The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา รร.อทร. 2566 ปรับปรุง (ล่าสุด.docx

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chayanisa Suwan, 2023-04-29 22:40:43

หลักสูตรสถานศึกษา รร.อทร. 2566 ปรับปรุง (ล่าสุด.docx

หลักสูตรสถานศึกษา รร.อทร. 2566 ปรับปรุง (ล่าสุด.docx

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๐ สำหรับเด็กอายุ ๓ – 6 ปี (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๖) โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย


ก คำนำ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม. พ.ศ.2545 กำหนดไว้ว่ามนุษย์ที่ สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตสามารถอยู่ ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายการพัฒนาสาระกระบวนการและ เรียนรู้ให้ เป็นไปอย่างต่อเนื่องมีมาตรฐาน การศึกษาปฐมวัย เป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๖ ปี บนพื้นฐานขอการอบรมเลี้ยงดูและ ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ในการจัดประสบการณ์ให้เด็กอายุ ๓-๖ ปีจะต้องยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูควบคู่กับ การให้การศึกษา โดยต้องคำนึงถึงความสนใจและความต้องการของเด็กทุกคน เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการ ทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาอย่างสมดุล เพื่อให้เด็กแต่ละคนได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง ขั้นของพัฒนาการ สูงสุดตามศักยภาพ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข เป็นคนดีและคนเก สังคม และสอดคล้องกับ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา สภาพเศรษฐกิจ สังคม โดย ความร่วมมือจากบุคคล ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น องค์กรเอกชน สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบัน สังคมอื่น การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง ๒๕๖๖) ฉบับนี้ สำเร็จได้ด้วยความร่วมมืออย่างดียิ่งจากคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลท่าแร่ ผู้บริหารสถานศึกษา ที่ ให้การสนับสนุนในการทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย รวมทั้งครูผู้สอน บุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และชุมชน ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา โดยให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ทำให้หลักสูตรปฐมวัยมีความชัดเจน และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดใน การพัฒนาเด็ก เพื่อเป็นรากฐานของชีวิตให้ก้าวไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ต่อไป คณะผู้จัดทำ พฤษภาคม ๒๕๖๖


ข สารบัญ เรื่อง หน้า ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย............................................................................................................................... 1 วิสัยทัศน์........................................................................................................................................................ 1 พันธกิจ.......................................................................................................................................................... 1 จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา............................................................................................................................ 1 หลักการจัดการศึกษาปฐมวัย........................................................................................................................ 2 จุดหมายการศึกษาปฐมวัย............................................................................................................................ 2 แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัย................................................................................................................... 3 พัฒนาการเด็กปฐมวัย................................................................................................................................... 4 คุณลักษณะของเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ 21............................................................................................... 5 สภาพที่พึงประสงค์....................................................................................................................................... 7 มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์.............................................................................................................. 12 ตารางวิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์..................................................................................... 13 การจัดเวลาเรียน.......................................................................................................................................... 22 สาระการเรียนรู้รายปี................................................................................................................................... 22 สาระที่ควรเรียนรู้......................................................................................................................................... 27 - สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก............................................................................. 28 - สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก........................................ 31 - สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๓ ธรรมชาติรอบตัว........................................................................................ 34 - สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๔ สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก.................................................................................. 36 สาระการจัดกิจกรรมประสบการณ์ (เด็กอายุ ๓-4 ปี) ............................................................................ 40 สาระการจัดกิจกรรมประสบการณ์ (เด็กอายุ 4-5 ปี) ............................................................................ 44 สาระการจัดกิจกรรมประสบการณ์ (เด็กอายุ 5-6 ปี) ............................................................................ 48 โครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย (เด็กอายุ ๓-6 ปี) ............................................................................. 54 กำหนดการจัดประสบการณ์ – หน่วยการเรียนรู้ (เด็กอายุ ๓-4 ปี) .......................................................... 60 กำหนดการจัดประสบการณ์ – หน่วยการเรียนรู้ (เด็กอายุ 4-5 ปี) .......................................................... 62 กำหนดการจัดประสบการณ์ – หน่วยการเรียนรู้ (เด็กอายุ 5-6 ปี) .......................................................... 64 กำหนดเวลาเรียน......................................................................................................................................... 73 การจัดการเรียนรู้หลักสูตรปฐมวัย............................................................................................................... 73 การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้.................................................................................................................... 82 สื่อและแหล่งการเรียนรู้............................................................................................................................... 83 การประเมินพัฒนาการ................................................................................................................................ 84 ตารางกิจกรรมประจำวัน............................................................................................................................. 94 ภาคผนวก - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรฯ................................................................................ 96 - ประกาศอนุญาตให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาฯ............................................................................... 97 - บรรณานุกรม............................................................................................................................... 98


หน้า ๑ ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง ๖ ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการ อบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคน ให้เต็มตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และเข้าใจของ ทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ วิสัยทัศน์การศึกษาปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุขและ เหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และ สำนึกความเป็นไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การพัฒนาเด็ก วิสัยทัศน์โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ โรงเรียนคุณภาพ เสริมสร้างการมีส่วนร่วม สถาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ พันธกิจการจัดการศึกษาโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ ๑. จัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาอย่างมีคุณภาพ ๒. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความรู้ ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพ ๓. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน ๔. พัฒนาระบบความปลอดภัยสถานศึกษา เป้าประสงค์โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ ๑. ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึ่งประสงค์ ๒. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีคุณภาพ ๓. โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และปลอดภัย ๔. ครอบครัวและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ๕. โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ ยุทธศาสตร์โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ ๑. การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ๒. คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ๓. ระบบความปลอดภัยและอาคารสถานที่ ๔. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ๕. พัฒนาระบบการบริหารจัดการสถานศึกษา


หน้า ๒ หลักการจัดการศึกษาปฐมวัย เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและได้รับการส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ เด็กตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสมด้วยการปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูการพัฒนาและการให้การศึกษาแก่เด็ก ปฐมวัยเพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้าน อย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพ โดยกำหนดหลักการ ดังนี้ ๑. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน ๒. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคล และวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย ๓. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม ผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมีกิจกรรมที่ หลากหลาย ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เหมาะสมกับวัย และมีการพักผ่อนเพียงพอ ๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และมีความสุข ๕. สร้างความรู้ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษากับพ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปี หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ ๓-๖ ปีเป็นการจัดการศึกษาในลักษณะของการอบรม เลี้ยงดูและให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามวัย และความสามารถของแต่ละบุคคล จุดหมายการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ ๓–๖ ปี มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็มตามศักยภาพ และมีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อเด็กจบการศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้ ๑. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี ๒. สุขภาพจิตดีมีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรม และจิตใจที่ดีงาม ๓. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ อย่างมีความสุข ๔. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย


หน้า ๓ แนวคิดการจัดการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช ๒๕๖๐ พัฒนาขึ้นบนแนวคิดหลักการสำคัญเกี่ยวกับ พัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยถือว่าการเล่นของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภายใต้ การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานของสมอง ผ่านสื่อที่ต้องเอื้อให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยครูจำเป็นต้องเข้าใจ และยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ศักยภาพ และพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ทั้งนี้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมีแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐม ดังนี้ ๑. แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ต่อเนื่องในตัวมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิไปจนตลอดชีวิต พัฒนาการของเด็กแต่ละคนจะมีลำดับขั้นตอนลักษณะ เดียวกันแต่อัตราและระยะเวลาในการผ่านขั้นตอนต่าง ๆ อาจแตกต่างกันได้ขั้นตอนแรก ๆ จะเป็นพื้นฐาน สำหรับพัฒนาการขั้นต่อไป พัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคมและสติปัญญาแต่ละส่วนส่งผล กระทบซึ่งกันและกัน เมื่อด้านหนึ่งก้าวหน้าอีกด้านหนึ่งจะก้าวหน้าตามด้วย ในทำนองเดียวกันถ้าด้านใด ผิดปกติก็จะทำให้ด้านอื่น ๆ ผิดปกติตามด้วย แนวคิดเกี่ยวกับทฤษฎีพัฒนาการด้านร่างกายอธิบายว่าการ เจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กมีลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับขั้น เด็กจะพัฒนาได้จะต้องเกิดวุฒิภาวะของ ความสามารถขั้นนั้นก่อน สำหรับทฤษฎีพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจและสังคมอธิบายว่าการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็กเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรักและความอบอุ่นเป็นพื้นฐานของความเชื่อมั่นใน ตนเอง เด็กที่ได้รับความรักและความอบอุ่นจะมีความไว้วางใจในผู้อื่นเห็นคุณค่าของตนเองจะมีความเชื่อมั่น ในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของความเป็นประชาธิปไตย ความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ ทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญาอธิบายว่าเด็กเกิดมาพร้อมวุฒิภาวะซึ่งจะพัฒนาตามอายุ ประสบการณ์รวมทั้งค่านิยมทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เด็กได้รับ ๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ ของเด็ก ขณะที่เด็กเล่นจะเกิดการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัส และการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์และการแสดงออกถึงตนเอง เรียนรู้ความรู้สึก ของผู้อื่นเด็กจะรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลองคิดสร้างสรรค์คิดแก้ปัญหา และ ค้นพบด้วยตนเอง การเล่นช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ดังนั้นเด็กควรมีโอกาสเล่นปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สิ่งแวดล้อมรอบตัว และเลือก กิจกรรมการเล่นด้วยตนเอง ๓. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญที่สุดในร่างกายของคน เพราะการที่มนุษย์สามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้นั้น ต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพื้นฐานการรับรู้รับ ความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้งห้า การเชื่อมโยงต่อกันของเซลล์สมองส่วนมากเกิดขึ้นก่อนอายุ ๕ ปีและมี ปฏิสัมพันธ์แรกเริ่มระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่มีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อโดยในช่วง ๓ ปี แรกของชีวิต สมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมากมีการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อขึ้นมากมาย สร้างไขมัน หรือมันสมองหุ้มล้อมรอบเส้นใยสมองด้วยพอเด็กอายุ ๓ ปีสมองจะมีขนาดประมาณ ๘๐% ของสมองผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่นล้านเซลล์เซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อเหล่านี้ยิ่งได้รับการกระตุ้นมากเท่าใด การเชื่อมต่อ กันระหว่างเซลล์สมองยิ่งมีมากขึ้น และความสามารถทางการคิดยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นถ้าหากเด็กขาดการกระตุ้น หรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมเซลล์สมองและจุดเชื่อมต่อที่สร้างขึ้นมาก็จะหายไปเด็กที่ได้รับ ความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาดความสามารถที่จะเรียนรู้อย่างไรก็ตามส่วนต่าง ๆ ของสมอง เจริญเติบโตและเริ่มมีความสามารถในการทำหน้าที่ในช่วงเวลาต่างกันจึงอธิบายได้ว่าการเรียนรู้ทักษะ


หน้า ๔ บางอย่างจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกว่า“หน้าต่างของโอกาสการเรียนรู้” ซึ่งเป็นช่วงที่พ่อ แม่ผู้เลี้ยงดูและครูสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาสิ่งนั้น ๆ ได้ดีที่สุด เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะ ฝึกยากหรือเด็กทำไม่ได้เลย เช่น การเชื่อมโยงวงจรประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการ กระตุ้นการทำงานตั้งแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิตจึงจะมีพัฒนาการตามปกติช่วงเวลาของการเรียนภาษา คืออายุ ๓ - ๕ ปีแรกของชีวิตเด็กจะพูดได้ชัดคล่องและถูกต้อง โดยการพัฒนาจากการพูดเป็นคำ ๆ มาพูด เป็นประโยคและเล่าเรื่องได้เป็นต้น ๔. แนวคิดเกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ที่วางไว้ทำสิ่งที่เป็น นามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลิน เกิดการเรียนรู้ และ ค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้องปลอดภัยต่อตัวเด็ก และเหมาะสมกับวัยวุฒิภาวะความแตกต่าง ระหว่างบุคคล ความสนใจ และความต้องการของเด็กที่หลากหลาย สื่อประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนา เด็กปฐมวัยควรมีสื่อทั้งที่เป็นประเภท ๒ มิติและ ๓ มิติที่เป็นสื่อของจริง สื่อธรรมชาติสื่อที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก สะท้อนวัฒนธรรม สื่อภูมิปัญญาท้องถิ่น สื่อเพื่อพัฒนาในด้านต่าง ๆ ให้ครบทุกด้าน ทั้งนี้สื่อต้องเอื้อให้เด็ก เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยการจัดการใช้สื่อสำหรับเด็กปฐมวัยต้องเริ่มต้นจากสื่อของจริง สื่อจำลอง ภาพถ่าย ภาพโครงร่าง และสัญลักษณ์ตามลำดับ ๕. แนวคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม เด็กเมื่อเกิดมาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบดั้งเดิมตามประเพณี มรดก และความรู้ของบรรพบุรุษ แต่ยัง ได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัวและชุมชนของแต่ละที่ด้วยบริบท ทางสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมตัวเด็ก ทำให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไปครูจำเป็นต้อง เข้าใจ และยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้การพัฒนาศักยภาพ และ พัฒนาการของเด็กแต่ละคน ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบเพื่อช่วย ให้เด็กได้รับการพัฒนา เกิดการเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างมี ความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู่สังคมในอนาคตกับการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น การทำงานร่วมกับผู้อื่นที่มีความ หลากหลายทางความคิด ความเชื่อและวัฒนธรรม เช่น ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องศาสนา ประเทศพม่า ลาว กัมพูชาก็คล้ายคลึงกับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์การไหว้พระ การให้ความเคารพพระสงฆ์การทำบุญเลี้ยงพระ การเวียนเทียนเนื่องในวันสำคัญ ทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา สำหรับประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนา อิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับอิทธิพลจากศาสนาคริสต์ประเทศสิงค์โปร์และ เวียดนามนับถือหลายศาสนาโดยนับถือลัทธิธรรมเนียมแบบจีนเป็นหลัก เป็นต้น พัฒนาการเด็กปฐมวัย พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาแสดงให้เห็นถึงการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามวุฒิภาวะและสภาพแวดล้อมที่เด็กได้รับ พัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัยอาจเร็วหรือ ช้าแตกต่างกันไปในเด็กแต่ละคน หากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีความรู้ความเข้าใจก็จะส่งผลดีต่อพัฒนาการเด็กที่ ตนดูแลรับผิดชอบ ทั้งนี้พัฒนาการของเด็กปฐมวัยอายุ ๓–๖ ปี สรุปที่สำคัญ มีดังนี้ ๑. ด้านร่างกาย เจริญเติบโตรวดเร็วโดยเฉพาะในเรื่องน้ำหนักและส่วนสูง กล้ามเนื้อที่ใช้ในการ เคลื่อนไหว เช่น กล้ามเนื้อมือ กล้ามเนื้อเท้า ยังทำงานไม่ประสานดีพอ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อมือ–ตา ทำให้เด็ก ยังไม่สามารถเขียนหนังสือได้ดี เด็กวัยนี้ชอบเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง มีความคล่องแคล่ว ว่องไว ในการเดินการวิ่ง และการหยิบจับ สามารถควบคุมและบังคับการทรงตัวได้ดี เด็กวัยนี้พร้อมที่จะออกกำลังและเคลื่อนไหวใน


