หน้า ๙๐ ๔.๗ มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาของสถานศึกษาทำหน้าที่ เสนอแนะในการพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย ( เด็กอายุ๓–๖ปี ) สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การจัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สามารถนำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยไปปรับใช้ได้ส่วน ของโครงสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ และการประเมินพัฒนาการให้เหมาะสมตาม สภาพ บริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็กแต่ละประเภท เพื่อพัฒนาให้เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนด โดยดำเนินการดังนี้ ๑. เป้าหมายคุณภาพเด็ก หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ในการพัฒนาเด็ก สถานศึกษา หรือผู้จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ สามารถเลือกหรือปรับใช้ ตัวบ่งชี้และสภาพการพัฒนาเด็ก เพื่อนำไปทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพพัฒนาของเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ๒. การประเมินพัฒนาการ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยความแตกต่างของเด็ก อาทิ เด็กที่พิการอาจต้อง ปรับการประเมินพัฒนาการที่เอื้อต่อสภาพเด็ก ทั้งวิธีการ เครื่องมือที่ใช้ หรือกลุ่มเด็กที่มี การสร้างรอยเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ การสร้างรอยเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความสำคัญอย่างยิ่ง บุคลากรทุกฝ่ายจะต้องให้ความสนใจต่อการช่วยลดช่องว่างของความไม่เข้าใจในการจัดการศึกษาทั้งสอง ระดับ ส่งผลดีต่อการจัดการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงด้เป็นอย่างดี สามารถ พัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างราบรื่น โดยครูผู้สอน พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษาอื่น ๆ ทั้งระบบมี ส่วนร่วมในการสร้างรอยเชื่อมต่อ การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ จะ ประสบผลสำเร็จได้บุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ ๑. ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการรอยเชื่อมต่อระหว่างหลักสูตร การศึกษาปฐมวัยในช่วงอายุ ๓–๖ ปี กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยต้องศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ เพื่อทำความเข้าใจและจัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการที่จะเอื้อต่อ การสร้างรอยเชื่อมต่อการศึกษา โดยผู้บริหารสถานศึกษา ควรดำเนินการ ดังนี้ ๑.๑ จัดประชมครูผู้สอนระดับปฐมวัยและครูผู้สอนระดับประถมศึกษา ร่วมกันสร้างความเข้าใจรอย เชื่อมต่อของหลักสูตรทั้งสองระดับให้เป็นแนวปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อครูผู้สอนทั้งสองระดับจะได้ตรียม การสอนให้สอดคล้องกับเด็กวัยนี้ ๑.๒ จัดหาเอกสารด้านหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับ มาไว้ให้ครูผู้สอนและ บุคลากรอื่น ๆ ได้ศึกษาทำความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพียงพอ ๑.๓ จัดกิจกรรมให้ครูผู้สอนทั้งสองระดับ มีโอกาสแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ร่วมกัน ๑.๔ จัดหาสื่อ วัสดุอุปกรณ์ และจัดสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการสร้างรอยเชื่อมต่อ ๑.๕ จัดกิจกรรมให้ความรู้ กิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ และจัดทำเอกสารเผยแพร่ให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจการศึกษาทั้งสองระดับ และให้ความร่วมมือในการ ช่วยเด็กให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ได้ดี
