ข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ ๑ จงทำเครื่องหมาย X เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (ระยะเวลาทำข้อสอบ ๖o นาที) ๑. ข้อใดต่อไปนี้อธิบายลักษณะของ "ขนมไทย" ได้ชัดเจนที่สุด ก. ขนมไทยมีวิธีการทำที่ยุ่งยาก ข. ขนมไทยมีหลากหลายชนิดและรสชาติอร่อย ค. ขนมไทยใช้เครื่องปรุงจำนวนมาก ง. ขนมไทยหาซื้อได้ยาก ๒. คุณแม่บอกว่า “คนไทยเป็นชาติที่รักสวยรักงาม ต้อง.............ตกแต่งของกินของใช้ให้ดูสวยงาม” ควรเติม คำข้อใดลงในช่องว่าง ก. ประดิดประดอย ข. ค้นคว้า ค. ทดลอง ง. ลองผิดลองถูก ๓. ข้อใดไม่ใช่วัฒนธรรมของคนไทยที่สะท้อนออกมาจากการทำขนมไทย ก. ความละเอียดอ่อน ข. ความรักชาติ ค. ความใจเย็น ง. ความประณีตสวยงาม อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๔-๕ "ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกมาจากบ้านหน้าตาตื่น พร้อมทั้งร้องตะโกนให้คนช่วย ทำให้คนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง ต่างตกอกตกใจวิ่งออกมาดู บางบ้านรีบเปิดไฟ และบางคนช่วยโทรศัพท์แจ้งหน่วยงานดับเพลิง" ๔. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงเวลาใด ก. เช้า ข. สาย ค. เย็น ง. ค่ำ ๕. เกิดเหตุการณ์ใดขึ้นภายในบ้านของผู้หญิงคนดังกล่าว ก. ขโมยขึ้นบ้าน ข. ไฟไหม้ ค. มีคนเสียชีวิตในบ้าน ง. นอนละเมอ ๖. คำประพันธ์ในข้อใดไม่มีเสียงสระประสม ก. เหมือนหนึ่งแกล้งชักนำจำเพาะ ข. จึงเมียงามเหมาะจนเกินหน้า ค. ไม่ควรเคียงลูกสาวท้าวพระยา ง. แต่วาสนาเงาะเคราะห์ดี ๗. ข้อใดไม่มีคำตาย ก. คนอย่างฉันถ้าทำให้ใครโกรธ ข. ก็ใจโหดโกรธมากยากจะหาย ค. เช่นเดียวกันถ้าใครทำให้อาย ง. ใจฉันร้ายพอที่จะย้อนประจาน
๘. ข้อใดสะกดไม่ถูกต้องทุกคำ ก. โล่ สำอาง บันเทิง ข. รสชาด แผนการ ประนม ค. เบญจเพส เผลอเรอ ยานัตถุ์ ง. ศรีษะ บังสกุล ประสพการณ์ ๙. ประโยคใดมีคำสะกดไม่ถูกต้อง ก. ตำรวจกำลังชันสูตรศพ ข. ทุกคนต้องการอิสรภาพ ค. เขาพูดจาคลุมเครือมาก ง. เธอควรทำงานให้ละเอียดละออ ๑๐. ข้อใดเรียงตามลำดับพจนานุกรมไม่ถูกต้อง ก. ชบา ดาวเรือง ทานตะวัน พุทธรักษา ข. จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ตราด ยะลา ค. เงาะ น้อยหน่า ลางสาด มะม่วง ง. กะเพรา คะน้า ชะอม แตงกวา ๑๑. คำประพันธ์ข้อใดไม่มีคำมูลหลายพยางค์ ก. ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย ข. ใครหุงปรุงไม่เป็น เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ ค. ความรักยักเปลี่ยนท่า ทำน้ำยาอย่างแกงขม ง. ช้าช้าพล่าเนื้อสด ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม ๑๒. ประโยคใดไม่มีคำประสม ก. พ่อค้าวิ่งหนีตำรวจเทศกิจ ข. ตำรวจเป่านกหวีดเสียงดังสนั่น ค. ของหล่นเกลื่อนกลาดเต็มถนน ง. คนเก็บขยะต้องทำงานหนักมาก ๑๓. ข้อใดไม่ใช่ข้อปฏิบัติของการอ่านในใจ ก. กวาดสายตาอ่านอย่างช้า ๆ ข. ไม่ทำปากขมุบขมิบ ค. ไม่ชี้นิ้วตามตัวอักษร ง. ไม่อ่านย้อนหน้าย้อนหลัง
๑๔. ข้อใดคือประโยคใจความสำคัญ ก. ความจำเป็นคือสิ่งที่มีผลต่อการดำรงชีวิต ข. หากไม่มีสิ่งนี้จะทำให้เราดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก ค. เช่น อาหาร ยารักษาโรค ไฟฟ้า น้ำประปา ง. แต่คนเรามักจะแสวงหาไม่รู้จักจบสิ้นจนกลายเป็นความสิ้นเปลือง ก. ข้อ ก. และ ข. ข. ข้อ ก. และ ค. ค. ข้อ ข. และ ง. ง. ข้อ ค. และ ง. ๑๕. คำประพันธ์ในข้อใดเป็นกาพย์ยานี ๑๑ ก. ก้อยกุ้งปรุงประทิ่นวางถึงลิ้นดิ้นแดโดย ข. บินโบกมาค้อยค้อยเกลือกเคล้าเสาวคนธ์ ค. แลไปไม่ปะพสุธาย่อท้อรอราชีวาก็จะประลัย ง. รับกฐินภิญโญโมทนาชุลีลาลงเรือเหลืออาลัย ๑๖. กบเกิดในสระใต้ บัวบาน ฤาห่อนรู้รสมาลย์ หนึ่งน้อย ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี บินโบกมาค้อยค้อย เกลือกเคล้าเสาวคนธ์ (โคลงโลกนิติ) คำประพันธ์บทนี้มีคำตายแทนคำเอกกี่แห่ง ก. ๑ แห่ง ข. ๒ แห่ง ค. ๓ แห่ง ง. ๔ แห่ง ๑๗. สิ่งสำคัญของการอ่านคือข้อใด ก. อ่านเสียงดัง ข. จับใจความสำคัญของเรื่อง ค. อ่านเร็ว ๆ ง. อ่านให้ได้มากที่สุด
๑๘. "มีของมีค่าอยู่ในมือแต่ไม่รู้คุณค่า" ตรงกับสำนวนใด ก. สอนหนังสือสังฆราช ข. เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน ค. กิ้งก่าได้ทอง ง. แก้วแหวนเงินทอง ๑๙. ประโยคในข้อใดไม่มีคำนาม ก. ยูงทองเยื้องย่าง ข. รำรางชางช่างฟ่ายหาง ค. ปากหงอนอ่อนสำอาง ง. ช่างรำเล่นเต้นตามกัน ๒๐. “ท่านคะ ท่านให้มาเรียกท่านว่า ท่านอาจจะมาหาท่านพรุ่งนี้ค่ะ” ข้อความนี้มีคำสรรพนามบุรุษที่ ๓ กี่คำ ก. ๑ คำ ข. ๒ คำ ค. ๓ คำ ง. ๔ คำ ๒๑. สำนวนใดไม่มีคำวิเศษณ์ ก. ชักแม่น้ำทั้งห้า ข. ขนทรายเข้าวัด ค. ข้าวแดงแกงร้อน ง. ปากหวานกันเปรี้ยว ๒๒. ประโยคใดไม่มีคำบุพบท ก. งูตัวเล็กเกาะกิ่งไม้ที่ริมรั้ว ข. พ่อแม่มีพระคุณต่อลูกเสมอ ค. คนเรียนเก่งชอบนั่งด้านหน้า ง. ความสุขหาได้จากการศึกษา ๒๓. ประโยคใดไม่มีคำสันธาน ก. เขาดีใจจนพูดไม่ออก ข. ฉันนั่งดูโทรทัศน์แต่พี่รดน้ำต้นไม้ ค. พ่อให้ของแก่ผู้ประสบอุทกภัย ง. ทุกคนจะช่วยเหลือกันเมื่อมีผู้เดือดร้อน ๒๔. ข้อใดเป็นประโยคความรวม ก. พ่อและแม่ทำงานหนักเพื่อส่งลูกเรียนหนังสือ ข. ครูรับทราบว่านักเรียนมาขออนุญาตไปแข่งกีฬาสีของโรงเรียน ค. การแข่งขันเรือนานาชาติและเรือยาว ง. เด็กไทยกำลังประสบปัญหาโรคอ้วนมากขึ้น
๒๕. ข้อใดคือประโยชน์ของการจัดทำแผนภาพความคิด ก. ทำให้เข้าใจเรื่องได้ง่ายขึ้น ข. ทำให้เกิดความสวยงาม ค. ทำให้เรื่องดูน่าสนใจมากขึ้น ง. ทำให้ผู้อ่านไม่เกิดความเบื่อหน่าย ๒๖. ประโยคใดใช้ภาษาไม่เป็นแบบแผน ก. เธอทำตัวไม่เอาไหนเลย ข. ภัยอันตรายในเมืองหลวงมีมากมาย ค. คนเรามีปัญหาชีวิตเกิดขึ้นได้เสมอ ง. ข้าพเจ้ามีข้อมูลบางอย่างที่น่าสนใจ ๒๗. สำนวนในข้อใดต่อไปนี้ มีเจตนาแนะนำให้กระทำ ก. เตี้ยอุ้มค่อม ข. เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ค. ถ่มน้ำลายรดฟ้า ง. งมเข็มในมหาสมุทร ๒๘. เรียงลำดับข้อความต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ก. ขนมไทยนั้นก็มีหลากหลายชนิด ข. คนไทยมีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามสืบต่อกันมา ค. โดยเฉพาะด้านอาหารการกินมีทั้งอาหารหวานและอาหารคาว ง. เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง นอกจากอร่อยแล้วชื่อยังเป็นมงคลอีกด้วย ก. ข้อ ก. ข. ค. ง. ข. ข้อ ง. ค. ก. ข. ค. ข้อ ข. ค. ก. ง. ง. ข้อ ค. ข. ก. ง. ๒๙. จากข้อความในข้อ ๒๘ ควรตั้งชื่อเรื่องว่าอะไร ก. ชาติไทยร่มเย็น ข. คนไทยรักสงบ ค. ประเพณีของไทย ง. วัฒนธรรมด้านอาหารไทย ๓๐. ข้อใดเป็นความหมายของคำว่า "สำนวน" ก. กลุ่มคำที่มีหลายพยางค์ ข. กลุ่มคำที่มีความหมายชัดเจน ค. กลุ่มคำที่คล้องจองกัน ง. กลุ่มคำที่มีความหมายลึกซึ้งให้แง่คิด
อ่านข้อความและเลือกประเภทของประโยคให้ถูกต้อง (ข้อ ๓๑-๓๕) ๓๑. ประโยคที่บอกเรื่องราวว่าประธานของประโยค คือ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร โดยปกติจะมี ประธาน กริยา หรืออาจมีกรรมด้วย อาจมีส่วนขยายต่าง ๆ เพื่อให้ชัดเจนตามที่ผู้พูดต้องการ ก. ประโยคขอร้อง ข. ประโยคบอกเล่า ค. ประโยดปฏิเสธ ง. ประโยคคำสั่ง ๓๒. ประโยคที่ตรงข้ามกับประโยคบอกเล่า มักมีคำว่า ไม่ ไม่ใช่ มิได้ ฯลฯ อยู่หน้าคำกริยา ก. ประโยคแสดงความต้องการ ข. ประโยคคำสั่ง ค. ประโยคขอร้อง ง. ประโยคปฏิเสธ ๓๓. ประโยคที่มักมีคำว่า ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เป็นต้น คำเหล่านี้อาจจะอยู่ตรงส่วนต้น ส่วนกลาง หรือส่วนท้ายของประโยค ก. ประโยคคำสั่ง ข. ประโยคคำถาม ค. ประโยคบอกเล่า ง. ประโยคปฏิเสธ ๓๔. ประโยคนี้มีลักษณะเด่น คือ การละประธานไว้ มักมีคำว่า โปรด ช่วย กรุณา วาน ฯลฯ ก. ประโยคขอร้อง ข. ประโยคปฏิเสธ ค. ประโยคบอกเล่า ง. ประโยคคำถาม ๓๕. ประโยคที่บอกให้ผู้อื่นรู้ มักมีคำว่า อยาก ปรารถนา ใฝ่ฝัน ฯลฯ ก. ประโยคคำถาม ข. ประโยคปฏิเสธ ค. ประโยคแสดงความต้องการ ง. ประโยคบอกเล่า
เลือกคำที่เติมลงในคำประพันธ์อย่างเหมาะสม (ข้อ ๓๖-๔๐) ประหลาด ...๓๖.... ....๓๗.... หนอ ....๓๘... นุ่งผ้า จะเป็นบ้า ....๓๙... หรือว่าถือศีล หนวดถึงเข่าเคราถึงนมผมถึงตีน ฝรั่งจีนแขกไทยก็....๔๐... ที (พระอภัยมณีของสุนทรภู่) ๓๖. ก. ใจ ข. ไชย ค. จัง ง. หนอ ๓๗. ก. ยิน ข. ใย ค. ไส ง. ไย ๓๘. ก. ใฝ่ ข. ไม่ ค. น้อง ง. ยาย ๓๙. ก. ใคร ข. ไป ค. คิด ง. สงสัย ๔๐. ก. ทำ ข. เชื่อ ค. ใช่ ง. แขก