หน้า ๕ ลักษณะต่าง ๆ การสัมผัสหรือการใช้มือมีความละเอียดขึ้น การพัฒนากล้ามเนื้อเล็กช้าควรระวังไม่ให้เกิดการ ผลักดันให้เด็กใช้กล้ามเนื้อเล็กเร็วเกินไปจนทำให้เด็กเกิดความเครียด ทั้งนี้เด็กปฐมวัยสามารถทำกิจกรรมที่ พัฒนากล้ามเนื้อเล็กได้ดีและนานขึ้นถ้าเด็กไม่เครียดหรือกังวล ๒. ด้านอารมณ์จิตใจ เป็นวัยเจ้าอารมณ์เมื่อมีอารมณ์จะแสดงออกอย่างเต็มที่ไม่มีปิดบังซ่อนเร้น แต่ จะเกิดเพียงชั่วครู่แล้วหายไป การที่เด็กเปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่ายเพราะมีช่วงความสนใจระยะสั้นเมื่อมีสิ่งใด น่าสนใจก็จะเปลี่ยนความสนใจไปตามสิ่งนั้น ๆ เด็กอาจกลัวสัตว์หรือความมืดความกลัวของเด็กจะเกิดจาก จินตนาการเห็นสัตว์ประหลาดหรือภูตผีว่าเป็นเรื่องจริงสำหรับตน ความรู้สึกของเด็กจะกลับไปกลับมา บางครั้งต้องการอิสระ บางครั้งต้องการพึ่งพิงผู้อื่น เช่น เด็กแสดงความต้องการจะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองแต่ แล้วกลับให้ผู้ใหญ่ทำให้ ๓. ด้านสังคม เด็กเริ่มสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมครั้งแรกในครอบครัวโดยมีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่ และพี่น้องเมื่อโตขึ้นต้องไปสถานศึกษาเด็กเริ่มเรียนรู้การติดต่อและการมีสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเด็กในวัยเดียวกัน เด็กได้เรียนรู้การปรับตัวให้เข้าสังคมกับเด็กอื่นพร้อม ๆ กับรู้จักร่วมมือในการเล่น กับกลุ่มเพื่อน เจตคติและพฤติกรรมทางสังคมของเด็กจะก่อขึ้นในวัยนี้และจะฝังแน่นยากที่จะเปลี่ยนแปลงใน วัยต่อมาดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าพฤติกรรมทางสังคมของเด็กวัยนี้มี ๒ ลักษณะคือ ลักษณะแรกนั้นเป็น ความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ และลักษณะที่สองเป็นความสัมพันธ์กับเด็กในวัยใกล้เคียงกัน ๔. ด้านสติปัญญา ความคิดของเด็กวัยนี้มีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่สามารถเข้าใจ ความรู้สึกของคนอื่น เด็กมีความคิดเพียงแต่ว่าทุกคนมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวและรู้สึกต่อสิ่งต่าง ๆ เหมือนตนเอง ความคิดของตนเองเป็นใหญ่ที่สุดเมื่ออายุ ๔– ๕ ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุสิ่งของรอบตัว ได้สามารถจำสิ่งต่าง ๆ ที่ได้กระทำซ้ำกันบ่อย ๆ ได้ดี เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ดีขึ้นแต่ยังอาศัยการรับรู้เป็นส่วนใหญ่ แก้ปัญหาการลองผิดลองถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว พัฒนาอย่างรวดเร็วตามอายุที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของพัฒนาการทางภาษาเด็กวัยนี้เป็นระยะเวลาของการพัฒนา ภาษาอย่างรวดเร็ว โดยมีการฝึกฝนการใช้ภาษาจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในรูปแบบของการพูดคุย การตอบ คำถาม การเล่าเรื่อง การเล่านิทาน และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาในสถานศึกษา เด็ก ปฐมวัยสามารถใช้ภาษาแทนความคิดของตน และใช้ภาษาในการติดต่อสัมพันธ์กับคนอื่น คำพูดของเด็กนี้ อาจ ทำให้ผู้ใหญ่บางคนเข้าใจว่าเด็กรู้มากแล้ว แต่ที่จริงเด็กยังไม่เข้าใจความหมายของคำและเรื่องราวลึกซึ้งนัก คุณลักษณะของเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่ ๒๑ ๑. การพึ่งตนเองได้ - ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้เหมาะสมตามวัย - ช่วยเหลือตนเองในเรื่องต่าง ๆ ได้เช่น การทำความสะอาดร่างกาย การอาบน้ำ แต่งตัว ล้างมือ การแปรงฟัน การรับประทานอาหาร การเข้าห้องน้ำ ห้องส้วม การนอน และการถือสิ่งของด้วยตนเอง เป็นต้น - เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น กิจกรรมการเล่นและการทำงาน ๒. ความเชื่อมั่นในตนเอง - ถาม ตอบ หรือโต้ตอบกับครูและเพื่อนได้อย่างมั่นใจ - เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นได้อย่างภาคภูมิใจ - กล้าพูดกล้าแสดงออกในการเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี - พูดแสดงความคิดเห็นหรือนำเสนอเรื่องต่าง ๆ ด้วยความมั่นใจ


หน้า ๖ - สำรวจค้นคว้าสิ่งใหม่ๆ ที่สนใจด้วยตนเอง ๓. การตัดสินใจด้วยตนเอง - เลือกและตัดสินใจได้โดยมีผู้อื่นช่วย - ตัดสินใจและเลือกปฏิบัติสิ่งต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสมตามวัย - ตัดสินใจแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม - แก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างเหมาะสม ๔. การรู้จักตนเอง - รู้ว่าตนเองเป็นใครมาจากไหน - รู้ว่าตนเองชอบหรือไม่ชอบอะไร - การเข้าใจความรู้สึกของตนเอง - รู้ว่าตนเองสามารถทำอะไรได้บ้าง - รู้จักจุดเด่นจุดด้อยของตนเอง - รู้เป้าหมายของตนเอง(บอกได้ว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร) ๕. การเคารพตนเอง - มีความภาคภูมิใจในตนเอง - มีสัมมาคารวะ - มีสัมพันธภาพที่ดีและรู้จักเคารพผู้อื่น - กล้าคิดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม - ยอมรับจุดเด่นและจุดด้อยของตนเอง ๖. การควบคุมตนเอง - ควบคุมอารมณ์ของตนเองในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้เหมาะสมตามวัย - มีความมั่นคงทางอารมณ์(ไม่หุนหันพลันแล่น) - เล่นหรือทำกิจกรรม และอยู่ร่วมกับเพื่อนหรือผู้อื่นได้อย่างมีความสุข - แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม - แก้ปัญหาได้เหมาะสมตามวัย ๗. การยับยั้งชั่งใจตนเอง - มีความอดทนในการรอคอย - ตัดสินใจว่าอะไรถูกอะไรผิดดีหรือไม่ดี - แสดงออกด้วยวาจาที่สุภาพอ่อนน้อม - คิดและตัดสินใจในการปฏิบัติตามสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ๘. แรงจูงใจในตนเอง - มีความตั้งใจและสนใจในการทำงานให้สำเร็จด้วยตนเอง - มีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับตนเองและสิ่งแวดล้อม - กระตือรือร้นอยากค้นคว้าสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเสมอ - มีความเพียรพยายามอย่างไม่ท้อถอยในการสำรวจค้นพบสิ่งแวดล้อม ๙. การยืนหยัดด้วยตนเอง - กระตือรือร้นและตั้งใจในการทำงาน - ไม่ย่อท้อต่อสิ่งที่ทำ


หน้า ๗ - ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จด้วยตนเอง ๑๐. การมีวินัยในตนเอง - ปฏิบัติตามกฎระเบียบของห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม (ความประพฤติทั่วไป) - รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายด้วยตนเอง (วินัยในหน้าที่) - ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันและช่วยเหลือตนเองในแต่ละช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม (วินัยใน กิจวัตรประจำวัน) - ควบคุมตนเองและอดทนต่อความยากลำบาก (วินัยในการควบคุมตนเอง) สภาพที่พึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิดบนพื้นฐาน พัฒนาการ ตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระการเรียนรู้ในการ จัดประสบการณ์และประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของสภาพที่พึงประสงค์ในแต่ละช่วงอายุดังนี้ เด็กอายุ๓–๔ ปี พัฒนาการด้านร่างกาย - นำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย - ยอมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำที่สะอาดเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือ - นอนพักผ่อนเป็นเวลา - ออกกำลังกายเป็นเวลา - เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ - เดินตามแนวที่กำหนดได้ - กระโดดสองขา ขึ้นลงอยู่กับที่ได้ - วิ่งแล้วหยุดเองได้ - รับลูกบอลโดยใช้มือและลำตัวช่วย - ใช้กรรไกรตัดกระดาษขาดจากกันได้โดยใช้มือเดียว - เขียนรูปวงกลมตามแบบได้ - ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด ๑ ซม.ได้ พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ - แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้เหมาะสมกับบางสถานการณ์ - กล้าพูดกล้าแสดงออก - แสดงความพอใจในผลงานตนเอง - สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ - สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี - แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลงจังหวะและดนตรี - สนใจมีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลง จังหวะและดนตรี - บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใดเป็นของตนเองและสิ่งใดเป็นของผู้อื่น - แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง - แบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ


หน้า ๘ - แสดงสีหน้าหรือท่าทางรับรู้หรือความรู้สึกผู้อื่น - ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ช่วยเหลือ พัฒนาการด้านสังคม - แต่งตัวโดยมีผู้ใหญ่ช่วยเหลือ - รับประทานอาหารด้วยตนเอง - ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมีผู้ช่วยเหลือ - เก็บของเล่น ของใช้เข้าที่เมื่อมีผู้ชี้แนะ - เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ - มีส่วนร่วมดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชีแนะ - ทิ้งขยะได้ถูกที่ - ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ - กล่าวคำขอบคุณและขอโทษเมื่อมีผู้ชี้แนะ - หยุดยืนเมื่อได้ยินเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี - เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน - เล่นร่วมกับเพื่อน - ยิ้มและทักทายผู้ใหญ่ และบุคคลที่คุ้นเคยได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ - ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ยอมรับการประนีประนอมแก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้ชี้แนะ พัฒนาการด้านสติปัญญา - ฟังผู้อื่นพูดจนจบและพูดโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง - เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้น ๆ - อ่านภาพและพูดข้อความด้วยภาษาของตนเอง - ขีดเขียนเขี่ยอย่างมีทิศทาง - บอกลักษณะของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส - จับคู่หรือเปรียบเทียบสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะ หรือหน้าที่การใช้งานเพียงลักษณะเดียว - คัดแยกสิ่งต่าง ๆ ตามลักษณะหรือหน้าที่การใช้งาน - เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๓ ลำดับ - ระบุผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ - คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น - ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ แก้ปัญหาโดยลองผิดลองถูก - สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง - เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง - สนใจฟังหรืออ่านหนังสือด้วยตนเอง - กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม - ค้นหาคำตอบข้อสงสัยต่าง ๆ ตามวิธีการเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ใช้ประโยคคำถาม“ใคร” “อะไร” ในการค้นหาคำตอบ


หน้า ๙ เด็กอายุ ๔–๕ ปี พัฒนาการด้านร่างกาย - น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย - รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำสะอาด - ล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำด้วยตนเองาห้องส้วม - นอนพักผ่อนเป็นเวลา - ออกกำลังกายเป็นเวลา - เล่นและทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยด้วยตนเอง - เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน - กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้โดยไม่เสียการทรงตัว - วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ - รับลูกบอลได้ด้วยมือทั้งสองข้าง - ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้ - เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน - ร้อยวัสดุที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด ๐.๕ ซม.ได้ พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ - แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ตามสถานการณ์ - กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมบางสถานการณ์ - แสดงความพอใจในผลงานและความสามารถของตนเอง - สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ - สนใจ มีความสุขและแสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี - สนใจมีความสุขและแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลงจังหวะและดนตรี - ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ - แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง - ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ - แสดงสีหน้าและท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่น - ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ พัฒนาการด้านสังคม - แต่งตัวด้วยตนเอง - รับประทานอาหารด้วยตนเอง - ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง - เก็บของเล่น ของใช้เข้าที่ด้วยตนเอง - เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง - ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ - มีส่วนร่วมดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ทิ้งขยะได้ถูกที่ - ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ด้วยตนเอง - กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง


หน้า ๑๐ - หยุดยืนเมื่อได้ยินเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี - เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน - เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อนเป็นกลุ่ม - ยิ้มทักทายหรือพูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้ด้วยตนเอง - มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ - ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามได้ด้วยตนเอง - ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความรุนแรงเมื่อมีผู้ชี้แนะ พัฒนาการด้านสติปัญญา - ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนาโต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง - เล่าเรื่องเป็นประโยคอย่างต่อเนื่อง - อ่านภาพ สัญลักษณ์คำ พร้อมทั้งชี้หรือกวาดสายตามองข้อความตามบรรทัด - เขียนคล้ายตัวอักษร - บอกลักษณะและส่วนประกอบของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส - จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบเพียง ลักษณะเดียว - จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ โดยใช้อย่างน้อย ๑ ลักษณะเป็นเกณฑ์ - เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ลำดับ - ระบุสาเหตุหรือผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำเมื่อมีผู้ชี้แนะ - คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นหรือมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูล - ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆและเริ่มเรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น - ระบุปัญหาและแก้ปัญหาโดยลองผิดลองถูก - สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิดความรู้สึกของตนเองโดยมีการดัดแปลงและแปลกใหม่ จากเดิมหรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น - เคลื่อนไหวทำท่าทางเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่ - สนใจซักถามเกี่ยวกับสัญลักษณ์หรือตัวหนังสือที่พบเห็น - กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรม - ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่าง ๆ ตามวิธีการของตนเอง - ใช้ประโยคคำถามว่า “ที่ไหน” “ทำไม” ในการค้นหาคำตอบ เด็กอายุ๕–๖ ปี พัฒนาการด้านร่างกาย - น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย - รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ได้หลายชนิดและดื่มน้ำสะอาดได้ด้วยตนเอง - นอนพักผ่อนเป็นเวลา - ออกกำลังกายเป็นเวลา - เล่น ทำกิจกรรม และปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย - เดินต่อเท้าถอยหลังเป็นเส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน - กระโดดขาเดียวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียการทรงตัว - วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างคล่องแคล่ว


