The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

AW สมาคมร่วมสมัย อีบุ๊ก ล่าสุด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phokhainui, 2024-03-18 03:01:26

AW สมาคมร่วมสมัย อีบุ๊ก ล่าสุด

AW สมาคมร่วมสมัย อีบุ๊ก ล่าสุด

กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 51 | สมาคมกวีร่วมสมัย ชิงช้า ตะลึงมองสองตาน�้ำตาพร่าง ความอ้างว้างจู่โจมโถมท่วมจิต ภาพสองเราเคล้าคลอพะนอชิด แนบสนิทเป็นหนึ่งซึ้งซาบใจ เมื่อวันนั้นวันที่มีเราสอง เธอประคองเคียงฉันจนหวั่นไหว เหมือนแอบดมผมหอมละม่อมละไม ค่อยแกว่งไกวชิงช้าอย่างอาวรณ์


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 52 | สมาคมกวีร่วมสมัย เราจากกันวันนี้นะที่รัก ไม่ควรหักจงอย่าหายไปเสียก่อน แวบคิดปลาบวาบหวามเมื่อยามนอน ซบกับหมอนเหมือนพี่ดมผมแก้วตา ชิงช้าเอ๋ยเฉยงันเชียววันนี้ เมื่อวันที่สิ้นเล่ห์เสน่หา เมื่อคนเคยรักกันลืมสัญญา เมื่อชิงช้าหยุดไกวสิ้นใยดี ชิงช้าหยุดยุดใจฉันไว้ด้วย ชิงช้าช่วยเฉลยค�ำย�้ำถี่ถี่ คอยค�ำมั่นสัญญาชายชาตรี รักเช่นนี้ชายไม่จริงหนอชิงช้า!!! สุรีย์ พันเจริญ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 53 | สมาคมกวีร่วมสมัย สายลมผู้บอกเล่า ลมร�ำพันฟั่นร้อยสร้อยดอกหญ้า บอกเล่าพรรณนาถึงฟ้ากว้าง ในห้วงแห่งบทเพลงอันเคว้งคว้าง มืดสว่างสลับกันแม้วันวาน ยามพัดเกี้ยวกอไผ่ที่ในป่า เคล้าคลอมามนต์ซับแว่วขับขาน ฟ้อนใบไม้ร่ายร�ำจูบล�ำธาร ขับกล่อมรัตติกาลสานสืบมา ได้พบเล่าเจ้านกผกโผร่อน ตะวันรอนอ่อนแสงแรงถลา ไม่มีคอนนอนค�่ำหนาวน�้ำตา ฝนฉ�่ำฟ้าคืนนี้ไม่มีรัง สงบเงียบร่มไทรสง่านัก เข้ามาพักนะขมิ้นอย่าสิ้นหวัง แม้ใบที่เว้าแหว่งยังแบ่งบัง จนกระทั่งทอรุ้งของพรุ่งนี้ ตุ้ม บุญฤทธิ์


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 54 | สมาคมกวีร่วมสมัย มอบรักแท้…แด่โลกกว้าง ขอให้รักแผ่ไปในโลกกว้าง สู่ผู้คนหม่นคว้างกลางเหน็บหนาว สู่ผู้ที่ไร้เคหาน�้ำตาพราว สู่หลากหลายในเรื่องราวคราวทุกข์ทน ขอให้รักประจักษ์แจ้งดั่งแสงฉาน ส่องสมานก่อเกิดก�ำเนิดผล ให้พืชพันธุ์แห่งธรรมน�ำใจคน เพื่อพาตนพ้นผ่านด่านเภทภัย “วันแห่งรัก” จงมอบรักที่หนักแน่น ส่งสู่แดนที่ผู้คนทุกข์หม่นไหม้ ขอแสงทองส่องเส้นทางก้าวย่างไป สู่เส้นชัยไกลคืนวันอันมืดมน อสงไขย


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 55 | สมาคมกวีร่วมสมัย ลาแล้ว บ้านเกาะ กลบทครอบจักรวาล จากบ้านเกาะเลาะลัดเพราะพลัดจาก หมายจะฝากดวงจิตผิดคาดหมาย ชายตามองมิพบหลบตาชาย จนเบี่ยงบ่ายโฉมงามเพราะความจน ถึงอยู่ไกลแสนไกลพี่ไปถึง สนใจจึงเลาะลัดเพราะขัดสน คนอย่างพี่รู้ในน�้ำใจคน ไปต�ำบลบ้านเกาะเพราะอยากไป ครั้งแรกก็คงไม่ไปสองครั้ง ไหนจะยั้งดวงจิตผิดไฉน ไยเฉยเมยพุ่มพวงพี่ห่วงใย ดวงฤทัยบ้านนี่มีกี่ดวง นัดกับพี่ดอกอ้อก็ผิดนัด ห่วงแหนตัดไมตรีที่น่าห่วง ควงชายอื่นเรื่อยไปเหมือนไขควง เป็นเหยื่อลวงงามข�ำยามจ�ำเป็น


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 56 | สมาคมกวีร่วมสมัย อ้อฟังนะจะบอกแม่ดอกอ้อ เห็นเธอล้อเล่นชายคงได้เห็น เซ็นชื่อรับน�้ำตาต้องกระเซ็น กรรมล�ำเค็ญเธอต้องสนองกรรม รักบ้านเกาะพี่ไปด้วยใจรัก ข�ำคมนักพี่จึงตามแม่งามข�ำ ช�้ำแล้วลา “บ้านเกาะ” เพราะความช�้ำ ใจเจ็บจ�ำ “ดอกอ้อ” อย่างท้อใจ สงวน กลิ่นหอม