ข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ ๒ จงทำเครื่องหมาย X เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (ระยะเวลาทำข้อสอบ ๖o นาที) ๑. ข้อใดคือลักษณะของคำพ้องรูป ก. คำที่เขียนเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน ข. คำที่เขียนเหมือนกัน ออกเสียงเหมือนกัน ค. คำที่ออกเสียงเหมือนกัน แต่เขียนต่างกัน ง. คำที่เขียนเหมือนกัน ความหมายเหมือนกัน อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๒-๕ มีเสียงตะโกนจากประตูหน้า "หน้าว่าง เหยียบ ๑๒๐ เลยลูกพี่" ๒. คำว่า "เหยียบ" มีความหมายตรงกับข้อใด ก. เร่ง ข. เร็ว ค. วาง ง. กด ๓. เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นที่ใด ก. ร้านอาหาร ข. บนรถไฟฟ้า ค. บนรถเมล์ ง. บนรถแท็กซี่ ๔. จากข้อความดังกล่าวผู้พูดน่าจะเป็นใคร ก. คนขับ ข. ผู้โดยสาร ค. นายตรวจ ง. กระเป๋ารถ ๕. ตัวเลข "๑๒๐" หมายถึงข้อใด ก. จำนวนครั้ง ข. จำนวน ค. ระยะทาง ง. ความเร็ว ๖. สำนวนใดไม่เกี่ยวข้องกับคำพูด ก. ปลาหมอตายเพราะปาก ข. น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ค. มะนาวไม่มีน้ำ ง. ขว้างงูไม่พ้นคอ ๗. ข้อใดต่อไปนี้ใช้สำนวนไทยไม่ถูกต้อง ก. แม่บ่นปากเปียกปากแฉะทุกวันให้ลูกพับผ้าห่มหลังตื่นนอน ข. คำพูดของพ่อแม่เหมือนปากพระร่วง พูดให้ลูกดีก็จะดี ค. ทีมฟุตบอลของโรงเรียนแห่งนี้ฝึกซ้อมอย่างหนัก แต่ต้องคว้าน้ำเหลวเพราะพ่ายแพ้การแข่งขัน ง. นักเรียนคนหนึ่งเก่งวิชาการคำนวณ เปรียบเหมือนเสือซ่อนเล็บจริงๆ
๘. คำประพันธ์ข้อใดไม่มีเสียงสระประสม ก. อย่าควรประมาทผู้ ทุรพล ข. สบเคราะห์คราวขัดสน สุดรู้ ค. เกลือกเขาสบร้ายดล ใดเหตุ มีแฮ ง. มากพวกคงมีผู้ ระลึกเค้าคุณสนอง ๙. ข้อใดสะกดถูกต้องทุกคำ ก. สถิตย์ สังเกต จำนง ข. ปะรำพิธี บ่วงบาศ เกสร ค. ประดิษฐ์ประดอย ผาสุก กงสุล ง. เมตตาปรานี บิณฑบาตร สะดวก ๑๐.ข้อใดเรียงลำดับคำไม่ถูกต้องตามหลักพจนานุกรม ก. จิงโจ้ นกยูง ผีเสื้อ ยีราฟ ข. ขนมชั้น ซ่าหริ่ม ทองม้วน ฝอยทอง ค. รามเกียรติ์ สังข์ทอง ศกุนตลา อิเหนา ง. ประวัติศาสตร์ พลานามัย วิทยาศาสตร์ สุขศึกษา ๑๑. อ่านข้อความต่อไปนี้ ข้อใดคือจุดประสงค์ของผู้เขียน โลกมีลักษณะคล้าย หนังสือ อยู่กับบ้านเปรียบถือ นิ่งไว้ เริ่มท่องเที่ยวนั่นคือ เริ่มอ่าน เที่ยวหนึ่งหน้าหนึ่งให้ เรียนรู้ต่างกัน ก. ส่งเสริมให้รักการอ่าน ข. เปรียบเทียบโลกเหมือนกับหนังสือ ค. สนับสนุนให้ทุกคนออกเดินทางท่องเที่ยว ง. กระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ๑๒. อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม “เสือพีเพราะป่าปก ป่ารกเพราะเสือยัง ดินเย็นเพราะหญ้าบัง หญ้ายังเพราะดินดี" (พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6) ก. โลกต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ข. สัตว์และพืชต้องพึ่งพาอาศัยกัน ค. โลกเปรียบเสมือนโรงละคร ง. ความสมดุลของธรรมชาติ
อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑๓-๑๗ ในบรรดาสิ่งที่มีชีวิตต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในไร่นานั้น แมลงเป็นสัตว์จำพวกหนึ่งที่มีทั้งชนิดและปริมาณ มากที่สุด บางชนิดเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญ บางชนิดยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงในการทำลายศัตรูพืชเท่าใดนัก และบางชนิดยังเป็นพวกกระจอกงอกง่อยที่มาอาศัยกินเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จักหรือ ให้ความสนใจ คือ แมลงศัตรูธรรมชาติที่คอยกิน ซึ่งมีทั้ง "แมลงห้ำ" และ "แมลงเบียน" ๑๓. ข้อความนี้เป็นข้อความประเภทใด ก. ข่าว ข. ประกาศ ค. บทความ ง. รายงาน ๑๔. ควรตั้งชื่อข้อความนี้ว่าอย่างไร ก. แมลงบางชนิด ข. แมลงศัตรูของพืช ค. การค้นพบแมลงหลายชนิด ง. แมลงห้ำแมลงเบียน ๑๕. แมลงศัตรูธรรมชาติได้แก่ข้อใด ก. แมลงห้ำ ข. แมลงชนิดใหม่ ค. แมลงศัตรูพืช ง. แมลงกระจอกงอกง่อย ๑๖. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. แมลงศัตรูพืชกินแมลงศัตรูธรรมชาติ ข. แมลงศัตรูธรรมชาติทำลายแมลงศัตรูพืช ค. แมลงห้ำทำลายแมลงเบียน ง. แมลงห้ำแมลงเบียนมีมากที่สุด ๑๗. กระจอกงอกง่อย มีความหมายว่าอย่างไร ก. ดุร้าย ข. โหดเหี้ยม ค. ไม่มีน้ำยา ง. ไม่มีพิษสง ๑๘. คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดเป็นคำกริยา ก. ในห้องรับแขกมีตุ๊กตาตัวใหญ่ ข. แม่นำอาหารกลางวันไปให้ลูกชายที่โรงเรียน ค. ผู้ใหญ่ไม่ควรรับประทานอาหารประเภทไขมัน ง. อาวิ่งออกกำลังกายที่สนาม ๑๙. ประโยคในข้อใดมีเจตนาสื่อสารต่างจากข้ออื่น ก. แม่นั่งเก้าอี้ ข. พ่ออ่านหนังสือในห้องรับแขก ค. แม่จะไปซื้ออะไรที่ตลาด ง. แป้งช่วยแม่พับผ้าอย่างมีระเบียบ
๒๐. เขาเดินทางมาจากต่างจังหวัด คำที่ขีดเส้นใต้เป็นคำชนิดใด ก. คำวิเศษณ์ ข. คำสรรพนาม ค. คำนาม ง. คำกริยา ๒๑. เครื่องหมายนขลิขิต หรือเครื่องหมายวงเล็บ ( ) มีหน้าที่อย่างไร ก. ใช้แยกคำเพื่อบอกคำอ่าน ข. ใช้เขียนกำกับข้อความ ค. ใช้เขียนหลังคำอุทาน ง. ใช้เขียนคร่อมข้อความที่เป็นคำพูด ๒๒. หากเราต้องการเน้นข้อความสำคัญ เราควรใช้เครื่องหมายวรรคตอนชนิดใด ก. อัญประกาศ ข. มหัพภาค ค. สัญประกาศ ง. ยัติภังค์ ๒๓. ข้อใดเป็นข้อคิดเห็น ก. พวกเราคนไทยควรภูมิใจในชาติที่บรรพบุรุษของเราต่อสู้เพื่อดำรงชาติมายาวนาน ข. พยัญชนะไทยมีทั้งสิ้น ๔๔ ตัว ค. เครื่องหมายปรัศนี ? ไม่นิยมใช้ในประโยคภาษาไทย ง. ไปยาลน้อย ฯ ใช้เขียนท้ายคำที่รู้จักกันดีให้สั้นลง ๒๔. คำพ้องเสียงคู่ใดใช้ไม่ถูกต้อง ก. ในชีวิตของเขาพานพบคนพาลมามากมาย ข. ผู้เฒ่าตักขี้เถ้ามากลบไฟที่ลุกโชน ค. เขาทำบุญที่วัดบ่อยจนเป็นกิจวัตร ง. แม่ตักบาตพระที่มาบิณฑบาต ๒๕. ข้อใดไม่มีคำพ้องเสียง ก. ลุงขับรถออกไปซื้อบัวรดน้ำต้นไม้ ข. แม่เด็ดขั้วพริกแล้วจึงนำไปคั่วไฟอ่อน ๆ ค. ทุกคนที่มาร่วมงานศพลัวนมีความทุกข์ ง. ป้าใช้แบงก์พันซื้อครีมมาบำรุงผิวพรรณ ๒๖. โคลงบาทใดไม่มีคำมูลหลายพยางค์ ก. ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน ข. ห้ามสุริยแสงจันทร์ ส่องไซร้ ค. ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า ง. ห้ามดั่งนี้ไว้ได้ จึ่งห้ามนินทา
๒๗. ข้อใดใช้คำราชาศัพท์ไม่ถูกต้อง ก. สมเด็จพระสังฆราชทรงฉันภัตตาหารเพล ข. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฏิสันถารกับทูตานุทูต ค. นักศึกษาทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยแด่สมเด็จพระราชินี ง. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ ๒๘. หากต้องการย่อความ สิ่งใดควรทำเป็นอันดับแรก ก. เลือกใช้ภาษาที่กะทัดรัดชัดเจน ข. เขียนใหม่ด้วยสำนวนของตนเอง ค. อ่านเรื่องที่ต้องการย่อให้เข้าใจก่อน ง. จับใจความโดยหาคำ หรือกลุ่มคำที่สำคัญ ๒๙. ข้อใดคือหลักในการย่อความที่ไม่ถูกต้อง ก. ใช้อักษรย่อเพื่อความกระชับ ข. เรียบเรียงด้วยสำนวนของตนเอง ค. ใช้คำราชาศัพท์ให้ถูกต้อง ง. ใช้คำสรรพนามให้เหมาะสมเมื่อย่อความ ๓๐. “งูเขียวสายม่านเลื้อย ลายมัน พบตุ๊กแกกวดขัน เกี่ยงกล้า งูขบกัดงูพัน รัดรอบ แรงมากปากคล้ายอ้า ออกให้งูพลัน" (กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง) คำประพันธ์นี้มีคำตายแทนคำเอกทั้งหมดกี่คำ ก. ๒ คำ ข. ๓ คำ ค. ๔ คำ ง. ๕ คำ จงเรียงคำประพันธ์ต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (ข้อ ๓๑-๓๕) ๓๑. ๑) ร้องขานขาสุดเสียงแต่เที่ยงคืน ๒) ให้แว่วแว่วว่าวันทองร้องเรียกหา ๓) ดุเหว่าร้องซ้องเสียงสำเนียงแจ้ว ๔) สะดุ้งใจไหววับทั้งหลับตา ก. ๒) ๓) ๔) ๑) ข. ๓) ๒) ๔) ๑) ค. ๔) ๑) ๒) ๓) ง. ๔) ๓) ๑) ๒)
๓๒. ๑) จนแสนยากอย่างนี้แล้วมิหนำ ๒) มามีลูกลูกก็จากวิบากกรรม ๓) สะอื้นร่ำรันทดสลดใจ ๔) จะมีผัวก็พลัดกำจัดยาก ก. ๑) ๓) ๔) ๒) ข. ๔) ๑) ๒) ๓) ค. ๔) ๓) ๑) ๒) ง. ๒) ๓) ๔) ๑) ๓๓. ๑) จนเติบโตยิ่งยวดได้บวชเรียน ๒) พ่อไปดีศรีสวัสดิ์กำจัดภัย ๓) อำนวยพรพลายน้อยละห้อยไห้ ๔) นางกอดจูบลูบหลังแล้วสั่งสอน ก. ๔) ๓) ๒) ๑) ข. ๔) ๓) ๑) ๒) ค. ๔) ๑) ๒) ๓) ง. ๑) ๒) ๓) ๔) ๓๔. ๑) ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ ๒) จะจากเจียนใจขาดอนาถใจ ๓) เจ้าจงอตส่าห์ทำสม่ำเสมียน ๔) แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน ก. ๒) ๓) ๔) ๑) ข. ๔) ๑) ๒) ๓) ค. ๓) ๑) ๔) ๒) ง. ๑) ๓) ๔) ๒) ๓๕. ๑) มันบินหวือโห่ร้องคะนองใจ ๒) เห็นไก่เตี้ยเขี่ยคุ้ยที่ขุยไผ่ ๓) กระโชกไล่ลดเลี้ยวมันเปรี้ยวปรื๋อ ๔) พบนกยูงฝูงใหญ่ไล่กระพือ ก. ๑) ๓) ๔) ๒) ข. ๒) ๓) ๔) ๑) ค. ๑) ๒) ๓) ๔) ง. ๒) ๓) ๔) ๑) คำที่ขีดเส้นใต้ต่อไปนี้เป็นคำชนิดใด (ข้อ ๓๖-๔๐) ๓๖. เขารับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ดูทีวีต่อ ก. คำบุพบท ข. คำกริยา ค. คำวิเศษณ์ ง. คำสรรพนาม ๓๗. เราควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง ก. คำนาม ข. คำบุพบท ค. คำสรรพนาม ง. คำกริยา ๓๘. น้าซื้อขนมหลายอย่างมาฝากหลาน ก. คำสรรพนาม ข. คำสันธาน ค. คำกริยา ง. คำวิเศษณ์ ๓๙. พวกเราชอบรับประทานสุกี้มาก ก. คำกริยา ข. คำวิเศษณ์ ค. คำสันธาน ง. คำนาม ๔o.ฉันตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือเตรียมสอบวันนี้ ก. คำวิเศษณ์ ข. คำกริยา ค. คำสรรพนาม ง. คำนาม
