๒๙๗ หลักสูตรโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๖ ดอกค าใต้ ประจ าปีการศึกษา ๒๕๖๕ ค ำอธิบำยรำยกิจกรรมเสริมหลักสูตร ก11301 สื่อมวลชนศึกษำ ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๑ จ ำนวนเวลำ ๔๐ ชั่วโมง อ่านสะกดค าและเข้าใจความหมายของค า/ประโยค จับใจความส าคัญของของเรื่องที่อ่าน เขียน แผนภาพความคิดจากเรื่องที่อ่าน มีทักษะอ่านในใจและอ่านออกเสียง มีมารยาทใน การอ่านและมีนิสัยรัก การอ่าน อ่านนิทานหรือเรื่องที่สนใจและน าข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจ าวัน เขียนค าและ ประโยคสั้น ๆ เพื่อแสดงความคิดเป็นความรู้สึกหรือจินตนาการ มีมารยาทการเขียน ตั้งค าถาม/ค าตอบ/ สนทนาและแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง มีมารยาทในการฟัง การดู การพูด ใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร และน ามาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ในชีวิตประจ าวัน สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากสื่อหนังสือพิมพ์ สร้างสรรค์งานประดิษฐ์จากเศษวัสดุ หนังสือพิมพ์ และเกิดความภาคภูมิใจในผลงาน ศึกษา สังเกต ชนิด ประเภท รูปทรงของสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา บอกเล่า ความรู้สึกในการรับรู้ ถ่ายทอดสิ่งที่รับรู้เป็นงานศิลปะ โดยใช้กระบวนการทางศิลปะและอุปกรณ์อื่นๆ ได้ อย่างเหมาะสม ปลอดภัยเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน มีความคิดสร้างสรรค์ บอกจ านวน อ่าน และเขียนตัวเลขแทนจ านวนจ านวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และจ านวน ๐ เรียงล าดับ จ านวน บวกจ านวนที่มีผลบวกไม่เกิน ๑๐๐ ลบจ านวนที่มีตัวตั้งไม่เกิน ๑๐๐ การบวก–ลบระคน โจทย์ ปัญหา เวลาจ านวนวันในหนึ่งสัปดาห์ ชื่อวันในสัปดาห์ ชื่อเดือนในหนึ่งปี และจ านวนวันในแต่ละเดือน น า ประสบการณ์ด้านความรู้สึก ความคิด ทักษะกระบวนการที่ได้ใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ใน ชีวิตประจ าวันอย่างสร้างสรรค์รวมทั้งเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สังเกตวิเคราะห์ลักษณะของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตและไม่มีชีวิตและน าความรู้ที่ได้ไปเชื่อมโยงใน ชีวิตประจ าวัน ศึกษาลักษณะของการเป็นพลเมืองดีในฐานะสมาชิกที่ดีของชุมชนตามทบบาทหน้าที่ของตนจาก หนังสือพิมพ์ เข้าใจในสถานภาพ บทบาทของตนเองและผู้อื่น ตลอดจนสามารถปฏิบัติตนเพื่อการอยู่ร่วมกัน ในสังคมได้อย่างสงบสุข อ่านออกเสียงค าและประโยคง่ายๆ จากหนังสือพิมพ์ ตระหนักในประโยชน์ของ การเรียน ภาษาอังกฤษ บอกเล่าประโยชน์ของการเล่นเกมและออกก าลังกาย
๒๙๘ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ผลกำรเรียนรู้ ๑.สามารถอ่านค าเข้าใจความหมายของค าและข้อความที่อ่านได้ ๒.รู้จักใช้ค าถามจากเรื่องที่อ่านและก าหนดแนวทางปฏิบัติได้ ๓. สามารถอ่านในใจได้ ๔. เลือกอ่านหนังสือที่เป็นประโยชน์ได้ ๕. มีมารยาทในการอ่านและมีนิสัยรักการอ่าน ๖. เขียนค าและประโยคสั้นๆ ได้ถูกต้อง ๗. เขียนประโยค ข้อความ เรื่องราว ความรู้สึก ความต้องการได้ ๘. มีมารยาทในการเขียน มีนิสัยรักการเขียน ๙. สามารถตั้งค าถาม ตอบค าถาม สนทนา แสดงความคิดเห็น เล่าเรื่องถ่ายทอด ความรู้ ความคิด ความรู้สึก และประสบการณ์ได้ ๑๐. มีมารยาท การฟัง การดู การพูด ๑๑. สามารถสะกดค า ประสมค า เป็นค าอ่านและเขียนค าได้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของภาษา ๑๒. สามารถใช้ภาษาสื่อสารในชีวิตประจ าวัน ๑๓. เรียงล าดับ และเรียบเรียงประโยคตามล าดับความคิดเป็นข้อความที่ชัดเจน ๑๔. สามารถใช้ทักษะทางภาษาเป็นเครื่องมือการเรียน การแสวงหาความรู้และ การท างานร่วมกับผู้อื่นได้ ๑๕. สามารถอ่านนิทาน เรื่องสั้นให้ได้ความรู้ และความบันเทิงได้ ๑๖. น าข้อคิดเห็นจากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ๑๗. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเวลาวันและเดือนและสามารถเรียงล าดับได้ ๑๘. อ่านเขียนตัวเลข ตัวหนังสือแสดงจ านวนนับ ๑–๑๐๐ และศูนย์ได้ ๑๙. มีความคิดรวบยอดเกี่ยวกับเวลาวันและเดือนและสามารถเรียงล าดับได้ ๒๐. สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตและ น าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ๒๑. ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ยอมรับในความสามารถเห็นคุณค่า ของตนเองและผู้อื่นและน าความรู้มาใช้ในการด าเนินชีวิตในสังคมได้ อย่างเป็นสุข ๒๒. ปฏิบัติกิจกรรมการเคลื่อนไหวหรือเล่นเกมตามกติกาที่ก าหนดได้ ๒๓. บอกประโยชน์ของการเล่นเกมและออกก าลังกายได้ ๒๔. สามารถประดิษฐ์ของเล่นจากวัสดุหนังสือพิมพ์ ๒๕. มีความเข้าใจในการเลือกเครื่องมือเครื่องใช้ในการประดิษฐ์อุปกรณ์ได้เหมาะสม ๒๖. อ่านออกเสียงค า กลุ่มค า และประโยคภาษาอังกฤษอย่างง่ายได้ ๒๗. ตระหนักถึงคุณค่าในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ รวมทั้งหมด ๒๗ ผลกำรเรียนรู้
๒๙๙ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ค ำอธิบำยรำยกิจกรรมเสริมหลักสูตร ก12301 สื่อมวลชนศึกษำ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 2 จ ำนวนเวลำ ๔๐ ชั่วโมง เข้าใจใจความส าคัญและรายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ใช้ค าถามแสดงความรู้ ความคิด เลือกอ่าน ข่าวที่เป็นประโยชน์ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านน าความรู้ไปใช้ในชีวิตประจ าวัน มีมารยาท ในการพูด การฟัง การอ่านและการเขียนและมีนิสัยรักการอ่าน บวกลบจ านวนราคาสินค้าจากภาพข่าวโฆษณาในหนังสือพิมพ์ อธิบายปัจจัยที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ปัญหาของ ทรัพยากรธรรมชาติ ความส าคัญของอากาศกับการด ารงชีวิต เปรียบเทียบอุณหภูมิของอากาศ น าความรู้ไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด คุ้มค่า บอกหลักธรรมเบื้องต้นของพระพุทธศาสนา เพื่อน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น เคารพกติกา กฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน เลือกบริโภคและอุปโภคสินค้าอย่างฉลาด คุ้มค่าและมีคุณธรรม อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าใจธรรมชาติและการเจริญเติบโตของมนุษย์ รักตนเอง เข้าใจอิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อสุขภาพและชีวิต บอกประโยชน์ของการเล่นเกมและการออกก าลังกายที่มีต่อสุขภาพ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากหนังสือพิมพ์ได้ มีความภาคภูมิใจในผลงานทัศนศิลป์ของตนเองและ ผู้อื่น เข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมกับงาน การเก็บเอกสาร การเลือกสินค้าและบริการ อ่านออกเสียงค า กลุ่มค า และประโยคง่าย ๆ ในภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์ได้
