หา หรอื ชนิ้ งาน

ง. ความรุนแรง/ความเร่งดว่ นของปัญหา 8. การออกแบบดว้ ยวิธกี ารใดทำใหเ้ ห็นการแสดงลำดบั ข้นั ตอน

3. กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมมีกข่ี ้นั ตอน การทำงานได้อยา่ งชดั เจน

ก. 6 ขน้ั ตอน ข. 5 ขั้นตอน ก. การรา่ งภาพ

ค. 4 ขั้นตอน ง. 3 ขัน้ ตอน ข. การเขยี นผังงาน

4. การแกป้ ญั หาของชุมชนควรนำกระบวนการใดเข้ามา ค. การทำแบบจำลอง

ชว่ ยเหลือเพื่อใหไ้ ด้ผลลพั ธ์ท่ดี ีทส่ี ดุ ง. การเขียนแผนภาพ

ก. กระบวนการทางปัญญา 9. ขนั้ ตอนใดเปน็ ขัน้ ตอนสดุ ท้ายของกระบวนการออกแบบ

ข. กระบวนการทางเทคโนโลยี เชงิ วศิ วกรรม

ค. กระบวนการเทคโนโลยปี ฏิบตั ิการ ก. ระบปุ ัญหา

ง. กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม ข. วางแผนและดำเนินการแกป้ ัญหา

5. ขอ้ ใดคอื ขัน้ ตอนแรกของกระบวนการออกแบบ ค. รวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั ปญั หา

เชงิ วศิ วกรรม ง. นำเสนอวธิ กี ารแกป้ ญั หา ผลการแกป้ ญั หาหรอื ชิน้ งาน

ก. ระบุปัญหา 10. การเขยี นแผนภาพเพื่อแสดงรายละเอยี ดของงานแบบหยาบ

ข. วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ไม่เนน้ รายละเอียด เปน็ แผนภาพแบบใด

ค. นำเสนอวิธีการแก้ปญั หา ผลการแกป้ ญั หา ก. แผนภาพลายเสน้

หรือชน้ิ งาน ข. แผนภาพแบบผสม

ง. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดทเี่ ก่ยี วขอ้ งกบั ปญั หา ค. แผนภาพแบบบล็อก

ง. แผนภาพแบบรปู ภาพ

เฉลย 1. ง 2. ค 3. ก 4. ง 5. ก 6. ค 7. ง 8. ข 9. ง 10. ค

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

125

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 การแกป้ ัญหาชุมชนหรอื ท้องถ่นิ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม

แบบทดสอบหลังเรียน

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4

คำช้แี จง : ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องท่ีสุดเพียงข้อเดียว

1. ขน้ั ตอนใดของกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม 6. ข้อใด ไม่ใช่ วิธีการในการนำเสนอช้นิ งาน

เป็นขั้นตอนทที่ ำความเข้าใจกับปญั หาทเ่ี กดิ ขึน้ ก. การประชุม

ก. ระบปุ ัญหา ข. การจัดนิทรรศการ

ข. ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา ค. การนำเสนอต่อภาคธรุ กจิ

ค. วางแผนและดำเนนิ การแก้ปัญหา ง. การนำเสนอผ่านสือ่ ออนไลน์

ง. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ปัญหา 7. ขนั้ ตอนใดทีใ่ ช้ในการถา่ ยทอดแนวคดิ ใหผ้ ู้อน่ื เขา้ ใจเกยี่ วกบั

2. แหล่งขอ้ มูลในขอ้ ใดไม่สามารถนำมาใชใ้ นข้นั ตอน กระบวนการทำงานและช้ินงานท่ไี ด้มา

การรวบรวมข้อมลู และแนวคดิ ที่เกย่ี วขอ้ งกบั ปญั หา ก. ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หา

ก. ทฤษฎี ข. วางแผนและดำเนนิ การแกป้ ัญหา

ข. หลกั การ ค. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดทีเ่ กีย่ วข้องกบั ปัญหา