ข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ ๓ จงทำเครื่องหมาย X เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (ระยะเวลาทำข้อสอบ ๖o นาที) อ่านเนื้อเรื่องต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑-๕ ต้นไม้ไทย ๆ ชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า ลั่นทม ต้นลั่นทมมีรูปทรงสวยงามและลำต้นแข็งแรง อีกทั้งยังมีดอกที่ สวยงาม กลีบบาง รูปสวย น่าทะนุถนอม มีกลิ่นหอม มีเสน่ห์ ต้นลั่นทมทนทุกสภาพอากาศ เจริญเติบโต ได้ดีในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น ดังนั้น จึงเจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย ลาว กัมพูชา อินโดนีเซีย และ ประเทศในหมู่เกาะต่าง ๆ เช่น ฮาวาย ตาฮีติ ในประเทศลาวเรียกต้นลั่นทมว่า "จำปา" และถือเป็นดอกไม้ ประจำชาติลาว ในประเทศไทยนิยมปลูกลั่นทมในบริเวณวัดหรือวัง แต่คนไทยไม่นิยมปลูกลั่นทมไว้ที่บ้าน เพราะชื่อ "ลั่นทม" มีความคล้ายคลึงกับคำว่า ระทม ซึ่งแปลว่า เจ็บช้ำระกำใจ แสดงให้เห็นว่า แม้เพียงชื่อต้นไม้ที่ไม่ เป็นมงคลแล้ว คนไทยก็ไม่กล้านำมาปลูกในบริเวณบ้าน เพราะชื่อนั้นมีอิทธิพลต่อจิตใจคนไทยอย่างเห็นได้ ต่อมามีพระราชวงศ์พระองค์หนึ่งทรงเปลี่ยนชื่อลั่นทม เป็นลีลาวดีจึงกลายเป็นชื่อมงคล ผู้คนได้นำมาปลูก ในบริเวณที่อยู่อาศัยทำให้ราคาของต้นลั่นทมสูงขึ้นทันที ที่กล่าวมานี้ทำให้เราเข้าใจว่า ในสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความผูกพันกับภาษาเป็นอย่างยิ่ง เสียงและ ความหมายของถ้อยคำมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและจิตใจของคนเรา จนทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมได้ ภาษาจึงมี พลังเหนือจิตใจของเรามากทีเดียว ๑. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของดอกลั่นทม ก. ดอกลั่นทมใช้เป็นยารักษาโรคได้ ข. ดอกมีสีสวย กลีบบาง น่าทะนุถนอม ค. ดอกมีกลิ่นหอม ง. ลำต้นมีรูปทรงสวยงาม แข็งแรง ๒. นักเรียนคิดว่า ผู้ที่พบเห็นดอกลั่นทม น่าจะมีความรู้สึกตามข้อใด ก. ให้ความรู้สึกอ่อนหวานพลิ้วไหว ข. ให้ความรู้สึกแข็งแรงทนทาน ค. ให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้ม ง.ให้ความรู้สึกกล้าหาญเด็ดเดี่ยว
๓. ทำไมสถานที่ที่นำต้นลั่นทมมาปลูกจึงมักจะดูร่มรื่น สวยงาม ก. พุ่มของต้นลั่นทมแผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา ข. สีของกลีบดอกลั่นทมมีหลากหลายสี ค. กลิ่นหอมเย็นชื่นใจของดอกลั่นทม ง. ลักษณะกิ่งก้านกลมกลึง ลื่นเป็นมัน ๔. ข้อใดคือสาเหตุที่คนไทยสมัยก่อนไม่นิยมปลูกต้นลั่นทมไว้ตามบ้าน ก. ดอกลั่นทมมีกลิ่นหอมแรง ข. เชื่อว่าต้นลั่นทมเป็นที่สิงสถิตของผีสางนางไม้ ค. ชื่อลั่นทม แปลว่า เศร้าหมอง หดหู่ใจ ง. มีเสียงคล้ายคำว่า ระทม ซึ่งแปลว่า เจ็บช้ำระกำใจ ทุกข์โศก ๕. สิ่งสำคัญของการเลือกใช้หรือไม่ใช้ดอกไม้ ต้นไม้ในงานมงคลนั้นขึ้นอยู่กับสิ่งใดเป็นสำคัญ ก. รูปทรงของลำต้น ข. สีสัน ค. ชื่อมงคล ง. กลิ่นหอม ๖. คำในข้อใดที่พยางค์แรกออกเสียง /อ/ ทั้งสองคำ ก. สรณะ สรตะ ข. มกรา สลาตัน ค. อวตาร ปริมณฑล ง. บริษัท ธรณี ๗. ข้อใดเป็นลักษณะของภาษาเขียน ก. เราสองคนกลายเป็นคู่ตาหลานที่สมานฉันท์กันเป็นอย่างดี ข. ลุงคุยฟุ้งที่ร้านกาแฟว่า "ถ้ามันเป็นคน คงมีอายุเท่ากับผมนี่แหละครับ" ค. ความยโสโอหังของมันหรืออะไรก็ไม่รู้ครับ ผมก็ไม่กล้าไปทำดีกับมันให้คุณตาเห็น ง. ผมไม่อยากเป็นคู่เปรียบกับไก่ เพราะมันดูกระจอกงอกง่อยสิ้นดี ๘. สำนวนไทยในข้อใดตรงกับ "การกระทำของผู้ที่นำเรื่องของคนอื่นไปเล่าเป็นทอด ๆ" ก. น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ข. ฆ้องปากแตก ค. ปากเป็นเอกเลขเป็นโท ง. พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง
๙. คำว่า "เขา" ในข้อใดเป็นคำบุรุษสรรพนาม ก. เขาลูกนี้สูงจากระดับน้ำทะเลมาก ข. ลุงวัฒน์ทำนาที่หลังเขาลูกนั้น ค. พักนี้เขาดูไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก ง. เขาของมันแหลมคมมาก ๑๐. ข้อใดไม่ใช่การอ่านเพื่อสรุปใจความ ก. จำเป็นต้องมีสมาธิในการอ่าน ข. อ่านอย่างรอบคอบและทำความเข้าใจเรื่องที่อ่าน ค. ต้องอ่านหลาย ๆ เที่ยวและฝึกตั้งคำถาม ง. ต้องอ่านถูกต้อง น้ำเสียงน่าสนใจ สามารถดึงดูดผู้อื่นให้สนใจเราเพียงคนเดียว ๑๑. คำในข้อใดใช้คำซ้ำไม่ถูกต้อง ก. ยุพินชอบกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ข. วันนี้ฉันถูกคุณป้าต่อว่าต่าง ๆ นา ๆ ค. จะดี ๆ ชั่ว ๆ ไปบ้างยังไงเขาก็เป็นลูก ง. คุณยายก้ม ๆ เงย ๆ หาอะไรคะ ให้หนูช่วยหาไหมคะ ๑๒. ข้อใดใช้เครื่องหมายไม้ยมกแทนคำซ้ำได้ ก. ลูกสาวชอบทำหน้าเป็นเป็นประจำเวลาที่ทำผิด ข. ที่ฉันทำอาหารชนิดนี้เป็นเป็นเพราะเธอ ค. แม่ซื้อกุ้งตัวเป็นเป็นจากบ่อกุ้งมาทำกับข้าว ง. หากสิ่งนี้เป็นของจำเป็นเป็นต้องซื้อไว้ ๑๓. คำซ้ำในข้อใดมีความหมายเป็นสำนวน ก. อะไร ๆ เธอก็ตอบไม่ได้สักอย่าง อ่านหนังสือมาหรือเปล่า ข. อาหารจานนี้รสชาติจืด ๆ ชืด ๆ ไม่อร่อยเลย ค. นภารู้ภาษาอังกฤษแค่งู ๆ ปลา ๆ เท่านั้น ง. วันนี้มีแต่เรื่องวุ่น ๆ วาย ๆ ตลอดทั้งวัน
๑๔. คำซ้ำในข้อใดมีความหมายเป็นเอกพจน์ ก. แดงบ้านอยู่แถว ๆ ตลาดพลู ข. พูดเป็นเรื่อง ๆ นะ คนฟังจะได้ไม่งง ค. น้อง ๆ วิ่งเล่นกันอยู่หน้าบ้านเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว ง. เด็ก ๆ เตะฟุตบอลอยู่ที่สนามหญ้า ๑๕. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการจดบันทึก ก. ช่วยทบทวนความจำทำให้จำได้แม่นยำมากขึ้น ข. ช่วยเตือนความจำสามารถใช้อ้างอิงได้ ค. เป็นการฝึกคัดลายมือจะได้เขียนหนังสือสวย ๆ ง. ช่วยให้เวลานำไปถ่ายทอดจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด ๑๖. คำที่เขียนเหมือนกัน อ่านเหมือนกัน ความหมายต่างกัน หมายถึงข้อใด ก. คำพ้องเสียง ข. คำพ้องรูป ค. คำพ้องความ ง. คำทั้งพ้องรูปและพ้องเสียง ๑๗. สำนวนในข้อใดไม่ได้กล่าวถึงลักษณะเด่นของสิ่งนั้น ก. ขาวเป็นไข่ปอก ข. เค็มเป็นเกลือ ค. เกลือเป็นหนอน ง. กลมเป็นลูกมะนาว ๑๘. สำนวนในข้อใดมีความหมายเกี่ยวกับศาสนา ก. พระอิฐพระปูน ข. กงเกวียนกำเกวียน ค. สอนหนังสือพระสังฆราช ง. ของหายตะพายบาป ๑๙. "เรื่องราวมันสงบลงแล้ว พี่ไม่ควร.........................ให้มันวุ่นวายขึ้นมาอีก" ควรเติมสำนวนใดลงในช่องว่าง ก. พุ่งหอกเข้ารก ข. โยนหินถามทาง ค. ขุดบ่อล่อปลา ง. กวนน้ำให้ขุ่น
๒๐. ข้อใดใช้สำนวนไทยไม่ถูกต้อง ก. ฉันยังไม่ได้ว่าเธอเลย ทำเป็นกินปูนร้อนท้องไปได้ ข. หากจะรักกันชอบกันควรทำให้ถูกต้องเข้าตามตรอกออกตามประตู ค. พ่อแม่ก็หวังฝากเนื้อฝากตัวไว้กับลูกให้ดูแลยามแก่เฒ่า ง. ขอเตือนนะเราต้องมีความคิดเป็นตัวของตัวเองอย่าให้ใครมาจูงจมูก ๒๑. ข้อใดหมายถึงถ้อยคำหรือข้อความที่มีความหมายเป็นคติ ก. สุภาษิต ข. สำนวน ค. คำพังเพย ง. โวหาร ๒๒. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. เครื่องหมายอัศเจรีย์ ! เป็นเครื่องหมายที่ใช้ในคำอุทาน ข. คำอุทานที่อยู่ในคำประพันธ์เป็นคำอุทานเสริมบท ค. "โอ้อนิจจา" เป็นกลุ่มคำที่ทำหน้าที่เหมือนคำอุทาน ง. ประโยชน์ของคำอุทานเสริมบท คือ ทำให้เกิดความคล้องจอง ๒๓. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของจดหมายส่วนตัว ก. การส่งข่าวคราวสารทุกข์สุกดิบ ข. การสั่งจองหนังสือ ค. การไต่ถามข่าวคราว ง. การเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เพิ่งรู้มา ๒๔. ข้อใดไม่ใช่ระดับภาษาของการเขียนจดหมาย ก. ภาษากึ่งราชการ ข. ภาษาพูด ค. ภาษาราชาศัพท์ ง. ภาษาทางการ ๒๕. ข้อใดเป็นภาษาเขียนที่ถูกต้อง ก. เค้าขอไปเที่ยวด้วยคนนะ ข. เธอจะไปจากที่นี่จริง ๆ อะ ค. เรื่องของนทีคุณครูทราบเรื่องแล้วใช่ไหมครับ ง. ตอนนี้ฉันไม่เงินเลยซักกะบาทเดียว ๒๖. นักเรียนคิดว่า ความรู้ที่เราได้จะนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันโดยไม่ลืมเลือนคือความรู้จากข้อใด ก. ความรู้ที่ได้จากการอ่านหนังสือ ข. ความรู้ที่ได้จากครูสอน ค. ความรู้ที่ได้จากการลงมือทำและนำไปใช้ ง. ความรู้ที่ได้จากการเห็นด้วยตา
