The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

3.คู่มือการเปรียบเทียบการออกคำสั่งทางปกครอง และการดำเนินคดี ตาม พรบ.หอพัก 2558

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

3.คู่มือการเปรียบเทียบการออกคำสั่งทางปกครอง และการดำเนินคดี ตาม พรบ.หอพัก 2558

3.คู่มือการเปรียบเทียบการออกคำสั่งทางปกครอง และการดำเนินคดี ตาม พรบ.หอพัก 2558

1 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 2


3 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ค ำน ำ แผนปฏิบัติการก าหนดขั้นตอนการกระจายอ านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติก าหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอ านาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้ก าหนดให้โอนอ านาจในการก ากับดูแลการประกอบกิจการหอพักให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีภารกิจที่มีความส าคัญยิ่งต่อการดูแลทุกข์สุขของประชาชน การคุ้มครองและส่งเสริม ให้ประชาชนมีชีวิตที่ดีมีความสุข โดยกฎหมายหลายฉบับได้มีการกระจายอ านาจให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นเป็นผู้บังคับใช้ รวมทั้งภารกิจในการขับเคลื่อนกลไกการคุ้มครอง พัฒนา ส่งเสริม เด็กและเยาวชน ทั้งกฎหมายว่าด้วยหอพักได้ใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ สาระส าคัญและรายละเอียดเกี่ยวกับการ ประกอบกิจการหอพักมีความไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ จึงได้ ก าหนดแนวทางและวิธีการในการก ากับดูแลการประกอบกิจการหอพัก ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อคุ้มครอง สวัสดิภาพของเด็กและเยาวชนที่อยู่ระหว่างการศึกษา ด้วยความตระหนักในภารกิจที่มีหลากหลายมิติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน จึงอ านวยความสะดวกในการ ปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยจัดท าเป็นคู่มือการเปรียบเทียบ การออกค าสั่งทาง ปกครอง และการด าเนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งได้รวบรวมขั้นตอนการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งเอกสารตัวอย่างเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ใช้เป็นแนวทางหรือตัวอย่างในการท างาน และได้จัดท าตารางตัวอย่างอัตราค่าปรับเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเปรียบเทียบได้ใช้เป็นตัวอย่าง แนวทางในการก าหนดอัตราค่าปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ สามารถขับเคลื่อนกลไกการพัฒนาหอพักได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ธันวาคม ๒๕๖๑


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 4 สำรบัญ เรื่อง หน้า บทที่ ๑ บทน า ๑ ความเป็นมา ๑ วัตถุประสงค์ 2 ขอบเขต 2 บทนิยามศัพท์ในการเปรียบเทียบ ๒ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 บทที่ ๒ การด าเนินการทางกฎหมาย 3 ความหมายของการเปรียบเทียบ 3 อ านาจทั่วไปในการเปรียบเทียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3 การเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 4 บททั่วไป 4 อ านาจในการเปรียบเทียบ 5 ผู้ที่มีอ านาจในการเปรียบเทียบ 5 ขอบเขตอ านาจในการเปรียบเทียบของคณะกรรมการเปรียบเทียบ 6 วิธีพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบ 6 ตารางหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบ 7 ผลของการเปรียบเทียบ 9 การด าเนินการบังคับทางกฎหมาย 10 การออกค าสั่งทางปกครอง 11 ตารางค าสั่งทางปกครอง 12 ผลของค าสั่งทางปกครอง 16 มาตรการบังคับทางปกครอง 16 การด าเนินคดี 20 ชั้นก่อนฟ้องคดี 20 ขั้นตอนการร้องทุกข์กล่าวโทษ 21 ขั้นตอนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน 21


5 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ขั้นตอนการสั่งคดีของพนักงานอัยการ 22 ชั้นฟ้องคดีต่อศาล 22 การเปรียบเทียบ 23 วิธีการเปรียบเทียบ 23 ตารางจ าแนก “บุคคลที่ต้องรับโทษ” 25 บทที่ ๓ การบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย 33 ส่วนที่ ๑ ตารางขั้นตอน และแผนภูมิการด าเนินการเปรียบเทียบฯ 35 ส่วนที่ ๒ รายละเอียดตัวอย่างหนังสือราชการที่ช่วยในการปฏิบัติงานฯ 51 ส่วนที่ ๓ ตารางตัวอย่างรายละเอียดการเปรียบเทียบและอัตราค่าปรับฯ 87 *****************************


1 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ บทที่ ๑ บทน ำ ควำมเป็นมำ ตามที่พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้ก าหนดให้ความผิดตามพระราชบัญญัตินี้สามารถ ด าเนินการเปรียบเทียบได้ โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการเปรียบเทียบในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้แทนส านักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนส านักงานต ารวจแห่งชาติ และผู้แทนจากกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ส าหรับในต่างจังหวัดประกอบด้วย อัยการจังหวัด ผู้บังคับการ จังหวัด และพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในฐานะหน่วยงาน ขับเคลื่อนเป็นผู้ด าเนินการหากมีกรณีความผิดเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ในฐานะ นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งการด าเนินการดังกล่าวต้องอาศัยกลไกความรู้ ความเข้าใจของผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานนี้ให้สามารถด าเนินการได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นท าหน้าที่เป็นกลไกหลักในการควบคุมและตรวจสอบหอพักในเขตพื้นที่ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ การด าเนินการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น มีความเหมือนและ ความแตกต่างอย่างเป็นนัยส าคัญกับการเปรียบเทียบตามกฎหมายอื่นๆ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมี อ านาจหน้าที่อาจกล่าวได้ว่าการเปรียบเทียบที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมี ๒ ลักษณะ คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถด าเนินเปรียบเทียบได้ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอ านาจ ในการด าเนินการเปรียบเทียบ แต่เป็นอ านาจหน้าที่ขององค์กร หน่วยงาน หรือในรูปแบบคณะกรรมการ อื่นๆ เป็นผู้มีอ านาจด าเนินการ เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องท าความเข้าใจเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพและเป็นมาตรฐานเดียวกัน


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 2 วัตถุประสงค์ เป็นคู่มือที่ช่วยในการปฏิบัติงานของนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ คณะกรรมการ เปรียบเทียบ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่อมีแนวทางในการ ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ การออกค าสั่งทางกฎหมาย และการด าเนินคดีที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งประเทศ ขอบเขต การประกอบกิจการตามลักษณะและมาตรฐานหอพัก ขั้นตอน วิธีการเปรียบเทียบ การออก ค าสั่งทางปกครอง และการด าเนินคดีของพนักงานเจ้าหน้าที่ นายทะเบียน คณะกรรมการเปรียบเทียบ และพนักงานสอบสวน บทนิยำมศัพท์ในกำรเปรียบเทียบ “ผู้กล่าวหา” หมายความว่า พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนที่กล่าวหาว่ามีการกระท า การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหอพักในเขตพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่หอพักนั้นตั้งอยู่ “ผู้ถูกกล่าวหา” หมายความว่า บุคคลที่ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท าการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายว่าด้วยหอพัก “ค่าปรับ” หมายความว่า เงินค่าปรับที่คณะกรรมการเปรียบเทียบ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มีมติให้ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งกระท าการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหอพักช าระให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ที่หอพักนั้นตั้งอยู่ กฎหมำยที่เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตประกอบกิจการหอพัก พ.ศ. ๒๕๖๐ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา


3 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ บทที่ ๒ กำรด ำเนินกำรทำงกฎหมำย ควำมหมำยของกำรเปรียบเทียบ การเปรียบเทียบนั้น มีถ้อยค าที่ใช้เพื่อแสดงถึงการเปรียบเทียบ เช่น การเปรียบเทียบคดี การเปรียบเทียบปรับ การปรับ อย่างไรก็ตามถ้อยค าเหล่านี้คือความหมายของการเปรียบเทียบทั้งสิ้น การเปรียบเทียบคดีหรือการเปรียบเทียบปรับเป็นศัพท์เทคนิคทางกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการระงับคดีพิพาท โดยเจ้าพนักงาน (to settle the case by the official) ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และตามกฎหมายอื่นที่ให้มีการเปรียบเทียบได้เช่น กฎหมายที่มีโทษทางอาญา ให้อ านาจแก่เจ้าพนักงาน ในการเปรียบเทียบเพื่อให้คดีอาญาเลิกกัน พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ประมวล กฎหมายรัษฎากร พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นต้น กล่าวโดยสรุปการเปรียบเทียบก็คือ การพิจารณาความผิดและก าหนดโทษ ผู้กระท าความผิด โดยเจ้าพนักงานในความผิดบางประเภทเพื่อให้คดีเลิกกัน โดยมีเจตนารมณ์เพื่อเป็นการผ่อนปรน ให้ผู้กระท าผิดอาญาที่มีบทก าหนดโทษสถานเบา หรือเป็นคดีความผิดเล็กน้อยไม่จ าต้องเสียเวลา ไปถูกสอบสวนด าเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เมื่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายอื่นใช้ดุลพินิจว่าผู้ต้องหา ไม่ควรได้รับโทษถึงจ าคุกและเป็นคดีที่เปรียบเทียบได้ประกอบกับ ผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบได้ตามกฎหมาย ผลก็คือเมื่อช าระค่าปรับแล้วจะท าให้คดีอาญาเลิกกัน ผู้ต้องหา ได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อการเปรียบเทียบคดีชอบย่อมส่งผลให้คดียุติได้ตามกฎหมาย อ ำนำจทั่วไปในกำรเปรียบเทียบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นที่มีอ านาจหน้าที่ตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ บางฉบับได้ให้อ านาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเปรียบเทียบได้โดยอาศัย อ านาจของนายทะเบียน ซึ่งก็คือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่กฎหมายบางฉบับก็มิได้ให้อ านาจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการด าเนินการ หากแต่เป็นอ านาจของบุคคลอื่น หรือในรูปแบบของ คณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ ได้ก าหนดไว้ อย่างไรก็ตามแม้จะมิได้ให้อ านาจองค์กร


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 4 ปกครองส่วนท้องถิ่นด าเนินการเปรียบเทียบได้แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอ านาจหน้าที่ในเรื่องนั้นๆ ก็ยังคงท าหน้าที่เป็นกลไกในการด าเนินงานเพื่อให้การเปรียบเทียบบังคับใช้ได้จริงและมีประสิทธิภาพ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภารกิจถ่ายโอนตามแผนปฏิบัติการก าหนดขั้นตอนการกระจายอ านาจ เช่น พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พุทธศักราช ๒๔๙๙ พระราชบัญญัติการรักษาความสะอาดเรียบร้อย ของบ้านเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ พระราชบัญญัติบัตรประจ าตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้ให้องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นสามารถด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ที่กฎหมายเกี่ยวกับการเปรียบเทียบก าหนดไว้ ประกอบกับ กฎหมายที่ได้รับการถ่ายโอนจากส่วนราชการเดิม จึงได้จ าแนกกฎหมายที่ให้อ านาจองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการเปรียบเทียบ ดังนี้ ๑. กฎหมายที่ให้อ านาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเปรียบเทียบคดีอันเนื่องมาจากการ ละเมิดบทบัญญัติของตัวกฎหมายนั้นโดยตรงได้ เช่น พระราชบัญญัติภาษีบ ารุงท้องที่ พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๕๗ ก าหนดให้นายอ าเภอเป็นผู้ที่มีอ านาจในการเปรียบเทียบคดี ๒. กฎหมายที่ให้อ านาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเปรียบเทียบปรับได้ แต่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นต้องออกข้อบัญญัติให้สอดคล้องสภาพการใช้ ซึ่งหากกรณีมีการกระท าความผิดเกิดขึ้นก็จะถือเป็น การละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น (หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีการออกข้อบัญญัติท้องถิ่นตามที่กฎหมาย แม่ให้อ านาจไว้แล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สามารถด าเนินการเปรียบเทียบปรับได้ ตามนัยข้อบังคับ กระทรวง มหาดไทย ว่าด้วยการเปรียบเทียบและสอบสวนคดีละเมิดข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๗) เช่น พระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ในเรื่องวิธีเก็บ ฝัง เผา ขุด หรือย้ายศพ ตลอดจน การใช้หรือการรักษายานพาหนะและเครื่องใช้ในการนี้ให้ต้องด้วยสุขลักษณะ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องออกข้อบัญญัติท้องถิ่นก่อนจึงจะสามารถด าเนินการเปรียบเทียบคดีได้ เป็นต้น กำรเปรียบเทียบตำมพระรำชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ บททั่วไป พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นกฎหมายที่ให้อ านาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเปรียบเทียบได้ โดยไม่ต้องออกข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้การเปรียบเทียบมีผลใช้บังคับได้ และองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต้องเป็นผู้ด าเนินการเพื่อให้การเปรียบเทียบด าเนินการได้เป็นผลส าเร็จ แต่อ านาจ ในการเปรียบเทียบเป็นอ านาจของคณะกรรมการเปรียบเทียบตามที่กฎหมายก าหนด ซึ่งหากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นพบการกระท าความผิดต้องแจ้งให้คณะกรรมการท าการเปรียบเทียบเพื่อด าเนินการต่อไป


