ข4อ 113 3. ถ4าลากเส4นจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เส4นที่สั้นที่สุดคือ ส?วนของเส4นตรง
ข4อ 114 1. การสร4างรูปสามเหลี่ยมด4านเท?า
ข4อ 115 3. รถไฟฟ©าที่แล?นตรงไป
ข4อ 116 2. (-15, -10)
ข4อ 117 3. 30 ตารางหน?วย
ข4อ 118 2. 4.5 เมตร
2
ข4อ 119 4. 9x – 4
ข4อ 120 3. 3x + 4
ข4อ 121 1. 79,000
ข4อ 122 3. (x + 1)(x – 1)(x + 2)
ข4อ 123 2. x > 8
ข4อ 124 2. 12 ป
ข4อ 125 3. 33
ข4อ 126 2. 38 เซนติเมตร
2
ข4อ 127 1. 12a – 22a + 18
ข4อ 128 3. 28m – 26n
ข4อ 129 4. 1, 9
ข4อ 130 3. 25 คน
ข4อ 131 3. 55 คน
ข4อ 132 4. 29
ข4อ 133 3. มัธยฐานมีค?ามากกว?าค?าเฉลี่ยเลขคณิต
ข4อ 134 3. 33
ข4อ 135 2. 2, 4
ข4อ 136 4. -27
ข4อ 137 4. 3
ข4อ 138 2. 4m + 2 < m – 1
ข4อ 139 4. ค.ร.น. ของ a และ b เท?ากับ ค.ร.น. ของ a และ 2b
ข4อ 140 2. ข4อ ก. ถูก และ ข4อ ข. ผิด
ข4อ 141 2. 119
ข4อ 142 2. (3, 7)
ข4อ 143 3. (2, b)
ข4อ 144 2. 0.4
ข4อ 145 4. Ø
ข4อ 146 1. {3, 11}
ข4อ 147 1. -1
ข4อ 148 3. (4, 0)
ข4อ 149 2. √34
ข4อ 150 1. 270
ข4อ 151 3. 12 หน?วย
ข4อ 152 4. 10 หน?วย
ข4อ 153 1. 24
ข4อ 154 2. 1,540
ข4อ 155 2. 40
ข4อ 156 4. 69
ข4อ 157 1. a = 4, b = 3
ข4อ 158 1. -4 – 7i
ข4อ 159 2. 60
ข4อ 160 3. 60
ข4อ 161 3. 6
4
ข4อ 162 2.
9
159
ข4อ 163 4.
500
4
ข4อ 164 4.
15
ข4อ 165 2. 0.75
8
ข4อ 166 4.
15
ข4อ 167 4. 0.20
5
ข4อ 168 3.
21
ข4อ 169 2. 96
ข4อ 170 3. 90
ข4อ 171 4. 18 สาย
ข4อ 172 2. 10 เส4น
ข4อ 173 4. 0 จุด
ข4อ 174 1. เปaนแนวเดินเปด
ข4อ 175 3. เปaนกราฟที่มีแนวเดินออยเลอร R
ข4อ 176 4. ถูกทุกข4อ
4
ข4อ 177 1.
3
ข4อ 178 2. -9
ข4อ 179 4. กราฟของ f ผ?านจุด (0, 0)
ข4อ 180 2. 2
ข4อ 181 2. 5
ข4อ 182 4. 8
ข4อ 183 2. 2
ข4อ 184 2. 161
ข4อ 185 2. 875
ข4อ 186 4. 3.5
ข4อ 187 2. 5
ข4อ 188 4. 111
ข4อ 189 2. 92
ข4อ 190 3. 2,500
ข4อ 191 4. 1,920
ข4อ 192 2. 50.5
ข4อ 193 4. 51
ข4อ 194 3. 199
ข4อ 195 2. 2
4
ข4อ 196 4.
5
ข4อ 197 3. -1
ข4อ 198 4. 20
ข4อ 199 3. 13
ข4อ 200 3. 0
ข4อ 201 2. 75
ข4อ 202 4. 3
ข4อ 203 3. B < 2A
ข4อ 204 3. 18
ข4อ 205 4. 384
ข4อ 206 2. 2
ข4อ 207 1. 1.5
ข4อ 208 3. เลขคี่ที่มากที่สุดน4อยกว?าเลขคู?อยู? 13
ข4อ 209 2. 2
ข4อ 210 4. 45
ข4อ 211 4. 28
ข4อ 212 1. 15
ข4อ 213 2. 15
ข4อ 214 1. 9√3
ข4อ 215 3. 12
ข4อ 216 1. 3
ข4อ 217 2. 9
ข4อ 218 4. 26
ข4อ 219 3. 90˚
ข4อ 220 2. 2013
ข4อ 221 3. 12
ข4อ 222 3. 120
ข4อ 223 2. 18
ข4อ 224 2. 30˚
2
ข4อ 225 3.
3
ข4อ 226 4. 19i - 4j + 7k
ข4อ 227 1. 21
ข4อ 228 3. 1440
ข4อ 229 2. 37.33 ตารางหน?วย
3
ข4อ 230 1.
2
ข4อ 231 1. 40
ข4อ 232 3. 55.5
ข4อ 233 2. - #
√#'
ข4อ 234 4. ก. ถูก และ ข. ผิด
ข4อ 235 4. x + y - 2x – 2y – 14 = 0
2
2
ข4อ 236 4. [ 0, 2 ]
14
ข4อ 237 3.
66
ข4อ 238 1. h ไม?ต?อเนื่องที่จุด x = 1 และ lim h(x)=4
x →1
ข4อ 239 1. 62 คะแนน
ข4อ 240 3. (p ∧ s ) v ( r ∧ t )
ข4อ 241 1. -2
ข4อ 242 2. ก.ถูก และ ข.ผิด
ข4อ 243 4. 21
ข4อ 244 1. 16
ข4อ 245 4. 84
ข4อ 246 3. 216
ข4อ 247 2. 55.5
ข4อ 248 4. 5
3
ข4อ 249 3.
10
ข4อ 250 2. 25%
ข4อ 251 2. 330 บาท
ข4อ 252 2. x = 1
ข4อ 253 1. 116
75
ข4อ 254 3.
120
ข4อ 255 4. 54 คะแนน
92
ข4อ 256 1.
99
ข4อ 257 4. 395
ข4อ 258 1. 6
ข4อ 259 4. -1
5
ข4อ 260 3.
6
ข4อ 261 2. 12
ข4อ 262 1. -1 – i
ข4อ 263 4. 5 + 9 - 10x + c
$
!
ข4อ 264 4. 13
ข4อ 265 4. -2
ข4อ 266 4. 6
ข4อ 267 4. 11.2
ข4อ 268 1. 48
ข4อ 269 3. 1.26
ข4อ 270 4. 2.5
ข4อ 271. 3. (35)
3
ข4อ 272. 3. 102 คะแนน
ข4อ 273. 1. 128 บาท
ข4อ 274. 4. ก ถูก และ ง ถูก
ข4อ 275. 2. ค?าเฉลี่ยเลขคณิตของโบนัสมากกว?าค?าเฉลี่ยเลขคณิตของเงินเดือนอยู? 1,000 บาท
ข4อ 276. 4. 0.58
ข4อ 277. 1. แม?และลูกชาย
ข4อ 278. 2. 126 ครั้ง
ข4อ 279. 1.ก ถูก และ ข ถูก
ข4อ 280. 3. 406 สาย
ข4อ 281. 3. ก ผิด และ ข ถูก
ข4อ 282. 3. 10 คน
ข4อ 283. 4. จำนวนเต็มคู?ลบ
ข4อ 284. 3. 20,100 + 40,400i
""
ข4อ 285. 2.
#!
ข4อ 286. 3. 2√5
̅
ข4อ 287. 2. (1 + )z = 1 + z
ข4อ 288. 3. 13 คน
ข4อ 289. 4. − //0 และ − %$0
1 %
#-0
ข4อ 290. 4. หน?วย
##
ข4อ 291. 4. ก ผิด และ ข ผิด
ข4อ 292. 2. 1
ข4อ 293. 4. 28.5 ป
ข4อ 294. 3. 30 นิ้ว
#'
ข4อ 295. 1.
1
ข4อ 296. 3.น4อยกว?าพื้นที่ที่ใช4ปลูกอ4อยและปลูกข4าวโพดรวมกัน 39,600ไร?
ข4อ 297. 4. รายได4ปลูกอ4อยรวมกับรายได4ปลูกข4าวโพดมากกว?า 1,000 ล4านบาท
ข4อ 298. 2. ข4อมูลที่ได4จากการสำรวจหรือการสังเกตหรือการทดลอง จัดเปaนข4อมูลแบบทุติยภูม ิ
ข4อ 299. 4. นายธนวัฒนRทราบว?าตนสอบวิชาคณิตศาสตรRได4 50 คะแนน เคมีได4 63 คะแนน ฟสิกส R
ได4 55 คะแนน ชีววิทยาได4 80 คะแนน จากแต?ละวิชาที่มคะแนนเต็ม 100 คะแนน เปaนเรื่อง
ี
ของการวิเคราะหRข4อมูล
ข4อ 300. 4. ตัวเลขในข4อ ก เปaนค?าสถิติและตัวเลขในข4อ ข เปaนพารามิเตอร R
ข4อ 301. 4. 4 คน
ข4อ 302. 3. 36 คน
ข4อ 303. 3. 80
ข4อ 304. 2. 60
ข4อ 305. 2. 6 คน
ข4อ 306. 1. 2
ข4อ 307. 4. 34 กิโลกรัม
ข4อ 308. 4. 95 คะแนน
ข4อ 309. 1. 88 คะแนน
ข4อ 310. 2. 15
ข4อ 311. 1. ก ถูก และ ข ถูก
ข4อ 312. 3. 6
ข4อ 313. 3. 7
ข4อ 314. 3. 105 เส4น
ข4อ 315. 3. 20 จุด
ข4อ 316. 3. 240 บาท
ข4อ 316 4. 3 จำนวน
ี
ข4อ 317 1. จำนวนคู?ทุกจำนวนม 2 เปaนตัวประกอบ
ข4อ 318 3. 236
ข4อ 319 3. 12
ข4อ 320 1. 24
ข4อ 321 4. 149
ข4อ 322 3. 43
ข4อ 323 2. (15-32) + [7 - (-10)]
ข4อ 324 1. มีจำนวนเต็มลบที่น4อยที่สุด
ข4อ 325 2. 7, 0, -4, -6
ข4อ 326 2. ชายคนหนึ่งเดินทางไปธนาคาร ใช4เวลา 15 นาที
ข4อ 327 3. 3: 5
ข4อ 328 1. 8 : 25
ข4อ 329 1. 6.4 กิโลกรัม
ข4อ 330 2. 375 คน
ข4อ 331 1. 4.4%
ข4อ 332 2. 15
ข4อ 333 1. 75
ข4อ 334 2. 1,700 บาท
ข4อ 335 4. 160 เมตร X 240 เมตร
ข4อ 336 3. 1.50 เมตร
ข4อ 337 1. 225
ข4อ 338 2. 6,000
ข4อ 339 2. 110 คน
ข4อ 340 3. 2(xy + xz + yz)
ข4อ 341 2. 80
ข4อ 342 2. ค?าเสื้อผ4า
ข4อ 343 1. 53.75
ข4อ 344 3. 11
ข4อ 345 4. 22
ข4อ 346 2. 15 ป
ข4อ 347 4. ถูกทุกข4อ
ข4อ 348 1. 800
ข4อ 349 4. จำนวนที่เปaน ห.ร.ม. ของ 10, 15, 20 และ 45
ข4อ 350 2. รับเงินภาษีคืน 2%
ข4อ 351 2. 1.021, 1.122, 1.211, 1.221
ข4อ 352 1. 5
ข4อ 353 2. 400 บาท
ข4อ 354 3. 1,000
ข4อ 355 2. 10
ข4อ 356 3. กำไรประมาณ 5.6%
ข4อ 357 2. 21.5%
ข4อ 358 3. ข4อ ก และ ข4อ ค ถูกต4อง
ข4อ 359 1. 60
ข4อ 360 2. 84
ข4อ 361 1. 6
ข4อ 362 4. ถ4าเพาเวอรRเซตของเซต A และ B มีจำนวนสมาชิกเท?ากันแล4วเซต A และเซต B เทียบเท?ากัน
(equivalent)
ข4อ 363 4. ไม?มีคำตอบใดถูกต4อง
ข4อ 364 1. 20
ข4อ 365 4. ไม?มีคำตอบที่ถูกต4อง
ข4อ 366 4. ถ4า แดง ไม?มีขาแล4ว แดง ไม?เปaนคนและไม?เปaนสุนัข
ข4อ 367 3. 58
&
ข4อ 368 3. ถ4า a , b เปaนจำนวนจริง โดยที่ ab = 1 แล4ว b =
+
ข4อ 369 3. 18
"
"
ข4อ 370 2. ∃x [ ≤ 0 หรือ + 1 = 0] มีค?าความจริงเปaนจริง
ข4อ 371 1. ถ4า a > c และ b > d แล4ว d < a
ข4อ 372 2. จำนวนเชิงซ4อน
ข4อ 373 2. -1
ข4อ 374 4. { (x,y)ly = เศษเหลือจากการหาร x ด4วย 4 }
#
ข4อ 375 2. ( , 3 )
-
ข4อ 376 4. { x ∈R| IxI> 2 }
ข4อ 377 3. –2
ข4อ 378 2. 1
ข4อ 379 2. 0
ข4อ 380 4. 1 หน?วย
0 0 0 0
ข4อ 381 3. sin cos + cos sin
! % ! %
ข4อ 382 3. (4, 8]
ข4อ 383 1. 30 นิ้ว
ข4อ 384 4. 1
ข4อ 385 4. 2√3
ข4อ 386 2. กราฟของ y = +5 เมื่อ a > 1 เปaนฟงกRชันลด
ข4อ 387 4. 3
ข4อ 388 3. (-4, 6)
ข4อ 389 4. { 2 – 3i, 1 + i }
ข4อ 390 1. 45
ข4อ 391 2. 6x – y – 24 = 0
ข4อ 392 1. 5,400
ข4อ 393 3. 2 + i , –2 –i
ข4อ 394 1. –1
"
ข4อ 395 1. – 3 x – ix + 3i = 0
ข4อ 396 2. 1 และ 2
ข4อ 397 2. 750 ตารางฟุต
ข4อ 398 3. 25 ตารางเซนติเมตร
ข4อ 399 2. (3, 0)
ข4อ 400 1. 36 ต4น
ข4อ 401 1. 48
ข4อ 402 2. 165 วิธ ี
#
ข4อ 403 3.
