The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Waraporn Thoopnumkhum, 2022-09-07 00:52:02

สไลด์การสอนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1

อจท.วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 1

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1

สมบตั ิของสารและการจาแนก

สมบัติของสารและการจาแนกสาร

สมบัติของสาร สารเนื้อผสม
และการจาแนกสาร

สารเนื้อเดียว สมบตั ขิ องสารละลาย



สมบัติของสาร

• สาร หมายถึง ส่ิงที่มีตวั ตน มีมวล (น้าหนกั ) ตอ้ งการที่อยู่ และสามารถสมั ผสั ได้
• สมบตั ิของสาร เป็นลกั ษณะเฉพาะของสารชนิดน้นั ๆ ซ่ึงสามารถบ่งบอกไดว้ า่

สารน้นั คืออะไร

สมบัตทิ างกายภาพของสาร

เป็นสมบตั ิที่สามารถสงั เกตไดง้ ่ายจากภายนอก เช่น สี กลิ่น รส การละลาย ความแขง็
ลกั ษณะผลึก สถานะ การนาความร้อน นาไฟฟ้า จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความหนาแน่น

ของแขง็ ของเหลว แก๊ส

สมบตั ิทางเคมีของสาร

เป็นสมบตั ิที่เก่ียวขอ้ งกบั องคป์ ระกอบภายในของสาร ท่ีแสดงใหเ้ ห็นเมื่อมีการ
เปลี่ยนแปลงทางเคมี หรือเกิดปฏิกิริยาเคมี เช่น การเกิดสนิมเหลก็ การเผาไหม้
การสังเคราะห์ดว้ ยแสง

การเกิดสนิมเหลก็ การเผาไหม้

การจาแนกสาร สารเน้ือเดียว
สารเน้ือผสม
ใช้เนื้อสารเป็ นเกณฑ์

• สารเนื้อเดยี ว เป็นสารที่เห็นเป็น
เน้ือเดียวกนั ตลอดทุกส่วน และ
มีสมบตั ิเหมือนกนั ทุกส่วน

• สารเนื้อผสม เป็นสารที่ไม่เป็น
เน้ือเดียวกนั และมีสมบตั ิเของ
เน้ือสารแตล่ ะส่วนแตกต่างกนั

แผนผงั แสดงการจาแนกสารโดยใช้เนื้อสารเป็ นเกณฑ์

ใช้ขนาดอนุภาคเป็ นเกณฑ์

จาแนกสารได้ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ สารแขวนลอย คอลลอยด์ และสารละลาย

น้ าโคลนเป็ น สีทาบา้ นเป็น น้ าเกลือเป็ น
สารแขวนลอย สารคอลลอยด์ สารละลาย

ใช้สถานะของสารเป็ นเกณฑ์

จาแนกสารได้ 3 ประเภท ไดแ้ ก่ ของแขง็ ของเหลว และแกส๊

ของแขง็ ของเหลว แก๊ส

• รูปร่างคงท่ี • รูปร่างไม่คงท่ี ซ่ึงเปลี่ยน • รูปร่างไม่คงท่ี ซ่ึงเปลี่ยน
• ปริมาตรคงที่ ไปตามภาชนะท่ีบรรจุ ไปตามภาชนะที่บรรจุ
• โมเลกลุ ของสารจะอยู่
• ปริมาตรคงท่ีและสามารถ • ปริมาตรไม่คงที่ ซ่ึงมี
ชิดติดกนั อยา่ งเป็น ไหลได้ ปริมาตรเท่ากบั ภาชนะ
ระเบียบ ท่ีบรรจุ
• โมเลกลุ ของสารจะอยู่
ห่างกนั มากกวา่ ของแขง็ • โมเลกลุ ของสารจะอยู่
ห่างกนั มาก และเคล่ือนที่
ไดอ้ ิสระ

• การใหพ้ ลงั งานความร้อนจะทาใหอ้ นุภาคของสารสัน่ เร็ว และมีพลงั งานมากข้ึน
จนแรงดึงดูดระหวา่ งอนุภาคไม่สามารถยดึ อนุภาคของสารไวไ้ ด้