5 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ อ ำนำจในกำรเปรียบเทียบ พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ก าหนดให้ความผิดตามกฎหมายนี้ทุกมูลฐานความผิด ไม่ว่าจะมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นใด สามารถด าเนินการเปรียบเทียบได้ โทษในทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๓ โทษและวิธีการเพื่อ ความปลอดภัย ส่วนที่ ๑ โทษ มาตรา ๑๘ โทษส าหรับลงแก่ผู้กระท าความผิดมีดังนี้ (๑) ประหารชีวิต (๒) จ าคุก (๓) กักขัง (๔) ปรับ (๕) ริบทรัพย์สิน จึงถือว่าความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นความผิดที่มีโทษตามประมวล กฎหมายอาญา และเนื้อหาสาระบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้เป็นกฎหมายอาญา อย่างไรก็ตามก็ปรากฏโทษปรับรายวัน ในความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งกรณีถือว่ามิใช่โทษทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๘ แต่เป็นโทษในทาง ปกครอง ทั้งปรากฏการกระท าทางปกครองในขั้นตอนการพิจารณาออกค าสั่งของเจ้าหน้าที่ในฝ่ายปกครอง อีกด้วย ซึ่งตามมาตรา ๙๕ ได้ก าหนดให้บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ไม่ว่าในมูล ฐานความผิดและมีอัตราโทษเช่นใดให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอ านาจเปรียบเทียบได้ทั้งสิ้น ผู้ที่มีอ ำนำจในกำรเปรียบเทียบ ผู้ที่มีอ านาจในการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายต่อผู้กระท าความผิด สามารถแบ่งออกได้ หลายประเภท เช่น พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวน นายทะเบียน หรือคณะกรรมการ เป็นต้น ส าหรับความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ก าหนดผู้ที่มีอ านาจในการบังคับใช้ มาตรการทางกฎหมายในการเปรียบเทียบ คือคณะกรรมการเปรียบเทียบ ซึ่งประกอบด้วยบุคคล ดังต่อไปนี้


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 6 (๑) ในเขตกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ก. ผู้แทนส านักงานอัยการสูงสุด เป็นประธานกรรมการ ข. ผู้แทนส านักงานต ารวจแห่งชาติเป็นกรรมการ ค. ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกรรมการและ เลขานุการ (๒) ในเขตจังหวัดอื่น ประกอบด้วย ก. อัยการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ ข. ผู้บังคับการต ารวจภูธรจังหวัด เป็นกรรมการ ค. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ ขอบเขตอ ำนำจในกำรเปรียบเทียบของคณะกรรมกำรเปรียบเทียบ คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอ านาจในการเปรียบเทียบทุกมูลฐานความผิด ตามที่บัญญัติ ไว้ในพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งโทษในทางอาญา และโทษในทางปกครอง (กรณีโทษปรับ รายวัน) วิธีพิจำรณำของคณะกรรมกำรเปรียบเทียบ เมื่อคณะกรรมการได้รับเรื่องจากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว (๑) ให้พิจารณาเปรียบเทียบให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า โดยในการพิจารณาเปรียบเทียบให้ คณะกรรมการพิจารณาจากพยานหลักฐานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดส่งมา ดังต่อไปนี้ ๑. ส าเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ๒. บัตรประจ าตัวประชาชนของผู้ถูกกล่าวหา ๓. รายงานการตรวจสอบ ๔. รายงานการสอบสวน ๕. บันทึกค าให้การผู้ถูกกล่าวหา ๖. บันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวหา/พยาน ๗. ภาพถ่าย (ถ้ามี) ๘. เอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง เอกสารและหลักฐานที่นายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่จัดส่งมายังฝ่ายเลขานุการของ คณะกรรมการเปรียบเทียบทั้งหมดนี้ ถือว่าเป็น “รายงานการสอบสวนการเปรียบเทียบ” และเอกสารหลักฐาน ทั้งหมด ถือว่าเป็น “พยานหลักฐานในส านวน”


7 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ (๒) ให้คณะกรรมการท าการเปรียบเทียบ โดยพิจารณาค าให้การของผู้ถูกกล่าวหาเป็นส าคัญ ตามตารางหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบ ดังนี้ ตำรำงหลักเกณฑ์กำรเปรียบเทียบ ที่ ผู้ถูกกล่าวหา อ านาจการเปรียบเทียบ ๑ รับสารภาพ และยินยอมให้มีการเปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้ ๒ รับสารภาพ แต่ไม่ยินยอมให้มีการเปรียบเทียบ เปรียบเทียบไม่ได้ ๓ ให้การปฏิเสธ เปรียบเทียบไม่ได้ ๔ ความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องรับโทษ ตาม บทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ หากความผิดตามบทหนักเปรียบเทียบไม่ได้ เปรียบเทียบไม่ได้ ๕ ความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องรับโทษ ตามบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ หากความผิดตามบทหนักเปรียบเทียบได้ เปรียบเทียบได้ ๖ ความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งต้องรับโทษทุกกระทง ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ สามารถ แยกฐานความผิดแต่ละกรรมได้ พิจารณาแยกตามฐานความผิด ฐานความผิดที่เปรียบเทียบได้ ให้ท าการเปรียบเทียบ ฐ า น ค ว าม ผิ ด ที่ ไม่ ส าม า ร ถ เปรียบเทียบ ได้ ให้ด าเนินคดี ๗ กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งร่วมกันกระท าความผิดหลายคน ในฐานความผิดเดียวกัน พิจารณาผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล ผู้ถูกกล่าวหาที่รับสารภาพและยินยอมให้เปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้ ผู้ถูกกล่าวหาที่รับสารภาพ แต่ไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ เปรียบเทียบไม่ได้ ผู้ถูกกล่าวหาที่ปฏิเสธ เปรียบเทียบไม่ได้ ในกรณีนี้ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การกระท ากรรมเดียวและหลายกรรมตามข้อ ๔ - ๖ ด้วยทุกครั้ง ในการจัดท าบันทึกการเปรียบเทียบ และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง นายทะเบียน หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ควรที่จะด าเนินการต่อหน้าผู้ถูกกล่าวหา ด้วยความยินยอมและสมัครใจ เพื่อป้องกันการถูก ร้องเรียนในการปฏิบัติหน้าที่จากผู้ถูกกล่าวหาในอนาคต


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 8 (๓) คณะกรรมการร่วมกันพิจารณาความเห็นและมีมติในที่ประชุม ในการพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการในการเปรียบเทียบ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้นจ าต้องถือข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามส านวนการสอบสวนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้แจ้ง พฤติการณ์ข้อเท็จจริงการกระท าของผู้กระท าความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพัก ซึ่งนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้แจ้งพฤติการณ์ข้อกล่าวหา การกระท าที่เป็นความผิด และโทษที่ผู้ถูกกล่าวหา จะได้รับ (ตามบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหา) หากปรากฏว่าข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วนที่จะเพียงพอในการวินิจฉัย คณะกรรมการควรมีมติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้แสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเกี่ยวกับ การกระท าดังกล่าวเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนเพียงพอในการวินิจฉัย (๔) ในการก าหนดอัตราจ านวนเงินค่าปรับซึ่งผู้ถูกกล่าวหาจะพึงช าระ คณะกรรมการควรใช้ ดุลพินิจโดยค านึงถึงความหนักเบา และพฤติการณ์แห่งการกระท าความผิด รวมถึงประวัติการกระท า ความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๐๗ และพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ผ่านมาของ ผู้ถูกกล่าวหาด้วย ซึ่งการก าหนดจ านวนเงินค่าปรับจะมีข้อแนะน าในการพิจารณาก าหนดจ านวนเงินค่าปรับ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการ โดยการน าเอาหลักเกณฑ์ความถี่ในการกระท า ความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการหอพักของผู้ถูกกล่าวหามาเป็นข้อพิจารณาในการก าหนดจ านวนเงิน ค่าปรับ (รายละเอียดปรากฏตามตารางตัวอย่างรายละเอียดการเปรียบเทียบและอัตราค่าปรับตาม พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘) (๕) เมื่อคณะกรรมการได้ประชุมและมีมติเกี่ยวกับการเปรียบเทียบเสร็จสิ้นแล้ว ให้ด าเนินการ ส่งเรื่องคืนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นผู้เป็นเจ้าของเรื่อง (เจ้าของส านวนเปรียบเทียบ) พร้อมแจ้งผลการ เปรียบเทียบ (๖) เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ด าเนินการเปรียบเทียบ และผู้ถูกกล่าวหาได้น าเงิน ค่าปรับมาช าระครบถ้วนถูกต้องแล้ว หรือในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยินยอมช าระค่าปรับตามเวลาที่กฎหมาย ก าหนด ให้แจ้งเรื่องการด าเนินการดังกล่าวมายังฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการเพื่อทราบ (๗) หน่วยงานของฝ่ายเลขานุการ (ในเขตกรุงเทพมหานคร คือกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และในเขตจังหวัด คือส านักงานพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด) จะเป็นผู้รับผิดชอบในการเก็บรักษาส านวนการเปรียบเทียบในคดีที่แล้วเสร็จ โดยให้จัดท าบัญชีสารบบคดีเปรียบเทียบไว้เป็นหลักฐานเพื่อประโยชน์ในการรายงานข้อมูล และตรวจสอบ ประวัติการกระท าความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป การบันทึกผลคดีนั้น มีประโยชน์ในการตรวจสอบประวัติของผู้กระท าความผิดหรือผู้ถูก กล่าวหา ซึ่งผู้ที่มีอ านาจเปรียบเทียบปรับ หรือคณะกรรมการจะเป็นผู้ที่บันทึกการกระท าความผิด และเก็บ ไว้ในฐานข้อมูล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ควรที่จะบันทึกรายละเอียดดังกล่าวไว้ด้วย หลังจากที่ผู้ถูก


9 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ กล่าวหาได้มีการช าระค่าปรับและออกใบเสร็จแล้ว หากพบว่ามีการกระท าความผิดซ้ าอีก องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็ควรที่จะเสนอความเห็นและรายละเอียดแห่งคดีไปยังคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อใช้ ประกอบดุลพินิจด้วย ผลของกำรเปรียบเทียบ การเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้ช าระเงิน ค่าปรับตามจ านวนที่เปรียบเทียบภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกัน ซึ่งหากได้ด าเนินการถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วจะส่งผลให้สิทธิการน าคดีอาญามาฟ้องระงับ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๗ คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้ (๑) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ช าระค่าปรับตามค าเปรียบเทียบ ของ พนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว มาตรา ๓๘ ความผิดตามอนุมาตรา (๒) (๓) และ (๔) แห่งมาตราก่อน ถ้าเจ้าพนักงานดังกล่าว ในมาตรานั้นเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรได้รับโทษถึงจ าคุก ให้มีอ านาจเปรียบเทียบ ดังนี้ (๑) ให้ก าหนดค่าปรับซึ่งผู้ต้องหาจะพึงช าระ ถ้าผู้ต้องหาและผู้เสียหายยินยอมตามนั้น เมื่อผู้ต้องหาได้ช าระเงินค่าปรับตามจ านวนที่เจ้าหน้าที่ก าหนดให้ภายในเวลาอันสมควรแต่ไม่เกินสิบห้า วันแล้ว คดีนั้นเป็นอันเสร็จเด็ดขาด ถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้ว ไม่ช าระเงินค่าปรับภายในเวลา ก าหนดในวรรคก่อน ให้ด าเนินคดีต่อไป มาตรา ๓๙ สิทธิน าคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ดังต่อไปนี้ (๓) เมื่อคดีเลิกกันตามมาตรา ๓๗ เมื่อสิทธิน าคดีอาญามาฟ้องระงับแล้ว จะไม่สามารถด าเนินคดีกับผู้กระท าความผิดในฐาน ความผิดนั้นได้อีก แต่หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการกระท าความผิดขึ้นมาอีกครั้ง แยกออกมาต่างหาก จากการกระท าความผิดที่ได้ถูกด าเนินการเปรียบเทียบคดีแล้ว ถือว่าเป็นการกระท าความผิดขึ้นมาใหม่ แยกเจตนาการกระท าออกมาเป็นอีกกรรมหนึ่งต่างหาก ต่างกรรมต่างวาระกันกับการกระท าความผิดที่ได้ ด าเนินการเปรียบเทียบคดีแล้ว แม้จะเป็นความผิดฐานเดียวกันนั้นก็ตาม นายทะเบียนหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่จึงต้องแยกด าเนินการเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหากจากคดีเดิม หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ช าระเงินค่าปรับตามจ านวนที่คณะกรรมการเปรียบเทียบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบแล้ว ก็ไม่ถือว่าคดีเลิกกันตามกฎหมาย พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 10 ไม่มีอ านาจขยายระยะเวลาในการช าระค่าปรับดังกล่าวออกไปได้ ถือว่าเป็นระยะเวลาบังคับให้ผู้ถูกกล่าวหา ด าเนินการ ซึ่งหากไม่ช าระค่าปรับภายในก าหนดแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนสา มารถ ด าเนินการร้องทุกข์ตามกฎหมาย แต่หากผู้กล่าวหายังประสงค์หรือยินยอมที่จะช าระค่าปรับ ก็ต้องส่งเรื่อง ให้เลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อประชุมคณะกรรมการและมีมติในการก าหนดค่าปรับอีกครั้ง ซึ่งค่าปรับอาจจะเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าปรับเดิมก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการเปรียบเทียบ กำรด ำเนินกำรบังคับทำงกฎหมำย ขั้นตอนในการด าเนินการบังคับทางกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ของนาย ทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ มีดังนี้ (๑) เมื่อพบการกระท าความผิด หรือเมื่อปรากฏเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระท าการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตั้งแต่ตามกฎหมายที่บัญญัติให้มีโทษ โดยให้พิจารณาจากพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ หมวด ๗ บทก าหนดโทษตั้งแต่ มาตรา ๗๖ ถึงมาตรา ๙๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนด าเนินการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ในการด าเนินการตรวจสอบนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่มีอ านาจหน้าที่ตามที่ก าหนดไว้ ใน มาตรา ๗๐ กล่าวคือ (๑) เข้าไปในหอพักเพื่อตรวจสอบการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ (๒) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ เพื่อตรวจสอบในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการประกอบกิจการ หอพักโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ (๓) เรียกผู้ประกอบกิจการหอพัก ผู้จัดการหอพัก หรือบุคคลที่ท างานในหอพักมาให้ถ้อยค า หรือชี้แจงหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาเพื่อประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับการจัดการหอพัก อนึ่งการเข้าไปในหอพักหรือสถานที่ใดๆ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ตาม (๑) และ (๒) นั้น มิใช่การค้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่จ าต้องขอหมายค้นจากศาล นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่พึงควรที่จะใช้ความระมัดระวัง ในการปฏิบัติงาน และกระท าการ ด้วยความละมุนละม่อม ตามที่กฎหมายก าหนดไว้คือเพื่อการตรวจสอบการประกอบกิจการหอพักหรือมีเหตุ อันควรสงสัยว่ามีการประกอบกิจการหอพักโดยไม่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น เมื่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปด าเนินการตรวจสอบแล้วพบการกระท า ความผิดเกี่ยวกับการด าเนินงานหอพัก หรือกรณีมีผู้ร้องเรียน ทราบ พบเห็นไม่ว่าจากช่องทางใด สามารถจะ เข้าไปท าการตรวจสอบได้ หากปรากฏว่ามีการกระท าความผิดเกิดขึ้น และการกระท าความผิดดังกล่าวนั้น ครบองค์ประกอบความผิดแล้ว ก็ถือว่ามีการกระท าความผิดซึ่งต้องรับโทษตามที่พระราชบัญญัติหอพัก