"
ข4อ 404 2. 6
ข4อ 405 3. 35
ข4อ 405 4. 48 ตารางเซนติเมตร
ข4อ 406 1. 25.50 เมตร
ข4อ 407 1. 5967
ข4อ 408 1. ความสะดวก ความทันสมัย และความถูกต4องของข4อมูล
ข4อ 409 2. 9.5
ข4อ 410 1. 156 วิธ ี
ข4อ 411 3. 36
ข4อ 412 3. 841 บาท
ข4อ 413 3. 2520
ข4อ 414 1. มีข4อถูกเพียงข4อเดียว
ข4อ 415 2. 3
ข4อ 416 4. 64
ข4อ 417 1. เซตของจำนวนเต็มค ี่
ข4อ 418 2. 33 คน
ข4อ 419 3. วันที่ 15
ข4อ 420 2. 105
ข4อ 421 4. ไม?สามารถทำได 4
ข4อ 422 4. 420 วิธ ี
ข4อ 423 3. 23.75
ข4อ 424 4. 20.50
ข4อ 425 4. น้ำหนักของพืชเมื่อเก็บเกี่ยวโดยใช4ปุËยสูตรต?างๆ ในแปลงสาธิต
ข4อ 426 2. การสำมะโน
ข4อ 427 4. หาค?าไม?ได4เพราะข4อมูลไม?เพียงพอ
ข4อ 428 1. 0.1
ข4อ 429 1. 91
ข4อ 430 3. ผลบวกของมัธยฐานกับค?าเฉลี่ยเลขคณิตมากว?าสามเท?าของฐานนิยม
ข4อ 431 2. 2
ข4อ 432 2. 0.20
ข4อ 433 1. 386
ข4อ 434 2. 2828
ข4อ 435 1. 0.6
ข4อ 436 3. 31.25
ข4อ 437 3. 17 กันยายน พ.ศ. 2556
ข4อ 438 4. (2.5, 3)
ข4อ 439 4. 73
ข4อ 440 2. พ.ศ. 2629
ข4อ 441 3. 2
ข4อ 442 3. 210 จุด
ข4อ 443 4. 1316 คณะ
ข4อ 444 4. 419
ข4อ 445 1. 150
ข4อ 446 4. 18
ข4อ 447 3. 27
ข4อ 448 4. 32.75 ตารางหน?วย
ข4อ 449 3. 394 วิธ ี
ข4อ 450 1. 9901
&
ข4อ 451 1.
&,
&&
ข4อ 452 3.
&,
&/
ข4อ 453 4.
&,
&
ข4อ 454 1.
'
-
ข4อ 455 3.
.
&
ข4อ 456 1.
,
/
ข4อ 457 2.
,
(
ข4อ 458 4.
/0
&
ข4อ 459 3.
'0
ข4อ 460 4. &(
&00
&
ข4อ 461 3.
/
%
ข4อ 462 2.
'/
&
ข4อ 463 4.
'0
&
ข4อ 464 1.
&0
&%
ข4อ 465 3.
'/
&
ข4อ 466 3.
)
.
ข4อ 467 2.
./
&
ข4อ 468 2.
/
%
ข4อ 469 4.
)
&
ข4อ 470 2.
/
&
ข4อ 471 2.
&0
&)
ข4อ 472 1.
/,
&
ข4อ 473 1.
,
&
ข4อ 474 4.
'
&/
ข4อ 475 4.
&,
.
ข4อ 476 2.
&/
(
ข4อ 477 3.
)
ข4อ 478 2. &&
&'0
-&
ข4อ 479 4.
./
&
ข4อ 480 3.
-
/
ข4อ 481 2.
)
-
ข4อ 482 3.
/
&
ข4อ 483 2.
.
&
ข4อ 484 3.
&/
&.
ข4อ 485 4.
&/
.(
ข4อ 486 4.
,,
&
12
ข4อ 487 1. $ %
.
&
ข4อ 488 2.
.
&
ข4อ 489 2.
-
ข4อ 490 3. 12
.%
ข4อ 491 4.
)&
-&
ข4อ 492 3.
-'
/
ข4อ 493 4.
,
&%
ข4อ 494 2.
'/
&
ข4อ 495 3.
%
ข4อ 496 3. 1.5
ข4อ 497 2. 171
ข4อ 498 3. 143 จำนวน
ข4อ 499 3. 0.2
ข4อ 500 2. 3 : 2
คลังความรู* ยศ.ทบ.
วิชา คอมพิวเตอร7พื้นฐาน
1. ข*อใดคือแอปพลิเคชัน
1) Microsoft Windows
2) iOS
3) Android
4) Microsoft Office
2. ระบบรดน้ำต*นไม*อัตโนมัติ เปZนแอปพลิเคชันประเภทใด
1) แอปพลิเคชันบนระบบคอมพิวเตอร7ส]วนบุคคล (Desktop Application)
2) แอปพลิเคชันสำหรับระบบสมองกลฝhงตัว (Microcontroller Application)
3) แอปพลิเคชันบนสมาร7ตโฟน หรือแท็ปเล็ต (Mobile Application)
4) เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application)
3. แอปพลิเคชันที่สามารถเข*าใช*งานได*โดยทีไม]จำเปZนต*องติดตั้งซอฟต7แวร7 เปZนแอปพลิเคชันประเภทใด
1) แอปพลิเคชันบนระบบคอมพิวเตอร7ส]วนบุคคล (Desktop Application)
2) แอปพลิเคชันสำหรับระบบสมองกลฝhงตัว (Microcontroller Application)
3) แอปพลิเคชันบนสมาร7ตโฟน หรือแท็ปเล็ต (Mobile Application)
4) เว็บแอปพลิเคชัน (Web Application)
4. ข*อใดเปZนคำที่ถูกต*องของ วัฏจักรการพัฒนาระบบงาน (SDLC)
1) Product Development Life Cycle
2) Structure Development Life Cycle
3) Services Development Life Cycle
4) Systems Development Life Cycle
5. จงเรียงขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาระบบงาน (SDLC) ให*ถูกต*อง
A การออกแบบโปรแกรม (Program Design)
B การจัดทำเอกสาร และคู]มือ (Program Documentation)
C การเขียนโปรแกรม (Program Coding)
D การทดสอบ และแก*ไขโปรแกรม (Program Testing)
E การวิเคราะห7ปhญหา (Problem Analysis)
F การปรับปรุง และพัฒนาโปรแกรม (Program Maintenance)
G การใช*งานจริง (Program Implement)
1) A C E D F B G
2) E A C D B G F
3) E A C D F B G
4) A C D E F G B
6. “องค7กรมีปhญหาด*านการคำนวณ และประมวลผลยอดขาย จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาระบบบริหารจัดการด*าน
บัญชี และการขายสินค*า” จากประโยคดังกล]าวอยู]ในขั้นตอนใดของวัฏจักรการพัฒนาระบบงาน (SDLC)
1) การวิเคราะห7ปhญหา (Problem Analysis)
2) การออกแบบโปรแกรม (Program Design)
3) การเขียนโปรแกรม (Program Coding)
4) การปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม (Program Maintenance)
7. ขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาระบบงาน (SDLC) ที่ใช*การพูดคุยกันระหว]างเจ*าของโครงการ กับผู*พัฒนา
เพื่อหาข*อสรุป และทำความเข*าใจเกี่ยวกับความต*องการที่แท*จริงของเจ*าของโครงการ (Requirement) คือ
ขั้นตอนใด
h
1) การวิเคราะห7ปญหา (Problem Analysis)
2) การออกแบบโปรแกรม (Program Design)
3) การเขียนโปรแกรม (Program Coding)
4) การปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม (Program Maintenance)
8. รหัสต*นฉบับ (Source Code) เปZนผลผลิตที่ได*จากขั้นตอนใดของวัฏจักรการพัฒนาระบบงาน (SDLC)
1) การออกแบบโปรแกรม (Program Design)
2) การเขียนโปรแกรม (Program Coding)
3) การปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม (Program Maintenance)
4) การจัดทำเอกสาร และคู]มือ (Program Documentation)
7
9. การอัปเดตเวอรชันของแอปพลิเคชัน เกี่ยวข*องกับวัฏจักรการพัฒนาระบบงาน (SDLC) ข*อใด
1) การทดสอบ และแก*ไขโปรแกรม (Program Testing)
2) การใช*งานจริง (Program Implement)
3) การเขียนโปรแกรม (Program Coding)
4) การปรับปรุงและพัฒนาโปรแกรม (Program Maintenance)
10. ข*อใดไม]ใช]ระบบ Internet of Things (IoT)
1) ระบบรายงานตำแหน]งบนนาิกาอัจฉริยะ
2) ระบบควบคุมการเปด-ปดวาล7วน้ำผ]านทางสมาร7ตโฟน
3) รายงานข]าวสภาพอากาศทั่วประเทศไทย
4) ระบบควบคุมอุณหภูมิตู*เย็นผ]านทางสมาร7ตโฟน
11. องค7ประกอบหลักของเทคโนโลยี IoT มีอะไรบ*าง
1) ระบบสมองกลฝhงตัว (Embedded System), เครือข]ายอินเทอร7เน็ต
2) ระบบสมองกลฝhงตัว (Embedded System), เครือข]ายอินเทอร7เน็ต, อุปกรณ7สื่อสาร
3) ระบบสมองกลฝhงตัว (Embedded System), อุปกรณ7เชื่อมต]อ (Sensor, I/O), เครือข]ายอินเทอร7เน็ต,
อุปกรณ7สื่อสาร
4) อุปกรณ7เชื่อมต]อ (Sensor, I/O), เครือข]ายอินเทอร7เน็ต, อุปกรณ7สื่อสาร
12. การแบ]งข*อมูลตามลักษณะของข*อมูลสามารถแบ]งได*เปZนกี่ลักษณะ
1) 2 ลักษณะ
2) 3 ลักษณะ
3) 4 ลักษณะ
4) 6 ลักษณะ
13. ข*อใดไม]ใช]ข*อมูลเชิงปริมาณ
1) น้ำหนัก
2) ส]วนสูง
3) หมายเลขโทรศัพท 7
4) อายุ
14. ข*อใดคือข*อมูลเชิงปริมาณ
1) ที่อย ู]
2) เพศ
3) รายได*
4) ข*อเสนอแนะ
15. การแบ]งข*อมูลตามแหล]งที่มาของข*อมูลสามารถแบ]งได*เปZนกี่ลักษณะ
1) 2 ลักษณะ
2) 3 ลักษณะ
3) 4 ลักษณะ
4) 6 ลักษณะ
16. ข*อใดไม]ใช]ข*อมูลปฐมภูม ิ
1) การเก็บรวบรวมข*อมูลจากแบบสอบถามในห*างสรรพสินค*า
2) การเก็บรวบรวมน้ำหนักของผลไม*บนตราชั่ง
3) การเก็บรวบรวมข*อมูลจากอินโฟกราฟกบนอินเทอร7เน็ต
4) การเก็บรวบรวมการตอบคำถามของผู*เข*าประกวดในรายการโทรทัศน 7
ู
17. ข*อใดไม]ใช]ข*อมูลทุติยภมิ
1) การเก็บรวบรวมข*อมูลสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจากเว็บไซต7ศูนย7ข*อมูลอุบัติเหต ุ
2) การเก็บรวบรวมข*อมูลการใช*งานโทรศัพท7เคลื่อนที่โดยผู*ให*บริการเครือข]าย
3) การเก็บรวบรวมข*อมูลจำนวนประชากรจากเว็บไซต7สำนักงานสถิติแห]งชาต ิ
4) การเก็บรวบรวมข*อมูลสภาพอากาศจากเว็บไซต7กรมอุตุนิยมวิทยา
18. แอปพลิเคชันใดเปZนเครื่องมือในการจัดทำแบบสำรวจ แบบสอบถามออนไลน 7
1) Google Forms
2) Google Slides
3) Google Drive
4) Google Sheets