หน้า ๑๑ - รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจากพื้นได้ - ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งได้ - เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน - ร้อยวัสดุที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กกว่า ๐.๒๕ ซ.ม. ได้ - แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ - แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสม - กล้าพูด กล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ - แสดงความพอใจในผลงาน และความสามารถของตนเองและผู้อื่น - สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ - สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านเสียงเพลงดนตรี - สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวประกอบเพลงจังหวะและดนตรี - ขออนุญาตหรือรอคอย เมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นด้วยตนเอง - แสดงความรักเพื่อนและมีเมตตาสัตว์เลี้ยง - ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นได้ด้วยตนเอง - แสดงสีหน้าและท่าทางรับรู้ความรู้สึกผู้อื่นอย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ - ทำงานที่ได้รับมอบหมายจนสำเร็จด้วยตนเอง พัฒนาการด้านสังคม - แต่งตัวด้วยตนเองได้อย่างคล่องแคล่ว - รับประทานอาหารด้วยตนเองอย่างถูกวิธี - ใช้และทำความสะอาดหลังใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง - เก็บของเล่น ของใช้เข้าที่อย่างเรียบร้อยด้วยตนเอง - เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ด้วยตนเอง - ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่างประหยัดและพอเพียงด้วยตนเอง - ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง - ทิ้งขยะได้ถูกที่ - ปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้ถูกต้องตามกาลเทศะ - กล่าวคำขอบคุณและขอโทษด้วยตนเอง - หยุดยืนเมื่อได้ยินเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมี - เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน - เล่นหรือทำงานร่วมมือกับเพื่อนอย่างมีเป้าหมาย - ยิ้มทักทายและพูดคุยกับผู้ใหญ่และบุคคลที่เคยได้เหมาะสมกับสถานการณ์ - มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยตนเอง - ปฏิบัติตนเป็นผู้นำและผู้ตามได้เหมาะสมกับสถานการณ์ - ประนีประนอมแก้ไขปัญหาโดยปราศจากการใช้ความรุนแรงด้วยตนเอง พัฒนาการด้านสติปัญญา - ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และสนทนาโต้ตอบอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง - เล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้


หน้า ๑๒ - อ่านภาพ สัญลักษณ์คำด้วยการชี้หรือกวาดตามองจุดเริ่มต้นและจุดจบของข้อความ - เขียนชื่อของตนเองตามแบบเขียนข้อความด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง - บอกลักษณะส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงหรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส - จับคู่และเปรียบเทียบความแตกต่างหรือความเหมือนของสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้นไป - จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ - เรียงลำดับสิ่งของหรือเหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ลำดับ - อธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำด้วยตนเอง - คาดคะเนสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นและมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล - ตัดสินใจในเรื่องง่าย ๆ และยอมรับผลที่เกิดขึ้น - ระบุปัญหาสร้างทางเลือกและเลือกวิธีแก้ปัญหา - สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึกของตนเอง โดยมีการดัดแปลงและแปลกใหม่จาก เดิมหรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น - เคลื่อนไหวท่าทางเพื่อสื่อสารความคิดความรู้สึกของตนเองอย่างหลากหลายหรือแปลกใหม่ - สนใจหยิบหนังสือมาอ่านและเขียนสื่อความคิดด้วยตนเองเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง - กระตือรือร้นในการเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ - ค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่าง ๆ ตามวิธีการที่หลากหลายด้วยตนเอง - ใช้ประโยคคำถามว่า “เมื่อไหร่” “อย่างไร” ในการค้นหาคำตอบ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สาหรับเด็กอายุ ๓–๖ ปี กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ จำนวน ๑๒ มาตรฐาน ที่ครอบคลุมพัฒนาการด้านร่างกายอารมณ์จิตใจสังคมและสติปัญญา ประกอบด้วย ๑. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย ๒ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสาน สัมพันธ์กัน ๒. พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ๓. พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย ๓ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 4. พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้


หน้า ๑๓ มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ ตัวบ่งชี้ เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐานคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บนพื้นฐาน พัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดสาระ การเรียนรู้ในการจัดประสบการณ์และประเมินพัฒนาการเด็ก โดยมีรายละเอียดของมาตรฐานคุณลักษณะ ที่พึงประสงค์ ตัวบ่งชี้และสภาพที่พึงประสงค์ดังนี้ ตารางวิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1. พัฒนาการด้านร่างกาย มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและสุขนิสัยที่ดี มี ๓ ตัวบ่งชี้ คือ ตัวบ่งชี้๑.๑ น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 1.1.1 น้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ ของกรมอนามัย 1.1.1 น้ำหนักและส่วนสูงตาม เกณฑ์ของกรมอนามัย 1.1.1 น้ำหนักและส่วนสูงตาม เกณฑ์ของกรมอนามัย ตัวบ่งชี้๑.๒ มีสุขภาพอนามัยสุขนิสัยที่ดี สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 1.2.1 ยอมรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์และดื่มน้ำที่สะอาดเมื่อมี ผู้ชี้แนะ 1.2.1 รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดได้ด้วย ตนเอง 1.2.1 รับประทานอาหารที่มี ประโยชน์ได้หลายชนิดและดื่มน้ำ ที่สะอาดได้ด้วยตนเอง 1.2.2 ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากใช้ห้องน้ำห้องส้วมเมื่อมีผู้ ชี้แนะ 1.2.2 ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำห้อง ส้วมด้วยตนเอง 1.2.2 ล้างมือก่อนรับประทาน อาหารและหลังจากใช้ห้องน้ำ ห้องส้วมด้วยตนเอง 1.2.3 นอนพักผ่อนเป็นเวลา 1.2.3 นอนพักผ่อนเป็นเวลา 1.2.3 นอนพักผ่อนเป็นเวลา 1.2.4 ออกกำลังกายเป็นเวลา 1.2.4 ออกกำลังกายเป็นเวลา 1.2.4 ออกกำลังกายเป็นเวลา


หน้า ๑๔ ตัวบ่งชี้๑.๓ รักษาความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 1.3.1 เล่นและทำกิจกรรมอย่าง ปลอดภัยเมื่อมีผู้ชี้แนะ 1.3.1 เล่นและทำกิจกรรมอย่าง ปลอดภัยด้วยตนเอง 1.3.1 เล่นและทำกิจกรรมและ ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน มี 2 ตัวบ่งชี้ คือ ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกายอย่างคล่องแคล่ว ประสานสัมพันธ์และทรงตัวได้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 2.1.1 เดินตามแนวที่กำหนดได้ 2.1.1 เดินต่อเท้าไปข้างหน้าเป็น เส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางแขน 2.1.1 เดินต่อเท้าถอยหลังเป็น เส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางเกง 2.1.2 กระโดดสองขาขึ้นลงอยู่กับ ที่ได้ 2.1.2 กระโดดขาเดียวอยู่กับที่ได้ โดยไม่เสียการทรงตัว 2.1.2 กระโดดขาเดียวไปข้างหน้า ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่เสียการทรงตัว 2.1.3 วิ่งแล้วหยุดได้ 2.1.3 วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ 2.1.3 วิ่งหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ได้อย่างคล่องแคล่ว 2.1.4 รับลูกบอลโดยใช้มือและ ลำตัวช่วย 2.1.4 รับลูกบอลได้ด้วยมือ ทั้ง ๒ ข้าง 2.1.4 รับลูกบอลที่กระดอนขึ้นจาก พื้นได้ ตัวบ่งชี้ที่ ๒.2 ใช้มือ-ตา ประสานสัมพันธ์กัน สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 2.2.1 ใช้กรรไกรตัดกระดาษขาด จากกันได้โดยใช้มือเดียว 2.2.1 ใช้กรรไกรตัดกระดาษตาม แนวเส้นตรงได้ 2.2.1 ใช้กรรไกรตัดกระดาษตาม แนวเส้นโค้งได้ 2.2.2 เขียนรูปวงกลมตามแบบได้ 2.2.2 เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบ ได้อย่างมีมุมชัดเจน 2.2.2 เขียนรูปสามเหลี่ยมตาม แบบได้อย่างมีมุมชัดเจน 2.2.3 ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง ๑ เซนติเมตร ได้ 2.2.3 ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง ๐.๕ เซนติเมตร ได้ 2.2.3 ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลาง ๐.๒๕ เซนติเมตร ได้


หน้า ๑๕ 2. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ มาตรฐานที่ ๓ มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 3.1.1 แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้เหมาะสมกับ บางสถานการณ์ 3.1.1 แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ตาม สถานการณ์ 3.1.1 แสดงอารมณ์ ความรู้สึกได้ สอดคล้องกับสถานการณ์อย่าง เหมาะสม ตัวบ่งชี้ที่ ๓.๒ มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 3.2.1 กล้าพูดกล้า แสดงออก 3.2.1 กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมบางสถานการณ์ 3.2.1 กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ 3.2.2 แสดงความพอใจ ในผลงานตนเอง 3.2.2 แสดงความพอใจในผลงานและ ความสามารถของตนเอง 3.2.2 แสดงความพอใจในผลงานและ ความสามารถของตนเองและผู้อื่น มาตรฐานที่ ๔ ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว ตัวบ่งชี้ที่ ๔.๑ สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 4.1.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ 4.1.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ 4.1.1 สนใจ มีความสุข และแสดงออกผ่านงานศิลปะ 4.1.2 สนใจ มีความสุข และ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี 4.1.2 สนใจ มีความสุข และ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี 4.1.2 สนใจ มีความสุข และ แสดงออกผ่านเสียงเพลง ดนตรี 4.1.3 สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี 4.1.3 สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี 4.1.3 สนใจ มีความสุข และแสดงท่าทาง/เคลื่อนไหว ประกอบเพลง จังหวะ และดนตรี


หน้า ๑๖ มาตรฐานที่ ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๑ ซื่อสัตย์สุจริต สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 5.1.1 บอกหรือชี้ได้ว่าสิ่งใดเป็น ของตนเองและสิ่งใดเป็นของผู้อื่น 5.1.1 ขออนุญาตหรือรอคอยเมื่อ ต้องการสิ่งของของผู้อื่นเมื่อมีผู้ชี้แนะ 5.1.1 ขออนุญาตหรือรอคอย เมื่อต้องการสิ่งของของผู้อื่นด้วย ตนเอง ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๒ มีความเมตตากรุณา มีน้ำใจ และช่วยเหลือแบ่งปัน สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 5.2.1 แสดงความรักเพื่อน และมีเมตตาสัตว์เลี้ยง 5.2.1 แสดงความรักเพื่อน และมีเมตตาสัตว์เลี้ยง 5.2.1 แสดงความรักเพื่อน และมีเมตตาสัตว์เลี้ยง 5.2.2 แบ่งปันผู้อื่นได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ 5.2.2 ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่นได้ เมื่อมีผู้ชี้แนะ 5.2.2 ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้ด้วยตนเอง ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๓ มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 5.3.1 แสดงสีหน้าหรือท่าทาง รับรู้ความรู้สึกผู้อื่น 5.3.1 แสดงสีหน้าและท่าทางรับรู้ ความรู้สึกผู้อื่น 5.3.1 แสดงสีหน้าและท่าทาง รับรู้ความรู้สึกผู้อื่นอย่าง สอดคล้องกับสถานการณ์ ตัวบ่งชี้ที่ ๕.๔ มีความรับผิดชอบ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 5.4.1 ทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จเมื่อมีผู้ช่วยเหลือ 5.4.1 ทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จเมื่อมีผู้ชี้แนะ 5.4.1 ทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จด้วยตนเอง


หน้า ๑๗ ๓. พัฒนาการด้านสังคม มาตรฐานที่ ๖ มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๑ ช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 6.1.1 แต่งตัวโดยมีผู้ช่วยเหลือ 6.1.1 แต่งตัวด้วยตนเอง 6.1.1 แต่งตัวด้วยตนเอง ได้อย่างคล่องแคล่ว 6.1.2 รับประทานอาหารด้วย ตนเอง 6.1.2 รับประทานอาหารด้วยตนเอง 6.1.2 รับประทานอาหารด้วย ตนเองอย่างถูกวิธี 6.1.3 ใช้ห้องน้ำห้องส้วมโดยมี ผู้ช่วยเหลือ 6.1.3 ใช้ห้องน้ำห้องส้วมด้วยตนเอง 6.1.3 ใช้และทำความสะอาด หลังใช้ห้องน้ำห้องส้วม ด้วยตนเอง ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๒ มีวินัยในตนอง สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 6.2.1 เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ เมื่อมีผู้ชี้แนะ 6.2.1 เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ด้วย ตนเอง 6.2.1 เก็บของเล่นของใช้เข้าที่ อย่างเรียบร้อยด้วยตนเอง 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับก่อนหลัง ได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับก่อนหลังได้ ด้วยตนเอง 6.2.2 เข้าแถวตามลำดับ ก่อนหลังได้ด้วยตนเอง ตัวบ่งชี้ที่ ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 6.3.1 ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่าง ประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ 6.3.1 ใช้สิ่งของเครื่องใช้อย่าง ประหยัดและพอเพียงเมื่อมีผู้ชี้แนะ 6.3.1 ใช้สิ่งของเครื่องใช้ อย่างประหยัดและพอเพียง ด้วยตนเอง


หน้า ๑๘ มาตรฐานที่ ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 7.1.1 มีส่วนร่วมดูแลรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อมีผู้ชี้แนะ 7.1.1 มีส่วนร่วมดูแลรักษา ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อมีผู้ชี้แนะ 7.1.1 ดูแลรักษาธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยตนเอง 7.1.2 ทิ้งขยะได้ถูกที่ 7.1.2 ทิ้งขยะได้ถูกที่ 7.1.2 ทิ้งขยะได้ถูกที่ ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๒ มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย และรักความเป็นไทย สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 7.2.1 ปฏิบัติตนตามมารยาทไทย ได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ 7.2.1 ปฏิบัติตนตามมารยาทไทย ได้ด้วยตนเอง 7.2.1 ปฏิบัติตนตามมารยาทไทย ได้ตามกาลเทศะ 7.2.2 กล่าวคำขอบคุณและ ขอโทษเมื่อมีผู้ชี้แนะ 7.2.2 กล่าวคำขอบคุณและ ขอโทษด้วยตนเอง 7.2.2 กล่าวคำขอบคุณและ ขอโทษด้วยตนเอง 7.2.3 หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี 7.2.3 หยุดเมื่อได้ยินเพลงชาติไทย และเพลงสรรเสริญพระบารมี 7.2.3 ยืนตรงและร่วมร้องเพลง ชาติไทยและเพลงสรรเสริญ พระบารมี มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๑ ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 8.1.1 เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับ เด็กที่แตกต่างไปจากตน 8.1.1 เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับ กลุ่มเด็กที่แตกต่างไปจากตน 8.1.1 เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับเด็กที่แตกต่างไปจากตน ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๒ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 8.2.1 เล่นร่วมกับเพื่อน 8.2.1 เล่นหรือทำงานร่วมกับเพื่อน เป็นกลุ่ม 8.2.1 เล่นหรือทำงานร่วมกับ เพื่อนอย่างมีเป้าหมาย 8.2.2 ยิ้มหรือทักทายผู้ใหญ่ และบุคคลที่คุ้นเคยได้เมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.2.2 ยิ้ม ทักทาย หรือพูดคุย กับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้ ด้วยตนเอง 8.2.2 ยิ้ม ทักทาย และพูดคุย กับผู้ใหญ่และบุคคลที่คุ้นเคยได้ เหมาะสมกับสถานการณ์