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 57 | สมาคมกวีร่วมสมัย คิดถึงพ่อ ในห้วงแห่งค�ำนึงคิดถึงพ่อ น�้ำตาคลอทุกครั้งทั้งใจหาย พระอัจฉริยภาพพระองค์คงค�ำจาย ดุจดังสายฝนหลั่งยังประชา ทั่วแผ่นดินโพ้นฟ้าพาประจักษ์ พระบรมฉายาลักษณ์ทรงสง่า รอยพระสรวลน้อยน้อยพลอยตรึงตรา สายพระเนตรพ่อฟ้าราชาไทย นับเป็นความรู้สึกอันลึกซึ้ง ศาสตร์คือหนึ่งอาทรทรงสอนให้ ปรัชญาพอเพียงอันเกรียงไกร พ่อมอบไว้ให้ลูกเดินถูกทาง ทุกขนัดแผ่นดินถ้ารินร้อย ยังตามรอยพระบาททุกหยาดร่าง ทรงประทับ ณ สรวงใดไม่เคยจาง มหาราชผู้สร้างทางพอเพียง ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป บุญฤทธิ์ ครองบุญ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 58 | สมาคมกวีร่วมสมัย ธรรมอันใด ไยจักพิสุทธิ์เท่าพุทธธรรม จักหาใดไปเปรียบเทียบธรรมะ ทุกวาระชีวันผูกพันอยู่ ตั้งแต่เกิดเปิดจิตพินิจดู ทุกข์มาสู่ตราบจนตนวายปราณ สุขต้องสร้างอย่างจะปฏิบัติ ให้เห็น “สัจธรรม” ที่มีแก่นสาร ครองชีวิตคิดดีมีหลักการ ปลอดเภทภัยแผ้วพานสราญรมย์ สุขอื่นใดในคติ “โลกิยะ” เพียงพันธะชั่วคราวราวขนม อิ่มอร่อยพลอยให้ได้ชื่นชม หมดแล้วสมสับสนกระวนกระวาย สุขด�ำริพิสุทธิ์ “โลกุตระ” “อุปาทาน” ก็จะดับกระหาย “โลภโกรธหลง” คงเห็นเป็นอบาย นี้คือสายศรัทธา “สาธุชน” พระครูกิตติวุฒิคุณ ณรงค์ กิตฺติวุฒฺโฑ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 59 | สมาคมกวีร่วมสมัย กลางคืนกับกลางวัน หวนนึกถึงครึ่งวัยในตอนเด็ก เรายังเล็กจนรุ่นดรุณสาว วันเดือนปีที่ผ่านนานยืดยาว ในทุกคราวคราคิดชีวิตจริง หน้าต่างโลกหลอมไว้ให้ได้เห็น ทุกอย่างเป็นประตูสู่ทุกสิ่ง เหมือนนักพากย์ฉากละครตอนอ้างอิง เดินเหินวิ่งวนดูอยู่กันไป ตะวันส่องมองเห็นเป็นแสงสี วันที่ดีดอกอ้อช่อไสว เกิดประดับกับตน ณ หนใด ดอกไม้ใจจะเต่งเบ่งบานรอ แต่วันใดไม่มีทั้งสีแสง กายเรี่ยวแรงลดลงบ่คงหนอ จะขยับขับเคลื่อนเลื่อนลูกล้อ มิเออออออกวิ่งยิ่งหมดทาง


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 60 | สมาคมกวีร่วมสมัย อายุเดินเหินวนบนผืนหล้า วันเวลาลับลงแล้วคงสาง สีด�ำเลือนเดือนหงายคลายจืดจาง กลับสว่างวาววับสลับดี ธรรมชาติอาจร้ายท�ำลายจิต พรหมลิขิตขีดฝากยากหลีกหนี ให้ไหลไปไม่หวนทวนวารี วันพรุ่งนี้ยังอยู่สู้ต่อไป มนชิดา พานิช


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 61 | สมาคมกวีร่วมสมัย ชมพูภูคา พื้นที่ดอยภูคาป่าต้นน�้ำ* ลมหนาวน�ำหมอกหนาลอยมาห่ม ฤดูกาลผ่านเปลี่ยนเวียนวงกลม ยามฤดูฝนพรมเมฆห่มดอย บนยอดภูดูผ่านเป็นลานลาด ธรรมชาติสร้างป่าหนานิดหน่อย นี่คือจุดส�ำคัญอันรอคอย โอ้สาวน้อยภูคาสบตาเรา ต้นชมพูภูคาไม้หายาก สูญหายไปนานมากจากที่เก่า** เพิ่งพบว่าดอยนี้มีเจ้าเนา อาจเป็นเหย้าสุดท้ายสืบสายพันธุ์ * แม่น�้ำน่าน ล�ำน�้ำปัว ล�ำน�้ำว้า ** เคยพบที่มณฑลยูนนานของจีน ก่อนจะสูญพันธุ์


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 62 | สมาคมกวีร่วมสมัย กลีบดอกชมพูเรื่อเจือสีขาว ชูช่อยาวสมส่วนสวยชวนฝัน เป็นดอกไม้คู่ป่าผาสูงชัน ต้องด้นดั้นภูคามาแหงนมอง ดอกไม้สีสวยหวานบานหน้าหนาว ดุจดังสาวบริสุทธิ์ผิวผุดผ่อง มีอ้อมหลุบหุบดอยคอยประคอง อาบละอองหมอกลอยกลีบพร้อยอาย ฝากภูผาป่าด้วยช่วยถนอม แมลงตอมนัวเนียอาจเสียหาย ช่วยคุ้มครองป้องกันอันตราย ลมหนาวกรายอีกคราอาจมาเยือน ปริญญา อินทร์อุดม