๓๐๐ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ผลกำรเรียนรู้ ๑. สามารถเข้าใจใจความส าคัญและรายละเอียดของเรื่องที่อ่านได้ ๒. ใช้ค าถามแสดงความรู้ ความคิดจากเรื่องที่อ่านได้ ๓. เลือกอ่านข่าวที่เป็นประโยชน์และน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ๔. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ ๕. มีมารยาทในการพูด การฟัง การอ่านและการเขียน ๖. มีนิสัยรักการอ่าน ๗. บวกลบจ านวนจากภาพข่าวโฆษณาสินค้าได้ ๘. อธิบายปัจจัยที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิต น าความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเองและสังคมได้ ๙. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ปัญหาของทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัดคุ้มค่า ๑๐. อธิบายความส าคัญของอากาศกับการด ารงชีวิต การเปรียบเทียบอุณหภูมิของอากาศ ๑๑. บอกหลักธรรมเบื้องต้นของพระพุทธศาสนา เพื่อน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑๒.ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น เคารพกติกา กฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน ๑๓. เลือกบริโภคและอุปโภคสินค้าอย่างฉลาด คุ้มค่าและมีคุณธรรม ๑๔. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑๕. เข้าใจธรรมชาติและการเจริญเติบโตของมนุษย์ ๑๖. รักตนเอง เข้าใจอิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อสุขภาพและชีวิต ๑๗. บอกประโยชน์ของการเล่นเกมและการออกก าลังกายที่มีต่อสุขภาพ ๑๘. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากหนังสือพิมพ์ได้ มีความภาคภูมิใจในผลงาน ทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่น ๑๙. เข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมกับงาน ๒๐. อ่านออกเสียงค า กลุ่มค า และประโยคง่าย ๆ จากหนังสือพิมพ์ได้ รวมทั้งหมด ๒๐ ผลกำรเรียนรู้
๓๐๑ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ค ำอธิบำยรำยกิจกรรมเสริมหลักสูตร ก13301 สื่อมวลชนศึกษำ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 3 จ ำนวนเวลำ ๔๐ ชั่วโมง เข้าใจความส าคัญและรายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ใช้ค าถามแสดงความรู้ ความคิด เลือกอ่านข่าวที่ เป็นประโยชน์ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน น าความรู้ไปใช้ ในชีวิตประจ าวัน มีมารยาทในการพูด การฟัง การอ่าน การเขียน และมีนิสัยรักการอ่าน บวกลบจ านวนราคาสินค้าจากภาพข่าวโฆษณาในหนังสือพิมพ์ได้ อธิบายปัจจัยที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิต ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่มีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ปัญหาของทรัพยากรธรรมชาติ ความส าคัญของอากาศกับการด ารงชีวิต เปรียบเทียบอุณหภูมิของ อากาศ น าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด คุ้มค่า บอกหลักการเบื้องต้นของพระพุทธศาสนา เพื่อน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น เคารพกติกา กฎระเบียบในการอยู่ร่วมกัน เลือกบริโภคและอุปโภคสินค้าอย่างฉลาด คุ้มค่า และมีคุณภาพ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าใจธรรมชาติและการเจริญเติบโตของมนุษย์ บอกประโยชน์ของการเล่นเกม และการออกก าลังกายที่มีต่อสุขภาพ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากหนังสือพิมพ์ และมีความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง และผู้อื่น เข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมกับงาน การเลือกสินค้าและบริการ อ่านออกเสียงค า กลุ่มค า และประโยคง่ายในภาษาอังกฤษจากหนังสือพิมพ์
๓๐๒ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ผลกำรเรียนรู้ ๑. สามารถเข้าใจ ใจความส าคัญและรายละเอียดของเรื่องที่อ่านได้ ๒. ใช้ค าถามแสดงความรู้ ความคิด จากเรื่องที่อ่านได้ ๓. เลือกอ่านข่าวที่เป็นประโยชน์ และน าไปใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ๔. พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่านได้ ๕. มีมารยาทในการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน ๖. มีนิสัยรักการอ่าน ๗. บวก ลบ จ านวนจากภาพข่าวโฆษณาสินค้าได้ ๘. อธิบายปัจจัยที่จ าเป็นต่อการด ารงชีวิต น าความรู้ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อตนเองและสังคมได้ ๙. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ปัญหาของทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างประหยัด คุ้มค่า ๑๐.อธิบายความส าคัญของอากาศกับการด ารงชีวิต การเปรียบเทียบอุณหภูมิของอากาศ ๑๑.บอกหลักธรรมเบื้องต้นของพระพุทธศาสนา เพื่อน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน ๑๒.ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี เห็นคุณค่าของตนเองและผู้อื่น เคารพกติกา กฎระเบียบ ในการอยู่ร่วมกัน ๑๓.เลือกบริโภค และอุปโภคสินค้าอย่างฉลาด คุ้มค่า และมีคุณธรรม ๑๔.อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑๕.เข้าใจธรรมชาติและการเจริญเติบโตของมนุษย์ ๑๖.รักตนเอง เข้าใจอิทธิพลของครอบครัวที่มีต่อสุขภาพและชีวิต ๑๗.บอกประโยชน์ของการเล่นเกม และการออกก าลังกายที่มีต่อสุขภาพ ๑๘.สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากหนังสือพิมพ์ได้ มีความภาคภูมิใจในผลงานทัศนศิลป์ ของตนเองและผู้อื่น ๑๙.เข้าใจและใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสมกับงาน ๒๐.อ่านออกเสียงค า กลุ่มค า และประโยคง่ายๆ จากหนังสือพิมพ์ได้ รวมทั้งหมด ๒๐ ผลกำรเรียนรู้
๓๐๓ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ค ำอธิบำยรำยกิจกรรมเสริมหลักสูตร ก14301 สื่อมวลชนศึกษำ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 4 จ ำนวนเวลำ ๔๐ ชั่วโมง สังเกต ศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆ จากหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ วิเคราะห์ อภิปราย จัดจ าแนก สรุปเป็นความรู้ หรือหลักการที่จะน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน แสดง ความรู้สึกที่มีต่อความรู้ ความคิดที่กว้างขวาง ที่ได้รับจากการติดตาม วิเคราะห์ข่าว ปฏิบัติตนในการแลกเปลี่ยน วิเคราะห์ข่าวสารกันอยู่เสมอ สังเกต รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน วิเคราะห์ผลกระทบที่ มีต่อชีวิต ความเป็นอยู่ ของตนเอง สังคม ความรู้สึก เจตคติ เลือกใช้และปรับตนให้เหมาะสม ผลิตของใช้ ของตกแต่งจากหนังสือพิมพ์ได้อย่างสร้างสรรค์ ผลกำรเรียนรู้ ๑. อ่านข่าวแล้วสามารถแยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ความ ตีความ สรุปความในเรื่องที่อ่าน ๒. น าความรู้และประสบการณ์จากการอ่าน การฟัง มาใช้ในการด าเนินชีวิต ๓. เลือกอ่านหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ ๔. เขียนแสดงความคิดเห็นสัมพันธ์กับเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ๕. ใช้ประโยคในการสื่อสารตามหลักภาษาอย่างสร้างสรรค์ ๖. มีมารยาทในการฟัง พูด อ่าน เขียน ๗. น าความรู้พื้นฐานของสิ่งมีชีวิตจากการอ่านข่าวไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ ๘. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมกับการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ร่วมปฏิบัติในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๙. อธิบายปรากฏการณ์ตามธรรมชาติได้ ๑๐. อ่านข่าวแล้วสามารถน ามาประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต ตามความคิดหลัก ของศาสนาได้ ๑๑. น าความรู้ที่ได้รับจากการอ่านข่าวมาใช้ในการด ารงชีวิต ตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย ๑๒. อ่านข่าวเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์แล้วสามารถน ามาใช้ในชีวิตประจ าวันด้าน การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า ๑๓. วิเคราะห์ข่าวที่ท าให้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตและการมีครอบครัวที่อบอุ่น ตามวัฒนธรรมไทย ๑๔. เห็นคุณค่าในการเลือกบริโภคอาหาร การเลือกซื้อสิ่งของเครื่องใช้ การใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์ น าความรู้ไปใช้ในการด ารงชีวิตได้อย่างถูกต้อง ๑๕. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์/งานประดิษฐ์ ตามจินตนาการอย่างอิสระ รวมทั้งหมด ๑๕ ผลกำรเรียนรู้
๓๐๔ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ค ำอธิบำยรำยกิจกรรมเสริมหลักสูตร ก15301 สื่อมวลชนศึกษำ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 5 จ ำนวนเวลำ ๔๐ ชั่วโมง สังเกต ศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆ จากหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ วิเคราะห์ อภิปราย จัดจ าแนก สรุปเป็นความรู้ หรือหลักการที่จะน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน แสดง ความรู้สึกที่มีต่อความรู้ ความคิดที่กว้างขวาง ที่ได้รับจากการติดตามวิเคราะห์ข่าว ปฏิบัติตนในการ แลกเปลี่ยน วิเคราะห์ข่าวสารกันอยู่เสมอ สังเกต รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน วิเคราะห์ผลกระทบที่ มีต่อชีวิต ความเป็นอยู่ ของตนเอง สังคม ความรู้สึก เจตคติ เลือกใช้และปรับตนให้เหมาะสม ผลิตของใช้ ของตกแต่งจากหนังสือพิมพ์ได้อย่างสร้างสรรค์ น าผลงานไปจ าหน่าย เป็นรายได้ระหว่างเรีย ผลกำรเรียนรู้ ๑. อ่านข่าวแล้วสามารถแยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ความ ตีความ สรุปความ ในเรื่องที่อ่าน ๒. น าความรู้และประสบการณ์จากการอ่าน การฟัง มาใช้ในการด าเนินชีวิต ๓. เลือกอ่านหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ ๔. พูด เขียน แสดงความคิดเห็นสัมพันธ์กับเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ๕. ใช้ประโยคในการสื่อสารตามหลักภาษาอย่างสร้างสรรค์ ๖. มีมารยาทในการฟัง พูด อ่าน เขียน ๗. น าความรู้พื้นฐานของสิ่งมีชีวิตจากการอ่านข่าวไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ ๘. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมกับการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ร่วมปฏิบัติในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๙. อ่านข่าวแล้วสามารถน ามาประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต ตามความคิดหลักของ ศาสนาได้ ๑๐. น าความรู้ที่ได้รับจากการอ่านข่าวมาใช้ในการด ารงชีวิต ตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย ๑๑. บอกความหมายของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพสิ่งแวดล้อมและมี จิตส านึกอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ๑๒. วิเคราะห์ข่าวที่ท าให้เห็นคุณค่าของการมีชีวิตและการมีครอบครัวที่อบอุ่นตามวัฒนธรรมไทย ๑๓. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการอย่างอิสระ และมีรายได้ระหว่างเรียน รวมทั้งหมด ๑๓ ผลกำรเรียนรู้
๓๐๕ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ค ำอธิบำยรำยกิจกรรมเสริมหลักสูตร ก16301 สื่อมวลชนศึกษำ ชั้นประถมศึกษำปีที่ 6 จ ำนวนเวลำ ๔๐ ชั่วโมง สังเกต ศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆ จากหนังสือพิมพ์และสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ วิเคราะห์ อภิปราย จัดจ าแนก สรุปเป็นความรู้ หรือหลักการที่จะน ามาใช้ในชีวิตประจ าวัน แสดง ความรู้สึกที่มีต่อความรู้ ความคิดที่กว้างขวางที่ได้รับจากการติดตามวิเคราะห์ข่าวปฏิบัติตนในการแลกเปลี่ยน วิเคราะห์ข่าวสารกันอยู่เสมอ สังเกต รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน วิเคราะห์ผลกระทบที่ มีต่อชีวิต ความเป็นอยู่ ของตนเอง สังคม ความรู้สึก เจตคติ เลือกใช้และปรับตนให้เหมาะสม ผลิตของใช้ ของตกแต่งจากหนังสือพิมพ์ได้อย่างสร้างสรรค์ น าผลงานไปจ าหน่ายเป็นรายได้ระหว่างเรียน ผลกำรเรียนรู้ ๑. อ่านข่าวแล้วสามารถแยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ความ ตีความสรุปความในเรื่องที่อ่าน ๒. น าความรู้และประสบการณ์จากการอ่าน การฟัง มาใช้ในการด าเนินชีวิต ๓. เลือกอ่านหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ ๔. พูด เขียน แสดงความคิดเห็นสัมพันธ์กับเรื่องที่อ่านได้อย่างถูกต้อง ๕. ใช้ประโยคในการสื่อสารตามหลักภาษาอย่างสร้างสรรค์ ๖. มีมารยาทในการฟัง พูด อ่าน เขียน ๗. น าความรู้พื้นฐานของสิ่งมีชีวิตจากการอ่านข่าวไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจ าวันได้ ๘. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมกับการด ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ร่วมปฏิบัติในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๙. อธิบายปรากฏการณ์ตามธรรมชาติได้ ๑๐. อ่านข่าวแล้วสามารถน ามาประยุกต์ใช้ในการด ารงชีวิต ตามแนวคิดหลักของศาสนาได้ ๑๑. น าความรู้ที่ได้รับจากการอ่านข่าวมาใช้ในการด ารงชีวิต ตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย ๑๒. อ่านข่าวเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์แล้วสามารถน ามาใช้ในชีวิตประจ าวันด้านการใช้ ทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า ๑๓. บอกความหมายของการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสภาพสิ่งแวดล้อมและ มีจิตส านึกอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ๑๔. เห็นคุณค่าในการเลือกบริโภคอาหาร การเลือกซื้อสิ่งของเครื่องใช้ การใช้ เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ น าความรู้ไปใช้ในการด ารงชีวิตได้อย่างถูกต้อง ๑๕. สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการอย่างอิสระ และมีรายได้ระหว่างเรียน ๑๖. อ่านออกเสียงค า ประโยค และข้อความง่ายๆ จากภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งหมด ๑๖ ผลกำรเรียนรู้