หน้า ๑๙ ตัวบ่งชี้ที่ ๘.๓ ปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 8.3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมี ผู้ชี้แนะ 8.3.1 มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและ ปฏิบัติตามข้อตกลงเมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.1 มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตามข้อตกลง ด้วยตนเอง 8.3.2 ปฏิบัติตนเป็นผู้นำ และผู้ตามเมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.2 ปฏิบัติตนเป็นผู้นำ และผู้ตามที่ดีได้ด้วยตนเอง 8.3.2 ปฏิบัติตนเป็นผู้นำ และผู้ตามได้เหมาะสม กับสถานการณ์ 8.3.3 ยอมรับการประนีประนอม แก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.3 ประนีประนอม แก้ไขปัญหา โดยปราศจากการใช้ความรุนแรง เมื่อมีผู้ชี้แนะ 8.3.3 ประนีประนอม แก้ไข ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ความรุนแรงด้วยตนเอง ๕. ด้านสติปัญญา มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๑ สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 9.1.1 ฟังผู้อื่นพูดจนจบ และพูดโต้ตอบเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง 9.1.1 ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนา โต้ตอบสอดคล้องกับเรื่องที่ฟัง 9.1.1 ฟังผู้อื่นพูดจนจบและ สนทนาโต้ตอบอย่างต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง 9.1.2 เล่าเรื่องด้วยประโยคสั้นๆ 9.1.2 เล่าเรื่องเป็นประโยค อย่างต่อเนื่อง 9.1.2 เล่าเป็นเรื่องราว ต่อเนื่องได้ ตัวบ่งชี้ที่ ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และสัญลักษณ์ได้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 9.2.1 อ่านภาพและพูดข้อความ ด้วยภาษาของตน 9.2.1 อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ พร้อมทั้งชี้หรือกวาดตามองข้อความ ตามบรรทัด 9.2.1 อ่านภาพ สัญลักษณ์ คำ ด้วยการชี้หรือกวาดตามอง จุดเริ่มต้นและจุดจบของข้อความ 9.2.2 เขียนขีดเขี่ยอย่างมีทิศทาง 9.2.2 เขียนคล้ายตัวอักษร 9.2.2 เขียนชื่อของตนเอง ตามแบบ เขียนข้อความ ด้วยวิธีที่คิดขึ้นเอง


หน้า ๒๐ มาตรฐานที่ ๑๐ มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๑ มีความสามารถในการคิดรวบยอด สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 10.1.1 บอกลักษณะของสิ่งต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสาท สัมผัส 10.1.1 บอกลักษณะและ ส่วนประกอบของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ประสาทสัมผัส 10.1.1 บอกลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง หรือความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผัส 10.1.2 จับคู่หรือเปรียบเทียบ สิ่งต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะหรือหน้าที่ การใช้งานเพียงลักษณะเดียว 10.1.2 จับคู่และเปรียบเทียบ ความแตกต่างหรือความเหมือนของ สิ่งต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะที่สังเกตพบ เพียงลักษณะเดียว 10.1.2 จับคู่และเปรียบเทียบ ความแตกต่างหรือความเหมือน ของสิ่งต่าง ๆ โดยใช้ลักษณะที่ สังเกตพบ ๒ ลักษณะขึ้นไป 10.1.3 คัดแยกสิ่งต่าง ๆ ตาม ลักษณะหรือหน้าที่การใช้งาน 10.1.3 จำแนกและจัดกลุ่มสิ่งต่างๆ โดยใช้อย่างน้อย ๑ ลักษณะ เป็นเกณฑ์ 10.1.3 จำแนกและจัดกลุ่ม สิ่งต่าง ๆ โดยใช้ตั้งแต่ ๒ ลักษณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ 10.1.4 เรียงลำดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย ๓ ลำดับ 10.1.4 เรียงลำดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย ๔ ลำดับ 10.1.4 เรียงลำดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ลำดับ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๒ มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 10.2.1 ระบุผลที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์หรือการกระทำ เมื่อมีผู้ชี้แนะ 10.2.1 ระบุสาเหตุ หรือผลที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์หรือการกระทำเมื่อมี ผู้ชี้แนะ 10.2.1 อธิบายเชื่อมโยง สาเหตุและผลที่เกิดขึ้นใน เหตุการณ์หรือการกระทำ ด้วยตนเอง 10.2.2 คาดเดา หรือ คาดคะเน สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น 10.2.2 คาดเดา หรือคาดคะเนสิ่งที่ อาจจะเกิดขึ้น หรือมีส่วนร่วมในการ ลงความเห็นจากข้อมูล 10.2.2 คาดคะเนสิ่งที่อาจจะ เกิดขึ้น และมีส่วนร่วมในการ ลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมี เหตุผล


หน้า ๒๑ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๐.๓ มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 10.3.1 ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ 10.3.1 ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆและ เริ่มเรียนรู้ผลที่เกิดขึ้น 10.3.1 ตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ และยอมรับผลที่เกิดขึ้น 10.3.2 แก้ปัญหาโดยลองผิด ลองถูก 10.3.2 ระบุปัญหา และแก้ปัญหา โดยลองผิดลองถูก 10.3.2 ระบุปัญหา สร้างทางเลือกและเลือกวิธี แก้ปัญหา มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๑ ทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 11.1.1 สร้างผลงานศิลปะเพื่อ สื่อสารความคิด ความรู้สึกของ ตนเอง 11.1.1 สร้างผลงานศิลปะเพื่อสื่อสาร ความคิด ความรู้สึกของตนเอง โดยมีการ ดัดแปลงและแปลกใหม่จากเดิม หรือมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น 11.1.1 สร้างผลงานศิลปะ เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึก ของตนเอง โดยมีการดัดแปลง แปลกใหม่จากเดิม และมี รายละเอียดเพิ่มขึ้น ตัวบ่งชี้ที่ ๑๑.๒ แสดงท่าทาง/เคลื่อนไหวตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 11.2.1 เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึก ของตนเอง 11.2.1 เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึก ของตนเองอย่างหลากหลาย หรือแปลกใหม่ 11.2.1 เคลื่อนไหวท่าทาง เพื่อสื่อสารความคิด ความรู้สึก ของตนเองอย่างหลากหลาย และแปลกใหม่ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๑ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 12.1.1 สนใจฟังหรืออ่าน หนังสือด้วยตนเอง 12.1.1 สนใจซักถามเกี่ยวกับ สัญลักษณ์หรือตัวหนังสือที่พบเห็น 12.1.1 หยิบหนังสือมาอ่านและ เขียนสื่อความคิดด้วยตนเองเป็น ประจำอย่างต่อเนื่อง 12.1.2 กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม 12.1.2 กระตือรือร้นในการ เข้าร่วมกิจกรรม 12.1.2 กระตือรือร้นในการ ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ


หน้า ๒๒ ตัวบ่งชี้ที่ ๑๒.๒ มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๓-๔ ปี อายุ ๔-๕ ปี อายุ ๕-๖ ปี 12.2.1 ค้นหาคำตอบของ ข้อสงสัยต่าง ๆ ตามวิธีการ เมื่อมีผู้ชี้แนะ 12.2.1 ค้นหาคำตอบของข้อสงสัย ต่าง ๆ ตามวิธีการของตนเอง 12.2.1 ค้นหาคำตอบของ ข้อสงสัยต่าง ๆ โดยใช้วิธีการ ที่หลากหลายด้วยตนเอง 12.2.2 เชื่อมโยงคำถามว่า “ใคร” “อะไร” ในการ ค้นหาคำตอบ 12.2.2 ใช้ประโยคคำถามว่า “ที่ไหน” “ทำไม” ในการ ค้นหาคำตอบ 12.2.2 ใช้ประโยคคำถามว่า “เมื่อไร” อย่างไร” ในการ ค้นหาคำตอบ การจัดเวลาเรียน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุ 3 – 6 ปี กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจัด ประสบการณ์ให้กับเด็ก ๑-๓ ปีการศึกษาโดยประมาณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กที่เริ่มเข้าสถานศึกษาหรือ สถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย เวลาเรียนสำหรับเด็กปฐมวัยจะขึ้นอยู่กับสถานศึกษาแต่ละแห่ง โดยมีเวลาเรียนไม่ น้อยกว่า ๑๘๐ วันต่อ ๑ ปีการศึกษา ในแต่ละวันจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง โดยสามารถปรับให้เหมาะสม ตามบริบทของสถานศึกษาและสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัย สาระการเรียนรู้รายปี สาระการเรียนรู้ใช้เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ ทุกด้าน ให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรที่กำหนด สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย ประสบการณ์สำคัญและ สาระที่ควรเรียนรู้ ดังนี้ ๑. ประสบการณ์สำคัญ ประสบการณ์สำคัญ เป็นแนวทางสำหรับผู้สอนไปใช้ในการออกแบบการจัดประสบการณ์ ให้เด็ก ปฐมวัยเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการครอบคลุมทุกด้าน ดังนี้ ๑.๑ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส พัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบประสาท ในการทำกิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ และสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและสุขอนามัย และการรักษาความปลอดภัย ดังนี้ ๑.๑.๑ การใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ๑.๑.๑.๑ การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ ๑.๑.๑.๒ การเคลื่อนไหวเคลื่อนที่ ๑.๑.๑.๓ การเคลื่อนไหวพร้อมวัสดุอุปกรณ์ ๑.๑.๑.๔ การเคลื่อนไหวที่ใช้การประสานสัมพันธ์ของการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ ๑.๑.๑.๕ การเล่นเครื่องเล่นสนามอย่างอิสระ


หน้า ๒๓ ๑.๑.๒ การใช้กล้ามเนื้อเล็ก ๑.๑.๒.๑ การเล่นเครื่องเล่นสัมผัสและการสร้างสิ่งต่าง ๆ จากแท่งไม้ บล็อก ๑.๑.๒.๒ การเขียนภาพและการเล่นกับสี ๑.๑.๒.๓ การปั้น ๑.๑.๒.๔ การประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ด้วยเศษวัสดุ ๑.๑.๒.๕ การหยิบจับ การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และการร้อยวัสดุ ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตัว ๑.๑.๓.๑ การปฏิบัติตนตามสุขอนามัย สุขนิสัยที่ดีในกิจวัตรประจำวัน ๑.๑.๔ การรักษาความปลอดภัย ๑.๑.๔.๑ การปฏิบัติตนให้ปลอดภัยในกิจวัตรประจำวัน ๑.๑.๔.๒ การฟังนิทาน เรื่องราว เหตุการณ์ เกี่ยวกับการป้องกัน และรักษาความปลอดภัย ๑.๑.๔.๓ การเล่นเครื่องเล่นอย่างปลอดภัย ๑.๑.๔.๔ การเล่นบทบาทสมมติเหตุการณ์ต่าง ๆ ๑.๑.๕ การตระหนักรู้เกี่ยวกับร่างกายตนเอง ๑.๑.๕.๑ การเคลื่อนไหวเพื่อควบคุมตนเองไปในทิศทาง ระดับ และพื้นที่ ๑.๑.๕.๒ การเคลื่อนไหวข้ามสิ่งกีดขวาง ๑.๒ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้เด็ก ได้แสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่เหมาะสมกับวัย ตระหนักถึงลักษณะพิเศษเฉพาะที่เป็น อัตลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม สุนทรียภาพ ความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง และความเชื่อมั่นในตนเองขณะปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ๑.๒.๑ สุนทรียภาพ ดนตรี ๑.๒.๑.๑ การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบเสียงดนตรี 1.2.1.2 การเล่นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ ๑.๒.๑.3 การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี ๑.๒.๑.4 การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๑.5 การทำกิจกรรมศิลปะต่าง ๆ ๑.๒.๑.6 การสร้างสรรค์สิ่งสวยงาม ๑.๒.๒ การเล่น ๑.๒.๒.๑ การเล่นอิสระ ๑.๒.๒.๒ การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ ๑.๒.๒.๓ การเล่นตามมุมประสบการณ์/มุมเล่นต่าง ๆ ๑.๒.๒.๔ การเล่นนอกห้องเรียน ๑.๒.๓ คุณธรรม จริยธรรม ๑.๒.๓.๑ การปฏิบัติตนตามหลักศาสนาที่นับถือ ๑.๒.๓.๒ การฟังนิทานเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ๑.๒.๓.๓ การร่วมสนทนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงจริยธรรม ๑.๒.๔ การแสดงออกทางอารมณ์ ๑.๒.๔.๑ การพูดสะท้อนความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น


หน้า ๒๔ ๑.๒.๔.๒ การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๔.๓ การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี ๑.๒.๔.๔ การร้องเพลง ๑.๒.๔.๕ การทำงานศิลปะ ๑.๒.๕ การมีอัตลักษณ์เฉพาะตน และเชื่อว่าตนเองมีความสามารถ ๑.๒.๕.๑ การปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสามารถของตนเอง ๑.๒.๖ การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๑.๒.๖.๑ การแสดงความยินดีเมื่อผู้อื่นมีความสุข เห็นใจเมื่อผู้อื่นเศร้าหรือเสียใจ และการ ช่วยเหลือปลอบโยนเมื่อผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ๑.๓ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส ปฏิสัมพันธ์กับบุคลและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัวจากการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านการเรียนรู้ทางสังคม เช่น การเล่น การทำงานกับผู้อื่น ฯลฯ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน การแก้ปัญหาข้อขัดแย้งต่าง ๆ ดังนี้ ๑.๓.๑ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ๑.๓.๑.๑ การช่วยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวัน ๑.๓.๑.๒ การปฏิบัติตนตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๑.๓.๒ การดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑.๓.๒.๑ การมีส่วนร่วมรับผิดชอบดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียน ๑.๓.๒.๒ การใช้วัสดุและสิ่งของเครื่องใช้อย่างคุ้มค่า 1.3.2.3 การทำงานศิลปะที่นำวัสดุหรือสิ่งของที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำหรือแปรรูปแล้วนำกลับมา ใช้ใหม่ ๑.๓.๒.4 การเพาะปลูกและดูแลต้นไม้ ๑.๓.๒.5 การเลี้ยงสัตว์ ๑.๓.๒.6 การสนทนาข่าวและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน ชีวิตประจำวัน ๑.๓.๓ การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย ๑.๓.๓.๑ การเล่นบทบาทสมมติการปฏิบัติตนในความเป็นคนไทย ๑.๓.๓.๒ การปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยและประเพณีไทย ๑.๓.๓.๓ การประกอบอาหารไทย ๑.๓.๓.๔ การศึกษานอกสถานที่ ๑.๓.๓.๕ การละเล่นพื้นบ้านของไทย ๑.๓.๔ การมีปฏิสัมพันธ์ มีวินัย มีสวนร่วม และบทบาทสมาชิกของสังคม ๑.๓.๔.๑ การร่วมกำหนดข้อตกลงของห้องเรียน ๑.๓.๔.๒ การปฏิบัติตนเป็นสมาชิที่ดีของห้องเรียน ๑.๓.๔.๓ การให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ๑.๓.๔.๔ การดูแลห้องเรียนร่วมกัน ๑.๓.๔.๕ การร่วมกิจกรรมวันสำคัญ ๑.๓.๕ การเล่นและทำงานแบบร่วมมือร่วมใจ ๑.๓.๕.๑ การร่วมสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น