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 63 | สมาคมกวีร่วมสมัย ความน่าจะเป็น* สูตรคณิตคิดค�ำนวณทวนหลักนับ จากศูนย์ปรับเป็นหนึ่งพึ่งเหตุผล "น่าจะเป็น" สองแง่มุมเหมือนหลุมกล ชวนให้คนคิดวิเคราะห์อย่างเหมาะควร ทะเลงามยามสงบอาจพบคลื่น ลมเย็นชื่นพายุอาจจะพัดหวน อากาศดีฝุ่นอาจรอฟุ้งก่อกวน ยิ้มเชิญชวนอาจซ่อนมีดลอบกรีดกัน หากหวังใครให้เป็นเช่นเราคิด ฤๅสัมฤทธิ์รอยส�ำเร็จเสร็จสมฝัน ทั้งใจเขาใจเรารู้เท่าทัน อย่าบีบคั้นขู่ขยี้ข่มขี่ใคร “น่าจะเป็น” “น่าจะท�ำ” เมื่อก�ำหนด ควรปรากฏแบบอย่างทิศทางไหน พินิจความน่าจะเป็นเห็นทางชัย “เป็นคนดี” “จะ” ท�ำไม? เป็นได้เลย วิษณุ พุ่มสว่าง *รางวัลรองชนะเลิศอันดับ ๑ การประกวดกลอนกระดาษ งานต้นแก้วทวีธา ต้นกล้าวรรณศิลป์ ครั้งที่ ๑ โรงเรียนทวีธาภิเศก ๑๙ ก.พ. ๒๕๖๗


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 64 | สมาคมกวีร่วมสมัย แผ่นดินทอง ปรางค์สามยอดทอดยืนเหนือพื้นหญ้า แลศิลาแลงล้อมดุจอ้อมขวัญ พระนารายณ์ราชนิเวศน์เขตส�ำคัญ เสมือนสัญลักษณ์อยู่คู่ธานี แต่เบาราณนานเนื่องเมือง “ละโว้” เพริศภิญโญภูมิปัญญาล�้ำราศี ประวัติศาสตร์ลือขานนับนานปี “ลพบุรี” จึงเลื่องหล้าศรัทธาชน ถึงแดนใดในหล้าทาทองทาบ จ�ำลองภาพก็เพียงแสร้งจ�ำแลงผล มีเทียบถิ่นพ่อพระกาฬบันดาลมนตร์ ดวงตายลก็ชวนให้ดวงใจยิน กราบสมเด็จพระนารายณ์ด้วยใจภักดิ์ ประจงถักมาลัยถ้อยร้อยถวิล ร่วมเชิดชูรู้ชื่นชมสมดวงจินต์ แผ่นดินศาสตร์แผ่นดินศิลป์แผ่นดินทอง วิษณุ พุ่มสว่าง รางวัลชนะเลิศกลอนกระดาษ ประเภท บุคคลทั่วไป งานเปิดบ้าน มนุษย์ - สังคม มรภ.เทพสตรี ประจ�ำปี ๒๕๖๗, ๑๘ ก.พ. ๒๕๖๗


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 65 | สมาคมกวีร่วมสมัย ความตั้งใจ อรุณรุ่งฟ้าพร่างกระจ่างสี ดอกหญ้าคลี่กิ่งก้านสะท้านไหว ลมหนาวเริ่มบรรเลงเพลงกล่อมใจ วาดหวังในอุดมการณ์...สานศรัทธา กับหน้าที่รับผิดชอบตอบค�ำถาม ในนิยามสอนสั่งยังค้นหา เสรีสิทธิ์เท่าเทียมเปี่ยมเมตตา ดั้นด้นมาที่เห็นเป็น “คุณครู” วิวัฒน์ บัตรเจริญ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 66 | สมาคมกวีร่วมสมัย แสงทองส่องวรรณศิลป์ เพียงจรดปลายปากกาค่าประกาศ เพียงกระดาษแต้มลายหมึกนึกวาดฝัน เพียงจดจารวัจนะถ้อยประพันธ์ ย่อมเฉิดฉันเป็นแสงทองผ่องประกาย วรรณศิลป์เเห่งภาษาน่าสดับ วรรณศัพท์ล้วนพาทีมีความหมาย วรรณศาสตร์เด่นชัดระบัดระบาย วรรณกวินไม่สิ้นสายลายอาลักษณ์ เพราะไทยมีกวีปราญช์ฉลาดล�้ำ บรรจงค�ำประพันธ์ถ้อยร้อยจ�ำหลัก แม้เปลี่ยนผ่านกาลสมัยไปนานนัก แต่ค่าศิลป์ทุกถ้อยวรรคประจักษ์นาน “นักเขียน” คือแสงทองส่องโลกฝัน ค�ำประพันธ์บรรเทาทุกข์เสริมสุขศานต์ ใช่เป็นเพียงตัวอักษรถ้อยกลอนกานท์ เเต่คือเเก่น “รากฐาน” ความเป็นไทย วุฒิชัย คงสุขดี


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 67 | สมาคมกวีร่วมสมัย สานสัมพันธ์มั่นคง “ณัช” ส่งถึง ติดตราตรึงกวีร่วมสมัย หัดเขียนอ่านจากนักกลอนขจรไกล เป็นสายใยพันผูกปลูกสัมพันธ์ ค่อยค่อยคิดค่อยค่อยเขียนเรียนรู้ก่อน นั่งนึกย้อนก่อนนั่งร่วมสร้างสรรค์ ด้วยเหตุที่มีปัญหาพาจาบัลย์ หยุดกลางคันยังมั่นคงตรงบทกลอน จะร่วมเรียงเคียงถ้อยร้องภาษา แบ่งเวลาเขียนถึงตรึงอนุสรณ์ จะมุ่งเน้นต่อไปไม่จากจร วันใดถอนตัวคือวันฉันสิ้นแรง ณัช ศรีบุรีรักษ์ สานสัมพันธ์