19. แอปพลิเคชันใดเปZนเครื่องมือในการประมวลผลข*อมูล
1) Google Forms
2) Google Slides
3) Google Drive
4) Google Sheets
20. แอปพลิเคชันใดเปZนเครื่องมือในการจัดทำงานนำเสนอ (Presentation)
1) Google Forms
2) Google Slides
3) Google Drive
4) Google Sheets
21. แอปพลิเคชันใดเปZนบริการพื้นที่จัดเก็บข*อมูลรูปแบบคลาวด7 (Cloud Storage)
1) Google Forms
2) Google Slides
3) Google Drive
4) Google Sheets
22 พ.ร.บ.ว]าด*วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร7ปhจจุบันใช*ฉบับที่เท]าไหร] ปอะไร
1) ฉบับที่ 1 ป 2550
2) ฉบับที่ 2 ป 2550
3) ฉบับที่ 1 ป 2560
4) ฉบับที่ 2 ป 2560
23. พ.ร.บ.ว]าด*วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร7 ฉบับที่ 2 มาตรา 4 ผู*ใดส]งต]อข*อมูลคอมพิวเตอร 7
หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส7แก]บุคลคลอื่นอันมีลักษณะเปZนการก]อให*เกิดความเดือดร*อนรำคาญแก]ผู*รับ
ื
ข*อมูลคอมพิวเตอร7หรอจดหมายอิเล็กทรอนิกส7 โดยไม]เปดโอกาสให*ผู*รับสามารถบอกเลิกหรือแจ*งความ
ประสงค7เพื่อปฏิเสธการตอบได*โดยง]าย ต*องระวางโทษเท]าใด
1) ปรับไม]เกิน 50,000 บาท
2) ปรับไม]เกิน 100,000 บาท
3) ปรับไม]เกิน 200,000 บาท
4) ปรับไม]เกิน 300,000 บาท
24. พ.ร.บ.ว]าด*วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร7 ฉบับที่ 2 มาตรา 8 (2) ผู*ใดกระทำความผิดโดย
ทุจริต หรือหลอกลวง นำเข*าสู]ระบบคอมพิวเตอร7ซึ่งข*อมูลคอมพิวเตอร7ที่บิดเบือนหรือปลอมไม]ว]าทั้งหมดหรือ
บางส]วน หรือข*อมูลคอมพิวเตอร7อันเปZนเท็จ โดยประการที่น]าจะเกิดความเสียหายแก]ประชาชน อันมิใช]การ
กระทำความผิดฐานประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ต*องระวางโทษเท]าใด
1) จำคุกไม]เกิน 2 ป หรือปรับไม]เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) จำคุกไม]เกิน 2 ป หรือปรับไม]เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3) จำคุกไม]เกิน 5 ป หรือปรับไม]เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4) จำคุกไม]เกิน 5 ป หรือปรับไม]เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
25. พ.ร.บ.ว]าด*วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร7 ฉบับที่ 2 มาตรา 10 ผู*ใดนำเข*าสู]ระบบ
คอมพิวเตอร7ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข*าถึงได*ซึ่งข*อมูลคอมพิวเตอร7ที่ปรากฏเปZนภาพของผู*อื่น และภาพนั้นเปZน
ภาพที่เกิดจากการสร*างขึ้น ตัดต]อ เติอ หรือดัดแปลงด*วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส7 หรือวิธีการอื่นใด โดย
ประการที่น]าจะทำให*ผู*อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง หรือได*รับความอับอาย ต*องระวางโทษเท]าใด
1) จำคุกไม]เกิน 2 ป หรือปรับไม]เกิน 100,000 บาท
2) จำคุกไม]เกิน 3 ป หรือปรับไม]เกิน 200,000 บาท
3) จำคุกไม]เกิน 4 ป หรือปรับไม]เกิน 300,000 บาท
4) จำคุกไม]เกิน 5 ป หรือปรับไม]เกิน 400,000 บาท
26. พ.ร.บ.ว]าด*วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร7 ฉบับที่ 2 มาตรา 23 พนักงานเจ*าหน*าที่ หรือพันก
งานสอบสวนในกรณีตามมาตรา 18 (2) ผู*ใดกระทำโดยประมาทเปZนเหตุให*ผู*อื่นล]วงรู*ข*อมูลคอมพิวเตอร7 ข*อมูล
จราจรทางคอมพิวเตอร7 หรือข*อมูลของผู*ใช*บริการ ที่ได*มาตามมาตรา 18 ต*องระวางโทษเท]าใด
1) จำคุกไม]เกิน 1 ป หรือปรับไม]เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) จำคุกไม]เกิน 1 ป หรือปรับไม]เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3) จำคุกไม]เกิน 2 ป หรือปรับไม]เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4) จำคุกไม]เกิน 2 ป หรือปรับไม]เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
27. พ.ร.บ.ว]าด*วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร7 ฉบับที่ 2 มาตรา 24 ผู*ใดล]วงรู*ข*อมูลคอมพิวเตอร7
ข*อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร7 หรือข*อมูลของผู*ใช*บริการที่พนักงานเจ*าหน*าที่ หรือพนักงานสอบสวน และ
ู*
เปดเผยข*อมูลนั้นต]อผใด ต*องระวางโทษเท]าใด
1) จำคุกไม]เกิน 1 ป หรือปรับไม]เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) จำคุกไม]เกิน 1 ป หรือปรับไม]เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3) จำคุกไม]เกิน 2 ป หรือปรับไม]เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4) จำคุกไม]เกิน 2 ป หรือปรับไม]เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
28. พ.ร.บ.ว]าด*วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร7 ฉบับที่ 2 มาตรา 26 ผู*ให*บริการต*องเก็บรักษา
7
ข*อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร7ไว*ไม]น*อยกว]ากี่วัน นับตั้งแต]วันที่ข*อมูลนั้นเข*าสู]ระบบคอมพิวเตอร
1) 60 วัน
2) 90 วัน
3) 120 วัน
4) 180 วัน
29. พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร7 ประกาศใช*ในป พ.ศ. ใด
1) พ.ศ. 2560
2) พ.ศ. 2561
3) พ.ศ. 2562
4) พ.ศ. 2563
30. ลักษณะของภัยคุกคามทางไซเบอร7 แบ]งออกเปZนกี่ระดับ
1) 2 ระดับ
2) 3 ระดับ
3) 4 ระดับ
4) 5 ระดับ
31. ภัยคุกคามทางไซเบอร7ในระดับที่มีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร7ของหน]วยงานโครงสร*างพื้นฐานสำคัญของ
ประเทศ หรือการให*บริการของรัฐด*อยประสิทธิภาพลง คือภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับใด
1) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับไม]ร*ายแรง
2) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับพื้นฐาน
3) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับร*ายแรง
4) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับวิกฤต
32. ภัยคุกคามทางไซเบอร7ในระดับที่มีผลทำให*รัฐไม]สามารถควบคุมการทำงานจากส]วนกลางของระบบ
คอมพิวเตอร7ของรัฐได* หรือทำให*ประเทศ หรือส]วนใดส]วนหนึ่งของประเทศตกอยู]ในภาวะคับขัน คือภัยคุกคาม
ทางไซเบอร7ระดับใด
1) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับไม]ร*ายแรง
2) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับพื้นฐาน
3) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับร*ายแรง
4) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับวิกฤต
33. ภัยคุกคามทางไซเบอร7ในระดับที่มีความมุ]งหมายเพื่อโจมตี และการโจมตีดังกล]าวมีผลทำให*ระบบ
ั
คอมพิวเตอร7 หรือโครงสร*างสำคญทางสารสนเทศที่เกี่ยวข*องกับการให*บริการของโครงสร*างพื้นฐานสำคัญของ
ประเทศเสียหายจนไม]สามารถทำงาน หรือให*บริการได* คือภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับใด
1) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับไม]ร*ายแรง
2) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับพื้นฐาน
3) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับร*ายแรง
4) ภัยคุกคามทางไซเบอร7ระดับวิกฤต
34. กฎหมายคุ*มครองทรัพย7สินทางปhญญาประเภทใดที่ให*ความคุ*มครองแก]ผลงานประเภท โปรแกรม
คอมพิวเตอร 7
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2) สัญญาอนุญาตแบบเปด (Creative Commons)
3) สิทธิบัตร (Patent)
4) เครื่องหมายการค*า (Trademark)
35. กฎหมายคุ*มครองทรัพย7สินทางปhญญาประเภทใดที่ให*ความคุ*มครองแก]ผลงานประเภท หนังสือ สิ่งพิมพ 7
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2) สัญญาอนุญาตแบบเปด (Creative Commons)
3) สิทธิบัตร (Patent)
4) เครื่องหมายการค*า (Trademark)
36. กฎหมายคุ*มครองทรัพย7สินทางปhญญาประเภทใดที่ให*ความคุ*มครองแก]ผลงานประเภท ท]ารำ ท]าเต*น