หน้า ๒๕ ๑.๓.๕.๒ การเล่นและทำงานร่วมกับผู้อื่น ๑.๓.๕.๓ การทำศิลปะแบบร่วมมือ ๑.๓.๖ การแก้ปัญหาความขัดแย้ง ๑.๓.๖.๑ การมีส่วนร่วมในการเลือกวิธีการแก้ปัญหา ๑.๓.๖.๒ การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ๑.๓.๗ การยอมรับในความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล ๑.๓.๗.๑ การเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มเพื่อน ๑.๔ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้รับรู้และ เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคล และสื่อต่าง ๆ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ที่ หลากหลาย เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิด เชิงเหตุผล การคิดรวบยอดเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัว และมีความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นพื้นฐาน ของการเรียนรู้ต่อไป ดังนี้ ๑.๔.๑ การใช้ภาษา ๑.๔.๑.๑ การฟังเสียงต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อม ๑.๔.๑.๒ การฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ ๑.๔.๑.๓ การฟังเพลง นิทาน คำคล้องจอง บทร้อยกรอง หรือเรื่องราวต่าง ๆ ๑.๔.๑.๔ การแสดงความคิด ความรู้สึก และความต้องการ ๑.๔.๑.๕ การพูดกับผู้อื่นเกี่ยวกับประสบการณ์ของตนเอง หรือพูดเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตนเอง ๑.๔.๑.๖ การพูดอธิบายเกี่ยวกับสิ่งของ เหตุการณ์ และความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ ๑.๔.๑.๗ การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเล่นและการกระทำต่าง ๆ ๑.๔.๑.๘ การรอจังหวะที่เหมาะสมในการพูด ๑.๔.๑.๙ การพูดเรียงลำดับเพื่อใช้ในการสื่อสาร ๑.๔.๑.๑๐ การอ่านหนังสือภาพ นิทานหลากหลายประเภท/รูปแบบ ๑.๔.๑.๑๑ การอ่านอิสระตามลำพัง การอ่านร่วมกัน การอ่านโดยมีผู้ชี้แนะ ๑.๔.๑.๑๒ การเห็นแบบอย่างของการอ่านที่ถูกต้อง ๑.๔.๑.๑๓ การสังเกตทิศทางการอ่านตัวอักษร คำ และข้อความ ๑.๔.๑.๑๔ การอ่านและชี้ข้อความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง ๑.๔.๑.๑๕ การสังเกตตัวอักษรในชื่อของตน หรือคำคุ้นเคย ๑.๔.๑.๑๖ การสังเกตตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำผ่านการอ่านหรือเขียนของผู้ใหญ่ ๑.๔.๑.๑๗ การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค ที่มีโครงสร้างซ้ำๆกัน จากนิทาน เพลง คำคล้องจอง ๑.๔.๑.๑๘ การเล่นเกมทางภาษา ๑.๔.๑.๑๙ การเห็นแบบอย่างของการเขียนที่ถูกต้อง ๑.๔.๑.๒๐ การเขียนร่วมกันตามโอกาส และการเขียนอิสระ ๑.๔.๑.๒๑ การเขียนคำที่มีความหมายกับตัวเด็ก/คำคุ้นเคย ๑.๔.๑.๒๒ การคิดสะกดคำและเขียนเพื่อสื่อความหมายด้วยตนเองอย่างอิสระ ๑.๔.๒ การคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผล การตัดสินใจและแก้ปัญหา ๑.๔.๒.๑ การสังเกตลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่างเหมาะสม


หน้า ๒๖ ๑.๔.๒.๒ การสังเกตสิ่งต่าง ๆ และสถานที่จากมุมมองที่ต่างกัน ๑.๔.๒.๓ การบอกและแสดงตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของสิ่งต่าง ๆ ด้วยการกระทำ ภาพวาด ภาพถ่าย และรูปภาพ ๑.๔.๒.๔ การเล่นกับสื่อต่าง ๆ ที่เป็นทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย ๑.๔.๒.๕ การคัดแยก การจัดกลุ่ม และการจำแนกสิ่งต่าง ๆ ตามลักษณะและรูปร่าง รูปทรง ๑.๔.๒.๖ การต่อของชิ้นเล็กเติมในชิ้นใหญ่ให้สมบูรณ์ และการแยกชิ้นส่วน ๑.๔.๒.๗ การทำซ้ำ การต่อเติม และการสร้างแบบรูป ๑.๔.๒.๘ การนับและแสดงจำนวนของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ๑.๔.๒.๙ การเปรียบเทียบและเรียงลำดับจำนวนของสิ่งต่าง ๆ ๑.๔.๒.๑๐ การรวมและการแยกสิ่งต่าง ๆ ๑.๔.๒.๑๑ การบอกและแสดงอันดับที่ของสิ่งต่าง ๆ ๑.๔.๒.๑๒ การชั่ง ตวง วัดสิ่งต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือและหน่วยที่ไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน ๑.๔.๒.๑๓ การจับคู่ การเปรียบเทียบ และการเรียงลำดับ สิ่งต่าง ๆ ตามลักษณะความยาว/ ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร ๑.๔.๒.๑๔ การบอกและเรียงลำดับกิจกรรมหรือเหตุการณ์ตามช่วงเวลา ๑.๔.๒.๑๕ การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ๑.๔.๒.๑๖ การอธิบายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์หรือการกระทำ ๑.๔.๒.๑๗ การคาดเดาหรือการคาดคะเนสิ่งที่อาจเกิดขึ้นอย่างมีเหตุผล ๑.๔.๒.๑๘ การมีส่วนร่วมในการลงความเห็นจากข้อมูลอย่างมีเหตุผล ๑.๔.๒.๑๙ การตัดสินใจและมีส่วนร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา ๑.๔.๓ จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ๑.๔.๓.๑ การรับรู้และแสดงความคิด ความรู้สึกผ่านสื่อ วัสดุ ของเล่น และชิ้นงาน ๑.๔.๓.๒ การแสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านภาษา ท่าทาง การเคลื่อนไหว และศิลปะ ๑.๔.๓.๓ การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใช้รูปร่างรูปทรงจากวัสดุที่หลากหลาย ๑.๔.๔ เจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ ๑.๔.๔.๑ การสำรวจสิ่งต่าง ๆ และแหล่งเรียนรู้รอบตัว ๑.๔.๔.๒ การตั้งคำถามในเรื่องที่สนใจ ๑.๔.๔.๓ การสืบเสาะหาความรู้เพื่อค้นหาคำตอบของข้อสงสัยต่าง ๆ ๑.๔.๔.๔ การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอข้อมูลจากการสืบเสาะหาความรู้ ในรูปแบบต่าง ๆ และแผนภูมิอย่างง่าย 2. สาระที่ควรเรียนรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดแนวคิด หลังจากนำสาระที่ควรเรียนรู้นั้น ๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพื่อให้บรรลุจุดหมายที่กำหนดไว้ทั้งนี้ไม่เน้น ท่องจำเนื้อหา ครูสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และความสนใจของ เด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้โดยคำนึงถึงประสบการณ์และ สิ่งแวดล้อมในชีวิตจริงของเด็ก ดังนี้ ๒.๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ นามสกุล รูปร่าง หน้าตา อวัยวะต่าง ๆ วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การรักษา


หน้า ๒๗ ความปลอดภัยของตนเอง รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย การรู้จักประวัติความเป็นมาของตนเอง และครอบครัว การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น การรู้จักแสดงความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเองการเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองตามลำพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการ รับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างเหมาะสม การ แสดงมารยาทที่ดี การมีคุณธรรม จริยธรรม 2.2 เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่าง ๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิด และมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญ วันสำคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่งวัฒนาธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทย และการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือแหล่งเรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่น ๆ ๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลง และ ความสัมพันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดิน น้ำ ท้องฟ้า สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรง และพลังงานในชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรักษาสาธารณสมบัติ ๒.๔ สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำวัน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สีผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสาร ต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน อย่างประหยัด ปลอดภัย และรักษาสิ่งแวดล้อม


หน้า ๒๘ สาระการเรียนรู้รายปี/รายชั้น สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๑ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก รายละเอียด เด็กควรรู้จักชื่อ นามสกุล รูปร่างหน้าตา รู้จักอวัยวะต่าง ๆ วิธีระวัง รักษาร่างกายให้สะอาด สุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การระมัดระวังความปลอดภัยของตนเองจากผู้อื่น โดยและภัยใกล้ตัว รวมทั้งการปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย การรู้จักความเป็นมาของตนเองและครอบครัว การ ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น การรู้จักแสดง ความคิดเห็นของตนเองและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การกำกับตนเอง การเล่นและทำสิ่งต่าง ๆด้วยตนเอง ตามลำพังหรือกับผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการรับรู้ความรู้สึก ของตนเองและผู้อื่น การแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกอย่างเหมาะสม การแสดงมารยาทที่ดี การมี คุณธรรมจริยธรรม ตารางวิเคราะห์สาระย่อย สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ 1-2 แรกรับประทับใจ 1. ชื่อเล่นของเด็ก 2. ชื่อเล่นของเพื่อน 3. ชื่อเล่นคุณครูประจำชั้น 4. ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน 5. สถานที่ตั้งของโรงเรียน (ชุมชน) 1. ชื่อ-สกุล ความหมาย คำนำหน้าชื่อ 2. ชื่อเล่น ชื่อจริงของเพื่อน 3. ชื่อเล่น-ชื่อจริงคุณครูประจำชั้น 4. ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน 5. สถานที่ตั้งของโรงเรียน (ชุมชน ตำบล อำเภอ) 1. ชื่อ-สกุล ความหมาย ที่มา ของชื่อ คำนำหน้าชื่อ อายุ 2. ชื่อเล่น ชื่อจริง นามสกุล ของเพื่อน 3. ชื่อเล่น - ชื่อจริง นามสกุล คุณครูประจำชั้น 4. ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน 5. สถานที่ตั้งของโรงเรียน (ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์) หน่วยที่ 3 เด็กดีมีวินัย ๑. ของใช้ส่วนตัวเด็ก 2. สัญลักษณ์ประจำตัว 3. การเก็บของเข้าที่ 4. การปฏิบัติตนในการใช้ ห้องน้ำ 5. การปฏิบัติตนตามข้อตกลง ของห้องเรียน ๑. ของใช้ส่วนตัวเด็ก 2. สัญลักษณ์ประจำตัว 3. การเก็บของเข้าที่ เก็บวัสดุอุปกรณ์ 4. การปฏิบัติตนในการใช้ห้องน้ำ อย่างถูกวิธี 5. การปฏิบัติตนตามข้อตกลงของ ห้องเรียน โรงเรียน ๑. ของใช้ส่วนตัวเด็ก 2. สัญลักษณ์ประจำตัว 3. การเก็บของเข้าที่ เก็บวัสดุ อุปกรณ์ 4. การปฏิบัติตนในการใช้ ห้องน้ำอย่างถูกสุขลักษณะ 5. การปฏิบัติตนตามข้อตกลง ของห้องเรียน โรงเรียน


หน้า ๒๙ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย (ต่อ) สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ 4 อวัยวะและการดูแล รักษา ๑. หน้าที่และการดูแลรักษาตา 2. หน้าที่และการดูแลรักษาหู 3. หน้าที่และการดูแลรักษาจมูก 4. หน้าที่และการดูแลรักษาปาก 5. หน้าที่และการดูแลรักษามือ และเท้า ๑. หน้าที่และการดูแลรักษาตา หู จมูก ปาก มือ เท้า 2. การดูแลรักษาอวัยวะตา หู จมูก ปาก มือ เท้า 3. การป้องกันและรักษาโรคตาแดง 4. การป้องกันและรักษาโรคที่เกิด กับหู จมูก 5. การป้องกันและดูแลรักษา มือ เท้า ปาก ๑. หน้าที่และการดูแลรักษาตา หู จมูก ปาก มือ เท้า ผิวหนัง 2. การดูแลรักษาอวัยวะ ตา หู จมูก ปาก มือ เท้า ผิวหนัง 3. การป้องกันและรักษาโรคที่ เกิดกับตา หู จมูก 4. การป้องกันและดูแลรักษา มือ เท้า ปาก 5. การดูแลรักษาร่างกายให้ สะอาด หน่ายที่ 5 กินดี อยู่ดี มีสุข ๑. อาหารดีมีประโยชน์ ๑. อาหารดีมีประโยชน์ ๑. อาหารหลัก ๕ หมู่ ๒. ความสำคัญของการ รับประทานอาหาร ๒. ความสำคัญและประโยชน์ของ การรับประทานอาหาร ๒. ความสำคัญของอาหารหลัก ๕ หมู่ ๓. การล้างมือ ๓. การล้างมืออย่างถูกวิธี ๓. การล้างมืออย่างถูกวิธี ๔. การแปรงฟัน ๔. การแปรงฟันและทำความ สะอาดร่างกาย ๔. การแปรงฟันและทำความ สะอาดร่างกายอย่างถูกวิธี ๕. สุขนิสัยในการขับถ่าย ๕. สุขนิสัยในการขับถ่าย ๕. สุขนิสัยในการขับถ่าย หน่วยที่ 6 ขยับกายสบายชีวี ๑. ประโยชน์ของการพักผ่อน ๑. ประโยชน์ของการพักผ่อน ๑. ประโยชน์ของการพักผ่อน ๒. ประโยชน์ของการออก กำลังกาย ๒. ประโยชน์ของการออก กำลังกาย ๒. ประโยชน์ของการออก กำลังกาย ๓. การปฏิบัติตนในการออก กำลังกายและการพักผ่อน ๓. การปฏิบัติตนในการออกำลัง กายและการพักผ่อน ๓. การปฏิบัติตนในการออกกำลัง กายและการพักผ่อน ๔. ประเภทของการออกกำลัง กาย ๔. ประเภทของการออกกำลังกาย ๔. ประเภทของการออกกำลัง กาย ๕. การเล่นเครื่องเล่นสนาม ๕. การเล่นเครื่องเล่นสนาม ๕. การเล่นเครื่องเล่นสนาม