11 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติไว้โดยหลังจากตรวจสอบแล้วต้องมีการพิจารณาความผิดตามกฎหมาย หากพบว่ามีความผิด ให้ด าเนินการบังคับทางกฎหมายต่อไป การด าเนินการบังคับทางกฎหมายนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น ๓ ลักษณะ คือ ๑. การออกค าสั่งทางปกครอง ๒. การด าเนินคดี ๓. การเปรียบเทียบปรับ ๑. กำรออกค ำสั่งทำงปกครอง จากบทนิยามของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๕ สามารถสรุปความหมายของค าสั่งทางปกครองได้ดังนี้ ค าสั่งทางปกครอง หมายความว่า การใช้อ านาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีเป็นการสร้าง นิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพ ของสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล แต่ไม่หมายรวมถึงกฎ ค าสั่งทางปกครองเป็นกฎเกณฑ์ที่มีผลโดยตรงออกไปภายนอกฝ่ายปกครอง คือ มีผลเป็นการ ก่อตั้ง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกสิทธิหน้าที่ของบุคคลที่มีสถานะอยู่ภายนอกฝ่ายปกครอง องค์ประกอบข้อนี้ เป็นเครื่องแบ่งแยกค าสั่งทางปกครองออกจากค าสั่งภายในฝ่ายปกครอง ค าสั่งที่ยังไม่มีผลออกไปภายนอก ฝ่ายปกครอง ไม่มีผลเป็นการก่อตั้งนิติสัมพันธ์ระหว่างองค์กรฝ่ายปกครองกับบุคคล การมีผลออกไป ภายนอกฝ่ายปกครองนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นกรณีที่เป็นการออกค าสั่งกับประชาชนทั่วไปเท่านั้น แต่ อาจจะเป็นกรณีที่ฝ่ายปกครอง ออกค าสั่งกับผู้ใต้บังคับบัญชาก็ได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของค าสั่งเป็นส าคัญ ถ้าเป็นกรณีที่ฝ่ายปกครองที่เป็นผู้บังคับบัญชาออกค าสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติในฐานะที่ผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรแล้ว ค าสั่งนั้นไม่ใช่ค าสั่งทางปกครอง แต่เป็นค าสั่งภายในฝ่ายปกครอง แต่ถ้าค าสั่ง นั้นกระทบกับสถานะส่วนตัวหรือสิทธิหน้าที่ส่วนบุคคลของผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยตรงแล้ว ค าสั่งนั้นย่อมเป็นค าสั่งทางปกครอง พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้ก าหนดอ านาจของนายทะเบียนในการพิจารณาออก ใบอนุญาตหรือการเพิกถอนใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการหอพักไว้ซึ่งถือว่าเป็นอ านาจใน การออกค าสั่งทางปกครองในการด าเนินงานกิจการหอพัก ซึ่งหากนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบพบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว และปรากฏเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระท าการฝ่าฝืนหรือไม่ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่บัญญัติให้นายทะเบียนสามารถออกค าสั่งทางปกครองได้ โดยให้นาย ทะเบียนด าเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และออกค าสั่งทางปกครองเพื่อให้คู่กรณี


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 12 แก้ไข หากไม ่สามารถด าเนินการได้นายทะเบียนก็มีอ านาจเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักได้ ตามที่กฎหมายให้อ านาจไว้ นอกจากนี้หากผู้ได้รับค าสั่งทางปกครองไม่พอใจยังสามารถอุทธรณ์ค าสั่งดังกล่าว ต่อผู้ที่มีอ านาจพิจารณาอุทธรณ์ได้ ตามที่ก าหนดไว้ในหมวด ๖ การอุทธรณ์ แสดงให้เห็นว่าค าสั่งของนายทะเบียนตามที่ปรากฏในกฎหมายเป็นค าสั่งทางปกครอง ซึ่งได้แก่ ค าสั่งดังต่อไปนี้ ตำรำงค ำสั่งทำงปกครอง ตำมพระรำชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา รายละเอียด ตัวอย่าง ลักษณะค าสั่งทางปกครอง ๒๗ สถานศึกษาใดประสงค์จะประกอบกิจการ หอพักต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน - ไม่อนุญ าตให้สถานศึกษาประกอบ กิจการหอพัก - ไม่พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบ กิจการหอพัก ๓๑ การโอนใบอนุญ าตประกอบกิ จการหอพั ก สถานศึกษา ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน และต้องโอนให้แก่สถานศึกษาด้วยกันเท่านั้น - ไม่อนุญาตให้โอนหอพักสถานศึกษา - ไม่อนุญาตให้รับโอนหอพักสถานศึกษา ๓๒ ใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักสถานศึกษา สิ้นผล เมื่อผู้ประกอบกิจการหอพักถูกเพิกถอน ใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษาหรือเลิกกิจการ แล้วแต่กรณี - ไม่เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ หอพักสถานศึกษา - เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก สถานศึกษา โดยที่ผู้ประกอบกิจการ หอพัก ยังไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้ จัดตั้งสถานศึกษาหรือเลิกกิจการ แล้วแต่ กรณี ๓๓ ผู้ใดประสงค์จะประกอบกิจการหอพักเอกชน ต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน - ไม่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก เอกชน - ไม่พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบ กิจการหอพักเอกชน ๓๗ ใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักเอกชน ให้มี อายุห้าปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต - ไม่ต่ออายุใบอนุญาตอนุญาตประกอบ กิจการหอพัก


13 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา รายละเอียด ตัวอย่าง ลักษณะค าสั่งทางปกครอง - ต่ออายุใบอนุญ าตอนุญ าตประกอบ กิจการหอพักไม่ชอบตามกฎหมาย ๓๘ การโอนใบอนุญาตประกอบกิจการหอพักเอกชน ต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน - ไม่อนุญาตให้โอนใบอนุญาตประกอบ กิจการหอพัก ๓๙ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการหอพักเอกชนถึงแก่ ความตาย และทายาทมีความประสงค์จะ ประกอบกิจการหอพักต่อไป ให้ทายาทซึ่งมี คุณสมบัติและ ไม่มีลักษณ ะต้องห้าม ตาม มาตรา ๓๕ หรือในกรณีที่มีทายาทหลายคน ให้ ทายาทด้วยกันนั้นตกลง ตั้งทายาทคนหนึ่งซึ่งมี คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ ยื่นค าขอต่อนายทะเบียนเพื่อขอรับโอน ใบอนุญาตภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่ ผู้ประกอบกิจการหอพักถึงแก่ความตาย ถ้ามิได้ ยื่นค าขอภายในระยะเวลาที่ก าหนดให้ถือว่า ใบอนุญาตสิ้นอายุ และให้ผู้จัดการมรดกหรือ ทายาทของผู้ประกอบกิจการหอพักนั้นคืนเงิน ค ่าเช ่าล ่วงหน้า หรือเงินประกันให้แก่ผู้พัก ตามจ านวนที่เหลืออยู่หลังจากหักเป็นค่าเช่า หรือค่าเสียหาย แล้วแต่กรณี - ไม่อนุญาตให้ประกอบกิจการหอพัก ต่อ - ผู้ยื่นค าขอไม่มีคุณสมบัติ หรือมีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ - ไม่ยื่นค าขอภายในระยะเวลา ๔๓ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกท าลาย ในสาระส าคัญ ให้ผู้ประกอบกิจการหอพักแจ้ง ต่อน ายทะเบี ยน และยื่นค าขอรับใบแทน ใบอนุญาตภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบว่า ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกท าลาย - ไม่ออกใบแทนใบอนุญาตประกอบกิจการ หอพัก - ไม่ถือว่าใบอนุญาตถูกท าลายในสาระ ส าคัญ ๔๔ ผู้ประกอบกิจการหอพักใดประสงค์จะดัดแปลง หอพัก ในลักษณะของการดัดแปลงอาคาร ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารต้องได้รับ อนุญาตจากนายทะเบียน - ไม่อนุญาตให้ดัดแปลงอาคารหอพัก - มิใช่กรณีของการดัดแปลงอาคารตาม กฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 14 มาตรา รายละเอียด ตัวอย่าง ลักษณะค าสั่งทางปกครอง ๔๕ ผู้ประกอบกิจการหอพักใดประสงค์จะเปลี่ยนชื่อ หรือประเภทของหอพัก ต้องได้รับอนุญ าต จากนายทะเบียน - ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนชื่อหอพัก - ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนประเภทหอพัก ๔๖ ผู้ประกอบกิจการหอพักใดประสงค์จะเลิก ประกอบกิจการหอพัก ให้ยื่นค าขออนุญาต ต่อนายทะเบียนล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าเก้าสิบวัน ก่อนวันเลิกประกอบกิจการ - ไม่อนุญาตให้เลิกประกอบกิจการหอพัก - ยื่นค าขออนุญาตต่อนายทะเบียนล่วงหน้า น้อยกว่าเก้าสิบวันก่อนวันเลิกประกอบ กิจการ ๕๐ ผู้ใดประสงค์จะเป็นผู้จัดการหอพักของหอพัก เอกชนต้องได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน - ไม่ออกใบอนุญาตเป็นผู้จัดการหอพัก ของหอพักเอกชน - ไม่พิจารณาออกใบอนุญาตเป็นผู้จัดการ หอพักเอกชน ๕๒ ใบอนุญาตผู้จัดการหอพักตามมาตรา ๕๐ ให้มี อายุสองปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต - ไม่ต่ออายุอนุญาตผู้จัดการหอพัก - นับเวลาใบอนุญ าตผู้จัดการหอพัก คลาดเคลื่อน ๕๔ ในกรณีที่ใบอนุญาตสูญหายหรือถูกท าลาย ในสาระส าคัญ ให้ผู้จัดก ารห อพั กแจ้งต่อ นายทะเบียน และยื่นค าขอรับใบแทนใบอนุญาต ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ทราบว่าใบอนุญาต สูญหายหรือถูกท าลาย - ไม่ออกใบแทนใบอนุญ าตผู้จัดการ หอพัก - ไม่ถือว่าใบอนุญ าตผู้จัดการหอพัก ถูกท าลายในสาระส าคัญ ๕๕ นายทะเบียนมีอ านาจเพิกถอนใบอนุญ าต ผู้จัดการหอพักหรือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการ หอพักสถานศึกษาเปลี่ยนผู้จัดการหอพักใหม่ เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่าผู้จัดการหอพัก ผู้ใด (๑) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา ๕๑ - เพิกถอนใบอนุญาตผู้จัดการหอพัก - การพิจารณาคุณสมบัติหรือลักษณะ ต้องห้าม การกระท าที่ฝ่าฝืนของผู้จัดการ หอพัก