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 68 | สมาคมกวีร่วมสมัย หลงเงา สร้างฐานคิดติดดาวพร่างพราวฟ้า เด็ดดวงกว่าฟ้าครามงดงามใส ก้าวขึ้นแท่นแผ่นกว้างชื่อสร้างไว้ สู่บันไดให้เด่นมองเห็นงาม มีชื่อเสียงเปรี้ยงปร้างเคยสร้างก่อ ก้าวเดินต่อพอส่งมั่นคงถาม ฐานเชื่อมั่นฟันฝ่าความกล้าตาม เกินใครห้ามถามไถ่ชื่อได้ดัง ใช้สติริเริ่มต่อเติมเกียรติ อย่าหยามเหยียดเกียรติคนด้วยมนต์ขลัง ขอบเขตจิตคิดไว้อย่าให้พัง สร้างความหวังยังเปิดประเสริฐจริง อย่าหลงทางสร้างค่าศรัทธาเปลี่ยน จิตหมุนเวียนเปลี่ยนไปท�ำให้นิ่ง เพียงไตร่ตรองมองดูต้องรู้พิง อย่าเย่อหยิ่งยิ่งช�้ำระก�ำทรวง


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 69 | สมาคมกวีร่วมสมัย เงาในน�้ำย�้ำเห็นล�ำเค็ญยิ่ง เมื่อทุกสิ่งยิ่งเน้นความเป็นห่วง หากหลงเงาเข้าครอบค�ำตอบลวง ติดในบ่วงห้วงเหวจากเปลวไฟ ตั้งสติผลิบานสืบสานส่ง ความมั่นคงตรงซื่อนั้นคือใหม่ อย่าหลงทางสร้างเรื่องจนเคืองใจ สร้างเกียรติให้ไว้แน่นฝากแผ่นดิน อุทัย มีสีสรรพ์


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 70 | สมาคมกวีร่วมสมัย ภูมิถิ่น ภูมิไทย มั่นไว้ สืบสาน เอกลักษณ์เอกราชประกาศก้อง สืบครรลองอารยะธรรมล�้ำสมัย สืบรากเหง้าประเพณีวิถีไทย สืบแก่นชัยมรดกตกทอดมา งาม “ภูมิถิ่น” รากพื้นบ้านสืบสานไว้ เลิศ “ภูมิไทย” ศิลป์สยามนามเลอค่า “ภูมิรากฐาน” ศักดิ์ศรีศาสตร์ปราชญ์วิชา “ภูมิปัญญา” อวดโลกได้ไม่อายคน ความเป็นไทยหยั่งรากลึกผนึกแน่น ทั่วทุกแคว้นงามงอกผลิดอกผล “จงอย่าลืมรากเหง้าภูมิเก่าตน” เราทุกคนจงร่วมรักษ์ประจักษ์ไกล หลอมรวมชาติศาสน์กษัตริย์องค์ฉัตรแก้ว ได้น�ำแนวชีวิตอุทิศให้ เพื่อด�ำรงโรจน์เรืองภูมิเมืองไทย สว่างไสวฟูเฟื่องภูมิเมืองทอง ปีฉลอง ทองสุข


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 71 | สมาคมกวีร่วมสมัย เสน่ห์ศิลป์ แผ่นดินล้านนา เอกลักษณ์เลอล�้ำค่าสง่าศิลป์ เรืองระบิลอัตลักษณ์ชูศักดิ์ศรี นามล้านนาแว่นแคว้นแดนบุรี ส่องวิถีชาติชนล้วนยลยิน รอยก�ำเมืองวัจนาภาษาศาสตร์ งามพิลาสเจิดจรัสหัตถศิลป์ วัฒนธรรมพริ้งเพริศเลิศธานินทร์ บนแผ่นดินขวานทองผ่องอ�ำไพ งามวิจิตรแก่นแก้วแว่วดังเสียง สืบส�ำเนียงเสนาะจิตพิสมัย สีสะล้อจ๊อยซอหวานสราญใจ ศิวิไลซ์จรุงเมืองเฟื่องสากล งานยี่เป็งลือเลื่องมนต์เมืองเหนือ งดงามเหลือจิตรกรรมล�้ำทุกหน คือรากเหง้าประเพณีอันมีมนตร์ เสน่ห์ล้นฮีตด�ำหัวแห่ครัวทาน


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 72 | สมาคมกวีร่วมสมัย กระตุกสานเส้นใยด้วยไหมแก้ว งามเพริศแพร้วทอผ้าซิ่นศิลป์จักสาน ซิ่นตีนจกหงส์ในโคมสมต�ำนาน งามตระหง่านเครื่องเงินเนิ่นนานมา อาหารเมืองน�้ำพริกอ่องของพื้นถิ่น เจาะลายปิ่นงามพิพัฒน์เครื่องหัตถา เยือนเหมันต์เสน่ห์ศิลป์แผ่นดินล้านนา พ่างมนตราเสน่ห์ก้องขวานทองไทย ปีฉลอง ทองสุข