ความร้อน ความร้อน

อนุภาคสารดึงดูดกนั แน่น อนุภาคสารเกิดการสนั่ อนุภาคสารแตกตวั ออก

• ขณะที่ของแขง็ เปล่ียนสถานะไปเป็นของเหลวหรือเกิดการละลาย อุณหภูมิขณะน้นั
จะคงที่ เรียกจุดน้ีวา่ จุดหลอมเหลว

• ขณะที่ของเหลวเปล่ียนสถานะไปเป็นแกส๊ หรือเกิดการระเหย อุณหภูมิขณะน้นั จะ
คงท่ี เรียกจุดน้ีวา่ จุดเดือด



สารเนื้อเดยี ว

สารเนื้อเดยี ว

สารท่ีอาจมีเพยี งชนิดเดียว หรืออาจมีมากกวา่ 2 ชนิดข้ึนไป ที่ผสม
กนั อยา่ งกลมกลืน มองเห็นเป็นเน้ือเดียวกนั ตลอด และแสดงสมบตั ิ
เหมือนกนั ทุกประการ

สารบริสุทธ์ิ สารละลาย

สารเน้ือเดียวท่ีมีองคป์ ระกอบเพยี ง สารเน้ือเดียวท่ีประกอบดว้ ยธาตุ
ชนิดเดียวซ่ึงมีสมบตั ิเหมือนกนั หรือสารประกอบต้งั แต่ 2 ชนิด
ข้ึนไปมารวมตวั กนั โดยมีสารหน่ึง
เป็นตวั ทาละลาย ส่วนอีกสารหน่ึง
เป็นตวั ละลาย

สารบริสุทธ์ิ

สารเน้ือเดียวที่มีองคป์ ระกอบเพียงชนิดเดียวซ่ึงมีสมบตั ิเหมือนกนั

ธาตุ (element) แมกนีเซียม 1.93% โพแทสเซียม 2.40%
ออกซิเจน 49.20% โซเดียม 2.63%
• สารบริสุทธ์ิที่ประกอบดว้ ย อะลูมิเนียม 7.50%
อะตอมชนิดเดียว ไม่สามารถ แคลเซียม 3.39%
แยกหรื อสลายเป็ นสารอ่ืนได้ เหลก็ 4.70%
เช่น เงิน ทอง คาร์บอน
ออกซิเจน เหลก็ เป็นตน้ ธาตุอื่นๆ

• ธาตุที่พบมากท่ีสุดใน ซิลิคอน 25.87%
ธรรมชาติ คือ ออกซิเจน
รองลงมาคือ ซิลิคอน และ
อะลูมิเนียม ตามลาดบั

ธาตุโลหะ

• มีสถานะเป็นของแขง็ ที่อุณหภูมิปกติ (ยกเวน้ ปรอทที่เป็นของเหลว)
• ผวิ มนั วาว
• จุดเดือดสูง
• นาไฟฟ้าไดด้ ี

ทองแดง ปรอท

ธาตุอโลหะ

• อาจเป็นของแขง็ ของเหลว หรือแกส๊
• ผวิ ไม่มนั วาว
• จุดเดือดต่า
• ไม่นาไฟฟ้า

กามะถนั ขวดแกว้ บรรจุแก๊สคลอรีน

ธาตุกง่ึ โลหะ

• มีสมบตั ิก้าก่ึงระหวา่ งโลหะกบั อโลหะ
• ตวั อยา่ งเช่น โบรอนเป็นของแขง็ สีดา เปราะ ไม่นาไฟฟ้า และมีจุดเดือดสูง

ส่วนซิลิคอนเป็นของแขง็ สีเงินวาว เปราะ นาไฟฟ้าไดเ้ ลก็ นอ้ ย

โบรอน ซิลิคอน

สารประกอบ (Compound)

สารท่ีเกิดจากการรวมตวั กนั ของธาตุต้งั แต่ 2 ชนิดข้ึนไป มาทาปฏิกิริยาทางเคมีกนั
ดว้ ยอตั ราส่วนท่ีแน่นอน กลายเป็นสารชนิดใหม่ที่มีสมบตั ิแตกต่างไปจากธาตุที่เป็น
องคป์ ระกอบ เช่น เกลือแกง น้า คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย เป็นตน้