15 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา รายละเอียด ตัวอย่าง ลักษณะค าสั่งทางปกครอง (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ หรือมาตรา ๖๔ ในกรณีที่ผู้จัดการ หอพักมีพฤติกรรมตาม (๒) ให้นายทะเบียน มีห นัง สือ เตือ นให้แ ก้ไข ห รือป ฏิบัติ ให้ถูก ต้อง ภายในระยะเวลาที่ ก าหนด หากผู้จัดการหอพักไม่ปฏิบัติตามหนังสือ เตือนดังกล่าว ให้นายทะเบียนมีค าสั่งเพิก ถอนใบอนุญาตหรือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการ หอพักสถานศึกษาเปลี่ยนผู้จัดการหอพัก ใหม่ ๕๙ ระเบียบประจ าหอพัก และการแก้ไขเพิ่มเติม ระเบียบประจ าหอพัก เมื่อได้รับความเห็นชอบ จากนายทะเบียนแล้วให้ใช้บังคับได้ - ไม่ให้ความเห็นชอบระเบียบประจ า หอพัก - แก้ไขข้อความในระเบียบประจ าหอพัก ๖๕ นายทะเบียนมีอ านาจเพิกถอนใบอนุญ าต ประกอบกิจการหอพักได้ เมื่อปรากฏต่อนาย ทะเบียนว่า (๑) หอพักไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ก าหนดไว้ ในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๒๘ หรือ มาตรา ๓๔ (๒) ผู้ประกอบกิจการหอพักขาดคุณสมบัติหรือ มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ - เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ หอพัก - หอพักไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก าหนดไว้ในกฎกระทรวง - ผู้ประกอบกิจการหอพักขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 16 ผลของค ำสั่งทำงปกครอง ค าสั่งทางปกครองมีผลเมื่อคู่กรณีได้รับแจ้ง และย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอน หรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนเวลา หรือโดยเหตุอื่น ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ มาตรา ๔๒ พระราชบัญญัตินี้ได้บัญญัติหลักเกณฑ์การแจ้งค าสั่งทางปกครองไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้เพื่อแก้ไข ปัญหาในทางปฏิบัติและข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการทราบค าสั่งทางปกครองของคู่กรณี ซึ่งการแจ้งค าสั่ง ทางปกครองมีหลายวิธีแต่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนหอพักควรที่จะใช้วิธีการแจ้งค าสั่ง ทางปกครองเป็นหนังสือ เนื่องจากมีความชัดเจนลดปัญหาการโต้แย้งระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่กับคู่กรณีได้ หลักเกณฑ์การได้รับแจ้งค าสั่งทางปกครองเป็นหนังสือ ซึ่งจะส่งผลให้ค าสั่งทางปกครองมีผล ใช้บังคับกับคู่กรณี และเป็นการเริ่มต้นการนับระยะเวลาในการปฏิบัติตามค าสั่งทางปกครอง ซึ่งมีหลักเกณฑ์ ส าคัญ ดังนี้ (๑) การส่งให้แก่ผู้รับแจ้งโดยตรงจะมีผลทันทีเมื่อผู้รับค าสั่งได้รับทราบค าสั่งดังกล่าวด้วย ตนเองหรือเมื่อค าสั่งนั้นไปถึงภูมิล าเนาของผู้รับแม้ว่าจะเปิดอ่านภายหลัง (มาตรา ๖๙ วรรคสอง) (๒) ประกาศ ณ ที่ท าการของเจ้าหน้าที่และที่ว่าการอ าเภอ ใช้ได้ในกรณีที่ค าสั่งทางปกครอง ในเรื่องนั้นมีผู้รับค าสั่งในเรื่องเดียวกันเกิน ๕๐ คนขึ้นไป การแจ้งจะมีผลสมบูรณ์เมื่อล่วงพ้นระยะเวลา ๑๕ วันนับแต่วันที่ประกาศ (มาตรา ๗๒) (๓) การประกาศทางหนังสือพิมพ์ ใช้ได้ในกรณีเกี่ยวข้องกับผู้รับค าสั่งในเรื่องเดียวกัน เกินกว่า ๑๐๐ คน โดยที่ไม่รู้ตัวและภูมิล าเนาว่าผู้รับค าสั่งเป็นใคร การแจ้งค าสั่งดังกล่าวจะมีผลเมื่อพ้น ๑๕ วันนับแต่วันประกาศในหนังสือพิมพ์ซึ่งแพร่หลายในท้องถิ่นนั้น (มาตรา ๗๓) มำตรกำรบังคับทำงปกครอง เพื่อให้คู่กรณีปฏิบัติตามค าสั่งทางปกครองที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงได้มีการก าหนด มาตรการบังคับขึ้นในกรณีที่ผู้รับค าสั่งไม่ปฏิบัติตามค าสั่งทางปกครองโดยก าหนดให้เจ้าหน้าที่ผู้ท าค าสั่ง ทางปกครองอาจใช้มาตรการบังคับเพื่อให้มีการปฏิบัติตามค าสั่งได้การใช้มาตรการบังคับทางปกครองของ เจ้าหน้าที่มีหลักการส าคัญว่า การใช้มาตรการบังคับทางปกครองจะต้องกระท าเท่าที่จ าเป็น มีความชัดเจน แน่นอน (มาตรา ๕๖ วรรคสาม, มาตรา ๕๙ และมาตรา ๖๐) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของค าสั่ง ทางปกครอง และมาตรการดังกล่าวจะต้องใช้โดยให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด มาตรการบังคับทางปกครองกรณีค าสั่งทางปกครองให้กระท าการหรืองดเว้นกระท าการ เช่น สั่งให้ ยุติการกระท าที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย สั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ าทางสาธารณะ สั่งปิดโรงงาน ฯลฯ เป็นต้น หากมีการฝ่าฝืนค าสั่งดังกล่าวเจ้าหน้าที่อาจใช้มาตรการบังคับ ดังนี้


17 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ (๑) เข้าด าเนินการแทน เจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เจ้าหน้าที่มอบหมายอาจเข้าด าเนินการตาม ที่สั่งให้กระท านั้นเสียเอง และหากมีค่าใช้จ่ายใด จะต้องชดใช้ค่าใช้จ่าย และเงินเพิ่มร้อยละ ๒๕ ต่อปี ของค่าใช้จ่ายดังกล่าว (มาตรา ๕๘ (๑)) (๒) ให้ช าระค่าปรับทางปกครอง ตามจ านวนที่สมควรแก่เหตุ แต่ต้องไม่เกิน วันละ ๒๐,๐๐๐ บาท (มาตรา ๕๘ (๒)) ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะใช้มาตรการบังคับใด ๆ เจ้าหน้าที่จะต้องมีหนังสือเตือนให้มีการกระท าหรือ ละเว้นกระท าตามค าสั่งทางปกครองก่อนในระยะเวลาอันสมควร และในหนังสือเตือนจะต้องระบุมาตรการ บังคับให้ชัดแจ้ง และระบุมาตรการบังคับไว้เพียงมาตรการเดียว รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการที่เจ้าหน้าที่หรือ บุคคลที่ได้รับมอบหมายเข้าด าเนินการแทนหรือจ านวนค่าปรับ (มาตรา ๕๙) พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ถือเป็นกฎหมายกลางที่ทุกส่วน ราชการจะต้องถือปฏิบัติ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายอื่นได้ก าหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองในเรื่องใดไว้ โดยเฉพาะ และมีหลักเกณฑ์ที่ประกันความเป็นธรรม หรือมีมาตรฐานในการปฏิบัติราชการไม่ต่ ากว่า หลักเกณฑ์ที่ก าหนดในกฎหมายดังกล่าว พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการออกค าสั่งทางปกครองของ พนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนไว้ ตามที่ปรากฏในตารางการออกค าสั่งทางปกครองข้างต้น ซึ่งใน พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้ก าหนดเงื่อนเวลาในการปฏิบัติตามค าสั่งทางปกครองในเรื่องต่างๆ พอจ าแนกได้ดังนี้ ๑. กรณีที่กฎหมายบัญญัติว่า “ภายในระยะเวลาที่ก าหนด” เช่น มาตรา ๕๕ ให้นายทะเบียนมีอ านาจเพิกถอนใบอนุญาตผู้จัดการหอพักหรือแจ้งให้ผู้ประกอบ กิจการหอพักสถานศึกษาเปลี่ยนผู้จัดการหอพักใหม่ เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า ผู้จัดการหอพักผู้ใด (๑) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๕๑ (๒) ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ หรือมาตรา ๖๔ ในกรณีที่ผู้จัดการหอพักมีพฤติกรรมตาม (๒) ให้นายทะเบียนมีหนังสือเตือนให้แก้ไขหรือปฏิบัติ ให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่ก าหนด หากผู้จัดการหอพักไม่ปฏิบัติตามหนังสือเตือนดังกล่าว ให้นายทะเบียน มีค าสั่งเพิกถอนใบอนุญาตหรือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการหอพักสถานศึกษาเปลี่ยนผู้จัดการหอพักใหม่ ๒. กรณีที่กฎหมายบัญญัติว่า “อาจขยายระยะเวลาได้อีกไม่เกิน....วัน” เช่น มาตรา ๕๖ ในกรณีที่ผู้จัดการหอพักถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือพ้นจากหน้าที่ ให้ผู้ประกอบกิจการ หอพักแต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการหอพักแทน และแจ้งให้นายทะเบียนทราบ ทั้งนี้ภายในสามสิบวันนับแต่ วันที่ผู้จัดการหอพักถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือพ้นจากหน้าที่


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 18 ในกรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งผู้จัดการหอพักได้ภายในก าหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบ กิจการหอพักแจ้งให้นายทะเบียนทราบ ในการนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้จัดการหอพักตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง ให้ผู้ประกอบกิจการ หอพักหรือบุคคลตามมาตรา ๔๘ วรรคสอง ท าหน้าที่ผู้จัดการหอพักแทนได้และให้น าบทบัญญัติมาตรา ๔๘ วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม ๓. กรณีที่กฎหมายบัญญัติว่า “ภายใน...วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง” เช่น มาตรา ๖๖ ก่อนมีค าสั่งเพิกถอนใบอนุญ าตประกอบกิจการหอพักตามมาตรา ๖๕ ให้นายทะเบียนด าเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) .......................................... (๒) ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการหอพักเป็นห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคล และหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้จัดการหรือผู้แทนของนิติบุคคลขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ ให้มีหนังสือแจ้งให้ ผู้ประกอบกิจการหอพักแต่งตั้งบุคคลอื่นมาด ารงต าแหน่งแทนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง (๓) ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการหอพักเป็นบุคคลธรรมดาและขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการหอพักโอนใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก ให้แก่บุคคล ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ หรือสถานศึกษาภายในระยะเวลา ที่ก าหนด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง ๔. กรณีที่กฎหมายบัญญัติว่า “ไม่เกิน....วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง” เช่น มาตรา ๖๖ ก่อนมีค าสั่งเพิกถอนใบอนุญ าตประกอบกิจการหอพักตามมาตรา ๖๕ ให้นายทะเบียนด าเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) .......................................... (๒) .......................................... (๓) ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการหอพักเป็นบุคคลธรรมดาและขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ ให้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบกิจการหอพักโอนใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก ให้แก่บุคคล ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๓๕ หรือสถานศึกษาภายในระยะเวลาที่ ก าหนด แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง จะเห็นได้ว่าหากพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้ก าหนดระยะเวลาไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนปฏิบัติตามระยะเวลาที่กฎหมายได้ก าหนดไว้ ไม่อาจย่นหรือขยาย ระยะเวลานั้นได้ แต่หากกรณีที่กฎหมายไม่ได้ก าหนดระยะเวลาไว้ เช่นบทบัญญัติที่ระบุว่าภายในระยะเวลา


19 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ก าหนด ลักษณะเช่นนี้เป็นการให้อ านาจนายทะเบียนในการก าหนดระยะเวลาตามความเหมาะสม โดยให้ ค านึงถึงการด าเนินการของคู่กรณีประกอบด้วย และหากคู่กรณีผู้ได้รับผลกระทบจากค าสั่งทางปกครอง ด าเนินการไม่แล้วเสร็จนายทะเบียนก็สามารถใช้ดุลพินิจประกอบพยานหลักฐานจากการตรวจสอบ และ เจตนาของคู่กรณีในการขยายระยะเวลาได้ตามความเหมาะสมเป็นกรณีๆ ไป หากคู่กรณีได้ปฏิบัติตามค าสั่งทางปกครองครบถ้วนแล้ว นายทะเบียนสามารถยุติเรื่องได้ แต่หากคู่กรณีไม่ปฏิบัติตามค าสั่งทางปกครอง โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือนิ่งเฉยไม่ยอมปฏิบัติตามค าสั่ง ทางปกครอง ภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนก าหนด นายทะเบียนสามารถด าเนินการใช้มาตรการบังคับ ในทางปกครองแก่คู่กรณีได้ โดยให้เริ่มนับระยะเวลาในการไม่ปฏิบัติตามค าสั่งทางปกครองนับถัดจากวันที่ ครบก าหนดระยะเวลาตามที่นายทะเบียนหรือกฎหมายได้ก าหนดระยะเวลาไว้ ***ข้อสังเกตกรณีค่าปรับทางปกครอง พระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ เช่น มาตรา ๗๖ ผู้ใดใช้ค าว่า “หอพัก” ในสถานที่ของตนโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ หอพัก ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกวันละไม่เกินห้าพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ เป็นต้น ปรับอีกวันละไม่เกินวันละห้าพันบาทตลอดระยะเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ถือว่าเป็นค่าปรับทางปกครอง ที่มิใช่โทษในทางอาญา แต่ในพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มิได้มีบทบัญญัติที่วางหลักเกณฑ์ในเรื่องการ บังคับโทษปรับทางปกครองไว้เป็นการเฉพาะให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนได้ปฏิบัติ ดังเช่น พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่วนที่ ๒ โทษปรับทางปกครอง มาตรา ๔๙ วรรคสาม “หลักเกณฑ์ในการพิจารณาโทษทางปกครองให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรี ประกาศก าหนด และถ้าผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ยอมช าระค่าปรับทางปกครอง ให้น าบทบัญญัติ เกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม และในกรณีไม่มีเจ้าหน้าที่ด าเนินการบังคับตามค าสั่ง ให้นายทะเบียนมีอ านาจฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อ บังคับช าระค่าปรับ ในการนี้ถ้าศาลปกครองเห็นว่าค าสั่งให้ช าระค่าปรับนั้นชอบด้วยกฎหมายก็ให้ศาล ปกครองมีอ านาจพิจารณาพิพากษาและบังคับให้มีการยึดหรืออายัดทรัพย์สินขายทอดตลาดช าระค่าปรับได้” หรือ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ ส่วนที่ ๒ โทษทางปกครอง มาตรา ๘๕ “ในการพิจารณาออกค าสั่งลงโทษปรับทางปกครอง ให้คณะกรรมการค านึงถึง ความร้ายแรงแห่งพฤติกรรมที่กระท าผิด