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 73 | สมาคมกวีร่วมสมัย อ�ำนาจ แม้นเรามีอ�ำนาจใดในชีวิต พึงพินิจใช้ถูกต้องตรองทุกด้าน เมื่อยึดติดกับอ�ำนาจอาจเสียงาน เพราะมิผ่านการวิเคราะห์ก่อเกิดภัย มีอ�ำนาจใช่ว่าจะสูงส่ง หากลุ่มหลงชีพผองย่อมหมองไหม้ รู้ขอบเขตรู้หน้าที่รู้วินัย จงอย่าใช้อ�ำนาจพิฆาตคน ปภัสรา ใจเอื้อ นักเรียนโรงเรียนกระทุ่มแพ้ววิทยา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 74 | สมาคมกวีร่วมสมัย ก้นกระดก เป็นคนมีความคิดรับผิดชอบ มุ่งมั่นกอปรคุณธรรมน�ำสุขศรี ย่อมมากคนชื่นชมเหมาะสมดี คือรางวัลผู้ที่มีวินัย ค�ำสรรเสริญเยินยอส่อวิกฤต หากเพียงคิดว่าตนเป็นคนใหญ่ ถูกเยินยอจงรู้ว่าอย่าเผลอใจ ระวังภัยเกิดก่อเพราะลืมตัว ปภัสรา ใจเอื้อ นักเรียนโรงเรียนกระทุ่มแพ้ววิทยา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 75 | สมาคมกวีร่วมสมัย รองเท้า รองเท้ามีวางจ�ำหน่ายหลากหลายแห่ง มีป้ายแจ้งบ่งว่าราคาไหน ทั้งรูปแบบและสีมีทั่วไป เลือกซื้อได้หลายรุ่นตามทุนมี หากความรักเหมือนรองเท้าเราสร้างคู่ ร่วมใจสู้กันสองคนพ้นหมองศรี รองเท้านั้นสวมเป็นคู่ใส่ดูดี เหมือนรักที่คนสร้างเคียงข้างกัน ปภัสรา ใจเอื้อ นักเรียนโรงเรียนกระทุ่มแพ้ววิทยา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 76 | สมาคมกวีร่วมสมัย เพราะโลกนี้ยังมีรัก อุปสรรคมากมายหลากหลายหน ชีวิตตนคล้ายกับจะดับหวัง บททดสอบรวนเรประเดประดัง เราต้องตั้งสติมิยอมแพ้ เพราะโลกนี้ยังมีรักจึงมากมิตร ให้ข้อคิดให้พลังให้ทางแก้ ให้สินทรัพย์เกื้อกูลหนุนดูแล อบอุ่นแท้ก้าวข้ามความทุกข์ทน กราบพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ตั้งสัตย์ตรงท�ำความดีมิสับสน มีโอกาสตอบแทนบุญคุณทุกคน ที่เคยช่วยฉันข้ามพ้นวิกฤติกาล รักนะมิตรทุกคนบนโลกฝัน รักนะวงวรรณอันอ่อนหวาน รักนะคนเคียงข้างช่างทนทาน รักนะรักนานนานนิรันดร ประสิทธิ์ หอมสุวรรณ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 77 | สมาคมกวีร่วมสมัย วิเศษวลี เศษกระดาษอาจผล็อยลอยลมหวือ ที่กระพือพัดผ่านลานดอนลุ่ม ชวนฉงนสนใจในบางมุม มัวเดาสุ่มลมมาจะพาลอย จึงเก็บเอามานั่งตั้งใจอ่าน ส�ำนวนกลอนอ่อนหวานดุจตาลอ้อย นัยจากบทรจนาพาเคลิ้มคล้อย ลบร่องรอยร้าวรานเมื่อวานซืน ความรู้สึกหนาวเหน็บเจ็บปวดลด ดังโอสถขนานทิพย์ที่หยิบยื่น ตั้งใจเก็บยาวยงมิส่งคืน แม้ยามฟื้นเจ็บไข้ได้อ่านทวน


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 78 | สมาคมกวีร่วมสมัย วรรควลีที่ร้อยถ้อยค�ำรัก ในบางวรรควลีอาจมีส่วน ให้หัวใจดื่มด�่ำนัยส�ำนวน อิ่มอบอวลไอรักวรรควลี จะอยู่อย่างสุขใจในโลกฝัน ความส�ำคัญของกระดาษอาจคงที่ เป็นทิพยโอสถบทกวี ให้คนมีความฝันอันสวยงาม เศษกระดาษปลิวผ่านลานอักษร สลักกลอนส�ำนวนชวนไหวหวาม เก็บเอาบางวลีมาตีความ ฝันไปตามค�ำร้อยทุกถ้อยค�ำ ปริญญา อินทร์อุดม


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 79 | สมาคมกวีร่วมสมัย แด่...ลมหนาว ลมหนาว ทุกครั้งคราวประพาตบาดขุมขน น�้ำค้างดึกเหยาะหยดรดกมล เหน็บเหลือทนทุกข์ทับอัประไมย คิดถึงอ้อมแขนป้องประคองขวัญ กลางคืนวันเหว่ว้าน�้ำตาไหล คิดถึงค�ำพร�่ำรักปักฤทัย เธอเคยได้บอกฉันทุกวันวาร คิดถึงตาคู่นั้นที่ฝันซึ้ง และคิดถึงก้อยเรียวเกี่ยวประสาน ในราตรีลมหนาวพัดยาวนาน ความอุ่นซ่านแผ่อุ้มโอบคลุมเรา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 80 | สมาคมกวีร่วมสมัย คิดถึงแปลงดอกไม้ใกล้บ้านน้อย ที่เธอคอยปลูกพรวนสวนเสลา กับอีกมากความคิดถึงคะนึงเนา ที่คลอเคล้าเพียงครู่แล้วจู่ลา ไม่มีรอยยิ้มเลอจากเธอแล้ว เหลือเพียงแววโหยไห้อาลัยหา ทิ้งอ้อมแขนเปล่าว่างให้ค้างคา ประทับตราทุกข์หนักเกินจักเลือน ในค�่ำนี้ฟ้าหนาวร้าวรันทด ฉันต้องอดทนเหน็บเจ็บเชือดเฉือน ฟังลมโบกโศกซ�้ำระก�ำเตือน สิ้นคู่เรือนรักแพร้วเสียแล้วเรา เปลวเพลิง