ค. ผลงานวิจัย ง. นำเสนอวิธีการแกป้ ญั หา ผลการแก้ปัญหาหรือช้ินงาน

ง. หนังสอื พิมพ์ 8. การออกแบบบ้านให้เหน็ ถึงโครงสรา้ งต่าง ๆ ภายในบา้ น

3. ขั้นตอนใดเป็นขัน้ ตอนที่นำขอ้ มลู ที่ได้มาวเิ คราะห์ ควรใชว้ ธิ กี ารออกแบบใด

เปรยี บเทยี บ และตดั สินใจเลือกข้อมูลสำหรบั แกป้ ญั หา ก. การร่างภาพ

ก. ระบปุ ัญหา ข. การเขยี นผงั งาน

ข. ออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหา ค. การเขียนแผนภาพ

ค. วางแผนและดำเนินการแก้ปญั หา ง. การสรา้ งแบบจำลอง

ง. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดที่เก่ียวข้องกบั ปัญหา 9. การออกแบบท่ใี ช้วธิ กี ารเขยี นมอื เปล่าตามจนิ ตนาการ

4. ข้อใด ไมถ่ กู ตอ้ ง ในการพจิ ารณาปญั หาท่ตี ้องการ เปน็ การออกแบบตามขอ้ ใด

แก้ไข ก. การรา่ งภาพ

ก. ความยากง่ายในการแกป้ ญั หา ข. การเขยี นผังงาน

ข. งบประมาณทไี่ ดร้ บั ในการแก้ปญั หา ค. การเขยี นแผนภาพ

ค. ความสนใจในการแก้ปญั หาของคนในชุมชน ง. การสร้างแบบจำลอง

ง. จำนวนคนท่ไี ดร้ ับผลกระทบในการแก้ปัญหา 10. การเขียนแผนภาพท่ีมที ้ังภาพจริงและภาพลายเสน้

5. ขัน้ ตอนใดทำใหท้ ราบขอ้ บกพรอ่ งของการทำงาน เปน็ การเขียนแผนภาพประเภทใด

ก. ระบุปญั หา ก. แผนภาพแบบผสม

ข. วางแผนและดำเนนิ การแกป้ ัญหา ข. แผนภาพแบบบล็อก

ค. ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรงุ แกไ้ ขวิธีการ ค. แผนภาพแบบรปู ภาพ

แก้ปัญหาหรอื ช้ินงาน ง. แผนภาพแบบลายเส้น

ง. รวบรวมขอ้ มลู และแนวคิดทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ปัญหา

เฉลย 1. ก 2. ง 3. ข 4. ข 5. ค 6. ก 7. ง 8. ง 9. ก 10. ก

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

126

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4 การแก้ปัญหาชมุ ชนหรือทอ้ งถิ่นดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมกับการแกป้ ญั หาชมุ ชนหรอื ทอ้ งถนิ่

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1

กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมกบั การแกป้ ัญหาชมุ ชนหรอื ทอ้ งถนิ่

เวลา 4 ชว่ั โมง

1. มาตรฐาน/ตัวชว้ี ดั

1.1 ตวั ชี้วัด
ว 4.1 ม.3/1 วเิ คราะหส์ าเหตุ หรอื ปจั จยั ที่ส่งผลต่อการเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี และ
ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกบั ศาสตร์อ่ืน โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือ
คณติ ศาสตร์ เพ่ือเปน็ แนวทางการแกป้ ัญหาหรอื พฒั นางาน
ว 4.1 ม.3/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการของชุมชนหรอื ท้องถน่ิ เพื่อพัฒนางานอาชพี
สรุปกรอบของปญั หา รวบรวม วเิ คราะหข์ ้อมูลและแนวคิดท่เี ก่ียวข้องกับปัญหา
โดยคำนึงถงึ ความถูกตอ้ งดา้ นทรัพย์สินทางปัญญา
ว 4.1 ม.3/3 ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หา โดยวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บ และตดั สินใจเลือกข้อมลู ที่
จำเปน็ ภายใต้เง่ือนไขและทรัพยากรที่มอี ยู่ นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่นื
เข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ีหลากหลาย วางแผนขัน้ ตอนการทำงานและ
ดำเนินการแกป้ ัญหาอยา่ งเป็นข้ันตอน
ว 4.1 ม.3/4 ทดสอบ ประเมินผล วเิ คราะห์ และใหเ้ หตผุ ลของปัญหาหรอื ข้อบกพร่องท่ีเกิดขึน้
ภายใต้กรอบเงื่อนไข พรอ้ มทั้งหาแนวทางการปรับปรงุ แก้ไข และนำเสนอผล
การแกป้ ัญหา

2. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. อธบิ ายความหมายของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมได้ (K)
2. บอกขั้นตอนของกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมได้ (K)
3. ออกแบบโครงงานตามข้นั ตอนกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมได้ (P)
4. เลง็ เห็นความสำคัญของการนำกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมมาใชแ้ ก้ปญั หาในชีวิตประจำวัน (A)