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 20 ในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษปรับทางปกครองไม่ยอมช าระค่าปรับทางปกครอง ให้น าบทบัญญัติ เกี่ยวกับการบังคับทางปกครองตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับโดยอนุโลม และในกรณีที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ด าเนินการบังคับตามค าสั่ง หรือมีแต่ไม่สามารถด าเนินการบังคับทางปกครองได้ ให้คณะกรรมการมีอ านาจฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อบังคับช าระค่าปรับ ในการนี้ถ้าศาลปกครองเห็นว่า ค าสั่งให้ช าระค่าปรับนั้นชอบด้วยกฎหมายให้ศาลปกครองมีอ านาจพิจารณาพิพากษา และบังคับให้มีการยึด หรืออายัดทรัพย์สินขายทอดตลาดเพื่อช าระค่าปรับได้” กฎหมายดังกล่าวได้ก าหนดหลักเกณฑ์ของค่าปรับทางปกครอง มาตรการบังคับเกี่ยวกับ ค่าปรับทางปกครอง ไว้อย่างชัดเจนทั้งในกฎหมายแม่บทและในกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ ที่ให้อ านาจ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องด าเนินการในส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตามค่าปรับรายวันในทางปกครองจะปรากฏอยู่รวมกับ ความรับผิดทางอาญาซึ่งก าหนดโทษทางอาญาไว้ หากพบความผิดในกรณีดังกล่าว นายทะเบียน ก็ต้อง ด าเนินการออกค าสั่งทางปกครองเพื่อให้คู่กรณีปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาหากยังไม่ด าเนินการ ถือว่า คู่กรณีเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหา (โปรดดูเรื่อง เปรียบเทียบ และเรื่องการด าเนินคดี) แก่คู่กรณีเพื่อด าเนินการในส่วนอื่นที่เกี่ยวเนื่องกันต่อไป ๒. กำรด ำเนินคดี ความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ถือว่าเป็นความผิดอาญาอันยอมความไม่ได้ หรือความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งหมายถึงคดีอาญาประเภทที่นอกจากจะท าให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย โดยตรงแล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและสังคม โดยส่วนรวมอีกด้วย เช่นเดียวกับความผิดฐานลัก ทรัพย์วิ่งราวทรัพย์ชิงทรัพย์ปล้นทรัพย์ ท าร้ายร่างกาย ฆ่าผู้อื่น วางเพลิงเผาทรัพย์ขับรถประมาท เป็นต้น ซึ่งความผิดอาญาแผ่นดินนี้แม้ผู้เสียหายไม่ติดใจด าเนินคดีกับผู้กระท าผิด ก็ไม่ท าให้คดีระงับ เจ้าพนักงาน ของรัฐก็สามารถด าเนินคดีกับผู้กระท าผิดต่อไปได้ โดยที่ผู้เสียหายไม่จ าเป็นต้องร้องทุกข์ก่อนแต่อย่างใด เมื่อความผิดอาญาได้เกิดขึ้นรัฐสามารถใช้อ านาจตามกฎหมายได้ทันที ไม่ต้องไปฟ้องคดีให้ศาล ตัดสินก่อน เช่น นายแดงก าลังท าร้ายร่างกายนายด าอยู่ ต ารวจสามารถจับนายแดงได้ทันทีไม่ต้องไปฟ้อง ศาลก่อน แต่การจะลงโทษนายแดงตามกฎหมายได้นั้นต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ว่าผู้กระท าความผิดนั้น เป็นผู้ที่ได้กระท าความผิดจริงตามขั้นตอน กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเสียก่อน โดยหลักการด าเนิน คดีอาญานั้น ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจ าเลยนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะแน่ใจว่าจ าเลยได้กระท า ความผิดจริง ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ (๑) ชั้นก่อนฟ้องคดี ก่อนที่คดีอาญาจะขึ้นสู่การพิจารณาของศาลต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน โดยแต่ละ ขั้นตอนสร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์ในการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อให้การด าเนินคดีกับผู้ต้องหา


21 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระท าความผิดนั้นมีน้ าหนักน่าเชื่อได้ว่าผู้ต้องหากระท าความผิดจริง อันจะน าไปสู่การ ฟ้องร้องและพิจารณาลงโทษของศาลในอนาคต ๑.๑) ขั้นตอนการร้องทุกข์กล่าวโทษ ความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน หรือความผิด อันยอมความไม่ได้ ผู้เสียหายไม่จ าต้องไปร้องทุกข์ก่อน หากมีการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนก็สามารถ ด าเนินคดีอาญาได้เลย ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการกล่าวโทษ คือนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ แม้กระทั่งบุคคลหนึ่งบุคคลใดก็ได้ ทั้งสามารถกล่าวโทษได้ต่อทั้งพนักงานสอบสวนและนายทะเบียนหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวนที่จะมีอ านาจในการด าเนินคดีตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้น จ าต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘ กล่าวคือ พนักงานสอบสวนมี อ านาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิด หรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอ านาจของตน หรือผู้ต้องหามี ที่อยู่ หรือถูกจับภายในเขตอ านาจของตนได้ ดังนั้นจึงต้องร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในเขตการสอบสวนที่เป็นที่ตั้งของหอพักที่มีการ กระท าความผิด ไม่ใช่สถานที่ตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑.๒) ขั้นตอนการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อมีการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสอบสวน ในการด าเนินคดีอาญาโดยรัฐ นั้นกฎหมายห้ามไม่ให้พนักงานอัยการฟ้องคดีหากคดีนั้นไม่ได้มีการสอบสวนโดยชอบตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 ผู้ที่มีอ านาจท าการสอบสวนคือพนักงานสอบสวน การสอบสวนนั้นคือ การที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่สามารถจะท าได้ เพื่อประสงค์จะทราบ ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา เพื่อจะรู้ตัวผู้กระท าผิดและพิสูจน์ให้เห็น ความผิดหรือความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหา การด าเนินการในชั้นสอบสวนนั้นพนักงานสอบสวนจะต้องท าการแจ้งข้อกล่าวหาให้แก่ผู้ต้องหา ได้ทราบว่าเขาท าผิดข้อหาอะไร และจะต้องแจ้งสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมายให้แก่ผู้ต้องหาทราบด้วยเช่นกัน เช่น สิทธิที่จะไม่ให้การใด ๆ เลยก็ได้ สิทธิในการมีทนายความ หากผู้ต้องหาไม่มีทนายความรัฐก็ต้องจัดหา ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงการได้รับการปล่อยชั่วคราวในระหว่างการสอบสวน ในกรณีที่มีความจ าเป็น จะต้องควบคุมผู้ต้องหาไว้เพื่อท าการสอบสวนต้องเป็นกรณีที่มีความจ าเป็นต่อการด าเนินคดี ทั้งนี้เพื่อให้ ผู้ต้องหานั้นได้มีสิทธิในการต่อสู่คดีได้อย่างเต็มที่ เมื่อพนักงานสอบสวนท าการสอบสวนเสร็จ พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ต้องสรุปส านวน การสอบสวนพร้อมทั้งความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ เพื่อให้พนักงาน อัยการพิจารณาสั่งคดีต่อไป


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 22 ๑.๓) ขั้นตอนการสั่งคดีของพนักงานอัยการ การสั่งคดีเป็นอ านาจหน้าที่ของพนักงานอัยการซึ่งท าหน้าที่ในฐานะทนายแผ่นดิน ด าเนินคดี ในชั้นศาลแทนรัฐ การสั่งคดี คือการที่พนักงานอัยการพิจารณาใช้ดุลพินิจการสั่งคดีอาญาว่าคดีอาญาที่ เกิดขึ้นนั้นมีมูลที่จะฟ้องร้องต่อศาลต่อไปหรือไม่ โดยพิจารณาจากส านวนการสอบสวนที่พนักงานสอบสวน ได้ส่งมาพร้อมพยาน หลักฐานที่รวบรวมมาทั้งหมด หากพนักงานอัยการเห็นว่าคดีอาญานั้นไม่มีมูลที่จะ ฟ้องร้อง (เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้กระท าความผิด) พนักงานอัยการอาจมีค าสั่งไม่ฟ้องหรือสั่งให้พนักงาน สอบสวนท าการสอบสวนเพิ่มเติมได้ หรือหากว่าพนักงานอัยการเห็นว่าตามส านวนการสอบสวนและ พยานหลักฐานนั้นเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ต้องหาได้กระท าผิดจริงก็มีค าสั่งฟ้องคดีและน าตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้องยัง ศาลที่มีเขตอ านาจต่อไป (๒) ชั้นฟ้องคดีต่อศาล เมื่อพนักงานอัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว ก็จะยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลที่มีเขตอ านาจ เมื่อศาลประทับรับฟ้องไว้พิจารณา ถือได้ว่าคดีอาญานั้นเข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้ว สถานะของผู้ต้องหา ก็จะกลายเป็นจ าเลย โดยการพิจารณาและสืบพยานในศาลจะต้องให้ท าโดยเปิดเผย หมายความว่า ประชาชนโดยทั่วไปสามารถเข้าไปฟังการพิจารณาคดีอาญาของศาลได้ ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชน สามารถ ตรวจสอบการพิจารณาของศาลว่าเป็นไปโดยยุติธรรมหรือไม่และการสืบพยานจะต้องกระท าต่อหน้าจ าเลยด้วย ทั้งนี้เพื่อให้จ าเลยสามารถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ และศาลก็จะมีค าพิพากษา หากศาลเห็นว่าจ าเลยกระท า ความผิดจริง ก็จะพิพากษาลงโทษ ตามโทษในทางอาญาที่กฎหมายก าหนดไว้ หากศาลพิจารณาเห็นว่า จ าเลยไม่ได้กระท าความผิดก็จะพิพากษายกฟ้อง อนึ่ง หากศาลมีค าพิพากษาปรับและปรับรายวันตามโทษที่ก าหนดไว้ในพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ จะมิใช่กรณีของการเปรียบเทียบตามมาตรา ๘๕ เพราะมิใช่เป็นการเปรียบเทียบของ คณะกรรมการ แต่เป็นการปรับซึ่งเป็นโทษตามค าพิพากษาของศาลซึ่งจะต้องมีการบังคับโทษปรับในทาง อาญาตามกระบวนการของศาลต่อไป แต่หากเป็นเรื่องของการเปรียบเทียบโดยพนักงานสอบสวน ซึ่งกรณีมิใช่นายทะเบียนหรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ก็จ าต้องพิจารณาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๗ คดีอาญาเลิกกันได้ ดังต่อไปนี้ (๔) ในคดีซึ่งเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายอื่น เมื่อผู้ต้องหาได้ช าระค่าปรับตามค าเปรียบเทียบ ของพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว


