หน้า ๔๗ - เปรียบเทียบอ้วน – ผอม หนา – บาง สัปดาห์ที่ 31 - รู้จักสระอึ - รู้จักความหมาย 1 – 9, ๑ – ๙ - รู้จักตัว X สัปดาห์ที่ 32 - อ่านและเขียน สระเอ สระแอ - จำนวน 1 – 9 - ตัวอักษร Y คำศัพท์ HAND - คำตรงข้ามลอย – จม สัปดาห์ที่ 33 - อ่านและเขียนสระอู - อ่านและเขียน ก – ฮ - คำตรงข้ามกลม – แบน - ตัวอักษร z และคำศัพท์ ARM สัปดาห์ที่ 34 - รู้จักใช้สระ ใ-, ไ-, โ- สระอูและพยัญชนะ ก – ฮ - รู้จักเปรียบเทียบสิ่งของ ร้อน – เย็น, ลอย – จม - รู้จักตัวอักษร X Y Z และคำศัพท์ LEG สัปดาห์ที่ 35 - รู้จักใช้สระ ใ-, ไ-, โ- สระอูและพยัญชนะ ก – ฮ - เปรียบเทียบสิ่งของ ลอย – จม - ตัวอักษร A – Z สัปดาห์ที่ 36 - นับจำนวน 1 -10, 1 – 10 - พยัญชนะ ก – ฮ - สระอะ สระอู สระอิ สระอือ สัปดาห์ที่ 37 - นับเรียงลำดับ 1 – 10, ๑ – ๑๐ - ทบทวน A – Z - ทบทวนคำตรงข้ามเล็ก – ใหญ่, สั้น – ยาว, สูง – เตี้ย, มืด – สว่าง, มาก – น้อย สัปดาห์ที่ 38 - รู้จักสระอะ สระอู สระอิ สระอือ - รู้จักสังเกตเปรียบเทียบใกล้ – ไกล, ก่อน – หลัง, อ้วน – ผอม, หนา – บาง, บน – ล่าง - ตัวอักษร A – Z สัปดาห์ที่ 39 - รู้จักค่า 1 – 30 , ๑ – ๑๐ - ก – ฮ, A – Z - ONE – 1, TEN – 10 สัปดาห์ที่ 40 - สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ - สรุป / ทบทวน
หน้า ๔๘ สาระการจัดประสบการณ์การศึกษาปฐมวัย ชั้นปฐมวัย ปีที่ 3 (อายุ 5- 6 ปี) สัปดาห์ที่ 1 - รู้ค่าเลข 0 นับปากเปล่า 1 – 20 นับเพิ่ม / ลด - อ่านพยัญชนะ ก – ฮ - ท่องปากเปล่า A – Z สัปดาห์ที่ 2 - รู้ค่าเลข 1, ๑ - นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - พยัญชนะ ง, จ- รู้จักอักษร A, B - รู้จักคำตรงข้าม อ้วน – ผอม สัปดาห์ที่ 3 - รู้ค่าเลข 2, ๒ - นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ว, ร- รู้จักตัวอักษร C, D - รู้จักคำตรงข้าม สั้น – ยาว สัปดาห์ที่ 4 - รู้ค่าเลข 3, ๓, นับ เพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ธ, บ- รู้จักตัวอักษร E , F - รู้จักคำตรงข้ามสูง – ต่ำ, สูง – เตี้ย สัปดาห์ที่ 5 - รู้ค่าเลข 4, ๔ - นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ษ, ป- รู้จักตัวอักษร G, H สนทนา GOOD MORNING - รู้จักคำตรงข้าม มาก – น้อย สัปดาห์ที่ 6 - รู้ค่าเลข 5, ๕- นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ก, ถ, ภ- รู้จักตัวอักษร I, J สนทนา GOOD BYE - รู้จักคำตรงข้ามใกล้ – ไกล สัปดาห์ที่ 7 - รู้ค่าเลข 6, ๖ - นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ผ, ฝ, ย- รู้จักตัวอักษร K, L สนทนา THANK YOU - รู้จักคำตรงข้าม บน – ล่าง
หน้า ๔๙ สัปดาห์ที่ 8 - รู้ค่าเลข 7, ๗ นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ผ, ฟ, ฬ- รู้จักตัวอักษร M, N - รู้จักคำตรงข้าม หนัก – เบา- ทบทวนคำสนทนา สัปดาห์ที่ 9 - รู้ค่าเลข 8, ๘ นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ค, ศ- รู้จักตัวอักษร O, P, ONE - รู้จักคำตรงข้าม กลม – แบน- ทบทวนคำสนทนา สัปดาห์ที่ 1 0 - รู้ค่าเลข 9, ๙ นับเพิ่ม / ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ด, ต- รู้จักตัวอักษร Q, R, TWO - รู้จักคำตรงข้าม หนา – บาง - ทบทวนคำสนทนา สัปดาห์ที่ 1 1 - รู้ค่าเลข 10, ๑๐ เพิ่ม/ลด 1 – 10 - รู้จักพยัญชนะ ข, ช- รู้จักตัวอักษร S, T, HOME - รู้จักคำตรงข้าม ก่อน – หลัง สัปดาห์ที่ 1 2 - รู้ค่าเลข 1 – 10 นับเพิ่ม / ลด ๑ – ๑๐ - เครื่องหมาย =, ≠ - รู้จักพยัญชนะ ข, ซ- รู้จักตัวอักษร U, V - รู้จักคำศัพท์ภาษาอังกฤษ FATHER, MOTHER สัปดาห์ที่ 1 3 - รู้ค่าเลข 1 – 10 นับเพิ่ม / ลด ๑ – ๑๐ - รู้จักเครื่องหมาย < , > - รู้จักพยัญชนะ น, ฉ- รู้จักตัวอักษร W, X, THREE - รู้จักคำตรงข้าม ใหญ่ – เล็ก สัปดาห์ที่ 1 4 - รู้ค่าเลข 11 , ๑๑- ทบทวนเครื่องหมาย < , > และ = , ≠ - รู้พยัญชนะ ม, ฆ- รู้จักตัวอักษร Y, Z, FOUR - รู้จักคำตรงข้าม จม – ลอย สัปดาห์ที่ 1 5 - รู้ค่าเลข 12, ๑๒- ความหมายของการบวก- รู้จักพยัญชนะ ท, ฑ, ห
หน้า ๕๐ - รู้จักตัวอักษร A, Z, SCHOOL - รู้จักคำตรงข้าม ข้างหน้า – ข้างหลัง สัปดาห์ที่ 1 6 - รู้ค่าเลข 13, ๑๓- ความหมายของการลบ- รู้จักพยัญชนะ ล, ส- รู้จักคำศัพท์ TEACHER, FIVE - รู้จักคำตรงข้าม แข็ง – นิ่ม สัปดาห์ที่ 1 7 - รู้ค่าเลข 14, ๑๔- โจทย์ปัญหาการบวก (ปากเปล่า) - รู้จักพยัญชนะ อ, ฮ- รู้จักจำนวนนับ SIX, SEVEN - รู้จักคำตรงข้าม เรียบ – ขรุขระ สัปดาห์ที่ 1 8 - รู้ค่าเลข 15, ๑๕- โจทย์ปัญหาการบวก (ปากเปล่า) - รู้จักพยัญชนะ ญ, ฌ, ณ- รู้จักจำนวนนับ EIGHT, NINE - รู้จักคำตรงข้าม เร็ว – ช้า สัปดาห์ที่ 19 - รู้ค่าเลข 16, ๑๖- โจทย์ปัญหาการลบ- รู้จักพยัญชนะ ฒ, ฎ, ฏ, ฐ- รู้จักจำนวนนับ Ten - ทบทวน ONE – TEN สัปดาห์ที่ 20 - หนูช่างสงสัย- เรื่องที่เด็กสนใจ อยากรู้ / อยากเห็น- สรุป / ทบทวน- การประเมินพัฒนาการ สัปดาห์ที่ 21 - รู้ค่าเลข 17, ๑๗- ทบทวนคามหมาย 1 – 10 (ปากเปล่า 1 – 20) - โจทย์ปัญหา- สระ -า- ทบทวนตัวอักษร A – Z, ONE – TEN - รู้จักคำตรงข้าม ตาย – เป็น สัปดาห์ที่ 22 - รู้ค่าเลข 18, ๑๘- โจทย์ปัญหาการบวก – ลบ (เกมบวก – ลบ) - สระ - า - รู้จักคำศัพท์ A, ANT, HOT
หน้า ๕๑ สัปดาห์ที่ 23 - รู้ค่าเลข 19, ๑๙- โจทย์ปัญหาการบวก – ลบ - เกมผสมสระ อี- รู้จักคำศัพท์ RAIN – BOW - รู้จักคำตรงข้าม เปียก – แห้ง สัปดาห์ที่ 24 - รู้ค่าเลข 20, ๒๐- โจทย์ปัญหาการบวก – ลบ - สัญลักษณ์แทนโจทย์ปัญหา- เกมผสมสระ อู- รู้คำศัพท์ SUN, MOON - รู้จักคำตรงข้าม มืด – สว่าง สัปดาห์ที่ 25 - ทบทวนเลข 1 – 20 , ๑ – ๒๐ - โจทย์ปัญหาการบวก / ลบ- สัญลักษณ์แทนโจทย์ปัญหา- รู้จักคำศัพท์ BIRD, CAT, DOG, ฯลฯ- รู้จักคำตรงข้าม กว้าง – แคบ สัปดาห์ที่ 26 - รู้ค่าเลข 1 – 20, ๑ – ๒๐ - โจทย์ปัญหาการลบ และสัญลักษณ์- สระ อิ- รู้คำศัพท์ B BIRD - รู้จักคำตรงข้ามขึ้น – ลง สัปดาห์ที่ 27 - ทบทวนเลข 1 – 20, ๑ – ๒๐ - บวกลบในแนวนอนผลลัพธ์ไม่เกิน 5 - สระ อู- ทบทวน A – Z, TREE - รู้จักคำตรงข้าม นอก – ใน สัปดาห์ที่ 28 - บวกลบในแนวนอนผลลัพธ์ไม่เกิน 5 - ผสมสระอี, สระอา- ผสมสระอา, สระอา- รู้คำศัพท์ FLOWER สัปดาห์ที่ 29 - ทบทวนรู้ค่า 1 -10 - บวกเลขในแนวนอนผลลัพธ์เกิน 5 - ผสมคำที่มีสระอี, สระ อา- คำศัพท์ BUTTERFLY - รู้จักคำตรงข้าม ตึง – หย่อน สัปดาห์ที่ 30 - ทบทวนรู้ค่า 1 – 10 - บวกเลขในแนวนอนผลลัพธ์ไม่เกิน 10
หน้า ๕๒ - ผสมคำที่มีสระ อู กับ สระ อู- ศัพท์ ANT - ทบทวนบทสนทนา- คำตรงข้าม ทู่ – แหลม สัปดาห์ที่ 31 - ทบทวนรู้ค่า 1 – 10 - ลบเลขในแนวนอนผลลัพธ์ไม่เกิน 5 - ผสมคำที่มีสระ -ะ กับสระ - ะ - คำศัพท์ FRUIT BANANA - รู้จักคำตรงข้าม เหม็น – หอม สัปดาห์ที่ 32 - ทบทวนรู้ค่า 1 – 10 - ลบเลขในแนวนอนผลลัพธ์ไม่เกิน 5 - รู้จักคำ ข้าว- คำศัพท์ RICE - คำตรงข้าม ใส – ขุ่น สัปดาห์ที่ 33 - ทบทวนรู้ค่า 1 – 10 - ลบเลขในแนวนอนผลลัพธ์ไม่เกิน 10 - ผสมคำที่มีสระ -ะ กับ สระ -ิ- ทบทวน A – Z - คำตรงข้าม อ่อน – แก่ สัปดาห์ที่ 34 - ทบทวนรู้ค่าเลข 1 – 10 - ลบเลขในแนวนอนผลลัพธ์ไม่เกิน 10 - รู้จักคำ สีแดง, สีชมพู, สีเขียว, ฯลฯ- คำศัพท์ RED, PINK, GREEN - คำตรงข้าม จืด – เค็ม สัปดาห์ที่ 35 - ทบทวนรู้ค่า 1 – 10 - โจทย์ปัญหา บวก – ลบ 5 - รู้จักคำ รถยนต์, เรือ, เครื่องบิน, รถไฟ- คำศัพท์ CAR, BOAT, PLANE - คำตรงข้าม ดัง – เงียบ สัปดาห์ที่ 36 - นับปากเปล่า 1 – 50 - โจทย์ปัญหาบวก, ลบ ผลลัพธ์ไม่เกิน 10 - รู้จักคำ จดหมาย, โทรศัพท์, ฯลฯ- รู้คำศัพท์ TELEPHONE - คำตรงข้าม ขาว – ดำ สัปดาห์ที่ 37 - นับปากเปล่า 1 – 50 - โจทย์ปัญหาบวก, ลบ ผลลัพธ์ไม่เกิน 10
หน้า ๕๓ - รู้จักคำ ดินสอ, เก้าอี้, ไม้กวาด ฯลฯ - ทบทวนบทสนทนา E - คำตรงข้าม เท่า, ไม่เท่า สัปดาห์ที่ 38 - นับปากเปล่า 1 – 50 - โจทย์ปัญหาบวก, ลบ ผลลัพธ์ไม่เกิน 10 - รู้จักคำ วงกลม, สามเหลี่ยม, สี่เหลี่ยม - ทบทวนการใช้สระ - คำตรงข้าม ถูก – ผิด สัปดาห์ที่ 39 - นับปากเปล่า 1 – 50 - โจทย์ปัญหาการบวกลบเลข ผลลัพธ์ไม่เกิน 10 - รู้จักคำ แสง, เสียง - ทบทวนการผสมสระ - คำตรงข้าม เก่า – ใหม่ สัปดาห์ที่ 40 - สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ - สรุปต้องการเรียนรู้ - การประเมินพัฒนาการ
หน้า ๕๔ โครงสร้างการจัดประสบการณ์การศึกษาปฐมวัย ชั้นปฐมวัยปีที่ 1 – 3 (อายุ 3–6 ปี) ----------------------------- สัปดาห์ที่ 1– 2 แรกรับประทับใจ - ชื่อเล่นของเด็ก - ชื่อเล่นของเพื่อน - ชื่อเล่นคุณครูประจำชั้น - ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน - สถานที่ตั้งของโรงเรียน(ชุมชน) สัปดาห์ที่ 3 เด็กดีมีวินัย - ของใช้ส่วนตัวเด็ก - สัญลักษณ์ประจำตัว - การเก็บของเข้าที่ - การปฏิบัติตนในการใช้ห้องน้ำ - การปฏิบัติตนตามข้อตกลงของห้องเรียน สัปดาห์ที่ 4 อวัยวะและการดูแลรักษา - หน้าที่และการดูแลรักษาตา - หน้าที่และการดูแลรักษาหู - หน้าที่และการดูแลรักษาจมูก - หน้าที่และการดูแลรักษาปาก - หน้าที่และการดูแลรักษามือ เท้า สัปดาห์ที่ 5 กินดีอยู่ดีมีสุข - อาหารดีมีประโยชน์ - ความสำคัญและประโยชน์ของการรับประทานอาหาร - การล้างมืออย่างถูกวิธี - การแปรงฟันและทำความสะอาดร่างกาย - สุขนิสัยในการขับถ่าย สัปดาห์ที่ 6 ขยับกายสบายชีวี - ประโยชน์ของการพักผ่อน - ประโยชน์ของการออกกำลังกาย - การปฏิบัติตนในการออกกำลังกายและการพักผ่อน - ประเภทของการออกกำลังกาย - การเล่นเครื่องเล่นสนาม สัปดาห์ที่ 7 ปลอดภัยไว้ก่อน - ความปลอดภัยในการเล่น - ความปลอดภัยในการใช้ - เครื่องใช้ไฟฟ้าและของมีคม - ความปลอดภัยในการใช้ยา