หน้า ๓๐ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย (ต่อ) สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ 7 ปลอดภัยไว้ก่อน 1. ความปลอดภัยในการเล่น 2. ความปลอดภัยในการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและของมีคม 3. ความปลอดภัยในการใช้ยา 4. ความปลอดภัยบนท้องถนน 5. ความปลอดภัยของตนองจาก ผู้อื่น 1. ความปลอดภัยในการเล่น 2. ความปลอดภัยในการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและของมีคม 3. ความปลอดภัยในการใช้ยา 4. ความปลอดภัยบนท้องถนน 5. ความปลอดภัยของตนองกับ ผู้อื่น 1. ความปลอดภัยในการเล่น 2. ความปลอดภัยในการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและของมีคม 3. ความปลอดภัยในการใช้ยา 4. ความปลอดภัยบนท้องถนน 5. ความปลอดภัยของตนเองจาก ผู้อื่น หน่วยที่ 8 หนูน้อยนักสัมผัส 1. การมองเห็น 2. การดมกลิ่น 3. การได้ยิน 4. การชิมรส 5. การสัมผัส 1. การมองเห็น 2. การดมกลิ่น 3. การได้ยิน 4. การชิมรส 5. การสัมผัส 1. การมองเห็น 2. การดมกลิ่น 3. การได้ยิน 4. การชิมรส 5. การสัมผัส หน่วยที่ 9 หนูน้อยน่ารัก 1. มารยาทในการรับประทาน อาหาร 2. มารยาทในการฟัง พูด 3. มารยาทในการเดินผ่านผู้ใหญ่ 4. การนั่งอย่างถูกวิธี 5. การนอนอย่างถูกวิธี 1. มารยาทในการรับประทาน อาหาร 2. มารยาทในการฟัง พูด 3. มารยาทในการเดินผ่านผู้ใหญ่ 4. การนั่งอย่างถูกวิธี 5. การนอนอย่างถูกวิธี 1. มารยาทในการรับประทาน อาหาร 2. มารยาทในการฟัง พูด 3. มารยาทในการเดินผ่านผู้ใหญ่ 4. การนั่งอย่างถูกวิธี 5. การนอนอย่างถูกวิธี หน่วยที่ 10 หนูทำได้ ๑. มารยาทในการไหว้ผู้ใหญ่ ๑. มารยาทในการไหว้ผู้ใหญ่ ๑. มารยาทในการไหว้ผู้ใหญ่ ๒. มารยาทในการกราบผู้ใหญ่ ๒. มารยาทในการกราบผู้ใหญ่ ๒. มารยาทในการกราบผู้ใหญ่ ๓. มารยาทในการกราบพระ ๓. มารยาทในการกราบพระ ๓. มารยาทในการกราบพระ ๔. มารยาทในการรับของ ส่งของ ๔. มารยาทในการรับของ ส่งของ ๔. มารยาทในการรับของ ส่งของ ๕. มารยาทในการเดิน ๕. มารยาทในการเดิน ๕. มารยาทในการเดิน


หน้า ๓๑ สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๒ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก รายละเอียด เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับครอบครัวสถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่าง ๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือ ใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญ วันสำคัญ อาชีพของคนในชุมชน ศาสนา แหล่ง วัฒนธรรมในชุมชน สัญลักษณ์สำคัญของชาติไทยและการปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นและความเป็นไทย หรือ เรียนรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอื่น ๆ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่๑1 บ้านแสนสุข ๑. ความหมายของบ้าน ๑. ความหมายและประโยชน์ของ บ้าน ๑. ความหมายและประโยชน์ของบ้าน ๒. พื้นที่รอบบ้าน ๒. พื้นที่และบริเวณรอบบ้าน ๒. พื้นที่และสถานที่ตั้งของบ้าน ๓. ประเภทของบ้าน ๓. ประเภทและส่วนประกอบของ บ้าน ๓. ประเภทและส่วนประกอบของบ้าน ๔. ห้อง ภายในบ้าน ๔. ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน ๔. ห้องต่าง ๆ ภายในบ้านและ ความสำคัญ ๕. การรักษาความสะอาดบ้าน ๕. การรักษาความสะอาดบ้าน ๕. การรักษาความสะอาดบ้านและ บริเวณรอบบ้าน หน่วยที่ ๑2 ครอบครัวสุขสันต์ 1. ความสัมพันธ์ของบุคคลใน ครอบครัว 2. หน้าที่ของบุคคลภายใน ครอบครัว 3. การปฏิบัติตนที่ดีต่อบุคคลใน ครอบครัว 4. การมีส่วนร่วมของบุคคลใน ครอบครัว 5. สิ่งที่จำเป็นต่อบุคคลใน ครอบครัว 1. ความสัมพันธ์ของบุคคลใน ครอบครัว 2. หน้าที่ของบุคคลภายใน ครอบครัว 3. การปฏิบัติตนที่ดีต่อบุคคลใน ครอบครัว 4. การมีส่วนร่วมของบุคคลใน ครอบครัว 5. สิ่งที่จำเป็นต่อบุคคลใน ครอบครัว 1. ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว 2. หน้าที่ของบุคคลภายในครอบครัว 3. การปฏิบัติตนที่ดีต่อบุคคลใน ครอบครัว 4. การมีส่วนร่วมของบุคคลในครอบครัว 5. สิ่งที่จำเป็นต่อบุคคลในครอบครัว หน่วยที่ ๑3 บ้านใกล้เรือนเคียง ๑. ชื่อเพื่อนบ้าน ๑. ชื่อเพื่อนบ้านและความสำคัญ ของเพื่อนบ้าน ๑. ชื่อเพื่อนบ้านและความสำคัญของ เพื่อนบ้าน ๒. การปฏิบัติตนต่อเพื่อนบ้าน ๒. การปฏิบัติตนต่อเพื่อนบ้าน ๒. การปฏิบัติตนต่อเพื่อนบ้าน ๓. การปฏิบัติตนในการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ๓. การปฏิบัติตนในการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกัน ๓. การปฏิบัติตนในการช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน ๔. การร่วมกิจกรรมกับเพื่อนบ้าน ๔. การร่วมกิจกรรมกับเพื่อนบ้าน ๔. การร่วมกิจกรรมกับเพื่อนบ้าน ๕. การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ๕. การอยู่ร่วมกันอย่างมีความ ๕. การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข


หน้า ๓๒ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย (ต่อ) สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ 14 โรงเรียนของเรา 1. ชื่อโรงเรียน ตราสัญลักษณ์ ของโรงเรียน 2. อาคารสถานที่ของโรงเรียน 3. บุคคลในโรงเรียน 4. การปฏิบัติตนภายในโรงเรียน 5. การดูแลรักษาสถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน 1. ชื่อโรงเรียน ตราสัญลักษณ์ ของโรงเรียนและสถานที่ตั้งของ โรงเรียน 2. อาคาร สถานที่ในโรงเรียน 3. บุคคลและหน้าที่ของบุคคล ภายในโรงเรียน 4. การปฏิบัติตนการร่วม กิจกรรมภายในโรงเรียน 5. การดูแลรักษาสถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน 1. ชื่อโรงเรียน ตราสัญลักษณ์ ความสำคัญของโรงเรียนและคำขวัญ ของโรงเรียน 2. อาคาร สถานที่และห้องเรียน ภายในโรงเรียน 3. บุคคลและหน้าที่ของบุคคล ภายในโรงเรียน 4. การปฏิบัติตนการร่วมกิจกรรม ภายในโรงเรียน 5. การดูแลรักษาความสะอาดรอบๆ บริเวณโรงเรียน หน่วยที่ 15 ชุมชนของเรา 1. ชื่อชุมชน 2. ความสำคัญของสถานที่ใน ชุมชน 3. การร่วมกิจกรรมในชุมชน ๔.การมีส่วนร่วมในชุมชน ๕. การดูแลสาธารณสมบัติที่ใช้ ร่วมกันในชุมชน 1. ชื่อชุมชนและสถานที่สำคัญใน ชุมชน 2. ความสำคัญของสถานที่ต่างๆ ในชุมชน 3. การร่วมกิจกรรมในชุมชน ๔.การมีส่วนร่วมในชุมชน ๕. การดูแลสาธารณสมบัติที่ใช้ ร่วมกันในชุมชน 1. ชื่อชุมชนและสถานที่สำคัญใน ชุมชน 2. ความสำคัญของสถานที่ต่างๆใน ชุมชน 3. การร่วมกิจกรรมในชุมชนต่างๆ ๔.การมีส่วนร่วมในชุมชน ๕. การดูแลสาธารณสมบัติที่ใช้ ร่วมกันในชุมชน หน่วยที่ ๑6 จังหวัดของเรา ๑. ชื่อและสถาที่ตั้ง ๒. ลักษณะภูมิประเทศของ จังหวัด ๓. อาชีพและอาหารพื้นเมืองของ จังหวัด ๔. สถานที่สำคัญของจังหวัด ๕.ศาสนาและประเพณีของ จังหวัด ๑. ชื่อ สถานที่ตั้ง คำขวัญและ ตราประจำจังหวัด ๒. ลักษณะภูมิประเทศของ จังหวัด ๓. อาชีพและอาหารพื้นเมืองของ จังหวัด ๔. สถานที่สำคัญของจังหวัด ๕.ศาสนาและประเพณีของ จังหวัด ๑. ชื่อ คำขวัญ สถานที่ตั้งและตรา ประจำจังหวัด ๒. ลักษณะภูมิประเทศและสภาพ ภูมิอากาศ ๓. อาชีพและอาหารพื้นเมืองของ จังหวัด ๔. สถานที่สำคัญของจังหวัด ๕.ศาสนาและประเพณีของจังหวัด


หน้า ๓๓ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย (ต่อ) สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ ๑7 อาชีพในฝัน 1. ชื่ออาชีพ 2. การแต่งกายของแต่ละอาชีพ 3. สถานที่ใช้ปฏิบัติงาน 4. เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบ อาชีพ 5. ความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพ 1. ชื่ออาชีพ 2. หน้าที่และการแต่งกายของแต่ ละอาชีพ 3. สถานที่ใช้ปฏิบัติงาน 4. เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบ อาชีพ 5. ความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพ 1. ชื่ออาชีพ 2. หน้าที่และการแต่งกายของแต่ ละอาชีพ 3. สถานที่ใช้ปฏิบัติงาน 4. เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบ อาชีพ 5. ความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพ หน่วยที่ ๑8 ประเทศสมาชิก อาเซียน 1. ชื่อประเทศ และธงชาติ ประเทศสมาชิกอาเซียน 2. ดอกไม้ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 3.ต้นไม้ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 4.สัตว์ประจำชาติประเทศสมาชิก อาเซียน 5. เพลงประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 1. ชื่อประเทศ และธงชาติ ประเทศสมาชิกอาเซียน 2. ดอกไม้ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 3.ต้นไม้ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 4.สัตว์ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 5.เพลงประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 1. ชื่อประเทศ และธงชาติ ประเทศสมาชิกอาเซียน 2. ดอกไม้ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 3.ต้นไม้ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 4.สัตว์ประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน 5.เพลงประจำชาติประเทศ สมาชิกอาเซียน หน่วยที่ ๑9 บ้านเราและเพื่อน บ้านอาเซียน 1. สถานที่สำคัญและแหล่ง ท่องเที่ยว 2.อาชีพและสินค้าเศรษฐกิจ 3.ฤดูกาล 4. ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.พิบัติภัยและภัยธรรมชาติ 1. สถานที่สำคัญและแหล่ง ท่องเที่ยว 2.อาชีพและสินค้าเศรษฐกิจ 3.ฤดูกาล 4. ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.พิบัติภัยและภัยธรรมชาติ 1. สถานที่สำคัญและแหล่ง ท่องเที่ยว 2.อาชีพและสินค้าเศรษฐกิจ 3.ฤดูกาล 4. ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.พิบัติภัยและภัยธรรมชาติ หน่วยที่ ๒๐ หนูน้อยช่างสงสัย (ทบทวน / ประเมินพัฒนาการ ) (ทบทวน / ประเมินพัฒนาการ ) (ทบทวน / ประเมินพัฒนาการ )


หน้า ๓๔ สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๓ ธรรมชาติรอบตัว รายละเอียด เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ขอ สัตว์ พืช ตลอดจนการรู้จักเกี่ยวกับดินท้องฟ้า น้ำ สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรง และพลังงานใน ชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการรักษาสาธารณสมบัติ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ ๒๑ สิ่งมีชีวิต/ไม่มีชีวิต ๑. ชื่อสิ่งมีชีวิต 2. ชื่อสิ่งไม่มีชีวิต 3. ลักษณะของสิ่งมีชีวิต 4. ลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิต 5. ประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตและ สิ่งไม่มีชีวิต ๑. ชื่อสิ่งมีชีวิต 2. ชื่อสิ่งไม่มีชีวิต 3. ลักษณะของสิ่งมีชีวิต 4. ลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิต 5. ประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ๑. ชื่อสิ่งมีชีวิต 2. ชื่อสิ่งไม่มีชีวิต 3. ลักษณะของสิ่งมีชีวิต 4. ลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิต 5. ประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต หน่วยที่ ๒2 ฤดูกาลหรรษา ๑. ชื่อฤดูกาล ๑. ชื่อฤดูกาล ๑. ชื่อฤดูกาล ๒. ฤดูร้อน ๒. ฤดูร้อน ๒. ฤดูร้อน ๓. ฤดูฝน ๓. ฤดูฝน ๓. ฤดูฝน ๔. ฤดูหนาว ๔. ฤดูหนาว ๔. ฤดูหนาว ๕. การปฏิบัติตนให้เหมาะสมตาม ฤดูกาล ๕. การปฏิบัติตนให้เหมาะสมตาม ฤดูกาล ๕. การปฏิบัติตนให้เหมาะสมตาม ฤดูกาล หน่วยที่ ๒3 กลางวัน กลางคืน ๑. ความหมายของกลางวัน กลางคืน 2. กิจวัตรช่วงเวลากลางวัน 3. กิจวัตรช่วงเวลากลางคืน 4. การปฏิบัติตนในเวลากลางวัน 5.การปฏิบัติตนในเวลากลางคืน ๑. ความหมายของกลางวัน กลางคืน 2. ลักษณะกลางวัน 3. การปฏิบัติตนในเวลากลางวัน 4. ลักษณะของกลางคืน 5.การปฏิบัติตนในเวลากลางคืน ๑. ความหมายของกลางวัน กลางคืน 2. ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลา กลางวัน 3. กิจวัตรช่วงเวลากลางคืน 4. ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลา กลางคืน 5.การปฏิบัติตนในเวลากลางคืน หน่วยที่ ๒4 สัตว์โลกผู้น่ารัก ๑. ประเภทของสัตว์เลี้ยง 2. รูปร่างลักษณะของสัตว์เลี้ยง 3. อาหารของสัตว์เลี้ยง 4. ที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง 5. ประโยชน์ โทษและการดูแล สัตว์เลี้ยง ๑. ประเภทของสัตว์ 2. รูปร่างลักษณะของสัตว์ประเภทต่างๆ 3. อาหารของสัตว์แต่ละประเภท 4. ที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยงแต่ละ ประเภท 5. ประโยชน์ โทษและการดูแลสัตว์แต่ ละประเภท ๑. ประเภทของสัตว์ 2. รูปร่างลักษณะของสัตว์ประเภทต่างๆ 3. อาหารของสัตว์แต่ละประเภท 4. ที่อยู่อาศัยของสัตว์แต่ละประเภท 5. ประโยชน์ โทษและการดูแลสัตว์แต่ ละประเภท