23 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ กรณีความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นกรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗ (๔) ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบตามกฎหมายอื่นที่มิใช่ประมวลกฎหมายอาญา และเป็นอ านาจ ของคณะกรรมการเปรียบเทียบ ซึ่งถือว่าเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอ านาจในการ เปรียบเทียบ จึงต้องส่งส านวนการสอบสวนดังกล่าวกลับไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอ านาจหน้าที่ ในการควบคุมดูแลหอพัก หรือหอพักอยู่ในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อให้ส่งเรื่องไปยัง เลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อให้มีมติในการประชุมคณะกรรมการเปรียบเทียบต่อไป ซึ่งลักษณะการด าเนินการจะเป็นไปตามขั้นตอนการเปรียบเทียบ ในชั้นการพิจารณาสั่งคดีของพนักงานอัยการก็เช่นกัน หากพนักงานสอบสวน ส่งส านวนมายัง พนักงานอัยการแล้ว และเป็นกรณีที่พนักงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าจ าเลยกระท าความผิดและ มีค าสั่งฟ้อง ซึ่งความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นความผิดที่เปรียบเทียบได้หาก พนักงานอัยการเห็นสมควรพนักงานอัยการมีอ านาจ ดังต่อไปนี้ (๑) สั่งให้พนักงานสอบสวนพยายามเปรียบเทียบคดีนั้น แทนการที่จะส่งผู้ต้องหาไปยัง พนักงานอัยการ (๒) เมื่อผู้ต้องหาถูกส่งมายังพนักงานอัยการแล้ว สั่งให้ส่งผู้ต้องหาพร้อมด้วยส านวนกลับไปยัง พนักงานสอบสวนให้พยายามเปรียบเทียบคดีนั้น หรือถ้าเห็นสมควรจะสั่งให้พนักงานสอบสวนอื่นที่มีอ านาจ จัดการเปรียบเทียบให้ก็ได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๔๔ ซึ่งพนักงานอัยการมิใช่ คณะกรรมการเปรียบเทียบ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ หากเห็นว่าคดีควรที่จะท าการ เปรียบเทียบ จึงต้องส่งส านวนให้พนักงานสอบสวนเพื่อให้ด าเนินการปฏิบัติตามขั้นตอนการเปรียบเทียบ ต่อไป ๓. กำรเปรียบเทียบปรับ วิธีกำรเปรียบเทียบ ข้อ ๑ เมื่อเกิดกรณีการกระท าความผิดขึ้น พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียนพิจารณาแล้ว มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระท าความผิดเกิดขึ้น ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้กล่าวหา พร้อมทั้งให้จัดท าบันทึกค าให้การผู้ถูกกล่าวหา บันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวหา/พยาน บันทึกค าให้การผู้ถูก กล่าวหา ในกรณีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหา พนักงานเจ้าหน้าที่พึงกระท า โดยเปิดเผยต่อหน้า ผู้ถูกกล่าวหาและให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อไว้ในบันทึกดังกล่าวด้วยความยินยอม


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 24 ข้อ ๒ หากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน เห็นว่าการกระท าความผิดดังกล่าวเข้า องค์ประกอบ ความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ แล้ว ซึ่งการกระท าความผิดดังกล่าวสามารถ เปรียบเทียบได้ก็ให้ด าเนินการ ดังนี้ (๑) ออกหนังสือเรียกตัวผู้ที่กระท าความผิดมาพบ ผู้ที่กระท าความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้นมีหลายประเภท กล่าวคือ ในพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มีบทบัญญัติที่ก าหนดความผิดและโทษที่เกี่ยวข้องเนื่องจากการ ประกอบกิจการหอพักตั้งแต่มาตรา ๕๘ จนถึงมาตรา ๑๐๐ ซึ่งบทก าหนดโทษในแต่ละมาตราสามารถ จ าแนกบุคคลผู้ที่จะต้องรับโทษตามกฎหมายออกได้เป็น ๔ กลุ่มดังนี้ กลุ่มที่ ๑ ผู้ประกอบกิจการหอพัก หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก กลุ่มที่ ๒ ผู้จัดการหอพัก หมายความว่า ผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลหอพักสถานศึกษาหรือหอพัก เอกชน กลุ่มที่ ๓ สถานศึกษา หมายความว่า โรงเรียน วิทยาลัย สถาบัน มหาวิทยาลัยที่จัดการศึกษา ในระบบ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึงสถาบันหรือมหาวิทยาลัยของรัฐ ที่จัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา กลุ่มที่ ๔ บุคคลทั่วไป (ผู้ใด) กรณีนี้เป็นผู้ใดที่มิใช่ทั้งผู้ประกอบกิจการหอพักและผู้จัดการ หอพัก ซึ่งจะรวมทั้งบุคคลผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการหอพัก และบุคคลผู้ได้รับใบอนุญาต เป็นผู้จัดการหอพัก ต่อมาภายหลัง (ในวันที่พบการกระท าความผิด) ขาดต่ออายุใบอนุญาติหรือใบอนุญาต ทั้งสองกรณีดังกล่าวสิ้นอายุไปแล้ว ซึ่งจะส่งผลให้บุคคลเหล่านี้มิใช่บุคคลตามกลุ่มที่ ๑ และกลุ่มที่ ๒ บุคคลทั้ง ๔ ประเภทดังกล่าว มีทั้งกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งหากการกระท า ความผิดของห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลนั้น เกิดจากการสั่งการ หรือการกระท าของบุคคลใด หรือไม่สั่งการ หรือไม่กระท าการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระท าของหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลใด ซึ่ง รับผิดชอบในการด าเนินงานของห้างหุ้นส่วนหรือนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ส าหรับ ความผิดนั้นๆ ตามกฎหมายด้วย


25 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ตำรำงจ ำแนก “บุคคลที่ต้องรับโทษ” ตำมพระรำชบัญญัติหอพัก พ.ศ.๒๕๕๘ บุคคลที่ต้องรับโทษ ฐานความผิด มาตรา ผู้ประกอบกิจการหอพัก รับผู้พักไม่เป็นไปตามประเภทของหอพักตามมาตรา ๘ ๗๗ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙ ๗๘ เรียกเก็บเงินค่าเช่าล่วงหน้าหรือเงินประกันเกินอัตราที่ก าหนด ไว้ในมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ หรือไม่น าเงินค่าเช่าล่วงหน้า หักเป็นค่าเช่าตามที่ก าหนดไว้ใน มาตรา ๑๐ ๗๙ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๒ หรือมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ๘๔ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง ๘๕ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสี่ ไม่แจ้งต่อน ายท ะเบี ยน ต าม ระยะเวล าที่ ก าหน ดไว้ใน มาตรา ๔๘ วรรคสาม มาตรา ๔๙ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม หรือมาตรา ๕๖ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๗ ๙๐ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๘ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๒ หรือมาตรา ๖๓ วรรคสี่ ๙๑ ผู้ ป ร ะก อ บ กิ จ ก า รห อพั ก เอกชน ฝ่าฝืนมาตรา ๓๖ วรรคหนึ่ง ๘๓ ผู้ใด ใช้ค าว่า “หอพัก” ในสถานที่ของตนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบกิจการ ๗๖ ไม่คืนค่าเช่าล่วงหน้าหรือเงินประกันให้แก่ผู้พักตามหลักเกณฑ์ และระยะเวลา ที่ก าหนดไว้ในมาตรา ๑๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ หรือมาตรา ๖๙ แล้วแต่กรณี ๘๐ ฝ่าฝืนมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง ๘๒ ฝ่าฝืนมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง ๘๘


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 26 บุคคลที่ต้องรับโทษ ฐานความผิด มาตรา ขัดขวางหรือไม่ปฏิบัติตามค าสั่งของนายทะเบียนหรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๗๐ หรือไม่อ านวยความสะดวกแก่ นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ๙๓ สถานศึกษา ฝ่าฝืนมาตรา ๒๗ วรรคหนึ่ง ๘๑ ผู้ จัดการหอพั กของหอพั ก เอกชน ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ผู้จัดการหอพักหรือผู้ซึ่งได้รับ มอบหมายให้ปฏิบัติหน้ าที่ แทนผู้จัดการหอพัก ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๒ มาตรา ๖๓ วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา ๖๔ ๙๒ (๒) เมื่อผู้ที่กระท าความผิดมาอยู่ต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียนแล้ว ให้ด าเนินการดังนี้ ๑. สอบถามชื่อ สกุล อายุ ที่อยู่ อาชีพของผู้กระท าความผิด ๒. แจ้งสิทธิตามกฎหมายที่ผู้กระท าความผิดพึงได้รับ ในกรณีของการแจ้งสิทธิดังกล่าวนี้ไม่มีกฎหมายที่ก าหนดไว้เป็นการเฉพาะในพระราชบัญญัติ หอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ แต่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๘๔, ๑๓๔, ๑๓๔/๔ และ ๑๓๕ ได้ก าหนดสิทธิของผู้ถูกจับ และสิทธิของผู้ต้องหาไว้ จึงพอจะอนุโลมน ามาใช้ในขั้นตอนของการ เปรียบเทียบได้ ดังนี้ ๑. ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยค าที่ผู้ต้องหาให้การนั้น อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ ๒. ผู้กระท าความผิดมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากค าตนได้ ๓. ถ้าผู้กระท าความผิดมีความประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุม ที่สามารถด าเนินการได้โดยสะดวกและไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุม ผู้ถูกจับหรือท าให้ เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ก็ให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ถูกจับด าเนินการได้ตามสมควรแก่ กรณีในการนี้ให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นบันทึกการจับดังกล่าวไว้ด้วย ๔. ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม


27 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ๕. พนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อเท็จจริง อันเป็น ประโยชน์แก่ตนได้ ๖. ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนท าหรือจัดให้ท าการใดๆ ซึ่งเป็นการให้ค ามั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้ก าลังบังคับ หรือกระท าโดยมิชอบประการใดๆ เพื่อจูงใจให้เขาให้การอย่างใดๆ ใน เรื่องที่ต้องหานั้น การแจ้งสิทธิดังกล่าว เป็นการแจ้งสิทธิตามกฎหมายที่ผู้ที่กระท าความผิดพึงจะได้รับ เพื่อเป็นหลักประกันตามมาตรฐานของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้ง ยังจะเป็นการด าเนินการป้องกันการถูกร้องเรียน การฟ้องร้องพนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนในการ ด าเนินการดังกล่าว จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ พนักงานเจ้าหน้าที่และนายทะเบียนจึงพึงต้องด าเนินการ ซึ่ง สิทธิดังกล่าวหากผู้กระท าความผิดไม่ประสงค์ที่จะใช้สิทธินั้นๆ แล้ว ก็ถือว่าผู้กระท าความผิดสละเงื่อนไข จึง ต้องบันทึกไว้ในเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย แต่หากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน มีหนังสือเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระท าความผิด ให้มาพบแล้วไม่มาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรตามดุลพินิจการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนาย ทะเบียนถือว่าเป็นกรณีที่ผู้กระท าความผิดไม่ยินยอมที่จะเปรียบเทียบคดีตามกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และ นายทะเบียนพิจารณาพยานหลักฐานที่เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริงของผู้กระท าความผิด โดยมีอ านาจด าเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) แสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม (๒) รับฟังพยานหลักฐาน ค าชี้แจง หรือความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เว้นแต่ นายทะเบียนเห็นว่า เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่จ าเป็นฟุ่มเฟือยหรือเพื่อประวิงเวลา (๓) ขอให้ผู้ครอบครองเอกสารส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง (๔) ออกไปตรวจสถานที่หรือมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดออกไปตรวจสถานที่ หากพนักงานเจ้าหน้าและนายทะเบียนเห็นว่าพยานหลักฐานครบถ้วนตามข้อกล่าวหาแล้วก็ให้ ด าเนินการร้องทุกข์ด าเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนตามกฎหมายได้ต่อไป ในการพิจารณาด าเนินการเปรียบเทียบ พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนจะต้องมีการ บันทึกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อรวมเป็นส านวนการสอบสวนคดี อันประกอบด้วย ๑. ส าเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ๒. บัตรประจ าตัวประชาชนของผู้ถูกกล่าวหา ๓. รายงานการตรวจสอบ


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 28 ๔. รายงานการสอบสวน ๕. บันทึกค าให้การผู้ถูกกล่าวหา ๖. บันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวหา/พยาน ๗. ภาพถ่าย (ถ้ามี) ๘. เอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง อนึ่ง ในการด าเนินการตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ จะมีเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการด าเนินงานอยู่ ๒ คน คือพนักงานเจ้าหน้าที่ และนายทะเบียน ซึ่งหากการด าเนินการในส่วนใดเป็น อ านาจของนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่ก็พึงที่จะด าเนินการเสนอเรื่องเพื่อให้นายทะเบียนเห็นชอบ หรือ สั่งการในเรื่องที่เกี่ยวข้องดังกล่าวก่อนที่จะด าเนินการเสมอ โดยสามารถสังเกตได้จากบทบัญญัติ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่ได้ก าหนดอ านาจหน้าที่ของนายทะเบียน และพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ (๓) แจ้งการกระท า (พฤติการณ์ที่ตรวจสอบพบ) แก่ผู้ที่กระท าความผิด ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระท าความผิด (ตารางจ าแนก “บุคคลที่ต้องรับโทษ” ตามพระราชบัญญัติ หอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘) เป็นสิทธิเฉพาะตัวโดยแท้ ไม่อาจมอบอ านาจให้ผู้ใดมาด าเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับคดีได้ ยกเว้นในกรณีของนิติบุคคลซึ่งมีผู้แทนนิติบุคคล ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๓๓ จะเป็นผู้แทนตามกฎหมาย ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระท าความผิดจึงต้องมาพบพนักงาเจ้าหน้าที่ หรือ นายทะเบียนด้วยตนเองเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา พนักงานเจ้าหน้าที่ และนายทะเบียนต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ของผู้กระท า ความผิดดังกล่าวนั้นว่าเข้าองค์ประกอบของมาตราใด เป็นความผิดและต้องรับโทษเช่นใด (ปรับบทกฎหมาย ว่าต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายใดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘) ซึ่งจะต้องปรากฏหลักฐาน ข้อเท็จจริงตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระท าผิดตามข้อหานั้น จากนั้นจึงแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การกระท าที่กล่าวหาว่าผู้ผู้ถูกกล่าวหาได้กระท าผิดแล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบ เมื่อผู้ที่ถูกกล่าวหาเต็มใจให้ การอย่างใด ก็ให้จดค าให้การไว้ ถ้าผู้ที่ถูกกล่าวหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้ด้วย ในการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าว ให้ท าเป็นหนังสือระบุ วัน เดือน ปี ที่แจ้งข้อกล่าวหา ลงลายมือชื่อ และต าแหน่งของนายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีอ านาจในการแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้ง ต้องจัดให้มีเหตุผลในการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวไว้ด้วย และเหตุผลนั้นอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (๑) ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระส าคัญ (๒) ข้อกฎหมายที่อ้างอิง (๓) ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจ (๔) แจ้งว่าความผิดตามพระราชบัญญัตินี้สามารถด าเนินการเปรียบเทียบได้