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2) สัญญาอนุญาตแบบเปด (Creative Commons)
3) สิทธิบัตร (Patent)
4) เครื่องหมายการค*า (Trademark)
37. กฎหมายคุ*มครองทรัพย7สินทางปhญญาประเภทใดที่ให*ความคุ*มครองแก]ผลงานประเภท งานศิลปกรรม
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2) สัญญาอนุญาตแบบเปด (Creative Commons)
3) สิทธิบัตร (Patent)
4) เครื่องหมายการค*า (Trademark)
38. กฎหมายคุ*มครองทรัพย7สินทางปhญญาประเภทใดที่ให*ความคุ*มครองแก]ผลงานประเภท เพลง
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2) สัญญาอนุญาตแบบเปด (Creative Commons)
3) สิทธิบัตร (Patent)
4) เครื่องหมายการค*า (Trademark)
39. กฎหมายคุ*มครองทรัพย7สินทางปhญญาประเภทใดที่ให*ความคุ*มครองแก]ผลงานประเภท ภาพยนตร 7
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2) สัญญาอนุญาตแบบเปด (Creative Commons)
3) สิทธิบัตร (Patent)
4) เครื่องหมายการค*า (Trademark)
40. สัญลักษณ 7 คืออะไร
1) ลิขสิทธิ์ (Copyright)
2) สัญญาอนุญาตแบบเปด (Creative Commons)
3) สิทธิบัตร (Patent)
4) เครื่องหมายการค*า (Trademark)
*
*
41. การอนุญาตใหนำผลงานลิขสิทธิ์ไปใชทกำกับโดยสัญลักษณ 7 หรือกำกับโดยตัวย]อ BY (Attribution)
ี่
มีเงื่อนไขว]าอย]างไร
1) คนนำไปใช*ต*องอ*างอิงแหล]งที่มาอย]างชัดเจน
2) ห*ามนำไปใช*เพื่อหาประโยชน 7
3) ห*ามดัดแปลงแก*ไข
ี่
4) งานทนำผลงานไปใช*ต]อ จะต*องกำกับด*วยสัญญาอนุญาตเงื่อนไขเดียวกันกับต*นฉบับด*วย
42. การอนุญาตให*นำผลงานลิขสิทธิ์ไปใช*ที่กำกับโดยสัญลักษณ7 หรือกำกับโดยตัวย]อ ND (No
Derivatives) มีเงื่อนไขว]าอย]างไร
1) คนนำไปใช*ต*องอ*างอิงแหล]งที่มาอย]างชัดเจน
2) ห*ามนำไปใช*เพื่อหาประโยชน 7
3) ห*ามดัดแปลงแก*ไข
4) งานที่นำผลงานไปใช*ต]อ จะต*องกำกับด*วยสัญญาอนุญาตเงื่อนไขเดียวกันกับต*นฉบับด*วย
43. การอนุญาตให*นำผลงานลิขสิทธิ์ไปใช*ที่กำกับโดยสัญลักษณ7 หรือกำกับโดยตัวย]อ SA (Share
Alike) มีเงื่อนไขว]าอย]างไร
1) คนนำไปใช*ต*องอ*างอิงแหล]งที่มาอย]างชัดเจน
2) ห*ามนำไปใช*เพื่อหาประโยชน 7
3) ห*ามดัดแปลงแก*ไข
4) งานที่นำผลงานไปใช*ต]อ จะต*องกำกับด*วยสัญญาอนุญาตเงื่อนไขเดียวกันกับต*นฉบับด*วย
44. การอนุญาตให*นำผลงานลิขสิทธิ์ไปใช*ที่กำกับโดยสัญลักษณ7 หรือกำกับโดยตัวย]อ NC (Non-
Commercial) มีเงื่อนไขว]าอย]างไร
1) คนนำไปใช*ต*องอ*างอิงแหล]งที่มาอย]างชัดเจน
2) ห*ามนำไปใช*เพื่อหาประโยชน 7
3) ห*ามดัดแปลงแก*ไข
4) งานที่นำผลงานไปใช*ต]อ จะต*องกำกับด*วยสัญญาอนุญาตเงื่อนไขเดียวกันกับต*นฉบับ
45. การคิดเชิงคำนวณมีประโยชน7อย]างไร
1) ช]วยให*มีทักษะการคิดเหมือนคอมพิวเตอร 7
2) แก*ปhญหาได*อย]างเปZนระบบ และมีขั้นตอน
3) ตอบปhญหาโจทย7ทางคณิตศาสตร7ได*อย]างรวดเร็ว
4) จดจำข*อมูลได*เปZนจำนวนมาก
46. สถานการณ7ในข*อใดใช*หลักการคิดเชิงคำนวณ
1) แพทย7วิเคราะห7หาสาเหตุการปวยเปZนโรคไข*เลือดออกของผู*ปวยในชุมชน โดยการสัมภาษณ7ผู*ที่เกี่ยวข*อง
เพื่อหาความเกี่ยวข*องระหว]างสภาพแวดล*อม และการแพร]ระบาดของโรค
2) นักเรียนจดรายละเอียดทุกขั้นตอนของบทเรียนคณิตศาสตร7ที่เรียนในห*องเรียน และท]องจำเพื่อใช*ในการ
สอบปลายภาค
3) นักท]องเที่ยวเดินทางไปยังสถานที่ท]องเที่ยวต]าง ๆ ที่อยากไปโดยไม]ต*องวางแผนล]วงหน*า
4) ชาวนาหันมาปลูกยางพารา แทนการปลูกข*าวในพื้นที่นาทั้งหมด เนื่องจากรัฐบาลประกาศให*ราคายางพารา
ดีกว]าราคาข*าวในปที่ผ]านมา
47. ทักษะการคิดเชิงคำนวณด*วยวิธีการแยกส]วนประกอบ และการย]อยปhญหา (Decomposition)
ส]วนประกอบย]อยในต]อไปนี้ ไม]ถูกต*อง
1) ทวีปเปZนส]วนประกอบย]อยของโลก
2) โลกเปZนส]วนประกอบย]อยของระบบสุริยะ
3) รุ*งกินน้ำเปZนส]วนประกอบย]อยของก*อนเมฆ
4) ประตูเปZนส]วนประกอบย]อยของบ*าน
48. ในการแก*ปhญหาด*วยคอมพิวเตอร7 องค7ประกอบใดต]อไปนี้เปZนสิ่งที่สำคัญน*อยที่สุด
1) ตัวแปร
2) ข*อมูล
3) เงื่อนไขที่ชัดเจน
4) ขั้นตอนวิธีในการแก*ปhญหา
49. ข*อใดที่ไม]ใช]คุณสมบัติที่เหมาะสำหรับการเปZนนักวิทยาศาสตร7ข*อมูล
1) สามารถเชื่อมโยงหาความสัมพันธ7ของสิ่งต]าง ๆ ได *
2) สามารถมองในมุมที่แตกต]างจากเพื่อนคนอื่นได *
3) ชอบค*นหาข*อเท็จจริงของเรื่องราวต]าง ๆ ที่สนใจ
ื่
4) ชอบนำเสนอเรองราวก]อนหาหลักฐานมาประกอบ
50. คำว]าวิทยาการข*อมูลคือข*อใด
1) Data Analytics
2) Data Design
3) Data Science
4) Data Collection
51. ข*อใดไม]ใช]กระบวนการวิทยาการข*อมูล
1) การสำรวจ
2) การเก็บรวบรวม
3) การวิเคราะห 7
4) การกำกับติดตาม
52. ข*อความใดไม]ถูกต*องเกี่ยวกับกระบวนการวิทยาการข*อมูล
1) การตั้งคำถามควรจะคำนึงถึงวัตถุประสงค7หรือเป¡าหมายในการดำเนินการให*ชัดเจน
2) การตั้งคำถามสำหรับการวิเคราะห7เพื่อการทำนายนั้นไม]ควรตั้งคำถามว]าเกิดอะไรขึ้น แต]ควรตั้งคำถามว]าจะ
เกิดอะไรต]อไป
3) ในการรวบรวมข*อมูลควรคำนึงถึงปริมาณข*อมูลที่ต*องการให*มากพอเพื่อให*ผลสรุปจากการวิเคราะห7มีความ
น]าเชื่อถือ
4) การสำรวจข*อมูลเพื่อดูว]าข*อมูลมีความผิดปกติหรือไม]นั้นเปZนสิ่งที่ไม]ควรทำเนื่องจากอาจทำให*มีอคติต]อ
ข*อมูล
53. ข*อใดไม]ถูกต*องในการรวบรวมข*อมูล
1) ควรเผยแพร]ข*อมูลดิบที่เก็บได*ทั้งหมดเสมอ
2) ควรพิจารณาว]าควรเก็บข*อมูลกับใครเสมอ
3) ควรพิจารณาว]าควรเก็บข*อมูลมากเท]าใดเสมอ
*
4) ควรตรวจสอบว]าตองทำความสะอาดข*อมูลเสมอ
54. ข*อใดไม]ใช]คุณลักษณะเฉพาะ หรือแอตทริบิวต7 (Attribute)
1) อายุ
2) ชื่อ-สกุล
3) สมปอง, สมชาย และสมศรี
4) หมู]เลือด
55. การตรวจสอบว]าข*อมูลนั้นถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป¡าหมายใด เปZนการพิจารณาความเหมาะสมของแหล]งข*อมูล
ในมุมมองใด
1) ความถูกต*องแม]นยำ (Accuracy)
2) ความสอดคล*องกับการใช*งาน (Relevance)
3) จุดมุ]งหมายของแหล]งข*อมูล (Purpose)
4) ความน]าเชื่อถือของแหล]งข*อมูล (Authority)
ื
56. การตรวจสอบว]ามีการนำข*อมูลไปอ*างอิงที่อื่น หรอไม] หรือมีการตรวจสอบยืนยันความถูกต*องของข*อมูล
หรือไม]นั้น เปZนการพิจารณาความเหมาะสมของแหล]งข*อมูลในมุมมองใด
1) ความถูกต*องแม]นยำ (Accuracy)
2) ความสอดคล*องกับการใช*งาน (Relevance)
3) จุดมุ]งหมายของแหล]งข*อมูล (Purpose)
4) ความน]าเชื่อถือของแหล]งข*อมูล (Authority)
57. ข*อใดไม]ใช]กระบวนการในการจัดเตรียมข*อมูล (Data Preparation) ก]อนการประมวลผล
1) การเก็บรวบรวมข*อมูล (Data Collection)
2) การทำความสะอาดข*อมูล (Data Cleansing)
3) การแปลงข*อมูล (Data Transformation)
4) การเชื่อมโยงข*อมูล (Combining Data)
58. ข*อใดไม]ใช]เหตุที่ทำให*ต*องดำเนินการทำความสะอาดข*อมูล (Data Cleansing)
1) ข*อมูลเปZนค]าว]าง
2) ข*อมูลไม]สอดคล*องกับรูปแบบข*อมูลที่ได*กำหนดไว *
3) ข*อมูลมีขนาดใหญ ]
4) ข*อมูลเปZนค]าผิดปกต ิ
59. ข*อมูลใดต]อไปนี้ มีความเหมาะสมที่สุดที่จะนำมาใช *
ี่
1) ข*อมูลยห*อน้ำหอมที่ผู*ใช*เลือกใช* ซึ่งเก็บรวบรวมโดยบริษัทน้ำหอมยี่ห*อ ABC
2) ข*อมูลรายได*ประชากรป 2530 ที่รวบรวมโดยสำนักงานสถิติแห]งชาต ิ
3) ข*อมูลคะแนนสอบ O-NET ปล]าสุด เผยแพร]โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห]งชาต ิ
7
4) ข*อมูลราคาอัญมณีชนิดต]าง ๆ ที่พบจากเสิรชเอนจินแต]ไม]ระบุแหล]งที่มา
60. ข*อใดกล]าวไม]ถูกต*องเกี่ยวกับค]าผิดปกติ (Outlier)
1) ค]าผิดปกติ คือข*อมูลที่มีค]าแตกต]างจากกลุ]มมาก
2) การวิเคราะห7ข*อมูลด*วยค]าเฉลี่ย โดยการนำค]าผิดปกติมารวมอาจทำให*ได*ค]าเฉลี่ยที่ต]างจากการไม]นำค]า
ผิดปกติมารวมมาก
3) การสำรวจข*อมูลด*วยแผนภาพการกระจายมักทำให*พบเห็นค]าผิดปกติได *
4) ค]าผิดปกติมาจากข*อผิดพลาดในการเก็บข*อมูล จึงควรลบทิ้งก]อนการวิเคราะห 7
61. ข*อใดกล]าวไม]ถูกต*องเกี่ยวกับการสำรวจข*อมูล