๓๐๖ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ค ำอธิบำยรำยวิชำหลักสูตรต้ำนทุจริตศึกษำ ชั้นประถมศึกษำปีที่ ๑ – ชั้นประถมศึกษำปีที 6 บูรณำกำรกับรำยวิชำสังคมศึกษำ ศำสนำและวัฒนธรรม ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ ความ ไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ สังคมในการ ต่อต้านการทุจริต โดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จ าแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การท า โครงงานกระบวนการ เรียนรู้5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน และการเขียน เพื่อให้มี ความตระหนักและเห็นความส าคัญของการต่อต้านและการป้องกันการทุจริต ผลกำรเรียนรู้ 1. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม 2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต 3. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต 4. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม 5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้ 6. ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ 7. ปฏิบัติตนเป็นผู้ที่ STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต 8. ปฏิบัติตนตามหน้าที่พลเมืองและมีความรับผิดชอบต่อสังคม 9. ตระหนักและเห็นความส าคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต รวมทั้งหมด 9 ผลกำรเรียน
๓๐๗ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน กิจกรรมพัฒนำผู้เรียนตำมหลักสูตร กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๖ (ดอกค าใต้) มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนา ตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และ สังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัยปลูกฝังและสร้างจิตส านึกของการท าประโยชน์ เพื่อสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนา ผู้เรียนให้ใช้องค์ความรู้ ทักษะและเจตคติจากการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ของ ผู้เรียนมาปฏิบัติกิจกรรมเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะส าคัญ อันได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต และความสามารถ ในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะส่งผลในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีทักษะการท างานและ อยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขในฐานะเป็นพลเมืองไทยและพลโลก อันได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย และมีจิต สาธารณะ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่ได้ก าหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๖ (ดอกค าใต้) ประกอบด้วยกิจกรรม ๓ ลักษณะ ดังนี้ ๑. กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อมสามารถคิด ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา ก าหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง เหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือ และให้ค าปรึกษาแก่ ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้น า ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบการท างาน ร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปัน เอื้ออาทรและ สมานฉันท์ มีคุณธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ปฏิบัติกิจกรรมตามความสามารถ ความ ถนัด และความสนใจ กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย ๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ๒.๒ สื่อมวลชน + กิจกรรมชุมนุม ๓. กิจกรรมเพื่อสังคมและสำธำรณประโยชน์ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม และการมีจิตสาธารณะ
๓๐๘ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) กำรจัดกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนตำมหลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๖ (ดอกค าใต้) ได้ก าหนด แนวทางในการปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ หลักกำรกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนมีหลักกำรส ำคัญ ดังนี้ ๑. มีการก าหนดเป้าหมายของการจัดกิจกรรมที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม และครอบคลุมผู้เรียนทุกคน ๒. เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองอย่างรอบด้านเต็มตามศักยภาพตามความสนใจ ความถนัด ความต้องการ และเหมาะสมกับวัยและวุฒิภาวะ ๓. เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและส่งเสริมจิตส านึกในการบ าเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมใน ลักษณะต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ประเพณี และวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง และสม่ าเสมอ ๔. เป็นกิจกรรมที่ยึดหลักการมีส่วนร่วม โดยเปิดโอกาสให้ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้น าชุมชน องค์กร และหน่วยงานอื่นมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม เป้ำหมำย การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนมุ่งพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะส าคัญ ๕ ประการ ได้แก่ ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวิต และความสามารถในการใช้เทคโนโลยี และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๘ ประการ ได้แก่ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการท างาน รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะตามหลักสูตร แนวกำรจัดกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๖ (ดอกค าใต้) จัดให้ผู้เรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม โดยมีแนวการจัดกิจกรรม ให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจ ดังนี้ ๑. ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ฝึกการท างานที่สอดคล้องกับชีวิต จริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เรียน ๒. จัดกิจกรรมอย่างสมดุลทั้ง ๓ กิจกรรม คือ กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรม เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ มีความสมดุลในการจัดกิจกรรมรายบุคคล และกิจกรรมกลุ่ม รวมทั้งมีการ จัดกิจกรรมในและนอกสถานศึกษา ๓. จัดกิจกรรมโดยให้ผู้เรียนเป็นผู้ด าเนินการ โดยมีการส ารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผน อย่างเป็นระบบ เน้นการคิดวิเคราะห์และใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการด าเนินกิจกรรม ๔. ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมและการเรียนรู้แบบร่วมมือมากกว่าเน้นการแข่งขันบนพื้นฐานการปฏิบัติ ตามวิถีประชาธิปไตย