ไฮโดรเจน ออกซิเจน น้า

สารละลาย

สารเน้ือเดียวท่ีประกอบดว้ ยธาตุหรือสารประกอบต้งั แต่ 2 ชนิดข้ึนไป มารวมตวั กนั
โดยมีสารหน่ึงเป็นตวั ทาละลาย ส่วนอีกสารหน่ึงเป็นตวั ละลาย

การกาหนดวา่ สารใดเป็นตวั ทาละลาย และ
สารใดเป็นตวั ละลาย ใหพ้ ิจารณาจากปริมาณ และ
สถานะขององคป์ ระกอบ
• ถา้ สารอยใู่ นสถานะเดียวกนั จะกาหนดใหส้ ารที่มี

ปริมาณมากกวา่ เป็นตวั ทาละลาย ส่วนสารท่ีมี
ปริมาณนอ้ ยกวา่ เป็นตวั ละลาย
• ถา้ สารอยใู่ นสถานะตา่ งกนั หากสารผสมกนั แลว้
สารใหม่ที่ไดอ้ ยใู่ นสถานะเหมือนกบั สารชนิดใด
ใหถ้ ือวา่ สารน้นั เป็นตวั ทาละลาย ส่วนอีกสารหน่ึง
เป็นตวั ละลาย



ชนิดของตัวทาละลาย สารละลาย
น้าตาล
แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดงั น้ี
น้าตาล
1. ตวั ทาละลายอนิ ทรีย์ เป็นสารประกอบ
อินทรีย์ (organic compound) เช่น เอทานอล
น้ามนั สน คลอโรฟอร์ม เฮกเซน

2. ตวั ทาละลายอนินทรีย์ เป็นสารอนินทรีย์
(inorganic compound) เช่น น้า กรดไนตริก
กรดซลั ฟิ วริก

ปัจจัยทมี่ ีผลต่อการละลาย

อณุ หภูมิ
• ถา้ ตวั ละลายเป็นของแขง็
ส่วนตวั ทาละลายเป็นของเหลว
เม่ืออุณหภูมิสูงข้ึน จะละลายได้
มากข้ึน

• ถา้ ตวั ละลายเป็นแก๊ส ส่วน
ตวั ทาละลายเป็นของเหลว
เมื่ออุณหภูมิสูงข้ึน จะละลาย
ไดน้ อ้ ยลง

ชนิดของตัวทาละลาย
ตวั ทาละลายแต่ละชนิดสามารถละลายสารต่างๆ

ไดต้ ่างกนั

ขนาดของตัวละลาย
ตวั ละลายที่มีขนาดใหญ่ จะละลายไดช้ า้ กวา่

ตวั ละลายที่มีขนาดเลก็

ความดัน
กรณีที่ตวั ละลายเป็นแกส๊ หากความดนั สูงข้ึน

จะละลายไดด้ ีข้ึน

การคน การเขย่า หรือการป่ันเหวย่ี ง
อนุภาคของตวั ละลาย และตวั ทาละลายเคลื่อนท่ี

เร็วข้ึน มีโอกาสชนกนั มากข้ึน การละลายจึงเกิดเร็ว

การเตรียมสารละลาย

ร้อยละโดยนา้ หนัก

เป็นหน่วยความเขม้ ขน้ ท่ีบอกถึงน้าหนกั ตวั ละลายตอ่ น้าหนกั ของสารละลาย

ร้อยละโดยนา้ หนัก = นา้ หนักของตัวละลาย  100
นา้ หนักของสารละลาย

ตวั อย่าง จงหาความเขม้ ขน้ ของสารละลายน้าตาลกลูโคส ซ่ึงประกอบดว้ ยน้าตาล
8.0 กรัม ละลายในน้า 200 กรัม

ร้อยละโดยน้าหนกั = น้าหนกั ของตวั ละลาย  100
น้าหนกั ของสารละลาย

= 2800กรกัมรัม  100

= 4%
ดงั น้นั สารละลายน้าตาลกลูโคสมีความเขม้ ขน้ 4%

ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร

เป็นหน่วยความเขม้ ขน้ ที่บอกถึงปริมาตรของตวั ละลายตอ่ ปริมาตรของสารละลาย

ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร = ปริมาตรของตวั ละลาย  100
ปริมาตรของสารละลาย