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 81 | สมาคมกวีร่วมสมัย สกุณาแว่วแว่ววิเหวงโหวง เจ้าไก่โต้งขานรับวะวาบไหว อรุณรุ่งจะเริ่มแล้วนะแก้วใจ ดวงฤทัยไยกลับหม่นและหมองมัว แสงสีทองค่อยค่อยเริ่มเปิดขอบฟ้า แสงจันทราค่อยค่อยลับดับสลัว ก่อนฟ้าสางฤดีข้ากลับหวั่นกลัว ระริกรัวหวั่นหวั่นวิเวกใจ สกาวรัตน์ สุวิชญา วิเวกใจ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 82 | สมาคมกวีร่วมสมัย มีของมาขาย ถึงขายหน้าแค่ไหนไม่ก�ำสรด ยางอายลดลงบ้างยังรับไหว ถึงขายผ้าเอาหน้ารอดพอปลอดภัย เพียงถูถูไถไถขอไปที ที่ยังขายเพราะยังมีที่จะขาย ที่เรี่ยรายคือก�ำไรไม่ก่อหนี้ ขายไปตามสิทธิ์ซึ่งเราพึงมี เว้นผู้ที่ขายวิญญาณนั่นขาดทุน ชมพร เพชรอนันต์กุล


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 83 | สมาคมกวีร่วมสมัย หลับเถิดลูก อยู่โรงเรียนปลอดภัยใช่ไหมลูก ความพันผูกครูกับศิษย์ไม่บิดผัน ส่งลูกเช้ารับลูกเย็นได้เห็นกัน จูบประทับรับขวัญวันกลับมา แต่บ่ายนี้เขาพรากลูกจากแม่ เสียงเซ็งแซ่ปลายสายให้ผวา คมกระสุนแทรกร่างคงค้างคา จากน�้ำมือคนบ้าเข้ามาเบียน หลับเถิดลูกฟังค�ำแม่พร�่ำกล่อม ทุกหยาดย้อมถ้อยอาลัยจ�ำใจเขียน เผลอชงนมจะฝากให้ไปโรงเรียน กลับต้องเปลี่ยนมาวางข้างข้างโลง รพีพรรณ เพชรอนันต์กุล


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 84 | สมาคมกวีร่วมสมัย ถามข่าวสาวผีเสื้อ เธอนั้นยังอยู่ดีไหมผีเสื้อ หรือเป็นเหยื่อหัวใจของใครเขา หรือถูกลมร�ำเพยเอื้อนเอ่ยเอา จนตัวเจ้าเมารักที่ชักพา บนพื้นฐานหวานค�ำผู้พร�่ำกล่าว โน้มใจสาวผีเสื้อจนเชื่อว่า ยังมีทุ่งดอกฝันอันโอชา จึงหวังคว้าเกสรรักไว้พักพิง เธอยังคงลงเอยที่เคยถิ่น หรือว่าบินสูงไปตามใจหญิง หรือยังคงดงหญ้าคว้ารักจริง มิทอดทิ้งทุ่งเก่าที่เนานอน ยังอยากอยู่ที่นี่ไหมที่รัก หรือเธอจักบินไปให้รู้ก่อน ลองบินเที่ยวทุ่งฝันตะวันรอน ลองสัญจรสู่แดนอันแสนไกล


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 85 | สมาคมกวีร่วมสมัย หากแรงปีกเจ้าแกร่งมีแรงก้าว บินเถิดสาวผีเสื้อเพื่อโลกใหม่ บินเที่ยวท่องท้องฟ้ามุ่งหน้าไป ตามหัวใจเสรีของชีวิต บินข้ามทุ่งมุ่งหน้าสู่ป่าฝัน ที่พืชพรรณงอกงามขึ้นตามสิทธิ์ ที่มวลชนชาวถิ่นยินดีมิตร ทุกดวงจิตห่วงหาและอาทร ลองโบยบินยินดีเสรีภาพ ไปรับทราบเรียนรู้อุทาหรณ์ เพื่อผัสสะเล่ห์กลคนละคร ลองหนาวร้อนระหว่างเส้นทางเดิน หากหัวใจผีเสื้อเจ้าเบื่อถิ่น เชิญโบยบินบอกลาถ้าห่างเหิน โลกใบเก่าเจ้าหน่ายว่าร้ายเกิน อยากเผชิญโลกหน้าอย่ารีรอ เมื่อมีปณิธานที่หาญกล้า เลือกเดินหน้าเถิดเจ้าจงก้าวต่อ สะสมเสบียงใจให้เพียงพอ ดงดอกท้อขวางหน้าจงฝ่าฟัน กล้า ลาบุญตา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 86 | สมาคมกวีร่วมสมัย วรรณศิลป์ ดนตรีทิพย์บรรเลงเพลงขับขาน สื่อประสานถ้อยจ�ำเรียงส�ำเนียงใส อิ่มอารมณ์สมคุณค่าภาษาไทย พิศอ�ำไพวรรณศิลป์จินตนา เอกลักษณ์สุนทรีย์มีแบบบท ร้อยเรียงพจน์ยลยินระบิลค่า สืบงานศิลป์ประจักษ์อักษรา คงคู่หล้าชั่วนิจนิรันดร วิวัฒน์ บัตรเจริญ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 87 | สมาคมกวีร่วมสมัย ฝันของแม่ ฟ้าอ�ำไพงามผ่องทองทาบทา แสงอุษาเยี่ยมยลดลจิตฝัน หวนค�ำนึงในภวังค์ยังผูกพัน แววตานั้นติดตรึงซึ้งทรวงใน เฝ้าพากเพียรพิทักษ์อักษรา ปลูกปัญญามอบศิษย์ด้วยจิตใส แม้นอยู่ถิ่นดินแดนแสนห่างไกล แม่ภูมิใจได้เห็นลูกเป็นครู บังอร สุวิทยพันธุ์