1) การสำรวจข*อมูลสามารถทำได*โดยการนำข*อมูลมาแสดงเปZนภาพ
2) การสำรวจข*อมูลอาจทำให*เราพบข*อผิดพลาดในการกรอกข*อมูลได *
3) การสำรวจข*อมูลมักใช*แผนภูมิรูปวงกลมในการดูการกระจายข*อมูล
4) การสำรวจข*อมูลมักใช*ฮิสโทแกรมในการสำรวจว]ามีค]าใดที่มีความถี่ผิดปกติจากค]าอื่น หรือไม ]
62. เกณฑ7การพิจารณาความเหมาะสมของข*อมูลในข*อใดต]อไปนี้ ควรนำมาพิจารณาเปZนลำดับแรก
1) ความถูกต*องแม]นยำ
2) ความทันสมัยของข*อมูล
3) ความสอดคล*องกับการใช*งาน
4) ความน]าเชื่อถือของแหล]งข*อมูล
63. การกระทำใดต]อไปนี้ ไม]ถือว]าเปZนการจัดข*อมูลให*เปZนระเบียบ
1) เรียงลำดับข*อมูลตามวันที่ในการจัดเก็บ
2) คำนวณหาค]าเฉลี่ยของข*อมูลในแต]ละรายการ
3) เรียงลำดับข*อมูลจากค]าที่น*อยที่สุดไปยังค]าที่มากที่สุด
4) แบ]งข*อมูลออกเปZน 2 กลุ]ม คือ กลุ]มที่มีข*อมูลครบถ*วน กับกลุ]มที่มีข*อมูลไม]ครบ
64. ข*อใดไม]ใช]ข*อมูลส]วนบุคคล
1) ลายพิมพ7นิ้วมือ
2) ประวัติการรักษา
3) ประวัติอาชญากรรม
4) รายการขายสินค*าในแต]ละวัน
65. ข*อมูลส]วนบุคลใดบ*างที่ไม]ควรแชร7บนสื่อสังคมออนไลน 7
1) จำนวนพี่น*อง
2) บัตรประชาชน
3) การศึกษา
4) การซื้อของ
66. แผนภาพที่ใช*ในการเปรียบเทียบปริมาณข*อมูลแต]ละรายการ คือแผนภาพชนิดใด
1) แผนภูมิแท]ง (Bar Chart)
2) แผนภาพการะกระจาย (Scatter Plot)
3) กราฟเส*น (Line Graph)
4) แผนภูมิแกนต7 (Gantt Chart)
67. แผนภาพที่ใช*แสดงการเปลี่ยนแปลงของข*อมูลที่มีความต]อเนื่อง คือแผนภาพชนิดใด
1) แผนภูมิแท]ง (Bar Chart)
2) แผนภาพการะกระจาย (Scatter Plot)
3) กราฟเส*น (Line Graph)
4) แผนภูมิแกนต7 (Gantt Chart)
68. แผนภาพที่ใช*แสดงความสัมพันธ7ระหว]างข*อมูล 2 ชุด คือแผนภาพชนิดใด
1) แผนภูมิแท]ง (Bar Chart)
2) แผนภาพการะกระจาย (Scatter Plot)
3) กราฟเส*น (Line Graph)
4) แผนภูมิแกนต7 (Gantt Chart)
69. แผนภาพที่ใช*แสดงความสัมพันธ7ระหว]างข*อมูล 2 ชุด คือแผนภาพชนิดใด
1) แผนภูมิแท]ง (Bar Chart)
2) แผนภูมิรูปวงกลม (Pie Chart)
3) กราฟเส*น (Line Graph)
4) แผนภูมิแกนต7 (Gantt Chart)
*
70. สิ่งใดคือประโยชน7ที่สำคัญที่สุด ของการนำเสนอข*อมูลดวยภาพ
1) แสดงรายละเอียดของข*อมูลได*อย]างครบถ*วน
2) ดึงดูดความสนใจผู*อ]านให*มาดูภาพที่นำเสนอ
3) นำเสนอข*อมูลที่มีปริมาณมากได*โดยใช*พื้นที่น*อย
4) มองเห็นมุมมองของผู*นำเสนอได*ตรงตามต*องการ
71. ข*อใดไม]ใช]ปhจจัยที่นำมาใช* เพื่อเลือกรูปแบบการนำเสนอ
1) วัตถุประสงค7ของการนำเสนอ
2) สภาพแวดล*อมของการนำเสนอ
3) ความรู*ความเข*าใจในการนำเสนอ
4) ประเภทของสารสนเทศที่จะนำเสนอ
72. ข*อใดกล]าวไม]ถูกต*อง
1) แผนภูมิแท]งสามารถนำเสนอในแนวตั้งหรือแนวนอนก็ได *
*
2) กราฟเส*นเหมาะจะใช*ในการพยากรณ7ขอมูลในอนาคต
3) แผนภูมิรูปวงกลมใช*แสดงสัดส]วน 2 หัวข*อที่น]าสนใจ
4) แผนภาพการกระจายเหมาะกับการแสดงความสัมพันธ7ของชุดข*อมูล 2 ชุด
73. ข*อใดไม]ใช*องค7ประกอบของการสื่อสาร
1) ผู*ส]ง
2) ผู*รับ
3) สาร
4) สื่อ
74. ข*อใดไม]ใช] “สาร” ในการสื่อสาร
1) ทัศนคต ิ
2) เสียง
3) ข*อความ
4) ภาพ
75. ข*อใดไม]ใช]ปhจจัยที่มีผลต]อความสามารถในการแปลสารของผู*รับสาร
1) การศึกษา
2) พื้นฐานทางสังคม
3) วุฒิภาวะ
4) เสียงพูด
76. ข*อใดเปZนช]องทางการสื่อสารทางเดียวที่สามารถกระจายไปยังคนหมู]มากได*อย]างมีประสิทธิภาพ
1) เฟซบุ¤ก
2) จดหมายเวียน
3) วิทยุ โทรทัศน 7
4) ป¡ายโฆษณา
77. การเผยแพร]ข*อมูลส]วนตัวของผู*อื่น ข*อใดต]อไปนี้อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได *
1) วันเดือนปเกิด
2) ภูมิลำเนา
3) น้ำหนัก และส]วนสูง
4) หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน
78. ข*อใดกล]าวไม]ถูกต*องที่สุดเกี่ยวกับองค7ประกอบ และรูปแบบพื้นฐานในการสื่อสาร
1) ผู*ส]งควรคำนึงถึงจุดประสงค7ของการส]งสาร เพื่อนำมาพิจารณาเลือกรูปแบบในการสื่อสาร
*
2) สารเปZนข*อมูล หรือสิ่งที่ผู*ส]งต*องการใหผู*รับได*รับรู*โดยอาจถูกแปลงได*หลายรูปแบบ เช]น เสียงพูด ข*อความ
หรือภาพ เพื่อให*ผู*รับเข*าใจได*รวดเร็วและชัดเจนมากขึ้น
3) ช]องทางเปZนวิธีการในการส]งสารจากผู*ส]งไปยังผู*รับ โดยแต]ละช]องทางจะส]งสารให*ผู*รับผ]านประสาทสัมผัสทั้ง
ั
5 ในลักษณะและปริมาณที่เท]า ๆ กน
4) ผู*รับมีหน*าที่แปลความหมายของสารที่ผู*ส]งนำเสนอ ซึ่งความสามารถในการแปลขึ้นกับปhจจัยหลายอย]าง
79. ข*อใดต]อไปนี้เปZนการกระทำผิดตามกฎหมาย เทื่อพบบทความเท็จที่เผยแพร]อยู]บนอินเทอร7เน็ต
1) ห*ามผู*อื่นไม]ให*อ]านบทความน ี้
2) อ]านบทความนี้อย]างละเอียด
3) ส]งต]อบทความนี้ให*กับผู*อื่นผ]านเฟซบุ¤ก
4) ดาวน7โหลดบทความเก็บไว*ในโทรศัพท7ของตนเอง
80. พฤติกรรมใดที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ต]อการถูกโจรกรรมจากการเผยแพร]ข*อมูลบนสื่อสังคมออนไลน 7
1) เปดเผยภาพยอดเงินในบัญชีบนทวิตเตอร 7
2) บันทึก และอัปโหลดวีดีโอลงบนยูทูบ
3) ถ]ายภาพ และเขียนข*อความบรรยายถึงร*านชานมไข]มุก
4) ทำคลิปวิดีโอสอนการแต]งหน*า และแนะนำผลิตภัณฑ7เสริมความงามลงบนเฟซบุ¤ก
81. ข*อใดกล]าวไม]ถูกต*องเกี่ยวกับข*อควรระวังในการแบ]งปhนข*อมูล
1) ข*อมูลที่มีการแบ]งปhนในเฉพาะกลุ]มเพื่อนอาจถูกคัดลอก และนำไปเผยแพร]ต]อสาธารณะได *
2) ข*อมูลด*านสุขภาพ ด*านการเงิน หรือหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เปZนข*อมูลที่ไม]ควรเปดเผย
3) ข*อมูลวันเกิด ตำแหน]งหน*าที่การงาน เปZนข*อมูลสาธารณะอยู]แล*วจึงเปดเผยได*โดยไม]มีอันตราย
4) ข*อมูลที่มีลิขสิทธิ์ หรือข*อมูลส]วนตัว เช]น ผลงานเพลง ประวัติคนไข* เปZนข*อมูลที่ได*รับความคุ*มครองทาง
กฎหมาย
82. ข*อใดไม]ควรกระทำในการทำแฟ¡มผลงาน
1) ผู*จัดทำควรนำเสนอผลงานในแต]ละกลุ]ม เช]น การเรียน กีฬา ดนตรี และคุณธรรมจริยธรรมให*คละกัน
เพื่อให*แฟ¡มผลงานดูมีสีสัน
2) ผู*จัดทำควรที่จะคัดเลือกผลงานที่ดีที่สุดไม]กี่ชิ้นต]อหนึ่งหมวดหมู]เพื่อนำเสนอ แต]หากมีผลงานมาก อาจทำ
เปZนภาพเล็กรวบรวมงานที่เหลือในหน*าเสริมของแฟ¡มผลงาน
ื่
3) ผู*จัดทำควรลำดับเรองราว โดยคำนึงว]าผู*ที่ประเมินแฟ¡มผลงานต*องการเห็นอะไรในแฟ¡มผลงาน
4) นอกเหนือจากการตรวจทานตัวสะกดและความถูกต*องของแฟ¡มผลงานแล*ว ผู*จัดทำควรตรวจว]าแฟ¡มผลงาน
ตรงกับตัวเราและความต*องการของผู*อ]าน และควรดูว]าการดำเนินเรื่องน]าสนใจหรือไม]ด*วย
83. คำว]าปhญญาประดิษฐ7 (AI) คือข*อใด
1) Artificial insemination
2) Artificial intelligence
3) Artificial ingredients
4) Artificial innovation
84. ปhญญาประดิษฐ7 (AI) ที่สามารถชนะมนุษย7ในการแข]งขันหมากล*อมระดับโลกมีชื่อว]าอะไร
1) AlphaGo
2) Betagro
3) Alexa
4) Cortana
85. ข*อใดไม]ใช]ปhญญาประดิษฐ 7
1) รถยนต7ไร*คนขับ
2) รถบังคับวิทย ุ
3) หุ]นยนต7ทำอาหาร
4) หุ]นยนต7วินิจฉัยโรค
86. นวัตกรรมในข*อใดที่ไม]ใช*ปhญญาประดิษฐ7 (AI)
1) การแปลงเสียงพูดให*เปZนข*อความ (Speech to Text)
2) จอแสดงผลตอบสนองการสัมผัส (Touch Screen)
ื่
3) เครองแปลภาษา (Machine Translation)
4) รถยนต7ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Self-Driving Car)
87. ข*อใดกล]าวไม]ถูกต*องเกี่ยวกับการประมวลผลแบบคลาวด 7
1) เปZนรูปแบบหนึ่งของการให*บริการทรัพยากรคอมพิวเตอร7ผ]านเครือข]ายอินเทอร7เน็ต
2) เปZนศูนย7คอมพิวเตอร7ที่สามารถประมวลผล และเก็บข*อมูลได *
3) การทำงานที่อาศัยการประมวลผลบนท*องฟ¡า
4) การใช*ทรัพยากรของผู*ให*บริการผ]านอินเทอร7เน็ต ให*สามารถเข*าถึงข*อมูลจากที่ไหนก็ได*
88. ซอฟต7แวร7ใดไม]ใช]บริการการประมวลผลแบบคลาวด 7
1) Microsoft Office 365
2) Dropbox
3) Adobe Photoshop
4) Google G-suit
89. การรวมสภาพแวดล*อมจริงกับวัตถุเสมือนเข*าด*วยกัน คือกระบวนการทำงานของเทคโนโลยีเสมือนจริงใด