ตัวอย่าง สารละลายเอทิลแอลกอฮอล์ 50 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ละลายอยใู่ นน้า 200
ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร จงหาความเขม้ ขน้ ของสารละลาย
ปริมาตรของสารละลาย = 200 + 50 = 250 cm3

ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร = ปริมาตรของตวั ละลาย  100
ปริมาตรของสารละลาย
= 50 cm3
 100
250 cm3

= 20%
ดงั น้นั สารละลายเอทิลแอลกอฮอลม์ ีความเขม้ ขน้ 20%

ร้อยละโดยนา้ หนักต่อปริมาตร

เป็นหน่วยความเขม้ ขน้ ท่ีบอกถึงน้าหนกั ของตวั ละลายต่อปริมาตรของสารละลาย

ร้อยละโดยนา้ หนักต่อปริมาตร = นา้ หนักของตวั ละลาย  100
ปริมาตรของสารละลาย

ตัวอย่าง สารละลายเกลือแกง 20 กรัม ในน้า 500 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร จงหาความเขม้ ขน้
ของสารละลาย

ร้อยละโดยน้าหนกั ต่อปริมาตร = น้าหนกั ของตวั ละลาย  100
ปริมาตรของสารละลาย
= 20 กรัม
500 cm3  100

= 4 กรัมต่อลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

ดงั น้นั สารละลายเกลือแกงมีความเขม้ ขน้ 4 กรัมต่อลูกบาศกเ์ ซนติเมตร

จานวนส่วนของตวั ละลายในตวั ทาละลาย
เป็นหน่วยความเขม้ ขน้ ท่ีบอกถึงปริมาณของตวั ละลายท่ีมีอยใู่ นตวั ทาละลาย

• ส่วนในพนั ส่วน (part per thousand : ppt) หมายถึง มีตวั ละลายอยู่ 1 ส่วน
ในตวั ทาละลาย 1 พนั ส่วน

• ส่วนในล้านส่วน (part per million : ppm) หมายถึง มีตวั ละลายอยู่ 1 ส่วน
ในตวั ทาละลาย 1 ลา้ นส่วน

• ส่วนในพนั ล้านส่วน (part per billion : ppb) หมายถึง มีตวั ละลายอยู่ 1 ส่วน
ในตวั ทาละลาย 1 พนั ลา้ นส่วน

การคานวณหาความเข้มข้นของสารละลาย

สามารถทาได้ 2 วธิ ี ไดแ้ ก่ การเทียบบญั ญตั ิไตรยางศ์ และคานวณโดยใชส้ ูตร

ตวั อย่าง จงหาความเขม้ ขน้ ของสารละลายแอลกอฮอล์ ซ่ึงประกอบดว้ ยแอลกอฮอล์ 50
ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ละลายในน้า 200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร
วธิ ีท่ี 1 คานวณโดยการเทียบบญั ญตั ิไตรยางศ์
สารละลาย 250 cm3 มีแอลกอฮอล์ 50 cm3
สารละลาย 100 cm3 มีแอลกอฮอล์ 50250100 = 20

วธิ ีที่ 2 คานวณโดยใช้สูตร ปริมาตรของตวั ละลาย  100
ร้อยละโดยปริมาตรต่อปริมาตร = ปริมาตรของสารละลาย

= 50  100 = 20
250

ดงั น้นั สารละลายแอลกอฮอลม์ ีความเขม้ ขน้ 20%



สารเนื้อผสม

สารเนื้อผสม
สารผสมที่ประกอบดว้ ยสารต้งั แต่ 2 ชนิดข้ึนไป โดยเน้ือสาร
ไม่กลมกลืนเป็ นเน้ือเดียวกนั

สารแขวนลอย สารคอลลอยด์

สารชนิดหน่ึงมีโมเลกุล สารชนิดหน่ึงมีโมเลกุล
ใหญ่กวา่ 100 นาโนเมตร ขนาดประมาณ 1- 100
ลอยอยใู่ นสารอีกชนิดหน่ึง นาโนเมตร กระจายอยใู่ น
สารอีกชนิดหน่ึง

สารแขวนลอย

• ของผสมท่ีเกิดจากสาร 2 ชนิดรวมกนั โดยสาร
ชนิดหน่ึงมีโมเลกุลใหญ่กว่า 100 นาโนเมตร
ลอยอยใู่ นสารอีกชนิดหน่ึง