หน้า ๙๑ ในกรณีที่สถานศึกษาไม่มีระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในสถานศึกษาของตนเอง ผู้บริหารสถานศึกษา ควรประสานกับสถานศึกษาที่คาดว่าเด็กจะไปเข้าเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ในการ ช่วยเหลือเด็กให้สามารถปรับตัวเข้ากับสถานศึกษาใหม่ได้ ๒. ผู้สอนระดับปฐมวัย ผู้สอนระดับปฐมวัย นอกจากจะต้องศึกษาทำความเข้าใจหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานการ จัดการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และสร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและ บุคลากรอื่น ๆ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวก่อนเลื่อนขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่๑ โดยผู้สอนระดับปฐมวัย ควรดำเนินการ ดังนี้ ๒.๑ เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กเป็นรายบุคคลเพื่อส่งต่อครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ซึ่งจะทำให้ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูลนั้นช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวเข้ากับการเรียนรู้ใหม่ ต่อไป ๒.๒ พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เพื่อให้เด็กเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ๒.๓ จัดให้เด็กได้มีโอกาสทำความรู้จักกับครูผู้สอน ตลอดจนการสำรวจสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศของห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่๑ 2.4 จัดสื่อ วัสดุอุปกรณ์ หนังสือที่เหมาะสมกับวัยเด็ก ที่ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ พื้นฐานที่สอดคล้องกับการสร้างรอยเชื่อมต่อในการเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ๓. ผู้สอนระดับประถมศึกษา ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัย และมีเจตคติที่ดีต่อ การจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ใน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ให้ต่อเนื่องกับการพัฒนาเด็กในระดับปฐมวัย โดยครูผู้สอนระดับประถมศึกษา ควรดำเนินการ ดังนี้ ๓.๑ จัดกิจกรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครอง มีโอกาสได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับครูผู้สอนและ ห้องเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ก่อนเปิดภาคเรียน ๓.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้ใกล้เคียงกับห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมุมประสบการณ์ภายใน ห้อง เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ เช่น มุมหนังสือ มุมของเล่น มุมเกมการศึก เพื่อช่วยให้ เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ได้ปรับตัวและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ๓.๓ จัดกิจกรรมร่วมกันกับเด็กในการสร้างข้อตกลงเกี่ยวกับการปฏิบัติตน 3.4 จัดกิจกรรมช่วยเหลือ ส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ๓.5 เผยแพร่ข่าวสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ๔. พ่อแม่ ผู้ปกครอง พ่อแม่ ผู้ปกครอง เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการอบรมเลี้ยงดู และส่งเสริมการศึกษาของบุตรหลาน และเพื่อช่วยบุตรหลานของตนเองในการศึกษาต่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควรดำเนินการ ดังนี้ 4.1 ศึกษาและทำความเข้าใจหลักสูตรของการศึกษาทั้งสองระดับ 4.2 จัดหาหนังสือ อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวัยเด็ก 4.3 มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุตรหลาน ให้ความรัก ความเอาใจใส่ ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
หน้า ๙๒ 4.4 จัดเวลาในการทำกิจกรรมร่วมกันกับบุตรหลาน เช่น เล่านิทาน อ่านหนังสือร่วมกัน สนทนา พูดคุย ซักถามปัญหาในการเรียน ให้การเสริมแรงและให้กำลังใจ 4.5 ร่วมมือกับผู้สอนและสถานศึกษาในการช่วยเตรียมตัวบุตรหลาน เพื่อช่วยให้บุตรหลานของตน ปรับตัวได้ดีขึ้น การนำหลักสูตรปฐมวัยไปใช้ การนำกรอบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยในองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นไปใช้ในสถานศึกษานั้นครูผู้สอนในสถานศึกษาจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยและคู่มือหลักสูตรปฐมวัย (เด็กอายุ๓–๖ ปี) โดยดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาการศึกษา ปฐมวัยมีดังนี้ ๑. การเตรียมความพร้อม - สร้างความตระหนัก - พัฒนาบุคลากร - จัดระบบสารสนเทศ - จัดระบบบริหารจัดการในรูปกรรมการ ๒. การจัดหลักสูตร - หลักสูตรของครูผู้สอนแต่ละคน (แผนการจัดประสบการณ์) - หลักสูตรชั้นปี(หน่วยการเรียนรู้/กิจกรรม) ๓. การสนับสนุนคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา - ระบบการประเมินพัฒนาการ - การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา - การพัฒนาและเลือกใช้สื่อ - การประกันคุณภาพภายในการศึกษา ๔. การบริหารจัดการ - ระบบบริหารทั่วไป - งบประมาณ - อาคารสถานที่ - วัสดุอุปกรณ์ - ระบบประเมินตนเอง - บริหารบุคลากรทุกด้าน ๕. การนิเทศกำกับติดตามประเมินผล - คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพวิชาการ - หน่วยงานต้นสังกัด - คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ - คณะกรรมการสถานศึกษา ๖. สรุปและรายงาน - สรุปการประเมินตนเองของสถานศึกษา - รายงานคณะกรรมการสถานศึกษา
หน้า ๙๓ - รายงานผู้ปกครอง/นักเรียน - รายงานชุมชน - รายงานหน่วยบังคับบัญชาเพื่อการสนับสนุน ๗. การปรับปรุงและการพัฒนา - ปรับแผนปฏิบัติงานปีต่อไป - ปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา - ปรับปรุงการบริหารจัดการ - ปรับปรุงระบบสนับสนุนคุณภาพ - ปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ๘. แผนที่ความคิดในแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สิ่งที่เด็กรู้แล้ว และสิ่งที่เด็กต้องการจากการ ที่ครูสนทนากับเด็กในหน่วยการเรียนรู้นั้น ๆ เพื่อทราบประสบการณ์เดิมและสิ่งที่เด็กสนใจเรียนรู้ นำมาเป็น ข้อมูลในการออกแบบการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็ก ๙. กิจกรรมสร้างสรรค์ในแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ครูผู้สอนสามารถออกแบบกิจกรรมได้ มากกว่า ๒ กิจกรรมต่อหนึ่งวัน เพื่อให้เด็กได้เลือกปฏิบัติกิจกรรมอย่างหลากหลายตามความสนใจ กิจกรรมที่ จัดขึ้นควรเน้นการทำงานเป็นกลุ่มเพื่อส่งเสริมทักษะชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคม ๑๐. กิจกรรมเสรีในแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ครูผู้สอนควรจัดศูนย์การเรียนรู้และเตรียม สื่อ อุปกรณ์ให้สอดคล้องกับหน่วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ -การจัดศูนย์การเรียนรู้ควรจัดให้มีอย่างน้อย ๔ ศูนย์หลักคือศูนย์บ้าน ศูนย์บล็อก ศูนย์หนังสือ ศูนย์ดนตรีทั้งนี้โรงเรียนสามารถจัดได้มากกว่า ๔ ศูนย์ขึ้นอยู่กับจุดเน้นและบริบทของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม โรงเรียนควรปรับเปลี่ยนศูนย์การเรียนรู้ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทั้ง ๔ ด้าน ให้เต็มตามศักยภาพ ๑๑. สาระการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ครูผู้สอนสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หลักสูตรสถานศึกษาการศึกษาปฐมวัยจะต้องสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ สภาพแวดล้อม ชุมชน ท้องถิ่น และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับธรรมชาติและการเรียนรู้กับเด็กปฐมวัย หลักสูตรแต่ละ สถานศึกษามีจุดมุ่งหมายคือมุ่งให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างเหมาะสมกับวัยความสามารถและความแตกต่างของบุคคล เพื่อพัฒนาเด็กให้เกิดความสุขในการเรียนรู้ เกิดทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต รวมทั้งการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์แก่เด็ก
หน้า ๙๔ ตารางกิจกรรมประจำวัน ช่วงเช้า เวลา 07.30 – 08.00 น. รับเด็กเป็นรายบุคคล 08.00 – 08.15 น. เคารพธงชาติ สวดมนต์ กิจกรรมหน้าเสาธง 08.15 – 08.30 น. ตรวจสุขภาพ เข้าห้องน้ำ 08.30 – 09.00 น. กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ 09.00 - 09.30 น. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ 09.30 – 10.00 น. กิจกรรมสร้างสรรค์ 10.00 – 10.30 น. กิจกรรมเสรี 10.30 - 11.00 น. กิจกรรมกลางแจ้ง 11.00 - 12.00 น. พักรับประทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่าย เวลา 12.00 - 14.00 น. นอนหลับพักผ่อน ตื่นนอน 14.00 – 14.30 น. เก็บที่นอน ล้างหน้า/ดื่มนม 14.30 – 15.00 น. กิจกรรมเกมการศึกษา 15.00 – 15.30 น. เตรียมตัวกลับบ้าน 15.30 – 16.30 น. งานสนับสนุกการจัดการเรียนรู้/งานทั้ง 4 ด้าน หมายเหตุ สามารถปรับได้ตามความเหมาะสม