หน้า ๕๕ - ความปลอดภัยบนท้องถนน- ความปลอดภัยของตนเองจากผู้อื่น สัปดาห์ที่ 8 หนูน้อยนักสัมผัส- การมองเห็น- การดมกลิ่น- การได้ยิน- การชิมรส- การสัมผัส สัปดาห์ที่ 9 หนูน้อยน่ารัก- มารยาทในการรับประทานอาหาร- มารยาทในการฟัง พูด- มารยาทในการเดินผ่านผู้ใหญ่- การนั่งอย่างถูกวิธี- การนอนอย่างถูกวิธี สัปดาห์ที่ 1 0 หนูทำได้- มารยาทในการไหว้ผู้ใหญ่- มารยาทในการกราบผู้ใหญ่- มารยาทในการกราบพระ- มารยาทในการรับของ ส่งของ- มารยาทในการเดิน สัปดาห์ที่ 1 1 บ้านแสนสุข- ความหมายและประโยชน์ของบ้าน- พื้นที่และบริเวณรอบบ้าน- ประเภทและส่วนประกอบของบ้าน- ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน- การรักษาความสะอาดบ้าน สัปดาห์ที่ 1 2 ครอบครัวสุขสันต์- ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว- หน้าที่ของบุคคลภายในครอบครัว- การปฏิบัติตนที่ดีต่อบุคคลในครอบครัว- การมีส่วนร่วมของบุคคลในครอบครัว- สิ่งที่จำเป็นในครอบครัว สัปดาห์ที่ 1 3 บ้านใกล้เรือนเคียง- ชื่อเพื่อนบ้าน- การปฏิบัติตนต่อเพื่อนบ้าน- การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน- การร่วมกิจกรรมกับเพื่อน- การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
หน้า ๕๖ สัปดาห์ที่ 14 สัปดาห์ที่ 15 โรงเรียนของเรา- ชื่อโรงเรียน ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน- อาคารสถานที่ของโรงเรียน- บุคคลในโรงเรียน- การปฏิบัติตนภายในโรงเรียน- การดูแลรักษาสถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน ชุมชนของเรา- ชื่อชุมชน - ความสำคัญของสถานที่ในชุมชน- การร่วมกิจกรรมในชุมชน- การดูแลสาธารณะสมบัติที่ใช้ร่วมกันในชุมชน สัปดาห์ที่ 1 6 สัปดาห์ที่ 17 สัปดาห์ที่ ๑๘ สัปดาห์ที่ 1 ๙ จังหวัดของเรา- คำขวัญจังหวัด- ชื่อ ที่ตั้ง ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัด- ศาสนาและประเพณีของจังหวัด- อาชีพและอาหารพื้นเมืองของจังหวัด- สถานที่สำคัญของจังหวัด อาชีพในฝัน- ชื่ออาชีพต่าง ๆ- การแต่งกายของแต่ละอาชีพ- สถานที่ที่ใช้ในการปฏิบัติงาน- เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบอาชีพ- ความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพ ประเทศสมาชิกอาเซียน .- ชื่อประเทศและธงชาติขอประเทศสมาชิกอาเซียน- ดอกไม้/ ต้นไม้ประจำชาติอาเซียน- สัญลักษณ์ตราแผ่นดิน- สัตว์ประจำชาติ- เพลงชาติของประเทศสมาชิก บ้านเราและเพื่อนบ้านอาเซียน . - สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว- อาชีพและสินค้าเศรษฐกิจ - ฤดูกาล- ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม- พิบัติภัยและภัยธรรมชาติ
หน้า ๕๗ สัปดาห์ที่ 20 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้- เรื่องที่เด็กสนใจ / อยากรู้ / อยากลอง- สรุป / ทบทวน- การประเมินพัฒนาการ สัปดาห์ที่ 21 สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต- ชื่อสิ่งมีชีวิต- ชื่อสิ่งไม่มีชีวิต- ลักษณะของสิ่งมีชีวิต- ลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิต- ประโยชน์ของสิ่งมีชีวิต/ไม่มีชีวิต สัปดาห์ที่ 2 2 ฤดูหรรษา- ชื่อฤดูกาล- ฤดูร้อน (ประโยชน์/โทษ) - ฤดูฝน (ประโยชน์/โทษ) - การปฏิบัติตนตามฤดูกาล- การปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามฤดูกาล สัปดาห์ที่ 2 3 กลางวัน กลางคืน- ความหมายของกลางวัน กลางคืน- กิจวัตรช่วงเวลากลางวัน- กิจวัตรช่วงเวลากลางคืน- การปฏิบัติตนในเวลากลางวัน- การปฏิบัติตนในเวลากลางคืน สัปดาห์ที่ 2 4 สัตว์โลกผู้น่ารัก- ประเภทของสัตว์- รูปร่างลักษณะของสัตว์เลี้ยง- อาหารของสัตว์เลี้ยง- ที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง- ประโยชน์ โทษและการดูแลสัตว์เลี้ยง สัปดาห์ที่ 2 5 ต้นไม้แสนรัก- รูปร่างลักษณะของต้นไม้- ส่วนประกอบของต้นไม้- การปลูกต้นไม้- การดูแลรักษาต้นไม้- ประโยชน์และโทษของต้นไม้ สัปดาห์ที่ 26 โลกของแมลง- ชื่อของแมลง- ชื่อของแมลง- ส่วนประกอบของแมลง
หน้า ๕๘ - ที่อยู่อาศัยของแมลง - การป้องกันตนเองจากแมลงที่มีพิษ สัปดาห์ที่ 27 ผักผลไม้ - ชนิดของผัก ผลไม้ - ลักษณะและสีของผัก - ชื่อของผลไม้ - รูปร่างลักษณะและสีของผลไม้ - วิธีการรับประทานผัก ผลไม้ สัปดาห์ที่ 28 -ข้าวมหัศจรรย์ - ชนิดของข้าว - รูปร่างลักษณะของเมล็ดข้าวเปลือก - รูปร่างลักษณะของเมล็ดข้างสาร - ประโยชน์ของข้าว - การดูแลและการเก็บรักษาข้าว สัปดาห์ที่ 29 สัปดาห์ที่ 30 สัปดาห์ที่ 31 โลกสวยด้วยมือเรา - ความหมาย ประเภท สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ - สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น - การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม - ประโยชน์ของสิ่งแวดล้อม - โทษของสิ่งแวดล้อม เรารักประเทศไทย - ธงชาติไทย - การแต่งกาย - การร้องเพลงชาติไทย - คำทักทาย - ชนิดของอาหารไทย ปลอดภัยในยานพาหนะ - ความหมายของยานพาหนะ - ประเภทของยานพาหนะ - ชื่อของยานพาหนะ - วิธีเลือกใช้ยานพาหนะที่เหมาะสม - อันตรายจากยานพาหนะ สัปดาห์ที่ 32 สาระแห่งสีสัน - ชื่อสี - ประเภทของสี - สีที่จากธรรมชาติ - แม่สี - การเลือกใช้สีอย่างปลอดภัย สัปดาห์ที่ 33 สร้างฝันนักคิด - เรียนรู้เรื่องจำนวน 1-5 - การวัดเปรียบเทียบสิ่งของ 2 สิ่ง - เรขาคณิต(บอกทิศทางและตำแหน่ง) - เวลา
หน้า ๕๙ สัปดาห์ที่ 34 - ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์(การแก้ปัญหา) วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ - เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์(ชั่ง ตวง วัด) - แรงดึงดูดของแม่เหล็ก - พลังงานในชีวิตประจำวัน(แหล่งกำเนิดเสียง) - การสังเกตดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว - ของเล่นที่อยู่รอบตัวและการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ สัปดาห์ที่ 35 สัปดาห์ที่ 36 สัปดาห์ที่ 37 สัปดาห์ที่ 38 สัปดาห์ที่ 39 การสื่อสารไร้พรมแดน - ความหมายของการสื่อสาร - อุปกรณ์สำหรับการสื่อสาร - การติดต่อสื่อสารด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ - ประโยชน์ของการสื่อสาร - ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารท่องแดนอาเซียน ท่องแดนอาเซียน - ธงอาเซียน - ตราสัญลักษณ์อาเซียน - คำขวัญอาเซียน - เพลงอาเซียน - ภาษาอาเซียน เรียนรู้วัฒนธรรม - วิธีการรับประทานอาหารของประเทศสมาชิกอาเซียน - การแสดงความเคารพของประเทศสมาชิกอาเซียน - การละเล่นของประเทศเพื่อนบ้าน ผู้นำพอเพียง - ความพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป - ความมีเหตุผล อธิบายได้ - ความรอบคอบ - การทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่เสียงเกินไป - ความซื่อสัตย์สุจริต หนูน้อยตาวิเศษ - ประเภทของขยะ - การคัดแยกขยะ - การกำจัดขยะที่ถูกวิธี - ประโยชน์และโทษของขยะ - การป้องกันและลดการทิ้งขยะ สัปดาห์ที่ 40 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ - สรุป / ทบทวน - การประเมินพัฒนาการ
หน้า ๖๐ กำหนดการจัดประสบการณ์ – หน่วยการเรียนรู้ปฐมวัย ชั้นปฐมวัยปีที่ 1 (อายุ 3-๔ ปี) สาระการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 – 2 แรกรับประทับใจ (ปฐมนิเทศ) 3 เด็กดีมีวินัย 4 อวัยวะและการดูแลรักษา 5 กินดีอยู่ดีมีสุข (ความต้องการพื้นฐาน) 6 ขยับกาย สบายชีวี 7 ปลอดภัยไว้ก่อน (อุบัติเหตุ) 8 หนูน้อยนักสัมผัส 9 10 หนูน้อยน่ารัก หนูทำได้ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อม 11 12 บ้านแสนสุข ครอบครัวสุขสันต์ 13 14 15 16 บ้านใกล้เรือนเคียง โรงเรียนของเรา ชุมชนของเรา จังหวัดของเรา 17 อาชีพในฝัน 18 19 ประเทศสมาชิกอาเซียน บ้านเราและเพื่อนบ้านอาเซียน 20 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ 21 สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต รอบตัว 22 ฤดูกาลหรรษา 23 กลางวันกลางคืน 24 สัตว์โลกน่ารัก 25 26 27 28 29 30 ต้นไม้แสนรัก โลกของแมลง ผัก ผลไม้ ข้าวมหัศจรรย์ โลกสวยด้วยมือเรา เรารักประเทศไทย
หน้า ๖๑ สาระการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก ๓๑ ๓๒ ๓๓ 34 ปลอดภัยในยานพาหนะ สาระแห่งสีสัน สร้างฝันนักคิด วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ 35 การสื่อสารไร้พรมแดน 36 ท่องแดนอาเซียน 37 เรียนรู้วัฒนธรรม 38 ผู้นำพอเพียง 39 หนูน้อยตาวิเศษ 40 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ / สรุปทบทวน / การประเมินผล
หน้า ๖๒ กำหนดการจัดประสบการณ์ – หน่วยการเรียนรู้ปฐมวัย ชั้นปฐมวัยปีที่ 2 (อายุ 4-๕ ปี) สาระการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 – 2 แรกรับประทับใจ (ปฐมนิเทศ) 3 เด็กดีมีวินัย 4 อวัยวะและการดูแลรักษา 5 กินดีอยู่ดีมีสุข (ความต้องการพื้นฐาน) 6 ขยับกาย สบายชีวี 7 ปลอดภัยไว้ก่อน (อุบัติเหตุ) 8 หนูน้อยนักสัมผัส 9 10 หนูน้อยน่ารัก หนูทำได้ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อม 11 12 บ้านแสนสุข ครอบครัวสุขสันต์ 13 14 15 16 บ้านใกล้เรือนเคียง โรงเรียนของเรา ชุมชนของเรา จังหวัดของเรา 17 อาชีพในฝัน 18 19 ประเทศสมาชิกอาเซียน บ้านเราและเพื่อนบ้านอาเซียน 20 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ 21 สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต รอบตัว 22 ฤดูกาลหรรษา 23 กลางวันกลางคืน 24 สัตว์โลกน่ารัก 25 26 27 28 29 30 ต้นไม้แสนรัก โลกของแมลง ผัก ผลไม้ ข้าวมหัศจรรย์ โลกสวยด้วยมือเรา เรารักประเทศไทย
หน้า ๖๓ สาระการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก ๓๑ ๓๒ ๓๓ 34 ปลอดภัยในยานพาหนะ สาระแห่งสีสัน สร้างฝันนักคิด วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ 35 การสื่อสารไร้พรมแดน 36 ท่องแดนอาเซียน 37 เรียนรู้วัฒนธรรม 38 ผู้นำพอเพียง 39 หนูน้อยตาวิเศษ 40 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ / สรุปทบทวน / การประเมินผล