๓๐๙ ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ขอบข่ำยกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๔๖ (ดอกค าใต้) จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้หลากหลายรูปแบบ และวิธีการ โดยมีขอบข่าย ดังนี้ ๑. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ให้กว้างขวางลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในลักษณะ เป็นกระบวนการเชิงบูรณาการโดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ตลอดจนสามารถบูรณาการระหว่างกิจกรรม แนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์ ๒. เป็นกิจกรรมที่ตอบสนองความสนใจ ความถนัด และความต้องการของผู้เรียนตามความแตกต่าง ระหว่างบุคคล เน้นการให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าของวิชาความรู้ อาชีพ และการด าเนินชีวิตที่ดีงาม ตลอดจนเห็น แนวทางในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ ๓. เป็นกิจกรรมที่ปลูกฝังและส่งเสริมจิตส านึกการท าประโยชน์ต่อสังคมในลักษณะต่าง ๆ สนับสนุน ค่านิยมที่ดีงามและเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ๔. เป็นกิจกรรมที่ฝึกการท างานและการให้บริการด้านต่าง ๆ ทั้งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและต่อ ส่วนรวม เพื่อเสริมสร้างความมีน้ าใจ ความเอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดี และความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม
310 ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรโรงเรียนห้องเรียนวิชาการ พุทธศักราช ๒๕๖๗ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ก าหนดเกณฑ์ส าหรับการจบการศึกษา ดังนี้ เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา ๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและรายวิชาเพิ่มเติมมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านทุกรายวิชา ๒. ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๓. ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป ๔. ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน” ทุกกิจกรรม การจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการส าคัญในการน าหลักสูตรสู่การปฏิบัติหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส าคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของผู้เรียน เป็นเป้าหมายส าหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่ก าหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่างๆ อันเป็นสมรรถนะส าคัญให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย ๑. หลักการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่ก าหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลัก ว่า ผู้เรียนมีความส าคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ที่เกิด กับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็ม ตามศักยภาพ ค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน้นให้ความส าคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม ๒. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะน าพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จ าเป็นส าหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือท าจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับ การฝึกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอน จึงจ าเป็นต้องศึกษาท าความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัด กระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะส าคัญ ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณา
311 ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและ ประเมินผล เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่ก าหนด ๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี บทบาท ดังนี้ ๔.๑ บทบาทของผู้สอน ๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วน าข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ เรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน ๒) ก าหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่ เป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพื่อน าผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย ๔) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ ๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม น าภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่ เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน ๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ วิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน ๗) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ จัดการเรียนการสอนของตนเอง ๔.๒ บทบาทของผู้เรียน ๑) ก าหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง ๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ ตั้งค าถาม คิดหาค าตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ๓) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และน าความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน สถานการณ์ต่างๆ ๔) มีปฏิสัมพันธ์ ท างาน ท ากิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู ๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง สื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มี หลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่าย การเรียนรู้ต่างๆ ที่มีในท้องถิ่น การเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการและลีลาการเรียนรู้ที่หลากหลายของผู้เรียน การจัดหาสื่อการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดท าและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใช้ อย่างมีคุณภาพจากสื่อต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อน ามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและสื่อสาร ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ควรด าเนินการดังนี้