๒๗. นักเรียนคิดว่า ใครได้ประโยชน์ในการทำโครงการในแต่ละครั้ง ก. เพื่อนร่วมกลุ่ม ข. ครูผู้มอบหมายงาน ค. ตัวนักเรียนเอง ง. ผู้ปกครอง ๒๘. คำในข้อใดต้องการความแม่นยำ ก. เห็น ข. มอง ค. เล็ง ง. ชำเลือง ๒๙. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยชน์ของการศึกษาคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน ก. ทำให้เรามีความรู้สูงขึ้น ข. ทำให้เราใช้คำได้ถูกต้องมากขึ้น ค. ทำให้เรารู้จักเลือกคำมาใช้ได้ถูกต้องมากขึ้น ง. ช่วยให้ผู้อ่านหรือผู้ฟังเข้าใจสิ่งที่เราสื่อสารมากขึ้น ๓๐. คู่คำใดในข้อต่อไปนี้แม้สลับคำสามารถใช้ได้ทั้ง ๒ คำ ก. แลดู : ดูแล ข. มองดู : ดูมอง ค. ชำเลืองมอง : มองชำเลือง ง. ส่องดู : ดูส่อง ๓๑. คนไทยในสมัยก่อนนิยมเล่านิทานให้ลูกหลานฟังในช่วงเวลาใด ก. เวลาเช้าตรู่ ข. เวลากลางคืนก่อนเข้านอน ค. เวลาเที่ยง ง. เวลาเย็น ๓๒. ข้อใดไม่ใช่ชนิดของนิทาน ก. นิทานชาดก ข. นิทานปรัมปรา ค. นิทานร้อยบรรทัด ง. นิทานอีสป ๓๓. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของนิทาน ก. ตัวละคร บทละคร ข. ยานพาหนะ เครื่องแต่งกาย ค. ฉาก โครงเรื่อง ง. คติชีวิต ข้อคิดจากเรื่อง
๓๔. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการเล่านิทานพื้นบ้าน ก. ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ข. ให้กำลังใจในการดำเนินชีวิต ค. ให้ความสำคัญกับวีรบุรุษผู้กล้าหาญประจำท้องถิ่นหรือชาติบ้านเมือง ง. ให้ความสำคัญกับผู้เล่าที่จดจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี ๓๕. นิทานในแต่ละท้องถิ่นจะมีความสอดคล้องกับหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่างยกเว้นข้อใด ก. เชื้อชาติ ข. สภาพเศรษฐกิจ ค. สภาพแวดล้อม ง. วัฒนธรรม ๓๖. ข้อใดไม่ใช่ข้อคิดหรือคติที่ได้จากนิทาน ก. ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ข. คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ค. ไฟไหม้ยังเหลือบ้าน แต่การพนันไม่เหลืออะไรเลย ง. สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ๓๗. การถ่ายทอดด้วยวิธีการเล่าปากต่อปากเรียกว่าอย่างไร ก. ปาฐกถา ข. มุขปาฐะ ค. วิสาสะ ง . สนทนา ๓๘. ประเพณีในข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประเพณีของทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก. ไหลเรือไฟ ข. ประเพณีปอยส่างลอง ค. ประเพณีบุญบั้งไฟ ง. ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง ๓๙. ส่วนใหญ่ตัวละครเอกในนิทานจะผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ได้เพราะเหตุผลในข้อใด ก. มีเทวดาคอยช่วยเหลือ ข. เพราะคุณงามความดีของตัวละครเอก ค. มีผู้คนคอยอุปถัมภ์ช่วยเหลือ ง. มีเพื่อนที่ดีคอยเคียงข้างตลอด
๔๐. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ผู้อ่านจะได้จากนิทาน ก. ได้เห็นถึงความคิดของคนในยุคเก่าก่อน ข. ทำให้เชื่อว่าคนที่มีรูปร่างอัปลักษณ์มักจิตใจดี ค. คติสอนใจในนิทานสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ง. คุณธรรมของตัวละครมักเป็นอุทาหรณ์แก่ผู้อ่าน
ข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ ๔ จงทำเครื่องหมาย X เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (ระยะเวลาทำข้อสอบ ๖o นาที) ๑. ข้อใดคือความหมายของคำบุรุษสรรพนาม ก. คำที่ผู้พูดใช้แทนผู้ที่ตนพูดถึงหรือกล่าวถึง ข. คำพูดที่ผู้พูดใช้แทนตนเอง ค. คำพูดที่ใช้เรียกแทนสิ่งของหรือสัตว์ ง. คำพูดที่ใช้แทนตนเอง แทนผู้ที่เราพูดด้วย และแทนผู้ที่เราพูดถึง ๒. ประโยคในข้อใดไม่มีคำบุรุษสรรพนาม ก. ไก่กินข้าวเปลือกที่ตกอยู่บนพื้น ข. ฉันซื้อกระดูกไก่มาฝากมัน ค. พ่อบอกว่าไอ้เตี้ยมันมีอายุเท่า ๆ กับคุณตาเลย ง. คุณนที่ไม่ชอบให้ใครมาจุ้นจ้านกับชีวิตของเขา ๓. ประโยคในข้อใดเป็นภาษาพูด ก. ฉันบอกเธอแล้วเขาไม่มาทำงานวันนี้ ข. เอางี้นะพวกเรานั่งรถไปพร้อมกันเลย ค. อย่างไรเสียวันนี้เธอต้องไปพบคุณครูพร้อมกับฉัน ง. ห้ามเอาเศษอาหารทิ้งลงในถังขยะนี้ ๔. คำลงท้ายในข้อใด ถือเป็นภาษาเขียนทุกคำ ก. คะ ค่ะ จ้า ฮะ ข. นะสิ นะ น่ะ ล่ะ ค. ไหม หรือ อย่างไร เท่าไร ง. โว้ย ยะ ย่ะ วะ ๕. ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คำกล่าวทักทายปราศรัย ก. ไปด้วยกันไหม ข. กินข้าวเช้าหรือยัง ค. สบายดีไหมจ๊ะ ง. ไปไหนมา
๖. ข้อใดไม่ใช่มารยาทในการชมการแสดง ก. ไม่ลุกเดินไปเดินมาในระหว่างที่กำลังมีการแสดง ข. ไม่พูดคุยหรือนำอาหารมารับประทานในระหว่างชมการแสดง ค. นำดอกไม้หรือของขวัญไปมอบให้ผู้แสดงระหว่างกำลังแสดง ง. ปรบมือก่อนการแสดงบนเวทีเริ่มต้นและปรบมือหลังการแสดง ๗. ข้อความในข้อใดมีลักษณะของความเปรียบ ก. คนอังกฤษมองว่าลาเป็นสัตว์ที่ควบคุมได้ยาก ข. เด็กคนนี้ทำไมดื้อดึงเหมือนวัวเหมือนควายนักนะ ค. เมื่อคอนเสิร์ตเริ่มต้น เสียงกรี๊ดของผู้ชมดังกึกก้องไปทั้งห้อง ง. ที่นั่งใกล้เวทีราคายิ่งแพง ที่นั่งห่างออกมาราคาถูกลงเรื่อย ๆ ๘. "เสียงดังจนบ้านจะแตก" ข้อความนี้เป็นข้อความเปรียบเกี่ยวข้องกับเสียงใด ก. เสียงร้องไห้ของแต๋น ข. เสียงโอ๊ตจุดประทัด ค. เสียงร้องโอดโอยจากผู้ป่วยเตียงข้าง ๆ ง. เสียงอาร์ทยิงปืนขึ้นฟ้า ๙. ข้อใดใช้ความเปรียบ "คนมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นในระยะเวลาไม่นาน" ก. โด่งดังเหมือนฟ้าผ่า ข. โด่งดังจนแสบแก้วหู ค. โด่งดังเป็นนกระจอกแตกรัง ง. โด่งดังเป็นพลุแตก ๑๐. ข้อใดไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการสนทนา ก. เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน ข. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดระหว่างกัน ค. เพื่อแสดงลักษณะนิสัยของผู้พูด ง. เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
๑๑. ข้อใดที่ผู้รับโทรศัพท์ไม่ควรปฏิบัติ ก. ต้องพูดให้กระชับ ชัดเจน ข. พูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรและมีน้ำใจ ค. ต้องถามข้อความที่ผู้พูดต้องการฝากข้อความไว้ ง. ชวนปลายสายคุยเป็นเวลานาน ๑๒. ข้อใดไม่ใช่คำพ้องในภาษาไทย ก. คำพ้องคำอ่าน ข. คำพ้องความ ค. คำพ้องเสียง ง. คำพ้องรูป ๑๓. คำพ้องในข้อใดเขียนผิด ก. ดอกจันทร์กะพ้อมีกลิ่นหอมมาก ข. สุภัคเกิดวันจันทร์ เดือน ๕ ปีมะเมีย ค. พ่อซื้อต้นว่านเสน่ห์จันทร์ขาวมาปลูกที่บ้าน ง. ท้าวประดู่ชอบเสวยน้ำจัณฑ์มาก ๑๔. คำในข้อใดเป็นคำพ้องความ ก. ยาตร ญาติ ญาต ข. โจทย์ โจทก์โจษ ค. วนา ไพร พงพี ง. ขรรค์ ขันธ์ ขัน ๑๕. คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใด ไม่ใช่คำที่แสดงการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ก. นารีเดินฉับ ๆ เข้าไปในห้อง ข. วิจิตรเดินลิ่วเข้ามาในห้องเมื่อฉันมาถึง ค. สุทัศน์วิ่งเหยาะ ๆ ไปตามถนน ง. วิชาญขับรถแล่นฉิวไปบนถนนโล่ง ๆ ๑๖. ข้อใดไม่มีคำแสดงลักษณะต่าง ๆ ก. แม่ค้ามัดผักบุ้งเป็นกำ ๆ ข. มะเฟืองถูกกองไว้เป็นกอง ๆ ค. โจ้พูดจาแก้ตัวเป็นฉาก ๆ ง. แม่เด็ดสายบัวออกเป็นท่อน ๆ ๑๗. คำในข้อใดไม่มีคำแสดงสี ก. แม่คั้นน้ำใบเตยมีสีเขียวอ่อน ข. ต้นชมพู่ม่าเหมี่ยวออกลูกดกเต็มต้น ค. กุ้งชีแฮ้สด ๆ มีสีชมพูใส ง. ย่าต้มน้ำเป็ดพะโล้ในน้ำพะโล้สีน้ำตาลเข้ม
๑๘. ข้อใดไม่มีคำแสดงเสียง ก. เสียงแมววิ่งเล่นกุกกักอยู่ในตู้เสื้อผ้า ข. น้ำหยดจากหลังคาดังติ๋งติ๋ง ค. คุณครูเป่านกหวีดเรียกแถวดังปี๊ดปี๊ด ง. มะพร้าวแห้งหล่นลงมาจากต้นทั้งทะลาย ๑๙. กลุ่มคำในข้อใดแสดงฐานะของบุคคล ก. ชำเลือง แล ข. กล่าว พูด ค. เสวย กิน ง. ขี่ ขับ ๒๐. กลุ่มคำในข้อใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับไฟ ก. ปิ้ง ย่าง เผา ข. ผึ่ง ตาก แผ่ ค. อบ ลวก ต้ม ง. เชื่อม ทอด กวน ๒๑. บทร้องเล่น นิทานชาวบ้าน เพลงพื้นบ้าน รวมแล้วเรียกว่าอะไร ก. วรรณคดีมุขปาฐะ ข. วรรณคดีประยุกต์ ค. วรรณคดีมรดก ง. วรรณคดีบริสุทธิ์ ๒๒. ข้อใดไม่เป็นประโยค ก. งูเลื้อย ข. เสื้อสีแดง ค. ฉันกินข้าวแล้ว ง. ยายนอนหลับ ๒๓. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะการเขียนเรียงความที่ดี ก. ชื่อเรื่องและเนื้อความต้องสัมพันธ์กัน ข. เนื้อเรื่องเรียงลำดับความอย่างต่อเนื่อง ไม่วกวน ค. เขียนเรียงลำดับคำนำ เนื้อเรื่อง สรุป ง. ไม่จำเป็นต้องเขียนโครงเรื่องไว้ก่อน ๒๔. ข้อใดไม่ใช่วิธีการเขียนเรียงความที่ดี ก. เขียนด้วยถ้อยคำสั้น ๆ กะทัดรัด ข. เลือกใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม ค. ควรใช้ภาษาที่เป็นทางการ ง. บทนำและสรุปเนื้อหาไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กัน ๒๕. ทุกข้อคือการพูดแบบไม่เป็นทางการ ยกเว้นข้อใด ก. พูดแนะนำตัว ข. พูดบรรยาย ค. พูดสนทนา ง. พูดทักทายปราศรัย
๒๖. ข้อใดไม่ใช่หลักการพูด ก. พูดออกเสียง ร ล คำควบกล้ำชัดเจน ข. การลำดับความคิดในการพูดแต่ละครั้ง ค. พูดในเรื่องล้ำสมัย น่าตื่นเต้น ง. การวิเคราะห์ผู้ฟังทั้งเพศและวัยเพื่อเลือกเรื่องที่จะพูดให้เหมาะสม ๒๗. ข้อใดใช้คำผิด ก. คุณพ่อไปเชิญพระมาฉันเพลที่บ้าน ข. วันนี้แม่รู้สึกปวดศีรษะมากจนพ่อต้องพาไปหาหมอ ค. คุณครูต้องการให้นักเรียนทุกคนปฏิบัติตามคำสั่ง ง. พวกเราต้องร่วมมือร่วมใจกัน ๒๘. ข้อใดควรกล่าวถึงการพูดหรือแสดงความคิดเห็นไม่ถูกต้อง ก. ฝ่ายไหนมีพวกมากกว่าก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้มากกว่า ข. ต้องแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากอคติ ค. ในการวิจารณ์ต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใด ง. มีทั้งการสนับสนุนและการโต้แย้ง ๒๙. ข้อใดถือว่ามีมารยาทในการพูดมากที่สุด ก. วิเชียรโต้แย้งอย่างดุเดือดเมื่อมีคนไม่เห็นด้วยกับตนเอง ข. สุวัฒน์ใช้น้ำเสียงดุดันเมื่อไม่พอใจการพูดของเพื่อน ค. ประกอบลุกเดินทำหน้าขึงขังไปหาคนที่ไม่เห็นด้วยกับตนเอง ง. สุพจน์โต้แย้งในประเด็นที่คนอื่นไม่เห็นด้วยและยกตัวอย่างประกอบ