หน้า ๖๔ กำหนดการจัดประสบการณ์ – หน่วยการเรียนรู้ปฐมวัย ชั้นปฐมวัยปีที่ 3 (อายุ 5-๖ ปี) สาระการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก 1 – 2 แรกรับประทับใจ (ปฐมนิเทศ) 3 เด็กดีมีวินัย 4 อวัยวะและการดูแลรักษา 5 กินดีอยู่ดีมีสุข (ความต้องการพื้นฐาน) 6 ขยับกาย สบายชีวี 7 ปลอดภัยไว้ก่อน (อุบัติเหตุ) 8 หนูน้อยนักสัมผัส 9 10 หนูน้อยน่ารัก หนูทำได้ เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานที่แวดล้อม 11 12 บ้านแสนสุข ครอบครัวสุขสันต์ 13 14 15 16 บ้านใกล้เรือนเคียง โรงเรียนของเรา ชุมชนของเรา จังหวัดของเรา 17 อาชีพในฝัน 18 19 ประเทศสมาชิกอาเซียน บ้านเราและเพื่อนบ้านอาเซียน 20 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ 21 สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต รอบตัว 22 ฤดูกาลหรรษา 23 กลางวันกลางคืน 24 สัตว์โลกน่ารัก 25 26 27 28 29 30 ต้นไม้แสนรัก โลกของแมลง ผัก ผลไม้ ข้าวมหัศจรรย์ โลกสวยด้วยมือเรา เรารักประเทศไทย
หน้า ๖๕ สาระการเรียนรู้ สัปดาห์ที่ หน่วยการเรียนรู้ เรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก ๓๑ ๓๒ ๓๓ 34 ปลอดภัยในยานพาหนะ สาระแห่งสีสัน สร้างฝันนักคิด วิทยาศาสตร์สร้างสรรค์ 35 การสื่อสารไร้พรมแดน 36 ท่องแดนอาเซียน 37 เรียนรู้วัฒนธรรม 38 ผู้นำพอเพียง 39 หนูน้อยตาวิเศษ 40 สิ่งที่หนูต้องการเรียนรู้ / สรุปทบทวน / การประเมินผล
ผังมโนทัศน์ สา การจัดการศึกษาปฐมวัย โรงเี สังกัดกองการศึกษา เรื่องราวเกี่ย (10 หน่วย วันส าคัญ (จัดเพิ่มเติมหน่วยการเรียน) สาระทคี่ว เรื่องราวเกี่ย (40 หน่วย สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก (10 หน่วยการเรียน)
หน้า ๖๖ าระที่ควรเรียนรู้ รียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ า เทศบาลตำบลท่าแร่ วกับตัวเดก็ การเรียน) เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคล และสถานทแี่วดล้อมเด็ก (10 หน่วยการเรียน) วรเรียนรู้ ยวกับตัวเดก็ ยการเรียน) ธรรมชาติรอบตัว (10 หน่วยการเรียน)
วันส ำคัญ วันส ำคัญ อื่น ๆ วันส ำคัญทำง ประเพณีและ วัฒนธรรม ทอ้งถิ่น ผังมโนทัศน์ สาระที่ควรเรียนรู้การจัดการศึกษ สิ่งต่ำง ๆ รอบตัว เด็ก เรำรัก ประเทศ ไทย ปลอดภัยใน ยำนพำหนะ สำระ แห่งสีสนั สร้ำงฝัน นักคิด วิทยำศำสตร์ สร้ำงสรรค์ กำรสื่อสำร ไร้พรมแดน ท่องแดน อำเซียน เรียนรู้ วัฒนธรรม ผู้น ำ พอเพียง หนูน้อย ตำวิเศษ สิ่งที่หนู ต้องกำร เรียนรู้ ธรรมชำติรอบตัวเด็ก สิ่งมีขีวิตและ ไม่มีชีวิต ฤ ห ต้นไม้แสนรัก โลกของ แมลง ผัก ผลไม้ ข้ำว มหัศจรรย์ โลกสวยด้วย แม่เรำ สาระทคี่ การศึกษ
วันส ำคัญ ทำงศำสนำ วันส ำคัญ ของชำติ หน้า ๖๗ ษาปฐมวัย โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ เรื่องรำว เกี่ยวกับตัว เด็ก แรกรับ ประทับใจ เด๊กดีมี วินัย อวัยวะและ กำรดูแล รักษำ กินดีอยดี ู่ มีสุข ขยับกำย สบำยชีวี ปลอดภัยไว้ ก่อน หนูน้อยนัก สัมผัส หนูท ำได้ สิ่งที่หนู ต้องกำรเรียนรู้ เรื่องรำว เกยี่วกบับุคคล และสถำนที่ แวดล้อม บ้ำนแสนสุข ครอบครัว สุขสันต์ บ้ำนใกล้ เรือนเคียง ชุมชนน่ำ อยู่ โรงเรียน ของเรำ จังหวัดของ เรำ อำชีพใน ฝัน ประเทศ สมำชิก อำเซียน บ้ำนเรำและ เพื่อนบ้ำน อำเซียน ฤดูกำล หรรษำ กลำงวัน กลำงคืน สัตว์โลกผู้ น่ำรัก ควรเรียนรู้ ษาปฐมวัย
ผังมโนทัศน์สาระที่ควรเรียนรู้ การจัดการศึกษาปฐมวัย โรงเี -- การมองเห็น - การดมกลิ่น - การได้ยิน - การชิมรส - การสัมผัส -- ชื่อเล่นของเด็ก - ชื่อเล่นของเพื่อน - ชื่อเล่นคุณครูประจำชั้น - ชื่อโรงเรียน ชั้นเรียน - สถานที่ตั้งของโรงเรียน(ชุมชน) ติตนในการใช้ห้องน้ำห้องส้วม การเก็บของเข้าที่ การปฏิบัติตนในการรับประทาน อาหาร - ความปลอดภัยในการเล่น - ความปลอดภัยในการใช้ เครื่องใช้ไฟฟ้าและของมีคม - ความปลอดภัยในการใช้ยา - ความปลอดภัยบนท้องถนน - ความปลอดภัยของตนเองจากผู้อื่น - มารยาทในการรับประทานอาหาร - มารยาทในการฟัง พูด - มารยาทในการเดินผ่านผู้ใหญ่ - การนั่งอย่างถูกวิธี - การนอนอย่างถูกวิธี - มารยาทในการไหว้ผู้ใหญ่ - มารยาทในการกราบผู้ใหญ่ - มารยาทในการกราบพระ - มารยาทในการรับของ ส่งของ - มารยาทในการเดิน เรื่องราว เกยี่วกับตั เด็ก แรกรับ ประทับใจ ปลอดภัยไว้ ก่อน หนุน้อยนัก สัมผัส หนูทา ได้ หนูน้อย น่ารัก
หน้า ๖๘ รู้ที่ ๑ เรืองราวเกี่ยวกับตัวเด็ก รียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ - ของใช้ส่วนตัวเด็ก - สัญลักษณ์ประจำตัว - การเก็บของเข้าที่ - การปฏิบัติตนในการใช้ห้องน้ำ - การปฏิบัติตนตามข้อตกลงของห้องเรียน -- หน้าที่และการดูแลรักษาตา - หน้าที่และการดูแลรักษาหู - หน้าที่และการดูแลรักษาจมูก - หน้าที่และการดูแลรักษาปาก - หน้าที่และการดูแลรักษามือ เท้า - อาหารดีมีประโยชน์ - ความสำคัญและประโยชน์ของการรับประทาน อาหาร - การล้างมืออย่างถูกวิธี - การแปรงฟันและทำความสะอาดร่างกาย - สุขนิสัยในการขับถ่าย -- ประโยชน์ของการพักผ่อน - ประโยชน์ของการออกกำลังกาย - การปฏิบัติตนในการออกกำลังกายและการ พักผ่อน - ประเภทของการออกกำลังกาย - การเล่นเครื่องเล่นสนาม ว ตัว เด็กดีมีวินัย อวัยวะและ การดูแล รักษา กินดีอยู่ดีมี สุข ขยัยกาย สบายชีวี
ผังมโนทัศน์สาระที่ควรเรียนรู้ที่ ๒ เรือง การจัดการศึกษาปฐมวัย โรงเรี -เรื่องที่เด็กสนใจ -อยากรู้ -อยากลอง -ความหมายและประโยชน์ของบ้า -พื้นที่และบริเวณรอบบ้าน -ประเภทและส่วนประกอบของบ้ -ห้องต่าง ๆ ภายในบ้าน การรักษาความสะอาด -- ชื่ออาชีพต่าง ๆ - การแต่งกายของแต่ละอาชีพ - สถานที่ใช้ปฏิบัติงาน - เครื่องมือที่ใช้ในการประกอบ อาชีพ - ความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพ - สถานที่สำคัญและแหล่งท่องเที่ยว - อาชีพและสินค้าเศรษฐกิจ - ฤดูกาล - ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - .ภัยพิบัติและภัยธรรมชาติ - ชื่อประเทศและธงชาติของประเทศสมาชิก - ดอกไม้/ต้นไม้ประจำชาติ - เพลงชาติของประเทศสมาชิก - สัญลักษณ์สัตว์ประจำชาติ - สัญลักษณ์ตราแผ่นดินประจำประเทศสมาชิก เรื่อ เกี่ยวกั และส บ้านแ จังหว เ อาชีพในฝัน ประเทศ สมาชิก อาเซียน บ้านเราและ เพื่อนบ้าน อาเซียน สิ่งที่หนู ต้องการ เรียนรู้ -- คำขวัญจังหวัด - ชื่อ ที่ตั้ง ลักษณะภู - ศาสนาและประเพ - อาชีพและอาหารพื - สถานที่สำคัญของจ
หน้า ๖๙ งราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อม รียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ าน บ้าน -ความสัมพันธ์ของครอบครัว -หน้าที่ของบุคคลภายในครอบครัว -สมาชิกและการปฏิบัติตนภายในครอบครัว -การมีส่วนร่วมภายในครอบครัว -สิ่งที่จำเป็นสำหรับครอบครัว - ชื่อเพื่อนบ้าน - การปฏิบัติตนต่อเพื่อนบ้าน - การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน - การร่วมกิจกรรมกับเพื่อน - การอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข - ชื่อโรงเรียน ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียน - อาคารสถานที่ของโรงเรียน - บุคคลในโรงเรียน - การปฏิบัติตนภายในโรงเรียน - การดูแลรักษาสถานที่ต่างๆภายในโรงเรียน - ชื่อชุมชน - ความสำคัญของสถานที่ในชุมชน - การร่วมกิจกรรมในชุมชน - การดูแลสาธารณะสมบัติที่ใช้ร่วมกันในชุมชน องราว กับบุคคล สถานที่ แสนสุข ครอบครัว สุขสันต์ บ้านเรือน เคียงกัน โรงเรียนของ เรา ชุมชนน่าอยู่ วัดของ เรา ภูมิประเทศของจังหวัด ณีของจังหวัด พื้นเมืองของจังหวัด จังหวัด
-ความหมาย ประเภท สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ -สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น -การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม -ประโยชน์ของสิ่งแวดล้อม -โทษของสิ่งแวดล้อม - ชนิดของผัก ผลไม้ - ลักษณะและสีของผัก - ชื่อของผลไม้ - รูปร่างลักษณะและสีของผลไม้ - วิธีการรับประทานผัก ผลไม้ -- ชื่อของแมลง - ชื่อของแมลง - ส่วนประกอบของแมลง - ที่อยู่อาศัยของแมลง - การป้องกันตนเองจากแมลงที่มีพิษ - ชนิดของข้าว - รูปร่างลักษณะของเมล็ดข้าวเปลือก - รูปร่างลักษณะของเมล็ดข้างสาร - ประโยชน์ของข้าว - การดูแลและการเก็บรักษาข้าว ผังมโนทัศน์สาระที่ควรเรีย การจัดการศึกษาปฐมวัย โรงเี ธรรม รอบ สิ่งมี และสิ่ ชีวิ โลกของ แมลง ผัก ผลไม้ ข้าว มหัศจรรย์ โลกสวย ด้วยมือเรา
หน้า ๗๐ - ชื่อสิ่งมีชีวิต - ชื่อสิ่งไม่มีชีวิต - ลักษณะของสิ่งมีชีวิต - ลักษณะของสิ่งไม่มีชีวิต - ประโยชน์ของสิ่งมีชีวิต/ไม่มีชีวิต - ชื่อฤดูกาล - ฤดูร้อน (ประโยชน์/โทษ) - ฤดูฝน (ประโยชน์/โทษ) - การปฏิบัติตนตามฤดูกาล - การปฏิบัติตนให้เหมาะสมตามฤดูกาล - ความหมายของกลางวัน กลางคืน - กิจวัตรช่วงเวลากลางวัน - กิจวัตรช่วงเวลากลางคืน - การปฏิบัติตนในเวลากลางวัน - การปฏิบัติตนในเวลากลางคืน -- รูปร่างลักษณะของต้นไม้ - ส่วนประกอบของต้นไม้ - การปลูกต้นไม้ - การดูแลรักษาต้นไม้ - ประโยชน์และโทษของต้นไม้ - ประเภทของสัตว์ - รูปร่างลักษณะของสัตว์เลี้ยง - อาหารของสัตว์เลี้ยง - ที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง - ประโยชน์ โทษและการดูแลสัตว์เลี้ยง ยนรู้ที่ ๓ ธรรมชาติรอบตัว รียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ มชาติ บตัว ชิวติ สิ่งไม่มี่ วิต ฤดูกาล หรรษา กลางวัน กลางคืน สัตวโ์ลกผู้ น่ารัก ต้นไม้แสน รัก
ผังมโนทัศน์สาระที่ควรเรียน การจัดการศึกษาปฐมวัย โรงเี -ประเภทของขยะ การคัดแยกขยะ การกำจัดขยะที่ถูกวิธี ประโยชน์และโทษของขยะ การป้องกันและลดการทิ้งขยะ ท่องแดน อาเซียน เรียนรู้ วัฒนธรรม ผู้นา พอเพียง หนูน้อยตา วิเศษ สิ่งทหี่นู ต้องการ เรียนรู้ - ความพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป - ความมีเหตุผล อธิบายได้ - ความรอบคอบ - การทำในสิ่งที่ถูกต้องไม่เสียงเกินไป - ความซื่อสัตย์สุจริต -สิ่งที่หนูอยากรู้ ทดสอบ - วิธีการรับประทานอาหารของ ประเทศสมาชิกอาเซียน - การแสดงความเคารพของ ประเทศสมาชิกอาเซียน - การละเล่นของประเทศเพื่อนบ้าน ธงอาเซียน ตราสัญลักษณ์อาเซียน คำขวัญอาเซียน เพลงอาเซียน ภาษาอาเซียน ธงชาติไทย การแ การร้องเพลงชาติ คำทักทาย ชนิดของอาหารไท