• โมเลกุลเหล่าน้ีจะแขวนลอยอยูไ่ ดไ้ ม่นานก็จะ
จมลงสู่ดา้ นลา่ ง

• เมื่อมองดว้ ยตาเปลา่ จะมีลกั ษณะขนุ่
• ตวั อย่างเช่น ทรายกบั น้า โคลนกบั น้า ปูนขาว

กบั น้า เป็นตน้

สารคอลลอยด์

• ของผสมท่ีเกิดจากสาร 2 ชนิดรวมกนั โดยสาร
ชนิดหน่ึงมีโมเลกลุ ขนาดประมาณ 1- 100 นาโนเมตร
กระจายอยใู่ นสารอีกชนิดหน่ึง

• บางชนิดเม่ือมองดว้ ยตาเปลา่ จะมีลกั ษณะคลา้ ย
สารเน้ือเดียว

คอลลอยด์ อนุภาคคอลลอยด์ สารอกี ชนิดหน่งึ
หมอก ละอองน้า อากาศ
ควนั บุหร่ี ผงถา่ น อากาศ
สีทาบา้ น เมด็ สี น้า

อมิ ลั ชัน

• คอลลอยด์บางประเภท อนุภาคคอลลอยด์ จะ
ไม่สามารถกระจายอยู่ในสารอีกชนิดหน่ึงได้
นาน เช่น น้ ากับน้ ามันพืช เม่ือเขย่าจะดู
เหมือนว่าผสมกนั ได้ แต่เมื่อต้งั ไวส้ ักครู่หน่ึง
น้ากบั น้ามนั พืชจะแยกตวั ออกจากกนั เรียกสาร
ผสมน้ีวา่ อมิ ัลชัน (emulsion)

• สามารถทาให้อิมลั ชนั เป็ นสารผสมท่ีอยูต่ วั ได้
โดยการเติมสารตวั ที่ 3 เขา้ ไป เพ่ือช่วยใหส้ าร
2 ชนิดน้ันผสมกนั ได้ เรียกสารที่เติมไปว่า
อมิ ัลซิไฟเออร์ (emulsifier) หรือ อิมัลซิไฟอิง
เอเจนต์ (emulsifying agent)

อมิ ลั ซิไฟเออร์ในชีวติ ประจาวนั

• สบู่ : ช่วยทาใหไ้ ขมนั หรือส่ิงสกปรกตามร่างกายรวมตวั กบั น้าได้
• ผงซักฟอก : ช่วยทาใหไ้ ขมนั หรือสิ่งสกปรกตามเส้ือผา้ รวมตวั กบั น้าได้
• แชมพสู ระผม : ช่วยทาใหไ้ ขมนั หรือส่ิงสกปรกที่เสน้ ผมรวมตวั กบั น้าได้
• เคซีน : ช่วยทาใหไ้ ขมนั สัตวท์ ่ีกระจายตวั อยใู่ นน้าผสมกนั ได้ ซ่ึงทาใหเ้ กิดน้านม

เติมสบู่แลว้ เขยา่

น้ามนั น้ามนั ละลาย
น้า อยใู่ นน้า

คอลลอยด์ในชีวติ ประจาวนั

• นม
• น้าสลดั
• น้ากะทิ
• ควนั บหุ รี่
• ฝ่ นุ ละอองในอากาศ



สารละลายกรด

สารประกอบท่ีมีธาตุไฮโดรเจนเป็นองคป์ ระกอบ เม่ือละลายน้าแลว้ สามารถแตกตวั
ใหไ้ ฮโดรเจนไอออน (H+)ได้

สมบัติของสารละลายกรด

• มีรสเปร้ียว
• เปลี่ยนสีกระดาษลิตมสั จากสีน้าเงินเป็นสีแดง (มีค่า pH < 7)
• ทาปฏิกิริยากบั โลหะ เช่น สงั กะสี ทองแดง แมกนีเซียม