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 88 | สมาคมกวีร่วมสมัย สื่อรักสองแผ่นดิน สื่อรักสองแผ่นดิน กุหลาบถวิลชมพูพร นามจุฬาลงกรณ์ เลิศสุนทรงามวิไล หอมเย็นระรื่นจิต เพลิดเพลินพิศจิตแจ่มใส เบ่งบานซ้อนแซมใน สุดไฉไลกลีบนิ่มนวล ลดาไร้เรียวหนาม ยลยิ่งงามทรามสงวน เชิญชมชอบชิดชวน จิตประมวลรักลดา เกรียงศักดิ์ ศรีโสภิต


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 89 | สมาคมกวีร่วมสมัย มนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่ายอดหญ้า มองดูสิ หลังฝนพร�ำฉ�่ำโลกหล้า พฤกษ์พนาเติบตื่นฟื้นสีสัน ปวงแมลงเริงระบ�ำร่วมจ�ำนรรจ์ โลกล้วนหฤหรรษ์บรรเลงพร ทั้งทรายหินดินดาวพราวฟากฟ้า ทั้งไส้เดือนแมวหมาช้างปลาช่อน ทั้งต้นหญ้าไม้ดอกงอกแทรกซอน ร่วมเย็นร้อนในโลกใหญ่ใบเดียวกัน มนุษย์หรือยิ่งใหญ่ไยอวดเก่ง เที่ยวกุมเหงใช้ก�ำลังเข้าห�้ำหั่น แย่งครอบครองสิ่งสมมุติสุดชีวัน ทั้งที่ชีพมนุษย์นั้นสั้นนิดเดียว ปริญญ์ สระปัญญา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 90 | สมาคมกวีร่วมสมัย สิทธิ์ของใจ ดีที่สุดที่ได้สิทธิ์คือคิดถึง คนคนหนึ่งซึ่งไร้สิทธิ์อยู่ชิดใกล้ คิดถึงเขาเขาฝากจิตคิดถึงใคร เราฝากใจคิดถึงเขาเหงาล�ำพัง ดีที่สุดแล้วชีวิตได้คิดถึง ใจดวงหนึ่งมีแหล่งหลักพักความหวัง ถึงดวงตามีน�้ำตาทุกคราครั้ง ใจก็ยังขอใช้สิทธิ์คิดต่อไป ดีที่สุดสิทธิ์ที่ถือคือคิดถึง แม้จะคิดเพียงข้างหนึ่งยังซึ้งได้ ความคิดถึงส่งถึงเขาเราเต็มใจ ส่วนเขาจะคิดถึงใครไม่อยากรู้ ปริญญ์ สระปัญญา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 91 | สมาคมกวีร่วมสมัย ณ ที่นั้นฝันรออยู่วันพรุ่งนี้ ณ ขอบคุ้งรุ้งพราวพร่างราวฟ้า ณ เมฆาระย้ารอบเป็นขอบขัณฑ์ ณ ทิวเขาเงาพฤกษ์ดึกด�ำบรรพ์ ณ คืนวันผันผ่านการรอคอย ที่ แห่งหนึ่งซึ่งก�ำเนิดเกิดก่อร่าง ที่ เคยสร้างวางความฝันอันสุดสอย ที่ เคยห่มพรมหญ้าเขียวเรียวภูดอย ที่ พร่างพร้อยรอยความจ�ำย�้ำตรึงตรา นั้น คือแดนแสนซึ้งซึ่งความสุข นั้น ค�ำถามยามความทุกข์รุกเข้าหา นั้น ค�ำตอบครอบคลุมไว้ในอุรา นั้น คือค่าความทรงจ�ำที่คร�่ำครวญ ฝัน ถึงถิ่นถวิลวันสันติภาพ ฝัน ก�ำซาบแผ่นดินไร้เสียงไห้หวน ฝัน เห็นรอยยิ้มแย้มบนแก้มนวล ฝัน ถึงมวลบุปผชาติดาษดา


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 92 | สมาคมกวีร่วมสมัย รอ เธอเก็บมาอบอวลความหวนหอม รอ เธอพร้อมน้อมรับวันสุขหรรษา รอ โลกนี้ที่สดใสไร้โรคา รอ ค�ำว่าทิวาวารสราญรมย์ อยู่ เพื่อเพาะกล้างามท่าม*แดดฝน อยู่ อย่างคนหยัดยืนเหนือขื่นขม อยู่ ด้วยแรงแกร่งหยามความระทม อยู่ เพื่อบ่มความฝันอันอ�ำไพ วันพรุ่งนี้ มีแสงทองของความหวัง วันพรุ่งนี้ มีพลังดั่งแสงไข วันพรุ่งนี้ มีรุ้งวาดพาดฟ้าไกล วันพรุ่งนี้ ที่ฝันไว้ได้เป็นจริง อสงไขย *ไทยเดิม ท่าม ว่า ที่ เช่น ท่ามเหนือ ท่ามใต้


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 93 | สมาคมกวีร่วมสมัย อุเบกขา เมื่อเกลียดได้ก็รักได้ไม่แปลกดอก โลกหลอนหลอกอย่าหลงใหลใจถล�ำ ไม่ยึดมั่นเมามัวหัวคะม�ำ สูงจะต�่ำต้องรู้ตัดลดอัตตา วิตกวายคลายพะวงปลงชีวิต ใครจะเบี้ยวเบือนบิดจิตไม่บ้า หยุดนิยมเรื่องนิยายขายมายา อุเบกขาจึงคลี่คลายหายแค้นเคือง เสม สมศรี