หน้า ๓๕ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย (ต่อ) สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ 25 ต้นไม้แสนรัก 1. รูปร่างลักษณะของต้นไม้ 2. ส่วนประกอบของต้นไม้ 3. การปลูกต้นไม้ 4. การดูแลรักษาต้นไม้ 5. ประโยชน์และโทษของต้นไม้ 1. รูปร่างลักษณะของต้นไม้ 2.การเจริญเติบโตของต้นไม้ 3. การขยายพันธ์และการดูแล รักษาต้นไม้ 4. การอนุรักษ์ต้นไม้ 5. ประโยชน์และโทษของต้นไม้ 1. รูปร่างลักษณะของต้นไม้ 2. การเจริญเติบโตของต้นไม้ 3. การขยายพันธ์และการดูแล รักษาต้นไม้ 4. การอนุรักษ์ต้นไม้ 5. ประโยชน์และโทษของต้นไม้ หน่วยที่ 26 โลกของแมลง ๑. ชื่อของแมลง 2. ประเภทของแมลง 3. ส่วนประกอบของแมลง 4. ที่อยู่อาศัยของแมลง 5. การป้องกันตนเองจากแมลงที่ มีพิษ ๑. ชื่อของแมลง 2.รูปร่าง ลักษณะของแมลง 3.ที่อยู่อาศัยและอาหารของ แมลง 4. ประเภทและโทษของแมลง 5. การป้องกันตนเองจากแมลงที่ มีพิษ ๑. ชื่อประเภทรูปร่างลักษณะ ของแมลง 2. ที่อยู่อาศัยและอาหารของ แมลง 3. วงจรชีวิตของแมลง 4. ประโยชน์และโทษของแมลง 5. การป้องกันตนเองจากแมลงที่ มีพิษ หน่วยที่ 27 ผักผลไม้ ๑. ชนิดของผัก 2. ลักษณะและสีของผัก 3. ชื่อของผลไม้ 4. รูปร่างลักษณะและสีของผลไม้ 5. วิธีการรับประทานผัก ผลไม้ ๑.ชื่อรูปร่าง ลักษณะและสีของ ผัก 2. ชนิดและส่วนประกอบของผัก 3. ชนิดและส่วนประกอบของ ผลไม้ 4. รูปร่างลักษณะและสีของผลไม้ 5. วิธีการรับประทานและรสชาด ผัก ผลไม้ ๑. ชื่อรูปร่าง ลักษณะของสีและ ผัก 2.วิธีการรับประทานและรสชาด ของผักผลไม้ 3. ลักษณะความแตกต่างของผัก ผลไม้แต่ละชนิด 4. วิธีการรับประทานและรสชาด ผัก ผลไม้ 5. ประโยชน์ของผัก ผลไม้ หน่วยที่ 28 ข้าวมหัศจรรย์ 1. ชนิดของข้าว 2. รูปร่างลักษณะของเมล็ด ข้าวเปลือก 3. รูปร่างลักษณะของเมล็ด ข้าวสาร 4. ประโยชน์ของข้าว 5. การดูแลและการเก็บรักษาข้าว 1. ชนิดของข้าว 2. รูปร่างลักษณะของต้นข้าว 3. ขั้นตอนการปลูกข้าว 4. ประโยชน์ของข้าว 5. การดูแลและการเก็บรักษา ข้าว 1. ชนิดของข้าว 2. ลักษณะของต้นข้าว 3. ขั้นตอนการปลูกข้าว 4. การปลูกข้าว 5. อาหารที่ทำจากข้าว


หน้า ๓๖ สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ 29 โลกสวยด้วยมือเรา ๑. ความหมาย ประเภทของ สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ๑. ความหมาย ประเภท สิ่งแวดล้อม ๑. ความหมาย ประเภท สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ ๒. สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ๒. การดูแลสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ๒. การดูแลสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ๓. การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ๓. การดูแลสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้าง ขึ้น ๓. การดูแลสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์ สร้างขึ้น ๔. ประโยชน์ของสิ่งแวดล้อม ๔. ความแตกต่างของสิ่งแวดล้อม ๔. ความแตกต่างของสิ่งแวดล้อม ๔. โทษของสิ่งแวดล้อม ๕. ประโยชน์โทษของสิ่งแวดล้อม ตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ๕. ประโยชน์โทษของสิ่งแวดล้อม ตามธรรมชาติและที่มนุษย์สร้าง ขึ้น สาระที่ควรรู้ที่ ๔ สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก รายละเอียด เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายในชีวิตประจำ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน แล เลือกใช้สิ่งของ เครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสารต่าง ๆ ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำอย่างประหยัด ปลอดภัยและรักษาสิ่งแวดล้อม ตารางวิเคราะห์สาระย่อย สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ ๓0 เรารักประเทศไทย 1. ธงชาติไทย 2. การแต่งกาย (ชุดประจำชาติ) 3.การขับร้องเพลงชาติไทย 4. คำทักทาย 5. ชนิดของอาหารไทย หน่วยที่ ๓0 เรารักประเทศไทย 1. ลักษณะของความเป็นไทย 2. การแต่งกาย (ชุดประจำชาติ) 3.การขับร้องเพลงชาติไทย 4. การสื่อสารด้วยภาษาไทย 5. การประกอบอาหารไทย หน่วยที่ ๓0 เรารักประเทศไทย 1ลักษณะความเป็นไทย 2. การแต่งกาย (ชุดประจำชาติ) 3.การขับร้องเพลงชาติเพลง สรรเสริญพระบารมี 4. ภาษาไทย ภาษาถิ่น 5. อาหารพื้นบ้าน หน่วยที่ ๓1 ปลอดภัยใน ยานพาหนะ 1. ความหมายของยานพาหนะ 2. ประเภทของยานพาหนะ 3. ชื่อของยานพาหนะ 4. วิธีเลือกใช้ยานพาหนะที่ เหมาะสม 5. อันตรายจากยานพาหนะ 1. ความสำคัญของยานพาหนะ 2. การแยกประเภทของ ยานพาหนะ 3. การใช้ยานพาหนะที่ถูกวิธี 4. อันตรายยานจากพาหนะ 5. การปฏิบัติตามกฎจราจร 1. ความหมายและประโยชน์ของ ยานพาหนะ 2. เปรียบเทียบความแตกต่าง ของยานพาหนะ 3. วิธีการปฏิบัติตนให้ปลอดภัย ระหว่างการเดินทาง 4. การปฏิบัติตามกฎจราจร 5. อาชีพที่เกี่ยวข้องกับการ เดินทาง


หน้า ๓๗ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย (ต่อ) สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ ๓2 สาระแห่งสีสัน 1. ชื่อสี 2. ประเภทของสี 3. สีที่ได้จากธรรมชาติ 4. แม่สี 5. การเลือกใช้สีอย่างปลอดภัย 1. ชื่อสี 2. ประเภทของสี 3. สีที่ได้จากธรรมชาติ 4. แม่สีและการผสมสีได้ ๓ สี 5. ประโยชน์ - โทษของสี 1. ชื่อสี 2. สีที่ได้จากธรรมชาติ 3. ประเภทของสี 4. แม่สีและการผสมสีได้ ๓ สี 5. ประโยชน์ - โทษของสี หน่วยที่ ๓3 สร้างฝันนักคิด 1. เรียนรู้เรื่องจำนวน 1-5 2. การวัดเปรียบเทียบสิ่งของ 2 สิ่ง 3. เรขาคณิต(บอกทิศทางและ ตำแหน่ง) 4. เวลา 5. ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์(การแก้ปัญหา) 1. เรียนรู้เรื่องจำนวน 1-๑๐ 2. การวัดเปรียบเทียบสิ่งของ ๓ สิ่ง 3. เรขาคณิต(สร้างผลงานจาก รูปทรงเลขาคณิต) 4.พีชคณิต (แบบรูปของรูปที่มี รูปร่าง) 5. ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์(การให้เหตุผล) 1. เรียนรู้เรื่องจำนวน 1-๒๐ 2. การวัดเปรียบเทียบสิ่งของโดย ใช้เครื่องมือวัด 3. เรขาคณิต/พีชคณิต (ต่อแบบ รูปตามความคิดของตนเอง) 4. การวิเคราะห์ 5. ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์(กาสื่อความหมาย ทางคณิตศาสตร์ เชื่อมโยงความรู้ กับศาสตร์อื่นๆ) หน่วยที่ ๓4 วิทยาศาสตร์ สร้างสรรค์ 1. ของเล่นที่อยู่รอบตัวการ เปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆใน ชีวิตประจำวัน 2. การจม การลอยเครื่องมือทาง วิทยาศาสตร์ในการสังเกต (ชั่ง ตวง วัด) 3. แรงดึงดูดของแม่เหล็ก 4. พลังงานในชีวิตประจำวัน (แหล่งกำเนิดเสียง) 5. การสังเกตดวงอาทิตย์ ดวง จันทร์ ดวงดาว ๑.วัตถุสิ่งของเครื่องใช้ของเล่นที่ อยู่รอบตัว การเปรียบเทียบสิ่ง ต่างๆในชีวิตประจำวัน 2. การทดลองการจม การลอย ของสิ่งต่างๆ การใช้เครื่องมือ วิทยาศาสตร์ในการสังเกต (ชั่ง ตวง วัด ) 3. สำรวจตรวจสอบแรงแม่เหล็ก และแรงโน้มถ่วงต่างๆ 4. สำรวจการใช้พลังงานใกล้ตัว และบอกวิธีการใช้รวมทั้ง ประโยชน์และโทษอย่าง เหมาะสมกับวัย (แหล่งกำเนิด เสียง) 5. การสังเกตและบอกความ แตกต่างของดวงอาทิตย์ ดวง จันทร์ ดวงดาว 1. การเชื่อมโยงลักษณะหรือ คุณสมบัติอย่างง่ายของสิ่งต่างๆที่ อยู่ใกล้ตัวเช่น สี รูปร่าง รูปทรง ขนาด ผิวสัมผัสการเปลี่ยนแปลง ของสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน 2. การทดลองการจม การลอย ของสิ่งต่างๆการทดลองสิ่งกำเนิด เสียงใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ใน การสังเกต (ชั่ง ตวง วัด) 3. การดึงดูดและการผลักของ แรงแม่เหล็ก การทดลองและสรุป การออกแรงกระทำต่อวัตถุ 4. ประโยชน์และการโทษจาก การใช้พลังงาน 5. การสังเกตดวงอาทิตย์ ดวง จันทร์ ดวงดาว สำรวจและบอก ชื่อที่เป็นเทคโนโลยีอวกาศ (จรวด ยานอวกาศ ดาวเทียม)


หน้า ๓๘ ตารางวิเคราะห์สาระย่อย (ต่อ) สาระย่อย อายุ 3-4 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี หน่วยที่ ๓5 การสื่อสารไร้ พรมแดน 1. ความหมายของการสื่อสาร 2. อุปกรณ์สำหรับการสื่อสาร 3. การติดต่อสื่อสารด้วยอุปกรณ์ ต่าง ๆ 4. ประโยชน์ของการสื่อสาร 5. ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร 1. ความหมายของการสื่อสาร 2. อุปกรณ์สำหรับการสื่อสาร 3. การติดต่อสื่อสารด้วยอุปกรณ์ ต่าง ๆ 4. ประโยชน์ของการสื่อสาร 5. ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร 1. ความหมายของการสื่อสาร 2.การเลือกใช้ อุปกรณ์สำหรับการ สื่อสาร 3. ประโยชน์และโทษในการใช้เครื่องมือ ในการสื่อสาร 4. ความแตกต่างในการสื่อสารจากการ ใช้อุปกรณ์ชนิดต่างๆ 5. มารยาทในการใช้เครื่องมือสื่อสาร หน่วยที่ ๓6 ท่องแดนอาเซียน 1. ธงอาเซียน 2. ตราสัญลักษณ์อาเซียน 3. คำขวัญอาเซียน 4. เพลงอาเซียน 5. ภาษาอาเซียน 1. ธงอาเซียน 2. ตราสัญลักษณ์อาเซียน 3. คำขวัญอาเซียน 4. เพลงอาเซียน 5. ภาษาอาเซียน 1. ธงอาเซียน 2. ตราสัญลักษณ์อาเซียน 3. คำขวัญอาเซียน 4. เพลงอาเซียน 5. ภาษาอาเซียน หน่วยที่ ๓7 เรียนรู้วัฒนธรรม 1. ศาสนาและวันสำคัญ 2. ชุดแต่งกายประจำชาติ 3. อาหารประจำชาติ ๔.ภาษา/ประเพณีและวัฒนธรรม ประจำชาติ ๕.การละเล่น/การแสดงและ นิทานประจำชาติ 1. ศาสนาและวันสำคัญ 2.ชุดแต่งกายประจำชาติ 3. อาหารประจำชาติ ๔.ภาษา/ประเพณีและวัฒนธรรม ประจำชาติ ๕.การละเล่น/การแสดงและ นิทานประจำชาติ 1. ศาสนาและวันสำคัญ 2.ชุดแต่งกายประจำชาติ 3. อาหารประจำชาติ ๔.ภาษา/ประเพณีและวัฒนธรรมประจำ ชาติ ๕.การละเล่น/การแสดงและนิทาน ประจำชาติ หน่วยที่ ๓8 ผู้นำพอเพียง 1. ความพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล 3. ความรอบรู้ 4. มีภูมิคุ้มกันที่ดี 5. คุณธรรมความดี 1.ความพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล 3. ความรอบรู้ 4. มีภูมิคุ้มกันที่ดี 5. คุณธรรมความดี 1.ความพอประมาณ 2. ความมีเหตุผล 3. ความรอบรู้ 4. มีภูมิคุ้มกันที่ดี 5. คุณธรรมความดี หน่วยที่ ๓9 หนูน้อยตาวิเศษ 1. ประเภทของขยะ 2. การคัดแยกขยะ 3. การกำจัดขยะที่ถูกวิธี 4. ประโยชน์และโทษของขยะ 5. การป้องกันและลดการทิ้งขยะ 1. ประเภทของขยะ 2. การคัดแยกขยะ 3. การกำจัดขยะที่ถูกวิธี 4. ประโยชน์และโทษของขยะ 5. การป้องกันและลดการทิ้งขยะ 1. ประเภทของขยะ 2. การคัดแยกขยะ 3. การกำจัดขยะที่ถูกวิธี 4. ประโยชน์และโทษของขยะ 5. การป้องกันและลดการทิ้งขยะ หน่วยที่ ๔๐ หนูน้อยช่างสงสัย (ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ) (ทบทวน/ประเมินพัฒนาการ)


หน้า ๓๙ รายละเอียดประกอบสาระการเรียนรู้ที่ 5 “วันสำคัญ” ลำดับที่ หน่วยการเรียนรู้ ตัวอย่างวันสำคัญต่าง ๆ หมายเหตุ 1. 1. วันสำคัญทางศาสนา (1) วันสำคัญทางศาสนาพุทธ 1.วันมาฆบูชา 2.วันวิสาขบูชา 3.วันอาสาฬหบูชา 4.วันเข้าพรรษา 5.วันออกพรรษา 6.วันพระ ฯลฯ (2) วันสำคัญทางศาสนาอิสลาม 1.วันฮารีรายอ 2.วันเมาลิด 3.วันถือศีลอด ฯลฯ (3) วันสำคัญทางศาสนาคริสต์ 1.วันคริสต์มาส ฯลฯ (4) วันสำคัญทางศาสนาอื่น ๆ 1.แต่ละท้องถิ่นพิจารณาตามความเหมาะสม ฯลฯ 2 วันสำคัญของชาติ 1.วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร (วันพ่อ) 2.วันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราช ชนนีพันปีหลวง (วันแม่) 3.วันปิยมหาราช 4.วันรัฐธรรมนูญ 3. วันสำคัญของท้องถิ่น 1.วันลอยกระทง 2.วันสงกรานต์ 3.วันสำคัญในแต่ละภาค เช่น * ภาคใต้ – วันงานประเพณีชักพระ ฯลฯ * ภาคเหนือ – วันงานประเพณียี่เป็ง ฯลฯ * ภาคกลาง – วันงานประเพณีแข่งเรือพาย / แห่นาง แมว ฯลฯ * ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ – วันงานประเพณีบุญ บั้งไฟ ฯลฯ 4. วันสำคัญต่าง ๆ 1.วันเด็ก 2.วันครู ฯลฯ