29 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ สถานะทางกฎหมายของผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระท าความผิด หลังจากที่มีการด าเนินการตามข้อ ๑ ถึง ๓ เสร็จสิ้นแล้ว จะเป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” ตามกฎหมาย กล่าวคือเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระท าความผิดแต่ ยังไม่ได้ถูกฟ้องต่อศาล การพิจารณาการเปรียบเทียบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน อาศัยความยินยอมของ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นสาระส าคัญ ซึ่งต้องเป็นไปตามตารางหลักเกณฑ์ ดังนี้ ตำรำงหลักเกณฑ์กำรเปรียบเทียบ ที่ ผู้ถูกกล่าวหา อ านาจการเปรียบเทียบ ๑ รับสารภาพ และยินยอมให้มีการเปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้ ๒ รับสารภาพ แต่ไม่ยินยอมให้มีการเปรียบเทียบ เปรียบเทียบไม่ได้ ๓ ให้การปฏิเสธ เปรียบเทียบไม่ได้ ๔ ความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องรับโทษตาม บทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ หาก ความผิดตามบทหนักเปรียบเทียบไม่ได้ เปรียบเทียบไม่ได้ ๕ ความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องรับโทษตาม บทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ หาก ความผิดตามบทหนักเปรียบเทียบได้ เปรียบเทียบได้ ๖ ความผิดหลายกรรมต่างกัน ซึ่งต้องรับโทษทุกกระทง ความผิดตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ สามารถแยกฐานความผิดแต่ละกรรมได้ พิจารณาแยกตามฐานความผิด ฐานความผิดที่เปรียบเทียบได้ ให้ท าการเปรียบเทียบ ฐานความผิดที่ไม่สามารถเปรียบเทียบ ได้ ให้ด าเนินคดี ๗ กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งร่วมกันกระท าความผิดหลายคนใน ฐานความผิดเดียวกัน พิจารณาผู้ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล ผู้ถูกกล่าวหาที่รับสารภาพและยินยอมให้เปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้ ผู้ถูกกล่าวหาที่รับสารภาพ แต่ไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ เปรียบเทียบไม่ได้ ผู้ถูกกล่าวหาที่ปฏิเสธ เปรียบเทียบไม่ได้ ในกรณีนี้ต้องพิจารณาหลักเกณฑ์การกระท ากรรมเดียวและหลายกรรมตามข้อ ๔ - ๖ ด้วยทุกครั้ง


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 30 (๔) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพึงตรวจสอบประวัติของผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการกระท า ความผิด เฉพาะความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๐๗ และพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อเท็จจริงและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ปรากฏข้อมูลของหน่วยงาน แล้วสรุปผลการตรวจสอบส่ง ให้คณะกรรมการเพื่อใช้เป็นข้อมูล ประกอบการพิจารณาเปรียบเทียบ (๕) นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเรื่องให้คณะกรรมการเปรียบเทียบในเขต กรุงเทพมหานคร ผ่านกรมกิจการเด็กและเยาวชนในฐานะผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ในเขตจังหวัดอื่น ผ่านพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ในฐานะกรรมการและ เลขานุการ เนื่องด้วยคณะกรรมการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ถูกก าหนดขึ้น ตามมาตรา ๙๔ และมาตรา ๙๕ ไม่ได้มีสถานะหน่วยงานของคณะกรรมการเปรียบเทียบโดยตรง อย่างไรก็ ตามกฎหมายได้ก าหนดให้ในเขตกรุงเทพมหานคร กรมกิจการเด็กและเยาวชนในฐานะผู้แทนกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในเขตจังหวัดอื่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นเลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบ ซึ่งจะเป็นผู้ก าหนดวาระการประชุม และรายละเอียดในการ ประชุมอื่นๆ รวมถึง เบี้ยประชุมคณะกรรมการ จึงต้องส่งหนังสือและเอกสารที่เกี่ยวข้องอื่นให้ทางหน่วยงาน ของกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบ เพื่อให้ทางหน่วยงานได้มีหนังสือเชิญประชุม คณะกรรมการ และมีมติในการประชุมต่อไป (๖) ในการพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการในการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติ หอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ นั้นจะต้องถือข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามหนังสือที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ส่งมา หากปรากฏว่าข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วนที่จะเพียงพอในการวินิจฉัย คณะกรรมการจะมีมติให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นได้แสวงหาข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการกระท าดังกล่าวเพิ่มเติมตาม ที่เห็นสมควร เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนเพียงพอในการวินิจฉัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องด าเนินการตามที่คณะกรรมการเปรียบเทียบมีมติ เมื่อด าเนินการเสร็จแล้วจึงส่งเรื่องกลับไปยัง ฝ่ายเลขานุการอีกครั้ง หากคณะกรรมการเปรียบเทียบมีมติก าหนดอัตราค่าปรับแล้วจะส่งเรื่องกลับมาให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าของส านวนเพื่อให้ด าเนินการเปรียบเทียบผู้กระท าความผิด เมื่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้รับเรื่องแล้วให้มีหนังสือแจ้ง ผู้ถูกกล่าวหามาช าระ ค่าปรับตามจ านวนที่คณะกรรมการท าการเปรียบเทียบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจาก เลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบ หาก (๑.) กรณีผู้ถูกกล่าวหาได้ช าระเงินค่าปรับตามจ านวนที่เปรียบเทียบภายในก าหนดเวลา ดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา


31 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ (๒.) กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบแล้วแต่ไม่ยินยอมช าระเงินค่าปรับภายใน ก าหนดเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้เป็นเจ้าของเรื่องด าเนินคดีต่อไป หากผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ช าระเงินค่าปรับตามจ านวนที่คณะกรรมการเปรียบเทียบภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบแล้ว ก็ไม่ถือว่าคดีเลิกกันตามกฎหมาย พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือนายทะเบียน ไม่มีอ านาจขยายระยะเวลาในการช าระค่าปรับดังกล่าวออกไปได้ ถือว่าเป็นระยะเวลาบังคับให้ผู้ถูกกล่าวหา ด าเนินการ ซึ่งหากไม่ช าระค่าปรับภายในก าหนดแล้ว พนักงานเจ้าหน้าที่หรือนายทะเบียนสามารถด าเนินการ ร้องทุกข์ตามกฎหมาย แต่หากผู้กล่าวหายังประสงค์หรือยินยอมที่จะช าระค่าปรับ ก็ต้องส่งเรื่องให้ เลขานุการคณะกรรมการเปรียบเทียบเพื่อประชุมคณะกรรมการและมีมติในการก าหนดค่าปรับอีกครั้ง ซึ่งค่าปรับอาจจะเพิ่มขึ้นจากอัตราค่าปรับเดิมก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการเปรียบเทียบ (๗) การรับเงิน การเก็บรักษาเงิน และการน าเงินค่าปรับในการเปรียบเทียบส่งคลัง ให้ถือ ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้น และให้ผู้รับเงินค่าปรับออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา และให้ผู้ถูก กล่าวหาหรือผู้ได้รับมอบอ านาจให้มาช าระค่าปรับ ลงลายมือชื่อ ไว้เป็นหลักฐานในคู่ฉบับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่เก็บรักษาไว้ด้วย (๘) แจ้งผลการด าเนินงานไปยังหน่วยงานของฝ่ายเลขานุการ (ในเขตกรุงเทพมหานคร คือ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และในเขตจังหวัด คือ ส านักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด) (๙) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบันทึกข้อมูลผู้ถูกกล่าวหาว่ากระท าความผิดลงใน สารบบฐานข้อมูลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประวัติการกระท าความผิดตามพระราชบัญญัติ หอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ แล้วเก็บไว้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ในการรายงานข้อมูล และ ตรวจสอบประวัติการกระท าความผิดตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 32


33 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ บทที่ ๓ กำรบังคับใช้มำตรกำรทำงกฎหมำย ส่วนที่ 1 ตารางขั้นตอน และแผนภูมิการด าเนินการเปรียบเทียบ การด าเนินคดี และการออกค าสั่งทาง ปกครอง ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ แผนภูมิการด าเนินการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย แผนภูมิขั้นตอนการเปรียบเทียบ แผนภูมิขั้นตอนการด าเนินคดี แผนภูมิขั้นตอนการออกค าสั่งทางปกครอง ตารางขั้นตอนการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย ตารางขั้นตอนการเปรียบเทียบ ตารางขั้นตอนการด าเนินคดี ตารางขั้นตอนการออกค าสั่งทางปกครอง ส่วนที่ 2 รายละเอียดตัวอย่างหนังสือราชการ เอกสารที่ช่วยในการปฏิบัติงานของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน การเปรียบเทียบ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ตัวอย่างรายงานการตรวจสอบ (ตัวอย่างแบบ ปท.๑) ตัวอย่างบันทึกถ้อยค าผู้กล่าวหาหรือพยาน (ตัวอย่างแบบ ปท.๒) ตัวอย่างบันทึกค าให้การของผู้ถูกกล่าวหา (ตัวอย่างแบบ ปท.๓) ตัวอย่างบันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวหา (ตัวอย่างแบบ ปท.๔) ตัวอย่างรายงานการสอบสวน (ตัวอย่างแบบ ปท.๕) ตัวอย่างค าสั่งให้แก้ไขความไม่ถูกต้องในการประกอบกิจการหอพัก (ตัวอย่างแบบ ปท.๖) ตัวอย่างค าสั่งนายทะเบียนให้ปรับปรุงแก้ไขหอพัก (ตัวอย่างแบบ ปท.๗) ตัวอย่างค าสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต (ตัวอย่างแบบ ปท.๘)


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 34 ตัวอย่างหนังสือร้องทุกข์ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น (ตัวอย่างแบบ ปท.๙) ตัวอย่างหนังสือแจ้งผู้ถูกกล่าวหาให้มาพบ รับทราบข้อกล่าวหา (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๐) ตัวอย่างหนังสือถึงคณะกรรมการขอให้เปรียบเทียบ (ตัวอย่างแบบ ปท. ๑๑) ตัวอย่างหนังสือเชิญประชุม (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๒) ตัวอย่างระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการเปรียบเทียบ (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๓) ตัวอย่างแบบเปรียบเทียบก าหนดอัตราค่าปรับ (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๔) ตัวอย่างหนังสือแจ้งให้ท้องถิ่นสอบสวนเพิ่มเติม (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๕) ตัวอย่างหนังสือแจ้งให้ท้องถิ่นเปรียบเทียบ (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๖) ตัวอย่างหนังสือแจ้งผู้ถูกกล่าวหาให้มาเปรียบเทียบ (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๗) ตัวอย่างบันทึกเพิ่มเติมกรณีไม่ช าระค่าปรับ (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๘) ตัวอย่างหนังสือถึงคณะกรรมการแจ้งผลการเปรียบเทียบ กรณีช าระค่าปรับ (ตัวอย่างแบบ ปท.๑๙) ตัวอย่างหนังสือถึงคณะกรรมการแจ้งผลการเปรียบเทียบ กรณีไม่ช าระค่าปรับ (ตัวอย่างแบบ ปท.๒๐) ตัวอย่างแบบประวัติผู้กระท าความผิด กรณีเปรียบเทียบ (ตัวอย่างแบบ ปท.๒๑) ตัวอย่างแบบประวัติผู้กระท าความผิด กรณีด าเนินคดี (ตัวอย่างแบบ ปท.๒๒) ส่วนที่ 3 ตารางตัวอย่างรายละเอียดการเปรียบเทียบและอัตราค่าปรับ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ตารางตัวอย่างรายละเอียดการเปรียบเทียบและอัตราค่าปรับ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ (แบบละเอียด) ตารางตัวอย่างอัตราค่าปรับ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ (แบบย่อ) ข้อเสนอแนะขอบเขตดุลพินิจในการก าหนดค่าปรับ / ค่าปรับรายวัน ของคณะกรรมการ เปรียบเทียบ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ข้อแนะน าในการประชุมคณะกรรมการเปรียบเทียบ ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘


35 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ส่วนที่ ๑ ตำรำงขั้นตอน และแผนภูมิกำรด ำเนินกำรเปรียบเทียบ กำรด ำเนินคดี และกำรออกค ำสั่งทำงปกครอง ตำมพระรำชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ แผนภูมิการด าเนินการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย แผนภูมิขั้นตอนการเปรียบเทียบ แผนภูมิขั้นตอนการด าเนินคดี แผนภูมิขั้นตอนการออกค าสั่งทางปกครอง ตารางขั้นตอนการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย ตารางขั้นตอนการเปรียบเทียบ ตารางขั้นตอนการด าเนินคดี ตารางขั้นตอนการออกค าสั่งทางปกครอง