312 ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ศูนย์สื่อการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ ที่มีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถิ่น ชุมชน สังคมโลก ๒. จัดท าและจัดหาสื่อการเรียนรู้ส าหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมทั้งจัดหา สิ่งที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ ๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้อง กับวิธีการ เรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ๔. ประเมินคุณภาพของสื่อการเรียนรู้ที่เลือกใช้อย่างเป็นระบบ ๕. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน ๖. จัดให้มีการก ากับ ติดตาม ประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกับสื่อและการใช้สื่อ การเรียนรู้เป็นระยะๆ และสม่ าเสมอ ในการจัดท า การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรค านึงถึงหลักการ ส าคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัย ไม่กระทบความมั่นคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรม มีการใช้ภาษาที่ถูกต้อง รูปแบบการน าเสนอที่เข้าใจง่าย และน่าสนใจ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการ คือ การ ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ ประสบผลส าเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการ เรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัด และประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่ การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความส าเร็จทางการเรียน ของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็ม ตามศักยภาพ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ มีรายละเอียด ดังนี้ ๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนด าเนินการเป็นปกติและสม่ าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่าง หลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียน ประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่ จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียน การสอนของตนด้วย ทั้งนี้โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาด าเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ
313 ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับ การจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถน าผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมิน ระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการ จัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ตามแนวทาง การประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองและชุมชน ๓. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่ การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถด าเนินการโดย ประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดท าและด าเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการด าเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบ ทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา ๔. การประเมินระดับชาติเป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน ในชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลในการ เทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อน าไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายของประเทศ ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน พัฒนาคุณภาพผู้เรียนถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่าง บุคคลที่จ าแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนทั่วไป กลุ่มผู้เรียนที่มีความสามารถ พิเศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียน ที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการด าเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความส าเร็จในการเรียน สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดท าระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผล การเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อก าหนดของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายถือปฏิบัติร่วมกัน เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน ๑. การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน ๑.๑ การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องค านึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคน เป็นหลัก และต้องเก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ าเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอน ซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ
314 ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ระดับประถมศึกษา (๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด (๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด (๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา (๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา ก าหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพิจารณาเลื่อนชั้น ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็น ว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หาก ผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจ านวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษา อาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ าชั้นได้ ทั้งนี้ให้ค านึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียน เป็นส าคัญ ๑.๒ การให้ระดับผลการเรียน ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา สถานศึกษาสามารถให้ ระดับผลการเรียนหรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษร ระบบร้อยละ และระบบที่ใช้ค าส าคัญสะท้อนมาตรฐาน การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผล การประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่าน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ กิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษาก าหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และไม่ผ่าน ๑.๓ การรายงานผลการเรียน การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดท าเอกสารรายงานให้ผู้ปกครอง ทราบเป็นระยะๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อน มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๒. เกณฑ์การจบการศึกษา หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก าหนดเกณฑ์กลางส าหรับการจบการศึกษาเป็น ๑ ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา ๒.๑ เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนที่ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานก าหนด (๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา ก าหนด (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การ ประเมินตามที่สถานศึกษาก าหนด (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่สถานศึกษาก าหนด