หน้า ๗๑ รู้ที่ ๔ สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก รียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ -- ชื่อสี - ประเภทของสี - สีที่จากธรรมชาติ - แม่สี - การเลือกใช้สีอย่างปลอดภัย -- ความหมายของยานพาหนะ - ประเภทของยานพาหนะ - ชื่อของยานพาหนะ - วิธีเลือกใช้ยานพาหนะที่เหมาะสม - อันตรายจากยานพาหนะ - ความหมายของการสื่อสาร - อุปกรณ์สำหรับการสื่อสาร - การติดต่อสื่อสารด้วยอุปกรณ์ต่าง ๆ - ประโยชน์ของการสื่อสาร - ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารท่องแดนอาเซียน -- เรียนรู้เรื่องจำนวน 1-5 - การวัดเปรียบเทียบสิ่งของ 2 สิ่ง - เรขาคณิต(บอกทิศทางและตำแหน่ง) - เวลา - ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์(การแก้ปัญหา) -- เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์(ชั่ง ตวง วัด) - แรงดึงดูดของแม่เหล็ก - พลังงานในชีวิตประจำวัน(แหล่งกำเนิด เสียง) - การสังเกตดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว - ของเล่นที่อยู่รอบตัวและการ เปลี่ยนแปลงของสิ่งต่าง ๆ สิ่งต่างๆ รอบตัว เด็ก เรารัก ประเทศไทย ปลอดภัยใน ยานพาหนะ สาระแห่ง สีสัน สร้างฝันนักคิด วิทยาศาสตร์ สร้างสรรค์ การสื่อสาร ไร้พรมแดน แต่งกาย ติไทย ทย
ผังมโนทัศน์สาระที่ควร การจัดการศึกษาปฐมวัย โรงเี วันสำคัญทางศาสนาพุทธ 1. วันมาฆบูชา 2. วันวิสาขบูชา 3. วันอาสาฬหบูชา 4. วันเข้าพรรษา 5. วันออกพรรษา 6. วันพระ ฯลฯ วันสำคัญทางศาสนาอิสลาม 1. วันฮารีรายอ 2. วันเมาลิด 3. วันถือศีลอด ฯลฯ วันสำคัญของท้องถิ่น 1.วันลอยกระทง 2.วันสงกรานต์ 3.วันสำคัญในแต่ละภาค เช่น (1) ภาคใต้-วันงานประเพณีชักพระ ฯลฯ (2) ภาคเหนือ-วันงานประเพณียี่เป็ง ฯลฯ (3) ภาคกลาง-วันงานประเพณีแข่งเรือพาย, แห่น (4) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-วันงานประเพณีบุญ งานประเพณีบุญพระเวสสันดร ฯลฯ วันสำคัญอื่น ๆ 1. วันเด็ก 2. วันครู ฯลฯ วั วัน วันส ปร วัฒ วันส าคัญ อื่นๆ
หน้า ๗๒ รเรียนรู้ที่ ๕ วันสำคัญ รียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ วันสำคัญทางศาสนาคริสต์ 1. วันคริสต์มาส 2. วันปัสกา 3. วันระลึกถึงผู้ล่วงลับ ฯลฯ นางแมว ฯลฯ ญบั้งไฟ วันสำคัญทางศาสนาอื่น ๆ 1. แต่ละท้องถิ่นพิจารณาตามความเหมาะสม วันสำคัญของชาติ 1.วันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 2.วันคล้ายวันพระราชสมภพ ร.9 (วันพ่อ) 3.วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีพันปีหลวง (วันแม่) 4.วันปิยมหาราช 5.วันรัฐธรรมนูญ ฯลฯ วันส าคัญ ส าคัญทาง ศาสนา วันส าคัญของ ชาติ ส าคัญของ ะเพณีและ ฒนธรรม ทอ้งถิ่น
หน้า ๗๓ กำหนดเวลาเรียน ------------------------------ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ จัดการศึกษาให้กับ เด็กปฐมวัย โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ 1. ชั้นปฐมวัยปีที่ 1 อายุ 3-๔ ปี 2. ชั้นปฐมวัยปีที่ 2 อายุ 4-๕ ปี 3. ชั้นปฐมวัยปีที่ 3 อายุ 5-๖ ปี ตารางกำหนดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ปีที่ 1 – 3 (อายุ 3 – ๖ ปี) กิจกรรม ชั้นปฐมวัยปีที่ ๑ (อายุ 3-๔ ปี) ชั้นปฐมวัยปีที่ ๒ (อายุ 4-๕ ปี) ชั้นปฐมวัยปีที่ 3 (อายุ 5 -๖ ปี) 1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 66 ชั่วโมง / ปี 66 ชั่วโมง / ปี 66 ชั่วโมง / ปี 2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (กิจกรรมในวงกลม) 100 ชั่วโมง / ปี 100 ชั่วโมง / ปี 100 ชั่วโมง / ปี 3. กิจกรรมสร้างสรรค์ 66 ชั่วโมง / ปี 66 ชั่วโมง / ปี 66 ชั่วโมง / ปี 4. กิจกรรมเสรี 100 ชั่วโมง / ปี 100 ชั่วโมง / ปี 100 ชั่วโมง / ปี 5. กิจกรรมกลางแจ้ง 66 ชั่วโมง / ปี 66 ชั่วโมง / ปี 66 ชั่วโมง / ปี 6. เกมการศึกษา 50 ชั่วโมง / ปี 50 ชั่วโมง / ปี 50 ชั่วโมง / ปี การจัดการเรียนรู้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ 3 – 6 ปี โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ จัดการเรียนการ สอน ให้เด็กอายุ 3 – 6 ปี โดยจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการผ่านการเล่น เป็นการบูรณาการทั้งด้านเนื้อหาสาระ และทักษะกระบวนการผ่านการจัดกิจกรรม 6 กิจกรรม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงเรียนรู้ จากการลงมือกระทำ เกิดความรู้มีทักษะ มีคุณจริยธรรม และเกิดการพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา มีทักษะกระบวนการคิด มีความเป็นไทย รักสิ่งแวดล้อมและภูมิปัญญาท้องถิ่น การจัดกิจกรรม 6 กิจกรรม หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ได้กำหนดการจัดกิจกรรมเพื่อ พัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจ สังคมและสติปัญญา ดังต่อไปนี้ 1. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (กิจกรรมวงกลม) 3. กิจกรรมสร้างสรรค์ 4. กิจกรรมเสรี 5. กิจกรรมกลางแจ้ง 6. เกมการศึกษา กิจกรรมเคลื่อนไหว และจังหวะ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ เป็นกิจกรรมที่ให้เด็กได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตาม จังหวะอย่างอิสระ โดยใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง เครื่องเคาะจังหวะ และอุปกรณ์อื่น ๆ ประกอบการ
หน้า ๗๔ เคลื่อนไหว เพื่อส่งเสริมให้เด็กเกิดจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ รู้จังหวะและควบคุมการเคลื่อนไหวของ ตนเองได้ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะประกอบไปด้วย 1. การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐาน 2. การเคลื่อนไหวอิสระ 3. การเคลื่อนไหวตามคำบรรยาย 4. การเคลื่อนไหวตามจินตนาการ 5. การเคลื่อนไหวตามข้อตกลง 6. การเคลื่อนไหวเชิงสร้างสรรค์ 7. การเคลื่อนไหวอยู่กับที่ 8. การเคลื่อนไหวเป็นคู่ 9. การทำท่าทางประกอบเพลง 10. การทำท่าทางตามความหมายของเพลง 11. การเป็นผู้นำและผู้ตาม 12. การเป็นผู้นำและผู้ตาม 13. การร้องเพลง ฯลฯ การจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ ผู้ดูแลเด็กสามารถจัดให้สัมพันธ์กับเนื้อหาหรือ ประสบการณ์ที่ผู้ดูแลเด็กต้องการให้เด็กเรียนรู้ และควรจัดกิจกรรมนี้อย่างน้อยวันละประมาณ 15 – 20 นาที ก่อนสิ้นสุดกิจกรรมทุกครั้งควรให้เด็กได้พัก เช่น นอน นั่งฟังเพลงเบาๆ ฯลฯ จุดประสงค์ 1. ได้เคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย 2. กล้าแสดงออกและมีวิธีคิดเริ่มสร้างสรรค์ 3. เกิดความซาบซึ้งและมีสุนทรียภาพในการเคลื่อนไหวตามจังหวะ 4. รู้จักปรับตัวเมื่อทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน 5. เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน วัสดุอุปกรณ์ 1. เครื่องประกอบจังหวะ เช่น รำมะนา กลอง กรับ ฉิ่ง ฯลฯ 2. แถบบันทึกเสียงเพลง เครื่องเล่นเทป 3. อุปกรณ์ประกอบการเคลื่อนไหว เช่น ห่วงทราย แถบผ้า ถุงทราย ฯลฯ กิจกรรม 1. ร้องเพลง ท่องคำกลอน คำคล้องจอง และเคลื่อนไหวตามบทเพลง คำกลอน คำคล้องจอง 2. เคลื่อนไหวพื้นฐาน เช่น เดิน วิ่ง กระโดด ฯลฯ ตามสัญญาณนัดหมายหรือตามจังหวะเพลง 3. เคลื่อนไหวอิสระตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายให้มาก ที่สุด ขณะเดียวกันให้คำนึงถึงการใช้พื้นที่ ระดับและจังหวะในขณะเคลื่อนไหวของร่างกาย 4. เล่นเครื่องเล่นดนตรีง่าย ๆ ประเภทเคาะ เช่น กรับ รำมะนา กลอง ฯลฯ และเคลื่อนไหว ประกอบ 5. ให้เด็กเคลื่อนไหวตามความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้อุปกรณ์ประกอบในการเคลื่อนไหว เช่น ห่วง แถบผ้า ถุงทราย ฯลฯ
หน้า ๗๕ ข้อเสนอแนะ 1. สร้างบรรยากาศให้เด็กเกิดความรู้สึกเพลิดเพลิน สนุกสนาน และมีความเป็นกันเอง 2. ไม่บังคับถ้าเด็กไม่ยอมเข้าร่วมกิจกรรม ควรให้เวลา และให้โอกาสจนกว่าเด็กสนใจเข้าร่วม กิจกรรม 3. ควรให้เด็กได้แสดงออกอย่างทั่วถึง กิจกรรมเสริมประสบการณ์ (กิจกรรมวงกลม) จุดมุ่งหมาย 1. เพื่อให้เด็กเข้าใจเนื้อหาและเรื่องราวแผนการจัดประสบการณ์ 2. เพื่อให้เด็กมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครูและครูจะได้ดูแลพฤติกรรมของเด็กอย่างใกล้ชิด 3. เพื่อให้เด็กได้ฝึกความมีระเบียบวินัย มารยาทในการฟัง พูด และลักษณะนิสัยที่ดี ลักษณะการจัดเนื้อหา เป็นการเตรียมสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตแบบบูรณาการโดยจัดเป็นหน่วยการสอนประจำสัปดาห์ แบบบูรณาการตลอดปีการศึกษา โดยให้ครอบคลุมกลุ่มสาระการเรียนรู้ หากแยกสาระการเรียนรู้จะได้ ๔ กลุ่มสาระที่ควรเรียนรู้ ดังนี้ ๑. สาระที่ควรเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ๒. สาระที่ควรเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก ๓. สาระที่ควรเรียนธรรมชาติรอบตัว ๔. สาระที่ควรเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัวเด็ก บทบาทและหน้าที่ของครู ก่อนจัดประสบการณ์ ครูจะต้องศึกษาการทำแนวทางในการจัดประสบการณ์นี้อย่างละเอียด เพื่อได้แนวทางในการจัดเตรียมประสบการณ์ให้กับเด็ก และจัดเตรียมสื่อการจัดประสบการณ์ที่ได้เสนอแนะ ไว้อย่างครบถ้วน เพื่อที่จะทำให้การสอนบรรลุจุดมุ่งหมายที่ได้ตั้งไว้อย่างสมบูรณ์อย่างไรก็ตาม ครูอาจ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมของท้องถิ่น การจัดประสบการณ์เนื้อหาให้เด็กต้องจัดกิจกรรมให้เด็กสนใจ เช่น 1. ศึกษาตามแหล่งเรียนรู้ 2. การเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ 3. การเล่าประสบการณ์ตามเนื้อหาต่าง ๆ 4. การอภิปราย ซักถาม 5. การสนทนา ตอบคำถาม 6. ทักษะกระบวนการกลุ่ม 7. การทดลอง 8. การอธิบายสิ่งต่าง ๆ 9. ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน 10. การแก้ปัญหาสถานการณ์จำลอง 11. การแสดงบทบาทสมมติ 12. การลงมือปฏิบัติจริง 13. การรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5