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 94 | สมาคมกวีร่วมสมัย วันพระ ต่างยื้อแย่งแข่งขันมั่นหมายจิต พาชีวิตแสวงหวังตั้งแต่ตื่น บ้างก็รุ่งบ้างก็ล่มเหลวล้มครืน สุขผสมขมขื่นปนชื่นบาน จึงวันพระท่านให้พักรู้จักผ่อน เพียงตัดตอนลดอัตตาหาทางต้าน ความอยากดีอยากเด่นเป็นสันดาน หยุดเป็นพาลวันพระเจริญพร เสม สมศรี


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 95 | สมาคมกวีร่วมสมัย ค�ำหอม สุคันธรสรวยรินโชยกลิ่นกรุ่น หอมละมุนช่อผกาพาสุขศรี แต่งโลกสวยเพลินตาสุมาลี ย้อมชีวีสุขสมภิรมยา แต่หอมใดมิเปรียบมาเทียบเท่า ค�ำหอมเนาติดตรึงคะนึงหา กวีร้อยเรียงพจน์รจนา คือคุณค่าสมบัติศิลป์เทิดถิ่นไทย วิวัฒน์ บัตรเจริญ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 96 | สมาคมกวีร่วมสมัย ครู ครูคือปูชนียบุคคล ครูคือต้นแบบอย่างทางสร้างสรรค์ ครูคือผู้สามารถสารพัน ครูคือฝันสีทองของแผ่นดิน งานของครูคืองานการสร้างชาติ สร้างนักวาดประดิษฐ์คิดงานศิลป์ สร้างนักร้องก้องชื่อลือระบิล สร้างนักบินนักบัญชีนักกีฬา ครูช่วยให้หนูหนูรู้หนังสือ ครูยึดถือคุณธรรมน�ำศึกษา ครูท�ำสื่อนวัตกรรมนานา ปรารถนาให้หนูได้รู้ดี ค�ำนิยามของครูสวยหรูนัก ศิษย์มอบรักเคารพนบศักดิ์ศรี แม้เปรียบครูเรือจ้างกลางนที จากวันนี้วันนั้นวันต่อไป บุปผรัต ภิญโญ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 97 | สมาคมกวีร่วมสมัย ใ น เ สี ย ง ก วี ในโลกแห่งความโลภ บางคนโอบกอดวิกฤติ บางคนชื่นชีวิต บางคนติดในบ่วงแร้ว บางคนมีเพื่อนแท้ จึงมีแต่ความเพริศแพร้ว ฉ�่ำแสงดาววาวแวว เพราะเพื่อนแก้วคอยเกื้อกูล บางคนหลั่งน�้ำตา อนิจจาแสนอาดูร เพื่อนรักก็หนีสูญ จึงเศร้าทรวงน่าห่วงครัน มาเถิดมาที่นี่ มาพื้นที่หัวใจฉัน มารับความสุขสันต์ มาสดใสในเสียงกวี พุทธิ์นันทะ ผลชัยอรุณ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 98 | สมาคมกวีร่วมสมัย สวนสน ระยอง สวนสนแดนดินถิ่นนี้ เหมือนมีแรงดลมนต์ขลัง ธรรมชาติส่งเสริมเพิ่มพลัง ใจหวังเยือนใหม่ใฝ่รอ ทิวสนเป็นระเบียบเรียบเด่น บริเวณสงบยิ่งจริงหนอ คลื่นสาดหาดขาวเคล้าคลอ สนล้อลมแก่วงแรงไกว รื่นร่มชมเพลินเดินเที่ยว ลดเลี้ยวตามทางกว้างใหญ่ หาดทรายขาวล�้ำอ�ำไพ เกินไกลสุดหมายสายตา วิหคขานไขไพเราะ เสนาะเสียงสร้องก้องป่า ลมทะเลพัดเอื่อยเฉื่อยมา อยากหาที่หลักพักนอน “สวนสน” แดนดินถิ่นสถาน ได้ผ่านพ�ำนักพักผ่อน ลับหลังดวงมานราญรอน อยากย้อนบอกรักสักครั้ง ณภัสพล ฉายะวรรณ


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 99 | สมาคมกวีร่วมสมัย ตาลด้วนที่ปลายนา ตาลปลายนาที่ข้าเคยนั่งร่ม รับแรงลมแรงรักหนุนตักสาว ร่มเงาตาลยามเย็นเป็นทางยาว เธอได้กล่าวสัญญารักข้านาน หนุ่มลูกทุ่งใจซื่อถือรักมั่น จึงรอวันวิวาห์พาสุขศานต์ ละทิ้งหางคันไถ่ไปท�ำงาน หวังกลับบ้านหอบเงินหมั่นตามสัญญา ควายห่างไถข้าวไกลนาปลาห่างน�้ำ ความชอกช�้ำจึงรุมสุมอกข้า เพราะทิ้งอี..สาวให้ไกลสายตา เท่ากับว่าทิ้งให้เป็นหลายใจ โอ้อีสาวบ้านนาของข้าเอ๋ย ก่อนข้าเคยกล่อมขับให้หลับใหล ร่มเงาตาลลานรักหนุนตักใคร ลืมหรือไรสัญญาเราใต้เงาตาล


กวีร่วมสมัยใจเดียวกัน | 100 | สมาคมกวีร่วมสมัย คนปีนป่ายปลายตาลหวังรานลูก ก็เพราะถูกใจจดติดรสหวาน ก็เพราะรักดอกข้าจึงสาบาน กลับมาบ้านคนอะไรใจเรรวน โอ้ตาลเอ่ยปลายนาคราก่อนนี้ เคยเป็นที่ปลอบใจนับไม่ถ้วน ควายลืมไถข้าวลืมนาข้าคร�่ำครวญ ตาลยอดด้วนเพราะฟ้าผ่ายอดตาล. สงวน กลิ่นหอม


Click to View FlipBook Version