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 36


37 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ พบ/เห็น/ทราบการกระทำ ความผิด ตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน พิจารณา องค์ประกอบ ไม่พบ ไม่มีความผิด เสนอนายทะเบียน ยุติคดี พบ มีความผิด เสนอนายทะเบียน เปรียบเทียบ คณะกรรมการ เปรียบเทียบ คำสั่งทาง ปกครอง นายทะเบียน ดำ เนินคดี ตำ รวจ/อัยการ/ ศาล แผนภูมิการดำ เนินการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมาย ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๔.๑ ๔.๒ ๔.๓ ๕.๑ ๕.๒ ๖ ๗ ๘


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 38 พบ/เห็น/ทราบการกระทำ ความผิด ตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน พิจารณา องค์ประกอบ ไม่พบ ไม่มีความผิด เสนอนายทะเบียน ยุติคดี พบ มีความผิด รับสารภาพ ปฏิเสธ ยินยอม ชำ ระค่าปรับ ไม่ยินยอม ชำ ระค่าปรับ เสนอนายทะเบียน ผู้ต้องหารับทราบ ข้อกล่าวหา ส่งเรื่องให้เลขานุการฯ ประชุมคณะกรรมการ มติ เพิ่มเติม กำ หนดค่าปรับ ส่งกลับ อปท. ผู้ต้องหาชำ ระค่าปรับ ผู้ต้องหาไม่ชำ ระค่าปรับ ร้องทุกข์ สิทธินำ คดีอาญามา ฟ้องระงับ บันทึกผลในสารบบ บันทึกประวัติผู้กระทำ ผิด แผนภูมิขั้นตอนการเปรียบเทียบ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๔.๑ ๔.๒ ๔.๓ ๖ ๖.๑ ๖.๒ ๖.๑.๑ ๖.๑.๒ ๗ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๑.๑ ๑๑.๒ ๑๒ ๑๒.๑ ๑๒.๒ ๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๖ **


39 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ พบ/เห็น/ทราบการกระทำ ความผิด ตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน พิจารณา องค์ประกอบ ไม่พบ ไม่มีความผิด เสนอนายทะเบียน ยุติคดี พบ มีความผิด รับสารภาพ ปฏิเสธ ยินยอม ชำ ระค่าปรับ ไม่ยินยอม ชำ ระค่าปรับ แผนภูมิขั้นตอนการดำ เนินคดี ตำ รวจ อัยการ ศาล บันทึกประวัติผู้กระทำ ผิด อปท. ดูเรื่องเปรียบเทียบ ................หมายถึง ภายหลังรับสารภาพ และยินยอมเปรียบเทียบ บันทึกผลในสารบบ ๑ ๒ ๓ ๔ ๔.๑ ๔.๒ ๔.๓ ๕ ๖ ๖.๑ ๖.๒ ๖.๑.๑ ๖.๑.๒ ๗ ๘ ๙ ๑๒ ๑๑ ๑๐


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 40 พบ/เห็น/ทราบการกระทำ ความผิด ตรวจสอบรวบรวมหลักฐาน พิจารณา องค์ประกอบ ไม่พบ ไม่มีความผิด เสนอนายทะเบียน ยุติคดี พบ เสนอนายทะเบียน ไม่แก้ไข แก้ไข แผนภูมิขั้นตอนการออกคำสั่งทางปกครอง ออกคำสั่ง เปรียบเทียบ/ ดำ เนินคดี ตรวจสอบ ไม่แก้ไข แก้ไขแล้ว ยุติเรื่อง เพิกถอนใบอนุญาต อุทธรณ์ รมท./ผู้ว่าราชการ พิจารณา เป็นที่สุด บันทึกผล ในสารบบ บันทึกประวัติ ผู้กระทำ ผิด ๑ ๒ ๓ ๔ ๔.๑ ๔.๒ ๔.๓ ๕ ๖ ๗ ๗.๑ ๗.๒ ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ ๑๓ * ๑* ๒* ๓* ๔*


41 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ตำรำงขั้นตอนกำรบังคับใช้มำตรกำรทำงกฎหมำย ตำมพระรำชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ขั้นตอนที่ วิธีการ รายละเอียด ตัวอย่าง แบบฟอร์ม ๑ พนักงานเจ้าหน้าที่/ นาย ทะเบียน พบ/เห็น/ ทราบ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปท.๑ ๒ รวบรวมพยานหลักฐาน สอบค าให้การพยาน และผู้ที่รู้เห็นการกระท า ความผิด ปท.๒, ๓, ๔, ๕ ๓ เสนอนายทะเบียน พนักงานเจ้าหน้าที่เสนอรายงานการตรวจสอบ ตามล าดับชั้นไปยังนายทะเบียนเพื่อพิจารณา สั่งการ ปท.๑, ๓, ๕ เอกสำรประกอบ (๑) ส าเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) (๒) บัตรประจ าตัวประชาชนของผู้ถูกกล่าวหา (ถ้ามี) (๓) รายงานการตรวจสอบ (๔) รายงานการสอบสวน (๕) บันทึกค าให้การผู้ถูกกล่าวหา (๖) บันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวหา/พยาน (๗) ภาพถ่าย (ถ้ามี) (๘) เอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ปท. ๑ , ๒ , ๓ , ๔, ๕ ๔ นายทะเบียนสั่งการ เป็นดุลพินิจของนายทะเบียนที่จะพิจารณา สั่งการตามที่เห็นสมควร และตามที่กฎหมายให้ อ านาจไว้ - ออกค าสั่งทางปกครอง ดูต่อที่ตารางขั้นตอนการออกค าสั่งทางปกครอง - ด าเนินคดี ดูต่อที่ตารางขั้นตอนการด าเนินคดี - เปรียบเทียบ ดูต่อที่ตารางขั้นตอนการเปรียบเทียบ - ๕ บันทึกข้อมูลลงสารบบ - ๖ บันทึกข้อมูลทะเบียนประวัติ การกระท าความผิด ปท.๒๑, ๒๒


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 42 ตำรำงขั้นตอนกำรเปรียบเทียบ ตำมพระรำชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ขั้นตอนที่ วิธีการ รายละเอียด ระยะเวลา ตัวอย่าง แบบฟอร์ม ๑ พนักงานเจ้าหน้าที่/ นายทะเบียน พบ / เห็น / ทราบ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ระยะเวลา ด าเนินการ ตามขั้นตอน ที่ ๑ - ๓ ไม่ควรเกิน ๓๐ วัน ปท.๑ ๒ รวบรวมพยานหลักฐาน สอบค าให้การพยาน และผู้ที่ รู้เห็น การกระท าความผิด ปท.๒, ๓, ๔, 5 ๓ เสนอนายทะเบียน พนั กงานเจ้ าหน้ าที่ เสนอรายงาน การตรวจสอบตามล าดับชั้นไปยัง นายทะเบียนเพื่อพิจารณาสั่งการ ปท.๑, ๒, ๓, ๔, 5 เอกสำรประกอบ (๑) ส าเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) (๒) บัตรประจ าตัวประชาชนของ ผู้ถูกกล่าวหา (ถ้ามี) (๓) รายงานการตรวจสอบ (๔) รายงานการสอบสวน (๕) บันทึกค าให้การผู้ถูกกล่าวหา (๖) บันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวห า/ พยาน (๗) ภาพถ่าย (ถ้ามี) (๘) เอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๔ นายทะเบียนสั่งการ ให้ความเห็น ควำมเห็นนำยทะเบียน ปท.๑ ให้เปรียบเทียบ (ดูต่อขั้นตอนที่ ๕) ไม่ให้เปรียบเทียบ (ดูเรื่องการด าเนินคดี)


43 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ขั้นตอนที่ วิธีการ รายละเอียด ระยะเวลา ตัวอย่าง แบบฟอร์ม ๕ แ จ้งผู้ ถู ก ก ล่ า วห า มาพบ ผู้ถูกกล่ำวหำ ๓๐ วัน ปท.๑๐ ไม่มาพบ ถือว่าไม่ยอมรับการกระท า ความผิด และถือว่าเป็นการปฏิเสธ (ดูเรื่อง การด าเนินคดี) มาพบ (ดูต่อขั้นตอนที่ ๖) ๖ พนักงานเจ้าหน้ าที่ แจ้งพฤติการณ์ในการ กระท าความผิดแก่ ผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่ำวหำ ปท.๓, ๔ รับสารภาพ แจ้งให้ ผู้ ต้ องห าทราบว่ าความผิ ด ตาม พรบ. นี้เปรียบเทียบได้และผู้ต้องหา ยินยอมให้เปรียบเทียบ ***แม้ผู้ต้องหารับสารภาพแต่ไม่ยินยอม ให้ เป รียบ เที ยบ ถือ ว่ าป ฎิ เส ธให้ ร้องทุกข์ด าเนินคดีตามกฎหมาย ปฏิเสธ พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์ด าเนินคดี ตามกฎหมาย ปท.๙ ๗ ส ่ง เ รื ่อ ง ใ ห ้ค ณ ะ กรรมการเปรียบเทียบ ส่งให้ ดย. หรือ พมจ. ในฐานะ เลขานุการตามพื้นที่ ปท.๑๑ เอกสารประกอบ (๑)ส าเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) (๒) บัตรประจ าตัวประชาชนของผู้ถูก กล่าวหา (๓)รายงานการตรวจสอบ (๔)รายงานการสอบสวน (๕) บันทึกค าให้การผู้ถูกกล่าวหา (๖) บันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวหา/พยาน (๗) ภาพถ่าย (ถ้ามี) (๘) เอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง


คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ 44 ขั้นตอนที่ วิธีการ รายละเอียด ระยะเวลา ตัวอย่าง แบบฟอร์ม ๘ คณะกรรมการมีมติ เมื่อคณะกรรมการมีมติแล้ว ควรแจ้ง ให้ อปท. ทราบด่วนที่สุด เท่าที่จะสามารถ ด าเนินการได้เนื่องจากระยะเวลาในการ ช าระค่าปรับของผู้ถูกกล่าวหาจะเริ่มต้น นับทันทีในวันที่มีมติของคณะกรรมการ ด่วนที่สุด ปท.๑๑, ๑๒, ๑๓, ๑๔, ๑๕, 16 ๙ ปฏิบั ติตามมติของ คณะกรรมการ ทันที ปท.๑๔ ๑๐ เรียกให้ผู้ถูกกล่าวหา มาช าระค่าปรับ ผู้ถูกกล่ำวหำ ช าระค่าปรับ ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ มีการ เปรียบเทียบ ปท.๑๗ มาและช าระค่าปรับ ยุติ ปท.๑๔ มาแต่ไม่ช าระ ด าเนินคดี ปท.๑๘ ไม่มา ด าเนินคดี ปท.๑๘ ๑๑ บั น ทึ ก ข้ อ มู ล ล ง สารบบ - ๑๒ บันทึกข้อมูลทะเบียน ประวัติ การกระท า ความผิด ปท.๒๑, ๒๒ ๑๓ แจ้งรายละเอียดให้ เลขานุการฯ ทราบ ปท.๑๙, ๒๐


45 คู่มือ การเปรียบเทียบ การออกคำสั่งทางปกครอง และการดำ เนินคดี ตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ตำรำงขั้นตอนกำรด ำเนินคดี ตำมพระรำชบัญญัติหอพัก พ.ศ. ๒๕๕๘ ขั้นตอนที่ วิธีการ รายละเอียด ตัวอย่าง แบบฟอร์ม ๑ น ายท ะเบี ยน/พนั กงาน เจ้าหน้าที่พบ / เห็น / ทราบ ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปท.๑ ๒ รวบรวมพยานหลักฐาน พ นั กง าน เจ้ าห น้ าที่ เส น อ ร ายง าน การตรวจสอบ ต ามล าดั บ ชั้ นไป ยัง นายทะเบียนเพื่อพิจารณาสั่งการ ปท. ๒, ๓, ๔, ๕ ๓ เสนอนายทะเบียน พนั กงานเจ้ าหน้ าที่เสนอรายงานการ ตรวจสอบ ตามล าดับชั้นไปยังนายทะเบียน เพื่อพิจารณาสั่งการ ปท.๑, ๒, ๓, ๔, ๕ เอกสำรประกอบ ๑. ส าเนาใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ๒. บัตรประจ าตัวประชาชนของผู้ถูก กล่าวหา (ถ้ามี) ๓. รายงานการตรวจสอบ ๔. รายงานการสอบสวน ๕. บันทึกค าให้การผู้ถูกกล่าวหา ๖. บันทึกถ้อยค าผู้ถูกกล่าวหา/พยาน ๗. ภาพถ่าย (ถ้ามี) ๘. เอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๔ น า ย ท ะ เบี ย น พิ จ า รณ า สั่งการ ควำมเห็นนำยทะเบียน สั่งให้ด าเนินคดี (ดูต่อขั้นตอนที่ ๕) - สั่งให้ยุติเรื่อง ปท.๑ สั่งให้ด าเนินการอื่นตามที่เห็นสมควร เช่น หาข้อมูลเพิ่มเติม, ปรับปรุง ส่วนที่เป็นความผิด เป็นต้น ปท.๑ ๕ แจ้งผู้ถูกกล่าวหามาพบ ผู้ถูกกล่ำวหำ ปท.๑๐ ไม่มาพบ ปท.๙


Click to View FlipBook Version