หน้า ๗๖ 14. การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น 15. การนับจำนวน เพิ่ม ลด 16. การเปรียบเทียบเวลา 17. การจำแนกเปรียบเทียบ 18. การเล่านิทาน 19. การร้องเพลง ฯลฯ กิจกรรมสร้างสรรค์ กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่ช่วยเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์และจิตนาการโดยใช้การปฏิบัติงานศิลปะการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์หรือการจัดกิจกรรมศิลปะ สำหรับเด็กปฐมวัยเป็นกิจกรรมเกี่ยวกับงานศิลปะต่าง ๆ ได้แก่การวาดภาพระบายสีการปั้น การพิมพ์ภาพ การพับ การตัด การฉีกปะ ตลอดจนการประดิษฐ์เศษวัสดุฯลฯ ที่มุ่งพัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์ การ รับรู้เกี่ยวกับความงาม และส่งเสริมกระตุ้นให้เด็กแต่ละคนได้แสดงออกตามความรู้สึกและความสามารถของ ตนเอง ปลูกฝังลักษณะนิสัยให้เป็นคนมีความประณีต มีความละเอียดอ่อน เป็นคนมีระเบียบ รักความสะอาด ในการทำงาน ข้อควรตระหนักและให้ความสำคัญคือการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ระดับปฐมวัยมิได้มุ่งเน้น ผลงานที่สวยงามแต่เป็นการส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของเด็กการใช้ว่ากิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อทำให้ครู ระลึกอยู่เสมอว่า ศิลปะสำหรับเด็กมิได้เน้นให้เด็กทำได้สวย หรือเหมือนของจริงแต่ทำให้เด็กได้พัฒนาครบทุก ด้านจากการทำกิจกรรมนี้โดยมีจุดมุ่งหมายดังนี้ ๑. พัฒนากล้ามเนื้อเล็ก–ใหญ่ ๒. พัฒนาประสาทสัมพันธ์ระหว่างตากับมือ ๓. ส่งเสริมและพัฒนาความริเริ่มสร้างสรรค์ ๔. ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านผลงานของตน ๕. ฝึกจิตใจให้มีคุณภาพ เช่น ความอดทน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ความรับผิดชอบ ๖. ส่งเสริมให้มีอารมณ์แจ่มใส ร่าเริง ๗. ทำให้มีความเพลิดเพลิน ชื่นชมในความสวยงาม สำนึกในคุณค่าของศิลปะ ๘. สร้างความเชื่อมั่นในการแสดงออกให้กับเด็ก ๙. ส่งเสริมการปรับตัวให้รู้จักการทำกิจกรรมร่วมกัน ๑๐. ฝึกให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ๑๑. ส่งเสริมการดำเนินชีวิตที่ต้องแก้ปัญหาการทำงาน รู้จักการปรับปรุงและการเปลี่ยนแปลง ๑๒. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ๑๓. ฝึกการสังเกต ๑๔. พัฒนาภาษา สามารถอธิบายเกี่ยวกับผลงานของตนได้ บทบาทครู เอาใจใส่จัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ทั้งสภาพห้องเรียน การจัดหาสื่ออุปกรณ์ให้พร้อม มีแผนการจัดกิจกรรมล่วงหน้า และดำเนินการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดประสบการณ์ ส่งเสริมให้เด็กได้ เลือกปฏิบัติกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างหลากหลาย อย่างน้อยวันละ 2 กิจกรรม ครูควรให้โอกาสเด็กอธิบาย ผลงานของตนเองและชื่นชมผลงานของตนเอง ครูควรมีคำถามให้เด็กได้คิดและเชื่อมโยงไปสู่การใช้ประโยชน์ ในชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโดยผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดง
หน้า ๗๗ ความคิดจินตนาการได้เต็มที่ตามที่ได้เห็น เด็กสามารถสร้างจินตนาการได้กว้างที่เราจะคาดเดาได้บางทีก็ อาจจะสะท้อนจิตใจ ความรู้สึกของเด็กที่บางทีไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดได้แต่สามารถถ่ายทอดมาทาง งานศิลปะสร้างสรรค์ได้ วิชาศิลปะสร้างสรรค์เป็นฐานทางการศึกษาพัฒนาการเด็กซึ่งควรเริ่มตั้งแต่ยังเล็กอยู่ การเรียนรู้ศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยนั้นจะมุ่งเน้นถึงพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็กมากกว่าผลงาน ดังนั้น จะเห็นว่ากิจกรรมต่าง ๆ ทางศิลปะสร้างสรรค์จะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรงและสัมพันธ์กับการ ใช้ตา การปั้นแป้ง ดินน้ำมัน วาดรูปและระบายสีเด็กได้ใช้ส่วนต่าง ๆ ของนิ้วมือแขนไหล่และส่วนอื่น ๆ ของ ร่างกาย เป็นการเตรียมความพร้อมในด้านการใช้กล้ามเนื้อใหญ่-เล็กเป็นอย่างดี ทำให้เด็กสามารถหยิบจับสิ่ง ต่าง ๆ ได้อันจะนำไปสู่การเรียนรู้ของเด็กต่อไป การสร้างสรรค์คือการเจริญงอกงามทั้งด้านความคิด ร่างกาย และพฤติกรรม และศิลปะสร้างสรรค์คือเครื่องมือที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เพราะกระบวนการทางศิลปะสร้างสรรค์ไม่มีขอบเขตแห่งการสิ้นสุด สามารถสร้างความเพลิดเพลินให้แก่เด็ก ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังช่วยให้เด็กเกิดความคิดที่ต่อเนื่องอย่างไม่จบสิ้น และก้าวไปยังโลกแห่งจินตนาการ อย่างไม่มีขอบเขต กิจกรรมสร้างสรรค์ที่ครูจัดให้เด็กที่โรงเรียนเป็นการจัดกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออก อย่างอิสระผ่านการสร้างสรรค์งานจากกิจกรรมที่หลากหลายแบบที่ครูจัดให้วันละ 3 - 5 กิจกรรมและเด็กมี โอกาสเลือกทำอย่างน้อยวันละ 1-2 กิจกรรมตามความสนใจ คือ - กิจกรรมงานปั้น ได้แก่ ปั้นดินเหนียวหรือแป้งโด ดินน้ำมัน เป็นต้น - กิจกรรมวาดภาพระบายสีทั้งสีน้ำ สีเทียน สีดินสอ ได้แก่ หยดสีเทสีระบายสีเป่าสีละเลงสี ด้วยนิ้วมือหรือส่วนต่าง ๆ ของมือหรือพิมพ์ภาพ เป็นต้น - กิจกรรมงานกระดาษ ได้แก่ฉีก พับ ตัดปะ กระดาษ เป็นต้น - กิจกรรมประดิษฐ์จากวัสดุต่าง ๆ และของเหลือใช้ได้แก่ ประดิษฐ์กระทงใบตอง ประดิษฐ์ หน้ากากจากจานกระดาษ เป็นต้น กิจกรรมเสรี จุดมุ่งหมายของการจัดศูนย์การเรียนกิจกรรมเสรี ศูนย์การเรียนกิจกรรมเสรีมีความมุ่งหมายที่สำคัญโดยเฉพาะดังนี้ ๑. ให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรงด้วยการประกอบกิจกรรมที่สอดคล้องกับธรรมชาติและสนองความ ต้องการของเด็กทางการเล่นที่แฝงไว้ซึ่งการศึกษา ๒. เปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง คิดค้นคว้า และสร้างสรรค์ด้วยความสนุกและเพลิดเพลิน แสวงหา ความรู้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องวิตกกังวล ๓. ฝึกทักษะการเตรียมความพร้อมด้านประสาทสัมพันธ์ทางตาและมือ เกิดพัฒนาการทางการ ตัดสินใจ การมีเหตุผล รู้ขนาด จำนวนสีและรูปลักษณะ ทั้งช่วยฝึกเชาวน์ปัญญาอันเป็นแนวทางหรือเตรียม เด็กไปสู่การอ่าน และการเขียนในโอกาสต่อไป ๔. ฝึกเด็กให้ทำงานเป็นกลุ่ม เรียนรู้สิทธิและหน้าที่ความรับผิดชอบของตนและเพื่อนภายในสังคมเล็ก ๆ และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ๕. ฝึกให้รู้จักประหยัดวัสดุการศึกษา ฝึกเด็กให้รูจักการเล่นเครื่องเล่น การเก็บรักษาอุปกรณ์เครื่อง เล่น ให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อยและครบถ้วน ๖. ให้เป็นวิธีการที่เด็ก ๆ ได้รับความรักความอบอุ่น การปกปักรักษา การอบรมเลี้ยงดูให้ปลอดภัยที่ จะอยู่ร่วมกันในสถานศึกษาได้อย่างเป็นสุข
หน้า ๗๘ ๗. ให้เป็นวิธีการช่วยส่งเสริมเด็ก ๆ ได้รับพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ครบถ้วนพร้อมในโอกาสเดียวกัน ๘. ให้เป็นวิธีการช่วยให้ครูทราบปัญหาความคับข้องใจของเด็ก ทำให้ครูสามารถหาวิธีช่วยคลี่คลาย ปัญหาให้แก่เด็กได้ ๙. เป็นวิธีการปูพื้นฐานประสบการณ์และความรู้ให้เด็กมีความพร้อมสามารถช่วยตนเองได้ถูกต้อง เหมาะสมกับวัยของเด็ก พร้อมที่จะไปศึกษาต่อไปในชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่งได้อย่างเป็นสุข ๑๐. ให้เป็นวิธีการที่ช่วยให้ครูทราบความสนใจเป็นพิเศษของเด็ก และสามารถประเมินผลพัฒนาการ และพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนได้พร้อมที่จะรายงานลงในสมุดรายงานประจำตัวของเด็กแต่ละคน ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ๑๑. ให้เป็นวิธีการช่วยให้ครูตื่นตัวอยู่เสมอ ในการที่จะคว้าหาความรู้เพิ่มเติมสำรวจแหล่งวัสดุ อุปกรณ์และคิดค้น สร้างสรรค์อุปกรณ์ใหม่ๆ ขึ้น เพื่อส่งเสริมความพร้อมให้แก่เด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น ๑๒. ให้เป็นวิธีการช่วยลดการสูญเปล่าทางการศึกษา ให้ปัญหาเด็กเรียนซ้ำชั้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ลดลง ซึ่งในแผนการจัดประสบการณ์ได้เสนอแนะกิจกรรมไว้ทุกวันๆ ละ ๑๓ ศูนย์โรงเรียนควรจัดอย่างน้อย ๖ ศูนย์และให้เด็กได้เรียนรู้ในแต่ละวันอย่างน้อยคนละ ๒ ศูนย์ศูนย์การเรียนรู้๑๓ ศูนย์มีดังนี้ ๑) ศูนย์หนังสือ เล่นได้๖ คน อาจจะมีชั้นวางหนังหรือกระเป๋าหรือฉากพับได้เป็นที่วางหนังสือ ควร จัดอยู่ในมุมเงียบอาจจะปูเสื่อหรือโต๊ะ + เก้าอี้เล็ก ๆ จัดตกแต่งให้กะทัดรัดชวนให้อยากเข้าไปสั่งไม่ควรเอา หนังสือออกมาจัดทีละมาก ๆ ควรจะทำหนังสือที่เหมาะกับหน่วยประสบการณ์ไว้ทุก ๆ ครั้ง ๒) ศูนย์บ้าน เล่นได้๖ คน อุปกรณ์ควรจะมีดังนี้เตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง เสื้อผ้าตุ๊กตา เปลนอน ชุดเครื่องเล่น หม้อข้าวหม้อแกง ชุดน้ำชา โต๊ะทำครัว เครื่องเล่น โทรศัพท์เตารีด เสื่อ ไม้กวาด ถังขยะ ศูนย์ บ้าน มักจะไม่ประสบผลสำเร็จเพราะมีของเล่นไม่เพียงพอมิได้จัดสื่อใหม่ๆ ผลัดเปลี่ยน มีของวางทิ้งไม่เป็น ระเบียบ เรียบร้อย ๓) ศูนย์วาดภาพสีเทียน เล่นได้๖ คน ที่ศูนย์ควรมีอุปกรณ์ดังนี้ดินสอ สีเทียน ต้องมีขนาดใหญ่ ๑ ซม. ยาว ๑๑ ซม. กระดาษอัดสำเนาเหลือใช้ชนิดที่มีตัวหนังสือหน้าเดียว ที่ใส่ดินสอสีเทียน ๔) ศูนย์งานกระดาษ เล่นได้๔ คน กิจกรรมมีดังนี้การฉีกกระดาษ การตัดกระดาษ การม้วน พับ กระดาษเส้น ๕) ศูนย์ปั้น เล่นได้๔ คน อาจจะใช้ดินเหนียว ดินน้ำมันหรือแป้งทำขนมก็ได้ ศูนย์นี้เป็นเครื่องเล่นที่ ให้ความพอใจแก่เด็ก ชวนใจให้เด็กเล่น ช่วยคลี่คลายอารมณ์เด็กที่จะเล่นทำลายสิ่งต่าง ๆ และก้าวร้าวระราน ผู้อื่น เด็กได้ทำและสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นจากวัตถุดิบและฝึกทักษะการใช้มือกับตาร่วมกันและการทำงานร่วมกัน กับเพื่อน ๖) ศูนย์สีน้ำ เล่นได้ ๒ คน อุปกรณ์มีดังนี้ ๑. สีฝุ่น ๒. ขาหยั่งตั้งมีกระดานไม้อัดขนาด ๔ มม. ทั้งสองด้าน ขนาดความสูง ๑๑๐ ซม. พอเหมาะกับ ความสูงของเด็ก ที่ขอบบนของกระดานไม้อัดใช้สำหรับหนีบกระดาษที่จะใช้วาดรูป เตรียมไม้หนีบไว้ที่ กระดาน แผ่นละ ๒ ตัวขาหยั่งกระดาน ๒ ที่มีกระดานสี่ด้านเตรียมไม้หนีบทั้งหมด ๘ ตัว จัดตั้งขาหยั่งกระดาน ๒ ที่ไว้ บนพลาสติกผืนใหม่ให้เป็นบริเวณสำหรับเล่นวาดรูประบายสีตั้งโต๊ะขนาดเล็กกว้าง ๓๐ ซม.×ยาว ๓๐ ซม. × สูง ๔๕ ซม. ตีขอบไม้เสริมเป็นกระบะสูง ๕ ซม. ตั้งไว้ระหว่างขาหยั่งกระดานทั้งสองเพื่อวางกระจาดบรรจุ ขวดสี๖ ขวด พร้อมทั้งพู่กันประจำขวดสี เพื่อให้สะดวกแก่เด็กจะหยิบใช้เด็กจะเลือกขวดสีมาคราวละ ๑ ขวด