๓๐. การพูดสนับสนุนความคิดของผู้อื่นข้อใดกล่าวได้เหมาะสมที่สุด ก. ความคิดของคุณวิชิตดี น่าชื่นชมมาก ข. ความคิดของคุณวิชิตดีมาก สุดยอดมากจริง ๆ ครับ ค. ตามที่คุณวิชิตพูดมานั้น ดีมากเลยครับ ผมเห็นด้วย ง. ตามที่คุณวิชิตกล่าวมานั้น ผมเห็นด้วย เพราะผมคิดว่า ...... ๓๑. ข้อใดเป็นการกล่าวพูดคัดค้านความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างเหมาะสม ก. ความคิดเห็นของคุณสุนัยใช้ไม่ได้ ควรเป็นอย่างนี้มากกว่า................... ข. ตามที่คุณสุนัยพูดมานั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่ผมคิดว่า................... ค. ตามที่คุณสุนัยพูดมานั้น ผมไม่สน ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะผมคิดว่า................. ง. ตามที่คุณสุนัยเสนอมานั้น ผมว่าเป็นความคิดที่ผิด เพราะผมคิดว่า................... ๓๒. ข้อใดไม่ใช่หลักการพูดแสดงความเห็นเชิงวิจารณ์ ก. มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการพูดเป็นอย่างดี ข. ควรวิจารณ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์และไม่มีอคติ ค. หลีกเลี่ยงการวิจารณ์เรื่องส่วนตัว ไม่พูดส่อเสียด ทับถม เยาะเย้ย ง. ต้องแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าความคิดของเราดีที่สุด ถูกต้องที่สุด ๓๓. การพูดในข้อใดควรเปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถามได้ ก. การประชาสัมพันธ์ ข. การกล่าวอวยพร ค. การพูดเพื่อโน้มน้าวใจ ง. การโต้วาที ๓๔. การพูดในข้อใดควรเป็นคำพูดที่สั้นและตรงไปตรงมา ก. การโต้วาที ข. การกล่าวอวยพร ค. การรายงาน ง. การประชาสัมพันธ์
๓๕. ในการพูดเล่าเรื่องข้อใดมีความจำเป็นมากที่สุด ก. ระยะเวลาที่ผู้พูดใช้ในการพูด ข. น้ำเสียง ท่าทางการพูด ค. เนื้อหาของเรื่อง การเรียงลำดับความเรื่องไม่วกวน ง. พูดแล้วเปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถามในสิ่งที่สงสัย ๓๖. การพูดโน้มน้าวจิตใจให้ผู้อื่นคิดว่าสิ่งที่เราพูดนั้นดีและเป็นความจริง เราเรียกการพูดนั้นว่าอย่างไร ก. การแนะนำ ข. การโฆษณา ค. การพูดสรรเสริญเยินยอ ง. การพูดชี้แจง ๓๗. อ่านข้อความต่อไปนี้ ข้อความใดอ่านแล้วเกิดความรู้สึกอยากช่วยเหลือมากที่สุด ก. เชิญชวนบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ข. เร็ว ๆ เข้า มาช่วยกันบริจาคช่วยเหลือคนน้ำท่วมกันเถอะ ค. อย่ามัวแต่คิด รีบมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยกัน ง. ชาวได้ประสบภัยน้ำท่วม เรามาช่วยเช็ดน้ำตาพวกเขา ๓๘. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการพูดรายงาน ก. การพูดรายงาน คือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ข. การพูดรายงานไม่ควรเปิดโอกาสให้ผู้ฟังซักถาม ค. การพูดรายงาน คือ การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างผู้พูดและผู้ฟัง ง. การพูดรายงาน คือ การพูดให้ผู้ฟังยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้พูด ๓๙. เราจะเชื่อตามคนที่พูดได้ก็ต่อเมื่อผู้พูดได้ทำสิ่งใด ก. ใช้ความรู้ หลักการ ทฤษฎีมาพูดให้เกิดความเชื่อถือ ข. แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นจริงหรือไม่ โดยใช้เหตุผลประกอบหรือผลงานที่เห็นจริง ค. พิจารณาจากผู้พูดว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ง. สังเกตว่าบุคคลรอบข้างเชื่อถือผู้พูดหรือไม่ ถ้าใช่ก็ควรเชื่อตาม
40. การพูดในข้อใดเป็นการพูดเพื่อจูงใจให้ผู้ฟังเกิดการยอมรับมากที่สุด ก. พูดจาอ่อนน้อมถ่อมตน ข. พูดวิจารณ์พร้อมแสดงความคิดเห็นของตนเอง ค. พูดชมเชยและวิจารณ์ไปพร้อม ๆ กัน ง. พูดข้อเท็จจริงโดยใช้เหตุผลอธิบาย
ข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ ๕ จงทำเครื่องหมาย X เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (ระยะเวลาทำข้อสอบ ๖o นาที) ๑. คำประพันธ์ในข้อใดไม่มีเสียงสระประสม ก. งูเขียวแลเหลื้อมพ่น พิษพลัน ข. ตุ๊กแกคางแข็งขยัน คาบไว้ ค. กัดงู งูเร่งพลัน ขนดเครียด ง. ปากอ้างูจึงได้ ลากล้วงตับกิน ๒. ข้อใดมีอักษรควบแท้ ก. รักตนกว่ารักทรัพย์ ข. พบศัตรูปากปราศรัย ค. อย่ากริ้วโกรธเนืองนิตย์ ง. ลูกเมียยังอย่าสรรเสริญ ๓. "ภาษาที่ใช้สื่อสารเฉพาะภาค" หมายถึงข้อใด ก. ภาษาไทย ข. ภาษาถิ่น ค. ภาษาเขียน ง. ภาษาพูด ๔. จากข้อความ "การไม่วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่น" หมายถึงข้อใด ก. เป็นคนไม่นินทาว่าร้ายใคร ข. เป็นคนไม่สนใจผู้อื่น ค. เป็นคนเห็นแก่ตัว ง. เป็นคนมีจิตใจเอื้อเนื้อเผื่อแผ่ ๕. ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ของการใช้พจนานุกรม ก. รู้ที่มาของคำ ข. รู้ชนิดของคำ ค. รู้ประวัติของคำ ง. รู้ความหมายของคำ ๖. ข้อความใดสอดคล้องกับคำกล่าวที่ว่า "น้ำขึ้นให้รีบตัก" ก. มีเงินก็เก็บเอาไว้ใช้บ้าง ข. อายุน้อยต้องรีบออกกำลังกาย ค. ใช้ความรู้ให้เต็มความสามารถ ง. เมื่อเป็นนักเรียนควรเรียนรู้ให้มาก ๗. "มะนาวไม่มีน้ำ" เป็นลักษณะของข้อใด ก. รูปร่าง ข. ท่าทาง ค. น้ำเสียง ง. อารมณ์ ๘. ข้อใดหมายถึง "พูดมากแต่ไม่มีเนื้อหาสาระ" ก. พูดไปสองไพเบี้ย ข. ปลาหมอตายเพราะปาก ค. ปากเป็นเอก เลขเป็นโท ง. น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง
๙. "วัวใครเข้าคอกคนนั้น" หมายความว่าอย่างไร ก. ผู้ใดทำกรรมใดไว้ย่อมได้รับผลกรรมนั้น ข. บุคคลย่อมรักในที่อยู่ของตน ค. วัวย่อมผูกพันกับที่ที่มันเคยอยู่ ง. ข้าย่อมหวังพึ่งเจ้านาย ๑๐. "ขว้างงูไม่พ้นคอ" หมายความว่าอย่างไร ก. ไม่อาจหลีกเลี่ยงหน้าที่ได้ ข. ไม่อาจขจัดผู้คิดร้ายต่อตน ค. แม้พยายามปิดเรื่องเดือดร้อนให้ไกลตัวก็ยังต้องรับผิดชอบอยู่ ง. ทำอะไรแล้วผลร้ายกลับมาสู่ตัวเอง ๑๑. ข้อใดไม่มีคำราชาศัพท์ ก. พระสุนิสา พระชามาดา ข. พระอุณาโลม พระรากขวัญ ค. ธารพระกร น้ำจัณฑ์ ง. พระอรหันต์ พระเขี้ยวแก้ว ๑๒. ข้อความใดเป็นอุปมาโวหาร ก. หิมะเป็นน้ำจืดตกจากฟ้า ข. หิมะ... มีรสเหมือนน้ำฝน ค. ก้อนหิมะขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล ง. เอามือไปลูบเสียงดังกรุ๋งกริ๋ง ๑๓. การเขียนบันทึกประวัติชีวิต เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร ก. ชีวประวัติ ข. อัตชีวประวัติ ค. อัตชีวิต ง. อัตประวัติ ๑๔. "น้ำผึ้งหยดเดียว" เป็นนิทานอยู่ในหนังสือชุดใด ก. นิทานเทียบสุภาษิต ข. นิทานอีสป ค. นิทานสอนหญิง ง. นิทานสอนใจ ๑๕. ข้อใดมิใช่การเขียนบันทึกขนาดยาว ก. บันทึกชีวประวัติ ข. บันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิต ค. บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ง. บันทึกประจำวัน
อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑๖-๑๘ เรื่องพรที่สัมฤทธิ์ โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตโต) ถ้าพูดตามภาษาพระแท้ ๆ พรเป็นสิ่งที่เราจะต้องสร้างขึ้นเอง มีพุทธพจน์ตรัสไว้ว่า อายุ วรรณะ สุขะ หรือ สิ่งต่าง ๆ ที่เป็นที่น่าปรารถณา น่าพอใจ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการอ้อนวอนก็หาไม่ ท่านทั้งหลายที่ ปรารถนาสิ่งเหล่านี้ จะต้องปฏิบัติที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น พร คือ จตุรพิธพรชัย คือ พร ๔ ประการ ได้แก่ อายุ วรรณะ สุขะ พละ คำว่า พร ในภาษาพระ แปลว่า ผลประโยชน์หรือสิทธิพิเศษที่ให้ตามคำขอ ดังนั้น "พร" จึงหมายถึงสิ่งที่เป็นผลประโยชน์หรือสิทธิพิเศษที่ให้ตามที่ขอ เขาขอแล้วให้ก็เรียกว่า "ให้พร" อาทิ นางผุสดีขอพร ๑๐ ประการจากพระอินทร์ พอพระอินทร์ให้ก็เรียกว่า "ประทานพร" การให้พรซึ่งกันและกันก็เพื่อแสดงความปรารถนาดีต่อกัน ด้วยการตั้งจิตปรารถนาให้เกิดประโยชน์สุข ต่อกัน ด้วยพลังจิตแห่งความปรารถนาดีนี้ จึงเกิดเป็นคุณธรรมความดีงามขึ้นมาในใจของผู้ให้ และในเวลา เดียวกันผู้รับก็พลอยมีจิตบันเทิง เอิบอิ่มชื่นบาน ซาบซึ้งในน้ำใจเมตตาของผู้ให้เช่นกัน จึงกลายเป็นคุณธรรม ของทั้งสองฝ่าย ๑๖. สิ่งที่พึงปรารถนาตามพุทธพจน์ที่ตรัสไว้คือข้อใด ก. อายุ วรรณะ สุขะ ข. อายุ วรรณะ สุขะ พละ ค. อายุ วรรณะ สุขะ โภคะ พละ ง. อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปัญญา ๑๗. คำว่า "พร" ในภาษาพระแปลว่าอะไร ก. ผลที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ข. ผลของปาฏิหาริย์จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ค. ผลประโยชน์ที่เกิดจากสิทธิพิเศษ ง. สิ่งที่เป็นของประเสริฐทุกสิ่งในโลกนี้ ๑๘. ข้อใดมีความหมายว่า "จตุรพิธพรชัย" ก. อายุ วรรณะ สุขะ ข. อายุ วรรณะ สุขะ พละ ค. อายุ วรรณะ สุขะ พละ โภคะ ง. อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปัญญา
๑๙. ผู้ที่พูดจาไม่ระวังปากของตนเองเรียกว่าอะไร ก. น้ำท่วมปาก ข. กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ค. ปากว่าตาขยิบ ง. ปลาหมอตายเพราะปาก ๒๐. "วันสุนทรภู่" ตรงกับข้อใด ก. ๖ มิถุนายน ข. ๑๖ มิถุนายน ค. ๒๖ มิถุนายน ง. ๒๙ มิถุนายน ๒๑. ข้อใดคือความหมายของคำสนธิ ก. การนำคำมูลภาษาบาลี-สันสกฤต ตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมาเชื่อมต่อให้เป็นคำเดียว ข. การนำคำมูลภาษาบาลี-สันสกฤต ตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมาต่อกัน แล้วแปลจากหลังไปหน้า ค. การนำคำมูลภาษาบาลี-สันสกฤต ตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมาเรียงต่อกันให้เป็นคำใหม่ ง. การนำคำมูลภาษาบาลี-สันสกฤต ตั้งแต่ ๒ คำขึ้นไปมาต่อกันให้เป็นคำใหม่ที่มีการประวิสรรชนีย์ ๒๒. เงาะป่าเป็นพระราชนิพนธ์ของรัชกาลใด ก. รัชกาลที่ ๒ ข. รัชกาลที่ ๓ ค. รัชกาลที่ ๔ ง. รัชกาลที่ ๕ อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๒๓ การละเล่นพื้นบ้าน หมายถึง มหรสพหรือการแสดงต่าง ๆ จัดขึ้นเพื่อความสนุกสนานชื่นเริงของผู้เล่นและ ผู้ชม การละเล่นพื้นบ้าน หมายถึง การละเล่นที่เป็นของซาวบ้าน เกิดจากความต้องการความบันเทิง ความ สนุกสนานร่วมกันของคนในท้องถิ่น ๒๓. การละเล่นที่มีคำว่า "พื้นบ้าน" หรือ "พื้นเมือง" ต่อท้ายหมายถึงข้อใด ก. เป็นการละเล่นที่มีผู้แสดงเป็นหญิงล้วน ข. เพลงที่นิยมเล่นในเฉพาะในท้องถิ่น ค. เป็นการละเล่นเฉพาะในหมู่ชายล้วนเท่านั้น ง. เป็นการละเล่นที่เล่นเฉพาะในเทศกาลหนึ่ง ๆ เท่านั้น
อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๒๔ "ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ซึ่งตรงกับสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี การรำวง เป็นการละเล่นที่นิยมมากที่สุด รำวงนั้นพัฒนามาจากรำโทน โดยมีเรื่องเล่าว่า มีการเล่นรำโทนที่บ้านแพะ จังหวัดสระบุรี ต่อมาเป็นที่นิยมในจังหวัดนครราชสีมา และมีข้อสันนิษฐานว่ารำโทนเกิดขึ้นในสมัย กรุงศรีอยุธยา โดยอ้างอิงเอกสารจากชาวยุโรป การรำวงนั้นผู้รำต้องรำเป็นวง มีเพลงร้องและใช้เครื่องดนตรี เช่น โทน รำมะนา ตีให้จังหวะประกอบ แต่เดิมมักเล่นในวันตรุษสงกรานต์ นันความสนุกสนาน มักเล่นในเวลากลางคืน ใช้ครกตำข้าวเป็นที่วาง ตะเกียงอยู่กลางวง หนุ่มสาวได้มีโอกาสจับคู่รำวงกัน ลีลาท่ารำมีเพียงกรายมือไปมาหรือรำท่าคล้าย สอดสร้อยมาลา รำต้อนจับเป็นคู่ ๆ ทำให้สนุกสนานมากขึ้น" ๒๔. เพลงรำวงมาตรฐานมีใช้มาในสมัยนายกรัฐมนตรีท่านใด ก. จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ข. จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชย์ ค. จอมพลผิน ชุณหะวัณ ง. พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ๒๕. ข้อใดแสดงถึงสำนวน "ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า" ได้ถูกต้อง ก. ความสำคัญของการพูด ข. วิชาเลขไม่มีความสำคัญ ค. ความสำคัญของปาก ง. วิชาทางด้านภาษามีความสำคัญมากที่สุด ๒๖. ประโยคใดที่ใช้คำที่มีตัวสะกดผิด ก. เดือนกุมภาพันธ์ผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ข. ตำรวจสามารถจับกบฏได้ทั้งหมด ค. คุณทำผิดกฎหมายต้องถูกลงโทษ ง. การแสดงชุดนี้เป็นการแสดงที่อัศจรรย์ใจ ๒๗. "ถือสันโดษบำเพ็ญให้เด่นดี ในสิ่งที่เราเป็นเช่นนั้นเทอญ" คำประพันธ์นี้ตรงกับคำสอนในข้อใดของพระพุทธเจ้า ก. เห็นกงจักรเป็นดอกบัว ข. รู้เขารู้เราแล้วท่านจะสุข ค. จงพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ ง. รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา
๒๘. "แม้มิได้เป็นจันทร์อันสกาว" ข้อใดไม่ใช่คำไวพจน์ของคำว่า จันทร์ ก. ศศิธร ข. ทินกร ค. โสม ง. แข ๒๙. "ปากเป็นเอก เลขเป็นโท........................เป็นตรี ชั่วดีเป็นตรา" ควรเติมคำใดลงในช่องว่าง ก. ตำรา ข. หนังสือ ค. นิทาน ง. คำสอน ๓๐. "พระร่วง" เป็นบทพระราชนิพนธ์ของกษัตริย์พระองค์ใด ก. รัชกาลที่ ๓ ข. รัชกาลที่ ๔ ค. รัชกาลที่ ๕ ง. รัชกาลที่ ๖ จงเรียงลำดับดำเหล่านี้ตามหลักพจนานุกรม (ข้อ ๓๑-๓๕) ๓๑. บกพร่อง สักครู่ แปลงผัก กริ่งรถ โบราณ ก. บกพร่อง สักครู่ แปลงผัก กริ่งรถ โบราณ ข. กริ่งรถ แปลงผัก บกพร่อง โบราณ สักครู่ ค. กริ่งรถ บกพร่อง โบราณ แปลงผัก สักครู่ ง. สักครู่ แปลงผัก โบราณ บกพร่อง กริ่งรถ ๓๒. ฤาษี เวรกรรม สาบสูญ หวีดหวิว โขดหิน ก. โขดหิน ฤาษี เวรกรรม สาบสูญ หวีดหวิว ข. ฤาษี โขดหิน เวรกรรม หวีดหวิว สาบสูญ ค. โขดหิน เวรกรรม หวีดหวิว สาบสูญ ฤาษี ง. โขดหิน ฤาษี เวรกรรม หวีดหวิว สาบสูญ ๓๓. ไมตรี บ้าบิ่น โพล้เพล้ คว่ำชาม จักรเย็บผ้า ก. ไมตรี บ้าบิ่น โพล้เพล้ คว่ำชาม จักรเย็บผ้า ข. คว่ำชาม จักรเย็บผ้า บ้าบิ่น โพล้เพล้ไมตรี ค. จักรเย็บผ้า คว่ำชาม โพล้เพล้ บ้าบิ่น ไมตรี ง. จักรเย็บผ้า คว่ำชาม บ้าบิ่น ไมตรี โพล้เพล้ ๓๔. โผล่หน้า อักษร รถยนต์ รบกวน เกรงใจ ก. อักษร รบกวน รถยนต์ โผล่หน้า เกรงใจ ข. เกรงใจ โผล่หน้า รบกวน รถยนต์ อักษร ค. อักษร โผล่หน้า รถยนต์ รบกวน เกรงใจ ง. เกรงใจ โผล่หน้า รถยนต์ รบกวน อักษร ๓๕. ประวัติ ประกาศ ประเสริฐ ประเภท ประโยชน์ ก. ประเสริฐ ประวัติ ประโยชน์ ประเภท ประกาศ ข. ประกาศ ประเสริฐ ประเภท ประโยชน์ ประวัติ ค. ประกาศ ประเภท ประโยชน์ ประวัติ ประเสริฐ ง. ประเสริฐ ประวัติ ประเภท ประกาศ ประโยชน์
ประโยคต่อไปนี้เป็นประโยคชนิดใด (ข้อ ๓๖-๔๐) ๓๖. แม่ไปตลาดแต่เช้า ก. ประโยคคำถาม ข. ประโยคคำสั่ง ค. ประโยคบอกเล่า ง. ประโยคแสดงความต้องการ ๓๗. อาหารมื้อเช้าวันนี้มีอะไรบ้าง ก. ประโยคบอกเล่า ข. ประโยคคำถาม ค. ประโยคคำสั่ง ง. ประโยคแสดงความต้องการ ๓๘. ห้ามกินขนมในห้องเรียน ก. ประโยคแสดงความต้องการ ข. ประโยคคำสั่ง ค. ประโยคคำถาม ง. ประโยคปฏิเสธ ๓๙. โปรดทิ้งขยะลงถัง ก. ประโยคขอร้อง ข. ประโยคบอกเล่า ค. ประโยคปฏิเสธ ง. ประโยคคำถาม ๔๐. พ่อไม่ชอบรับประทานอาหารเวียดนาม ก. ประโยคปฏิเสธ ข. ประโยคคำถาม ค. ประโยคแสดงความต้องการ ง. ประโยคคำสั่ง
ข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ ๖ จงทำเครื่องหมาย X เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (ระยะเวลาทำข้อสอบ ๖o นาที) ๑. "เด็กทุกคนทุก ๆ มื้อควรรับประทานผักและผลไม้ เพราะประโยชน์ของผักผลไม้ช่วยทำให้ร่างกายได้รับ วิตามิน เกลือแร่ และยังช่วยให้ผิวพรรณดี ระบบขับถ่ายทำงานปกติ" จากข้อความดังกล่าวเป็นการใช้ภาษา โน้มน้าวใจในข้อใด ก. ใช้ภาษาเชิงเร้าใจ ข. ใช้ภาษาเชิงเสนอแนะ ค. ใช้ภาษาเชิงขอร้อง ง. ใช้ภาษาเชิงวิงวอน ๒. ยางขาวขนเรียบร้อย ดูดี ภายนอกหมดใสสี เปรียบฝ้าย กินสัตว์เสพปลามี ชีวิต เฉกเช่นชนชาติร้าย นอกนั้นนวลงาม (โคลงโลกนิติ) คำประพันธ์นี้แต่งด้วยคำประพันธ์ชนิดใด ก. โคลงสี่สุภาพ ข. กาพย์ยานี ๑๑ ค. กลอนสักวา ง. กลอนแปด ๓. คำประพันธ์ในข้อ ๒ นี้สอดคล้องกับสำนวนใดมากที่สุด ก. สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ ข. ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ค. ผ้าขี้ริ้วห่อทอง ง. อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง ๔. หากต้องการเขียนจดหมายสมัครงาน ควรใช้คำขึ้นต้นและคำลงท้ายอย่างไร ก. กราบเรียน........................................ , รักและเคารพอย่างสูง ข. เรียน.................................................. , ด้วยความเคารพอย่างสูง ค. กราบเรียน......................................... , ขอแสดงความนับถือ ง. เรียน................................................... , ขอแสดงความนับถือ
๕. คนใดไปเสพด้วย คนพาล จักทุกข์ทนเนานาน เนิ่นแท้ ใครเสพท่วยทรงญาณ เปรมปราชญ์ เสวยสุขล้ำเลิศแล้ เพราะได้สดับดี คำประพันธ์นี้สอดคล้องกับสำนวนใดมากที่สุด ก. ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น ข. คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล ค. คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ ง. ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ๖. คำว่า "ขัน" ในข้อใดทำหน้าที่เป็นคำนาม ก. ไก่ขัน ข. ขันใบนี้ทำด้วยเงิน ค. ช่างเครื่องยนต์ขันนอต ง. เขามีอารมณ์ขัน ๗. ประเทศไทยได้ชื่อว่า "สยามเมืองยิ้ม" นักเรียนคิดว่าเพราะสาเหตุใด ก. ยิ้มให้เฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ข. เพราะชาวต่างชาติมีเงินมากทำให้ขายของได้ราคาดี ค. การพบกันแม้จะไม่รู้จัก คนไทยมักจะยิ้มให้ก่อนเสมอ ง. คนไทยยิ้มเพราะอยากสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ๘. ประโยคใดไม่มีคำควบกล้ำ ก. พี่ตวาดน้องด้วยเสียงอันดัง ข. อาออกไปจับปลาที่ท้องร่อง ค. นายพร้านกำลังตามรอยกวาง ง. คุณพ่อกำลังปลูกต้นไม้หลังบ้าน