1. ความเปZนจริงเสริม (Augmented Reality - AR)
2. ความเปZนจริงเสมือน (Virtual Reality - VR)
3. ความเปZนจริงผสม (Mixed Reality - MR)
4. ความเปZนจริง (Real Reality - RR)
90. การนำเสนอสภาพแวดล*อมเสมือนจริง คือกระบวนการทำงานของเทคโนโลยีเสมือนจริงใด
1. ความเปZนจริงเสริม (Augmented Reality - AR)
2. ความเปZนจริงเสมือน (Virtual Reality - VR)
3. ความเปZนจริงผสม (Mixed Reality - MR)
4. ความเปZนจริง (Real Reality - RR)
91. การสร*างสภาพแวดล*อมใหม]โดยผสานโลกจริง และโลกเสมือนเข*าด*วยกัน โดยวัตถุเสมือน และวัตถุจริงสา
มามีปฏิสัมพันธ7ตอบโต*กันได* คือกระบวนการทำงานของเทคโนโลยีเสมือนจริงใด
1. ความเปZนจริงเสริม (Augmented Reality - AR)
2. ความเปZนจริงเสมือน (Virtual Reality - VR)
3. ความเปZนจริงผสม (Mixed Reality - MR)
4. ความเปZนจริง (Real Reality - RR)
92. การประมวลผลข*อมูลแบบกระจายศูนย7 (Decentralized) เปZนคุณลักษณะของเทคโนโลยีใด
1) เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain)
2) เทคโนโลยีอินเทอร7เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT)
3) เทคโนโลยีการประมวลผลแบบคลาวด7 (Cloud computing)
4) เทคโนโลยีปhญญาประดิษฐ7 (Artificial intelligence)
ื
93. ประเทศใดที่ใช*งานระบบตัดสินพฤติกรรมทางสังคมของพลเมอง (Social credit scoring) เปZนเครื่องมือใน
การควบคุมความประพฤต ิ
1) สหพันธรัฐรัสเซีย
2) สาธารณรัฐประชาชนจีน
3) สาธารณรัฐอินเดีย
4) สาธารณรัฐแห]งสหภาพพม]า
94. ข*อใดไม]ใช]สาหตุสำคัญที่ผลักดันให*มนุษย7พัฒนานวัตกรรม และเทคโนโลย ี
1) ความใฝรู*ของมนุษย 7
2) ความจำเปZนในการดำรงชีวิต
3) ความต*องการให*อยู]รอดพ*นจากภัยธรรมชาต ิ
4) ความต*องการเปลี่ยนทัศนคติ และความเชื่อของมนุษย 7
95. ข*อความใดกล]าวถูกต*องเกี่ยวกับปhญญาประดิษฐ 7
1) ปhญญาประดิษฐ7ในปhจจุบันส]วนใหญ]เปZนระบบฐานความร ู*
2) ปhญญาประดิษฐ7ที่ทำงานทุกอย]างได*เหมือนมนุษย7มีใช*งานแล*วอย]างแพร]หลาย
3) การเรียนรู*ของเครื่อง เปZนแขนกหนึ่งของปhญญาประดิษฐ 7
4) สามารถใช*การรู*จำใบหน*า ในการคัดกรองคนดีเข*าทำงานได *
96. เมื่อเทคโนโลยีปhญญาประดิษฐ7ทำให*บางอาชีพสูญหายไป เราควรพัฒนาตนเองอย]างไรเพื่อลดผลกระทบท ี่
จะเกิดกับการประกอบอาชีพของตนเองในอนาคต
1) ฝ©กฝนทักษะความคิดสร*างสรรค 7
2) ศึกษาต]อในระดับที่สูงที่สุดเท]าที่จะสามารถทำได *
ี่
3) พยายามหลีกเลยงการใช*เทคโนโลยีต]าง ๆ ให*มากที่สุด
4) ฝ©กการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร7เพื่อเปZนผู*พัฒนาเทคโนโลย ี
97. ข*อใดเปZนคุณลักษณะของการประมวลผลแบบคลาวด 7
1) ไม]จำเปZนต*องมีอินเทอร7เน็ต
2) ลดปริมาณการใช*อินเทอร7เน็ต
3) ใช*ทรัพยากรคอมพิวเตอร7ร]วมกันได *
4) ผู*ใช*บริการจะต*องมีความเชี่ยวชาญในการดูแลทรัพยากรคอมพิวเตอร 7
98. ข*อใดคือประโยชน7โดยตรงที่ได*จากการนำเทคโนโลยีอินเทอร7เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) มาใช*ในการทำ
การเกษตร
1) ป¡องกันราคาสินค*าทางการเกษตรตกต่ำ
2) ได*ข*อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห7ผลในการทำการเกษตร
3) สามารถจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตรได*อย]างคุ*มค]า
4) เปZนการสร*างภาพลักษณ7ที่ดีให*กับสินค*าทางการเกษตร
99. ข*อความใดกล]าวถูกต*องที่สุดเกี่ยวกับ IoT
1) ข*อมูลจากอุปกรณ7 IoT ทำให*เกิดวิทยาการข*อมูล
2) อุปกรณ7 IoT มีความปลอดภัยของข*อมูลสูงกว]าอุปกรณ7ที่ไม]เปZน IoT
3) ข*อมูลจากอุปกรณ7 IoT ต*องเปZนตัวเลขเท]านั้นจึงจะนำมาวิเคราะห7ได *
4) IoT ทำให*อุปกรณ7อิเล็กทรอนิกส7สามารถแลกเปลี่ยนข*อมูลระหว]างกันได *
100. เทคโนโลยีใดสำคัญที่สุดในการทำงานของเทคโนโลยีความเปZนจริงเสมือน (VR)
1) แว]นตาแสดงผล 3 มิต ิ
2) เครือข]ายอินเทอร7เน็ต
3) อินเทอร7เน็ตของสรรพสิ่ง
4) การประมวลผลแบบคลาวด7
101. ข*อความใด กล]าวถูกต*องเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม ]
1) ปhญญาประดิษฐ7สามารถนำมาใช*ช]วยในการแปลภาษาได *
2) อุปกรณ7 IoT ทำให*ประหยัดค]าซอฟต7แวร7ที่ใช*ในการประมวลผล
3) หมวกความเปZนจริงเสริมมีราคาถูกและมีการใช*งานเพื่อความบันเทิงอย]างแพร]หลายในปhจจุบัน
Z
4) การใช*เซนเซอร7วัดคุณภาพของดิน ความชื้นหรือสภาพอากาศ เปZนตัวอย]างของอุปกรณ7ความเปนจริงเสมือน
102. ข*อใดไม]ใช]กรอบแนวคิดในการเปZนพลเมืองดิจิทัล (Digital citizenship) ที่ดี 3 ด*าน (3S Framework)
1) การนำเทคโนโลยีมาสร*างประโยชน7ให*กับตนเอง และผู*อื่น (Serve)
2) การเคารพตนเอง และผู*อื่นในสังคมออนไลน7 (Social)
3) การมีความรู*ทางเทคโนโลยี และการแบ]งปhนความรู*ให*กับผู*อื่น (Savvy)
4) การป¡องกันตนเอง และผู*อื่น (Safe)
103. เจ*าของร*านขายของแห]งหนึ่งติดกล*องวงจรปด เพื่อดูการปฏิบัติงานของพนักงานในร*าน โดยไม]แจ*งให *
พนักงานทราบ เจ*าของร*านขายของแห]งนี้ขาดความตระหนักในประเด็นใด
1) ความเปZนส]วนตัว
2) เสรีภาพการแสดงออก
3) การเข*าถึง และการร]วมตัดสินใจ
4) ลิขสิทธิ์ และการเผยแพร]เนื้อหา
104. พฤติกรรมใดต]อไปนี้อาจทำให*เกิดโรค "ออฟฟศซินโดรม"
1) เล]นโทรศัพท7มือถือในขณะทำงาน
2) ซื้อโทรศัพท7มือถือรุ]นใหม]ที่มีราคาสูง
3) ใช*งานคอมพิวเตอร7เปZนเวลานานในท]าที่ไม]ถูกต*อง
4) ใช*คอมพิวเตอร7ที่มีประสิทธิภาพต่ำในการทำงาน
105. สามารถป¡องกันการเปZนโรค "คอมพิวเตอร7วิชั่นซินโดรม" ได*ด*วยวิธีใด
1) ใช*จอคอมพิวเตอร7ที่มีขนาดใหญ]กว]า 15 นิ้วขึ้นไป
2) เลือกใช*คอมพิวเตอร7ที่สามารถแสดงผลภาพได*ละเอียดที่สุด
3) ปรับแสงสว]างหน*าจอคอมพิวเตอร7ให*สว]างมากที่สุด
4) กะพริบตาบ]อย ๆ ขณะใช*งานคอมพิวเตอร 7
106. ข*อใดกล]าวไม]ถูกต*องเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงออก
1) การมีเสรีภาพในการแสดงออกไม]ได*ปกป¡องเราจากผลของการแสดงออกนั้น
2) การวิจารณ7ที่เปZนการให*ร*ายผู*อื่นอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายหมิ่นประมาทได *
3) การวิพากษ7วิจารณ7เพื่อประโยชน7สาธารณะ อาจได*รับการยกเว*นความผิดฐานหมิ่นประมาท
4) เสรีภาพในการแสดงออกเปZนสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย7 ที่ได*รับการคุ*มครองภายใต*กฎหมายเดียวกันทั่วโลก
107. ข*อใดกล]าวถูกต*องเกี่ยวกับความเปZนส]วนตัว
1) ข*อมูลส]วนตัวหลายอย]างถูกจัดเก็บอัตโนมัติเมื่อเราใช*สื่อสังคม
2) ข*อมูลที่เรากรอกผ]านเว็บไซต7ล*วนไม]เปZนข*อมูลส]วนตัวทั้งสิ้น
3) ข*อมูลอายุของเราไม]จัดเปZนข*อมูลส]วนตัว
4) ข*อมูลที่เราเปดเผยให*เพื่อนในห*องทราบไม]จัดเปZนข*อมูลส]วนตัว
108. ข*อใดเปZนสิ่งที่พลเมืองดิจิทัลที่ดี "ไม]ควรทำ"
1) แสดงความคิดเห็นอย]างสร*างสรรค7บนสื่อสังคม
2) เคารพในสิทธิการเปZนเจ*าของผลงานของผู*อื่น
3) รักษาสมดุลการใช*เวลาในโลกดิจิทัลและโลกจริงอย]างเหมาะสม
4) ใช*ภาพของบุคคลมีชื่อเสียงแทนภาพของตนเองในสื่อสังคมออนไลน 7
109. อาชีพที่มีหน*าที่ในการวิเคราะห7 พัฒนา ปรับปรุง บำรุงรักษา แก*ไขปhญหาต]าง ๆ ที่เกี่ยวข*องกับระบบ
เครือข]าย ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย และประสิทธิภาพของเครือข]าย คืออาชีพใด
1) ผู*เชี่ยวชาญด*านเครือข]ายคอมพิวเตอร7 (Computer network professionals)
2) ผู*เชี่ยวชาญด*านความมั่นคงปลอดภัย (ICT security specialists)
3) ผู*ดูแลระบบ (System administrators)
4) เจ*าหน*าที่สนับสนุนงานเชิงเทคนิค (IT support technicians)
110. อาชีพที่มีหน*าที่ในการวิจัย วิเคราะห7 ตรวจสอบ ประเมินความมั่นคงปลอดภัย และบำรุงรักษาระบบ
สารสนเทศให*มีเสถียรภาพ และประสิทธิภาพ แก*ไขปhญญาหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยด*านเทคโนโลย ี