หน้า ๗๙ วางขวดสีลงในกล่องไม้สี่เหลี่ยมขนาด กว้าง ๑๐ ม. × ๑๐ ซม. × สูง๕ ซม. ซึ่งอยู่ที่ขอบล่างของแผ่นกระดาน ขาหยั่งด้านขวามือ วางผ้าเช็ดมือพาดไว้ที่คานไม้ใต้แผ่นกระดานขาหยั่งคนละหนึ่งผืน ๓. กระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษอย่างอื่นก็ได้ ๔. เสื้อกันเปื้อน ๕. ไม้กวาด ที่โกยผง ถังน้ำ ผ้าเช็ดทำความสะอาด ๗) ศูนย์กิจกรรมพิเศษ เสนอแนะไว้ดังนี้ ๑. การหยดสีบนกระดาษเปียก ๒. การเทสี ๓. การพับสี ๔. การเป่าสี ๕. การเขียนภาพด้วยฟองน้า ๖. การเขียนภาพบนกระดาษเปียก ๗. การเขียนภาพด้วยเชือกหรือด้วยหลอด ๘. การเขียนภาพด้วยด่างทับทิม ๙. การลูบสี ๑๐. การพิมพ์ด้วยกระดาษ ๑๑. การพิมพ์ภาพด้วยพืช ๑๒. การพิมพ์ภาพด้วยเศษวัสดุ ๑๓. การโรยสีบนกระดาษเปียก ๑๔. การเขียนภาพด้วยกาวน้าโรยทรายสี ๑๕. การเล่นละเลงแป้งสีด้วยนิ้วมือ ๑๖. การละเลงโคลนด้วยนิ้วมือ ๑๗. การเล่นประดิษฐ์เศษวัสดุ ๘) ศูนย์ทักษะ เล่นได้๔ คน ศูนย์นี้มิได้ให้เด็กนั่งโต๊ะอ่าน เขียนคณิตศาสตร์และภาษาไทย แต่เน้นไป ทางการฟังพูดอ่าน ๙) ศูนย์ดนตรีเล่นได้๔ คน ควรอนุญาตให้เด็กได้ทดลองเล่นกับอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดเป็นเสียงดนตรี ได้อย่างเสรีอุปกรณ์ศูนย์ดนตรีเช่น กระป๋องท่อโลหะ ฝาน้ำอัดลม และฝากระป๋องต่าง ๆ กระดิ่ง ลูกซัดเหล็ก สามเหลี่ยมฯลฯ ๑๐) ศูนย์บล็อก เล่นได้๔ คน สื่อที่ใช้มีดังนี้ - ไม้บล็อก - ท่อนไม้ที่เกี่ยวคล้องกันได้ทำนองรถไฟพ่วง - รถและเรือที่พ่วงกันได้๒ ชุด - หุ่นจำลองคนและสัตว์ - รถบรรทุก รถยนต์รถโดยสาร รถสินค้า (ของเล่น) - ตู้เก็บไม้บล็อก - พร้อมน้ำมันขนาด ๑๘๐ × ๒๐๐ ซม. อิทธิพลที่เด็กได้รับจากการที่เขาได้เล่นกับไม้บล็อก มีดังนี้ - ช่วยให้เด็กแสดงความรู้สึกออกมา
หน้า ๘๐ - ช่วยให้เด็กได้ระบายความรู้สึกก้าวร้าวระราน - ช่วยให้เด็กได้ระบายความกังวลใจและความกลัวที่จะผิดหวัง - ช่วยให้เด็กบรรลุความสำเร็จ - ช่วยให้เด็กมีความเป็นระเบียบ มีการตัดสินใจ และการมีเหตุผล - ช่วยให้เด็กได้พัฒนาการทางสังคม - ช่วยให้เล่นสมมุติแสดงบทบาท และการเล่นแบบคิดฝัน 11) ศูนย์เครื่องเล่นสัมผัส เล่นได้4 คน ขั้นแห่งพัฒนาการในการเล่นเครื่องเล่นสัมผัส - จับต้องลูบคลเครื่องเล่นอย่างเงอะงะ งุ่มง่าม - ค่อย ๆ ทวีความชำนิชำนาญขึ้นทีละน้อย - เริ่มต้นที่จะมองเห็นความสัมพันธ์กันของเครื่องเล่นนั้น ๆ - ใส่หมุดหรือจุกไม้ลงได้ถูกต้องตามโครงหรือหุ้นที่รองรับ - ทำไปตามโครงการที่คิดไว้ด้วยความรอบคอบและเป็นระเบียบ - มีความสนใจในรูปร่าง ลักษณะของสิ่งของที่เว้า ๆ แหว่ง ๆ และสามารถประกอบรูปภาพที่ตัด ออกเป็นชิ้น ๆ สำหรับต่อเล่นได้ - แสดงความสามารถในการทำงาน และรู้สึกภูมิใจในทักษะของตน 12) ศูนย์น้ำ เล่นได้2 คน ศูนย์นี้มีประโยชน์คือ 1. ช่วยระบบความก้าวร้าวระรานของเด็ก 2. ช่วยผ่อนคลายอารมณ์ของเด็ก 3. ช่วยให้เด็กได้เล่นเข้าหมู่เข้าพวก 4. ช่วยจัดสิ่งที่เด็กชอบใจให้เด็กได้เล่นแทน การเล่นกับน้ำ เช่น ใช้สายยาง เป่าน้ำเล่นให้เป็นฟอง เล่นซักเสื้อผ้าตุ๊กตา เล่นอาบน้ำให้ตุ๊กตา เล่นล้างมือ เล่นรดน้ำต้นไม้ เล่นทาสีด้วยน้ำ เล่นฉีดน้ำด้วยสายยาง เล่นเลี้ยงน้ำชา เล่นล้างถ้วยล้างชาม เล่นให้นมน้อง เล่นท่องน้ำในลำธารตื้นๆ เล่นตวงน้ำ และรินน้ำเล่นลอยสิ่งของวัตถุต่าง ๆ เล่นดูดน้ำ หรือน้ำนมด้วยหลอดพลาสติก และหิ้วน้ำไปเล่นในบ่อทราย 13) ศูนย์เล่นกับทราย เล่นได้ทั้งในบ่อทรายขนาดใหญ่และในศูนย์การเรียน ขั้นแห่งพัฒนาการใน การเล่นกับทรายของเด็ก 1. ทดลองเล่นด้วยการให้เม็ดทรายร่วงลอดออกทางระหว่างช่องของนิ้วมือ 2. ทดลองเล่นด้วยการใส่ทรายลงในภาชนะแล้วก็เทออกช้า ๆ กันเช่นนี้บ่อย ๆ 3. ทดลองใช้มือตบทรายเล่น ชอบเล่นฝังตัวอยู่ในทราย หรือเอาทรายกลบขาทั้งสอง 4. ทดลองเล่นด้วยการขุดทรายเล่นให้เป็นโพรงแล้วสอดมือเข้าไปในโพรงนั้น 5. ทดลองเล่นด้วยการโกยทรายขึ้นเป็นกองทำเป็นปราสาททราย เจดีย์ทราย หรือเล่นทำอุโมงค์ 6. ทดลองเล่นด้วยการใช้พลั่วเสียมด้ามสั้นๆ ขุดทรายทำเป็นอุโมงค์แม่น้ำหรือภูเขา 7. ทดลองด้วยการตกแต่ง ประดับประดาเจดีย์ทราย ปราสาททราย กิจกรรมกลางแจ้ง จุดมุ่งหมายของการจัดทำกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง 1. เพื่อให้เด็กได้ออกกำลังกายกลางแจ้งซึ่งจะช่วยให้เด็กมีสุขภาพดีขึ้น 2. เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และฝึกประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา มือกับเท้า 3. เพื่อเป็นการพัฒนาทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ สังคม สติปัญญา และจินตนาการของเด็ก
หน้า ๘๑ ลักษณะการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง 1. การละเล่นพื้นเมือง 2. เกมต่าง ๆ 3. การเล่นบ้านจำลอง 4. การเล่นทราย 5. การเล่นน้ำ 6. การเล่นเครื่องเล่นสนาม 7. การเดินทรงตัวบนกระดาน 8. การเดินตามแนว 9. การเดินถอยหลัง 10. การรับ – ส่ง บอล 11. การขว้างบอลไกล 12. การเตะบอลเข้าประตู 13. การกลิ้งบอลกระทบเป้า 14. การปาเป้า 15. การโหนตัว ฯลฯ บทบาทและหน้าที่ครูในการจัดกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง การออกกำลังกายของเด็ก ๆ นั้น ได้แก่ การวิ่ง การกระโดด การม้วนหน้า ม้วนหลัง การกลิ้ง การ ปีนป่าย การวิ่งแข่ง การลาก การเข็น เป็นต้น ในการเล่นนั้นบางอย่างจำเป็นต้องมีสื่อประกอบด้วย แต่ บางอย่างไม่จำเป็นต้องมีสื่อก็ได้ แต่ผู้ดูแลเด็กจะต้องเตรียมตัวเพื่อจัดกิจกรรมให้เด็ก บทบาทและหน้าที่ของ ผู้ดูแลเด็กที่ควรปฏิบัติในการจัดกิจกรรมกลางแจ้ง คือ 1. หากจะให้เด็กเล่นเครื่องเล่นสนาม ผู้ดูแลเด็กจะต้องทำการตรวจสอบเครื่องเล่นนั้นว่าอยู่ในสภาพ เรียบร้อยหรือไม่ หรือจะเป็นอันตรายต่อเด็กหรือไม่ 2. ผู้ดูแลเด็ก จะต้องแนะนำการเล่นที่ถูกวิธี ปลอดภัยให้กับเด็กทุกครั้งจึงให้เล่น 3. ผู้ดูแลเด็กจะต้องฝึกระเบียบวินัยให้เด็กทุกครั้งที่มีการเล่นกลางแจ้ง 4. ปล่อยให้เด็กเล่นอย่างอิสระ โดยผู้ดูแลเด็กคอยดูแลอย่างใกล้ชิด 5. เมื่อเลิกเล่นแล้ว เก็บสิ่งของให้เข้าที่ และทำความสะอาดบริเวณที่เล่นให้เรียบร้อยทุกครั้ง 6. ให้เด็กทำความสะอาดร่างกายพร้อมทั้งแต่งกายให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังจากเลิกเล่นกลางแจ้งแล้ว เกมการศึกษา เกมการศึกษาเป็นเกมการเล่นที่ฝึกการสังเกต พัฒนากระบวนการคิดและเกิดความคิดรวบยอด เกมการศึกษามีกฎ กติกาง่าย ๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มได้เกมการศึกษาที่เหมาะสม สำหรับเด็กปฐมวัย เช่น เกมการจับคู่สิ่งที่เหมือนกัน เกมการแยกประเภท จัดหมวดหมู่ เกมการเรียงลำดับ เกมการสังเกตรายละเอียดของภาพ เกมการหาความสัมพันธ์ ฯลฯ เกมการศึกษาที่จัดให้เด็กเล่นควรเริ่มจากง่ายไปหายาก จากภาพไปสู่รูปทรงและสัญลักษณ์ที่ซับซ้อน ขึ้น เมื่อครูให้เด็กเล่นเกมใหม่ควรแนะนำวิธีการเล่น และเมื่อเล่นเสร็จครูควรตรวจสอบความถูกต้อง บางเกม เด็กอาจตรวจสอบคำถามได้ด้วยตนเอง
หน้า ๘๒ เกมการศึกษานี้ครูสามารถผลิตได้ด้วยตนเองอย่างง่าย ๆ ให้สอดคล้องกับเนื้อหาหรือประสบการณ์ที่ ต้องการให้เด็กเรียนรู้ ควรเปิดโอกาสให้เด็กเล่นเกมการศึกษาเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มย่อยทุกวัน โดยอาจจัด วางไว้ให้เด็กเลือกเล่นทบทวนตามความต้องการนอกเหนือจากเวลาที่กำหนด วัตถุประสงค์ 1. รู้จักสังเกต เปรียบเทียบ และจำแนก 2. ส่งเสริมการคิด หาเหตุผล และการตัดสินใจแก้ปัญหา 3. ส่งเสริมพัฒนากล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา 4. ส่งเสริมการเล่นร่วมกัน ตัวอย่างเกมการศึกษา เกมจับคู่ เกมจับคู่ภาพหรือสิ่งของ สามารถแบ่งได้หลายแบบ เช่น - จับคู่ที่เหมือนกันทุกประการ - จับคู่ภาพกับเงาของสิ่งเดียวกัน - จับคู่ภาพกับโครงร่างของสิ่งเดียวกัน - จับคู่ภาพที่ซ่อนอยู่ในภาพหลัก - จับคู่ภาพเต็มกับภาพที่แยกเป็นส่วน ๆ เกมการแยกประเภท จัดหมวดหมู่ (แผนภาพเกมการแยกประเภท จัดหมวดหมู่) เกมการเรียงลำดับ (แผ่นภาพเกมการเรียงลำดับ) เกมการสังเกตรายละเอียดของภาพ เช่น เกมการตัดต่อ (จำนวนชิ้น ตามความเหมาะสมของวัยผู้เล่น) เกมลอตโต (แผ่นภาพลอตโต) เกมหาความสัมพันธ์ เช่น เกมตารางสัมพันธ์ (เมตริกเกม) เกมอุปมา อุปมัย, เกมหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งของเครื่องใช้ ฯลฯ การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ --------------------------- โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ ได้จัดบรรยากาศ ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก เพื่อส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก ในแต่ละวัย เรียนรู้ผ่านการเล่นที่น่าสนใจ สนุกสนาน โดยได้กำหนดพัฒนาและปรับปรุง ดังนี้ ภายในห้องเรียน ห้องเรียนแต่ละห้องจะเน้นความสะอาด สวยงาม ปลอดภัย ตกแต่งบอร์ดด้วย เนื้อหาสาระที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ที่เด็กกำลังเรียนอยู่ในแต่ละสัปดาห์ ภายในห้องเรียนจะมีมุม ประสบการณ์ พร้อมสื่ออุปกรณ์ที่แข็งแรง สวยงาม ปลอดภัย และเพียงพอกับจำนวนเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ จาการสัมผัสทั้ง 5 เพราะมีความเชื่อว่า สภาพแวดล้อมที่ดีจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดีจากมุมประสบการณ์ เช่น มุมร้านค้า มุมหนังสือ มุมบล็อก มุมของเล่นพลาสติก มุมดนตรี มุมแต่งตัว มุมนิทาน นอกจากนี้ทาง โรงเรียนได้จัดทำห้องน้ำ ห้องส้วม ไว้ภายในห้องเรียนเพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเด็ก ภายในห้องเรียน จัดตกแต่งสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาด้วยพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ได้แก่ ไม้ดอกไม้ประดับ ผักสวนครัว ไม้ยืนต้น หน้าอาคารเรียนจัดให้มีสระน้ำ เพื่อเลี้ยงสัตว์น้ำ เช่น ปลาหางนกยูง ฯลฯ และมี สวนหย่อมด้านหน้าเพื่อความสวยงาม ความเพลิดเพลิน เพื่อเอื้อต่อการพัฒนาการของเด็กได้ ศึกษานอก