หน้า ๙๕ ภาคผนวก - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาฯ - ประกาศโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ เรื่อง อนุญาตให้ใช้หลักสูตร สถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๐ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๖)
หน้า ๙๖ คำสั่งโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ ที่ /๒๕6๖ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2560 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๖) โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้กำหนดให้สถานศึกษา ดำเนินการจัดทำหลักสูตรระดับสถานศึกษา โดยให้มีความสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นไป ฉะนั้นเพื่อให้การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๖) ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี) ดำเนินไปด้วย ความเรียบร้อย จึงแต่งตั้งบุคคลต่อไปนี้เป็นคณะกรรมการจัดทำหลักสูตร ดังนี้ 1. คณะกรรมการอำนวยการ 1.1 นายศิริพงษ์ ศรีวรกุล ประธานกรรมการ 1.2 นางสาวสุรารัตน์ มุลเมืองแสน กรรมการ 1.3 นางสาวกรรณิกา พลบุตร กรรมการ/เลขานุการ 2. คณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา 2.1 นางสาวกรรณิกา พลบุตร ประธานกรรมการ 2.2 นางสุคนธา สายสมร กรรมการ 2.3 นางสาวพัชมณ กาแก้วกิตตินาวา กรรมการ 2.4 นางสาวพรพะนา ประเทพา กรรมการ 2.๕ นางกรรณิกา กาแก้ว กรรมการ 2.๖ นางจันทร์เพ็ญ บังแมน กรรมการ 2.๗ นางชญาณิศา สุวรรณ กรรมการ/เลขานุการ มีหน้าที่ วางแผนการดำเนินการ และดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 และตามบริบทสถานศึกษา สภาพเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ ๑๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕6๖ (นางสาวกรรณิกา พลบุตร) ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่
หน้า ๙๗ ประกาศโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ เรื่อง อนุญาตให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาพุทธศักราช 2560 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.256๖) โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ การศึกษาปฐมวัย เป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี บนพื้นฐานของการอบรม เลี้ยงดูและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ซึ่งในการจัดประสบการณ์ให้เด็กอายุ 3-6 ปี จะต้องยึดหลักการอบรม เลี้ยงดูควบคู่กับการให้การศึกษา โดยต้องคำนึงถึงความสนใจและความต้องการของเด็กทุกคน เพื่อให้เด็กมี พัฒนาการครบทั้ง ๔ ด้าน ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างสมดุล เพื่อให้เด็กแต่ละ คนได้มีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการสูงสุดตามศักยภาพ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ได้อย่างมีความสุข เป็นคนดีและคนเก่งของสังคม และสอดคล้องกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อทางศาสนา สภาพเศรษฐกิจ สังคม โดยความร่วมมือจากบุคคล ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น องค์กรเอกชน สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ตามที่คณะกรรมการได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการ จัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัย นั้น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ พิจารณาแล้ว อนุญาตให้ใช้เอกสารหลักสูตรนี้ในโรงเรียนได้ ประกาศ ณ วันที่ 1๖ พฤษภาคม 256๖ (นายศิริพงษ์ ศรีวรกุล) (นางสาวกรรณิกา พลบุตร) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่ โรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลท่าแร่
หน้า ๙๘ บรรณานุกรม หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐. กรุงเทพฯ คุรุสภา ๒๕๖๐. สำนักประสานและพัฒนาการ จัดการศึกษาท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. แนวการจัดกิจกรรมเตรียมประสบการณ์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษาสังกัดองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น.กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.(2559)