๙. หากเราเข้าฟังการพูดของนักพูดคนหนึ่ง สิ่งที่เราต้องการได้รับจากการฟังมากที่สุดคือข้อใด ก. เรื่องขำขันเพื่อให้การฟังไม่น่าเบื่อ ข. เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นเพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบ ค. ความรู้ความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในเรื่องที่ฟัง ง. ผู้พูดพูดได้อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว ๑๐. สิ่งที่แสดงออกถึงความสามารถที่ดีในการพูดของผู้พูดคือข้อใด ก. พูดให้ลิงหลับ ข. พูดให้ชัดเจน ค. พูดให้เสียงดัง ง. พูดให้ยาว ๆ ๑๑. ข้อใดเป็นคำนำของการย่อหนังสือราชการ ก. หนังสือราชการของ............ ถึง ............... เรื่อง .......... เลขที่ .......... ความว่า ข. หนังสือราชการของ........... ถึง .............. ลงวันที่ .............. ความว่า ค. หนังสือราชการของ........... ถึง ............... เรื่อง ........... ลงวันที่ .......... ความว่า ง. หนังสือราชการของ............ ถึง ................. เรื่อง ............. ด่วนมาก .......... เลขที่ ........... ลงวันที่ .................... ความว่า ๑๒. ข้อใดคือความหมายของพลความ ก. ประโยคที่ขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ข. ข้อความสำคัญของย่อหน้า หากตัดออกจะทำให้เข้าใจผิดได้ ค. การนำคำหรือข้อความมาเรียงต่อกันจนได้ใจความสมบูรณ์ ง. การเก็บใจความสำคัญของเรื่องจากข้อความที่อ่านมาเรียบเรียงใหม่ ๑๓. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. "การย่อความ" หมายถึง การทำเนื้อหาให้สั้นลงแต่ใจความคงเดิม ข. ใจความสำคัญอยู่เฉพาะตอนต้นเท่านั้น ค. ในแต่ละย่อหน้าจะต้องมีใจความและพลความ ง. การย่อความควรใช้สรรพนามบุรุษที่ ๓
๑๔. การย่อความนั้นคือ การสรุปเพื่อหา ก. ข้อเท็จจริง ข. ข้อคิดเห็น ค. ใจความสำคัญ ง. บทสรุป ๑๕. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของโฆษณานมผงสำหรับเด็ก ก. เสนอข้อมูลที่เป็นจริงเชื่อถือได้ ข. ใช้นักแสดงทารกที่มีหน้าตาน่ารัก ค. ใช้เพลงประกอบที่เหมาะสมกับเด็ก ง. รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์สวยงาม ๑๖. "สถาพรพยายามโน้มน้าวใจเพื่อน ๆ ให้รักโรงเรียนมากยิ่งขึ้น" แสดงว่าสถาพรใช้กลวิธีโน้มน้าวใจในเรื่องใด ก. แสดงให้เห็นความน่าเชื่อถือโดยผู้โน้มน้าวใจ ข. ทำให้เกิดความรู้สึกมีอารมณ์ร่วม ค. แสดงให้เห็นด้านดีและด้านเสีย ง. ให้ความรู้สึกเพลิดเพลิน ๑๗. เขา........... ว่ามีธุระยุ่ง เมื่อดู....... แล้วเขาคงไม่อยากไปด้วย เพื่อนของเขาก็ ...... ว่าจะไม่ไปบ้าง ควรเติมคำในข้อใดเพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ ก. ทำที ท่าที ทำท่า ข. ทำที ทำท่า ท่าที ข. ท่าที ทำที ทำท่า ง. ท่าที ทำท่า ทำที ๑๘. ข้อใดใช้เครื่องหมายวรรคตอนผิด ก. เรื่องที่เขาเล่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ๆ ข. พักเที่ยงเวลา ๑๒.๐๐-๑๓.๐๐ น. ค. เขาต่อว่าคนอื่นต่าง ๆ นา ๆ ง. ครูพูดว่า "ขอให้นักเรียนตั้งใจเรียน"
๑๙. "ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา หอมระรวยรสพา เพริศด้วย คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์ ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม (โคลงโลกนิติ) โคลงดังกล่าวมีเครื่องหมายวรรคตอนใด ก. สัญประกาศ ข. อัญประกาศ ค. นขลิขิต ง. บุพสัญญา อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๒๐ ศิลาจารึก ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของศิลาจารึก คือ เพื่อบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ เช่น ลักษณะการปกครอง ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรในสมัยนั้น ตลอดจนบรรยายถึงความอุดมสมบูรณ์และความเจริญรุ่งเรือง ความ สงบสุขของกรุงสุโขทัย เมื่อ พ.ศ. ๒๓๗๖ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชอยู่ และยังไม่เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้เสด็จธุดงค์ไปทางเหนือ ได้ทรงพบหลักศิลาจารึกหลักหนึ่งที่ปราสาทเก่าเมืองสุโขทัย ลักษณะของ ศิลาจารึกเป็นแท่งศิลารูปสี่เหลี่ยมยอดแหลมปลายมนสูง ๑ เมตร ๑๑ เซนติเมตร มีถ้อยคำจารึก ๔ ด้าน นที่ ๑ และด้านที่ ๒ มีจารึกต้านละ ๓๕ บรรทัด ด้านที่ และด้านที่ ๔ มีจารึกด้านละ ๒๗ บรรทัด ตัวอักษรที่ใช้จารึกเป็นอักษรโบราณ ซึ่งเรียกกันต่อมาว่า อักษรพ่อขุนรามคำแหง ๒๐. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับหลักศิลาจารึก ก. มีถ้อยคำจารึก ๔ ด้าน, ด้านละ ๓๕ บรรทัด ข. มีถ้อยคำจารึก ๔ ด้าน, ด้านที่ ๑ และ ๒ มี ๓๕ บรรทัด, ด้านที่ ๓ และ ๔ มี ๓๐ บรรทัด ค. มีถ้อยคำจารึก ๔ ด้าน, ด้านที่ ๑ และ ๒ มี ๓๕ บรรทัด, ด้านที่ ๓ และ ๔ มี ๒๗ บรรทัด ง. มีถ้อยคำจารึก ๔ ด้าน, ด้านที่ ๑ และ ๒ มี ๓๐ บรรทัด, ด้านที่ ๓ และ ๔ มี ๔๐ บรรทัด
๒๑. เรื่องรามเกียรติ์เป็นวรรณคดีที่มุ่งสรรเสริญเทพองค์ใด ก. พระศิวะ ข. พระอิศวร ค. พระนารายณ์ ง. พระอินทร์ ๒๒.งามโอษฐ์งามแก้มงามจุไร งามนัยน์เนตรงามกร งามถันงามกรรณงามขนง งามองค์ยิ่งเทพอัปสร นักเรียนคิดว่า ดำประพันธ์ที่ยกมาในข้างต้นมีความโดดเด่นในด้านใด ก. เล่นสัมผัส ข. เล่นความหมาย ค. เล่นความ ง. เล่นคำ ๒๓. คำประพันธ์วรรคใดไม่มีอักษรนำ ก. เป็นพ่อแม่วิงวอนสอนลูกหลาน ข. ครูอาจารย์อย่ากลัวว่าหัวเก่า ค. วอนสังคมสมควรชวนแบ่งเบา ง. ช่วยผู้เยาว์เสริมสร้างแบบอย่างงาม ๒๔. ข้อใดมีคำสะกดไม่ถูกต้อง ก. พิสมัย สังวร บ่วงบาศ ข. กาลเทศะ รื่นรมย์ ไต้ฝุ่น ค. อิริยาบท สังเกต วิญญาณ ง. รสชาติ กิจจะลักษณะ บาดทะยัก ๒๕. ข้อใดเป็นคำมูลพยางค์เดียวทุกคำ ก. คนใดคนหนึ่งผู้ ใจฉกรรจ์ ข. เคียดฆ่าคนอนันต์ หนักแท้ ค. ไปปานบุรุษอัน ผจญจิต เองนา ง. เธียรท่านเยินยอแล้ ว่าผู้มีชัย ๒๖. "สุภาษิต" หมายถึงอะไร ก. คำกล่าวที่ใช้ถ้อยคำสละสลวย ข. คำที่กล่าวขึ้นลอย ๆ ค. คำที่เป็นคำสั่งสอนให้ได้คิด ง. คำที่เป็นหลักธรรมะ ๒๗. คำว่า "โสฬสไตรยางค์" หมายถึง ก. สุภาษิตสามสิบสองประการ ข. ธรรมะสิบหกข้อ ค. สุภาษิตสามหมวด ง. สุภาษิตสิบหกหมวด หมวดละสามประการ
๒๘. "ใดกิจผิดพลาดแล้ว ไป่ละ ลืมเลย หย่อนทิฐิมานะ อ่อนน้อม ขอโทษเพื่อคารวะ ........................... ดีกว่าปดอ้อมค้อม คิดแก้โดยโกง" ควรเติมข้อความใดลงในช่องว่างจึงจะถูกต้อง ก. คิดใคร่ ครวญนา ข. การชอบ ธรรมนา ค. วายบาด หมางแฮ ง. ท่านทั่ว ไปนา ๒๙. "ดุจไก่พบแก้วล้ำ หลีกแล้วเลยจร" โคลงบาทนี้ให้ข้อคิดตรงกับข้อใด ก. คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด ข. ของดีของมีค่าอยู่ที่ไหนก็ยังคงมีคุณค่า ค. ผู้ที่ฉลาดย่อมรู้ว่าสิ่งใดมีประโยชน์แก่ตน ง. ของดีของมีค่าย่อมมีประโยชน์แก่ผู้รู้จักใช้เท่านั้น ๓๐. "อย่าควรประมาทผู้ ทุรพล" คำว่า "ทุรพล" มีความหมายตรงกับข้อใด ก. ศัตรู ข. ผู้พิการ ค. ผู้มีกำลังน้อย ง. ผู้ตกทุกข์ได้ยาก คำที่ขีดเส้นใต้ต่อไปนี้เป็นคำชนิดใด (ข้อ ๓๑-๓๕) ๓๑. วัฒนธรรมที่ดีงามสืบทอดมาจากคนโบราณ ก. คำวิเศษณ์ ข. คำสันธาน ค. คำกริยา ง. คำนาม ๓๒. ขอความกรุณาทุกท่านขึ้นลงชั้นเดียวโปรดใช้บันได ก. คำสันธาน ข. คำสรรพนาม ค. คำนาม ง. คำบุพบท ๓๓. ภาษาไทยเป็นมรดกของชาติที่น่าภาคภูมิใจ ก. คำนาม ข. คำสันธาน ค. คำกริยา ง. คำสรรพนาม ๓๔. คนอ้วนเพราะรับประทานไขมันมาก ก. คำนาม ข. คำสันธาน ค. คำบุพบท ง. คำวิเศษณ์
๓๕. ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย ก. คำสรรพนาม ข. คำนาม ค. คำกริยา ง. คำวิเศษณ์ เลือกคำที่เติมลงในคำประพันธ์อย่างเหมาะสม (ข้อ ๓๖-๔๐) อันว่าความกรุณาปรา ...๓๖.... จะมี ...๓๗... บังคับก็หา ...๓๘.... หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่น...๓๙.. จากฟากฟ้าสุรา ...๔๐.... สู่แดนดิน (เวนิสวานิช ของรัชกาลที่ ๖) ๓๖. ก. ณี ข. นี ค. ศัย ง. รภ ๓๗. ก. น้อง ข. ใช่ ค. ใคร ง. เข่น ๓๘. ก. เช่น ข. เจอ ค. ยาก ง. ไม่ ๓๙. ก. ชม ข. ใจ ค. ชัย ง. จิต ๔๐. ก. เมา ข. ลัย ค. ไล ง. ใล