หน้า ๘๓ สถานที่ทำให้เด็กได้สัมผัสธรรมชาติของจริง ส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพจิตดี สนุกสนานกับการเรียนรู้มีคุณครูจัด กิจกรรมให้กับเด็ก ยึดหลักการสะอาด ร่มรื่น สวยงาม เป็นระเบียบ ปลอดภัย ทั้งภายในและภายนอก ห้องเรียน สื่อและแหล่งการเรียนรู้ ------------------------- สื่อ สื่อเป็นเครื่องมือของการเรียนรู้ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก เพิ่มพูน ทักษะและประสบการณ์ สร้างสถานการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทางด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจ และสติปัญญา ตลอดจนเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมให้แก่เด็ก มีระบบในการ ควบคุมสื่อย่างเป็นระบบ มีผู้ดูแลรับผิดชอบ มีกระบวนการดังนี้ 1. การจัดหา มีการสอบถามความต้องการในการใช้สื่อของครูผู้สอน โดยให้แต่ละห้อง นำเสนอทุก ต้นปีการศึกษา 2. การจัดเก็บ สื่อทุกประเภทมีทะเบียนคุม มีเอกสารชัดเจน 3. การจัดการ เมื่อลงทะเบียนแล้วจะแยกให้ครูประจำชั้นรับได้ เก็บได้โดยให้แต่ละห้องนำเสนอทุก ต้นปีการศึกษา 4. การซ่อม จะมีการสำรวจสื่อทุกสิ้นภาคเรียน เพื่อดูว่าสื่อใดชำรุดจะซ่อมบำรุงหรือจำหน่าย ลักษณะของสื่อ แบ่งออกเป็น 6 ประเภท 1. สื่อธรรมชาติ หมายถึง สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น พืช ผัก ผลไม้ ดิน หิน เป็นต้น 2. สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่น เอกสาร หนังสือ ตำรา นิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร จุลสาร แผนที่ แผนภูมิตาราง สถิติกราฟ เป็นต้น 3. สื่อวัสดุและอุปกรณ์หมายถึง วัสดุที่ประดิษฐ์เพื่อประกอบการเรียน เช่นบัตรคำ หุ่นจำลอง เกมการศึกษา เครื่องมืออุปกรณ์ทดลอง เป็นต้น 4.สื่อที่ไม่ใช่ความเรียง หมายถึง สื่อที่ไม่มีตัวหนังสือกำกับ เช่น สัญลักษณ์ต่าง ๆ เครื่องหมายต่าง ๆ 5. สื่อเทคโนโลยี หมายถึง สื่อการเรียนรู้ที่ได้ผลิตขึ้น เพื่อใช้ควบคู่กับเครื่องมือโทรทัศน์ วัสดุ หรือเครื่องมือที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทปบันทึกภาพ (วีดีทัศน์) แถบบันทึกเสียง สไลด์ คอมพิวเตอร์ ซีดี วีซีดี เป็นต้น แหล่งการเรียนรู้ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ ได้จัดบรรยากาศ ทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้สอดคล้องกับพัฒนาการ ของเด็กแต่ละวัย บูรณาการการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่สนุกสนาน โดยได้ดำเนินการจัดแหล่งเรียนรู้ดังนี้ 1. ภายในห้องเรียน เน้นความปลอดภัย สะอาด สวยงาม ภายในห้องมีมุมประสบการณ์หรือศูนย์ การเรียนและสื่ออุปกรณ์ที่แข็งแรง สวยงาม ปลอดภัย และเพียงพอกับจำนวนเด็ก เพื่อให้เด็กเรียนรู้จากการ สัมผัสทั้ง 5 สำหรับมุมประสบการณ์หรือศูนย์การเรียน ได้แก่ มุมบ้าน มุมหมอ มุมร้านค้า มุมวิทยาศาสตร์ มุมหนังสือ มุมบล็อก มุมดนตรี เป็นต้น 2. ภายในโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ จัดให้มี บรรยากาศที่สะอาด ร่มรื่น สวยงาม เป็นระเบียบ ปลอดภัย มีต้นไม้มากมายหลายชนิด พันธุ์ไม้ต่าง ๆ และ ห้องสำคัญต่าง ๆ ในโรงเรียน เช่น ห้องสมุด ห้องพยาบาล และอื่น ๆ
หน้า ๘๔ 3. ภายนอกโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ คือ สถานที่ต่าง ๆ เช่น ศูนย์เรียนรู้ชุมชน สวนสาธารณะดอนเกิน อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล วัดหิน กลุ่มคน ทำดาวท่าแร่ หนองหาร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สำนักงานเทศบาล สถานีตำรวจ ตลาด และอื่น ๆ โดยได้กำหนดพาเด็กไปศึกษาเรียนรู้ตามโอกาสที่สมควร การประเมินพัฒนาการ ------------------------ การประเมินพัฒนาการเป็นกระบวนการต่อเนื่องให้ครอบคลุมพัฒนาการเด็กทุกด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์และจิตใจ สังคม และสติปัญญา เพื่อนำผลมาใช้วางแผนจัดกิจกรรมให้เด็กแต่ละคนได้ พัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ สังกัดกองการศึกษา เทศบาลตำบลท่าแร่ จัดให้มีการ ประเมินอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพัฒนาการทุกด้าน เป็นการประเมินสถานการณ์ปกติขณะที่เด็กทำกิจกรรม ประจำวันและช่วงเวลาต่าง ๆ ได้แก่ การสังเกต การสอบถาม การสัมภาษณ์ การสนทนา การบันทึก พฤติกรรมเด็กและวิเคราะห์ข้อมูล/ผลงานที่เก็บอย่างเป็นระบบ แล้วนำข้อมูลจากการประเมินพัฒนาการมา สรุปเพื่อเขียนรายงานผลพัฒนาการลงในสมุดรายงานประจำตัวเด็กในทุกภาคเรียน และรายงานให้ผู้ปกครอง ทราบอย่างชัดเจน และต่อเนื่อง โดยดำเนินการต่อไปนี้ ก่อนเรียน จัดทำข้อมูลของเด็กเป็นรายบุคคล โดยให้ผู้ปกครองกรอกข้อมูลและสัมภาษณ์ ผู้ปกครอง เช่น ข้อมูลทั่วไป ประวัติสุขภาพ ลักษณะนิสัย ระหว่างเรียน จัดทำเครื่องประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับเด็ก รวมทั้งใช้แหล่งข้อมูลหลาย ๆ ด้าน ได้แก่ การสังเกต การบันทึกพฤติกรรม การสนทนา การ สัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล จากผลงานเด็กที่เก็บอย่างมีระบบบันทึกการเรียน บันทึกสุขภาพ และบันทึก กิจกรรมต่าง ๆ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับความสามารถหรือ พัฒนาการแต่ละด้านของเด็ก หลังเรียน มีการนำข้อมูลจากการประเมินพัฒนาการมารวบรวมสรุปและเขียนรายงานผล พัฒนาการลงในสมุดรายงานประจำตัวทุกภาคเรียน เกณฑ์การประเมินพัฒนาการ คือ การนำผลประเมินมาสรุปและจัดระบบพัฒนาการ ดังนี้ ระดับ ๓ = ดี หมายถึง ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่วชัดเจน ระดับ ๒ = พอใช้ หมายถึง ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแต่ยังไม่คล่องแคล่ว ระดับ ๑ = ปรับปรุง หมายถึง ปฏิบัติได้บ้างแต่ครูต้องให้ความช่วยเหลือ การประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการระดับปฐมวัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้คือ 1. ประเมินพัฒนาการประจำแต่ละกิจกรรม 2. ประเมินพัฒนาการประจำวัน 3. ประเมินพัฒนาการประจำภาค / ปี
หน้า ๘๕ วิธีประเมินพัฒนาการ 1. การสังเกต 1.1 ครูสังเกตเด็กตลอดเวลา เช่น ขณะเรียน เล่น และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานศึกษา การเรียนกิจกรรมเสรีทั้งเป็นกลุ่ม และรายบุคคลสม่ำเสมอ ๑.๒ บันทึกการสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กในสมุดรายงานประจำตัวของเด็ก 2. การสัมภาษณ์ คือ การสนทนากับเด็กเป็นรายบุคคล และเป็นกลุ่ม อาจจะมีการบันทึกการ สนทนาด้วยเพื่อหาวิธีการแก้ไข หรือทำให้ทราบว่าประสบผลสำเร็จหรือไม่ 3. ตรวจผลงานและวิเคราะห์ข้อมูล การจัดระดับคุณภาพของการประเมินผลพัฒนาการมีดังนี้ ระดับคุณภาพ ๓ มีค่าเฉลี่ยระหว่าง ๒.๕๐ – ๓.๐๐ หมายความว่า ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่วชัดเจน ระดับคุณภาพ ๒ มีค่าเฉลี่ยระหว่าง ๑.๕๐ – ๒.๔๙ หมายความว่า ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องแต่ยังไม่คล่องแคล่ว ระดับคุณภาพ ๑ มีค่าเฉลี่ยระหว่าง ๑.๐๐ – ๑.๔๙ หมายความว่า ปฏิบัติได้บ้างแต่ครูต้องให้ความช่วยเหลือ
หน้า ๘๖ บทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินงานประเมินพัฒนาการ การดำเนินงานประเมินพัฒนาการของสถานศึกษานั้น ต้องเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม ในการประเมินพัฒนาการและร่วมรับผิดชอบอย่างเหมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาแต่ละขนาด ดังนี้ ผู้ปฏิบัติ บทบาทหน้าที่ในการประเมินพัฒนาการ ผู้สอน ๑. ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย และแนวการปฏิบัติการประเมิน พัฒนาการ หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ๒. วิเคราะห์และวางแผนการประเมินพัฒนาการที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียน ประจำวัน/กิจวัตรประจำวัน ๓. จัดประสบการณ์ตามหน่วยการเรียนรู้ ประเมินพัฒนาการ และบันทึกผลการ ประจำวัน/ กิจวัตรประจำวัน ๔. รวบรวมผลการประเมินพัฒนาการ แปลผลและสรุปผลการประเมินเมื่อสิ้น ภาคเรียน สิ้นปีการศึกษา ๕. สรุปผลการประเมินพัฒนาการระดับชั้นเรียนลงในสมุดบันทึกผลการ ประเมินประจำชั้น ๖. จัดทำสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน ๗. เสนอผลการประเมินพัฒนาการต่อผู้บริหารสถานศึกษาลงนามอนุมัติ ผู้บริหารสถานศึกษา ๑.กำหนดผู้รับผิดชอบงานประเมินพัฒนาการตามหลักสูตร และวางแนวทาง ปฏิบัติการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ๒. นิเทศ กำกับ ติดตามให้การดำเนินการประเมินพัฒนาการให้บรรลุเป้าหมาย ๓. ผลการประเมินพัฒนาการไปจัดทำรายงานผลการดำเนินงานกำหนด นโยบาย และวางแผนพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย พ่อ แม่ ๑. ให้ความร่วมมือกับผู้สอนในการประเมินพฤติกรรมของเด็กที่สังเกตได้ จาก ผู้ปกครอง ข้อมูลประกอบการแปลผลที่เที่ยงตรงของผู้สอน ๒. รับทราบผลการประเมินของเด็กและสะท้อนให้ข้อมูลย้อนกลับที่เป็นประโยชน์ ในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กในปกครองของตนเอง ๓. ร่วมกับผู้สอนในการจัดประสบการณ์หรือเป็นวิทยากรท้องถิ่น คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้น พื้นฐาน ๑. ให้ความเห็นชอบและประกาศใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยและแนวปฏิบัติ ประเมินพัฒนาการตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ๒. รับทราบผลการประเมินพัฒนาการของเด็กเพื่อการประกันคุณภาพภายใน