อะลูมิเนียม เป็นตน้ จะไดฟ้ องแก๊ส
• กดั กร่อนโลหะ หินปูน และเน้ือเยอ่ื ของร่างกายส่ิงมีชีวติ
• ทาปฏิกิริยากบั หินปูน ไดแ้ ก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
• นาไฟฟ้าไดด้ ี
• ทาปฏิกิริยากบั เบส ไดเ้ กลือและน้า

ประเภทของสารละลายกรด

กรดอนิ ทรีย์
• กรดที่ไดจ้ ากสิ่งมีชีวติ เช่น พชื สตั ว์ จุลินทรีย์ หรือจากการสังเคราะห์
• เม่ือทดสอบกบั สารละลายเจนเชียนไวโอเลตจะไม่เกิดการเปล่ียนแปลง

• กรดแอซีติก (acetic acid) หรือกรดน้าส้ม ได้
จากการหมกั แป้งหรือน้าตาลโดยใชจ้ ุลินทรีย์
ซ่ึงนิยมใชใ้ นการผลิตน้าส้มสายชู

• กรดซิตริก (citric acid) หรือกรดมะนาว พบใน
ผลไมท้ ่ีมีรสเปร้ียว เช่น ส้ม มะนาว เป็นตน้

กรดอนินทรีย์
• กรดที่ไดจ้ ากแร่ธาตุ จึงอาจเรียกวา่ กรดแร่ (mineral acid)
• เม่ือทดสอบกบั สารละลายเจนเชียนไวโอเลต จะเปล่ียนสีของสารละลาย
เจนเชียนไวโอเลตจากสีม่วงเป็ นสีเขียว

• กรดกามะถนั หรือกรดซลั ฟิ วริก (sulphuric acid)
• กรดเกลือ หรือกรดไฮโดรคลอริก (hydrochloric acid)
• กรดดินประสิว หรือกรดไนตริก (nitric acid)

สารละลายกรดในชีวติ ประจาวนั

• กรดน้าส้มและกรดที่ไดจ้ ากพืช เช่น มะนาว มะขาม เป็นตน้ ใชป้ รุงแต่งอาหาร
• กรดไฮโดรคลอริก กรดซลั ฟิ วริก เป็นส่วนประกอบในน้ายาทาความสะอาด

สารละลายเบส

สารประกอบท่ีทาปฏิกิริยากบั กรดแลว้ ไดเ้ กลือกบั น้า เม่ือละลายน้าแลว้ สามารถ
แตกตวั ใหไ้ ฮดรอกไซดไ์ อออน (OH-)ได้

สมบัติของสารละลายเบส

• มีรสฝาดหรือเฝ่ือน
• เปล่ียนสีกระดาษลิตมสั จากสีแดงเป็นสีน้าเงิน (มีคา่ pH > 7)
• ทาปฏิกิริยากบั น้ามนั พืชหรือน้ามนั หมู ไดส้ ารละลายมีฟอง

คลา้ ยสบู่
• ทาปฏิกิริยากบั แอมโมเนียมไนเตรต ไดแ้ ก๊สที่มีกล่ินฉุนของ

แอมโมเนีย
• กดั กร่อนโลหะอะลูมิเนียมและสงั กะสี แลว้ เกิดฟองแก๊สข้ึน
• ทาปฏิกิริยากบั กรด ไดเ้ กลือและน้า

สารละลายเบสในชีวติ ประจาวนั

• โซดาซกั ผา้ (โซเดียมคาร์บอเนต) ใชใ้ นอุตสาหกรรมเคมี และผงซกั ฟอก
• โซดาไฟ (โซเดียมไฮดรอกไซด)์ ใชใ้ นอุตสาหกรรมสบู่ ผงซกั ฟอก และการฟอกหนงั
• ด่างคลี (โพแทสเซียมไฮดรอกไซด)์ ใชใ้ นอุตสาหกรรมสบู่ และสารทาความสะอาด
• ผงฟู (โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต) ใชใ้ นอุตสาหกรรมอาหาร และขนมบางชนิด