สารสนเทศ และการสื่อสาร คืออาชีพใด
1) ผู*เชี่ยวชาญด*านเครือข]ายคอมพิวเตอร7 (Computer network professionals)
2) ผู*เชี่ยวชาญด*านความมั่นคงปลอดภัย (ICT security specialists)
3) ผู*ดูแลระบบ (System administrators)
4) เจ*าหน*าที่สนับสนุนงานเชิงเทคนิค (IT support technicians)
111. อาชีพที่มีหน*าที่วิเคราะห7 และจัดการกับข*อมูลที่มีปริมาณมาก โดยใช*เครื่องมือด*านคณิตศาสตร7 สถิติ
และการเขียนโปรแกรม คืออาชีพใด
1) นักวิทยาศาสตร7ข*อมูล (Data scientists)
2) ผู*เชี่ยวชาญด*านความมั่นคงปลอดภัย (ICT security specialists)
3) โปแกรมเมอร7 (Programmers)
4) ผู*ดูแลระบบฐานข*อมูล (Database administrators: DBA)
112. อาชีพที่มีหน*าที่ออกแบบ และพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร7ให*มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และตอบสนอง
ต]อความต*องการของผู*ใช*งาน อาจมีชื่อเรียดตามงานที่ทำ เช]น Mobile developer, Web developer ฯลฯ
คืออาชีพใด
1) นักวิทยาศาสตร7ข*อมูล (Data scientists)
2) นักวิเคราะห7ระบบ (System analysts)
3) โปรแกรมเมอร7 (Programmers)
4) ผู*จัดการด*านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT manager)
113. อาชีพที่มีหน*าที่ตรวจสอบ และค*นหาข*อผิดพลาดของโปรแกรม คืออาชีพใด
1) นักวิเคราะห7ทดสอบระบบ (Test analysts)
2) นักวิเคราะห7ระบบ (System analysts)
3) โปรแกรมเมอร7 (Programmers)
4) นักทดสอบ (Testers)
114. อาชีพที่มีหน*าที่ศึกษา วิเคราะห7ออกแบบ และพัฒนาระบบสารสนเทศให*มีคุณสมบัติที่สามารถตอบสนอง
ความต*องการผู*ใช*งาน คืออาชีพใด
1) นักวิเคราะห7ทดสอบระบบ (Test analysts)
2) นักวิเคราะห7ระบบ (System analysts)
3) โปรแกรมเมอร7 (Programmers)
4) นักทดสอบ (Testers)
115. อาชีพที่มีหน*าที่สนับสนุน และทดสอบระบบสารสนเทศ เพื่อค*นหาจุดอ]อน และข*อบกพร]องต]าง ๆ คือ
อาชีพใด
1) นักวิเคราะห7ทดสอบระบบ (Test analysts)
2) นักวิเคราะห7ระบบ (System analysts)
3) โปรแกรมเมอร7 (Programmers)
4) นักทดสอบ (Testers)
116. อาชีพที่มีหน*าที่ในการบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร7 ตั้งแต]ติดตั้ง กำหนดค]า บำรุงรักษาทั้งในส]วนของ
ฮาร7ดแวร7 ซอฟต7แวร7 และระบบเครือข]าย คืออาชีพใด
1) นักวิเคราะห7ทดสอบระบบ (Test analysts)
2) นักวิเคราะห7ระบบ (System analysts)
3) ผู*ดูแลระบบ (System administrators)
4) ผู*เชี่ยวชาญด*านเครือข]ายคอมพิวเตอร7 (Computer network professionals)
117. อาชีพที่มีหน*าที่ออกแบบแผนการฝ©กอบรม และประเมินประสิทธิผลของการฝ©กอบรมตามวัตถุประสงค7
คืออาชีพใด
1) เจ*าหน*าที่ฝ©กอบรมด*านเทคโนโลยี (IT Trainers)
2) เจ*าหน*าที่สนับสนุนงานเชิงเทคนิค (IT support technicians)
3) ผู*ดูแลระบบ (System administrators)
4) ผู*บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Officer: CIO)
118. อาชีพที่มีหน*าที่พัฒนา และดูแลระบบฐานข*อมูล และซอฟต7แวร7 ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของ
ฐานข*อมูล สำรองข*อมูล และการกู*คืน ตรวจสอบ และแก*ปhญหาที่เกี่ยวข*องกับระบบฐานข*อมูล คืออาชีพใด
1) นักวิทยาศาสตร7ข*อมูล (Data scientists)
2) ผู*เชี่ยวชาญด*านความมั่นคงปลอดภัย (ICT security specialists)
3) โปแกรมเมอร7 (Programmers)
4) ผู*ดูแลระบบฐานข*อมูล (Database administrators: DBA)
119. อาชีพที่มีหน*าที่ให*คำแนะนำ วิเคราะห7 และแก*ไขปhญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในส]วนของ
ฮาร7ดแวร7 ซอฟต7แวร7 เครือข]าย และอุปกรณ7ต]าง ๆ คืออาชีพใด
1) เจ*าหน*าที่ฝ©กอบรมด*านเทคโนโลยี (IT Trainers)
2) เจ*าหน*าที่สนับสนุนงานเชิงเทคนิค (IT support technicians)
3) ผู*ดูแลระบบ (System administrators)
4) ผู*เชี่ยวชาญด*านเครือข]ายคอมพิวเตอร7 (Computer network professionals)
120. อาชีพที่มีหน*าที่สนับสนุนนโยบาย และแผนบริหารจัดการงานด*านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร
ในการพัฒนาองค7กร คืออาชีพใด
1) ผู*จัดการด*านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT manager)
2) ผู*บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Officer: CIO)
3) ผู*ดูแลระบบ (System administrators)
4) ผู*เชี่ยวชาญด*านเครือข]ายคอมพิวเตอร7 (Computer network professionals)
ั
121. อาชีพที่มีหน*าที่กำหนดมาตรฐาน กฎเกณฑ7 โครงสร*าง งบประมาณ การพฒนาบุคลากรด*านเทคโนโลยี
และให*คำแนะนำแก]ผู*บริหารสูงสุดขององค7กร เพื่อกำหนดนโยบาย และตั้งเป¡าหมายของการนำเทคโนโลย ี
สารสนเทศมาใช*ในการบริหารองค7กรให*ประสบความสำเร็จตามวิสัยทัศน7 คืออาชีพใด
1) ผู*จัดการด*านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ICT manager)
2) ผู*บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง (Chief Information Officer: CIO)
3) ผู*ดูแลระบบ (System administrators)
4) ผู*เชี่ยวชาญด*านเครือข]ายคอมพิวเตอร7 (Computer network professionals)
122. ข*อใดเปZนผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เห็นได*ชัดเจน
1) อาชีพนักพิมพ7ดีดสูญหายไป
2) สมองของมนุษย7มีขนาดใหญ]ขึ้น
3) ประเทศญี่ปุนประสบภัยพิบัติจากพายุใต*ฝุนบ]อยครั้งขึ้น
4) ประชากรเพศหญิงมีจำนวนมากกว]าเพศชาย
123. ข*อใดเปZนปhจจัยสำคัญที่สุดของพัฒนาการด*านคอมพิวเตอร7ที่ส]งผลให*เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3
1) คอมพิวเตอร7สามารถคิดแทนมนุษย7ได *
2) จอภาพคอมพิวเตอร7สามารถแสดงภาพความละเอียดสูงได *
3) เครื่องคอมพิวเตอร7มีขนาดเล็ก ทำให*สามารถพกพาได*อย]างสะดวก
4) ศักยภาพการประมวลผลข*อมูลด*วยคอมพิวเตอร7 ทำให*ลดภาระการทำงานซ้ำ ๆ
124. งานในลักษณะใดที่มีโอกาสถูกแทนที่ด*วยระบบคอมพิวเตอร7 ได*มากที่สุด
1) งานที่มีการทำงานแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา
2) งานที่ต*องเผชิญกับความท*าทาย
3) งานที่ต*องการการตัดสินใจอย]างเร]งด]วน
4) งานวางแผนการบริหารธุรกิจในองค7กร
125. ข*อใดกล]าวถูกต*องมากที่สุดเกี่ยวกับการเข*ามาแทนที่การทำงานของมนุษย7ด*วยระบบคอมพิวเตอร 7
1) คอมพิวเตอร7จะสามารถทำงานแทนมนุษย7ได*ทุกอย]าง
2) ประชากรส]วนใหญ]ในอนาคตจะต*องตกงาน และไม]มีอาชีพ
3) กระบวนการทำงานทุกอย]างจะเปZนไปอย]างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วขึ้น
4) มนุษย7จะเปลี่ยนบทบาทจากผู*สั่งงาน และตัดสินใจทั้งหมด เปZนผู*ร]วมคิด และเปZนผู*ตรวจสอบ
126. การนำเสนอข*อมูลรูปแบบใดเหมาะสมกับ การนำเสนอข*อมูลการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตของ
หัวใจ มากที่สุด
1) บล็อก (Blog)
2) วีดีโอ (Video)
3) พอร7ตโฟลิโอ (Portfolio)
4) ภาพอินโฟกราฟก (Infographic)
127. การรูปแบบการนำเสนอใดเหมาะสมกับ การนำเสนอข*อมูลสถิติการเกิดแผนดินไหวในประเทศไทย มาก
ที่สุด
1) บล็อก (Blog)
2) วีดีโอ (Video)
3) พอร7ตโฟลิโอ (Portfolio)
4) ภาพอินโฟกราฟก (Infographic)
128. การรูปแบบการนำเสนอใดเหมาะสมกับ การนำเสนอชิ้นงาน หรือผลงานของบุคคล มากที่สุด
1) บล็อก (Blog)
2) วีดีโอ (Video)
3) พอร7ตโฟลิโอ (Portfolio)
4) ภาพอินโฟกราฟก (Infographic)
129. ข*อใดไม]ใช]องค7ประกอบของนวัตกรรม (Innovation)
1) สิ่งใหม] (Newness)
2) ประโยชน7ในเชิงเศรษฐกิจ (Economic Benefits)
3) สะดวกรวดเร็ว (Fast and Convenience)
4) การใช*ความรู* และความคิดสร*างสรรค7 (Knowledge and Creative Idea)
130. ในปhจจุบันนิยมใช*ระบบปฏิบัติการอะไรมากที่สุด
1) ดอส
2) ลีนุกซ 7
3) แมคอินทอซ
4) วินโดวส 7