315 ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมิน ตามที่สถานศึกษาก าหนด ส าหรับการจบการศึกษาส าหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาส าหรับ ผู้มีความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลือก การศึกษาส าหรับผู้ด้อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให้คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ด าเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐานส าหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารส าคัญที่บันทึกผลการเรียนข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง กับพัฒนาการของผู้เรียนในด้านต่าง ๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการก าหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียน ของผู้เรียนตามรายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูล และออกเอกสารนี้ให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล เมื่อผู้เรียนจบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปี ที่ ๖) ๑.๓ แบบรายงานผู้ส าเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อ และข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาที่สถานศึกษาก าหนด เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดท าขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลส าคัญ เกี่ยวกับ ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจ าตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจ ารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรียน และ เอกสารอื่นๆ ตามวัตถุประสงค์ของการน าเอกสารไปใช้ การเทียบโอนผลการเรียน สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษา จากต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ เช่น สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดยครอบครัว การเทียบโอนผลการเรียนควรด าเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ที่ สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรก าหนด รายวิชา/จ านวนหน่วยกิตที่จะรับเทียบโอนตามความเหมาะสม การพิจารณาการเทียบโอน สามารถด าเนินการได้ ดังนี้ ๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ ผู้เรียน ๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภาคความรู้ และภาคปฏิบัติ
316 ----------------------------------------------------------------------------------------------- หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๗ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา46 (ดอกค าใต้) ๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจริง การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตาม ประกาศ หรือ แนวปฏิบัติ ของกระทรวงศึกษาธิการ การบริหารจัดการหลักสูตร ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอ านาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนา หลักสูตรนั้น หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับ สถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบในการพัฒนา สนับสนุน ส่งเสริม การใช้และพัฒนา หลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การด าเนินการจัดท าหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการ เรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตาม มาตรฐานการเรียนรู้ที่ก าหนดไว้ในระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ได้แก่ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอื่น ๆ เป็นหน่วยงาน ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางที่จะเชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐานที่ก าหนดในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพื่อน าไปสู่ การจัดท าหลักสูตรของสถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบ ความส าเร็จ โดยมีภารกิจส าคัญ คือ ก าหนดเป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับ ท้องถิ่นโดยพิจารณาให้สอดคล้องกับสิ่งที่เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถิ่น รวมทั้งเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน ส่งเสริม ติดตามผล ประเมินผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพ ของผู้เรียน สถานศึกษามีหน้าที่ส าคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและด าเนินการใช้ หลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร จัดท าระเบียบการวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงาน สังกัด อื่นๆ ในระดับท้องถิ่นได้จัดท าเพิ่มเติม รวมทั้ง สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหา ในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการของผู้เรียน โดยทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา
317 ภาคผนวก
ที่ศธ ๐๔๐๑๐/ มิถุนายน ๒๕๖๖ เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับตัวชี้วัดระหว่างทางและตัวชี้วัดปลายทาง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และแนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตัวชี้วัดระหว่างทาง ตัวชี้วัดปลายทาง และเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน เรียน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต สิ่งที่ส่งมาด้วย ตัวชี้วัดระหว่างทางและตัวชี้วัดปลายทาง ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และแนวทางการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตัวชี้วัดระหว่างทาง ตัวชี้วัดปลายทาง และเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน (QR Code) ด้วยกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ใช้แนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standards - based Curriculum) โดยประกาศใช้ทั่วประเทศ ในปีการศึกษา ๒๕๕๓ มีจำนวนตัวชี้วัดใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งสิ้น ๒,๑๖๕ ตัวชี้วัด ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้ปรับปรุงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ทำให้มีจำนวนตัวชี้วัด ใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ทั้งสิ้น ๒,๐๕๖ ตัวชี้วัด แต่จากการลงพื้นที่ติดตามผลการใช้หลักสูตรแกนกลางฯ ๒๕๕๑ และจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานภายนอกที่จัดการศึกษา พบว่า จำนวนตัวชี้วัดมีจำนวนมาก ซ้ำซ้อน ทำให้ครูผู้สอนต้องใช้เวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลที่มากจึงจะบรรลุ คุณภาพตามที่กำหนด คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคณะอนุกรรมการด้านคุณภาพและเทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้ในคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้กำหนดเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับคุณภาพ การศึกษา เพื่อส่งเสริมการนำหลักสูตรที่ใช้อยู่ไปสู่การปฏิบัติในชั้นเรียนอย่างยืดหยุ่นและคล่องตัว โดยกำหนด ตัวชี้วัดระหว่างทางเป็นตัวชี้วัดระหว่างการจัดการเรียนรู้ตัวชี้วัดปลายทางเป็นตัวชี้วัดผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการ ให้เกิดกับผู้เรียน จากจำนวนตัวชี้วัด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ทั้งสิ้น ๒,๐๕๖ ตัวชี้วัด จำแนกเป็นตัวชี้วัดระหว่างทาง ๑,๒๘๕ ตัวชี้วัด และตัวชี้วัดปลายทาง ๗๗๑ ตัวชี้วัด ทั้งนี้จำนวนตัวชี้วัดยังคงครบถ้วน และผู้เรียนมีคุณภาพตามที่หลักสูตร แกนกลางฯ ๒๕๕๑ กำหนด รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ในการนี้ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนและการวัดและประเมินผลของครูเกิดความยืดหยุ่น คล่องตัว และผู้เรียนได้เข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อการพัฒนาตนเองที่ตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงกำหนดแนวทางการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ตัวชี้วัดระหว่างทาง ตัวชี้วัดปลายทาง และเกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ดังนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ กทม. ๑๐๓๐๐ (สำเนา) /1. การวัดและ... - สำเนา -
๑. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตัวชี้วัดระหว่างทางและตัวชี้วัดปลายทาง ตัวชี้วัดระหว่างทางและตัวชี้วัดปลายทางที่สถานศึกษานำไปใช้ในการกำหนดโครงสร้างรายวิชา การออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ให้บรรลุคุณภาพตามตัวชี้วัดที่กำหนด สถานศึกษาสามารถดำเนินการได้ดังนี้ ๑.๑ ตัวชี้วัดระหว่างทาง เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และเน้น การประเมินในระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็นการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก (Formative Assessment) ผ่านมโนทัศน์ของการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Assessment for learning) และ การประเมินขณะเรียนรู้ (Assessment as learning) ด้วยวิธีการประเมินที่หลากหลายโดยเน้นการวัดและ ประเมินผลแบบไม่เป็นทางการ (Informal Assessment) เช่น การสังเกตพฤติกรรม การสอบปากเปล่า การพูดคุย การใช้คำถาม การเขียนสะท้อนการเรียนรู้ การประเมินตนเอง เพื่อนประเมินเพื่อน เป็นต้น การวัดและประเมินผลแบบไม่เป็นทางการ (Informal Assessment) เป็นการได้มาซึ่งข้อมูลผลการเรียนรู้ที่เน้น ผู้เรียนเป็นรายบุคคล จากแหล่งข้อมูลหลากหลายที่ผู้สอนเก็บรวบรวมตลอดเวลา วิเคราะห์ข้อมูล ศึกษา ความพร้อมและพัฒนาการของผู้เรียน ปรับการเรียนการสอนให้เหมาะสม และแก้ไขปัญหาการเรียนรู้ ของผู้เรียน ลักษณะของข้อมูลที่ได้นอกเหนือจากตัวเลขหรือข้อมูลเชิงปริมาณแล้ว อาจเป็นข้อมูลบรรยาย ลักษณะพฤติกรรมที่ผู้สอนเฝ้าสังเกต หรือผลการเรียนรู้ในลักษณะคำอธิบายระดับพัฒนาการ จุดแข็ง จุดอ่อน หรือปัญหาของผู้เรียนที่พบจากการสังเกต สัมภาษณ์ หรือวิธีการอื่น ๆ ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นรายบุคคล ช่วยให้ผู้สอนเข้าใจพฤติกรรมของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี และเป็นวิธีการที่ยืดหยุ่นตามสถานการณ์และบริบทของครูผู้สอน ๑.๒ ตัวชี้วัดปลายทาง เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้น ที่การประเมินผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน (Summative Assessment) ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นการวัดและประเมินผล แบบเป็นทางการ (formal Assessment) เช่น การประเมินการปฏิบัติ การประเมิน แฟ้มสะสมงาน การประเมินด้วยแบบทดสอบ การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน เป็นต้น การเก็บข้อมูลดังกล่าว ใช้ในการวัดและประเมินที่ได้ผลเป็นคะแนนและนำไปใช้ในการเปรียบเทียบ เช่น เปรียบเทียบระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียน เพื่อดูพัฒนาการหรือใช้เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ เมื่อสิ้นสุดการสอนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ หรือรายวิชา วิธีการและเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลผลการเรียนรู้แบบเป็นทางการ (formal Assessment) เป็นตัวแทนของระดับความสามารถของผู้เรียน เป็นข้อมูลที่ต้องได้มาจากวิธีการวัดที่เหมาะสมกับลักษณะ ข้อมูล เครื่องมือวัดและประเมินผลมีความเที่ยงตรง (Validity) และมีความเชื่อมั่น (Reliability) มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบและเชื่อถือได้(Acceptable) ๒. เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน ๒.๑ ระดับประถมศึกษา ๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียน ๒) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินตัวชี้วัดปลายทางผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน - ๒ - /2.2 ระดับ...
๒.๒ ระดับมัธยมศึกษา ๑) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียน ทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ ๒) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินตัวชี้วัดปลายทางผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด ๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินและมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษา กำหนดในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จึงเรียนมาเพื่อทราบและแจ้งให้สถานศึกษาในสังกัดทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ขอแสดงความนับถือ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา กลุ่มพัฒนาหลักสูตรและมาตรฐานการเรียนรู้ โทร ๐ ๒๒๘๘ ๕๗๗๘ - ๓ -