การตรวจสอบสารละลายกรด-เบส เปลี่ยนเป็น สีแดง

สารละลายลติ มัส

ทาจากส่ิงมีชีวติ พวกไลเคน มีสีม่วงเขม้

เม่ือหยดลงในสารละลายกรด

เมื่อหยดลงในสารละลายเบส เปล่ียนเป็น สีนา้ เงนิ

นอกจากสารละลายลิตมสั แลว้ ยงั มีกระดาษลิตมสั ซ่ึงมี 2 สี คือ สีแดง และสีน้าเงิน

กระดาษลิตมสั สีแดง เปลี่ยนเป็นสีนา้ เงนิ
จุ่มในสารละลายกรด

กระดาษลิตมสั สีน้าเงิน เปลี่ยนเป็ นสีแดง
จุ่มในสารละลายเบส

ยูนิเวอร์ซัลอนิ ดิเคเตอร์

เ น่ื อ ง จ า ก ส า ร ล ะ ล า ย ลิ ต มัส แ ล ะ ก ร ะ ด า ษ
ลิตมสั สามารถบอกไดเ้ พียงว่าสารละลายน้ันๆ
มีฤทธ์ิเป็ นกรด กลาง หรือเบส ซ่ึงหากตอ้ งการ
ทราบค่า pH ของสารละลาย ควรใชย้ นู ิเวอร์ซัล
อินดิเคเตอร์ ซ่ึงจะบอกค่า pH ของสารละลายได้
อยา่ งคร่าวๆ

เคร่ืองวดั ค่า pH

บอกค่าไดล้ ะเอียดกว่าการตรวจสอบ
ดว้ ยอินดิเคเตอร์ต่างๆ โดยจะแสดงค่าเป็ น
ตวั เลขที่หนา้ ปัด และสามารถแสดงค่า pH
ที่เปลี่ยนแปลงไปอยา่ งต่อเนื่องได้

การทาให้เป็ นกลาง

หากต้องการรู้ค่าของกรด ทาได้โดย
การหยดเบสลงไปทีละหยด จนสารละลาย
เป็ นกลาง โดยดูได้จากการเปล่ียนสีของ
อินดิเคเตอร์ ปฏิกิริยาระหว่างกรดกบั เบส
จะไดส้ ารละลายเกลือกบั น้า เรียกปฏิกิริยา
น้ีวา่ ปฏกิ ริ ิยาสะเทนิ (neutralization)

สรุปทบทวนประจาหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1

• สาร หมายถึง สิ่งท่ีมีตวั ตน มีมวล ตอ้ งการท่ีอยู่ และสมั ผสั ได้
• การจาแนกสารโดยใชเ้ น้ือสารเป็นเกณฑ์ แบ่งไดเ้ ป็น 2 กลุ่ม ไดแ้ ก่ สารเน้ือเดียว และ

สารเน้ือผสม
• สารเน้ือเดียว หมายถึง สารที่มองเห็นเป็นเน้ือเดียวกนั และมีสมบตั ิเหมือนกนั ทุกส่วน

ไดแ้ ก่ สารบริสุทธ์ิ และสารละลาย
• สารเน้ือผสม หมายถึง สารท่ีมองเห็นไม่เป็นเน้ือเดียวกนั แต่ละส่วนมีสมบตั ิแตกต่างกนั

ไดแ้ ก่ สารแขวนลอย และคอลลอยด์
• สารละลายกรดมีรสเปร้ียว เปลี่ยนสีกระดาษลิตมสั จากสีน้าเงินเป็นสีแดง
• สารละลายเบสมีรสฝาด เปลี่ยนสีกระดาษลิตมสั จากสีแดงเป็นสีน้าเงิน
• กรดทาปฏิกิริยากบั เบส จะไดส้ ารประกอบท่ีเป็นกลาง เรียกปฏิกิริยาน้ีวา่ ปฏิกิริยาสะเทิน
• การทดสอบความเป็นกรด-เบสของสารละลาย อาจใชล้ ิตมสั ยนู ิเวอร์ซลั อินดิเคเตอร์

เครื่องวดั ค่า pH หรือใชว้ ธิ ีการทาใหเ้ ป็นกลาง

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2

หน่วยพืน้ ฐานของส่ิงมีชีวติ

หน่วยพืน้ ฐานของสิ่งมชี ีวติ

เซลล์ของส่ิงมีชีวติ กล้องจุลทรรศน์
ส่ิงมีชีวติ เซลล์เดียว โครงสร้างและ
และส่ิงมชี ีวติ หลายเซลล์ หน้าท่ขี องเซลล์


Click to View FlipBook Version