3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่
พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
- เทคโนโลยมี กี ารเปลย่ี นแปลงตลอดเวลาต้ังแต่อดตี

จนถึงปจั จบุ นั ซง่ึ มสี าเหตหุ รือปจั จยั มาจากหลาย
ดา้ น เช่น ปัญหาหรือความต้องการของมนุษย์
ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ การเปลย่ี นแปลง

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

127

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 การแก้ปัญหาชุมชนหรือท้องถ่ินด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 เร่อื ง กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมกบั การแก้ปญั หาชมุ ชนหรอื ทอ้ งถน่ิ

สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถิน่
ทางด้านเศรษฐกิจ สงั คม วฒั นธรรม ส่งิ แวดล้อม
- เทคโนโลยีมคี วามสัมพันธ์กบั ศาสตรอ์ ืน่ โดยเฉพาะ
วทิ ยาศาสตร์ โดยวิทยาศาสตรเ์ ป็นพ้ืนฐานความรู้
ที่นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี และเทคโนโลยที ไี่ ด้
สามารถเป็นเคร่ืองมือท่ีใช้ในการศึกษา ค้นควา้
เพอื่ ให้ได้มาซง่ึ องค์ความรู้ใหม่
- ปัญหาหรอื ความต้องการอาจพบได้ในงานอาชพี
ของชุมชนหรือท้องถิน่ ซ่ึงอาจมีหลายดา้ น เชน่
ด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน การขนสง่
- การวิเคราะหส์ ถานการณ์ปญั หาชว่ ยใหเ้ ข้าใจเงอื่ นไข
และกรอบของปัญหาไดช้ ัดเจน จากน้นั ดำเนนิ การ
สบื คน้ รวบรวมข้อมูล ความรู้จากศาสตรต์ ่าง ๆ
ทีเ่ กย่ี วข้อง เพื่อนำไปสู่การออกแบบแนวทาง
การแก้ปัญหา
- การวเิ คราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูล
ที่จำเปน็ โดยคำนงึ ถึงทรัพย์สินทางปญั ญา เง่ือนไข
และทรัพยากร เชน่ งบประมาณ เวลา ขอ้ มูลและ
สารสนเทศ วัสดุ เครอื่ งมือและอปุ กรณ์ ชว่ ยใหไ้ ด้
แนวทางการแกป้ ัญหาท่เี หมาะสม
- การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาทำได้
หลากหลายวิธี เช่น การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ
การเขยี นผังงาน
- เทคนคิ หรือวิธกี ารในการนำเสนอแนวทางการ
แกป้ ัญหามีหลากหลาย เช่น การใช้แผนภมู ิ ตาราง
ภาพเคลอื่ นไหว
- การกำหนดข้ันตอนและระยะเวลาในการทำงานก่อน
ดำเนินการแกป้ ญั หาจะชว่ ยใหก้ ารทำงานสำเรจ็ ได้
ตามเป้าหมาย และลดข้อผดิ พลาดของการทำงานท่ี
อาจเกดิ ขึน้
- การทดสอบและประเมินผลเปน็ การตรวจสอบ
ช้นิ งานหรอื วิธีการวา่ สามารถแกป้ ญั หาไดต้ าม

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

128

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 4 การแกป้ ัญหาชุมชนหรือท้องถ่นิ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1 เรือ่ ง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมกบั การแกป้ ัญหาชมุ ชนหรอื ทอ้ งถน่ิ

สาระการเรียนร้แู กนกลาง สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
วตั ถุประสงคภ์ ายใต้กรอบของปัญหา เพ่อื หา
ข้อบกพร่อง และดำเนินการปรบั ปรุง โดยอาจ
ทดสอบซ้ำเพื่อใหส้ ามารถแก้ไขปญั หาได้
- การนำเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิด เพ่ือให้
ผู้อนื่ เขา้ ใจเกีย่ วกบั กระบวนการทำงาน และชิ้นงาน
หรอื วิธีการที่ได้ ซ่ึงสามารถทำได้หลายวิธี เชน่ การ
เขยี นรายงาน การทำแผ่นนำเสนอผลงาน การจดั
นิทรรศการ การนำเสนอผา่ นส่อื ออนไลน์

4. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเป็นกระบวนการแก้ปัญหาหรือพัฒนาช้ินงานอย่างเป็น
ข้ันตอนภายใต้ทรัพยากรท่ีมีอยู่ การวิเคราะห์สถานการณ์ของปัญหา ผลกระทบของการแก้ปัญหาเพื่อ
นำไปสู่การออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา โดยใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ
สำหรบั กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ประกอบไปด้วย 6 ข้ันตอน ดงั น้ี ข้นั ตอนท่ี 1 ระบปุ ัญหา
ข้ันตอนท่ี 2 รวบรวมข้อมูลและแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ข้ันตอนที่ 3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา
ขั้นตอนที่ 4 วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา ขั้นตอนที่ 5 ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไข
วิธกี ารแกป้ ญั หาหรือช้ินงาน และข้นั ตอนท่ี 6 นำเสนอวิธกี ารแก้ปัญหา ผลการแกป้ ญั หาหรือชนิ้ งาน

5. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียนและคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์

1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย รบั ผิดชอบ

- ทกั ษะการสือ่ สาร 2. ใฝเ่ รียนรู้

2. ความสามารถในการคดิ 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน

- ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล

- ทักษะการคดิ อย่างเปน็ ระบบ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

- ทกั ษะการแก้ปัญหา

- ทักษะการสงั เกต

- ทักษะการประยกุ ตใ์ ช้ความรู้

4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

129

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 4 การแก้ปัญหาชมุ ชนหรอื ท้องถน่ิ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 1 เรอ่ื ง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมกบั การแก้ปัญหาชมุ ชนหรอื ทอ้ งถน่ิ

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
- ทักษะการทำงานรว่ มกนั
- ทกั ษะการสำรวจ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- ทักษะการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ

6. กิจกรรมการเรียนรู้

 วิธกี ารสอนโดยเนน้ รปู แบบการสอนแบบใชโ้ ครงงานเปน็ ฐาน (Project-Based Learning)

ช่ัวโมงที่ 1

ขนั้ นำ

ขน้ั ที่ 1 ใหค้ วามรู้พ้ืนฐาน
1. นกั เรียนทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี นหน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 4 เรื่อง การแกป้ ัญหาชุมชนหรือท้องถิน่
ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
2. ครูถามคำถามกระตุน้ ความคิดของนักเรียนว่า“ในชุมชนท่ีนักเรยี นอาศัยอยู่มีปญั หาอะไร
เกิดขน้ึ บา้ ง และปญั หาเหล่านั้นสามารถแก้ไขได้หรือไม่ อยา่ งไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนกั เรียนขึน้ อยูก่ ับดลุ ยพินิจของครูผสู้ อน เชน่ ปญั หาดา้ นการเกษตร
ดา้ นอาหาร ดา้ นพลงั งาน ดา้ นการขนสง่ )
3. ครอู ธิบายกบั นักเรียนเพือ่ ใหน้ ักเรียนเขา้ ใจมากยง่ิ ขึ้นวา่ “ปัญหาตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดข้ึนภายในชุมชน
สามารถแก้ไขได้โดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมที่อาศัยความรู้ด้านต่าง ๆ เข้ามา
จัดการ เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ่นื ๆ รวมถงึ ความคิดสรา้ งสรรค์ เพือ่ ให้ได้
ผลลัพธท์ ี่มีประสิทธภิ าพและเหมาะสมท่สี ุดแกช่ มุ ชนหรือท้องถน่ิ ”

ขน้ั ท่ี 2 กระตุน้ ความสนใจ
4. ครถู ามคำถามสำคัญประจำหัวข้อเพื่อกระตุน้ ความสนใจของนกั เรียนวา่ “นักเรียนคิดว่า
กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม จะช่วยแก้ปัญหาในชมุ ชนหรอื ทอ้ งถ่นิ ของนกั เรียน
ไดอ้ ยา่ งไร”
(แนวตอบ : คำตอบของนักเรียนขน้ึ อยกู่ ับดลุ ยพนิ จิ ของครูผ้สู อน เชน่ กระบวนการออกแบบ
เชิงวศิ วกรรมมสี ว่ นช่วยในการตดั สินใจสำหรับการแกป้ ัญหาที่เกิดขน้ึ ได้อยา่ งถกู ต้อง ทำให้
การแกป้ ัญหามีระบบ โดยอาศยั ความรู้ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ

เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี

130


Click to View FlipBook Version