หน้า ๔๐ สาระการจัดประสบการณ์การศึกษาปฐมวัย ชั้นปฐมวัยปีที่ 1 (อายุ 3 - 4 ปี) สัปดาห์ที่ 1 – 4 - การเตรียมความพร้อม สัปดาห์ที่ 5 - ฝึกความพร้อม แนะนำสถานที่คุณครูและเพื่อน ๆ - ท่องปากเปล่า 1 – 10 - ท่องพยัญชนะ ก – ฮ เล่านิทาน- ท่องตัวอักษร A – Z สัปดาห์ที่ 6 - รู้พยัญชนะ ง, จ- รู้จักตัวอักษร A - คำตรงข้าม สูง – เตี้ย, ใหญ่ – เล็ก สัปดาห์ที่ 7 - รู้ค่าเลข 1 อารบิก - รู้จักพยัญชนะ ก, ถ, ภ- รู้จักอักษร B - คำตรงข้าม อ้วน – ผอม, สั้น – ยาว สัปดาห์ที่ 8 - รู้ค่าเลข ๑ ไทย, บน – ล่าง - รู้พยัญชนะ ว, ร, ธ- ฟังนิทานแล้วเราทวนเรื่องที่ฟัง- รู้จักตัวอักษร C สัปดาห์ที่ 9 - รู้จักค่าเลข 2 อารบิก, หน้า – หลัง - รู้จักพยัญชนะ บ, ป, ษ- ให้รู้จักเส้น- ท่องคำกลอนตามหน่วยการเรียน- รู้จักตัวอักษร D สัปดาห์ที่ 10 - รู้จักค่าเลข ๒ ไทย, หนัก – เบา - รู้จักพยัญชนะ ผ, ฝ, ย- ฝึกเขียนเส้น - ฝึกพูดให้คนอื่นเข้าใจ (ดูแล้วอธิบายภาพ) - รู้จักตัวอักษร E สัปดาห์ที่ 11 - รู้ค่าเลข 3 อารบิก , รูปทรง- รู้จักพยัญชนะ พ, ฟ, ฬ- ให้รู้จักเส้น- รู้จักตัวอักษร F สัปดาห์ที่ 12 - รู้จักค่าเลข ๓ ไทย ,รูปทรง - ทบทวนพยัญชนะที่เรียนมาแล้ว- ฝึกเขียนเส้น- รู้จักตัวอักษร G


หน้า ๔๑ สัปดาห์ที่ 13 - รู้จักค่าเลข 4 อารบิก , รูปทรง - รู้จักพยัญชนะ ด, ต, ฒ- รู้จักเส้น- รู้จักตัวอักษร H สัปดาห์ที่ 14 - ค่าเลข ๔ ไทย, จำนวนมาก – น้อย - รู้จักพยัญชนะ ค, ศ, ต- รู้จักเส้น - รู้จักตัว I สัปดาห์ที่ 15 - รู้ค่าเลข 5 อารบิก , ใกล้ – ไกล - ทบทวนพยัญชนะ ด, ต, ฒ, ค, ศ, ต- ทบทวนการเขียนเส้น- รู้จักตัวอักษร J สัปดาห์ที่ 16 - รู้จักค่าเลข ๕ ไทย- การเรียงลำดับ 1 – 20 - รู้จักพยัญชนะ (ค คน) - รู้จักเส้น - รู้จักตัวอักษร K สัปดาห์ที่ 17 - ทบทวนตัวเลข 0 – 5 อารบิก - จำวนเพิ่ม – ลด - รู้จักพยัญชนะ ข, ช- รู้จักเส้น - รู้จักตัวอักษร L สัปดาห์ที่ 18 - ทบทวนตัวเลข ๐ – ๕ ไทย - ความเหมือน – ความต่าง - ทบทวนพยัญชนะ ข,ช, ซ- รู้จักเส้น- รู้จักตัวอักษร M สัปดาห์ที่ 19 - ทบทวนตัวเลข 0 – 5 , ๐ – ๕ - การบอกสิ่งของ- ฝึกหาพยัญชนะที่รู้จักจากชื่อเพื่อน- รู้จักเส้น- รู้จักตัวอักษร N สัปดาห์ที่ 20 - หนูช่างสงสัย เรื่องที่เด็กสนใจ อยากรู้ - อยากเห็น - สรุป / ทบทวน- การประเมินพัฒนาการ


หน้า ๔๒ สัปดาห์ที่ 21 – 24 - การเตรียมความพร้อม สัปดาห์ที่ 25 - นับปากเปล่า, รู้ค่าเลข 6 อารบิก- จำนวนเพิ่ม – ลด- ฝึกหาพยัญชนะที่รู้จักจากชื่อสัตว์- ฝึกเขียนเส้น - รู้จักตัวอักษร O สัปดาห์ที่ 26 - รู้ค่าเลข ๖ ไทย- การเรียงลำดับสิ่งของ 3 ขนาด- ท่องกลอน ฝนตกพรำ พรำ- รู้จักตัวอักษร P สัปดาห์ที่ 27 - รู้ค่าเลข 7 อารบิก- จำนวนเท่ากัน – ไม่เท่ากัน- ฝึกการหาพยัญชนะที่รู้จักจากชื่อผลไม้- ทบทวนการเขียนเส้น- รู้จักอักษร Q สัปดาห์ที่ 28 - รู้ค่าเลข ๗ ไทย- การวัดสิ่งของ- รู้จักพยัญชนะ ฌ, ณ- รู้จักเส้น- รู้จักอักษรตัว R สัปดาห์ที่ 29 - รู้จักตัวเลข 8 อารบิก- การจับคู่จำนวนหนึ่งต่อหนึ่ง- รู้จักพยัญชนะ ท, ฑ, ท- รู้จักเส้น - รู้จักตัวอักษร S สัปดาห์ที่ 30 - รู้จักค่าเลข ๘ ไทย- จำนวนมากน้อย- รู้จักพยัญชนะ ล, ส - รู้จักเส้น - รู้จักอักษรตัว T สัปดาห์ที่ 31 - รู้ค่าเลข 9 อารบิก- การเพิ่ม – ลด- พยัญชนะ ม, ฆ- รู้จักเส้น - รู้จักตัวอักษร U สัปดาห์ที่ 32 - รู้ค่าเลข ๙ ไทย- จำนวนเท่ากัน – ไม่เท่ากัน- รู้จักเส้น


หน้า ๔๓ - รู้จักอักษร V สัปดาห์ที่ 33 - รู้ค่าเลข 0 - การชั่งสิ่งของ- รู้จักพยัญชนะ อ, ฮ- รู้จักเส้น - รู้จักตัวอักษร W สัปดาห์ที่ 34 - รู้ค่าเลข 10 / 10 - การชั่งสิ่งของ- ทบทวนพยัญชนะ ก – ซ - ฝึกเขียนเส้น - รู้จักตัวอักษร X สัปดาห์ที่ 35 - ทบทวนตัวเลข 6 – 10 - รูปทรง- ทบทวนพยัญชนะ ท – ม - รู้จักเส้น - รู้จักตัวอักษร Y สัปดาห์ 36 - ทบทวนตัวเลข 1 – 10 - รูปทรง - ทบทวนพยัญชนะ ก – ฮ - ให้รู้จักเส้นพื้นฐาน 13 เส้น- ทบทวนตัวอักษร Z สัปดาห์ที่ 37 - ทบทวนตัวเลข ๑ – ๑๐ - รูปทรง- ทบทวนพยัญชนะ ก – ฮ - ทบทวนตัวอักษร A – Z สัปดาห์ที่ 38 – 39 - ทบทวนตัวเลข 0 – 10 - ทบทวนพยัญชนะ ก – ฮ - ทบทวนตัวอักษร A – Z สัปดาห์ที่ 40 - สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้- สรุป / ทบทวน- การประเมินพัฒนาการ


หน้า ๔๔ สาระการจัดประสบการณ์การศึกษาปฐมวัย ชั้นปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-5 ปี) สัปดาห์ที่ 1 – 2 - การเตรียมความพร้อม สัปดาห์ที่ 3 - รู้จักพยัญชนะตัว ง - เลข 0 - ตัวอักษร C - คำตรงข้าม สั้น – ยาว สัปดาห์ที่ 4 - รู้จักตัวพยัญชนะ จ, ว - รู้จักตัวอักษร ABC - เปรียบเทียบคำตรงข้ามสั้น – ยาว สัปดาห์ที่ 5 - รู้จักพยัญชนะตัว ร, ธ - รู้จักตัวเลข 1 - รู้ตัวอักษร D - สนทนา GOOD MORNING - รู้จักคำตรงข้าม สูง – ต่ำ, สูง – เตี้ย สัปดาห์ที่ 6 - อ่านบทสนทนาภาษาอังกฤษ GOOD BYE - บอกตัวเลข 1 ได้ สัปดาห์ที่ 7 - คำพยัญชนะตัว ษ สัปดาห์ที่ 8 - ท่อง 1 – 5 ได้ - รู้จักจำนวน รู้ค่าของเลข 2 - รู้จัก ถ, ภ - รู้จักตัวอักษรภาษาอังกฤษตัว G - รู้จักคำ GOOD MORNING, GOOD BYE, THANK YOU - รู้จัก ใกล้ – ไกล สัปดาห์ที่ 9 - รู้จักจำนวนเลข 3 - รู้จักอ่านและเขียน ผ, ฝ - รู้จักตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัว D E F G - รู้จักความหมายตรงข้าม บน – ล่าง สัปดาห์ที่ 10 - นับเลขเรียงลำดับ 1 – 5 ได้ - บอกได้ว่าตัวใดคือเลข 3 - บอกจำนวนเลข 1 – ONE ได้ สัปดาห์ที่ 11 - รู้จักตัวเลข 4 - รู้จักความหมายตัวเลขไทย - ภาษาอังกฤษ 2 – TWO - เปรียบเทียบคำว่า อ้วน – ผอม


หน้า ๔๕ - เขียนพยัญชนะไทย ฟ, ฬ สัปดาห์ที่ 12 - รู้จักเปรียบเทียบ หนา – บาง - ภาษาอังกฤษ 3 - THREE - บอกได้ว่าตัวใดคือเลข ๔ สัปดาห์ที่ 13 - รู้จักค่าตัวเลข 4 - FOUR - รู้จักพยัญชนะ ต, ด- รู้จักตัวอักษร- รู้จักจำนวนนับ 5 - รู้จักคำตรงข้าม แข็ง – นิ่ม, แข็ง – อ่อน สัปดาห์ที่ 14 - รู้จักความหมาย เปียก – แห้ง - รู้จักอักษรตัว H, I, J K จำนวน 5 – FIVE - รู้จักตัว ต, ข- บอกได้ว่าตัวใดคือตัวเลข ๕ สัปดาห์ที่ 15 - รู้จักเขียนตามรอยประ พยัญชนะไทย ช- รู้จักเขียน เลข 6 – ๖- รู้จักนับเรียงลำดับ 1 – 10, ONE – TEN - รู้ค่าจำนวนนับ 6 – SIX - รู้จักเขียนภาษาอังกฤษตัว L - รู้จักความรู้สึก ร้อน – เย็น สัปดาห์ที่ 16 - รู้จักพยัญชนะ ซ, น- รู้จักตัวอักษร M - รู้จักค่าจำนวนนับ 7 – SEVEN - รู้จักค่าเลข 7 สัปดาห์ที่ 17 - รู้จักค่าตัวอักษร N - รู้จักจำนวนนับ 8 – EIGHT - พยัญชนะ น, ฉ สัปดาห์ที่ 18 - รู้จักพยัญชนะ ม, ฆ- รู้จักเขียนตัวเลข ๗ จำนวน 1 – 10 - เขียนตัวอักษร O - รู้จักจำนวนนับ 9 – NINE สัปดาห์ที่ 19 - รู้จักตัวอักษร L M N O - จำนวนนับ 10 – TEN - รู้จักตัวเลข 8 อารบิก- รู้จักตัวอักษร ท, ฑ สัปดาห์ที่ 20 - หนูช่างสงสัย- เรื่องที่เด็กสนใจ อยากรู้ / อยากเห็น


หน้า ๔๖ - สรุป / ทบทวน - การประเมินพัฒนาการ สัปดาห์ที่ 21 - อ่านและเขียนตามรอยประ ล และ ๘ - นับ 1 – 10 และ ONE – TEN สัปดาห์ที่ 22 - อ่านและเขียนพยัญชนะ ส, อ และเลข ๙ ตามรอยประ - อ่านและเขียนตัว P และคำศัพท์ HEAD ตามรอยประ - บอกและชี้ให้เห็นถึงความหมาย ความแตกต่าง เล็ก – ใหญ่ - รู้ลำดับตัวเลข 1 – 10 สัปดาห์ที่ 23 - รู้จักพยัญชนะ ฮ, ญ และเลข 9 อารบิก - รู้จักความหมายตรงข้าม สั้น – ยาว - รู้จักตัวอักษร Q และรู้จักความหมายคำว่า EYE สัปดาห์ที่ 24 - รู้จักพยัญชนะ ฌ, ณ และ 10, ๑๐ - รู้จักอักษร R และรู้ความหมายของศัพท์ EAR แปลว่า หู - รู้จักความหมายของคำว่า สูง – ต่ำ, สูง – เตี้ย สัปดาห์ที่ 25 - รู้จักคำและความหมาย 0 – 5 - รู้จักพยัญชนะ ฒ, ฎ - รู้จักตัวอักษร S และรู้จักความหมายคำศัพท์ NOSE แปลว่า จมูก - เรียงลำดับจากมาก – น้อย สัปดาห์ที่ 26 - รู้จักเปรียบเทียบหนักเบา - สอนกิจกรรมเสริมทักษะพยัญชนะไทยตัว ฎ, ฐ และคำว่า ฐาน, ชฎา - สอนกิจกรรมเสริมทักษะตัวอักษรภาษาอังกฤษ I , J คำว่า I แปลว่า ฉัน สัปดาห์ที่ 27 - รู้จักสระอะ สระอา - รู้ความหมาย บน – ล่าง - รู้ความหมาย MOUTH และตัวอักษร U สัปดาห์ที่ 28 - การนับ 0 – 4 - รู้จักการอ่าน ก – ฮ - รู้จักการอ่าน สระ อิ - รู้จักการเปรียบเทียบมาก – น้อย - รู้จักการอ่านเสียงคำศัพท์ NECK และอ่านออกเสียงตัว v สัปดาห์ที่ 29 - รู้จักสระ อิ - รู้จักความหมายก่อน – หลัง - รู้จักคำศัพท์ HAIR ตัวพยัญชนะ w สัปดาห์ที่ 30 - รู้จักสระอี - พยัญชนะ ก – ฮ - รู้ค่าจำนวน 1 – 9, ๑ – ๙, ๑๐ - ทบทวนตัวอักษร T V U W X คำศัพท์ FACE


Click to View FlipBook Version