หน้า ๘๗ การบริหารจัดการหลักสูตร การนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสู่การปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพตามจุดหมายของผู้เกี่ยวข้อง หลักสูตรกับการบริหารจัดการหลักสูตรในระบบสถานศึกษา ได้แก่ ผู้บริหาร ผู้สอน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพของเด็ก ๑. บทบาทผู้บริหารสถานศึกษาปฐมวัย การจัดการศึกษาแก่เด็กปฐมวัยในระบบสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดผู้บริหาร สถานศึกษาควรมีบทบาท ดังนี้ ๑.๑ ศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยและมีวิสัยทัศน์ด้านการจัดการปฐมวัย ๑.๒ คัดเลือกบุคลากรที่ทำงานกับเด็ก เช่น ผู้สอน พี่เลี้ยงอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงคุณสมบัติ หลักของบุคลากร ดังนี้ ๑.๒.๑ มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาลศึกษา การศึกษาปฐมวัย หรือผ่านการอบร ม เกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัย ๑.๒.๒ มีความรักเด็ก จิตใจดี มีอารมณ์ขันและใจเย็นความเป็นกันเองกับเด็กอย่างเสมอภาค ๑.๒.๓ มีบุคลิกของความเป็นผู้สอน เข้าใจและยอมรับธรรมชาติของเด็กตามวัย ๑.๒.๔ พูดจาสุภาพเรียบร้อย ชัดเจนเป็นแบบอย่างได้ ๑.๒.๕ มีความเป็นระเบียบ สะอาด และรู้จักประหยัด ๑.๒.๖ มีความอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่และการปฏิบัติต่อเด็ก ๑.๒.๗ มีอารมณ์ร่วมกับเด็ก รู้จักรับฟัง พิจารณาเรื่องราวปัญหาต่าง ๆ ของเด็กปัญหาต่าง ๆ อย่างมีเหตุผลด้วยความเป็นธรรม ๑.๒.๘ มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตสมบูรณ์ ๑.๓ ส่งเสริมการจัดบริการทางการศึกษาให้เด็กได้เข้าเรียนอย่างทั่วถึง และเสมอภาค ปฏิบัติการรับเด็กตามเกณฑ์ที่กำหนด ๑.๔ ส่งเสริมให้ผู้สอนและผู้ที่ปฏิบัติงานกับเด็กพัฒนาตนเองมีความรู้ความก้าวหน้า ๑.๕ เป็นผู้นำในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดยร่วมให้ความเห็นชอบ กำหนดวิสัยทัศน์ และ คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กทุกช่วงอายุ ๑.๖ สร้างความร่วมมือและประสานกับบุคลากรทุกฝ่ายในการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ๑.๗ จัดให้มีข้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกับตัวเด็ก งานวิชาการหลักสูตร อย่างเป็นระบบและมีการ ประชาสัมพันธ์หลักสูตรสถานศึกษา ๑.๘ สนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อมตลอดจนสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ๑.๙ นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสูตร โดยจัดให้มีระบบนิเทศภายในอย่างมีระบบ ๑.๑๐ กำกับติดตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาและนำผลจากการประเมิน ไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพเด็ก ๑.๑๑ กำกับ ติดตาม ให้มีการประเมินการน าหลักสูตรไปใช้ เพื่อนำผลจากการประเมิน มาปรับปรุงและพัฒนาสาระของหลักสูตรของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็ก บริบท สังคม ให้มีความทันสมัย
หน้า ๘๘ ๒. บทบาทผู้สอนปฐมวัย การพัฒนาคุณภาพเด็กโดยถือว่าเด็กมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษา ส่งเสริมให้ เด็กสามารถพัฒนาตนตามธรรมชาติ สอดคล้องกับพัฒนาการและเต็มตามศักยภาพ ดังนั้น ผู้มีบทบาทสำคัญ ยิ่งที่จะทำให้กระบวนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าวบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้สอนจึงควรมีบทบาท / หน้าที่ ดังนี้ ๒.๑ บทบาทในฐานะผู้เสริมสร้างการเรียนรู้ ๒.๑.๑ จัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กที่กำหนดขึ้นด้วยตัวเด็ก ผู้สอนกับเด็กร่วมกัน กำหนด โดยเสริมสร้างพัฒนาการเด็กให้ครอบคลุมทุกด้าน ๒.๑.๒ ส่งเสริมให้เด็กใช้ข้อมูลแวดล้อม ศักยภาพของตัวเด็ก และหลักทางวิชาการ การ ผลิตกระทำ หรือหาคำตอบในสิ่งที่เด็กเรียนรู้อย่างมีเหตุผล ๒.๑.๓ กระตุ้นให้เด็กร่วมคิด แก้ปัญหา ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง การศึกษาที่นำไปสู่ การใฝ่รู้ และพัฒนาตนเอง ๒.๑.๔ จัดสภาพแวดล้อมและสร้างบรรยากาศการเรียนที่สร้างเสริมให้เด็กทำกิจกรรมได้ เต็มศักยภาพและความแตกต่างของเด็กแต่ละบุคคล ๒.๑.๕ สอดแทรกการอบรมด้านจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ในการจัดการเรียนรู้ และกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ ๒.๑.๖ ใช้กิจกรรมการเล่นเป็นสื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ๒.๑.๗ ใช้ปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้สอนและเด็กในการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน อย่างสม่ำเสมอ ๒.๑.๘ จัดการประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับสภาพจริงและนำผลการประเมินมา ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพเด็กเต็มศักยภาพ ๒.๒ บทบาทในฐานะผู้ดูแลเด็ก ๒.๒.๑ สังเกตและส่งเสริมพัฒนาการเด็กทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ๒.๒.๒ ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน ๒.๒.๓ ฝึกให้เด็กมีความเชื่อมั่น มีความภูมิใจในตนเองและกล้าแสดงออก ๒.๒.๔ ฝึกการเรียนรู้หน้าที่ ความมีวินัย และการมีนิสัยที่ดี ๒.๒.๕ จำแนกพฤติกรรมเด็กและสร้างเสริมลักษณะนิสัยและแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล ๒.๒.๖ ประสานความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา บ้าน และชุมชน เพื่อให้เด็กได้พัฒนาเต็ม ตามศักยภาพ และมีมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ๒.๓ บทบาทในฐานะนักพัฒนาเทคโนโลยีการสอน ๒.๓.๑ นำนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการสอน มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพบริบท สังคม ชุมชน และท้องถิ่น ๒.๓.๒ ใช้เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ในชุมชนในการเสริมสร้างการเรียนรู้ให้แก่เด็ก ๒.๓.๓ จัดทำวิจัยในชั้นเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาหลักกระบวนการเรียนรู้และพัฒนา สื่อการเรียนรู้ ๒.๓.๔ พัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีคุณลักษณะของผู้ใฝ่รู้และทันสมัย ทันเหตุการณ์ในยุคของข้อมูลข่าวสาร
หน้า ๘๙ ๒.๔ บทบาทในฐานะผู้บริหารหลักสูตร ๒.๔.๑ ทำหน้าที่วางแผนกำหนดหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมเรียนรู้ การประเมินผล การเรียนรู้ ๒.๔.๒ จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ให้เด็กมีอิสระในการเรียนรู้ทั้งกาย และใจ เปิดโอกาสให้เด็กเล่น/ทำงาน และเรียนรู้ทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม ๒.๔.๓ ประเมินผลการใช้หลักสูตร เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของ ผู้เรียน ชุมชน และท้องถิ่น ๓. บทบาทของพ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กปฐมวัย การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่จัดให้แก่เด็กที่ผู้สอนและพ่อแม่หรือผู้สื่อสารกันตลอดเวลา เพื่อความเข้าใจตรงกันและพร้อมร่วมมือกันในการจัดการศึกษาให้กับเด็กหรือผู้ปกครอง ควรมีบทบาทหน้าที่ ดังนี้ ๓.๑ มีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและให้ความเห็นชอบกำหนดแผนการเรียนรู้ของ เด็กร่วมกับผู้สอนและเด็ก ๓.๒ ส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กตามศักยภาพ ๓.๓ เป็นเครือข่ายการเรียนรู้ จัดบรรยากาศภายในบ้านให้เอื้อต่อการเรียนรู้ ๓.๔ สนับสนุนทรัพยากรเพื่อการศึกษาตามความเหมาะสมและจำเป็น ๓.๕ อบรมเลี้ยงดู เอาใจใส่ ให้ความรัก ความอบอุ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการต่าง ๆ ของเด็ก ๓.๖ ป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ตลอดจนส่งเสริมคุณลักษณะที่พึงประสงค์ โดยประสานความร่วมมือกับผู้สอน / ผู้เกี่ยวข้อง ๓.๗ เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ และนำไปสู่การพัฒนาให้ เป็นสถาบันแห่งการเรียนรู้ ๓.๘ มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กและในการประเมินการจัดการศึกษาของ สถานศึกษา ๔. บทบาทของชุมชน การปฏิรูปการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. ๒๕๔๒ ได้กำหนดให้ชุมชนมี บทบาทในการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยให้มีการประสานความร่วมมือเพื่อร่วมกันพัฒนาศักยภาพ ของเด็ก ดังนั้น ชุมชนจึงมีบทบาทในการจัดการศึกษาปฐมวัย ดังนี้ ๔.๑ มีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษา ในบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา สมาคม / ชมรม ผู้ปกครอง ๔.๒ มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษาเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการของสถานศึกษา ๔.๓ เป็นศูนย์การเรียนรู้ เครือข่ายการเรียนรู้ให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จากสถานการณ์จริง ๔.๔ ให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของสถานศึกษา ๔.๕ ส่งเสริมให้มีการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา ตลอดจนวิทยากรภายนอก และภูมิปัญญา ท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กทุกด้าน รวมทั้งสืบสานจารีตประเพณี ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและ ของชาติ ๔.๖ ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่งวิทยาการของชุมชน และมีส่วนในการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น