131. คำสั่งใดที่ใช*ในการลบไฟล 7
1) Delete
2) Rename
3) Open
4) Save
132. ส]วนที่ใช*แสดงชื่อวินโดวส7 หรือชื่อหน*าต]างเรียกว]าอะไร
1) Taskbar
2) Title bar
3) Desktop
4) Recycle Bin
7
133. โปรแกรมวินโดวสที่ใช*พิมพ7ในเอกสารคือโปรแกรมใด
1) Paint
2) NotePad
3) ScanDisk
4) Disk Defragment
134. คำสั่ง Search ใช*ทำอะไร
1) เปดงาน
2) บันทึกงาน
3) ค*นหาไฟล7ข*อมูล
4) ออกจากโปรแกรม
135. โปรแกรมใดที่ใช*ในการดูหนัง ฟhงเพลง
1) Paint
2) Notepad
3) WordPad
4) Media Player
136. คำสั่งที่ใช*ในการเปลี่ยนชื่อไฟล7และโฟล7เดอร7คือคำสั่งในข*อใด
1) Save
2) Open
3) Delete
4) Rename
137. พื้นที่ที่เปรียบเหมือนโต¤ะทำงาน เรียกว]าอะไร
1) Icon (ไอคอน)
2) Taskbar (ทาสก7บาร7)
3) Desktop (เดสก7ท็อป)
4) My Computer (มายคอมพิวเตอร7)
138. Recycle Bin ทำหน*าที่อะไร
1) บันทึกงาน
2) ถนอมหน*าจอ
3) เก็บไฟล7และโฟล7เดอร7ที่ถูกลบ
4) สั่งพิมพ7งานออกทางเครื่องพิมพ 7
139. โปรแกรมวินโดวส7ที่ใช*วาดภาพคือโปรแกรมใด
1) Paint
2) Notepad
3) ScanDisk
4) Disk Defragment
140. นามสกุลของสมุดงานในโปรแกรม Excel คืออะไร
1) .doc
2) .ppt
3) .xlsx
4) .db
141. บริเวณแสดงสูตรคำนวณหรือข*อมูลในเซลล7 เรียกว]าอะไร
1) Formula bar
2) Worksheet
3) Riibbon
4) Title bar
142. ฟhงก7ชั่นสำหรับหาค]าเฉลี่ยคือข*อใด
1) MAX
2) SUM
3) COUND
4) AVERAGE
143. ในกรณีที่ผู*ใช*ยังไม]ได*จัดเก็บสมุดงาน โปรแกรมจะตั้งชื่อให*ว]าอะไร
1) Doc1
2) Book1
3) Presentation1
4) โปรแกรมจะไม]ตั้งชื่อให* ต*องตั้งชื่อเอง
144. พื้นที่ทำงานที่เราใช*กรอกข*อมูลต]าง ๆ ลงไปจะมีลักษณะเปZนช]องตารางเราเรียกว]าอะไร
1) Title bar
2) Worksheet
3) Ribbon
4) Formula bar
145. ใน Excel การป¡อนข*อมูลแบบตัวเลข ผลลัพธ7ที่เกิดขึ้นจะเปZนอย]างไร
1) ตัวเลขจะจัดกึ่งกลางอัตโนมัต ิ
2) ตัวเลขจะชิดขวาอัตโนมัต ิ
3) ตัวเลขจะชิดซ*ายอัตโนมัต ิ
4) ตัวเลขจะกระจายเต็มเซลล 7
146. โปรแกรมไมโครซอฟท7เพาเวอร7พอยต7เปZนโปรแกรมสำหรับงานประเภทใด
1) พิมพ7เอกสาร
2) งานคำนวณ
3) นำเสนอผลงาน
4) ตกแต]งรูปภาพ
147. การใส]เทคนิคหรือลูกเล]นในการนำเสนอควรเลือกคำสั่งใด
1) การเปลี่ยนภาพนิ่ง
2) การตั้งค]าการนำเสนอ
3) การเคลื่อนไหวที่กำหนดเอง
4) ผิดทุกข*อ
148. งานแต]ละหน*าในงานนำเสนอเรียกว]าอะไร
1) ภาพนิ่ง
2) เอกสาร
3) กระดาษทำการ
4) แผ]นงานนำเสนอ
149. ต*องการแสดงงานแบบเต็มหน*าจอควรกดปุมฟhงก7ชั่นใด
1) F2
2) F3
3) F4
4) F5
150. อินเตอร7เน็ตติดต]อกันได*อย]างไร
1) นำเครื่องมาไว*ใกล* ๆ กัน
2) ติดต]อกันด*วยสายไฟฟ¡า
3) ติดต]อกันด*วยแผ]นดิสก 7
4) ติดต]อกันด*วยระบบเครือข]ายเชื่อมเข*าหากัน
151. อินเตอร7เน็ตสื่อสารอะไรได*บ*าง
1) ภาพ
2) เสียง
3) ข*อมูล
4) ถูกทุกข*อ
152. โปรแกรม Internet Explorer เปZนโปรแกรมประเภทใด
1) บราวเซอร7
2) สนทนา
3) ส]งแฟกซ 7
4) ไม]มีข*อถูก
153. อะไรไม]ใช]หน*าที่ของ โมเด็ม (Modem)
1) ค*นหาทรัพยากรในระบบอินเตอร7เน็ต
2) แปลงสัญญาณระหว]าง อนาล็อก และดิจิตอล
3) แปลงสัญญาณ ระบบโทรศัพท7ให*เปZนสัญญาณระบบคอมพิวเตอร 7
4) แปลงสัญญาณ ระบบคอมพิวเตอร7ให*เปZนสัญญาณระบบโทรศัพท 7
154. โปรแกรมใดเปZนโปรแกรมประเภทบราวเซอร 7
1) DOS
2) Microsoft Word
3) Internet Explorer
4) Microsoft Excel
155. ข*อใดไม]ใช]เทคโนโลย ี
1) ATM
2) หม*อหุงข*าวไฟฟ¡า
3) สัญญาณไฟจราจร
4) ทุกข*อคือเทคโนโลย ี
156. ปhจจุบันแหล]งข*อมูลใดที่เราสามารถค*าหาข*อมูลได*จากทั่วทุกมุมโลก
1) วิทย ุ
2) โทรทัศน 7
3) อินเตอร7เน็ต
4) หนังสือพิมพ 7
157. ข*อใดคือฮาร7ดแวร 7
1) ชื่อสินค*า
2) คนคีย7ข*อมูล
3) โปรแกรมสำเร็จรูป
4) เครื่องคอมพิวเตอร 7
158. ข*อใดไม]จัดเปZนเทคโนโลยีสารสนเทศ
1) โทรทัศน 7
2) ดาวเทียม
3) หนังสือเรียน
4) คอมพิวเตอร 7
159. ข*อใดไม]ใช]ลักษณะของข*อมูลและสารสนเทศที่ด ี
1) ถูกต*อง
2) เชื่อถือได *
3) แปลกใหม]
4) นำไปใช*ประโยชน7ได*ตรงตามความต*องการ
160. ระบบเครือข]ายอินเตอร7เน็ตอยู]ในระบบเครือข]ายคอมพิวเตอร7ชนิดใด
1) WAN
2) MAN
3) LAN
4) Peer to Peer
161. ฮาร7ดดิสก7 ทำหน*าที่ใดในคอมพิวเตอร 7
1) รับข*อมูล
2) เก็บข*อมูล
3) คิด คำนวณ
4) แสดงผลข*อมูล
162. ข*อใดไม]ใช]ระบบปฏิบัติการ
1) DOS
2) Linux
3) Windows XP
4) Microsoft Office
163. การวัดขนาดข*อมูล 8 bit มีค]าเท]ากับข*อใด
1) 1 Kb
2) 1 Byte
3) 100 Byte
4) 1024 Byte
164. อุปกรณ7ที่เปรียบเสมือนกับสมองของคอมพิวเตอร7คือข*อใด
1) ซีพีย ู
2) จอภาพ
3) คีย7บอร7ด
4) ฮาร7ดดิสก 7
165. ปุมที่ใช*เพิ่มการเยื้อง คือปุมหรือคีย7ใด
1) ปุม Esc
2) ปุม Tab
3) ปุม Shift
4) ปุม Backspace
166. ปุม Delete ใช*ทำหน*าที่อะไร
1) เลื่อนตำแหน]งการพิมพ 7
2) ลบตัวอักษร และรูปภาพ
3) ย*ายตำแหน]งการพิมพ7ไปยังอักษรตัวแรกของบรรทัด
ั
4) ย*ายตำแหน]งการพิมพ7ไปยงอักษรตัวสุดท*ายของบรรทัด
167. ปุม Home ใช*ทำหน*าที่อะไร
1) เลื่อนตำแหน]งการพิมพ 7
2) ลบตัวอักษร และรูปภาพ
3) ย*ายตำแหน]งการพิมพ7ไปยังอักษรตัวแรกของบรรทัด
4) ย*ายตำแหน]งการพิมพ7ไปยังอักษรตัวสุดท*ายของบรรทัด
168. ปุม End ใช*ทำหน*าที่อะไร
1) เลื่อนตำแหน]งการพิมพ 7
2) ลบตัวอักษร และรูปภาพ
3) ย*ายตำแหน]งการพิมพ7ไปยังอักษรตัวแรกของบรรทัด
4) ย*ายตำแหน]งการพิมพ7ไปยังอักษรตัวสุดท*ายของบรรทัด
169. ปุมที่ลดการเยื้อง คือปุมหรือคีย7ใด
1) ปุม Esc
2) ปุม Tab
3) ปุม Shift
4) ปุม Backspace
170. ปกติการเคาะ Enter 1 ครั้ง ระยะห]างระหว]างบรรทัด มีค]าเท]าไร
1) 1 ระยะบรรทัด
2) 1.5 ระยะบรรทัด
3) 2 ระยะบรรทัด
4) 2.5 ระยะบรรทัด
171. ถ*าต*องการลบตัวอักษรที่อยู]ทางด*านขวาของตัวบอกตำแหน]ง ต*องกดปุมใด
1) Spacebar
2) Backspace
3) Delete
4) Enter
172. ตำแหน]งการวางนิ้วแบบระบบพิมพ7สัมผัสควรวางที่ใด
1) วางที่อักษรแป¡นดัชน ี
2) วางที่อักษรแป¡นเหย*า
3) วางที่แป¡น สเปซบาร 7
4) วางที่อักษรแป¡นคีย7ฟhงก7ชั่น
173. อักษรแป¡นเหย*าคืออักษรในกลุ]มใด
1) ผ ป แ อ ท ม ใ ว
2) ฟ ห ก ด ] า ส ว
3) ท ม ] า ส ร ว ต
4) แ ฆ ก ร ย ภ
174. ข*อใดไม]ใช]ความสามารถของโปรแกรม Microsoft Word
1) วาดรูปได *
2) แทรกรูปได *
3) ตกแต]งรูปได *
4) ยกเลิกและทำซ้ำได *
175. ข*อใดไม]เกี่ยวข*องกับการตั้งค]าหน*ากระดาษ
1) ใส]หัวกระดาษ/ท*ายกระดาษ
2) กำหนดระยะขอบกระดาษ
3) กำหนดการวางแนวกระดาษ
4) กำหนดขนาดกระดาษ
176. ตัวเลือกใดไม]ใช] Search Engine
1) Sanook
2) Bing
3) DuckDuckGo
4) Google
177. อินเทอร7เน็ต (Internet) หมายถึง
1) Monthly Magazine
2) Segment on the New
3) Worldwide Network of Computers
4) Children’s TV Show
178. ตัวเลือกใดไม]ใช] Web browser
1) Mozilla
2) Yahoo
3) Internet Explorer
4) Netscape
179. ระบบการสื่อสารซึ่งเชื่อมต]อคอมพิวเตอร7สองเครื่อง หรือมากกว]าสองเครื่องขึ้นไป เรียกว]า
1) LAN
2) Network
3) Internet
4) World Wide Web
180. ตัวเลือกใดไม]ใช]ความหมายของการสื่อสารส]วนบุคคลบนอินเตอร7เน็ต
1) Electronic Mail
2) Cyberspace
3) Chat
4) Instant Messaging
181. การดูแลสุขภาพ (Health Care) ซึ่งมีการบริหารจัดการระยะไกลผ]านข]ายเชื่อมโยงการสื่อสาร เรียกว]า
1) Health-care Magic
2) Telehealth
3) Cyber Medicine
4) Telemedicine
182. การกระทำซึ่งผิดกฎหมายบนอินเทอร7เน็ต หรือการเชื่อมตรง เรียกว]า
1) Computer Crime
2) Cybercrime
3) Software Piracy
4) Online Security Risk
183. คำว]าผู*ใช* (User) ในวิชาคอมพิวเตอร7 หมายถึง
1) มืออาชีพทางคอมพิวเตอร 7
2) บุคคลซึ่งไม]มีตำแหน]งบริหาร
3) บุคคลซึ่งใช*คอมพิวเตอร7 หรือระบบสารสนเทศ
4) เฉพาะบุคคลซึ่งมีความสามารถทางคอมพิวเตอร 7