ข้อสอบวิชาภาษาไทย ชุดที่ ๗ จงทำเครื่องหมาย X เลือกคำตอบที่ถูกต้อง (ระยะเวลาทำข้อสอบ ๖o นาที) ๑. ข้อใดมีคำสะกดผิด ก. คนบางคนแม้มีหน้าตาอัปลักษณ์แต่จิตใจกลับงคงาม ข. ศาลฎีกาพิพากษาความผิดของจำเลยพิจารณาตามศาลอุธรณ์ ค. โรงเรียนปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนทุกคนร่วมกันรักษาสาธารณะสมบัติ ง. ประเพณีไทยจะมีการทำบุญอัฐิหลังการเผาศพและเก็บกระดูก ๒. ข้อใดมีคำสะกดผิด ก. เหลวใหล หลงใหล ไหลตาย ข. เหล็กไน ปลาไน หมาใน ค. อุปไมย อาชาไนย อายุขัย ง. อะลุ่มอล่วย ตลบตะแลง ละมุนละไม ๓. สำนวนในข้อใดมีความหมายเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน ก. แจงสี่เบี้ย ข. สิบเบี้ยใกล้มือ ค. ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น ง. ล้มหมอนนอนเสื่อ ๔. สำนวนใดสะท้อนค่านิยม ก. ขายผ้าเอาหน้ารอด ข. มากหมอมากความ ค. ลางเนื้อชอบลางยา ง. ไม้ใกล้ฝั่ง ๕. ข้อใดมีความหมายสอดคล้องกับข้อความต่อไปนี้ "เอาทรัพย์หรือสิ่งของจากคนที่มีน้อยกว่าไปให้คนที่มีมากกว่า" ก. เอาเลือดกับปู ข. เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ค. เอาเนื้อหนูไปปะเนื้อช้าง ง. เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน
๖. ข้อความต่อไปนี้ใช้ระดับภาษาใด ภาพสลักที่ถ้ำกาใหญ่ เขาช้างล้วง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก คล้ายกับภาพสลักที่พบในภาคอีสาน เป็นร่องรอยที่ยืนยันว่า มีคนย้ายถิ่นจากดินแดนสองฝั่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะภาคอีสานเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ บริเวณแม่น้ำน่าน ก. ระดับพิธีการ ข. ระดับทางการ ค. ระดับกึ่งทางการ ง. ระดับไม่เป็นทางการ ๗. ข้อความต่อไปนี้ใช้ระดับภาษาใด คุณทราบไหมคะ วิธีการเลือกมะเขือนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่เลือกมะเขือที่มีขั้วติดแน่น ผิวตึงเป็นมัน ถ้าลูกไหน ผิวด้านกระด้างแสดงว่าลูกนั้นผิวไม่ค่อยสดและแก่เกินไป ไม่อร่อย หากคุณยังไม่กินให้ใส่ตู้เย็นไว้ก่อน แต่อย่า ให้เย็นจัดจะเก็บไว้กินได้หลายวันทีเดียว ก. ระดับพิธีการ ข. ระดับทางการ ค. ระดับกึ่งทางการ ง. ระดับไม่เป็นทางการ ๘. ข้อใดไม่ใช่ประโยคเจตนาถามให้ตอบ ก. รู้ยัง เมื่อคืนนี้ขโมยขึ้นบ้านอาภรณ์ ข. เขามาหาฉันเอง โทษฉันได้อย่างไร ค. ส่งผ้าเช็ดโต๊ะผืนนั้นมาให้ฉันหน่อยได้ไหม ง. เชื่อฉันไหมล่ะว่า เขาต้องทำได้อย่างแน่นอน อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๙-๑๐ เคยได้ยินไหมที่ว่า "ถ้าไม่อยากเสียเพื่อนก็อย่าทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนเด็ดขาด" เลยอยากถามกลับไปว่า "แล้วในตอนทำธุรกิจเราจะไว้ใจใครได้มากกว่าญาติและเพื่อน" จริงอยู่หลายคนบาดหมางกับเพื่อนที่เป็น หุ้นส่วนจนไม่มีวันกลับมามองหน้ากันได้อีก ลองสำรวจดูเถิด ต้นเหตุมักจะมาจากการแบ่งผลประโยชน์ไม่ ยุติธรรม ถ้าเรารักเพื่อนมากพอ เราควรหันมาจับเข่าคุยกันดีไหม แล้วช่วยกันแก้ไขต้นเหตุก่อนจะสายเกินไป ๙. ผู้เขียนข้อความข้างต้นมีเจตนาเช่นไร ก. สั่งสอน ข. เสนอแนะ ค. ตอบคำถาม ง. วิจารณ์
๑๐. ข้อใดคือความคิดสำคัญของผู้เขียนข้อความข้างต้น ก. เมื่อเพื่อนหรือญาติที่ทำธุรกิจร่วมกันและเกิดปัญหา ควรหาหนทางแก้ไขเพื่อไม่ให้ผิดใจกัน ข. ไม่ควรทำธุรกิจกับเพื่อนหรือญาติ เพราะจะต้องผิดใจกันแน่นอน ค. ในการทำธุรกิจควรเลือกเพื่อนที่ไว้ใจได้เท่านั้น ง. คนเราจะรู้นิสัยกันก็ต่อเมื่อทำธุรกิจร่วมกัน ๑๑. ลักษณะการพูดจาตรง ๆ เปรียบกับสำนวนใด ก. หอกข้างแคร่ ข. มะนาวไม่มีน้ำ ค. พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ง. ขวานผ่าซาก ๑๒. “แก้วให้เพื่อนยืมอุปกรณ์สำหรับวาดูรูปทั้ง ๆ ที่คนเองก็ต้องใช้" จากข้อความดังกล่าว แสดงว่าแก้วเป็น คนเช่นไร ก. มีความเมตตาปรานี ข. มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ค. ชอบเกรงใจผู้อื่น ง. เห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๑๓. การไม่วิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นในแง่ร้ายถือว่าเป็นคนเช่นไร ก. เป็นคนไม่นินทาว่าร้ายใคร ข. เป็นคนไม่สนใจผู้อื่น ค. เป็นคนเห็นแก่ตัว ง. เป็นคนมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ๑๔. "เงินถุงแดง" ปรากฏในยุคสมัยใด ก. สมัยอยุธยา ข. สมัยสุโขทัย ค. สมัยธนบุรี ง. สมัยรัตนโกสินทร์ ๑๕. ข้อใดคือความหมายของพลความ ก. ประโยคที่ขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ข. ข้อความสำคัญของย่อหน้า หากตัดออกจะทำให้เข้าใจผิดได้ ค. การนำคำหรือข้อความมาเรียงต่อกันจนได้ใจความสมบูรณ์ ง. การเก็บใจความสำคัญของเรื่องจากข้อความที่อ่านมาเรียบเรียงใหม่
๑๖. การย่อความนั้นคือ การสรุปเพื่อหา ก. ข้อเท็จจริง ข. ข้อคิดเห็น ค. ใจความสำคัญ ง. บทสรุป ๑๗. "ขึ้นชื่อว่าข่าวลือหรือเชื่อง่าย แม้ข่าวร้ายไร้ความจริงยิ่งสับสน สิบปากว่ามิยึดถือเท่ามือตน ถ้าเกิดผลเห็นจริงสิ่งสำคัญ เจ๊กตื่นไฟ ไทยตื่นข่าว ลาวตื่นยศ นับเป็นบทเรียนรู้ผู้เชื่อมั่น ยิ่งใกล้ข่าวเหมือนยิ่งไกลไปทุกวัน อย่าได้ปั้นข่าวลือเชื่อถือเอย" แนวคิดสำคัญของคำประพันธ์ข้างต้น ตรงกับกาลามสูตรในข้อใด ก. อย่าถือโดยฟังกันมา ข. อย่าถือโดยนึกคะเนเอา ค. อย่าถือโดยเหตุนึกเอาเอง ง. อย่าถือโดยความตื่นว่าได้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ๑๘. ข้อความต่อไปนี้แสดงแนวคิดในเรื่องใด ผู้ที่ทำคุณงามความดีไว้แก่เรา ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ที่ได้ทำสิ่งที่ยากไว้แล้ว แม้ว่าภายหลังเขาจะทำหรือไม่ทำอีก ก็ตาม เขาผู้นั้นควรคู่แก่การบูชาตลอดไป ก. ความหยิ่งทะนง ข. ความกตัญญู ค. ความพยายาม ง. ความตั้งใจ ๑๙. ข้อใดใช้คำลักษณนามไม่ถูกต้อง ก. ปืนกระบอกนี้บรรจุกระสุนกี่ลูก ข. แว่นตากรอบดำอันนี้ดูทันสมัย ค. พรุ่งนี้จะไปซื้อจอบขุดดินมาใช้สักด้ามหนึ่ง ง. เธอเตรียมกระทงใส่ดอกไม้ไว้กี่ใบ ๒๐. ข้อใดตีความได้อย่างเดียว ก. น้ำที่เต็มแก้วนั้นย่อมได้รับน้ำใหม่ ๆ เข้าไปอีกไม่ได้ ข. ประตูที่ปิดตายไม่อาจเปิดเผยออกสู่โลกภายนอก เพื่อชมความงามของโลกได้อีก ค. คุณนายคนนี้เค็มเสียยิ่งกว่าทะเล อย่าไปขอให้แกบริจาคอะไรเลย ง. ฉันชอบดอกมะลิแม้กลีบดอกจะมีรอยช้ำ ฉันก็ยังเก็บมันไว้เตือนความทรงจำ
๒๑. ข้อใดมีการใช้เหตุผล ก. น้ำนิ่งไหลลึก ข. น้ำเชี่ยวอย่าขวางเรือ ค. น้ำมาปลากินมด ง. น้ำกลิ้งบนใบบอน ๒๒. ข้อความต่อไปนี้ส่วนใดมีการใช้เหตุผล ๑) วิธีเก็บรักษาพืชสมุนไพรให้คงคุณภาพได้นานหลังจากเก็บเกี่ยวมาแล้วสำคัญมาก ๒) ต้องนำสมุนไพรมาล้างทำความสะอาดจนปราศจากสิ่งปนเปื้อน ๓) บางชนิดต้องนำมาอบแห้ง เพื่อช่วยป้องกันและระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ๔) แสงและความชื้นอาจทำลายสารที่อยู่ในสมุนไพรได้ จึงควรเก็บในที่แห้งไม่ถูกแสง ก. ส่วนที่ ๑) ข. ส่วนที่ ๒) ค. ส่วนที่ ๓) ง. ส่วนที่ ๔) ๒๓. ข้อใดใช้ภาษากำกวม ก. เขาถูกสาดโคลน ข. หนังสือหน้าห้าฉีกขาด ค. พยาบาลให้คนไข้นั่งรอหน้าห้องตรวจ ง. น้องได้ทุนไปเรียนที่ต่างประเทศ ๒๔. ในการประเมินคุณค่าของเรื่องสั้นเราควรใช้การอ่านแบบใด ก. การอ่านแบบจับใจความ ข. การอ่านแบบพิจารณาและวิเคราะห์ ค. การอ่านแบบสังเกตและจดจำ ง. การอ่านแบบบันทึกเหตุการณ์ ๒๕. ข้อใดคือบันทึกขนาดสั้น ก. บันทึกชีวประวัติ ข. บันทึกการเดินทาง ค. บันทึกข้อความจากการพูดคุยโทรศัพท์ ง. บันทึกประจำวัน ๒๖. การเขียนบันทึกการเดินทางนั้น ผู้เขียนไม่จำเป็นต้องเขียนอะไรลงในบันทึก ก. วันที่ออกเดินทาง ข. ได้พบเจอสิ่งใดเมื่อเดินทาง ค. ความประทับใจการเดินทาง ง. บอกว่าเดินทางไปกับใคร
๒๗. ข้อใดมิใช่การเขียนบันทึกขนาดยาว ก. บันทึกชีวประวัติ ข. บันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิต ค. บันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ ง. บันทึกประจำวัน ๒๘. ผู้ประพันธ์เพลงสรรเสริญพระบารมีคือข้อใด ก. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ข. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ค. สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ง. พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ๒๙. ข้อใดมีความหมายว่า "ทรัพย์สมบัติ" ก. พละ ข. อสังหา ค. โภคะ ง. วรรณะ ๓๐. ข้อใดมีความหมายว่า "จตุรพิธพรชัย" ก. อายุ วรรณะ สุขะ ข. อายุ วรรณะ สุขะ พละ ค. อายุ วรรณะ สุขะ พละ โภคะ ง. อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปัญญา เลือกความหมายให้ตรงกับสำนวนไทย (ข้อ ๓๑-๓๕) ๓๑. น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ก. การพูดที่ไม่มีประโยชน์ ข. การพูดที่มีประโยชน์ ค. การพูดเปิดโปงความลับ ง. การพูดที่เห็นแก่ตัว ๓๒. พูดดีเป็นศรีแก่ปาก ก. การพูดที่ไม่มีประโยชน์ ข. การพูดเปิดโปงความลับ ค. การพูดที่มีประโยชน์ ง. การพูดที่เห็นแก่ตัว ๓๓. ชักใบให้เรือเสีย ก. การพูดที่เห็นแก่ตัว ข. การพูดที่มีประโยชน์ ค. การพูดเปิดโปงความลับ ง. การพูดที่ไม่มีประโยชน์